สุเทพ เทือกสุบรรณ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการ โดยอ้างถึงกฎหมายและกระบวนการของกระทรวงมหาดไทย และการมีมติของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องคอมพิวเตอร์ และอธิบายการดำเนินการของท่านนายกรัฐมนตรีในการสอบสวนเรื่องนี้
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการ แทนท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กระผมขอตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนมใน ๒ ประเด็น สุดท้าย ขอตอบประเด็นหลังก่อนครับว่าที่ท่านแสดงความเห็นว่าท่านไม่เห็นด้วยกับ ท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ ผมคงไม่สามารถไปห้ามอะไรท่านได้ เพราะว่าเปึนความเห็นของท่าน แต่ว่าข้อเท็จจริงการดําเนินการของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ได้บริหารราชการแผ่นดินโดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล แล้วก็ท่านได้มีกฎของท่าน ๙ ข้อปัจจุบันนี้ก็ยังดําเนินการอย่างนั้นอย่างเคร่งครัด ในสิ่งที่เรียกว่าธรรมาภิบาลนั้นก็ต้องดูว่าตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของ แต่ละคนแต่ละฝ์ายเปึนอย่างไร กรณีการแต่งตั้งข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ดูตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ เปึนอํานาจหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปึนเจ้ากระทรวงที่จะต้องเปึนผู้พิจารณาคัดเลือก ข้าราชการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสม แล้วก็เสนอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา เปึนความจริงครับท่านประธานในบางยุคบางสมัยมีนายกรัฐมนตรีบางท่านบางคนลงไป ล้วงลูกทําบัญชีเองทุกอย่าง แล้วก็กระทรวงต่าง ๆ ก็ต้องทําบัญชีเสนอ ครม. ตามที่ นายกรัฐมนตรีสั่งการ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ดําเนินการอย่างนั้นครับ เคารพในกฎหมาย เคารพในอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีแต่ละท่านที่ได้รับมอบหมายไป ในกรณีของกระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปึนผู้พิจารณาตามอํานาจหน้าที่ของท่าน ตามกฎหมาย ท่านก็เสนอมาที่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้ได้ตรวจสอบ ได้พิจารณา ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็ได้ตรวจสอบได้พิจารณาครับ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ทําบันทึกถึง ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับ ดูแลงานของกระทรวงมหาดไทย คณะรัฐมนตรีก็ได้พิจารณาเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม เรื่องของการแต่งตั้งปลัดกระทรวง มหาดไทย คือแต่งตั้งนายมงคล สุรัจสัจจะ แทนนายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย คนปัจจุบัน ซึ่งจะต้องพ้นตําแหน่งไปเพราะเกษียณอายุราชการ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สอบถามว่ากระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาดูคุณสมบัติความเหมาะสม ตรวจสอบมาเรียบร้อยแล้วหรือไม่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ยืนยันว่าได้พิจารณาตรวจสอบ เรียบร้อยแล้วบุคคลผู้นี้มีคุณสมบัติ มีความเหมาะสมเพียบพร้อมเหมือนที่ท่านรัฐมนตรี บุญจงได้กราบเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรียังหันมาถามผมในฐานะ ที่เปึนรองนายกรัฐมนตรีผู้กํากับงานของกระทรวงมหาดไทยว่าผมได้ตรวจสอบหรือไม่ ผมก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าผมได้ตรวจสอบแล้ว ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกคนก็ฟังรายงานของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับงานของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ได้มีมติให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นก็ได้ทําเรื่องกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ในระหว่างที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทําหนังสือถึงราชเลขาธิการ เพื่อนําความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มีผู้ถวายฎีกา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ขอให้ กระทรวงมหาดไทยชี้แจง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ได้ชี้แจงครบถ้วนสมบูรณ์ แต่หลังจากนั้น เกิดกรณีมีข่าวว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้แต่งตั้งดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีจัดซื้อจัดจ้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สําหรับการทํา บัตรประชาชนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบุญจงได้อธิบาย ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้มีบัญชา สั่งการให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปขอรับเรื่องคืนมาจากท่านราชเลขาธิการ แล้วก็ได้ สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยไม่ให้คณะกรรมการนั้นมีเฉพาะคนในกระทรวงมหาดไทย แต่ให้รวมถึงจากสํานักงาน อัยการสูงสุด จากกรมบัญชีกลาง จากกระทรวงการคลัง จากหน่วยอื่นร่วมด้วย ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้รับคําบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีท่ามกลางคณะรัฐมนตรีทุกคน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าถ้าท่านถามถึงเรื่องความรับผิดชอบทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบเรื่องนี้ครับ การสั่งการ การพิจารณา การมีมติแต่ละครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้กระทําอย่างเป่ดเผยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตรงไปตรงมาชัดเจน เพราะฉะนั้น ที่ท่านกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนที่ไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวว่ารัฐบาลจะพัง แต่ไม่กลัวระบบราชการจะพัง เปึนการกล่าวหาที่ไม่ให้ความยุติธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนอย่างยิ่ง ถ้าไม่กล้าตัดสินใจท่านก็ไม่ไปถอนเรื่องคืนจากราชเลขาธิการ หรอกครับ ถ้าไม่กล้าตัดสินใจท่านไม่สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยทําการสอบสวนเรื่องนี้ สั่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครับ มันไม่ใช่เรื่องความกลัวหรือความกล้า แต่มันเปึน เรื่องของการปฏิบัติที่ต้องใช้หลักการ ไม่ได้ปฏิบัติตามอารมณ์ ไม่ได้ปฏิบัติตามกระแส นี่เปึนเรื่องที่ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพเพื่อได้ทราบในประเด็นนี้
ในประเด็นที่ ๒ ที่ท่านถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมีความรู้สึก จะมีความคิด เหมือนวิญ็ูชนทั้งหลายหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังกล่าว ท่านประธานครับ บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปราชการ แต่ผมกราบเรียนกับท่านประธานได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้บริหารราชการบ้านเมือง ทุกวันนี้ด้วยความระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง เพราะรู้ว่าบ้านเมืองวันนี้มีวิกฤติ มีความไม่รู้ มีความไม่เข้าใจ มีคนที่เจตนาทําให้เกิดความยุ่งยากสับสนอยู่มากมาย ฉะนั้นเพียงแค่ เปึนข่าวว่าโครงการนี้อาจจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้าง ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ไปขอเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยคืนมาก่อน แล้วสั่งการให้แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวน แล้วบอกไว้ด้วยว่าสอบให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน ระหว่างนี้ จะไม่เดินหน้าในการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย รอฟังผลการสอบสวนของ กระทรวงมหาดไทยก่อน นี่ก็เปึนการดําเนินการตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ถูกต้องครับ ไม่มีหรอกครับนายกรัฐมนตรีคนไหนฟังข่าวไม่พอใจสั่งลงโทษลงทัณฑ์ สั่งดําเนินการเลย หรือประกาศออกมาเลยว่าเชื่ออย่างนั้นเชื่ออย่างนี้ ทําไม่ได้ครับ เรื่องของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องในครอบครัวใครหรือบริษัทใคร เปึนเรื่องที่จะต้องทําตาม หลักเกณฑ์กติกาซึ่งมีอยู่ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนเคารพหลักเกณฑ์กติกาบ้านเมืองครับ