จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ โดยชี้ว่าการผ่านกฎหมายฉบับนี้ในสมัยก่อนไม่สมควร และขอความช่วยเหลือในการตั้งกรรมาธิการร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณากฎหมายฉบับนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มกรรมการของ กสทช. การคัดเลือกกรรมการ กสทช. 15 คน และการแต่งตั้งกรรมการ รวมถึงการสรรหากรรมการ กสทช. และการแก้ไขมาตรา 84 ซึ่งกระทบต่องบประมาณของรัฐที่มีมูลค่าหมื่นล้านบาท
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาในการอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ในเบื้องต้นผมเองต้องกราบเรียนว่า หลังจากทางวุฒิสภาได้มีการปรับแก้ไข ใน ๒๓ ประเด็น แล้วก็ ๒๓ มาตรา แล้วก็ตีกลับมาที่ทางสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนตัวแล้ว ผมต้องกราบเรียนว่าผมคงให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขนั้นไม่ได้ เพราะมีการปรับแก้ ในสาระสําคัญอยู่หลาย ๆ จุด แต่อย่างไรก็ตามผมต้องกราบเรียนว่าผมต้องกราบขอบพระคุณ ทางวุฒิสภาเปึนอย่างยิ่งที่มีการปรับแก้ไขมา เพราะเปึนการเป่ดโอกาสให้ทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะจากฟากฝัืงของฝ์ายค้านได้มีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเรายังจํากันได้ดีเมื่อช่วงเมษายนมีเหตุการณ์ทางการเมือง กฎหมายฉบับนี้ผ่านจาก วาระที่หนึ่งมีการตั้งกรรมาธิการเข้าสภาในวาระที่สอง วาระที่สามมีการพิจารณากัน อย่างเร่งด่วน ใช้เวลาแค่ ๑๐ นาที ๑๕ นาที ผ่านโดยที่ไม่มีการอภิปราย ไม่มีการดู ให้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งเปึนที่น่าเสียดายมาก เหตุการณ์วันนั้นแน่นอนมันเปึนการใช้เสียงข้างมาก ผ่านกฎหมายไป โดยที่พรรคฝ์ายค้านด้วยภาวการณ์ทางการเมืองก็ต้องวอล์กเอาท์ มันก็เข้าใจกันได้ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายที่มีความสําคัญเช่นนี้ ผมกราบเรียนเลยว่า จะผ่านสภาไปยังวุฒิสภาอย่างไม่สมศักดิ์ศรีอย่างนั้นมันคงจะไม่สมควรนัก วันนี้เราก็มี โอกาสได้มาพูดคุยกันถึงเรื่องของกฎหมายฉบับนี้กันอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ประเด็นสําคัญ ทางสังคม ซึ่งแน่นอนเปึนสาเหตุหนึ่งที่ทางสภาผู้แทนราษฎรเราต้องมีการเร่งรัดที่จะเอา กฎหมายฉบับนี้กระโดดข้ามหัวกฎหมายที่มีความสําคัญอีก ๑๐ กว่าฉบับเข้ามาพิจารณากัน ในวันนี้อย่างเร่งด่วน แน่นอนเพราะว่าศาลปกครองมีคําสั่งให้ระงับการประมูล ๓ จี ที่เกิดขึ้นในสังคม ผลกระทบกับพี่น้องประชาชนหลักแสนล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องของ การบริการที่ทั่วถึง การบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้นกับพี่น้องประชาชนก็ต้องเนิ่นช้าออกไป วันนี้กราบเรียนเลยว่าหลังจากมีการปรับแก้จากวุฒิสภา ผมอยากจะให้มีการตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้พิจารณากัน อย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการนําไปใช้จริง ในประเด็นที่มีการแก้ไขของ ทางวุฒิสภา ผมต้องแบ่งแยกเปึนประเด็น ๆ
ประเด็นแรกเปึนในสัดส่วนของส่วนที่ ๑ เรื่องขององค์ประกอบของ กรรมการเอง หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วในมาตรา ๖ มีการปรับแก้ที่เปึนสาระสําคัญ มีการเพิ่มจํานวนกรรมการของ กสทช. จาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน แน่นอนในส่วนตัว ในเรื่องการเพิ่มในสัดส่วนของ (๕) ที่บอกว่าหรือการศาสนาหรือการพัฒนาสังคม เราก็เพิ่มจํานวนเรื่องของการศึกษาวัฒนธรรมศาสนาและพัฒนาสังคมจาก ๑ คน เปึน ๓ คน เราพอจะเข้าใจได้ เพราะอะไร เพราะวันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้าเราไปดูรายการทางทีวี เปึนต้น หลาย ๆ รายการที่มันเคยมีประโยชน์ ไปดูรายการ เกี่ยวกับการเกษตรตอนตี ๔ ตี ๕ บางท่านอาจจะเคยตื่นขึ้นมาดูวันนี้หายไป ไปดูเรื่องของ รายการเกี่ยวกับสังคม เด็ก เยาวชนตอนช่วงเช้า ๆ เดี๋ยวนี้หายไป เพราะภาวะการแข่งขัน ในเรื่องของการกระจายสื่อทางทีวีหรือทางวิทยุก็ตามเขาไม่สามารถที่จะแข่งขันได้ ทําให้ รายการที่มีประโยชน์เหล่านี้หลัง ๆ ก็ลดน้อยถอยลงไปมีจํานวนน้อยลงเรื่อย ๆ หลายอัน ก็ต้องป่ดตัวยุบเลิกไป อันนี้ไม่ใช่เปึนประเด็นที่ผมติดใจ แต่ผมยังติดใจในประเด็น (๖) ที่มีการเพิ่มเติมเข้ามา วันนี้มีการเติม (๖) ในมาตรา ๖ เข้ามาว่า ผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐหรือการบริหารราชการ จํานวนสองคน เปึน ๒ คน ใน ๑๕ คน ที่จะเปึนกรรมการของ กสทช. กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้สังคมเราอยู่ด้วยความหวาดระแวง โดยเฉพาะ เรื่องของสื่อสารมวลชนเปึนประเด็นหลัก รัฐมนตรีที่กํากับดูแลแล้วก็มาแถลงเองก็เปึน ๑ ในบุคคลที่ต้องยอมรับว่าสังคมยังมองท่านด้วยสายตาที่ไม่เชื่อมั่นนัก โดยเฉพาะ ในเรื่องของการแทรกแซงสื่อ โดยเฉพาะในเรื่องของสื่อสารมวลชนที่ได้ปรากฏอยู่ในสังคม ณ วันนี้ จากความขัดแย้งทางสังคมรวมถึงการดําเนินนโยบายของรัฐในเรื่องของสื่อสารมวลชน ที่ดูจะไม่เปึนกลาง วันนี้เรากําลังจะไปเพิ่มองค์ประกอบของกรรมการ กสทช. ซึ่งเปึนในสัดส่วน ที่เรียกว่าความมั่นคงของรัฐ ผมบอกว่าอันนี้มันเปึนอันตราย มันเปึนสิ่งซึ่งอาจจะมองได้ว่า เปึนการสืบทอดอํานาจ เปึนการสืบทอดแนวนโยบายของ คมช. ที่จะป่ดกั้นสื่อเพื่อให้ มันออกไปในทิศทางเดียวอย่างที่รัฐบาลต้องการ อาจจะไม่ได้หมายถึงรัฐบาลปัจจุบัน แต่รัฐบาลใดก็ตามเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ เมื่อมีองค์ประกอบของความมั่นคงของรัฐเข้ามา แน่นอนเลยว่าก็จะใช้ให้เปึนประโยชน์ รัฐบาลใดก็ตามก็ต้องใช้ให้เปึนประโยชน์ นั่นก็คือ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับรัฐบาลของตน อย่างที่เปึนอยู่วันนี้มันก็เกิดความคลางแคลง ในสังคมขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยเลยกับการเพิ่มอีก ๒ คนในองค์ประกอบ ที่เปึนส่วนของความมั่นคงของรัฐ ผมมองไปมองมาถ้ามองข้ามกลับไปยังมาตรา ๙ องค์ประกอบที่เพิ่มขึ้นมาใน (๙) ถึง (๑๒) (๙) บอก สถาบันการศึกษาของหน่วยงาน ของรัฐด้านความมั่นคงของรัฐ ที่มีการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าป้ เปึนต้น ผมบอกว่า สถาบันการศึกษาแบบนี้มีตัวตนจริงหรือเปล่า มีแล้วเปึนใครนึกชื่อออกมา ลองนึกออกมา วปอ. หรือ สถาบันพระปกเกล้าหรือ เหล่านี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมเชื่อว่าท่านก็คงมีความตั้งใจดีในเรื่องขององค์กร แต่มันเปึนการลิมิท (Limit) ตัวเลือก ของคณะกรรมการสรรหาที่จะเอาตัวบุคลากรเข้ามาเปึนหรือไม่ เพราะองค์กรเหล่านี้ มีไม่ได้มากหรอกครับ มันไม่ใช่มีเต็มไปหมดทั้งสังคม มีให้เลือกเปึนร้อยเปึนพันองค์กร ที่จะมีตัวเลือกมาให้มันมีคุณภาพ แล้ววันนี้หลาย ๆ องค์กรเองต้องกราบเรียนด้วย ความเคารพว่าความคลางแคลงของสังคมในเรื่องของความเปึนกลางก็ยังมีอยู่ ผมเอง ไม่แน่ใจว่าความเปึนกลางในองค์กรต่าง ๆ มันจะมีจริงหรือไม่ แล้วบุคลากรที่เลือกมาจาก องค์กรเหล่านั้นในที่สุดแล้วจะมาทํางานให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน หรือไม่ อันนี้ก็ยังเปึนข้อสงสัยที่ยังต้องถกเถียงกันต่อไป ในส่วนมาตรา ๗ ก็มีการเพิ่มอายุ ของบุคคลที่จะมาเปึนกรรมการมีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าป้บริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบป้ บริบูรณ์ ๓๕ ป้ ผมเองอาจจะไม่ติดใจนัก ผมเองก็ ส.ส. อายุไม่มากผมเพิ่ง ๓๕ ป้ เหมือนกัน ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอาจจะเปึนอายุที่เหมาะสมก็ได้ อันนี้ เราไม่ติดใจ แต่ ๗๐ ป้ ท่านไปดูองค์กรอิสระบางองค์กรวันนี้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันว่าเกิน ๖๕ ป้ จะไป ๗๐ ป้ จะลากกันไปถึงไหน มีการผลักอก มีการป่ดไฟ เห็นข่าวกันนี่นะครับ วันนี้ ผมไม่แน่ใจว่าอายุมากแล้วจะมีศักยภาพพอที่จะมาทําประโยชน์จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ว่าเหมารวม วันนี้ผมมองว่า ๖๕ ป้ก็เปึนอายุที่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่อง เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมต่าง ๆ เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันเกี่ยวเนื่องกับเรื่อง ที่เรียกว่าไอที (IT) มันมีความเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว มันจําเปึนจะต้องใช้ คนที่ทันกับเหตุการณ์แล้วก็ก้าวตามทันกับเทคโนโลยีที่มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ พูดถึง ๓ จี พูดถึง ๓.๙ จี ในอนาคตจะพูดถึง ๔ จีขึ้นมา ๕ จีขึ้นมา ถ้าไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ ไม่สามารถที่จะตามทัน ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าประโยชน์ที่มันเกิดกับประชาชนมันจะเปึน อย่างไร ผมต้องกราบเรียนเลยว่าวันนี้ผู้สูงอายุจํานวนมากต้องยอมรับความจริง บางท่าน เป่ดอินเทอร์เน็ตยังไม่คล่องเลยจะสรรหามาเปึนกรรมการก็ต้องมาดูคุณสมบัติกันอีกทีหนึ่ง วันนี้ถ้าเราคงไว้ที่ ๖๕ ป้บริบูรณ์ ผมก็เชื่อว่าจะเปึนความเหมาะสมอยู่แล้ว
ในประเด็นต่อมา เปึนประเด็นที่เปึนปัญหาอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของการสรรหา แล้วก็การคัดเลือกกรรมการทั้ง ๑๕ คนที่ไปเพิ่มมาจาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน มีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่เรียกว่าการคัดเลือกกันเองกับส่วนที่มาจากวิธีการสรรหา มีปัญหาทั้ง ๒ ส่วน ในส่วนที่มีการคัดเลือกกันเอง ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพผมไม่แน่ใจวัตถุประสงค์ ของทางวุฒิสภาที่มีการปรับแก้ ถ้าสังเกตดูให้ดีในส่วนที่ ๒ ตั้งแต่มาตรา ๙ ถึงมาตรา ๑๓ เปลี่ยนคําว่า สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปึน สํานักงาน กสทช. นั่นคือการโยนเผือกร้อน โยนเผือกร้อนจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปยังสํานักงานกสทช. เอง วันนี้ ท่านจะบอกว่า กสทช. นั้นคุณลงทะเบียนเอง คุณไปหาตัวบุคคลเองคุณตรวจสอบ คุณสมบัติเองด้วย เสร็จแล้วคุณค่อยโยนกลับมาให้วุฒิสภาเลือกสุดท้าย ผมไม่แน่ใจว่า นั่นคือวิธีการที่ถูกหรือไม่ เพราะว่าคนที่เข้าไปก็ต้องไปบริหารงาน ไปทํางานอยู่ใน สํานักงาน กสทช. ในฐานะของกรรมการ กสทช. เอง ผมมองแล้วว่าวิธีการคิดอย่างนี้ จะทําให้เกิดช่องโหว่ แล้วมันก็จะทําให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในเชิงนโยบายขึ้นมาได้ กราบเรียนด้วยความเคารพว่าในส่วนของส่วนที่ ๒ ในเรื่องของการคัดเลือกกันเอง นอกจากเรื่องของการที่วุฒิสภาไม่ยอมเปึนผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องของการสรรหากลุ่มบุคคล กลุ่มนี้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าปัญหามันยังมีต่อไปอีก โดยเฉพาะในมาตรา ๑๒ เพราะอะไรครับ เพราะมาตรา ๑๒ กําหนดว่า มาตรา ๑๑ ก่อน บอกว่า เมื่อครบกําหนด ระยะเวลาตามมาตรา ๑๐ แล้ว ให้สํานักงาน กสทช. ตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วก็ ให้ครบเวลา ถ้าเกิดครบกําหนดเวลาการเสนอชื่อตามมาตรา ๑๒ บอกว่า
มาตรา ๑๒ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการเสนอชื่อแล้ว หากมีผู้ได้รับ การเสนอชื่อน้อยกว่าสองเท่าของจํานวนตามที่ระบุไว้ในแต่ละประเภทตามมาตรา ๑๓ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้เลขาธิการ กสทช. ขยายระยะเวลาการเสนอชื่อออกไปอีก ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดระยะเวลาตามมาตรา ๑๐
เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาที่ขยายตามวรรคหนึ่งแล้วยังมีผู้ได้รับการเสนอชื่อ น้อยกว่ากําหนดในวรรคหนึ่ง ให้ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม และปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกันเสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือก เปึนกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ให้ครบในแต่ละประเภทตามจํานวนที่กําหนดในวรรคหนึ่ง
ปลัดกระทรวงทั้ง ๓ กระทรวงนี้ต้องถามว่าเปึนฝ์ายไหนครับ เปึนฝ์ายรัฐบาล ข้ามไปมาตรา ๑๗
มาตรา ๑๗ บอกว่า เปึนในเรื่องของการแต่งตั้งคือเข้ามาที่วุฒิสภา ให้วุฒิสภาสรรหา มาตรา ๑๗ บอกว่า ภายในหกสิบวัน ทางวุฒิสภาก็ต้องเลือกคน จากบัญชีรายชื่อที่เลขาธิการ กสทช. เสนอให้เสร็จ
เมื่อล่วงพ้นกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ถ้ายังมีผู้ได้รับเลือกเปึนกรรมการ ไม่ครบตามจํานวนที่กําหนดในมาตรา ๖ ให้ประธานวุฒิสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีนําบัญชีรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและดําเนินการ เพื่อให้ได้กรรมการตามมาตรา ๖ ให้ครบตามจํานวนโดยต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายกรัฐมนตรีได้รับแจ้ง
หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าถ้าหาคนไม่ครบให้ปลัดกระทรวง ๓ ท่าน ซึ่งเปึนลูกน้องแน่นอนครับต้องดําเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีเปึนคนหาชื่อ มาให้ครบ ถ้าเข้าวุฒิสภาแล้ววุฒิสภาไม่สามารถหาคนให้ครบได้ภายใน ๖๐ วัน เคยเกิด มาแล้วครับมันเคยเกิดมาแล้วในการสรรหาหลาย ๆ ครั้ง เมื่อหาไม่ได้ให้นายกรัฐมนตรี ส่ง ครม. เลือกเลย นี่ก็คือรัฐบาลอีกแล้ว อันนี้มันเปึนสิ่งที่มันแอบแฝงอยู่และเปึนปัญหาว่า วันนี้จะมีการแทรกแซงจากฝ์ายการเมืองอีกครั้งหนึ่งในเรื่องของการสรรหากรรมการ กสทช. ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทางรัฐบาลอาจจะคิดว่าตัวเองได้เลือกในที่สุดแล้ว แต่ผมกราบเรียนเลยครับว่าไม่แน่นะครับ ดีไม่ดีสภาอยู่ไม่ถึง ผ่านกฎหมายไปท่านไม่ได้ใช้ อาจจะเปึนพวกผมก็ได้ แต่ด้วยความเคารพท่านประธาน วันนี้สมาชิกในฝ์ายของ พรรคเพื่อไทยเองต้องคัดค้านในประเด็นนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเราอยากจะให้ กฎหมายมันผ่านออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการแทรกแซงใด ๆ โดยเฉพาะ จากฝ์ายการเมือง ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ วันนี้ผมเชื่อว่าการแก้ไขการที่จะมาตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาอีกครั้งให้รอบคอบเปึนสิ่งสําคัญ
ประเด็นสุดท้าย เปึนประเด็นที่ผมเองก็เห็นว่าเปึนปัญหาที่ใหญ่หลวง มากนะครับ มาตรา ๘๔ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมเองพอเห็นแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น มีการปรับแก้คําเดียวครับ จากคําว่า หนึ่ง เปึน สาม บอกว่า เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาสามป้นับแต่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ ค่อยให้รัฐวิสาหกิจก็คือซีเอที และทีโอทีนําเงินที่เปึนกําไร เขาคํานวณแล้วเปึนกําไรเพราะเขามีการกําหนดกติกาอยู่ ให้เอากําไรส่งให้รัฐ แต่ทางวุฒิสภามีการปรับแก้จาก หนึ่ง เปึน สาม ผมได้ยินว่า มีการพูดคุยกับสหภาพ มีการปรึกษาหารือกัน ในที่สุดยอมตามปรับแก้มา แต่อย่างไรก็ตาม ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าแก้คําเดียวในส่วนนี้กระทบกับงบประมาณของรัฐ เปึนหมื่นล้านบาท เงินที่ควรจะเข้าเปึนรายได้ของรัฐ เรากําลังจะไปอุ้มรัฐวิสาหกิจบางแห่ง มากเกินไปหรือไม่ ผมเองเข้าใจครับว่ารัฐวิสาหกิจเหล่านี้ในที่สุดก็ต้องมีการลงทุน ในการตั้งเสา ในการเพิ่มเครือข่ายให้มันครอบคลุม เขาก็อาจจะมีความจําเปึน แต่ผมก็ ยังไม่แน่ใจว่ามันจําเปึนถึงขนาดที่จะต้องตัดเงินงบประมาณที่ควรจะเปึนเงินอุดหนุน เข้าภาครัฐเปึนหมื่น ๆ ล้านบาทให้เขาหรือไม่ ในส่วนนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ มันก็เลยมีความจําเปึนว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันขึ้นมาเพื่อที่จะมาดู รายละเอียดโดยเฉพาะในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีความรอบคอบและรัดกุม ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าผมเองคงจะให้ความเห็นชอบกับร่างแก้ไขของทางวุฒิสภาไม่ได้ แล้วก็ อยากจะฝากว่าให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันขึ้นมาเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบ ขอบคุณครับ