สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ โดยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 147 วรรคสาม ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณารายละเอียดเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาให้เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการประมูล 3G โดยอ้างถึงมาตรา 147 (3) ของรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาและปรับปรุงกฎหมายนี้ให้ดีที่สุด

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้แสดง ความคิดเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานได้นําระเบียบวาระพิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... มาให้สภา ของเราได้พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะให้เหตุผลในประเด็นรายละเอียดกระผมขออนุญาตท่านประธานว่าในเรื่อง ความจําเปึนที่ทางฝ์ายเสียงข้างมากได้เสนอให้สภาได้เลื่อนระเบียบวาระ ซึ่งเดิมบรรจุ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑๑ เปึนเรื่องที่เราได้ให้ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบเลื่อนขึ้นมา พิจารณา ก็มีการเลื่อนเมื่อวานนี้ขึ้นมาเปึนวาระเร่งด่วนที่จะพิจารณาในวันนี้ กระผมเอง ไม่ได้ขัดเจตนาว่ากฎหมายฉบับนี้สมควรจะได้รับการพิจารณา เพราะอยู่ในชั้นที่วุฒิสภา ได้ไปพิจารณาและมีการแก้ไขเข้ามาก็เปึนไปตามวิธีการตราพระราชบัญญัติที่วุฒิสภา ต้องส่งกลับมาสภาผู้แทนราษฎรกรณีมีการแก้ไข เพราะวุฒิสภามีมติให้มีการแก้ไข สิ่งที่ เราจะต้องให้ความเห็นในขณะนี้ก็คือว่าสภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาว่าจะเห็นชอบ กับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่เพราะเปึนประเด็นท่านประธานครับ กรณีเห็นชอบ กับวุฒิสภาแก้ไข ความจําเปึนเร่งด่วนที่หลายฝ์ายต้องการว่าจะใช้กฎหมายฉบับนี้ไปใช้ เปึนเครื่องมือเช่นการประมูลคลื่น ๓ จี ก็จะเปึนไปในทางที่น่าจะเปึนไปด้วยความเรียบร้อย กรณีที่เราเห็นชอบก็ตรา ก็นําขึ้นทูลเกล้าฯ ตราเปึนกฎหมายบังคับใช้ได้ต่อไป แต่กรณี ถ้าเราไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก็คือว่าก็ต้องปฏิบัติตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) กรณีมีความเห็นเปึนอย่างอื่นก็ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันขึ้นมา แล้วแต่สภาผู้แทนราษฎรจะกําหนดจํานวนเท่าไร จากนั้นแต่ละสภาก็ไปตั้งกรรมาธิการ ของตัวเองนะครับ โดยจะตั้งจากสมาชิกหรือบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกก็ได้มาเปึนกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณา โดยแบ่งจํานวนในอัตรากึ่งต่อกึ่ง อันนั้นเปึนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้ตรวจสอบในสิ่งที่วุฒิสภาได้แก้ไขเข้ามา ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ากระผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของวุฒิสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยนี่จุดประสงค์หลักของผม ก็คือว่าอยากให้สภาผู้แทนราษฎรของเราใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสาม ไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณารายละเอียดเพื่อจะให้กฎหมายฉบับนี้ ออกมาให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด เท่าที่เปึนไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาไปปรับแก้ กฎหมายที่ส่งจากสภาผู้แทนราษฎรไป เหตุผลเรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ วุฒิสภา ได้ไปแก้ไขสาระสําคัญของกฎหมาย สาระหลัก สาระสําคัญของกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้ เปึนกฎหมายที่ว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เปึนเรื่องขององค์กร องค์ประกอบของคณะกรรมการ อํานาจหน้าที่หลายเรื่องที่เราเขียนไว้ แต่สิ่งที่วุฒิสภาไป แก้ไขก็เปึนสาระสําคัญก็คือไปแตะที่ตัวองค์กรหรือคณะกรรมการ นั่นคือเหตุผลข้อแรก ที่ผมไม่เห็นด้วยคือไปแก้ไขสาระสําคัญ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ ประเด็น เพื่อนสมาชิกพูดไปผมเห็นด้วยทุกเรื่อง แต่ผมยก ๓ ประเด็นเท่านั้นเองครับ ในมาตรา ๖ มาตรา ๖ เปึนสาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้เลย ร่างของสภาผู้แทนราษฎรเราให้มี จํานวนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กสทช.” จํานวนสิบเอ็ดคน สมาชิกพูดไปเยอะแล้วนะครับ ผมจะไม่ลงรายละเอียดวุฒิสภาไปปรับเปึน ๑๕ คน ๑๕ คนก็ไปเขียนรองรับในเรื่องของ องค์ประกอบขึ้นมาเพิ่มเติมใน (๕) หรือ (๖) นําเอาเรื่องของผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ที่เพิ่มเติมจากร่างของผู้แทนราษฎรด้านการศาสนา ด้านพัฒนาสังคมเข้ามาใน (๕) เพิ่มเติมผู้มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคง หรือบริหารราชการเข้ามาใน (๖) แล้วเพิ่มจํานวนเข้ามา จํานวนก็เปึนที่น่าสงสัยด้วยว่าทําไมต้อง ๒ คน ใน (๖) จะแบ่งให้ ความมั่นคง ๑ คน บริหารราชการ ๑ คน หรือไม่ อย่างไรก็ไม่ปรากฏชัด แต่เขียนโดยรวมว่า เพิ่มมา ๒ คน เพิ่มในเรื่องของความเชี่ยวชาญด้านการศาสนาด้านพัฒนาสังคม ขึ้นมาอีก ๑ คน รวมเปึน ๒ คนจากเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้ละครับ เปึนข้อสงสัยที่ผมคิดว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการร่วมกันไปดู ในรายละเอียดว่าที่เพิ่มเติมเข้ามานี่ องค์กรนี้จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เปึนประโยชน์กับกิจการ เรื่องของการกระจายเสียงของโทรทัศน์ ของโทรคมนาคม จริงหรือไม่ เปึนเรื่องที่จะต้องเข้าไปดูรายละเอียดนะครับท่านประธาน ผมไม่มั่นใจ หรอกครับ ไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าคนที่ทํางานผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคง จะเปึนพิษเปึนภัยกับประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ฟังจากเพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย ทุกคนได้มีส่วนร่วมอยู่แล้ว ก็มีความจําเปึนครับที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ต้องไปดู ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ ว่าด้วยคุณสมบัติของคนที่จะมาเปึน คณะกรรมการเรื่องอายุ ผมไม่ลงลึกหรอกครับเพราะสมาชิกพูดไปเยอะ แต่ถามว่า เหตุผลอะไรที่จะเอา ๓๕-๗๐ ป้ เขียนเพื่อใครหรือเปล่า มีแนวคิด วิธีคิด ที่เกิดจากอะไร อะไรที่เปึนตรรกะว่าต้อง ๓๕ ป้ อะไรที่เปึนตรรกะต้องเพิ่มเปึน ๗๐ ป้ จากร่างเดิม ของสภาผู้แทนราษฎรเราให้ที่ ๓๐-๖๕ ป้ เทียบเคียงกับกรรมการอื่น ๆ ที่เปึนองค์กรอิสระ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เราก็ยอมรับที่ ๖๕ ป้ ผมยกตัวอย่างเช่นประเด็นที่มีข้อถกเถียงกัน ๖๕ ป้แล้วยังไม่ออก ในเรื่องของ คตง. หรือ สตง. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ แต่นั่นเปึนตัวอย่างเทียบเคียงได้ ท่านเพิ่มเปึน ๗๐ ป้ด้วยเหตุผลอะไร ตรรกะอะไรหรือว่าล็อกเอาคนที่อยู่ใน (๖) ที่มีอายุ ๖๙ ป้ไปเปึนกรรมการใช่หรือไม่ เรื่องนี้ผมตอบไม่ได้ เปึนหน้าที่ของกรรมาธิการร่วมกัน ต้องไปดู ท่านประธานที่เคารพครับ ลักษณะต้องห้ามที่ในมาตรา ๗ (๑๓) เขียนออกมา ผมเองอ่านแล้วก็พยายามทําความเข้าใจ อ่านแล้วก็พยายามตีความ เพราะกฎหมายไทย คือตีความ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ ใน (๑๓) ไม่อยู่ในระหว่าง ต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แปลความหมายของภาษาคืออะไรครับ ปฏิเสธ ซ้อนปฏิเสธ อนุญาตว่าผู้ที่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านอนุญาตให้เขาอยู่ได้หรือไม่ ถ้าจะเขียนชัด ๆ ผมยกตัวอย่าง ผมอ่านเข้าใจง่ายเพราะผมไม่ใช่นักกฎหมาย ถ้าเขียนบอก ห้ามมิให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเขียนอยู่วรรคก่อน ๆ เข้ามาเปึนนี่เขียนไว้แล้ว แต่คนที่ถูกห้ามไม่ให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านไม่เขียนมาใน (๑๓) ไม่ให้ ไม่อยู่ใน ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานครับ การที่มีกฎหมายห้าม มิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหมายถึงอะไร หมายถึงถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ หรือไม่ คําตอบต้องชัดครับ ใครจะดูครับ กรรมาธิการร่วมกันอาจจะมีคําตอบมากมาย ก็คนที่ห้ามไม่ให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่เฉพาะเรื่องตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ มีประเด็นอื่นด้วยครับจะเอาด้วยหรือเปล่า แม้กระทั่งผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ เขายังดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้นะครับ เช่นเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี ผมยังงงอยู่ เหมือนกัน อันนั้นใครจะดูรายละเอียด ก็กรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานในเหตุผลในเรื่องของสาระสําคัญในมาตรา ๙ ซึ่งผมต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเขียนลักษณะอย่างนี้ กสทช. ไม่มีวันเกิดขึ้นเด็ดขาดเลย เปลี่ยนหน่วยธุรการเปึนหน่วยในการจัดการในการที่จะรับขึ้นทะเบียน ในการที่จะ สรรหาผู้สมัครที่จะมาเปึนกรรมการจากสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่เปึนร่างของ สภาผู้แทนราษฎรของเราไปเปึนสํานักงาน กสทช. ผมไม่แน่ใจวุฒิสภามีเหตุผลอะไร แต่สิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอย่างรอบคอบ การเริ่มการที่จะมี กสทช. เกิดขึ้น มันจะต้องมีกระบวนการขึ้นทะเบียนจากองค์กรต่าง ๆ กับหน่วยธุรการหรือหน่วยรับ ที่จะขึ้นทะเบียน เพื่อนสมาชิกบอกว่าเหมาะสมที่สุดคือสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่เปึนกลาง ไม่เข้าข้างฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดสามารถตรวจสอบได้ การสรรหากรรมการสรรหาอีก ตลอดจนดําเนินการในการที่จะสรรหาของวุฒิสภา การที่จะแต่งตั้งวุฒิสภา ตรงนี้เอง ถ้าเปลี่ยนไปเปึนสํานักงาน กสทช. ผมมีคําถาม ท่านประธานครับ สํานักงาน กสทช. นี้ เกิดขึ้นตามกฎหมายฉบับนี้ พอกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ กสทช. ก็เกิดขึ้น โดยมี บทเฉพาะกาลให้โอนกิจการต่าง ๆ ที่มีตามกฎหมายเดิมเข้าไป แต่สิ่งสําคัญคนที่เปึน ผู้บังคับบัญชา กสทช. คือเลขาธิการ กสทช. เลขาธิการเกิดจากอะไร ท่านประธานครับ ท่านไปดูมาตรา ๙๐ เลขาธิการ กสทช. เกิดจากประธานคณะกรรมการ กสทช. และกรรมการโดยความเห็นชอบกรรมการแต่งตั้งขึ้น ในเมื่อไม่มีกรรมการ กสทช. จะมีเลขาธิการได้อย่างไรท่านประธานครับ แล้วใครจะเปึนคนดําเนินการ สํานักงาน ไม่มีเลขาธิการก็คือสํานักงานที่ยังไม่มีหัวครับ เขาจะดําเนินการได้อย่างไร ก็มีคําถามว่า ท่านเขียนอย่างนี้มันจะเกิด กสทช. ได้จริงหรือไม่ เอาตัวอย่างแค่นี้ท่านประธานครับ แค่มาตรา ๙๐ มันก็เกิดขึ้นไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าจะเขียนให้สํานักงานเดิมที่แปลไปตาม บทเฉพาะกาลไปรองรับ ผมยังว่าพอมีเหตุมีผลอยู่ แต่ว่าด้วยความที่เรากริ่งเกรงว่า กรรมการชุดนี้มีผลประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างมหาศาล ความเปึนกลาง การให้โอกาสต่อทุกภาคส่วนตามองค์กรที่เราเขียนไว้เข้ามามีส่วนร่วมน่าจะใช้องค์กร ที่เปึนกลางดีกว่าองค์กรที่ไปเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์โดยตรง อันนี้คือตัวอย่างที่ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภาที่เปึนสาระหลัก ท่านประธาน ที่เคารพครับ เกี่ยวกับที่มาที่ไปขององค์กรที่มาจดทะเบียนกับสํานักงานเลขาธิการ วุฒิสภาที่จะต้องส่งตัวแทนเขาขึ้นมา เพื่อนสมาชิกพูดมาผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ เขาเพิ่มเติมขึ้นมา ผมยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๙ เขาเขียนว่า องค์กรเอกชน ที่ดําเนินการโดยมิใช่เปึนการหาผลกําไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก ในด้านการบริหารราชการ และจดทะเบียนเปึนนิติบุคคลมาเปึนเวลาไม่น้อยกว่าห้าป้ เช่นเดียวกับ (๑๓) หน่วยงานของรัฐด้านบริหารราชการที่มีการสอนมาแล้วเปึนเวลา ไม่น้อยกว่าห้าป้ เอาแค่ (๑๒) ผมก็ตีความค่อนข้างจะลําบากว่าองค์กรเอกชนอะไร ที่มาทําหน้าที่เกี่ยวกับด้านบริหารราชการมีไหมครับท่านประธาน องค์กรเอกชนที่ไม่เปึน ส่วนราชการ ไม่แสวงหากําไรเลย ผมไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่ หรืออาจจะจัดตั้งขึ้นไว้รอก็ได้ อันนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะความไม่แน่ใจอย่างนี้กรรมาธิการร่วมกันเปึนคําตอบ

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลเรื่องที่ ๒ นอกจากสาระสําคัญหลักแล้ว วุฒิสภาได้ไปแก้ไขหลายมาตรา ในแต่ละมาตราก็มีรายละเอียดของมัน ทั้งหมด ๒๓ มาตรา จําเปึนต้องมีกรรมาธิการร่วมกันไปดูรายละเอียดในแต่ละมาตรา นั่นคือ เหตุผลข้อที่ ๒

เหตุผลข้อที่ ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วยแล้วก็จําเปึนต้องมีกรรมาธิการร่วมกัน ก็คือว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) เขาเขียนกว้างไหมครับท่านประธาน กรณี มีความเห็นเปึนอื่น ความหมายคืออะไรครับ กรณีมีความเห็นเปึนอื่นให้ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกัน นั่นมิได้หมายความว่าความเห็นเปึนอื่นตรงนี้รวมถึงไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาแก้ไข หรือแม้กระทั่งมีความเห็นว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงปรับแก้ในสิ่งที่เปึนประโยชน์สูงสุด ก็ใช้กรรมาธิการร่วมกันในการปรับปรุงปรับแก้ได้ ถึงแม้วุฒิสภาจะไม่ได้แก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญใช้คําว่า มีความเห็นเปึนอื่น ผมยกตัวอย่างครับ ปัญหาอุปสรรค ในการประมูล ๓ จี ถ้ากฎหมายฉบับนี้ที่ร่างออกไปมันมีปัญหาอุปสรรคสามารถเดินได้ ปรับได้ในกรรมาธิการร่วมกัน ผมเชื่ออย่างนั้นเพราะเปึนทางออกครับ รัฐธรรมนูญ เขาเป่ดช่องไว้ให้ มันตันจริง ๆ ก็ใช้กรรมาธิการร่วมกันในการที่จะพิจารณานะครับ ถ้ากรรมาธิการร่วมกันเห็นชอบนําเสนอต่อสองสภา สองสภาเห็นชอบก็เปึนกฎหมายได้ และที่สําคัญสิ่งที่จะถูกละเลยไม่ได้ กรณีความเห็นเปึนอื่นก็คือว่าท่านประธานจําได้ไหมครับ ช่วงเดือนเมษายนที่เรานํากฎหมายฉบับนี้หลังจากที่กรรมาธิการที่มีทั้งหมด ๔๕ คน ของสภาผู้แทนราษฎรเปึนวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เรานําเข้าสู่วาระที่สอง วาระที่สาม โชคร้ายช่วงนั้นเปึนช่วงเดือนเมษายนมีเหตุการณ์ที่ไม่สู้ดีนักในบ้านเมืองของเรา กฎหมาย ฉบับนี้ถูกพิจารณาจากสภาแห่งนี้ ๑๕ นาที โดยที่ไม่มีกรรมาธิการ โดยไม่มีสมาชิก สงวนความเห็น หรือไม่มีใครแปรญัตติทักท้วงแม้แต่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่กรรมาธิการเอง ทั้งเพื่อนสมาชิกเองได้เตรียมไว้เยอะโดยเฉพาะซีกฝ์ายค้านในการที่จะพิจารณาในวาระที่สอง รายมาตราและวาระที่สามในการลงมติว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ วาระที่สองสําคัญที่สุดครับ ความคิดเห็นข้อแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกมันก็เปึนมุมมองหนึ่งโดยเฉพาะฝ์ายที่มี เสียงข้างน้อยสิทธิของเสียงข้างน้อยย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบ แต่ว่าเราใช้เวลา ๑๕ นาที กฎหมายก็เลยผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปวุฒิสภาให้สมาชิกวุฒิสภา ได้พิจารณา ผมเองนะครับท่านประธานด้วยความหวังว่ากรณีรัฐธรรมนูญเป่ดช่องว่ากรณีมีความเห็น เปึนอื่น ความคิดความเห็นเหล่านั้นจะถูกนําไปใช้ในกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อทําให้ กฎหมายฉบับนี้ดีที่สุด ด้วยความเคารพท่านประธานด้วยเหตุผลที่ให้มา ๓ เรื่อง ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภา สมควรอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรเรา ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกันไปดูรายละเอียดเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาด้วยความรอบคอบ และเปึนประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ