รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญทั่วไป) เปึนพิเศษ
วันจันทร์ที่ ๑๘ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
เรื่องที่สาม เปึนเรื่องของตําบลทรงคนอง คือชาวบ้านได้ร้องเรียนมาว่า สะพานที่ข้ามคลองลัดโพธิ์ ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่ได้รับมาเลยนะคะของตําบลทรงคนอง หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ นะคะ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องด้วยค่ะ
ต่อไป คุณประนอม โพธิ์คํา อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ผ่านนะครับ คุณวิชัย ล้ําสุทธิ อยู่ไหมครับ เชิญครับ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ คุณพุทธิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ใคร่ขอหารือกับท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปถึงหน่วยงานราชการภาครัฐบาลที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ครับ
ประเด็นที่ ๑ สืบเนื่องจากในฤดูกาลปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ผลผลิตผลไม้ในภาคตะวันออก ก็คือจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด มีผลผลิตจํานวนหลายแสนตันนะครับ แล้วในสัปดาห์ ที่ผ่านมาก็มีผลผลิตคั่งค้างในพื้นที่เปึนอันมาก ทําให้ราคาตกต่ําอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มังคุด ปัจจุบันราคาที่ต้นทางเกษตรกรขายได้เพียงแค่ ๘ บาทเท่านั้นเองนะครับ ราคา ตกลงจาก ๒๕ บาทในช่วงเวลาเพียงแค่ ๑-๒ สัปดาห์นะครับ สืบเนื่องจากการขนถ่าย ผลผลิตออกจากพื้นที่เปึนไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เกษตรกรแล้วก็พ่อค้ารายย่อยที่บรรทุก ผลไม้มักจะถูกตํารวจภูธรก็ดี ตํารวจทางหลวงก็ดี เจ้าหน้าที่ขนส่งก็ดีตรวจจับดําเนินคดี บางกรณีต้องส่งฟัองศาล เช่น กรณีบรรทุกน้ําหนักเกินเล็กน้อย ทําให้ผลไม้สูญเสียทั้ง คันรถ ก็อยากจะให้ตํารวจทางหลวง ตํารวจภูธร แล้วก็เจ้าหน้าที่ขนส่งได้ช่วยอํานวย ความสะดวกในฤดูกาลเร่งด่วนเช่นนี้ เพื่อให้เปึนไปตามนโยบายรัฐบาลที่จะให้ผลผลิต ทางการเกษตรได้มีการระบายไปสู่ผู้บริโภคอย่างรวดเร็วนะครับ กรณีบรรทุกน้ําหนัก อาจจะมากกว่าปกติหรืออาจจะบรรทุกสูงมากกว่าปกติ ถ้าอยู่ในวิสัยที่ไม่อันตรายแล้วก็ อยากจะให้อนุโลมครับ
ประเด็นที่ ๒ สืบเนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจมีปัญหานะครับ ก็อยากจะให้ รัฐบาลถ้าหากว่ามีความพร้อมก็ให้พิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนให้กับประธานชุมชนในเขต เทศบาล เนื่องจากว่าทํางานหนักไม่แพ้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. นะครับ
ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่า ปัจจุบันค่านิตยภัตพระสังฆาธิการทั่วประเทศนั้น รัฐบาลจัดให้เพียง ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือนเท่านั้น ไม่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจซึ่งท่าน จะต้องรับภาระในการบริหารงานพระสงฆ์ในวัดนะครับ จําเปึนต้องเดินทางไป ประชุมบ่อยครั้ง ก็อยากจะให้วิป (Whip : ผู้ควบคุมเสียงสมาชิกพรรคการเมืองในสภา) รัฐบาลได้พิจารณาในโอกาสอันควรต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ไม่อยู่นะครับ คุณสถาพร มณีรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ
เรื่องที่ ๑ เรื่องของนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับเรียนฟรี ๑๕ ป้ ซึ่งปรากฏว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองในเขตจังหวัดลําพูนเปึนจํานวนมากที่สับสน เพราะผู้ปกครองก็คิดว่าเรียนฟรี ฟรีหมด ก็ไม่ได้เตรียมเงินเตรียมอะไรไว้ ก็ปรากฏว่า มีโรงเรียนต้องเก็บค่าเทอม ต้องเก็บค่าพิเศษอีก จึงจะต้องพึ่งพาโรงรับจํานํา แล้วก็ทําให้ เกิดความสับสนนะครับแล้วก็ไม่เชื่อมั่นว่าการเรียนฟรี ๑๕ ป้นั้นจะดําเนินการจริงอย่างไร ก็จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแจ้งไปยังโรงเรียนในพื้นที่ว่าเรียนฟรีแล้ว ฟรีอย่างไร
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการทําลายลําไยอบแห้ง ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ซึ่งผมเอง ก็สนับสนุนในการที่จะทําลายลําไยอบแห้ง เพื่อที่จะปัองกันการปลอมปนในลําไยฤดูกาล ป้ ๒๕๕๒ ที่จะถึงนี้ แต่กระบวนการในการทําลายลําไยนั้นจะต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ มิฉะนั้นก็จะกลายเปึนว่ามีการนําเอาลําไยที่จะทําลายไปเล่นซ่อนหา แล้วก็จะนํามา ปลอมปน ทําให้เกษตรกรผู้ปลูกลําไยในภาคเหนือนั้นเดือดร้อน จึงจําเปึนที่จะต้องฝากไป ยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า การทําลายลําไยนั้นจะต้องโปร่งใสและมีหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเข้าไปร่วม รวมทั้งมีตัวแทนของเกษตรกรในพื้นที่เข้าไปเปึนสักขีพยาน ผมจึงขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
คุณนริศ ขํานุรักษ์ ไม่อยู่ นะครับ คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ ไม่อยู่นะครับ คุณพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ไม่อยู่นะครับ คุณสามารถ พิริยะปัญญาพร ไม่อยู่นะครับ ก็ผ่านไปนะครับ คุณนราพัฒน์ แก้วทอง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร ขออนุญาต ท่านประธานหารือ ๒ ประเด็นนะครับ คือ
๑. ในเรื่องของถนนสาย ๑๑๕ จากอําเภอเมืองพิจิตรไปถึงอําเภอสากเหล็ก ซึ่งยังเปึนถนน ๒ ช่องทางจราจร ซึ่งเปึนเส้นทางที่พี่น้องประชาชนนั้นใช้สัญจรเปึน จํานวนมาก ในขณะที่เส้นทางสายหลักอื่น ๆ นั้นเปึนถนน ๔ เลนเกือบทั้งหมดแล้วนะครับ จึงอยากฝากท่านประธานกราบเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวง คมนาคมนะครับ ช่วยเร่งรัดดําเนินการให้ถนนสาย ๑๑๕ พิจิตร-สากเหล็ก นั้นเปึนถนน ๔ ช่องจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องการสัญจรไปมา รวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เปึนจํานวนมาก
๒. เรื่องคลองส่งน้ําจากจังหวัดกําแพงเพชรมาถึงจังหวัดพิจิตรนั้น ลักษณะ คลองนั้นเปึนคลองที่คดเคี้ยว แล้วก็เปึนคอขวดอยู่นะครับ ประมาณ ๓๓ กิโลเมตร ซึ่งกรมชลประทานนั้นได้ไปสํารวจแล้วนะครับ ได้เสนองบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ก็ขอให้ท่านประธานได้ช่วยเร่งดําเนินการติดตามสําหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานนะครับ ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวจังหวัดพิจิตร ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไว้ ๒ เรื่อง ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เชิญ คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ อยู่ไหม เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันอยากจะขอหารือกับท่านประธานในเรื่องเกี่ยวกับการตั้งวัดในเขตจังหวัดชัยภูมิ มีพระสงฆ์หลายรูปนะคะท่านประธานได้บอกกล่าวกับดิฉันว่า ได้ยื่นเรื่องขอตั้งวัด ไปตั้งนานแล้วเปึนเวลาหลายป้ค่ะ บางวัดตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ บางวัดป้ ๒๕๕๐ ผ่านมา ๓-๔ ป้ค่ะท่านประธาน ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการแจ้งผลว่าได้ดําเนินการ ถึงขั้นไหนจะตั้งวัดให้เขาได้หรือไม่ พระสงฆ์หลายรูปบอกว่าถ้าตั้งวัดไม่ได้นี่มันเกิด การเสียประโยชน์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในเขตจังหวัดชัยภูมิเปึนอย่างมาก ยกตัวอย่าง เช่น ในเขตอําเภอซับใหญ่ค่ะท่านประธาน เปึนอําเภอซึ่งแยกใหม่เมื่อไม่ถึง ๒๐ ป้ค่ะ เรายังไม่มีเจ้าคณะตําบลที่อําเภอซับใหญ่เลยค่ะ ตรงจุดนี้เวลาพระสงฆ์จะต้องทํากิจ อันใดก็ตาม จะต้องวิ่งไปหาเจ้าคณะตําบลที่อยู่ที่อําเภอจัตุรัสค่ะ ซึ่งทําให้เกิดความล่าช้า มากเพื่อเปึนการส่งเสริมกิจการของพระพุทธศาสนาค่ะท่านประธาน ดิฉันก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดตั้งวัดในเขตอําเภอ บ้านเขว้า อําเภอเทพสถิต อําเภอซับใหญ่ด้วยค่ะ เพราะว่าตอนนี้พระสงฆ์องค์เจ้า ท่านเดือดร้อนค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือ มีพี่น้องในเขตจังหวัดชัยภูมินะคะ ต้องเรียกว่าทั้งจังหวัดค่ะ เขาบอกว่า เอสเอ็มแอล (SML) บอกว่าจะได้รับเงิน จนผ่านมาจนป์านนี้แล้ว เอสเอ็มแอล เงินกองทุน หมู่บ้านค่ะท่านประธาน ยังไม่มีบ้านไหนในจังหวัดชัยภูมิได้รับเลย ซึ่งพี่น้องตอนแรก ได้ยินข่าวว่าทางรัฐบาลมีนโยบาย ก็ดีใจค่ะว่าจะได้มีเงินไปต่อยอดกิจการ หรือว่า งานโครงการต่าง ๆ ที่เขาได้ริเริ่มดําเนินการกัน แต่ผ่านมาท่านประธานคะ เปึนรัฐบาลจะ ๖ เดือนแล้วนะคะ พี่น้องเขาบอกเงินยังไม่ได้รับเลย สําหรับเงิน เอสเอ็มแอล ของหมู่บ้าน ก็อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณวัชระ เพชรทอง อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ ผ่านนะครับ คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี เชิญครับ
เรื่องที่ ๑ คือคงเรื่องเดิมนะครับ เขื่อนห้วยโสมงนะครับ ตอนนี้มันติดอยู่ที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์นะครับ เรื่องมรดกโลก เพราะว่าทางกรมชลประทาน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ก็อยากฝากถึงว่า โครงการนี่เปึนรูปเล่มเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอให้ท่านพิจารณาเกี่ยวกับพื้นที่ของเขื่อน ห้วยโสมงด้วยว่า เปึนโครงการพระราชดําริ ซึ่งพระองค์ท่านทรงได้ไปเยี่ยมเยียนมาถึง ๖ ครั้ง และลงลายลักษณ์อักษรไว้ในที่ประชุมที่จังหวัดปราจีนบุรี ขอให้ท่านกอร์ปศักดิ์ ซึ่งตอนนี้ได้เปึนประธานมรดกโลกแทนท่านปองพล อดิเรกสาร
เรื่องที่ ๒ นะครับ ก็เคยกราบเรียนท่านประธานทีหนึ่งแล้วว่า เรื่องเรือนจําของจังหวัดปราจีนบุรี สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๓ ซึ่งตอนนี้ผมกลัวผู้คุมขัง ซึ่งเปึนคนไทยเหมือนกัน เกิดเรือนจําถล่มขึ้นมา คนต้องเสียชีวิตเปึนพันชีวิต ซึ่งเปึน เรือนจําที่สร้างมา ๘๐ ป้แล้วครับ ยังไม่สร้างใหม่เลย คือผู้คุมกับผู้ต้องหากลัวครับ เพราะลมฟัาแรงและอยู่ใกล้แม่น้ําด้วย คือเขาไม่ได้กลัวว่าเขาตายเพราะอะไรหรอกครับ เขากลัวตายเพราะว่าเรือนจําทับเขาตาย ผมฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมด้วยว่า เรือนจําแห่งนี้จะเปึนมรดกที่เปึนพิพิธภัณฑ์เสียดีกว่า ดีกว่ามาคุมขัง คนอยู่ เพราะเกิดตายขึ้นมาจะเปึนโศกนาฏกรรม ถึงเขาจะเปึนผู้ต้องขังจริง แต่เขาก็ไม่ผิด ที่จะสมควรตายโดยตึกทับหรือถล่มทับนะครับ
เรื่องที่ ๓ ครับ คือเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่ตําบลย่านรี อําเภอกบินทร์บุรี มีผู้ร้องเรียนว่ายังไม่ได้ ๕๐๐ บาท ขอบคุณมากครับ
คุณนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารืออยู่ ๒ เรื่อง ซึ่งเปึนเรื่องเดือดร้อน ชาวบ้านร้องเรียนมา ติดต่อกัน ๒ ป้แล้วครับท่านประธาน คือ
เรื่องที่ ๑ เรื่องถนนครับ เนื่องจากถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๓ สายสกลนคร นาแก ธาตุพนม แล้วก็มุกดาหาร ถนนเส้นนี้ปรากฏว่าสร้างมาใหม่ ๆ นี่ล่ะ แต่ว่าเปึนคอคอด ช่วงคอคอดมีระยะอยู่ ๑ กิโลเมตร กับ ๑๕๐ เมตร ช่วงนี้ทําให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยมาก เรื่องนี้ต้องฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ทําอย่างไรถนน เส้นนี้ถึงจะได้ไม่เปึนคอคอด เพราะใช้งบประมาณเท่าที่ดูของกรมทางหลวงก็ปรากฏว่า ๒๑ ล้านบาท ขอมา ๒ ป้แล้ว ฝากให้ดูแลเพราะเปึนช่วงรอยต่อระหว่างออกจาก เขตเทศบาลมากิโลเมตรที่ ๕ ที่ ๖ เพียงกิโลเมตรเศษ ๆ กับ ๑๕๐ เมตร เปึนคอคอด นอกนั้นก็เปึน ๔ เลน เหลืออยู่ ๒ เลนแค่ ๑๐๐ กว่าเมตร ฝากให้ท่านดูแล เห็นบอกว่าไป สกลนครอยู่ รัฐมนตรีก็ฝากให้ดูแลว่าเส้นนี้มันเปึนอย่างไรแก้ปัญหาได้
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องไฟฟัาครับ เนื่องจากหลายหมู่บ้านในเขตอําเภอ โพนนาแก้ว ประมาณ ๑๐ หมู่บ้าน ของใน ๕ ตําบล ได้ขยายบ้านเรือนออกไปอยู่ตามไร่ ตามนา ยังไม่มีไฟฟัาใช้ ณ วันนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ก็ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่ ขอบคุณมากครับ
คุณประเสริฐ บุญชัยสุข อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญชัยสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานนะครับ เพราะว่าพี่น้องชาว จังหวัดนครราชสีมามีความเดือดร้อนหลายอําเภอด้วยกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อําเภอเมืองนครราชสีมา เนื่องจากออกเอกสารสิทธิที่ดินไม่ได้ เพราะว่าสํานักงานปฏิรูป ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ไปประกาศเปึนเขตปฏิรูปที่ดินครอบทั้งอําเภอ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อําเภอเมือง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ปัจจุบันนี้มีสภาพเปึนอําเภอที่เจริญ แล้วก็มีชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น และโดยเฉพาะสภาพพื้นที่ทั่วไปไม่มีเหลือสภาพความ เปึนป์าสงวน พี่น้องประชาชนที่ได้ครอบครองที่ดินเปึนเวลาเกือบ ๑๐๐ ป้ แต่เขาไม่ได้ไป แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา ๕ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เขาจึงไม่มีเอกสาร ส.ค. ๑ หรือใบตราจองที่จะไปออกเปึนโฉนดที่ดินได้ แต่เขามีสิทธิที่จะไปออกเอกสารที่ดิน ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกําหนด ถ้าไม่ได้ประกาศเปึนเขตปฏิรูปที่ดิน ฉะนั้น ผมถือว่าการประกาศเปึนเขตปฏิรูปที่ดินทั้งอําเภอนะครับ เปึนการป่ดกั้นโอกาส ของพี่น้องประชาชน ก็อยากจะกราบฝากท่านประธานไปถึงคณะรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง นะครับ ได้โปรดจัดทําพระราชกฤษฎีกา เพื่อที่จะปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดินใหม่ โดยยกเลิก เปึนเขตปฏิรูปที่ดินทั้งอําเภอ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงสิทธิในการที่จะออก เอกสารสิทธิที่ดิน อันนี้เราถือว่าเปึนหลักประกันที่มั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ก็ขอฝากประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป คุณเจริญ จรรย์โกมล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เรื่องที่ผมจะขอ ความกรุณาท่านประธานที่หารือในวันนี้ เปึนเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องผู้ปลูกอ้อยทั้งประเทศ ซึ่งได้รับการร้องเรียนมาว่า ท่านประธานครับ ตั้งแต่ป้ที่ผ่านมาป้ ๒๕๕๐/๒๕๕๑ ของการ ผลิตอ้อย ซึ่งตามกฎหมายเขาจะต้องประกาศราคาอ้อยเบื้องต้นและเบื้องสุดท้าย ปรากฏ ว่าราคาอ้อยเบื้องสุดท้ายป้ที่ผ่านมา รัฐบาลในชุดนี้ยังไม่ประกาศเลยครับท่านประธาน เมื่อไม่ประกาศผลมันอะไรเกิดขึ้นครับ ก็ปรากฏว่าในป้ที่ผ่านมาราคาอ้อยปริมาณอ้อย ทั้งประเทศมี ๗๕ ล้านตัน ราคาอ้อยเบื้องต้น ๖๐๐ บาท ส่วนราคาอ้อยเบื้องสุดท้าย ที่คํานวณนะครับ ๖๗๐ บาท ถ้าตราบใดที่ ครม. ยังไม่ประกาศราคาอ้อยเบื้องสุดท้ายนี่ ชาวไร่อ้อยเขาไม่ได้เงินนะครับท่านประธาน เงินนี้อยู่ที่โรงงานน้ําตาลทั่วประเทศ ๕๒ โรง ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้หลายครั้ง แล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็มา ก็ไม่ได้ปฏิบัติท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าทางรัฐบาลจะเอาใจโรงงานหรือจะคืนเงินให้กับชาวไร่อ้อย เพราะเงินนี้ เปึนเงินของชาวไร่อ้อยครับท่านประธาน ๑ ป้ผ่านมาคิดเปึนเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ที่โรงงาน ดอกเบี้ยเขาได้เท่าไร แต่ชาวไร่ไม่ได้ ท่านประธานถาม รัฐบาลให้หน่อยสิครับว่า จะดึงไปอีกสักกี่ป้ แล้วมีปัญหากันหรือเปล่าระหว่างรัฐบาล กับโรงงานว่ามีผลประโยชน์อะไรกันหรือไม่
อันที่สอง ราคาอ้อยเบื้องต้นป้นี้ท่านประธานครับ อ้อยเบื้องต้นป้นี้ ป้ ๒๕๕๑/๒๕๕๒ นี่จนป่ดหีบแล้วยังไม่ประกาศเลย ท่านประธานครับ ราคาอ้อยเบื้องต้น ก็มีส่วนได้เสียกันอีกหลายพันล้านบาท ถามรัฐบาลให้หน่อยว่าทําไมไม่ประกาศนะครับ ทั้งหมดนี้เปึนกฎหมายซึ่งจะต้องผ่าน ครม. นะครับท่านประธานครับ ถ้าไม่ผ่าน ครม. มันก็ประกาศไม่ได้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานขอใช้เวลานี้พูด อย่างนั้นไม่มีโอกาส นะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ด้วยชาวจังหวัดนครพนม มีความเดือดร้อนเปึนจํานวนมากดังนี้นะครับ ตําบลไชยบุรี อําเภอท่าอุเทน หมู่ ๑ หมู่ ๓ หมู่ ๗ บ้านไชยบุรี อยู่ริมแม่น้ําโขงและริมแม่น้ําสงคราม มีปัญหาตลิ่งพังทลาย ต้องการ เขื่อนปัองกันตลิ่งพัง และมีปัญหาน้ําเสียไหลลงแม่น้ําสงคราม หมู่ ๔ บ้านนาหนองบก ต้องการถนนจากหมู่บ้านลงท่าน้ําแม่น้ําโขง ระยะทางเพียง ๒๐๐ เมตร หมู่ ๕ หมู่ ๑๓ บ้านหาดกวน หมู่ ๑๔ บ้านหนองบัวหลวง ต้องการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ขาดเครื่องทําน้ําดื่ม เพราะน้ําประปาขุ่น ต้องการถนนลาดยาง ๓๐๐ เมตร จากหมู่ ๕ ไปถึงสะพาน เพื่อไปอําเภอศรีสงคราม หมู่ ๖ บ้านนาเพียง มีเครื่องทําปุิยอัดเม็ดแล้ว แต่ไม่มีโรงเรือนทําปุิยชีวภาพ จึงขอโรงเรือนปุิยชีวภาพและขอถนนภายในศูนย์เรียนรู้ เพียง ๘๐ เมตร และขอถนนสู่ไร่ นา ที่ทํากิน หมู่ ๙ บ้านแก้วปัดโป์ง ถนนปลอดฝุ์น ต้องการถนนปลอดฝุ์นถึงบ้านท่าแต้ หมู่ ๑๐ บ้านดอนดู่ ต้องการถนนคอนกรีตไปเชื่อมต่อ ถนนไปอําเภอศรีสงคราม แล้วก็หมู่ ๑๒ บ้านวังโพธิ์ ต้องการเขื่อนปัองกันตลิ่งพัง ริมแม่น้ําสงคราม ขณะนี้ตลิ่งพังทลายถึงถนนทางหลวงชนบทเสียหายไป ๑ ช่องจราจร และเส้นทางนี้เปึนเส้นทางที่ใช้หลายหมู่บ้าน มีหมู่ ๕ หมู่ ๘ หมู่ ๑๒ หมู่ ๑๓ เพื่อเดินทางไปอําเภอท่าอุเทนและอําเภอศรีสงคราม จึงขอให้สร้างเขื่อนปัองกันตลิ่งพัง และซ่อมถนนให้เร่งด่วนด้วย ชาวบ้านเรียกร้องมา ๕ ป้แล้ว และต่อมาหมู่ ๑๖ บ้านม่วงเหล่าหลวง ต้องการถนนคอนกรีตในหมู่บ้านและถนนคอนกรีตไปหมู่ ๓ และหมู่ ๔ หมู่ ๕ และหมู่ ๖ ตําบลพะทาย อําเภอท่าอุเทน ต้องการถนนเชื่อมต่อระหว่าง หมู่บ้านกับทางหลวง ๒๑๒ ขอขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณอํานวย คลังผา เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่ท่านประธานได้เป่ดให้หารือในวันนี้ก็นับว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งครับ ผมได้รับ ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียงนะครับในเรื่อง ของปัญหาน้ํามันราคาแพง ทําให้พี่น้องชาวเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ท่านประธานครับ ข้าวของแพงหมด ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไข ในเรื่องปัญหาน้ํามันแพง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการก่อสร้างต่าง ๆ จะกระทบหมดเลย ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยคงราคาน้ํามันอย่าให้ขึ้นแพงเกินไปกว่ากําหนดมากมาย จะทําให้เกษตรกร เดือดร้อน
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ปัญหาหนี้สินเกษตรกรซึ่งมีกองทุนฟุ๋นฟู เกษตรกรที่ดูแลอยู่ ก็อยากจะฝากท่านประธานนะครับว่าอยากจะให้ช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งชาวไร่ ชาวนา เรื่องปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่พี่น้องชาวเกษตรกรได้ถูกธนาคารฟัองบ้าง หรือนายทุนฟัองบ้าง หลายสิ่งหลายอย่างขึ้นสู่ศาล คดีถึงที่สุด อยากจะให้ท่านประธาน ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องหนี้สินของเกษตรกรทั้งชาวไร่ชาวนา เพื่อแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนมีเงินตั้ง ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการ ดําเนินการเลย ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขให้กับพี่น้องชาว เกษตรกรเรื่องปัญหาหนี้สินของเกษตรกรด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
คุณขยัน วิพรหมชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตตําบลบ้านปวง อําเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลําพูน เนื่องจากว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุญาตให้มีการ สํารวจหรือว่าการขุดเจาะแร่ในพื้นที่ตําบลบ้านปวง ซึ่งชาวบ้านเขาต่อต้าน เพราะว่า สถานที่บริเวณตรงนั้นจํานวน ๒,๐๐๐ กว่าไร่ เปึนแหล่งต้นน้ําลําธาร เปึนแหล่ง ทํามาหากิน ขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมได้หยุดอนุญาตให้ บริษัทเอกชนไปดําเนินการสํารวจแร่ เพราะที่นั่นเข้าใจว่ามีแหล่งแร่ที่มีความสําคัญ ชาวบ้านเขาฝากผมมายังท่านประธานว่า เขาจะต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อลูกหลานของ ชาวทุ่งหัวช้าง อําเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลําพูน
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน บ้านห้วยต้นดู่ ตําบลบ้านปวง อําเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลําพูน ชาวบ้านจํานวน ๑๘ หลังคาเรือน ไม่มีไฟฟัาใช้ ขอกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการติดตั้งไฟฟัาให้กับชาวบ้านจํานวนดังกล่าว
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลเหล่ายาว อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน ว่าที่ดินจํานวนหลายพันไร่ในเขต อบต. เหล่ายาว เกษตรกร ไม่มีที่ดินทํากินเปึนของตัวเอง ซึ่งเขาได้ไปประกอบอาชีพปลูกมะม่วง ปลูกลําไย มาเปึน ระยะเวลาไม่ต่ํากว่า ๒๐ ป้ เขาได้รับความเดือดร้อน ขอกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการ สํารวจออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว
เรื่องสุดท้ายท่านประธานที่เคารพ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขต บ้านหนองปลาสะวาย อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน เขาไม่มีแหล่งน้ําในการเกษตร อยากจะขอผ่านไปยังกระทรวงพลังงานได้ดําเนินการติดตั้งสูบพลังไฟฟัา เพื่อผันน้ําป่ง ให้กับพี่น้องในเขตตําบลหนองปลาสะวาย อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณทองดี มนิสสาร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสหารือ ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องน้ําอุปโภคบริโภคของพี่น้องในเขตอําเภอหนองหาน ขอยกตัวอย่าง บ้านคําผักกูด ตําบลหนองเม็ก หน่วยงานรับผิดชอบคือเทศบาลตําบลหนองเม็ก แต่ได้ทํา หนังสือร้องเรียนมาที่ผม แล้วผมก็ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะงบประมาณตรงนี้ ยังไม่มี พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ เพราะท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ทาง สมาชิกเทศบาลได้นําหนังสือตรงนั้นแล้วก็ส่งมาที่สภา ผมจะทําเรื่องกราบเรียน ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะให้เปึนทางการว่า พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ํา อุปโภคบริโภค งบประมาณของท้องถิ่นยังไม่ไปนะครับ ยังไม่ไหลนะครับ ขอบคุณมากครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องเกี่ยวกับถนน ๔ ช่องจราจร ระหว่างจังหวัด อุดรธานีและจังหวัดสกลนคร ช่วงจังหวะที่อําเภอหนองหานและอําเภอสว่างแดนดินนั้น เปึนช่องทางที่พี่น้องประชาชนทั้ง ๒-๓ จังหวัด ทั้งจังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนมเลยถึงจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดอุบลราชธานีนะครับ เปึนถนนเชื่อม ระหว่างจังหวัด เพราะฉะนั้นตรงนี้ช่องจราจรหรือถนนแคบมากครับ มีโรงงานน้ําตาล ทรายขาวเริ่มอุดมด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ถือว่าเปึนปัญหาใหญ่ของพี่น้องประชาชน รัฐบาลกําลังกู้เงินเพื่อการลงทุนทําถนน ๔ ช่องจราจร ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า เมืองไทยไม่มีเฉพาะกรุงเทพมหานครนะครับ ขอฝากอีสาน ชนบทด้วยครับ ขอบคุณมาก สวัสดีครับ
คุณอรอนงค์ คล้ายนก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากได้รับเรื่อง ร้องเรียนมาว่า การที่รัฐบาลได้ประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิตเหล้า บุหรี่ ที่ผ่านมา แม้ว่าจะ ทําให้รัฐบาลสามารถนําภาษีส่วนนี้ไปบริหารประเทศ และอาจจะมีส่วนช่วยให้การบริโภค น้อยลง เพราะว่าสินค้าเปึนสินค้าที่เปึนอันตรายต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งก็เปึน ผลดีนะคะในส่วนของการที่จะนําเงินมาพัฒนาประเทศ และในส่วนของการทําให้สุขภาพ ของพี่น้องประชาชนดีขึ้นนะคะ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลเองก็ต้องมีมาตรการรองรับ ไม่ให้พ่อค้าคนกลางฉวยโอกาสในการที่จะกักตุนสินค้าเก่า และนํามาขายในราคาใหม่ ซึ่งเปึนการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจนนะคะ อย่างบุหรี่ภายในประเทศนะคะ ยี่ห้อหนึ่งซึ่งเดิมราคา ๔๕ บาท ก่อนการประกาศมีการขึ้นถึง ๓ ครั้งค่ะ ครั้งแรกขึ้นเปึน ๕๐ บาท และครั้งต่อมาเปึน ๕๕ บาท และ ๕๘ บาท ภายในไม่เกิน ๑ อาทิตย์นะคะ ซึ่งทางรัฐบาลเองมีการปรับภาษีขึ้นเพียงครั้งเดียว จึงเห็นได้ว่าเหตุการณ์นี้มักจะเกิด ขึ้นมาโดยตลอดทุกรัฐบาลเมื่อมีการประกาศขึ้นราคาสินค้า หรือประกาศขึ้นภาษีใดก็ตาม จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามา ดูแลและตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วนนะคะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไป คุณนิยม วรปัญญา
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี เขต ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากขอให้ขุดลอก คลองห้วยตระคล้อ แล้วก็ให้ขุดคลองลําพราก เพื่อกักเก็บน้ําเปึนแก้มลิง
ข้อที่ ๒ ขอให้ขุดลอกแม่น้ําป์าสัก ตั้งแต่เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ไปจนถึงอําเภอ วิเชียรบุรี อําเภอหนองไผ่
ข้อที่ ๓ ขอให้ตั้งสถานีสูบน้ําที่ตําบลบัวชุมแล้วก็ตําบลหนองยายโต๊ะ ส่งน้ําไปใช้ที่ตําบลทรัพย์จําปาครับ
ข้อที่ ๔ เรื่องขุดลอกที่ตลาดสะพานปลาท่าหลวงเพราะตอนนี้ตื้นเขินมาก ตอนนี้ที่นอกจากทําเปึนตลาดปลาแล้ว ยังมีการใช้พิธีทางประเพณีต่าง ๆ เช่น แข่งเรือ ลอยกระทง
ข้อที่ ๖ ขอประกาศเดินสํารวจตั้งเปึนสนามสํารวจออกโฉนดให้ราษฎร ชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดเพชรบูรณ์ที่อยู่ติดต่อกันครับ ขอบคุณครับ
คุณสุพัชรี ธรรมเพชร คนสุดท้ายครับ เพราะเราจะได้เข้าระเบียบวาระครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือกับท่านประธานแล้วก็ขอทราบความคืบหน้าของทั้ง ๒ เรื่องที่ดิฉันได้หารือไว้ เมื่อต้นป้ที่แล้วนะคะ
เรื่องที่ ๑ ก็คือ ในเรื่องของความคืบหน้าของอ่างเก็บน้ําคลองใหญ่ ตําบล บ้านนา อําเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ในเรื่องอ่างเก็บน้ําคลองใหญ่นี่นะคะ ดิฉันได้รับ หนังสือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จะตั้งงบประมาณศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมหรือว่า อีไอเอ (EIA : Environmental Impact Assessment การวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม) นะคะ แต่เมื่อดิฉันได้เข้าไปดูแผนป้ ๒๕๕๒ ของกรมชลประทาน ก็ยังไม่มีการบรรจุงบประมาณศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้ แล้วก็ดูแผน ป้ ๒๕๕๓ ก็ยังไม่มีแผนตัวนี้อีกนะคะ ดังนั้นดิฉันคิดว่าในการของบประมาณศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้มันจะมีผลทําให้อ่างเก็บน้ําคลองใหญ่ถ้าเราไม่มีการตั้ง งบประมาณ อีไอเอ ก่อนที่จะทําตรงนี้ ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ แล้วก็ช่วงนี้นะคะ ท่านประธานเปึนช่วงที่เราจะใกล้ฤดูฝนแล้วด้วย ถ้าเราไม่มีอ่างเก็บน้ําคลองใหญ่ตรงนี้ อาจจะทําให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงได้ค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ก็คือดิฉันได้หารือในเรื่องของการก่อสร้าง ถนนสายพัทลุง-ตรัง ที่ยังเหลือระยะทางที่ยังไม่เปึน ๔ ช่องจราจรอีก ๑๐ กิโลเมตรนะคะ ประมาณนั้น แล้วช่วงนี้เปึนช่วงหน้าฝนทําให้เกิดอุบัติเหตุในช่วงระหว่างถนนสาย พัทลุง-ตรัง ที่เปึนระยะแค่ ๒ เลนตรงนี้เปึนจํานวนมากนะคะ ทางอธิบดีเขาได้บอกว่า จะมีการตั้งงบประมาณเพื่อจะศึกษาผลกระทบไว้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการ ดําเนินการตรงนี้ ก็เลยอยากฝากท่านประธานนําเรียนให้กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
หมดเวลาครับ ขณะนี้ มีสมาชิกเข้าประชุม ๒๕๖ ท่านครับ ครบองค์ประชุม และท่านที่ได้เสนอมาแล้ว แล้วก็ ท่านที่มาไม่ทันอะไรต่าง ๆ เลื่อนไปวันที่ ๒๐ ทุกท่านครับ เพราะเปึนวันสุดท้ายนะครับ จะไม่ให้ค้างอะไรอยู่ครับ กระผมขอดําเนินการประชุมเพราะครบองค์ประชุมแล้ว
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม แต่ก่อนที่จะถึงเรื่องนี้ ผมแจ้งเลยดีกว่าเพื่อจะให้เสียงมันครบนะครับ ให้ท่านรับทราบคําสั่งศาลนะครับ ๒ เรื่อง
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคําร้องขอให้ศาลฎีกาสั่งให้มีการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๙ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ ได้แก่ ๑. จังหวัดยโสธร เขตเลือกตั้งที่ ๑ ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนคุณณิรัฐกานต์ ศรีลาภ โดยศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้รับคําร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ และ ๒. จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๓ ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่แทน คุณพงษ์ศักดิ์ บุญศล และขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ คุณพงษ์ศักดิ์ บุญศล โดยศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้รับคําร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย ตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั้น บัดนี้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิจารณาวินิจฉัยคดีดังกล่าวทั้ง ๒ คดี แล้วเสร็จ โดยมีคําสั่งเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ดังนี้ ๑. คุณณิรัฐกานต์ ศรีลาภ มีคําสั่งให้ยกคําร้อง จึงเปึนผลให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ๒. คุณพงษ์ศักดิ์ บุญศล มีคําสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๓ ใหม่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ คุณพงษ์ศักดิ์ บุญศล มีกําหนด ๕ ป้ นับแต่วันมีคําสั่ง คือวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ จึงเปึนผลให้สมาชิกภาพ การเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ คุณพงษ์ศักดิ์ บุญศล สิ้นสุดลง จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ในปัจจุบัน มีทั้งหมด ๔๗๑ ท่านด้วยกันนะครับ จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไป เนื่องจากเรามีความ กรุณาเร่งด่วนนะครับ เนื่องจากว่าการเลือกตั้งคณะกรรมาธิการมันยังไม่พร้อมหมด ยังขาดคณะกรรมาธิการสามัญสาธารณสุขครับ ขาด ๑ ท่านยังไม่ได้เสนอ ก็เลยทําอะไร ไม่ได้ครับคาอยู่ ก็จึงขอปรึกษากับที่ประชุมขอเลือกตั้งคณะกรรมาธิการขาดอยู่คนเดียว ครับ พรรคประชาราชท่านยังไม่ส่งรายชื่อตามสัดส่วนครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ ผมยังไม่ได้ให้ ท่านลุกขึ้นเลยนะครับ ผมจะต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบก่อนครับ ก็ด้วยเหตุนี้นะครับ จึงจําเปึนจะต้องหารือที่ประชุมนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ ก็ขอให้ที่ประชุมนี้ได้วินิจฉัยว่าควรให้มีการเลือกตั้งให้เสร็จไป ขาด ๑ ท่านเท่านั้นครับ เพื่อผมจะได้ดําเนินการให้ถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ต่อไป พรรคประชาราชจะเสนอใครครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาราชครับ ที่พรรคประชาราชขาดคณะกรรมาธิการสามัญการสาธารณสุข ๑ ท่านนะครับ ผมขอเสนอ นายฐานิสร์ เทียนทอง ครับ
ซ้ํา ๒ คณะหรือเปล่า
ไหนครับ
ซ้ํา ๒ คณะหรือเปล่า
ไม่ซ้ําครับท่าน
แน่นอนนะครับ ไม่มีซ้ํานะครับ
ครับ
ถ้าซ้ําเดี๋ยวผิด
ครับ ขอผู้รับรองครับท่าน
ขอผู้รับรอง มีผู้รับรอง ถูกต้องก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองนะครับ ก็ได้สมบูรณ์แบบนะครับ เราจะได้ดําเนินการตั้ง ต่อไป เพื่อจะได้ประชุมเลือกประธาน รองประธานอะไรต่าง ๆ เลขานุการได้ดําเนินการ ต่อไปให้ถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ต่อไปนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานค่ะ
มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน ตามที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมทราบว่า เพื่อนสมาชิกของเราได้สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ในวันนี้เพิ่มเติมก็คือ นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ นะคะ ดังนั้นเพื่อให้การทําหน้าที่
ก็แจ้งแล้วนี่ครับ
การทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ นะคะ ก็ขออนุญาตใช้วาระนี้ต่อเนื่องจากพรรคประชาราชนะคะ ขอแจ้งเปลี่ยนแปลง รายชื่อคณะกรรมาธิการการคมนาคมโดย ท่านโกวิทย์ ธารณา ได้เสียสละลาออก ขอให้ ท่านณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ได้ทําหน้าที่แทนค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
เจ้าของยืนยันลาออกแน่ นะครับ อยู่ในที่ประชุมไหมครับ
ยืนยันค่ะ
ผม โกวิทย์ ธารณา
ยืนยันนะครับ
ยืนยันครับ
คุณลาสภาหรือลาผม หรือเปล่า หรือลาผ่านพรรค คุณต้องเสนอลาออกเอง ไม่ใช่ให้คนอื่นเขาเสนอ
เสนอเปลี่ยนครับ
ไหนครับ
เปลี่ยนครับ
นั่นน่ะ คุณเสนอสิเสนอ ลาออกแล้วให้ที่ประชุมอนุมัติ
ครับผม
ที่ประชุมอนุมัติไหมครับ อนุมัติให้ลาออกนะครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถือว่าที่ประชุมอนุมัติแล้ว นะครับ แล้วตั้งใคร เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอแต่งตั้ง นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ทําหน้าที่กรรมาธิการการคมนาคมในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกนะครับ สมบูรณ์แบบทั้ง ๓๕ คณะ แล้วนะครับ ก็ผ่านไปนะครับ
ต่อไปเรื่องที่ ๒.๒ รับทราบเรื่องขอให้ส่งความเห็นเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒
ด้วยได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่าพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ มิได้เปึนไปตามเงื่อนไข ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคือผมได้รับเรื่อง ก็เพิ่งรับเมื่อ เช้านี้ครับ แต่ว่ากระบวนการได้ส่งเรื่องมาตั้งแต่วันที่ ๑๕ (วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒) เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ถ้านับวันนี้ก็ครบ ๓ วันพอดีนะครับ ผมได้ตรวจสอบดูแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเพื่อไม่ให้ผิดตัวบทกฎหมายและรัฐธรรมนูญก็ได้ส่งเรื่องมา ผมพิจารณาเมื่อเช้า เห็นสอดคล้องต้องกันว่าจําเปึนที่จะต้องส่งความเห็นของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และจะต้องรอการพิจารณา พระราชกําหนดฉบับนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับแจ้งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อความสามัคคีปรองดองอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะฝ์ายค้านเขาจะทําอย่างนั้น ผมคนกลางก็ต้องปฏิบัติให้ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็คงเปึนที่พอใจของ ๙๙ ท่าน นะครับ มีอะไรคุณพีรพันธุ์ ก็คงไม่มีกระมังครับจะได้ต่อ เพราะท่านทําพอใจแล้วผมก็ ปฏิบัติตามแล้ว เกิดเหตุเสียหายอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธรครับ เมื่อสักครู่ ผมฟังท่านประธาน ท่านประธานบอกว่าท่านต้องทําไปตามนั้น คือความจริงก็เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ
ก็นั่นผมปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแล้วครับ
เมื่อท่านประธานตรวจสอบถูกต้องแล้ว ท่านก็ส่งไป แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติม คือหลังจากที่พรรคฝ์ายค้าน ได้ยื่นเรื่องนี้ต่อท่านประธานแล้วเมื่อวันศุกร์ หลังจากนั้นก็มีการประชุม หลายท่าน ที่เกี่ยวข้อง พรรคการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งทางวิปของฝ์ายรัฐบาลด้วย ช่วงวันสองวันนี้ ผมได้รับคําถามมากจากสื่อต่าง ๆ ว่าทําไมฝ์ายค้านจึงยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คําว่า รัฐธรรมนูญ
อันนั้นไม่ต้องชี้แจงนะครับ ผมปฏิบัติแล้ว ถือว่าที่ประชุมรับทราบ แล้วรู้สึกเขาก็
ท่านประธานครับ ท่านปฏิบัติแล้วก็จริง แต่ว่าเนื่องจากการข่าวสารที่มันออกมา
มันเรื่องของข่าวสารครับ
ไม่ใช่ คืออย่างนี้ทางซีกฝ์ายรัฐบาล เขาบอกว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พวกผมจะรับผิดชอบไหม ท่านพูดอย่างนี้ครับ พูดทํานองให้คนเข้าใจว่าพวกผมนี่ขัดขวางการกู้เงินของรัฐบาล แล้วเงินนี้จะไม่ไปสู่ประชาชน
ใครพูดครับ
มันปรากฏตามสื่อหลายสื่อครับ
นั่นแหละใครพูดครับ สื่อเขาก็เขียนหาข่าว อย่าไปเข้าใจสื่อผิดเลยครับ สื่อเขาก็ทําตามกระบวนการของเขา ท่านครับ พอแล้วครับ
ท่านประธานนิดเดียวครับ คือถ้าท่านประธาน ถามว่าใครเปึนคนพูด ผมก็ไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่าน เพราะเดี๋ยวก็จะมี แต่ว่ามันปรากฏ ตามสื่อชัดเจน ท่านก็บอกว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ฝ์ายค้านจะรับผิดชอบไหม คนฟังอาจจะเข้าใจว่าพวกผมขัดขวางการกู้เงินของรัฐบาล เราไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่พวกผมเห็นว่าการออกพระราชกําหนดกู้เงินอย่างนี้ มันไม่เปึนไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ทั้ง ๒ ประเด็น ก็คือการกู้เงิน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องจําเปึนดุจเปึนเรื่องด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ใช่ รายละเอียดเมื่อถึงเวลาพิจารณาก็คงจะมีการพูดกัน แต่ว่าช่วงนี้ในเมื่อมีข้อสงสัย อย่างนี้ ก็เปึนสิทธิที่พวกผมจะยื่นขอต่อท่านประธาน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยก่อน ท่านประธานครับ ผมย้อนกลับไปดูเรื่องเดิม เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครับ เมื่อป้ ๒๕๔๖ ตอนนั้นมีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายอย่างนี้แหละครับ ตอนนั้น พรรคไทยรักไทยเปึนรัฐบาลอยู่ มีการแปรญัตติของกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการก็ถูกกล่าวหาว่าแปรญัตติเข้าพื้นที่ตัวเอง ไม่เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ ซีกฝ์ายค้านในขณะนั้นซึ่งวันนี้เปึนรัฐบาลก็เข้าชื่อกันเพื่อขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกท่านนั้นถึงกับพูด ออกมาปรากฏชัดเจนหลายท่านที่ยังอยู่ในสภาตอนนั้นคงจะจําได้ ท่านพูดบอกว่า ควายบ้านผมยังรู้เลยว่ามันไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็มีคําวินิจฉัย เปึนมติเอกฉันท์ ๑๔ ต่อ ๐ ท่านประธานครับว่ามันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ฝ์ายรัฐบาลใน ขณะนั้นก็ถามกลับไปยังฝ์ายค้านในขณะนั้น บอกว่าแล้วท่านจะรับผิดชอบไหมล่ะ ท่านตอบว่าอย่างไรครับ ท่านก็ตอบว่าท่านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะตรวจสอบ วันนี้ก็ เหมือนกันครับ แล้วท่านจะมาบอกว่าพวกผมจะรับผิดชอบทางการเมืองไหม ถ้าหากว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกู้เงินนี้มันชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว คือไม่น่าจะพูด อย่างนั้นครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวประชาชนก็จะเข้าใจผิดว่าฝ์ายค้านพยายามที่จะขัดขวาง การกู้เงินของรัฐบาลครับ
ขอบคุณครับ ผ่านไป นะครับ คือเรื่องด่วนที่ ๑ รอไว้ก่อนนะครับ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๕ นะครับ
ต่อไปเปึนเรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๖ วรรคหนึ่ง กําหนดว่า ในระหว่างสมัยประชุมถ้ามี ความจําเปึนต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณา โดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรงตรา พระราชกําหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ และพระราชกําหนดฉบับนี้เปึน กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษา ประโยชน์ของแผ่นดิน ท่านรัฐมนตรีจะเสนอประชุมลับหรือเป่ดเผยครับ เชิญครับ
ขอเสนอประชุมเป่ดเผยครับ
ท่านรัฐมนตรีขอเป่ดเผย นะครับ ก็ถือว่าผ่านไป ฉะนั้นขอให้ท่านรัฐมนตรีแถลงเลยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่า คณะรัฐมนตรีขอเสนอ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ ดังนี้
เนื่องจากอัตราค่าแสตมปียาสูบสําหรับยาเส้นและยาสูบไม่เหมาะสมกับ สภาวการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และเพื่อเพิ่มรายได้ของประเทศ สมควรแก้ไขเพิ่มเติม อัตราค่าแสตมปียาสูบสําหรับยาเส้นและยาสูบให้สูงขึ้น และโดยที่เปึนกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษีอากรซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน จึงจําเปึนต้องตราพระราชกําหนดนี้ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘๖ วรรคสอง บัญญัติให้พระราชกําหนดที่ได้ตราขึ้นตาม วรรคหนึ่ง จะต้องนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๓ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา จึงจําเปึนต้องเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอนุมัติ พระราชกําหนดฉบับนี้ต่อไป ขอขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็น ขอเชิญ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ สัก ๑๐ นาทีนะครับ เพราะเยอะเหลือเกินครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ ในเนื้อหาก็คงดูความเหมาะสมครับ ถ้ามีเนื้อหาซึ่งผมคิดว่า ถ้านําเสนอแล้วเปึนประโยชน์ต่อสภาก็คงขออนุญาตใช้เวลาสภา จากที่รัฐบาลเองได้มี นโยบายต่าง ๆ มักจะอ้างเสมอครับว่าเปึนเรื่องของการดูแลปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะ สภาวะเศรษฐกิจที่กําลังเกิดปัญหาขึ้น แล้วก็มีการแจกจ่ายใช้จ่ายเงินโดยมีวัตถุประสงค์ ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบทางเศรษฐกิจหรือทาง เศรษฐศาสตร์ซึ่งพูดกันทั่วไป วันนี้จึงมีการนําพระราชกําหนดซึ่งหลายฉบับบางครั้ง อาจจะไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องตามตัวบทกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะคิดไปว่าถูก หรือไม่ถูกก็ต้องถูกตีความก่อน แต่พระราชบัญญัติ พ.ร.ก. (พระราชกําหนด) ฉบับนี้ ที่กําลังพิจารณาอยู่ในสภาแห่งนี้คือ พระราชกําหนดเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) โดยอ้างว่ามีความจําเปึน เปึนระยะเวลา ซึ่งใช้กันมานาน อันนี้ก็เปึนข้อพิสูจน์ข้ออ้างว่าแต่ละส่วนของข้อกฎหมายนั้น มีความบกพร่อง แต่วันนี้ผมกลับมองว่าการที่รัฐบาลเลือกพระราชกําหนดหลายฉบับ ขึ้นมาเปึนช่องทางในการที่จะเก็บเงิน แล้วก็มีข่าวออกมาเสมอครับว่า ถ้ามีพระราชกําหนด เกิดขึ้นแล้วก็กล่าวล่วงหน้า ถ้ามีการออกพระราชกําหนดในการเก็บสรรพสามิตในเรื่อง ของยาสูบ ในเรื่องของสุรา เหล้า หรือแม้กระทั่งในเรื่องของน้ํามัน ซึ่งพระราชกําหนดก็จะ เข้ามาต่อจากฉบับนี้ ก็จะมีตัวเลขตัวเงินออกมาครับท่านประธาน ออกมาบอกกล่าวว่าถ้า ออกแล้วจะสามารถเก็บเงินได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนท่านขอ อนุญาตเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ท่านเองได้ให้ข้อมูลไปกับทางสื่อสาธารณชน ขออนุญาตท่านประธานครับว่า วันนี้ภาระที่พี่น้องประชาชนเองได้แบกรับในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งได้เอื้อประโยชน์ ให้กับการลงทุน และสถาบันการเงินต่าง ๆ เองก็มีปัญหาในการไม่เชื่อถือในระบบการเงิน ของประเทศ ก็เลยไม่มีใครปล่อยกู้ รัฐบาลก็มักจะมองว่าสภาพการเงินในส่วนของระบบ การเงินของธนาคารนั้นอยู่ในระบบล้น คือมีเม็ดเงินอยู่ประมาณหลายแสนล้านบาท ก็เลย จะหาทางดึงเม็ดเงินต่าง ๆ ออกมา แต่อีกทางหนึ่งก็ไม่ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของ การลงทุนต่าง ๆ แม้กระทั่งในเรื่องของการลงทุนในเรื่องของการท่องเที่ยว บอกว่าให้มี การท่องเที่ยวนะครับ โดยส่งเสริมเม็ดเงิน ก็ส่งเสริมเม็ดเงินจํานวนน้อยมากถ้าคิดเทียบ กับงบประมาณต่าง ๆ ในงบประมาณที่เปึนเงินเพิ่มเติมที่สภาให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น เพิ่มเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าดู เสมือนว่าพระราชกําหนดเกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ยาสูบฉบับนี้นั้น อาจจะมองว่าไม่กระทบต่อพี่น้องประชาชนหรือกระทบเพียงเล็กน้อย แต่ผมเองกําลังจะมองว่า การเสนอการขึ้นค่าแสตมปียาสูบสําหรับยาเส้นและยาสูบ จากการจัดเก็บจํานวนร้อยละ ๘๐ เปึนร้อยละ ๙๐ หรือประมาณ ๓ บาทต่อปริมาณ ๑ กรัม และเศษของ ๑ กรัม นั้นให้นับเปึนจํานวนที่เพิ่มขึ้น ผมขออนุญาตว่า กลุ่มผู้ประกอบการต่าง ๆ ถ้ามองทั้งระบบตั้งแต่ภาคเกษตรกร วันนี้จํานวนผู้ที่ยังคงดูแล ในเรื่องของใบยาสูบ และเปึนผู้ผลิตยาสูบอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนั้นยังมีจํานวนมาก และทราบมาว่า ใบยาสูบของประเทศไทยนั้นเปึนใบยาสูบที่ดี แต่ขาดการส่งเสริม การสนับสนุน และก็มักจะบอกกล่าวกันว่า การส่งเสริมเรื่องยาสูบนั้นเปึนการทําให้สุขภาพอนามัยของ พี่น้องประชาชนนั้นไม่ได้รับการดูแลรักษาพยาบาล กลับเปึนเรื่องที่จะทําให้ประเทศชาติ เสียหายต่อการดูแลรักษาพยาบาล โดยจะใช้เม็ดเงินต่าง ๆ นั้นไปใช้ในส่วนของการดูแล สุขภาพมากกว่าด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการ ที่จะเลือกใช้ เลือกรับประทาน หรือเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ดูเสมือนว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้กําลังจะทํา แล้วก็บอกออกมาชัด ๆ เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็พูดตรงนี้ครับว่า จะมี พ.ร.ก. ฉบับนี้เข้า แล้วก็เปึน ส่วนหนึ่งที่บอกว่าจะเปึนการลด เปัาหมายก็คือเปึนการลดผู้ที่จะเสพ หรือผู้ที่จะสูบบุหรี่ นั้นให้ลดจํานวนทอนลงมา แต่ผมกลับมองว่า ผู้ที่ผลิตในจํานวนเกษตรกรที่จะต้องผลิต ใบยาสูบซึ่งเปึนใบยาที่ดี เราก็ไม่ได้มีการส่งเสริมเขาเลยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งยังลดทอนเขาจํานวนต่าง ๆ แทนที่จะให้ผลผลิตต่าง ๆ นั้นด้วยความเหมาะสม และนําเข้าไปสู่การผลิต โรงงานยาสูบของรัฐเอง ขณะนี้ก็จะถูกแปรรูป ถูกการเปลี่ยนแปลง เมื่อประมาณเดือนเศษมานี้ ในกลุ่มของพนักงานรัฐวิสาหกิจของโรงงานยาสูบเองได้มา ยื่นหนังสือคําร้องถึงผม บอกว่าขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะมีการปลดคนงานออก จะมีการ สร้างงานในระบบใหม่ โดยบอกว่าคนงานที่มีอายุ หรืออยู่ในตําแหน่งที่ไม่เหมาะสม จะมี การปรับเปลี่ยน ปรับย้ายออก รวมถึงมีการนําเงินที่อ้างว่าจะไปใช้เปึนเงินกองทุนในเรื่อง ของยาสูบประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท เอาโอนเข้ามาอยู่ในเงินงบประมาณ เพื่อที่จะดําเนินการปรับปรุงโรงงานยาสูบ แต่แท้ที่จริงแล้วก็เปึนการนําเม็ดเงิน งบประมาณในส่วนที่เขาจัดเก็บไว้เพื่อทําเปึนกองทุนในการที่จะสร้างเสริม หรือการที่จะ ทําให้โรงงาน หรือสวัสดิการของพนักงานต่าง ๆ ดีขึ้นนั้น เอามาใช้ในส่วนของงบประมาณ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในมุมกลับกันดูเสมือนว่ารัฐบาลกําลังช่วยดูแล หรือเข้าไปเอาใจใส่ ในส่วนหนึ่ง แต่อีกภาพหนึ่งผมได้สอบถามครับว่า เคยมีไหมครับว่าเราจะส่งเสริม สนับสนุน ให้โรงงานยาสูบของประเทศไทยนั้นสามารถผลิตยา และต่อเนื่องไปสู่การผลิต เพื่อนําส่งออกขายยังต่างประเทศ ปรากฏว่าไม่เคยมีเลยครับ แต่กลับทํา ในสิ่งที่เรียกว่าตรงกันข้าม และสิ่งที่ตรงกันข้ามนั้นวันนี้ก็มีการซ้ําเติมอีก โดยการเพิ่ม การจัดเก็บเพื่อที่จะเอาเงินไปทดแทนการขาดดุลในเรื่องของการเก็บภาษีอากรที่ กรมสรรพสามิตเองตอนนี้ต้องเร่งเก็บ เพราะว่าเปึนกรมเดียวที่สามารถจะเพิ่มแล้วไม่มี ใครต่อว่า เพราะจํานวนผู้เสพหรือผู้บริโภคนั้น ไม่ว่าจะเปึนเหล้า บุหรี่ หรือในส่วนของสิ่ง ต่าง ๆ ที่เรียกว่าเปึนสิ่งฟุ์มเฟ๋อย รัฐก็พยายามที่จะใส่ช่องนี้ ถ้าใส่ช่องนี้มาก ๆ เงินที่ ขาดดุลในการจัดเก็บภาษีนั้น ขาดในการจัดเก็บไปเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อาจจะ ถูกเติมในส่วนนี้กลับเข้าไป เพราะผมทราบมาเมื่อวานนี้ท่านประธานก็อยู่เปึนประธาน ในการสัมมนากับผู้นําท้องถิ่นในระดับของ อบต. เทศบาลต่าง ๆ เขามาร้องบอกกล่าวว่า ขณะวันนี้เงินที่ตกลงกันว่าจะมีการส่งผ่านไปสู่ท้องถิ่นนั้นจํานวน ๖ งวด นี่ขณะนี้ เพียง ๒-๓ งวดเองก็เกิดชอร์ท (Short : ไม่พอ) แล้วครับ ไม่สามารถที่จะลงไปแล้วให้เงินงบประมาณต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้ แล้วองค์กร ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องอาศัยพึ่งพางบประมาณในส่วนของเงินอุดหนุนรัฐบาลในส่วนนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเปึนการลดยอดของ ผู้เสพ ผู้สูบ ผมคงใช้คําว่า สูบ นะครับ แต่กําลังมองกันว่าคนที่สูบบุหรี่นั้น จากอัตรานี่ นะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๙ เขาบอกว่ามีแนวโน้มลดลง จากจํานวนประชากรเปึนตัวตั้ง แต่พอมาดูแล้วนะครับ ที่ลดลงเปึนคนที่สูงอายุซึ่งหมดวัย หรือไม่สามารถที่จะสูบต่อไปได้ เพราะอายุขัยนั้นมันหมดสภาพไป แต่จํานวนคนที่เพิ่มขึ้นนั้น เปึนที่น่าวิตก เพิ่มจากอายุ ๑๕ ป้ขึ้นไปนะครับ จํานวนสูงขึ้นมาก ๑๒ ล้านคน หรือประมาณ ๒๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวนนี้ผู้ที่สูบเปึนประจําประมาณ ๑๐.๖ ล้านคน หรือคิดเปึนตัวเลขประมาณ ๒๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่สูบแบบไม่สม่ําเสมอนี่ก็อยู่ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็ถามว่าตอนนี้ นี่นะครับ ถ้ารัฐบาลบอกว่าถ้าเพิ่มเงินในเรื่องของบุหรี่ลงไปมันเพิ่มขึ้นมาซองหนึ่งนะครับ เก็บ ๓ บาท เพิ่มต่อมวน ต่อซอง ประมาณ ๑๑ บาท ถึง ๑๖ บาท แสดงให้เห็นว่าอัตรา ต่าง ๆ ในเรื่องของการจัดเก็บของกรมสรรพสามิตนี่มันเพิ่มความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ที่ สูบบุหรี่ในส่วนหนึ่ง แล้วท่านประธานมองลงไปครับว่า การรณรงค์ก็ตาม ในส่วนของภาครัฐก็ได้ดําเนินการทําไปแล้ว แต่ทําไมอัตราการสูบนั้นดูเสมือนว่ามันจะลด จํานวนลงจากป้ ๒๕๑๙ ว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนชาย ๕๔.๗ เปอร์เซ็นต์ เปึนหญิง ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เขาบอกว่าป้ ๒๕๔๔ ลดเหลือประมาณ ๒๐.๖ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๓๙ เปอร์เซ็นต์ในชาย ๒.๒ เปอร์เซ็นต์ในหญิง แต่พอไปดูในตัวเลข ๑๕ ป้นั้น เพิ่มจํานวนขึ้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าจํานวนอัตราผู้สูบบุหรี่นั้น มีอัตราในผู้สูงอายุลดลงจริง แต่กลุ่มคนนั้น ในเด็กวัยรุ่นนั้นเพิ่มจํานวนมากขึ้น ขออนุญาตท่านประธานครับ แสดงส่อ ให้เห็นว่าในส่วนนี้มีผลกระทบแน่ แต่รัฐบาลบอกว่าได้จัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้า ขึ้นตรงนี้ เมื่อสักครู่ได้มีการสอบถามตัวเลขครับ ๑๓,๗๖๐ ล้านบาท เปึนตัวเลข อย่างเดียวที่มีการจัดเก็บภาษีจากการเพิ่มนะครับ ในส่วนของพระราชกําหนดฉบับนี้ ถ้าผ่านออกไป ถามว่าดีไหมครับ ดี สําหรับรัฐบาล ง่ายครับ พี่น้องประชาชนเขาบอกว่า ถ้ารู้อย่างนี้เปึนรัฐบาลง่ายอย่างนี้คือมีการขึ้นภาษี แล้วก็กู้เอามาใช้แล้วมาแจกพี่น้อง ประชาชน เงินต่าง ๆ ที่ได้ไปนั้นเขาไม่ค่อยอยากจะได้หรอกครับ เพราะมันเปึน ผลกระทบกลับมาอีกทางหนึ่งว่า คุณขึ้นภาษีแล้วคุณแจกอีกทางหนึ่ง แต่ความเดือดร้อน ภาวะเศรษฐกิจ คนตกงาน ว่างงานจํานวนมาก มันมีปัญหา ท่านประธานครับ เรื่องบุหรี่นี่ เปึนเรื่องสําคัญ ที่บอกว่ารัฐบาลมักจะประกาศออกมาก่อนที่จะนําพระราชกําหนดต่าง ๆ ออกมาใช้นั้น เขาพูดไปก่อนครับเปึนอาทิตย์เปึนสองอาทิตย์ เกิดการกักตุนบุหรี่ครับ วันนี้ ผมขออนุญาตกล่าวว่า รัฐบาลเองอาจจะรู้กับโรงงานหรือยี่ปัูวที่นําบุหรี่เข้า เพราะบุหรี่นั้น เปึนปัจจัยส่วนหนึ่งซึ่งยอมรับว่าคนที่สูบก็ยังคงสูบอยู่ ไม่ใช่วันนี้ขึ้นราคาแล้วเขาจะเลิกสูบ แต่ถ้าราคามันแพงเกินไป เขาอาจจะหยุดตั้งสติคิด แล้วก็ไปหันไปสูบบุหรี่ที่มีราคาต่ํากว่า ที่เขาเคยสูบ หรือแม้กระทั่งเหล้าที่ราคาสูงขึ้น เขาก็ไปเลือกทานเหล้า ทานเบียร์ในราคาที่ ลดต่ําลง แต่ก็ยังมีพฤติกรรมที่ยังคงสูบบุหรี่อยู่ ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ได้ประโยชน์ นอกจากการจัดเก็บภาษีแล้ว การเก็งกําไรบุหรี่เปึนส่วนหนึ่งซึ่งต้องยอมรับว่า บุหรี่วันนี้นั้นมีการเก็งกําไร ซองหนึ่งขึ้นไป ๑๑ ถึง ๑๖ บาท ๑๘ บาท ตัวเลขที่ผมได้รับยี่ปัูว ซาปัูว เขาเคยซื้อบุหรี่อย่างเปึนกล่อง เปึนแถว เปึนคาร์เทิน (Carton : สิ่งที่บรรจุในกล่องกระดาษ) มันลดจํานวนลงครับ จาก ๑,๐๐๐ เหลือระดับแค่ ๑๐ อ้างบอกว่า ไม่ทัน สั่งชะลอบ้าง แม้กระทั่งเบียร์ โรงงาน เบียร์ โรงงานเหล้าก็หยุด ถึงแม้ว่าสต๊อก (Stock : คลังสินค้า) การผลิตนั้นก็ยังผลิตอยู่เปึน รายวันตามปกติ ผมขออนุญาตนะครับ สอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ในช่วงที่ท่านเอ่ยปากพูดไป ๒ สัปดาห์นี้ จํานวนการผลิตลดลงหรือเปล่า หรือสั่งหยุดก่อน แล้วก็บอกว่าจะขึ้นราคาให้หยุด แต่จํานวนการผลิตนั้นก็ยังผลิตอยู่ แต่ผลิตออกมา เสียภาษีในอัตราอย่างเก่า เพราะแสตมปีสรรพสามิตนั้นติดไปแล้วในการผลิต ณ โรงงาน แต่ไปกองสต๊อกไว้ที่โกดังเก็บ และไม่ยอมส่งผ่าน หรืออาจจะมีการเก็บตุนไว้รอ พ.ร.ก. ประกาศออกมา ราคามันก็ต่างกันครับ ท่านประธานลองคิดดูสิครับ ซองหนึ่งขึ้นไปเท่าไร จาก ๔๐ กว่าบาท เปึน ๕๐ กว่าบาท ราคาต่าง ๆ ผมไม่อ่านนะครับว่าแต่ละยี่ห้ออะไร เดี๋ยวเปึนการโฆษณา ขออนุญาตท่านประธานครับว่า ส่วนนี้เปึนส่วนต่างที่คนจะต้องมี ผลประโยชน์ ผมไม่อยากจะพาดพิงไปว่ารัฐบาลได้ผลประโยชน์หรือเปล่า ได้รับผลประโยชน์ร่วมด้วยหรือเปล่า เพราะเปึนการประกาศล่วงหน้า เปึนการกักตุนกัน อันนี้ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในส่วนของบุหรี่ ที่ผมบอกแล้วนี่ไม่สนับสนุน แล้วยังทําลาย วันนี้บุหรี่ต่างชาติที่มีพิกัดในส่วนการนําเข้า พอส่งเข้ามานี่เข้ามาประเทศเราก็ติดการเสียภาษีเหมือนกัน แต่เขาส่งมาในราคาที่ต่ํากว่า ภาษีที่จัดเก็บก็เลยพลอยต่ํา เพดานของจํานวนการจัดเก็บและการนําเข้า บุหรี่นอกทะลัก เข้ามา เพราะเปึนที่นิยมอยู่แล้วในหมู่กลุ่มวัยรุ่นที่ผมบอกแล้วนะครับ ส่วนใหญ่วัยรุ่นหรือ คนที่สูงอายุมักจะสูบบุหรี่นอก แล้วเปึนบุหรี่ที่หนีภาษี วันนี้บอกว่าบุหรี่ที่หนีภาษีพอบอก ว่าให้ตรวจจับ การตรวจจับบอกว่าจับได้จากปริมาณการตรวจสอบปริมาณสูงขึ้น และการปรับปรับเพิ่มขึ้น ๑๕ เท่า ผมถามว่าคุณปรับเพิ่มขึ้น ๑๕ เท่านั้นจํานวนคนที่ หนีภาษีบุหรี่เข้ามาเพิ่มโทษเขาเปึน ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อคาร์เทิน แล้วผมถามว่าวันนี้บุหรี่ ยังหนีภาษีอยู่หรือเปล่า หนีครับ ยิ่งราคาในประเทศสูงขึ้น บุหรี่นอกยิ่งนําเข้ามา เป่ด โอกาสให้กับด่านต่าง ๆ มีช่องทางการเก็บเงินผลประโยชน์อีกส่วนหนึ่ง แล้วร้านค้าต่าง ๆ หรือกลุ่มที่ค้าขายนั้นก็มีช่อง เหมือนกับที่รัฐบาลออกไปเก็บของที่เปึนของเถื่อน ของที่ ปลอมแปลงเปึนซีดีต่าง ๆ หรือเปึนของก๊อป (ก๊อปปุ้) มันก็มีอยู่ทั่วแหละครับ วันนี้ราคา เพดานที่นําเข้ามา เขาแจ้งสําแดงต่างประเทศมันต่ํา ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อบริษัทนะครับ ท่านไปเช็กดูเองก็แล้วกัน เพราะท่านรัฐมนตรีบอกว่าการประชุมครั้งนี้บอกว่า เป่ดเผย ถ้าเมื่อครู่ประชุมลับผมจะเป่ดเผยชื่อให้ ท่านครับ พอเอาเข้ามาเสร็จปุ็บ ราคาตัวต่างนี่ ของเรามันป่ดภาษี ก็ต่ําไปตามจํานวนปริมาณที่เขาคิดจากการนําเข้า ทําให้ราคา ไม่เปึนไปตามดุลของการค้าขาย ของเราขึ้นเอาในประเทศ ของต่างประเทศนําเข้ามาก็ป่ด สรรพสามิตในราคาที่เขานําเข้า แต่เราไม่ส่งเสริม เขาปล่อยเอาฐานผลิตต่าง ๆ ในโรงงาน ต่าง ๆ แถวมาเลเซีย แถวย่านทางเอเชียต่าง ๆ แม้กระทั่งประเทศจีนเดี๋ยวนี้ก็มี โรงงานผลิต แล้วก็ทะลักเข้ามาขายในประเทศไทย เอาใกล้ ๆ นี่ครับ เราขึ้นภาษีของเรา บุหรี่ เพราะคนสูบบุหรี่เขาก็ต้องหาบุหรี่มาสูบ เมื่อราคาแพงเขาก็ทดแทน ประเทศฝัืงลาวบุหรี่ซองละ ๗ บาท เขาก็ไปสูบบุหรี่ลาวละครับ บุหรี่ในเมืองไทยบุหรี่ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเราจะไปขายใครท่านประธาน แทนที่จะจัดเก็บภาษีที่บอกตัวเลข ๑๓,๗๖๐ ล้านบาท ทําไปทํามาถ้ามันสูงมากเขาก็สูบบุหรี่นอก ท่านจะเก็บภาษีจากไหน การผลิตทั้งระบบ เสียหายลงไปสู่ภาคเกษตรกร คนที่ยังทําผลผลิตในเรื่องของมวนยาใบยา กระทบหมด ละครับ ถ้าไม่มีคนบริโภคบุหรี่ในประเทศไทยแต่ไปบริโภคบุหรี่นอก ทั้งประเทศมาเลเซีย ซองละ ๒๐ บาท เขาก็เอาบุหรี่มาเลเซียมาสูบ รสชาติมันก็ไม่แตกต่างกันหรอกครับ ประเทศลาว ประเทศพม่า ส่วนหนีภาษีลักลอบเข้ามาก็ลักลอบเข้ามา ส่วนที่ถูกต้องมาป่ด อากรนําเข้ามาราคาก็ต่ํากว่า ผมถามว่าแล้วเราจะไปโฆษณาว่าบุหรี่ไทยดีก็โฆษณาไม่ได้ รสชาติดีก็โฆษณาไม่ได้ เพราะห้าม สิ่งที่กระทบต่อมา การจัดเก็บภาษีที่ท่านคาดหวังไว้ ก็ไม่เข้าเปัา ในส่วนของการดําเนินการร่วมภาคธุรกิจ เอกชน การลงทุนภาคเกษตรก็จะ กระทบล้มเหลว เพราะมันทั้งระบบละครับท่านประธาน การนําเข้า คนที่ได้ผลประโยชน์ ก็คือต่างประเทศ เหมือนกับเมื่อวันก่อนที่มาขอความเห็นชอบมาตรา ๑๙๐ ที่มีการพูด บอกว่า เพิ่มโทษ นั่นละครับโดนหลอก ท่านยิ่งเพิ่มโทษในการจับกุมบุหรี่ลักลอบต่าง ๆ นี่นะครับ ก็ยิ่งเปึนการทําให้บุหรี่ต่างประเทศที่เขามีการส่งเข้ามาถูกต้องเอาเข้ามา ต่อไปประเทศ ไทยก็ได้สูบบุหรี่ต่างประเทศ จะเปึนบุหรี่ในเอเชียหรือเปึนบุหรี่นอกยี่ห้ออื่นก็ตาม ท่านประธานครับ ในประเทศจีนผมคิดว่าท่านประธานไปบ่อยนะครับ
ผมไม่เคยไปประเทศจีน เลยครับ
ไม่เคยไปหรือครับ
ครับ ไม่มีสตางค์ไปครับ
อ๋อ ท่านประธานไม่เคยไป ประเทศจีนหรือครับ เห็นมีหลายส่วนที่มาเยี่ยมท่านประธานเปึนส่วนของคนจีน ไม่เปึนไรครับ ท่านเชื่อไหมครับบุหรี่ที่ท่านประธานเมาเซตุงสูบ ขออนุญาตเอ่ยนาม ซองหนึ่ง ๖๐๐-๗๐๐ บาทคิดเปึนเงินไทย เขาหาสูบกันเปึนบุหรี่เพื่อสุขภาพ ของเราไม่เคยคิดครับ ว่าบุหรี่ทางหนึ่งอาจจะมองเรื่องโทษ แต่ทางหนึ่งถ้าสูบเพื่อการคลายเครียด หรือมักจะมี คําพูดเสมอครับว่า การสูบบุหรี่นั้นคนจนสูบกันเพราะยิ่งเครียดยิ่งสูบยิ่งดื่มเหล้า ไม่ผิดหรอกครับ เพราะวันนี้คนที่บริโภคตามอัตราส่วนจริง ๆ นั้นเปึนคนรากหญ้า แต่ท่าน กําลังทําผลกระทบต่าง ๆ ทุกอย่างขึ้นหมดครับยกเว้นเงินเดือน วันนี้ยังมาเรียก พระราชกําหนดเพื่อขอสภาแห่งนี้ผ่านในเรื่องดังกล่าว ผมเองคงขออนุญาตท่านประธาน ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ได้นําเรียนในเรื่องของการดําเนินการทางภาษีเพื่อมุ่งหวังอย่างเดียวก็คือ การจัดเก็บให้เข้าเปัานั้นเปึนวิธีการที่ผิด และจะกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยว ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าประเทศไทยนี่เปึนแหล่งท่องเที่ยว แต่สภาพถ้ามีการขึ้นในเรื่องของสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่สินค้าประเภทเอนเตอร์เทน (Entertain : ทําให้สนุกสนาน) ก็คือ เหล้า บุหรี่ต่าง ๆ ขึ้นไปเรื่อย ๆ ในอัตราส่วนที่สูงขึ้น คนที่คิดว่าจะมาเที่ยวประเทศไทยเขาคงพิจารณาแล้วครับว่า ไม่อยากที่จะมาเที่ยว ขณะวันนี้เมื่อเช้านี้ผมฟังข่าว ในเฉพาะส่วนของการท่องเที่ยวนี่โรงแรมทางด้านจังหวัด เชียงใหม่เกือบ ๑๐๐ กว่าโรงแรมกําลังจะป่ดตัวลงทางภาคเหนือนะครับ นี่เปึนสิ่งบ่งบอก สัญญาณว่าวิกฤติในเรื่องของการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชุดนี้แก้ไขปัญหา ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกตามช่องทาง แทนที่จะไปดูแลในเรื่องของการส่งเสริมเรื่องอาชีพ แก้ไขเรื่องพืชผลทางการเกษตร เพราะเราเปึนประเทศเกษตรกรรม แต่วันนี้เรากําลัง สร้างปัญหา ฉะนั้นในเรื่องของพระราชกําหนดฉบับดังกล่าว ผมเองไม่เห็นด้วยกับการที่จะปรับในเรื่อง ของการกําหนดภาษีให้สูงขึ้น เพราะจะเปึนการกระทบต่อภาคการผลิตและพี่น้อง เกษตรกร และโดยเฉพาะต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า ท่านเองสมควรอย่างยิ่งที่ จะต้องลงไปดูแล ไม่ใช่จะไปมองแต่เรื่องการจัดเก็บภาษีนะครับ แล้วต้องมองทั้งระบบ โดยเฉพาะในเรื่องของคนที่เกี่ยวข้องในระบบนี้ ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ตํารวจ ด่านศุลกากร หรือแม้กระทั่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่กําลังจัดเก็บภาษี เพราะว่าเปึนกลุ่มที่อาจจะเกิดปัญหา แล้วก็ไปดูเรื่องการกักตุนนะครับ ให้ตรวจสอบแล้วช่วยตอบผมด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ครับ ขอบคุณครับ กินเวลาเยอะเหมือนกันครับ ต่อไป คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ ขอรวบรัดหน่อย นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังพิจารณาในเรื่องของพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม เรื่องของ พ.ร.บ. ยาสูบ เรื่องของการจัดเก็บภาษี อันที่จริงเรื่องนี้ถ้ามองผิวเผินมันก็ไม่มี อะไร เพียงแต่ว่ารัฐบาลอยากมีรายได้เพิ่ม รัฐบาลก็ดําเนินการจัดเก็บภาษี แต่วันนี้ผม ต้องเรียนว่า ในเมื่อเราเอาเรื่องนี้เข้ามาคุยกันในสภาผู้แทนราษฎร คงจะต้องคุยกันทุกแง่ ทุกมุม ผมอยากจะเรียนท่านประธานสภาไปถึงรัฐบาล วันนี้รัฐบาลต้องมองให้รอบคอบ การบริหารงานของรัฐบาลมันไม่ใช่ว่ารัฐบาลเห็นว่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินแบบนี้แล้ว บริหารราชการแผ่นดินแบบนี้แล้ว เม็ดเงินไม่พอก็ขึ้นภาษี เก็บภาษี ขึ้นภาษี เก็บภาษี ขึ้นภาษี จริง ๆ เรื่องนี้ถ้ายังไม่มีเหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาประกอบไปด้วยการที่แก้ไข กรอบการเจรจาเรื่องการควบคุมการบริโภคยาสูบแล้ว ประเด็นวันนี้ผมก็คงจะไม่มีอะไร เปึนข้อสังเกตมาก แต่จากหลาย ๆ เหตุการณ์ประกอบกัน ผมอยากเรียนท่านประธาน การขึ้นภาษีของรัฐบาลมันไม่ได้แค่มีเงินเพิ่มขึ้นอย่างเดียว วันนี้ต้องเรียนว่าองค์ประกอบ ของเรื่องบุหรี่ นอกจากบุหรี่ที่โรงงานยาสูบผลิตแล้ว มันมีบุหรี่จากต่างประเทศ แล้วมันก็มี บุหรี่เถื่อนทะลักเข้ามาอย่างมาก แล้วมันก็มีเรื่องของสารเสพติดตัวอื่นที่นอกเหนือจาก บุหรี่มาด้วย ทําไมผมถึงเรียนท่านประธานแบบนั้น วันนี้ในเรื่องของโรงงานยาสูบก่อน ในเรื่องของโรงงานยาสูบนี่นะครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วกิจการยาสูบ ของประเทศไทย ในอดีตเขาเรียกโรงงานยาสูบนี้เรียกว่า ไทยแลนด์ ทอพพิคอล โมโนโพลี (Thailand Topical Monopoly) คือผูกขาดกิจการโดยรัฐบาล เพราะถือว่าเปึนพืชที่มี ความอ่อนไหวเปึนพืชเสพติด รัฐบาลจะควบคุมอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลก ซึ่งตอนนั้นผลิตโดยบริษัท บีไอที (BIT) เข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลในการผลิต แต่ภายหลังมี ข้อขัดแย้งกันในเรื่องผลประโยชน์ ทาง บีไอที จากอเมริกา ก็ถอนตัวออกไป สุดท้ายมาก็ เปึนรัฐบาลดําเนินการผลิตเอง ในวงการบุหรี่ผมอยากเรียนท่านสมาชิกสภาแห่งนี้และ พี่น้องประชาชนว่า เรื่องของวงการบุหรี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ในโลกนี้มีผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ เพียงไม่กี่ราย แต่ละรายเปรียบเสมือนมาเฟ้ยวงการบุหรี่ที่จะซื้อใบยาจากประเทศนั้น ซื้อใบยาจากประเทศนี้นําเอาไปผลิตบุหรี่ที่นี่ เข้าไปขายในประเทศนั้น เข้าไปขายประเทศนี้ มันเปึนกระบวนการทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่มาก และแน่นอนครับ ประเทศไทยก็เปึนประเทศหนึ่งที่ต่างชาติมุ่งหวังที่เข้ามาขายบุหรี่ เราจะเห็นนะครับว่า กิจการโรงงานยาสูบเปึนกิจการที่ทํารายได้ให้กับรัฐสูงมาก เฉพาะภาษีที่รัฐได้นี่นะครับ ป้ ๆ หนึ่งก็หลายหมื่นล้านบาท ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้ของโรงงานยาสูบ ป้หนึ่งมหาศาล ทุกประเทศเขาอยากได้หมดละครับ ในอดีตผมอยากจะเรียนว่า มีกระบวนการที่พยายามจะครอบครองโรงงานยาสูบ และยึดโรงงานยาสูบ ซื้อโรงงาน ยาสูบเปึนกิจการ หรือว่าให้มีการแปรรูปกิจการโรงงานยาสูบ หรือทําให้กิจการโรงงาน ยาสูบตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ เหตุการณ์นี้มีมาโดยตลอด ผมเองต้องเรียน ท่านประธานว่า ผมเกิดจากเชื้อสายของใบยาสูบ คุณพ่อเปึนผู้ผลิตใบยาสูบภาคเหนือ คุณเมธา เอื้ออภิญญกุล เปึนนายกสมาคมผู้บ่มใบยาสูบมามากกว่า ๒๐ ป้ และก็รู้จัก ผู้ค้ายาสูบในแถบภาคเหนือทั้งหมด จริงอยู่ วันนี้ผมไม่ได้ทํากิจการของยาสูบแล้ว เราเลิกไป แต่การต่อสู้เพื่อรักษาไว้ซึ่งโรงงานยาสูบ ก็ยังเปึนความรู้สึกที่เราคิดว่าเราต้องรักษาไว้ เพราะนั่นคือทรัพย์สินของประเทศไทย และนั่นคือสิ่งที่เราใช้เปึนกลไกในการปกปัอง เยาวชนด้วย ผมอยากเรียนนะครับว่า ท่านกําลังมองว่าโรงงานยาสูบ วันนี้รัฐบาลกําลัง มองว่าโรงงานยาสูบเปรียบเสมือนกิจการที่กําลังทําร้ายเยาวชน เป่ดให้มีการบริโภคบุหรี่ มาก ๆ เปึนการทําร้ายเยาวชน ท่านก็เลยใช้กลไกของกระทรวงสาธารณสุข เข้าไปครอบงํา กิจการของโรงงานยาสูบ เข้าไปป่ดกั้นระบบของโรงงานยาสูบ ป่ดกั้นวงการบุหรี่ แต่ท่าน ลืมไปครับ บุหรี่ไม่ได้มีแต่ของประเทศไทย บุหรี่ของไทยประกอบไปด้วยสารที่ประกอบที่ เติมไปในบุหรี่เพียง ๑๐ กว่าชนิด แต่ถ้าเปึนบุหรี่ต่างประเทศมีสารประกอบอื่นที่แต่ง รสชาติกลิ่นเฟลเวอร์ (Flavor : รส, กลิ่น) ให้หอมหวนชวนสูบไม่ต่ํากว่า ๔๕ ชนิด และจริง ๆ ในสารเหล่านั้นเปึนอันตรายมากกว่าบุหรี่ไทยเยอะแยะเลย แต่ในวงการแพทย์ หรือวงการอะไร หรือกลุ่มผู้ต่อต้านการบริโภคบุหรี่ไม่ได้พูดถึง ไม่ได้พูดถึงเปรียบเทียบ อันตรายระหว่างบุหรี่ต่างประเทศกับบุหรี่ไทย จริง ๆ ผมดูนี่นะครับ ผมบอกท่านเลยว่า ท่านเข้าใจว่าท่านกํากับโรงงานบุหรี่ได้ กํากับโรงงานยาสูบได้แล้วนี่จะก่อให้เกิด ความปลอดภัยแก่เยาวชน ผมเรียนนะครับ วันนี้ท่านกําลังขึ้นภาษี ท่านกําลังควบคุม โรงงานยาสูบ ท่านกําลังบีบให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพยาสูบ ท่านลืมไปครับ ทันทีที่ท่านทํา อย่างนั้นนี่นะครับ ต่างประเทศเขาหัวเราะเลย เขาบอก ได้เวลาแล้วที่โรงงานยาสูบจะ อ่อนแอ ได้เวลาแล้วที่โรงงานยาสูบจะยืนหยัดอยู่ไม่ได้ ได้เวลาแล้วที่เขาจะเข้าไปมีส่วน ในการครอบงําตลาดบุหรี่เมืองไทย ผมอยากเรียนท่านประธานครับ วันนี้หลังจากที่เรา ดําเนินกิจกรรมผิดพลาด เราขึ้นราคาบุหรี่ เราควบคุมโรงงานยาสูบ ให้บุหรี่ของโรงงาน ยาสูบมีคุณภาพที่ลดน้อยลง ไม่สามารถจะปรุงแต่งได้ ไม่สามารถทําอะไรได้ ผมเรียนเลย ครับวันนี้บุหรี่ต่างประเทศเข้ามีสัดส่วนในตลาดประเทศไทยมากขึ้น สัดส่วนของบุหรี่ ต่างประเทศมีอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และยังมีบุหรี่เถื่อนเข้ามา อย่างน้อยอีกเพิ่มจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นมาถึงประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับตอนนี้ บุหรี่ต่างประเทศมีสัดส่วนในประเทศประมาณ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนของโรงงานยาสูบ จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ๓๗ เปอร์เซ็นต์นี่บอกอะไรครับ ๓๗ เปอร์เซ็นต์นี่ก็คือบุหรี่ ต่างประเทศที่มีส่วนผสมและเฟลเวอร์หรือตัวแต่งกลิ่นที่เปึนอันตรายมากกว่าบุหรี่ไทย เพิ่มขึ้นมาในสัดส่วนที่สูงมาก นั่นก็แปลว่าคนไทยกําลังบริโภคบุหรี่ที่มีตัวปรุงแต่งและสาร แต่งกลิ่นที่แตกต่างไปจากบุหรี่ของโรงงานยาสูบเพิ่มขึ้นเปึนอัตราที่น่าใจหาย ท่านประธานไปดูนะครับ ในอดีตมาผู้ที่สูบบุหรี่ไทยนี่ ถ้าใช้บุหรี่ของประเทศไทยจริง ๆ แล้วนี่นะครับไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องปอดหรือไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสุขภาพมาก แต่ส่วนใหญ่ แล้วที่มีปัญหานี่นะครับก็คือ ปัญหาที่เราใช้บุหรี่ของต่างประเทศ ท่านต้องไปดูก่อนครับ บุหรี่ต่างประเทศอันตรายกว่าบุหรี่ไทยเยอะเลย บุหรี่ไทยมีสาร ปรุงแต่งประมาณ ๑๑ ชนิดเท่านั้น ถ้าผมจําได้ ถ้าจําไม่ผิดมี ๑๑ ชนิดเท่านั้น แล้วก็เปึน สารที่ปลอดภัยเพราะควบคุมอย่างดี เพราะว่ารัฐบาลคุมได้ แต่ต่างประเทศไม่นะครับ ใครสูบบุหรี่ต่างประเทศไปแล้วติดทุกราย ถ้าหันไปสูบบุหรี่ต่างประเทศแล้วจะไม่ค่อยหัน กลับมาสูบบุหรี่ไทยแล้ว เพราะมันเปึนสารเสพติด และมีสารตัวอื่นที่มากกว่าเรื่องของเนื้อ ใบยา มันมีสารปรุงแต่งตัวอื่นมากมาย มีส่วนผสมของดินประสิวที่เวลาเราจุดบุหรี่แล้วนี่ เราจะสังเกตว่าบุหรี่ต่างประเทศจุดแล้วไม่ค่อยดับ แต่บุหรี่ไทยจะมีปัญหา เพราะใช้เนื้อ ของบุหรี่ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นจุดแล้วอาจจะดับ เพราะฉะนั้นคุณภาพสู้ไม่ได้ แต่อันตรายก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย วันนี้ผมเรียนว่าผมเปึนห่วง ผมเปึนห่วงอย่างยิ่งใน นโยบายของรัฐบาล ท่านใช้กลไกห้ามบริโภคบุหรี่ไปบีบบังคับกลไกของโรงงานยาสูบ บีบบังคับ จนกระทั่งวันนี้ต้องเรียนว่ากิจการของโรงงานยาสูบนั้นแทบจะแข่งขันไม่ได้ วันนี้ น่าเสียดายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งกํากับดูแลโรงงานยาสูบไม่อยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ผู้ที่รับฟังก็เปึน รัฐมนตรีที่ดูแลแค่กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้อย่างเดียว เปึนที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้น วันนี้ผมต้องเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ และผมเรียน ด้วยนะครับ ถ้าท่านทําแบบนี้ โรงงานยาสูบยืนอยู่ไม่ได้หรอกครับ อีกไม่กี่ป้ผมเชื่อว่าจะมี การดําเนินการแปรรูปโรงงานยาสูบ หรือขายกิจการโรงงานยาสูบ หรือไม่เช่นนั้น ต่างประเทศจะเข้ามาครอบงําโรงงานยาสูบ หรือเข้ามาครอบงํากิจการยาสูบของ ประเทศไทยได้อย่างแน่นอน แล้วความเสียหายจะก่อให้เกิดกับรัฐวิสาหกิจของ ประเทศไทยที่ทํารายได้ให้กับรัฐมหาศาล แล้ววันนั้นจะมีผลกระทบต่อกิจการของ ประเทศไทย และแน่นอนครับท่านประธานครับ เปึนความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่ รัฐบาลดําเนินการอยู่นั้นมีผลกระทบไปถึงเกษตรกร ผมอยากเรียนท่านประธานครับ วันนี้ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภาคเหนือ มาจากจังหวัดแพร่ แพร่เปึนแหล่ง ผลิตยาสูบใหญ่แห่งหนึ่ง ใน ๘ จังหวัดมีหมดครับ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ลําพูน ลําปาง ลงมาจนถึงอุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย หรือแม้แต่ในภาคอีสาน ก็เยอะ ในภาคอีสานก็มี ไม่ว่าจะเปึนนครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ยโสธร ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ แล้วก็อีกหลาย ๆ ที่ที่มีเรื่องของ ใบยาสูบอยู่ แต่อาจจะเปึนต่างพันธุ์กัน ไม่เปึนพันธุ์เวอร์จิเนียร์ก็พันธุ์เบอร์เลย์ เปึนพันธุ์เตอร์กีส แต่วันนี้ในสิ่งที่รัฐบาลดําเนินการอยู่นี่ ผมเรียนว่ามีผลกระทบแน่นอน ก่อนที่เราจะรับในสิ่งนี้ ผมต้องถามว่ารัฐบาลวางวิธีการปัองกันผลกระทบต่อโรงงานยาสูบ ไว้อย่างไร และมีนโยบายในการที่จะปกปัองบุหรี่ไทยซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าบุหรี่ ต่างประเทศอย่างไร
อันที่ ๒ รัฐบาลวางแนวทางในการปัองกันบุหรี่ต่างประเทศโดยมีสัดส่วน เพิ่มในประเทศไทยอย่างไร เพราะวันนี้ยิ่งท่านเพิ่มราคาขึ้นไปเรื่อย ๆ บุหรี่ต่างประเทศจะ เข้ามาเรื่อย ๆ ยิ่งบุหรี่จากประเทศเพื่อนบ้านแถวลาว แถวอะไรนี่ถูกมากครับ ซองไม่กี่บาทเองกําลังเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งตรงนี้ถ้าท่านขึ้นบุหรี่ไทยไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อ ว่าวันหนึ่งคนจะสูบบุหรี่ไทยน้อยลง แทนที่ท่านจะได้รายได้จากภาษีมากขึ้น บุหรี่เถื่อน จะทะลักมากขึ้น ท่านอาจจะบอกครับ ท่านได้สั่งการกําชับกําชาดําเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ขอโทษครับวันนี้สัดส่วนของบุหรี่เถื่อนเพิ่มจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๗ เปอร์เซ็นต์ มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแสดงว่ากระบวนการปัองกันท่านไม่ได้ผล
ประการต่อไป ท่านวางมาตรการดูแลเกษตรกรอย่างไร วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับ เกษตรกรผู้ผลิตใบยาสูบในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วผลิตให้กับโรงงานยาสูบ กลุ่มมาเฟ้ยต่างประเทศหรือบริษัท เอ็กซ์ปอร์ตเตอร์ (Exporter : ผู้ส่งสินค้าออก) ที่ซื้อ บุหรี่เขาไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรงต่อเกษตรกรเลย จริง ๆ แล้ว โรงงานยาสูบเองภายใต้ พ.ร.บ. ยาสูบ พ.ร.บ. ของกรมสรรพสามิตก็ไม่ดูแลเกษตรกร ยาสูบ พอมี พ.ร.บ. เกี่ยวกับทางสรรพสามิตดูแลของกระทรวงการคลังนะครับ ในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์เขาก็ไม่ดูแล ในส่วนของกรมวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาก็ไม่ดูแล เขาถือว่ามีกฎหมายพิเศษ เพราะฉะนั้นมาตรการทั้งหมดท่านมิได้มีมาตรการ ดูแลเกษตรกรเลย ผมเข้าใจว่าท่านมีรัฐมนตรีที่ดูแลในพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคอีสานและ พื้นที่ปลูกยาสูบน้อยมาก เพราะท่านไม่ได้ให้ความใส่ใจสิ่งเหล่านี้ แต่ผมเรียนท่านนะครับ วันนี้ท่านบอกว่ายาสูบเปึนพืชเสพติด ท่านบอกว่ายาสูบเปึนพืชที่มีอันตราย ผมต้องเรียน ท่านนิดหนึ่งครับว่าถึงแม้ว่ามันมีอันตราย แต่มันเปึนสารเสพติดชนิดหนึ่งที่สังคมพอรับได้ ท่านขึ้นราคาบุหรี่ไปมาก ๆ ท่านไปดูนะครับ อัตราการเพิ่มสารเสพติดชนิดอื่น ยาเสพติด ชนิดอื่นเพิ่มขึ้นด้วย ท่านจะสังเกตวันนี้ท่านปัองกันสารเสพติดชนิดอื่นไม่ได้เลย ท่านบอก รังเกียจบุหรี่ รังเกียจบุหรี่ ยาบ้าเพิ่มไหมครับ ยาไอซ์ ยาอี ยาอื่น ๆ นี่เพิ่มไหมครับ อัตราส่วนของการจับกุมพวกเฮโรอีนเพิ่มไหมครับ ท่านไปดูสิครับ ท่านลองไปดูสิครับ อัตราสารเสพติดอย่างอื่นนี่เมื่อท่านกดบุหรี่มาก ตัวอื่นก็เพิ่มขึ้น อันตรายอีกด้านหนึ่งนี่ ท่านได้ดูหรือเปล่า ซึ่งผมว่าท่านไม่ได้ดู วันนี้ท่านจะชี้แจงอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมเรียนท่าน นะครับว่า สิ่งที่ท่านดําเนินการนี่กําลังมีผลกระทบต่อกิจการของทางรัฐบาล ผลกระทบต่อ อนาคตแหล่งจัดเก็บรายได้ของประเทศ ผลกระทบต่อเยาวชน ท่านมองด้านเดียวบอก บุหรี่ไทยนี่อันตราย เพราะเวลาท่านส่งคณะกรรมการไปกํากับนี่ท่านกํากับได้แต่บุหรี่ไทยหรอก แต่บุหรี่ต่างประเทศท่านกํากับไม่ได้ ท่านกํากับเรื่องบุหรี่เถื่อนไม่ได้ แล้ววันนี้ สารเสพติดตัวอื่นก็กําลังเข้ามาทดแทนบุหรี่ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านนะครับ ท่านขึ้น ภาษีท่านขึ้นได้ครับ วันนี้ผมคิดว่าผมไม่มีสิทธิที่ไปยับยั้งท่านหรอก อย่างไรท่านมีเสียง มากกว่า ท่านก็สามารถลากสิ่งนี้ผ่านสภาแห่งนี้ได้แน่นอน แต่ผมเรียนท่านสมาชิกแห่ง สภานี้ เรียนพี่น้องสื่อมวลชน เรียนไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่า การตัดสินใจวันนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ผลกระทบของการเพิ่มรายได้ แต่มันมีผลกระทบต่อ อนาคตของเยาวชนของประเทศ มีผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล และมีผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนจํานวนมากเปึนวงกว้าง แล้วสิ่งเหล่านี้ผมจะทวงถามท่าน เมื่อผลกระทบ นั้นปรากฏอย่างชัดแจ้ง แล้ววันนี้ผมอยากให้ท่านตอบมาตรการที่ท่านดูแลเกษตรกร ดูแล โรงงานยาสูบ ดูแลแหล่งจัดเก็บรายได้เหล่านี้ ปัองกันเรื่องภาษีต่างประเทศ มาตรการที่ ควบคุมเพื่อไม่ให้สารเสพติดตัวอื่นเข้ามาทดแทนบุหรี่ กรุณาช่วยตอบด้วย ถ้าตอบไม่ได้ ท่านรับไปทําเปึนการบ้านด้วย มิฉะนั้นแล้วความเสียหายอย่างนี้จะเกิดขึ้น ผมไม่อยากให้ รัฐบาลนี่นะครับ ตัดสินใจอะไรไปโดยมองด้านเดียว แล้วเกิดปัญหา วันนี้คนไม่มั่นใจ รัฐบาลมากอยู่แล้ว ผมไม่อยากให้เรื่องที่ดูเหมือนเล็ก ๆ นี่นะครับ เปึนอีกแผลหนึ่งที่ทําให้ รัฐบาลเกิดภาพลักษณ์ที่เสียหาย แล้ววันหนึ่งต่างประเทศจะหัวเราะบอกว่าท่านใช้ มาตรการนี่จนกระทั่งโรงงานยาสูบอ่อนแอ ท่านไปถามท่านพิเชษฐ ขออนุญาตท่านที่ เอ่ยนาม วันนี้โรงงานยาสูบอ่อนแอจริง ๆ อ่อนแอมาก ล้มเมื่อไรก็ไม่รู้ สิ่งเหล่านี้ผมกังวล แม้ว่าผมไม่อยู่ในวงการแล้ว แต่ผมถือว่าวันนี้ในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนนี่ ผมต้องส่งความห่วงใยนี้ผ่านท่านประธานสภาถึงรัฐบาล ว่าสิ่งนี้แม้จะเปึนคําอภิปราย ของสมาชิกผู้ซึ่งอยู่ในฝ์ายค้าน แต่ผมหวังว่าจะเปึนส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจะนํากลับไปคิด คํานึงให้ความห่วงใยนั้น ส่งผ่านกลับไปหาเกษตรกร ส่งกลับไปหาพี่น้องประชาชนและ เยาวชนด้วย ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ช่วยกัน หน่อยครับ เรื่องเวลาครับ คุณเรวัต สิรินุกุล ครับ เวลาครับ ขอกระชับหน่อยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้ออก พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยมีสาระสําคัญดังนี้ครับ แก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าแสตมปียาสูบ สําหรับยาเส้นและยาสูบให้สูงขึ้น ซึ่งเดิมนะครับ อยู่ที่มูลค่า ๘๐ หรือ ๖๐ สตางค์ ต่อ ๑ กรัม เศษ ๑ กรัมให้นับเปึน ๑ กรัม ไปแก้ไขนะครับ ท่านประธานครับ แก้ไขเปึน มูลค่าร้อยละ ๙๐ หรือ ๓ บาทต่อ ๑ กรัม เศษของ ๑ กรัมก็คิดเปึน ๑ กรัม ตรงนี้ครับ ท่านประธานผมไม่ค่อยเข้าใจ แล้วก็คิดเอาง่าย ๆ อย่างที่ผมคิดนะครับ ก็ต้องเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังผ่านท่านประธานนะครับว่า ถ้าจะคิดแบบผมนี่ ถูกไหม เมื่อก่อนนี้ ๖๐ สตางค์นะครับท่านประธาน เดี๋ยวนี้ ๓ บาท ๖๐ สตางค์ กับ ๓ บาท ห่างกัน ๒ บาท ๔๐ สตางค์ ๒ บาท ๔๐ สตางค์ นั่นก็หมายความว่า ขึ้นมา กรัมละ ๒ บาท ๔๐ สตางค์ ถ้าไม่ใช่ท่านอธิบายด้วยนะครับ แล้วก็ชี้แจงให้ผมเข้าใจด้วย ผมไม่ค่อยเข้าใจ เมื่อเปึนอย่างนี้ผมก็ไปถามมาว่าบุหรี่มวนหนึ่งกี่กรัม ใช้ยาเส้นใช้ยานี่ เขาบอกว่าใช้พอดี ๑ กรัม ถ้าอย่างนี้นะครับท่านประธานครับ บุหรี่ ๑ มวนก็ขึ้นมาอีก ๒ บาท ๔๐ สตางค์ ซองมี ๒๐ มวนนะครับ ขึ้นมา ๒ บาท ๔๐ สตางค์ ซองหนึ่งขึ้น ๔๘ บาท ถูกไหมครับ ไม่ทราบถูกผิดอย่างไรก็ผ่านท่านประธานให้รัฐมนตรีช่วยตอบด้วย ว่าข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร ถ้ามันขึ้นอย่างนี้มันมหาศาล แล้วก็จะเกิดปัญหาบุหรี่ ลักลอบนําเข้า ซึ่งผมเชื่อว่ามันจะถูกกว่า ตรงนี้ต้องดูแลดี ๆ ท่านประธานครับ เมื่อรัฐบาล เก็บภาษีไม่เข้าเปัาไม่มีเงินมาเปึนค่าใช้จ่ายนะครับ ในงบประมาณต่าง ๆ ทางที่ดีที่สุด และทางเดียวที่ง่ายที่สุดก็คือขึ้นภาษี รัฐบาลก็เลือกขึ้นภาษีไปหลายอย่างแล้ว ก็มาขึ้น ยาสูบหรือบุหรี่นี่ครับ แล้วก็น้ํามัน ความจริงแล้วรัฐบาลเขาบอกว่า ขึ้นภาษีบุหรี่นี่ไม่ทําให้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรอกนะครับ แล้วมิหนําซ้ํายังเปึนการช่วยเหลือที่จะให้มี สุขภาพดีด้วย แล้วก็ไม่เปึนการเปลืองเงินเปลืองทองในการรักษาด้วย แต่ผมคิดกลับไปว่า จริง ๆ แล้วไม่ทําให้การสูบบุหรี่ลดลงเลยนะครับท่านประธานครับ ไม่ลดลง กลับเพิ่มขึ้น นี่คือสิ่งที่น่าเปึนห่วง ดังนั้น แทนที่จะได้เงินภาษีเพิ่มขึ้น ไม่แน่ กลับลดลงก็ได้ เพราะเขา หันไปสูบบุหรี่นอกหมดซึ่งถูกกว่าบุหรี่นําเข้า ความจริงแล้วทําไมมีการกระทบในด้านของ การเก็บภาษีต่อพี่น้องประชาชนนั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ไปเลือกเก็บได้ จากคนรวยก็ดี นะครับ ไม่ว่าจะภาษีมรดก ภาษีที่ดินอย่างนี้เปึนต้น การขึ้นภาษีทุกชนิดนะครับ ท่านประธานครับ การขึ้นภาษีทุกชนิด สินค้าต่าง ๆ ก็จะแพงขึ้น พี่น้องประชาชนก็จะมี รายจ่ายสูงขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่สงสัยก็คือว่า ในการสั่งบุหรี่หรือสั่งใบยานะครับนําเข้าจากต่างประเทศ เปึนใบยานะครับ เปึนใบ ๆ เลยนะครับ ยังไม่เปึนบุหรี่ ตรงนี้เวลาสั่งเข้ามาเสียภาษีเท่าไร แล้วเก็บภาษีเขาเท่าไร แล้วเวลาเสร็จแล้วเขาเอามาหั่นทําเปึนมวนนี่ครับ เปึนใบยานี่ครับ เอาเปึนมวนหั่น ๆ เปึนมวนเสียอีกไหม เสียภาษีเท่าไรนะครับ ตรงนี้อยากจะฟัง ท่านรัฐมนตรีช่วยผ่านท่านประธานนะครับชี้แจงให้กระจ่างด้วย ก็จะได้มาเทียบกันดูว่า มันจะแพงจะถูกแค่ไหน แล้วก็จะไปซื้อจากต่างประเทศมาสูบอย่างไรนะครับ แล้วก็ใบยานะครับ ใบยานี่เปึนใบยา ที่เราปลูกกันในประเทศไทยเรา ซึ่งทราบว่าอย่างทางภาคเหนือเขามีเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่จังหวัดแพร่ จังหวัดผมก็มีครับ จังหวัดกาญจนบุรี เขาปลูกใบยาครับ ใบยา เสร็จแล้วเขา ก็เอามาหั่น แล้วก็ใช้ใบตองห่อแล้วสูบ ตรงนี้ละครับเสียภาษีไหม แล้วเอาไปหั่น เขาใส่ ใบตองนะครับแล้วก็ห่อขาย ซึ่งทางภาคใต้ใช้เยอะครับ จังหวัดทางภาคใต้ใช้เยอะที่สุด ที่ภาคอื่นไม่ค่อยมี อย่างนี้เสียภาษีไหม แล้วก็ถ้าเสียภาษี เสียมากน้อยแค่ไหน นี่เปึนเรื่อง ที่ต้องพิจารณากัน เพราะตรงนี้เปึนส่วนที่จะทําให้การลักลอบนําเข้าจะมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าการเก็บภาษีของเรา ความจริงเปึนเรื่องที่ถูกละครับ การเก็บภาษีนี่เปึนทาง เดียวที่ง่าย ที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ง่าย สะดวกที่สุดที่รัฐบาลจะเลือกหารายได้ แต่ว่า การหารายได้นั้นก็ต้องดูว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนแค่ไหน เดี๋ยวเรื่องน้ํามันเข้า ยิ่งน้ํามัน นี่เดือดร้อนไปทั่วเลย ยิ่งมากขึ้นๆ เลย เพิ่มเปึนทวีคูณ ตรงนี้ทําแล้วคุ้มไหมนะครับ ผมยัง ต้องถือโอกาสนี้เรียนต่อไปนะครับ เดี๋ยวก็จะมีเข้ามาอีก เรื่องกู้เงิน ก็ไม่น่าเชื่อครับ ท่านประธาน ผมได้ฟัง พูดตรงนี้สักนิดหนึ่งก่อนนะครับ ผมได้ฟังทางรัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าขณะนี้เศรษฐกิจของเรากําลังจะเริ่มดีขึ้น โงหัวขึ้น แล้วท่านบอกอย่างนี้ แต่ว่าต้องมาหาเงินหาทองกันมากมายอย่างนี้ มันสวนทางกันไหม ก็ไม่น่าเชื่อขณะนี้อเมริกาเขาดีขึ้นแล้วครับ เมื่อก่อนนี้ลําบาก เมื่อป้ที่แล้วประเทศจะ ล้มละลาย ตอนนี้เขาดีขึ้นแล้ว แบงก์มีกําไรแล้ว แบงก์เขามีกําไรแล้ว การมีกําไรก็นั่น หมายความว่า ภาคเอกชนค้าขายดี ซื้อ ค้าขายดีมีกําไร สามารถส่งดอกเบี้ยได้ สามารถ ผ่อนเงินต้น ส่งเงินต้นได้ นี่เขาเริ่มดีขึ้น แต่ของเราบอกว่าไม่ค่อยดี ยังไม่ดีขึ้น ถ้าเขาดีขึ้น เราไม่ดีขึ้น แล้วเราจะไปอย่างไรครับ แล้วเราจะเอาอะไรมาอ้าง ครั้งที่แล้วจะกู้เงินจะทํา อะไรอย่างนี้ อ้างโลกมีปัญหานะครับ เศรษฐกิจตกต่ํา โลกมีปัญหา อเมริกามีปัญหา เราก็พลอยตามด้วย เพราะตลาดเราต้องพึ่งเขา อย่างนี้ละครับ ก็เลยไม่มีเงิน เงินไม่มี นะครับ เงินไม่มี ไม่มีที่จะเอามาใช้จ่าย ก็ต้องหา รัฐบาลก็ต้องหาครับ หาเงินด้วยวิธีการขึ้น ภาษีหลาย ๆ อย่าง นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้เปึนเรื่องที่ ถ้าเลยต่อไปก็ โอ้โฮ ตอนนี้นะครับ พี่น้องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชน นี่เปึนกังวลมากนะ เปึนกังวลมากเลยท่านครับ เปึนกังวลมาก แต่รัฐบาลก็เฉย ๆ ไม่รู้สึกอะไร กู้ก็กู้ไป จะใช้หนี้เมื่อไรก็ว่ากันไป ๙ ป้ ๑๐ ป้ ก็ว่ากันไป ไม่รู้เงินจะอยู่กัน ตรงไหนถึงไหนแล้ว อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนว่า เรื่องการขึ้นภาษีก็ดี นะครับ เรื่องภาวะเศรษฐกิจก็ดีนะครับ เราอาจจะตามเขาทันแค่ไหนนะครับ หมดเวลา วันนี้ผมพูดตรงเป็ะ หมดเวลาพอดีนะครับ
ดีมากครับ
ดีมากนะครับ เพราะว่าทําถูกใจ ท่านประธาน
ครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ก็ถือโอกาสนี้กราบเรียนว่าจะทํา จะขึ้นภาษีอะไร แล้วเรื่องบุหรี่ เรื่องยาสูบนี่ ท่านต้องตั้งทีมเข้มแข็งนะครับ ตรวจสอบ ทั่วทั้งราชอาณาจักร มีจุดตรวจหมด จับนําเข้านะครับ มิฉะนั้นท่านจะไม่ได้ หรือว่าได้ ไม่ตามเปัาหมายที่ท่านต้องการ เงินจะไม่เข้าตามที่ท่านต้องการล่ะครับ แล้วท่านไล่จับ อะไรก็ไม่ค่อยได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปคิดว่าขึ้นภาษีแล้วจะได้เงินตามเปัาหมายนะครับ ผมก็ถือโอกาสนี้ กราบเรียนท่านประธานไว้แค่นี้ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญ ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ ขอบคุณครับผู้รักษาเวลาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก็ขออภิปราย พระราชกําหนดที่ทางรัฐบาลจะขอนํากฎหมายเข้า เพื่อจะไปเก็บภาษีกับพี่น้องประชาชน คนจน ๆ ทั้งประเทศนะครับ ท่านประธานทําไมผมพูดอย่างนี้ วันนี้ผมขอไตเติ้ล (Title : ชื่อเรื่อง) ก่อนนะครับว่า จน เครียด สูบบุหรี่ กินเหล้า ถ้าท่านประธานเห็นสโลแกนว่า รวย เครียด สูบบุหรี่ กินเหล้า ประธานเล่าให้ผมฟังหน่อยก็แล้วกัน แล้วผมจะเล่าต่อไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องบอกเลยว่ารัฐบาลนี้ข้างหน้าเขาบอกว่ารัฐบาลนี่กู้อย่างเดียว ท่านประธานคงเห็นว่าเงินคงคลังครั้งที่แล้ว ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เกลี้ยง กู้ไป ๔ ครั้ง ครั้งแรก ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่สอง ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ผ่านมาอีก ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วกําลังจะนําเข้าอีก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่ารัฐบาลนี้นะครับ ตอนที่เข้ามา บริหารประเทศนี่แถลงนโยบายกับสภาไว้ว่าอย่างไร แถลงที่ไหนท่านประธานครับ ผม ไม่ได้มาโต้เถียงในสภาเลย ตอนแถลงก็ไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่มีสิทธิที่ จะสอบถาม แล้วก็ไม่เอากรอบ แต่การจะขึ้นภาษีนะครับ เวลาจะขึ้นกลับเอามา สู่สภา ท่านประธานครับทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานมองไปฝากไปถึงพี่น้อง ประชาชน ไม่รู้วันนี้ถ่ายทอดสดหรือเปล่าท่านประธานครับ
ก็ปกติครับ
ถ่ายปกตินะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ จะได้ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้เห็น ได้รู้ ได้ฟัง ท่านประธาน รู้ไหมครับ ที่ว่าเอามาขึ้นภาษีบุหรี่ ภาษีสรรพสามิตนี่นะครับ เพราะเรื่องของเรื่องคลังเก็บ เงินไม่ตรงเปัา ไปเอาเงินคงคลังมาใช้ก่อน ทราบว่าเมื่อเช้าผมสอบถามไปเงินคงคลัง เหลืออยู่เพียง ๖๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากเงิน ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้พอเอาเงิน ออกไปไม่รู้จะหาวิธีไหน ที่จริงรัฐบาลมาบริหารต้องหาสตางค์เข้าประเทศนะครับ ไม่ใช่ กู้เข้าประเทศ วันนี้พอกู้เสร็จปุ็บเอาไปชดเชยก็ไม่ได้ ก็เลยมาขึ้นภาษี มาขึ้นภาษีบุหรี่ เหล้า มาขึ้นภาษีน้ํามัน ท่านประธานคงจะเห็นนะครับ ภาษีน้ํามันชัดเจน วันนี้รัฐบาลนี้ นะครับ น้ํามันบาเรลละ ๕๔ เหรียญ ท่านประธานครับ ควรที่ประชาชนคนไทยจะได้ใช้ น้ํามันถูก คนที่ทําไร่ทํานาอยู่ที่บ้านผม ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทองนี่ครับ ควรที่จะได้ใช้น้ํามัน ถูก ๆ วันนี้ท่านประธานรู้ไหมครับ น้ํามันแอบขึ้นทีละ ๖๐ สตางค์ ๖๐ สตางค์ วันนี้เกือบ ๓๐ บาท เข้าไปแล้วท่านประธานครับ นี่รัฐบาลขึ้นภาษีเต็มที่ ขึ้นไป ๕ บาท แล้วจะขึ้นอีก ๕ บาท เปึน ๑๐ บาท ผมถามว่าวันนี้คนจนจะอยู่กันอย่างไร ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร พอมาภาษีสรรพสามิตท่านประธานครับ จะจัดเก็บอีก ๑๓,๖๐๐ เพื่อจัดเก็บภาษีให้เข้าเปัา การที่จะเก็บภาษีให้เข้าเปัา รัฐบาลควรจะบริหารแบบเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ ควรจะบริหารแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่ไปเก็บกับคนจน ทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ บุหรี่นี่นะครับมันอยู่คู่กับเมืองไทยมานานพอสมควรตั้งแต่ผมเห็นมา ผมถึงบอกว่าวันนี้พี่น้องโรงงานยาสูบเดือดร้อนแน่นอน ถ้ารัฐบาลใช้มาตรการนี้ บุหรี่ไทย ขึ้นซองละ ๖๓ บาท ใครจะไปสูบท่านประธานครับ บุหรี่ลาวท่านประธาน ผมเอ่ยเลยครับ บุหรี่ลาวยี่ห้ออีร่า ซองหนึ่ง ๘ บาท ดอกไม้แดง ๙ บาท อาแดง ๑๘ บาท เท็กซัส ๑๕ บาท มาร์ลโบโร ๔๒ บาท แล้วก็ของไทยท่านประธานครับ ๖๓ บาท จากราคา ๓๐ กว่าบาท ขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้ววันนี้พี่น้องประชาชนเกษตรกรเพื่อนหลายคนได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานครับว่า ไหนว่าจะเห็นแก่พี่น้องเกษตรกร จะบริหารการเกษตรให้ดี วันนี้ถ้าทํา อย่างนี้นะครับ คนผลิตยาสูบจะอยู่กันอย่างไร ก็จะมีการลักลอบขายของเถื่อนกันอีก มากมาย ท่านประธานคงไปเห็นตามชายแดนนะครับ อยากจะให้ท่านประธานไปเห็น ทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ รอเข้ามาขายในเมืองไทยแบบเปึนธุรกิจแปลกครับ ธุรกิจใหม่เลย ทําไม ผมพูดอย่างนี้ ล่าสุดนะครับท่านประธาน เขาอ้างว่าเขาเปึนนักท่องเที่ยว อย่างรัฐบาลจะ ไปจับเขา คาร์เทินละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าแล้วใครมันจะมาเที่ยวเมืองไทย คนที่มาเที่ยวมันก็ต้องสูบบุหรี่ พวกผ่านด่านก็ต้อง ซื้อเข้ามา อย่างน้อยคนละ ๒ คาร์เทินท่านประธานครับ ตรงนี้ก็ฝากท่านประธานไปถึง รัฐบาลว่า ถ้าอยากจะให้โรงงานยาสูบยังอยู่ อยากจะให้เกษตรกรที่ผลิตยาสูบให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศไทยยังอยู่ รัฐบาลต้องเปลี่ยนการบริหารเสีย ไม่ใช่ว่าไปทําแบบนี้ แล้วมาอ้างบอกว่าได้ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขแล้ว วิธีที่จะให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่ ก็ขึ้นเก็บภาษีให้แพง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ฝากไปถึงรัฐบาลว่า ควรที่จะหาทาง แก้ไข ไม่ใช่ไปซ้ําเติมพี่น้องประชาชนโดยการขูดรีดภาษีจากคนจนมาช่วยคนรวย ผมต้อง พูดอย่างนี้นะครับ มาช่วยตรงนี้ วันนี้รัฐบาลมองเห็นว่าถ้าจะขึ้นภาษีให้เปึนระนาบ เดียวกันท่านประธานครับ ภาษีมรดกที่รัฐบาลพูดไว้ ทําหรือไม่ ไม่ใช่ไปเอาแต่กับคนจน ๆ อย่างเดียว วันนี้ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีผู้บริหารประเทศ พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศไทยรอความหวังอยู่ เงินหลายด้านหลายอย่างที่รัฐบาลกําลังจะหา ไปให้ ครั้งที่ผ่านมามีผู้อภิปราย ผมมาจากผู้นําแรงงาน ท่านประธานครับ เงินของ ประกันสังคม ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ที่ ๒,๐๐๐ บาท รัฐบาลก็กู้เหมือนเดิม กู้ไปแล้วไม่รู้จะ ใช้ตอนไหน แผนการใช้ยังไม่มีเลย แต่กู้ไปแล้ว คนที่เปึนหนี้กลับเปึนพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ผู้ใช้แรงงานส่วนหนึ่งเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านให้ไปอีก ๒,๐๐๐ บาท ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย ธรรมดาเขาก็ใช้เงินเดือนเขาอยู่แล้ว ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ถ้ามองกันตรง ๆ ถ้ารัฐบาลอยากจะได้คะแนน อยากจะได้เสียง ต้องคนจนครับท่านประธานครับ เพราะคนจนถัวเฉลี่ยรายได้คนละ ๑,๖๐๐ บาท ถ้าท่านเอา ๒,๐๐๐ บาทไปให้เขานี่ใหญ่โตเหลือเกิน แต่วันนี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยที่ท่าน กู้ลงไป แล้วเที่ยวนี้ท่านก็กู้อีก แต่พอท่านรู้ว่ามันมีปัญหานิดหน่อย ท่านก็ถอยไป ท่านก็เลยเอาพระราชกําหนดเฉพาะของยาสูบเข้ามา วันนี้ในฐานะที่พวกผมเปึนฝ์ายค้าน ผมถึงบอกว่าถ้ารัฐบาลบริหารประเทศแบบผิดพลาดแบบมโหฬาร ที่ท่านจะมาเก็บภาษี บุหรี่ ๑๓,๖๐๐ ล้านบาท เพื่อเอาไปชดใช้เงินคงคลังก็ว่าได้ เพราะเงินคงคลังวันนี้ท่านใช้ ไปหมดแล้ว หมดหรือไม่หมดท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ข้างบน ลองดูว่าการกู้เพื่อจะเอาไป ชดเชยเงินที่ใช้ไป ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานครับ เหมือนกับคนเล่นไพ่ ทําไมผมพูด อย่างนี้ เล่นไพ่ไม่ใช่การพนัน อาจจะเปึนการพักผ่อนนะครับ เหมือนเจ้ามือ มีเจ้ามืออยู่ ยกตัวอย่างป็อกเด้งก็แล้วกันท่านประธานครับ ป็อกเด้งเจ้ามือแจกไพ่ให้ลูกค้า เจ้ามือ มีสตางค์เยอะ กินลูกค้ามามีเงินเปึนหลาย ๆ ล้านบาท ใครจะไปหยิบ ๒,๐๐๐- ๓,๐๐๐ บาท ไม่มีใครตกใจครับ เปึนเรื่องปกติ เปรียบเสมือนคลังถ้ามีเงินอยู่ ใครมาหยิบ ก็ไม่มีปกติ แต่วันนี้คลังจัดเก็บไม่ได้ ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปให้กันหยิบกันใช้ ก็เลยใช้วิธีกู้ ท่านประธานครับ ตรงนี้ก็ฝากท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีครับว่า การบริหารงานของ ยาสูบที่เอามาขึ้นพระราชกําหนดนี่ครับถือว่าผิดพลาดอย่างร้ายแรง การที่จะมาหาเงินกับ คนจนแล้วเอาไปไว้กับคนรวย แล้วพี่น้องยาสูบ ผมว่าโรงงานยาสูบจะต้องสูญพันธุ์ ถ้าทําอย่างนี้ ไม่มีใครจะไปสูบหรอกครับ ซองละ ๖๓ บาท คนต้องหันไปสูบบุหรี่ลาว ซองละ ๘ บาท หรือหันไปสูบยี่ห้อดี ๆ มาร์ลโบโร ๔๒ บาท ที่เปึนบุหรี่ที่ถือมาเองโดย ไม่ต้องเสียภาษี ท่านประธานครับ ตรงนี้ฝากประเด็นท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรี ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ คุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน กระผมเองนั้น มาจากบ้าน มาจากพื้นที่ เข้ามาประชุมสภาวันนี้มาด้วยความไม่สบายใจ เพราะเมื่อวานนี้ กระผมได้พบปะพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่เลือกตั้งของกระผมในจังหวัดลําพูน หลายคน เปึนห่วงเปึนใยครับ ฝากทางท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐบาล ยังดีใจครับที่วันนี้ ท่านประธานตัดสินใจถูกต้องแล้ว มิฉะนั้นพวกกระผมจะอภิปรายอย่างไม่สบายใจ ที่จะต้องอภิปรายผ่านพระราชบัญญัติ
ผมว่าเอาเรื่องนี้เลยดีกว่า เรื่องนั้นมันจบไปแล้วครับ
เปึนการเกริ่นนําให้ท่านประธานทราบ บรรยากาศของพี่น้องประชาชนบ้างครับ เปึนการเกริ่นนําก่อนที่จะเข้าเรื่อง ท่านประธาน พี่น้องประชาชนฝากให้กระผมมาค้านหัวเด็ดตีนขาด หัวหลุดอย่างไรก็อย่าให้รัฐบาลกู้ ก่อนจะกู้ก็เรียกร้องว่าให้รัฐบาลยุบสภาก่อนได้ไหม แล้วเอานโยบายแล้วก็ไปเลือกตั้งกันใหม่ จะเปึนหนี้อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาก็ไม่ว่า ๑,๐๐๐ ล้านล้านบาท เขาก็ไม่ว่า หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาก็ไม่ว่า นี่คือความ จําเปึนที่ผู้แทนราษฎรอย่างพวกเราต้องมาบอกท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เพราะเปึน การฝากมาจากพี่น้องประชาชนจริง ๆ เขาตกใจครับ ที่รัฐบาลจะกู้เงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะทุกวันนี้ตื่นเช้ามาข่าวก็ออกกู้ ขึ้น กู้ ขึ้น กู้ ขึ้น เป่ดช่อง ๗ ก็กู้ เป่ดช่อง ๙ ก็ขึ้นภาษี เป่ดช่อง ๑๑ ก็จะกู้ จะขึ้น มันอยู่ ๒ ประโยคนี้ละครับ แต่ปรากฏว่าไม่มีการหา รายได้ใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม นี่คือบรรยากาศของประชาชน ณ วันนี้ สินค้าเกษตรก็ตกต่ํา วันนี้ปกติบุหรี่จะเปึนสินค้าสินค้ามิตรภาพ ถ้าใครพกบุหรี่ เพื่อนผมพกไฟแช็คมันมาขอนี่ เรายื่นให้มีความสุข เพราะมวนหนึ่ง ๑ บาทกว่า เดี๋ยวนี้เพื่อนพกไฟแช็คมาขอบุหรี่เพื่อน ชักจะมองหน้าแล้ว ปกติคนให้บุหรี่ถือว่าเปึนน้ําใจ เดี๋ยวนี้ชักจะขี้เหนียวแล้ว เริ่มจะด่ากัน แล้วว่าไอ้นี่มีแต่ขอบุหรี่ เพราะฉะนั้นนี่คือบรรยากาศของกระบวนการที่พวกเราคิดว่า การออกพระราชกําหนดอย่างนี้เปึนความคิดล้าหลัง ถ้าเปึนภาษาฝ์ายซ้ายเก่าเขาเรียกว่า มวลชนล้าหลัง ถ้าเปึนภาษาพวกเรานี้ก็เรียกว่ารัฐบาลล้าหลัง คิดอะไรไม่ออกมาขึ้นเอา สินค้าง่าย ๆ อย่างนี้ วันนี้กระบวนการเหล้าขาวก็ขึ้น ขึ้นขวดละ ๑๐๐ พี่น้องเหนื่อย ๆ นี่จะต้องต้มเหล้า ต้องต้มกินเอง สรรพสามิตก็จ้องตาเขียวว่าจะเอาแสตมปีหรือเปล่า ถ้าไม่เอาจะจับ จําเปึนต้องวิ่งหา เขาเรียกว่าวิสาหกิจชุมชนเหล้า ต้องจับกลุ่มกัน ๗ คน จดทะเบียนเพื่อกลั่นเหล้า ไม่ต้องเสียแสตมปีในราคาที่ถูกขูดรีดนาทาเร้น นี่คือการปรับตัว ของพี่น้องประชาชน และหันมาทางบุหรี่ ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีซึ่งเปึนรัฐมนตรีที่ก็เปึน พรรคพวกกันละครับว่า พี่น้องชาวไร่ยาสูบผมทางภาคเหนือ ท่านขึ้นกันสะบั้นหั่นแหลก อย่างนี้ ราคายาสูบ ยาเส้น ยามวน ยาในพื้นไร่ขึ้นด้วยหรือเปล่า ขึ้นด้วยไหม ปุิยยาลดลงไหม หรือจะมีสวัสดิการอะไรที่ตกถึงชาวไร่ เพราะท่านขึ้นราคาสะบั้นหั่นแหลกอย่างนี้ ยาสูบ ขึ้นซองละ ๑๐ กว่าบาท ท่านคิดว่าพี่น้องชาวสวนยาสูบชาวไร่ยาสูบของพวกผม จะได้ประโยชน์อะไรจากการขึ้นราคาอย่างนี้ จะได้พันธุ์ใหม่ ๆ ไหม จะได้มีการส่ง จะได้ โควตาเพิ่มไหม หรือท่านจะต้องสั่งยาสูบจากลาว ยาสูบจากอเมริกาเอามาใส่ ตรงนี้ต้อง ให้ชัดครับ ไม่ใช่บอกในพระราชบัญญัติ พระราชกําหนดบอกว่า เนื่องจากอัตรา ค่าแสตมปียาสูบ ท่านให้เหตุผลนะครับ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ ท่านให้เหตุผลในการขอขึ้นบอกว่า เนื่องจากอัตราค่าแสตมปียาสูบ สําหรับยาเส้นและยาสูบไม่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ย้ํานะครับ ไม่เหมาะสมกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเพิ่มรายได้ของประเทศ สมควรแก้ไขเพิ่มเติม อัตราค่าแสตมปียาสูบสําหรับยาเส้นและยาสูบให้สูงขึ้น ถ้าแปลเปึนภาษาไทยก็แสดงว่า เศรษฐกิจยามนี้มันดีครับ จึงต้องขึ้นภาษี ผมถึงบอกว่ารัฐบาลล้าหลังอย่างไรครับ เปึนมวลชนล้าหลัง เปึนรัฐบาลล้าหลัง เศรษฐกิจขนาดนี้เขาไม่คิดขึ้นภาษีหรอกครับ รากหญ้า พี่น้องประกอบธุรกิจส่งออกไม่ได้ คนตกงาน ทํามาหากินฝ๋ดเคือง แต่ท่านกลับ ขึ้นภาษีกับสินค้าที่มีความจําเปึนก็ว่าได้กับวิถีชีวิตของคน แน่นอนครับ บุหรี่อาจเปึน อันตรายต่อสุขภาพ แต่มันไม่ใช่ห้ามคนสูบบุหรี่โดยการขึ้นภาษี ท่านต้องให้การศึกษา ท่านต้องให้ประชาสัมพันธ์ ท่านต้องอย่าให้ทีวีต้องมีภาพอะไรที่มีเวลาสูบบุหรี่ก็มีภาพ พร่า ๆ มัว ๆ ซองบุหรี่ก็ โอ้โฮ ใครไปเห็นแล้วก็ตกใจ โรคถุงลมโป์งพอง โรคเหงือก โรคอะไรไม่รู้ซองบุหรี่นี่น่ากลัวที่สุด แต่คนเขาก็สูบ มันเปึนอิสระ มันเปึนเสรี ใครจะสูบ ก็สูบ ใครไม่สูบก็ต้องห่างไกล ๆ แต่ท่านไม่ใช่โยนบาปให้เฉพาะกลุ่มผู้สูบบุหรี่ว่า สุขภาพ คุณจะแย่นะ แล้วผมถามว่าเอาไปให้โรงพยาบาลให้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคกี่บาท ขึ้นภาษีนี่ ท่านเอาไปอุดช่องว่างในเรื่องของการที่รายได้ไม่สมกับรายจ่ายที่ท่านจ่ายในเรื่องของ ประชานิยมของพวกท่าน เพราะฉะนั้นผมตั้งคําถามตรง ๆ กับท่านรัฐมนตรีว่า ชาวไร่ ยาสูบได้อะไรจากมาตรการการขึ้นภาษีอย่างบ้าเลือดของพวกท่าน ท่านต้องตอบให้ตรง นะครับ
๒. ท่านเชื่ออย่างไรว่าพฤติกรรมของผู้สูบบุหรี่จะลดลงตามเหตุผลที่ท่าน ไปปรึกษากับกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีถ้าท่านว่างไปเยี่ยมผมที่จังหวัดลําพูน ผมจะพาท่านไปเที่ยวที่ชายแดนห่างจากจังหวัดลําพูนไปประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร แถวแม่สายหรือไม่ก็แถวแม่สอด จังหวัดตาก หรือไม่ก็แถวเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เราไปนี่นะครับผมต้องหนีบรักแร้มาด้วย ๓ คาร์เทิน บวกกับเหล้านอกอีก ๒ ขวด หนีบรักแร้เข้ามา ไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียวนะครับ เปึนพรวน เปึนกองทัพมดเลย ยังไม่นับที่ ขึ้นเรือหางยาวมาข้ามฝัืงอีกฝัืงหนึ่งนะครับ หาซื้อได้ ท่านได้ทําให้หน่วยงานราชการเหล่านี้ มีประสิทธิภาพหรือยัง ท่านอย่านึกว่าตัวเลขที่ท่านจะได้เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ขึ้น มันจะได้เฉพาะกระดาษแผ่นนี้นะครับ ท่านจะได้เฉพาะกระดาษแผ่นนี้ แต่รายได้ที่แท้จริงของท่าน รับรองไม่ได้ตามนี้ เพราะจะมีของหนีภาษี นี่เฉพาะภาคเหนือนะ ไปภาคใต้ท่านไปจังหวัดสงขลาข้ามฝัืงไปสะเดา ท่านก็หนีบรักแร้มาด้วยอีกแล้ว ไปอีสานไปจังหวัดหนองคาย ไปที่ไหนเดี๋ยวนี้ยิ่งไปประเทศลาวสะดวก มันทุกสารพัดครับ ที่เขาจะมาโจมตี แล้วมันเปึนช่องว่าง ตราบใดที่กลไกธรรมดาครับ น้ําแห้งที่ไหนน้ําที่มีอยู่ มันก็ไหลไปสู่ตรงนั้น ราคาไหนมันต่ํามันก็ต้องขึ้นมาสู่ราคาที่ได้กําไรเยอะกว่าก็คือที่สูง ที่ราคาสูงกว่า มันเปึนธรรมชาติ ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องบริโภคสิ่งเหล่านี้อยู่ ตราบนั้นก็ ต้องเสาะแสวงหาสินค้าที่คุณภาพดีราคาถูกเปึนเรื่องธรรมชาติ ผมเห็นว่าการขึ้นภาษีของ ท่านครั้งนี้ในขณะที่กลไกของรัฐ กลไกของ ตม. (ด่านตรวจคนเข้าเมือง) กลไกในส่วนของด่าน ชายแดนต่าง ๆ อ่อนเปลี้ยเสียขา มันก็จะทําให้สินค้าหนีภาษี สินค้าเถื่อนทะลักเข้ามาตาม แนวชายแดนเปึนกองทัพมด ท่านจับไม่ไหวหรอกครับ แล้วมันก็จะเปึนช่องว่างให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ วันนี้ท่านลองสิครับจะเลี้ยง หัวคะแนน แม่โขงผมไม่เอาหรอกครับ ผมไปเอาเหล้าชายแดน ผมนะครับผมบอก ผมไม่เอา มันก็เอามาฝากครับ แถมหัวคะแนนชอบด้วยเพราะมันเปึนเชค บอล (Shake ball) หนีบรักแร้เวลาเมาไม่หก นี่ครับดีด้วย มีความสุขด้วย แต่ของเรานี่แพงเอา แพงเอา นี่คือบรรยากาศของการขึ้นภาษีครับที่ผมจะเล่าให้ฟังว่ามันกระทบกับวิถีชีวิตรากหญ้า เราอย่างไร ท่านประธานครับ เผอิญคุณพิษณุเลขาวิป เขาบอกให้ผมใช้โควตาเขาอีก ๑๐ นาทีครับ ท่านประธานครับ
แล้วคุณพิษณุส่งชื่อมา ทําไม คุณมอบโควตาให้เขาก็มอบไปสักชั่วโมงหนึ่งก็หมดเรื่องครับ
ท่านประธานครับ ประเด็นปัญหาก็คือว่า เราไม่มีการพิจารณาถ่องแท้ในการขึ้นภาษีในครั้งนี้ เพราะว่ากลไกของรัฐเรายังไม่ได้ เข้มแข็งในการที่จะสํารวจตรวจสอบตรวจจับของหนีภาษี ท่านยังไม่มีมาตรการใด ๆ ที่จะรองรับในเรื่องของมาตรการภาษีที่ของหนีภาษี ท่านก็จะ สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปเปึนวัน ๆ ว่า เรามีมาตรการ เจ้าหน้าที่ก็ตีเมืองขึ้น ก็แกล้งตั้งด่าน ช่วงนี้สักเดือนสองเดือน ทําเปึนทีท่าขยันขันแข็ง บอกว่ามีนโยบายจากหน่วยเหนือให้ใช้ มาตรการเด็ดขาดกับผู้ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ตั้งด่าน ๓ กิโลเมตร ๆ ๒ เดือนแค่นั้น แหละครับเรียบร้อย ถนนโล่ง กองทัพมดก็กลับมา ร้านของชําที่มีผลกระทบจากร้านค้า ปลีกข้ามชาติเขาก็จะหันไปขายของพวกนี้ละครับ เขาจะหันไปขายของพวกนี้ละ เพราะเมื่อก่อนมีเงิน ๕ บาท มันซื้อบุหรี่ได้ครับ วันนี้มันซื้อไม่ได้ มันแบ่งซองไม่ได้ เขาก็ จะต้องแกะซองบุหรี่นอก ยิ่งบุหรี่จากประเทศลาวซองละ ๑๐ บาท สบายมากเลยมาขาย ปลีกย่อย แกะ ๓ มวน ๒ มวน แล้วเด็กวัยรุ่นเงินมันน้อย มันอยากโก้อยากหรู พ่อแม่ก็ ไม่ได้ดู เขาก็จะมาซื้อบุหรี่ถูกอย่างนี้ละครับ ท่านจะมีมาตรการอย่างไร แล้วร้านของชํา ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เดี๋ยวนี้บุหรี่มันจะต้องมีที่ป่ดมิดชิด เพียงแต่มีตัวหนังสือว่า ที่นี่ จําหน่ายบุหรี่ ข้างในไม่รู้หรอกครับว่ามีบุหรี่ซ้อนบุหรี่ ถ้าท่านจับนะคุกไม่พอขังกับร้าน ของชําประเภทนี้ ท่านลองคิด กรุงทองซองละ ๖๐ บาท ๑ ซอง มี ๒๐ มวน มันตกมวนละ ๓ บาท วันหนึ่งสูบ ๑ ซอง ๖๐ บาท เปึนอย่างต่ํา เหล้าขาว ๑๐๐ บาท วันหนึ่งกินครึ่งหนึ่ง ๕๐ บาท ๑๑๐ บาท ค่ากับแกล้ม กับอะไรอีก ๓๐ บาท เปึน ๑๕๐ บาทแล้วครับ ค่าแรง ขั้นต่ําแถวลําพูนบ้านผม ๑๘๔ บาท แต่ได้ประมาณ ๑๕๐ บาท มันหมดแล้ว แล้วจะให้ เขาไม่จนไม่เครียด มันถึงต้องไปจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนกินเหล้าเถื่อน ต้มกันเอง กลั่นกันเอง กินกันเอง เสร็จแล้วมันก็จะมีสายตามร้านค้าต่าง ๆ มารับเอาเปึนแกลลอน ๆ ละ ๑๒๐ บาท ๑๕๐ บาท แล้วก็เอาไปเทใส่โถยาดอง แล้วก็กินเปึนเป็ก ยิ่งอันตรายต่อ สุขภาพมหาศาล เพราะมันมีถึง ๗๐ ดีกรีครับ ชนิดที่จุดไฟแช็กพรึ่บ เขาก็จะบริโภค อย่างนั้น ป้ สองป้ ตับ ไต ไส้ พุงพังหมด แล้วประชาชนรากหญ้าวัยทํางานก็จะอ่อนล้า อ่อนแรง สุขภาพไม่ดี ผมถึงต้องบอกว่าท่านได้ดําเนินกิจกรรมเหล่านี้ หน่วยงานของรัฐทุก หน่วยงานพร้อมหรือยังในการที่จะมีมาตรการใด ๆ รองรับ มาตรการเรื่องของสุขภาพที่ ท่านบอกว่าคนไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้าเพิ่มขึ้น ท่านมีตัวเลขอย่างไรมายืนยันต่อสภาแห่งนี้ เรื่องของเถื่อนที่จะทะลักตามแนวชายแดนต่าง ๆ นั้น ท่านมีมาตรการอย่างไร มิใช่เปึน มาตรการไฟไหม้ฟางนะครับ ท่านสั่งการ ๒ เดือน ตั้งด่าน ๓ กิโลเมตร ๑ ด่าน ๓ กิโลเมตร ๑ ด่าน พอ ๒–๓ เดือนแล้วหาย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ท่านจะต้องชี้แจงให้ชัด
ประการสุดท้ายครับท่าน เงินที่ท่านได้เก็บภาษีเหล่านี้ ท่านเอาไปใช้ อะไรบ้าง ต้องบอกพวกผมนะครับ ท่านมาขออนุญาตไปขึ้น ได้เงินแล้วท่านเงียบนี่ไม่ได้ นะครับ ท่านรัฐมนตรีต้องบอกพวกเราด้วยว่าบอกสภาแห่งนี้ บอกพี่น้องประชาชนด้วยว่า เงินที่คุณขึ้นภาษีเหล้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีบุหรี่ เงินเหล่านี้เอาไปใช้อะไรบ้าง อย่าบอก ว่าเอาไปใช้หนี้ ๑.๒ แสนล้านบาทวันนั้น อย่าบอกว่าไปเสริมสภาพคล่องเงินคงคลัง ถังแตกตามสื่อมวลชนเขาบอกนะครับ เมื่อขึ้นมาแล้วต้องเอาไปใช้ในกิจกรรมที่ท่านคิดว่า เปึนประโยชน์กับบ้านกับเมือง เพราะนี่คือเงิน ถ้าเปึนภาษาบ้านเขาเรียกว่าภาษีบาป เปึนภาษีบาป ท่านจะต้องใช้ในทาง กุศล คือเปึนทางที่เกิดประโยชน์กับบ้านกับเมือง สิ่งที่ผมเปึนห่วงครับท่านประธานฝาก ผ่านไปยังทางรัฐบาล ก็คือพฤติกรรมของผู้สูบบุหรี่ คือพฤติกรรมเหล่านี้เราจะใช้ราคาเปึน ตัวตั้งไม่ได้ครับท่านประธาน จะเห็นได้ว่าจากสถิติป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๕ ปรากฏว่าเด็ก เยาวชนอายุ ๑๕ ป้ขึ้นไปมีแนวโน้มที่สูบบุหรี่มากขึ้นครับ นั่นแสดงว่าพฤติกรรมของเขา เหล่านี้เปลี่ยนไปแล้ว ปรากฏว่าผู้สูงอายุลดลง ประชากรที่อายุ ๕๐ ป้ขึ้นไปลดลงในการ สูบบุหรี่ แสดงว่ามาตรการในการที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ส่วนหนึ่งก็ได้ผล มาตรการทาง สังคมที่พยายามที่จะกีดกันคนที่สูบบุหรี่ จัดที่สูบบุหรี่อะไรเริ่มได้ผล แต่ปรากฏว่าสิ่งที่น่า ตกใจก็คือ ประชากรตั้งแต่อายุ ๑๕ ป้ขึ้นไปนั้นมีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่มากขึ้น เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังรัฐบาลว่า ท่านต้องใส่ใจเรื่องนี้ด้วย นอกจากใส่ใจเรื่องหา รายได้
และประการสุดท้ายครับ ท่านประธานที่เคารพ เปึนการบอกกล่าวฝากผม มาให้อภิปรายผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เรื่องของสหภาพแรงงานยาสูบแห่งประเทศไทย ที่เขาได้ต่อสู้เรียกร้องเรื่องของการแปรรูปโรงงานยาสูบ ซึ่งวันนี้นั้นเขาอึดอัดมากเพราะว่า รัฐบาลนั้นไม่ชัดเจน ซึ่งส่วนหนึ่งก็จะมีการย้ายโรงงานยาสูบไปตั้งที่โน่นที่นี่ เห็นว่าจะย้าย กันมาหลายป้แล้ว แต่ก็ยังไม่ย้ายสักทีหนึ่ง บางคนก็ปล่อยข่าวว่าจะมีรัฐบาลจีน มีเครื่องจักรจากจีนจากอะไรก็ไม่รู้มาลงทุน แล้วก็จะแปรรูปโรงงานรัฐวิสาหกิจ โรงงาน ยาสูบ เรื่องโรงพยาบาลโรงงานยาสูบ ซึ่งถือว่าเปึนโรงพยาบาลที่ดี แต่เปึนสวัสดิการของ พนักงาน ท่านก็ต้องดําเนินการให้ชัดว่า โรงพยาบาลเหล่านี้จะรักษาคนไข้นอก คนไข้ใน จะรักษาเฉพาะเจ้าหน้าที่ยาสูบ หรือรักษาเฉพาะส่วนของพี่น้องประชาชนเพิ่มเติม ท่านก็ ต้องบอกให้ชัด
๓. เรื่องสวัสดิการโบนัส เรื่องผู้บริหารของโรงงานยาสูบที่ตอนนี้ได้ข่าวว่า มีการวิ่งเต้นกันอย่างไรนั้น ตรงนี้ทางสหภาพแรงงานยาสูบเขาไม่สบายใจ เขาถึงต่อสู้ เรียกร้องให้รัฐบาลหันมาสนใจแล้วก็ตอบคําถามเขาด้วยความจริงใจ ดีกว่าที่จะปล่อยให้ เขานั้นต้องคอยประท้วง ต้องคอยมาที่กระทรวงการคลังอยู่ทุกอาทิตย์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่เปึนผลดี
ท้ายที่สุดนี้ผมหวังไว้ว่าการขึ้นภาษีสรรพสามิตของบุหรี่ ยาสูบนั้น อย่างน้อยที่สุดถึงแม้ว่าจะเปึนประโยชน์กับทางรัฐบาลที่ได้เงินสดตามรายงานต่อสภา ก็ขอให้ได้เงินสดจริง ๆ และขอให้อานิสงส์นี้ตกถึงชาวไร่สวนยาสูบซึ่งปลูกมากใน จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน จังหวัดสุโขทัย ด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบพระคุณครับ ก็ได้เนื้อหาสาระครับ คุณนฤมลครับ สรุปสั้น ๆ หน่อยก็จะดีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ให้โอกาสดิฉันได้ อภิปรายในวันนี้ เรื่องที่ดิฉันจะอภิปรายก็คงเกี่ยวกับเรื่องของพระราชกําหนดในการขึ้น ภาษีบุหรี่นะคะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานนะคะว่าดิฉันไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งกับ การขึ้นภาษีจาก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ตามพระราชกําหนดตัวนี้นะคะ เหตุผลของดิฉันก็อยากจะเรียนชี้แจงอย่างนี้นะคะ อย่างในพื้นที่ของดิฉันเอง พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งหลายที่เปึนผู้บริโภคบุหรี่ส่วนใหญ่ก็ จะเปึนคนทํางาน จะเปึนคนหาเช้ากินค่ํา จะเปึนคนขี่มอเตอร์ไซค์วินบ้าง จะเปึนแม่ค้า พ่อค้าทั้งหลายบ้าง รายได้ของเขาก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร แล้วยังมีรัฐมนตรีบางท่านใน รัฐบาลปัจจุบัน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การเพิ่มภาษีบุหรี่ในครั้งนี้จะช่วยทํา ให้คนสูบบุหรี่ลดน้อยลง ดิฉันฟังข่าวตรงนี้แล้วดิฉันก็อดขําในใจไม่ได้ว่า ท่านคิดได้ อย่างไรคะว่าการขึ้นราคาบุหรี่ตรงนี้จะทําให้เขาเหล่านั้นลดการสูบบุหรี่ลงได้ ในเมื่อภาวะ เศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ว่าจะเปึนข้าวก็แพง อาหารก็แพง ค่ารถก็ขึ้นราคา ค่าไฟ ค่าน้ํา ทุกอย่างขึ้นหมดรอบตัวนะคะ ภาวะเศรษฐกิจเขาก็ย่ําแย่แล้วก็เครียดพออยู่แล้ว สมัยก่อน เขาก็หาเช้ากินค่ํา แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเขาบอกกับดิฉันว่าหาเช้ากินเช้าค่ะ หาเที่ยงกิน เที่ยง มันเปึนอย่างนั้นแล้วนะคะตอนนี้ แล้วท่านลองคิดดูสิคะ ว่าเงินจํานวนตรงนี้ทําให้ พวกเขาเดือดร้อนแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาอยากจะลด ละ เลิกบุหรี่ก็ตามนะคะ แต่มันไม่ง่าย เลยนะคะ มันไม่ง่ายกับการที่จะลดบุหรี่หรือว่าเลิกบุหรี่ได้ภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน นะคะ บางคนใช้เวลาลดเปึนป้ก็ยังเลิกไม่ได้ เท่าที่ดิฉันเคยรู้จักนะคะ และดิฉันได้เคย สอบถามกับคนที่สูบบุหรี่ เพราะว่าตัวดิฉันเองไม่ได้สูบบุหรี่ ครอบครัวดิฉันก็ไม่มีใคร สูบบุหรี่ รอบตัวดิฉันส่วนใหญ่ก็ไม่สูบบุหรี่ ก็ได้ถามจากพรรคพวกเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ ท่านผู้ทรงเกียรติในที่นี้ก็เหมือนกันว่าเขาสูบบุหรี่กันเพื่ออะไร ท่านได้อะไรจากการสูบบุหรี่ ในครั้งนี้ ในแต่ละครั้ง ทุกคนก็มักจะตอบมาเปึนเสียงเดียวกันส่วนใหญ่ว่า การสูบบุหรี่ เปึนการคลายเครียด เปึนการสูบแล้วเพื่อให้เกิดอาการผ่อนคลายปล่อยอารมณ์ได้นะคะ ดิฉันก็เลยเข้าใจว่า พี่น้องประชาชนที่เปึนผู้บริโภคตรงนี้ก็คงจะอาศัยการสูบบุหรี่ตรงนี้เปึน ทางระบายความเครียดนะคะ เปึนการระบายปัญหาชีวิตที่รุมเร้าเข้ามามากมายตั้งแต่เช้า ยันเย็นก็ว่าได้ แล้วท่านยังจะมาซ้ําเติมพวกเขาเหล่านั้นด้วยการขึ้นค่าบุหรี่อีกหรือคะ ดิฉันก็อยากจะเรียนถามในส่วนตรงนี้นะคะ
อีกประเด็นหนึ่ง ดิฉันได้อ่านประกาศในราชกิจจานุเบกษานะคะ ในส่วน ของหมายเหตุ หน้า ๖ ที่บอกว่า ดิฉันไม่อ่านก็แล้วกันเอาย่อ ๆ ไปเลยนะคะ ที่บอกว่าการ เก็บภาษีอากรจะได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ดิฉันไม่เข้าใจว่าคําว่า ลับ มันลับอย่างไร ในเมื่อท่านประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑๓ พฤษภาคมนะคะ แต่ว่าหนังสือพิมพ์แล้วก็มีการออกมาให้ข่าวจากคนในรัฐบาลของ ท่านเองว่าจะขึ้นภาษีตั้งแต่วันที่ ๖ พฤษภาคมแล้ว แล้วท่านลองคิดดูตั้งแต่วันที่ ๖ จนถึง วันที่ ๑๓ วันประกาศใช้จริงผ่านไปแล้ว ๗ วัน ใครบ้างที่ได้รับผลประโยชน์ เท่าที่ดิฉัน ทราบมันก็น่าจะเปึนพรรคพวกเพื่อนพ้องของพวกท่านเองหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้นะคะ เพราะว่าอย่างที่ดิฉันได้ดูรายงาน มีท่านรองเลขาธิการสมาคมการค้าผู้ขายส่งยาสูบได้ ออกมาให้สัมภาษณ์ในสื่อ ว่าปัจจุบันนี้มีผู้ค้าส่งทั่วประเทศถึง ๗,๐๐๐ รายนะคะ ในขณะเดียวกันก็มีผู้ขายส่งรายใหญ่ มีโกดังเก็บสินค้าที่โรงงานยาสูบ มีการกักตุนยาสูบ ไว้ถึงหลายหมื่นซอง แล้วก็คาดว่าจะได้กําไรจากการกักตุนยาสูบในครั้งนี้เพื่อรอขายเมื่อ ปรับราคาขึ้นถึง ๒๐๐ ล้านบาทนะคะ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าการขึ้นภาษีตัวนี้ได้เอื้อประโยชน์ ให้กับใครกันแน่นะคะ ทั้ง ๆ ที่ท่านเห็นประชาชนเดือดร้อน ผู้บริโภคบุหรี่เหล่านั้น เดือดร้อน แต่ใครได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ ก็อยากจะได้รับคําชี้แจงเหมือนกันนะคะ
แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็เปึนประเด็นของอย่างนายกสมาคมการค้าผู้ขายส่ง ยาสูบก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์เหมือนกัน ได้พูดถึงเรื่องว่าปัจจุบันนี้ปัญหา โควตาจัดจําหน่ายบุหรี่จากโรงงานยาสูบก็เปึนปัญหาที่ยืดเยื้อเรื้อรังมานานแล้วนะคะ ยิ่งมาเกิดกรณีกระทรวงการคลังจะขึ้นราคาบุหรี่อีกถึงซองละ ๑๑ บาท ก็เท่ากับเปึนการ ซ้ําเติมปัญหาเข้าไปอีกนะคะ ส่วนปัญหาโควตาจัดจําหน่ายปัจจุบันนี้ก็แทบจะไม่ลงตัว อยู่แล้ว มีผู้แทนกว่า ๒๐๐ ราย และผู้แทนหลักรายใหญ่รายเดียวนะคะ ครอบครองโควตา กว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งสามารถสั่งซื้อได้เปึนรายวัน ในขณะที่ตัวแทนอื่นอีก ๒๐๐ ราย ซึ่งรวมโควตายังไม่เท่ากับรายใหญ่ที่สามารถซื้อบุหรี่ได้เปึนรายสัปดาห์ ดังนั้นมันต้องเกิด ปัญหากักตุนอย่างที่ดิฉันกราบเรียนท่านประธานไปแล้วนะคะ ในส่วนตรงนี้ก็อยากจะ ทราบว่า ฝากเรียนถามท่านประธานผ่านไปทางผู้ที่เกี่ยวข้องนะคะว่า ใครคะที่ได้ ผลประโยชน์ในส่วนของการกักตุนตรงนี้ และที่ท่านบอกว่าเปึนการประกาศโดยด่วนและ ลับนี่มันลับตรงไหนนะคะอย่างที่บอก ช่วงระยะเวลา ๗ วันก่อนการประกาศใช้จริง ข่าวเหล่านี้ได้ออกมาสู่สาธารณชนแล้วนะคะ เกิดการกักตุนเกิดการขาดแคลนของสินค้า ไปแล้วในท้องตลาดนะคะ ชาวบ้านประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้รับความเดือดร้อนไปแล้ว โดยตรง ก็อย่างที่ท่าน ส.ส. ท่านที่แล้วก็ได้กราบเรียนแล้วว่า ปัจจุบันนี้ตามแนวตะเข็บ ชายแดนได้เกิดขึ้นมาแล้วนะคะ เกิดเรื่องของขบวนการขนถ่ายสินค้าจากฝัืงเพื่อนบ้าน ของเราเข้ามาในเขตบ้านเรา ยกตัวอย่างเช่น แม่สาย แม่สายนี่ถ้าคนทั่วไปคงจะไม่มีการ เดินผ่านไปผ่านมาตามด่านหรอกค่ะ ถ้าเราจะขนสินค้าที่เปึนสินค้านําเข้า สินค้าเถื่อน เหล่านั้นนะคะเพื่อจะมาขายหากําไรตรงนี้ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องใช้วิธีลักลอบผ่านเข้ามา ทางแม่น้ํากกนะคะ ซึ่งมันก็ไม่กว้างเกินไปนัก เขาก็สามารถที่จะลอยคอได้ สามารถที่จะ พายเรือข้ามผ่านก็ยังได้นะคะ ในส่วนตรงนี้ท่านได้มีมาตรการใดบ้างในการที่จะมาจัดการ ดูแลการลักลอบขนถ่ายสินค้าในส่วนตรงนี้
แล้วอีกเรื่องหนึ่งด้วยนะคะ ปกติการสูบบุหรี่ก็เปึนพิษเปึนภัยมีโรคตามมา มากมายอยู่แล้ว การที่ท่านขึ้นราคาบุหรี่ในส่วนตรงนี้ ทําให้เกิดการผลิตบุหรี่ปลอม บุหรี่เทียมนั่นเอง มีการเพิ่มสารเคมีบางตัวหรือสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐานอะไรก็แล้วแต่ เข้าไปนะคะ ทําให้ใครคะที่เดือดร้อนก็คือ พ่อแม่พี่น้องของเราที่เปึนผู้บริโภคโดยตรงนะคะ ส่วนใหญ่ก็น่าจะเปึนพี่น้องที่อยากจะได้ เขาเรียกว่าอะไรนะคะ พวกสิงห์อมควันต้องการ สินค้าราคาถูกก็ต้องวิ่งไปหาสินค้าเหล่านี้ สิ่งที่ตามมานะคะ มันก็จะต้องเกิดโรคร้าย ต่าง ๆ ตามมาอีกหลายโรคแน่นอนมากกว่าโรคที่มีอยู่ประจําของการสูบบุหรี่อยู่แล้ว สุดท้ายนี้ก็ต้องขอฝากท่านประธานนะคะ กราบเรียนไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องนะคะ ดิฉันไม่เห็น ด้วยอย่างมากอยู่แล้วกับการขึ้นภาษีสรรพสามิตในส่วนนี้นะคะ น่าจะมีวิธีการอื่นที่ดีกว่านี้ ก็ต้องกราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ ๒๕๐๙ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี คนเหนือและ คนอีสานมีอาชีพเพาะปลูกยาสูบมาดั้งเดิมเปึนอาชีพดั้งเดิมมาตั้งแต่โบราณแล้วนะครับ แล้วก็เปึนอาชีพการเกษตรชั้นสูง ที่บอกว่าชั้นสูงก็คือว่ามันละเอียดมาก การเตรียมดิน การย้ายกล้า การเพาะปลูกต้องระวังนะครับ เพราะต้องใช้ใบ ถ้าเกิดว่าใบเสียหายก็คือ ขายไม่ได้ เปึนที่น่าเศร้าใจสําหรับอาชีพนี้นะครับ พอประกอบอาชีพไปนานเข้าหลาย ๆ ป้ ปรากฏว่าเตี้ยลงเตี้ยลง ก็คือว่าจนลง ๆ ไม่ใช่ว่าไม่มีความสามารถ ไม่ใช่ว่าพี่น้อง เกษตรกรไม่เก่ง ไหนจะค่าปุิย ไหนจะค่าน้ํามัน แต่สุดท้ายก็มาเจอต้นสังกัดเอง ซึ่งเปึนผู้มีอิทธิพลที่สุด ชาวสวนแทบจะกราบเท้า คือโรงงานยาสูบและกระทรวงการคลัง ทุกป้เขาต้องมา ร้องเรียนผม พี่น้องผู้ปลูกยาสูบทั้งรายเล็ก รายใหญ่ เอาอีกแล้วครับ ป้นี้ประกาศราคาต่ํา อีกแล้ว แล้วก็ลดโควตาอีกแล้ว บางคนปลูกแค่ ๔-๕ ไร่ ก็ถูกลดลง ๒ ไร่ ๓ ไร่ ไม่เหลือ แล้วครับ แล้วจะไปทําอาชีพอะไร บรรพบุรุษ ปู์ ยา ตา ยายทํามา ถ้าท่านไปภาคเหนือจะ เห็นว่าจะมีเตาบ่ม โรงบ่มใบยานั้นร้างเต็มไปหมด เด็ก ๆ ก็จะถามพ่อ ถามแม่ว่า อันนั้น คืออะไร นั่นละครับโรงบ่มใบยา ทําไมมันร้างลง แล้วมันลดลง ทั้ง ๆ ที่เปึนอาชีพที่มี คุณภาพ แล้วก็รายได้ดีถ้ารัฐบาลส่งเสริม ปรากฏว่าช่วงหลังที่ผ่านมาหลายป้มานี้ มีการ นําเข้าใบยาสูบจากประเทศจีนและประเทศแถบยุโรป ซื้อกับเกษตรกรนี้ไม่มีกําไร ไม่มี ส่วนต่าง แต่ถ้าซื้อเปึนลอท (Lot : กอง,ทั้งหมด) ใหญ่จากต่างประเทศนั้น มันมีค่าใต้โต๊ะ บนโต๊ะ ผมไม่ทราบนะครับ ทําให้ต้องมาลดโควตาพี่น้องเกษตรกรลงทุกป้ ได้แล้วเอาอีก ได้แล้วเอาอีก มากขึ้นทุกป้ ๆ ท่านรัฐมนตรีช่วยไปดูหน่อย ป้นี้ผมก็ต้องเข้าไปเจรจากับ ท่านอีก สงสารเขาเถอะครับ ท่านประธานที่เคารพ ขึ้นราคาแสตมปี ผมอยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ๓ เดือนมานี้ มีบริษัทใดบ้างที่มาซื้อแสตมปียาสูบไป ก่อนล่วงหน้า ก่อนที่ท่านจะประกาศราคานี้ สําคัญที่สุดคือตรงนี้ มีบริษัทใดบ้างครับที่มา ซื้อไปกักตุน อย่างอื่นผมไม่พูดถึงนะครับ ท่านช่วยตอบในสภาด้วยว่า ๓ เดือนมานี้ มีบริษัทใดบ้างที่มาซื้อแสตมปียาสูบไป ผิดปกติหรือไม่
อันดับที่ ๒ ก็คือว่า ทุกป้จะมีการนําเข้าใบยาสูบ เอามาเก็บไว้ในสต๊อก ของโรงงานยาสูบ ผมถามว่าเดือนที่แล้วนี่ ซื้อไหม ไม่ซื้อใช่ไหมครับ ไม่มีการซื้อขาย ใช่ไหมครับ ท่านตอบผมด้วย อันนี้ละครับมันจะเปึนผลต่างที่ใครก็ไม่ทราบที่จะได้ ประโยชน์ เมื่อท่านขึ้นราคาบุหรี่ ท่านขึ้นแล้วนี่ ที่ท่านสถาพรถามว่าพี่น้องเกษตรกร ได้อะไรบ้าง บุหรี่นอก ๗๐ บาท บุหรี่ใน ๕๘ บาท ท่านจะต้องเพิ่มโควตาให้พี่น้อง เกษตรกรในการผลิตเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ราคาที่รับซื้อจะต้องสูงขึ้น เดี๋ยวท่านรับปาก หน่อยสิครับ ผมจะได้ดีใจพี่น้องชาวสวนยาสูบที่ฟังอยู่จะได้ดีใจว่า อย่างไรแล้ว ท่านขึ้น ภาษีแล้ว พี่น้องเกษตรกรจะได้อานิสงส์จากตรงนี้ด้วย เขาจะได้มีความหวัง
ข้อเสนอแนะสุดท้ายนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมา ๑ อาทิตย์ ๒ อาทิตย์มานี้ ก็เร่าร้อนกันเหลือเกินนะครับ เกี่ยวกับเรื่องเงินทอง ผมเสนอแนะอย่างนี้นะครับ ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าให้ยุบสภาเถอะนะครับ แล้วสิ่งที่ท่านทําทุกวันนี้ให้ไปทําเปึนนโยบายเสีย ถ้าท่านแน่จริง ท่านกลับมาอีก ๑ เดือน ข้างหน้า ประกาศนโยบายเลยว่ารัฐบาลหรือพรรคการเมืองที่เปึนพรรคร่วมนี่มีความเห็น อย่างนี้ว่า จะกู้กี่ล้านล้านบาทเพื่อเอามาเยียวยาประเทศ จะขึ้นภาษีบาปอีกเท่าไรบอกไปเลยครับ ประกาศไปเลยครับ ประชาชนจะได้แซ่ซ้องแล้วก็จะขึ้นภาษีมรดกจริง ๆ จริงหรือเปล่า พูดมา ๒ รอบแล้ว ขึ้นสิครับ ขึ้นเลยครับ ยินดีครับ ผมสนับสนุนเต็มที่เลย ฝากท่านรัฐมนตรีนะครับว่า พี่น้องเกษตรกรซึ่งผลิตยาสูบนี่นะครับ เขาฝากผมมาว่า เมื่อท่านขึ้นภาษีแล้วขอโควตาเพิ่มแล้วก็ขอราคาประกันเพิ่ม เพราะน้ํามันก็แพงนะครับ อย่างไรก็ฝากท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมคิด เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคายนะครับ วันนี้จะพูดเบา ๆ ครับ ท่านประธานครับ เพราะพูดเสียงดังคนก็กลัวตกใจ พูดเสียงดังก็หาว่าเมาเหล้า เสียงผม เปึนอย่างนี้
ไม่มีใครเขาว่าอะไร หรอกครับ ตอนนี้เขาหยุดว่าแล้ว
คงหยุดแล้วนะครับ ให้ทราบโดยทั่ว กัน เสียงผมเปึนแบบนี้มาตั้งแต่อายุ ๑๔-๑๕ ป้ครับ เรื่อง พ.ร.ก. เกี่ยวกับใบยาสูบกับ ยาสูบนี่นะครับ ผมไม่เห็นด้วยในการจะขึ้นราคา เราน่าจะคิดวิธีการไปขายให้ต่างประเทศ จะขายอย่างไรถึงจะขายราคาแพง ไม่ใช่มาขึ้นภาษีกับชาวบ้าน รัฐน่าจะหาวิธีผลิตออกไป ขายสู้กับต่างประเทศมากกว่าที่จะมาขึ้นราคากับผู้บริโภคภายในประเทศ ให้ชาวไร่ยาสูบ เขาได้ขายใบยาหรือยาเส้นที่ราคาแพง ท่านประธานครับ ผมจะไม่พูดมากวันนี้ ผมเปึนคน อยู่จังหวัดชายแดน จังหวัดหนองคาย ริมฝัืงแม่น้ําโขง จังหวัดอยู่ริมแม่น้ําโขงทุกจังหวัด ปลูกยาสูบครับ จังหวัดหนองคายที่ผมอยู่ก็เปึนจังหวัดหนึ่งที่ปลูกยาสูบมากเหมือนกัน แต่ใบยากับยาเส้นที่ชาวบ้านผลิต เมื่อ ๒-๓ ป้ที่แล้ว ใบยาหรือยาเส้น ทั้งใบยาและยาเส้น อย่างน้อยยาเส้นก็กิโลกรัมละเปึนร้อยบาท ใบยาก็ ๘๐-๙๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่พอมาถึงป้นี้ พอกําลังจะขึ้นจะปรับภาษีใบยากิโลกรัมละ ๖๕ บาท ๗๐ บาท หมายความว่าอะไร แสดงว่า มีการเตรียมการของกลุ่มบุคคลไหม อยู่ในเบื้องหลังการขึ้นภาษียาสูบมีใครได้ ผลประโยชน์ไหม หรืออยู่ในผู้มีอํานาจในราชการ ในการบริหารประเทศมีส่วนไหม ก่อนที่ จะมากําหนดภาษีนี้นะครับ เห็นใจชาวไร่ยาสูบนะครับ ซึ่งผมได้ตรวจสอบไปหลายอําเภอ หลายจังหวัดนะครับ ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ซื้อยาเส้นก็ประมาณ ๗๐-๘๐ บาท ยังต่ํากว่าป้ที่แล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากอภิปรายเน้นให้เกิดความรู้สึกว่าทําอย่างไร ชาวไร่ยาสูบทั้งประเทศ โดยเฉพาะริมฝัืงแม่น้ําโขง ๕-๖ จังหวัด ตั้งแต่เชียงรายลงไปถึง จังหวัดอุบลราชธานีจะได้ราคาที่ยุติธรรม ถ้าจะขึ้นราคาอย่างที่ประกาศมานี้ทําอย่างไร ผมคิดว่ายาเส้นกิโลกรัมหนึ่งทํายาสูบได้ประมาณ ๕ คาร์เทิน นะครับ ลองชั่งดูนะครับ ถ้าซองละ ๕๐-๖๐ บาทไปแล้วคาร์เทินหนึ่งเท่าไร แล้วคิดเปึนเงินกี่ร้อยกี่พัน แต่ซื้อกับ ชาวบ้านแค่กิโลกรัมหนึ่งไม่ถึง ๑๐๐ บาทนะครับ ผมก็อยากให้ผู้เกี่ยวข้องนี้ได้ทบทวน นะครับว่า พ.ร.ก. นี้ไม่สมควรที่จะได้เสนอเข้ามา น่าจะเก็บภาษีส่วนอื่นที่ไม่เดือดร้อนกับ เกษตรกรนะครับ โดยเฉพาะบ้านเมืองกําลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ขณะนี้ เรายิ่งมาเพิ่มภาระ ให้คนสูบ ผมก็ฟังหลายคนอภิปรายมาแล้วว่าขึ้นราคาแล้วจะทําให้ลดคนสูบลง ผมถามว่า ถ้าลดคนสูบแล้วใครจะซื้อ เมื่อไม่มีใครซื้อจะเก็บภาษีจากใครใช่ไหมครับ เพราะต้องการ จะลดคนซื้อ แนวคิดของทางรัฐบาล ลดคนสูบลงเพราะมันแพง คิดได้อย่างไร คนติดแล้ว มันจะหยุดง่ายได้อย่างไรครับ ผมก็ขอกราบเรียนไปยังผู้เกี่ยวข้องนะครับได้ทบทวนและ พิจารณา เรื่องนี้มันไม่น่าจะโยนบาปให้ประชาชนผู้สูบบุหรี่นะครับ น่าจะหาวิธีขนใบยาในประเทศเรา จากกิโลกรัมละ ๖๕ บาท ๗๐ บาท ไปขายกิโลกรัมละ ๑,๐๐๐ บาท ต่างประเทศได้ไหม มันถึงจะคุ้มค่า แล้วถึงขึ้นภาษีกับคนที่ค้าขายขาออก ผมก็ขอกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ คุณภูมิพัฒน์ อยู่ไหมครับ เห็นฝ์ายรัฐบาลเสนอมา ไม่อยู่ก็ถือว่าเปึนการป่ดอภิปรายนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมว่า พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านรัฐมนตรี ต้องชี้แจงไหมครับ จะชี้แจงหรือครับ ผมนึกว่าจะขอสรุปแล้ว เที่ยงกว่าแล้ว ชี้แจงก็ชี้แจง ครับ นึกว่าจะจดเอาไปแล้วก็ทําตามเขา
กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม นายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตเวลาสภาสักเล็กน้อยเพื่อทําความเข้าใจกับหลาย ๆ อย่างที่บรรดา ท่านสมาชิกได้อภิปรายมา ก็ต้องขอขอบคุณในความคิดเห็นหลาย ๆ ความคิดเห็น ซึ่งผม เองก็ได้พยายามจดไปทุก ๆ ความคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ แล้วเราคิดว่าคงจะแก้ไขให้ แต่สําหรับบางเรื่องอาจจะต้องขอพูดให้ฟัง โดยเฉพาะมีท่านพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด ทั่วประเทศที่รับฟังอยู่จะได้มีความเข้าใจ คือหลักการและเหตุผลในการขึ้นภาษีครั้งนี้ ต้องยอมรับส่วนหนึ่งว่าเปึนเพราะว่าเรามองเห็นเรื่องของพิษภัยที่เกิดขึ้นจากบุหรี่ ไม่ว่าจะ เปึนเรื่องทางด้านสุขภาพต่าง ๆ ตามที่ท่านได้ทราบอยู่นะครับ ตับ แล้วก็ปอด ปอดนี่เปึน หลักนะครับ ปอด ถุงลม แล้วก็เรื่องของมะเร็งต่างๆ ตลอดจนเบาหวาน ความดัน แล้วเรา มองเห็นแล้วว่าเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเปึนสาเหตุการตายและการเสียชีวิต แล้วก็เปึนปัญหา สุขภาพมากมายป้ละประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้จากตัวเลขนี้ คือตัวเลข ค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพทั่วประเทศของประชาชนคนไทยส่วนหนึ่ง ซึ่งบริโภคสุรา หรือบุหรี่มากเกินกว่าเหตุ เรามีความมุ่งหวังว่าจะลดตัวเลขยอดนี้ลงไป แม้ว่าจะไม่ได้มาก ก็น้อย แต่ผมคิดว่าน่าจะพยายามลดลงไปได้เท่าที่มากที่สุด
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของเม็ดเงินที่ได้มาจากภาษีบาปทั้งหมดประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ที่เราพิจารณารวมทั้งถึงการตลาด ราคาที่เปลี่ยนแปลงไป เรามองว่าในเม็ดเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คงจะไปดูแลเรื่องสุขภาพเปึน ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของผลตอบแทนของ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) อสส. (อาสาสมัครสาธารณสุข) ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการยกระดับสถานีอนามัยตําบลต่าง ๆ ทั่วประเทศ และการดูแลบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกประเภท ให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น เพื่อที่จะมาดูแลพี่น้องประชาชน ตลอดจนเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพในการดูแลปัองกันไม่ให้เจ็บไข้ได้ป์วย สาเหตุ การตาย ๕ อันดับหลักก็คือ ๑. อุบัติเหตุ ๒. คือเรื่องของมะเร็ง ๓. คือหัวใจ เบาหวาน ความดัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่านโยบายรัฐบาลออกไปในแง่นี้ก็จะเปึนประโยชน์ เราจะนําเม็ดเงินประมาณ ๒๕,๐๐๐–๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้ประโยชน์ในแง่ของการ สาธารณสุขและสุขภาพคนไทย ให้คนไทยมีการดูแลตัวเองที่ดีขึ้น ให้คนไทยได้มีโอกาส รับรู้ความเข้าใจในการสร้างเสริมสุขภาพที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราเล็งเห็นแล้วว่า น่าจะเปึนตัวเลขที่เหมาะสม
สําคัญอีกประการหนึ่งคือ เม็ดเงินภาษีที่ได้นั้น ก็จะเปึนเม็ดเงินภาษีที่จะ มีการตรวจสอบการทํางานอย่างทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราจะมี คณะกรรมการติดตามการทํางานในการนําเม็ดเงินต่าง ๆ ไปใช้ให้เปึนประโยชน์ในทาง ปฏิบัติในระดับชุมชน หมู่บ้าน ในระดับรากหญ้าให้เปึนประโยชน์สูงสุด อันนี้ก็อยากจะ เรียนไว้เปึนหลักการ แล้วก็อยากจะทําความเข้าใจกับทุก ๆ ท่าน ผู้ผลิตที่เสียภาษีถูกต้องและอยู่ในระบบ ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมเราก็มีโครงการเกิด ขึ้นมา แล้วก็พยายามรณรงค์ทั้งประเทศโดยกรมสรรพสามิตนะครับ มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด อยู่ ๖๐๐ คน ส่วนกลางมี ๑๗๔ คน ส่วนภูมิภาคมี ๔๒๖ คน ส่วนศุลกากรนั้นก็มี ๑,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ ในจังหวัดสุ่มเสี่ยงทั้งหมดเราก็ให้มาตรการชัดเจนนะครับ ไม่ว่า จะเปึนที่สระแก้ว สงขลา หนองคาย เชียงราย ระยอง ตราด สําหรับบุหรี่และเหล้า และสําหรับน้ํามันก็คือที่สงขลานะครับ ซึ่งอาจจะเปึนกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ส่วนมาตรการ ต่าง ๆ ก็กราบเรียนท่านว่าเราก็ได้รณรงค์ปราบปรามโดยอาศัยความร่วมมือของ ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ แล้วก็ทางครอบครัวทุก ๆ ครอบครัวนะครับ ภายใต้โครงการ แฟมิลี่ เดย์ เซ โน (Family Day Say No) หลาย ๆ คน คงจะทราบจากการที่ได้รณรงค์ไปแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ การกําชับเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศได้ออกตรวจปราบปรามอย่างเข้มงวดแล้วก็ ต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดสุ่มเสี่ยงที่ได้พูดไปแล้วนะครับ แล้วก็มีการเพิ่มเงินรางวัลให้กับ สายลับ และการสกัดกั้นเครือข่ายรายใหญ่ รายย่อยต่าง ๆ แล้วก็มีฮอตไลน์ (Hotline : ระบบการสื่อสารโดยตรงเมื่อต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน) ที่แจ้งเบาะแสได้ ตลอดเวลา ที่หมายเลข ๑๗๑๓ ซึ่งทํามาหลายเดือนแล้วนะครับ สถิติการจับกุม สักเล็กน้อยนะครับ ผลการปราบปราบในช่วงตุลาคมที่ผ่านมา ทางยาสูบเราจับแล้ว ดําเนินคดีทั้งหมด ๖,๙๒๑ ราย เปึนมูลค่าการปรับทั้งหมด ๒๕๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท สําหรับ การปราบปรามในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่มีสมาชิกหลายท่านเปึนห่วงในช่วงเริ่ม ตั้งแต่มีข่าว เรื่องของยาสูบก็มีการปรับทั้งหมด เปึนคดีทั้งหมด ๔๙ ราย เปึนค่าปรับ ทั้งหมด ๑,๐๑๒,๐๐๐ บาท และก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ๑-๗ พฤษภาคม คือตั้งแต่ ต้นเดือนถึงกลางเดือนก็เปึนคดีแล้วทั้งหมด ๖๖๕ ราย ค่อนข้างเยอะนะครับ แล้วก็มี มูลค่าการปรับทั้งหมด ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท จํานวนคดีทั้งหมด ๖,๙๒๑ ราย ถือว่าเพิ่มขึ้น ประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึนความพยายามที่จะดูแลปกปัองผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนให้เต็มที่ ก็กราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทางกรมสรรพสามิตก็ได้ร่วมกับทาง กรมศุลกากรมาตลอดนะครับ
สําหรับประเด็นเรื่องของส่วนแบ่งการตลาด จะเรียนย้ําอีกสักนิดหนึ่ง นะครับว่า ตลาดบุหรี่จริง ๆ แล้วเปึนตลาดในประเทศประมาณ ๘๓.๖ เปอร์เซ็นต์ บุหรี่นําเข้ามีเพียง ๑๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ แล้วก็ของในประเทศนี้ส่วนใหญ่หรือ เกือบทั้งหมดก็ใช้ใบยาจากในประเทศเราทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเกษตรกรก็จะได้รับการดูแล ที่ดีในปริมาณการขาย
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทุกท่านทราบนะครับว่าจํานวน ผู้สูบบุหรี่ลดลง ในป้ ๒๕๓๔ ตัวเลขผู้สูบบุหรี่ทั้งหมด ๑๑.๗ ล้านคน ตัวเลขจากสํานักงาน สถิติแห่งชาตินะครับ ผ่านมา ๑๕ ป้ ลดลงไป ๒,๒๓๐,๐๐๐ คน เหลือ ๙,๕๓๐,๐๐๐ คน ก็ทําให้เห็นว่าการรณรงค์ของรัฐบาลในช่วง ๑๕ ป้ที่ผ่านมาก็ทําให้ตัวเลขผู้สูบบุหรี่ลดลง
สําหรับเรื่องอื่น ๆ นโยบายการดูแลเกษตรกร เราก็มีนโยบายหลายข้อ อยู่แล้วนะครับ ในเรื่องของมาตรการช่วยเหลือชาวไร่ ก็คงจะมีเรื่องรายงานเท่านี้ตามที่ ท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งได้พูดถึงการปรับที่ค่อนข้างเยอะนะครับ จริง ๆ กราบเรียนว่าเราไม่ได้ ปรับ ที่ท่านพูดนั้นเปึนเรื่องของเพดานภาษี จริง ๆ เราไม่ได้ปรับขึ้นตามนั้นนะครับ
ส่วนเรื่องของโรงงานยาสูบหลาย ๆ เรื่องผมเองก็ได้จดบันทึกไปนะครับ แล้วก็พยายามเอากลับไปแก้ไขตามที่ท่านได้ให้คําแนะนํามา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การแปรรูปโรงงานยาสูบ เรื่องของการบริหารการจัดการโรงพยาบาลในโรงงานยาสูบ และ เรื่องของการดูแลเกษตรกรโดยรวมทั้งหมดนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน นะครับ ขอขอบคุณครับ
ก็ถือว่าป่ดอภิปราย นะครับ ต่อไปผมจะขอมติ ก่อนขอมติผมจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมครับ ฉะนั้นวันนี้ก็ขอให้พร้อมเพรียงกันหน่อยครับ เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของ สภาผู้แทนราษฎร เชิญเข้าห้องประชุมถ้วนหน้านะครับ ท่านมาแล้วอย่าอยู่นอก ห้องประชุมครับ เชิญครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายเชิญครับ เมื่อท่านเข้ามา ในห้องประชุมแล้ว โปรดนั่งแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
ทุกท่านพร้อมแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้นั่งเสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ เชิญครับ ช่วยกรุณาเร่งรีบสักหน่อยครับ เพราะเรามีอีก ๒ ฉบับ แล้วฉบับสําคัญ ๆ ทั้งนั้นครับ อย่าให้ถึงกับหกทุ่มเลยนะครับวันนี้ เมื่อท่านนั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนกันแล้วนะครับ ก็ถือว่าเรียบร้อยทุกท่านแล้ว นะครับ ไม่มีท่านใดค้างอยู่นะครับ ผมขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลมาครับ
ท่านประธานคะ
ครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะให้ ท่านประธานรอสักครู่หนึ่งนะคะ เพราะว่าคณะกรรมการสมานฉันท์กําลังจะมาค่ะ ท่านประธานรอแป็บหนึ่งค่ะ
ก็รออยู่แล้วครับ ตอนนี้ก็ ครบอยู่แล้วละครับ วันนี้พร้อมเพรียงมากครับ ทางฝ์ายพรรคเพื่อไทยเสียบแสดงตนกัน หมดแล้วนะครับ พรรคประชาราชเสียบแสดงตนหรือยัง พรรคราษฎรอะไรต่าง ๆ นะครับ
ท่านประธานที่ครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ขออนุญาตแสดงตนครับ ๒๙๐ ครับ
ก็เสียบแสดงตนไปสิครับ ตอนนี้ยังไม่ได้ออกผลเลยครับ
มันล้างไปแล้วครับท่านประธาน
ไหนครับ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์มันล้างไปแล้ว ครับท่านประธาน
ยังไม่ได้ล้าง
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก
ก็เอาใหม่ก็แล้วกันครับ หมอวรงค์มาหลังเขาด้วยครับ เปึนหมอรักษาพยาบาลเข่าไม่ค่อยดี
ท่านประธานครับ
ท่านพิเชษฐ์
ผมประท้วงท่านประธาน ก็ให้ ท่านประกาศว่าท่านอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่มาลงคะแนนใหม่ ไม่ถูกท่านประธาน
ครับ ก็ไม่เปึนไรครับ ว่าอย่างไรคุณวิรัตน์ ผมยังไม่ได้ประกาศผลเลย
ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ อีก ๑ นะครับ ท่านประธาน
เอาความบริสุทธิ์ทุกฝ์าย ดีกว่าครับ ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ล้าง แล้วก็ลงคะแนนใหม่ครับ ล้าง ลงคะแนนใหม่ เจ้าหน้าที่ครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับโปรดกดบัตรแสดงตนใหม่ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนกันเสร็จเรียบร้อย แล้วนะครับ เสร็จแล้วตอนนี้ผลออกมาเลยครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุมตอนนี้ ๒๕๘ ท่านด้วยกันนะครับ แต่บางท่านก็เดินอยู่ข้างนอกมาประชุมแล้วไม่มาแสดงตน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดที่จะอนุมัติพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย นะครับ ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว นะครับ โปรดแสดงผล ผู้เข้าประชุม ๒๕๘ ท่าน ผมงงหมดแล้วครับ ท่านลงคะแนน อย่างไรครับ ผมขอทบทวนใหม่นะครับ เจ้าหน้าที่ข้างบนนี่ผิดหมดแล้ว คุณผิด ต้องเปลี่ยนตัวคนแล้ว ข้างบนนี่ผิดบ่อย ๆ นะครับ เลขาธิการ เจ้าหน้าที่เราวิเศษเกินไป ผมขอถามใหม่นะครับ เดี๋ยวท่านจะไม่เข้าใจ แล้วคนที่กดคะแนนข้างบนนี่ไม่เข้าใจอีก นะครับ ผมจะถามว่า ท่านผู้ใดจะอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ ถ้าท่านอนุมัตินะครับโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่อนุมัติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านนะครับ เอาให้มันชัดนะเจ้าหน้าที่ เสร็จเรียบร้อย ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ใช้สิทธิหมดแล้ว ต่อไปนี้ก็งดใช้สิทธิครับ แสดงผลมา ขณะนี้มีผู้เพิ่มเติมมาอีกเยอะแล้วนะครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๙๙ ท่าน อนุมัติ ๒๔๕ ท่าน ไม่อนุมัติ ๓๓ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่า ที่ประชุมนี้อนุมัติพระราชกําหนดฉบับดังกราบเรียน คือพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็ผ่านไป
ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๓ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัด อัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เชิญรัฐมนตรีแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่า คณะรัฐมนตรีขอเสนอพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัด อัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมี เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ดังนี้
เนื่องจากพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตตอนที่ ๑ น้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามัน ประเภทที่ ๑.๐๑ ประเภทที่ ๑.๐๒ ประเภทที่ ๑.๐๕ ประเภทที่ ๑.๐๖ และประเภทที่ ๑.๙๐ ของพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้ายพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๓๔ ใช้บังคับมาเปึนเวลานาน ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสําหรับน้ํามันและผลิตภัณฑ์น้ํามันเปึนรายได้ของรัฐ มากขึ้น สมควรกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสําหรับสินค้าดังกล่าวให้สูงขึ้น และโดย ที่เปึนกฎหมายเกี่ยวกับด้วยภาษีอากร ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน จึงจําเปึนต้องตราพระราชกําหนดนี้ ประกอบกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘๖ วรรคสอง บัญญัติ ให้พระราชกําหนดที่ได้ตราขึ้นตามวรรคหนึ่ง จะต้องนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๓ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจําเปึนต้องเสนอสภา ผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ต่อไป ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านสมาชิกอภิปรายครับ ท่านแรกเชิญ ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง เชิญครับ
ท่านประธานครับ นิดหนึ่งครับ ท่านประธาน
ท่านสุชาติมีอะไรครับ
ผมประท้วงนิดหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย ลพบุรี เขต ๑ พอดีเมื่อสักครู่นี้ผมกลับ เข้ามาช้าไปนิดหนึ่ง ผมนั่งอยู่ข้างนอกผมเห็นการกดคะแนนเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมเกรงว่า จะเปึนบรรทัดฐานท่านประธานครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ผมนั่งดูว่ามีการงดออกเสียง ๒๐๐ กว่า แล้วท่านประธานชัยได้ให้กดใหม่ มันจะเปึนบรรทัดฐาน ท่านประธานให้บันทึก ไว้ในที่ประชุมด้วยว่า พอผลคะแนนออกมาแล้ว พอไม่ถูกใจ ก็เปลี่ยนใหม่ได้ ท่านประธาน ครับให้บันทึกไว้ด้วยนะครับ จะได้เปึนบรรทัดฐาน ท่านประธานครับ ขอบคุณมาก
ท่านสุชาติครับ เมื่อสักครู่ผมก็นั่งอยู่กับท่านประธานชัยนะครับ ท่านประธานชัยยังไม่ได้ ประกาศผลคะแนนนะครับ แล้วก็มีสมาชิกที่เข้ามาบอกว่าการแสดงตนเครื่องมันล้าง ไปแล้ว เพื่อให้มันถูกต้อง ท่านก็เลยขออนุญาตล้างแล้วก็แสดงตนกันใหม่นะครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้มันไม่ใช่ แบบที่ท่านประธานบอกนะครับ ผมนั่งดูอยู่ คะแนนออกมาแล้ว ท่านบอกว่าเจ้าหน้าที่ ทําผิด มันจะไปเหมือนกับทีวีครั้งที่ผ่านมาวันฉัตรมงคล ไทยทีวี ที่แอบอะไรออกมาก็ต้อง รับผิดชอบ เอาเขาออกไป ๓ คน แต่วันนี้เมื่อสักครู่นี้นะครับ ในฐานะที่ผมเปึนฝ์ายค้าน ไม่ใช่ผมจะเล่นเกมท่านประธานครับ แต่ผมเห็นบนทีวีมันชัดเจนเหลือเกินท่านประธานครับ เพราะงดออกเสียง ๒๕๑ เสียง แต่นี่พอกฎหมายพองดออกเสียงผิด ประธานบอกให้เอาใหม่ ตรงนี้ผมติดใจแค่นี้ท่านประธานครับ ให้บันทึกไว้
เมื่อสักครู่นี้เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นมาเรียนท่านประธานนะครับว่ามันเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค ก็เปึนข้อสังเกตว่าต่อไปทางเทคนิคคงจะต้องมีการตรวจสอบให้รัดกุมกว่านี้นะครับ เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า วันนี้โดยปกติแล้ววันจันทร์นั้น พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ และแม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คณะรัฐมนตรี ก็ตาม หรือท่านประธานสภาก็ตาม ก็เปึนที่รู้กันว่าวันจันทร์นั้นเราจะไม่มีการประชุม สภาผู้แทนราษฎร แต่เหตุที่เราจําเปึนต้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ด้วยเหตุว่า ท่านประธานสภานั้นได้เรียกประชุมสมาชิกว่า วันนี้ ก็คือวันที่เราจะต้องมาพิจารณากัน ในเรื่องดังกล่าวนี้ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วพวกเราทั้งหลาย ก็มีภารกิจด้านอื่นกันพอสมควรทีเดียว ซึ่งเปึนงานที่มีกําหนดการแล้วก็นัดหมาย แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลได้มีการตราพระราชกําหนดในการกําหนดอัตราภาษีใหม่ที่เรา เรียกว่า พิกัดอัตราภาษีใหม่ของสรรพสามิต เมื่อสักครู่นี้ก็ต้องบอกว่าเปึนเรื่องของยาสูบ แต่ครั้งนี้ที่ผมกําลังจะอภิปรายนั้นเปึนเรื่องของน้ํามัน เดิมนั้นผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพว่า เรามีพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตในการที่จะ ดําเนินการในการเก็บภาษีในเรื่องของน้ํามันนั้น ฉบับล่าสุดต้องป้พุทธศักราช ๒๕๒๗ แม้จะมีการแก้ไขเปึนฉบับที่ ๕ อีกครั้งหนึ่ง ขอประทานอภัย ในฉบับที่ ๔ อีกครั้งหนึ่งนั้น แต่ผมได้ตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวกับน้ํามัน เปึนเกี่ยวกับเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียน ท่านประธาน แต่ว่าในฉบับที่ ๕ นี้มีการแก้ไข แล้วก็เกี่ยวข้องอย่างมากก็คือในเรื่องของ น้ํามันที่พี่น้องประชาชนผู้รับเวรกรรมทั้งหลายจะต้องได้รับผลในครั้งนี้ เดิมนั้นก็อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานว่า ผมได้ตรวจสอบไปว่าน้ํามันที่ไปดําเนินการในการจัดเก็บ นั้น เดิมก็เก็บกันไว้ที่ภาษีลิตรหนึ่ง ๔ บาท แล้วก็ ๕ บาท ใน ๔ บาทนั้นก็จะเปึนในเรื่อง ของภาษีน้ํามันดีเซล ๕ บาทนั้นก็จะเปึนน้ํามันพวกเบนซินแล้วก็ก๊าซเหลว แล้วก็ก๊าซเหลว ที่คล้าย ๆ กันก็จะเก็บภาษีลิตรละ ๕ บาท โดยเฉพาะน้ํามันดีเซลผมขอย้ํานะ ท่านประธาน เดิมนั้นเก็บไว้ที่ ๔ บาท ไม่ถึง ๕ บาทนะครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้ได้เปลี่ยน อัตราภาษีใหม่ก็คือพิกัดภาษี เรียกเสียไพเราะเพราะพริ้งภาษากฎหมาย ก็เปึนลิตรละ ๑๐ บาทเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเปึนก๊าซเหลว ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันดีเซล ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันเบนซิน และน้ํามันที่คล้ายคลึงกัน ผมใช้คําว่า คล้ายคลึงกัน นะครับ น้ํามันดีเซลก็เหมือนกันเขาก็ จะเขียนว่า และน้ํามันอื่น ๆ ที่คล้ายกัน อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพว่า การเก็บภาษีใหม่นั้นเหตุผลของรัฐบาล โดยท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ได้เสนอไป มีเหตุผลที่ ฟังแล้วเสมือนหนึ่งว่าท่านอยากจะใช้เหตุผลอะไรขึ้นมากล่าวอ้างกับผู้ที่ไม่มี ความสามารถที่จะต่อกรกับท่านทั้งหลาย คือไม่มีอาวุธที่จะประหัตประหารสู้กับท่านหรือ ล้มล้างท่านได้ ท่านมีอาวุธพร้อม มีกฎหมายในมือพร้อม ท่านคิดจะทําอะไรในแผ่นดินนี้ ท่านก็ทําได้ ท่านก็เลยประกาศเก็บภาษีเพิ่มขึ้น แล้ววาจาไพเราะเพราะพริ้งของท่านก็ เกิดขึ้น ว่าเนื่องจากกฎหมายฉบับที่เปึนอัตราพิกัดภาษีมันใช้มานานแล้ว แล้วก็เพื่อให้ สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ จึงจําเปึนจะต้องตราพระราชบัญญัติพิกัดภาษี ฉบับนี้เสียใหม่ เพื่อให้มันเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานที่เคารพว่า ในเรื่องนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า คําถามก็คือสภาวะ เศรษฐกิจที่ไม่ดีอย่างนี้ที่พี่น้องประชาชนก็ดี ผู้ประกอบการก็ตาม ซึ่งอยู่ในภาวะที่ลําบาก ยากเข็ญในการที่จะส่งออก ในการที่จะหาเม็ดเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงธุรกิจของตนเอง พี่น้อง ประชาชนยากเข็ญ ยากไร้ ตกงานบ้าง มีงานทําลดลงบ้าง หรือแม้แต่บางคน บางท่าน ก็อาจจะเรียกว่าจบมาแล้วไม่มีงานทํา แต่ท่านก็ได้ประกาศในการที่จะขึ้นน้ํามันเพิ่มขึ้น แก๊สเพิ่มขึ้นและอย่างอื่นเพิ่มขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับ มันสวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจหรือไม่ อย่างไร มันสวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจอย่างยิ่ง เพราะโดยสภาวะของการแข่งขันธุรกิจ วันนี้ต้องบอกว่าธุรกิจเขาอยู่ลําบาก เขาอยู่ยาก เขาอยู่แย่ เราจําเปึนต้องลดภาษีหรือลด อย่างอื่นช่วยเขา หรือหาตัวอื่นมาช่วยเขา แต่นี่กระทืบซ้ําไปเลยเก็บภาษีเพิ่ม ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า น้ํามันนั้นเปึนหัวใจ พลังงานนั้นเปึนหัวใจของการ ขับเคลื่อนธุรกิจทุกเรื่อง ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า วันนี้น้ํามันเพิ่มขึ้น ๕ บาทนั้น ถ้าโดยปกติผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาที่เคารพครับว่า สมมุติ ว่าเราขายลิตรละ ๒๐ บาทเอาตัวเลขกลม ๆ นะท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้มัน ๒๐ กว่าบาทนิดหน่อย ท่านเก็บเพิ่มไป ๕ บาท ๔ ลิตรแต่เดิม ๘๐ บาท แต่ตอนนี้ ๔ ลิตร จะต้องเปึน ๑๐๐ บาท เท่ากับท่านเก็บภาษีเพิ่มไปนี่ ๕ บาทต่อลิตร แต่คิดแล้วประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจํานวนภาษีที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยขายในท้องตลาด จากเดิมที่ ท่านเคยเก็บภาษีแล้ว บวกกับน้ําเนื้อของในน้ํามันแล้ว เพิ่มอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า มีธุรกิจอะไรบ้างที่ขายแล้วนี่กําไร ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้ววันนี้พี่น้องประชาชนก็ดี ธุรกิจก็ตาม ผู้ประกอบการจะต้องแบก ภาระในค่าใช้จ่ายนี้อีกประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่จะใช้ในชีวิตประจําวัน ที่จะ ใช้ในธุรกิจ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาที่เคารพครับ ธุรกิจมีหลายตัวที่ ต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนอย่างมากเลย เปึนหัวใจเลย เพราะว่าโดยปกติอยากจะ กราบเรียนครับว่า ธุรกิจบางธุรกิจนั้นอาจจะใช้พลังงานไม่มากนัก แต่บางธุรกิจนั้นต้องใช้ พลังงานอย่างมากมายมหาศาลในการที่จะดําเนินธุรกิจเพื่อให้สินค้านั้นออกไปได้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ธุรกิจหลายธุรกิจนั้นผมอยากยกตัวอย่างที่ เปึนเรื่องของชาวไร่ชาวนาก็คือธุรกิจการขนส่ง ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน ครับว่า ธุรกิจขนส่งนั้นแน่นอนที่สุดนะครับ ร้อยหนึ่งเทียบเท่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ มาจากน้ํามัน มาจากก๊าซ ตรง ๆ นะท่านประธาน พอขึ้นไปอีก ๕ บาทอย่างนี้นี่อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานครับ หรือประมาณร้อยละ ๒๐ นะครับ นั่นหมายถึงว่าค่าขนส่ง จะต้องเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ ๒๐ นี่คือสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วมันจะเปึน ลูกโซ่ผูกพันไปในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายก่ายกอง ธุรกิจการขนส่งอยากจะกราบเรียนครับ ที่มีปัญหาต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างมากแน่นอน ราคาปุิยจะต้องเพิ่มขึ้น เพราะอะไร เพราะปุิยต่อตันนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า คันรถหนึ่งนั้นบรรทุกได้ไม่ มากหรอกครับ ไม่เกิน ๒๐ ตันครับ เพราะกฎหมายเราบอกไว้อย่างนั้น ไม่เกิน ๒๐ ตันต่อคัน ท่านประธานลองคิดดูว่ามันเพิ่มอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาขนส่งนะ ท่านประธาน เดิมนั้นมีค่าขนส่งเท่าไรก็ตามต้องเพิ่มขึ้นอีก ผมอยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ต้องเพิ่มขึ้นไป ซึ่งจะเปึนผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาอย่างหาที่สุดไม่ได้ เกษตรกรต้องใช้น้ํามันในการที่จะสูบน้ําในการทําไร่ ทํานา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ต่อไร่นั้นใช้น้ํามันเยอะพอสมควรทีเดียว นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า นอกจากราคาในเรื่องของปุิยจะเพิ่มขึ้น น้ํามันในการที่จะใช้ในการที่จะไถนาในการที่จะ สูบน้ําในการที่จะเกี่ยวนั้นก็เพิ่มขึ้น แต่ในขณะที่ราคาข้าวนั้นลดลง เดิมนั้นราคาตันหนึ่ง หรือเกวียนหนึ่งประมาณสัก ๑๕,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ บาท ปัจจุบันประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยเฉลี่ยหรือต่ํากว่านั้นหรือสูงกว่านั้นนิดหน่อย แต่ถ้าพูดถึงไม่จํานํานะจะต่ํากว่านั้นอีก เยอะ ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าบาท ประมาณ ๘,๕๐๐-๙,๐๐๐ บาท อยู่ระดับนั้น ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ท่านทําอะไร คิดอะไร ทําอะไร แต่เนื้อแท้ของมันโดยแท้ก็คือท่านไม่มีสตางค์ ท่านบอกกับพี่น้อง ประชาชนตรง ๆ อย่าใช้คําพูดอย่างอื่นมาพูด คําพูดตรง ๆ เลยบอกว่ารัฐบาลนี้ ไม่มีความสามารถในการที่จะหาเงินมาหล่อเลี้ยงได้ ในการบริหารประเทศได้ จําเปึนต้องกู้ บอกอย่างนี้เลยครับ ชาวบ้านฟังแล้วยังชื่นใจบ้าง ว่าเออพูดกันตรง ๆ ไม่มีก็พูดกันตรง ๆ นี่ไม่พูดตรง ๆ ครับ บอกว่าจําเปึนต้องกู้เพราะเหตุว่าสภาวการณ์ของเศรษฐกิจนั้น เปลี่ยนไป จําเปึนจะต้องดําเนินการในการเก็บอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมเองนั้นได้ไปดูตอนที่ท่านไปหาเสียง ท่านไปหาเสียงนั่นท่านบอกกับพี่น้องประชาชนนะครับ ว่าท่านจะทําอะไรบ้าง ทําอย่างไร บ้าง ใบโบรชัวร์ (Brochure) ของท่านนะครับ ท่านไปพูดในการหาเสียงไว้หลายที่นะครับ หลายที่ หลายจุด โดยเฉพาะนโยบาย ๙๙ วันทําได้จริง วันนี้ผมได้บวก ลบ ตัวเลขแล้ว นะครับ โดยประมาณรัฐบาลนี้อยู่ได้ ๑๕๒ วันแล้วนะครับท่านประธาน เกิน ๙๙ วัน ทําได้ จริง กู้จริงครับ กู้จริง ท่านได้บอกว่าท่านจะไปลดในเรื่องของน้ํามัน หลายเรื่องที่ไปพูดไว้ นะครับ ไปพูดหาเสียงไว้ ก็มีอยู่ข้อหนึ่ง แล้วบอกว่าอย่างไร จะยกเลิกการเก็บเงินเข้า กองทุนน้ํามัน ทั้งในส่วนของน้ํามันดีเซล และก๊าซโซฮอล์ทันที หากสามารถทําได้ จะทําให้ ประชาชนสามารถประหยัดเงินได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ โดยไม่เปึนภาระ ต่อรัฐต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า แสดงให้เห็นว่าทําได้จริงใช่ไหมครับ กู้เลย ท่านทําไมไม่ยกเลิกล่ะครับ กองทุนนี้ท่านทําไมไม่ยกเลิก ยกเลิกไปเลยสิครับ ท่านเห็น อะไร ใครทําอะไรไว้นี่ อยากจะกราบเรียนนะครับว่า บางครั้งท่านอาจจะเรียกว่า อาจจะ เห็นว่าไม่ดี ไม่ถูกต้อง ถูกใจ แต่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับ เขาเรียกว่า ต้องตกแต่งครับ บูรณาการครับ ไม่ใช่รื้อสร้างใหม่ครับ มิเช่นนั้นท่านประธานครับ เราจะไม่มี อาคารเปึนร้อยป้พันป้หรอกครับ เราจะไม่มีวัตถุโบราณให้ลูกหลานเอาไว้ดูหรอกครับ โลกนี้มันจะไม่มีครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าท่านรื้อสร้างใหม่ มันไม่กี่สิบป้ก็รื้อใหม่ รื้อใหม่ รื้อใหม่ มันไม่มีผลิตภัณฑ์อะไรที่จะเปึนร้อยป้พันป้ไปได้ เพราะฉะนั้น สิ่งสําคัญก็คือมันต้องบูรณาการ มันไม่มีอะไรหรอกครับว่าคิดทั้งหมดแล้วมันจะ ครอบคลุมทั้งหมด แล้วมันจะแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องตกแต่ง แก้ไขตามสภาวการณ์ แน่นอนครับ ทุกเรื่องมันต้องมีที่มาที่ไปของมัน แล้วคนคิดเขามี หลักคิด เมื่อคิดผิดหรือแก้ไขเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานไว้อย่างนั้นครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในข้อนี้ต้องบอกว่ารัฐบาลนั้นสอบตก ผมไม่แน่ใจนะว่าประกาศอย่างนี้แล้ว เวลาหาเสียงกลับทําสวนกับการหาเสียง ผมไม่แน่ใจว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ผิดในเรื่องของ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) หรือไม่อย่างไร เท่ากับโกหกเอาไว้ตอนนั้น ต้องยุบพรรคหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ เพราะคนที่ ไปประกาศไว้ นอกจากท่านหัวหน้าพรรคเลยนะครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ ท่านประธานต้องบอกเขาไหมครับว่าไปพูดไว้ที่ไหนบ้าง หาเสียงไว้ที่ไหนบ้าง ท่านประธานครับ คือมันไปหาเสียงเยอะนะครับ เยอะ ผมยกสักที่หนึ่งก็แล้วกัน สักที่สองที่ ก็ได้ท่านประธานครับ ไปหาเสียงไว้ที่ เดี๋ยวผมดูก่อนนะครับ ท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ เอาตรงสาระที่ท่านไม่เห็นด้วยเลยดีกว่านะครับ
ท่านประธานครับ พอดีผม กําลังมองอยู่ว่าไปหาเสียงไว้ที่ไหนบ้างนะครับ หลายที่ครับ ท่านประธาน ขออนุญาต ตัวหนังสือมันเล็กก็เลยมองไม่ค่อยจะเห็น แสงมันน้อยครับ ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดรัฐบาลต้องการจริง ๆ ก็คือต้องการเงิน การเก็บภาษีครั้งนี้ การเพิ่มภาษีครั้งนี้ เนื้อแท้จริง ๆ คือต้องการเงิน เอามาหล่อเลี้ยงเพื่อให้รัฐบาลเดินไปได้ ผมอยากจะกราบเรียน ผมได้มีโอกาสพูดแล้วก็มีโอกาสได้เรียนต่อท่านประธานในที่นี้ วันที่ไปอนุมัติเงินให้ ๒,๐๐๐ บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ผมบอกแล้ว ผมไม่เห็นด้วย ในขณะที่ไม่มีเงินนี่ชาวบ้านเขาไม่เอาหรอก ๒,๐๐๐ บาทน่ะ ใจจริงเขาอยากได้ใจจะขาด แม้ว่า ๕๐๐ บาท หรือ ๑,๐๐๐ บาทก็ตาม แต่เมื่อได้ไปแล้วเขารู้ว่าบ้านเมืองจะต้องตก วิกฤติอย่างนี้ เขาไม่เอาหรอก ไหนจะต้องเอาเงินไปเสร็จเรียบร้อยต้องไปใช้คืนดอกเบี้ย ผมได้มีโอกาสพูด ณ ที่นี้บอกว่า สมมุติว่าตัวเลข ๒,๐๐๐ บาท น่ะมันมองไม่เห็น สมมุติ ว่าเอาสักคนละล้าน ละล้าน แจกไปน่ะท่านต้องไปกู้มาเท่าไร กู้มาอีก ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าแล้วกู้อีก ๖๐ กว่าล้านล้านบาท ต่อหัว ต่อคน ถามว่าดอกเบี้ยมันเท่าไร ท้ายที่สุดคนใช้ ไม่ใช้ ต้องเอาคืนไปใช่ไหม ต้องเอากลับไปใช่ไหม นั่นคือสิ่งที่ท่านต้อง คํานึงถึง เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ แล้วท่านก็เห็นแล้วใช่ไหมว่า ๒,๐๐๐ บาท ที่ท่านใช้ ไปน่ะมันไม่เกิดประโยชน์โดยเนื้อแท้ของมัน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ครับว่านี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า การเก็บภาษีดังที่ ผมกล่าวเมื่อสักครู่นะครับท่านประธาน ว่าทําให้ค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนนี่มัน สูงขึ้น ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่พี่น้องประชาชนนี้ต้องการเม็ดเงินให้สามารถที่จะหล่อเลี้ยง ชีวิตในครอบครัวได้มากขึ้น ท่านกลับไปขึ้นภาษีอย่างนี้ คําถามถามกลับว่าท่านได้ คํานึงถึงหัวอกหัวใจของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร หรือท่านจะเอาสักแต่ว่าท่านเปึน รัฐบาล ท่านสามารถอยู่ในเก้าอี้การเปึนรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี หรือเปึน นายกรัฐมนตรีได้เท่านั้นใช่ไหม ท่านลองบอกมาสิ ประเทศไหนบ้างที่เขาใช้แบบท่านแล้ว ประสบความสําเร็จบ้าง ผมถามคําถามว่าเวียดนามใช้หรือไม่ จีนใช้หรือเปล่า ญี่ปุ์นใช้ หรือไม่ เอาประเทศใกล้ ๆ มาเลเซีย ทําหรือไม่ อย่างไร เอาใกล้ ๆ เราไปอีกเอาเขมรเลย ดีกว่า มีไหม เขาทําหรือเปล่า เขาทําอย่างที่ท่านทําไหม กู้มันตลอดรอดฝัืงอย่างนี้ ผมไม่ แน่ใจว่าจะกู้ไปอีกสักเท่าไร คําถามคือพี่น้องประชาชนในสภาวการณ์ที่ค่าครองชีพ มันสูงขึ้น แล้วก็เงินไม่มี โดยปกติรัฐที่ดีผู้นําที่ดีควรจะประพฤติตัวทําอย่างไร ควรจะทํา อย่างไร ขึ้นค่าครองชีพอย่างนี้ใช่ไหม ขึ้นภาษีอย่างนี้ใช่ไหม นี่คือสิ่งที่เรียนถามนะครับ ขอให้ตอบด้วย เพราะจะฟังอยู่ เช่นเดียวกันท่านประธานครับ ขอสรุปนะครับ การแข่งขัน ของผู้ประกอบการที่ลดน้อยถอยลงเพราะว่าการขายสินค้าได้น้อยลง ประกอบกับคนงาน จะต้องตกงานลดลง เพราะว่าขายสินค้าไม่ได้ การผลิตเพิ่มได้ หรือว่าการผลิตเพื่อให้ ยังอยู่ได้ดังเดิมก็จะทําให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานไม่ตกงาน การขึ้นภาษีครั้งนี้ใน หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของน้ํามัน หรือพลังงาน ท่านคิดว่าจะมีคนตกงานหรือ บริษัทล้มหายตายจากสักเท่าไร หรือการขึ้นภาษีของท่านครั้งนี้ประกอบกับจะทําให้ สภาวการณ์เศรษฐกิจมันดีขึ้น ท่านก็เพิ่มขึ้นไปสิ เก็บน้ํามันเพิ่มคิดลิตรละ ๑๐๐ บาท เลยหมดเรื่องหมดราว เก็บไปเลย ถ้าทําให้ภาษีมันเก็บได้มาก ๆ แล้วเศรษฐกิจมันจะดีก็ เก็บให้มันเยอะ ๆ ขึ้น ผมก็พยักให้ จะได้รู้ว่าชาวบ้านเขาไม่ยอม เก็บแค่นี้เจ็บปวดนะครับ ท่านประธาน
เรื่องที่สาม ก็คือผู้ประกอบการที่ขายสินค้าลดลงแล้วทําให้รายได้ลดลง เกิดความเสียหายกับผู้ประกอบการ ท่านคิดว่านับแต่นี้ไปมันจะมีสักกี่ราย ดังที่ผมกล่าว เมื่อสักครู่ แล้วก็
ข้อที่สี่ ท่านเคยคิดไหมว่าการขึ้นภาษีของท่านครั้งนี้ ทําให้มูลค่าทาง เศรษฐกิจหรือเงินมันมูลค่าลดลงร้อยละ ๒๐ นะครับ มูลค่าของเงินจะลดลงร้อยละ ๒๐ ท่านคิดไหมว่าประชาชนจะตกงานมากขึ้น ท่านได้คิดคํานึงถึงสิ่งเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ท่านได้วิเคราะห์ วิจัย ศึกษาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้จะทําให้ท่านอยู่ ในฐานะที่เปึนรัฐบาลได้ดี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเปึนสิ่งหนึ่งที่ทําให้คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ผมคิดว่าท่านมาผิดทางนะครับ แต่คนที่ไม่รู้ว่าผิด ท่านเชื่อเถอะท่านประธาน บอกเท่าไรก็ ไม่รู้หรอกครับว่าผิด
กรุณาสรุปครับ ท่านใช้เวลา ๒๐ กว่านาทีแล้ว
กําลังสรุปครับท่านประธาน ผมกําลังจะบอกท่านประธานว่าคนที่เขาผิด เราแม้บอกเขาว่าสิ่งที่ทําผิด เขาก็ไม่รู้ว่าผิด ยกเว้นจะพูดกับคนที่เขารู้ว่า อ๋อ ใช่แล้ว ถูกต้องว่าสิ่งนั้นผิดแล้วก็คิดใหม่ทําใหม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอฝากไว้นะครับ อย่างไรก็ตามแต่ ขอว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้ก็ดี การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นก็ดี หรือแม้แต่การกู้เงินก็ตาม ขอเปึนครั้งสุดท้ายในรัฐบาลท่าน นะครับ อย่าให้มีอีกนะครับ กราบขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมดูผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายมีจํานวนมาก ขออนุญาตปฏิบัติตามแนวที่ ท่านประธานชัยได้วางไว้ ให้เวลาท่าน ท่านละ ๑๐ นาที เพื่อให้ท่านรวบรัดกระชับเอาตรง ประเด็น เชิญท่านต่อไป ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ดิฉันลุกขึ้นมาอภิปราย ในเรื่องที่ถือว่าเปึนปัญหา หลักของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนในพื้นที่หรือว่าหลาย ๆ พื้นที่ด้วยกันก็ตามนะคะ เกี่ยวกับปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนค่ะ วันนี้มีการร้องเรียนเข้ามามากเหลือเกิน เกี่ยวกับปัญหาเรื่องราคาภาษีน้ํามันที่สูงขึ้น ทําไมคะ วันนี้มีการร้องเรียนให้เข้ามามาก เกี่ยวกับว่าทําไมราคาภาษีน้ํามันถึงจะต้องมาขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ําในตอนนี้ ราคาน้ํามันขึ้นก็หมายถึง ค่าขนส่ง ค่ารถบรรทุก ค่ารถทัวร์ รถกระบะ รถขนส่งสินค้า ทางการเกษตร หรือว่าการสูบน้ําเข้าแปลงก็สูงขึ้น ราคาน้ํามันกระทบราคาสินค้าค่ะ เพราะการขนส่งที่แพงขึ้นทําให้ราคาสินค้าแพงขึ้นไปด้วย วันนี้ทั้งต้นทุนการผลิตหรือว่า ปัจจัยในการผลิตก็มีราคาสูงขึ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนปุิยก็กระสอบละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท เข้าไปแล้ว ไหนจะยาฆ่าแมลงอีก แล้วปัจจุบันจะมีราคาน้ํามันที่แพงขึ้นมาอีก ปัจจัยของ การผลิตสูงขึ้นค่ะ แต่ว่าแนวโน้มของราคาขายของผลผลิตนั้นกลับตกลง เพราะว่าทาง รัฐบาลไม่มีการสนับสนุนการแปรรูป ทางรัฐบาลเองไม่ได้พูดถึงปัญหาราคาการเกษตร ออกจากคณะ ครม. เลย และทางรัฐบาลไม่ได้มีการส่งเสริมการตลาดให้ขายผลิตผล ของเขาได้ในราคาที่สูง สรุปแล้วผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุดในการขึ้นภาษีน้ํามันครั้งนี้ก็คือ พี่น้องเกษตรกร ทําไมคะ ทําไมถึงต้องเร่งรีบขึ้นภาษีน้ํามันในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ํา ด้วย นั่นเปึนเพราะรัฐบาลไม่มีเงินหรือว่าต้องการเงินคะ ราคาน้ํามันขึ้นบาทสองบาท อาจจะไม่กระทบท่านที่นั่งอยู่ตรงบัลลังก์ ไม่กระทบคนที่อยู่ในระดับชั้นกลางถึงชั้นสูง แต่แน่นอนค่ะ บาทสองบาทกระทบกับพี่น้องเกษตรกรรากหญ้า ๒ บาทของคนกลุ่มที่นั่ง อยู่ตรงนี้กับ ๒ บาทของคนกลุ่มที่อยู่ข้างล่างหรือว่าเปึนพี่น้องเกษตรกรชาวรากหญ้า มันไม่เหมือนกันนะคะ ดังนั้นการขึ้นภาษีน้ํามันครั้งนี้ก็เหมือนการสร้างปัญหาปากท้อง ให้แก่ครอบครัวของพี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรด้วยค่ะ แล้วไหนอีกล่ะคะตอนที่ นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ได้หาเสียงเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือการลดค่าครองชีพ ยกเลิก การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ท่านบอกว่าจะมีการลดภาษีสรรพสามิตภายใน ๙๙ วัน วันนี้ก็ ๕ เดือนเข้าไปแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่ลดค่าภาษีน้ํามัน หรือว่าลดค่าภาษีสรรพสามิต แต่กลับเพิ่มเข้าอีกเท่าตัว ในความคิดของดิฉันแทนที่จะแทรกแซงราคาน้ํามัน รัฐบาลควร จะเน้นไปในเรื่องของการประหยัดพลังงาน หรือว่าการทดแทนพลังงาน หรือว่าการสร้าง ทดแทนพลังงานทางเลือก ไม่ว่ารัฐบาลใด ๆ ก็ตามดิฉันคิดว่าไม่ควรจะมีการแทรกแซง ราคาน้ํามันค่ะ ควรจะปล่อยให้ไปตามราคาตลาดโลกดีที่สุด ถึงแม้รัฐบาลท่านสมัครหรือรัฐบาลท่านสมชายเองได้มีการแทรกแซงผ่านกลไกกองทุน น้ํามัน แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลท่านสมัครและรัฐบาลท่านสมชายไม่ได้ทําเหมือนรัฐบาลชุดนี้ ก็คือขึ้นภาษีน้ํามันให้เปึนภาระแก่พี่น้องประชาชนค่ะ วันนี้ท่านอาจจะอ้างได้ว่าภาษีหรือ ว่าภาระไม่ได้ตกอยู่กับพี่น้องประชาชน เพราะท่านไปลดการเก็บเข้าอุดหนุนกองทุนน้ํามัน แต่ว่าพี่น้องประชาชนไม่ได้โง่นะคะในความเปึนจริง ดิฉันอยากจะทราบเหมือนกันค่ะว่า ท่านจะสามารถรักษาระดับการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันในระดับนี้ได้อีกกี่เดือน อีกกี่วันคะ วันนี้ท่านบอกว่าขึ้นภาษีน้ํามัน ๒ บาท และท่านก็โดยการจะไปลดการเก็บ ๒ บาทจาก กองทุนน้ํามัน ทุกคนรู้ดีค่ะว่าในที่สุดกองทุนน้ํามันก็ต้องมาจัดเก็บเงินเข้ากองทุน ๒ บาท นี้คืนไปอยู่ดี แล้วในที่สุดค่ะ ๒ บาทนี้ละที่ท่านเก็บภาษีก็กลับไปเปึนภาระแก่พี่น้อง ประชาชนอยู่ดี แล้วเมื่อถึงวันนั้นท่านอย่ามาอ้างนะคะว่าที่พี่น้องประชาชนต้องจ่ายแพง ขึ้นเปึนเพราะกองทุนน้ํามันจัดเก็บเพิ่ม เพราะรากเหง้าของปัญหานั้นก็คือจากที่ท่านไปรีด ภาษีจากพี่น้องประชาชนนั่นแหละค่ะ และที่สําคัญนะคะดิฉันก็ยังได้รับข่าวสารมาอีกว่า ท่านมีการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ๒ บาทในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และวันเสาร์ที่ผ่านมานี่ละค่ะ หรือว่า ๒ วันที่ผ่านมา ๔๘ วันให้หลังเข้ามาท่านก็ประกาศได้ เรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันอีกในสัดส่วนของเบนซินเพิ่มแล้วอีก ๔๐ สตางค์ แล้วไหนล่ะคะที่บอกว่าจะไม่เปึนภาระแก่พี่น้องประชาชน ในที่สุดภาระมันก็จะมาตกอยู่ที่ พี่น้องประชาชนนั่นละค่ะ วันนี้ตามหน้าปัูมอาจจะยังไม่เห็นในการขึ้นราคาของน้ํามัน เพราะว่าอาจจะมีคนไปลอบบี (Lobby : ชักชวนแนะนํา) ขอให้ชะลอการปรับขึ้นก่อน แต่มันเปึนเพราะว่าท่านอยากจะรอให้ พ.ร.ก. ภาษีน้ํามันเรื่องนี้ผ่านไปก่อนหรือเปล่าคะ ดิฉันบอกผ่านไปยังพี่น้องประชาชนได้เลยนะคะว่าอีกไม่กี่วันได้เห็นกันแน่ค่ะว่า ดีไม่ดี พรุ่งนี้อีก ๔๐ สตางค์ขึ้นแน่ ถ้าราคาน้ํามันตลาดโลกยังตรึงอยู่ในระดับเดิม ๔๐ สตางค์นี้ จะต้องถูกผลักไปเปึนภาระของพี่น้องประชาชน อย่างนี้ใครก็ทําได้ค่ะ หาเงินอย่างนี้คิดไม่ ออกก็ขึ้นภาษี แล้วก็ไม่รู้เปึนแทคติค (Tactics : กลยุทธ์) ของรัฐบาลชุดนี้หรือเปล่านะคะ ที่ชอบเล่นกับสื่อ เพราะดิฉันได้ติดตามข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อใดที่เวลาจะมี ยกตัวอย่างวันที่จะมีการขึ้นภาษีน้ํามัน ในวันเดียวกันนั้น ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ก็พาชุดเฉพาะกิจไปตีผู้ค้าที่ขายซีดี (CD : Compact Disc = แผ่นคอมแพ็คดิสก์หรือแผ่น ซีดี) เถื่อน ที่พัฒน์พงศ์ เอาเปึนว่าไม่รู้จะตั้งใจกลบข่าวหรืออย่างไรนะคะ นักข่าวก็หลง ทางไปหมด ลงแต่เรื่องตีกันที่พัฒน์พงศ์ เลยไม่ได้ลงในเรื่องการที่ขึ้นภาษีน้ํามันเลย
สุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะขอฝากทางรัฐบาลช่วยกํากับดูแล ในเรื่องของปัญหาการลักลอบนําเข้าน้ํามันเถื่อนด้วยนะคะ เพราะว่าถ้าสมมุติน้ํามันใน ประเทศมีราคาแพงกว่าน้ํามันนอกประเทศแล้ว แน่นอนค่ะจะต้องมีการลักลอบน้ํามัน เถื่อนเข้ามาตามแนวชายฝัืงแน่นอน อะไรคะจะเปึนสิ่งที่การันตี (Guarantee) ได้ว่าจะไม่ มีการลักลอบการขนส่งเข้าของน้ํามันเถื่อนอีก ขอฝากไว้แค่นี้ค่ะท่านประธาน
เชิญ ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ กราบเรียน ท่านประธานครับ เกี่ยวกับการขึ้นภาษีน้ํามันมันมีผลกระทบต่อชาวบ้านอย่างสูงมาก เพราะว่าในช่วงสถานการณ์ช่วงนี้มันเปึนช่วงที่ชาวบ้านทําไร่ ทํานา แล้วเปึนช่วงที่กําลัง เป่ดเทอมใหม่ ๆ เปึนช่วงที่จะต้องใช้เงินอย่างมหาศาลในการดูแลลูกหลานและการ ทํามาหากิน แนวนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี หรือพรรค ประชาธิปัตย์ที่วางแนวนโยบายไว้ช่วงหาเสียง ชาวบ้านตั้งคําถามอย่างนี้ครับท่าน ตั้งคําถามว่า ๙๙ วันประชาชนต้องมาก่อน ประชาชนต้องมาก่อน แต่ช่วงที่ท่านมาเปึนรัฐบาล แถลงการณ์ช่วงปลายป้นับมาก็ประมาณเกือบครึ่งป้แล้ว ผลในการบริหารงานมันไม่ใช่ประชาชนมาก่อนครับ มันเปึนประชาชนต้องตายก่อน งบ ๑๑๗,๖๐๐ ล้านบาท แสดงว่าไม่ได้ผลเลยในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงแรก ไตรมาส สุดท้ายช่วงก่อน จีดีพี (GDP : Gross Domestic Product : ผลิตภัณฑ์รวม ภายในประเทศ) ๔ กว่า ช่วงแรกติดลบอีก ๖ เปอร์เซ็นต์ ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งป้ที่ ผ่านมาในด้านเศรษฐกิจ ในด้านสังคม ในด้านการเมือง ในด้านความมั่นคง ไม่มีอะไร ลดลงเลย ภาคใต้เชือดคอทหารไม่มีอะไรลดลงเลย สังคม ยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นกว่าเก่า ในด้านการเมือง กฎหมายรัฐธรรมนูญ การปราบปรามประชาชน การซื้ออาวุธของ กระทรวงกลาโหม ในช่วงสงกรานต์เลือด สงกรานต์เดือด กลายเปึนว่าเอาป๋นกับรถถัง ออกมาฆ่าประชาชน และตัวนี้ผมบอกให้เลยว่า ป๋นกับรถถังจะอยู่หน้าหรือหลังก็ตาม มันเปึนตัวทําลายเศรษฐกิจอย่างยับเยิน มันเปึนไปไม่ได้ที่นายทุนจะเข้ามาบริหารประเทศ หรือเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ถ้าท่านยังเอาป๋นกับรถถังออกมา มันสวนกันอย่างชัดเจน ครับตรงนี้
แล้วอีกอย่างหนึ่งชาวบ้านมองท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการวิพากษ์วิจารณ์ มันเปึนการเลียนแบบอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในการบริหารประเทศ แต่มันเปึนการบริหารแบบครึ่งเดียว ใช้เงินในแนวประชานิยมแบบ พรรคไทยรักไทยหมดเลย เพิ่มเติมอะไรไปนิดหน่อย แต่ไม่ได้หาเงินแบบพรรคไทยรักไทย มันกลายเปึนกู้เงินไปทําประชานิยม ตัวประชานิยมนี่ผมกราบเรียนท่านประธานเลยว่า มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปเลียนแบบง่าย ๆ ๓๐ บาท ๒ แสนกว่าล้านบาท เอสเอ็มแอล เปึนหมื่นล้านบาท พักหนี้เกษตรกร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โอทอป (OTOP ใช้เงินป้หนึ่ง: One Tumbon One Product : หนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) โครงการต่าง ๆ ไม่ต่ํากว่า ๔-๕ แสนล้านบาท ถ้าหาเงินไม่เปึนนี่ตายอย่างเดียวครับท่านประธานครับ มันไม่ใช่สิ่งที่จะมาเลียนแบบกัน แล้วอีกอย่างหนึ่งผมกราบเรียนว่า วิสัยทัศน์ของท่าน มันไม่มีแนวคิดใหม่ขึ้นมาเลย ผมอยากได้ยิน ชาวบ้านอยากได้ยิน ข้าราชการส่วนใหญ่ แรงงานอยากได้ยินว่ารัฐบาลจะหาเงินเข้าประเทศอย่างไรบ้าง มันไม่ใช่ตื่นขึ้นมาได้ยิน แต่ว่าจะกู้อย่างไรบ้าง จะรีดภาษีอย่างไรบ้าง อันนี้มันไม่ใช่เปึนการช่วยประชาชนนะครับ ท่านประธานครับ เปึนการฆ่าประชาชนอย่างชัดเจน เปึนการฆ่าประชาชนอย่างชัดเจน ฆ่าเศรษฐกิจ ฆ่าความเปึนอยู่ ฆ่าด้านจิตใจ ในด้านจิตวิทยาแล้วปัญหาสูงมาก ช่วงหลัง ผมบอกเลยว่าช่วงไปงานบุญอะไรต่าง ๆ ในพื้นที่ถูกป่ดข่าวไว้หลายที่หลายจุด ช่วงหลัง มีคนผูกคอตายเยอะมาก โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่ตกงาน และป่ดข่าวไว้ เพราะว่า ทางฝ์ายปกครองก็กลัว กลัวปัญหาจะเกิดผลกระทบขึ้นมา และท่านก็ขึ้นน้ํามันอีก ขึ้นภาษี ผมอยากกราบเรียนตรงนี้ครับว่า จุดที่มันแตกต่างกับพรรคพลังประชาชน อยากตั้งคําถามเลยว่า ค่าการตลาดที่มันหายไป มันหายไปอย่างไร ช่วงพรรคพลัง ประชาชนเปึนรัฐบาลประมาณ ๑๔๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรล ตกประมาณ ๔๐ กว่าบาท ต่อลิตร เดี๋ยวนี้ราคาน้ํามันลดลงมาประมาณ ๔๐-๕๐ กว่า ราคาน้ํามันยัง ๒๐-๓๐ กว่าบาท (Slogan : ประโยคสั้น ๆ ที่ผูกขึ้นเพื่อจูงใจประชาชน) ใหม่ได้แล้วครับ บริหารงานมาครึ่งป้ มันกลับกลายเปึนว่า ประชาชนต้องตายก่อนครับ ขอให้ท่านวิเคราะห์ วินิจฉัยละเอียดนิดหน่อย แล้วก็เลิกผสมพันธุ์กับรองเท้าบูทได้แล้ว มันเปึนการฆ่าประเทศ ทั้งทางตรง ทางอ้อม มันจะไม่มีนักลงทุนเข้ามาหรอกครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งความเชื่อมั่น อย่ามองต่างประเทศมากนัก ดูในประเทศ ธนาคารงดเครดิตหมดแล้ว ไม่ต้องดู ข้างนอกครับ ข้างในครับ ต่างประเทศก็มีทูตแต่ละประเทศทั้งหมด ความเชื่อมั่นเขาก็ จะดูจากแบงก์ด้วยว่าปล่อยเครดิตหรือเหล่า เอ็นพีแอล (NPL : Non Performing Loan สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) สูงไหม นโยบายต่าง ๆ ออกมา สายงานข้าราชการ กู้หมดเลย เอกชนไม่มี เอสเอ็มอี (SME : Small and Medium Enterprises วิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม) เล็ก กลาง ใหญ่ ตายหมด แรงงานตายหมด ภาคเกษตรตาย หมด เก็บภาษีไม่ได้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จัดเก็บภาษีไม่ได้ เงินเดือนข้าราชการหมดแล้ว ถังแตก ท่านประธานครับกราบเรียนข้อมูลหลัก ๆ ให้ทางรัฐบาลวิเคราะห์พิจารณา แนวทางการบริหารประเทศใหม่เสีย หาแนวทางที่หาเงินเข้าประเทศด้วย ไม่ใช่ว่ากู้เงิน อย่างเดียวแล้วรีดภาษีอย่างเดียว ชาวบ้านตายครับ ท่านประธานครับ
เชิญครับ ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะได้อภิปรายต่อกรณีที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้นําเสนอพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ มีหลักการและเหตุผลตามที่ท่านรัฐมนตรีเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามหลักการเขาที่ผมดูนี่ รัฐมนตรีต้องการที่จะเพิ่มพิกัด อัตราภาษีของภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ทั้งหมดมี ๖ ประเภท ตามรายการที่เสนอเข้ามา ความหมายความเข้าใจง่าย ๆ ก็คือเพิ่มเพดานการจัดเก็บเปึนราคาต่อหน่วยคือต่อลิตรขึ้น ซึ่งจากเดิมกําหนดเพดานไว้ไม่เกินหน่วยละ ๕ บาทเมื่อต้นป้ ขณะนี้เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ หน่วยละไม่เกิน ๑๐ บาท คําว่า หน่วยละไม่เกิน ๑๐ บาทนั้นหมายความว่ารัฐบาลเอง ก็จะมีมาตรการที่จะขึ้นราคาน้ํามันประเภทต่าง ๆ ทั้ง ๕ ประเภทไปตามกลไก และราคาตลาด ทั้งตลาดภายในแล้วก็ตลาดภายนอกประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองหลังจากที่เห็นตัวพระราชกําหนดที่รัฐบาลจะมาขอให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ กับพระราชกําหนดนี้ ซึ่งหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ วุฒิสภาเห็นชอบ หมายความว่าได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภา ก็เสมือนเปึนพระราชบัญญัติที่จะต้องนํา ปฏิบัติต่อไป แต่ข้อดีก็คือช่วงที่มีการประกาศพระราชกําหนดก็สามารถที่จะดําเนินการได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะให้ความไม่เห็นชอบหรือให้ความเห็นชอบ ผมมีประเด็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีกับรัฐมนตรี ผู้ที่ได้เสนอกฎหมาย
ประเด็นที่หนึ่งครับ ความชอบด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญ ท่านรัฐมนตรีบอกว่า การเสนอพระราชกําหนดฉบับนี้อาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๖ มาตรา ๑๘๖ ผมไปตรวจสอบในวรรคสองท่านประธานครับ อาจจะเปึนความเข้าใจ ของผมหรือว่าจะเปึนการแปลความอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมมีข้อสงสัย ข้อสงสัยนี้ ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีครับ ท่านจะตอบอย่างไรผมไม่ว่า แต่ต้องชี้แจงข้อสงสัยของผมและน่าจะเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎรแทนพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในวรรคสอง ในมาตรา ๑๘๖ ครับ วรรคสอง พระราชกําหนดที่ได้ตราขึ้นตามวรรคหนึ่งจะต้องนําเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมขีดเส้นใต้นะครับ เพราะถ้อยคําตรงนี้อาจจะมีการแปลความ ที่ต่างกัน จะต้องนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในสามวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจานุเบกษา และให้นําบทบัญญัติตามมาตรา ๑๘๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม นี่คือข้อความในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๖ วรรคสอง สรุปความง่าย ๆ ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ วันถัดก็คือวันที่ ๑๔ สาระของ วรรคสองก็คือว่า นับจากวันที่ ๑๔ ๓ วันต้องนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่าการนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น หมายถึงการนําเสนอต่อสภาขณะนี้ จะชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมขอความเห็นขอคําตอบจากรัฐบาล ถ้าท่านจะอ้างบอกว่า ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเมื่อมีการประกาศในราชกิจนุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๓ แล้ว มีผลบังคับใช้ วันที่ ๑๔ ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอเรื่องต่อสภาได้ทําเรื่องแจ้งสภาเพื่อขอบรรจุเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมให้สภาพิจารณาตั้งแต่วันที่ ๑๔ นั่นคือเปึนเรื่อง เปึนหนังสือที่ เสนอเข้ามาที่สภา ถ้าจะแปลความว่าต้องนําเสนอต่อสภาเปึนหนังสืออย่างนั้นนี่ ผมไม่แน่ใจว่าจะเปึนการปฏิบัติที่เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะคําว่า เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร หมายถึงนําเสนอต่อสภา ตรงนั้นเปึนการนําเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ถ้าเปึนหนังสืออย่างนั้น ถ้าผม จะแปลความนะครับ เปึนการนําเสนอหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้บรรจุ ระเบียบวาระเข้าเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ถ้าจะบอกผมบอกว่านําเสนอวันที่ ๑๔ ๑๕ วันศุกร์ ๑๖ วันเสาร์ ๑๗ วันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นวันที่ ๑๖-๑๗ เปึนวันหยุดไม่สามารถ นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ ผมพยายามตรวจสอบถ้อยคํา ท่านประธานครับ มีหลาย ที่ของกฎหมายอื่น ๆ โดยทั่วไป ไม่มีในรัฐธรรมนูญ ถ้ามีเจตนารมณ์อย่างนั้นท่านประธาน เนื้อหาสาระต้องบอกว่าเปึนวันทําการ ต้องเน้นเลยครับ เขาบอกวันทําการ ผมพยายาม ตรวจสอบในรัฐธรรมนูญที่เขียนก็ไม่ได้บอกว่าเปึนวันทําการ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะ เปึนสมาชิกต้องตั้งข้อสงสัยว่า ถ้านําเสนออย่างนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ภายใน ๓ วันจริงไหม วันนี้วันที่ ๑๘ ครับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ผมเชื่อว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านเอามาตรา ๑๘๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ยิ่งชัดไปอีก ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๘๔ วรรคสอง ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ มาตรา ๑๘๔ วรรคสอง ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภา หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภา เพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ถ้าอยู่นอกสมัยประชุม ขีดเส้นใต้นะท่านประธานครับ และการรอการเป่ดสมัยประชุมสามัญจะเปึนการชักช้า คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการให้มี การเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกําหนด โดยเร็ว ท่านประธานครับ วรรคสองก็บอกว่า ให้นําความในมาตรา ๑๘๔ มาบังคับใช้โดย อนุโลม นั่นก็คือว่าถ้าสมมุติเราอยู่นอกสมัยประชุม ท่านเองก็ยังสามารถที่จะให้รัฐสภา แห่งนี้เป่ดสมัยวิสามัญเพื่ออนุมัติหรือไม่อนุมัติด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นคําว่า วันทําการ ไม่วันทําการ ที่จะตอบผมในสภาแห่งนี้ท่านต้องมีหลักฐานอ้างอิงมาเสนอด้วย เพราะว่า จะได้ไปดูว่าท่านมีเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะให้ผมให้ความเห็นชอบ พระราชกําหนดนี้นะครับ กระผมเองกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถที่จะให้ ความเห็นชอบได้ ท่านประธานครับ พระราชกําหนดฉบับนี้เปึนผลที่จะเก็บภาษี สรรพสามิตหรือภาษีน้ํามัน ถ้าท่านประธานจําได้สมัยที่มีการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจําป้ เปึนร่างงบประมาณรายจ่ายประจําป้เมื่อต้นป้แล้วก็กลางป้ด้วย กระผม ได้อภิปรายในสภาแห่งนี้เรื่องของการนํารายได้ไปชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งเปึนไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐบาลจะตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําป้หรือกลางป้ จะต้องตั้งนํารายได้ไปจ่ายคืนเงินคงคลังด้วย ซึ่งงบกลางป้ก็มีประเด็นที่ผมได้เสนอขอแก้ ตัวพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายกลางป้นะครับ ผมเน้นเลยบอกว่าให้นําภาษี สรรพสามิตน้ํามันมาจ่าย เพราะผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านตั้งมา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าใส่เข้าไปในระบบจะเก็บเงินได้ประมาณ ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท แล้วบวกกับ รายได้อื่น ๆ อีกประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะได้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทไปคืนเงิน คงคลัง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอภิปรายไว้เปึนจริงครับ ถ้ารัฐบาลจะบอกว่าการจัดเก็บ รายได้ไม่ได้แยกหรอกว่าจะเปึนผลพวงจากงบต้นป้หรืองบกลางป้ ก็สามารถเอารายได้นั้น ไปคืนเงินคงคลังได้ แต่ต้องตอบผมว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านต้องคืนเงินคงคลังเมื่อ คราวตั้งงบประมาณกลางป้ท่านได้คืนไปหรือยัง ท่านได้คืนเงินคงคลังไปหรือยังครับ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ผมคาดการณ์ตั้งแต่ต้นป้ว่าสิ่งที่รัฐบาลพอจะมี รายได้คือภาษีน้ํามัน ช่วงนั้นจริงอยู่เราช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยการที่จะไม่เก็บภาษี น้ํามัน โครงการ ๖ มาตรการ ๖ เดือน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เข้ามาก็ทําต่อเนื่องนะครับ เพียงแต่ตัดมาตรการเรื่องภาษีน้ํามันออกไป ก็คือเหลือ ๕ มาตรการ ๕ เดือน แต่สิ่งที่ผม กราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถจะให้ความเห็นชอบกับพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ท่านประธานครับ ขณะนี้รัฐบาลเองมีเปัาหมายที่จะฟุ๋นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นหมายความว่ารัฐบาลต้องเอาเงินใส่เข้าไปในระบบให้เกิดการหมุนเวียน ให้เกิด หมุนเวียนในระบบ แล้วพี่น้องประชาชนไม่ว่าภาคประชาชน เอกชนทั่วไปก็นําเงินเหล่านี้ ไปหมุนในระบบ นั่นคือใส่เงินเข้าไป โดยหลักเศรษฐศาสตร์ โดยทฤษฎีท่านประธานครับ การที่ทางรัฐบาลเองมีเจตนารมณ์ที่จะใส่เงินเข้าไปในระบบ แต่ขณะเดียวกันกลับดึงเงิน ออกจากระบบโดยการเก็บภาษี ผมไม่เข้าใจครับว่ารัฐบาลทําอะไร รัฐบาลกลับบอกว่าเอา เงินที่ใส่ในระบบก็คือเงินกู้ ก็กู้มาจากภายในกู้มาจากต่างประเทศแล้วใส่เข้าไปในระบบ แต่ขณะที่ส่วนหนึ่งก็พยายามดึงเงินออกจากระบบ ผมถามท่านประธานครับ ในสภาวะ เศรษฐกิจตกต่ําอย่างนี้นะครับ ถามว่าภาคเอกชน สถาบันการเงินอื่น ๆ เขามีเงินไหม มีครับท่านประธานครับ เงินกองอยู่ครับ แต่เขาเก็บไว้เสมือนเก็บไว้ไม่ให้เงินออกสู่ระบบ นั่นจะแปลว่ามีเงินอยู่ในระบบมากไม่ได้ เขาเก็บไว้ครับ เหมือนเก็บฝากไว้ธนาคาร เงินไม่ ออกสู่ระบบเลย ขณะที่เงินที่มีอยู่ในระบบพอที่จะหมุนเวียนได้บ้าง รัฐบาลกลับจัดเก็บเข้า สู่ในระบบอีก ถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจหรือครับ มันสวนทางกันอย่างชัดเจนท่านประธาน ในเรื่องนี้ ผมไม่แน่ใจว่าท่านคาดการณ์ว่าจะได้รับเม็ดเงินจากการจัดเก็บภาษีน้ํามัน โดยการกําหนดเพดานขึ้นมาใหม่นี่ทั้งหมดเท่าไร จริงอยู่ครับ ผมดูจากสื่อดูจากสายข่าว ทั่วไป นักวิชาการเขาบอกว่าได้ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งเก่าบวกใหม่คาดการณ์ อันเก่าก็เริ่มมาตั้งแต่ต้นป้นะครับ มาถึงเดือนพฤษภาคมเก็บใหม่เดือนพฤษภาคมไปนี่ จนถึงสิ้นป้จะได้ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับภาษีสุรา บวกกับภาษีสรรพสามิต ยาสูบที่ท่านบอกว่าจะได้นี่ได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่าท่านรีดเงิน ออกมาจากในระบบกลับมาเก็บไว้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่ท่านไปกู้ต่างประเทศครับ ที่ขออนุมัติกรอบเราไปเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเช่นกันครับ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทจาก เอดีบี (ADB : Asian Development Bank : ธนาคาร เพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย) จาก ไจก้า (JICA : Japan International Cooperation Agency : องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์น) จากเวิลด์ แบงก์ (World Bank : ธนาคารโลก) ผมก็ถามท่านประธานว่า รัฐบาลกําลังทําอะไรครับ อะไรที่มี อยู่ของตัวเองกลับดึงเข้ามาเก็บไว้ แล้วเอาของคนอื่นมาใส่ แล้วท่านคิดหรือครับ ว่าท่านจะกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วให้เศรษฐกิจมันหมุนเวียนได้ เปึนเรื่องแปลกเหมือนกัน ท่านประธานครับ ค่อนข้างตลกพอสมควร แล้วผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการจัดเก็บรายได้ ของรัฐบาล ท่านได้ภาษี ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผลกระทบที่เกิดกับพี่น้องประชาชนผม คิดว่ามหาศาล โดยเฉพาะพี่น้องที่ทํามาหากินอยู่กับการขนส่ง การใช้น้ํามัน ทุกจุด ทุกแปลงของประเทศไทยเดือดร้อน ลิ้นจี่ง่าย ๆ ครับ รัฐบาลบอกช่วยเหลือ ๒ บาท ให้เงิน กิโลกรัมละ ๒ บาท เพื่อเปึนค่าขนส่งที่จะนําผลผลิตออกไปขาย แล้วท่านมาขึ้นภาษี น้ํามันอย่างนี้นะครับ ๒ บาทมีค่าไหมครับ เขาไม่เอาหรอกครับท่านประธานครับ ต่อให้ ท่านให้เขา ๒ บาท ค่าจัดเก็บลิ้นจี่ จ้างคนขึ้นไปเก็บเลยครับท่านประธาน ตีเฉลี่ย ออกมาแล้วกิโลกรัมละ ๕ บาทครับ มาขาย ๗ บาท รัฐบาลช่วย ๒ บาท เปึน ๙ บาท ถามว่าพี่น้องที่ปลูกลิ้นจี่เขาได้กําไรไหม อย่าว่ากําไรเลยครับ ทุนที่เขาลงทุนไปนี่ เขายังไม่ได้ ได้ ๒ บาทท่านประธานครับ แล้วเขาไม่โค่นต้นลิ้นจี่ทิ้งก็บุญแล้วครับ ท่านประธานครับ เขายังเปึนห่วงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยากให้มันมีน้ํามีความเขียว อยู่บ้าง ปล่อยให้มันเน่าตายไป เผื่อรัฐบาลจะได้เห็นใจว่าจะมีมาตรการที่จะไปรองรับ ลักษณะอย่างนั้นนะครับ ควรต้องเข้าไปดูแล ให้เงินเหล่านี้เข้าไปหมุนอยู่ในระบบแล้ว ช่วยเขา ภาคเอกชนที่เขาพร้อมจะรองรับทําไมไม่ดึงออกมาช่วยท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมเองนี่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่ว่าเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจภาพรวม ไม่ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ผมในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนครับ ขอคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับการที่จะอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ มันเปึนการทําลายพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณ
ต่อไปครับ เชิญ ท่านนิยม ช่างพินิจ ครับ แล้วจะต่อด้วยท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในเรื่องของพระราชกําหนด ในการเพิ่มพระราชบัญญัติพิกัดและการเก็บภาษีสรรพาสามิตหรือภาษีน้ํามัน หรือพูด ง่าย ๆ ก็คือการขยายเพดานภาษีนะครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไป นะครับ แล้วก็เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ผมคิดว่ามันแก้ที่ปลายเหตุแล้วก็แก้แบบผิด ๆ โดยที่ว่าเงินคงคลังไม่มี ก็มาเรียกเก็บภาษี โดยการที่ขยายเพดานภาษีน้ํามันนะครับ จาก ๕ บาท เปึน ๑๐ บาท อย่างนี้ผมว่ามันเปึน สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าสิ่งที่สําคัญในการแก้ปัญหานี่ ถ้าเราคิดจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ทําไมไม่มองครับท่านประธาน มองถึงว่าในภาคผู้ประกอบการเล็ก ๆ ในเมื่อที่เขาลงทุน ไปแล้ว เพราะวัตถุดิบที่สําคัญก็คือน้ํามัน ในเมื่อเขาลงทุนไปปุ็บ ถ้าเกิดเขาไม่เหลือ ท่านประธาน ในเมื่อเขาไม่เหลือนี่เขาจะเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายใช้สอย เอาง่าย ๆ เปรียบเทียบง่าย ๆ พี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรรมที่ประกอบอาชีพทําไร่ ทํานา ต้นทุน การผลิตในการทํานาสูงขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของค่าน้ํามัน ค่าปุิยต่าง ๆ ในเมื่อมันสูงขึ้น ท่านประธาน ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาล แล้วเขาจะเหลือไหม ในเมื่อเขาไม่เหลือ แล้วเขาจะเอาเงินที่ไหนไปจับจ่ายใช้สอย แล้วไปซื้อของ แล้วมันจะเกิด การสร้างงาน เกิดการสร้างเศรษฐกิจได้อย่างไร ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการบริหาร ผมว่าไม่เปึนไปในทิศทางที่ถูกต้อง แล้วแบบผิด ๆ ด้วย แล้วในการเก็บภาษีน้ํามัน ผมพูดได้ว่ามีผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนขั้นรากหญ้าเปึนสิ่งที่เลวร้ายมากที่สุด อย่างผมจะ พูดได้เลยว่าผมเคยคุยกับพ่อค้า ไม่ว่าจะเปึนผู้ประกอบการ โรงสีต่าง ๆ เขาก็บอกเลย ผลกระทบไม่ใช่อยู่ที่เขา ในเมื่อราคาน้ํามันสูงขึ้น เขาก็บวกค่าบรรทุกสูงขึ้น แต่พี่น้อง เกษตรกรตายอย่างเดียว ประเด็นตรงนี้ แล้วก็ผมถามว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยในการ ประกันราคา เดี๋ยวผลกระทบก็ตามมาอีก เหมือนจะประกันราคาให้กับพี่น้องเกษตรกรก็ จริง แต่สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้น เขาก็บวกค่าบรรทุก แล้วก็มาบวกค่าความชื้นต่าง ๆ อะไร กลไกต่าง ๆ ของพ่อค้า อย่างไรเขาก็ตายอย่างเดียว แล้วตรงนี้เองนะครับ แล้วก็สิ่งที่ สําคัญที่ผมอยากจะถามว่า ในการเก็บภาษี
ประเด็นแรก จะเอาเงินไปลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจด้านไหนครับ ตรงนี้ถือว่า เปึนสิ่งสําคัญ ต้องชี้แจงด้วยนะครับว่าได้เงินมา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปกระตุ้น เศรษฐกิจ กระตุ้นด้านไหน ไม่ใช่เอาไปแจก ๒,๐๐๐ บาท เอาไปแจก ๒,๐๐๐ บาทนี่ ยังมี พี่น้องประชาชนต่อว่าเลย เขาบอกว่าแจกก็เกิดความไม่เสมอภาค บางคนเปึนผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ก็รับแล้ว ๒,๐๐๐ บาท เผอิญตัวเองไปทํางาน อยู่ที่ในภาคธุรกิจ อยู่ในระบบประกันสังคม ก็ได้รับอีก ๒,๐๐๐ บาท เปึน ๔,๐๐๐ บาท แล้ว ผมถามว่าพี่น้องประชาชนที่ไม่มีรายได้เลย เขาจะเอารายได้มาจากไหน เขาก็ไม่ได้ รับ แค่จ่ายเงินยังเกิดความไม่เปึนธรรม บางคนได้ ๔,๐๐๐ บาท ถ้าเปึนข้าราชการ ผู้ใหญ่บ้าน เปึนผู้ช่วยได้ ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็มาได้จากทํางานในภาคธุรกิจที่อยู่ในระบบ ประกันสังคมได้อีก ๒,๐๐๐ บาท อย่างนี้เปึนต้น
และประการที่สอง ที่ผมอยากจะถาม จากราคาน้ํามันตลาดโลกที่ผ่านมา ช่วงที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล ราคาอยู่ที่ ๑๔๗ เหรียญ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาก็อยู่ที่ประมาณ ๔๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้ราคาอยู่ที่ ๕๐ เหรียญ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ํามันตก ๒๐ กว่าบาท ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลว่า ส่วนต่างตรงนี้มันหายไปไหน ไปเข้ากองทุนเท่าไร กองทุนน้ํามันเท่าไร แล้วกองทุนอนุรักษ์เท่าไร หรือว่าค่าการตลาดเท่าไร แต่ผมเรียนให้ทราบเลยว่าถ้าเปึนค่า การตลาด โดยเฉพาะขายปลีกคงที่ ๗๐ กว่าสตางค์ ๘๐ กว่าสตางค์ ตรงนี้คงที่แน่นอน นะครับ แต่สิ่งที่ว่าราคาทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมา เพราะอะไร
แล้วประการที่ผมอยากจะถาม ในเมื่อที่บอกว่าจะไม่เก็บภาษีในช่วงนี้ จะเอาเงินกองทุนน้ํามันเอามาช่วยก่อน ผมถามว่ากองทุนน้ํามันมาช่วย มีเงินหมื่นกว่า ล้านบาท เอามาช่วยก็ได้แค่เดือน สองเดือน ถ้าเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เศรษฐกิจมันดีขึ้น ราคาน้ํามันตลาดโลกมันสูงขึ้น แล้วจะ เอาเงินที่ไหนมาช่วยกองทุน นี่คือประการที่ ๓
เพราะฉะนั้นอยากจะถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐบาล แล้วก็สิ่งที่สําคัญ ไปกว่านั้น ในการเก็บภาษีตรงนี้ ผมถามว่าจากราคาน้ํามันที่มันสูงขึ้นมาช่วงที่ผ่านมานี้ ผมอยากว่ารัฐบาลนี้เข้าไปดูบ้างไหม เกี่ยวกับสินค้าบริโภค อุปโภค ราคามันสูง ช่วงที่ ราคาน้ํามัน ๑๔๐ กว่าเหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ตอนนี้ราคาน้ํามันเหลือประมาณ ๕๐ เหรียญ ตอนนี้ราคาสินค้ามันมีลดบ้างไหม หรือรัฐบาลได้เข้าไปดูบ้างไหม โดยมี ผลต่างอย่างไร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องราคาปุิยที่พี่น้องเกษตรกรที่มีผลกระทบเปึนอย่าง มาก ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบ วันนี้เองนะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ของผมในจังหวัด พิษณุโลก ปัญหาที่สําคัญก็คือภัยแล้ง เขาก็ต้องสูบน้ําใต้ดิน สูบน้ําบาดาลเอามาใช้ ปัญหาตอนนี้น้ําท่วม เขาก็ใช้น้ํามันมาสูบน้ําออกจากไร่ออกจากนา อย่างนี้เปึนต้น ตรงนี้ ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นผมฝากเลยนะครับว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจผมว่ามันสวน กระแสแน่นอน แทนที่จะเอาเม็ดเงินนี่นะครับ แล้วถ้าท่านไม่เก็บภาษีเพิ่ม ผมว่าพี่น้อง ประชาชนคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรากหญ้าได้ผลประโยชน์แน่นอน แต่ถ้าท่านจะมาเก็บ อย่างนี้นะครับ ผมไม่รู้ว่าใครได้ประโยชน์ แล้วใครเสียประโยชน์ แล้วการที่เอาเงินไปลงทุน แล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร ผมยังมองไม่เห็นเลย แต่ถ้า บอกจะไปกระตุ้น ๒,๐๐๐ บาท หรือไปแจกอย่างนั้น ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าสิ่งที่ สําคัญคนที่ไม่มีโอกาสหรือคนที่ไม่มีรายได้นี่เขาจะมองอย่างไร นี่คือเราสังคมไทย เรานับถือศาสนาพุทธ และทุกศาสนาก็เหมือนกัน เขาก็อยากเห็นต้องช่วยคนที่ด้อยกว่า ไม่ใช่ช่วยคนที่มีรายได้ ตรงนี้นะครับ ก็คงจะฝากประธานไว้ ๓-๔ ประเด็นครับ ที่อยากให้ ตอบว่า เงินถ้ากระตุ้นจากการเก็บภาษีนี่จะนําไปลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร แล้วคาดว่าจะได้ผลอย่างไร แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุด ประเด็นที่ ๒ ก็คือราคาน้ํามัน ถ้าตลาดโลกสูงขึ้นนี่ถ้ากองทุนน้ํามันไม่มีเงินมาสนับสนุนจะทําอย่างไร แล้วก็สิ่งที่สําคัญ ก็คือว่าเราจะทําอย่างไรที่จะควบคุมสินค้าไม่ว่าอุปโภค บริโภคนะครับ ๓-๔ ประเด็น ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ได้รับแจ้งจากท่านอรรถวิชช์ ขอให้ทางฝ์ายค้านอภิปรายก่อนนะครับ เชิญท่านไพโรจน์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในเรื่องของพระราชกําหนด ผมเองไม่เห็นด้วย เหตุผล ก็คือว่าในภาวะปัจจุบันนี่นะครับ ปัญหาที่พี่น้องประชาชนคนยากคนจนกําลังประสบอยู่ ซึ่งรอรัฐบาลแก้ไข รัฐบาลไม่เพียงแต่ช่วยเหลือนะครับ แต่กลับมาขึ้นปรับภาษีสรรพสามิต น้ํามัน ผมคิดว่าจะเปึนการซ้ําเติมพี่น้องประชาชนคนยากคนจนซึ่งมีอยู่มากนะครับ เปึนฐานป่รามิด (Pyramid : รูปกรวยที่มีฐานเปึนเหลี่ยม) ก็ว่าได้นะครับว่า ตอนนี้กําลัง รอคอยรัฐบาลอยู่ ประกอบกับปัญหาข้อครหาต่าง ๆ นะครับ กลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ ก็คือกลุ่มที่ลักลอบนําน้ํามันเถื่อนเข้ามาขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ในจังหวัดที่มี พื้นที่ทางทะเลที่ดัดแปลงนะครับ จากเรือประมงขนถ่ายน้ํามันต่าง ๆ ซึ่งเปึนเรื่องที่รัฐบาล นั้นต้องอธิบายชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจนะครับว่า มีมาตรการจะควบคุม อย่างไร ไม่ให้น้ํามันเหล่านั้นทะลักเข้าสู่ประเทศของเรานะครับ แล้วก็ในเรื่อง การบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมานะครับ ส่อให้เห็นว่าไม่เกิดผลในเชิงปฏิบัติ เช่น การ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการมอบเช็ค (Cheque : ใบสั่งจ่ายเงิน) ช่วยชาติคนละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เห็นได้แล้วนะครับว่าไม่เปึนมรรคเปึนผล ไม่ได้กระตุ้นตามที่ รัฐบาลได้เคยประกาศไว้นะครับ แทนที่จะไปหารายได้ในส่วนอื่นเข้ามาสู่ประเทศของเรา นะครับ เช่น การท่องเที่ยวก็ดี ซึ่งรัฐบาลก็จัดสรรงบประมาณให้เพียงน้อยมากนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมก็เล็กน้อย กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเปึนกระทรวงการค้าการขาย รัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสําคัญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เองนะครับ มาประเมินกันแล้วนะครับว่า รัฐบาลน่าที่จะไปหารายได้จากส่วนอื่น เพราะว่ามาขึ้นภาษีน้ํามัน ผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะในเบื้องต้นนะครับ ที่จะใช้เงินกองทุนมาช่วยเหลือ ผมก็ คิดว่าเปึนระยะสั้นเท่านั้นนะครับ เมื่อกองทุนร่อยหรอลงไป จะรับผิดชอบอย่างไรว่าราคาสินค้าจะไม่เพิ่มสูงขึ้น แล้วก็ในภาวะที่ต่างประเทศมีโรคเรื่อง ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ที่ระบาดอยู่ เปึนรัฐบาลในชุดก่อนท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เราเคยผจญกันมาแล้วเรื่องโรคซาร์ส (SARS : Severe Acute Respiratory Syndrome) ท่านได้ให้ความเชื่อมั่นเอาวิกฤติให้เปึนโอกาส แต่ของเราไม่มี เลย กลับจะไปดําเนินการชี้นําให้ต่างประเทศเคลือบแคลงสงสัย เมื่อสักครู่ผมได้รับ รายงานว่าประชาชนชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาทางภาคใต้ ผลพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เปึนไข้หวัด สายพันธุ์ใหม่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เอง ผมชี้ให้เห็นเลยว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนวิกฤติ ต่างประเทศ เราน่าจะเอาวิกฤติเหล่านั้นมาเปึนโอกาสของเรา คือเชิญชวนสิครับ ให้ชาวต่างประเทศมาเที่ยวเมืองไทย เพราะของเราปลอดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ อันนี้แหละครับจะเปึนจุดขายที่สามารถจะนํารายได้เข้ามา ในการที่รัฐบาลเคยเปรยไว้ ในเบื้องต้นที่มาเปึนรัฐบาลใหม่ ๆ ในเรื่องภาษีมรดกก็ดี ภาษีที่ดินก็ดี เวลานี้ พี่น้องคนยากคนจนต่างรอคอยว่า ท่าทีของท่านที่ว่าจะเก็บภาษีคนรวย เมื่อไรจะได้ ดําเนินการ ผมก็รอคอยว่าภาษีน้ํามันเปึนภาษีที่ผลกระทบคนจน แต่ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ที่ในอนาคตจะกี่ป้ก็ไม่ทราบจะต้องดําเนินการอย่างแน่นอน เพื่อจัดสรร ทรัพยากรให้สมดุล ซึ่งประเทศเรานั้นมีพี่น้องคนยากคนจนอีกมาก ซึ่งไม่มีที่ดินทํากิน แล้วก็รอคอยรัฐบาลมาดําเนินการปฏิรูปที่ดิน ในส่วนที่รัฐบาลเคยบอกเมื่อครั้งที่มาเปึน รัฐบาลใหม่ ๆ ว่าการที่ให้เช็คช่วยชาติ อุปมาราวกับว่าประเทศเราเวลานี้ประสบปัญหา ไฟกําลังไหม้บ้านต้องใช้เช็คช่วยชาติไปดับ ผมก็มาคิดดูแล้วนะครับว่า ถ้าเปึนการขึ้น ภาษีสรรพสามิตน้ํามันที่รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่นี้ ผมก็อุปมาเหมือนกันว่า เปรียบเสมือนว่ารัฐบาลกําลังจะเผาบ้านประชาชน ผมจึงไม่เห็นด้วย ก็อยากให้รัฐบาล ได้ทบทวนหาวิธีอื่น ท่านจะหาวิธีหารายได้อย่างไรก็ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่ามาดําเนินการ กับพี่น้องคนยากคนจน ซึ่งเวลานี้ข้าวของราคาก็แพงขึ้น เมื่อท่านปรับขึ้นแล้วช่วงสั้น ๆ ไม่ผลกระทบ แต่ระยะยาวแล้วเมื่อเงินกองทุนน้ํามันร่อยหรอลงไป ท่านก็จะต้องให้ ประชาชนนั้นได้ตกระกําลําบาก จึงขอฝากรัฐบาลว่าในส่วนตรงนี้ถ้าเปึนไปได้ เปลี่ยนใหม่ ยกเลิกไปเลย แล้วก็หารายได้ทางอื่น ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๒ พรรคเพื่อไทย พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผมได้พบปะพี่น้องประชาชนชาวรากหญ้า โดยเฉพาะในช่วงนี้ก็คือประเพณี บุญเดือน ๖ ชาวบ้านได้ร่วมกิจกรรมทําบ้องไฟขอฝน ก็ได้ปรึกษาหารือว่าวันนี้รัฐบาล ไม่ช่วยเขาแล้วทําไมต้องทําร้ายเขาอีก วันนี้รัฐบาลได้ทําร้ายประชาชน ซึ่งเปึนเกษตรกร ที่อยู่ระดับรากหญ้า ซึ่งวันนี้รัฐบาลบอกว่าคนที่มีเงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เปึนคนจน รากหญ้าก็คือคนโคตรจนนะครับ คนโคตรจนได้ถูกรัฐบาลข่มเหงก็คือ ขึ้นภาษี น้ํามัน ขึ้นภาษีน้ํามันรอบแรกท่านก็ขึ้นทีละบาท สุดท้ายท่านก็ขึ้นเต็มเพดาน ๕ บาท ก็หาสตางค์ไม่ได้เท่าไร ท่านก็ขึ้นภาษีเหล้า ภาษีเบียร์ แล้วก็ขึ้นภาษียาสูบ วันนี้ท่านก็จะ มาขึ้นภาษีน้ํามันอีกแล้ว วันนี้น้ํามันลิตรหนึ่งประมาณ ๑๐ กว่าบาท รวมภาษี ๒๔ บาท ก็คือภาษีประมาณ ๑๐ บาท เกษตรกรรากหญ้าตายแน่นอนนะครับ และโดยเฉพาะรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ได้รณรงค์หาเสียงนะครับ ตอนนั้นบอกว่าจะลดค่าครองชีพ จะยกเลิกเก็บเงินเข้า กองทุนน้ํามันจากดีเซลและแก๊สโซฮอล์นะครับ ซึ่งท่านได้รณรงค์หาเสียงไว้ แต่จริง ๆ แล้ว ที่ท่านบอกว่า ๙๐ วันประชาชนต้องมาก่อน ประชาชนก็มานั่งรอตั้งนานแต่ยังไม่เห็นหน้า รัฐบาลสักทีนะครับ วันนี้รัฐบาลทําได้จริง ๆ ครับ ๙๐ วัน ท่านได้ทําจริงครับ คือท่านขึ้น ราคาน้ํามัน ท่านขึ้นภาษีน้ํามัน ขึ้นภาษีสุรา ขึ้นภาษีเบียร์ ขึ้นภาษียาสูบ แล้วก็ขึ้นภาษี น้ํามัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่ารัฐบาลน่าจะต้องเปลี่ยนเปึนว่า ๙๙ วันต้องกู้ หรือ ๙๙ วันประชาชนต้องตายนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลไม่ได้แก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแต่กลับทําตรงกันข้าม ได้รีดเลือดกับปูนะครับซึ่งเกษตรกร รากหญ้าวันนี้ต้องรับเคราะห์อย่างหนักนะครับ ชาวไร่ชาวนาผู้เปึนกระดูกสันหลังของชาติ เพิ่งเริ่มจะได้กินเนื้อตอนท่านทักษิณเปึนนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ก็กลับมาไม่มีเนื้ออีกแล้ว วันนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ฟังนะครับว่า การขึ้นราคาน้ํามันคนที่ตาย ก่อนใครก็คือเกษตรกร วันนี้เกษตรกรปลูกมันสําปะหลัง รัฐบาลประกันกิโลกรัมละ ๒ บาท ถ้าประกันจริง ๆ ๒ บาทนะครับ เกษตรกรได้รับอานิสงส์ก็โชคดีครับ แต่วันนี้ ประกัน ๒ บาท ราษฎรไม่ได้เข้าโครงการ เข้าโครงการก็น้อยมาก วันนี้ต้องไปขายโรงสี ครับ ๖ สลึง ราคาน้ํามันก็ยังไม่ขึ้นราคา พอราคาน้ํามันขึ้นราคาโรงสีเขาบอกว่าน้ํามันแพง ผมจะซื้อ ๖ สลึง ผมซื้อไม่ได้แล้ว ผมต้องซื้อ ๕๐ สตางค์เพราะค่าบรรทุกจากจังหวัด อุบลราชธานีไปที่ท่าเรือคลองเตยนี่ ๑ บาท ผมต้องซื้อมันกิโลกรัมละ ๕๐ สตางค์ ชาวบ้านปลูกมันได้ ๑๐ ตันก็ต้องขาดรายได้ไป ๕,๐๐๐ บาท พอเสร็จแล้วรถบรรทุกมาถึง กรุงเทพมหานคร รถจะกลับรถต้องหาของใส่ก็ไปบรรทุกปุิย ไปบรรทุกปุิย ต้นทุนปุิยก็ กระสอบหนึ่ง ป้นี้โชคดีครับน้ํามันลงราคา ปุิยก็ลงราคาด้วย ป้กลายยูเรียกระสอบละ ๑,๕๐๐ บาท ป้นี้เหลือ ๗๒๐ บาท ๗๒๐ บาทแต่ค่าบรรทุกแทนที่จะลงราคากลับไม่ลง เพราะน้ํามันมันขึ้น วันนี้ค่าบรรทุกแต่ก่อนกระสอบละ ๒๐ บาท รถสิบล้อก็บอกว่าวันนี้ น้ํามันแพงต้องขึ้นกระสอบละ ๔๐ บาท ชาวไร่ชาวนาครับเกษตรกรก็ต้องลําบากอีก ต้องซื้อปุิยแพงขึ้นอีก จากกระสอบหนึ่งต้องซื้อ ๗๐๐ บาท วันนี้ต้องซื้อ ๗๔๐ บาท ขายข้าวกิโลกรัมละ ๑๖ บาท วันนี้ต้องขายได้กิโลกรัมละ ๑๕ บาทเพราะค่าบรรทุก ๑ บาทนะครับ และในขณะนี้กําลังจะทําไร่ไถนานะครับ ก็ต้องใช้น้ํามันซึ่งจะต้องใช้เติม คูโบต้า เติมรถไถในการไถนา ในการไถไร่มันสําปะหลังไร่หนึ่ง ๔๐๐ บาท วันนี้น้ํามันขึ้น เขาบอกว่าต้องเก็บ ๖๐๐ บาท เกษตรกรก็ตายอีกนะครับ ผมไม่อยากให้รัฐบาลได้ทําร้าย ประชาชน ถ้าท่านอยากได้สตางค์จริง ๆ นี่นะครับ ผมมีข้อเสนอแนะว่า ท่านต้องขึ้นภาษี ที่ดิน ภาษีมรดกครับ ขึ้นแพง ๆ ไม่เปึนไรเพราะพวกนี้รวยอยู่แล้วนะครับ ช่วยชาติ เถอะครับ แล้วคนรวย ๆ ในประเทศไทยมีอีกมากนะครับ ผมบอกน่าจะออกมาช่วยพี่น้อง ประชาชนมาช่วยชาติ แล้วก็ฝากอีกที่พูดกันมากวันนี้ที่รัฐบาลบอกว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาท ที่แจกให้กับคนจนซึ่งมีเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้ครับเกษตรกรรากหญ้าคน โคตรจนไม่ได้รับอานิสงส์ตรงนี้ด้วย เขาฝากบอกกับผมครับ เปึนชาวบ้านนะครับ เปึนชาวบ้านรากหญ้าจริง ๆ เขาบอกว่า ถ้าเขาเปึนรัฐบาล ถ้าเขาได้เปึนผู้บริหาร เขาจะไม่ แจกเงิน ๒,๐๐๐ บาทแบบนี้ เขาจะให้ชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านทํางานก่อนนะครับถึงจะ จ่ายสตางค์ ส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้าน ให้หาเสาไม้เก่า ๆ ไม้ไผ่สร้างพะไลละ ๑๐ บาท หาลวดหนามมาตอกรั้วบ้านให้เปึนระเบียบเรียบร้อย ขุดคลองเพื่อจะรองรับหน้าฝนกําลัง จะมาแล้วก็จะจ่ายครอบครัวละ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทนี่จะได้ประโยชน์ มากกว่าที่รัฐบาลไปใช้ให้เช็คช่วยชาติคนละ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อเขาได้รับเงิน ๑,๐๐๐ บาท เขาก็ไปซื้อไม้ไผ่สร้างพะไลคนละ ๑๐ ลําก็จะหมดไปประมาณคนละ ๑๐๐ กว่าบาท ไปซื้อลวดหนามคนละ ๒-๓ ขดก็จะหมดไป ๒๐๐-๓๐๐ บาท ไปซื้อตะปูคนละ ๑-๒ กิโลกรัม ก็จะหมด ๓๐-๔๐ บาท พอออกแรงเสร็จแล้วมันเหนื่อยตอนเย็น ๆ ก็ซื้อเหล้ามา เป็ก ซื้อเบียร์มาแก้ ซื้อไข่มาเจียว น้ํามันหมู ชูรส อะไรก็จะได้ขาย เศรษฐกิจก็จะหมุน นะครับ แล้วก็โครงการ เอ็สเอ็มแอล ซึ่งรัฐบาลได้เปลี่ยนเปึน โครงการเศรษฐกิจพอเพียง วันนี้อยากกราบเรียนถึงรัฐบาลนะครับว่า ถ้าท่านอยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ครับ ทําเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมาเถอะครับ ให้ชาวบ้านเขาคิดเองทําเอง แล้วก็อนุมัติ งบประมาณไป วันนี้ท่านต้องบอกว่าต้องทําโครงการขึ้นมา ถ้าผมไม่ชอบผมไม่ให้ วันนี้ นะครับหลายอําเภอครับ สั่งให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน บอกซื้อเครื่องทําปุิย ซื้อโรงสี ซื้อไปทําไม ครับเศษเหล็ก ซื้อเครื่องทําปุิยมีเหล็ก ๕-๖ อัน ๒๕๐,๐๐๐ บาท สร้างโรงสี แล้วใครจะไป สีครับ ขนาดมีโรงสีในท้องถิ่นยังขี้เกียจที่จะเอาข้าวไปสีเลยนะครับ ก็อยากจะฝากรัฐบาล ว่า ท่านหาวิธีใหม่ครับอย่าขึ้นภาษีน้ํามันเลยครับพี่น้องประชาชนลําบาก แล้วก็ผมไม่เห็นด้วยกับพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมสงสารพี่น้องเกษตรกรคนยากคนจน ขอบคุณครับ
เชิญท่านประเกียรติครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย คือเรื่องพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพิกัดอัตราภาษีเกี่ยวกับเรื่องน้ํามัน ผมก็ทราบจากสื่อทั้งหลายว่า เมื่อขึ้นไป แล้วรัฐบาลจะไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ทีนี้เมื่อถามลงไปว่าประชาชนจะไม่เดือดร้อน อย่างไรในเมื่อขึ้นภาษีผู้ใช้น้ํามันก็ต้องรับผิดชอบ รัฐบาลท่านแถลงว่า ขณะนี้มีกองทุน น้ํามันเพื่อที่จะนํามาชดเชยในเรื่องขึ้นภาษีนะครับ ซึ่งกองทุนน้ํามันได้ตรวจสอบแล้ว ก็ปรากฏว่ามีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทขณะนี้นะครับ ทีนี้อัตราภาษีที่ขึ้นไป คาดว่าจะใช้กองทุนนี้ไปได้สักระยะหนึ่งก็จะหมด ทีนี้ชาวบ้านเองผู้ใช้น้ํามันทั้งหลาย รวมทั้งผม ท่านประธานก็คงจะไม่ทราบว่าน้ํามันแต่ละหยดมันประกอบไปด้วยค่า อะไรบ้าง ลิตรหนึ่ง ๆ ค่าน้ํามันจริง ๆ มันเท่าไรไม่มีใครทราบ แต่ผู้บริโภคก็ต้องจ่ายตามที่ ปัูมน้ํามันขาย ซึ่งแน่นอนก็มาจากราคาที่รัฐบาลกําหนด และเปึนราคาที่ต่างประเทศ กําหนดด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นราคาน้ํามันจึงมีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ในภาวะที่ ราคาน้ํามันขึ้นสูง ๆ บางครั้งมีผลกระทบโดยตรงกับประชาชนผู้ใช้น้ํามัน รัฐบาลทุกยุค ทุกสมัยได้เล็งเห็นความสําคัญตรงนี้ว่า ไม่อยากให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน จึงได้ เกิดกองทุนน้ํามันขึ้น กองทุนน้ํามันนี่เกิดขึ้นเพื่ออะไรครับ เกิดขึ้นก็เพื่อที่จะชะลอ ผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนทันที สมมุติว่าราคาน้ํามันขึ้นสูง รัฐบาลมีเงินในกองทุน กองทุนนี้จะไปจ่ายก่อน ชะลอผลกระทบ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ อยู่ในปกติก็จะปล่อยราคาน้ํามันเปึนไปตามปกติ กองทุนก็หยุดจ่าย เมื่อไรก็ตามราคาลง กองทุนนี้ก็ยังไม่ลงตามราคาน้ํามันก็จะไม่ลงตาม ก็จะเก็บเงินนี้เข้ากองทุน เพราะฉะนั้น เงินกองทุนจึงมีอยู่ วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ น้ํามันทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาคการขนส่ง ภาคเกษตร ก็จะได้รับการบรรเทาความเดือดร้อน จากกองทุนน้ํามันนี้เช่นเดียวกัน แต่มาวันนี้สภาพเศรษฐกิจที่รัฐบาลบอกว่าเปึนสภาพ เศรษฐกิจที่มีวิกฤติ แต่ความจริงเปึนข้ออ้างเฉย ๆ หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะว่าประชาชน ทุกคนก็ดูเหมือนก็ไม่มีความผิดปกติที่ตรงไหน จะดูตลาดหลักทรัพย์ก็ขึ้นเอา ขึ้นเอา อัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราเงินบาทก็แข็ง ผมก็ยังไม่เห็นแววว่าเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะว่าประชาชนทุกคนก็ดูเหมือนไม่มีความผิดปกติที่ตรงไหน จะดูตลาดหลักทรัพย์ ก็ขึ้นเอา ๆ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เงินบาทก็แข็ง ผมก็ยังไม่เห็นแววว่าเศรษฐกิจของ ประเทศไทยมันวิกฤติที่ตรงไหนด้วยนะครับ แต่สิ่งที่พูดกันหนาหูจริง ๆ ก็คือว่า รัฐบาล ใช้จ่ายเงินเกินตัว และพูดกันหนาหูจริง ๆ ว่ารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินด้วยเรื่องการใช้ จ่ายเงินผิดพลาดจึงก่อให้เกิดปัญหามาวันนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้การที่รัฐบาลจะออก พระราชกําหนดพิกัดอัตราภาษีน้ํามันนี่ พูดง่าย ๆ นะครับ เพื่อที่จะขึ้นไปอีกกี่บาทก็ไม่รู้ ทราบว่าจะขึ้น ๕ บาท แต่ประกาศว่าไม่ให้กระทบประชาชน โดยจะเอากองทุนมาจ่ายแทน ผมถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเถอะครับว่า ที่จริงเงินกองทุนน้ํามันใคร เปึนผู้ที่จะอนุมัติมาจ่ายค่าภาษีแทนประชาชน ลักษณะการจ่ายมันจ่ายอย่างไร มันจะผิด กฎหมายไหม ซึ่งประชาชนไม่รู้นะครับ มันขัดอะไรหรือเปล่าที่จะเอามาจ่ายภาษีแทน ประชาชน
และอีกอันหนึ่ง มันเปึนไปได้ไหมที่รัฐบาลไม่มีสตางค์ในการที่จะมาใช้จ่าย แต่เห็นกองทุนอยู่นั่น ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท อยากได้เงินมาก่อน จะโอนอย่างไรก็โอนมา ไม่ได้ จึงออกพระราชกําหนดพิกัดอัตราภาษีน้ํามัน เพื่อไปเปลี่ยนจากกองทุนน้ํามัน แทนที่จะยืมมาหรืออะไรมาเปึนรายได้ของรัฐเปึนไปได้ไหม ถ้าเปึนเช่นนี้ผมว่าการบริหาร ราชการแผ่นดินว่าด้วยงบประมาณยิ่งจะผิดพลาดซ้ําเติมเข้าไปอีกมาก เพราะอะไรรู้ไหมครับ ถ้ากองทุนน้ํามันหมด ภาษีที่ขึ้นไปกระทบกับผู้ใช้น้ํามันแน่นอน ซึ่งหลายท่านอภิปรายไป แล้ว ผมไม่อยากให้ซ้ําซาก แต่ตรงนั้นสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงที่สุดก็คือว่า ถ้าน้ํามันที่ เราควบคุมไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน ราคาน้ํามันเราควบคุมไม่ได้นะครับ เพราะมันเปึนราคาที่ ตลาดโลกกําหนด ถ้ามันขึ้นกระทบขึ้นมาอย่างรุนแรง ถามว่ารัฐบาลมี โครงการอย่างไรบ้าง มีแนวทางอย่างไรบ้างที่จะบรรเทาความเสียหาย ความเดือดร้อน ให้กับผู้ใช้น้ํามัน ไม่ว่าจะเปึนภาคการขนส่ง ไม่ว่าจะเปึนภาคเกษตร มีแนวทางอย่างไรครับ ที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหาย ผมอยากจะทราบ ถ้าหากว่าไม่มีนะครับ พูดกับ ประชาชนตรง ๆ ว่าตอนนี้รัฐบาลกําลังเดือดร้อน ไม่มีเงิน ป่ดหีบงบประมาณไม่ได้ ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ๆ ก็ไม่เพียงพอ พูดตรง ๆ ครับ เราจะได้หาทางช่วยเหลือกันได้ การกู้เงินมันไม่มีปัญหาถ้าหากว่าเราสามารถที่จะพูดกันได้ตรงไปตรงมา แต่ขณะนี้ ณ วันนี้ ไม่ว่าพระราชบัญญัติที่จะเข้าต่อไปนี้ก็คงจะต้องเปึนปัญหาพูดกันนานเหมือนกัน เพราะมันยิ่งกว่างบประมาณเพิ่มเติมกลางป้เสียอีก งบประมาณเพิ่มเติมกลางป้ที่เราเพิ่มนี่ มันเพิ่ม ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่นี่จะกู้กันถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะจัดการกัน อย่างไรดี สภาของเราจะอนุมัติอย่างไร จะเห็นชอบอย่างไร อันนี้คงจะต้องพูดกัน แต่เรื่อง น้ํามัน สุดท้ายแล้วจะกระทบแน่นอน กระทบต่อผู้ใช้น้ํามัน ผมอยากจะถามคําถาม ช่วยชี้แจงด้วยว่านี่เปึนวิธีการหรือเปล่าที่จะใช้หลักทางด้านนิติศาสตร์ โอนเงินจากกองทุน มาเปึนรายได้ของรัฐโดยการออกภาษี แล้วก็ถ้าหากเงินกองทุนนี้หมด ข้อที่ ๒ รัฐบาล มีแผนที่จะรองรับแก้ไขปัญหาเยียวยาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชนผู้เสียภาษี น้ํามันอย่างไร ซึ่งจะกระทบรุนแรงต่อไปในอนาคตครับ ผมอยากจะขอกราบเรียน เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตท่านประธานครับ ขอฉายขึ้นสไลด์ (Slide : การลื่นไหล) ในเรื่องของโครงสร้างราคาน้ํามันครับ เพื่อที่ประชุมแห่งนี้จะได้ทราบ ด้วยกันครับ
อนุญาตครับ
เชิญฝ์ายเทคนิคเลย นะครับ ไกลเหลือเกิน ไม่เปึนไรครับ ไกลสักนิดหนึ่งนะครับ เดี๋ยวกระผมขออนุญาต อธิบายแล้วกันนะครับ โครงสร้างราคาน้ํามันก่อนที่จะออกเปึนราคาน้ํามันค้าปลีกที่เราเห็นอยู่ อย่างเช่น วันนี้ ราคาค้าปลีกน้ํามันเบนซิน ๙๕ อยู่ที่ ๓๗.๘๔ บาท โครงสร้างน้ํามันคืออะไร อะไรบวกกัน แล้วออกมาเปึนราคาค้าปลีกต้องคุย เพราะไม่อย่างนั้นวันนี้จะไปไกลครับ ข่าวลือ ที่บอกว่าจะขึ้นกัน ๕ บาท ๑๐ บาทไปอีกนี่ ผมคิดว่าฟังแล้วประชาชนตกใจ ความจริง แล้วต้องเล่าให้ฟังว่าวันนี้ราคาไม่ได้ขึ้นอย่างไรครับ ก่อนอื่นราคาหน้าโรงกลั่นมีอยู่แค่ ๑๔.๘๐ บาท ภาษีต้องเสีย ๒ ตัวด้วยกัน ตัวแรกเปึนภาษีสรรพสามิต เดิมคิดอยู่ ๕ บาท ภาษีมหาดไทยคิดอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากสรรพสามิต อยู่ที่ ๐.๕๐ บาท หรือ ๕๐ สตางค์ ต่อมาเปึนเงินเข้ากองทุนน้ํามันที่ ๗ บาท ถ้าท่านเห็นบนจอนะครับ กองทุนอนุรักษ์ พลังงานครับ เข้าอยู่ที่ ๐.๗๕ บาท ก็คือ ๗๕ สตางค์ เพราะฉะนั้นจะทําให้ราคาขายส่ง อยู่ที่ ๓๐ บาท กับอีก ๗ สตางค์ บวกกับค่าการตลาดหรือที่เรียกว่า มาร์เก็ตติ่ง (Marketing) ของเขาอีก ๖.๖ บวก แวต (VAT) อีก ๐.๔ ทําให้ราคาค้าปลีกปัจจุบันนั้น มีราคาที่เราเห็นนี่แหละครับ คือ ๓๗.๘๑ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่ามีหลายตัวบวกเข้าด้วยกัน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคืออะไรครับ วันนี้มีการ เปลี่ยนแปลงภาษีสรรพสามิตจาก ๕ บาท ขึ้นเปึน ๗ บาท แปลว่าขึ้น ๒ บาท กระทรวงมหาดไทยแน่นอนครับก็ขึ้นสอดคล้องกันคือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของภาษีสรรพสามิต ก็ขึ้นจาก ๕๐ สตางค์ เปึน ๗๐ สตางค์ แปลว่าสิริรวมแล้วภาษีขึ้น ๒ บาท ๒๐ สตางค์ครับ วันนี้เรามีกองทุนน้ํามัน กองทุนน้ํามันทําหน้าที่ทําให้ราคาน้ํามันไม่แพงเกินจริง ถ้าน้ํามัน แพงเกินจริงก็เอาเงินเข้าไปช่วยอุดหนุน ถ้าราคาน้ํามันถูกเขาก็เอาเงินออกมา ก็คือให้ เรียกเงินเก็บเข้าไปที่กองทุนน้ํามันเพิ่มมากขึ้น ของเดิมกองทุนน้ํามันนั้นเรียกเก็บอยู่ที่ ๗ บาท วันนี้กองทุนน้ํามันเรียกเก็บอยู่ที่ ๔ บาท ๘๐ สตางค์ ห่างกัน ๒ บาท ๒๐ สตางค์ นั่นแปลว่าส่วนต่างของภาษีที่ต้องจ่ายกลายเปึนว่าวันนี้กองทุนน้ํามันเปึนคนจ่ายให้ ก็เหมือนกับเปึนการโยกกระเปิาซ้ายจากกองทุนน้ํามันไปสู่กระเปิาขวาในการจัดเก็บ ภาษีอากร เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนในช่วงที่กองทุนน้ํามันยังสนับสนุนอยู่นั้น ไม่ได้รับ ผลกระทบครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขอติงเอาไว้ในประเด็นนี้ก่อน ก่อนที่จะข้ามไปถึง รายละเอียดอื่น ๆ ครับ ปัจจุบันนี้วันที่ ๑๓ ก่อนหน้าน้ํามันขึ้น ราคาค้าปลีกอยู่ที่ ๓๗.๒๔ บาท วันนี้ราคาน้ํามันอยู่ที่ ๓๗.๘๔ บาท เพิ่มขึ้น ๖๐ สตางค์ ท่านอาจจะงงว่า เมื่อสักครู่ผมบอกแล้วว่ามันกระเปิาซ้าย กระเปิาขวา ๒ บาท ๒๐ สตางค์ โยกจาก เงินกองทุนน้ํามันไปเข้าเงินภาษีอากร และ ๖๐ สตางค์เกิดขึ้นได้อย่างไร นี่ก็เปึนสิ่งที่ ผมมีความสงสัยเช่นเดียวกัน ผมก็ต้องถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในเรื่องของสํานักนโยบายและแผนพลังงานที่เปึนคนควบคุมในเรื่องของค่าการตลาด วันนี้ค่าการตลาดเพิ่มขึ้น ๖๐ สตางค์พอดีเลยครับ เพิ่มขึ้นกับส่วนเพิ่ม ผมไม่ได้หนักใจในส่วนกระทรวงการคลังเท่าไรนัก แต่ขอบอกว่าหนักใจในส่วนของ กระทรวงพลังงาน อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบว่าทําไมค่าการตลาดเพิ่มขึ้น ๖๐ สตางค์ สิ่งแรกที่ผมขอตอบก่อน ท่านประธาน จะเล่าให้ฟังว่าไม่มีผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้นกับพี่น้องประชาชนในช่วงที่เรามีเงินกองทุนน้ํามันสนับสนุนอยู่ เพราะฉะนั้นที่ลือกัน ไปไกลว่าน้ํามันจะขึ้น ๕ บาท ๑๐ บาท ไม่จริงครับ นี่เปึนโครงสร้างราคาน้ํามันที่พูด เรื่องจริงกัน พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่อย่าตกใจครับ เพราะไม่ได้เปึนอย่างข่าวลือ เอาละครับ แต่ต้องมาคุยกันว่าถ้ากองทุนน้ํามันหมดนี่จะทําอย่างไร วันนี้กองทุนน้ํามันมีอยู่ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับที่กําไร ขาดทุนในอดีตมากมายครับ เพราะเข้าไปแทรกแซงกลไก ราคาตลาด แต่รัฐบาลอดีตที่ผ่านมาท่านจะเห็นว่าราคาน้ํามันไม่ต้องขยับมากนัก ถึงแม้ว่าราคาน้ํามันตลาดโลกจะลง เพราะว่าเขาทําให้กองทุนน้ํามันกําไรอยู่ วันนี้กําไรอยู่ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท การที่รัฐบาลนั้นหวังดีกับพี่น้องประชาชนก็คือว่า จะเอาเงินกองทุน น้ํามันไปชดเชยในส่วนภาษีที่เพิ่ม ก็คือโยกกระเปิาซ้าย กระเปิาขวาอย่างที่ผมพูด เมื่อสักครู่นี้ ผมเรียนนะครับ ผมมีความกังวลใจว่าอยู่ได้ไม่กี่เดือน ท่าน ส.ส. จากซีกฝ์ายค้านเองก็ให้การสนับสนุนว่าไม่ควรที่จะนําเงินจากกองทุนน้ํามัน เอาออกไปช่วยสนับสนุน ผมคิดอย่างนี้เลยท่านประธานว่า ถึงเวลาที่จะเราต้องพูด เรื่องจริง ความจริง สถานการณ์จริงครับ ผมคิดว่ากองทุนน้ํามันไม่น่าเข้าไปช่วย ผมพูด อย่างนี้แล้วต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แปลว่าถ้ากองทุนน้ํามันไม่เข้าไปช่วยน้ํามันจะเพิ่มขึ้น ๒.๒๐ บาททันที ทําไมครับ ผมคิดว่าวิกฤตการณ์เศรษฐกิจของบ้านเราวันนี้ ถ้าทุกคน ไม่ร่วมกันช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ช่วยกันฝ์าฟันทําไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ วันนี้ เราจัดสรรงบประมาณแบบขาดดุล หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเรามีรายจ่าย มากกว่ารายรับ ทําไมต้องจ่ายเยอะขนาดนั้นครับ เงินจําเปึนต้องกระจายไปยัง ส่วนภูมิภาค ท้องถิ่นชนบทที่เขาลําบาก รัฐบาลถึงต้องตั้งรายจ่ายเอาไว้แบบนั้นครับ แม้ว่าจะมีรายรับอยู่น้อยก็ตามที พิกัดที่เรากู้ได้กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล นั่นแปลว่า การขาดดุลก็คือว่ารายจ่ายของเรามากว่ารายรับ ส่วนที่ฟันหรอไปต้องมีการกู้นะครับ ปัจจุบันยอดกู้เต็มเพดานไปแล้วครับ อยู่ที่ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้เกิดจาก รัฐบาลนี้นะครับ ที่บอกว่ารัฐบาลนี้กู้ไม่จริงอีกละครับ ไม่จริงทั้งหมดละครับ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเกิดจากการกู้สะสมมาทุกรัฐบาลครับ ผมเคยพูดที่นี่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ รัฐบาลทักษิณก็กู้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครกู้ทั้งนั้นครับ จนกระทั่งรัฐบาลปัจจุบัน แล้วก็สะสมมาถึง ทุกวันนี้ครับ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เต็มพิกัดไปแล้วครับ แถมวันนี้สิ่งที่เราบอกว่าเราจะมี รายได้ตอนต้นป้ ๒๕๕๒ อยู่ที่ ๑.๕๘ ล้านบาท วันนี้ความจริงก็ออกมาว่าเราจัดเก็บได้แค่ ๑.๓ แปลว่าจะไม่เข้าเปัาอีก ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมกับที่ขาดดุลเมื่อสักครู่นี้ที่ผม บอกมาผมว่ามูลค่ามหาศาลทีเดียว วันนี้พี่น้องคนไทยต้องยอมรับแล้วละครับ ว่าเราต้อง ช่วยกันฝ์าวิกฤติชาติ หนีไม่พ้นครับ อย่าพูดค้านในสภานี้แบบภาคเสธหรือที่เรียกว่า กึ่งรับ กึ่งปฏิเสธ มันเปึนไปไม่ได้หรอกครับที่ท่านบอกว่าจะไม่เอาเงินกองทุนน้ํามันมาช่วย อย่างไรก็ต้องเอามาช่วย แต่ถ้าไม่ช่วยเราต้องช่วยกันรับสภาพวันนี้ว่ามันจะเกิดปัญหา แบบนี้ครับ ในความเห็นผมความเห็นแรกเลยก็คือว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการเอาเงินกองทุน น้ํามันมาชดเชยวันนี้แล้วโยกกระเปิาซ้าย กระเปิาขวา ถ้าราคาน้ํามันต้องขึ้น ๒.๒๐ บาท เพื่อให้พี่น้องต่างจังหวัดมีถนนใช้ ให้เกษตรมีการพัฒนาแหล่งน้ํา ให้มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ ๕๐๐ บาท ให้มีเรื่องการเรียนฟรี ให้มีเรื่องการรักษาฟรี ผมคิดว่าเติมน้ํามัน เพิ่มขึ้นลิตรละ ๒.๒๐ บาทโดยที่กองทุนน้ํามันไม่ต้องเข้ามาแทรกแซงดีกว่าครับ นี่เปึนสิ่งที่ รัฐบาลน่าจะพูดให้เข้าใจ นี่เปึนสิ่งที่ฝ์ายค้านน่าจะเข้าใจ ท่านประธานครับ นั่นเปึนสิ่งที่ ผมฝากไว้นะครับ
ประเด็นต่อมาครับ ผมเปึนห่วงในเรื่องของค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นอีก ๖๐ สตางค์ที่ผมได้เล่าให้ฟังแล้วถึงโครงสร้างราคาเมื่อสักครู่ ผมคิดว่าวันที่ผู้ค้าปลีกเรา ขึ้นราคาน้ํามันคงเปึนจังหวะเดียวกันแหละครับกับที่ผู้ค้าปลีกอื่น ๆ นั้นเขาเรียกว่าฮั้วกัน ขึ้นราคาอีก ๖๐ สตางค์ ท่านครับ ปตท. ยังแปรรูปไม่หมดครับ ยังเปึนของหลวงอยู่ครับ ยังขายไม่หมดครับ ปตท. เปึนตัวชี้นําราคาค้าปลีกได้ ใช้ ปตท. เปึนตัวชี้นําราคาค้าปลีก สิครับ บริษัทน้ํามันอื่น ๆ ปัูมน้ํามันอื่น ๆ จะได้เห็น ปตท. เปึนตัวอย่าง ไม่อย่างนั้นก็ออก โฆษณาไปเลยครับ เติม ปตท. ไม่ต้องเติมปัูมอื่นครับ เห็นไหมครับ ยักษ์ใหญ่อย่าง ปตท. สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกําหนดราคาตลาดได้ นี่เปึนประเด็นที่ ๒ ที่ฝากไว้
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องโครงสร้างราคาน้ํามันที่ผมได้นําแสดงต่อ สภาแห่งนี้ชี้ชัดแล้วว่า ณ ขณะนี้รัฐบาลมีความประสงค์ดีโดยการเอาเงินกองทุนน้ํามันมา ชดเชยในส่วนของภาษีอากรที่ต้องจ่ายลิตรละ ๒.๒๐ บาท ราคาน้ํามันไม่ขึ้นในขณะนี้ เพื่อความชัดเจนประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ถ้าหากว่าเงินกองทุนน้ํามันหมดจะต้องขึ้นกี่บาท ก็ตอบว่าต้องขึ้น ๒.๒๐ บาทครับ ไม่ใช่ ๕ บาท และไม่ใช่ ๑๐ บาท เพื่อความเข้าใจตรงกัน ผมเองมีเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ต่อไปครับเชิญ ท่านเรวัต สิรินุกุล และต่อด้วยท่านอิทธิเดช หรือท่านอิทธิเดชก่อนครับ ตกลงกัน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ ได้ยินท่านสมาชิกผู้อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ พูดถึงว่า ๕ บาท ๑๐ บาทขึ้นภาษี นะครับ อยากจะให้ท่านดูหนังสือตรงนี้หน่อย เอกสารประกอบการพิจารณา สํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในนี้บอกชัดเจนเลยครับ ท่านประธานครับ ตาราง เปรียบเทียบพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ท้ายพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ ๓ เขาบอกชัดเจนครับ ประเภทที่ ๐๑๐.๐๑ น้ํามันเบนซินและน้ํามันที่คล้ายกัน ตามมูลค่าร้อยละ ๔๒ หน่วยละ ของเดิม ๕ บาทนะครับ อัตราภาษีแก้ไขใหม่ ๑๐ บาทครับ ๑๐ บาทหมดเลยครับ ๕ บาท เปึน ๑๐ บาท ๐๑.๐๑ ๐๑.๐๒ ๕ บาท แก้เปึน ๑๐ บาท ๐๑.๐๕ ๕ บาท แก้เปึน ๑๐ บาทหมดครับ อันนี้ก็พูดกันถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้น ๕ บาท เปึน ๑๐ บาทเปึนเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับ แต่ว่าที่ท่านว่าจะขึ้นอีก เท่าไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้หัวฉีดที่ปัูมเขายังไม่ขึ้น เพราะว่าเขาเอาเงินกองทุนมา ชดเชย เขายังไม่ขึ้นครับ เมื่อกองทุนชดเชยหมดเมื่อไร เมื่อนั้นละครับภาษีน้ํามันก็จะขึ้น เหมือนเดิมอย่างนี้ นี่เปึนเรื่องที่ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ พระราชกําหนดฉบับที่จะ ขึ้นภาษีหรือปรับปรุงภาษี แก้ไขเพิ่มเติมพิกัดภาษีสรรพสามิตในเรื่องน้ํามันนี่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า จริง ๆ แล้วต้องยอมรับว่าเราไม่มีบ่อน้ํามันผลิตเองไม่ได้ ก็ต้องอาศัยนําเข้า แต่ก่อนนี้เรามีกองทุนพยุงน้ํามันอยู่เรื่อย จนกระทั่งพยุงไม่ไหว แล้วก็ ปล่อยเปึนการลอยตัว ถึงวันนี้เราก็มีพยุงบ้างแล้วก็ลอยตัวบ้าง รัฐบาลช่วยบ้างก็พอไปได้ แต่ว่าผมมีสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานถึงรัฐบาลว่า เราจะแก้ไขปัญหาเรื่อง น้ํามันนี้ได้เพราะเรามีพืชทดแทน ซึ่งรัฐบาลน่าจะเอาเรื่องนี้เปึนเรื่องจริงจังและแก้ไข ปัญหาในเรื่องพืชทดแทน อย่างพืชทดแทนเอามาใช้ อ้อย มันสําปะหลัง เอามาทําสิครับ เปึนน้ํามันเอธานอล อย่างนี้เปึนต้น ในต่างประเทศเขามี เขาไม่ห่วงเลยน้ํามันจะขึ้นจะลง เขาไม่สนใจ อย่างประเทศบราซิล เขาใช้น้ํามัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวนี้เราก็เริ่มแล้ว อี (E) ๕ อี ๒๐ อี ๘๕ เราเริ่มแล้ว ถ้าตราบใดที่เราสนับสนุนให้เปึน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นเราก็ไม่ห่วง ตรงนี้ละครับรัฐบาลน่าจะต้องสนใจและทํา เอามาจากพืช อ้อย แล้วก็มันสําปะหลังเปึนหลัก แล้วก็จะช่วยด้วยครับ ช่วยเกษตรกร พี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวไร่อ้อย ชาวมันสําปะหลังมีราคาสูงขึ้นนะครับ อย่าไปพะวงว่า ต้องไปซื้อน้ํามัน ซื้อน้ํามันแล้วมันจะได้อะไรผมก็ไม่รู้ แต่ไม่ต้องไปพะวง เราไม่ต้องไปจ่าย และเอาเงินของเราไปซื้อจากต่างประเทศมา ซื้อน้ํามันต้องเสียเงินตราต่างประเทศ เสียดุล ชําระเงิน เสียดุลการค้าเราไม่ต้องไปคิด ถึงแม้ว่าน้ํามันที่เราผลิตขึ้นมาเอธานอล จะแพงขึ้นไปนิดหน่อย หรือแพงกว่าน้ํามันที่จะสั่งเข้า เราก็ต้องซื้อ เราก็ต้องทํา เงินไม่รั่วไหลไปไหนครับ เงินไม่รั่วไหลไปไหน อันนี้ผมยังไม่เห็นว่า รัฐบาลจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้เลย ทําไมไม่ทําครับ ไปห่วงทําไมเรื่องน้ํามัน ไม่ต้องห่วง ในขณะที่เรามีพืชทดแทน ความจริงน้ํามันลองขึ้นไปแล้ว มันเปึนเรื่องแปลกที่ลงยาก พี่น้องประชาชนเขาโวยจริง ๆ แล้วบ่นจริง ๆ ความจริงแล้วนะ ถ้าน้ํามันเขาขึ้นไป พี่น้อง ประชาชนเขาก็รู้ เขาไม่ว่า แพงเปึนแพง ถูกเปึนถูก แต่เวลาถูก เวลาน้ํามันลง ทําไมไม่ลง สินค้าทําไมไม่ลง ค่าขนส่งทําไมไม่ลง เพราะอะไรครับท่านประธาน รัฐบาลคํานึงไหม รัฐบาลคํานึงไหมครับ ไม่เคยคิด ไม่เคยมองในเรื่องนี้เลยว่าของที่มันลงมาแล้วก็ลงสิ บังคับให้เขาลงสิ อย่างนี้ไม่ทํา อย่างนี้ไม่ได้ทําครับ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่กระผม อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องอย่างนี้รัฐบาลต้องทํา เพราะเรื่องน้ํามันนี่ถ้าปล่อยขึ้นนะครับ มันแพงไปหมด ภาวะเศรษฐกิจเสียหาย เดือดร้อนไปทั่ว ทําไมอีกล่ะครับเมื่อขึ้นไป ธรรมชาติเราผลิตไม่ได้ เขารู้ ก็ปล่อยขึ้นไป ลอยตัวไป แต่ว่าลงต้องลงสิครับ รัฐบาลต้องมี มาตรการบังคับให้ผู้ค้าน้ํามันลงมา อย่างนี้เปึนต้น ลงมา น้ํามัน ปตท. ถือเปึนส่วนหนึ่ง ของรัฐวิสาหกิจ ของรัฐบาล บังคับสิครับ ปตท. ก็พยายามจะไม่ลงด้วย ไม่เปึนผู้นําลง บางทีท่านประธานครับ ความจริงการขึ้น-ลง น้ํามันนี้โดยเฉพาะราคาลง ปตท. ต้องเปึน ผู้นํา แต่บางทีไม่เปึนผู้นํา ปล่อยให้บริษัทอื่นเขา ต่างประเทศ เขาเปึนผู้นําในการลงมา ทําไมเปึนอย่างนั้น ทําไมเปึนอย่างนั้นครับ อย่างนี้ผู้บริหาร อย่างนี้ไม่ได้นะครับ ต้องลง ทันทีเลย เปึนผู้นําลง แล้วก็ให้คนอื่นเขาตาม อย่างนี้เปึนต้น ถ้าขึ้นเอาล่ะถ้าทนได้ ขึ้นช้า กว่าเขาไม่เปึนไร อย่าไปขึ้นนําเขา ผมว่าถ้าทําอย่างนี้พี่น้องประชาชนรับได้ รับได้ครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมสนใจและก็สนใจมาก ๆ ที่ต้องพูดแล้วก็ต้องพูดอีก ที่ชาวไร่ ไม่ว่าชาวไร่อ้อย ชาวไร่มันสําปะหลัง ต้องผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น ทําน้ํามันให้เกิดขึ้น จากพืชไร่ ให้ประเทศไทยมีน้ํามันของตนเองมาจากพืชไร่ มาจากน้ํามันของตนเองครับ อย่าไปพึ่งน้ํามันต่างชาติ ไม่ต้องไปพึ่งคนอื่น ความจริงกระผมยังคิดต่อไปว่า เรื่องน้ํามันที่ ลดลงมาบ้างเปึนส่วนหนึ่งที่เรารณรงค์กัน ว่าต่อจากนี้ไปเราไม่ใช้น้ํามันจากต่างประเทศ เข้ามาแล้ว ไม่อย่างนั้นเวลาเขาประชุมกันที่ โอเปค (OPEC) ใช่ไหมครับ ประชุมกันที เอาเลยขึ้นน้ํามันอีกแล้ว เราก็เดือดร้อนอีกแล้ว ต้องตามเขาตลอด พอมารณรงค์ว่าเราเอา น้ํามันมาใช้ น้ํามันมันลงราคาเลยครับ ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่อง สําคัญ ผมจึงฝากครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถ้าท่านฟังเรื่องนี้อยู่ ผมก็ไม่ทราบว่าเรื่องที่ผมเรียนไปนี้ ท่านจะสนใจเอาไปรายงาน หรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ รายงานนะครับ ขอบพระคุณมากครับ นี่ล่ะครับทําแล้วนะครับ ท่านประธานผมเชื่อมั่นเลย เชื่อมั่นว่าประเทศไทยเราอยู่กันได้ อยู่กันได้อย่างมีความสุข และสบายด้วย ไม่ต้องไปหากู้เงิน หาเงินหาทอง ต้องเอาไปเสียดุลการค้า ดุลชําระเงิน เสียเงินตราต่างประเทศ อย่างนี้ครับอยู่ได้ ความจริงไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ เปึนเรื่องหนทาง สุดท้ายที่ขึ้นภาษีนี่ผมก็เห็นด้วย เห็นด้วยครับ ขึ้นภาษี เมื่อเราไม่มีทางอย่างอื่น เราขึ้น ภาษี เราขึ้นภาษีไป แต่ขึ้นภาษีอย่างที่กระผมกราบเรียนแล้วว่าให้ขึ้นภาษีเฉพาะสิ่งที่ ไม่เดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชน แต่น้ํามันนี่เดือดร้อนกันทั่วครับ เดือดร้อนกันทั่ว แล้วก็ ฝากอีกอันหนึ่งนะครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับ คือให้ท่านนี่ต้องรายงานด่วนเลยครับว่า เมื่อน้ํามันลงราคาให้ลงด้วย ไม่ใช่ว่าขึ้นราคา ก็ขึ้นไปแล้วก็ไม่ลงเลย โน่นเปึนเดือน ๆ กว่าจะลง พอลงมาขึ้นปัูบ ๒ วันขึ้นอีกแล้ว อย่างนี้ เปึนต้น ลงทันทีครับ ผมว่าจะช่วยเหลือหรือช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจได้ ช่วยพี่น้อง ประชาชนได้ อย่างนี้ประชาชนก็รับได้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านอิทธิเดช ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่จําเปึนจริง ๆ นี่ผมคงไม่มาอภิปราย แต่เนื่องด้วยขณะนี้ หลายอย่างนี่เปึนเหตุเปึนผลที่ผมต้องขออนุญาตอภิปรายมากขึ้น แต่ละเรื่องครับ เปึน เรื่องเศร้า ๆ ทั้งนั้นเลย อย่างที่เขาบอกจริงหรือไม่ครับว่า เราน่าจะอยู่ในระหว่างการเผา แล้วนะครับ เผลอ ๆ ผมว่าป้หน้านี้อาจจะเผาจริงครับ เพราะมาดูตัวเลขตามประสาคนรู้ เศรษฐศาสตร์ไม่มาก หรือพี่น้องชาวบ้านบ้านผมนี่นะครับ เขารู้ครับว่าทําไมภาวะ เศรษฐกิจมันถดถอยอย่างไร เด็กนักเรียนครับ เรียนชั้นประถมศึกษาไปถึงมัธยมศึกษา เขาก็สอนแล้วครับ รายได้ประชาชาติเปึนอย่างไร จีดีพี เปึนอย่างไร จีดีพี ก็คือวาย (Y) ครับ ก็คือรายได้ของประเทศ ซี (C) คอนซัมพ์ชั่น (Consumption) วันนี้การบริโภค ลดลงครับ ลดลงทั้งระบบหมด แล้วมีแนวโน้มจะลดลงเพิ่มขึ้นทั่วโลกด้วยครับ ไอ (I) อินเวสเมนท์ (Investment) การลงทุนลดลง กัฟเวอร์เมนท์ สเพนดิ้ง (Government spending) หรือการใช้จ่ายภาครัฐ แน่นอนครับ เมื่อรายได้น้อยก็ไม่สามารถที่จะเอาเงิน ไปเพิ่มในระบบ ยิ่งการส่งออกน้อยลง นําเข้าน้อยลง ก็คือน้อยลงครับ แต่ผมแปลกใจครับ ที่วันนี้รัฐบาลนี่เมื่อมาดูตัวเลขทั้งหมดแล้วไม่รู้จะทําอย่างไรครับ ก็เลยเอา แท็คเซชั่น (Taxation) หรือมาตรการทางภาษีนี่มาใช้กับประเทศ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เปึนผลกระทบ อย่างแน่นอนครับ สุดท้ายแล้วครับ มีเพื่อนอภิปรายบอกว่าการขึ้นภาษีน้ํามันครั้งนี้นี่ได้รับ ผลกระทบน้อยมาก แต่ผมไม่เชื่อครับ ในระยะยาวแล้วนี่นะครับ จะเปึนตัวฉุดกระชาก ที่สําคัญตัวหนึ่ง สุดท้ายแล้วภาษีน้ํามันจาก ๕ บาทต่อลิตร ก็จะกลายเปึน ๑๐ บาท ต่อลิตร นี่คือมาตรการที่ผมคิดว่าเปึนมาตรการที่น่าเศร้าใจเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ทําไมรัฐบาลต้องมาขึ้นภาษีตัวนี้ ผมก็มาเป่ดดู ปรากฏว่าวันนี้รายได้รัฐบาลในช่วง ๖ เดือนแรก ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ปรากฏว่ามีกรม ๒ กรมครับที่เปึนพระเอกให้รัฐบาล อยู่ก็คือกรมสรรพากรเก็บรายได้ประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ กรมสรรพสามิตครับ ๑๗.๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นไหมครับ ก็เลยมาดู ๒ ตัวนี้ว่าจะไปหารายได้จาก ๒ ตัวนี้อย่างไร ก็คือเปึนที่มาที่ไปว่าวันนี้รัฐบาลจะต้องเก็บภาษีน้ํามันเพิ่มขึ้น การเก็บภาษีน้ํามันเพิ่มขึ้น ทําให้แน่นอนครับ ประชาชนใช้จ่ายน้อยลง การลงทุนน้อยลง แน่นอนครับ อยากจะเล่าให้ ท่านประธานฟังนิดหนึ่ง การขึ้นภาษีนี่ประเทศยุโรปครับ บางทีรัฐบาลอาจจะบอกว่า ประเทศยุโรปนี่น้ํามันราคาแพง เพราะเขาต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน เขาต้องเก็บภาษี น้ํามันแพง แต่คนละอย่างนะครับ ประเทศในยุโรปเขาเรียกว่าประเทศที่ไม่มี ความยากจนแล้ว ประเทศไทยเราประเทศที่กําลังพัฒนาและยังมีคนที่ยากจนอยู่จํานวน มาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรครับ ดังนั้นยุโรปนี่ขึ้น เพราะอะไรครับ อินเฟลทชั่น (Inflation : เงินเฟัอ) มันสูง ก็หมายความว่าเงินเฟัอมันสูง รายได้รัฐบาลมันมาก การควบคุมไม่ให้การเจริญเติบโตมากเกินไปนี่ก็คือสัดส่วนที่ให้มีความสมดุลในระบบ แต่วันนี้ครับ จีดีพี ของบ้านเรากําลังจะติดลบ แต่รัฐบาลไปเพิ่มภาษี มันก็ยิ่งติดลบสิครับ ผมแปลกใจมากว่ามาตรการตัวนี้เปึนมาตรการที่น่าขบขันมาก ท่านประธานครับ เล่าให้ท่านประธานฟังนิดหนึ่ง การขึ้นภาษีเหล้า บุหรี่ ซึ่งเปึนภาษีบาปนี่เห็นด้วยครับ แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีสินค้าหนีภาษีทะลักเข้ามาเยอะแยะไปหมด ยกตัวอย่างประเทศ เพื่อนบ้านครับ อยู่ติดกับบ้านเรา แต่ผมไม่บอกประเทศอะไรนะครับ เขาพยายามควบคุม การใช้น้ํามันของพี่น้องราษฎร การมีภาษีน้ํามันอยู่ในนั้น การจํากัดการนําเข้าน้ํามัน การมีโควตาให้ประชาชนบริโภคน้ํามัน รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปรากฏว่า ๒๐ ป้ที่ผ่านมานี้ไม่มีการเติบโตทางด้านการลงทุนเลยครับ เพราะนักลงทุน เขากลัว น้ํามันมีโควตาในการใช้ มีภาษีอยู่ในนั้น ปรากฏว่าประชาชนต้องออกไปซื้อน้ํามัน เถื่อนข้างถนน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่ไม่ได้ครับ เพราะรัฐบาลนั้นเขาไม่รู้จะหา เงินอย่างไร เขาไม่รู้จะไปค้าขายอย่างไร เขาก็เอาภาษีน้ํามันเปึนตัวตั้ง โรงงาน อุตสาหกรรมที่อยู่ทุกวันนี้ก็ใช้ระบบการซื้อน้ํามันเถื่อนครับท่านประธาน ถ้าขืนรัฐบาลเรา ขึ้นราคาน้ํามันอย่างนี้ อนาคตเกษตรกรต้องหาน้ํามันเถื่อนใช้แล้ว หรือว่า ภาคอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ นั้นเขาคงไม่มาลงทุนแน่นอนครับ ผมเลยอยากถาม ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าวันนี้อาเซียน ๑๐ ชาติ ท่านได้ไปดูไหมว่าประเทศอื่นเขาขึ้น ราคาน้ํามันหรือไม่ มาเลเซียมีแต่ถูกลงนะครับ เขาวางยุทธศาสตร์แผนงานในการพัฒนา พลังงานของชาติเขาอย่างมีระบบ วันนี้ต้องบอกเลยครับว่ามาเลเซียเขาเปึนเจ้าพ่อ ป่โตรเลียมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วเขาเปึนเจ้าพ่อน้ํามันบนดินครับ วันนี้เขาสร้าง อุตสาหกรรมปาล์มน้ํามันเข้มแข็งที่สุด ถ้าเขาไม่มีป่โตรเลียมเขาเอาปาล์มน้ํามันนี่ล่ะครับ ไปเปึนไบโอดีเซล ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งได้อภิปราย ก่อนหน้าผมพูดถึงเรื่องบราซิลครับ เมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้วครับ บราซิลมีปัญหาเรื่อง เศรษฐกิจอย่างมหาศาล สุดท้ายครับรัฐบาลเขาปรับปรุงโครงสร้างหมด รถยนต์ที่ใช้สอย ของพี่น้องประชาชนเปลี่ยนเปึนเครื่องเอทานอล เกษตรกรที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสําปะหลัง ราคาตกต่ําโดนนายทุนกดขี่อยู่ก็นําเอามาผลิตเปึนเอทานอล ส่งเสริมให้การบริโภคน้ํามัน บนดินของประเทศนี่ล่ะครับที่เปึนส่วนช่วยทําให้เศรษฐกิจของบราซิลดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ครับ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต้องจริงจังจริงใจกับสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ ผมบอก ท่านประธานขั้นต้นว่าวันนี้ถ้าเปึนหมูนะครับ เขาเรียกว่าหมูไม่กลัวน้ําร้อน แต่ถ้าราคา น้ํามันขึ้นเมื่อไรผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศเอาจริงแน่นอน ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าวันนี้ ทําไมผมต้องมายื่นอภิปรายไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐบาลได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ หลายอย่างแล้วผมไม่เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นกับระบบของประเทศครับ ในเมื่อประเทศไทย เรากําลังดําเนินการอยู่ดี ๆ นี่นะครับก็มีการใช้อํานาจนอกรัฐธรรมนูญมาปฏิวัติรัฐประหาร ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วให้รัฐบาลที่ไม่มาจากประชาชนครับ เพราะเขาไม่ต้องมี ความรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ใช้อํานาจของเผด็จการบริหารประเทศป้กว่า แล้วนําเอา รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญเผด็จการมาใช้ครับ เสร็จแล้วรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จากประชาชนก็โดนล้มโดยคนนอกรัฐธรรมนูญ มีการป่ดสนามบิน มีอะไรทุกอย่างที่มัน ดูแล้วผมว่านี่คือการทําลายประเทศไทยโดยสิ้นเชิงครับ ดังนั้นแล้วผมคิดว่าวันนี้ ถึงอย่างไรก็ตามผมเองคงจะไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะมาขึ้นภาษีน้ํามัน ถึงแม้ว่า ราคาน้ํามันในตลาดโลกนั้นจะมีแนวโน้มลดลงบางช่วงครับ แต่ในอนาคตข้างหน้าเพิ่มขึ้น อีกแน่นอน การเพิ่มภาษีทุกบาทเปึนการเพิ่มต้นทุนของพี่น้องประชาชนเปึนการเพิ่ม ต้นทุนของโรงงานอุตสาหกรรมและการทําลายระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ทั้งหมด เมื่อราคาน้ํามันเพิ่มขึ้นเท่าไร พี่น้องประชาชนก็จะบริโภคมากขึ้นเท่านั้น เมื่อราคาน้ํามัน เพิ่มขึ้นเท่าไรราคาปุิย ราคาสินค้าต่าง ๆ ของพี่น้องเกษตรกรที่ต้องใช้ในชีวิตประจําวัน ก็จะเพิ่มมากขึ้นเปึนเงาตามตัว วันนี้ผมไม่อยากให้ใช้มาตรการเรื่องของการขึ้นภาษีมาใช้ กับพี่น้องประชาชนคนไทย ไม่ต้องเลียนแบบประเทศอื่นครับ แต่ขอให้ประเทศไทยเรานั้น ช่วยดูประเทศเพื่อนบ้านที่เขามีความเจริญมากกว่าเราว่าเขาทําอย่างไร แล้วที่สําคัญ ที่สุดนั้นผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะหาเงิน หารายได้จากทางอื่นครับ ไม่ใช่การเก็บภาษีของ พี่น้องประชาชน ไม่ใช่เอาเงินของพี่น้องประชาชนที่มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วเอามาเปึนรายได้ ของรัฐบาล แต่รัฐบาลนั้นต้องเอาสินค้าของพี่น้องประชาชน เอาวัตถุดิบ เอาผลผลิตของ ประเทศชาตินั้นไปสู่ตลาดโลกให้มากที่สุด แล้วนําเอาเงินเหล่านั้นครับมาเปึนรายได้ แต่ไม่ใช่เอาภาษีซึ่งจะเปึนเงินของพี่น้องประชาชนนั้นมาเปึนรายได้ของรัฐบาล ดังนั้น ผมไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอแสดงความคิดเห็นในกรณีเกี่ยวกับหลักการและเหตุผลการขึ้นภาษีน้ํามัน ของรัฐบาลในขณะนี้ สืบเนื่องจากผมในฐานะเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชนบทนะครับ ได้รับคําร้องจากพี่น้องประชาชนชาวชนบทโดยเฉพาะภาคเกษตร ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบตรงนี้มาก ท่านประธานครับ การขึ้นภาษี น้ํามันนั้นหลายคนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่วันนี้ผมในฐานะตัวแทน ของภาคเกษตร ก็อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลในการหาเงินโดยการขึ้นภาษี ทําให้ ผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ดี การอุตสาหกรรมก็ดีนะครับ ประชาชนประหยัดกันหมด หยุดเดินทาง ทําให้เศรษฐกิจทุก อย่างมันหยุดหมด เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเขาเลือกผู้แทนราษฎรมาทั้งหมด ๔๘๐ คน เขาหวังที่จะให้ผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนของเขาได้แก้ปัญหา แต่ในขณะนี้ ผู้แทนราษฎรทั้งหมดยังไม่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับว่า ตามที่ท่าน เลือกผู้แทนราษฎรของท่านมาทําหน้าที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ในขณะนี้ผม เชื่อมั่นเหลือเกินว่า พี่น้องประชาชนทั้งประเทศนั้นวิตกกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจเรื่อง น้ํามันแพง ทําให้เขาต้องขาดทุน การที่รัฐบาลได้ขึ้นภาษีน้ํามันนั้นเปึนการกําหนดราคา น้ํามัน แต่ภาคเกษตรท่านประธานครับ ไม่สามารถที่จะกําหนดราคาพืชผลเกษตรได้เลย ไม่ว่าข้าวโพด ข้าว มันสําปะหลังและพืชอื่น ๆ อีกมากมาย และโดยเฉพาะเรื่องอ้อย หลายท่านคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนอยู่ในพื้นที่ทุกจังหวัด คงต้องได้รับปัญหาจากพี่น้อง ประชาชน แต่ขึ้นอยู่ที่เราจะมีจิตสํานึกการทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนหรือไม่ ว่าเขา เลือกเรามาทําหน้าที่แก้ปัญหาให้กับเขา แต่ในขณะนี้เรายังไม่ได้ทําหน้าที่ให้กับพี่น้อง ประชาชนเลย ผมอยากเรียกร้องครับ ท่านประธานครับ อยากเรียกร้องให้ผู้แทนราษฎร ทั้งหมดได้ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน โดยการที่ระงับการขึ้นภาษีน้ํามัน เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนชาวรากหญ้าก็ดีหรือคนชั้นกลางก็ดีให้เขาอยู่ได้ ท่านประธานครับ สิ่งนี้ที่ผม อยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ตามที่ผมได้รับคําร้องจากพี่น้องประชาชน ผมในฐานะตัวแทน ของพี่น้องประชาชน หากว่าการเมืองแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้มีการยุบสภาเสียครับ คืนอํานาจให้กับประชาชนเขาเสีย ให้ประชาชน เขาได้ตัดสินกันใหม่ว่า ผู้แทนชุดนี้แก้ปัญหาให้เขาไม่ได้เลยนะครับ ผมก็คนหนึ่งพร้อม หากว่าเราแก้ปัญหาไม่ได้เราชุดนี้หยุดเล่นการเมืองกันให้หมด ให้มีการเลือกตั้งเอาคน ใหม่เข้ามาเล่นการเมืองกัน เพื่อบ้านเมืองจะได้แก้วิกฤติในเรื่องการเมือง แก้วิกฤติ เศรษฐกิจไปได้ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่อยากสะท้อนให้สภาแห่งนี้ว่า พี่น้องประชาชน เขามุ่งหวังที่จะเห็นนักการเมืองมาแก้ปัญหา ไม่ได้มาสร้างปัญหาครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากเสนอว่าการรู้รายได้ของรัฐบาล การรู้รายจ่ายของรัฐบาล การรู้ปัญหาของรัฐบาล ผมอยากให้รัฐบาลได้รู้ว่ารายจ่ายเราเปึนอย่างไร รายรับเปึนอย่างไร รายละเอียดคงไม่ ต้องพูดนะครับ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ศึกษา รายละเอียดมามากพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเกิดจากภาวะการเก็บภาษีไม่ได้ ท่านประธานครับ การเก็บภาษีไม่ได้แล้วมาเพิ่มภาระเก็บภาษีน้ํามัน จะทําให้เพิ่มภาระ กับประชาชนอย่างมากมาย การที่เก็บภาษีไม่ได้เพราะเนื่องจากธุรกิจภาคอุตสาหกรรม หยุดหมดครับ ปัญหาว่างงานก็มากขึ้น คนไม่มีงานทํา รายได้รัฐบาลก็ไม่มี การก่อสร้าง ไม่มี ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่มี นี่แหละครับเปึนเหตุให้รัฐบาลเก็บภาษีได้น้อยลง เปึนเหตุให้รัฐบาลเขาบอกว่าถังแตกนะครับ จําเปึนต้องรีดภาษีน้ํามัน ผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนอย่างมากมาย สิ่งหนึ่งที่ผมได้สะท้อนมานี้ก็เพื่อที่จะให้รัฐบาลได้หยุดคิด หยุดทบทวนในเรื่องของการ ขึ้นภาษีน้ํามันจะเก็บจากกองทุนมาใช้หรือจะเก็บเข้ากองทุนนี่รายละเอียดไม่ต้องพูดแล้วกัน นะครับ ผมคิดว่าทุกคนเข้าใจดี แต่วันนี้ผมอยากจะเรียกร้องในนามที่พี่น้องประชาชนเลือก ผู้แทนทั้ง ๔๘๐ คนมาทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนอยากจะเห็นครับ อยากจะเห็นผู้แทน ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ฉะนั้นผมจึงขอฝากท่านประธาน ฝากถึงรัฐบาลให้ส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขแก้วิกฤติให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่รอคอยอยู่ในขณะนี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เรากําลังอภิปราย เรื่องของการที่รัฐบาลมาแจ้งให้ทางเราทราบว่าได้ออกพระราชกําหนด ซึ่งก็เปรียบเสมือน เปึนกฎหมายฉบับหนึ่งออกไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ แปลง่าย ๆ ก็คือว่า รัฐบาลใช้กฎหมายตัวนี้ไปก่อนแล้วก็มาให้ทางสภารับทราบทีหลัง แล้วก็ราคาน้ํามัน ก็มีผลที่สามารถขึ้นได้ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ท่านประธานครับ ผมมาดูเอกสารที่ทางรัฐบาลและทางรัฐสภาได้เตรียมไว้ให้เรา บอกไว้อย่างนี้นะครับว่า การขึ้นภาษี เก็บภาษีให้สูงขึ้นนี้รัฐบาลจะต้องพิจารณาโดยด่วนและเปึนการลับ แต่ผม เรียนท่านประธานนะครับว่า เรื่องการขึ้นภาษีน้ํามันมันดังมาเกือบจะเดือนแล้วครับ ๒ อาทิตย์แล้วครับ มันไม่เปึนความลับหรอกครับ ก็ถือว่าคนที่สามารถสต็อกก็ได้อานิสงส์ไป ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าแม้ว่าจะไม่มีรัฐมนตรีสักคนเลยมานั่งอยู่ในบัลลังก์ แห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญแต่ผมก็จะเรียนฟัองไปยังพี่น้องประชาชนที่รับฟัง รายการอยู่ที่บ้านนะครับ เพราะว่าไม่มีการถ่ายทอดสดทางทีวี ก็คือเปึนนโยบายที่ ผิดพลาดครับ พูดง่าย ๆ รัฐบาลดําเนินนโยบายผิดพลาดเงินไม่พอใช้ก็เลยต้องมาขึ้น เป่ดพิกัดเพื่อที่จะสามารถเก็บภาษีเอามาป่ดหีบงบประมาณให้ได้ นี่คือที่มาที่ไปง่าย ๆ ครับว่าทําไมต้องมาขึ้นภาษีน้ํามัน เพราะว่ารัฐบาลดําเนินนโยบายผิดพลาด ทําให้เงิน ไม่พอใช้ ก็ต้องมาหาเงินวิธีอื่นและเราจะเห็นวิธีการหาเงินของรัฐบาลอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะการขึ้นภาษีมรดก ภาษีที่ดินจะตามมาอีกมากมาย ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งในการขึ้นอัตราพิกัดภาษีน้ํามัน แม้ว่าหลายท่านบอกว่ายังไม่ได้ขึ้นราคา เข้าใจครับ แต่ว่าท่านเลี่ยงบาลีคือท่านเป่ดไว้ ท่านเป่ดก๊อกว่าให้เก็บได้อีกนะครับ ๕ บาท ท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าเป่ดโอกาสให้บริษัทที่ผลิตน้ํามันสามารถขึ้นราคาได้ พูดง่าย ๆ ขายราคาแพงขึ้นได้ ผมไม่เห็นด้วยเพราะว่าน้ํามันเปึนปัจจัยพื้นฐาน ท่านประธานครับ ธุรกิจทุกประเภทจะต้องใช้น้ํามันเปึนหลัก เพราะว่าจะต้องส่งของ ส่งสินค้า แม้แต่คนจะไปทํางาน ท่านประธานครับ ก็ต้องเติมน้ํามันรถเพื่อที่จะไปทํางาน ไม่มีรถยนต์ก็ต้องไปเติมน้ํามัน ถ้าน้ํามันแพงขึ้นก็ไปเติมรถเมล์หรือเติมรถแท็กซี่ น้ํามัน แพงขึ้น แก๊สแพงขึ้น ค่าครองชีพก็สูงขึ้นไปด้วย เพราะฉะนั้นยิ่งตีปู้บน้ํามันแพง รัฐบาล บอกว่าจะขึ้นภาษีนะ จะขึ้นให้อีกได้นะขยายเพดานภาษีก็แปลง่าย ๆ ว่าจะขึ้นราคาน้ํามัน พูดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นยิ่งตีปู้บก็ยิ่งตกใจ พอยิ่งตกใจนะครับแทนที่รัฐบาลคิดว่าเที่ยวนี้ ขึ้นราคาน้ํามันได้เก็บภาษีเข้ากระเปิามาเยอะ มันอาจจะไม่ได้เปึนอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง ก็ได้ พี่น้องประชาชนอาจจะตกใจจนไม่ซื้อไม่ขาย แล้วเศรษฐกิจของประเทศก็จะเข้าไปสู่ ภาวะตลาดติดขัดหรือว่าเงินฝ๋ดตรงนี้อันตรายมาก ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ครับคิดอย่างไรที่มา เป่ดเพดานภาษีน้ํามันในช่วงเวลาขณะนี้ มีอีกมากมายหลายวิธีนะครับ ท่านรัฐมนตรีเข้า มาพอดี มีอีกมากมายหลายวิธีที่จะหาเงินเข้ามาทดแทนเงินภาษีซึ่งท่านคาดการณ์ ผิดพลาด ที่ท่านใช้เงินไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มองไม่เห็นประโยชน์กลับคืนมาไม่ว่าจะเปึน ๒,๐๐๐ บาท หรือแม้แต่ตําราเรียน ที่ท่านบอกท่านจะให้นักเรียนยืมไปใช้แล้วไม่ให้ขีดให้เขียนให้คืนในสภาพเดิม ไม่มี ประโยชน์หรอกครับท่านประธานครับ เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ พอบอกว่าจะต้องให้คืนในสภาพเดิมหนังสือ เขาก็ไม่ยืมครับ ตําราก็จอดแช่ทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่มีประโยชน์เลยครับนโยบายอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่า เปึนอันตรายอย่างยิ่งในการที่จะเป่ดพิกัดเพดาน ให้ขึ้นภาษี แล้วก็ทําให้น้ํามันสามารถที่จะขึ้นราคาแพงไปได้ เพราะจะส่งผลกระทบกับตลาด โดยทั่วไป ชาวบ้าน ห้างร้านก็จะต้องตกใจแน่นอนว่ารัฐบาลเตรียมเป่ดเพดานแล้ว น้ํามัน ก็ต้องแพงไปด้วย บางทีน้ํามันยังไม่ขึ้นราคาเลยครับ สินค้าขึ้นราคาไปรอแล้วครับ ท่านประธานครับ รอดูหลังจากวันนี้ที่พวกเราอภิปรายแล้วก็ต้องจําเปึนละครับ ผมก็ต้อง ลุกขึ้นมาพูดเพราะผมไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่ทําอะไรไม่ได้ครับ พ.ร.ก. นี้คือใช้ก่อนครับ คือรัฐบาลออกไปก่อนครับ เปึนกฎหมายไปก่อนแล้ว แล้วก็มาขอให้สภา รับทราบทีหลัง ซึ่งผมก็ต้องตําหนิรัฐบาลตรงนี้ว่า การหาเงินจากขึ้นภาษีน้ํามัน ที่พูด ง่าย ๆ ว่าจะให้พี่น้องประชาชนเติมน้ํามันแพงขึ้นแล้วเปึนส่วนต่างของภาษีมากขึ้น คิดผิด แล้วครับ แทนที่เศรษฐกิจจะดีนะครับ จะฟุ๋นนะครับ คราวนี้ยิ่งจะหดตัว มีอีกมากมาย ที่หากรัฐบาลทําได้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกําไรก็ปล่อยขายบ้าง หรืออย่างอื่น ที่สามารถที่จะสร้างเปึนเงินภาษีกลับเข้ามา ผมก็เรียนท่านประธานสั้น ๆ แค่นี้ เพียงแต่ บอกให้พี่น้องประชาชนว่าฟังแล้วก็อย่าตกใจ ก็ต้องจําเปึนว่ามันเปึนนโยบายรัฐบาล ไปแล้ว ผมไม่อยากเห็นตลาดฝ๋ดนะครับ ไม่ต้องการเห็นความแตกตื่นของพี่น้องประชาชน แต่ก็ต้องจําเปึนเหลือเกินท่านประธานครับ มันเกิดขึ้นแน่นอนนะครับ ผมก็ฝากเรียน รัฐบาลว่าท่านเตรียมความพร้อมอย่างไร และก็ถึงแม้ท่านนายกรัฐมนตรีจะออกมาบอกว่า ไม่เปึนไร จะเอาเงินกองคลังมาไม่กระทบภาษี ตอนนี้ยังไม่กระทบครับ แต่เมื่อเงินหมด คลังแล้วกระทบแน่นอนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุนัย จุลพงศธร ครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย จะขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งว่า การอภิปรายในประเด็นของเรื่อง พระราชกําหนดเกี่ยวกับเรื่องภาษีน้ํามันนี้ มันเชื่อมโยงกับเรื่องเมื่อเช้านี้เรื่องยาสูบ มันเชื่อมโยงกับมติ ครม. ขึ้นภาษีเหล้า แล้วก็มันจะเชื่อมโยงกับพระราชกําหนด และพระราชบัญญัติที่จะกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในภาวการณ์ อย่างนี้ รัฐบาลก็บอกว่ามาถูกทางแล้ว ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเดือนมีนาคม ๑ แสนกว่าล้านบาท ก็บอกว่าเดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้น แล้วก็มากู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าวันนี้จะเข้าพระราชบัญญัติแค่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ไปตีความกันก่อนก็ตามที รวมตลอดทั้งการขึ้นภาษีเยอะแยะไปหมด วันนี้ผมฟัง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเรื่องนี้แล้ว บางท่านก็บอกมาอธิบายว่า โอ๊ย การขึ้น น้ํามันนี่ไม่เดือดร้อนหรอก เหมือนกระเปิาซ้ายเข้ากระเปิาขวาอธิบายอย่างนั้นอธิบาย อย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรากําลังผิดประเด็น สิ่งที่ประชาชนอยากจะรู้นั้นไม่ได้ หมายความว่าจะเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ๑๐ บาท เอากระเปิาซ้ายไปใส่กระเปิาขวา ไปแทนกองทุน เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกครับ แต่สิ่งที่ประชาชนเขาอยากจะรู้ว่า ทําไมการขึ้นภาษีมันเปึนระรอกพร้อม ๆ กันไปหมด ถ้าบ้านเมืองเกิดอยู่ในภาวะปกติ มันจะเกิดอย่างนี้หรือครับ ก็วันนี้ประชนทั้งประเทศเขาก็รู้อยู่เกือบเต็มอกหมดแล้วว่า รัฐบาลนี้อยากมาเปึนรัฐบาลเหลือเกิน จนกระทั่งฝ์าวิกฤติ จนกระทั่งถูกตําหนิติฉิน ว่ามาโดยไม่ชอบในระบอบประชาธิปไตย แล้วก็มาเปึนรัฐบาล เขาก็อยากจะเห็นฝ้มือ พอเข้ามาแล้วก็บอกมาตั้งแต่ต้นว่า ทักษิณ ชินวัตร นั้น สมัยนั้นต้องกู้ชาติ แล้วสมัยนี้ ปรากฏไล่ ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้วกู้เงินจริง ๆ ข่าวเหล่านี้มันได้แวดล้อมสังคมไทย หมดแล้ว ในภาวการณ์เช่นนี้เอง ปรากฏว่าประเด็นที่ท่านกําลังพิจารณากันวันนี้นั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องของน้ํามัน ราคาน้ํามันล้วน ๆ แต่มันเปึนปัญหาจิตวิทยาสังคมที่กําลัง สร้างแพนนิค (Panic : ความตกใจกลัว) สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชนไปทั้งประเทศ แล้วครับว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร ท่านประธานครับ ปัญหาวันนี้ผมจึงกราบเรียนว่าเราเปึนฝ์ายค้าน รัฐบาลกําลังขึ้นภาษี ขนาดหนัก และไม่ได้ขึ้นตัวเดียว ถ้าจะขึ้นภาษีแค่บุหรี่อย่างเดียวว่าเปึนภาษีบาป แค่จะ ขึ้นภาษีเหล้าอย่างเดียวว่าเปึนภาษีบาปพอฟังได้ แต่ไปขึ้นภาษีน้ํามันชาวนาเขาไปไถนา ก็ต้องใช้น้ํามัน ชาวนาพอตื่นเช้าขึ้นมาไปเริ่มทํานาก็ต้องจ่ายสตางค์แล้วครับ สตาร์ท (Start) รถมอเตอร์ไซค์เมื่อไรก็น้ํามันทันที ค่าไฟฟัาก็ต้องขึ้นตามมาแน่นอน เมื่อน้ํามัน ราคาขึ้นทุกอย่างก็จะขึ้นหมด ดังนั้นภาวะอย่างนี้ ส.ส. ฝ์ายค้านจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง ตรวจสอบ สอบถาม โต้แย้งเหตุผล แต่กลับถูกเพื่อน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลกล่าวหาถากถาง อย่างข้าง ๆ คู ๆ หาว่าอภิปรายตีรวน ท่านประธานครับ พวกเรากําลังทําหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านอยู่ครับ แล้วรัฐบาลได้ดําเนินการกู้หนี้ยืมสินอย่าง มโหฬารอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเช้าผม ได้ยินจากท่านผู้หนึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อ ท่านบอกว่าสมัยรัฐบาลสมัครก็กู้ สมัยทักษิณ ก็กู้ ท่านครับ เรื่องกู้ก็กู้กันทั้งนั้น แต่ว่าเคยมีใครกู้ทีเดียวตัวเลขล่อมาทีเดียว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้เคยมีหรือครับรัฐบาลไหน ผมจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ได้ชี้แจงนําเสนอ ข้อคิดเห็นผ่านท่านประธานสักนิดว่า ทําไมรัฐบาลจึงต้องประดังขึ้นภาษีทีเดียวพรวด เลยครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยนั่งอยู่คนเดียวนี่ บอกกับสังคมหน่อยด้วยความหวังดี ถ้าถังไม่แตกนี่ ท่านจะขึ้นทีเดียวพรวดอย่างนี้ไหม ถ้าถังไม่แตกท่านจะกู้หนี้ยืมสิน ๘ แสนกว่าล้านบาททันทีไหม มันสะท้อนแล้วครับว่าถังแตก รัฐบาลไม่มีสตางค์แล้วบอก เขาตรง ๆ ไม่ได้หรือครับท่านรัฐมนตรี บอกกับประชาชนตรง ๆ แล้วเราจะได้มาช่วยกันคิด ว่าวันนี้บ้านเมืองรัฐบาลนี้หมดน้ํายาแล้ว หาเงินได้อย่างเดียวคือกู้เงิน และหาเงินได้ อย่างเดียวคือเก็บภาษี ขึ้นภาษี แล้วไม่ใช่ขึ้นทีนิดหน่อยครับท่านประธาน เฉพาะเหล้า อย่างเดียว คนกินเบียร์เล่นเสีย ๕ บาทขวดหนึ่ง คนกินเหล้าขาวน่าเปึนห่วงที่สุด ๑๐ สลึง สุราผสม ๕ บาท บรั่นดี ๑๙ บาท ปรากฏว่าผู้สื่อข่าวเขาเฝัาติดตามอยู่ว่า ขึ้นภาษีบุหรี่ ก็ไม่เท่าไร ท่านประธานครับ ในภาวการณ์ที่กําลังต้องการความสามัคคีของพี่น้อง ประชาชน ในภาวการณ์ที่ต้องการความเสียสละให้พี่น้องจํายอมจ่ายสตางค์เพิ่มเถอะ กลับมีข่าวว่ามีส่วนได้เสียกันในเรื่องการขึ้นภาษีเหล้าเปึนหมื่นล้านบาท ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านยอมรับความจริงไหม โรงเหล้าในประเทศไทยทั้งหลาย เขาผลิตกันแค่ป้นี้ขายหมด ธันวาคม แล้วผลิตใหม่ ตามความเปึนจริงเขาผลิตล่วงหน้าไว้แล้วเปึนสิบป้ใช่ไหมครับ และเขาเสียภาษีให้กับท่านแล้วใช่ไหมครับในราคาเดิม เมื่อท่านขึ้นภาษีอย่างนี้เท่ากับ เป่ดโอกาสให้พ่อค้าเหล้าในประเทศไทยขายราคาใหม่ กําไรเหนาะ ๆ อย่างนั้นหรือเปล่า ครับ ท่านสํารวจหรือยังว่าเหล้าเก่า ภาษีเก่าเหลือเท่าไร แล้วไปคุมเหล้าเขาสิครับ ผมเองไม่ได้กินเหล้า ผมเองไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ว่าเรื่องเหล้า บุหรี่เปึนภาษีบาปจริง เปึนของบาปจริง แต่บางทีมันทํามานานแล้ว บาปก็บาปกันทั้งโลก ดังนั้นก็ต้องเห็นใจ ประชาชนเขา เขายังต้องกินเหล้าบางคน คนยากคนจนนั้นมันเครียดเข้า ทํางานมากเข้า ก็กินเหล้าแค่เหล้าขาว แต่เหล้าขาวก็จะขึ้นราคา เหล้าสีก็จะขึ้นราคา ก็รีด ถ้าจะรีดภาษี กับคนจนเอามาให้รัฐบาลก็เจ็บปวดแล้ว นี่ยังรีดภาษีในภาวการณ์ที่ราคาเก่า เหล้าเก่า แท้ ๆ แต่ขายราคาใหม่ และรีดส่วนหนึ่งไม่ได้เข้ารัฐเสียแล้ว เข้ากระเปิาพ่อค้า อย่างนี้ว่า อย่างไรครับท่านประธาน แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ฝ์ายค้านได้ท้วงติง ได้ตั้งข้อสังเกตหรือครับ ท่านประธานครับ การขึ้นราคาน้ํามันเปึนผลมาจากการขึ้นภาษีน้ํามัน ผมถามหน่อยท่าน ท่านขึ้นไปแล้ว ๕ บาท แล้วขึ้นอีก ๕ บาท ท่านประกาศล่วงหน้า ถ้าท่านจะออก พระราชกําหนดพัวะพะก็ออกเลยสิครับ นี่เล่นประกาศข่าวล่วงหน้าเปึนอาทิตย์ครับ แล้วไม่ได้บอกกล่าวบอกว่าจะขึ้น ๑๐ บาท จะเก็บภาษีสรรพสามิต ๑๐ บาท โอ้โฮ ท่านครับ ๑ ลิตร ๑๐ บาทนี่แพงครับ พี่น้องประชาชนวิตกกังวลกันหมดแล้ว ทําไมไม่มี ยุทธวิธีเลยครับ ผมยังคิดว่าเรื่องอย่างนี้การขึ้นภาษีอย่างนี้ถ้าจะทําก็ทําให้ไวและไม่ควร จะให้ล่วงหน้านานให้เกิดการกักตุนให้ได้เปรียบเสียเปรียบในโอกาสนโยบายของรัฐบาล เพราะมันจะถูกเขาครหานินทาได้ว่าเปึนผลประโยชน์ทับซ้อน เปึนผลประโยชน์เชิง นโยบาย เปึนทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายได้ ท่านประธานทําไมรัฐมนตรี ครม. ประกาศ ล่วงหน้านานเหลือเกิน แล้วทําไมประกาศทีเดียวตั้ง ๑๐ บาท ก็กู้เสียให้มันทีละ ๕ บาท ทีละ ๒ บาทไม่ได้หรือครับ ความวิตกกังวลของประชาชนจะได้น้อยลงไปหน่อย ในขณะที่ ประชาชนเกิดความวิตกกังวลเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ ท่านก็ระดมขึ้นภาษียกใหญ่ แล้วท่าน ก็ระดมประกาศว่าจะกู้เงินทีเดียว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอาพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก่อนไม่ได้หรือครับ แล้วพระราชบัญญัติอย่าเพิ่งเข้ามา เอาไว้ก่อน มันมีอะไร นัย ๆ อยู่ ถ้าท่านเอาเรื่องอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้ามาในสภาเมื่อไร ผมจะเป่ดโปง บางสิ่งบางอย่างที่ผมรู้มาเหมือนกัน ท่านประธานครับ ภาวการณ์อย่างนี้ได้สร้างภาวะ วิกฤติทางสังคมจิตวิทยาขึ้น ผู้คนแทนที่จะอยู่กันสบาย ๆ ก็วิตกกังวล รัฐบาลวันนี้ ประชาชนเขารู้แล้วว่าท่านถังแตก ถ้าแค่ถังแตกท่านไม่ยอมบอก แล้วท่านขึ้นภาษี ก็ไม่พอทําเนา ปรากฏว่าในเชิงสังคมจิตวิทยาสังคมวันนี้ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาลนี้ แล้วครับ เพราะอะไรครับ หนังสือพิมพ์แต่ละวัน ๆ ขอประทานโทษ ขอประทานอนุญาต ท่านประธานที่จะต้องเอาหนังสือพิมพ์มาดูเปึนตัวอย่าง ท่านบอกว่าเศรษฐกิจดีแล้วกําลัง มาถูกทางแล้ว เป่ดหน้า ๑ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ แบงก์เมินลดดอกเบี้ยกระตุ้น จีดีพี ตามนโยบายของรัฐบางแบงก์ไม่เห็นด้วยครับ เสร็จแล้วข่าวรองลงมา ท่านบอกว่ากิจการ กําลังฟุ๋นตัวแล้ว การท่องเที่ยวกําลังฟุ๋นตัวแล้ว ปรากฏว่าธุรกิจโรงแรมวิกฤติหนักครับ ขายโรงแรมทิ้งกัน ๑๒๐ แห่งแล้วครับ เฉพาะที่ภูเก็ตภาคใต้เอง ๒๘ แห่ง กรุงเทพมหานคร ๒๔ แห่ง สมุย ๑๓ แห่ง กระบี่ ตรัง พังงา รวม ๙ แห่ง กาญจนบุรี ๘ แห่ง หัวหิน ชะอํา ว่าดี ๆ เขตดี ๆ ใกล้เขตพระราชฐาน ๔ แห่งครับเขาขาย รวมเบ็ดเสร็จแล้วทั้งหมด ๑๒๐ แห่ง นี่หรือครับเศรษฐกิจกําลังดี นี่หรือครับกําลังฟุ๋นตัว นี่หรือครับรัฐบาล ทําถูกทางแล้ว นี่หรือครับที่รัฐบาลหามาให้ ในขณะที่ข่าวก็บอกแล้วว่ามันชักแย่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ยินผมอภิปรายแล้วก็ขึ้นมาทันทีก็ต้องกราบ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ท่านจะชี้แจงเลยก็ได้เรื่องเหล้าที่เขาเก็บไว้ เขาผลิตไว้ ตุนไว้ท่านจะว่าอย่างไร อย่าไปเอาเปรียบชาวบ้าน ในขณะที่รัฐบาลต้องการความเชื่อมั่น จากประชาชน ความแตกแยกในรัฐบาลก็เกิดขึ้นอีก แย่งรัฐมนตรีกันอีกแล้ว ท่าน ส.ส. ศุภชัยจะได้เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วแทนคุณชาติชาย แล้วแถมยังเขียนอีกชัดเจนหมดครับ เพื่อนเนวินหักสรอรรถ ๑๑๑ ทั้งคู่นะครับ เนวิน กับสรอรรถไปตั้งรัฐบาลอย่างไร เห็นไหมครับ นี่ก็ผิดกฎหมายอีกแย่งกันอีก เสร็จเท่านั้น ไม่พอครับ ท่านประธานครับ เกิดกรณีที่มีตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ไม่รู้ว่าฝังศพไว้ หรือว่าเก็บสารพิษไว้ ไปทิ้งไว้อยู่ในทะเลที่ชลบุรี ทิ้งมาสิบกว่าป้แล้ว รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมบอกว่าไม่ต้องเอาขึ้นมา เพราะว่าจะว่าเปึนเก็บศพมันก็ ๒๐ กว่าป้แล้ว ส่วนพฤษภาทมิฬแค่ ๑๐ ป้ ท่านนับผิด ๑๗ ป้ครับ ๑๗ ป้กับ ๒๐ ป้ที่ท่านว่านั้นเอาเพียงไปพิสูจน์มันอธิบายไม่ได้หรอกครับ มันอาจจะใกล้กัน เปึนเรื่องจิตวิทยาสังคมที่คนสนใจทั้งประเทศ แต่แทนที่ท่านจะเอา คอนเทนเนอร์นี้ขึ้นมาจัดการ นายกรัฐมนตรีพูดเสียหมดท่าเลยบอกว่า นายกรัฐมนตรี ยอมรับบอกไม่มีเงินยกครับ ไม่มีเงินยกตู้ แค่เงินจะยกตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชาชนเขาสงสัยว่ามีการฆาตกรรมหมู่แล้วเก็บศพไว้ในนั้น ยังไม่มีปัญญาจะหาเงิน มายก อย่างนี้ถังไม่แตกหรือครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านพูดมาว่า จะต้องเก็บภาษีอย่างเร่งด่วน เตรียมการจะเก็บภาษีที่ดิน ผมก็ยินดีกับท่าน แต่ปรากฏว่า ทีแรกท่านบอกอีก ๓ ป้จะจัดการ ปรากฏว่าหน้า ๑ วันนี้มติชน กรณ์เร่งบังคับใช้ภาษีที่ดิน เริ่มปลายป้นี้เลย สตางค์ไม่มีจริง ๆ แล้วกระมังท่านนายกรัฐมนตรี บอกชาวบ้านหน่อย ไม่ได้หรือว่าผมถังแตกแล้วครับ รัฐบาลถังแตกแล้วพูดได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีฝากผ่าน ท่านประธานไปหน่อยเถอะ บอกความจริงประชาชนเขาตรง ๆ เถอะครับ แล้วจะได้หาทาง ช่วยกันแก้ปัญหา ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่ไม่ใช่เรื่องสองเรื่อง การที่รัฐบาล ไม่สามารถจะจัดประชุมอาเซียน ซัมมิทหรืออาเซียนบวกหกได้ วันนี้ท่านก็ว่าคนเสื้อแดง ไม่ได้ เพราะคนเสื้อแดงที่ภูเก็ตได้ประกาศล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วว่าจะให้ความร่วมมือกับ รัฐบาลทุกอย่างในการจัดประชุมอาเซียนที่ภูเก็ต แล้วหลังจากนั้นปรากฏว่าผู้นําประเทศ เขาไม่มากัน มันไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดงแล้ว แต่เท่าที่รู้ปรากฏว่าเปึนผลมาจากการที่ผู้นํา ต่างประเทศไม่ไว้ใจสถานการณ์บ้านเรา เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะวิธีแก้ปัญหาของ ผู้นํารัฐบาลไทยนั้นมีลักษณะไม่เปึนระบบ พูดไปวัน ๆ เหมือนกับที่ท่านขึ้นภาษีทุกวันนี้ ก็มาพูดจาให้มันไพเราะอ่อนหวานว่าไม่ใช่ผมเปึนคนกู้คนอื่นก็กู้ วันนี้จริง ๆ คือถังแตก เช่นเดียวกัน กรณีวิกฤติที่ผู้นําต่างประเทศไม่เข้ามานั้น เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปประกาศว่า ถ้าไม่ไว้ใจผู้นําเข้ามาก็ให้หน่วยรักษาความปลอดภัยของเขาถือป๋นเข้ามาได้ โอ้โฮ ผมได้มีโอกาสคุยกับเลขาทูตประเทศหนึ่ง เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ต่างประเทศของ ผู้นํานั้นเขาถามเข้ามาว่า ถ้าไม่มั่นคงนี่เอาป๋นเข้ามาได้ไหม ทางเราตอบบอกได้ครับ ให้เอาเข้ามาเลย ความจริงเขาหลอกถามครับท่านประธาน เขาหลอกถามว่าเปึนอย่างไร ไปตกหลุมเขาเข้าบอกเอาเข้ามาได้เลย ใครเขาจะเข้ามาประชุมประเทศไทยพร้อมกับ ถือป๋นเข้ามาครับ เห็นไหมครับ ดังนั้นสิ่งที่ท่านเปึนอยู่วันนี้มันจึงไม่ใช่เรื่องการที่จะขึ้น ภาษียาสูบ ภาษีเหล้าเท่านั้น แต่มันมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อท่าน ด้วย มีปัญหาความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่มีต่อท่านด้วย ก็แค่เงินยกตู้คอนเทนเนอร์ ท่านก็ยังไม่มี แล้วข่าวเศรษฐกิจต่าง ๆ ก็ไม่ดีกับท่าน แบงก์ก็ปฏิเสธ กิจการโรงแรมก็เจ๊ง รัฐมนตรีก็ทะเลาะกัน เมื่อวันก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ไปทะเลาะกันอีก ใน ครม. กับนายกรัฐมนตรีอีก ข่าวก็ใหญ่โตไปหมด อย่างนี้มันจะไปไหวหรือครับ ท่านประธาน ผมเห็นเหตุการณ์อย่างนี้แล้วก็เปึนห่วง ไม่ใช่เปึนฝ์ายค้านแล้วจะมา อภิปรายเพื่อที่จะเป่ดเผยทําให้รัฐบาลเสียหาย แต่ว่าเราจําเปึนต้องเอาความจริงมาพูดกัน แน่นอนครับในระบอบประชาธิปไตยนั้นรัฐบาลอยู่ฝ์ายรัฐบาลก็จะพูดแต่สิ่งดี ๆ ทําให้ ประชาชนไม่มีโอกาสรู้ความจริงว่ามันแค่ไหน ผมเองอาจจะมีความรู้น้อยกว่าท่าน เพราะผมไม่ได้เปึนรัฐมนตรี ไม่มีข้อมูล ไม่ได้เปึนรัฐบาล แต่เท่าที่เห็นจากปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ เหล่านี้มันทําให้เกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลถังแตก แล้ววันนี้ที่ท่านจะกู้เงิน ท่านคิดว่าประชาชนโง่หรือครับเดี๋ยวนี้ เขารู้ว่าทันทีที่ท่านกู้เงิน ภาระอยู่ที่หลังเขาแล้วครับ เขาต้องแบก และเขาเริ่มผ่อนชําระหนี้เงินกู้ของท่านแล้วด้วย การจ่ายรายวันให้แก่ค่าน้ํามันที่ท่านเก็บเงินกู้จากประชาชนผ่านค่าน้ํามัน ผ่านค่าซื้อเหล้า ซื้อบุหรี่ สินค้าต่าง ๆ มัน ไดเรคท์ (Direct : ชี้ทาง) ที่สุด มันตรงไปตรงมาที่สุด ประชาชน เขาเข้าใจ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าท่านจะกู้เงินอีกเท่านี้ ท่านจะขึ้นภาษีอีกเท่านี้ ท่านตอบกับสังคมได้ไหมครับว่า น้ํามันนี่จะหยุดขึ้นภาษีแล้วได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ พอจะให้สัญญาหรือให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ไหมครับ ผมถาม ผ่านท่านประธานไปว่า บอกประชาชนได้ไหมว่าขึ้นภาษีสรรพสามิต ๑๐ บาท ราคาน้ํามัน นี้แล้ว จะไม่ขึ้นอีกแล้วจนสิ้นป้นี้ บอกกับประชาชนได้ไหมครับว่าถ้าผมได้กู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี้แล้ว ผมจะไม่กู้อีกแล้ว ได้ไหมครับ เพราะว่าวันนี้ท่านให้ยาหอมประชาชนว่า ที่เราต้องกู้เงิน ที่เราต้องขึ้นภาษีนี้ เพราะว่าเราจะรอวันที่เศรษฐกิจโลกฟุ๋นตัว พอเศรษฐกิจโลกฟุ๋นตัวเหมือนนั่งเรือใบ พอลมมาปัูบไปฉิว แล้วถ้าเกิดลมมันไม่มาล่ะครับ เรือใบท่านจะทําอย่างไรครับ เอาแจวไปแจวไหมครับ ท่านประธานครับ ผมจึงถือว่าสิ่งที่ ท่านทําอยู่นี้เปึนความเสี่ยงที่สุด เปึนการนําประชาชนเข้าขื่อคาที่อันตรายที่สุด อยู่ใน ภาวะวิกฤติที่สุด จึงต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลานี้มาซักถาม มาท้วงติง ให้ท่านได้ อธิบายกับประชาชน อย่าได้เข้าใจฝ์ายค้านผิดว่ามาทําการอภิปรายโดยถ่วงเวลา มาทํา การอภิปรายตีรวน ไม่ใช่ นี่เรากําลังทําหน้าที่ของเรา จึงกราบขอบพระคุณท่านประธาน มา ณ โอกาสนี้ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ท่านมีเวลา ๒๐ นาทีเหมือนกันนะครับ เพราะทางวิป แจ้งมา
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ วันนี้ฝ์ายค้าน ก็อภิปรายไปร่วม ๒๐ ท่าน แต่ถ้าฝ์ายรัฐบาลที่เปึนแกนนํารัฐบาลจะไม่พูดอะไรบ้าง เกี่ยวกับเรื่องภาษีนี้ก็ดูกระไรอยู่ แต่เรียนท่านประธานว่าผมจะไม่ใช้เวลามากเกินไป และผมเปึนคนที่ไม่ชอบกระโดดไปท่ามกลางความขัดแย้ง หรือไปโต้แย้ง โต้เถียงกับใคร แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้โปรดทราบว่า ผมนํามาจากข้อเท็จจริงจากสถานการณ์ จริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ บังเอิญว่าผมเปึนกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ แล้วก็เปึนกรรมาธิการพิจารณางบประมาณงบกลางป้เพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒ ด้วย มีความทรงจําเกี่ยวกับความเปึนไปและตัวเลขต่าง ๆ ก็ขอนําเสนอสภา เพราะสมาชิก บางท่านอภิปรายไปก็ยังไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเท่าไรนัก ขอกราบเรียนว่าในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ตั้งงบรายจ่ายไว้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตั้งงบรายรับเพียงแค่ ๑,๕๘๕,๕๐๐ ล้านบาท ตั้งงบขาดดุลเอาไว้ ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท ระบุไว้ในเอกสาร งบประมาณ รวมทั้งผ่านสภานี้ว่างบขาดดุล ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท หรือพูดกลม ๆ ว่า ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวนี้จะใช้เงินกู้ และสภาก็อนุมัติในการที่จะใช้เงินกู้จํานวน ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ความจริงเงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวนี้ จะต้องเริ่ม ดําเนินการในการที่จะกู้เตรียมการตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ แต่ก็เปึนที่เข้าใจดีครับว่า ช่วงนั้นตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ต่อด้วยท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ความกดดัน ความวุ่นวายอยู่ค่อนข้างจะสูง รัฐบาล ณ ขณะนั้นไม่มีโอกาสที่จะนํา พระราชบัญญัตินี้มาเข้าสภาเพื่อขอกู้เงินในส่วนที่คิดว่าจะขาด ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งควรจะกู้แล้วในเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ก็ตกมาสู่รัฐบาลนี้ที่เข้าบริหารราชการเต็มตัว เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๒ ก็เรียนประการแรกว่าภาระ ๒๙๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เปึนภาระที่ผูกพันมาจากรัฐบาลที่แล้ว และเปึนไปตามที่ สภานี้ได้อนุมัติงบประมาณไว้แล้ว เงินกู้ส่วนแรก
เงินกู้ส่วนที่ ๒ ก็คืองบกลางป้เพิ่มเติมงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้นํามาสู่สภานี้และผมร่วมเปึนกรรมาธิการ งบประมาณอยู่ด้วยและก็เปึนผู้ชี้แจงในสภานี้ตลอดเวลา ในงบ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ดังกล่าวนี้ส่วนหนึ่งต้องชดใช้เงินคงคลัง ส่วนหนึ่งประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ระบุว่าต้องกู้ สภานี้ก็อนุมัติงบประมาณตรงนี้ให้ไปกู้เงิน ตัวเลขกลม ๆ ประมาณอีก ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นยอดเงินกู้ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ก็ตกประมาณ ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลนี้คิดขึ้นมา ไม่ใช่เปึนความผูกพัน ที่รัฐบาลนี้สร้างขึ้น แต่เปึนความผูกพันมาตั้งแต่ดั้งเดิมที่รัฐบาลนี้ในฐานะที่เข้ามาบริหาร ราชการแผ่นดินจะต้องทําต่อไป เรียนว่าบัดนี้ยอด ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท หรือกลม ๆ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้กู้มาครบถ้วนแล้ว ประมาณในงบกลางป้อีกประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ได้กู้มาครบถ้วนแล้ว แต่เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่รัฐบาลนี้เข้ามาเดือนมกราคม เดือนแรกของป้ปฏิทินคือเริ่มเดือนแรกของ ไตรมาสที่ ๒ ของป้งบประมาณ ณ วันนั้นท่านประธานครับ การจัดเก็บรายได้ของรัฐ ทั้งหมดที่ประมาณการว่า ๑,๕๘๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ณ วันนั้นขาดเปัาไปประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ขาดเปัาตั้งแต่วันดังกล่าวนั้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวันที่รัฐบาลนี้เข้ามา การที่ขาดเปัาไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมก็เปึนห่วงติดตาม ตัวเลขมาตลอดและก็จะส่งสัญญาณเตือนกระทรวงการคลังตลอดเวลาว่าอะไรที่ต้องกู้ ต้องรีบกู้ เพราะเวลามันเหลือไม่มากแล้ว การกู้เงินไม่ใช่ความผิด แต่ว่าการเอาเงินกู้นี้ไป ใช้ให้สมประโยชน์ที่สุดต่างหากล่ะ เปึนสิ่งที่รัฐบาลนี้จะต้องคิด เพราะฉะนั้นในงบที่บอกว่า ขาดในป้แรกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็วิกฤติเศรษฐกิจซ้ําซ้อนหลาย ๆ เรื่อง รวมทั้งรัฐบาลนี้เข้ามาก็มีภาระความวุ่นวาย ตั้งแต่เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่ ในเรื่องงบกลางป้และการประชุมอาเซียน ซัมมิท ทั้งหลายที่เกิดขึ้นนะครับ ทําให้แทบจะ ไม่มีเวลาเอากฎหมายเข้าสู่สภาเลยนะครับ ปัญหาวันนี้ก็ค้างอยู่ว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ ดังกล่าวนี้ ถ้าดูตามสถานการณ์ ณ วันนี้ตัวเลขของผมก็คือการจัดเก็บจะต่ํากว่าเปัา ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตัวเลขของกระทรวงการคลัง ก็คือการจัดเก็บจะต่ํากว่า เปัาถึงประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวนี้นะครับ ตามรัฐธรรมนูญใหม่ เราจะทํางบประมาณป้ ๒๕๕๓ จําเปึนจะต้องจัดการป่ดงบป้ ๒๕๕๒ ให้ได้ เสียก่อน ขณะนี้งบป้ ๒๕๕๒ ก็จะค้างปัญหาว่าจะรายรับที่จะขาดไปประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จะทําอย่างไร นั่นคือที่มาของพระราชบัญญัติขอกู้เงิน ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หวังว่าจะใช้ประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปชดเชยการขาดดุลดังกล่าวอีกประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปจัดโครงการในการ กระตุ้นเศรษฐกิจฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล
ผมต้องเรียนอีกประการหนึ่งว่า ณ วันที่รัฐบาลนี้เข้ามาเริ่มบริหาร ๑ มกราคม ๒๕๕๒ มีข่าวว่างบกลางเหลืออยู่ประมาณ ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ ท่านสมาชิกฝ์ายค้านท่านหนึ่งได้กรุณาอภิปรายถึง ผมสะดุดตาตรงนี้ เพราะว่าผมอยู่ กระทรวงการคลังมา ๒ รอบ ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ในปลายป้ทุกป้ไม่เคยมีป้ไหนที่จะมีงบมากถึง ขนาดนั้น ก็ตรวจสอบไปปรากฏว่า ๒๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้เปึนงบเหลือ เมื่อสิ้นป้งบประมาณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ไม่ใช่ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตามที่สังคมเข้าใจกัน ทําไม ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม เหลือเท่าไร เหลือเพียงประมาณ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ งบประมาณถูกใช้ไปในระหว่างตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม เปึนยอดถึง ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนที่เข้าใจได้อีกละครับ ว่าในสถานการณ์ปลายป้ที่แล้ว ๒ รัฐบาลที่ผ่านมามัวจะต้องรับภาวะกับวิกฤติ ทางการเมืองไม่มีเวลาไปกู้มาเพิ่ม ก็เลยใช้เงินคงคลังแก้ไขปัญหาไปพลาง ๆ จนสุดท้าย เหลือเปึนต้นทุนรัฐบาลนี้เมื่อวันที่เข้ามาเพียง แค่ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ เหลือเงิน คงคลัง ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เหลือภาระที่จะต้องกู้เงิน ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท กับภาระอีกประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามงบกลางป้ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่ารัฐบาลนี้ มีแต่กู้ กู้ แต่การกู้นั้นล้วนแล้วแต่เปึนภาระผูกพันที่ผ่านสภานี้มาโดยถูกต้องแล้วทั้งสิ้นนะครับ ท่านประธานครับ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่การจัดเก็บจะขาด เปัาไป ปรากฏตัวเลข ณ ขณะนี้ว่า ๗ เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขการจัดเก็บมันหายไปถึง ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เราเหลือเวลาอีกประมาณสัก ๕ เดือนก็จริง แต่จาก ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งสิ้นใน ๓ เดือนสุดท้ายของป้งบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้นจะมาก เท่ากับครึ่งหนึ่งของทั้งป้ เพราะฉะนั้นถ้า ๗ เดือนแรกมันขาดไปถึงประมาณสัก ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อีกประมาณ ๕ เดือนที่เหลือเราจะต้องขาดไปอีกมากกว่า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ หรืออาจจะถึง ๑๖๐,๐๐๐-๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ ความผิดของใครครับ ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาลที่แล้ว ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาลนี้ แต่มันเปึนสถานการณ์วิกฤติที่มันถาโถมมาทั่วโลก และเหตุการณ์ความวุ่นวายในประเทศ บางอย่างที่มันเกิดขึ้น จริง ๆ แล้วเราไม่พึงประสงค์หรอกครับ ท่านประธานจะเห็นว่าถ้าจะ พูดให้ชัดเจนเลยว่าป้นี้รัฐบาลจะต้องกู้เงินทั้งหมดเท่าไร ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และจะต้องกู้เพิ่มอีก ไม่น้อยกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องกู้เพื่อขาดดุลทั้งหมดมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ นั่นคือตัวเลขสถานะ ที่เปึนจริง ใครจะบอกว่าถังแตกหรือไม่ถังแตก แต่ไม่มีใครไปทําถังให้มันแตกหรอกครับ แต่คือสถานการณ์จริงที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้ ท่านประธานครับ ขณะนี้จะเข้าสู่การทํา งบประมาณของป้ ๒๕๕๓ ซึ่งตามกําหนดดูเหมือนจะเข้าสภานี้ในวาระแรกวันที่ ๑๗-๑๘ มิถุนายนที่จะถึง แต่การจะทํางบป้ ๒๕๕๓ ได้ ต้องป่ดงบป้ ๒๕๕๒ เสียก่อน งบป้ ๒๕๕๒ บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญกําหนดหน้าที่ใหม่ ๆ ตามมาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๙ อีกหลายอย่าง แต่ขณะนี้งบป้ ๒๕๕๒ มันยังขาดอยู่ประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งขาดอยู่ ณ วันนี้อาจจะแสนกว่าล้านบาท แต่จนถึงสิ้นป้อาจจะ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือคําตอบว่าจะต้องรีบกู้เงิน นั่นคือที่มาของพระราชกําหนด ถ้าไม่มีพระราชกําหนด ผ่านออกไปโดยรีบด่วนให้สามารถที่จะกู้เงินจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนหนึ่งอาจจะ ๒ แสนกว่าล้านบาท ๓ แสนกว่าล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลในงบป้ ๒๕๕๒ เราจะทํา งบป้ ๒๕๕๓ ไม่ได้ งบป้ ๒๕๕๓ กําลังจะมา นี่แหละครับท่านประธานคือสิ่งที่เรียกว่า เปึนความจําเปึนและเปึนความเร่งด่วน เข้าด้วยหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญทุกประการ แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เรื่องนี้ถูกส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความไปแล้ว หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะเมตตาในการที่จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และเมื่อกลับมาสู่สภา เราจะพิจารณา เรื่องนี้ต่อไปอย่างเร่งด่วน เพราะมิฉะนั้นปัญหางบป้ ๒๕๕๓ ทําไม่ได้ และจะเปึนปัญหา ใหญ่ของบ้านเมืองของประเทศชาติในวันข้างหน้า ในงบป้ ๒๕๕๓ ผมได้ยินว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวางกรอบงบประมาณไว้ว่า จะมีงบประมาณ รายจ่ายอยู่ที่ประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และจะเปึนงบรายรับส่วนหนึ่ง จะขาดดุล อีก ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมยังเคยพูดกับท่านรัฐมนตรีว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทํา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเลยท่านรัฐมนตรี ทําไมต้อง ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะ ขาดจริง ๆ นะ ตัวเลขกลม ๆ อีกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการทํางบประมาณป้หน้า เมื่อประเมินตามรายรับทั้งหมดแล้ว ป้หน้าต้องขาดดุลเฉพาะงบประมาณตามเนื้องบประมาณป้ ๒๕๕๓ ถึงประมาณ ๔ แสนล้านบาท และถ้าการจัดเก็บในป้หน้าเหมือนป้นี้ เพราะการจัดเก็บในป้นี้คือสถานะเมื่อป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา แต่ป้นี้ดูเหมือนจะร้ายแรงกว่าป้ ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นป้ ๒๕๕๓ ก็ท่าทางว่า การจัดเก็บจะต่ํากว่าเปัามากกว่าป้นี้อีก ถ้าเปึนไปโดยเช่นนั้นนะครับ ถ้าสมมุติว่าจัดเก็บ ได้ต่ํากว่าเปัาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในป้หน้าต้องกู้เงินอีก ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบวกด้วย อีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ นี่คือความเปึนจริง ไม่ว่าเทวดาที่ไหนหรืออัศวินขี่ม้าขาวมาจากไหน ก็ตาม ประเทศไทยไม่มีทางเปลี่ยนไปจากนี้ได้ครับ เพราะฉะนั้นในสถานการณ์ขณะนี้ ก็คือทุกฝ์ายจะต้องช่วยกันประคับประคองประเทศชาติบ้านเมืองไป ในสถานะที่เปึนไปโดย ลําบากเช่นนี้ สิ่งที่รัฐบาลจะทําได้ก็คงจะมีเหลือแค่ ๓ ทาง ทางแรกก็คือการกู้เงิน ทางที่ ๒ ก็คือการขึ้นภาษี ทางที่ ๓ ก็คือการขายสมบัติชาติ เช่น ขายหุ้นบางส่วนที่ กระทรวงการคลังถืออยู่ตามรัฐวิสาหกิจหรือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลนี้ ไม่มีความประสงค์ที่จะทําเด็ดขาดในเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ก็เหลือ ๒ ทาง ทางหนึ่ง ก็คือการกู้ มันก็จําเปึนต้องมีกฎหมายรองรับ อีกจํานวนหนึ่งก็คือขึ้นภาษี การขึ้นภาษี นอกจากคิดภาษีตัวใหม่ ๆ เรียนว่า เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ผมไม่มีความเห็นว่าควรจะ ขึ้นหรือไม่ควรจะขึ้น ควรจะทําหรือไม่ควรจะทํา ผมเพียงแต่ติติงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังอย่างเดียวว่า ให้ศึกษารอบคอบ ถ้าทํา ทําเลยอย่าพูดอะไรล่วงหน้า เพราะพูดอะไรล่วงหน้ามันจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบเหมือนเรื่องภาษีบุหรี่ ภาษีสุรา ที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้ ซึ่งก็ขอขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็กรุณา เข้าใจผม ผมไม่ได้คัดค้านต่อต้านอะไรเลยสักนิดหนึ่ง
ส่วนการขึ้นภาษีนอกจากภาษีตัวใหม่ เราจะมีภาษีเก่า ๆ ตัวไหนควรจะ หยิบยกขึ้นมาพิจารณาบ้าง ก็หยิบยกว่าภาษีสรรพสามิต เปึนเหมือนกระแสสังคมล่ะครับ เราต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งไปเทียบกับภาษีบาป แต่มันมีปรัชญาเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต ไว้ครับ ว่าการบริโภคอะไรก็ตามที่เปึนภาระแก่งบประมาณแผ่นดินจะต้องมีภาษีท็อปออน (Top On) ส่วนอันนี้ไปเพื่อเยียวยา บุหรี่ สุรา เปึนปัญหาแก่งบประมาณแผ่นดินที่เปึน รายจ่ายกระทรวงสาธารณสุข เบนซินทั้งหลาย ภาษีน้ํามันเชื้อเพลิง ผู้ใช้ได้ประโยชน์ แต่ท่อไอเสียควันพิษทั้งหลายเปึนประโยชน์แก่ผู้อื่น มันเปึนพิษภัยแก่ผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม จึงว่ามอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ต้องเสียภาษีสรรพสามิตแต่รถจักรยานไม่ต้องเสียเพราะมันไม่มี ภาระต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องปรับอากาศทั้งหลายเป่ดแล้วมันมีไอร้อนพ่นไปสู่คนอื่น มันกระทบกระเทือนอื่น ๆ มันต้องมีภาษีสรรพสามิต แต่ในขณะเดียวกันพัดลมมันไม่ก่อ อะไรเสียหายกับสิ่งแวดล้อม พัดลมมันก็ไม่มีภาษีสรรพสามิต อย่างนี้เปึนต้น เราหยิบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมาดูแล้วเรื่องบุหรี่กับสุราเปึนเรื่องตรงไปตรงมาครับว่า อันนี้เราต้อง พิจารณาแล้ว มันจะมีผลในการลดผู้สูบบุหรี่หรือผู้เสพสุรามากน้อยแค่ไหน เปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่เปึนความชอบธรรมว่าป้หนึ่ง ๆ กระทรวงสาธารณสุขต้องมีค่าใช้จ่าย จากโรคที่เกี่ยวข้องโดยตรงและต่อเนื่องกับการสูบบุหรี่เยอะ จากการดื่มสุราเยอะ สิ่งแวดล้อมในครอบครัวกระทบกระเทือนไปหมดอย่างที่ท่านสมาชิกยกเรื่องว่า จนเครียด กินเหล้าอะไรต่ออะไรต่าง ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะต้องคิดว่า ณ วันนี้มันจําเปึนไหมที่จะต้อง มีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้นชดเชยเพื่อประโยชน์แก่บ้านเมือง ภาษีเชื้อเพลิงก็เปึนไป เช่นเดียวกันครับ ถ้าเชื้อเพลิงมันมีทั้งผลดีผลเสีย ถ้ามันถูกเกินไปก็แน่นอนคนก็ใช้ มากกว่าเชื้อเพลิงแพงเราจะเห็นว่าตัวเลขการใช้มันลดลง แต่อย่างไรก็ตามต้องถือว่า ชาวนา ชาวไร่ที่ใช้เกวียนไถนากับชาวนาที่ใช้รถแทรกเตอร์ไถนา คนที่ใช้รถแทรกเตอร์ที่ใช้ น้ํามันเชื้อเพลิงจะต้องมีอะไรมากกว่าบางคนที่ใช้ควายไถนา สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่อง ตรงไปตรงมาตามหลักในเรื่องภาษีสรรพสามิตครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เปึนภาษีสรรพสามิต ในเรื่องสุรา ยาสูบก็ดี ได้ก็คือ สถานะงบประมาณที่มันดีขึ้น การเบิกจ่ายรัฐบาลที่ดีขึ้น จะสะท้อนตอบไปสู่ คนยากคนจนทุกคนในเรื่องความเสมอภาคและในเรื่องความเปึนธรรม เมื่อสักครู่มีท่าน ผู้มีเกียรติได้มีการอภิปรายว่า ขึ้นภาษีสุรา ขณะเดียวกันเป่ดข่าวล่วงหน้าปล่อยให้ ผู้บริโภคและผู้ผลิตไปตุนเหล้าเอาไว้เยอะแยะ เปึนการที่เสมือนหนึ่งก่อประโยชน์ให้กับเขา ผมจําได้ว่าป้ ๒๕๔๒ เมื่อผมอยู่ที่กระทรวงการคลัง ผมเคยไปตรวจโรงกลั่นสุราใหญ่ที่สุด ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งขณะนั้นสต็อกเหล้าไว้ถึง ๑ ล้านเท ๑ เทคือ ๓๒ ขวด ขนาด ๖๒๕ ซีซี เทหนึ่งก็ ๒๐ ลิตร และสังเกตว่าเหล้าเหล่านี้บางขวดมันไม่ใช่เหล้า ๓๕ ดีกรี มันกลั่นไว้ถึงขนาด ๘๐ ดีกรี ๗๐ ดีกรี เพราะฉะนั้น ๑ ล้านเทเท่ากับเหล้า ประมาณ ๒ ล้านกว่าเทเปึนตัวเลขประมาณอีก ๑ เท่าตัว ก็สอบถามว่าเขาเสียภาษี กันอย่างไร ตกลงท่านประธานครับ เขาไม่ได้เสียจากเหล้าที่ผลิตมาอยู่ในสต็อกละครับ อยู่ในสต็อกเท่าไรก็ตามเมื่อเขาจะผลิตออกมาขายติดแสตมปีเขาคิดภาษีตรงนั้นครับ วันนี้ใครจะไปตุนเหล้าเอาไว้มากแค่ไหนก็ตาม ผลิตมาสักกี่เท่าตัวอย่างไรก็ตาม จะไม่ได้ ประโยชน์พิเศษใด ๆ จากการขึ้นภาษีเท่านี้ แต่เมื่อเหล้าเหล่านี้ที่มีอยู่ในสต็อกแปรสภาพ เปลี่ยนรูปแบบออกมาเพื่อจําหน่ายสู่ท้องตลาดเมื่อไรก็จะคิดภาษีเมื่อนั้น เพราะฉะนั้นสิ่ง ที่มีอยู่ในสต็อกจะไม่ได้เปรียบกับเหล้าที่ผลิตใหม่ เพราะถ้าเมื่อนําสู่จําหน่ายเมื่อไร ก็จะต้องเสียภาษีทั้งหมดเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมเหลือเวลา ๑๐ นาที แต่ว่าเกรงใจ ผู้อื่น ผมขอใช้เวลาเพียงแค่นี้นะครับ เรียนว่าขณะนี้ต้องกู้ครับ ไม่กู้หรือไม่คิดขึ้นภาษีต้อง ขายสมบัติชาติ หรือต้องก่อสัมปทานผูกพันระยะยาว ซึ่งคือสิทธิของชาติในวันข้างหน้า ต้องขายหุ้นของกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจออกไป ต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่อยู่ใน กระทรวงการคลังออกไป สิ่งเหล่านี้กระทรวงการคลังหรือรัฐบาลนี้ไม่พึงประสงค์ และเรา จะไม่ทําในช่วงระหว่างนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่โรงงานยาสูบอะไรก็ตามก็เรียนว่า ผมเปึนคน ปลดรายการโรงงานยาสูบที่จะต้องแปรรูป ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีศุภชัย พานิชภักดิ์ เปึนรองนายกรัฐมนตรี ปลดไปว่าโรงงานยาสูบ ผมไม่เห็นด้วยเลยกับการที่จะแปรรูป ออกไปเพราะโรงงานยาสูบมีผลทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคมที่รัฐจะต้องเปึนคน ควบคุมดูแล ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญคุณสมคิด บาลไธสง ครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวผม ขออนุญาตนิดครับ
เปึนพาดพิงหรือครับ หรือสืบเนื่องครับ
ครับ ๆ ท่านครับ เปึนพาดพิงและ เกี่ยวเนื่อง เพราะว่าก่อนที่เพื่อนสมาชิกที่ท่านอภิปรายเพิ่งเสร็จไปนี้ ผมเปึนคนพูดก่อน แล้วก็เนื่องจากว่า
เชิญครับ เอาสรุปสั้น ๆ นะครับ
๑ นาทีเท่านั้นครับท่านครับ เนื่องจากว่า ผม สุนัย จุลพงศธร เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้าน ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ว่าผมทํา ตามหน้าที่ ที่จะท้วงติงตั้งข้อสังเกตและรวบรวมข่าวสารที่ได้รับมา มาถามท่านรัฐมนตรี แต่การอภิปรายวันนี้นั้นไม่ได้ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ มีแต่ถ่ายทอดทางวิทยุ ดังนั้น ประชาชนจึงไม่รู้ว่าใครตอบ เพราะผมสังเกตตั้งแต่เมื่อเช้าครับท่านประธาน ส่วนใหญ่พอฝ์ายค้านถาม ๆ ส.ส. ฝ์ายค้านถาม ปรากฏว่ารัฐมนตรีไม่ได้ตอบครับ คนที่นั่ง อยู่ข้างล่างตอบเปึนหลัก เดี๋ยวชาวบ้านก็เข้าใจว่ารัฐมนตรีตอบ ผมเลยอยากจะขอ ท่านประธานครับว่า เปึนปัญหาเหล่านี้ประชาชนเขาฝากมาถาม ถ้าท่านตอบได้ก็จะเปึน ประโยชน์ต่อท่านเอง ๑. มีคํามั่นได้ไหมครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ภาษีน้ํามัน ภาษีสรรพสามิตต่าง ๆ ที่ท่านขึ้นแล้วจะไม่ขึ้นอีกจนถึงสิ้นป้หรือกลางป้หน้า ๒. จะไม่มีการกู้อีกแล้ว พอแล้วเท่านี้ ฟุ๋นแล้วเศรษฐกิจได้ไหมครับ ๓. มีการหาประโยชน์ จากการผลิตที่เหล้ากักตุนไว้เกินอยู่แล้ว เพราะเปึนปกติการผลิตเหล้าก็ต้องตุนไว้เกิน เสียภาษีไป แล้วท่านตอบให้ชัดเจนว่า ไม่มีการหาประโยชน์จากตรงนั้น หรือท่านช่วยบอก ด้วยครับว่า เบียร์ช้างเหลือเท่าไร เหล้าของบริษัทนี้เหลือเท่าไร แต่ละที่เหลือเท่าไร แล้วท่านไปตรวจแล้ว เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าเขาได้เสียภาษีโดยตรงให้แก่รัฐ ทั้ง ๆ ที่จะ ถูกขูดรีดเขาก็จะได้ยินยอมกัน อย่างนี้น่าจะเปึนประโยชน์ต่อรัฐบาล ผมจึงขออนุญาตให้ ท่านรัฐมนตรีตอบเถอะครับ อย่าให้ท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างล่างตอบเลยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็จะตอบภายหลังครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ ๑๕ วินาที เมื่อสักครู่ผมลืมรายงานตัว
เชิญท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ครับ
ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ครับ เมื่อสักครู่ก่อนอภิปรายผมไม่ได้แนะนําตัวครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคายนะครับ ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นในเรื่อง พ.ร.ก. ที่เกี่ยวกับภาษีน้ํามันนะครับ ผมจะอภิปรายให้ฟังง่าย ๆ ผมไม่พูดภาษาที่มันฟังยาก ชาวบ้านเขาฟังไม่เข้าใจนะครับ หากภาษีน้ํามันขึ้น อย่างน้อยอยู่ในกรุงเทพฯ รถแท็กซี่ทั้งหลายก็เดือดร้อนกันทั้งหมดนะครับ เรือประมงไม่ว่าน้ําลึก ชายฝัืง ตอนพรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาลด่ากันดีเหลือเกินว่า ไม่ช่วยเหลือประมงชายฝัืงหาเช้ากินค่ํา ผมไม่เห็นพรรคประชาธิปัตย์ลุกขึ้นมาพูดแทน พี่น้องชาวประมงเลย ทําไมไม่พูดถึงน้ํามันเขียว น้ํามันเหลืองอะไรก่อน ทําไมมาพูดถึง แต่เรื่องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ช่วงพรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาลด่าจนฟังไม่ได้ ผมไม่เห็น ประมงชายฝัืงหรือ ส.ส. ชายฝัืงมาพูดเรื่องช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงเลย ผมอยู่จังหวัด หนองคาย อยู่แดนประเทศลาวผมต้องลุกขึ้นมาพูดแทนพี่น้องชาวประมงนะครับ อยากให้ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้เตรียมจะออกกฎหมายอันนี้ให้เข้าใจด้วย นี่ละผมว่ากรรมไม่ต้องดูชาติหน้า มาดูชาตินี้ละ รถยนต์เมื่อน้ํามันขึ้นราคา พูดแค่ในกรุงเทพฯ นะ ยังไม่พูดบ้านนอกที่ผมอยู่ รถโดยสารก็ต้องขึ้นราคาต่อไปนี้เมื่อน้ํามันขึ้นราคา ลูกเด็กเล็กเรียนว่าจะได้เรียนฟรี มันไม่ฟรีแล้วราคารถต้องเพิ่มขึ้นนะครับ มันก็กระทบกันไปหมด ผมเปึนลูกชาวไร่ ชาวนา ไม่ใช่เศรษฐีจากที่ไหน ผมไม่อายเลยที่ผมเปึนคนยากจนได้มาพูดแทนพี่น้องที่เดือดร้อน นะครับ ผมก็เปึนแค่ครูบ้านนอก พูดมาตลอดไม่อายคนเลย พอจะขึ้นภาษีน้ํามันอย่างนี้ ขึ้นเปึน ๑๐ บาท พูดอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจหรอก คุณจะไปอธิบายภาษาเศรษฐกิจอะไร ชาวบ้านต้องเดือดร้อนแน่นอนนะครับ ชาวไร่บ้านผมปลูกอ้อย ทางอีสานมันสําปะหลัง เปึนหลัก นอกจากนั้นก็ทํานาตามฤดูกาล ต้องใช้น้ํามัน เมื่อพี่น้องได้รับความเดือดร้อน เขาก็โทรมา ผมรับโทรศัพท์ตลอด เขาบอกให้พูดให้หน่อย เขาเอาอะไรคิดถึงบอกว่าจะไม่ เดือดร้อนถ้าขึ้นน้ํามันนะครับ แม้แต่พี่น้องฝัืงตรงกันข้าม ผมเปึนคนชอบสนใจเกี่ยวกับ พี่น้องฝ์ายต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศลาว ประเทศเขมร ประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ผมเปึนกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมรับฟังปัญหามาตลอด ถ้าขึ้นน้ํามัน โดยเฉพาะ ประเทศลาวเขาเดือดร้อนมาก แม่น้ําโขงยาวเปึนพันกิโลเมตรครับ ต้องมีการค้าน้ํามัน เถื่อนทั่วประเทศเลย นี่ก็อยากให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจว่ากระทบ ไม่ว่าภายในประเทศ ทั้งนอกประเทศด้วย เกิดความไม่ไว้วางใจ ผมเห็นว่าการเชิญมาประชุมอาเซียน ซัมมิท ผมว่าเขาไม่มานะ เพราะอะไร เพราะว่าคงไม่ไว้วางใจประเทศของเรานะครับ หลาย ๆ เรื่อง แม้แต่เรื่องกู้เงิน ที่บอกว่าจะกู้ ๆ ตราพระราชบัญญัตินี้จะกู้ ๆ ผมไม่ทราบว่าเขาจะให้กู้ หรือเปล่า แค่ว่าจะกู้ แต่คนที่จะให้กู้ก็มีปัญหาเหมือนกัน ที่เขาไม่มาคงอาจจะไม่มีเงินให้กู้ ก็ได้ เพราะว่ากลัวจะมารับปากกับประเทศไทย กลัวจะไม่มีเงินให้กู้ ผมมองอย่างนั้นนะครับ เดี๋ยวนี้น้ํามันอยู่ประเทศลาว ๕,๑๐๐ กีบต่อลิตร กระซ่วน น้ํามันภาษาฝรั่งเศสเขาเรียก กระซ่วน เปึนน้ํามันโซล่า แก๊สซังเนส หรือน้ํามันเบนซิน ๕,๗๐๐ กีบต่อลิตร ถ้าประเทศไทยขึ้นไปอีกนี่ ประเทศลาวอยู่ไม่ได้เลย อันนี้กระทบไปทั้งประเทศลาว เมื่อวันอาทิตย์ ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องทางประเทศลาวเขาก็เดือดร้อนมาก เขาก็ฝากมา ในฐานะเปึนประเทศเพื่อนบ้านกัน โดยเฉพาะเรื่องน้ํามันเถื่อนรับรองว่าทั้งน้ําโขง ภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องออกตรวจสอบตามจับกุมกันคงจะเดือดร้อนไป ทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมก็อยากฝากว่าทําอย่างไร มีผู้มีเกียรติหลายท่านอภิปรายไปแล้ว ผมอยากเพิ่มเติมเข้าไปอีกว่า
ท่านประธานครับ ขออนุญาต
ประท้วงหรือครับ
พาดพิงครับ ผม อรรถพร พลบุตร
เดี๋ยวพาดพิงก็จะให้ใช้สิทธิพาดพิงหลังจากที่อภิปรายจบนะครับ เชิญคุณสมคิดต่อเลย ครับ
กระผมขอบพระคุณที่ยังมีคนสนใจ ผมอธิบาย ผมกําลังว่าจะจบแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาอย่างนี้ขึ้น ผมในฐานะ เปึนลูกชาวไร่ ชาวนา ทําอย่างไรรัฐบาลเราทําไมไม่คิดว่าทําไม่จริงจัง กระทรวงเกี่ยวข้อง กับพลังงานทําไมไม่จริงจัง ตัดสินใจทําเสียทีเหมือนกับประเทศบราซิลอย่างที่ว่ากัน มาแล้ว วัตถุดิบเรามีเยอะแยะครับ ภาคอีสานอ้อยเต็มไปหมดราคาถูกมาก มันสําปะหลัง ก็ถูก ไหนว่ามีความสามารถจะเข้ามาบริหารแก้ไขปัญหาประเทศ ผมเห็นมีแต่สร้างปัญหา ผมเปึนผู้แทนราษฎรผมก็ทนไม่ได้ บางทีพูดค่อยก็เหมือนไม่จริงจัง ถ้าผมพูดเสียงดังก็อย่า กลัวผม ท่านรัฐมนตรีกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมอยากให้ท่านตัดสินใจว่าจะทําอย่างไร กับพลังงานภายในประเทศ ถ้าเราไม่ขึ้นราคาน้ํามัน ๑. เราไม่ขึ้นราคาน้ํามัน แต่เรา กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ จ้างแรงงานเพิ่มขึ้น จะไม่ดีกว่าที่จะมาเพิ่มราคาน้ํามัน ให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ มันน่าจะทําอันนี้ดีกว่า หาทางขายสินค้า ไปหาประเทศ ที่เรายังไม่เคยขายกับเขาได้ไหม ทําอย่างไรลิ้นจี่อยู่ทางภาคเหนือที่ผมพูดมาอาทิตย์ที่แล้ว จะได้ไปขายราคา ๕๐ บาทต่อกิโลกรัม ไปให้ประเทศที่เขายังไม่เคยกินลิ้นจี่เลย มันจะ ช่วยประชาชนจริง ๆ เตรียมตลาดไว้เถอะ เงาะจังหวัดจันทบุรี ละมุด ลําไยออกมาจะเอา ไปขายอย่างไร มันถึงจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หาตลาดใหม่ ๆ เอาเงิน ที่ท่านจะกู้มา ไม่ต้องกู้มามากขนาดนี้หรอก เอาไปเพื่อจะลงทุนไปสร้างตลาดใหม่ในทวีป อื่น ๆ เพื่อจะนําเงินเข้าสู่ประเทศ ท่านครับ เรื่องที่เปึนปัญหาทั้งหมดนี้ผมก็เข้าใจว่า เกิดขึ้นจากปัญหานโยบายของท่านนั่นแหละ เพราะท่านทํานโยบายประชานิยม เมื่อทํานโยบายประชานิยม ทําไม่ถูกเวลา ไม่เข้ากับกาลเวลา มันก็ทําให้พวกท่านลําบาก ขณะที่พวกท่านทํานโยบายประชานิยม แต่ไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประเทศชาติอดยาก มีปัญหา เศรษฐกิจล้มเหลว มันก็ล้มไปหมด สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเขาทํา ประชานิยม เขามีการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการให้ประชาชนบริโภค แต่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์กู้เงินมาแจก มันคุ้มค่าอะไร มันไม่คุ้ม นี่คือท่านทํานโยบายประชานิยมไม่ถูกเวลา มันถึงมีปัญหา เมื่อมีปัญหาผมยังสงสัยต่อไปว่า ป้นี้ข้าราชการจะได้ขึ้นเงินเดือนไหม ผมฟังแล้วผมก็ไม่สบายใจ ถ้าข้าราชการไม่ได้ขึ้นเงินเดือน ผมคิดว่าพวกท่านอยู่ลําบาก ผมฟังมาแล้วข้าราชการทั่วประเทศ ถ้ารัฐบาลบริหารล้มเหลวท่านอยู่ไม่ได้ อีกอย่างหนึ่ง ท่านผู้มีเกียรติได้อธิบายว่า วิธีจะแก้ปัญหาก็คือต้องหาวิธีเก็บภาษีใหม่ ๆ ผมเห็นภาษี ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เก็บก็คือภาษีขอทาน ผมแนะนํา ทําอย่างไรออกพระราชบัญญัติ พระราชกําหนดเก็บภาษีขอทาน และภาษีเด็กขายพวงมาลัยตามถนน ขอบคุณมากครับ
คุณอรรถพรใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ นะครับ แล้วเดี๋ยวต่อไปของพรรคภูมิใจไทยสลับกันก่อน ก็แล้วกัน เชิญคุณอรรถพรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเพื่อจะอธิบายถึงกรณี ปัญหาเรื่องราคาน้ํามันที่เกี่ยวข้องกับการประมง
ขอสั้น ๆ นะครับ
ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติจากอีสานก็ได้พูดจาบอกว่าในภาวะวิกฤติตอนนี้ ส.ส. ฝัืงทะเล อยู่ตรงไหน ได้ยินคําพูดของท่านแล้วก็ไม่น่าแปลกใจสําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวานซืน วันนี้ตัวไม่มาซึ่งก็มีคนรออยู่เยอะนะครับ แต่เสี่ยงก็ยังอุตส่าห์รอมา ไม่ทราบเพราะว่า ส.ส. อภิชาติ สุภาแพ่ง ไม่อยู่ในห้องประชุมหรืออย่างไรท่านจึงเอาเสียงลอยมาตรงนี้อีก ท่านไม่รู้จริงเลยครับ แล้วความไม่รู้จริงของท่าน ท่านได้พูดอะไรหลายสิ่ง หลายอย่าง ซึ่งผมถือว่าทําให้ไม่เปึนธรรม ไม่ว่าต่อรัฐบาลหรือต่อ ส.ส. ด้วยกันเองซึ่งมาจากชาวบ้าน เหมือนกัน พวกเรา ส.ส. ฝัืงทะเล ๒๔ จังหวัดทําหน้าที่ตลอดเวลา แต่ท่านรู้หรือเปล่าว่า ราคาน้ํามันดีเซลขณะนี้สําหรับพี่น้องชาวประมงได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว ที่เรียกว่าโครงการน้ํามันต่อเนื่องในเขต ๑๒ ถึง ๒๔ ไมล์ทะเล เขตรอยต่ออาณาจักร เขาไม่เสียภาษีอะไรอยู่แล้วครับ แล้วพี่น้องชาวประมงก็เติมน้ํามันตรงนี้ถูกกว่าราคาทั่วไป เกือบ ๕ บาทอยู่แล้วเขาจึงอยู่กันได้ไม่อย่างนั้นเขามาล้อมสภามากกว่าม็อบ (Mob) เสื้อแดงอีกครับ ขอให้ท่านได้รู้จริงที่จะพูดออกมาในเชิงดูถูก ส.ส. ซึ่งมาจากชาวบ้าน ด้วยกัน ท่านรู้หรือเปล่าว่า ส.ส. ฝัืงทะเลวันนี้ทําอะไรอยู่ เขารวมตัวกันเตรียมร่างกฎหมาย สภาการประมงแห่งชาติเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาประมงไม่แต่เรื่องเชื้อเพลิงหรอกครับ เรื่องปัญหาการรักษาทรัพยากร ปัญหาเครื่องมือที่ไม่ถูกต้อง เรื่องพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก เรื่องก๊าซธรรมชาติเหลว ชีวิตนี้ท่านเคยได้ยินคํานี้หรือเปล่า ก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งจะเปึนทางออกสําหรับมิติของประมงชายฝัืงอย่างแท้จริง ท่านไป ศึกษาก่อนครับ แล้วค่อยมาอภิปรายในฐานะคนที่มาจากชาวบ้านในสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณสมคิดพาดพิง ขอสั้น ๆ นะครับ ไม่อย่างนั้นก็พาดพิงกันไปมา
ท่านประธานครับ ผม สมคิด บาลไธสง ขออนุญาตพาดพิงนะครับ ที่ท่านผู้มีเกียรติท่านเปึน ส.ส. ฝัืงทะเลนะครับ ผมพูดไปท่านก็ไม่ต้องตกใจหรอกครับ ผมก็มีความรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เพราะตอนพวกผม เปึนรัฐบาลท่านก็ด่าอย่างฉิบหายว่า พวกเราไม่ได้ช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ทําไมไม่พูด ผมก็ว่า อย่างนั้น เพราะว่าตอนที่เราเปึนรัฐบาลท่านบอกว่าไม่ได้ลดภาษีชาวประมง แต่ตอนนี้ ท่านลดตอนไหนผมไม่ทราบ เพราะคุณไม่ได้บอกผมในสภา ถ้าลดจริงทําไมถึงลดให้แต่ ชาวประมงทําไมไม่ลดให้เกษตรกรอื่นบ้าง ขอบคุณมากครับ
ผมขอพาดพิงครับ
ผมว่าไม่ต้องพาดพิงแล้วครับ จะได้อภิปรายต่อครับ เรื่องมันก็โต้ไปโต้มาแล้วก็ไม่ค่อยมี สาระนะครับ ขอคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขอฝากเรื่องถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านกรณ์และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีความตั้งใจ จริงเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไทยของเรา และเพื่อแก้ไขปัญหา ทางด้านเศรษฐกิจ และผมเปึนห่วงรัฐบาลขอเสนอแนวทางเรื่องการแก้ไขปัญหาราคา น้ํามันเพื่อช่วยคนยากคนจนและคนต่างจังหวัด เพื่อเปึนแนวทางการพัฒนาประเทศ แนวใหม่ เพราะว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และผมก็เปึนคนรุ่นใหม่ ต่างกันตรงท่านเปึนคน กรุงเทพมหานคร ผมเปึนคนต่างจังหวัด ผมขอให้ทางท่านรัฐมนตรีลองพิจารณาทฤษฎี แนวใหม่ตามหลักการบริหารดีมานด์ (Demand) ความต้องการของประชาชนส่วนมาก จะได้ไม่มี ส.ส. ต่างจังหวัดต่อว่าท่าน และ ส.ส. หลายท่านก็ฝากเรียนท่านรัฐมนตรีว่า ท่านเปึนคนกรุงเทพมหานครอาจจะไม่เข้าใจคนต่างจังหวัด กลัวท่านรัฐมนตรีจะไม่รู้ ความทุกข์ยากของชาวต่างจังหวัด ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ในปัจจุบันน้ํามันดีเซล ในกรุงเทพมหานครลิตรละ ๒๔ บาท แต่บ้านเกิดผม อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ลิตรละ ๒๗ บาท ราคาแพงกว่ากรุงเทพมหานครลิตรละ ๓ บาท รัฐบาลต้องเปลี่ยนราคาน้ํามันทุกชนิดให้จังหวัด อําเภอที่อยู่ไกล ๆ ที่อยู่ไกลกรุงเทพฯ ให้ถูกกว่ากรุงเทพฯ ยิ่งไกลต้องยิ่งให้ถูกกว่ากรุงเทพฯ อย่างเช่นจังหวัดนครพนมให้ ๒๔ บาทต่อลิตร ให้กรุงเทพฯ ๒๕ บาทต่อลิตร ให้แพงกว่าต่างจังหวัด เพราะว่าใน กรุงเทพฯ ปริมาณการใช้น้ํามันก็มาก ก็ให้ถัวเฉลี่ยช่วยแบ่งเบาภาระคนต่างจังหวัด และผมได้สอบถามหลายคนในกรุงเทพฯ ก็ยินดีให้น้ํามันในกรุงเทพฯ แพงกว่าต่างจังหวัด เพื่อช่วยคนต่างจังหวัดและถือว่าได้ทําบุญด้วย บริษัท ห้าง ร้านโรงงาน เมื่อน้ํามัน ต่างจังหวัดยิ่งถูกก็จะไปตั้งอยู่ต่างจังหวัด ยิ่งไกล ๆ น้ํามันก็จะยิ่งถูกค่าแรงก็จะถูก แล้วก็ ต้นทุนการผลิต การลงทุนก็ถูก คนงานแรงงานก็จะอยู่ที่บ้านตัวเองในต่างจังหวัด ไม่ต้อง มาทํางานในกรุงเทพฯ ค่าครองชีพก็จะได้ถูกลง ไม่ใช่น้ํามันและสินค้าทุกอย่าง ต่างจังหวัดต้องแพงกว่ากรุงเทพฯ ทุกอย่าง ทุกชนิด ความเปึนอยู่ก็ลําบากกว่า ในกรุงเทพฯ การพัฒนาในหมู่บ้านต่างจังหวัดก็พัฒนาช้ากว่ากรุงเทพฯ งบประมาณใน การพัฒนางบประมาณลงทุนก็ได้น้อยกว่าในกรุงเทพฯ ปัจจุบันตั้งแต่เด็ก ๆ ก็อยากจะมา เรียนที่กรุงเทพฯ ผู้ใหญ่ก็อยากมาทํางานในกรุงเทพฯ ทุกคนอยากมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด กรุงเทพฯ เลยมีประชากรหนาแน่นมีปัญหามากมาย ถ้าท่านให้จังหวัดไหนยิ่งไกล กรุงเทพฯ น้ํามันยิ่งถูกลง และพัฒนาจากไกลมาใกล้กรุงเทพฯ ความเจริญก็จะกระจายไป ทั่วประเทศ ปัญหาต่าง ๆ ก็หมดไป ไม่ใช่ความเจริญกระจุกแต่อยู่ในกรุงเทพฯ อย่างเดียว แล้วไม่ต้องกลัวว่าต่างประเทศสหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ์นหรือประเทศอื่น ๆ มองกรุงเทพฯ แล้วไม่มีการพัฒนาหรือพัฒนาช้าว่าประเทศไทยไม่มีการพัฒนา เพราะว่าต่างประเทศเขา จะดูการพัฒนาหรือความเจริญของประเทศไทยเรา เขาจะดูประชากรในชนบทว่า ความเปึนอยู่จะอยู่ดีกินดีหรือไม่ ขอขอบพระคุณมากครับ
ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เปึน คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ นะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อเช้าก็มีร่างพระราชกําหนดนะครับ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภา แล้วก็มีลักษณะคล้ายกัน จริง ๆ แล้วพระราชกําหนดซึ่งเปึนร่างในขณะนี้นั้นก็มีข้อความ คล้ายกันครับ ในลักษณะทํานองเดียวกัน บอกว่าจะต้องไปปรับในเรื่องของ ความเหมาะสมช่วงระยะเวลาการใช้การบังคับนะครับ เปึนเวลาอันไม่สอดคล้องกับ สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แล้วก็จะต้องมีการเรียกปรับเพดานภาษีสรรพสามิต โดยเฉพาะ ในเรื่องของน้ํามัน ผลิตภัณฑ์น้ํามัน อันนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลเองนําเสนอเพื่อที่จะขออนุมัติ จากสภา ผมเองคิดว่าในยามนี้ถ้าบอกว่าเอาเนื้อหาสาระ ถ้าตอนนี้เศรษฐกิจดีนี่นะครับ ไม่มีใครว่าหรอกครับ มีการแข่งขัน มีการค้าขายนี่ ท่านปรับอัตราเพื่อที่จะเก็บเงินไปลงทุน นี่ไม่มีใครว่า แต่วันนี้เหมือนกับท่านกําลังซ้ําเติมสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งต้อง ยอมรับครับว่า ทุกสถาบันเองนะครับ ทุกธุรกิจเองเขาชะลอตัว การชะลอตัวนี่เปึนการ บ่งบอกว่า เขาไม่ค่อยเชื่อมั่นในรัฐบาลในมาตรการต่าง ๆ แต่การที่รัฐบาลเองไปเรียกเก็บ ภาษีซึ่งเรียกเก็บง่าย ๆ เลยครับ เอาละครับปรับตรงนี้หน่อย ตรงโน้นนิดหนึ่งในเรื่องของ ภาษีโดยเฉพาะภาษีบาปท่านปรับเยอะมาก แล้วก็มาอีกส่วนหนึ่งก็คือภาษีสรรพสามิตที่ อ้างบอกว่า สิ่งเหล่านี้มันเปึนการทําลายธรรมชาติ เปึนการทําให้ทรัพยากรต่าง ๆ นั้น เสียหาย โดยเฉพาะในเรื่องของมลภาวะที่เปึนพิษ เดี๋ยวอีกสองวันท่านก็ไปปรับขึ้นภาษี เรื่องแอร์อีกแล้วครับ ผมคิดว่าเครื่องปรับอากาศก็คงจะต้องไปปรับอีกนะครับ เพราะว่า เปึนส่วนหนึ่ง หรือจะไปคิดปรับในเรื่องที่มันมีความรู้สึกง่าย ๆ ในเรื่องของภาษีขึ้น-ลงของ สนามบินหรือไปปรับอะไรที่มันเปึนทางเข้า-ออกที่จะทําให้เกิดความสะดวก และก็อ้าง บอกว่ามันเปึนความเหมาะสมเพราะใช้มานาน ท่านประธานครับ การปรับในเรื่องภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาล ในวันนี้ ในอดีตท่านจําได้ไหมครับ สภาแห่งนี้ล่ะครับ เพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลงกัน เพียงแต่ เปลี่ยนตําแหน่งการบริหารเท่านั้นเอง ผมจําได้ว่าท่าน ถ้าจําไม่ผิดทั้งตัว ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนี้กับตัวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านพูดเสมอว่า สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนั้นที่รัฐบาลชุดพรรคพลังประชาชนในอดีต ได้บริหารประเทศ ท่านบอกเสมือนว่าไม่ควรที่จะไปแทรกแซงกลไกระบบ โดยเฉพาะ ในเรื่องของปัญหาเรื่องน้ํามัน เพราะการเข้าไปแทรกแซงระบบซึ่งเปึนระบบสากลมันจะ ทําให้ธุรกิจต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงกลไก แล้วจะทําให้สิ่งที่เรียกว่าการแข่งขันนั้นเปลี่ยนแปลงไป แต่วันนี้ท่านประธานครับ ยังไม่ทันเสนอกฎหมายก็ไปบอกกล่าวว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง จะมีการพิจารณาในเรื่องของอัตราภาษีใหม่ อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่าการแทรกแซงหรือครับ เปึนเรียกว่าการเข้าไปร่วมในการประกอบการกับผู้ประกอบการ จะเรียกว่าเปึนหุ้นส่วน ก็ได้ เพราะการกระทําอย่างนี้ ถ้าไม่ได้เปึนการพูดโดยตรงก็เปึนการกระทําที่ไม่ชอบ ท่านประธานครับ ผมทราบมาว่าธุรกิจบางประเภทบางครั้งเองนั้นก็มักจะมีคนที่ใกล้ชิด รัฐบาล ได้พูด ได้คุย แล้วก็รู้ข่าวก่อน บางครั้งรัฐบาลชุดนี้ในอดีตที่เปึนฝ์ายค้าน ก็บอกว่ามีการแทรกแซงโดยรัฐบาลในอดีตที่พวกผมที่ทํางานกันบอกว่าไปใช้ประโยชน์ แล้วก็ไปเอื้อประโยชน์จากตําแหน่งอํานาจหน้าที่ นี่ไม่ผิดหรอกครับ แต่ยิ่งกว่าครับ เพราะเปึนการกระทําตั้งแต่ พ.ร.ก. ฉบับที่ผ่านไปเมื่อสักครู่นะครับ เปึนการปรับอัตราภาษี สรรพสามิตในเรื่องของบุหรี่ ขึ้นมวนหนึ่งบาทหนึ่ง ท่านประธานคิดดู ป้หนึ่งผลิต ๓๒,๐๐๐ ล้านมวน ถ้าบอกว่ามีการกักตุนเตรียมการประมาณ ๒-๓ เดือน มันต่างกันเปึน หลักหมื่นล้านแล้วครับ ในการที่จะนําประโยชน์จากภาษีที่จะมีการปรับในวันนี้ แล้วเหมือนกันอีกครับ ฉบับนี้เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันครับ ผิดแต่ตรงที่ว่าวันนี้ไม่ได้ กระทบเฉพาะกลุ่มเมื่อสักครู่ที่เพิ่งผ่านไปนะครับ อันโน้นเฉพาะกลุ่มที่เขาสูบบุหรี่ แต่อันนี้ มันกระทบหมดเลยครับ วันนี้ถ้าผ่าน พ.ร.ก. ฉบับนี้ พระราชกําหนดฉบับนี้ออกไป ประชาชนทั้งประเทศกระทบหมด เพดานพิกัดภาษีจาก ๕ บาท เปึน ๑๐ บาท เรียกว่า มีการจัดเก็บลงไป แล้วก็บอกว่าไปพยุงในเรื่องของกองทุนน้ํามัน พอกองทุนน้ํามัน มันเต็มก็หยุดเก็บ ก็บอกว่าเอามาจ่ายภาษีเปึนการพยุง เพราะราคาน้ํามันมันสูง ก็เอากระเปิาไปใส่อีกข้างหนึ่ง แต่ท่านรู้ไหมครับว่าประชาชนโดนทั้ง ๒ เด้งล่ะครับ ไม่ได้หนีไปไหนครับ แล้วมีอีกส่วนหนึ่งที่สําคัญ ท่านลืมนึกไปครับ เมื่อสักครู่เห็นได้ข่าวมา ว่า พ.ร.บ. จะถอนออก พ.ร.บ. การเงินจะถอนออกจากสภา ถ้าเอาเข้ามาในเรื่องของ โครงการต่าง ๆ ที่ท่านคิดจะทํา ท่านต้องไปคิดประมาณการ คิดรายละเอียดของ งบประมาณใหม่ ก็เมื่อท่านปรับอัตราตรงนี้มันกระทบหมดครับ ของวัตถุดิบต่าง ๆ สินค้า ค่าแรง ต้นทุนทุกอย่างขึ้นหมดครับ ภาวะเงินเฟัอในวันนี้กี่เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน มันจะสูงขึ้น และภาวะอย่างนี้บอกง่าย ๆ ครับ คนที่ตกงาน ว่างงานวันนี้รัฐบาลเอง ยังแก้ไขไม่ได้ ต้นกล้าอาชีพที่บอกว่าดีนักดีหนา ๑๕,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน จบออก มาแล้วเงินยังค้างจ่ายอยู่หัวละ ๑๖๐ บาท ยังค้างจ่ายอยู่อีก เงินที่จะต้องเอาลงไปสู่แต่ละงวดที่แบ่งเปึนงวดให้กับท้องถิ่น ๕ งวด ๖ งวดนี่ ท่านส่งไป หรือยัง สิ่งที่เปึนปัญหา อัตราต่าง ๆ ที่มันจะเพิ่มมากขึ้นนอกจากงบประมาณแล้วค่าครองชีพ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านเตรียมการไว้หรือเปล่า ไม่ใช่ท่านนึกบอกว่าวันนี้ท่านขาดดุล การจัดเก็บภาษีแล้วท่านนึกจะขึ้นท่านก็ขึ้น แล้วท่านเอาตัวเลขตัวนี้ไปเก็บเพื่อที่จะเอาไป จ่ายอีกตัวหนึ่ง เรียกว่า เอาจากตัวหนึ่งไปโปะอีกตัวหนึ่ง แต่ท่านลืมนึกถึงคนกลางครับ วันนี้ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านเคยถามไหมครับว่าประชาชนคิด อย่างไร ท่านลองถามประชาพิจารณ์ดูสิครับ ว่าประชาชนอยากให้มีการจัดเก็บภาษี โดยออกพระราชกําหนดฉบับนี้ไหม ฉบับที่แล้วยังพอทนนะ ฉบับนี้ผมว่ามันเหลือเกินครับ แล้วเปึนการขยายเพื่อที่จะรองรับอนาคต ถ้าเกิดวันนี้ผ่านนี่ ๑๐ บาท ตรงนี้นะครับ ท่านค่อย ๆ ขยับ ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท แล้วแต่ท่าน นอกจากกระทบแล้ว ภาระที่ตามมา คืออะไรครับ วันนี้รถติดมหาศาลตั้งแต่เป่ดเทอมมานี่รถติด น้ํามันขึ้น รถติดอยู่ เชื้อเพลิง ถูกเผาผลาญ เขาเสียหายเพิ่มอีกครับ ท่านลืมคิดไปหรือเปล่าครับ จากราคาที่ขยับขึ้น แล้วก็ยังมีในส่วนของค่าต่าง ๆ ที่ท่านบอกว่า ท่านเคยลงไปเช็กไหมครับ ค่าการตลาด ค่าการกลั่นของแต่ละโรงกลั่น ผมแปลกใจครับ ในอดีตน้ํามันขึ้นประมาณ ๑๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล ประมาณเดือนกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๑ ดีเซลอยู่ที่ประมาณ ๔๒ บาท ใกล้ ๆ กันครับ เบนซินก็ ๔๐ กว่าบาท นั่นคือ ๑๔๐ นะครับ แต่วันนี้เหลือ ประมาณไม่ถึง ๖๐ นะครับ อยู่ที่ ๒๐ บาท ราคามันควรที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ เราบอกว่าเราอิงตลาดสิงคโปร์ ผมถามว่าแล้วทําไมต้องอิงตลาดสิงคโปร์ล่ะ ทําไมไม่ไปอิง ตลาดมาเลเซีย หรือตลาดของเราต้องไปจับอยู่ที่สิงคโปร์เขาเปึนมาตรฐาน มาเลเซียเขา ผลิตน้ํามัน เขาก็สามารถที่จะกําหนดราคาของเขาภายในประเทศที่เขาจ่ายของเขาเอง เขาดําเนินการเอง แต่ของเราเองไม่เคยคิดที่จะลงไปดูในเรื่องของทรัพยากรเลยครับ แล้วไม่มีมาตรฐานในการที่จะส่งเสริม ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาไม่เคยพูดถึงเชื้อเพลิงหรือ น้ํามันทดแทนเลย ท่านประธาน พืชทางการเกษตร เช่น มันสําปะหลังราคาก็ไม่มีการประกัน เขามาเรียกร้อง จนกระทั่งราคามันตกต่ํา วันนี้บอกว่าจะไปประกันราคา ๑ บาท ๘๐ สตางค์ เพราะว่าฤดูกาลมันจะเริ่มผลิตออกมา แต่สิ่งที่ผ่านมาราคาก็ตกต่ําลงไป แต่เราไม่ได้ลงไป ดูเลย ทําไมไม่เอามาทําเปึนน้ํามันเชื้อเพลิงล่ะครับ เอทานอล เราก็ไม่ได้เคยคิดเลยว่า จะทํา จากการที่เราได้ลงทุนไปหรือการส่งเสริม
ประเด็นต่อมานี่ครับ เอ็นจีวี (NGV) ท่านประธานครับ ปตท. ต้องนํา เราไม่เคยนําเลยครับ ๘ บาท ๕๐ สตางค์ อยู่ตรงนี้ครับ เอ็นจีวี แต่ราคาของก๊าซตัวนี้ เราสามารถดําเนินการแล้วก็ผลิตในประเทศได้ ท่อต่อหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เราเคยส่งเสริม ไหมครับ ผมเคยไปถาม ปตท. เขาบอกไม่มีเงินที่จะลงทุน รัฐเองเคยสนับสนุนไหมครับ เอาให้มันเต็มที่ และอีกส่วนหนึ่งผมมองว่าเรื่องการขนส่งการผลิต วันนี้รถสิบล้อ ต่าง ๆ นี่นะครับ ถ้าท่านมีใจจริงให้เขา ๓๐๐,๐๐๐ ต่อคัน ๒๐๐,๐๐๐ ต่อคัน ไปติด เอ็นจีวี สิครับ เดี๋ยวนี้เขาติดกันเอง เขาไม่มีเงินครับ แต่ถ้าท่านตั้งกองทุนแล้วไปดําเนินการ ให้เปึนรูปธรรม ผมคิดว่าลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้มาก การขนส่งก็จะลดลงมา ในส่วนต่าง ๆ ผมมองว่าในประเด็นเรื่องก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ท่านเองก็ต้องลงทุนให้ มากกว่านี้ ไม่ใช่ท่านคิดบอกว่าวันนี้น้ํามันเปึนตัวทางเลือกในการที่จะจัดเก็บภาษี ท่านก็ เลยเลือกช่องทางเอาเรื่องน้ํามันนั้นมาเปึนตัวหลัก ไม่ใช่นะครับ ถ้าท่านดําเนินการอย่างนี้ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อวานนี้บังเอิญไปงานหลาย ๆ งาน เขาฝากมาบอก บอกว่าถ้ามีการประชุมสภาเขาคงทราบครับ ว่าจะมีการของบประมาณ เขาบอกถ้าง่ายอย่างนี้การเปึนรัฐบาลนี่โดยการขึ้นภาษีแบบนี้ ง่าย ๆ โดยไม่ได้คิดอะไรนี่ประชาชนตาย ใครก็ทําหน้าที่เปึนรัฐบาลได้ เพราะมันมีช่อง ออกอยู่แล้วในเรื่องของการจัดเก็บภาษี แต่ถ้าไปดูว่าจะแก้ไขอย่างไรในเรื่องของธุรกิจ จะ เอาเงินเข้าไปดูแลเขาอย่างไร เหมือนในประเทศอเมริกาที่เขาไปอุ้มธุรกิจบางชนิดบาง ประเภทที่เปึนธุรกิจหลัก เราได้ทําหรือเปล่า ในส่วนหนึ่งนั้นนะครับ ขออนุญาตว่า คุณนี่นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ไม่ผิดนะครับ คุณสันติ วิลาศศักดานนท์ ประธานสภา อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเขากล่าวนะครับ เพราะเห็นรัฐบาลชุดนี้ชอบให้เขาแถลงข่าว แล้วแถลงในทางบวกตลอด แต่วันนี้เริ่มส่อเค้าแล้วครับ เขาออกมาพูดครับว่า การที่ รัฐบาลปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเหล้าและเตรียมขยายเพดานปรับภาษีบุหรี่ ภาษีดังกล่าว ไม่น่าจะกระทบต่อประชาชนเท่าไร เขาพูดในฐานะอุตสาหกรรม แต่เขาลืมคิดไปนะครับ ว่า ผู้บริโภคมันมีอยู่หลายกลุ่ม เขาก็คงคิดของเขาเองนะครับ แต่พอมาอีกส่วนหนึ่งครับ อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเพื่อให้มั่นใจกับเศรษฐกิจจะฟุ๋นตัว ปัจจุบัน ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากคําสั่งซื้อที่ลดลงอยู่แล้ว การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันจะยิ่ง ทําให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้า และการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ลิตรละ ๒ บาท ถือว่าสูงมาก รัฐบาลควรมีมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการบางกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบอย่างสูง เช่น ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เขากล่าวถึง ผมขออนุญาตครับ ท่านประธาน เมื่อครู่นี้เพื่อนสมาชิกบอกว่าประมงมีการอุดหนุนเงิน ใช่ครับ เปึนการ ช่วยเหลือ แล้วก็เห็นใจครับ น่าเห็นใจ แต่สิ่งหนึ่งผมว่ารัฐบาลเอง ๒ มาตรฐานหรือเปล่า ถ้ามีมาตรฐานเดียวกันพ่อค้าพืชไร่หรือบุคคลที่ทําอาชีพพืชไร่ วันนี้ก็อยากจะให้อุดหนุนด้วย ท่านทําไมไม่ดูละครับเรื่องน้ํามันให้กับเกษตรกรในราคาถูกหน่อยหนึ่ง ทําไมท่านไม่ดู ในเรื่องของปุิยในราคาที่ถูกหน่อยหนึ่ง ปุิยวันนี้เปึนภาระมากเลย เมื่อครู่นี้ผมเองตัวเลขมา คนที่ทํานา ๔,๑๐๐ บาทครับ ในเรื่องของการทํานาเขาบอกว่า ๔,๑๐๐ บาท ตั้งแต่น้ํามัน น้ํามันที่ใส่เครื่อง เมล็ดพันธุ์ ๕๐๐ บาท น้ํามันประมาณ ๑๕๐ บาท สารเคมีอีก ๓๐๐ บาท และยังมีปุิยอีก ๑,๐๐๐ บาท ปุิยนี่เปึนตัวแปรนะครับ แล้วอย่างอื่นอีก ค่าเช่า ค่าเช่า วันนี้คนทํานาบางทีก็เช่านา เขาคิดไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ส่วนมันสําปะหลังนี่อีกส่วนหนึ่งนะครับ ที่เปึนราคา แต่ผมถามว่าวันนี้รัฐบาลเองเคยลงไปดูภาคเกษตรไหม ทําไมในเรื่องของ ราคาของปุิยท่านไม่ทําราคาให้มันต่ํา เพราะมันขึ้นแล้วไม่มีวันลงหรืออย่างไรครับ พออ้าง บอกว่าปุิยวันนี้เกิดจากราคาน้ํามันขึ้น แต่วันนี้ราคาน้ํามันที่มันขึ้นมันลงมาแล้วปุิยมันดัน ไม่ลง ต้องฝากท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังมีแนวความคิดที่จะ แก้ไขในเรื่องดังกล่าวหรือไม่อย่างไร และรัฐบาลชุดนี้ผมคิดว่าถ้าจะทําอะไรที่จะทําให้ เกิดผลกระทบต่อประชาชนนะครับ โดยภาพรวมแล้วผมคิดว่าสภาแห่งนี้คงไม่แบ่งว่าเปึน ฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล แต่วันนี้เราต้องช่วยกันในการที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อปากท้องของ พี่น้องประชาชน ถ้าท่านสามารถแก้ไขได้ผมคิดว่าพวกผมเองในฝ์ายค้านก็คงเห็นด้วย แล้วก็คงไม่ค้านในสิ่งที่มันไม่ชอบหรอกครับ แต่บางสิ่งบางอย่างถ้าท่านทําแล้วมันกระทบ ทั่วไป ผมคิดว่าท่านเองก็คงไม่สามารถที่จะตอบพี่น้องประชาชน แล้วก็ท่านเองอาจจะ ไม่ได้รับความชอบธรรมในสภาแห่งนี้ครับ ดังนั้นในเรื่องของพิกัดอัตราภาษีที่จะมาขอขึ้น ผมเองไม่เห็นด้วยกับพระราชกําหนดดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ
หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส ในวันนี้ เพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้านหลายท่านวันนี้ก็ได้ให้ความสนใจ ได้ทักท้วงถึงเรื่องของ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับน้ํามัน ซึ่งก็ถือว่าเปึนประเด็นที่มีความสําคัญ แล้วก็เปึนประเด็นที่จะต้องผลักดันด้านเศรษฐกิจ ต่อไป ผมเพียงแต่อยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงบางประการให้เปึนที่ประจักษ์ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานคงจําได้ว่าในป้ ๒๕๔๘ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์นั้น ความจริงแล้วรัฐบาลที่ดําเนินการอยู่ในขณะนั้นก็ได้ใช้กองทุนน้ํามันเปึนเครื่องมือ ผมเรียนกับท่านประธานว่าหน้าที่ของรัฐบาลนั้นคือการบริหารจัดการให้ราคาพลังงานนั้น ไม่เปึนภาระกับผู้ใช้มากเกินไป ฉะนั้นสิ่งสําคัญในกรณีของน้ํามันนั้นก็คือราคาหน้าปัูม ราคาด้านพลังงานนั้นความจริงมีส่วนประกอบหลายประการ ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่บริหาร จัดการ ไม่ว่าจะเปึนภาษีสรรพสามิต การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง การเก็บเงิน เข้ากองทุนอนุรักษ์ ภาษีมูลค่าเพิ่มและอื่น ๆ อีกหลากหลาย ฉะนั้นเปึนหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะทําให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้พลังงานในราคาที่เหมาะสม ผมเรียนว่าในป้ ๒๕๔๘ นั้น ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง รัฐบาลขณะนั้นนําโดยพรรคไทยรักไทย ก็มีการใช้กองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงในการตรึงราคา ถ้าย้อนเวลากลับไปจะเห็นได้ว่า ณ ขณะนั้นในการตรึงราคา น้ํามันเชื้อเพลิงได้ก่อภาระหนี้ให้กับประเทศของเราถึง ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้อง ประชาชนขณะนั้นถามผมมากว่า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะเอามาคืนอย่างไร ในที่สุดแล้วก็ ตกเปึนภาระของพี่น้องประชาชนในเวลาต่อมาที่จะต้องมาจ่ายค่าน้ํามันในราคาแพงขึ้น กว่าราคาตลาด หลายครั้งเราไม่ตระหนักถึงว่า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเงินเท่าไร ผมขอ เรียนว่า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตรึงราคาไว้นั้นเกือบจะสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้อีก สนามหนึ่งนะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือว่า การบริหารราคาด้าน พลังงานนั้นต้องบริหารให้เกิดประสิทธิภาพต่อพี่น้องประชาชนโดยมุ่งหลักของราคาที่เปึน ธรรมและเหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องของน้ํามันนั้นคือราคาหน้าปัูม การที่รัฐบาลจะเก็บ ภาษีหรือไม่เก็บภาษีเพิ่มขึ้น กระผมเรียนว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มานั้นได้สร้างภาระอย่าง ชัดเจน ซึ่งในที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนทุกคนต้องรับภาระนั้นไปโดยที่มีราคาน้ํามันที่สูง กว่าราคาปกติเปึนเวลาเกือบป้เศษ ๆ จนกระทั่งในที่สุดกองทุนน้ํามันนั้นก็ได้ล้างหนี้จน หมด จนขณะนี้มีสถานภาพเปึนบวกแล้ว ในทางตรงกันข้าม การเก็บภาษีของรัฐบาลนั้น แตกต่างกัน ภาษีอากรที่ได้มาจากการเก็บภาษีสรรพสามิต รวมทั้งหมดแล้วก็อยู่ในระดับ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนภาษีอากรสําคัญที่จะนําไปสู่การกู้วิกฤติเศรษฐกิจ นําไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทําให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น แข็งแรงมากขึ้น ฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานมองดูภาพรวมของเรื่องราคาน้ํามัน โดยเฉพาะในขณะนี้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นก็ยังให้การสนับสนุนด้านราคาน้ํามันดีเซล และแก๊สโซฮอล์อยู่ ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้ใช้พลังงานในราคาที่ถือว่ามีความเหมาะสม และเปึนธรรม ผมเรียนว่าเมื่อเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนเดือนที่มีการ หาเสียง พรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นก็ประกาศชัดครับว่าถ้าเราได้เปึนรัฐบาล เรามีหน้าที่ ที่จะบริหารด้านราคาพลังงานให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับพลังงานในราคาที่ถูกลง ผมขอเรียนว่า จากการที่มีการบริหารจัดการนั้น ขณะนั้นราคาน้ํามันแก๊สโซฮอล์ ๙๑ อยู่ที่ ๒๗ บาท ๙๙ สตางค์ ราคา ณ วันนี้ถูกลงกว่าเดิมครับ ๒๖ บาท ๑๔ สตางค์ หรือลิตรละ ๑ บาท ๕๕ สตางค์ เช่นเดียวกันคือน้ํามันดีเซล เช่นเดียวกันคือน้ํามันดีเซลขณะนั้น ๒๖ บาท ๙๔ สตางค์ ขณะนี้ ๒๓ บาท ๙๙ สตางค์ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าหน้าที่ของรัฐบาลนั้นคือการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเรื่องภาษี เรื่องการ จ่ายเงิน หรือเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เรื่องการบริหารการเก็บเงิน หรือจ่ายเงิน ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งขณะนี้กระผมเห็นว่ารัฐบาลได้บริหาร จัดการให้ราคาน้ํามันนั้นถูกลงกว่าขณะที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ขณะเดียวกันก็ต้อง ตระหนักถึงสถานการณ์ของประเทศ ซึ่งรัฐบาลนอกจากจะให้การสนับสนุนผ่านกองทุน แล้ว ขณะนี้ยังสามารถเก็บเงินภาษีอากรให้กับรัฐอีก กระผมก็คิดว่าเรื่องที่ฝ์ายค้านได้พูด ถึงนั้นก็เปึนเรื่องที่น่าคิด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตระหนักว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งได้ก่อภาระ เอาไว้ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็ต้องบอกครับว่ามันเปึนภาระกับพี่น้องประชาชน เหมือนกัน เพราะฉะนั้นกระผมก็อยากจะให้การสนับสนุนรัฐบาลในการบริหารจัดการด้าน พลังงาน โดยเฉพาะด้านราคาน้ํามัน แล้วก็อยากจะเปึนกําลังใจให้คณะรัฐมนตรีได้ฝ์าฟัน วิกฤติครั้งนี้ โดยเฉพาะการใช้กลไกของภาษีอากรให้เปึนประโยชน์กับประเทศ มากที่สุดครับ
ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วผมตั้งใจว่าจะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่บังเอิญได้ข่าวว่ารัฐบาลจะถอนพระราชบัญญัติฉบับนี้ไป ผมก็ถือว่า เปึนโชคดีของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ไม่ต้องมารับภาระเงินกู้ก้อนนี้ แต่สิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพื่อสร้างความชัดเจนครับ เนื่องจากเราไม่มีการถ่ายทอดสดทางทีวี แต่ว่าเรามี การถ่ายทอดทางวิทยุ พี่น้องประชาชนฟังแล้วอาจจะงุนงงไปหมด บางท่านขึ้นมาพูดตัวเลข เปึนจํานวนมาก ประชาชนบางคนไม่เข้าใจว่าทําไมตัวเลขของประเทศชาติของเรานั้น มันถึงได้วุ่นวายจนทําให้รัฐบาลต้องตัดสินใจออกพระราชกําหนดปรับขึ้นภาษีบุหรี่ สุรา น้ํามัน สิ่งเหล่านี้ละครับ ผมอยากจะเรียนฝากท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนให้ได้ยิน ได้ฟังเลยครับ เพราะว่าวันนี้พรรคฝ์ายค้านของผม ส.ส. พรรคเพื่อไทยทุกคนลุกขึ้นมา อภิปรายตั้งแต่พระราชบัญญัติยาสูบจนถึงน้ํามัน พระราชกําหนด ๒ ฉบับนี้นะครับ เราเรียนตรง ๆ ว่าเราไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลว่ามันได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน มันได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องรากหญ้า พี่น้องที่ขายแรงงาน ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ได้รับผลกระทบหมด โดยเฉพาะเรื่องน้ํามัน ผู้ส่งออก ท่านประธาน ผู้ประกอบ ธุรกิจขนส่งได้รับความเดือดร้อน พี่น้องเกษตรกรที่ใช้น้ํามันในการไถนา ในการซื้อปุิย วันนี้ปุิยราคาแพงขึ้นมาอีก ก็เพราะว่าราคาน้ํามันมันสูง สิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาได้รับ ความเดือดร้อน ก็เนื่องจากพระราชกําหนดทั้ง ๒ ฉบับนี้ละครับ ถ้าท่านประธานย้อนลงไป สัก ๒-๓ วันที่ผ่านมา จะเห็นข่าวครับว่ามีการกักตุนน้ํามันเกิดขึ้น มีการกักตุนบุหรี่ มีการ ลักลอบนําเข้าบุหรี่เปึนกองทัพมดจากตามแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ เรื่องแปลก เพราะว่าอะไร เพราะว่าการออกพระราชกําหนด ท่านประธาน ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนยาสูบ หรือน้ํามันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ละครับท่านประธาน บังเอิญพี่น้องประชาชนไม่ได้มีอยู่ในมือ ผมขออนุญาตอ่านว่าพระราชกําหนดทั้งยาสูบ และพระราชกําหนดขึ้นภาษีน้ํามัน มันมี หมายเหตุท้ายพระราชกําหนดทั้ง ๒ ฉบับ มีข้อความเดียวกัน ในหมายเหตุเขียนไว้ว่า โดยที่เปึนกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ ความลับนี้ละครับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ท่านประธานเห็นคําว่า ลับ นะครับ อันนี้คือจะทําอะไรต้องทําด้วยความลับ เพื่อไม่ให้มีการกักตุนสินค้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครับ วันที่ ๖ พฤษภาคม คณะรัฐมนตรีชุดนี้ละครับ รัฐบาลชุดนี้แหละ ประชุม ครม. บอกว่าเห็นชอบให้ผ่านพระราชกําหนดภาษี ขึ้นภาษีบุหรี่ และภาษีน้ํามัน และราชกิจจานุเบกษา ท่านประธาน ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๑ อาทิตย์เต็ม ๆ ความลับมันไม่มีในโลก มันเลยเกิดปัญหาท่านประธาน มีการกักตุน สินค้า พี่น้องประชาชนที่ติดบุหรี่งอมแงมจะไปหาซื้อบุหรี่ไม่มี ไม่มีการขาย ต้องแบ่งขาย เปึนมวน อย่างนี้ใครได้ประโยชน์ท่านประธาน ผมอยากจะถามท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ไปถึงรัฐบาลชุดนี้ละครับว่า พ่อค้า นายทุน ผู้ลักลอบนําเข้าของหนีภาษีได้ ประโยชน์ถ้วนหน้าหรือไม่ ทําไมรัฐบาลนี้ถึงได้ชอบสนับสนุนให้มีการค้าของเถื่อน อย่างหวยบนดินควรจะมีก็ดันเอาลงไปใต้ดิน ท่านประธานอย่างนี้แหละครับ รัฐบาลนี้ สมแล้วครับที่ผมอภิปรายเมื่อตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจบอกว่า เด็ก ๒ คนหาเงินไม่เปึน มีแต่กู้ อันนี้เปึนจริงท่านประธาน และในวันนั้นต้องขอย้อนนะครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจําได้ผมอภิปรายชัดเจนครับว่า เตรียมตัวเตรียมใจไว้พี่น้องประชาชน คอยรอรับภาษีบาป บุหรี่ เหล้า ขึ้นแน่นอน เพราะรัฐบาลไม่มีแนวคิด ไม่มีสมองที่จะคิดใน การที่จะหาเงินเข้าประเทศ เดี๋ยววันนี้ผมจะขออนุญาตท่านประธานเพื่อเปึนวิทยาทาน จะสอนครับ ยินดีที่จะเอาความรู้มาสอนให้รัฐบาลชุดนี้ว่าจะหาเงินเข้าประเทศได้อย่างไร เพราะท่านหารายได้ไม่เข้าเปัา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแถลงมาตลอดเวลา ว่า รายได้ในการจัดเก็บภาษีของป้ ๒๕๕๒ ไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ นายกรัฐมนตรีเก่งกว่านั้นอีก บอกว่าไม่เข้าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วประชาชนจะเชื่อ ตัวเลขไหน ผมในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและ สถาบันการเงิน เห็นแล้วครับว่ารัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสําคัญตัวเลขเปึนแสนล้านบาท ขนาดนี้ รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย แล้วจะไปแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้อย่างไร วันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายคนครับบอกว่า รัฐบาลนี้ได้กู้เงินตามพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ หรือแก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๑ มาตรา ๒๑ เต็มเพดานวงเงินกู้ คือ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่กฎหมายกําหนดให้ เพื่อจะกู้เงินในประเทศ พูดง่าย ๆ ว่า กู้เปึนเงินบาทมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณ วันนั้นที่ผมได้อภิปรายในนี้ท่านรัฐมนตรี ก็ได้ลุกขึ้นตอบ ตอนที่เรากู้เงินต่างประเทศนั่นแหละครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วในการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ผมไม่มีโอกาสได้ชี้แจงตอบให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมักจะโบ้ยความผิด กล่าวหารัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช เพราะว่ารัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช จัดทํางบประมาณป้ ๒๕๕๒ ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ งบประมาณทําไว้ขาดดุล ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ แล้วท่านก็กล่าวอีกว่ารัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นมาเมื่อเดือนตุลาคมจนถึง เดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ทํางบประมาณเพิ่มเติมขาดดุลอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่ได้เปึนคนกู้หรอก รัฐบาลชุดที่แล้วก่อหนี้ไว้ก่อน เอาละครับ พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของผมในวันนี้ ผมถามนี่ครับว่ารัฐบาลสมัครตั้งวงเงินขาดดุลไว้นั้นท่านรัฐบาลสมัครได้มาใช้เงินก้อนนี้ หรือไม่ ก็ไม่ได้มาใช้ เพราะงบประมาณป้ ๒๕๕๒ มันเริ่มตุลาคม พอรัฐบาลสมชายขึ้นมา กําลังจะตั้งงบประมาณขาดดุล เพราะวิกฤติมันเริ่มต้นขึ้นแล้ว ก็ยังไม่ได้ทันพิจารณา รอจนรัฐบาลนี้แหละครับ นายกรณ์นี่แหละครับเปึนรัฐมนตรีคลัง มาผ่านสภา เมื่อเดือนมกราคมอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนั่นแหละ ผมเอาตัวเลข กลม ๆ ว่าขาดดุล ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้วงเงินกู้ ถ้าท่านประธานจําได้เมื่อสักครู่ผมบอกว่าวงเงินกู้มันได้ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะมีวงเงินกู้ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท เหลือครับ เหลืออยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีกรณ์ นี่แหละครับบอกว่าเก็บเงินไม่เข้าเปัา เก็บภาษีไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะ รัฐบาลสมัครตั้งไว้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เก็บได้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขง่าย ๆ นะครับ ก็มีอยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เก็บไม่เข้าเปัา ก็ขาดไปอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาง่าย ๆ เลย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๆ นี่แหละ ทีนี้มันก็เปึนที่มาของพระราชกําหนดที่พรรคผม นี่นะครับ ส.ส. พวกผม ๙๐ กว่าคนเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะถ้าดูตัวเลข ท่านป่ดงบไม่ลง คือป่ดหีบไม่ลง ท่านขาด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง ท่านก็ควรจะออก พระราชกําหนดเพื่อกู้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่ท่านหมกเม็ด ท่านกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ให้สัมภาษณ์กันบอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไปป่ดหีบหรือไปโปะ เงินคงคลัง พูดภาษาเศรษฐศาสตร์หน่อย แต่อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไปลงทุน การลงทุนของท่านนี่นะครับ มันคิดเปึนไปอย่างอื่นไม่ได้เลย ท่านไปตีหน้าแบบให้คน สงสาร ไปแถลงข่าวกันใหญ่โต ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าป้ ๒๕๕๓ เราตั้งใจว่าจะมีงบประมาณรายจ่าย ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื่องจากเราเกรงว่าภาษีเราจะเก็บไม่เข้าเปัา เราปรับลดทันทีงบลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราจะใช้แค่ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยครั้งแรก ครับที่กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณตั้งงบประมาณแผ่นดินน้อยกว่าป้ที่ผ่านมา เขาเรียกว่าเปึนเนกาทีฟ โกรท (Negative growth) ภาษาฝรั่ง เจริญเติบโตทางลบเวลาตั้ง งบประมาณอะไรนี่นะครับ ซึ่งมันไม่เคยมีท่านประธาน เอาล่ะเราไม่ว่ากันท่านบอกว่า ท่านตัดงบเลย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ข้าราชการต้องทําใจนะเงินเดือนอาจจะไม่ขึ้นโบนัส อาจจะไม่มี ท่านจําได้นะท่านประธาน แล้วก็บอกว่าตั้งแต่นี้ไปสัมมนาห้ามไปเมืองนอก ห้ามข้าราชการเดินทางเมืองนอก ต้องประชุมในประเทศ สัมมนาในประเทศดูแล้ว น่าสงสารไหมครับ ผมดูแล้วผมฟังแล้วโอ้โฮเข้าใจเลย รัฐบาลนี้ประหยัดจริง ๆ ช่วยเหลือ บ้านเมือง แต่ที่ไหนได้ เอางบลงทุนป้ ๒๕๕๓ นี่มาใส่ไว้ในพระราชกําหนด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะท่านประธาน มันไม่อายกันเลยนะท่านประธาน แล้วเรียกใหม่ครับ เรียกว่า เปึนแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ แล้วมาแจกให้ที่ประชุมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ความรีบร้อนเขียนว่าเปึนระยะที่ ๑ แต่อ่านไปข้างในนี่คือระยะที่ ๒ หมดเลยทําไมต้อง รีบร้อนทํางานไม่รอบคอบไม่รัดกุม อีกอย่างหนึ่งนะครับ สภาแห่งนี้ก็ไม่รอบคอบรีบร้อน เอา ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่อยู่ในพระราชกําหนดมาใส่เอกสาร วิชาการของพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองดูสิครับ ผมต้อง ประณามแล้วนี่ ทํางานรีบร้อนอย่างนี้ได้อย่างไร บังเอิญผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ผมแม่นตัวเลข เพราะว่าวันนี้บ้านเมือง จะเดินได้ไม่ได้มันอยู่ที่ตัวเลข ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสนใจตัวเลข คิดหารายได้ให้ถูกต้อง ประชาชนไม่ต้องเดือดร้อนครับ คนติดเหล้า ติดบุหรี่ก็ไม่ต้องซื้อของแพง คนที่ใช้น้ํามันทุกวันก็ไม่ต้องเดือดร้อน สินค้า อุปโภคบริโภคก็ไม่ต้องเดือดร้อน ท่านประธาน สิ่งที่ผมอภิปรายวันนี้ผมอยากจะชี้เลยว่า ตัวเลขจากที่ผมศึกษามา รัฐบาลคิดว่าถ้าเพิ่มภาษีน้ํามันขึ้นอีกสัก ๒ บาท จาก ๕ บาท เปึน ๗ บาท แล้วเก็บภาษีเหล้า บุหรี่ตามที่เพิ่มขึ้นมา กะว่าได้ป้หนึ่ง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แค่นั้นเอง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทมันก็ยังไม่พอ มันก็จะต้องยังกู้อีกครับท่านประธาน และบังเอิญเมื่อเช้าผมจับผิดรัฐบาลนี้ได้ ผมเปึนคนที่อ่านพระราชกําหนดตั้งแต่หน้าแรก จนถึงหน้าสุดท้ายทุกคําพูด ปรากฏว่าเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาใช้ลงทุน ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปโปะเงินคงคลัง ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมก็เชื่อครับว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะมีวิธีการหาเงิน อีก ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นแหละ จะหาด้วยวิธีไหนก็ไม่รู้ละ แต่จะรีดภาษีหรือไม่ หรือจะคิดภาษีมรดกที่ดินอะไรเพิ่มเติม หรืออาจจะคิดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือคิดมันตะบันไปเปึน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือเอาของกลาง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ หรือไปเอาเงินค่าลงทะเบียนธรรมเนียมนักศึกษามาใช้ หรือเอาเงินที่ไปมัดจําวางศาลไว้มาใช้ เปึนแนวคิดหมู ๆ ง่าย ๆ คิดอย่างนี้ได้อย่างไร และที่สําคัญที่สุดวันนี้คนส่งออก ผู้ส่งออก ผู้ทําอุตสาหกรรมส่งออกเขาฝากมาถามว่า การขึ้นภาษีน้ํามันของท่านในขณะที่เงินบาทมันแข็ง ๑ เหรียญ ๓๔ บาท ท่านซื้อน้ํามัน ได้ถูก แต่กลับเอามาขายมาเพิ่มภาษีให้ประชาชนแพงขึ้นอีก มันเปึนเวรกรรมของประเทศ ไทยจริง ๆ สมัยรัฐบาลสมชาย เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่า ทําให้กองทุนน้ํามันมีหนี้สิน ถึง ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เพราะเราใช้กองทุนน้ํามันสนับสนุนไม่ให้พี่น้องประชาชนต้อง ใช้น้ํามันแพง ตอนนั้นน้ํามันบาร์เรลละ ๑๔๐ เหรียญท่านประธาน ถ้าขายตามนั้นคนไทย เจ๊งไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ เราถึงต้องอดกลั้นไม่ขึ้นค่าน้ํามัน วันนี้รัฐบาลเอากองทุน น้ํามันมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการตั้งกองทุนน้ํามัน คิดได้อย่างไร เอาส่วนไหนของ สมองคิด ผมวันนี้จะขออนุญาตท่านประธานว่า จะเสนอแนะวิธีที่รัฐบาลจะหารายได้เข้า ประเทศ เพราะเตรียมไว้แล้วท่านประธาน วันนี้จะไม่หวงความรู้ครับ อยากให้ประเทศชาติ ไปได้ อยากให้พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนท่านประธาน ขออนุญาตหาเอกสารแป็บเดียว ท่านประธาน นี่ครับ ข้อแรกจดไว้นะท่านรัฐมนตรีจะได้ไม่ต้องมาออกพระราชกําหนด ผมว่าเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้บังเอิญฟังพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคยังไม่เห็นด้วยเลย ท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้พระราชกําหนดฉบับนี้อาจจะตกก็ได้นะครับ ถ้าคว่ําไป รัฐบาลลาออกแน่นอน อยู่ไม่ได้
ข้อเสนอแนะข้อแรกครับ รายได้จัดเก็บไม่เข้าเปัา สิ่งแรกเลยครับ ให้รัฐบาลลดรายจ่ายการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ก่อให้เกิด การจ้างงาน คนจนคนรากหญ้าไม่ได้รับประโยชน์ เช่น งบในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ของทหารป้ ๒๕๕๒ นี่ละ ป้นี้แหละผมไปบวกแล้วครับ กระทรวงกลาโหมจัดซื้ออาวุธ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้ได้เลยไม่ต้องซื้อ วันนั้นผมเสนอแนวคิดอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบผมท่านประธาน ยิ้มเยาะ เยาะเย้ยเหมือนผมไม่มีความรู้ เราเปึน สภานิติบัญญัติ เราเปึนคนออกกฎหมาย ในเมื่อประเทศชาติวิกฤติอย่างนี้เราก็เอา กฎหมายงบประมาณมาแก้ได้ ส่วนไหนที่ยังไม่ได้ใช้ก็ปรับ ไม่ต้องมาใช้คําว่า แปรญัตติ แปรแล้วปวดหัวแก้มันเลย ก้อนนี้ไม่ใช้ก็มาแก้มาใช้อะไรก็ว่าไป ประหยัดทันทีเลย ท่านประธาน ทําไมไม่รู้จักทํา ข้อแรกนะครับ
ข้อที่ ๒ โครงการที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจยังมีอยู่ครับ ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ เงินยังไม่ได้ใช้ ในเมื่อมันไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องไปใช้มัน เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ทําได้ แล้วก็ภาษีสรรพสามิตน้ํามันเปึนสิ่งสําคัญท่านประธาน ท่านต้องลดครับ ไม่ได้จัดเก็บภาษีเพิ่ม และที่สําคัญที่สุดอย่าเห็นแก่พวกพ้องไม่ต้องเกรงใจผู้มีพระคุณ ต้องไม่เกรงใจพรรคร่วมรัฐบาล ตัดลดงบลงทุนเลยครับ ทุกโครงการ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้อํานวยการสํานักงานสถาบันวิจัยแห่งชาติ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) เขียนไว้ชัดเจนครับว่า งบประมาณในการลงทุนของประเทศไทยมันมีค่าคอมมิชชั่น (Commission) สามารถ ลดได้ทันที ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะได้เอาไปทําอย่างอื่นได้ท่านประธาน แล้วสิ่งที่จะเสนอ ให้จัดเก็บภาษีเพิ่มรายได้ท่านรัฐมนตรีช่วยฟังนะครับ ผมเห็นท่านพูดเรื่องยาสูบแล้ว ถ้าคนสูบน้อยลงเงินสาธารณสุข ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะได้ลดลง ไม่จริงครับ ผมติดบุหรี่ กว่าจะเลิกได้เปึนป้ ๆ ไม่ใช่เลิกวันนี้ได้วันนี้ ถ้าหาซื้อของถูกไม่ได้ก็ซื้อของหนีภาษีราคา ถูก ๆ เวลาไม่มีสูบยังเอาของเก่ามามวน ๆ ก็สูบขึ้นได้เลย อันนี้ฝากไว้นะท่านรัฐมนตรีช่วย ท่านจดนะครับ วิธีการในการหาเงินเข้าประเทศ จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทใหญ่ ๆ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ให้ถูกต้องโปร่งใส เลิกเถอะบัญชี ๒ เล่ม ท่านต้องให้กรมสรรพากร ลงไปตรวจจับครับ การทําบัญชี ๒ เล่มเกิดในทุกบริษัท ไม่ว่าจะเปึนบริษัทในตลาด หลักทรัพย์หรือไม่ก็ตามต้องเลิกนิสัยอันนี้ กําไรอยู่แล้วจัดเก็บให้มันถูกต้อง ถ้าเจ้าหน้าที่ สรรพากรไม่พอจ้างเพิ่มครับ มันจะได้เกิดการจ้างงานด้วย การค้า ร้านค้าปลอดภาษีใหญ่ ๆ เล็ก ๆ ไม่ทํานะครับ ใหญ่ ๆ ท่านต้องทํา จัดเก็บภาษีให้ถูกต้อง การตรวจนับในโกดังทัณฑ์บน เมื่อนําสินค้าจากท่าเรือเข้ามาตรวจสอบให้ถูกต้อง เวลาขายไปแล้วมีการรูดสินค้าว่า ขายไปเท่าไรที่เขาเรียกว่า ไพรซ์ ออฟ เซล (Price of sale) อย่าให้เกิดการทุจริต ฝากไว้ครับ แล้วท่านจะหารายได้เข้าประเทศได้เยอะ ขจัดการลักลอบนําเข้าบุหรี่ สุรา ของพ่อค้าราย ใหญ่ ๆ รายเล็ก ๆ ตามแนวชายแดนจิ๊บจ๊อยให้อภัยเขาเถอะครับ เพราะเขาต้อง ทํามาหากิน แต่รายใหญ่ ๆ ท่านต้องตามจับให้ได้ รณรงค์ให้ประชาชนขอใบเสร็จเพื่อรัฐ จะได้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มเม็ดเต็มหน่วย อันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญนะครับ รณรงค์ให้ พี่น้องประชาชนเรียกเก็บใบเสร็จ จดทันนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าจดไม่ทัน ท่านประธาน
ข้อสุดท้ายครับ ควบคุมกํากับดูแลรัฐวิสาหกิจให้บริหารงานอย่างโปร่งใส มีกําไรนําเข้าส่งรัฐ รัฐวิสาหกิจใดที่ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพท่านต้องทบทวน กระทรวงการคลังไปถือหุ้นเขาไว้หมดแล้วครับ ส่งคนที่มีความรู้ไปนั่งบริหารจัดการ เงินจะได้เข้ารัฐ อันนี้ผมสอนเปึนวิทยาทาน ที่จริงแล้วท่านหาเงินไม่ได้นี่ท่านก็ไม่ควรที่จะ เปึนรัฐบาลอีกแล้ว เพราะท่านโม้เหลือเกินว่าท่านนั้นเก่งพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ได้ภายใน ๙๐ วัน นิสัยที่ชอบไปกล่าวโทษคนอื่นเขา กล่าวหาว่าเขาเปึนคนสร้างหนี้ พอกันทีเสียเถอะ ท่านต้องยอมรับความจริงว่าท่านเข้ามาทํางาน ท่านรู้อยู่แล้วว่าวิกฤติบ้านเมืองนั้น เปึนอย่างไร ทํามันให้ถูกต้องครับ อย่าไว้หน้าคนที่เปึนพรรคพวกเดียวกันเลย แล้วที่ผม อยากจะเรียนถามท่านประธานคือคําถามสุดท้ายว่า การถอนพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถอนด้วยความจริงใจ ถอนด้วยวัตถุประสงค์ที่แน่นอน หรือว่าแบ่งเค้กในโครงการ ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ไม่ลงตัว ในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลถึงได้ถอนออกไป หรือว่าถอน ออกไปเพราะเห็นว่าเปึนข้อกฎหมาย เพราะถ้าไม่ป่ดหีบงบประมาณป้ ๒๕๕๒ จะไป กู้เงินใหม่ไม่ได้ ท่านต้องตอบให้สังคมได้รับทราบ พวกผมในฐานะฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทย ทําหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนมาแบกรับภาระหนี้ที่พี่น้อง ประชาชนไม่ได้ก่อ แล้วพี่น้องประชาชนต้องมารับภาระ ซึ่งรัฐบาลหาเงินไม่เปึน ท่านประธาน ภาษีจีนเขาบอกว่า เจี๊ยะปัาบ่อซื่อ หาเงินไม่เปึน แล้วจะมาดันทุรังบริหาร บ้านเมืองต่อไปอีกได้อย่างไร วันนี้ต้องแจ้งให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของผม ได้รับทราบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น น้ํามันแพงสินค้าแพง ก็เพราะรัฐบาลนี้แหละครับเก็บเงิน ไม่เข้าเปัา เก็บรายได้ไม่เข้าเปัา ขาดไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องใช้วิธีกู้ กู้ กู้ จนสังคมเขา บอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์เปึนลูกศิษย์ อาจารย์กู้ ขอบคุณครับ
คุณอานิก อัมระนันทน์ ครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานว่า คงไม่มีรัฐบาลไหนหรอกค่ะที่อยากจะขึ้นภาษี ขึ้นเพื่อให้ ประชาชนเดือดร้อน แต่วันนี้รัฐบาลจําเปึนจะต้องขึ้นภาษีน้ํามัน ก็เพราะว่าเศรษฐกิจ ตกต่ํา รัฐบาลจําเปึนจะต้องเข้ามาดําเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้นลดค่าใช้จ่าย เช่น นโยบายเรียนฟรี หรือเบี้ยยังชีพคนชรา แล้วก็ในระยะยาวก็ต้องมีการลงทุนเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็เพิ่มศักยภาพให้ประเทศ หลังจากที่เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วนะคะ ประเทศเราจะได้มีความพร้อม เพราะฉะนั้นการขึ้นภาษีครั้งนี้ก็ขึ้นเพราะความจําเปึน อันนี้เปึนประเด็นแรกที่อยากจะเรียนนําเสนอ ทีนี้มีประเด็นที่ถกเถียงกันเรื่องของราคา ขายปลีก ราคาขายปลีกในขั้นต้น ดิฉันก็ขอยืนยันพร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่ได้ พยายามอธิบายแล้วว่า เนื่องจากมีกองทุนน้ํามันที่รัฐบาลสามารถจะนํามาใช้เกื้อหนุน ราคาขายปลีกในขณะนี้ได้ เพราะฉะนั้นราคาขายปลีกก็จะยังไม่ขึ้นไปเพราะภาษีขึ้น แต่ว่าสักระยะหนึ่งนะคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าอาจจะประมาณเดือนหนึ่งที่มีการประมาณไว้ ในที่สุดราคาขายปลีกก็จําเปึนจะต้องขึ้นนะคะ แต่ว่าก็จะไม่ได้ขึ้นในอัตราที่สูงเท่ากับ อัตราภาษี ก็อยากจะขอเรียนยกตัวอย่างคร่าว ๆ สมมุติว่า อย่างเราดูน้ํามันดีเซล ซึ่งก็เปึนน้ํามันที่ใช้กันมาก ภาษีขึ้น ๒ บาท ๒๐ สตางค์ เมื่อก่อนนี้จนถึงเมื่อไม่กี่วันมานี่ ผู้ใช้น้ํามันดีเซลก็จะต้องมีส่วนในการจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ๑ บาท ๗๐ สตางค์ แต่ว่าวันนี้กองทุนน้ํามันมีเงินเพียงพอก็จะเปึนผู้จ่ายชดเชยให้เรา ๕๐ สตางค์ ทําให้ได้เงิน ที่จะมาชดเชย ๒ บาท ๕๐ สตางค์ ราคาขายปลีกจึงไม่จําเปึนจะต้องเพิ่มขึ้นในตอนนี้ และไม่ได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากเหตุอันนี้นะคะ แต่แน่นอนว่าอีกระยะหนึ่งอาจจะประมาณ เดือนหนึ่ง อันนี้ก็สุดแล้วแต่การบริหารจัดการนะคะ ดิฉันยกเปึนตัวอย่างเฉย ๆ ว่าในที่สุด อาจจะต้องปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็จะไม่ต้องเพิ่มขึ้น ๒ บาท ๒๐ สตางค์ อาจจะเพิ่มขึ้นแค่สมมุติว่ากองทุนน้ํามันแทนที่ ตอนนี้จะรับนะคะ ผู้บริโภคแทนที่จะรับ ๕๐ สตางค์นะคะ เราอาจจะต้องจ่าย ๕๐ สตางค์ ซึ่งก็แปลว่าราคาขายปลีกอาจจะต้องเพิ่มขึ้นสัก ๑ บาท ไม่ใช่เพิ่ม ๒ บาท ๒๐ สตางค์ นะคะ เหตุผลก็คือว่าก่อนหน้านี้เราต้องจ่ายเงินอุดหนุนกองทุนน้ํามัน แต่ตอนนี้ไม่ต้อง แล้ว เพราะว่าระดับเงินของกองทุนน้ํามันตอนนี้มีประมาณ ๑๕,๐๐๐-๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนระดับที่เพียงพอสําหรับเจตนารมณ์ในการมีกองทุนน้ํามัน เพื่อที่จะดูแลความ ผันผวนไม่ให้กระทบต่อพี่น้องประชาชนในระยะสั้น แล้วดูแลที่จะสนับสนุนการใช้พลังงาน ทดแทนด้วย ซึ่งเมื่อสักครู่เข้าใจว่าท่านสมาชิกบางท่านอาจจะยังไม่ทราบนะคะ ก็อยากจะ เรียนว่ารัฐบาลนี้ก็ได้มีการสนับสนุนพลังงานทดแทนมากพอควร แล้วก็ส่วนหนึ่ง ก็มาจากเงินกองทุนน้ํามัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเอาเงินกองทุนน้ํามันมาใช้มากเกินไป แต่ก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นเชื่อว่าใน ๓-๔ สัปดาห์ข้างหน้าจะยังไม่จําเปึนต้องขึ้น ราคาขายปลีกนะคะ และเมื่อจําเปึนที่ราคาขายปลีกจะต้องขึ้นก็ไม่ได้ขึ้นมากมายในระดับ ของภาษีที่ขึ้นนะคะ ทีนี้ประเด็นต่อไป ที่อยากจะเรียนเสนอท่านประธานก็คือว่า ราคาขาย ปลีกน้ํามันจริง ๆ แล้วยิ่งถูกถ้าดูกันอย่างง่าย ๆ ราคาน้ํามันหรือราคาสินค้าอะไรก็ตาม ยิ่งถูกก็ยิ่งดีใช่ไหมคะ แต่ว่าถ้าเรามองภาพกว้างสักหน่อย ซึ่งในระดับของประเทศเราก็ จําเปึนจะต้องมองภาพกว้างนะคะ ราคาน้ํามันไม่ควรจะให้ต่ําเกินไป เพราะว่าถ้าระดับ ต่ํามากก็จะมีการใช้ที่ฟุ์มเฟ๋อย เพราะฉะนั้นการขึ้นภาษีในช่วงนี้ซึ่งเปึนขณะที่ราคาน้ํามัน ไม่ได้สูงปรี๊ดมากมายเหมือนอย่างกลางป้ที่แล้วนะคะ ก็เชื่อว่าเปึนระดับที่ประชาชนพอที่จะ จัดการกับชีวิตกันได้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะทําให้ไม่มีการใช้น้ํามันมากเกินไป เพราะว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ของน้ํามันต้องนําเข้านะคะ ป้ที่แล้วมูลค่าตั้ง ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ ป้นี้อาจจะน้อยลงหน่อยแต่ก็ยังสูงมากค่ะ ๔.๕ แสนล้านบาท ๕ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประชาชาตินะคะ ส่วนที่ไม่ได้นําเข้าถึงแม้ เราจะบอกว่าไม่ได้นําเข้าประหยัดเงินตราต่างประเทศ แต่เราก็ได้นําทรัพยากรซึ่งมีจํากัด ของประเทศเราจากใต้พื้นแผ่นดินเอามาใช้ให้มันร่อยหรอลงไปนะคะเพราะฉะนั้น ยิ่งใช้มากก็ไม่ดีในหลาย ๆ แง่ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลจะขึ้นภาษีบ้างเพื่อนําเงินมา ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ในภาคการขนส่ง ในระบบโลจิสติกส์ก็จะเปึนประโยชน์กับ ประเทศในระยะยาวนะคะ ในระยะสั้น แน่นอนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทําให้เกิดมีการ จับจ่ายมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ช่วยให้เราฟุ๋นได้เร็วขึ้น ส่วนในระยะยาว ก็จะทําให้โครงสร้าง การผลิตของประเทศเรา โครงสร้างการบริโภคน้ํามันมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในอนาคตแล้วก็ลดการนําเข้า ที่สําคัญกว่านั้น อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในผืนแผ่นดินโดยไม่จําเปึน เพราะฉะนั้น ดิฉันก็หวังว่าการอภิปรายสั้น ๆ นี้จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับท่านสมาชิก ทั้งหลายแล้วก็พี่น้องประชาชนนะคะ ว่าในมาตรการที่ขึ้นภาษีอันนี้ขึ้นก็เพราะว่ามีความ จําเปึนจริง ๆ แล้วก็เปึนสิ่งที่จะเปึนประโยชน์กับประเทศและประชาชนทั้งในปัจจุบัน ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องการการกระตุ้นการกอบกู้นะคะ แล้วก็ในอนาคต ระยะยาวนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับบรรดาสมาชิกจากท่านอิหม่ามและชมรมอิหม่าม อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลานะครับ อัสลามมุอะลัยกุม วะเราะห์มาตุ้ลรอ วะบารอกาตุ ได้ประทานความสําเร็จและให้ท่านเดินทางกลับโดยปลอดภัยนะครับ ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาต อภิปรายไม่เห็นด้วยกับมาตรการในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการทางภาษี เราต้องยอมรับว่าวันนี้ประเทศเราวิกฤติ แต่ท่านก็บริหารประเทศเหมือนกับประเทศที่อยู่ ในภาวะปกติ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต่าง ๆ ยังรับแขก แจกผ้าเย็น เปึนประธาน ผลาญเงินหลวงไปเรื่อย ๆ ยังเสมือนว่าเปึนสภาวะปกติ แล้วยังบังอาจมาขึ้นภาษีทําให้ พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกตกใจไปทั่วประเทศ โดยคิดว่าการกระตุ้นหรือการขึ้นภาษี ในครั้งนี้นั้นจะทําให้เศรษฐกิจดีขึ้น เราเองนั้นมองไม่เห็นว่ามาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการขึ้นภาษีนี้จะทําให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างไร ปกตินั้นอย่างราคาน้ํามัน เราเคยมี นโยบายที่จะให้มีราคาน้ํามันราคาเดียวกันหน้าปัูมทั่วประเทศโดยการชดเชยค่าขนส่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทําให้พี่น้องประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนไม่ใช่ขึ้นภาษี พี่น้อง แม่ฮ่องสอนของกระผม พี่น้องทางปักษ์ใต้ซึ่งระยะห่างจากกรุงเทพฯ ๗๐๐-๘๐๐ กิโลเมตร ต้องบริโภคเชื้อเพลิงแพงกว่าคนกรุงเทพฯ แต่ในทางกลับกันพี่น้องของกระผมในทาง ภาคเหนือที่มีโรงไฟฟัาใหญ่ ๆ เช่น โรงไฟฟัาแม่เมาะ รับภาระมลภาวะเปึนพิษจนต้องฟัอง ศาลปกครองให้มีการชดเชยรื้อถอน กลับต้องบริโภคไฟฟัาราคาเดียวกับพี่น้อง ทั่วประเทศ นี่คือความไม่เปึนธรรมในเรื่องของการบริโภคพลังงาน ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ได้ดูดทรัพยากรธรรมชาติของพวกเราไปใช้ในห้าง ให้พี่น้องไปเดินห้าง แต่คนที่รับภาระ ทางมลพิษก็คือพี่น้องที่อยู่รอบ ๆ โรงไฟฟัา แต่เมื่อมีกองทุนเยียวยาหรือกองทุนพลังงาน ที่จะทําให้พี่น้องเรามีความสุขในรอบ ๆ โรงไฟฟัาท่านก็จะดึงกองทุนนี้มาไว้ที่กระทรวง เอามาไว้ที่ส่วนกลาง ตรงนี้จําต้องมีความจําเปึนที่จะต้องมาวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของ การขึ้นภาษีพลังงานว่ามีความจําเปึนอย่างไร ทําไมครับท่านไม่พิจารณาเรื่องงบค้างท่อ เอามาก่อน วันนี้ต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้ หย่อนยาน งบที่ท่านอนุมัติ ป้ ๒๕๕๒ กระผมยังเชื่อว่าไตรมาส ๓ เบิกไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ค้างท่อเต็มไปหมด ทําไมไม่เอางบเหล่านี้ดึงกลับเข้าส่วนกลางแล้วก็ใช้ มาตรการในการกระตุ้นภาษีกันใหม่ กระผมยังเชื่อว่างบค้างท่อไม่ต่ํากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยกตัวอย่าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกรมเดียว มีงบค้างท่อกระผมยังจําได้ว่า มีไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท งบกระทรวงกลาโหมที่เพื่อนสมาชิก ดอกเตอร์สุรพงษ์ อภิปรายไปที่จะมาปัองกันประเทศ ปัองกันอะไร มีใครมารุกล้ําเราบ้าง จะซื้อ เครื่องบินบ้าง อ้างความมั่นคงของประเทศ ยังไม่จําเปึน วันนี้เขารบด้านเศรษฐกิจ เราจําเปึนที่จะต้องดูในเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ใช่ดูเรื่องความมั่นคงทางแนวคิดของทหาร สมแล้วที่เขาให้สมญารัฐบาลชุดนี้ว่า รัฐบาลสีเขียว งบแสนกว่าล้านบาท ถ้าท่านกลัวนักก็ขอมาสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เอามาบริหารกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่จําเปึนต้องขึ้น ค่าภาษี อย่างนี้ของใกล้ ๆ เรื่องตลาดสินค้าใหม่ ๆ ทําไมท่านไม่เป่ดตลาดการค้าใหม่ ๆ ๕-๖ เดือนที่รัฐบาลได้มาบริหารประเทศไม่เคยมีข่าวดีว่าไปขายของได้ นอกจากไปไล่ตาม จับทักษิณ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปนึกว่าจะได้ออร์เดอร์ (Order) มาให้พี่น้องประชาชนชื่นใจ ไปถามว่าทักษิณอยู่ไหน มันผิดฝาผิดตัว ผิดวัตถุประสงค์ ท่านจะต้องค้าขาย ท่านจะต้องไปหาตลาดใหม่ ๆ วันนี้นอกจากจะแบกภาระเรื่องภาษี น้ํามัน ท่านให้ความมั่นใจอย่างไรครับ ค่าไฟฟัาไม่ขึ้น เมื่อขึ้นน้ํามันแล้วไฟฟัาจะขึ้นไหม ครับ ระบบโลจิสติกส์ จะขึ้นไหมครับในการขนส่งทั่วประเทศ เจ๊โน้น เจ๊นี้ จะมาขอขึ้นราคา ค่ารถอีกไหมครับ มาตรการ ๖ เดือนนี่จะคงอยู่ไหมครับในการบริโภครถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ไฟฟัาฟรี น้ําประปา ฟรียังจะคงอยู่ไหมครับ ถ้าท่านขึ้นภาษีน้ํามันแล้วนี่ แล้วสินค้าเกษตรท่านจําเปึนจะต้อง เปึนคนหาเงิน ทีมไทยแลนด์อยู่ไหนครับ ซึ่งเมื่อก่อนเข้มแข็งไปเป่ดสินค้าใหม่ ๆ ไปเป่ด ตลาดใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย วันนี้โดยเฉพาะทางภาคเหนือต้นลําไย ลูกลําไยกําลัง ใหญ่ ๆ วันนี้เงียบกริบเลยครับ รัฐบาลไม่เคยไปสนใจเลย วันนี้พี่น้องประชาชนทางอําเภอ ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีลิ้นจี่ป่ดถนนอีกแล้วรัฐบาลก็เงียบกริบ แล้วจะไปทําอะไร เงินก็ไม่มี ขึ้นภาษี ตลาดใหม่ ๆ ก็ไม่มี รัฐมนตรีจะขายข้าวโพดก็ไปทะเลาะกันเสีย แค่จะขายนะครับยังไม่ได้ขายนะ ทะเลาะกันแล้ว แล้วจะไปทําอะไรกันครับ แต่พอขึ้นภาษี นี่ไม่ต้องทะเลาะกับใคร พี่น้องประชาชนก็ได้แต่ฝากผู้แทนราษฎรมาว่า ไม่เห็นด้วยนะ ผู้แทนราษฎรกับการขึ้นภาษีแล้วก็ยังบอกว่ายังโชคดีนะครับที่เขาบอกว่าไม่เห็นด้วยนะ กับการจะกู้เงินเปึน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจําเปึนจริง ๆ รัฐบาล ต้องการใช้เงินจริง ๆ ที่จะเอาลูกหลานเราเปึนหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ยุบสภา ท่านประธาน ฝากไปท่านนายกรัฐมนตรีเลย ประชาชนบอกว่าให้ยุบสภาแล้วเขียน นโยบายมาแข่งกัน ฝัืงขวามือของกระผมนี่ไม่ให้กู้ ฝัืงซ้ายมือให้กู้ก็แข่งกันแล้วให้ ประชาชนเลือก ใครได้เสียงข้างมากคนนั้นมาบริหารแล้วจัดการตามนโยบาย มันง่ายครับ มันง่าย แค่นี้ละครับ แล้วเศรษฐกิจเมื่อการเมืองเข้มแข็ง ความเชื่อมั่นก็จะกลับมาคนเขา ก็จะลงทุน แต่วันนี้พี่น้องประชาชนที่ไม่มีความเชื่อมั่นไม่อยากจับจ่ายใช้สอยมีเงินก็เก็บ นักลงทุนมีเงินก็เก็บ เขาไม่เชื่อมั่นทางการเมือง นี่คือโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่เรื่อง เศรษฐกิจ ไม่ใช่ความวุ่นวายทางการเมือง โจทย์ใหญ่คือความไม่เชื่อมั่น ซึ่งเขาส่ง สัญญาณในการประชุมอาเซียนบวก ๖ อาเซียนบวก ๓ อะไรก็แล้วแต่ที่จังหวัดภูเก็ต เขาไม่มากัน นั่นก็แสดงว่าส่งสัญญาณเขาไม่เชื่อมั่น วันนี้เงียบกริบ คนจีนปกติต้องถือ กระเปิาเจมส์บอนด์ขึ้นเครื่องบินมาหาซื้อลําไยแทบจะชนกันตาย วันนี้หายหัวไปหมด ไม่รู้มันไปไหน นี่คือข้อเท็จจริง พี่น้องชาวสวนก็ใจไม่ดีครับว่าสินค้าของเขาจะราคาตกต่ํา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งรับผิดชอบผลไม้ทั้งหมดตามนโยบาย ของรัฐบาล พูดได้แต่เรื่องน้ํา พูดได้แต่เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) แต่ผลไม้เงียบกริบ ตรงนี้ต่างหากครับ ความไม่เชื่อมั่น แต่พอรัฐบาลมาขึ้นภาษีความไม่เชื่อมั่นยิ่งตก เมื่อเช้านี้ตัวหนังสือวิ่งทางทีวีปกติก็ไม่ค่อยชอบดูเท่าไรละครับ เมื่อเช้าดูแล้วชื่นใจ โพล (Poll) ต่าง ๆ โพลหลายสํานักออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลจะกู้เงิน นั่นแสดงว่า เปึนการส่งสัญญาณด้วยความห่วงใยกันแท้ ๆ ยังดีนะครับที่รัฐบาลโดยอะไรก็แล้วแต่ ที่ถอนร่างพระราชบัญญัติออกไปแล้ว ได้ข่าวว่าอย่างนั้นนะครับ จะถอนไม่ถอน ก็ต้องติดตามกันต่อไป ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะเราเชื่อมั่นว่าอย่างไรก็แล้วแต่ การกู้เงินนั้นเปึนส่วนได้เสียของประชาชนทั้ง ๖๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ลําพังรัฐมนตรี ๓๖ คน จะมาอนุมัติแล้วมาให้สภาซึ่งมีเสียงส่วนมากก็หวยล็อกอยู่แล้ว เขาไม่เชื่ออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นด้วยความเปึนห่วงเปึนใย ด้วยความท้วงติงจริง ๆ ว่า การบริหารประเทศเรา ช่วงนี้คือการบริหารประเทศในสภาวะวิกฤติ รัฐมนตรีจะต้องมือถึงใจถึง เปึนมืออาชีพ มีสตาฟ (Staff : คณะที่ทํางานร่วมกัน) มีทีมไทยแลนด์ มีทีมที่จะไปทํางานแทนรัฐมนตรี มันจะต้องมีองค์คณะ ไม่ใช่ว่าเปึนพระเอกหรือเปึนเด็กหนุ่ม ๒ คน ไม่ใช่ ถ้าท่านไม่มี ความพร้อมท่านก็ถอยออกมาให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจในอนาคตของเขา ท้ายที่สุดนี้กระผมหวังไว้ว่าการท้วงติงของกระผมนั้นจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และเปึนประโยชน์กับเพื่อนร่วมสภาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ กระผมเองในนามสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ยังเหลืออีก ๔ ท่านนะครับ คุณนคร มาฉิม คุณสุรชัย เบ้าจรรยา คุณจุติ ไกรฤกษ์ และ นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ฝ์ายค้าน ขออนุญาตที่จะพูดถึงในส่วนความคิดเห็น ของท่านก็ด้วยความเคารพ แม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านเองก็อาจจะกังวลใจว่า เอ๊ะ ทําไมรัฐบาลจะกู้มากมายถึงขนาดนี้เปึน ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอามาทําอะไร จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติแล้วก็ประชาชนมากน้อยแค่ไหนเพียงใด คงจะต้อง นําความจริงมาตีแผ่ให้กับพี่น้องประชาชนในฐานะเจ้าของเงินก็คือผู้เสียภาษี แล้วก็ ในฐานะเจ้าของประเทศซึ่งเปึนหุ้นส่วนหนึ่งของประเทศของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของผมเมื่อได้ทราบหลักการ เหตุผล และความจําเปึนของรัฐบาลในการที่จะใช้ เม็ดเงินมาบริหารราชการแผ่นดิน มาบริหารให้เกิดประโยชน์สุขให้กับบ้านเมืองให้กับ ประชาชนแล้ว ผมเห็นพ้องด้วยแล้วก็ขอสนับสนุนรัฐบาลที่จะนําสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะเงิน จํานวนประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะไปแก้ไขวิกฤติด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมแล้วก็ ด้านการเมือง แล้วก็พัฒนาประเทศของเรา อย่าให้ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ กําลังชะลอตัว แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่คิดที่จะทําอะไรใหม่ ๆ ไม่คิดที่จะสร้างอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาเลยประเทศ ของเรายิ่งถอยร่น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างแล้วก็ถือว่าเปึนการได้ชี้แจงเรื่องหนึ่ง จากข้อมูล จากหลักฐาน จากข้อเท็จจริงที่ผมเองได้สืบค้นแล้วก็ค้นหาข้อมูลข้อเท็จจริงมา ในด้านของการพัฒนาที่รัฐบาลตั้งไว้ก็คือการพัฒนาแหล่งน้ํา ซึ่งผมทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกท่านให้ความสําคัญเปึนอันดับแรก ถ้าเกิดว่า เรามีการพัฒนาแหล่งน้ําอย่างเปึนระบบแล้วก็วางยุทธศาสตร์ วางเปัาหมายของประเทศ ไว้ว่าเราต้องการสร้างให้ประเทศของเราเปึนอู่ข้าวอู่น้ํา ต้องการที่จะพัฒนาประเทศ ของเราให้เปึนแหล่งผลิตอาหารสําคัญของโลกของภูมิภาค เราจะหยุดยั้งแล้วก็ไม่ยอม พัฒนาแหล่งน้ําอีกอย่างนั้นหรือครับ เรามีความจําเปึนท่านประธานครับ จําเปึนที่จะต้อง พัฒนาศักยภาพทั้งน้ํากิน น้ําใช้ น้ําบริโภคและน้ําเพื่อการเกษตรให้กับประชาชน ทั้งประเทศให้เข้าถึงสาธารณูปโภค ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องถนนหนทาง การพัฒนาถนน การพัฒนาโครงข่าย การคมนาคม การพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ เราจะ หยุดนิ่งไม่ได้ครับ แม้ว่าเศรษฐกิจโดยภาพรวมทั้งโลกแล้วก็ของประเทศจะชะลอตัว จะเกิดภาวะวิกฤติในบางประเทศ แต่ถ้าเกิดว่าเราหยุดนิ่งในการที่จะพัฒนาทุกอย่างมัน จะหยุดแล้วก็จะเปึนแลนด์ สไลด์ (Land slide) ก็คือจะทรุดลงไปทุกขณะ ไม่มีใคร ได้ประโยชน์ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าท่านมองในแง่เดียวว่า รัฐบาลไม่จําเปึนจะต้อง พัฒนาอะไรเลย ให้ยุบสภาอย่างเดียวน่ะผมยังไม่เห็นพ้องกับข้อคิดเห็นของสมาชิก บางท่าน แต่ผมเห็นว่ามีความจําเปึนที่เราจะต้องไม่หยุดนิ่ง มีความจําเปึนที่ในภาครัฐ จะต้องกระตุ้นแล้วก็พัฒนาโครงข่ายต่าง ๆ เพื่อว่าเศรษฐกิจโลกแล้วก็เศรษฐกิจของ ประเทศเริ่มฟุ๋นตัวขึ้นมา เราจะได้มีโครงข่ายแล้วก็มีความพร้อมในการที่จะรองรับแล้วก็ พร้อมที่จะพัฒนาก้าวหน้าให้ทันกับอารยประเทศอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่าการ พัฒนาแหล่งน้ํา การพัฒนาถนนหนทาง การพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ การพัฒนาขนส่ง ระบบรางต่าง ๆ มีความจําเปึนที่ประเทศของเราจะต้องทํา และก็จะต้องทําทันที โดยที่ไม่รอเวลา การพัฒนาสาธารณูปโภคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนโรงเรียน โรงพยาบาล ส่วนราชการ หรือสาธารณูปโภคที่จําเปึนจะต้องทํา เราจําเปึนที่จะต้องขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง การช่วยเหลือการเรียนฟรีให้กับลูกหลานจําเปึนที่จะต้องขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง การดูแลผู้สูงอายุก็จําเปึนเช่นกัน อันนี้ครับคือสิ่งที่มีความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องทํา และผมก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนเพื่อไม่ให้ประเทศชะลอตัวหรือหยุดนิ่งมากกว่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจแล้วก็จริงใจที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา โดยเฉพาะรัฐบาลได้ใช้เงินงบประมาณประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือแล้วก็พยุงราคาสินค้าเกษตร ซึ่งไม่ใช่ว่า ตกต่ําเฉพาะประเทศของเรา แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาลว่าจะต้องเอาความจริงมาบอกกับประชาชนทั้งประเทศว่าเรา ต้องการที่จะแก้ไข และสินค้าเกษตรที่มันตกต่ํามันตกกันทั้งโลก แต่วิธีการที่จะแก้อย่างไร อันนั้นคือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องหามาตรการดําเนินการต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ บางท่านอาจจะบอกว่างบในการปัองกันประเทศไม่มีความสําคัญ ท่านปฏิเสธไหมครับว่า ตอนนี้เราไม่มีการรบกันทางฝัืงตะวันตก ท่านปฏิเสธไหมครับว่าตอนนี้เราไม่มีการรบกัน ในฝัืงตะวันออก ซึ่งยังมีปัญหาข้อพิพาทกันอยู่หลายเรื่อง ความมั่นคงผมเห็นว่าเปึนปัจจัย หลักที่รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญ จําได้ไหมครับว่า บทเพลงหนึ่งที่บอกว่า แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์ ผมเห็นว่ามีความจําเปึน ถ้าเกิดว่าประเทศไม่มีความมั่นคง ทางด้านทหาร ไม่มีใครเชื่อมั่นละครับ ใครจะมาเชื่อมั่นประเทศที่ไม่มีอํานาจทางทหาร ใครจะเชื่อมั่นของประเทศที่ไม่มีศักยภาพที่จะปัองกันความเข้มแข็งให้กับประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายเนื่องจากเวลาจํากัด ผมอยากจะฉายภาพข้อเท็จจริงใน ด้านพลังงานนิดหนึ่ง ผมได้มีโอกาสพบกับคณะผู้บริหารของพลังงานหลายท่าน ได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า อันที่จริงแล้วทุกรัฐบาล ทุกรัฐมนตรีที่ควบคุมด้านพลังงาน ต้องการที่จะให้ราคาพลังงานมันถูก แต่ว่ากลไกของตลาดโลก ไม่ว่าจะเปึนกลุ่มโอเปค หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่เปึนผู้ค้าน้ํามัน เชื่อไหมครับว่าประเทศของเราจะต้องใช้เงินเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้อน้ํามันจากต่างประเทศในกลุ่มต่าง ๆ ที่เปึนผู้ค้าน้ํามัน แต่ถ้าเกิดว่ารัฐบาลไม่ยอมบอกความจริงกับประชาชนคอยแต่เอาใจอย่างเดียวว่าลด ราคาน้ํามันเพื่อให้เปึนที่พอใจ ในขณะเดียวกันคอยแต่เอาใจอย่างเดียวว่าลดราคาน้ํามัน เพื่อให้เปึนที่พอใจ ในขณะเดียวกันการพัฒนาพลังงานทดแทนหรือพลังงานสีเขียวก็จะ ไม่ได้รับการพัฒนา เพราะราคาของเอทานอล(Ethanol) ราคาที่ได้จากพลังงาน สีเขียวจะไม่สามารถที่จะแข่งขันกับราคาน้ํามันที่เปึนป่โตรเลียมได้ท่านประธานครับ ทีนี้ถ้าเกิดรัฐบาลยอมพูดความจริงกับประชาชน เอาความจริงมาบอกว่าถ้าเกิดว่าใช้เงิน งบประมาณไปช่วยพยุงราคาหรือว่าลดราคาน้ํามันแล้วก็แบกรับภาระนี่ ๑. เราจะไม่มี โอกาสที่จะพัฒนาพลังงานทดแทนได้ แล้วเราก็จะขาดดุลทางการค้าจาก ๑ ล้านล้านบาท เปึน ๒ ล้านล้านบาท พลังงานสีเขียว ไม่ว่าจะผลิตจากอ้อย ผลิตจากมันสําปะหลัง จากปาล์มไม่มีโอกาสเติบโต ไม่มีโอกาสที่จะพัฒนาเพื่อให้เกิดความสมดุลและลดการ พึ่งพิงการนําเข้าพลังงานที่เปึนป่โตรเลียมได้ ซึ่งเราไม่มี เรามีแค่เพียงไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ของพลังงานที่เราเอามาใช้อยู่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องขาดดุล ขาดดุล ขาดดุลทุกป้ ๆ แต่ถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะ ๑. ตรึงราคาให้ได้อยู่ในระดับหนึ่ง อันที่ ๒ สามารถที่จะ พัฒนาพลังงานทดแทนขึ้นมาได้ เงินจํานวนไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะหมุนเวียนอยู่ไปถึงมือพี่น้องเกษตรกร แล้วก็การพัฒนาพลังงานทดแทนให้เกิดความ สมดุลต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้น อันนี้ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง แล้วก็ได้บอกความจริงกับประชาชนว่า ท่านมีความจําเปึนเพื่อให้ทุกอย่างมันสมดุล และประเทศของเราทั้งประเทศโดยภาพรวม ก็จะลดการขาดดุลทางการค้าจากการซื้อน้ํามันที่เพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ป้ได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่ อยากจะนํากราบเรียนในอีกมุมมองหนึ่งของข้อเท็จจริง กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณสุรชัย เบ้าจรรยา แล้วก็คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมมอง ไม่เห็นขออภัยครับ เชิญคุณสุรชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วน จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ ผมขอแสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ที่จะขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ขณะนี้เงินกองทุนของสรรพสามิตน้ํามันก็เหลืออยู่ ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลใช้ไปแล้วก็เหลือประมาณ ๑๒,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ เราปฏิเสธไม่ได้ การขึ้นภาษีน้ํามันมันมีผลกระทบกับ หลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมครับท่านประธานครับ ผมขอเอาตัวอย่างที่ ประธานสภาอุตสาหกรรมที่กล่าวติงรัฐบาลวันที่ ๑๕ พฤษภาคม นายสันติ วิลาศศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมกล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ของรัฐบาลว่า การเลือกการปรับขึ้นภาษีไม่เหมาะสมกับช่วงภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ ประชาชนยังขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าจับจ่ายบริโภคอยู่แล้ว การเลือกขึ้นภาษีสรรพสามิต น้ํามันในช่วงนี้เท่ากับการสร้างปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยโดยตรง ท่านประธานสภาครับ สมาชิกหลายท่านอภิปรายทางซีกฝ์ายค้านไม่เห็นด้วย แต่ว่าผมจะ ขอโยงกับการท่องเที่ยวครับท่านประธานครับ การท่องเที่ยวและการส่งออก เราจะปฏิเสธ ไม่ได้ เพราะว่าเปึนรายได้หลักของประเทศประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานสภา ที่เคารพรักครับ ประเทศไทยเรานี่ถ้าจะไปเที่ยวต่างประเทศทุกวันนี้ก็ไม่กล้าไปครับ เพราะว่าอะไรครับ กลัวจะติดโรคหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ นี่แหละครับ ฉะนั้นที่ดี ที่สุดคือเราควรจะเที่ยวภายในประเทศ ต่างประเทศที่มาเที่ยวนะครับ ทางยุโรปหรือว่า ทางสแกนดิเนเวียที่ท่านประธานไปกับผม ๓-๔ ประเทศเขาผูกขาดประเทศไทย กันหมดเลย แต่ละซีซัน (Season) เขาจะมาเที่ยวกันทั้งนั้นแหละครับ ในเมื่อประเทศไทย จะเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันอย่างนี้แล้วการท่องเที่ยวจะเปึนอย่างไร รายได้จะเปึน อย่างไร ท่านประธานลองคิดดูก็แล้วกัน ฉะนั้นการขึ้นภาษีน้ํามันจะส่งผลกระทบกับ เศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะชาวบ้านไม่รู้อิโหน่อิเหน่นี่ครับ จะได้รับ ผลกระทบอย่างมาก ฉะนั้นปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเปึนผลกระทบต่อการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต น้ํามันนี่ครับ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านข่าวเมื่อวานนี้จากคณะกรรมการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม กล่าวบอกว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการปรับตัว สมมุติว่าถ้ามีการเก็บ ภาษีเพิ่มของน้ํามันเปึนลิตรละ ๓๐ บาท จะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ฉะนั้นก็เห็นได้ว่าภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว ไม่ควรให้รัฐบาลที่จะมาขึ้นภาษี ในช่วงนี้เปึนอันขาด เพราะว่าอะไรครับ กําลังก่อร่างสร้างตัว ยังไม่เหมาะสมที่จะขึ้นภาษี สรรพสามิตน้ํามัน ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ ประชาชนไม่รู้เรื่องอิโหน่อิเหน่ ก็เหมือนกัน ทุกวันนี้การทําไร่ทํานาก็ต้องใช้น้ํามัน แล้วก็นักท่องเที่ยวเหมือนกันครับที่มา จากต่างประเทศเขาจะมานั่งรถทัวร์ ๒ ชั้น เห็นไหมล่ะครับจะไปเปึนขบวนเลย ผู้บริการเดินรถก็ต้องร้องโอดครวญว่าทําไมราคาน้ํามันขึ้นเหลือเกิน และอีกอย่าง ประเทศไทยของพวกเรามันอยู่ได้ก็เพราะว่าของถูกแล้วก็ดี ถ้ารัฐบาลปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันนะครับ ของเถื่อนมาแน่นอนตามชายทะเล ฉะนั้นพวกผมในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายวันนี้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ที่จะมาขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาครับ ท่านประธานครับ ขอให้รัฐบาล ไปคิดหาวิธีการอื่นได้ไหมเพราะว่าขณะนี้ประชาชนเขาก็แย่แล้วละครับ คนที่ไม่มีอันจะกิน ก็ต้องแย่ลงไปอีก การท่องเที่ยวคิดว่าเปึนรายได้หลักของประเทศชาติของพวกเราก็ โอดครวญมาแล้ว ทั้ง ๆ ที่ว่ารัฐบาลดูแลการท่องเที่ยวแล้วก็ภาคอุตสาหกรรม แต่ทําไม ไม่คิดว่าถ้าขึ้นภาษีสรรพสามิตไปแล้วมันจะผลกระทบขนาดไหน ท่านประธานครับ ผมขอบอกกล่าวไปกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านก็เปึนคนหนุ่มรุ่นใหม่ ไฟแรงครับ ท่านมีความคิดสร้างสรรค์ ท่านจะหาเงินเข้ากระเปิา อย่าเอากระเปิาซ้าย เข้ากระเปิาขวาได้ไหมครับ กองทุนน้ํามันครับเมื่อก่อนนี้มีทั้งหมด ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท พอท่านโยกมาจากกระเปิาซ้ายมาเข้ากระเปิาขวา ตอนนี้มันเหลืออยู่ ๑๒,๕๐๐ ล้านบาท มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ อยากจะให้ท่าน คิดว่าการปรับขึ้นภาษีอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่นะครับ แล้วส่วนอื่นก็จะขึ้นตามมาเหมือนกัน ท่านเปึนรัฐมนตรีอยู่กรุงเทพมหานคร พวกผมเปึนคนต่างจังหวัด ตอนนี้ข้าวของแพงขึ้นไป หมดแล้วครับ ไข่เปึด ไข่ไก่ฟองละ ๔ บาท ๕๐ สตางค์ ท่านประธานครับ เมื่อก่อนนี้ไข่ นายกรัฐมนตรีสมัครก็ว่าแพงนะครับ ๒ บาท ไข่นายกรัฐมนตรีสมชาย ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ก็ว่าแพงนะครับ ขณะนี้ไข่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ๔ บาทแล้วครับ มะนาว ลูกละ ๑๐ บาท ๑๕ บาท ท่านประธานครับ อย่างนี้ประเทศชาติ ประชาชนอยู่ได้อย่างไร พวกผมอภิปรายวันนี้ก็อยากจะเตือนรัฐบาลว่า ยังไม่สมควรขึ้นขณะนี้ โดยเฉพาะ โครงการอุตสาหกรรมครับ ออกมาท้วงติงหลายท่านแล้วครับ อันนี้ผมเอาเฉพาะตัวอย่าง นะครับ เอาเฉพาะตัวอย่างมาอ่าน เพราะว่าเวลามันมีจํากัด แล้วก็การท่องเที่ยว ก็เหมือนกันได้รับผลกระทบเปึนอย่างยิ่งเลย อย่างนักท่องเที่ยวไปทางภาคอีสาน ก็ต้อง เหมารถทัวร์ไป ไปทางใต้ครับ ไปลงทะเลก็มีเรือยอร์ซ เรือสําราญ อันนี้ยิ่งไปกันใหญ่ครับ แล้วใครจะมาเที่ยวเมืองไทยครับ ท่านประธานครับ ไปเที่ยวต่างประเทศก็กลัวติดไข้หวัดนกอีก ไข้หวัดใหญ่อะไรนี่ละครับ ฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปทางคณะรัฐบาลว่า ช่วงนี้ยังไม่เหมาะสม ยังไม่จําเปึนที่จะขึ้นภาษีอะไรต่าง ๆ บุหรี่ เหล้าไปหมดแล้ว น้ํามัน ก็จะไปอีกแล้วครับ แล้วประเทศไทยเราจะอยู่ได้อย่างไร ผมขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐบาลว่า ควรจะชะลอไปสักพักหนึ่งเพราะว่าขณะนี้ยัง ไม่เหมาะสม ขอกราบขอบคุณมากครับ
คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์นะครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงมาตรการของรัฐบาลในเรื่องของ การเก็บภาษีน้ํามันนะครับ ถ้าถามใจทุกคนว่าการขึ้นภาษีนั้นใครชอบบ้าง ผมคิดว่า น้อยคนที่จะบอกว่าชอบ แต่ถ้าเมื่อเรามาพิจารณาในความจําเปึนของรัฐบาลแล้วก็ ความเร่งด่วนต่าง ๆ แล้วก็เหตุผลประกอบต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้คิดคํานวณแล้วก็ได้คิด ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว ผมคิดว่าถ้าเรามามองอีกมุมหนึ่ง ผมขออนุญาตที่จะมอง ต่างมุมกับท่านอื่น ๆ นะครับว่า ในแง่ของการขึ้นภาษีน้ํามันนั้นความดีของมันก็ยังมีอยู่ นะครับ อย่างเรื่องแรกที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ อยากให้ทุกคนตระหนักว่าน้ํามัน เปึนสินค้าที่นําเข้าซึ่งประเทศไทยเรานั้นไม่ได้ผลิตเองหรือผลิตเองได้น้อยมาก ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี่ล่ะครับก็คือเราต้องเสียเงินตราไปต่างประเทศ ฉะนั้นถ้าเกิดเราคงระดับ ราคาน้ํามันให้สูงขึ้นในระดับที่พอสมควร สมเหตุสมผล อย่างน้อยก็จะเปึนกระตุก จิตสํานึกของผู้ใช้ว่า ให้ต้องมีความระมัดระวังในการใช้น้ํามันมากขึ้นหน่อยนะครับ สิ่งที่ผมได้เห็นชัดเมื่อประมาณปลายป้ที่แล้ว ตอนที่น้ํามันเบนซินลงมาที่ประมาณ ๑๕-๑๖ บาท จะเห็นได้ชัดนะครับว่า ปริมาณผู้ใช้น้ํามันแล้วก็รถนี่เยอะมาก แต่ในขณะนี้เมื่อน้ํามันเริ่มกลับมาที่ประมาณ เกือบ ๆ ๓๐ บาททุกคนก็เริ่มที่จะมาคิดว่า การใช้น้ํามันนั้นควรจะใช้แบบสมเหตุสมผล นะครับ ฉะนั้นในแง่นี้ผมคิดว่าการที่รัฐบาลนั้นเลือกที่จะเพิ่มภาษีในการเก็บเงินภาษี เข้ารัฐบาลนั้นผมคิดว่าเปึนสิ่งหนึ่งที่ทําได้นะครับ และผมคิดว่าสิ่งนี้ไม่ได้กระทบโดยตรง กับผู้บริโภคทุกคน เพราะว่าจะกระทบเฉพาะผู้บริโภคที่ใช้น้ํามัน แล้วก็หลายท่านอาจจะ มองไปข้างหน้าว่า ราคาน้ํามันอาจจะกลับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ ๑๔๐ เหรียญหรือ ๑๓๐ เหรียญนะครับ แต่โลกนี้ไม่มีความแน่นอนนะครับว่า ถ้าเปึนไปได้เกิดเราโชคดีราคาน้ํามัน กลับลงมาเหลือที่ประมาณ ๓๐ เหรียญกว่าบาร์เรล เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนต้นป้ เปึนไปได้ว่าเราอาจจะใช้น้ํามันราคาเท่าเดิม โดยที่รัฐบาลได้เงินภาษีเข้าไปด้วย แล้วประชาชนก็ยังใช้น้ํามันในราคาที่ไม่ได้สูงเกินไป นั่นคือข้อที่ ๑ นะครับ
ข้อที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ เรื่องของการที่ระดับราคาน้ํามันนั้น สูงในระดับหนึ่งนะครับ จะเปึนการช่วยอุตสาหกรรมในประเทศด้วย เพราะว่าอย่างที่ ทราบครับว่าประเทศเรานั้นมีสินค้าเกษตรหลายอย่างที่สามารถนํามาผลิตเปึนน้ํามันได้ เช่น มันหรืออ้อยนะครับ ผมทราบมานะครับว่า ราคาของเอทานอลนั้นในความเปึนจริง แล้วโดยเฉลี่ยอยู่ที่ ๒๔ บาทต่อลิตร อันนี้อาจจะไม่ตรงเสียทีเดียวนะครับ นั่นหมายความว่า ถ้าเกิดราคาน้ํามันนั้นลงมาต่ํากว่าที่ ๒๔ บาทเมื่อไร อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับพลังงาน ทางเลือกก็จะมีปัญหาครับ โรงงานหลายโรงงานนั้นก็จะประสบปัญหาว่าไม่สามารถที่จะ ขายได้นะครับ แล้วต้องเก็บเอทานอลนั้นอยู่ในสต็อกมากเกินไป การที่น้ํามันกลับไปอยู่ ที่ระดับประมาณ ๓๐ บาทนี่นะครับ อาจจะทําให้อุตสาหกรรมนี้มีโอกาสเติบโตได้ ในอนาคต แล้วผมคิดว่ามันเปึนผลประโยชน์ ๒ ด้านนะครับ ด้านหนึ่งก็คือประเทศเรานั้น ลดการสูญเสียเงินที่เอาเงินจะไปซื้อน้ํามันนะครับ แล้วอีกด้านหนึ่งก็เปึนการส่งเสริม อุตสาหกรรมภายในประเทศ แล้วก็ยังส่งเสริมต่อไปถึงอุตสาหกรรมชาวไร่เกษตรกรที่ปลูก อ้อย ปลูกมันให้สามารถที่จะขายสินค้าเกษตรได้ในราคาที่ดีด้วยครับ
ประการสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือว่า การที่เราต้องใช้น้ํามันในราคา ที่แพงขึ้น จะเปึนการกระตุ้นนะครับว่า ให้ประชาชนทั่วไปที่ใช้ชีวิตประจําวันอยู่นี่ครับ จากเดิมที่อาจจะคิดถึงความสะดวกสบายแล้วก็ใช้ รถส่วนตัวนะครับ ในการเดินทางไปมา แต่ถ้าเกิดรัฐบาลนั้นเร่งรัดที่จะทํารถสาธารณะนะครับ ระบบขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น มีรถ ซึ่งสามารถให้ประชาชนทั่วไปนั้นใช้บริการได้สะดวก ก็จะเปึนการช่วยลดการใช้น้ํามันได้ อีกทางหนึ่ง ผมคิดว่าสิ่งที่ผมนํามากล่าวเรียนก็คือว่า สิ่งที่รัฐบาลได้ทํามาในวันนี้ผมคิดว่า เหมาะสมกับเวลาและโอกาสนะครับ ขอบคุณครับ
นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ตามที่รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษี สรรพสามิตในครั้งนี้ ในความเห็นผม ผมไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ผมไปอ่านดูรายละเอียด แล้วท่านประธานครับ คํานวณคร่าว ๆ นอกจากรัฐบาลชุดนี้จะจัดเก็บภาษีน้ํามันเพิ่มไป แล้ว ๕ บาทยังไม่พออีกครับ ยังออกพระราชกําหนดมานี่ไปดูคร่าว ๆ อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้น ถึง ๒ เท่า จาก ๕ บาทเปึน ๑๐ บาท ส่วนใหญ่นะครับ ผมว่ามันมากเกินไป มันไม่เหมาะ กับเวลาทั้งหลายทั้งปวงท่านประธาน เราบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไปขึ้นน้ํามัน เพื่อนสมาชิกหลายท่านยังไม่ทราบครับ คนธรรมดาแบบพวกผม พวกท่านนี่จะใช้น้ํามัน ไม่มากหรอกครับ เมื่อเทียบกับผู้ประกอบกิจการทั้งหลายพวกขนส่งทั้งหลาย แล้วเงินนี้เขาไปเก็บกับคนจนครับ คนจนส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบไม่ว่าบรรทุกอ้อย บรรทุกมัน บรรทุกปอ ทุกชนิดละครับ พืชไร่ทุกชนิด แม้แต่ขนส่ง ผมอยากเรียนนะครับว่า การขึ้นครั้งนี้มันเหมือนกับไปรีดเลือดปู ท่านประธาน เมื่อไร เราจะเลิกไปรีดเลือดปู ท่านประธานครับ ท่านรัฐบาลชุดนี้ก็บอกว่าจะช่วยเหลือคนยาก คนจน มันช่วยตรงไหนบ้างครับ ตั้งแต่ทํามานี่มันกระตุ้นตรงไหนบ้าง คนจนได้ ผลประโยชน์ตรงไหนบ้าง ๒,๐๐๐ บาท คนจนก็ไม่ได้ครับ ได้คนที่ฐานะพอดี พอใช้ คน ผู้สูงอายุตอนนี้บางทีบางแห่งก็ยังไม่ได้ เพราะ อบต. บอกเขาใช้เงิน อบต. อุดหนุนมา ตลอด ตอนนี้รัฐบาลจะให้เงิน อบต. อุดหนุนเขาก็ไม่อุดหนุนมันก็เลยเกิดปัญหา แทนที่จะได้เสียงกลับได้เสียครับ การแทรกแซงนี่เพื่อนสมาชิกบอกว่า เรื่องการแทรกแซงราคาหลายอย่าง เช่น น้ํามัน พวกพืช เปึนสิ่งที่ไม่ดี จะทําให้พี่น้อง ประชาชนเห็นแก่ตัว ซึ่งในความเห็นผมครับ ประเทศเราไม่ใช่ประเทศที่เจริญแล้วนะครับ ท่านประธาน ประเทศเราเปึนประเทศที่กําลังจะพัฒนา กําลังจะเท่านั้นท่านประธาน ไม่ใช่กําลังพัฒนาด้วยซ้ําไป เพราะอะไรครับ ก็เห็นกันอยู่ จีดีพี ต่ําเกือบที่สุดในเอเชีย ท่านประธาน การขยายตัวของ จีดีพี ต่ํารองบ๊วยเลยครับท่านประธาน เห็นแล้วน่า อเนจอนาถ ในอดีตนี่ท่านชาติชายจะเปึนเสือตัวที่ ๕ เดี๋ยวนี้เปึนอะไรก็ไม่รู้ครับ ยังมีโรค ติดตัวอีกต่างหาก รัฐบาลต้องคิดดี ๆ นะครับในการดําเนินการเรื่องนี้ ผมอยากเรียน ว่าทําไมต้องทําเพราะอะไรครับ ประชาชนส่วนใหญ่ของเมืองไทย ท่านประธานครับ เปึนคนที่ยากจนไม่เคยมีโอกาสอะไรเลยครับ ขาดทั้งโอกาส ขาดความรู้ ขาดความสามารถ แล้วที่สําคัญครับ กลไกตลาด ประชาชน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของ คนไทยไม่รู้ มีรู้อยู่หยิบมือ ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วพวก ๕ เปอร์เซ็นต์นี้เอาเปรียบประชาชน ตลอดครับ น้ํามันขึ้นมาพวกนี้ไม่กระทบครับ กระทบคนยากจนครับ ชาวรากหญ้าของ พวกผม ของท่านประธานที่พวกเราไปดูแลเขานี่ไปตรงไหนก็บ่นเรื่องขึ้นน้ํามันนี่ครับ ๕ บาทยังไม่พอจะขึ้นอีกเปึน ๒ เท่า ถึงแม้ท่านจะขึ้นไม่เต็มที่นะ ท่านบอกจะเอา เงินกองทุนมาโปะ ท่านอย่าโม้เลยครับกองทุน ท่านสมัครไม่เก็บเงินเข้ากองทุนครับ ท่านมายกเลิก รัฐบาลไหนก็รวยครับแบบนี้ ท่านเก็บเงินเข้ากองทุนลิตรละ ๕ บาท สบายครับ เปึนแบบนี้มันก็รวย แต่ที่ไหนได้ท่านประธาน ไม่พอใช้ครับ ตอนนี้ถังแตก หรือเปล่านี่ บอกว่าจะเอาเงินนี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเอาไปใช้จ่าย ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ ถังแตกมากกว่า ผมติดใจเพื่อนสมาชิกบางคนที่พูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมบอก หรือเปล่านี่ บอกว่าจะเอาเงินนี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเอาไปใช้จ่าย ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ ถังแตกมากกว่า ผมติดใจเพื่อนสมาชิกบางคนที่พูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมเคยขอร้องว่าอย่าไปพูดถึงเรื่องเก่า ถามว่าสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณชดเชย เงินกองทุนให้เกษตรกรมีใครด่าท่านไหมครับ ท่านตรึงไว้ที่ ๑๘ บาทท่านประธาน จะใช้เงินเท่าไรครับ ไม่มีปัญหา ตรึงไว้ที่ ๑๘ บาท เกษตรกรชาวรากหญ้า ชาวไร่ ชาวนา ชาวประมงทุกคนได้รับ แต่ว่าถ้าจะให้ปล่อยไปตามกลไกตลาดอย่างที่ท่านว่านะ เจ๊งครับ ชาวไร่ ชาวนาเจ๊ง ๆ เจ๊ง ๆ อุตสาหกรรมเจ๊ง ๆ เจ๊ง ๆ เหมือนเดี๋ยวนี้เจ๊ง ๆ เจ๊ง ๆ เห็นไหมครับท่านประธาน เจ๊งจนไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ ไปขึ้นภาษีน้ํามัน เปึนต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมครับ เจ๊ง ท่านจะไปทําร้ายเศรษฐกิจทําไมอีกล่ะครับ ผมอยากให้ท่านถอนไปเหมือน พ.ร.ก. พ.ร.บ. ที่ท่านถอนไปนี่ ท่านอย่าไปทําเลยครับ เก็บ ๕ บาทมันก็เกินไปแล้วครับ ตอนนี้น้ํามันตลาดโลกลดลงจาก ๑๔๗-๑๕๐ ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ตอนนี้เหลือประมาณ ๔๐-๖๐ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ํามันในตลาด เมืองไทย ขออภัย ทะลึ่ง ทะลึ่งสูง สูงจนเรางงท่านประธาน ไหนว่าประชาชนมาก่อนครับ ตอนนี้ ปตท. เขาไม่ได้เปึนพี่ใหญ่แล้ว วัน ๆ ก็แสวงหาแต่ผลประโยชน์ ผมได้ทราบข่าวว่า ปตท. ตอนนี้กักตุนน้ํามัน ผมอยากอ่านข้อที่ออกพระราชกําหนดให้พี่น้องประชาชนที่ฟัง วิทยุได้ฟังนะครับ มาตรา ๑๘๖ ในระหว่างสมัยประชุม ถ้ามีความจําเปึนต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากร หรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ โดยด่วนและลับนะครับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน จะตรานี่ต้องด่วนและลับครับ ผมเห็นรัฐบาลชุดนี้ไม่รู้ ด่วนอย่างไรครับ เขารู้กันก่อนล่วงหน้าเปึนอาทิตย์ ภาษีเหล้าก็ขึ้น โอ้โฮ เขารู้กันเกือบ ๒ อาทิตย์ครับ ยี่ปัูว ซาปัูว เก็งกําไรกันรวยกันเละ บริษัทใหญ่รวยกันเละเทะท่านประธาน บุหรี่ก็เก็งกัน โอ้โฮยี่ปัูว ซาปัูวรวยกันเละ ใครครับ ใครครับซวย ประชาชนครับ คนยากจนครับ ตอนนี้ไปกินของแพง แต่ปรากฏว่าตอนนี้เท่าที่รู้นะครับ ตัวแทนขายเหล้า แต่ละจังหวัดได้กําไร ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทกันเปึนแถว ผมก็ไม่เข้าใจ ครับ มันลับตรงไหน อันนี้ก็เหมือนกันครับ น้ํามันประกาศแล้วประกาศอีกไม่รู้จะไป ประกาศอะไรนักหนา มันน่าจะบอกพรุ่งนี้เอาเลยครับ แต่นี่มันบอกนานเกินไป ท่านประธาน ผมดูแล้วมันจะผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญหรือเปล่าครับ มันไม่ลับเลย รู้กัน หมดโดยถ้วนหน้านะครับ ประชาชนเขาด่าท่านมาเปึนอาทิตย์แล้วครับ จึงอยากฝากท่าน ประธาน เพื่อผ่านไปถึงรัฐบาลชุดนี้ เอะอะก็จะเอาเงินเก็บ กู้เงินบอกจะไปกระตุ้น เศรษฐกิจ ๑.๑๗๖ ล้านบาท เปึนอย่างไรครับ กระตุ้นไหมครับ ตอนนี้ จีดีพี ติดลบไป ๖-๗ แล้วครับ ท่านบอกว่า จีดีพี จะดีขึ้น นี่ก็ไปโม้อีกแล้วครับ ไม่ทราบว่าใครโม้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปบอกลูกน้องให้ท่านพูดหรือเปล่าครับ บอกกู้เงิน ๑.๔ ล้านล้านบาทนี่จะทําให้ จีดีพี ป้ ๒๕๕๓ โต ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ฝันหรือเปล่าครับ ป้นี้ท่านบอกว่าไม่มีทางติดลบ ผมบอกได้เลยครับ ตอนนี้บอกได้เลยลบ ๕ นี่อย่างต่ําป้นี้ นะ แน่นอนท่านประธานจะลบมากกว่านี้หรือไม่ เราไม่รู้ครับ ประเทศจีนนะครับ เขารวมกันเขาสามัคคีกันเขายังไปแย่ ๆ เลยครับ เขายังทํานายว่าเศรษฐกิจเขานี่เปึนบวก ๑ บวก ๒ เขาก็ดีแล้ว เขาก็ดีใจ แต่ของเราโม้ว่าเราบวกแน่นอนไม่มีลบ แล้วตอนนี้เปึน อย่างไรครับ ทุกคนประเมินออกมา ลบ ๕ อย่างต่ําต่างประเทศก็บอกตัวเลขเช่นเดียวกัน ครับ แต่ผมว่าถ้าฝ้มือเปึนแบบนี้นะอาจจะติดลบ ๑๐ ท่านประธาน เรื่องจะกระตุ้น เศรษฐกิจนี่ท่านประธานครับ ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี เงินที่ค้างตามท่อต่าง ๆ ในกระทรวงนะครับ เขาเรียกว่า เงินค้างท่อ ถ้าสมัยรัฐบาลทักษิณ ป์านนี้ท่านไปไล่ออกมาแล้วครับ ไล่ออกมาจะให้ใช้จ่าย ตอนนี้รัฐบาลบอกง่าย ๆ ว่ามัน ถังแตกจริง ๆ ท่านประธาน เพราะอะไรครับ ขนาดเงินหวยบนดิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่หาไว้ในสมัยท่านทักษิณ หวยบนดินนะครับ ท่านจะจับเขา ท่านจะเอาเขาติดคุก ติดตะราง ครม. จะให้ติดคุก แต่มีรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งบอกเงินนี้เปึนเงินหลวง เปึนเงินของรัฐบาลจะนําเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ท่านประธานแบบนี้ชาวบ้าน บ้านผมเขาบอกหน้าไม่อายนะท่านประธาน เขาเรียกว่า หน้าไม่อายนะ ด่าเขาแล้วไปเอา เงินเขามาใช้ เขาเรียกว่าหน้าไม่อาย ท่านประธาน แล้วอย่าไปโม้ล่ะ เรื่อง จีดีพี ที่ผมอยาก แนะนําท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี นั่นคือเงินค้างท่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ นะครับ พูดถึงงบมหาดไทย ท่านประธานครับ ตอนนี้ปรากฏว่ามีปัญหามาก ผมได้ไป ติดตามเรื่องเงินนี้นะครับ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการงบประมาณ ได้พิจารณาร่วมกัน โดยคณะกรรมาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะ อบต. อบจ. เทศบาล เขาได้เสนอโครงการผ่านขั้นตอนรับหลักการทุกอย่างเรียบร้อยหมด แต่ท่านประธานทราบไหมครับ รัฐบาลชุดนี้ทําอย่างไร ถ้าใครเปึนรัฐบาลเอาไป ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ผมดูแล้วมันตลกครับ นี่ใช้อํานาจโดยมิชอบขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ประชาชนเขาของบประมาณมามันก็ต้องกระจายเฉลี่ยไปตามพื้นที่ แต่ปรากฏว่ามีการใช้ อํานาจบาตรใหญ่อีกแล้วครับท่านประธาน ใครเปึนรัฐบาลให้ไป ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าพื้นที่ไหนเปึนฝ์ายค้านให้ไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีคนสองคนครับท่านประธาน ถ้ายังทําแบบนี้อีกผมจะพูดชื่อตรง ๆ ดําเนินการแบบนี้ในทางดําเนินการเปึนการกระจาย งบประมาณนี่นะท่านประธานครับ มันต้องเหมาะสมและชอบธรรม ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ท่านบอกตลอดว่าจะทําให้เกิดความเปึนธรรมและโปร่งใส อันนี้มันโป์งครับ แต่มันไม่ใส มันไปโป์งที่หนึ่งที่ใด โป์งจนงงนะท่านประธาน ได้ข่าวว่าจะไปโป์งบางจังหวัด ในภาคอีสาน ใครอยู่ฝ์ายค้านเอามันให้ตาย เขาไม่ทํากันหรอกครับท่านประธาน ไม่มีรัฐบาลไหนเขาทํากันแบบนี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกับสํานักงบประมาณ ได้พิจารณากันเรียบร้อยท่านประธาน อบจ. อบต. ทุกส่วนเขาขอกันมาเรียบร้อย อยู่ดี ๆ จะไปโยกย้ายงบประมาณผมว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญนะท่านประธาน มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ท่านใช้อํานาจโดยมิชอบ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องดูนะครับ ท่านเปึนประธาน คณะกรรมการการกระจายอํานาจ ท่านกรุณาดูหน่อยครับ ถ้าเปึนไปได้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ปล่อยออกมาเถอะครับ ท่อมันตันท่านล้างท่อออกมาให้หมดเถอะ แล้วมันจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ครับ อยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ และคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คนสุดท้ายครับ เชิญคุณจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่า พระราชกําหนดที่รัฐบาลเสนอเข้าสภานี้เกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต อยากกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้าเราฟัง มองดูเพียงจุดเล็ก ๆ จุดเดียว ไม่ว่าภาษีอะไร ผมก็เชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนคงไม่อยากให้เพิ่มภาษีแม้แต่ประเภทเดียว แต่ถ้ามองในภาพรวม ท่านประธานครับ มองในภาพรวมก็ต้องถามรัฐบาลว่าการขึ้นภาษี ครั้งนี้มีความจําเปึนมากน้อยขนาดไหน ซึ่งความจําเปึนนั้นท่านได้ระบุไว้ใน เอกสารที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าวันนี้ถ้าเผื่อเราเลือกได้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เลือกได้ ท่านกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเลือกได้ คงเลือกไม่ต้องกู้ เลือกไม่ต้องเก็บภาษี เลือกไม่ต้องขายทรัพย์สมบัติชาติ ถ้าท่านเลือกได้ ท่านคงอยากจะพิมพ์ธนบัตรอย่างเดียวแล้วก็สร้างมันทุกอย่างที่ก่อให้เกิดความสุขกับ ประชาชน แต่ว่าความจริงของโลกมันทําอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเราอยู่ในโลกของส่วนรวม ที่มีคู่ค้าคู่ขายอีกเต็มไปหมด ทุกอย่างมีกติกาครับ เมื่อวันนี้เราต้องเลือก ถามว่าทางเลือก ที่รัฐบาลมีนั้นอะไรที่เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดอย่างที่เราจะให้เปึน วันนี้ถาม ได้ว่ารัฐบาลจะเอาเงินมาจากไหน เรียนฟรี รักษาฟรี ค่าน้ํา ค่าไฟคนจนฟรี รถเมล์ รถไฟฟรี แม้กระทั่งถนนไร้ฝุ์นที่เราจะสร้าง แม้กระทั่งแหล่งน้ําอีกเปึนแสนล้านบาทที่เราจะสร้าง ให้กับเกษตรกรในชนบท แม้กระทั่งสร้างบ้านให้คนจน บ้านเอื้ออาทร รัฐบาลอุดหนุน หลังละ ๘๐,๐๐๐ บาท บ้านมั่นคง รัฐบาลอุดหนุนหลังละ ๖๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลจะเอา เงินจากไหนมารับจํานําสินค้าเกษตรอีกเปึนแสนล้านบาท รัฐบาลจะเอาเงินจากไหนมา ล้างผลขาดทุนของ คชก. คือคณะกรรมการที่รับจํานําสินค้าเกษตร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราต้องถามตัวเองครับว่า เมื่อเราพิมพ์ธนบัตรเองไม่ได้เราจะทําอย่างไร ถ้าวันนี้มีบทเรียน ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็น ถ้าบอกว่าวันนี้เชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่อยากจะให้ขึ้นภาษี ท่านก็มีทางเลือกครับ ท่านไปปรับลดงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ลงครับ เพราะว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้นผมก็บอกว่าพวกผมนั้นไม่ได้ร่าง แต่ยอมรับว่า งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เมื่อผ่านมาแล้วต้องใช้ก็ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่เช่นนั้น วันนี้แล้วท่านมีทางเลือกครับ ปรับลดงบประมาณเหมือนป้ ๒๕๔๑ ครับ งบประมาณ ป้ ๒๕๔๑ ซึ่งตอนนั้นปรับลดเปึนแสนล้านบาท แต่ถามว่าถ้าปรับลดงบประมาณแล้ว มีผลกระทบต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจไหม มีครับ คนจนเดือดร้อนครับ คนกําลังรอ ความช่วยเหลือเดือดร้อนครับ ฉะนั้นรัฐบาลจะทําอย่างไร ผมหันมาดูว่ารัฐบาลเลือกเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีรัฐบาลมีให้เล่นเยอะแยะครับ จะภาษี นิติบุคคล จะภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีอะไรสารพัด วันนี้ท่านสมาชิกบอกว่าให้เก็บภาษี นิติบุคคลมาก ๆ สูง ๆ รายใหญ่ ๆ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลชุดที่ผ่านมาก่อนหน้าพวกผม บอกว่า จะเก็บภาษีนิติบุคคลให้ต่ําที่สุดในอาเซียน และพวกผมก็เห็นด้วยครับว่าควรจะ ทําอย่างนั้นเพื่อดึงการลงทุนมาประเทศไทยครับ แต่ถามว่าเมื่อวันนี้เลือกเปึนภาษี สรรพสามิต ถามว่าภาษีสรรพสามิตนี่คือภาษีอะไร ส่วนใหญ่เก็บจากสินค้าฟุ์มเฟ๋อย ใช่ไหมครับท่านรัฐมนตรีครับ ช่วยยืนยันผมหน่อย ส่วนใหญ่ภาษีสรรพสามิตเก็บจาก พรมครับ บ้านเศรษฐีมีพรมครับ บ้านชาวบ้านมีแต่ดินครับ แก้วคริสตัลชาวบ้านไม่มี ซื้อครับ มีแก้วพลาสติกครับ สนามกอล์ฟคนจนไม่มีโอกาสเล่นครับ ไพ่คนจนไม่มีโอกาส เล่นครับ สนามม้าคนจนไม่มีโอกาสไปครับ อาบอบนวดคนจนไม่มีโอกาสไปครับ บาร์ ผับ คนจนไม่มีเงินเที่ยวครับ บุหรี่ สุรา รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถยนต์คนจนก็ไม่มีสตางค์ซื้อครับ คนจนขึ้นรถเมล์ครับ คนจนขึ้นรถไฟครับ ไม่มีเงินขึ้นเครื่องบินครับ ภาษีแบตเตอร์รี่ครับ แล้วก็มาถึงภาษีน้ํามัน เมื่อเปึนเช่นนั้นเห็นแล้วว่าภาษีสรรพสามิตคือภาษีที่เก็บจากสินค้า ฟุ์มเฟ๋อยท่านประธานครับ มันก็เปึนเครื่องมืออันหนึ่งซึ่งจะปรับช่องว่างของรายได้ระหว่าง คนรวย คนจน เก็บจากคนรวยมามาก ๆ เก็บภาษีสูง ๆ เอาภาษีนั้นมาช่วยคนจนอย่างที่ ผมกราบเรียนท่านประธานมา เรียนฟรีครับ รักษาพยาบาลฟรีครับ มีแหล่งน้ําครับ มีถนน ไร้ฝุ์นครับ มีอะไรอีกจิปาถะ น้ํา ไฟต้องมีครับ แต่เมื่อเปึนเช่นนั้นแล้วถามว่ารัฐบาลในการ เก็บภาษีน้ํามันบอกว่าเพิ่มภาษีสรรพสามิตจะเก็บได้ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ต้องถามบอกว่า แล้วที่รัฐบาลประกาศไว้ตอนที่ผ่านงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ล่ะ งบประมาณก็บอกชัดเจน ครับว่า งบประมาณนี้จะต้องขาดดุลก็คือต้องกู้ เมื่อต้องกู้ก็มีความคาดหวังครับ ท่านประธานครับ ความคาดหวังในขณะนั้นที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกไม่มีปัญหาครับ ท่านประธานครับ เศรษฐกิจโลกไม่มีวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ไม่มีวิกฤติอนุพันธุ์ ไม่มีวิกฤติ สถาบันการเงินที่สหรัฐอเมริกา ไม่มีวิกฤติสภาพคล่องทั้งโลก แล้วก็ไม่มีวิกฤติของโลก ไข้หวัดใหญ่ แล้วก็ไม่มีวิกฤติเรื่องการเมืองภายในประเทศครับ วันนั้นเรายังบอกว่า เราขาดดุล พอมาวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องรับผิดชอบไปเต็ม ๆ คือบอกว่ามันขาดดุลเกินกว่าที่ว่าไว้ที่คาดการณ์ไว้ ใช่ครับ แน่นอนที่สุดเลย ถามว่า เงิน ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเผื่อดูด้วยความเปึนธรรมครับท่านประธานครับว่าเงินที่มัน ขาดมันหายไปไหน ท่านประธานกรุณาไปดูว่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่เราเก็บ เมื่อก่อนราคา น้ํามันบาร์เรลละ ๑๔๐ เหรียญครับท่านประธาน วันนี้ไม่ถึง ๖๐ เหรียญต่อบาร์เรล แปลมาเปึนราคาน้ํามันในประเทศ นั่นคือส่วนต่างของค่าน้ํามันที่หายไปครับ เมื่อก่อน ลิตรละ ๔๒-๔๓ บาท เรามีภาษีมูลค่าเพิ่มมหาศาล ตรงนี้หายไปครับ รัฐมนตรีต้องชี้แจง ให้พวกผมทราบครับว่านี่หายไปเกือบแสนล้านบาทใช่ไหม รวมทั้งมาตรการ ๖ เดือน ของรัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย ซึ่งผมบอกว่าดีนะครับ มีประโยชน์สําหรับคนจน แล้วรัฐบาลพวกผมก็มาทําต่อเนื่อง ตรงนี้ก็ทําให้รัฐบาลขาดรายได้จากภาษีไปอีก ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วท่านยังประสบกับภาวะการท่องเที่ยวที่ติดลบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ภาวะการส่งออกซึ่งท่านยังเก็บภาษีกับผู้ส่งออกไม่ได้อีกลบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านมีภาระจากนิติบุคคลภาษีที่ลดลงไป ภาษีบุคคลธรรมดาที่ลดลงไป แล้วก็คนตกงานที่เพิ่มขึ้นล้านกว่าคน ถามว่ารัฐบาลจะเอาเงินมาจากไหนในเมื่อรัฐบาล พิมพ์ธนบัตรเองไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องบอกครับว่านี่ละคือภาษีฟุ์มเฟ๋อย คือภาษีน้ํามัน ผมไม่เถียงครับว่าผมนั้นก็ไม่อยากจะให้ขึ้นภาษีน้ํามัน เพราะว่าคนในชนบท ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรก็ต้องเติมน้ํามันเหมือนกัน เติมน้ํามันรถอีแต๋น เติมน้ํามันรถไถ เติมน้ํามันมอเตอร์ไซค์ แต่ท่านประธานครับ ผมไปดูรัฐบาลก็เพิ่มภาษีมาจริง ๆ แต่ถามว่า ตรงนี้รัฐบาลเขาก็ดูให้ครับว่าภาษีน้ํามันที่เก็บเพิ่ม จริง ๆ แล้วก็ไปเก็บจากคนรวย มากกว่าคนจน ผมดีใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั่งอยู่ตรงนี้ครับ ท่านจะบอกผมได้เลยว่าภาษี สรรพสามิตน้ํามันนี่ครับ กับเงินชดเชยจากกองทุนน้ํามัน ท่านบอกได้เลยว่าวันนี้รถเก๋ง ที่ใช้น้ํามันอยู่ รถเก๋งคือคนรวยมีสตางค์ครับท่านประธาน เติมน้ํามันเบนซินครับ กองทุนไม่ได้ชดเชยครับ คนจนจะมีฐานะหน่อย คนจนก็คือชาวบ้านมีรถกะบะครับ ใช้ดีเซลครับ ผมไปดูตารางนี้ถ้าผมผิดท่านกรุณาแก้ให้ผมด้วยว่าวันนี้รัฐบาลยังชดเชย ผ่านกองทุนนี้ลิตรละ ๓ บาท ๓๔ สตางค์สําหรับน้ํามันดีเซลใช่หรือไม่ ถามว่าคนจน ได้ประโยชน์ตรงนี้ไหม ผมเชื่อว่าได้ เมื่อเปึนเช่นนั้นแล้วผมอยากจะถามกับท่านประธานว่า ถ้าเปึนอย่างนั้นแล้วสภาจะต้องผ่านหรือไม่ผ่านพระราชกําหนดฉบับนี้รับได้หรือรับไม่ได้ ผมถามว่าวันนี้คนไทยยังรออยู่ไหมครับ ยังคาดหวังอยู่ไหมว่ารักษาฟรีจะไม่ล้มเลิกนะ เพราะว่ารัฐบาลต้องหาสตางค์มาให้ได้ เจ็บป์วยจะตายอย่างไรต้องไปโรงพยาบาล ต้องรักษาฟรีนะ โรงเรียนเพิ่งเป่ดเทอมอาทิตย์นี้เปึนอาทิตย์แรกครับ รัฐบาลยืนยัน ใช่ไหมครับว่าค่าเทอมเทอมที่ ๒ ไม่ต้องเสียยังเรียนฟรีทั้งป้รวมถึงป้หน้าด้วยใช่ไหมครับ รัฐบาลจะยืนยันไหมครับว่าถนนไร้ฝุ์นยังจะต้องทําต่อไป รัฐบาลยังยืนยันไหมว่าบ้าน สําหรับคนจน บ้านมั่นคง บ้านเอื้ออาทรยังต้องทําต่อไป รัฐบาลยังยืนยันไหมครับว่า ต้องจํานําสินค้าเกษตร แล้วเราก็เห็นครับอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ประกาศแล้วถ้าเผื่อขายข้าวโพด ราคาขณะนั้นรัฐบลขาดทุน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเงินเอามาจากไหน พิมพ์เองได้ไหม ไม่ได้ครับท่านประธาน มันก็มีทางเลือกอยู่ไม่กี่ทางครับท่านประธาน ถ้าบอกว่าวันนี้ไม่อยากให้ชาวบ้านเจ็บปวดจากการขึ้นภาษีน้ํามันก็ต้องมีคนเจ็บปวดครับ เจ็บปวดจากการปรับลดโครงการของรัฐบาลลงคืองบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งพวกผมไม่ได้ ร่างครับ แต่ว่าเรากําลังใช้อยู่ปัจจุบันนี้จนถึงสิ้นเดือนกันยายน ถามว่าจะเอาอย่างนั้นไหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีทางเลือกครับ ถามสมาชิกสภาได้ว่าจะเอาอย่างนั้น ไหม บทเรียนมีแล้วป้ ๒๕๔๑ เราจะปรับลดงบประมาณไหม เราบอกว่าวันนี้เราขาดดุล ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะปรับลดงบประมาณไหมครับเพื่อให้มันสมดุล แต่การทํา อย่างนั้นก็เปึนการหลอกตัวเองเพียงแค่เพื่อสมดุล แต่คนจนอีกกี่แสนคนอีกกี่ล้านคน ต้องเดือดร้อน ฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลนั้นได้หาทางเลือกที่เจ็บน้อยที่สุด ไม่ใช่ ไม่เจ็บนะครับ เจ็บครับแต่เจ็บน้อยที่สุดสําหรับทางเลือกทางออกที่มีอยู่ ไม่เช่นนั้นถ้าเผื่อ อย่างนั้นก็บอกว่า เอาละต่อไปนี้ก็ป่ดประเทศแบบประเทศพม่าก็แล้วกัน ไม่ต้องกิน ไม่ต้องหาล่ะ ถนนก็ไม่ต้องสร้าง โรงเรียนก็ไม่ต้องไป ป้นี้รัฐบาลไม่มีเงินทุกคนหยุดก่อน เมื่อรัฐบาลมีเงินแล้วค่อยทําไปใหม่ ประเทศบริหารอย่างนั้นไม่ได้ครับ ฉะนั้นวันนี้เมื่อผมดู ภาพรวมแล้วผมอยากจะขอสนับสนุนถึงแม้ว่าจะเปึนการสนับสนุนที่ไม่อยากจะให้ ขึ้นภาษีแต่ผมคิดว่าเปึนทางออกที่เลวน้อยที่สุดที่มีครับ ไม่ใช่ทางออกที่ดีนะครับ ท่านประธานครับ เปึนทางออกที่เลวน้อยที่สุดแล้วก็เจ็บปวดน้อยที่สุด แล้วภาระนี้ที่ท่านเก็บ ผมเชื่อมั่นว่าทั้งหมดนี้ที่ท่านจะต้องทํา ภาษีทรัพย์สินจะต้องถูกด่ามากเพราะจะเก็บภาษี จากคนรวยเพื่อมาช่วยความทุกข์ของคนจน ท่านจะต้องเก็บภาษีสรรพสามิตในสิ่ง ฟุ์มเฟ๋อยอีกเยอะครับ ไม่ใช่แค่ภาษีน้ํามันเท่านั้นในอนาคต ฉะนั้นอย่าไปป่ดกั้นตัวเอง นะครับว่า ขึ้นอันนี้แล้วไม่ขึ้นอะไรอีก ไม่ใช่ครับ ภาษีสรรพสามิตคือภาษีฟุ์มเฟ๋อยครับ นี่ยังเปึนเครื่องมือให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีว่าการยังใช้ได้อีกในกรณีที่เราจําเปึน จะต้องหาเงินมาพัฒนาประเทศ หาเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อผมได้ดูเหตุผลครบ รอบด้านแล้วผมคิดว่าผมอยากจะวิงวอนให้สภานั้นได้ช่วยกรุณาผ่านกฎหมาย ฉบับนี้ว่า เปึนทางออกที่เลวน้อยที่สุดแล้วก็ประชาชนเจ็บปวดน้อยที่สุดครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ แต่เดี๋ยวนี้เราประกาศไปแล้ว สินค้ามันขึ้นไปหมดแล้ว สินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นหมดแล้ว แต่ว่าพี่น้องเกษตรกรคนยากคนจน คนด้อยโอกาสไม่ได้ประโยชน์ตรงนี้เลย เสียหาย น้ํามันแพงวันนี้เกษตรกรซื้อรถแทรคเตอร์ (Tractor) กันเยอะมากเพื่อทํานาปรัง ปรากฏว่า ขณะนี้น้ํามันขึ้นทําให้การเพาะปลูกนั้นขาดทุนตั้งแต่ตอนนี้แล้วเพราะรัฐบาลได้ประกัน ราคาไปก่อนที่จะมีประกาศพระราชกําหนดนี้ขึ้นมา น้ํามันขึ้นทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้น ลําบากมากขึ้น รถเกี่ยวข้าว รถบรรทุกขนส่งอันนี้ต้องบวกราคาไปหมดหลังจากวันนี้ ท่านประธานครับ น้ํามันแพง ปุิยก็แพง ปุิยยังไม่เคยลงเลยครับ ตั้งแต่น้ํามันแพงคราวที่แล้ว ปุิยยังไม่ลงเลย แล้ววันนี้ถ้าน้ํามันแพงขึ้น ปุิยก็ต้องขึ้นอีก มันมีผลทําให้อาหารสัตว์ก็ต้อง แพงขึ้น อาหารสัตว์ก็ไม่เคยราคาลงเลยครับ เพราะมันผูกขาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่กี่บริษัท แต่ว่ามันสําปะหลังนั้นวันนี้ราคาถูก ข้าวโพดซึ่งอยู่ในสต็อกของรัฐบาลจะขาย ไม่ขาย จะขายไม่ขายแต่ว่ารัฐบาลเสียหาย ค่าเช่าโกดังครับ ค่าเช่าโกดังวันละเท่าไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูสิเราเสียหายวันละเท่าไร เดือนละเท่าไร ลําไยก็เหมือนกันครับ ลําไยที่ค้างในสต็อก ๓-๔ ป้มาแล้วไม่บริหารจัดการใด ๆ เพราะว่าคนที่ได้ประโยชน์คือ เจ้าของโกดังเก็บลําไยนอนอยู่เฉย ๆ ลําไยเน่าอยู่ในโกดังก็ยังต้องจ่ายเงินให้เขา ท่านประธานที่เคารพ ข้าวนาปรังป้นี้เชียงรายเยอะมาก ลิ้นจี่ไม่ต้องพูดถึงครับ ตายไปแล้วครับ เดี๋ยวกระผมบอกว่าเขาใช้หนี้ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ไม่ได้ แล้วใครรับผิดชอบ ที่สวนตอนนี้ปล่อยให้ลิ้นจี่เน่าไปแล้วครับ ร่วงหล่นไปหมด เพราะว่าไม่คุ้มกับค่าเก็บ แรงงานเก็บวันละ ๒๐๐-๒๕๐ บาท แต่ลิ้นจี่ที่สวนกิโลกรัมละ ๕ บาท ไม่มีใครดูแลครับ เขาบอกว่าลิ้นจี่อยู่ได้อย่างมากก็ ๗ วัน ลืม ๆ ไปนะครับ ลืม ๆ ไป เดี๋ยวก็พ้นฤดูปัญหาก็จบแล้ว นี่คือรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น่าเศร้าครับ ที่บ้าน กระผมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเรียกพี่น้องเกษตรกรไปประชุม ปรากฏว่าวันนั้นมีเช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาทไปด้วย เอามาโชว์ให้พี่น้องเกษตรกรกระผมเห็น เขาบอกว่าเจ็บกระดองใจ เจ็บใจ จะเอาไปเบิกจะเอาไปทําอะไรก็เอาไปแต่เอามาโชว์ให้ดูทําไม น้ํามันก็ขึ้นราคา ต้นทุนก็สูงแล้วเขาก็ไม่ได้ประโยชน์จากเงิน ๒,๐๐๐ บาทอีก ปลาป์นก็จะแพงครับ น้ํามันขึ้นนี่ ปลาป์นแพงครับ เดี๋ยวจะมีน้ํามันม่วง น้ํามันเขียวมาอีกแล้ว คือถ้ามันถูกมันเรียกร้อง ไม่ได้เดี๋ยวก็มาเดินขบวนแล้วครับคอยดูว่าไม่เกิน ๑ เดือนจะมีการเดินขบวน น้ํามันเขียว น้ํามันม่วง น้ํามันแดง อะไรก็แล้วแต่คนเหนือไม่เคยได้หรอกครับ น้ํามันสีต่าง ๆ นี่ คนอีสานก็ไม่เคยได้ ทํามาหากินเหมือนกัน ๒ มาตรฐานมาตั้งนานแล้ว ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งออก กู้เงินมาลงทุน จะใช้อีกกี่ล้านล้านบาทครับ แล้วแน่ใจหรือว่ามันจะแก้ปัญหาได้ สิ่งแรกที่รัฐบาลจะต้องทําคือความสมานฉันท์ เอาความยุติธรรมกลับมาให้กับประเทศแค่นั้นพอแล้วความเชื่อมั่นมันจะกลับมา พี่น้อง กระผมลงพื้นที่เขาบอกว่ารัฐบาลชุดนี้มือถือสากปากถือศีล ปากก็พูดอย่าง ใจก็ทําไปอีก อย่างหนึ่ง ไม่แน่ใจนะครับ เขาบอกมา ท่านขึ้นภาษี จริง ๆ แล้วมันต้องลดภาษี ถ้าลดภาษีแล้วก็คือว่าคืนกําไรให้พี่น้องทุกชนชั้น การลงทุนที่น้อยที่สุด ณ วันนี้เมื่อความเชื่อมั่นกลับมาแล้ว ต้องให้ความสําคัญกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทุกอย่างมีพร้อมหมดแล้ว ใส่เงินให้เขาไป เยอะ ๆ สิครับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถ้าความเชื่อมั่นกลับมาง่ายที่สุดแล้วก็เร็วที่สุด เปึนไปได้มากที่สุดก็คือการท่องเที่ยว จากวันนี้ไปผลไม้ สินค้าเกษตรทุกอย่างจะถูกหมด ให้ท่านรัฐมนตรีซื้อไปสิครับ แล้วเอาไปแจกนักท่องเที่ยวที่จะกลับบ้าน แพ็ค (Pack) เปึน แพ็คเล็ก ๆ แจกเขาไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เงินนิดเดียวครับมันจะสร้างเสน่ห์ให้กับ ประเทศไทย ท่านครับ ทุกวันนี้นักธุรกิจขาดทุน ล้มละลาย คนจนจนจมดินไม่มีโอกาส ได้โผล่ขึ้นมา แต่คนกลุ่มเล็ก ๆ รวยขึ้น รวยขึ้น ด้วยสาเหตุใดกระผมไม่ทราบ ดังนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ภาวการณ์อย่างนี้กระผมแนะนําท่านว่าคืนอํานาจให้กับพี่ น้องประชาชน ยุบสภาครับ แต่ถ้าบอกว่าสภาไม่ผิด กระผมเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ลาออกจะได้บริหารจัดการประเทศใหม่ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ครับ
ต้องขอขอบคุณท่านประธานนะครับ นั่งฟังอยู่หลายชั่วโมง กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เดี๋ยวผมขออนุญาตท่านประธานตอบข้อซักถามท่านสมาชิก ๓-๔ ประเด็นหลัก ซึ่งถ้าไม่ตอบเกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เข้าใจกัน แล้วลําดับนั้นแล้วก็คงจะเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคงมาสรุป
สําหรับประเด็นแรก ที่อยากจะทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกที่มีประเด็น มาว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๘๖ วรรคสอง พ.ร.ก. ฉบับนี้นั้น จะต้องนําเสนอต่อสภาภายในสามวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษา ถามว่าเกินกําหนดเวลาหรือเปล่า ก็กราบเรียนท่านสมาชิกว่า พ.ร.ก. ที่ได้ตราขึ้นนั้น ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ แล้ววันที่ ๑๔ คือวันรุ่งขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีจดหมายจากสํานักนายกรัฐมนตรีมาที่ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอได้โปรดนําเสนอสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งก็คือหลังจากถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพียงวันเดียว
สําหรับประเด็นที่สอง ที่มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันกว้างขวาง ผมเกรงว่า เดี๋ยวท่านผู้ฟังทางบ้านจะสับสนก็คือตัวเลขของการขึ้นเพดานภาษีน้ํามัน ๑๗ ป้แล้ว ที่ไม่เคยได้ขยายเพดานมา ล่าสุดป้ ๒๕๓๕ แล้วหลังจากนั้น ๑๗ ป้ก็คือวันนี้ที่ได้มาขยาย เพดาน ซึ่งถือว่านานแล้ว ๑๗ ป้ การขยายเพดานนั้นขยายเพิ่มจาก ๕ บาทต่อลิตร เปึน ๑๐ บาทต่อลิตรก็จริง แต่การขึ้นภาษีตามกฎกระทรวงของกระทรวงการคลังหรือ กรมสรรพสามิตนั้น ขึ้นเพียงแค่ลิตรละ ๒ บาท ไม่ใช่ ๕ บาทอย่างที่ท่านได้เข้าใจ สําหรับ เจตนารมณ์ในการขึ้นครั้งนี้ ผมอยากจะเพิ่มเติมและเน้น ๒ เรื่องเท่านั้นเอง
เรื่องแรกก็คือ เรื่องของการส่งเสริมการประหยัดพลังงาน เพราะเราถือว่า ราคาที่เหมาะสมควรจะเปึนราคาที่ประชาชนควรจะบริโภคในระดับที่พอเหมาะ
เรื่องที่สอง คือ เรื่องของการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในทุก ๆ ทาง รัฐบาลเองก็มีแนวนโยบายชัดเจนในเรื่องของเอทานอล เรื่องของเอ็นจีวี แอลพีจี (LPG) อะไรต่าง ๆ ซึ่งเดี๋ยวรายละเอียดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคงจะเรียน ให้ที่ประชุมทราบ
สําหรับเรื่องที่สาม ที่มีท่านสมาชิกอภิปรายกันอย่างมากมายคือ เรื่องของ การกักตุน เรื่องของการปราบปราม เรื่องของบุหรี่เถื่อนทะลักเข้ามา น้ํามันเถื่อน อะไรต่าง ๆ บุหรี่ผมก็พูดไปแล้วทีหนึ่งเมื่อเช้านี้กับเหล้า เราก็ได้มีเจ้าหน้าที่ จากสรรพสามิตทั้งหมด ๖๐๐ คน ศุลกากรอีก ๑,๐๐๐ คน ทํางานอย่างหนักมาประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ในจังหวัดสุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของบุหรี่และเหล้า จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสงขลา อีกสักครั้งนะครับ จังหวัดหนองคาย จังหวัดเชียงราย จังหวัดระยอง จังหวัดตราด และน้ํามันก็ทางด้านสงขลา ภาคใต้นะครับ ก็ได้มีการจับกุมในช่วงที่ผ่านมา คือในช่วง ๑-๑๗ พฤษภาคม คือ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เองนะครับ ก็มีคดีน้ํามันทั้งหมด ๔๘ ราย มีเปึนค่าปรับทั้งหมด ๑,๕๕๗,๒๑๕ บาท ส่วนในช่วงที่มีข่าว ๑๒-๑๓ พฤษภาคม ก็มีการจับกุมดําเนินคดีน้ํามัน ๒๙ ราย ๒ วัน ๒๙ ราย เปรียบเทียบปรับไป ๗๐๔,๖๔๖ บาท อีกเรื่องหนึ่งที่อาจจะมีความเข้าใจ คลาดเคลื่อนนะครับ หลักในการจัดเก็บภาษีสุรา เพราะเห็นท่านพูดกันมาว่าแล้วจะได้ กําไรเปึนหลาย ๆ หมื่นล้านบาท ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ทางกรมสรรพสามิต เราจัดเก็บภาษีเมื่อขนสุราออกจากโรงงาน ไม่ได้เก็บจากสต็อกตามที่ท่านเข้าใจนะครับ ไม่ได้เก็บจากสต็อกที่มี แม้ว่าจะสต็อกมามากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่เราไม่ได้เก็บจากตรงนั้น และปริมาณการเสียภาษี จะกราบเรียนว่าในช่วงระยะ ๔-๕ เดือนที่ผ่านมาภาษีสุราเราได้ ประมาณ ๒๓,๕๙๓ ล้านบาท จากเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายนนะครับ ซึ่งก็สูงกว่าในป้ก่อน ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ๕ เปอร์เซ็นต์นี้ก็ถือว่าไม่ได้สูงผิดปกติตามดังที่ท่านเข้าใจว่า เปึนหมื่น ๆ ล้านบาทนะครับ เรื่องเอทานอลสักนิดหนึ่งนะครับ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ กําลังการผลิตจาก ๒ แสนลิตรต่อวันเพิ่มเปึน ๓,๑๕๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่า เพิ่มค่อนข้างสูงนะครับ นั่นก็คือนโยบายของรัฐบาลชัดเจนในเรื่องของการสร้างโรงงาน เอทานอลซึ่งเปึนพลังงานทดแทนที่จะมาแทนน้ํามันในอนาคต ส่วนเอ็นจีวีนั้นก็มีตัวเลขว่า จะเพิ่มปัูมน้ํามันอย่างน้อยประมาณ ๘๕ ปัูมภายในสิ้นป้นี้ที่เพิ่มขึ้น แล้วจะมีเพิ่มกําลังผลิต อีกประมาณ ๖๐๐ ตันต่อวัน แล้วทั้งหมดนี้ก็เปึนคําถามที่ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกได้ถามมา ส่วนคําแนะนําหรือข้อสังเกตต่าง ๆ นั้นที่เปึนประโยชน์ผมก็ได้จดทุกคําพูดนะครับ ๔-๕ ชั่วโมงที่ผ่านมา ก็คิดว่าจะเอาไปพิจารณาเปึนประโยชน์ สิ่งใดที่เปึนประโยชน์ ต่อประชาชนคิดว่ารัฐบาลนี้เราจะทําให้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง วันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังก็ได้ชี้แจงประเด็น เกี่ยวกับการแก้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตทั้ง ๒ ฉบับ แล้วได้มีการชี้แจงต่อ คําถามในรายละเอียดต่อท่านสมาชิกไปหลายคําถาม ในส่วนของผมเองผมก็อยากจะขอเรียน นะครับว่า วันนี้ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และเปึนประโยชน์ ต่อการทํางานของพวกเราที่อยู่ในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติและพระราช กําหนดทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การพิจารณา อย่างไรก็แล้วแต่ผมจะขอเรียนเพิ่มเติมสะท้อน ถึงข้อคิดเห็นของสมาชิกหลายท่านที่ได้เรียนต่อสภาแห่งนี้นะครับว่า ถ้าไม่จําเปึนเรียน ตามตรงเลยครับ ไม่มีรัฐบาลไหนอยากที่จะพิจารณาปรับเพิ่มภาษีที่คิดกับพี่น้อง ประชาชน ไม่ว่าจะเปึนภาษีประเภทใดก็แล้วแต่ แต่ข้อเท็จจริงในโลกของความเปึนจริง ก็คือ รัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน สมาชิกหลายท่าน ได้ตั้งคําถามว่า แทนที่จะปรับภาษีเพิ่มขึ้น ทําไมไม่หาวิธีที่จะช่วยเหลือประชาชน ผมก็จะ ขออนุญาตเรียนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วก็สมาชิกคนหนึ่งของ รัฐบาลชุดปัจจุบัน ว่าเปึนเพราะรัฐบาลได้พยายามที่จะหามาตรการเพื่อที่จะลดภาระของ พี่น้องประชาชนในหลาย ๆ รูปแบบ รัฐบาลจึงมีความจําเปึนที่จะต้องเข้าถึงแหล่งเงิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาฟรีจริง ไม่ว่าจะเปึน การรักษาพยาบาลฟรี จะเปึนเรื่องของการลงทุนเพื่อให้การเดินทางสัญจรไปมาของพี่น้อง ประชาชนมีความสะดวกมากขึ้น เรื่องของการเข้าถึงแหล่งน้ําเพื่อการเพาะปลูกของพี่น้อง ที่เปึนเกษตรกร ล้วนแล้วแต่เปึนภารกิจของรัฐบาลที่รัฐบาลมองว่ามีความจําเปึน และเปึนภารกิจที่รัฐบาลจําเปึนต้องใช้เงินทุนมหาศาล พวกเราทราบกันดีครับว่า ประเด็น ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาก็ทําให้มีผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล ทางด้านภาษี ที่เก็บจากพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งก็ทําให้เราต้องปรับลดงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ แล้วนี่ก็คือ ที่มาของแผนไทยเข้มแข็งของทางรัฐบาล ซึ่งได้มีความพยายามที่จะนําเสนอต่อ สภาแห่งนี้เพื่อให้มีโอกาสได้พิจารณา ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปสู่ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านนะครับว่า ส่วนตัวผมเองผมก็รู้สึกผิดหวังที่วันนี้เราไม่ได้มีโอกาสพิจารณาตัวพระราชกําหนดตามที่ ทางรัฐบาลได้นําเสนอ สาเหตุที่ทางรัฐบาลได้นําเสนอเปึนรูปของพระราชกําหนดก็เพราะ เรามองว่ามีความเร่งด่วนจริงที่จะต้องนําเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้เพื่อประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งได้มีการชี้แจงอภิปรายโดยท่านสมาชิกไปแล้วว่ามีความจําเปึน ที่จะต้องใช้เม็ดเงินประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการที่จะชดเชยการขาดดุล งบประมาณเพิ่มเติม แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือความจําเปึนในส่วนอีกประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจะต้องใช้ในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ เพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหา ที่ท่านสมาชิกทั้งสองฝ์ายได้ชี้แนะกับทางรัฐบาลว่ารัฐบาลควรที่จะให้ความสําคัญ สมาชิก หลายท่านได้พูดถึงปัญหาเรื่องของการว่างงานของพี่น้องประชาชน ผมก็อยาก ที่จะเรียนนะครับว่าการที่เราพิจารณาว่ามีความจําเปึนจะต้องออกเปึนพระราชกําหนด เพื่อใช้เงินโดยด่วนก็เพื่อเราต้องการที่จะสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชน ในช่วงที่เรารู้และ เข้าใจว่าพี่น้องประชาชนกําลังประสบปัญหาที่ท้าทายอย่างยิ่งในเรื่องของการถูกเลิกจ้าง เพราะฉะนั้นการที่มีการยื่นตีความผมเข้าใจนะครับว่าเปึนสิทธิของสมาชิก แต่ขณะเดียวกันผมคิดว่าพวกเราต้องทํางานด้วยความรับผิดชอบด้วย เราก็ต้อง รับผิดชอบต่อผลที่จะเกิดขึ้นจากการล่าช้าของการนําแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนมามอบให้กับประชาชนได้มีโอกาส เพราะฉะนั้นในส่วน ของตรงนี้ผมก็จึงได้เรียนสะท้อนจากความรู้สึกว่าผมเสียดายแทนพี่น้องประชาชนนะครับ ที่โอกาสจะได้รับผลจากโครงการดี ๆ ของทางรัฐบาลนั้นอาจจะต้องสะดุดไปก็หวังว่า จะใช้เวลาไม่นานในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้เวลาในการพิจารณา ท่านได้พูดจา ถากถางในหลายครั้งหลายกรณีนะครับ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้อ้างว่าทางรัฐบาลคงจะต้องถอน ผมจะขอเรียนนะครับว่า แผนไทยเข้มแข็งนั้น เปึนแผนที่เรามีความมั่นใจว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับระบบเศรษฐกิจกับพี่น้องประชาชน โดยตรง เพราะฉะนั้นไม่มีการถอนครับ ไม่มีการถอนแน่นอน แต่ขณะเดียวกันผมเข้าใจว่า ทางวิปก็ได้พิจารณาว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ควรที่จะได้มีโอกาสในการพิจารณา โดยสภาพร้อมกันกับทางพระราชกําหนด เพราะฉะนั้นการเลื่อนเพื่อประโยชน์ของ เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนสามารถได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ที่มี ความเกี่ยวข้องสอดคล้องกัน ก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าอาจจะเปึนประโยชน์ โดยรวม ๆ ผมจะ ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ข้อเสนอในส่วนของการเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิต ก็ตามที่ สมาชิกหลายท่านได้ชี้แจง เปึนข้อเสนอการปรับเพิ่มภาษีที่เราคิดว่ามีผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนน้อยที่สุด ทางเลือกมีมากมายครับในเรื่องของภาษี ความจริงภาษีเงินได้ที่สร้าง รายได้ให้กับรัฐบาลมากที่สุดก็คือภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหลายท่านนะครับได้เสนอแนะว่าทําไม ไม่พิจารณาที่ปรับภาษีมูลค่าเพิ่มจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เพิ่มเปอร์เซ็นต์เดียวก็เพิ่มรายได้ ให้กับรัฐบาลได้หลายหมื่นล้านบาท เราก็ต้องขอเรียนนะครับว่าการเพิ่มภาษีลักษณะนั้น ก็จะเปึนการเพิ่มภาระในวงกว้างให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นความจําเปึนที่จะเพิ่มภาษี ในสินค้าที่มีการมองว่าเปึนสินค้าฟุ์มเฟ๋อยก็จึงเปึนทางเลือกที่สร้างความเจ็บปวดน้อย ที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ ภาษีน้ํามันก็ได้มีการชี้แจง แล้วเดี๋ยวสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็จะชี้แจง ในรายละเอียดเพิ่มเติม ทางรัฐบาลก็ได้บริหารเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระโดยการลด ส่วนของการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเพื่อทดแทนระดับภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น พวกเราก็จะสังเกตครับว่าราคาหน้าปัูมตั้งแต่วันที่พระราชกําหนดมีผลบังคับใช้ไม่ได้มี การปรับขึ้นเลย ทางรัฐบาลดูแลไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ในขณะที่รัฐบาลก็เข้าใจถึง ความจําเปึนที่จะต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อมารองรับโครงการต่าง ๆ ที่มีไว้สนองตอบต่อ ความต้องการของทางพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นการพิจารณาแผนปฏิบัติการไทย เข้มแข็งต้องดูให้ครบถ้วน ไทยเข้มแข็งเปึนแผนการลงทุนมูลค่า ๑.๕ ล้านล้านบาทของรัฐบาล มีเปัาหมายวัตถุประสงค์ชัดเจนครับที่จะสร้างงานสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ยกระดับความสามารถของประเทศชาติแล้วก็ลดต้นทุนการผลิตของภาคเอกชน ๑.๕ ล้านล้านบาท ก็มีที่มาของเงินทุนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเปึนงบประมาณ ไม่ว่าจะเปึน รายได้ของรัฐวิสาหกิจ และส่วนหนึ่งก็คือเงินกู้ที่รัฐบาลมีความจําเปึนต้องกู้ยืมเพื่อมาใช้ ในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ซึ่งผมก็หวังว่าในอนาคตอันใกล้เราจะได้มีโอกาสที่จะ พิจารณาในส่วนของเงินกู้และความจําเปึนนะครับ
อีกส่วนหนึ่งของรายได้ก็คือรายได้ภาษี ตรงนี้เราก็ต้องยอมรับ ความเปึนจริงครับ เมื่อรัฐบาลมีโครงการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่อง ต่าง ๆ ดังที่ผมได้ชี้แจงไปแล้ว ก็มีความจําเปึนเช่นเดียวกันที่ต้องปรับภาษีบางส่วนเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมก็จะขออนุญาตเรียนนะครับว่า การขอให้ทางสภาได้มีโอกาส พิจารณาพระราชกําหนดทั้ง ๒ ฉบับ ก็อยู่ในพื้นฐานของรายได้ที่เรามีความจําเปึนในส่วน ของทางรัฐบาลที่จะต้องนํามาใช้เพื่อให้ประชาชนยังมีโอกาสเช่นเดิมในการเข้าถึง การเรียนฟรี เข้าถึงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เข้าถึงการรักษาพยาบาลฟรี มีโอกาสได้ใช้ถนนหนทาง ต่าง ๆ นานาตามนโยบายของทางรัฐบาล และผมก็หวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับการเห็นชอบ โดยสภาแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ใคร่ขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงเพิ่มเติมถึงเรื่องที่กระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกของ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อันอาจจะเกิดจากการที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามัน อย่างไรบ้างนะครับ ขอเรียนว่าเพื่อเปึนการปัองกันและบรรเทาปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ พี่น้องประชาชนโดยทั่วไป เราก็ได้ใช้กลไกของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมาเปึนเครื่องมือ ในการที่บรรเทาปัญหา โดยการแทนที่ราคาขายปลีกของน้ํามันตามปัูมต่าง ๆ จะขึ้นทันที ลิตรละ ๒ บาท เราก็ทําให้ราคาน้ํามันคงที่ไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใดทั้งสิ้น ด้วยการลดอัตราการนําส่งเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ลดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงแทนนะครับ ไม่ใช่เอาเงินจากกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไปจ่ายภาษีแทน ประชาชนอย่างที่ ส.ส. บางท่านเข้าใจ ไม่ใช่นะครับ เราลดอัตราการเก็บเข้ากองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงอย่างไร เราเก็บในสัดส่วนที่สมดุลกับที่จะพึงขึ้นภาษี ยกตัวอย่างเช่น เบนซิน ๙๕ ๙๑ เราลดกองทุนน้ํามันลงลิตรละ ๒ บาท ๒๐ สตางค์ เบนซินแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ๙๑ ลดเงิน เข้ากองทุนน้ํามันลิตรละ ๑ บาท ๙๘ สตางค์ ดีเซลหมุนเร็ว บี (B) ๒ ลดกองทุนน้ํามันลิตรละ ๒ บาท ๒๐ สตางค์ ดีเซลหมุนเร็ว บี ๕ ลดเข้ากองทุนน้ํามันลิตรละ ๓ บาท ๑๓ สตางค์ บางท่านอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อกระทรวงการคลังขึ้นภาษีสรรพสามิตลิตรละ ๒ บาท ทําไมกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงลดอัตราการเก็บเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงลิตรละ ๒ บาท ๒๐ สตางค์ ๒๐ สตางค์มาจากไหน ขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในการคิดภาษีน้ํามันนั้น นอกจากจะมีภาษีสรรพสามิตแล้วมันมีภาษีเทศบาลอยู่ด้วย ซึ่งตาม พ.ร.บ. การจัดสรร เงินภาษีสรรพสามิตป้ ๒๕๒๗ นั้น ได้กําหนดไว้ว่า เมื่อมีการเพิ่มภาษีสรรพสามิตแล้วก็จะ มีการเพิ่มภาษีเทศบาลตามไปด้วยในอัตรา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของภาษีสรรพสามิต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒ บาท ก็คือ ๒๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นโดยปกติแล้วถ้าเราไม่ทําอะไรเลย ราคาน้ํามันจะเพิ่มขึ้นจากปกติลิตรละ ๒ บาท ๒๐ สตางค์ เราจึงลดการเก็บเงินเข้า กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงลิตรละ ๒ บาท ๒๐ สตางค์ ก็จะทําให้ราคาน้ํามันปกติไม่ขึ้นราคา แต่อย่างใดทั้งสิ้นนะครับ ถามว่าวิธีการเช่นนี้เราเคยทํามาก่อนหรือเปล่า คําตอบคือว่า ทํามาแล้ว ท่านคงจําได้นะครับ รัฐบาลสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ป้ ๒๕๕๑ คือตอนนั้น น้ํามันดิบในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแทบจะขึ้นทุกวัน สูงสุดต้นเดือนกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๑ น้ํามันดิบในตลาดโลกสูงถึง ๑๑๗ เหรียญต่อบาร์เรล ทําให้ราคาน้ํามันใน ประเทศไทยสูงถึงลิตรละ ๔๓-๔๔ บาท รัฐบาลของท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ดําเนิน มาตรการ ๖ เดือน ๖ มาตรการ เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังที่ ทุกท่านก็คงจะทราบดีอยู่แล้ว ในจํานวน ๖ มาตรการนั้น ๑ มาตรการคือการลดภาษี สรรพสามิตน้ํามันลง โดยลดภาษีน้ํามันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ลิตรละ ๓ บาท ๓๐ สตางค์ ลดภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ดีเซล บี ๒ ลิตรละ ๒ บาท ๓๐ สตางค์ ลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันบี ๕ ดีเซล ลิตรละ ๒ บาท ๑๐ สตางค์ เมื่อครบระยะเวลา ๖ เดือน ๖ มาตรการ เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๒ รัฐบาลก็พิจารณาเห็นว่าสถานการณ์ของน้ํามันนั้นได้คลี่คลายลงไปแล้ว ราคา น้ํามันปรับตัวลดลงมากอยู่ในระดับที่ไม่เปึนที่เดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน รัฐบาลก็เห็นว่า ไม่มีความจําเปึนที่จะดําเนินมาตรการนี้ต่อไป ก็ได้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ตามปกติเหมือนเดิม ซึ่งกระทรวงพลังงานก็ใช้กลไกกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนี้ล่ะครับ ไปช่วยเพื่อมิให้มีการขึ้นราคาน้ํามันทันทีทันใด ๓ บาท ๓๐ สตางค์ต่อลิตร ด้วยการใช้ วิธีการลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงอย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว ซึ่งก็ค่อยทํา ค่อยเปึนค่อยไป ก็ใช้การปรับ ๖ ครั้ง ใช้เงินกองทุนไปทั้งสิ้น ๒,๘๐๐ ล้านบาทในระยะเวลา เพียงเดือนเศษ เราก็ใช้วิธีการเดียวกันนี่ละครับมาทํากับครั้งนี้ ซึ่งเราคาดการณ์ว่าขณะนี้ เรามีเงินกองทุนน้ํามันอยู่ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เรามีภาระที่ต้องใช้เงินของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงยิ่งเก็บได้ลดน้อยลงประมาณเดือนละ ๕,๓๐๐ ล้านบาท โดยปกติจะมีเงิน ไหลเข้ากองทุนเดือนละประมาณ ๓,๖๐๐ ล้านบาท หักลบกลบหนี้ก็เท่ากับว่าเงินจะไหล ออกจากกองทุนเดือนละ ๑,๗๐๐ ล้านบาท เราก็กะว่าคงใช้เวลาประมาณสัก ๑ เดือน เราก็จะหมดภาระ บางท่านสงสัยว่าเมื่อครบ ๑ เดือนแล้ว หรือกองทุนน้ํามันหมดภาระ แล้ว ราคาของน้ํามันจะเพิ่มขึ้นจากเดิม ๒ บาทต่อลิตรใช่หรือไม่ คําตอบคือไม่เปึนเช่นนั้น หลังจากนั้นราคาน้ํามันจะเปึนเช่นไรมันขึ้นอยู่กับราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก ถ้าราคา น้ํามันดิบทรง ๆ อยู่ตัวราคาน้ํามันก็คงจะเท่า ๆ เดิม ถ้าปรับขึ้นราคาก็จะปรับสูงขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าปรับลดลงราคาน้ํามันอาจจะถูกลงก็ได้ เพราะฉะนั้นมันไม่แน่นอน นะครับ ขึ้นอยู่กับราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก แต่ไม่ใช่ว่าพอหมดภาระของกองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงแล้วราคาจะปรับขึ้นทันที ๒ บาทต่อลิตร คงไม่ใช่นะครับ ดูจากวันที่ ๖ พฤษภาคม วันที่ ครม. มีมติที่จะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันจนถึงวันนี้ปรากฏว่า มีการปรับขึ้นลงของราคาน้ํามันอยู่ตลอดเวลา มีการปรับขึ้นราคาน้ํามันครั้งละประมาณ ๒-๓ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ๔ ครั้ง และปรับลงครั้งละประมาณ ๑-๒ เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล ๔ ครั้งเช่นเดียวกัน แม้แต่วันนี้นะครับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาน้ํามันดิบดูไบ ที่ตลาดโลกดูไบบาร์เรลละ ๕๘ เหรียญ วันนี้วันจันทร์ก็มีการเทรดดิ้ง (Trading) กันใหม่ ก็ปรับลงมาเหลือ ๕๕ เหรียญต่อบาร์เรล อย่างนี้เปึนต้น มันขึ้นลงตลอดเวลา แล้วสถานการณ์แนวโน้มในอนาคตนั้นจะเปึนเช่นไร ขอเรียนให้ทราบว่า แนวโน้มสถานการณ์ น้ํามันคาดว่าจะทรงตัวโดยไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจ ของโลกเริ่มส่งสัญญาณฟุ๋นตัวก็ตาม ประกอบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐได้เริ่มอ่อนตัวลง ซึ่งส่งผลให้มีความต้องการน้ํามันดิบมากขึ้น ประกอบกับนักลงทุนเริ่มหันกลับมาลงทุน ในตลาดน้ํามันแทนตลาดเงินเหรียญสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามหากคํานึงถึงการปริมาณ การสํารองน้ํามันของโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูงแล้ว แนวโน้มของราคาน้ํามันดิบจึงไม่น่าจะ เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงมากนัก โดยกระทรวงพลังงานของสหรัฐ คือ ยูเอสดีโออี (USDOE) นี่นะครับ คาดว่าราคาน้ํามันดิบจะอยู่ในระดับประมาณ ๕๕-๖๕ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในส่วนของตลาดของผลิตภัณฑ์น้ํามันคาดว่าราคาน้ํามันดีเซลเริ่มมีแนวโน้มลดลง หลังจากผ่านฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ในขณะที่ราคาน้ํามันเบนซินเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก ความต้องการใช้สําหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตามก็ขอเรียนให้ทราบว่า รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานจะพยายามใช้กลไกกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้น มารักษาราคาของน้ํามันให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามเราจะไม่ใช้กองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงไปตรึงราคาน้ํามันเหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตระหว่าง ป้ ๒๕๔๗ ถึง ป้๒๕๔๘ ที่นําเงินกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไปตรึงราคาน้ํามันจนเปึนเหตุให้ กองทุนต้องมีภาวะติดลบถึง ๙๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหนี้ของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็คือหนี้ของประชาชนนั่นเอง ฉะนั้นโดยนโยบายของ รัฐบาลนี้ที่แถลงไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้นเราจะกํากับดูแลราคาของพลังงานให้อยู่ใน ราคาที่เปึนธรรมสอดคล้องกับกลไกของตลาดโลก เปึนไปตามกลไกของตลาดโลก อย่างแท้จริงนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงให้ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายได้ทราบด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
มีท่านรัฐมนตรีท่านใดจะต้องการชี้แจงเพิ่มไหมครับ ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าเราได้ อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควรครับ ขอป่ดการอภิปรายครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วก็กดปุ์มรายงานตนด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้กดปุ์มแสดงตนหรือมีปัญหาขัดข้องกรุณายกมือด้วยนะครับ ขอเจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๖๑ ท่าน ครบองค์ประชุม
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปผมจะถามท่านสมาชิกนะครับว่า ท่านเห็นควรให้ อนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ หรือไม่ ถ้าท่านเห็นควรอนุมัติให้กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นควร ไม่อนุมัติให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วยนะครับ งดออกเสียงกรุณากด งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านผู้ใดยังลงมติไม่เรียบร้อยไหมครับ ขอเจ้าหน้าที่ส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าประชุม ๒๙๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๔ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรเห็นควรอนุมัติพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ เรียบร้อย แล้วนะครับ
ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควร ผมเห็นสมควร ป่ดประชุมครับ