สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒

นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องการขยายเพดานภาษีน้ำมัน ซึ่งเขามีความเห็นว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำมันในการผลิตผลผลิต นอกจากนี้ เขายังชี้ว่าการเก็บภาษีน้ำมันจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรไม่สามารถที่จะผลิตได้ตามปกติ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ นิยม ช่างพินิจ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแจกจ่ายเงิน 50,000 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรที่มีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงราคาและภัยแล้ง

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในเรื่องของพระราชกําหนด ในการเพิ่มพระราชบัญญัติพิกัดและการเก็บภาษีสรรพาสามิตหรือภาษีน้ํามัน หรือพูด ง่าย ๆ ก็คือการขยายเพดานภาษีนะครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไป นะครับ แล้วก็เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ผมคิดว่ามันแก้ที่ปลายเหตุแล้วก็แก้แบบผิด ๆ โดยที่ว่าเงินคงคลังไม่มี ก็มาเรียกเก็บภาษี โดยการที่ขยายเพดานภาษีน้ํามันนะครับ จาก ๕ บาท เปึน ๑๐ บาท อย่างนี้ผมว่ามันเปึน สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าสิ่งที่สําคัญในการแก้ปัญหานี่ ถ้าเราคิดจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ทําไมไม่มองครับท่านประธาน มองถึงว่าในภาคผู้ประกอบการเล็ก ๆ ในเมื่อที่เขาลงทุน ไปแล้ว เพราะวัตถุดิบที่สําคัญก็คือน้ํามัน ในเมื่อเขาลงทุนไปปุ็บ ถ้าเกิดเขาไม่เหลือ ท่านประธาน ในเมื่อเขาไม่เหลือนี่เขาจะเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายใช้สอย เอาง่าย ๆ เปรียบเทียบง่าย ๆ พี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรรมที่ประกอบอาชีพทําไร่ ทํานา ต้นทุน การผลิตในการทํานาสูงขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของค่าน้ํามัน ค่าปุิยต่าง ๆ ในเมื่อมันสูงขึ้น ท่านประธาน ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาล แล้วเขาจะเหลือไหม ในเมื่อเขาไม่เหลือ แล้วเขาจะเอาเงินที่ไหนไปจับจ่ายใช้สอย แล้วไปซื้อของ แล้วมันจะเกิด การสร้างงาน เกิดการสร้างเศรษฐกิจได้อย่างไร ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการบริหาร ผมว่าไม่เปึนไปในทิศทางที่ถูกต้อง แล้วแบบผิด ๆ ด้วย แล้วในการเก็บภาษีน้ํามัน ผมพูดได้ว่ามีผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนขั้นรากหญ้าเปึนสิ่งที่เลวร้ายมากที่สุด อย่างผมจะ พูดได้เลยว่าผมเคยคุยกับพ่อค้า ไม่ว่าจะเปึนผู้ประกอบการ โรงสีต่าง ๆ เขาก็บอกเลย ผลกระทบไม่ใช่อยู่ที่เขา ในเมื่อราคาน้ํามันสูงขึ้น เขาก็บวกค่าบรรทุกสูงขึ้น แต่พี่น้อง เกษตรกรตายอย่างเดียว ประเด็นตรงนี้ แล้วก็ผมถามว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยในการ ประกันราคา เดี๋ยวผลกระทบก็ตามมาอีก เหมือนจะประกันราคาให้กับพี่น้องเกษตรกรก็ จริง แต่สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้น เขาก็บวกค่าบรรทุก แล้วก็มาบวกค่าความชื้นต่าง ๆ อะไร กลไกต่าง ๆ ของพ่อค้า อย่างไรเขาก็ตายอย่างเดียว แล้วตรงนี้เองนะครับ แล้วก็สิ่งที่ สําคัญที่ผมอยากจะถามว่า ในการเก็บภาษี

ประเด็นแรก จะเอาเงินไปลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจด้านไหนครับ ตรงนี้ถือว่า เปึนสิ่งสําคัญ ต้องชี้แจงด้วยนะครับว่าได้เงินมา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปกระตุ้น เศรษฐกิจ กระตุ้นด้านไหน ไม่ใช่เอาไปแจก ๒,๐๐๐ บาท เอาไปแจก ๒,๐๐๐ บาทนี่ ยังมี พี่น้องประชาชนต่อว่าเลย เขาบอกว่าแจกก็เกิดความไม่เสมอภาค บางคนเปึนผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ก็รับแล้ว ๒,๐๐๐ บาท เผอิญตัวเองไปทํางาน อยู่ที่ในภาคธุรกิจ อยู่ในระบบประกันสังคม ก็ได้รับอีก ๒,๐๐๐ บาท เปึน ๔,๐๐๐ บาท แล้ว ผมถามว่าพี่น้องประชาชนที่ไม่มีรายได้เลย เขาจะเอารายได้มาจากไหน เขาก็ไม่ได้ รับ แค่จ่ายเงินยังเกิดความไม่เปึนธรรม บางคนได้ ๔,๐๐๐ บาท ถ้าเปึนข้าราชการ ผู้ใหญ่บ้าน เปึนผู้ช่วยได้ ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็มาได้จากทํางานในภาคธุรกิจที่อยู่ในระบบ ประกันสังคมได้อีก ๒,๐๐๐ บาท อย่างนี้เปึนต้น

และประการที่สอง ที่ผมอยากจะถาม จากราคาน้ํามันตลาดโลกที่ผ่านมา ช่วงที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล ราคาอยู่ที่ ๑๔๗ เหรียญ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาก็อยู่ที่ประมาณ ๔๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้ราคาอยู่ที่ ๕๐ เหรียญ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ํามันตก ๒๐ กว่าบาท ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลว่า ส่วนต่างตรงนี้มันหายไปไหน ไปเข้ากองทุนเท่าไร กองทุนน้ํามันเท่าไร แล้วกองทุนอนุรักษ์เท่าไร หรือว่าค่าการตลาดเท่าไร แต่ผมเรียนให้ทราบเลยว่าถ้าเปึนค่า การตลาด โดยเฉพาะขายปลีกคงที่ ๗๐ กว่าสตางค์ ๘๐ กว่าสตางค์ ตรงนี้คงที่แน่นอน นะครับ แต่สิ่งที่ว่าราคาทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมา เพราะอะไร

แล้วประการที่ผมอยากจะถาม ในเมื่อที่บอกว่าจะไม่เก็บภาษีในช่วงนี้ จะเอาเงินกองทุนน้ํามันเอามาช่วยก่อน ผมถามว่ากองทุนน้ํามันมาช่วย มีเงินหมื่นกว่า ล้านบาท เอามาช่วยก็ได้แค่เดือน สองเดือน ถ้าเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เศรษฐกิจมันดีขึ้น ราคาน้ํามันตลาดโลกมันสูงขึ้น แล้วจะ เอาเงินที่ไหนมาช่วยกองทุน นี่คือประการที่ ๓

เพราะฉะนั้นอยากจะถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐบาล แล้วก็สิ่งที่สําคัญ ไปกว่านั้น ในการเก็บภาษีตรงนี้ ผมถามว่าจากราคาน้ํามันที่มันสูงขึ้นมาช่วงที่ผ่านมานี้ ผมอยากว่ารัฐบาลนี้เข้าไปดูบ้างไหม เกี่ยวกับสินค้าบริโภค อุปโภค ราคามันสูง ช่วงที่ ราคาน้ํามัน ๑๔๐ กว่าเหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ตอนนี้ราคาน้ํามันเหลือประมาณ ๕๐ เหรียญ ตอนนี้ราคาสินค้ามันมีลดบ้างไหม หรือรัฐบาลได้เข้าไปดูบ้างไหม โดยมี ผลต่างอย่างไร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องราคาปุิยที่พี่น้องเกษตรกรที่มีผลกระทบเปึนอย่าง มาก ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบ วันนี้เองนะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ของผมในจังหวัด พิษณุโลก ปัญหาที่สําคัญก็คือภัยแล้ง เขาก็ต้องสูบน้ําใต้ดิน สูบน้ําบาดาลเอามาใช้ ปัญหาตอนนี้น้ําท่วม เขาก็ใช้น้ํามันมาสูบน้ําออกจากไร่ออกจากนา อย่างนี้เปึนต้น ตรงนี้ ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นผมฝากเลยนะครับว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจผมว่ามันสวน กระแสแน่นอน แทนที่จะเอาเม็ดเงินนี่นะครับ แล้วถ้าท่านไม่เก็บภาษีเพิ่ม ผมว่าพี่น้อง ประชาชนคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรากหญ้าได้ผลประโยชน์แน่นอน แต่ถ้าท่านจะมาเก็บ อย่างนี้นะครับ ผมไม่รู้ว่าใครได้ประโยชน์ แล้วใครเสียประโยชน์ แล้วการที่เอาเงินไปลงทุน แล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร ผมยังมองไม่เห็นเลย แต่ถ้า บอกจะไปกระตุ้น ๒,๐๐๐ บาท หรือไปแจกอย่างนั้น ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าสิ่งที่ สําคัญคนที่ไม่มีโอกาสหรือคนที่ไม่มีรายได้นี่เขาจะมองอย่างไร นี่คือเราสังคมไทย เรานับถือศาสนาพุทธ และทุกศาสนาก็เหมือนกัน เขาก็อยากเห็นต้องช่วยคนที่ด้อยกว่า ไม่ใช่ช่วยคนที่มีรายได้ ตรงนี้นะครับ ก็คงจะฝากประธานไว้ ๓-๔ ประเด็นครับ ที่อยากให้ ตอบว่า เงินถ้ากระตุ้นจากการเก็บภาษีนี่จะนําไปลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร แล้วคาดว่าจะได้ผลอย่างไร แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุด ประเด็นที่ ๒ ก็คือราคาน้ํามัน ถ้าตลาดโลกสูงขึ้นนี่ถ้ากองทุนน้ํามันไม่มีเงินมาสนับสนุนจะทําอย่างไร แล้วก็สิ่งที่สําคัญ ก็คือว่าเราจะทําอย่างไรที่จะควบคุมสินค้าไม่ว่าอุปโภค บริโภคนะครับ ๓-๔ ประเด็น ขอบคุณมากครับท่านประธาน