อานิก อัมระนันทน์ หารือเรื่องภาษีน้ำมัน และระบุว่ารัฐบาลจำเป็นต้องขึ้นภาษีน้ำมันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ขึ้นมากเกินไป เพราะมีกองทุนน้ำมันที่เพียงพอเพื่อช่วยเหลือประชาชนในระยะสั้น และสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานว่า คงไม่มีรัฐบาลไหนหรอกค่ะที่อยากจะขึ้นภาษี ขึ้นเพื่อให้ ประชาชนเดือดร้อน แต่วันนี้รัฐบาลจําเปึนจะต้องขึ้นภาษีน้ํามัน ก็เพราะว่าเศรษฐกิจ ตกต่ํา รัฐบาลจําเปึนจะต้องเข้ามาดําเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้นลดค่าใช้จ่าย เช่น นโยบายเรียนฟรี หรือเบี้ยยังชีพคนชรา แล้วก็ในระยะยาวก็ต้องมีการลงทุนเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็เพิ่มศักยภาพให้ประเทศ หลังจากที่เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วนะคะ ประเทศเราจะได้มีความพร้อม เพราะฉะนั้นการขึ้นภาษีครั้งนี้ก็ขึ้นเพราะความจําเปึน อันนี้เปึนประเด็นแรกที่อยากจะเรียนนําเสนอ ทีนี้มีประเด็นที่ถกเถียงกันเรื่องของราคา ขายปลีก ราคาขายปลีกในขั้นต้น ดิฉันก็ขอยืนยันพร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่ได้ พยายามอธิบายแล้วว่า เนื่องจากมีกองทุนน้ํามันที่รัฐบาลสามารถจะนํามาใช้เกื้อหนุน ราคาขายปลีกในขณะนี้ได้ เพราะฉะนั้นราคาขายปลีกก็จะยังไม่ขึ้นไปเพราะภาษีขึ้น แต่ว่าสักระยะหนึ่งนะคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าอาจจะประมาณเดือนหนึ่งที่มีการประมาณไว้ ในที่สุดราคาขายปลีกก็จําเปึนจะต้องขึ้นนะคะ แต่ว่าก็จะไม่ได้ขึ้นในอัตราที่สูงเท่ากับ อัตราภาษี ก็อยากจะขอเรียนยกตัวอย่างคร่าว ๆ สมมุติว่า อย่างเราดูน้ํามันดีเซล ซึ่งก็เปึนน้ํามันที่ใช้กันมาก ภาษีขึ้น ๒ บาท ๒๐ สตางค์ เมื่อก่อนนี้จนถึงเมื่อไม่กี่วันมานี่ ผู้ใช้น้ํามันดีเซลก็จะต้องมีส่วนในการจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ๑ บาท ๗๐ สตางค์ แต่ว่าวันนี้กองทุนน้ํามันมีเงินเพียงพอก็จะเปึนผู้จ่ายชดเชยให้เรา ๕๐ สตางค์ ทําให้ได้เงิน ที่จะมาชดเชย ๒ บาท ๕๐ สตางค์ ราคาขายปลีกจึงไม่จําเปึนจะต้องเพิ่มขึ้นในตอนนี้ และไม่ได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากเหตุอันนี้นะคะ แต่แน่นอนว่าอีกระยะหนึ่งอาจจะประมาณ เดือนหนึ่ง อันนี้ก็สุดแล้วแต่การบริหารจัดการนะคะ ดิฉันยกเปึนตัวอย่างเฉย ๆ ว่าในที่สุด อาจจะต้องปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็จะไม่ต้องเพิ่มขึ้น ๒ บาท ๒๐ สตางค์ อาจจะเพิ่มขึ้นแค่สมมุติว่ากองทุนน้ํามันแทนที่ ตอนนี้จะรับนะคะ ผู้บริโภคแทนที่จะรับ ๕๐ สตางค์นะคะ เราอาจจะต้องจ่าย ๕๐ สตางค์ ซึ่งก็แปลว่าราคาขายปลีกอาจจะต้องเพิ่มขึ้นสัก ๑ บาท ไม่ใช่เพิ่ม ๒ บาท ๒๐ สตางค์ นะคะ เหตุผลก็คือว่าก่อนหน้านี้เราต้องจ่ายเงินอุดหนุนกองทุนน้ํามัน แต่ตอนนี้ไม่ต้อง แล้ว เพราะว่าระดับเงินของกองทุนน้ํามันตอนนี้มีประมาณ ๑๕,๐๐๐-๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนระดับที่เพียงพอสําหรับเจตนารมณ์ในการมีกองทุนน้ํามัน เพื่อที่จะดูแลความ ผันผวนไม่ให้กระทบต่อพี่น้องประชาชนในระยะสั้น แล้วดูแลที่จะสนับสนุนการใช้พลังงาน ทดแทนด้วย ซึ่งเมื่อสักครู่เข้าใจว่าท่านสมาชิกบางท่านอาจจะยังไม่ทราบนะคะ ก็อยากจะ เรียนว่ารัฐบาลนี้ก็ได้มีการสนับสนุนพลังงานทดแทนมากพอควร แล้วก็ส่วนหนึ่ง ก็มาจากเงินกองทุนน้ํามัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเอาเงินกองทุนน้ํามันมาใช้มากเกินไป แต่ก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นเชื่อว่าใน ๓-๔ สัปดาห์ข้างหน้าจะยังไม่จําเปึนต้องขึ้น ราคาขายปลีกนะคะ และเมื่อจําเปึนที่ราคาขายปลีกจะต้องขึ้นก็ไม่ได้ขึ้นมากมายในระดับ ของภาษีที่ขึ้นนะคะ ทีนี้ประเด็นต่อไป ที่อยากจะเรียนเสนอท่านประธานก็คือว่า ราคาขาย ปลีกน้ํามันจริง ๆ แล้วยิ่งถูกถ้าดูกันอย่างง่าย ๆ ราคาน้ํามันหรือราคาสินค้าอะไรก็ตาม ยิ่งถูกก็ยิ่งดีใช่ไหมคะ แต่ว่าถ้าเรามองภาพกว้างสักหน่อย ซึ่งในระดับของประเทศเราก็ จําเปึนจะต้องมองภาพกว้างนะคะ ราคาน้ํามันไม่ควรจะให้ต่ําเกินไป เพราะว่าถ้าระดับ ต่ํามากก็จะมีการใช้ที่ฟุ์มเฟ๋อย เพราะฉะนั้นการขึ้นภาษีในช่วงนี้ซึ่งเปึนขณะที่ราคาน้ํามัน ไม่ได้สูงปรี๊ดมากมายเหมือนอย่างกลางป้ที่แล้วนะคะ ก็เชื่อว่าเปึนระดับที่ประชาชนพอที่จะ จัดการกับชีวิตกันได้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะทําให้ไม่มีการใช้น้ํามันมากเกินไป เพราะว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ของน้ํามันต้องนําเข้านะคะ ป้ที่แล้วมูลค่าตั้ง ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ ป้นี้อาจจะน้อยลงหน่อยแต่ก็ยังสูงมากค่ะ ๔.๕ แสนล้านบาท ๕ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประชาชาตินะคะ ส่วนที่ไม่ได้นําเข้าถึงแม้ เราจะบอกว่าไม่ได้นําเข้าประหยัดเงินตราต่างประเทศ แต่เราก็ได้นําทรัพยากรซึ่งมีจํากัด ของประเทศเราจากใต้พื้นแผ่นดินเอามาใช้ให้มันร่อยหรอลงไปนะคะเพราะฉะนั้น ยิ่งใช้มากก็ไม่ดีในหลาย ๆ แง่ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลจะขึ้นภาษีบ้างเพื่อนําเงินมา ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ในภาคการขนส่ง ในระบบโลจิสติกส์ก็จะเปึนประโยชน์กับ ประเทศในระยะยาวนะคะ ในระยะสั้น แน่นอนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทําให้เกิดมีการ จับจ่ายมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ช่วยให้เราฟุ๋นได้เร็วขึ้น ส่วนในระยะยาว ก็จะทําให้โครงสร้าง การผลิตของประเทศเรา โครงสร้างการบริโภคน้ํามันมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในอนาคตแล้วก็ลดการนําเข้า ที่สําคัญกว่านั้น อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในผืนแผ่นดินโดยไม่จําเปึน เพราะฉะนั้น ดิฉันก็หวังว่าการอภิปรายสั้น ๆ นี้จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับท่านสมาชิก ทั้งหลายแล้วก็พี่น้องประชาชนนะคะ ว่าในมาตรการที่ขึ้นภาษีอันนี้ขึ้นก็เพราะว่ามีความ จําเปึนจริง ๆ แล้วก็เปึนสิ่งที่จะเปึนประโยชน์กับประเทศและประชาชนทั้งในปัจจุบัน ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องการการกระตุ้นการกอบกู้นะคะ แล้วก็ในอนาคต ระยะยาวนะคะ ขอบพระคุณค่ะ