สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อภิปรายคัดค้านการออกพระราชกำหนดขึ้นภาษีบุหรี่และน้ำมัน โดยชี้ว่ากฎหมายดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและเกษตรกร รวมถึงเปิดช่องให้มีการกักตุนสินค้าและลักลอบนำเข้า ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์เดิมที่รัฐบาลจะถอนร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางเพิ่มรายได้จากภาษีอื่นแทนการขึ้นภาษีบาป
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วผมตั้งใจว่าจะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่บังเอิญได้ข่าวว่ารัฐบาลจะถอนพระราชบัญญัติฉบับนี้ไป ผมก็ถือว่า เปึนโชคดีของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ไม่ต้องมารับภาระเงินกู้ก้อนนี้ แต่สิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพื่อสร้างความชัดเจนครับ เนื่องจากเราไม่มีการถ่ายทอดสดทางทีวี แต่ว่าเรามี การถ่ายทอดทางวิทยุ พี่น้องประชาชนฟังแล้วอาจจะงุนงงไปหมด บางท่านขึ้นมาพูดตัวเลข เปึนจํานวนมาก ประชาชนบางคนไม่เข้าใจว่าทําไมตัวเลขของประเทศชาติของเรานั้น มันถึงได้วุ่นวายจนทําให้รัฐบาลต้องตัดสินใจออกพระราชกําหนดปรับขึ้นภาษีบุหรี่ สุรา น้ํามัน สิ่งเหล่านี้ละครับ ผมอยากจะเรียนฝากท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนให้ได้ยิน ได้ฟังเลยครับ เพราะว่าวันนี้พรรคฝ์ายค้านของผม ส.ส. พรรคเพื่อไทยทุกคนลุกขึ้นมา อภิปรายตั้งแต่พระราชบัญญัติยาสูบจนถึงน้ํามัน พระราชกําหนด ๒ ฉบับนี้นะครับ เราเรียนตรง ๆ ว่าเราไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลว่ามันได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน มันได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องรากหญ้า พี่น้องที่ขายแรงงาน ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ได้รับผลกระทบหมด โดยเฉพาะเรื่องน้ํามัน ผู้ส่งออก ท่านประธาน ผู้ประกอบ ธุรกิจขนส่งได้รับความเดือดร้อน พี่น้องเกษตรกรที่ใช้น้ํามันในการไถนา ในการซื้อปุิย วันนี้ปุิยราคาแพงขึ้นมาอีก ก็เพราะว่าราคาน้ํามันมันสูง สิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาได้รับ ความเดือดร้อน ก็เนื่องจากพระราชกําหนดทั้ง ๒ ฉบับนี้ละครับ ถ้าท่านประธานย้อนลงไป สัก ๒-๓ วันที่ผ่านมา จะเห็นข่าวครับว่ามีการกักตุนน้ํามันเกิดขึ้น มีการกักตุนบุหรี่ มีการ ลักลอบนําเข้าบุหรี่เปึนกองทัพมดจากตามแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ เรื่องแปลก เพราะว่าอะไร เพราะว่าการออกพระราชกําหนด ท่านประธาน ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนยาสูบ หรือน้ํามันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ละครับท่านประธาน บังเอิญพี่น้องประชาชนไม่ได้มีอยู่ในมือ ผมขออนุญาตอ่านว่าพระราชกําหนดทั้งยาสูบ และพระราชกําหนดขึ้นภาษีน้ํามัน มันมี หมายเหตุท้ายพระราชกําหนดทั้ง ๒ ฉบับ มีข้อความเดียวกัน ในหมายเหตุเขียนไว้ว่า โดยที่เปึนกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ ความลับนี้ละครับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ท่านประธานเห็นคําว่า ลับ นะครับ อันนี้คือจะทําอะไรต้องทําด้วยความลับ เพื่อไม่ให้มีการกักตุนสินค้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครับ วันที่ ๖ พฤษภาคม คณะรัฐมนตรีชุดนี้ละครับ รัฐบาลชุดนี้แหละ ประชุม ครม. บอกว่าเห็นชอบให้ผ่านพระราชกําหนดภาษี ขึ้นภาษีบุหรี่ และภาษีน้ํามัน และราชกิจจานุเบกษา ท่านประธาน ฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๑ อาทิตย์เต็ม ๆ ความลับมันไม่มีในโลก มันเลยเกิดปัญหาท่านประธาน มีการกักตุน สินค้า พี่น้องประชาชนที่ติดบุหรี่งอมแงมจะไปหาซื้อบุหรี่ไม่มี ไม่มีการขาย ต้องแบ่งขาย เปึนมวน อย่างนี้ใครได้ประโยชน์ท่านประธาน ผมอยากจะถามท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ไปถึงรัฐบาลชุดนี้ละครับว่า พ่อค้า นายทุน ผู้ลักลอบนําเข้าของหนีภาษีได้ ประโยชน์ถ้วนหน้าหรือไม่ ทําไมรัฐบาลนี้ถึงได้ชอบสนับสนุนให้มีการค้าของเถื่อน อย่างหวยบนดินควรจะมีก็ดันเอาลงไปใต้ดิน ท่านประธานอย่างนี้แหละครับ รัฐบาลนี้ สมแล้วครับที่ผมอภิปรายเมื่อตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจบอกว่า เด็ก ๒ คนหาเงินไม่เปึน มีแต่กู้ อันนี้เปึนจริงท่านประธาน และในวันนั้นต้องขอย้อนนะครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจําได้ผมอภิปรายชัดเจนครับว่า เตรียมตัวเตรียมใจไว้พี่น้องประชาชน คอยรอรับภาษีบาป บุหรี่ เหล้า ขึ้นแน่นอน เพราะรัฐบาลไม่มีแนวคิด ไม่มีสมองที่จะคิดใน การที่จะหาเงินเข้าประเทศ เดี๋ยววันนี้ผมจะขออนุญาตท่านประธานเพื่อเปึนวิทยาทาน จะสอนครับ ยินดีที่จะเอาความรู้มาสอนให้รัฐบาลชุดนี้ว่าจะหาเงินเข้าประเทศได้อย่างไร เพราะท่านหารายได้ไม่เข้าเปัา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแถลงมาตลอดเวลา ว่า รายได้ในการจัดเก็บภาษีของป้ ๒๕๕๒ ไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ นายกรัฐมนตรีเก่งกว่านั้นอีก บอกว่าไม่เข้าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วประชาชนจะเชื่อ ตัวเลขไหน ผมในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและ สถาบันการเงิน เห็นแล้วครับว่ารัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสําคัญตัวเลขเปึนแสนล้านบาท ขนาดนี้ รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย แล้วจะไปแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้อย่างไร วันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายคนครับบอกว่า รัฐบาลนี้ได้กู้เงินตามพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ หรือแก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๑ มาตรา ๒๑ เต็มเพดานวงเงินกู้ คือ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่กฎหมายกําหนดให้ เพื่อจะกู้เงินในประเทศ พูดง่าย ๆ ว่า กู้เปึนเงินบาทมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณ วันนั้นที่ผมได้อภิปรายในนี้ท่านรัฐมนตรี ก็ได้ลุกขึ้นตอบ ตอนที่เรากู้เงินต่างประเทศนั่นแหละครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วในการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ผมไม่มีโอกาสได้ชี้แจงตอบให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมักจะโบ้ยความผิด กล่าวหารัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช เพราะว่ารัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช จัดทํางบประมาณป้ ๒๕๕๒ ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ งบประมาณทําไว้ขาดดุล ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ แล้วท่านก็กล่าวอีกว่ารัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นมาเมื่อเดือนตุลาคมจนถึง เดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ทํางบประมาณเพิ่มเติมขาดดุลอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่ได้เปึนคนกู้หรอก รัฐบาลชุดที่แล้วก่อหนี้ไว้ก่อน เอาละครับ พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของผมในวันนี้ ผมถามนี่ครับว่ารัฐบาลสมัครตั้งวงเงินขาดดุลไว้นั้นท่านรัฐบาลสมัครได้มาใช้เงินก้อนนี้ หรือไม่ ก็ไม่ได้มาใช้ เพราะงบประมาณป้ ๒๕๕๒ มันเริ่มตุลาคม พอรัฐบาลสมชายขึ้นมา กําลังจะตั้งงบประมาณขาดดุล เพราะวิกฤติมันเริ่มต้นขึ้นแล้ว ก็ยังไม่ได้ทันพิจารณา รอจนรัฐบาลนี้แหละครับ นายกรณ์นี่แหละครับเปึนรัฐมนตรีคลัง มาผ่านสภา เมื่อเดือนมกราคมอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนั่นแหละ ผมเอาตัวเลข กลม ๆ ว่าขาดดุล ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้วงเงินกู้ ถ้าท่านประธานจําได้เมื่อสักครู่ผมบอกว่าวงเงินกู้มันได้ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะมีวงเงินกู้ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท เหลือครับ เหลืออยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีกรณ์ นี่แหละครับบอกว่าเก็บเงินไม่เข้าเปัา เก็บภาษีไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะ รัฐบาลสมัครตั้งไว้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เก็บได้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขง่าย ๆ นะครับ ก็มีอยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เก็บไม่เข้าเปัา ก็ขาดไปอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาง่าย ๆ เลย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๆ นี่แหละ ทีนี้มันก็เปึนที่มาของพระราชกําหนดที่พรรคผม นี่นะครับ ส.ส. พวกผม ๙๐ กว่าคนเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะถ้าดูตัวเลข ท่านป่ดงบไม่ลง คือป่ดหีบไม่ลง ท่านขาด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง ท่านก็ควรจะออก พระราชกําหนดเพื่อกู้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่ท่านหมกเม็ด ท่านกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ให้สัมภาษณ์กันบอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไปป่ดหีบหรือไปโปะ เงินคงคลัง พูดภาษาเศรษฐศาสตร์หน่อย แต่อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไปลงทุน การลงทุนของท่านนี่นะครับ มันคิดเปึนไปอย่างอื่นไม่ได้เลย ท่านไปตีหน้าแบบให้คน สงสาร ไปแถลงข่าวกันใหญ่โต ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าป้ ๒๕๕๓ เราตั้งใจว่าจะมีงบประมาณรายจ่าย ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื่องจากเราเกรงว่าภาษีเราจะเก็บไม่เข้าเปัา เราปรับลดทันทีงบลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราจะใช้แค่ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยครั้งแรก ครับที่กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณตั้งงบประมาณแผ่นดินน้อยกว่าป้ที่ผ่านมา เขาเรียกว่าเปึนเนกาทีฟ โกรท (Negative growth) ภาษาฝรั่ง เจริญเติบโตทางลบเวลาตั้ง งบประมาณอะไรนี่นะครับ ซึ่งมันไม่เคยมีท่านประธาน เอาล่ะเราไม่ว่ากันท่านบอกว่า ท่านตัดงบเลย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ข้าราชการต้องทําใจนะเงินเดือนอาจจะไม่ขึ้นโบนัส อาจจะไม่มี ท่านจําได้นะท่านประธาน แล้วก็บอกว่าตั้งแต่นี้ไปสัมมนาห้ามไปเมืองนอก ห้ามข้าราชการเดินทางเมืองนอก ต้องประชุมในประเทศ สัมมนาในประเทศดูแล้ว น่าสงสารไหมครับ ผมดูแล้วผมฟังแล้วโอ้โฮเข้าใจเลย รัฐบาลนี้ประหยัดจริง ๆ ช่วยเหลือ บ้านเมือง แต่ที่ไหนได้ เอางบลงทุนป้ ๒๕๕๓ นี่มาใส่ไว้ในพระราชกําหนด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะท่านประธาน มันไม่อายกันเลยนะท่านประธาน แล้วเรียกใหม่ครับ เรียกว่า เปึนแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ แล้วมาแจกให้ที่ประชุมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ความรีบร้อนเขียนว่าเปึนระยะที่ ๑ แต่อ่านไปข้างในนี่คือระยะที่ ๒ หมดเลยทําไมต้อง รีบร้อนทํางานไม่รอบคอบไม่รัดกุม อีกอย่างหนึ่งนะครับ สภาแห่งนี้ก็ไม่รอบคอบรีบร้อน เอา ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่อยู่ในพระราชกําหนดมาใส่เอกสาร วิชาการของพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองดูสิครับ ผมต้อง ประณามแล้วนี่ ทํางานรีบร้อนอย่างนี้ได้อย่างไร บังเอิญผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ผมแม่นตัวเลข เพราะว่าวันนี้บ้านเมือง จะเดินได้ไม่ได้มันอยู่ที่ตัวเลข ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสนใจตัวเลข คิดหารายได้ให้ถูกต้อง ประชาชนไม่ต้องเดือดร้อนครับ คนติดเหล้า ติดบุหรี่ก็ไม่ต้องซื้อของแพง คนที่ใช้น้ํามันทุกวันก็ไม่ต้องเดือดร้อน สินค้า อุปโภคบริโภคก็ไม่ต้องเดือดร้อน ท่านประธาน สิ่งที่ผมอภิปรายวันนี้ผมอยากจะชี้เลยว่า ตัวเลขจากที่ผมศึกษามา รัฐบาลคิดว่าถ้าเพิ่มภาษีน้ํามันขึ้นอีกสัก ๒ บาท จาก ๕ บาท เปึน ๗ บาท แล้วเก็บภาษีเหล้า บุหรี่ตามที่เพิ่มขึ้นมา กะว่าได้ป้หนึ่ง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แค่นั้นเอง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทมันก็ยังไม่พอ มันก็จะต้องยังกู้อีกครับท่านประธาน และบังเอิญเมื่อเช้าผมจับผิดรัฐบาลนี้ได้ ผมเปึนคนที่อ่านพระราชกําหนดตั้งแต่หน้าแรก จนถึงหน้าสุดท้ายทุกคําพูด ปรากฏว่าเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาใช้ลงทุน ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปโปะเงินคงคลัง ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมก็เชื่อครับว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะมีวิธีการหาเงิน อีก ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นแหละ จะหาด้วยวิธีไหนก็ไม่รู้ละ แต่จะรีดภาษีหรือไม่ หรือจะคิดภาษีมรดกที่ดินอะไรเพิ่มเติม หรืออาจจะคิดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือคิดมันตะบันไปเปึน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือเอาของกลาง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ หรือไปเอาเงินค่าลงทะเบียนธรรมเนียมนักศึกษามาใช้ หรือเอาเงินที่ไปมัดจําวางศาลไว้มาใช้ เปึนแนวคิดหมู ๆ ง่าย ๆ คิดอย่างนี้ได้อย่างไร และที่สําคัญที่สุดวันนี้คนส่งออก ผู้ส่งออก ผู้ทําอุตสาหกรรมส่งออกเขาฝากมาถามว่า การขึ้นภาษีน้ํามันของท่านในขณะที่เงินบาทมันแข็ง ๑ เหรียญ ๓๔ บาท ท่านซื้อน้ํามัน ได้ถูก แต่กลับเอามาขายมาเพิ่มภาษีให้ประชาชนแพงขึ้นอีก มันเปึนเวรกรรมของประเทศ ไทยจริง ๆ สมัยรัฐบาลสมชาย เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่า ทําให้กองทุนน้ํามันมีหนี้สิน ถึง ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เพราะเราใช้กองทุนน้ํามันสนับสนุนไม่ให้พี่น้องประชาชนต้อง ใช้น้ํามันแพง ตอนนั้นน้ํามันบาร์เรลละ ๑๔๐ เหรียญท่านประธาน ถ้าขายตามนั้นคนไทย เจ๊งไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ เราถึงต้องอดกลั้นไม่ขึ้นค่าน้ํามัน วันนี้รัฐบาลเอากองทุน น้ํามันมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการตั้งกองทุนน้ํามัน คิดได้อย่างไร เอาส่วนไหนของ สมองคิด ผมวันนี้จะขออนุญาตท่านประธานว่า จะเสนอแนะวิธีที่รัฐบาลจะหารายได้เข้า ประเทศ เพราะเตรียมไว้แล้วท่านประธาน วันนี้จะไม่หวงความรู้ครับ อยากให้ประเทศชาติ ไปได้ อยากให้พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนท่านประธาน ขออนุญาตหาเอกสารแป็บเดียว ท่านประธาน นี่ครับ ข้อแรกจดไว้นะท่านรัฐมนตรีจะได้ไม่ต้องมาออกพระราชกําหนด ผมว่าเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้บังเอิญฟังพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคยังไม่เห็นด้วยเลย ท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้พระราชกําหนดฉบับนี้อาจจะตกก็ได้นะครับ ถ้าคว่ําไป รัฐบาลลาออกแน่นอน อยู่ไม่ได้
ข้อเสนอแนะข้อแรกครับ รายได้จัดเก็บไม่เข้าเปัา สิ่งแรกเลยครับ ให้รัฐบาลลดรายจ่ายการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ก่อให้เกิด การจ้างงาน คนจนคนรากหญ้าไม่ได้รับประโยชน์ เช่น งบในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ของทหารป้ ๒๕๕๒ นี่ละ ป้นี้แหละผมไปบวกแล้วครับ กระทรวงกลาโหมจัดซื้ออาวุธ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้ได้เลยไม่ต้องซื้อ วันนั้นผมเสนอแนวคิดอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบผมท่านประธาน ยิ้มเยาะ เยาะเย้ยเหมือนผมไม่มีความรู้ เราเปึน สภานิติบัญญัติ เราเปึนคนออกกฎหมาย ในเมื่อประเทศชาติวิกฤติอย่างนี้เราก็เอา กฎหมายงบประมาณมาแก้ได้ ส่วนไหนที่ยังไม่ได้ใช้ก็ปรับ ไม่ต้องมาใช้คําว่า แปรญัตติ แปรแล้วปวดหัวแก้มันเลย ก้อนนี้ไม่ใช้ก็มาแก้มาใช้อะไรก็ว่าไป ประหยัดทันทีเลย ท่านประธาน ทําไมไม่รู้จักทํา ข้อแรกนะครับ
ข้อที่ ๒ โครงการที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจยังมีอยู่ครับ ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ เงินยังไม่ได้ใช้ ในเมื่อมันไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องไปใช้มัน เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ทําได้ แล้วก็ภาษีสรรพสามิตน้ํามันเปึนสิ่งสําคัญท่านประธาน ท่านต้องลดครับ ไม่ได้จัดเก็บภาษีเพิ่ม และที่สําคัญที่สุดอย่าเห็นแก่พวกพ้องไม่ต้องเกรงใจผู้มีพระคุณ ต้องไม่เกรงใจพรรคร่วมรัฐบาล ตัดลดงบลงทุนเลยครับ ทุกโครงการ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้อํานวยการสํานักงานสถาบันวิจัยแห่งชาติ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) เขียนไว้ชัดเจนครับว่า งบประมาณในการลงทุนของประเทศไทยมันมีค่าคอมมิชชั่น (Commission) สามารถ ลดได้ทันที ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะได้เอาไปทําอย่างอื่นได้ท่านประธาน แล้วสิ่งที่จะเสนอ ให้จัดเก็บภาษีเพิ่มรายได้ท่านรัฐมนตรีช่วยฟังนะครับ ผมเห็นท่านพูดเรื่องยาสูบแล้ว ถ้าคนสูบน้อยลงเงินสาธารณสุข ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะได้ลดลง ไม่จริงครับ ผมติดบุหรี่ กว่าจะเลิกได้เปึนป้ ๆ ไม่ใช่เลิกวันนี้ได้วันนี้ ถ้าหาซื้อของถูกไม่ได้ก็ซื้อของหนีภาษีราคา ถูก ๆ เวลาไม่มีสูบยังเอาของเก่ามามวน ๆ ก็สูบขึ้นได้เลย อันนี้ฝากไว้นะท่านรัฐมนตรีช่วย ท่านจดนะครับ วิธีการในการหาเงินเข้าประเทศ จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทใหญ่ ๆ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ให้ถูกต้องโปร่งใส เลิกเถอะบัญชี ๒ เล่ม ท่านต้องให้กรมสรรพากร ลงไปตรวจจับครับ การทําบัญชี ๒ เล่มเกิดในทุกบริษัท ไม่ว่าจะเปึนบริษัทในตลาด หลักทรัพย์หรือไม่ก็ตามต้องเลิกนิสัยอันนี้ กําไรอยู่แล้วจัดเก็บให้มันถูกต้อง ถ้าเจ้าหน้าที่ สรรพากรไม่พอจ้างเพิ่มครับ มันจะได้เกิดการจ้างงานด้วย การค้า ร้านค้าปลอดภาษีใหญ่ ๆ เล็ก ๆ ไม่ทํานะครับ ใหญ่ ๆ ท่านต้องทํา จัดเก็บภาษีให้ถูกต้อง การตรวจนับในโกดังทัณฑ์บน เมื่อนําสินค้าจากท่าเรือเข้ามาตรวจสอบให้ถูกต้อง เวลาขายไปแล้วมีการรูดสินค้าว่า ขายไปเท่าไรที่เขาเรียกว่า ไพรซ์ ออฟ เซล (Price of sale) อย่าให้เกิดการทุจริต ฝากไว้ครับ แล้วท่านจะหารายได้เข้าประเทศได้เยอะ ขจัดการลักลอบนําเข้าบุหรี่ สุรา ของพ่อค้าราย ใหญ่ ๆ รายเล็ก ๆ ตามแนวชายแดนจิ๊บจ๊อยให้อภัยเขาเถอะครับ เพราะเขาต้อง ทํามาหากิน แต่รายใหญ่ ๆ ท่านต้องตามจับให้ได้ รณรงค์ให้ประชาชนขอใบเสร็จเพื่อรัฐ จะได้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มเม็ดเต็มหน่วย อันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญนะครับ รณรงค์ให้ พี่น้องประชาชนเรียกเก็บใบเสร็จ จดทันนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าจดไม่ทัน ท่านประธาน
ข้อสุดท้ายครับ ควบคุมกํากับดูแลรัฐวิสาหกิจให้บริหารงานอย่างโปร่งใส มีกําไรนําเข้าส่งรัฐ รัฐวิสาหกิจใดที่ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพท่านต้องทบทวน กระทรวงการคลังไปถือหุ้นเขาไว้หมดแล้วครับ ส่งคนที่มีความรู้ไปนั่งบริหารจัดการ เงินจะได้เข้ารัฐ อันนี้ผมสอนเปึนวิทยาทาน ที่จริงแล้วท่านหาเงินไม่ได้นี่ท่านก็ไม่ควรที่จะ เปึนรัฐบาลอีกแล้ว เพราะท่านโม้เหลือเกินว่าท่านนั้นเก่งพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ได้ภายใน ๙๐ วัน นิสัยที่ชอบไปกล่าวโทษคนอื่นเขา กล่าวหาว่าเขาเปึนคนสร้างหนี้ พอกันทีเสียเถอะ ท่านต้องยอมรับความจริงว่าท่านเข้ามาทํางาน ท่านรู้อยู่แล้วว่าวิกฤติบ้านเมืองนั้น เปึนอย่างไร ทํามันให้ถูกต้องครับ อย่าไว้หน้าคนที่เปึนพรรคพวกเดียวกันเลย แล้วที่ผม อยากจะเรียนถามท่านประธานคือคําถามสุดท้ายว่า การถอนพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถอนด้วยความจริงใจ ถอนด้วยวัตถุประสงค์ที่แน่นอน หรือว่าแบ่งเค้กในโครงการ ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ไม่ลงตัว ในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลถึงได้ถอนออกไป หรือว่าถอน ออกไปเพราะเห็นว่าเปึนข้อกฎหมาย เพราะถ้าไม่ป่ดหีบงบประมาณป้ ๒๕๕๒ จะไป กู้เงินใหม่ไม่ได้ ท่านต้องตอบให้สังคมได้รับทราบ พวกผมในฐานะฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทย ทําหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนมาแบกรับภาระหนี้ที่พี่น้อง ประชาชนไม่ได้ก่อ แล้วพี่น้องประชาชนต้องมารับภาระ ซึ่งรัฐบาลหาเงินไม่เปึน ท่านประธาน ภาษีจีนเขาบอกว่า เจี๊ยะปัาบ่อซื่อ หาเงินไม่เปึน แล้วจะมาดันทุรังบริหาร บ้านเมืองต่อไปอีกได้อย่างไร วันนี้ต้องแจ้งให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของผม ได้รับทราบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น น้ํามันแพงสินค้าแพง ก็เพราะรัฐบาลนี้แหละครับเก็บเงิน ไม่เข้าเปัา เก็บรายได้ไม่เข้าเปัา ขาดไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องใช้วิธีกู้ กู้ กู้ จนสังคมเขา บอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์เปึนลูกศิษย์ อาจารย์กู้ ขอบคุณครับ