หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ชี้แจงประเด็นภาษีน้ำมันและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒

หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ชี้แจงประเด็นภาษีน้ำมันและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยชี้ว่ารัฐบาลต้องบริหารจัดการราคาพลังงานให้เหมาะสมเพื่อลดภาระประชาชน และยืนยันว่าการเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นเครื่องมือสำคัญในการกู้วิกฤติเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส ในวันนี้ เพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้านหลายท่านวันนี้ก็ได้ให้ความสนใจ ได้ทักท้วงถึงเรื่องของ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับน้ํามัน ซึ่งก็ถือว่าเปึนประเด็นที่มีความสําคัญ แล้วก็เปึนประเด็นที่จะต้องผลักดันด้านเศรษฐกิจ ต่อไป ผมเพียงแต่อยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงบางประการให้เปึนที่ประจักษ์ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานคงจําได้ว่าในป้ ๒๕๔๘ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์นั้น ความจริงแล้วรัฐบาลที่ดําเนินการอยู่ในขณะนั้นก็ได้ใช้กองทุนน้ํามันเปึนเครื่องมือ ผมเรียนกับท่านประธานว่าหน้าที่ของรัฐบาลนั้นคือการบริหารจัดการให้ราคาพลังงานนั้น ไม่เปึนภาระกับผู้ใช้มากเกินไป ฉะนั้นสิ่งสําคัญในกรณีของน้ํามันนั้นก็คือราคาหน้าปัูม ราคาด้านพลังงานนั้นความจริงมีส่วนประกอบหลายประการ ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่บริหาร จัดการ ไม่ว่าจะเปึนภาษีสรรพสามิต การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง การเก็บเงิน เข้ากองทุนอนุรักษ์ ภาษีมูลค่าเพิ่มและอื่น ๆ อีกหลากหลาย ฉะนั้นเปึนหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะทําให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้พลังงานในราคาที่เหมาะสม ผมเรียนว่าในป้ ๒๕๔๘ นั้น ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง รัฐบาลขณะนั้นนําโดยพรรคไทยรักไทย ก็มีการใช้กองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงในการตรึงราคา ถ้าย้อนเวลากลับไปจะเห็นได้ว่า ณ ขณะนั้นในการตรึงราคา น้ํามันเชื้อเพลิงได้ก่อภาระหนี้ให้กับประเทศของเราถึง ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้อง ประชาชนขณะนั้นถามผมมากว่า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะเอามาคืนอย่างไร ในที่สุดแล้วก็ ตกเปึนภาระของพี่น้องประชาชนในเวลาต่อมาที่จะต้องมาจ่ายค่าน้ํามันในราคาแพงขึ้น กว่าราคาตลาด หลายครั้งเราไม่ตระหนักถึงว่า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเงินเท่าไร ผมขอ เรียนว่า ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตรึงราคาไว้นั้นเกือบจะสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้อีก สนามหนึ่งนะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือว่า การบริหารราคาด้าน พลังงานนั้นต้องบริหารให้เกิดประสิทธิภาพต่อพี่น้องประชาชนโดยมุ่งหลักของราคาที่เปึน ธรรมและเหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องของน้ํามันนั้นคือราคาหน้าปัูม การที่รัฐบาลจะเก็บ ภาษีหรือไม่เก็บภาษีเพิ่มขึ้น กระผมเรียนว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มานั้นได้สร้างภาระอย่าง ชัดเจน ซึ่งในที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนทุกคนต้องรับภาระนั้นไปโดยที่มีราคาน้ํามันที่สูง กว่าราคาปกติเปึนเวลาเกือบป้เศษ ๆ จนกระทั่งในที่สุดกองทุนน้ํามันนั้นก็ได้ล้างหนี้จน หมด จนขณะนี้มีสถานภาพเปึนบวกแล้ว ในทางตรงกันข้าม การเก็บภาษีของรัฐบาลนั้น แตกต่างกัน ภาษีอากรที่ได้มาจากการเก็บภาษีสรรพสามิต รวมทั้งหมดแล้วก็อยู่ในระดับ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนภาษีอากรสําคัญที่จะนําไปสู่การกู้วิกฤติเศรษฐกิจ นําไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทําให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น แข็งแรงมากขึ้น ฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานมองดูภาพรวมของเรื่องราคาน้ํามัน โดยเฉพาะในขณะนี้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นก็ยังให้การสนับสนุนด้านราคาน้ํามันดีเซล และแก๊สโซฮอล์อยู่ ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้ใช้พลังงานในราคาที่ถือว่ามีความเหมาะสม และเปึนธรรม ผมเรียนว่าเมื่อเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนเดือนที่มีการ หาเสียง พรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นก็ประกาศชัดครับว่าถ้าเราได้เปึนรัฐบาล เรามีหน้าที่ ที่จะบริหารด้านราคาพลังงานให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับพลังงานในราคาที่ถูกลง ผมขอเรียนว่า จากการที่มีการบริหารจัดการนั้น ขณะนั้นราคาน้ํามันแก๊สโซฮอล์ ๙๑ อยู่ที่ ๒๗ บาท ๙๙ สตางค์ ราคา ณ วันนี้ถูกลงกว่าเดิมครับ ๒๖ บาท ๑๔ สตางค์ หรือลิตรละ ๑ บาท ๕๕ สตางค์ เช่นเดียวกันคือน้ํามันดีเซล เช่นเดียวกันคือน้ํามันดีเซลขณะนั้น ๒๖ บาท ๙๔ สตางค์ ขณะนี้ ๒๓ บาท ๙๙ สตางค์ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าหน้าที่ของรัฐบาลนั้นคือการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเรื่องภาษี เรื่องการ จ่ายเงิน หรือเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เรื่องการบริหารการเก็บเงิน หรือจ่ายเงิน ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งขณะนี้กระผมเห็นว่ารัฐบาลได้บริหาร จัดการให้ราคาน้ํามันนั้นถูกลงกว่าขณะที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ขณะเดียวกันก็ต้อง ตระหนักถึงสถานการณ์ของประเทศ ซึ่งรัฐบาลนอกจากจะให้การสนับสนุนผ่านกองทุน แล้ว ขณะนี้ยังสามารถเก็บเงินภาษีอากรให้กับรัฐอีก กระผมก็คิดว่าเรื่องที่ฝ์ายค้านได้พูด ถึงนั้นก็เปึนเรื่องที่น่าคิด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตระหนักว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งได้ก่อภาระ เอาไว้ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็ต้องบอกครับว่ามันเปึนภาระกับพี่น้องประชาชน เหมือนกัน เพราะฉะนั้นกระผมก็อยากจะให้การสนับสนุนรัฐบาลในการบริหารจัดการด้าน พลังงาน โดยเฉพาะด้านราคาน้ํามัน แล้วก็อยากจะเปึนกําลังใจให้คณะรัฐมนตรีได้ฝ์าฟัน วิกฤติครั้งนี้ โดยเฉพาะการใช้กลไกของภาษีอากรให้เปึนประโยชน์กับประเทศ มากที่สุดครับ