ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยนาท โต้แย้งการเก็บภาษีน้ำมันใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า วันนี้โดยปกติแล้ววันจันทร์นั้น พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ และแม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คณะรัฐมนตรี ก็ตาม หรือท่านประธานสภาก็ตาม ก็เปึนที่รู้กันว่าวันจันทร์นั้นเราจะไม่มีการประชุม สภาผู้แทนราษฎร แต่เหตุที่เราจําเปึนต้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ด้วยเหตุว่า ท่านประธานสภานั้นได้เรียกประชุมสมาชิกว่า วันนี้ ก็คือวันที่เราจะต้องมาพิจารณากัน ในเรื่องดังกล่าวนี้ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วพวกเราทั้งหลาย ก็มีภารกิจด้านอื่นกันพอสมควรทีเดียว ซึ่งเปึนงานที่มีกําหนดการแล้วก็นัดหมาย แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลได้มีการตราพระราชกําหนดในการกําหนดอัตราภาษีใหม่ที่เรา เรียกว่า พิกัดอัตราภาษีใหม่ของสรรพสามิต เมื่อสักครู่นี้ก็ต้องบอกว่าเปึนเรื่องของยาสูบ แต่ครั้งนี้ที่ผมกําลังจะอภิปรายนั้นเปึนเรื่องของน้ํามัน เดิมนั้นผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพว่า เรามีพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตในการที่จะ ดําเนินการในการเก็บภาษีในเรื่องของน้ํามันนั้น ฉบับล่าสุดต้องป้พุทธศักราช ๒๕๒๗ แม้จะมีการแก้ไขเปึนฉบับที่ ๕ อีกครั้งหนึ่ง ขอประทานอภัย ในฉบับที่ ๔ อีกครั้งหนึ่งนั้น แต่ผมได้ตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวกับน้ํามัน เปึนเกี่ยวกับเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียน ท่านประธาน แต่ว่าในฉบับที่ ๕ นี้มีการแก้ไข แล้วก็เกี่ยวข้องอย่างมากก็คือในเรื่องของ น้ํามันที่พี่น้องประชาชนผู้รับเวรกรรมทั้งหลายจะต้องได้รับผลในครั้งนี้ เดิมนั้นก็อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานว่า ผมได้ตรวจสอบไปว่าน้ํามันที่ไปดําเนินการในการจัดเก็บ นั้น เดิมก็เก็บกันไว้ที่ภาษีลิตรหนึ่ง ๔ บาท แล้วก็ ๕ บาท ใน ๔ บาทนั้นก็จะเปึนในเรื่อง ของภาษีน้ํามันดีเซล ๕ บาทนั้นก็จะเปึนน้ํามันพวกเบนซินแล้วก็ก๊าซเหลว แล้วก็ก๊าซเหลว ที่คล้าย ๆ กันก็จะเก็บภาษีลิตรละ ๕ บาท โดยเฉพาะน้ํามันดีเซลผมขอย้ํานะ ท่านประธาน เดิมนั้นเก็บไว้ที่ ๔ บาท ไม่ถึง ๕ บาทนะครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้ได้เปลี่ยน อัตราภาษีใหม่ก็คือพิกัดภาษี เรียกเสียไพเราะเพราะพริ้งภาษากฎหมาย ก็เปึนลิตรละ ๑๐ บาทเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเปึนก๊าซเหลว ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันดีเซล ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันเบนซิน และน้ํามันที่คล้ายคลึงกัน ผมใช้คําว่า คล้ายคลึงกัน นะครับ น้ํามันดีเซลก็เหมือนกันเขาก็ จะเขียนว่า และน้ํามันอื่น ๆ ที่คล้ายกัน อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพว่า การเก็บภาษีใหม่นั้นเหตุผลของรัฐบาล โดยท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ได้เสนอไป มีเหตุผลที่ ฟังแล้วเสมือนหนึ่งว่าท่านอยากจะใช้เหตุผลอะไรขึ้นมากล่าวอ้างกับผู้ที่ไม่มี ความสามารถที่จะต่อกรกับท่านทั้งหลาย คือไม่มีอาวุธที่จะประหัตประหารสู้กับท่านหรือ ล้มล้างท่านได้ ท่านมีอาวุธพร้อม มีกฎหมายในมือพร้อม ท่านคิดจะทําอะไรในแผ่นดินนี้ ท่านก็ทําได้ ท่านก็เลยประกาศเก็บภาษีเพิ่มขึ้น แล้ววาจาไพเราะเพราะพริ้งของท่านก็ เกิดขึ้น ว่าเนื่องจากกฎหมายฉบับที่เปึนอัตราพิกัดภาษีมันใช้มานานแล้ว แล้วก็เพื่อให้ สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ จึงจําเปึนจะต้องตราพระราชบัญญัติพิกัดภาษี ฉบับนี้เสียใหม่ เพื่อให้มันเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานที่เคารพว่า ในเรื่องนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า คําถามก็คือสภาวะ เศรษฐกิจที่ไม่ดีอย่างนี้ที่พี่น้องประชาชนก็ดี ผู้ประกอบการก็ตาม ซึ่งอยู่ในภาวะที่ลําบาก ยากเข็ญในการที่จะส่งออก ในการที่จะหาเม็ดเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงธุรกิจของตนเอง พี่น้อง ประชาชนยากเข็ญ ยากไร้ ตกงานบ้าง มีงานทําลดลงบ้าง หรือแม้แต่บางคน บางท่าน ก็อาจจะเรียกว่าจบมาแล้วไม่มีงานทํา แต่ท่านก็ได้ประกาศในการที่จะขึ้นน้ํามันเพิ่มขึ้น แก๊สเพิ่มขึ้นและอย่างอื่นเพิ่มขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับ มันสวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจหรือไม่ อย่างไร มันสวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจอย่างยิ่ง เพราะโดยสภาวะของการแข่งขันธุรกิจ วันนี้ต้องบอกว่าธุรกิจเขาอยู่ลําบาก เขาอยู่ยาก เขาอยู่แย่ เราจําเปึนต้องลดภาษีหรือลด อย่างอื่นช่วยเขา หรือหาตัวอื่นมาช่วยเขา แต่นี่กระทืบซ้ําไปเลยเก็บภาษีเพิ่ม ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า น้ํามันนั้นเปึนหัวใจ พลังงานนั้นเปึนหัวใจของการ ขับเคลื่อนธุรกิจทุกเรื่อง ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า วันนี้น้ํามันเพิ่มขึ้น ๕ บาทนั้น ถ้าโดยปกติผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาที่เคารพครับว่า สมมุติ ว่าเราขายลิตรละ ๒๐ บาทเอาตัวเลขกลม ๆ นะท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้มัน ๒๐ กว่าบาทนิดหน่อย ท่านเก็บเพิ่มไป ๕ บาท ๔ ลิตรแต่เดิม ๘๐ บาท แต่ตอนนี้ ๔ ลิตร จะต้องเปึน ๑๐๐ บาท เท่ากับท่านเก็บภาษีเพิ่มไปนี่ ๕ บาทต่อลิตร แต่คิดแล้วประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจํานวนภาษีที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยขายในท้องตลาด จากเดิมที่ ท่านเคยเก็บภาษีแล้ว บวกกับน้ําเนื้อของในน้ํามันแล้ว เพิ่มอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า มีธุรกิจอะไรบ้างที่ขายแล้วนี่กําไร ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้ววันนี้พี่น้องประชาชนก็ดี ธุรกิจก็ตาม ผู้ประกอบการจะต้องแบก ภาระในค่าใช้จ่ายนี้อีกประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่จะใช้ในชีวิตประจําวัน ที่จะ ใช้ในธุรกิจ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาที่เคารพครับ ธุรกิจมีหลายตัวที่ ต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนอย่างมากเลย เปึนหัวใจเลย เพราะว่าโดยปกติอยากจะ กราบเรียนครับว่า ธุรกิจบางธุรกิจนั้นอาจจะใช้พลังงานไม่มากนัก แต่บางธุรกิจนั้นต้องใช้ พลังงานอย่างมากมายมหาศาลในการที่จะดําเนินธุรกิจเพื่อให้สินค้านั้นออกไปได้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ธุรกิจหลายธุรกิจนั้นผมอยากยกตัวอย่างที่ เปึนเรื่องของชาวไร่ชาวนาก็คือธุรกิจการขนส่ง ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน ครับว่า ธุรกิจขนส่งนั้นแน่นอนที่สุดนะครับ ร้อยหนึ่งเทียบเท่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ มาจากน้ํามัน มาจากก๊าซ ตรง ๆ นะท่านประธาน พอขึ้นไปอีก ๕ บาทอย่างนี้นี่อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานครับ หรือประมาณร้อยละ ๒๐ นะครับ นั่นหมายถึงว่าค่าขนส่ง จะต้องเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ ๒๐ นี่คือสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วมันจะเปึน ลูกโซ่ผูกพันไปในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายก่ายกอง ธุรกิจการขนส่งอยากจะกราบเรียนครับ ที่มีปัญหาต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างมากแน่นอน ราคาปุิยจะต้องเพิ่มขึ้น เพราะอะไร เพราะปุิยต่อตันนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า คันรถหนึ่งนั้นบรรทุกได้ไม่ มากหรอกครับ ไม่เกิน ๒๐ ตันครับ เพราะกฎหมายเราบอกไว้อย่างนั้น ไม่เกิน ๒๐ ตันต่อคัน ท่านประธานลองคิดดูว่ามันเพิ่มอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาขนส่งนะ ท่านประธาน เดิมนั้นมีค่าขนส่งเท่าไรก็ตามต้องเพิ่มขึ้นอีก ผมอยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ต้องเพิ่มขึ้นไป ซึ่งจะเปึนผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาอย่างหาที่สุดไม่ได้ เกษตรกรต้องใช้น้ํามันในการที่จะสูบน้ําในการทําไร่ ทํานา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ต่อไร่นั้นใช้น้ํามันเยอะพอสมควรทีเดียว นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า นอกจากราคาในเรื่องของปุิยจะเพิ่มขึ้น น้ํามันในการที่จะใช้ในการที่จะไถนาในการที่จะ สูบน้ําในการที่จะเกี่ยวนั้นก็เพิ่มขึ้น แต่ในขณะที่ราคาข้าวนั้นลดลง เดิมนั้นราคาตันหนึ่ง หรือเกวียนหนึ่งประมาณสัก ๑๕,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ บาท ปัจจุบันประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยเฉลี่ยหรือต่ํากว่านั้นหรือสูงกว่านั้นนิดหน่อย แต่ถ้าพูดถึงไม่จํานํานะจะต่ํากว่านั้นอีก เยอะ ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าบาท ประมาณ ๘,๕๐๐-๙,๐๐๐ บาท อยู่ระดับนั้น ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ท่านทําอะไร คิดอะไร ทําอะไร แต่เนื้อแท้ของมันโดยแท้ก็คือท่านไม่มีสตางค์ ท่านบอกกับพี่น้อง ประชาชนตรง ๆ อย่าใช้คําพูดอย่างอื่นมาพูด คําพูดตรง ๆ เลยบอกว่ารัฐบาลนี้ ไม่มีความสามารถในการที่จะหาเงินมาหล่อเลี้ยงได้ ในการบริหารประเทศได้ จําเปึนต้องกู้ บอกอย่างนี้เลยครับ ชาวบ้านฟังแล้วยังชื่นใจบ้าง ว่าเออพูดกันตรง ๆ ไม่มีก็พูดกันตรง ๆ นี่ไม่พูดตรง ๆ ครับ บอกว่าจําเปึนต้องกู้เพราะเหตุว่าสภาวการณ์ของเศรษฐกิจนั้น เปลี่ยนไป จําเปึนจะต้องดําเนินการในการเก็บอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมเองนั้นได้ไปดูตอนที่ท่านไปหาเสียง ท่านไปหาเสียงนั่นท่านบอกกับพี่น้องประชาชนนะครับ ว่าท่านจะทําอะไรบ้าง ทําอย่างไร บ้าง ใบโบรชัวร์ (Brochure) ของท่านนะครับ ท่านไปพูดในการหาเสียงไว้หลายที่นะครับ หลายที่ หลายจุด โดยเฉพาะนโยบาย ๙๙ วันทําได้จริง วันนี้ผมได้บวก ลบ ตัวเลขแล้ว นะครับ โดยประมาณรัฐบาลนี้อยู่ได้ ๑๕๒ วันแล้วนะครับท่านประธาน เกิน ๙๙ วัน ทําได้ จริง กู้จริงครับ กู้จริง ท่านได้บอกว่าท่านจะไปลดในเรื่องของน้ํามัน หลายเรื่องที่ไปพูดไว้ นะครับ ไปพูดหาเสียงไว้ ก็มีอยู่ข้อหนึ่ง แล้วบอกว่าอย่างไร จะยกเลิกการเก็บเงินเข้า กองทุนน้ํามัน ทั้งในส่วนของน้ํามันดีเซล และก๊าซโซฮอล์ทันที หากสามารถทําได้ จะทําให้ ประชาชนสามารถประหยัดเงินได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ โดยไม่เปึนภาระ ต่อรัฐต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า แสดงให้เห็นว่าทําได้จริงใช่ไหมครับ กู้เลย ท่านทําไมไม่ยกเลิกล่ะครับ กองทุนนี้ท่านทําไมไม่ยกเลิก ยกเลิกไปเลยสิครับ ท่านเห็น อะไร ใครทําอะไรไว้นี่ อยากจะกราบเรียนนะครับว่า บางครั้งท่านอาจจะเรียกว่า อาจจะ เห็นว่าไม่ดี ไม่ถูกต้อง ถูกใจ แต่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับ เขาเรียกว่า ต้องตกแต่งครับ บูรณาการครับ ไม่ใช่รื้อสร้างใหม่ครับ มิเช่นนั้นท่านประธานครับ เราจะไม่มี อาคารเปึนร้อยป้พันป้หรอกครับ เราจะไม่มีวัตถุโบราณให้ลูกหลานเอาไว้ดูหรอกครับ โลกนี้มันจะไม่มีครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าท่านรื้อสร้างใหม่ มันไม่กี่สิบป้ก็รื้อใหม่ รื้อใหม่ รื้อใหม่ มันไม่มีผลิตภัณฑ์อะไรที่จะเปึนร้อยป้พันป้ไปได้ เพราะฉะนั้น สิ่งสําคัญก็คือมันต้องบูรณาการ มันไม่มีอะไรหรอกครับว่าคิดทั้งหมดแล้วมันจะ ครอบคลุมทั้งหมด แล้วมันจะแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องตกแต่ง แก้ไขตามสภาวการณ์ แน่นอนครับ ทุกเรื่องมันต้องมีที่มาที่ไปของมัน แล้วคนคิดเขามี หลักคิด เมื่อคิดผิดหรือแก้ไขเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานไว้อย่างนั้นครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในข้อนี้ต้องบอกว่ารัฐบาลนั้นสอบตก ผมไม่แน่ใจนะว่าประกาศอย่างนี้แล้ว เวลาหาเสียงกลับทําสวนกับการหาเสียง ผมไม่แน่ใจว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ผิดในเรื่องของ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) หรือไม่อย่างไร เท่ากับโกหกเอาไว้ตอนนั้น ต้องยุบพรรคหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ เพราะคนที่ ไปประกาศไว้ นอกจากท่านหัวหน้าพรรคเลยนะครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ ท่านประธานต้องบอกเขาไหมครับว่าไปพูดไว้ที่ไหนบ้าง หาเสียงไว้ที่ไหนบ้าง ท่านประธานครับ คือมันไปหาเสียงเยอะนะครับ เยอะ ผมยกสักที่หนึ่งก็แล้วกัน สักที่สองที่ ก็ได้ท่านประธานครับ ไปหาเสียงไว้ที่ เดี๋ยวผมดูก่อนนะครับ ท่านประธาน