ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง แสดงความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นภาษีที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน โดยระบุว่าประชาชนตกงานมากขึ้น และการกระทำของรัฐบาลอาจไม่เหมาะสม
ท่านประธานครับ พอดีผม กําลังมองอยู่ว่าไปหาเสียงไว้ที่ไหนบ้างนะครับ หลายที่ครับ ท่านประธาน ขออนุญาต ตัวหนังสือมันเล็กก็เลยมองไม่ค่อยจะเห็น แสงมันน้อยครับ ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดรัฐบาลต้องการจริง ๆ ก็คือต้องการเงิน การเก็บภาษีครั้งนี้ การเพิ่มภาษีครั้งนี้ เนื้อแท้จริง ๆ คือต้องการเงิน เอามาหล่อเลี้ยงเพื่อให้รัฐบาลเดินไปได้ ผมอยากจะกราบเรียน ผมได้มีโอกาสพูดแล้วก็มีโอกาสได้เรียนต่อท่านประธานในที่นี้ วันที่ไปอนุมัติเงินให้ ๒,๐๐๐ บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ผมบอกแล้ว ผมไม่เห็นด้วย ในขณะที่ไม่มีเงินนี่ชาวบ้านเขาไม่เอาหรอก ๒,๐๐๐ บาทน่ะ ใจจริงเขาอยากได้ใจจะขาด แม้ว่า ๕๐๐ บาท หรือ ๑,๐๐๐ บาทก็ตาม แต่เมื่อได้ไปแล้วเขารู้ว่าบ้านเมืองจะต้องตก วิกฤติอย่างนี้ เขาไม่เอาหรอก ไหนจะต้องเอาเงินไปเสร็จเรียบร้อยต้องไปใช้คืนดอกเบี้ย ผมได้มีโอกาสพูด ณ ที่นี้บอกว่า สมมุติว่าตัวเลข ๒,๐๐๐ บาท น่ะมันมองไม่เห็น สมมุติ ว่าเอาสักคนละล้าน ละล้าน แจกไปน่ะท่านต้องไปกู้มาเท่าไร กู้มาอีก ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าแล้วกู้อีก ๖๐ กว่าล้านล้านบาท ต่อหัว ต่อคน ถามว่าดอกเบี้ยมันเท่าไร ท้ายที่สุดคนใช้ ไม่ใช้ ต้องเอาคืนไปใช่ไหม ต้องเอากลับไปใช่ไหม นั่นคือสิ่งที่ท่านต้อง คํานึงถึง เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ แล้วท่านก็เห็นแล้วใช่ไหมว่า ๒,๐๐๐ บาท ที่ท่านใช้ ไปน่ะมันไม่เกิดประโยชน์โดยเนื้อแท้ของมัน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ครับว่านี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า การเก็บภาษีดังที่ ผมกล่าวเมื่อสักครู่นะครับท่านประธาน ว่าทําให้ค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนนี่มัน สูงขึ้น ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่พี่น้องประชาชนนี้ต้องการเม็ดเงินให้สามารถที่จะหล่อเลี้ยง ชีวิตในครอบครัวได้มากขึ้น ท่านกลับไปขึ้นภาษีอย่างนี้ คําถามถามกลับว่าท่านได้ คํานึงถึงหัวอกหัวใจของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร หรือท่านจะเอาสักแต่ว่าท่านเปึน รัฐบาล ท่านสามารถอยู่ในเก้าอี้การเปึนรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี หรือเปึน นายกรัฐมนตรีได้เท่านั้นใช่ไหม ท่านลองบอกมาสิ ประเทศไหนบ้างที่เขาใช้แบบท่านแล้ว ประสบความสําเร็จบ้าง ผมถามคําถามว่าเวียดนามใช้หรือไม่ จีนใช้หรือเปล่า ญี่ปุ์นใช้ หรือไม่ เอาประเทศใกล้ ๆ มาเลเซีย ทําหรือไม่ อย่างไร เอาใกล้ ๆ เราไปอีกเอาเขมรเลย ดีกว่า มีไหม เขาทําหรือเปล่า เขาทําอย่างที่ท่านทําไหม กู้มันตลอดรอดฝัืงอย่างนี้ ผมไม่ แน่ใจว่าจะกู้ไปอีกสักเท่าไร คําถามคือพี่น้องประชาชนในสภาวการณ์ที่ค่าครองชีพ มันสูงขึ้น แล้วก็เงินไม่มี โดยปกติรัฐที่ดีผู้นําที่ดีควรจะประพฤติตัวทําอย่างไร ควรจะทํา อย่างไร ขึ้นค่าครองชีพอย่างนี้ใช่ไหม ขึ้นภาษีอย่างนี้ใช่ไหม นี่คือสิ่งที่เรียนถามนะครับ ขอให้ตอบด้วย เพราะจะฟังอยู่ เช่นเดียวกันท่านประธานครับ ขอสรุปนะครับ การแข่งขัน ของผู้ประกอบการที่ลดน้อยถอยลงเพราะว่าการขายสินค้าได้น้อยลง ประกอบกับคนงาน จะต้องตกงานลดลง เพราะว่าขายสินค้าไม่ได้ การผลิตเพิ่มได้ หรือว่าการผลิตเพื่อให้ ยังอยู่ได้ดังเดิมก็จะทําให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานไม่ตกงาน การขึ้นภาษีครั้งนี้ใน หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของน้ํามัน หรือพลังงาน ท่านคิดว่าจะมีคนตกงานหรือ บริษัทล้มหายตายจากสักเท่าไร หรือการขึ้นภาษีของท่านครั้งนี้ประกอบกับจะทําให้ สภาวการณ์เศรษฐกิจมันดีขึ้น ท่านก็เพิ่มขึ้นไปสิ เก็บน้ํามันเพิ่มคิดลิตรละ ๑๐๐ บาท เลยหมดเรื่องหมดราว เก็บไปเลย ถ้าทําให้ภาษีมันเก็บได้มาก ๆ แล้วเศรษฐกิจมันจะดีก็ เก็บให้มันเยอะ ๆ ขึ้น ผมก็พยักให้ จะได้รู้ว่าชาวบ้านเขาไม่ยอม เก็บแค่นี้เจ็บปวดนะครับ ท่านประธาน
เรื่องที่สาม ก็คือผู้ประกอบการที่ขายสินค้าลดลงแล้วทําให้รายได้ลดลง เกิดความเสียหายกับผู้ประกอบการ ท่านคิดว่านับแต่นี้ไปมันจะมีสักกี่ราย ดังที่ผมกล่าว เมื่อสักครู่ แล้วก็
ข้อที่สี่ ท่านเคยคิดไหมว่าการขึ้นภาษีของท่านครั้งนี้ ทําให้มูลค่าทาง เศรษฐกิจหรือเงินมันมูลค่าลดลงร้อยละ ๒๐ นะครับ มูลค่าของเงินจะลดลงร้อยละ ๒๐ ท่านคิดไหมว่าประชาชนจะตกงานมากขึ้น ท่านได้คิดคํานึงถึงสิ่งเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ท่านได้วิเคราะห์ วิจัย ศึกษาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้จะทําให้ท่านอยู่ ในฐานะที่เปึนรัฐบาลได้ดี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเปึนสิ่งหนึ่งที่ทําให้คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ผมคิดว่าท่านมาผิดทางนะครับ แต่คนที่ไม่รู้ว่าผิด ท่านเชื่อเถอะท่านประธาน บอกเท่าไรก็ ไม่รู้หรอกครับว่าผิด