สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการขึ้นภาษีบุหรี่ โดยชี้ว่าเศรษฐกิจยามนี้ไม่ดี จึงไม่สมควรขึ้นภาษี และวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบต่อการค้าขายและการบริโภคของประชาชน รวมถึงการหนีภาษีและการแสวงหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ
เปึนการเกริ่นนําให้ท่านประธานทราบ บรรยากาศของพี่น้องประชาชนบ้างครับ เปึนการเกริ่นนําก่อนที่จะเข้าเรื่อง ท่านประธาน พี่น้องประชาชนฝากให้กระผมมาค้านหัวเด็ดตีนขาด หัวหลุดอย่างไรก็อย่าให้รัฐบาลกู้ ก่อนจะกู้ก็เรียกร้องว่าให้รัฐบาลยุบสภาก่อนได้ไหม แล้วเอานโยบายแล้วก็ไปเลือกตั้งกันใหม่ จะเปึนหนี้อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาก็ไม่ว่า ๑,๐๐๐ ล้านล้านบาท เขาก็ไม่ว่า หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาก็ไม่ว่า นี่คือความ จําเปึนที่ผู้แทนราษฎรอย่างพวกเราต้องมาบอกท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เพราะเปึน การฝากมาจากพี่น้องประชาชนจริง ๆ เขาตกใจครับ ที่รัฐบาลจะกู้เงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะทุกวันนี้ตื่นเช้ามาข่าวก็ออกกู้ ขึ้น กู้ ขึ้น กู้ ขึ้น เป่ดช่อง ๗ ก็กู้ เป่ดช่อง ๙ ก็ขึ้นภาษี เป่ดช่อง ๑๑ ก็จะกู้ จะขึ้น มันอยู่ ๒ ประโยคนี้ละครับ แต่ปรากฏว่าไม่มีการหา รายได้ใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม นี่คือบรรยากาศของประชาชน ณ วันนี้ สินค้าเกษตรก็ตกต่ํา วันนี้ปกติบุหรี่จะเปึนสินค้าสินค้ามิตรภาพ ถ้าใครพกบุหรี่ เพื่อนผมพกไฟแช็คมันมาขอนี่ เรายื่นให้มีความสุข เพราะมวนหนึ่ง ๑ บาทกว่า เดี๋ยวนี้เพื่อนพกไฟแช็คมาขอบุหรี่เพื่อน ชักจะมองหน้าแล้ว ปกติคนให้บุหรี่ถือว่าเปึนน้ําใจ เดี๋ยวนี้ชักจะขี้เหนียวแล้ว เริ่มจะด่ากัน แล้วว่าไอ้นี่มีแต่ขอบุหรี่ เพราะฉะนั้นนี่คือบรรยากาศของกระบวนการที่พวกเราคิดว่า การออกพระราชกําหนดอย่างนี้เปึนความคิดล้าหลัง ถ้าเปึนภาษาฝ์ายซ้ายเก่าเขาเรียกว่า มวลชนล้าหลัง ถ้าเปึนภาษาพวกเรานี้ก็เรียกว่ารัฐบาลล้าหลัง คิดอะไรไม่ออกมาขึ้นเอา สินค้าง่าย ๆ อย่างนี้ วันนี้กระบวนการเหล้าขาวก็ขึ้น ขึ้นขวดละ ๑๐๐ พี่น้องเหนื่อย ๆ นี่จะต้องต้มเหล้า ต้องต้มกินเอง สรรพสามิตก็จ้องตาเขียวว่าจะเอาแสตมปีหรือเปล่า ถ้าไม่เอาจะจับ จําเปึนต้องวิ่งหา เขาเรียกว่าวิสาหกิจชุมชนเหล้า ต้องจับกลุ่มกัน ๗ คน จดทะเบียนเพื่อกลั่นเหล้า ไม่ต้องเสียแสตมปีในราคาที่ถูกขูดรีดนาทาเร้น นี่คือการปรับตัว ของพี่น้องประชาชน และหันมาทางบุหรี่ ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีซึ่งเปึนรัฐมนตรีที่ก็เปึน พรรคพวกกันละครับว่า พี่น้องชาวไร่ยาสูบผมทางภาคเหนือ ท่านขึ้นกันสะบั้นหั่นแหลก อย่างนี้ ราคายาสูบ ยาเส้น ยามวน ยาในพื้นไร่ขึ้นด้วยหรือเปล่า ขึ้นด้วยไหม ปุิยยาลดลงไหม หรือจะมีสวัสดิการอะไรที่ตกถึงชาวไร่ เพราะท่านขึ้นราคาสะบั้นหั่นแหลกอย่างนี้ ยาสูบ ขึ้นซองละ ๑๐ กว่าบาท ท่านคิดว่าพี่น้องชาวสวนยาสูบชาวไร่ยาสูบของพวกผม จะได้ประโยชน์อะไรจากการขึ้นราคาอย่างนี้ จะได้พันธุ์ใหม่ ๆ ไหม จะได้มีการส่ง จะได้ โควตาเพิ่มไหม หรือท่านจะต้องสั่งยาสูบจากลาว ยาสูบจากอเมริกาเอามาใส่ ตรงนี้ต้อง ให้ชัดครับ ไม่ใช่บอกในพระราชบัญญัติ พระราชกําหนดบอกว่า เนื่องจากอัตรา ค่าแสตมปียาสูบ ท่านให้เหตุผลนะครับ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ ท่านให้เหตุผลในการขอขึ้นบอกว่า เนื่องจากอัตราค่าแสตมปียาสูบ สําหรับยาเส้นและยาสูบไม่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ย้ํานะครับ ไม่เหมาะสมกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเพิ่มรายได้ของประเทศ สมควรแก้ไขเพิ่มเติม อัตราค่าแสตมปียาสูบสําหรับยาเส้นและยาสูบให้สูงขึ้น ถ้าแปลเปึนภาษาไทยก็แสดงว่า เศรษฐกิจยามนี้มันดีครับ จึงต้องขึ้นภาษี ผมถึงบอกว่ารัฐบาลล้าหลังอย่างไรครับ เปึนมวลชนล้าหลัง เปึนรัฐบาลล้าหลัง เศรษฐกิจขนาดนี้เขาไม่คิดขึ้นภาษีหรอกครับ รากหญ้า พี่น้องประกอบธุรกิจส่งออกไม่ได้ คนตกงาน ทํามาหากินฝ๋ดเคือง แต่ท่านกลับ ขึ้นภาษีกับสินค้าที่มีความจําเปึนก็ว่าได้กับวิถีชีวิตของคน แน่นอนครับ บุหรี่อาจเปึน อันตรายต่อสุขภาพ แต่มันไม่ใช่ห้ามคนสูบบุหรี่โดยการขึ้นภาษี ท่านต้องให้การศึกษา ท่านต้องให้ประชาสัมพันธ์ ท่านต้องอย่าให้ทีวีต้องมีภาพอะไรที่มีเวลาสูบบุหรี่ก็มีภาพ พร่า ๆ มัว ๆ ซองบุหรี่ก็ โอ้โฮ ใครไปเห็นแล้วก็ตกใจ โรคถุงลมโป์งพอง โรคเหงือก โรคอะไรไม่รู้ซองบุหรี่นี่น่ากลัวที่สุด แต่คนเขาก็สูบ มันเปึนอิสระ มันเปึนเสรี ใครจะสูบ ก็สูบ ใครไม่สูบก็ต้องห่างไกล ๆ แต่ท่านไม่ใช่โยนบาปให้เฉพาะกลุ่มผู้สูบบุหรี่ว่า สุขภาพ คุณจะแย่นะ แล้วผมถามว่าเอาไปให้โรงพยาบาลให้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคกี่บาท ขึ้นภาษีนี่ ท่านเอาไปอุดช่องว่างในเรื่องของการที่รายได้ไม่สมกับรายจ่ายที่ท่านจ่ายในเรื่องของ ประชานิยมของพวกท่าน เพราะฉะนั้นผมตั้งคําถามตรง ๆ กับท่านรัฐมนตรีว่า ชาวไร่ ยาสูบได้อะไรจากมาตรการการขึ้นภาษีอย่างบ้าเลือดของพวกท่าน ท่านต้องตอบให้ตรง นะครับ
๒. ท่านเชื่ออย่างไรว่าพฤติกรรมของผู้สูบบุหรี่จะลดลงตามเหตุผลที่ท่าน ไปปรึกษากับกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีถ้าท่านว่างไปเยี่ยมผมที่จังหวัดลําพูน ผมจะพาท่านไปเที่ยวที่ชายแดนห่างจากจังหวัดลําพูนไปประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร แถวแม่สายหรือไม่ก็แถวแม่สอด จังหวัดตาก หรือไม่ก็แถวเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เราไปนี่นะครับผมต้องหนีบรักแร้มาด้วย ๓ คาร์เทิน บวกกับเหล้านอกอีก ๒ ขวด หนีบรักแร้เข้ามา ไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียวนะครับ เปึนพรวน เปึนกองทัพมดเลย ยังไม่นับที่ ขึ้นเรือหางยาวมาข้ามฝัืงอีกฝัืงหนึ่งนะครับ หาซื้อได้ ท่านได้ทําให้หน่วยงานราชการเหล่านี้ มีประสิทธิภาพหรือยัง ท่านอย่านึกว่าตัวเลขที่ท่านจะได้เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ขึ้น มันจะได้เฉพาะกระดาษแผ่นนี้นะครับ ท่านจะได้เฉพาะกระดาษแผ่นนี้ แต่รายได้ที่แท้จริงของท่าน รับรองไม่ได้ตามนี้ เพราะจะมีของหนีภาษี นี่เฉพาะภาคเหนือนะ ไปภาคใต้ท่านไปจังหวัดสงขลาข้ามฝัืงไปสะเดา ท่านก็หนีบรักแร้มาด้วยอีกแล้ว ไปอีสานไปจังหวัดหนองคาย ไปที่ไหนเดี๋ยวนี้ยิ่งไปประเทศลาวสะดวก มันทุกสารพัดครับ ที่เขาจะมาโจมตี แล้วมันเปึนช่องว่าง ตราบใดที่กลไกธรรมดาครับ น้ําแห้งที่ไหนน้ําที่มีอยู่ มันก็ไหลไปสู่ตรงนั้น ราคาไหนมันต่ํามันก็ต้องขึ้นมาสู่ราคาที่ได้กําไรเยอะกว่าก็คือที่สูง ที่ราคาสูงกว่า มันเปึนธรรมชาติ ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องบริโภคสิ่งเหล่านี้อยู่ ตราบนั้นก็ ต้องเสาะแสวงหาสินค้าที่คุณภาพดีราคาถูกเปึนเรื่องธรรมชาติ ผมเห็นว่าการขึ้นภาษีของ ท่านครั้งนี้ในขณะที่กลไกของรัฐ กลไกของ ตม. (ด่านตรวจคนเข้าเมือง) กลไกในส่วนของด่าน ชายแดนต่าง ๆ อ่อนเปลี้ยเสียขา มันก็จะทําให้สินค้าหนีภาษี สินค้าเถื่อนทะลักเข้ามาตาม แนวชายแดนเปึนกองทัพมด ท่านจับไม่ไหวหรอกครับ แล้วมันก็จะเปึนช่องว่างให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ วันนี้ท่านลองสิครับจะเลี้ยง หัวคะแนน แม่โขงผมไม่เอาหรอกครับ ผมไปเอาเหล้าชายแดน ผมนะครับผมบอก ผมไม่เอา มันก็เอามาฝากครับ แถมหัวคะแนนชอบด้วยเพราะมันเปึนเชค บอล (Shake ball) หนีบรักแร้เวลาเมาไม่หก นี่ครับดีด้วย มีความสุขด้วย แต่ของเรานี่แพงเอา แพงเอา นี่คือบรรยากาศของการขึ้นภาษีครับที่ผมจะเล่าให้ฟังว่ามันกระทบกับวิถีชีวิตรากหญ้า เราอย่างไร ท่านประธานครับ เผอิญคุณพิษณุเลขาวิป เขาบอกให้ผมใช้โควตาเขาอีก ๑๐ นาทีครับ ท่านประธานครับ