วิชาญ มีนชัยนันท์ กล่าวถึงพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นค่าแสตมปียาสูบ ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ผลิตยาสูบในภาคเกษตรกรรม และกล่าวถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ ในเนื้อหาก็คงดูความเหมาะสมครับ ถ้ามีเนื้อหาซึ่งผมคิดว่า ถ้านําเสนอแล้วเปึนประโยชน์ต่อสภาก็คงขออนุญาตใช้เวลาสภา จากที่รัฐบาลเองได้มี นโยบายต่าง ๆ มักจะอ้างเสมอครับว่าเปึนเรื่องของการดูแลปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะ สภาวะเศรษฐกิจที่กําลังเกิดปัญหาขึ้น แล้วก็มีการแจกจ่ายใช้จ่ายเงินโดยมีวัตถุประสงค์ ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบทางเศรษฐกิจหรือทาง เศรษฐศาสตร์ซึ่งพูดกันทั่วไป วันนี้จึงมีการนําพระราชกําหนดซึ่งหลายฉบับบางครั้ง อาจจะไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องตามตัวบทกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะคิดไปว่าถูก หรือไม่ถูกก็ต้องถูกตีความก่อน แต่พระราชบัญญัติ พ.ร.ก. (พระราชกําหนด) ฉบับนี้ ที่กําลังพิจารณาอยู่ในสภาแห่งนี้คือ พระราชกําหนดเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ฉบับที่ ๒) โดยอ้างว่ามีความจําเปึน เปึนระยะเวลา ซึ่งใช้กันมานาน อันนี้ก็เปึนข้อพิสูจน์ข้ออ้างว่าแต่ละส่วนของข้อกฎหมายนั้น มีความบกพร่อง แต่วันนี้ผมกลับมองว่าการที่รัฐบาลเลือกพระราชกําหนดหลายฉบับ ขึ้นมาเปึนช่องทางในการที่จะเก็บเงิน แล้วก็มีข่าวออกมาเสมอครับว่า ถ้ามีพระราชกําหนด เกิดขึ้นแล้วก็กล่าวล่วงหน้า ถ้ามีการออกพระราชกําหนดในการเก็บสรรพสามิตในเรื่อง ของยาสูบ ในเรื่องของสุรา เหล้า หรือแม้กระทั่งในเรื่องของน้ํามัน ซึ่งพระราชกําหนดก็จะ เข้ามาต่อจากฉบับนี้ ก็จะมีตัวเลขตัวเงินออกมาครับท่านประธาน ออกมาบอกกล่าวว่าถ้า ออกแล้วจะสามารถเก็บเงินได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนท่านขอ อนุญาตเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ท่านเองได้ให้ข้อมูลไปกับทางสื่อสาธารณชน ขออนุญาตท่านประธานครับว่า วันนี้ภาระที่พี่น้องประชาชนเองได้แบกรับในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งได้เอื้อประโยชน์ ให้กับการลงทุน และสถาบันการเงินต่าง ๆ เองก็มีปัญหาในการไม่เชื่อถือในระบบการเงิน ของประเทศ ก็เลยไม่มีใครปล่อยกู้ รัฐบาลก็มักจะมองว่าสภาพการเงินในส่วนของระบบ การเงินของธนาคารนั้นอยู่ในระบบล้น คือมีเม็ดเงินอยู่ประมาณหลายแสนล้านบาท ก็เลย จะหาทางดึงเม็ดเงินต่าง ๆ ออกมา แต่อีกทางหนึ่งก็ไม่ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของ การลงทุนต่าง ๆ แม้กระทั่งในเรื่องของการลงทุนในเรื่องของการท่องเที่ยว บอกว่าให้มี การท่องเที่ยวนะครับ โดยส่งเสริมเม็ดเงิน ก็ส่งเสริมเม็ดเงินจํานวนน้อยมากถ้าคิดเทียบ กับงบประมาณต่าง ๆ ในงบประมาณที่เปึนเงินเพิ่มเติมที่สภาให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น เพิ่มเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าดู เสมือนว่าพระราชกําหนดเกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ยาสูบฉบับนี้นั้น อาจจะมองว่าไม่กระทบต่อพี่น้องประชาชนหรือกระทบเพียงเล็กน้อย แต่ผมเองกําลังจะมองว่า การเสนอการขึ้นค่าแสตมปียาสูบสําหรับยาเส้นและยาสูบ จากการจัดเก็บจํานวนร้อยละ ๘๐ เปึนร้อยละ ๙๐ หรือประมาณ ๓ บาทต่อปริมาณ ๑ กรัม และเศษของ ๑ กรัม นั้นให้นับเปึนจํานวนที่เพิ่มขึ้น ผมขออนุญาตว่า กลุ่มผู้ประกอบการต่าง ๆ ถ้ามองทั้งระบบตั้งแต่ภาคเกษตรกร วันนี้จํานวนผู้ที่ยังคงดูแล ในเรื่องของใบยาสูบ และเปึนผู้ผลิตยาสูบอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนั้นยังมีจํานวนมาก และทราบมาว่า ใบยาสูบของประเทศไทยนั้นเปึนใบยาสูบที่ดี แต่ขาดการส่งเสริม การสนับสนุน และก็มักจะบอกกล่าวกันว่า การส่งเสริมเรื่องยาสูบนั้นเปึนการทําให้สุขภาพอนามัยของ พี่น้องประชาชนนั้นไม่ได้รับการดูแลรักษาพยาบาล กลับเปึนเรื่องที่จะทําให้ประเทศชาติ เสียหายต่อการดูแลรักษาพยาบาล โดยจะใช้เม็ดเงินต่าง ๆ นั้นไปใช้ในส่วนของการดูแล สุขภาพมากกว่าด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการ ที่จะเลือกใช้ เลือกรับประทาน หรือเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ดูเสมือนว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้กําลังจะทํา แล้วก็บอกออกมาชัด ๆ เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็พูดตรงนี้ครับว่า จะมี พ.ร.ก. ฉบับนี้เข้า แล้วก็เปึน ส่วนหนึ่งที่บอกว่าจะเปึนการลด เปัาหมายก็คือเปึนการลดผู้ที่จะเสพ หรือผู้ที่จะสูบบุหรี่ นั้นให้ลดจํานวนทอนลงมา แต่ผมกลับมองว่า ผู้ที่ผลิตในจํานวนเกษตรกรที่จะต้องผลิต ใบยาสูบซึ่งเปึนใบยาที่ดี เราก็ไม่ได้มีการส่งเสริมเขาเลยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งยังลดทอนเขาจํานวนต่าง ๆ แทนที่จะให้ผลผลิตต่าง ๆ นั้นด้วยความเหมาะสม และนําเข้าไปสู่การผลิต โรงงานยาสูบของรัฐเอง ขณะนี้ก็จะถูกแปรรูป ถูกการเปลี่ยนแปลง เมื่อประมาณเดือนเศษมานี้ ในกลุ่มของพนักงานรัฐวิสาหกิจของโรงงานยาสูบเองได้มา ยื่นหนังสือคําร้องถึงผม บอกว่าขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะมีการปลดคนงานออก จะมีการ สร้างงานในระบบใหม่ โดยบอกว่าคนงานที่มีอายุ หรืออยู่ในตําแหน่งที่ไม่เหมาะสม จะมี การปรับเปลี่ยน ปรับย้ายออก รวมถึงมีการนําเงินที่อ้างว่าจะไปใช้เปึนเงินกองทุนในเรื่อง ของยาสูบประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท เอาโอนเข้ามาอยู่ในเงินงบประมาณ เพื่อที่จะดําเนินการปรับปรุงโรงงานยาสูบ แต่แท้ที่จริงแล้วก็เปึนการนําเม็ดเงิน งบประมาณในส่วนที่เขาจัดเก็บไว้เพื่อทําเปึนกองทุนในการที่จะสร้างเสริม หรือการที่จะ ทําให้โรงงาน หรือสวัสดิการของพนักงานต่าง ๆ ดีขึ้นนั้น เอามาใช้ในส่วนของงบประมาณ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในมุมกลับกันดูเสมือนว่ารัฐบาลกําลังช่วยดูแล หรือเข้าไปเอาใจใส่ ในส่วนหนึ่ง แต่อีกภาพหนึ่งผมได้สอบถามครับว่า เคยมีไหมครับว่าเราจะส่งเสริม สนับสนุน ให้โรงงานยาสูบของประเทศไทยนั้นสามารถผลิตยา และต่อเนื่องไปสู่การผลิต เพื่อนําส่งออกขายยังต่างประเทศ ปรากฏว่าไม่เคยมีเลยครับ แต่กลับทํา ในสิ่งที่เรียกว่าตรงกันข้าม และสิ่งที่ตรงกันข้ามนั้นวันนี้ก็มีการซ้ําเติมอีก โดยการเพิ่ม การจัดเก็บเพื่อที่จะเอาเงินไปทดแทนการขาดดุลในเรื่องของการเก็บภาษีอากรที่ กรมสรรพสามิตเองตอนนี้ต้องเร่งเก็บ เพราะว่าเปึนกรมเดียวที่สามารถจะเพิ่มแล้วไม่มี ใครต่อว่า เพราะจํานวนผู้เสพหรือผู้บริโภคนั้น ไม่ว่าจะเปึนเหล้า บุหรี่ หรือในส่วนของสิ่ง ต่าง ๆ ที่เรียกว่าเปึนสิ่งฟุ์มเฟ๋อย รัฐก็พยายามที่จะใส่ช่องนี้ ถ้าใส่ช่องนี้มาก ๆ เงินที่ ขาดดุลในการจัดเก็บภาษีนั้น ขาดในการจัดเก็บไปเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อาจจะ ถูกเติมในส่วนนี้กลับเข้าไป เพราะผมทราบมาเมื่อวานนี้ท่านประธานก็อยู่เปึนประธาน ในการสัมมนากับผู้นําท้องถิ่นในระดับของ อบต. เทศบาลต่าง ๆ เขามาร้องบอกกล่าวว่า ขณะวันนี้เงินที่ตกลงกันว่าจะมีการส่งผ่านไปสู่ท้องถิ่นนั้นจํานวน ๖ งวด นี่ขณะนี้ เพียง ๒-๓ งวดเองก็เกิดชอร์ท (Short : ไม่พอ) แล้วครับ ไม่สามารถที่จะลงไปแล้วให้เงินงบประมาณต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้ แล้วองค์กร ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องอาศัยพึ่งพางบประมาณในส่วนของเงินอุดหนุนรัฐบาลในส่วนนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเปึนการลดยอดของ ผู้เสพ ผู้สูบ ผมคงใช้คําว่า สูบ นะครับ แต่กําลังมองกันว่าคนที่สูบบุหรี่นั้น จากอัตรานี่ นะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๙ เขาบอกว่ามีแนวโน้มลดลง จากจํานวนประชากรเปึนตัวตั้ง แต่พอมาดูแล้วนะครับ ที่ลดลงเปึนคนที่สูงอายุซึ่งหมดวัย หรือไม่สามารถที่จะสูบต่อไปได้ เพราะอายุขัยนั้นมันหมดสภาพไป แต่จํานวนคนที่เพิ่มขึ้นนั้น เปึนที่น่าวิตก เพิ่มจากอายุ ๑๕ ป้ขึ้นไปนะครับ จํานวนสูงขึ้นมาก ๑๒ ล้านคน หรือประมาณ ๒๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวนนี้ผู้ที่สูบเปึนประจําประมาณ ๑๐.๖ ล้านคน หรือคิดเปึนตัวเลขประมาณ ๒๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่สูบแบบไม่สม่ําเสมอนี่ก็อยู่ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็ถามว่าตอนนี้ นี่นะครับ ถ้ารัฐบาลบอกว่าถ้าเพิ่มเงินในเรื่องของบุหรี่ลงไปมันเพิ่มขึ้นมาซองหนึ่งนะครับ เก็บ ๓ บาท เพิ่มต่อมวน ต่อซอง ประมาณ ๑๑ บาท ถึง ๑๖ บาท แสดงให้เห็นว่าอัตรา ต่าง ๆ ในเรื่องของการจัดเก็บของกรมสรรพสามิตนี่มันเพิ่มความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ที่ สูบบุหรี่ในส่วนหนึ่ง แล้วท่านประธานมองลงไปครับว่า การรณรงค์ก็ตาม ในส่วนของภาครัฐก็ได้ดําเนินการทําไปแล้ว แต่ทําไมอัตราการสูบนั้นดูเสมือนว่ามันจะลด จํานวนลงจากป้ ๒๕๑๙ ว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนชาย ๕๔.๗ เปอร์เซ็นต์ เปึนหญิง ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เขาบอกว่าป้ ๒๕๔๔ ลดเหลือประมาณ ๒๐.๖ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๓๙ เปอร์เซ็นต์ในชาย ๒.๒ เปอร์เซ็นต์ในหญิง แต่พอไปดูในตัวเลข ๑๕ ป้นั้น เพิ่มจํานวนขึ้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าจํานวนอัตราผู้สูบบุหรี่นั้น มีอัตราในผู้สูงอายุลดลงจริง แต่กลุ่มคนนั้น ในเด็กวัยรุ่นนั้นเพิ่มจํานวนมากขึ้น ขออนุญาตท่านประธานครับ แสดงส่อ ให้เห็นว่าในส่วนนี้มีผลกระทบแน่ แต่รัฐบาลบอกว่าได้จัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้า ขึ้นตรงนี้ เมื่อสักครู่ได้มีการสอบถามตัวเลขครับ ๑๓,๗๖๐ ล้านบาท เปึนตัวเลข อย่างเดียวที่มีการจัดเก็บภาษีจากการเพิ่มนะครับ ในส่วนของพระราชกําหนดฉบับนี้ ถ้าผ่านออกไป ถามว่าดีไหมครับ ดี สําหรับรัฐบาล ง่ายครับ พี่น้องประชาชนเขาบอกว่า ถ้ารู้อย่างนี้เปึนรัฐบาลง่ายอย่างนี้คือมีการขึ้นภาษี แล้วก็กู้เอามาใช้แล้วมาแจกพี่น้อง ประชาชน เงินต่าง ๆ ที่ได้ไปนั้นเขาไม่ค่อยอยากจะได้หรอกครับ เพราะมันเปึน ผลกระทบกลับมาอีกทางหนึ่งว่า คุณขึ้นภาษีแล้วคุณแจกอีกทางหนึ่ง แต่ความเดือดร้อน ภาวะเศรษฐกิจ คนตกงาน ว่างงานจํานวนมาก มันมีปัญหา ท่านประธานครับ เรื่องบุหรี่นี่ เปึนเรื่องสําคัญ ที่บอกว่ารัฐบาลมักจะประกาศออกมาก่อนที่จะนําพระราชกําหนดต่าง ๆ ออกมาใช้นั้น เขาพูดไปก่อนครับเปึนอาทิตย์เปึนสองอาทิตย์ เกิดการกักตุนบุหรี่ครับ วันนี้ ผมขออนุญาตกล่าวว่า รัฐบาลเองอาจจะรู้กับโรงงานหรือยี่ปัูวที่นําบุหรี่เข้า เพราะบุหรี่นั้น เปึนปัจจัยส่วนหนึ่งซึ่งยอมรับว่าคนที่สูบก็ยังคงสูบอยู่ ไม่ใช่วันนี้ขึ้นราคาแล้วเขาจะเลิกสูบ แต่ถ้าราคามันแพงเกินไป เขาอาจจะหยุดตั้งสติคิด แล้วก็ไปหันไปสูบบุหรี่ที่มีราคาต่ํากว่า ที่เขาเคยสูบ หรือแม้กระทั่งเหล้าที่ราคาสูงขึ้น เขาก็ไปเลือกทานเหล้า ทานเบียร์ในราคาที่ ลดต่ําลง แต่ก็ยังมีพฤติกรรมที่ยังคงสูบบุหรี่อยู่ ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ได้ประโยชน์ นอกจากการจัดเก็บภาษีแล้ว การเก็งกําไรบุหรี่เปึนส่วนหนึ่งซึ่งต้องยอมรับว่า บุหรี่วันนี้นั้นมีการเก็งกําไร ซองหนึ่งขึ้นไป ๑๑ ถึง ๑๖ บาท ๑๘ บาท ตัวเลขที่ผมได้รับยี่ปัูว ซาปัูว เขาเคยซื้อบุหรี่อย่างเปึนกล่อง เปึนแถว เปึนคาร์เทิน (Carton : สิ่งที่บรรจุในกล่องกระดาษ) มันลดจํานวนลงครับ จาก ๑,๐๐๐ เหลือระดับแค่ ๑๐ อ้างบอกว่า ไม่ทัน สั่งชะลอบ้าง แม้กระทั่งเบียร์ โรงงาน เบียร์ โรงงานเหล้าก็หยุด ถึงแม้ว่าสต๊อก (Stock : คลังสินค้า) การผลิตนั้นก็ยังผลิตอยู่เปึน รายวันตามปกติ ผมขออนุญาตนะครับ สอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ในช่วงที่ท่านเอ่ยปากพูดไป ๒ สัปดาห์นี้ จํานวนการผลิตลดลงหรือเปล่า หรือสั่งหยุดก่อน แล้วก็บอกว่าจะขึ้นราคาให้หยุด แต่จํานวนการผลิตนั้นก็ยังผลิตอยู่ แต่ผลิตออกมา เสียภาษีในอัตราอย่างเก่า เพราะแสตมปีสรรพสามิตนั้นติดไปแล้วในการผลิต ณ โรงงาน แต่ไปกองสต๊อกไว้ที่โกดังเก็บ และไม่ยอมส่งผ่าน หรืออาจจะมีการเก็บตุนไว้รอ พ.ร.ก. ประกาศออกมา ราคามันก็ต่างกันครับ ท่านประธานลองคิดดูสิครับ ซองหนึ่งขึ้นไปเท่าไร จาก ๔๐ กว่าบาท เปึน ๕๐ กว่าบาท ราคาต่าง ๆ ผมไม่อ่านนะครับว่าแต่ละยี่ห้ออะไร เดี๋ยวเปึนการโฆษณา ขออนุญาตท่านประธานครับว่า ส่วนนี้เปึนส่วนต่างที่คนจะต้องมี ผลประโยชน์ ผมไม่อยากจะพาดพิงไปว่ารัฐบาลได้ผลประโยชน์หรือเปล่า ได้รับผลประโยชน์ร่วมด้วยหรือเปล่า เพราะเปึนการประกาศล่วงหน้า เปึนการกักตุนกัน อันนี้ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในส่วนของบุหรี่ ที่ผมบอกแล้วนี่ไม่สนับสนุน แล้วยังทําลาย วันนี้บุหรี่ต่างชาติที่มีพิกัดในส่วนการนําเข้า พอส่งเข้ามานี่เข้ามาประเทศเราก็ติดการเสียภาษีเหมือนกัน แต่เขาส่งมาในราคาที่ต่ํากว่า ภาษีที่จัดเก็บก็เลยพลอยต่ํา เพดานของจํานวนการจัดเก็บและการนําเข้า บุหรี่นอกทะลัก เข้ามา เพราะเปึนที่นิยมอยู่แล้วในหมู่กลุ่มวัยรุ่นที่ผมบอกแล้วนะครับ ส่วนใหญ่วัยรุ่นหรือ คนที่สูงอายุมักจะสูบบุหรี่นอก แล้วเปึนบุหรี่ที่หนีภาษี วันนี้บอกว่าบุหรี่ที่หนีภาษีพอบอก ว่าให้ตรวจจับ การตรวจจับบอกว่าจับได้จากปริมาณการตรวจสอบปริมาณสูงขึ้น และการปรับปรับเพิ่มขึ้น ๑๕ เท่า ผมถามว่าคุณปรับเพิ่มขึ้น ๑๕ เท่านั้นจํานวนคนที่ หนีภาษีบุหรี่เข้ามาเพิ่มโทษเขาเปึน ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อคาร์เทิน แล้วผมถามว่าวันนี้บุหรี่ ยังหนีภาษีอยู่หรือเปล่า หนีครับ ยิ่งราคาในประเทศสูงขึ้น บุหรี่นอกยิ่งนําเข้ามา เป่ด โอกาสให้กับด่านต่าง ๆ มีช่องทางการเก็บเงินผลประโยชน์อีกส่วนหนึ่ง แล้วร้านค้าต่าง ๆ หรือกลุ่มที่ค้าขายนั้นก็มีช่อง เหมือนกับที่รัฐบาลออกไปเก็บของที่เปึนของเถื่อน ของที่ ปลอมแปลงเปึนซีดีต่าง ๆ หรือเปึนของก๊อป (ก๊อปปุ้) มันก็มีอยู่ทั่วแหละครับ วันนี้ราคา เพดานที่นําเข้ามา เขาแจ้งสําแดงต่างประเทศมันต่ํา ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อบริษัทนะครับ ท่านไปเช็กดูเองก็แล้วกัน เพราะท่านรัฐมนตรีบอกว่าการประชุมครั้งนี้บอกว่า เป่ดเผย ถ้าเมื่อครู่ประชุมลับผมจะเป่ดเผยชื่อให้ ท่านครับ พอเอาเข้ามาเสร็จปุ็บ ราคาตัวต่างนี่ ของเรามันป่ดภาษี ก็ต่ําไปตามจํานวนปริมาณที่เขาคิดจากการนําเข้า ทําให้ราคา ไม่เปึนไปตามดุลของการค้าขาย ของเราขึ้นเอาในประเทศ ของต่างประเทศนําเข้ามาก็ป่ด สรรพสามิตในราคาที่เขานําเข้า แต่เราไม่ส่งเสริม เขาปล่อยเอาฐานผลิตต่าง ๆ ในโรงงาน ต่าง ๆ แถวมาเลเซีย แถวย่านทางเอเชียต่าง ๆ แม้กระทั่งประเทศจีนเดี๋ยวนี้ก็มี โรงงานผลิต แล้วก็ทะลักเข้ามาขายในประเทศไทย เอาใกล้ ๆ นี่ครับ เราขึ้นภาษีของเรา บุหรี่ เพราะคนสูบบุหรี่เขาก็ต้องหาบุหรี่มาสูบ เมื่อราคาแพงเขาก็ทดแทน ประเทศฝัืงลาวบุหรี่ซองละ ๗ บาท เขาก็ไปสูบบุหรี่ลาวละครับ บุหรี่ในเมืองไทยบุหรี่ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเราจะไปขายใครท่านประธาน แทนที่จะจัดเก็บภาษีที่บอกตัวเลข ๑๓,๗๖๐ ล้านบาท ทําไปทํามาถ้ามันสูงมากเขาก็สูบบุหรี่นอก ท่านจะเก็บภาษีจากไหน การผลิตทั้งระบบ เสียหายลงไปสู่ภาคเกษตรกร คนที่ยังทําผลผลิตในเรื่องของมวนยาใบยา กระทบหมด ละครับ ถ้าไม่มีคนบริโภคบุหรี่ในประเทศไทยแต่ไปบริโภคบุหรี่นอก ทั้งประเทศมาเลเซีย ซองละ ๒๐ บาท เขาก็เอาบุหรี่มาเลเซียมาสูบ รสชาติมันก็ไม่แตกต่างกันหรอกครับ ประเทศลาว ประเทศพม่า ส่วนหนีภาษีลักลอบเข้ามาก็ลักลอบเข้ามา ส่วนที่ถูกต้องมาป่ด อากรนําเข้ามาราคาก็ต่ํากว่า ผมถามว่าแล้วเราจะไปโฆษณาว่าบุหรี่ไทยดีก็โฆษณาไม่ได้ รสชาติดีก็โฆษณาไม่ได้ เพราะห้าม สิ่งที่กระทบต่อมา การจัดเก็บภาษีที่ท่านคาดหวังไว้ ก็ไม่เข้าเปัา ในส่วนของการดําเนินการร่วมภาคธุรกิจ เอกชน การลงทุนภาคเกษตรก็จะ กระทบล้มเหลว เพราะมันทั้งระบบละครับท่านประธาน การนําเข้า คนที่ได้ผลประโยชน์ ก็คือต่างประเทศ เหมือนกับเมื่อวันก่อนที่มาขอความเห็นชอบมาตรา ๑๙๐ ที่มีการพูด บอกว่า เพิ่มโทษ นั่นละครับโดนหลอก ท่านยิ่งเพิ่มโทษในการจับกุมบุหรี่ลักลอบต่าง ๆ นี่นะครับ ก็ยิ่งเปึนการทําให้บุหรี่ต่างประเทศที่เขามีการส่งเข้ามาถูกต้องเอาเข้ามา ต่อไปประเทศ ไทยก็ได้สูบบุหรี่ต่างประเทศ จะเปึนบุหรี่ในเอเชียหรือเปึนบุหรี่นอกยี่ห้ออื่นก็ตาม ท่านประธานครับ ในประเทศจีนผมคิดว่าท่านประธานไปบ่อยนะครับ