สุนัย จุลพงศธร ระบุว่า การขึ้นภาษีน้ำมันในขณะนั้นเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลายปัญหา เช่น การขึ้นภาษีบุหรี่ การขึ้นภาษีเหล้า และการกู้เงิน 800,000 ล้านบาท ซึ่งเข้าใจว่ารัฐบาลต้องการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่สุนัย จุลพงศธร กล่าวว่า การขึ้นภาษีน้ำมันเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง และไม่ควรจะขึ้นภาษีน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะมีการพิจารณาและแก้ไขปัญหาในหลายด้าน
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย จะขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งว่า การอภิปรายในประเด็นของเรื่อง พระราชกําหนดเกี่ยวกับเรื่องภาษีน้ํามันนี้ มันเชื่อมโยงกับเรื่องเมื่อเช้านี้เรื่องยาสูบ มันเชื่อมโยงกับมติ ครม. ขึ้นภาษีเหล้า แล้วก็มันจะเชื่อมโยงกับพระราชกําหนด และพระราชบัญญัติที่จะกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในภาวการณ์ อย่างนี้ รัฐบาลก็บอกว่ามาถูกทางแล้ว ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเดือนมีนาคม ๑ แสนกว่าล้านบาท ก็บอกว่าเดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้น แล้วก็มากู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าวันนี้จะเข้าพระราชบัญญัติแค่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ไปตีความกันก่อนก็ตามที รวมตลอดทั้งการขึ้นภาษีเยอะแยะไปหมด วันนี้ผมฟัง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเรื่องนี้แล้ว บางท่านก็บอกมาอธิบายว่า โอ๊ย การขึ้น น้ํามันนี่ไม่เดือดร้อนหรอก เหมือนกระเปิาซ้ายเข้ากระเปิาขวาอธิบายอย่างนั้นอธิบาย อย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรากําลังผิดประเด็น สิ่งที่ประชาชนอยากจะรู้นั้นไม่ได้ หมายความว่าจะเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ๑๐ บาท เอากระเปิาซ้ายไปใส่กระเปิาขวา ไปแทนกองทุน เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกครับ แต่สิ่งที่ประชาชนเขาอยากจะรู้ว่า ทําไมการขึ้นภาษีมันเปึนระรอกพร้อม ๆ กันไปหมด ถ้าบ้านเมืองเกิดอยู่ในภาวะปกติ มันจะเกิดอย่างนี้หรือครับ ก็วันนี้ประชนทั้งประเทศเขาก็รู้อยู่เกือบเต็มอกหมดแล้วว่า รัฐบาลนี้อยากมาเปึนรัฐบาลเหลือเกิน จนกระทั่งฝ์าวิกฤติ จนกระทั่งถูกตําหนิติฉิน ว่ามาโดยไม่ชอบในระบอบประชาธิปไตย แล้วก็มาเปึนรัฐบาล เขาก็อยากจะเห็นฝ้มือ พอเข้ามาแล้วก็บอกมาตั้งแต่ต้นว่า ทักษิณ ชินวัตร นั้น สมัยนั้นต้องกู้ชาติ แล้วสมัยนี้ ปรากฏไล่ ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้วกู้เงินจริง ๆ ข่าวเหล่านี้มันได้แวดล้อมสังคมไทย หมดแล้ว ในภาวการณ์เช่นนี้เอง ปรากฏว่าประเด็นที่ท่านกําลังพิจารณากันวันนี้นั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องของน้ํามัน ราคาน้ํามันล้วน ๆ แต่มันเปึนปัญหาจิตวิทยาสังคมที่กําลัง สร้างแพนนิค (Panic : ความตกใจกลัว) สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชนไปทั้งประเทศ แล้วครับว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร ท่านประธานครับ ปัญหาวันนี้ผมจึงกราบเรียนว่าเราเปึนฝ์ายค้าน รัฐบาลกําลังขึ้นภาษี ขนาดหนัก และไม่ได้ขึ้นตัวเดียว ถ้าจะขึ้นภาษีแค่บุหรี่อย่างเดียวว่าเปึนภาษีบาป แค่จะ ขึ้นภาษีเหล้าอย่างเดียวว่าเปึนภาษีบาปพอฟังได้ แต่ไปขึ้นภาษีน้ํามันชาวนาเขาไปไถนา ก็ต้องใช้น้ํามัน ชาวนาพอตื่นเช้าขึ้นมาไปเริ่มทํานาก็ต้องจ่ายสตางค์แล้วครับ สตาร์ท (Start) รถมอเตอร์ไซค์เมื่อไรก็น้ํามันทันที ค่าไฟฟัาก็ต้องขึ้นตามมาแน่นอน เมื่อน้ํามัน ราคาขึ้นทุกอย่างก็จะขึ้นหมด ดังนั้นภาวะอย่างนี้ ส.ส. ฝ์ายค้านจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง ตรวจสอบ สอบถาม โต้แย้งเหตุผล แต่กลับถูกเพื่อน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลกล่าวหาถากถาง อย่างข้าง ๆ คู ๆ หาว่าอภิปรายตีรวน ท่านประธานครับ พวกเรากําลังทําหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านอยู่ครับ แล้วรัฐบาลได้ดําเนินการกู้หนี้ยืมสินอย่าง มโหฬารอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเช้าผม ได้ยินจากท่านผู้หนึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อ ท่านบอกว่าสมัยรัฐบาลสมัครก็กู้ สมัยทักษิณ ก็กู้ ท่านครับ เรื่องกู้ก็กู้กันทั้งนั้น แต่ว่าเคยมีใครกู้ทีเดียวตัวเลขล่อมาทีเดียว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้เคยมีหรือครับรัฐบาลไหน ผมจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ได้ชี้แจงนําเสนอ ข้อคิดเห็นผ่านท่านประธานสักนิดว่า ทําไมรัฐบาลจึงต้องประดังขึ้นภาษีทีเดียวพรวด เลยครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยนั่งอยู่คนเดียวนี่ บอกกับสังคมหน่อยด้วยความหวังดี ถ้าถังไม่แตกนี่ ท่านจะขึ้นทีเดียวพรวดอย่างนี้ไหม ถ้าถังไม่แตกท่านจะกู้หนี้ยืมสิน ๘ แสนกว่าล้านบาททันทีไหม มันสะท้อนแล้วครับว่าถังแตก รัฐบาลไม่มีสตางค์แล้วบอก เขาตรง ๆ ไม่ได้หรือครับท่านรัฐมนตรี บอกกับประชาชนตรง ๆ แล้วเราจะได้มาช่วยกันคิด ว่าวันนี้บ้านเมืองรัฐบาลนี้หมดน้ํายาแล้ว หาเงินได้อย่างเดียวคือกู้เงิน และหาเงินได้ อย่างเดียวคือเก็บภาษี ขึ้นภาษี แล้วไม่ใช่ขึ้นทีนิดหน่อยครับท่านประธาน เฉพาะเหล้า อย่างเดียว คนกินเบียร์เล่นเสีย ๕ บาทขวดหนึ่ง คนกินเหล้าขาวน่าเปึนห่วงที่สุด ๑๐ สลึง สุราผสม ๕ บาท บรั่นดี ๑๙ บาท ปรากฏว่าผู้สื่อข่าวเขาเฝัาติดตามอยู่ว่า ขึ้นภาษีบุหรี่ ก็ไม่เท่าไร ท่านประธานครับ ในภาวการณ์ที่กําลังต้องการความสามัคคีของพี่น้อง ประชาชน ในภาวการณ์ที่ต้องการความเสียสละให้พี่น้องจํายอมจ่ายสตางค์เพิ่มเถอะ กลับมีข่าวว่ามีส่วนได้เสียกันในเรื่องการขึ้นภาษีเหล้าเปึนหมื่นล้านบาท ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านยอมรับความจริงไหม โรงเหล้าในประเทศไทยทั้งหลาย เขาผลิตกันแค่ป้นี้ขายหมด ธันวาคม แล้วผลิตใหม่ ตามความเปึนจริงเขาผลิตล่วงหน้าไว้แล้วเปึนสิบป้ใช่ไหมครับ และเขาเสียภาษีให้กับท่านแล้วใช่ไหมครับในราคาเดิม เมื่อท่านขึ้นภาษีอย่างนี้เท่ากับ เป่ดโอกาสให้พ่อค้าเหล้าในประเทศไทยขายราคาใหม่ กําไรเหนาะ ๆ อย่างนั้นหรือเปล่า ครับ ท่านสํารวจหรือยังว่าเหล้าเก่า ภาษีเก่าเหลือเท่าไร แล้วไปคุมเหล้าเขาสิครับ ผมเองไม่ได้กินเหล้า ผมเองไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ว่าเรื่องเหล้า บุหรี่เปึนภาษีบาปจริง เปึนของบาปจริง แต่บางทีมันทํามานานแล้ว บาปก็บาปกันทั้งโลก ดังนั้นก็ต้องเห็นใจ ประชาชนเขา เขายังต้องกินเหล้าบางคน คนยากคนจนนั้นมันเครียดเข้า ทํางานมากเข้า ก็กินเหล้าแค่เหล้าขาว แต่เหล้าขาวก็จะขึ้นราคา เหล้าสีก็จะขึ้นราคา ก็รีด ถ้าจะรีดภาษี กับคนจนเอามาให้รัฐบาลก็เจ็บปวดแล้ว นี่ยังรีดภาษีในภาวการณ์ที่ราคาเก่า เหล้าเก่า แท้ ๆ แต่ขายราคาใหม่ และรีดส่วนหนึ่งไม่ได้เข้ารัฐเสียแล้ว เข้ากระเปิาพ่อค้า อย่างนี้ว่า อย่างไรครับท่านประธาน แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ฝ์ายค้านได้ท้วงติง ได้ตั้งข้อสังเกตหรือครับ ท่านประธานครับ การขึ้นราคาน้ํามันเปึนผลมาจากการขึ้นภาษีน้ํามัน ผมถามหน่อยท่าน ท่านขึ้นไปแล้ว ๕ บาท แล้วขึ้นอีก ๕ บาท ท่านประกาศล่วงหน้า ถ้าท่านจะออก พระราชกําหนดพัวะพะก็ออกเลยสิครับ นี่เล่นประกาศข่าวล่วงหน้าเปึนอาทิตย์ครับ แล้วไม่ได้บอกกล่าวบอกว่าจะขึ้น ๑๐ บาท จะเก็บภาษีสรรพสามิต ๑๐ บาท โอ้โฮ ท่านครับ ๑ ลิตร ๑๐ บาทนี่แพงครับ พี่น้องประชาชนวิตกกังวลกันหมดแล้ว ทําไมไม่มี ยุทธวิธีเลยครับ ผมยังคิดว่าเรื่องอย่างนี้การขึ้นภาษีอย่างนี้ถ้าจะทําก็ทําให้ไวและไม่ควร จะให้ล่วงหน้านานให้เกิดการกักตุนให้ได้เปรียบเสียเปรียบในโอกาสนโยบายของรัฐบาล เพราะมันจะถูกเขาครหานินทาได้ว่าเปึนผลประโยชน์ทับซ้อน เปึนผลประโยชน์เชิง นโยบาย เปึนทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายได้ ท่านประธานทําไมรัฐมนตรี ครม. ประกาศ ล่วงหน้านานเหลือเกิน แล้วทําไมประกาศทีเดียวตั้ง ๑๐ บาท ก็กู้เสียให้มันทีละ ๕ บาท ทีละ ๒ บาทไม่ได้หรือครับ ความวิตกกังวลของประชาชนจะได้น้อยลงไปหน่อย ในขณะที่ ประชาชนเกิดความวิตกกังวลเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ ท่านก็ระดมขึ้นภาษียกใหญ่ แล้วท่าน ก็ระดมประกาศว่าจะกู้เงินทีเดียว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอาพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก่อนไม่ได้หรือครับ แล้วพระราชบัญญัติอย่าเพิ่งเข้ามา เอาไว้ก่อน มันมีอะไร นัย ๆ อยู่ ถ้าท่านเอาเรื่องอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้ามาในสภาเมื่อไร ผมจะเป่ดโปง บางสิ่งบางอย่างที่ผมรู้มาเหมือนกัน ท่านประธานครับ ภาวการณ์อย่างนี้ได้สร้างภาวะ วิกฤติทางสังคมจิตวิทยาขึ้น ผู้คนแทนที่จะอยู่กันสบาย ๆ ก็วิตกกังวล รัฐบาลวันนี้ ประชาชนเขารู้แล้วว่าท่านถังแตก ถ้าแค่ถังแตกท่านไม่ยอมบอก แล้วท่านขึ้นภาษี ก็ไม่พอทําเนา ปรากฏว่าในเชิงสังคมจิตวิทยาสังคมวันนี้ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาลนี้ แล้วครับ เพราะอะไรครับ หนังสือพิมพ์แต่ละวัน ๆ ขอประทานโทษ ขอประทานอนุญาต ท่านประธานที่จะต้องเอาหนังสือพิมพ์มาดูเปึนตัวอย่าง ท่านบอกว่าเศรษฐกิจดีแล้วกําลัง มาถูกทางแล้ว เป่ดหน้า ๑ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ แบงก์เมินลดดอกเบี้ยกระตุ้น จีดีพี ตามนโยบายของรัฐบางแบงก์ไม่เห็นด้วยครับ เสร็จแล้วข่าวรองลงมา ท่านบอกว่ากิจการ กําลังฟุ๋นตัวแล้ว การท่องเที่ยวกําลังฟุ๋นตัวแล้ว ปรากฏว่าธุรกิจโรงแรมวิกฤติหนักครับ ขายโรงแรมทิ้งกัน ๑๒๐ แห่งแล้วครับ เฉพาะที่ภูเก็ตภาคใต้เอง ๒๘ แห่ง กรุงเทพมหานคร ๒๔ แห่ง สมุย ๑๓ แห่ง กระบี่ ตรัง พังงา รวม ๙ แห่ง กาญจนบุรี ๘ แห่ง หัวหิน ชะอํา ว่าดี ๆ เขตดี ๆ ใกล้เขตพระราชฐาน ๔ แห่งครับเขาขาย รวมเบ็ดเสร็จแล้วทั้งหมด ๑๒๐ แห่ง นี่หรือครับเศรษฐกิจกําลังดี นี่หรือครับกําลังฟุ๋นตัว นี่หรือครับรัฐบาล ทําถูกทางแล้ว นี่หรือครับที่รัฐบาลหามาให้ ในขณะที่ข่าวก็บอกแล้วว่ามันชักแย่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ยินผมอภิปรายแล้วก็ขึ้นมาทันทีก็ต้องกราบ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ท่านจะชี้แจงเลยก็ได้เรื่องเหล้าที่เขาเก็บไว้ เขาผลิตไว้ ตุนไว้ท่านจะว่าอย่างไร อย่าไปเอาเปรียบชาวบ้าน ในขณะที่รัฐบาลต้องการความเชื่อมั่น จากประชาชน ความแตกแยกในรัฐบาลก็เกิดขึ้นอีก แย่งรัฐมนตรีกันอีกแล้ว ท่าน ส.ส. ศุภชัยจะได้เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วแทนคุณชาติชาย แล้วแถมยังเขียนอีกชัดเจนหมดครับ เพื่อนเนวินหักสรอรรถ ๑๑๑ ทั้งคู่นะครับ เนวิน กับสรอรรถไปตั้งรัฐบาลอย่างไร เห็นไหมครับ นี่ก็ผิดกฎหมายอีกแย่งกันอีก เสร็จเท่านั้น ไม่พอครับ ท่านประธานครับ เกิดกรณีที่มีตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ไม่รู้ว่าฝังศพไว้ หรือว่าเก็บสารพิษไว้ ไปทิ้งไว้อยู่ในทะเลที่ชลบุรี ทิ้งมาสิบกว่าป้แล้ว รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมบอกว่าไม่ต้องเอาขึ้นมา เพราะว่าจะว่าเปึนเก็บศพมันก็ ๒๐ กว่าป้แล้ว ส่วนพฤษภาทมิฬแค่ ๑๐ ป้ ท่านนับผิด ๑๗ ป้ครับ ๑๗ ป้กับ ๒๐ ป้ที่ท่านว่านั้นเอาเพียงไปพิสูจน์มันอธิบายไม่ได้หรอกครับ มันอาจจะใกล้กัน เปึนเรื่องจิตวิทยาสังคมที่คนสนใจทั้งประเทศ แต่แทนที่ท่านจะเอา คอนเทนเนอร์นี้ขึ้นมาจัดการ นายกรัฐมนตรีพูดเสียหมดท่าเลยบอกว่า นายกรัฐมนตรี ยอมรับบอกไม่มีเงินยกครับ ไม่มีเงินยกตู้ แค่เงินจะยกตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชาชนเขาสงสัยว่ามีการฆาตกรรมหมู่แล้วเก็บศพไว้ในนั้น ยังไม่มีปัญญาจะหาเงิน มายก อย่างนี้ถังไม่แตกหรือครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านพูดมาว่า จะต้องเก็บภาษีอย่างเร่งด่วน เตรียมการจะเก็บภาษีที่ดิน ผมก็ยินดีกับท่าน แต่ปรากฏว่า ทีแรกท่านบอกอีก ๓ ป้จะจัดการ ปรากฏว่าหน้า ๑ วันนี้มติชน กรณ์เร่งบังคับใช้ภาษีที่ดิน เริ่มปลายป้นี้เลย สตางค์ไม่มีจริง ๆ แล้วกระมังท่านนายกรัฐมนตรี บอกชาวบ้านหน่อย ไม่ได้หรือว่าผมถังแตกแล้วครับ รัฐบาลถังแตกแล้วพูดได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีฝากผ่าน ท่านประธานไปหน่อยเถอะ บอกความจริงประชาชนเขาตรง ๆ เถอะครับ แล้วจะได้หาทาง ช่วยกันแก้ปัญหา ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่ไม่ใช่เรื่องสองเรื่อง การที่รัฐบาล ไม่สามารถจะจัดประชุมอาเซียน ซัมมิทหรืออาเซียนบวกหกได้ วันนี้ท่านก็ว่าคนเสื้อแดง ไม่ได้ เพราะคนเสื้อแดงที่ภูเก็ตได้ประกาศล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วว่าจะให้ความร่วมมือกับ รัฐบาลทุกอย่างในการจัดประชุมอาเซียนที่ภูเก็ต แล้วหลังจากนั้นปรากฏว่าผู้นําประเทศ เขาไม่มากัน มันไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดงแล้ว แต่เท่าที่รู้ปรากฏว่าเปึนผลมาจากการที่ผู้นํา ต่างประเทศไม่ไว้ใจสถานการณ์บ้านเรา เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะวิธีแก้ปัญหาของ ผู้นํารัฐบาลไทยนั้นมีลักษณะไม่เปึนระบบ พูดไปวัน ๆ เหมือนกับที่ท่านขึ้นภาษีทุกวันนี้ ก็มาพูดจาให้มันไพเราะอ่อนหวานว่าไม่ใช่ผมเปึนคนกู้คนอื่นก็กู้ วันนี้จริง ๆ คือถังแตก เช่นเดียวกัน กรณีวิกฤติที่ผู้นําต่างประเทศไม่เข้ามานั้น เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปประกาศว่า ถ้าไม่ไว้ใจผู้นําเข้ามาก็ให้หน่วยรักษาความปลอดภัยของเขาถือป๋นเข้ามาได้ โอ้โฮ ผมได้มีโอกาสคุยกับเลขาทูตประเทศหนึ่ง เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่ต่างประเทศของ ผู้นํานั้นเขาถามเข้ามาว่า ถ้าไม่มั่นคงนี่เอาป๋นเข้ามาได้ไหม ทางเราตอบบอกได้ครับ ให้เอาเข้ามาเลย ความจริงเขาหลอกถามครับท่านประธาน เขาหลอกถามว่าเปึนอย่างไร ไปตกหลุมเขาเข้าบอกเอาเข้ามาได้เลย ใครเขาจะเข้ามาประชุมประเทศไทยพร้อมกับ ถือป๋นเข้ามาครับ เห็นไหมครับ ดังนั้นสิ่งที่ท่านเปึนอยู่วันนี้มันจึงไม่ใช่เรื่องการที่จะขึ้น ภาษียาสูบ ภาษีเหล้าเท่านั้น แต่มันมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อท่าน ด้วย มีปัญหาความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่มีต่อท่านด้วย ก็แค่เงินยกตู้คอนเทนเนอร์ ท่านก็ยังไม่มี แล้วข่าวเศรษฐกิจต่าง ๆ ก็ไม่ดีกับท่าน แบงก์ก็ปฏิเสธ กิจการโรงแรมก็เจ๊ง รัฐมนตรีก็ทะเลาะกัน เมื่อวันก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ไปทะเลาะกันอีก ใน ครม. กับนายกรัฐมนตรีอีก ข่าวก็ใหญ่โตไปหมด อย่างนี้มันจะไปไหวหรือครับ ท่านประธาน ผมเห็นเหตุการณ์อย่างนี้แล้วก็เปึนห่วง ไม่ใช่เปึนฝ์ายค้านแล้วจะมา อภิปรายเพื่อที่จะเป่ดเผยทําให้รัฐบาลเสียหาย แต่ว่าเราจําเปึนต้องเอาความจริงมาพูดกัน แน่นอนครับในระบอบประชาธิปไตยนั้นรัฐบาลอยู่ฝ์ายรัฐบาลก็จะพูดแต่สิ่งดี ๆ ทําให้ ประชาชนไม่มีโอกาสรู้ความจริงว่ามันแค่ไหน ผมเองอาจจะมีความรู้น้อยกว่าท่าน เพราะผมไม่ได้เปึนรัฐมนตรี ไม่มีข้อมูล ไม่ได้เปึนรัฐบาล แต่เท่าที่เห็นจากปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ เหล่านี้มันทําให้เกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลถังแตก แล้ววันนี้ที่ท่านจะกู้เงิน ท่านคิดว่าประชาชนโง่หรือครับเดี๋ยวนี้ เขารู้ว่าทันทีที่ท่านกู้เงิน ภาระอยู่ที่หลังเขาแล้วครับ เขาต้องแบก และเขาเริ่มผ่อนชําระหนี้เงินกู้ของท่านแล้วด้วย การจ่ายรายวันให้แก่ค่าน้ํามันที่ท่านเก็บเงินกู้จากประชาชนผ่านค่าน้ํามัน ผ่านค่าซื้อเหล้า ซื้อบุหรี่ สินค้าต่าง ๆ มัน ไดเรคท์ (Direct : ชี้ทาง) ที่สุด มันตรงไปตรงมาที่สุด ประชาชน เขาเข้าใจ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าท่านจะกู้เงินอีกเท่านี้ ท่านจะขึ้นภาษีอีกเท่านี้ ท่านตอบกับสังคมได้ไหมครับว่า น้ํามันนี่จะหยุดขึ้นภาษีแล้วได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ พอจะให้สัญญาหรือให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ไหมครับ ผมถาม ผ่านท่านประธานไปว่า บอกประชาชนได้ไหมว่าขึ้นภาษีสรรพสามิต ๑๐ บาท ราคาน้ํามัน นี้แล้ว จะไม่ขึ้นอีกแล้วจนสิ้นป้นี้ บอกกับประชาชนได้ไหมครับว่าถ้าผมได้กู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี้แล้ว ผมจะไม่กู้อีกแล้ว ได้ไหมครับ เพราะว่าวันนี้ท่านให้ยาหอมประชาชนว่า ที่เราต้องกู้เงิน ที่เราต้องขึ้นภาษีนี้ เพราะว่าเราจะรอวันที่เศรษฐกิจโลกฟุ๋นตัว พอเศรษฐกิจโลกฟุ๋นตัวเหมือนนั่งเรือใบ พอลมมาปัูบไปฉิว แล้วถ้าเกิดลมมันไม่มาล่ะครับ เรือใบท่านจะทําอย่างไรครับ เอาแจวไปแจวไหมครับ ท่านประธานครับ ผมจึงถือว่าสิ่งที่ ท่านทําอยู่นี้เปึนความเสี่ยงที่สุด เปึนการนําประชาชนเข้าขื่อคาที่อันตรายที่สุด อยู่ใน ภาวะวิกฤติที่สุด จึงต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลานี้มาซักถาม มาท้วงติง ให้ท่านได้ อธิบายกับประชาชน อย่าได้เข้าใจฝ์ายค้านผิดว่ามาทําการอภิปรายโดยถ่วงเวลา มาทํา การอภิปรายตีรวน ไม่ใช่ นี่เรากําลังทําหน้าที่ของเรา จึงกราบขอบพระคุณท่านประธาน มา ณ โอกาสนี้ กราบขอบพระคุณครับ