รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
พระราชกฤษฎีกา
เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ
พ.ศ. ๒๕๕๑
_______________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้กําหนดวันเริ่มสมัยประชุมรัฐสภาสมัยประชุม สามัญนิติบัญญัติ ในวันที่ ๑ สิงหาคม
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๘๗ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
พระบรมราชโองการ
ประกาศ
แต่งตั้งรัฐมนตรี
__________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศ ลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตําแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตําแหน่งที่ว่าง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ แก่ราชการ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
นายเตช บุนนาค เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
พระบรมราชโองการ
ประกาศ
ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเปึนรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี
________________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามประกาศ ลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่าสมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบาง ตําแหน่งเพี่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รัฐมนตรีพ้นจาก ความเปึนรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
๑. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเปึนรัฐมนตรีดังต่อไปนี้
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
ร้อยตรีหญิง ระนองลักษณ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลัง พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
นายชวรัตน์ ชาญวีระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้
พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ เปึนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายมั่น พัธโนทัย เปึนรองนายกรัฐมนตรีอีกตําแหน่งหนึ่ง
นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลัง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลัง
นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ พัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์
นายไชยา สะสมทรัพย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์
นายประสงค์ โฆษิตานนท์ เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม
ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี”
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ
ระเบียบวาระต่อไป เปึนระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบประกาศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีรายชื่อในลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตําแหน่งที่ว่าง
ด้วยได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลําดับถัดไปในบัญชีของพรรคพลังประชาชน กลุ่มจังหวัดที่ ๑ ลําดับที่ ๖ ได้แก่ นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ เลื่อนขึ้นมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเชิญ คุณถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งผมจะได้เปึนผู้กล่าวนํา มาหรือเปล่า เชิญ มาแล้วนะครับ กรุณาว่าตามผมดังนี้นะครับ
(นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุม ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวนํา)
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ผมขอแสดงความยินดี และขอต้อนรับท่านสมาชิกใหม่นะครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณ เชิญนั่งครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตครับ
ประธานสภาผู้แทนราษฎร : มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรค ประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมคิดว่าได้เกิดความคลาดเคลื่อนในการอ่านพระบรมราชโองการ แต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศครับ ชื่อที่ควรจะเปึนคือ นายเตช บุนนาค ครับ ที่อ่านออกไปนั้นเปึน นายเดช บุนนาค ครับ ผมไม่อยากให้เกิดความคลาดเคลื่อน ในการบันทึกรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรครับ
ขอบคุณหม่อมครับ ขอบพระคุณมากครับ ช่วยกรุณาแก้ไขให้ถูกต้องด้วย ผู้จดรายงานการประชุมนะครับ ต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒.๔ รับทราบเรื่องรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ลาออกจากตําแหน่ง
ด้วยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอลาออกจากตําแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงเปึนผลให้คุณสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ พ้นจาก ตําแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ตามมาตรา ๑๒๔ วรรคสี่ (๒) ของ รัฐธรรมนูญตั้งแต่วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เปึนต้นไป จึงขอเรียนแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไป ๒.๕ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณา และรับทราบรายงานจํานวน ๓ เรื่อง ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันศุกร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จํานวน ๓ เรื่องคือ
๑. รายงานผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษา โรงเรียนเอกชนของป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙
๒. รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ประจําป้ พ.ศ.๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๔๘ และ พ.ศ. ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ ตามมาตรา ๒๕๐ (๖) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
๓. รายงานกิจการประจําป้ ๒๕๕๐ ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ตามมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติธนาคาร พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไป ๒.๖ รับทราบ รายงานผลการดําเนินงานของเงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานผลการดําเนินงานของเงินทุน หมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ และ ๒๕๔๙ และได้นําเสนอรัฐสภาทราบต่อไป ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้ท่านสมาชิกทราบแล้ว มีท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็นปัญหา ติดใจจะซักถามหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ผมจะขอผ่านระเบียบนี้นะครับ มีไหมครับ ไม่มี นะครับ ขอบคุณครับ คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับทราบเรื่องที่ท่านประธานแจ้งต่อที่ประชุม โดยเฉพาะ เรื่องในวาระที่ ๒.๔ ครับ เรื่องรับทราบรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ลาออกจากตําแหน่ง ซึ่งเปึนหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมอยากเรียนถามท่านประธานว่าท่านลาออกแล้ว วันนี้สภา ของเราจะมีระเบียบวาระในการเลือกรองประธานขึ้นมาทําหน้าที่เพื่อที่จะควบคุม การประชุมสภาของเราวันนี้หรือเปล่าครับ ขอกราบเรียนถามท่านประธานครับ
ผมขอเรียนให้ทราบว่า เราได้บรรจุระเบียบวาระไว้ในข้อ ๗.๑ แล้วครับ เปึนเรื่องของที่ประชุมครับ ผมก็ไม่ สามารถที่จะตอบได้ว่าจะเข้าถึงระเบียบวาระนี้หรือไม่นะครับ แต่ขณะนี้เรากําลัง ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง ไม่มีท่านผู้ใดข้องใจสงสัยนะครับ มีไหมครับ เชิญท่านพันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ เชิญครับ เรื่องนี้ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาครับ กระผมไม่ทราบว่าวาระเพื่อการรับทราบ เรื่องรายงานของผู้สอบบัญชี แล้วก็งบการเงิน เงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกล กรมทางหลวง ในสิ้นป้งบประมาณป้ ๒๕๔๙ แล้วก็ป้ ๒๕๔๘ นี้ ท่านจะเชิญ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้แทนจากกรมทางหลวงหรือว่าผู้แทนจาก สตง. (สํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน) มาร่วมรับฟังหรือไม่ หรือว่าจะให้ผมอภิปรายไปเลยครับ
ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ กรมทางหลวงกําลังรอชี้แจงอยู่ครับ ผมจะขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๘ ขออนุญาตสภา นะครับ ขอเชิญตัวแทนของกรมทางหลวงมารอฟัง แล้วก็ชี้แจงให้สภาทราบครับ เชิญครับ อยู่ตรงไหน ก็มีรายชื่อดังนี้นะครับ ผู้มาชี้แจงมี คุณการุญ อบแย้ม เชิญครับ คุณพีระพล พันธุ์ยิ้ม ๒ ท่านด้วยกันนะครับ เกี่ยวกับเรื่องเงินหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของ กรมทางหลวง เชิญนั่งนะครับ ๒ ท่าน เชิญได้เลยครับ ท่านพันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ กระผมได้ดูรายงานของ สตง. ที่ได้มีผู้ตรวจสอบบัญชี แล้วก็ งบการเงินเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกล กรมทางหลวง ได้ทํารายงานในคราว สิ้นป้งบประมาณป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ กระผมไม่มีเรื่องอะไรมากที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องเงินกองทุนนี้ อย่างน้อยที่สุดก็อุ่นใจ ดีใจที่ในป้ ๒๕๔๘ แล้วก็ป้ ๒๕๔๙ นั้น ทางกรมทางหลวงได้บริหารเงินกองทุนหมุนเวียนนี้ไปด้วยความเรียบร้อยไม่ขาดทุน น้อยนักที่การบริหารเงินกองทุนนี้จะไม่ขาดทุน หน่วยงานกรมทางหลวงก็เปึนอีก หน่วยงานหนึ่งที่สามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนนี้ได้โดยมีกําไร ในป้ ๒๕๔๘ และ ป้ ๒๕๔๙ นี้ โดยเฉลี่ยป้ละประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานสภาที่เคารพครับ โดยปกติกรมทางหลวงมีหน้าที่ในการก่อสร้างถนนหนทางและสะพาน มีหน้าที่ในการซ่อม บํารุงเพื่อรักษาถนนหนทางและสะพาน งานที่ตนเองรับผิดชอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้การ ได้ตลอดเวลา การก่อสร้างถนนก็ดี สะพานก็ดี จําเปึนจะต้องมีเครื่องมือหนักในการนํามา ใช้งาน ไม่ว่าจะเปึนรถเกรด รถตัก ไม่ว่าจะเปึนเครื่องมืออุปกรณ์ทางช่างต่าง ๆ นานา ซึ่งล้วนมีราคาแพง การก่อสร้างแล้วก็การซ่อมบํารุงนั้น บางรายการบางอย่างทาง กรมทางหลวงก็ได้มีการประมูลก่อสร้างจ้างเหมา แปลว่าถนนเส้นนั้นสะพานตัวนั้นได้ให้ ผู้รับเหมาภาคเอกชนรับผิดชอบไปดําเนินการก่อสร้าง ไปจัดหาอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ในการก่อสร้าง รถเกรด รถตัก เปึนของภาคเอกชนเอง แต่อย่างไรก็แล้วแต่กรมทางหลวง ก็ยังมีงานอีกบางอย่างครับ ที่กรมทางหลวงนั้นจําเปึนต้องก่อสร้างเอง ลงมือก่อสร้างเอง ถนนบางเส้นกรมทางหลวงก็สร้างเสียเอง ซึ่งแม้จะมีไม่มากนักแต่ก็ยังมีอยู่ สะพาน บางเส้น สะพานบางตัว กรมทางหลวงก็เปึนผู้รับผิดชอบการก่อสร้างเสียเอง การซ่อม บํารุงบางครั้งเร่งด่วน กรมทางหลวงโดยแขวงการทาง เขตการทาง หมวดการทาง ก็ดําเนินการซ่อมเอง โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉิน ในการที่กรมทางหลวงจะต้องซ่อมเองอย่างนี้จําเปึนอยู่เองที่ กรมทางหลวงจะต้องมีเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องมือหนักในการใช้งานเหมือนอย่างกับ บริษัทภาคเอกชนโดยทั่ว ๆ ไป ถ้าจะให้เขตการทาง แขวงการทาง หมวดการทาง มีเครื่องจักร เครื่องยนต์เอง ต่างคนต่างมี ต่างหมวด ต่างเขต ต่างสํานัก ต่างมี ถ้าเปึน อย่างนั้นค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเครื่องจักรเครื่องยนต์นั้นก็จะมีมากมายมหาศาล งบประมาณก็จะแบกรับภาระไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนต้องมีหน่วยงานกลาง หน่วยหนึ่งครับที่ดูแลเครื่องจักรกลในเรื่องการจัดซื้อจัดหามาเปึนส่วนรวม เมื่อมี เครื่องจักรกลเปึนส่วนรวมแล้วหน่วยงานในกรมทางหลวงหน่วยใดจะใช้เครื่องจักรกลก็ เช่าไปจากหน่วยงานกลางของกรมทางหลวงอย่างนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมได้ตรวจดูบัญชีของผู้ตรวจสอบแล้วก็ดีใจในป้ ๒๕๔๘ และ ๒๕๔๙ ซึ่งปรากฏอยู่ ตรงกลาง ๆ นะครับ ไม่บอกหน้าไว้ ในป้ ๒๕๔๘-๒๕๔๙ นั้น รายรับและรายจ่ายของ เงินกองทุนนี้เปึนที่น่าดีใจตรงที่ว่าในป้ ๒๕๔๘ และ๒๕๔๙ รายได้สูงกว่ารายจ่ายสุทธิ ประมาณป้ละเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท แปลว่าไม่ขาดทุน แปลว่ามีกําไรเล็กน้อย นั่นคือ ป้ ๒๕๔๘ และ ๒๕๔๙ แต่สิ่งที่กระผมมีข้อที่น่าเปึนห่วงอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้เพื่อให้ทาง กรมทางหลวงก็ดีนะครับได้ระมัดระวัง เพราะว่าในป้ ๒๕๔๘ และ ป้ ๒๕๔๙ ค่าน้ํามัน เชื้อเพลิงค่าน้ํามันหล่อลื่นมาอยู่ในอีกราคาหนึ่ง ยกตัวอย่างว่าน้ํามันดีเซลในป้ ๒๕๔๘ – ๒๕๔๙ นั้นลิตรหนึ่งก็ตกประมาณ ๘-๙ บาท แต่ในป้ ๒๕๕๑ ป้นี้เปึนต้นไป ราคาน้ํามันดีเซลนั้นจะแพงกว่าเมื่อป้ ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ประมาณเกือบ ๔ เท่า นี่คือข้อ ห่วงใยครับที่กระผมนั้นอยากจะให้กรมทางหลวงได้ระมัดระวังว่าในป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นไปนี้ สิ่งที่ท่านเคยมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายป้ละประมาณเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท อย่างที่ป้ ๒๕๔๘-๒๕๔๙ นั้นมันอาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะค่าน้ํามันเชื้อเพลิง ค่าแบตเตอรี่ ค่าใช้จ่าย ในเครื่องจักรกลหนักของท่านนั้นจะสูงขึ้นเปึนเงาตามตัว เพราะฉะนั้นอยากจะให้ ข้อสังเกตให้ท่านระมัดระวังเรื่องนี้ และกระผมอยากจะให้ทาง สตง. ได้ให้ข้อสังเกต ได้ให้ คําแนะนําว่าจะทําอย่างไรที่จะให้หน่วยงานซึ่งดูแลเครื่องจักรกลเปึนส่วนรวม เปึนกองกลาง สามารถจะบริหารจัดการต่อไปได้โดยที่ไม่ขาดทุน ท่านประธานสภา ที่เคารพกระผมก็มีข้อห่วงใยและมีข้อสังเกตเพียงสั้น ๆ แต่เท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณอนุชา บูรพชัยศรี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตได้พูดถึงในเรื่องของรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน ของเงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต นิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องของสินทรัพย์ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ที่มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ ๒,๑๐๓ ล้านบาท แบ่งเปึนสินทรัพย์หมุนเวียน ๑,๑๒๖ ล้านบาท และสินทรัพย์ ไม่หมุนเวียน ๙๗๗ ล้านบาท ในส่วนของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ๙๗๗ ล้านบาท ถ้าลงไปดู ในรายละเอียดนะครับ จะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วจะเปึนในส่วนของเครื่องจักรที่ให้เช่าซึ่ง ราคาทุน ณ ๒๕๔๙ นี้นะครับ มีมูลค่า ๕,๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่มีค่าเสื่อมราคาไปแล้วถึง ๔,๖๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เลยทําให้สินทรัพย์สุทธิตรงนี้ลงมาจริง ๆ เหลือ แค่ ๙๗๐ กว่าล้านบาท ผมก็เลยอยากจะตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งนะครับ ว่าจริง ๆ แล้วตัวเลข ท่านสมาชิกหลายท่านอาจจะดูแล้วคลาดเคลื่อนว่าจํานวนเงินตัวเลขที่มีอยู่สินทรัพย์ แค่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่านั้นเอง แต่สินทรัพย์ตัวนี้ได้มีการหักในเรื่องของค่าเสื่อม ราคาไปมากพอสมควร เพราะฉะนั้นสินทรัพย์ที่หรือว่าเครื่องจักรกลหนักที่ทาง กรมทางหลวงดูแลอยู่ผมเข้าใจว่าตอนนี้อาจจะมีมากกว่า ๕,๕๐๐ กว่าล้านบาทด้วยซ้ําไป มีมูลค่าถึงเกือบหลายพันล้านบาท เพราะว่ายังมีในเรื่องของการที่จะต้องสต็อก (Stock) อะไหล่ก็ดี หรือว่าในการที่จะต้อง ดูแลในเรื่องของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เรียกว่าเครื่องใช้สิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเปึนใบมีด อะไหล่ หรือว่าตัวสต็อกเครื่องจักรอะไรอื่น ๆ ที่ต้องใช้สนับสนุน เพราะฉะนั้นตรงนี้เนื่องจากมูลค่า ของเครื่องจักรจริง ๆ แล้วผมคิดว่ามีหลายพันล้าน มากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านที่ปรากฏอยู่ใน ตัวนี้ ก็เลยคิดว่าควรที่จะตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งในเรื่องของการที่กรมทางหลวงจะต้อง ดําเนินการในเรื่องของการประกวดราคาจัดซื้อต่าง ๆ เพราะว่าปัจจุบันแล้ว ตอนนี้เท่าที่ได้ รับทราบข้อมูลมา ทางกรมทางหลวงเองได้มีการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หลายเรื่อง นะครับและเปึนเครื่องจักรหลาย ๆ ประเภท แต่สิ่งที่ได้รับทราบข้อมูลมาก็คือว่าในปัจจุบัน นี้ ในเรื่องของการที่จะออกคุณสมบัติหรือที่เราเรียกกันว่าสเปก (Spec) ต่าง ๆ ของการที่ กรมทางหลวงได้ออกค่อนข้างที่จะไม่ครอบคลุม แล้วก็ไม่มีความรัดกุม แล้วก็บางสิ่ง บางอย่างก็ไม่โปร่งใสและไม่เปึนธรรม ทั้งนี้เนื่องจากสินค้าบางอย่างเปึนสินค้าที่เรา มุ่งหวังที่จะได้ของที่ไม่มีคุณภาพมา จะมุ่งเน้นในเรื่องของราคาเสียอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเครื่องจักรส่วนใหญ่ที่นํามาอาจจะใช้ได้เพียงแค่ไม่กี่ป้เท่านั้นเอง เครื่องจักร ทุกอย่างที่กรมทางหลวงต้องรับผิดชอบก็ต้องจอดสนิท แม้กระทั่งจะสอบถามในเรื่องของ ราคาอะไหล่ที่จะมาปรับปรุงซ่อมสภาพต่าง ๆ ก็มีราคาค่อนข้างที่จะสูงและไม่มีสต็อก อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียเวลาในการที่จะต้องรอการนําเข้าจากต่างประเทศโดยทาง เครื่องบินหรือที่เราเรียกว่า แอร์ เฟรท (Air freight) ทั้งนี้ทั้งนั้นอุปกรณ์ส่วนใหญ่ต่าง ๆ เหล่านี้แล้วนี่คุณภาพในเรื่องของเทคโนโลยีก็จะไม่ทันสมัย เพราะฉะนั้นเปึนข้อสังเกต อันหนึ่งที่ผมอยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้กรุณาพิจารณาด้วย เพราะว่าคุณสมบัติ บางอย่าง อย่างเช่นผมยกตัวอย่าง มีการจัดซื้อในส่วนของรถบรรทุก อาจจะมีการบอกว่า ตอนนี้ให้ใช้รถยูโร ๒ (Euro 2) แต่จริง ๆ แล้วปัจจุบันตอนนี้ส่วนใหญ่แล้วเขาจะใช้รถ ยูโรฟรี (Euro free) หรือว่าเปึนเวอร์ชั่น (Version) ที่ ๓ ทั้งนั้น แล้วรถยูโร ๒ ไม่มีการผลิต หรือเปึนรถยนต์ที่เวลาออกในส่วนของมลภาวะค่อนข้างที่จะสูงซึ่งหลาย ๆ ประเทศ เขาก็เลิกผลิตกันไปแล้ว แต่เราก็ยังออกรถยนต์ประเภทนี้ออกมาอยู่นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือรถบรรทุกซึ่งมีพ่วงในส่วนของเครื่องยกหรือที่เรียกว่า เครน (Crane) ติดตั้งหลังรถบรรทุกหรืออะไรประเภทนี้นะครับ ซึ่งบางสิ่งบางอย่างเราก็ไป ตั้งคุณสมบัติไว้ว่าผู้ที่จะมาประมูลหรือผู้ที่จะมาประกวดราคาซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) จะต้องเปึนผู้ที่จัดจําหน่ายเฉพาะรถอย่างเดียว ทําให้ผู้ที่เขามีการผลิต ในส่วนของเครื่องยกหรือว่าเครนต่าง ๆ ซึ่งเปึนของที่ดีมีคุณภาพไม่ได้ดําเนินการ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณา อาจจะเปึนการแยกกันในส่วนของ รถบรรทุกก็รถบรรทุก ส่วนอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์ที่มาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อที่จะได้ให้ ในส่วนของหน่วยงานกรมทางหลวงได้ใช้งานที่ดีอย่างมีคุณภาพ อาจจะมีการจัดซื้อหรือ ประกวดราคาซื้อแยกต่างหากและก็มีการมาประกอบติดตั้งกัน เพราะฉะนั้นมีบางประเด็น ผมได้รับทราบข้อมูลมาก็คืออย่างเช่นในส่วนของที่เราเรียกว่ากรมทางหลวงใช้ศัพท์คําว่า ไฟวาบ ๆ แต่จริง ๆ ที่เราเรียกกันว่า ไฟฉุกเฉินหรืออีเมอร์เจนซี ไลท์ (Emergency light) ที่ มีการหมุน ๆ คล้าย ๆ กับรถดับเพลิงหรือว่ารถตํารวจ หรืออะไรต่าง ๆ พวกนั้น ปรากฏว่า สเปกนี่สูงมากครับและก็ไม่สามารถหาที่ไหนในโลกได้ จนกระทั่งบางทีการซื้อเครื่องจักร มูลค่าเยอะ ๆ ปรากฏว่าสเปกไปล็อก (Lock) ที่เขาเรียกกันนะครับ ที่ไฟวาบ ๆ มูลค่าไม่กี่ หมื่นบาท ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้ มีแค่เพียง ๑ หรือ ๒ บริษัทเท่านั้นเองที่ผลิตในโลกนี้ ก็เปึน อันหนึ่งที่อยากจะขอฝากเปึนข้อสังเกตไว้
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของการจัดซื้ออะไหล่เพื่อซ่อมบํารุงในส่วนของ กรมทางหลวงที่เข้าใจว่าใช้เงินกองทุนกองนี้อยู่นะครับ ก็คือว่าอยากจะให้มีการจัดซื้อใน ลักษณะของเบ็ดเสร็จในการที่จะนําไปซ่อมบํารุงเครื่องจักรให้ใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าป้หนึ่งตั้งงบประมาณเพื่อ หรือป้หนึ่งใช้ในการที่จะซ่อมเกียร์ (Gear) อีกป้หนึ่ง ใช้ในการที่จะซ่อมปัูม (Pump) อีกป้หนึ่งใช้ในการที่จะซ่อมมอเตอร์ (Motor) การทํา อย่างนี้ใช้เวลา ๓ – ๔ ป้ เครื่องจักรยังไม่สามารถทํางานได้ เราน่าจะดําเนินการที่จะใช้ งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในการที่จะซ่อม อย่างเช่น สมมุติว่ามีตัวเครื่องจักร อยู่สัก ๑๐๐ คัน ก็ซ่อมให้เสร็จสัก ๑๐ คัน แทนที่เราจะซื้อปัูม ๑๐๐ ตัว และถึงเวลาไปซื้อ มอเตอร์อีก ๑๐๐ ตัว เพราะว่างบประมาณไม่มีอาจจะซื้อแค่ ๑๐ ตัว แล้วก็ ซ่อมทั้งฟ้ด (Feed) ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับก็คือในเรื่องของค่าเช่าที่ในรายละเอียดนะครับ มีว่า กรมทางหลวงได้ใช้เงินกองทุนของหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลหนักกองทุนนี้นะครับ เพื่อไปซื้อเครื่องจักรแล้วก็นําไปเช่าให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งในป้ ๒๕๔๙ มีรายได้จาก การดําเนินงาน ๗๘๕ ล้านบาท มีค่าใช้จ่าย ๕๘๕ ล้านบาท มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย ๒๐๐ ล้านบาท ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนะครับท่านประธาน ก็คือว่า รายได้ที่ได้มาเราตั้งเปึนรายได้ที่ไปเรียกเก็บกับหน่วยงานของรัฐอื่นเปึนรายได้ที่เหมาะสม อย่างไรหรือไม่นะครับ เพราะว่าถ้าเกิดอ้างอิงในส่วนของเอกสารหรือว่าอ้างอิงราคาที่ใช้ ในตลาดปัจจุบันนะครับ อาจจะทําให้กองทุนนี้หรือว่าทางกรมทางหลวงแทนที่จะมีรายได้ อาจจะเปึนผลการขาดทุนนะครับ คงไม่เรียกว่าขาดทุน แต่ว่ามีรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย อันนั้นเปึนข้อสังเกตที่ผมอยากจะขอแจ้งในสภาแห่งนี้ไว้นะครับว่า ในเรื่องของค่าเช่าที่เรา นําเครื่องจักรไปให้เช่านั้น มีการดําเนินการในราคาที่สูงกว่าตลาดหรือเปล่านะครับ เพราะว่าถ้าเปึนการที่สูงกว่า ไม่ว่าจะเปึนการที่นําไปให้ในส่วนของแขวงต่าง ๆ แล้วก็ เขตการทางเช่าช่วงต่อในเรื่องของราคาอาจจะไม่เหมาะสม
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอาจจะขอเปึนประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน ก็คือในเรื่องของการที่ แทนที่เราจะมีการจัดซื้อหรือมีการประกวดราคาซื้อนะครับ อาจจะ ให้ดําเนินการในการพิจารณาที่จะใช้เงินกองทุนกองนี้ในการที่จะไปเช่า แต่คงไม่ต้องเช่า ระยะยาวเหมือนกับที่ทาง ขสมก. กําลังจะดําเนินการนะครับ คือไม่ต้องถึงขนาด ๑๐ ป้หรอกครับ เพราะว่าเครื่องจักรกลหนักส่วนใหญ่แล้วผมคิดว่าถ้าดําเนินการให้เช่า ตั้งแต่ระยะเวลา ๓ ป้ขึ้นไป อาจจะ ๓ – ๕ ป้ ผมคิดว่าเอกชนหลาย ๆ รายก็พร้อมที่เข้ามา ร่วมงานกับทางด้านกรมทางหลวงในการที่จะให้เครื่องจักรเช่า และเมื่อเครื่องจักรนั้น เอามาเช่าแล้วเราก็ไม่จําเปึนที่จะต้องมานั่งดูแลในเรื่องของการบํารุงรักษา ไม่มีความ จําเปึนที่จะต้องมาจ้างเมกคานิก (Mechanic) หรือว่าช่างซ่อมบํารุง ไม่มีความจําเปึน ที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของการที่จะต้องสต็อกอะไหล่เพื่อใช้ในการบํารุงรักษา เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะขอให้ท่านประธานได้พิจารณาในเรื่องของการที่จะเช่า เครื่องจักรที่จะนําไปใช้ในส่วนของกรมทางหลวงนะครับ เพราะว่าเปึนสิ่งที่เปึนประโยชน์ แล้วก็หลังจาก ๓ ป้ หรือ ๕ ป้แล้วนี่ เครื่องจักรต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนโมเดล (Model) เปลี่ยนรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นนะครับ สามารถที่จะหมุนเวียนกลับมาใช้ เพิ่มเติมได้ในส่วนของที่เราจะนํารถใหม่เข้ามาเพิ่มเติมนะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญคุณประพนธ์ นิลวัชรมณี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเพิ่งไปดูงานที่ต่างประเทศมาก็เจอเพื่อน กรรมาธิการด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็นั่งรถครับ นั่งรถบนถนน เพื่อนกรรมาธิการด้วยกัน เห็นถนนต่างประเทศเขาเรียบ เขาก็หันมาถามผมกันในฐานะที่ผม อดีตเคยเปึนข้าราชการ กรมทางหลวง ก็ธรรมดาครับ เขาก็ต่อว่านิดหนึ่งว่า คุณประพนธ์ เมื่อไรถนนบ้านเรา จะซ่อมเรียบเหมือนถนนที่ญี่ปุ์นนะครับ ผมก็ช่วยอธิบาย ชี้แจงแทนกรมทางหลวงในฐานะ เปึนข้าราชการกรมทางหลวงครับ แต่ว่าในใจก็คิดอยู่นะครับ กลับมาพอดี กรณีของ เงินทุนหมุนเวียนเครื่องจักรกลของกรมทางหลวงเข้าพอดี ผมก็ติดใจเรื่องของการ ซ่อมบํารุงทางอยู่เหมือนกันครับ ก็สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงในภูมิภาค ต่าง ๆ ถึงปัญหาที่เพื่อนกรรมาธิการ เพื่อน ส.ส. ได้ปรารภไว้นะครับ แล้วก็มาตรวจสอบ จากผลดําเนินงานของเงินทุนหมุนเวียนของกรมทางหลวง ท่านประธานสภาครับ ระยะ ๕ – ๖ ป้ที่ผ่านมาครับ ผมมีบัญชีรายชื่อเครื่องจักร ผมตรวจสอบแล้วปรากฏว่า เงินทุนหมุนเวียน เขาซื้อเครื่องจักรกล ซื้อรถก็ถูกต้องตามที่หน่วยงานภูมิภาคเขาต้องการ นะครับ โดยเฉพาะเรื่องรถตรวจการ เครื่องจักรบางตัว ซึ่งยุคปัจจุบันนี้ต้องการ ความรวดเร็วในการดูแลเส้นทาง บํารุงทางครับ แต่ปรากฏว่าในการจัดหาเครื่องจักรเพื่อใช้ในงานบํารุงทางนั้นรู้สึกจะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เน้นไปอยู่ในเรื่องของรถตรวจการเสียมากกว่าครับ ในขณะที่ความต้องการพอ ๆ กัน แล้วต้องการมากเสียด้วยคือเรื่องของการซ่อมบํารุง ปรากฏว่าปัจจุบันนี้อย่างยกตัวอย่าง ง่าย ๆ รถที่เปึนรถเอนกประสงค์ของงานบํารุงทางคือรถตักหน้าขุดหลังชนิดล้อยาง ซึ่งจะ เคลื่อนตัวได้ง่ายนะครับ ตามจังหวัดต่าง ๆ ต้องการถึงจังหวัดละ แขวงการทางละไม่ต่ํากว่า ๓ คันจึงจะพอใช้งาน แต่ปรากฏปัจจุบันนี้อย่างเก่งก็มีแขวงละ ๑ คัน รถบดถนนตัวเล็ก ๆ ท่านประธานท่านคงทราบนะครับ ตัวนี้จะเคลื่อนตัวไปได้เองสําหรับตบยาง ตบหิน ตบดิน เวลาไปขุดซ่อมบํารุงทาง ควรจะต้องมีถึงหมวดการทางซึ่งแต่ละแขวงมีประมาณ ๔ – ๕ หมวดการทาง หมวดการทางอย่างน้อยก็มีหมวดละ ๑ ตัว คือถ้าแขวงหนึ่งมี ๖ หมวดก็ต้อง มี ๖ ตัว เพราะต้องซ่อมบํารุงทุกวัน แต่ขณะนี้ปรากฏว่าแขวงหนึ่งมีอย่างมากก็ ๒ ตัว ๓ ตัว ซึ่งขาดไปมากกว่าครึ่งนะครับ ตัวอย่างอีกอันหนึ่งคือรถเครื่องจักรสําหรับตัดเวลาถนน ผิวเสียต้องตัดเปึนรูปสี่เหลี่ยมให้สวยงามแล้วจะได้ซ่อมปะจะได้เรียบ ก็ไม่มี มีไม่พอ บางที แขวงหนึ่งไม่มีด้วยซ้ําไป อันนี้เปึนเรื่องที่ทําให้ตอบคําถามของเพื่อนกรรมาธิการ เพื่อน ส.ส. ที่ไปดูงานเหมือนกันว่าทําไมบ้านเรานั้นจึงซ่อมถนนได้ไม่เรียบ ไม่สวยงามเหมือนกับ ต่างประเทศเขา อันนี้ผมก็ขอฝากไปถึงท่านอธิบดีในฐานะผู้รับผิดชอบและก็ท่านปลัด กระทรวงในฐานะที่เปึนประธานบอร์ด (Board) ของเงินทุนหมุนเวียน อันนี้ท่านประธาน ครับ เครื่องจักรอย่างที่ผมกล่าวมาแล้วนี้ถ้าเรามีนะครับ ถ้ากรมทางหลวงมีนะครับ ไม่ใช่ เฉพาะที่กรมทางหลวง เจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาคต้องการจะได้เช่าอย่างเดียว งานของ อบต. โดยเฉพาะ อบต. หรือแม้แต่เทศบาลหลายแห่งนะครับ ถ้าเรามีเครื่องจักรชุดนี้ไว้ก็สามารถ ที่จะให้เขาเช่าได้เขาก็อยากจะเช่า เพราะว่าถ้าเขาลงทุนซื้อใน อบต. แต่ละแห่งนั้นคงไม่มี ปัญญาที่จะซื้อเครื่องจักรพวกนี้ แล้วก็ใช้น้อย เพราะฉะนั้นการที่รายงานของบัญชีเงินทุน หมุนเวียนป้นี้ได้กําไรนั้นเปึนเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้ามาวิเคราะห์กันแล้วผมคิดว่าจนถึง ณ วันนี้คือเครื่องจักรที่เราลงทุนไว้ก่อนแล้วนั้นมันได้ประสิทธิผลเต็มที่แล้ว ถ้าหลังจากนี้แล้ว ผมว่าถ้าเราไม่ซื้อเครื่องจักรเสริม ไม่ซื้อเครื่องจักรเพิ่ม ผมว่าภาวะการขาดทุนจะมีขึ้นครับ เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษามันสูงขึ้น ขณะเดียวกันเครื่องจักรทํางานได้เวลาน้อย วันเวลาได้น้อย การเช่าก็น้อย ค่าเช่าก็จะลดลงครับ เพราะจําเปึนว่าขอเรียนไปถึง กรมทางหลวงว่าถึงวันนี้ ณ ป้หน้าผมเห็นควรว่าต้องยอมในภาวะที่ต้องขาดทุนครับ เรามี เงินร่วม ๑,๐๐๐ ล้านบาท เราลงทุนไปอีกสัก ๕๐๐ – ๖๐๐ ล้านบาท แล้วมันจะได้ค่อย ๆ คืน ผลดีก็คือว่าทําให้ประสิทธิภาพของการซ่อมบํารุงทาง การก่อสร้างทางนั้นมีประสิทธิผล แล้วก็อย่างที่สํานักงบประมาณเขาเคยตั้งใจไว้ว่าอยากให้กองทุนเครื่องจักรกลของ กรมทางหลวงนี้เปึนแหล่งสําหรับที่หน่วยราชการอื่นได้เข้ามาเช่าเครื่องจักรของเรา มาเช่า รถยนต์ของเราเพื่อไปใช้ในภารกิจเปึนบางครั้งบางคราว โดยที่งบประมาณไม่ต้องเสีย งบประมาณในการไปซื้อเครื่องจักรให้หน่วยงานนั้น อันนี้ผมหวังว่ากรมทางหลวงคงให้ ความสําคัญและก็คิดถึงภารกิจอันนี้ที่จะทําให้ประเทศชาตินั้นได้ผลประโยชน์สูงสุดจาก กองทุนนี้ครับ ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่าน การุณครับ ชี้แจงครับแล้วจะได้จบ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายการุญ อบแย้ม ผู้อํานวยการสํานัก เครื่องกลและสื่อสาร กรมทางหลวง และเลขานุการคณะกรรมการเงินทุนหมุนเวียน ค่าเครื่องจักรกล กรมทางหลวง ยินดีรับคําแนะนําของท่านสมาชิกเพื่อนําไปปรับปรุง การดําเนินงานของเงินทุนหมุนเวียนเครื่องจักรกลของกรมทางหลวงให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ในป้ ๒๕๕๐ ทางเงินทุนมีกําไร ๒๐๐ ล้านบาท และในป้ ๒๕๕๑ ที่ปัจจุบันกําลัง ดําเนินการอยู่ก็คิดว่าจะมีกําไรเหมือนกัน แต่จะไม่ถึง ๒๐๐ ล้านบาท อาจจะประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท เพราะว่าก็ได้ควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในวงเงินรายรับของค่าเช่าอยู่ ส่วนการปรับปรุงในการจัดหาเครื่องจักรก็พยายามจะปรับปรุงให้ดีขึ้นในอนาคตต่อไป แล้วก็จะบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ ขอบพระคุณครับ
ถือว่าที่ประชุมรับทราบ ก็ผ่านนะครับ
ต่อไปเปึนเรื่อง ๒.๗ รับทราบรายงานผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียน เพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนของป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียน เพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนของป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ และได้นําเสนอ รัฐสภาเพื่อทราบต่อไป ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าว ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการต่อไป ผมขออาศัยอํานาจตาม ข้อบังคับข้อ ๖๘ ขออนุญาตที่ประชุม ซึ่งท่านรัฐมนตรีคงจะได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ที่จะ ชี้แจง มีไหมครับ ยังไม่มาถึง ก็อาจจะรถติดกระมังครับ เชิญอภิปรายก่อนก็ได้ครับ ฉะนั้น ขออนุญาตเอา ๒.๗ รอก่อนได้ไหมครับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงได้มา ชี้แจงนะครับ ผมขอเอาวาระ ๒.๘ ก่อนนะครับ ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ
๒.๘ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลงานปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๔๘ และ พ.ศ. ๒๕๔๙
ด้วยสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมข้อสังเกตของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๔๘ และ พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๐ (๖) และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๙ (๗) ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงาน ดังกล่าวให้แก่ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ซึ่งอยู่ในมือท่านแล้ว ผมขออาศัยอํานาจตาม ข้อบังคับ ข้อ ๖๘ นะครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่จะชี้แจงจาก ป.ป.ช. นะครับเข้ามานั่ง ในที่ประชุม มีท่านใดบ้างก็ไม่ทราบ เชิญ ซึ่งขอเรียนต่อสภาว่าผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมประชุมชี้แจงในที่ประชุม คือ คุณศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. คุณปรีชา เลิศกมลมาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. คุณพงศ์นิตย์ ศิธราชู รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. คุณดวงพร รุจิเรข รองเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คุณชัยยศ สินธุประสิทธิ์ ผู้อํานวยการสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ คุณชัยรัตน์ ขนิษฐบุตร นิติกร ๙ คุณณัชชา เกิดศรี นักบริหารงานคลังและพัสดุ ๘ คุณอนิวัต โพธิ์ประเสริฐ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และนโยบายและแผน ๖ คุณปวันรดา บวรสาโชติ นักบริหารงานคลังและพัสดุ ๖ ท่านมาครบแล้วใช่ไหมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่มี ประเด็นติดใจที่จะซักถาม มีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมจะผ่าน เชิญท่านจตุพร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียน กับท่านประธานว่า สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้นั้นซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในชุดปัจจุบัน ผมเองได้เห็นคําสัมภาษณ์ของผู้ที่มาชี้แจงคือท่าน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หนังสือจากสํานักราชเลขาธิการที่มีมายัง คณะรัฐมนตรีในลักษณะของการท้าทายว่ามีหนังสือฉบับนี้แล้วก็ท้าให้ไปดูที่ ป.ป.ช. ผมจะ เก็บประเด็นนี้เอาไว้ตอนท้าย แต่ประเด็นที่ผมจะต้องอภิปรายต่อท่านประธานก็คือว่า ณ วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ เปึน ป.ป.ช. จริงหรือเปล่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ จะสามารถมารายงานผลการปฏิบัติงานในนาม ป.ป.ช. หรือไม่ ผมมีเหตุผลที่อยากจะฟัง จากท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งมาทําหน้าที่ในการอธิบายความ ผมขอกราบเรียนไปยัง ท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ว่า นักการเมือง ผมว่าน้อยคนที่ใครอยากจะมีเรื่องหรือมีปัญหากับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพราะนักการเมืองโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นจะมีเรื่องและจะมีปัญหากันไม่ได้ เพราะนักการเมืองมีหน้าที่ ในการส่งบัญชีทรัพย์สินหลังจากรับตําแหน่ง ๑ เดือน หมดวาระจะด้วยวิธีการใด ๆ ก็แล้วแต่ วาระกฎหมายบอก ๔ ป้ แต่ในทางปฏิบัติจะอยู่กี่เดือน กี่วันก็แล้วแต่ หลังจากนั้นภายใน ๑ เดือนต้องรายงานต่อท่านอีก หลังจากนั้นครบ ๑ ป้ ก็ต้องแสดง บัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านเปึนองค์กรเดียว ที่มีหน้าที่ส่งบัญชีทรัพย์สินซึ่งผมเชื่อว่าคนไทย ๑๐๐ คน ว่าองค์กรอิสระ นักการเมือง ต้องส่งบัญชีทรัพย์สินไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนนักการเมืองซึ่งเปึนพวก ที่เลวร้ายที่สุดในสายตาของคนนั้นจะต้องนําเอามาเป่ดเผยในที่สาธารณะ องค์กรอิสระ ทุกองค์กรส่งไปยัง ป.ป.ช. ก็ป่ดผนึกเอาไว้ ส่วนคณะกรรมการ ป.ป.ช. เอง ก็ส่งไปไว้ที่ ประธานวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพ แต่ประเด็นที่ผมอธิบายความก็คือ อํานาจของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นเปึนองค์กรที่ต้องตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบการทุจริตสิ่งที่ เกิดขึ้นในบ้านในเมือง ถือว่าเปึนองค์กรที่สําคัญ เปึนหนึ่งในองค์กรอิสระที่จะต้องได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กระทําการในนามพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งโดย อาศัยคําสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ฉบับที่ ๑๙ ในคําสั่งดังกล่าวนี้นะครับ เรื่องให้พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ในข้อที่ ๑ ของคําสั่งฉบับที่ ๑๙ ให้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้ต่อไป โดยให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา แปลความกันว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและการปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ ใช้ทุกมาตรา ยกเว้นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาเท่านั้น ข้อที่ ๓ ครับ ท่านประธานที่เคารพ คําสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ให้คณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ป้ ๒๕๔๒ ประกอบด้วยคนทั้ง ๙ คน ซึ่งผมไม่ต้องอธิบายในที่นี้ ข้อสังเกตอย่างนี้ ครับท่านประธานที่เคารพ ในข้อที่ ๔ ในคําสั่งที่ ๑๙ ที่ตั้ง ๙ คนที่ว่านี้นะครับบอกเลยว่า ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตําแหน่งด้วยเหตุใด ๆ หรือมีกรรมการเหลืออยู่ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป ให้กรรมการที่เหลืออยู่นี้นะครับยังทํางานอยู่ แต่ในกรณีที่กรรมการพ้นจาก ตําแหน่งและกรรมการที่เหลืออยู่ไม่ถึง ๖ คน ให้นายกรัฐมนตรีสรรหาบุคคลเพื่อขอความ เห็นชอบจากสภาที่ทําหน้าที่นิติบัญญัติ และนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป หรือดําเนินการสรรหาแต่งตั้งตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ใน ขณะนั้นแล้วแต่กรณี มีข้อที่ ๕ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ได้ประกาศไว้ในวันที่ ๒๒ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ท่านประธาน ที่เคารพ ฉบับที่ ๓๓ ลงวันที่ ๓๐ คือผมพยายามต้องอธิบายให้ความเปึนธรรมกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ผมมีข้อสงสัยก็คือว่าในคําสั่งฉบับที่ ๓๑ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน นั้น จะโดยล่วงรู้หรือไม่ว่านะครับ ก็ออกมาตอกย้ําอีกว่าให้ถือนะครับ ในข้อ ๑ ตอน ๑ ว่า ให้ถือว่าคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งได้รับการแต่งตั้ง ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ฉบับวันที่ ๑๙ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๙ ได้รับการสรรหาและแต่งตั้ง โดยชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและการปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ
ท่านประธานที่เคารพ ดูเสมือนหนึ่งว่าไม่มีอะไร น่าจะเปึนได้อย่างไม่มี ปัญหา แต่ถามว่าในคณะ ป.ป.ช. นี้นะครับ เมื่ออ่านคําสั่งของคณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดิน ฉบับที่ ๑๙ คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเลขาธิการนั่นแหละครับรู้ตัวดีที่สุด ได้ทํา หนังสือไปทันที แต่งตั้งวันที่ ๑๙ ฉบับที่ ๑๙ ยังไม่ถึงฉบับที่ ๓๑ ในวันที่ ๓๐ กันยายน ระยะเวลาจากฉบับที่ ๑๙ ไปยังฉบับที่ ๓๑ นั้น ๘ วัน แต่ปรากฏว่าก่อนฉบับที่ ๓๑ จะออกนั้น คนที่นั่งอยู่ใน ป.ป.ช. นั้นได้มีความรู้สึกทันทีว่าจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในหนังสือการชี้แจงของโฆษก ป.ป.ช. คือ นายกล้านรงค์ จันทิก ได้อ้างว่าได้มีหนังสือในวันที่ ๒๖ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ คําสั่งฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๖ กันยายน ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครอง คือ คปค. เพื่อสอบถามประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงการดําเนินการนําความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั่นแปลความว่า ๕ วัน ท่านก็รู้ เพราะพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานที่เคารพ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ คณะปฏิรูป การปกครองซึ่งนําโดย พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ที่มีการกล่าวอ้างเรื่ององค์รัฏฐาธิปัตย์ ภายหลังนั้นบอกว่าให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ยกเว้นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาเท่านั้น แปลความกันว่าทั้งฉบับนี่อยู่ครบ ท่านประธานลองอ่านดูสิครับว่า เป่ดไปดูในมาตรา ๖ มาตรา ๖ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๖ ให้คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบด้วยคณะกรรมการคนหนึ่งและ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๘ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา มาตรานี้ท่านก็บอกว่าวันนั้นวุฒิสภาได้ถูกยกเลิกตั้งแต่ ฉบับที่ ๑ นะครับ ซึ่งบอกชัดเจน ว่าลงวันที่ ๑๙ ของ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ สิ้นสุดลง วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลงพร้อมกับรัฐธรรมนูญ ท่านประธานลองตามไปดูสิครับว่า แล้วมาตรานี้ยังใช้อยู่ แต่เอาล่ะมีการยึดอํานาจ วุฒิสภาได้สิ้นสุดลงไปตามคําสั่งของ คณะรัฐประหาร ฉบับที่ ๓ แล้วครับท่านประธาน มาตรา ๑๒ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้จะนํามากล่าวอ้างว่าถูกยกเลิกหรือถูกลบไปด้วยคําว่า รัฏฐาธิปัตย์ ไม่ได้เลย เพราะ พลเอก สนธิ ในฐานะหัวคณะปฏิวัติออกคําสั่งว่าให้พระราชบัญญัติปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ นั้น มีผลบังคับใช้ต่อไป ยกเว้นมาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาเท่านั้น มาตรา ๑๒ นี่ครับกรรมการมีวาระดํารงตําแหน่งเก้าป้ นับตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีวาระการดํารงตําแหน่ง ๙ ป้ นับตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งและให้ดํารงตําแหน่งวาระเดียว เพราะฉะนั้นวาระของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะนับวันแรกคือวันรับเงินเดือน วันแรกก็คือวันที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คือเริ่มต้นการเปึน ป.ป.ช. ได้ คือนับวันพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ไปถึง ๙ ป้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อมาตรา ๑๒ ระบุชัดเจนว่า การเริ่มต้นของ ป.ป.ช. ต้องมี พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง วันนี้ไม่ได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งใด ๆ ทั้งสิ้น ถามว่า ต่อมาแล้ว ป.ป.ช. ชุดนี้อยู่อย่างไร กรมบัญชีกลางมีสิทธิจะไปจ่ายเงินเดือนให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเปล่า
ขออนุญาตคุณจตุพร นิดเดียวครับ ขออนุญาตนิดเดียว ได้พักด้วยครับ ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบขณะนี้ มียุวธิปัตย์พรรคประชาธิปัตย์ นําโดยคุณกรณ์ จาติกวณิช ได้นําชมสภา ๓๐ ท่านด้วยกัน ยินดีต้อนรับครับ เชิญคุณจตุพรต่อ
ท่านประธานที่เคารพ หลังจาก พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ป้ ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้ต่อไป งดเว้น เฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา พระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ตาม มาตรา ๑๒ นั้น ยังอยู่ครบถ้วน ใครจะไปละเมิดพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์มิได้
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ถามว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ มีสิทธิที่จะรับเงินเดือนตามพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ ตอบแทนอื่นนะครับของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการ และกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ประธานกรรมการและกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๔๑ หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรา ๓ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ กรรมการ หมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ พระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับให้มาดูที่มาตรา ๘ มาตรา ๘ ระบุอย่างนี้เลยว่า ให้ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการ รัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๓๑๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๒๐ วรรคสอง ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้วแต่กรณี และได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ บังคับใช้ มีสิทธิได้รับเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตาม พระราชบัญญัตินี้นับตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง และความก็ คือว่าในพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. เองที่คณะรัฐประหารลงคําสั่งไม่ให้ยกเลิก ให้ยกเว้น เฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา พระราชอํานาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังคงอยู่ตามมาตรา ๑๒ ที่ใครจะละเมิดไม่ได้ การจะรับเงินเดือนตามพระราชบัญญัติ เงินเดือน ตามมาตรา ๘ ซึ่งผู้รับสนองพระบรมราชโองการกฎหมายฉบับนี้คือ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเวลานั้น นั่นหมายความว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือศาล รัฐธรรมนูญมีสิทธิที่จะรับเงินเดือนได้ ตามพระราชบัญญัตินี้ให้นับตั้งแต่วันที่มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ขอกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นใช้พระราชบัญญัติ ป.ป.ช. พระราชบัญญัติว่าด้วยเงินเดือน ผมได้ทิ้งเอาไว้ว่า เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ทําหนังสือ ประทานโทษ ผมพูดผิดไปตอนแรก ปรากฏว่าทาง เลขาธิการ คปค. หรือคณะรัฐประหาร หลังจากที่ทาง ป.ป.ช. โดยเลขาธิการทําหนังสือไป เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ปรากฏว่ารอยต่อก่อนที่จะประกาศฉบับหลังจาก ประกาศ ๒๒ ไปต่อฉบับที่ ๓๑ นั้นนะครับ ปรากฏว่าสํานักเลขาธิการของคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดิน ได้มีหนังสือลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ แจ้งมายังเลขาธิการ ป.ป.ช. ท่านศราวุธ ว่า การนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. และการมีผลให้ดํารงตําแหน่งนั้นเห็นว่าเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้ารับตําแหน่ง ควรให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อผู้ดํารงตําแหน่งเปึน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ ๑๙ เพื่อนําความ กราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ ต่อไป หนังสือฉบับนี้เขาตอบหนังสือท่านที่ลงวันที่ ๒๖ วันที่ ๓๐ ที่ถามเรื่องการโปรดเกล้าฯ เลขาธิการ คปค. ก็ตอบท่านวันที่ ๓๐ ปรากฏว่า ท่านเองก็ยึดแนวทางปฏิบัติอันนี้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี วันที่ ๑ ตุลาคม คณะรัฐมนตรีได้พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ในวันที่ ๘ ตุลาคม นําคณะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ วันที่ ๙ ตุลาคม ผม อธิบายอย่างให้ความยุติธรรมแก่ท่าน หนังสือที่ท่านทําไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นั้น เหตุที่ท่านทําไปวันที่ ๓ พฤศจิกายน นั้น ท่านก็ รู้ ผมก็เข้าใจและอธิบายอย่างความเปึนธรรมก็คือว่า พลเอก สุรยุทธ์ โปรดเกล้าฯ วันที่ ๑ คณะรัฐมนตรีโปรดเกล้าฯ วันที่ ๘ วันที่ ๙ ถวายสัตย์ฯ แต่หนังสือที่เลขาธิการ ป.ป.ช. ทําถึง เลขาธิการ ครม. วันที่ ๓ นั้น ๓ พฤศจิกายน หลังจากได้รับการแต่งตั้งวันที่ ๒๒ กันยายน เปึนเวลา ๔๒ วัน เพราะท่านไม่ต้องหาหรอกครับ ผมให้เหตุผลเลยว่าท่านก็มีเหตุผลที่จะ อธิบายได้ เพราะว่าวันที่ ๓ พฤศจิกายนนั้น เปึนวันแถลงนโยบายของรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ถือว่าเปึนวันปฏิบัติงาน หนังสือที่ท่านทําไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีครับ ท่านประธานที่เคารพ มีหลักฐานที่น่าสนใจก็คือว่า เรื่อง การกราบบังคมทูลเพื่อทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หนังสือฉบับนี้ท่านลงวันที่ ๓ เรียนเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนะครับ และก็มีที่ส่งมาด้วย ผม ไม่ต้องอ่านนะครับ ท่านก็มีหนังสืออยู่แล้ว ในเนื้อหาสาระสําคัญก็คือว่า ด้วยสํานักงาน คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้มีหนังสือตามสิ่งที่ส่งมาด้วย สอบถามประเด็นปัญหาประการหนึ่งไปยังสํานักเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ที่ท่านทําไปวันที่ ๒๖ กันยายน นี่ล่ะครับ ว่าเมื่อประธานกรรมการและกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ได้ ดําเนินการตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และการปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ แล้วก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ นี่ท่านรู้เลย นะครับ จะต้องมีการดําเนินการนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือไม่ และมีผลให้การดํารงตําแหน่งตั้งแต่วันใด ซึ่งสํานักเลขาธิการของคณะปฏิรูป การปกครอง หรือ คปค. นั้น ได้มีหนังสือแจ้งมาในวันที่ ๓๐ นั้นนะครับ ว่าการดําเนินการ นําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและการมีผลให้เปึนการ ดํารงตําแหน่งนั้น เมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว ควรให้สํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีเสนอบุคคลผู้ได้รับตําแหน่งให้เปึนคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ เพื่อนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ ทั้งนี้ให้แจ้งสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบด้วยแล้ว นี่ก็ท่านให้ เหตุผลและท่านให้เหตุผลเสร็จว่า จึงเรียนมาเพื่อโปรดนําความกราบบังคมทูลเพื่อ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เรียงรายชื่อตั้งแต่ประธาน ๙ คน ผมไม่ขออนุญาตอ่าน นะครับท่านประธาน ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๙ เปึนต้นไป หนังสือฉบับนี้ ท่านได้ทําไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หลังจากที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งตามคําสั่ง ฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้น ๔๒ วัน ไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ใด ๆ เลขาธิการ คปค. ก็บอกว่าให้รอคณะรัฐมนตรี ชุดใหม่ ท่านก็ปฏิบัติการรอ รอมา ๔๒ วัน วันที่ ๓ นี่ล่ะครับ ที่ท่านทําหนังสือไปยัง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่านขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ย้อนหลัง หนังสือไป วันที่ ๓ แต่ขอให้โปรดเกล้าฯ ย้อนหลังมาเปึนวันที่ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๙ และท่านก็รอ รอจนกระทั่งวันที่ ๒๐ ธันวาคม เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงทําหนังสือตอบมายังท่าน ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ท่านนํามากล่าวอ้างในปัจจุบันนี้คือหนังสือที่ นายรองพล เจริญพันธุ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทําหนังสือตอบ หัวข้ออะไรครับ เรื่อง ขอส่งเรื่องการ ขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานคณะกรรมการและกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติคืน เรียน เลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ และก็มีการอ้างหนังสือฉบับของท่าน ที่ท่านทําเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้กล่าวอ้าง แล้วท่านก็นํามากล่าวอ้าง บอกว่าคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ได้มีประกาศ ฉบับที่ ๑๙ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งนั้นย่อมถือได้ว่ามีผลสมบูรณ์ที่สามารถ บังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้นคณะปฏิรูปการปกครองมีฐานะเปึนรัฏฐาธิปัตย์ มีอํานาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว ประกาศหรือคําสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองต่าง ๆ ย่อมมีผลบังคับใช้โดยชอบมาตั้งแต่ต้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครับท่านประธานที่เคารพ เอกสารชิ้นนี้เลขาธิการ ป.ป.ช. เมื่อรู้แน่ว่าไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มีการ กล่าวอ้างว่าความเปึนรัฏฐาธิปัตย์ของ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน สามารถที่จะแต่งตั้ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยใช้พระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ได้นั้นท่านเงียบมา โดยตลอด แต่วันนี้ที่สภาแห่งนี้และเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการงบประมาณ เพราะว่า ถ้าการเริ่มต้นการจ่ายเงินเดือนให้นับวันพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นั้น เมื่อไม่มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ก็จะเริ่มต้นจ่ายเงินเดือนได้อย่างไร กรรมาธิการจะให้ งบประมาณไปได้หรือ นี่ก็ทําผิดรัฐธรรมนูญต่อ แต่สิ่งที่ท่านจะต้องกอปรประการหนึ่ง ก็คือว่า เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่สํานักงาน ป.ป.ช. นายศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่าในสัปดาห์นี้ ป.ป.ช. จะทําหนังสือปกขาวชี้แจงต่อประชาชนว่า ป.ป.ช. มีอํานาจถูกต้องตามกฎหมายทุกประการเพื่อให้ทุกฝ์ายหายสงสัย ส่วนหนังสือ ตอบกลับจากสํานักราชเลขาธิการนั้น สํานักเลขาธิการ ครม. มีหนังสือฉบับจริงเก็บไว้ อยู่แล้วต้องมาขอดูที่ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพ หนังสือทุกฉบับที่ท่านนํามากล่าวอ้าง ไม่ว่าหนังสือจากท่านทําไปยังเลขาธิการ คปค. หนังสือจากเลขาธิการ คปค. นํามาถึงท่าน หนังสือจากท่านไปยังเลขาธิการ ครม. เลขาธิการ ครม. ตอบมาถึงท่าน ท่านได้แสดง ครบถ้วนแล้ว แต่หนังสือจากสํานักราชเลขาธิการที่ท่านนํามากล่าวอ้างว่าฉบับจริงนั้น อยู่ที่ ครม. และที่ ป.ป.ช. ก็มีสําเนาเก็บเอาไว้ตามที่ท่านสัมภาษณ์ลงในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่ผมได้อ่านให้กับท่านประธาน ได้ฟังแล้วนั้น ผมกล่าวหาเลยว่าท่านพูดเท็จ ท่านไม่ได้มีหนังสือจากราชเลขาธิการจริง ถ้าท่านมีจริงท่านควรจะแสดงต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมกล่าวหาว่าท่านอ้างความเท็จ ไม่มีหนังสือฉบับจริง ท่านประธานที่เคารพ ผมเองกับคณะได้มีความตั้งใจอยู่เดิมกันว่า จะเดินทางไปพบท่านที่ ป.ป.ช. เพื่อไปขอดูหนังสือจากสํานักราชเลขาธิการที่ท่านหยิบยก นํามากล่าวอ้าง ท่านประธานที่เคารพ แม้นว่าจะนํามากล่าวอ้างอย่างไร ประการที่ ๑ ก่อนว่า ไม่มีหนังสือฉบับนี้จริง ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ได้อยู่ ครบ การอ้างรัฏฐาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพ รัฏฐาธิปัตย์ หมายถึงหัวหน้าคณะ รัฐประหาร คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ยกแนวคําพิพากษาศาลฎีกา ฉบับที่ ๑๔ – ๑๕/๒๔๙๖ ฉบับ ๑๖๖๒/๒๕๐๕ และฉบับ ๖๔๑๑/๒๕๓๔ ได้วินิจฉัยว่าการที่คณะรัฐประหาร ยึดอํานาจการปกครองได้สําเร็จ คณะรัฐประหารย่อมมีอํานาจที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ยกเลิก และออกกฎหมายตามระบบแห่งการปฏิวัติเพื่อบริหารประเทศต่อไปได้ มิฉะนั้น ประเทศชาติจะตั้งอยู่ในความสงบไม่ได้ จริงอยู่ครับท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คณะรัฐประหารมีคําสั่งให้รัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี วุฒิสภา สิ้นสุดลงนั่นถูก คําสั่งของคณะปฏิวัติมีผลถูกต้อง แต่ในฉบับที่ ๑๙ ครับท่านประธานที่เคารพ หัวหน้าคณะปฏิวัติที่ถูกกล่าวอ้างเปึนองค์รัฏฐาธิปัตย์นั้นออกคําสั่งให้ตัวเองแท้ ๆ ว่าให้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้ต่อไป นี่ตัวเองออกคําสั่งแท้ ๆ โดยให้งดการบังคับใช้ ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา แต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ผมอ่าน ให้กับท่านประธานฟังว่า มาตรา ๑๒ ซึ่งเปึนพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ที่ใครจะ ละเมิดมิได้ และคณะปฏิรูปยังไม่ได้บอกว่าให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ สิ้นสุดลง ถ้าสิ้นสุดลงอย่างนี้สิครับ จึงเปึนอํานาจของหัวหน้าคณะปฏิวัติโดยไม่ต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มีการ เทียบเคียงว่า เอาละ คราวไปแต่งตั้ง คตส. ล่ะ คตส. ไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แบบนี้เพราะไม่ใช่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ แต่เปึนองค์กรที่คณะรัฐประหารตั้งขึ้น แต่องค์กรที่เคยเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญมีข้อเปรียบเทียบชัดเจนครับท่านประธาน ป.ป.ช. ชุดนี้มีสถานะเหมือนกับคณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญ ชุดที่ไม่ได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ท่านประธานกราบเรียนไปยังท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. คงจะจําได้ วันที่พิพากษายุบพรรคไทยรักไทย วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๐ นั้น องค์คณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ได้รับการแต่งตั้งจาก พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน เหมือนกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ทั้ง ๙ คน ไม่มีใครใน ๙ คนนั้นแม้แต่เพียงคนเดียว ได้ใส่เสื้อครุยและการวินิจฉัยก็ไม่กระทําในนามพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว แต่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ๙ คนนั้นเขารู้ว่าเขาไม่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เขาจึงไม่มีสิทธิใส่เสื้อครุย เพราะว่าใส่เสื้อครุยนั้นจะต้องทําหน้าที่ ในนามพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่ามันต้องเปึนองค์กรแบบอย่าง ผมกราบเรียนไปยังท่าน เลขาธิการ ป.ป.ช. ว่า ๙ คนใน ป.ป.ช. ผมไม่เคยเจอกันเลย คนเยอะแต่เปึนคนเดียว ในชาตินี้ ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเกี่ยวข้อง ไม่มีความอคติส่วนตัว แต่วันนี้เราต้องการทํา กฎหมายให้เปึนกฎหมายครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเอง คุณชัยวัฒน์ นิลรัตน์ มาพูด ว่า สนช. ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้ง เอากฎหมายไปเสนอกราบบังคมทูล ท่านนายกฯ ไม่กราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ๒๑๑ ฉบับ ๑๗๗ ฉบับ องค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง ไม่ครบ และ ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าองค์ประชุมไม่ครบให้เปึนโมฆะ วันนี้ประเทศไทยมัน ก็ปล่อยความเหลวแหลกอย่างนี้ให้ดํารงอยู่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครับท่านประธาน ที่เคารพ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ยังมีช่องทางที่ให้ท่านได้เดินทางกันได้ต่อก็คือว่า วันนี้ ท่านไม่ได้เปึนมาตั้งแต่ต้น ผมไม่เห็นด้วยใครจะไปถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ การถอดถอนนั้น ๑. คณะ ป.ป.ช. นี้ต้องเปึนมาก่อน เมื่อ ป.ป.ช. ชุดนี้ไม่มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จึงไม่เข้าข่ายตามมาตรา ๑๒ ซึ่งเปึน พระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์และหัวหน้าคณะรัฐประหารเขายังไม่ได้ยกเลิก แล้วถ้า พลเอก สนธิบุณยรัตกลิน ในฐานะอ้างว่ารัฏฐาธิปัตย์สามารถทําทุกอย่างจริง ทําไมต้องไปขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งตัวเอง ทําไมต้องไปขอพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ทําไม ไปขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ทําไมไปขอ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน สนช. ประธาน สสร. ผมจึงบอกว่าวันนี้ มีเพียง ๒ องค์กรเท่านั้นที่ไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มี ๑๔ คน ๕ คนอยู่ใน กกต. ๙ คนอยู่ที่ ป.ป.ช. แล้วรับเงินเดือนไปได้อย่างไร ผิดพระราชบัญญัติเงินเดือนอย่าง ที่ผมได้เรียนกับท่านประธานแล้ว ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้เราต้องการให้ บ้านเมืองมันเปึนบ้านเมือง กติกาต้องเปึนกติกา พระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์นั้น ใครจะละเมิดมิได้ ใครกระทําผิดก็ต้องผิด เมื่อไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ จึงไม่ได้เปึนมาตั้งแต่ต้น เงินเดือนทุกบาททุกสตางค์ที่รับมานั้นจะต้องนําไปคืนหลวง จะต้องนําไปคืนคลัง ไม่มีสิทธิที่จะมาใช้ เพราะถือว่าไม่ได้เปึนมาตั้งแต่ต้น ใครจะไป ถอดถอน ผมบอกอย่าไปถอดถอน เพราะเขาไม่ได้เปึนมาตั้งแต่ต้น วันนี้มีทางเดียวก็คือว่า ท่านต้องหิ้วกระเปิาออกไปจาก ป.ป.ช. แล้วให้กระบวนการสรรหาเขาว่ากัน ตามรัฐธรรมนูญป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีขั้นตอนเรียบร้อยครบถ้วน ท่านประธานที่เคารพ ว่ากันตามมาตรา ๒๔๖ นะครับ แล้วก็มีกระบวนการสรรหาครบถ้วน เรียงตาม มาตรา ๒๔๖ มาตรา ๒๔๗ แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่าท่าน ๙ คน มีสิทธิที่จะกลับมาแหง ๆ เพราะว่าคนที่จะมาให้ความเห็นชอบแก่ท่าน กระบวนการคณะกรรมการสรรหาผมก็รู้เลย ว่าเปึนกระบวนการที่ท่านมีสิทธิได้กลับมาครบ เข้ามาสู่วุฒิสภา ๗๔ คน แต่งตั้ง วันนี้ พวกท่านเกิดขึ้นอยู่แล้ว ท่านได้กลับมาครบอยู่แล้วครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ผมเชื่อว่าวันนี้ท่านต้องเดินออกไป กระบวนการสรรหาจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ แล้วที่สําคัญ ที่สุดก็คือว่าท่านจะได้กลับมา แล้วบ้านเมืองมันก็เดินไปได้ แต่ว่าถ้าไม่มีกระบวนการ สรรหาขึ้นมา ท่านทําผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ป้ ๒๕๔๒ ซึ่งมันยังไม่ได้ยกเลิก ผิดพระราชบัญญัติเงินเดือน ไม่เข้าข่ายรัฐธรรมนูญ อ้างมาตรา ๓๐๙ ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะการใด ๆ ที่ คมช. ทํา นี่ คมช. สั่งเองว่าไม่ให้ยกเลิก พระราชบัญญัติฉบับนี้ ยกเว้นเฉพาะการสรรหา พระราชอํานาจในมาตรา ๑๒ อยู่ครบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้เปึนปัญหาอะไร
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ หลังจากดิ้นตอบไม่ได้เรื่อง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปรากฏเปึนอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คืออะไรครับ เมื่อดันกันไปไม่ได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่งสัมภาษณ์ ถึงขนาดอย่างนี้ครับท่านประธาน บอกว่าคนที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งติดคุกก็มี ไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนคนดีก็ไม่มี เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดกันเลยว่าการโปรดเกล้าฯ หรือไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จะเปึน อย่างไร ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า วิธีคิดแบบนี้มันมีปัญหา คนที่เปึนกรรมการ ป.ป.ช. นั้น เมื่อไม่สามารถแสดงหนังสือเรื่องการโปรดเกล้าฯ ได้ ก็บอกว่าคนโปรดเกล้าฯ ติดคุกก็มี ผมบอกว่ารัฐมนตรีติดคุกวันนี้ที่คนไทยจําได้อยู่ ๒ คน คนหนึ่งคือพลเอก คนหนึ่งอดีตรัฐมนตรีเกษตรฯ ในรัฐบาลคณะยึดอํานาจมียศพลเอกตายในคุก คนที่ ๒ ทุจริตยาอยู่ในคุก มีตัวอย่างอยู่เท่านั้น แต่ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนกับ ท่านประธานก็คือว่า คนที่เปึนกรรมการ ป.ป.ช. ทําไมต้องตอบคําถามอย่างนี้ เพราะ คนในคุกเกือบทั้งหมดได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่มาเปรียบเทียบกันว่า เมื่อหาหนังสือการโปรดเกล้าฯ ไม่ได้ ก็บอกทันทีว่าคนโปรดเกล้าฯ ติดคุกก็มี นี่ไม่ใช่ วุฒิภาวะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมบอกไปยังท่านประธานกราบเรียนไปยังคุณศราวุธ ว่าสภาแห่งนี้นะครับวันนี้แม้ว่าอย่างที่ผมได้กราบเรียนว่า แม้ว่าจะมีหนังสือจาก ราชเลขาธิการ แต่ว่าพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์อยู่ครบถ้วน ที่ใครจะละเมิดไม่ได้ ตามมาตรา ๑๒ แต่ประเด็นที่ผมจะไม่ยอมให้เลขา ป.ป.ช. กล่าวผ่านอย่างไม่รับผิดชอบ คือบอกว่ามีหนังสือจากราชเลขาธิการ ผมบอกว่าท่านพูดเท็จ ท่านไม่มีหนังสือฉบับนี้ นี่ผมยืนยันและขอให้ท่านตอบที่สภา และ ป.ป.ช. ชุดนี้ถือว่าไม่ได้เปึน ป.ป.ช. มา ตั้งแต่ต้น ต้องขนออกจาก ป.ป.ช. และให้กระบวนการได้สรรหาใหม่ มิฉะนั้นบ้านเมือง จะอยู่อย่างไม่สงบสุข องค์กรที่ไปตรวจสอบบุคคลอื่นนั้น ความจริงแล้วนั้นพวกท่าน ต้องแสดงความโปร่งใสยิ่งกว่านักการเมืองอย่างผม อย่างพวกเราที่นั่งที่นี่ ที่ท่านบอกว่า เปึนคนที่ใช้ไม่ได้ คนที่เปึนประธาน รองประธานยกร่าง อย่างนายจรัญ ภักดีธนากุล ก็เคยบอกว่า สมมุติฐานในการร่างรัฐธรรมนูญบอกว่านักการเมืองเปึนคนชั่วร้าย เปึนคนเลว เปึนคนที่ใช้ไม่ได้ แต่องค์กรอิสระที่ทําหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง นักการเมืองถูกจัดไปให้อยู่ในที่สว่าง แสดงบัญชีทรัพย์สินต้องเป่ดเผยกันทั้งสิ้น พวกท่าน ที่อยู่ในซีกองค์กรอิสระไม่ต้องเป่ดเผย ท่านยื่นต่อประธานวุฒิสภา วันนี้ไม่มีใครรู้ หรอกครับ แต่ผมบอกกับท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการว่าองค์กรอิสระที่ไปตรวจสอบ คนอื่นนั้นจะต้องมีความสว่างยิ่งกว่าคนอื่น พวกท่านจะต้องสว่างจะต้องมีความแจ้ง ยิ่งกว่านักการเมืองที่อยู่ในสภาอย่างพวกผม พวกท่านทั้ง ๙ คนบวก กกต. อีก ๕ คน ไม่มี ใครมีสิทธิละเมิดพระราชอํานาจได้ อ้างองค์รัฏฐาธิปัตย์ก็ขัด เพราะว่าสั่งเองว่ามาตรานี้ ใช้อยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าท่านไม่แสดงหนังสือที่อ้างมาจากราชเลขาธิการ ผมทราบว่า ไม่มี แต่ว่าท่านมี ท่านแสดง แต่ว่าท่านไม่มี ท่านจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรนั้น ก็สุดแล้วแต่ แต่ว่าทั้งหมดที่ผมอภิปรายมาตั้งแต่ต้น ผมไม่เคยรู้จักท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ไม่เคยมีความอคติส่วนตน ถ้าคิดเส้นทางฐานะนักการเมืองในภายภาคหน้า ใครมีเรื่องกับ ป.ป.ช. ต้องมีอันเปึนไป แต่ผมนั้นถือว่าการเปึนนักการเมืองเปึนสิ่งที่สมมุติ เดินทาง มาเท่านี้ก็มากพอแล้วในชีวิต แต่ผมต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองนั้นมันถูก ทํานองคลองธรรม ไม่ใช่เกิดจากความรู้สึกว่าเวลานั้นใครเปึนใหญ่ ใครได้ประโยชน์ ก็บอกว่าสิ่งนี้ถูก ทั้งที่เปึนสิ่งผิดที่อยู่ตรงข้างหน้า แล้วเราก็นิ่งเฉยโดยไม่ทําอะไร ขอกราบ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
มีท่านใดอีกครับ เชิญ คุณทศพล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายทศพล เพ็งส้ม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้นะครับผมเองคงไม่มาขับไล่ ป.ป.ช. นะครับ ผมเองคงไม่มาบอกที่มาของ ป.ป.ช. ชอบหรือไม่ชอบ ผมกําลังจะบอกกับสภา แห่งนี้ว่าวันนี้นะครับเรามาดูรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ป.ป.ช. ได้ทําหนังสือรายงานมา ท่านประธานครับ สอบถามท่าน ป.ป.ช. นะครับ ในประเด็นหลาย ๆ ประเด็นนะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ นั้นประเทศไทยนะครับอยู่ใน เครือข่ายนะครับเกี่ยวกับเรื่องทุจริตนี่อันดับที่ ๖๑ นะครับจาก ๙๑ ประเทศ ได้คะแนน ๓.๒ ในป้ ๒๕๔๕ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๖๔ จาก ๑๐๒ ประเทศ มีคะแนน ๓.๒ ป้ ๒๕๔๖ อยู่ในลําดับที่ ๗๐ จาก ๑๓๐ ประเทศได้คะแนน ๓.๓ ป้ ๒๕๔๘ อยู่ในลําดับที่ ๕๙ จาก ๑๕๙ ประเทศ ได้คะแนน ๓.๘ ท่านประธานครับ และในป้ ๒๕๔๙ ประเทศไทย อยู่ในลําดับที่ ๖๓ ของจํานวนทั้งหมดที่มีการสํารวจ ๑๖๓ ประเทศ ได้คะแนน ๓.๖ ท่านประธานครับ การปราบปรามทุจริตเกี่ยวกับคอร์รัปชั่น (Corruption) นั้นถ้าเมื่อไรเรายัง มีจํานวนเกี่ยวกับคอร์รัปชั่นค่อนข้างสูงขนาดนี้ ได้คะแนนยังไม่ถึงครึ่งแล้ว โดยเฉพาะ ภาคการลงทุนจากต่างประเทศนะครับ โดยเฉพาะเมื่อก่อนเป่ดสมัยประชุมนะครับก็มี การตรวจสอบว่ามีการจ่ายเงินนะครับทุจริตนะครับท่อส่งน้ํา อุโมงค์ส่งน้ํา โดยที่ไปปรากฏ ที่ต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ญี่ปุ์นนะครับได้เสนอข่าวนี้จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมี การตรวจสอบกัน ท่านประธานครับ เท่าที่ผมตรวจสอบนะครับรายงานผลการตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะป้ ๒๕๔๙ นั้นนะครับ จํานวนคดีนะครับทั้งหมดยังไม่มี การลดลงเลย และโดยเฉพาะนะครับท่านก็บอกเองว่าจํานวนคดีที่ค้างทั้งหมดนั้น เปึน ๑๐,๐๐๐ เรื่อง ๑๑,๕๘๙ เรื่อง
คุณทศพลผู้อภิปราย นะครับ เชิญท่านสาทิตย์ ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของ รายงานผลการตรวจสอบผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้เสนอ รายงานเข้าสู่สภา ๓ ป้ คือตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ ซึ่งสภาเรากําลัง พิจารณาอยู่ในขณะนี้นั้น ต้องยอมรับว่าในช่วง ๒ – ๓ ป้ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในช่วง ๒ ป้หลัง ค่อนข้างที่จะได้รับการคาดหมายจากหลาย ๆ ฝ์าย ว่าจะเปึนองค์กร ที่มาทําหน้าที่ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งนับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้น สังคมเองก็คาดหวังที่จะเห็นกระบวนการของ ป.ป.ช. จะมีประสิทธิภาพและสามารถที่จะ เข้าไปจัดการกับผู้ดํารงตําแหน่งในระดับสูง ๆ ไม่ว่าจะฝ์ายการเมืองหรือฝ์ายประจําได้ และปรากฏผลเปึนที่ประจักษ์ต่อสายตาของพี่น้องประชาชน แต่เท่าที่ดูรายงานใน ๒ – ๓ ป้ที่ผ่านมา ต้องยอมรับเหมือนกันว่า มีอุปสรรคหลายประการที่เกิดขึ้น กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ย้อนหลังกลับไปในป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ตามรายงาน ซึ่งท่านประธานก็คงจะได้เห็นนะครับว่า ในรายงานบางป้นั้น ป.ป.ช. เองไม่มี คณะกรรมการ ป.ป.ช. กลับมีแต่สํานักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการงานปกติ ประจําวัน แต่งานของการปราบปรามการทุจริตนั้น ไม่สามารถเดินหน้าไปได้ เพราะ กรรมการ ป.ป.ช. เองไม่มี เนื่องจากติดขัดปัญหาข้อขัดข้องหลากหลายประการด้วยกัน สิ่งที่ผมหยิบยกขึ้นมานี้ก็เพื่อว่าให้รายงานที่นําเสนอเข้าสภานี้ ได้มีแนวทางที่จะทําให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนคนซึ่งต้องดําเนินการพิจารณาหรือ ร่างกฎหมาย ซึ่ง ป.ป.ช. จะต้องนําไปบังคับใช้ในอนาคต และกําลังรอระเบียบวาระ ที่จะประชุมกันอยู่ในสภานี้ได้มองเห็น เรื่องของ ป.ป.ช. นั้น เปึนองค์กรอิสระซึ่งมีการ จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ต่อเนื่องกันมาจากคณะกรรมการ ป.ป.ป. เดิม ซึ่งมี กฎหมายรองรับเช่นเดียวกัน แต่ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ป.ป.ป. ในเวลานั้นก็คือ เปึนเสือกระดาษที่ไม่สามารถไปจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางใน ขณะนั้นได้ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ก็บัญญัติให้มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขึ้นมา โดยมีที่มาที่ไปก็ดี อํานาจหน้าที่ก็ดี มีกฎหมายรองรับก็ดี แล้วก็มีความคาดหวังจากสังคมค่อนข้างสูง แต่ถ้า ดูตามรายงานแล้วถามว่า ป้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีนั้นเกิดจากอะไร ก็ต้องยอมรับ เหมือนกันครับว่า มีสาเหตุ มีที่มาที่ไป ซึ่งน่าที่จะเปึนอุปสรรคข้อขัดข้อง ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรจะหยิบจับนําไปพิจาณาด้วยเช่นเดียวกัน ข้อขัดข้อง ๒ ประการที่เกิดขึ้น อาจจะมี ที่มา ๒ ทางครับ ที่มาประการแรกก็คือ เปึนปัญหาภายในของตัว ป.ป.ช. เอง กรณีซึ่ง กรรมการ ป.ป.ช. ถูกฟัองว่าขึ้นเงินเดือนตัวเองในเวลานั้น ต้องถือว่าเปึนปัจจัยภายในที่ เกิดขึ้น ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ทําให้ ป.ป.ช. เองก็ถูกดําเนินคดี จนกระทั่งในที่สุดแล้ว ถูก ลงโทษตามที่กฎหมายกําหนด ก็เปึนอย่างที่ปรากฏเปึนข่าวไปแล้ว ประเด็นดังกล่าวนี้ แม้ว่าจะเปึนเรื่องภายในของ ป.ป.ช. ก็ตาม แต่คาบเกี่ยวครับ คาบเกี่ยวถึงปัจจัยที่ ๒ ก็คือ ปัจจัยภายนอก ป.ป.ช. ผมกําลังพูดถึงกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครับ ถ้า ท่านประธานย้อนกลับไปดูป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ก่อนหน้านั้น ประเด็นซึ่งหลายฝ์ายเปึน ห่วง แล้วก็นํามาซึ่งการติดตามวิพากษ์วิจารณ์รวมถึงมีการฟัองร้องกันด้วย ต้องยอมรับว่า เรื่องสําคัญประการหนึ่งที่มีการพูดถึงก็คือ การแทรกแซงองค์กรอิสระ ป.ป.ช. เปึนองค์กร ที่มีความคาดหวังว่าจะมาปัองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเกิดขึ้น เปึนเรื่องที่สังคมให้ ความสนใจ แล้วก็มีความตระหนักว่าเปึนภัยที่คุกคามต่อประเทศ กระบวนการสรรหา ป.ป.ช. ในเวลานั้นเปึนเหตุผลหนึ่งครับที่หลายฝ์ายที่ติดตาม ป.ป.ช. นั้นมีความกังวลเพราะมี ประเด็นเรื่องการเข้าไปแทรกแซงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ชั้นของการสรรหา คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนเหตุผลหนึ่งครับที่ทําให้ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติงาน ในรายงานบางป้ที่เกิดขึ้นที่รายงานต่อสภา ถามว่าการแทรกแซงองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ในเวลานั้นนี่เปึนเรื่องซึ่งกระทํากันโดยลับ ๆ ประชาชนไม่รู้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ไม่ใช่ครับ เปึนประเด็นที่เปึนข่าวครึกโครมกันเปึนอันมาก ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งกระบวนการ สรรหา ป.ป.ช. ไปถึงวุฒิสภาแล้วมีข้อตําหนิมากมาย ประธานวุฒิสภาในขณะนั้นนําชื่อ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วในที่สุดก็มีการพระราชทานกลับคืนมา ทั้งนี้เพราะติดขัดปัญหา ข้อกฎหมาย หลายฝ์ายท้วงติง ติติงแล้วก็ไม่รับฟัง ประเด็นที่ผมยกขึ้นมากล่าวถึงนี้ต้อง ถือว่าเปึนประสบการณ์หนึ่งที่ทําให้พวกเราซึ่งเปึนหน่วยงานทางด้านนิติบัญญัติ ทําหน้าที่ องค์กรนิติบัญญัติจะต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงด้วยความกังวลสนใจเปึนอย่างยิ่ง การแทรกแซงองค์กรอิสระนั้นต้องยอมรับครับว่าในส่วนของ ป.ป.ช. ก็ดี หรือองค์กรอิสระ อื่นก็ดีนี่เปึนปัจจัยที่ทําให้คนในสังคมนั้นเกิดความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจอํานาจรัฐ ในขณะนั้น จนนํามาซึ่งกลายเปึนเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองและมีการ ปฏิวัติรัฐประหารในที่สุดครับ จะต้องยอมรับเหมือนกันว่าการแทรกแซงองค์กรอิสระ ในเวลานั้นเปึนที่รับรู้กันอย่างกว้างขวาง โจ๋งครึ่ม ต้องใช้คํานั้นเช่นเดียวกัน ถึงขึ้นครั้งหนึ่ง ครับ คนได้รับการเสนอชื่อเปึนประธาน ป.ป.ช. นี่มีศักดิ์ฐานะเปึนญาติเกี่ยวดองกับ ส.ส. ในฝ์ายรัฐบาลซึ่งมีบทบาทสําคัญด้วยซ้ําไป คนที่ได้รับเลือกจากกระบวนการสรรหา ซึ่งสื่อสารมวลชนหลายฉบับบอกว่าเปึนการบล็อก โหวต (Block vote) เปึนคนซึ่งมี เส้นสายเกี่ยวพันกับคนวงในที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอํานาจรัฐในขณะนั้น ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าสภาคงไม่อยากเห็นรายงานที่บอกว่าบางป้ไม่มีกรรมการ ป.ป.ช.หรือแม้แต่มี กรรมการ ป.ป.ช. แต่ถูกแทรกแซงไปเสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าขณะนี้ ป.ป.ช. กําลังรับเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของสังคมที่จํานวนมาก ประเด็นก็คือการแทรกแซง ป.ป.ช. ตั้งแต่กระบวนการสรรหานั้นสังคมให้ความสนใจเรื่องนี้ แล้วก็หวาดระแวง ผมเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติเอาไว้ค่อนข้างที่จะมี ความเปลี่ยนแปลงกระบวนการสรรหาให้มีความแตกต่างจากฉบับที่มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความกังวลก็เพราะว่าผลมันเกิดขึ้นแล้วครับ การ แทรกแซง การถูกฟัองร้องแล้วไม่ครบถ้วนในกระบวนการสรรหา ป.ป.ช. มันนํามาซึ่งการ ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ขณะนี้ที่กังวลก็คือว่ามีความพยายามของบางฝ์ายที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ และก็พูดถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในการสรรหา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องพูดเรื่องนี้ไว้เพราะมีคนกําลังจะพูดให้สัมภาษณ์ในทํานองว่า ต้องย้อนกลับไปใช้ในสมัย ป.ป.ช. เมื่อป้ ๒๕๔๒ เหตุการณ์เหล่านั้นกําลังจะย้อนกลับมา หรือไม่ อันนี้เปึนประเด็นที่จะต้องติดตามกันต่อไป ผลจากรายงานที่เกิดขึ้นนะครับ ผมเลยหยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออย่างน้อยองค์กรนิติบัญญัติของเราได้มีความ ตระหนักในเรื่องนี้ นอกจากนั้นท่านประธานครับ การแทรกแซงองค์กรอย่าง ป.ป.ช. ในขณะนี้ก็ดูเหมือนว่าจะหนักข้อมากขึ้น ความจริงข้อสังเกตซึ่งเพื่อนสมาชิกอภิปราย ไปก่อนหน้านี้เรื่องความถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ขององค์กร ป.ป.ช. เปึนที่ถกเถียง ผมเอง กับฝ์ายค้านในฐานะที่เราตามเรื่องนี้อยู่ก็ติดตามอย่างใกล้ชิด สุดท้ายเมื่อมีคําชี้แจงและ ท้ายสุดมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวพันกับเรื่องกฎหมาย ป.ป.ช. ก็ดี สถานะ ต่าง ๆ ในการทํางานก็ดี ประเด็นนี้ก็ถือว่าเปึนอันตกไป แต่กระบวนการกดดัน ป.ป.ช. ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องซึ่งสังคมจะต้องติดตามเช่นเดียวกัน ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างน้อยที่สุดประการหนึ่งก็คือว่า ก็ต้องให้กําลังใจกับคนที่เขาทํางาน อย่าง ป.ป.ช. ที่ทํางานกันอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่ใดที่ท่านทําไม่ถูก แน่นอน สังคมก็ดี องค์กร ที่เกี่ยวข้องอย่างฝ์ายนิติบัญญัติก็ต้องตรวจสอบ แต่ต้องไม่ล้ําเส้นเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญ เขาเขียนเอาไว้ แต่เรื่องที่ท่านทําในเวลานี้ เปึนเรื่องที่คนให้ความสนใจเปึนอันมาก คดีซึ่ง รับโอนต่อมาจาก คตส. ก็ดี อันนี้ก็เปึนประเด็นซึ่งคาบเกี่ยวต่อเนื่องกันมา ผมจะสอบถาม ท่านเลย บังเอิญท่านเลขาธิการมาที่นี่แล้วด้วย คดี คตส. ทั้งหลาย ขณะนี้เราก็อยากจะ ทราบว่าดําเนินการไปถึงขั้นตอนไหนอย่างไร มีเงื่อนไขกําหนดไว้หรือไม่ว่าควรจะ ดําเนินการจนเสร็จสิ้น นําไปสู่กระบวนการฟัองร้องหรือผ่านไปยังอัยการสูงสุดเมื่อใด แต่ จากประเด็นนี้ครับท่านประธาน ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าการกดดันการทํางานของ ป.ป.ช. นั้น ย่อมเกิดขึ้นแน่ เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. ที่ทําหน้าที่ก็ควรที่จะต้องยึดหลักตรงนี้ไว้ให้มั่นครับ แล้วก็ต้องเดินหน้าทํางานนี้ต่อ เพื่อให้ผลงานของการปัองกันและปราบปรามการทุจริต เปึนผลที่จะเกิดขึ้นกับสังคมในทางที่สังคมคาดหวังต่อไป
ประเด็นถัดมาที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ ประเด็นเนื้อความที่ท่านเขียนเอาไว้ ในรายงานของท่านนะครับ ผมเพียงสอบถามประเด็นบางประเด็นเท่านั้นเองนะครับว่า จะดําเนินการหรือมีวิธีการดําเนินการในเรื่องนั้นหรือไม่ อย่างไร ผมยกตัวประเด็นแรกครับ ว่า ในรายงานที่ท่านเขียนมานี้ มีการเขียนเรื่องของการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายที่ เกี่ยวกับผู้ซึ่งที่สามารถที่จะร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการได้ มีการชี้แจงว่า ปัจจุบันได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ แก้ไขป้ ๒๕๕๐ ซึ่งได้แก้ไขให้การกล่าวหาผู้ ดํารงตําแหน่ง เช่น นายกรัฐมนตรี หรือ ส.ส. หรือ ส.ว. หรือข้าราชการการเมืองอื่นร่ํารวย ผิดปกติ อาจกระทําได้ใน ๓ กรณี คือ
๑. มีผู้กล่าวหาซึ่งเปึนผู้เสียหาย
๒. มีผู้กล่าวหาซึ่งมิใช่ผู้เสียหาย และ
๓. คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัย
๒ กรณีแรก ผมไม่ได้ติดใจครับ เปึนกรณีซึ่งมีผู้เสียหาย กับ ๒. กรณีมีผู้ร้อง แม้ว่าไม่ได้เปึนผู้เสียหายก็ตาม แต่กรณีที่ ๓ ที่จะถามครับว่า กรณีที่ ป.ป.ช. หยิบยกขึ้นมา เพราะมีเหตุอันควรสงสัย ผมจะสอบถามว่าขั้นตอนของการดําเนินการเช่นที่ว่านี้ จะทํา อย่างไร หมายความว่า ป.ป.ช. มีการประชุมติดตามข่าวสารบ้านเมืองที่เกิดขึ้น แล้วยกขึ้นมา หรือจะใช้วิธีการอื่นใด ช่วยกรุณาชี้แจงด้วย เพราะถ้าหากท่านตอบพวกเราว่าท่านมี หน่วยงานจะติดตามหรือไม่อย่างไร ข่าวคราวบางเรื่องที่ครึกโครมกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นที่เปึน ข่าวในกรณีของ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน กล่าวหาว่าคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีมีการ รับเช็ค (Cheque) เงินซึ่งเข้าข่ายเปึนเงินสินบนถึง ๑๐ ล้านบาท เปึนข่าวครึกโครมทั่วไปมี การให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสื่อมวลชนด้วยซ้ําไปว่า มีความเกี่ยวพันถึงสุภาพสตรีบางท่านมี ชื่อเล่นไปทําเต็นท์รถ มีเงินในบัญชี ๓๐๐ – ๔๐๐ ล้านบาท จนล่าสุดมีการพูดถึงภาษาที่ ใช้ในสื่อสารมวลชนว่า แก๊งค์ ออฟ โฟร์ (Gang of Four) มีการไปเจรจาที่ฮ่องกง มีการพูด ถึงรถเมล์ที่จะเช่ากัน แล้วมีการเสนอเงินเสนอทอง คาบเกี่ยวไปถึงเรื่องการตั้งพรรค การเมืองใหม่ ผมถามว่าประเด็นเหล่านี้เข้าข่ายไหมครับ ที่ ป.ป.ช. จะถือว่าเปึนเหตุอัน ควรสงสัยที่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา แล้วมีการดําเนินการแล้วหรือไม่อย่างไร นอกเหนือจากประเด็นที่ผมได้หยิบยกขึ้นมา ก่อนหน้านี้ได้มีกรณีดังกล่าวหยิบยกขึ้นมา พิจารณาใน ป.ป.ช. หรือไม่ ที่อยากทราบก็เพราะเหตุผล ๒ ข้อ
ประการที่ ๑ ก็คือต่อไปนี้ ถ้าเกิด ป.ป.ช. มีกระบวนการการดําเนินการ เช่นที่ว่า แล้วมีประสิทธิภาพจริง ใครก็ตามที่บังเอิญไปพบข่าวคราวเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ การทําทุจริตของผู้ดํารงตําแหน่งไม่ว่าระดับใดก็ตาม ก็สามารถหยิบยกขึ้นมาให้ข่าว ให้คราวกันทางสื่อสารมวลชนได้ แล้ว ป.ป.ช. ก็สามารถหยิบยกขึ้นมาไปพิจารณา ดําเนินการสอบสวนกันต่อไปได้ ประเด็นนี้เปึนประโยชน์ครับ
แต่ประเด็นที่ ๒ ที่ต้องสอบถามก็คือคาบเกี่ยวว่า ขั้นตอนวิธีการที่ท่านจะ ไปดําเนินการจะทําอย่างไรครับ เพราะมันจะบ่งชี้ได้ว่ามันมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด กระบวนการคัดเลือกจะมีดุลพินิจที่จะมีความลําเอียงหรือไม่อย่างไรด้วย อันนี้ก็เปึน ประเด็นที่อยากจะให้ท่านคณะซึ่งมา ซึ่งเข้าใจว่าท่านเลขาธิการท่านมาเองในวันนี้ซึ่งก็ เปึนเรื่องที่ดีนะครับได้ชี้แจงกับสภานี้ต่อไปด้วย
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะเรียนสอบถามทางท่านประธานผ่านไปยังคณะ ที่มาชี้แจงในส่วนของ ป.ป.ช. ก็คือว่าในคดีที่ท่านทําไปทั้งหลายมีประเด็นซึ่งท่านจะ ติดตามการทํางานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีการชี้มูลไปแล้วหรือไม่อย่างไรที่จะ ชี้แจงกับองค์กรของพวกเรา อย่างเช่น รัฐสภา ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านประธานครับ ในรายงานเมื่อป้ ๒๕๔๙ มีการยกกรณีบางกรณีขึ้นมาว่าทาง ป.ป.ช. ได้ดําเนินการไปแล้ว อย่างกรณีหนึ่งก็คือ ข้อกล่าวหาในเรื่องของ นายนิพัทธ พุกกะณะสุต ประทานโทษ เอ่ยนาม เพราะอยู่ในรายงานฉบับนี้จริง ๆ มีประเด็นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูล ไปแล้วว่าเปึนความผิดทั้งในส่วนวินัย และในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องซึ่ง ป.ป.ช. ชี้ว่า มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติและจะต้องมีการฟัองยึดทรัพย์ให้ตกเปึนของแผ่นดิน ประเด็น ในรายงานที่ขาดหายไปซึ่งอยากให้เพิ่มเติมก็คือว่า ณ วันที่รายงานสถานะของคดี ดังกล่าวนี้เปึนอย่างไรครับ เพราะบางประเด็นสภาซึ่งมีหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทํา หน้าที่ของ ป.ป.ช. ก็อยากจะทราบเช่นเดียวกัน กรณีของบุคคลบางท่านที่ปรากฏใน รายงานนั้น ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการซึ่งมีบทบาทสําคัญ ในการที่จะต้อง ไปสรรหาคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ประเด็นที่มีคดีคาบเกี่ยวดังกล่าวนั้นก็ จะมีความเกี่ยวพันว่ามีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด ที่รัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้เปึน คณะกรรมการในคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องไป ดูแลนโยบายต่าง ๆ ซึ่งต้องตั้งกรรมการขึ้นมาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสถาบันการเงินด้วย การรายงานถึงสถานะของคดีดังกล่าวก็จะส่งผลให้พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรสามารถติดตามเรื่องได้ด้วยว่าขณะนี้ไปถึงไหน อย่างไร หรือแม้แต่เรื่องที่ท่านแจ้ง กับพวกเราในรายงานป้ ๒๕๔๙ เรื่องที่ ๑๔ เรื่องที่ ๑๔ ที่ท่านพูดถึงเปึนกรณีเรื่องกล่าวหา นายศิโรฒม์ สวัสดิพาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากรกับพวก อันเกี่ยวเนื่องมาจากคดีโอนหุ้น ของภรรยานายกรัฐมนตรีในขณะนั้นกับพี่ชายบุญธรรม ซึ่งบัดนี้ศาลอาญาก็ได้มีการ พิพากษาในกรณีศาลชั้นต้นเรียบร้อยไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจติดตามก็คือว่า กรณี กล่าวหาอธิบดีกรมสรรพากรกับพวกซึ่งท่านชี้มูลไปว่ามีการทําผิดวินัยร้ายแรงนั้น บัดนี้ สถานะของคดีไปถึงไหนอย่างไร กรณีโทษทางวินัยไปถึงไหนอย่างไร กรณีซึ่งอาจจะมีการ ฟัองร้องดําเนินคดีไปถึงไหนอย่างไร เพราะประเด็น ๒ กรณีดังกล่าวนี้เปึนกรณีซึ่งผู้คนทั้ง ประเทศก็ให้ความสนใจติดตามว่าเรื่องไปถึงไหน อย่างไร อันนี้ก็เปึนประเด็นที่อยากจะ ยกขึ้นมาสอบถาม อันเปึนผลมาจากรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ๓ ประเด็นที่ผม หยิบขึ้นมาอภิปรายวันนี้ก็อยากที่จะได้คําตอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และหากมี ประเด็นข้อสงสัยประการใดก็อยากที่จะขออนุญาตท่านประธานได้สอบถามเพิ่มเติมอีก ในตอนท้ายครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญ คุณสุขุมพงศ์ โง่นคํา ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้เปึนการประชุมวันแรกในสมัยสามัญ นิติบัญญัติ พวกเราได้มีโอกาสได้ไปพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเพื่อที่จะ นําปัญหานั้นมาแก้ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเช่นเดียวกัน โอกาสนี้ก็เปึนโอกาสดี ในการประชุมครั้งแรกก็ปรากฏว่ามีเรื่องสําคัญ ๆ ที่จะให้พวกกระผมที่เปึนผู้แทนราษฎร มีโอกาส นําปัญหาเข้ามาแก้ไข และมีโอกาสรับทราบผลการทํางานขององค์กรทั้งหลาย ไม่ว่า จะเปึนองค์กรอิสระ ส่วนราชการ ตลอดจนหน่วยงานที่ต้องมารายงานต่อสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องที่ประธานให้รับทราบมีประเด็นที่ต้องอภิปรายกัน หลายเรื่อง เมื่อสักครู่ก็ข้ามมาเรื่องหนึ่งซึ่งท่านผู้ชี้แจงยังเดินทางมาไม่ถึง ผมเข้าใจว่า ขณะนี้เราพิจารณารวมกัน ๒ เรื่อง คือเรื่อง ๒.๘ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ ผมขอย้ํานะครับ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจําป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ อีกอันหนึ่งเปึนเรื่อง ๒.๙ รับทราบรายงานผู้สอบบัญชี งบการเงินของ สํานักงาน ขอเน้นท่านประธานที่เคารพครับ ของสํานักงานคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสิ้นป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๔๘ อันนี้ก็พิสดารนิดหนึ่ง นะครับ นับจากมากไปหาน้อย ๒.๘ นับจากน้อยไปหามาก ประเด็นก็คือว่าใน ๓ ป้ ใน ๒ ป้ที่ผ่านมา องค์กรอิสระที่ถือว่าต้องมาตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ไม่ว่าจะเปึน เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประมาณ ๒๐๐ ตําแหน่ง ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกท้องถิ่นอีกเปึน ๑๐,๐๐๐ คน ๓ ป้ที่ผ่านมา สํานักงาน ป.ป.ช. ก็ดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ดี ท่านไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อสักครู่มีสมาชิกท่านหนึ่งท่านได้ กรุณาชี้แจงเปึนทํานองว่าสาเหตุที่ท่านได้มาชี้แจงตลอดป้หรือทั้งป้ในป้ถัดไปนั้น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หรือตามบทบัญญัติของกฎหมาย ด้วยเหตุ ๒ ประการ เรื่องภายใน เพราะมี กกต. ชุดที่ ๒ ถูกฟัองดําเนินคดี เพราะขึ้นเงินเดือนตัวเอง ประการที่ ๒ ท่านบอกว่าปัญหาภายนอก เพราะการเลือกตั้ง การสรรหาดูเหมือนจะมีการ แทรกแซงองค์กรของท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาที่สําคัญ กระผมขอชี้แจงกับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจงว่าทําไมท่านไม่ทําหน้าที่ของท่านในแต่ละป้ ป้ ๒๕๔๗ เปึนป้ที่ ๓ ของสภาชุดที่ ๒๑ ที่มี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนรัฐบาล เปึนป้ที่ ๓ ถ้าจะบอกว่าอยู่ระหว่างปฏิวัติรัฐประหาร เขาก็ปฏิวัติกันป้ ๒๕๔๙ ถ้าจะบอก ว่าอยู่ระหว่างการถูกดําเนินคดีและการพักงาน ป.ป.ช. ชุดที่ ๒ ชุดแรกก็ทําหน้าที่นี้อยู่ ทําไมท่านไม่รายงาน ป้ ๒๕๔๘ ต้องมารายงานป้ ๒๕๔๙ ระหว่างนั้นป้ ๒๕๔๙ เอง คณะ คมช. เมื่อสักครู่ท่านผู้มีเกียรติ ท่านจตุพร ท่านก็บอกว่าเขาใช้คําสั่งคณะปฏิวัติ คณะปฏิรูป ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว ๙ คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เหมือนองค์กร อิสระทั้งหลายตามรัฐธรรมนูญ แม้ไม่ต้องมีการโปรดเกล้าฯ ก็ตาม ท่านทําไมไม่รายงาน ป้ ๒๕๔๙ ท่านต้องไปรายงานป้ ๒๕๕๐ ขณะนั้นเราก็มีรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งประกาศใช้ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ท่านก็ไม่รายงาน กระผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งหลายนั้นท่านปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งนอกจากนั้นก็อาจจะ ผิดต่อกฎหมาย ป.ป.ช. ของท่านเอง จะต้องทํารายงานต่อรัฐสภาหรือสภานิติบัญญัติ แห่งชาติเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นสํานักงาน ป.ป.ช. ของท่านเลขาธิการที่มารายงาน ในวันนี้ ท่านก็ไม่ได้ทํารายงานบัญชีต่อสภาผู้แทนราษฎร ของเราเช่นเดียวกันกับคณะกรรมการ ทั้งหลายที่ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี่เปึนประเด็นที่ ๑ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านอาจจะบอกว่าเมื่อมีการปฏิวัติเขายุติการใช้รัฐธรรมนูญ แต่ประกาศคณะปฏิรูปเขาบอกว่าให้นํากฎหมาย ป.ป.ช. มาใช้บังคับ ผลของการปฏิวัติ ผลของการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ไม่กระทบต่อการทํางานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ท่าน ตั้งขึ้นมาทั้ง ๙ คน บทบัญญัติของกฎหมายทุกมาตรา ใช้ต่อเนื่องกันไปไม่ขาดสาย นั่นก็ แสดงว่าตัว ป.ป.ช. ท่านมีอยู่แล้ว ตัวสํานักงานท่านก็คงมีอยู่แล้ว ตัวกฎหมายทั้งหลาย ท่านก็คงมีอยู่แล้ว ผมสรุปในประเด็นแรกนี้ว่า อาจจะหมิ่นเหม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัด ต่อกฎหมาย ในตลอด ๒ – ๓ ป้ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมมีโอกาสรับทราบรายงานของ ป.ป.ช. หลายป้ ในระหว่างที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ในครั้งแรกที่ผมได้รับทราบรายงาน ของ ป.ป.ช. ก็ได้ศึกษาว่า องค์กรอิสระทั้งหลายไม่ว่าจะเปึน กกต. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการ แผ่นดิน สํานักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านต้องมารายงานนี้หนึ่งป้ต่อครั้งเปึนประจํา ไม่มีเว้น เปึนที่น่าสังเกต ในกฎหมายแต่ละฉบับนั้นกําหนดเปึนทํานองว่าต้องให้ท่าน กรรมการมารายงานต่อสภาด้วย ถ้าท่านประธานได้กรุณาอ่านข้อ ๒.๘ รายงานนี้เปึน รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านเลขาธิการจะไปรู้ดีได้อย่างไรว่า ป.ป.ช. เขาทํางานอะไรบ้าง ในเนื้อหาสาระ ในประเด็นวินิจฉัยคดีค้างอยู่เกือบหมื่นคดี คดีที่จะเข้าใหม่อีกหลายพันคดี ท่านเลขาธิการไม่มีทางจะชี้แจงแทนท่านกรรมการ ป.ป.ช. ได้ กกต. ท่านก็มาชี้แจงสภาแห่งนี้ทุกป้ไม่เคยขาด ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านก็มารายงานสภาแห่งนี้ทุกป้ก็ไม่เคยขาด ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เช่นเดียวกัน แต่เปึน ที่น่าสังเกตครับท่านประธาน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ให้เกียรติสภาแห่งนี้เลยแม้แต่ ป้เดียวเท่าที่ผมจําได้ ท่านไม่เคยมารายงานสภาแห่งนี้ คราวที่แล้วเลขาธิการที่ท่านมา รายงาน ขณะนี้ท่านเปึน ป.ป.ช. ไปเสียแล้วนะครับ ท่านมา แต่เมื่อท่านเปึน ป.ป.ช. ท่านก็ ไม่มา กระผมเห็นว่าการกระทําเยี่ยงนี้นะครับ อาจจะหมิ่นเหม่ไม่ชอบต่อกฎหมายหรือ รัฐธรรมนูญได้ ทําไมถึงเปึนเช่นนั้นครับท่านประธาน ผมเคยอภิปรายจนท่านประธาน ในขณะนั้นท่านก็เห็นด้วยว่าตัวแทนองค์กรอิสระทั้งหลายซึ่งท่านจะต้องมารายงาน ด้วยตนเอง ถ้าท่านไปดูรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วในมาตรา ๒๙๙ มาตรา ๓๐๐ รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มาตรา ๒๔๘ มาตรา ๒๔๙ เขาเขียนเหมือนกัน ลอกกันมาเลยครับท่านประธาน เขาบอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายในสภาแห่งนี้เปึนผู้เสนอให้มีการถอดถอน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐไม่ว่าจะเปึนการแจ้งทรัพย์สิน การดําเนินคดีอาญา ทุกเรื่องท่านทําหน้าที่หมด แต่เมื่อท่านทําผิดกฎหมาย ท่านร่ํารวย ผิดปกติ ท่านกระทําผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ท่านกระทําผิดต่อหน้าที่ราชการ หรือท่าน จงใจฝ์าฝ๋นกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ ท่านกระทําการอันขาดต่อความเที่ยงธรรมหรือมี พฤติการณ์เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่งอย่างร้ายแรง ๓ ประเด็นหลัง เขาให้ พวกเราครับท่านประธาน ลงชื่อ ๑ ใน ๔ ถอดถอน ป.ป.ช. กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ประชาชนด้วย ผู้มีสิทธิ ๒๐,๐๐๐ คน กรณีขอให้ลงโทษทางอาญา ผู้แทนราษฎรกับ ส.ว. ลงชื่อร่วมกัน หรือ ส.ส. ลงชื่ออย่างเดียวไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของทั้ง ๒ สภา ขอให้ถอดถอน มิได้ครับ ท่านประธาน ขอให้ดําเนินคดีอาญา ถ้าหากร่ํารวยผิดปกติ ทุจริต ต่อหน้าที่ หรือต่อหน้าที่ราชการ ที่ผมพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าองค์กรในประเทศไทยนี้ ไม่มีใครที่จะเสนอให้ถอดถอน ป.ป.ช. ได้ นอกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กร ในประเทศไทยนี้ไม่มีใครที่จะเสนอหรือร้องทุกข์ให้ลงโทษ ป.ป.ช. เหมือนกับ ส.ส. หรือ ส.ว. ในรัฐสภาแห่งนี้ ผมถึงย้ํากับท่านประธานว่าจะต้องให้ท่านกรรมการท่านมา ชี้แจง เกิดกรณีสงสัยอย่างไรเราจะได้สอบถาม รายงานของท่านย้อนหลัง ๓ ป้ ผมยัง โชคดีกับท่านประธานอยู่ในสภาแห่งนี้ต่อเนื่องกันมา ๖ – ๗ ป้ เราพอรู้ผลงาน เราพอรู้ ข้อบกพร่องของท่าน แต่ ป.ป.ช. ก็ไม่เคยมาชี้แจง วันนี้ไม่ว่าจะเปึนตัวแทนพรรคฝ์ายค้าน ก็ดี พรรครัฐบาลก็ดี ถามไปคอแตกเสียงแห้ง ท่านก็บอกว่าจะกลับไปรายงาน ป.ป.ช. ข้อเท็จจริงในเชิงลึก ข้อกฎหมายในทางปฏิบัติท่านตอบพวกเราไม่ได้ทุกครั้งก็เช่นนั้น นะครับ ท่านเลขาธิการขณะนั้นท่านเปึนกรรมการขณะนี้ ท่านก็ยืนขึ้นว่าจะกลับไป รายงานท่านกรรมการให้ท่านวินิจฉัย คําตอบออกมาเหมือนกัน ๔ – ๕ ป้ ผมว่าในคราวนี้ ก็น่าจะเปึนอย่างเช่นเดียวกับ ๓ – ๔ ป้ ที่ผ่านมา เพราะท่านไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ ท่านไม่ใช่ ผู้วินิจฉัย แล้วท่านจะมาตอบปัญหาเชิงลึกแต่ละคดีแต่ละสํานวนที่มีการถามได้อย่างไร ผมถึงย้ําว่าท่านต้องมา ข้อเท็จจริงก็เกิดแล้วครับ ท่านประธาน ซึ่ง ๓ – ๔ ป้ที่แล้ว ท่านไม่ เคยมา ในที่สุดก็ไปพบว่าจากรายงานของท่านที่รายงานมาคราวที่แล้ว บังเอิญว่าไปออก ระเบียบเพิ่มผลตอบแทนให้กรรมการเอง ซึ่งในที่สุดก็มีการขอให้ลงโทษคดีอาญา ถามว่า ใครเปึนคนลงชื่อให้ลงโทษ พวกเรานี้ล่ะครับที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ก็เสนอชื่อฝ์ายค้าน ส่วนหนึ่งในสมัยนั้น บวกกับ ส.ว. ส่วนหนึ่งในสมัยนั้น ลงชื่อถอดถอนเปึนเรื่องเลยครับ ท่านประธาน ถ้าท่านมาชี้แจงเสียในคราวนั้น ในครั้งที่ผมได้อภิปรายในสภา ซึ่ง ท่านประธานขณะนั้นก็เห็นด้วย ท่านก็ออกมาตอบโต้กับผมทางโทรทัศน์ว่าท่าน ส.ส. ดูกฎหมายไม่หมด ดูแต่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเปึนแม่แบบ ยิ่งใหญ่กว่ากฎหมาย ประกอบ กฎหมายประกอบจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมิได้ เรื่องจึงเกิดขึ้นมาซึ่งไม่เปึน ที่พึ่งหวังว่าจะให้เกิดเช่นนั้น ผลสุดท้ายก็มีการพักงานแล้วก็เกิดความเสียหายจนถึงบัดนี้ ครับท่านประธาน ผมขอย้ําว่าองค์กรอิสระทั้งหลายท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ท่าน ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ท่านต้องให้เกียรติสภาแห่งนี้โดยเฉพาะคณะกรรมการ ป.ป.ช. เราเปึนผู้ถอดถอนท่าน เราเปึนผู้ร้องทุกข์ดําเนินคดีอาญากับท่าน ถ้าท่านมาชี้แจง เสียตั้งแต่แรก ความเสียหายบ้านเมืองก็จะไม่เกิด พวกเราไม่ประสงค์จะให้ท่านถูกดําเนิน คดีอาญา ถูกลงโทษใด ๆ ทั้งสิ้น ความเสียหายกับประเทศชาติกับประชาชนมากมาย มหาศาล คดีหลายคดีที่ต้องหลุดไปเพราะขาดอายุความ คดีหลายคดีที่ท่านคิดว่าท่านพ้น ออกไป แต่ยังไม่ขาดอายุความ ความเสียหายเยี่ยงนี้ท่านประธานครับ ประชาชน ประเทศชาติเสียหาย ผมว่าในคราวต่อไปท่านกรุณามา มาพบกับเราเถอะครับ มาชี้แจง กับเราเถอะ มาตอบคําถามเราเถอะครับ บ้านเมืองจะได้ไม่เสียหาย
ประเด็นสุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมได้ดูรายละเอียดในเนื้อหาของ รายงานบัญชี มีประเด็นที่จะสอบถามท่านประธานไปยังท่านเลขาฯ อันนี้เปึนหน้าที่ของ ท่านโดยตรง ผมจะถาม ส่วนเรื่องที่ท่านตอบไม่ได้ผมจะไม่ถาม เพราะว่าท่านไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องนะครับ สิ่งแรกก็คือว่าท่านกรุณาดูในหน้า ๑๐ ของรายงานเล่มเขียว ท่านประธานที่เคารพครับ ในหัวข้อที่ ๑๘ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรประกอบด้วย ก็ในช่องนี้ ก็เปรียบเทียบให้เห็นป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๔๘ ค่าจ้างที่ปรึกษาในป้ ๒๕๔๙ ท่านไม่ได้จ้าง ใครมาปรึกษาเลย อาจจะเปึนช่วงก่อนจะปฏิวัติก็มีความวุ่นวายในบ้านเมือง หลังปฏิวัติก็มีความวุ่นวาย ในบ้านเมือง ท่านไม่แจ้งที่ปรึกษาเลย นั่นถูกต้อง แต่ในป้ ๒๕๔๘ ท่านแจ้งที่ปรึกษามา ๗๐๙,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เปึนไปได้นะครับว่าการจ้างของท่านน่าจะมีเหตุผล ค่าตอบแทน รายเดือนสําหรับที่ปรึกษา เมื่อจ้างแล้วก็มีค่าตอบแทนแรงงานด้วย อันนี้ก็ไม่มี ก็ไม่ว่ากัน ก็ถูกต้อง เมื่อป้ ๒๕๔๘ ท่านบอกอยู่ระหว่างปฏิวัติรัฐประหาร ป.ป.ช. ก็ระหว่างที่ยกเลิก กฎหมาย ป.ป.ช. ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ก็ไม่รู้เจ้าหน้าที่ของรัฐจะเปึนข้าราชการอยู่หรือไม่ เงินเดือนก็ไม่รู้จะเอาที่ไหน อันนั้นเห็นด้วย แต่ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญท่านประธาน ถัดกันมา นิดหนึ่ง ป้ ๒๕๔๘ ๑,๐๑๓,๐๐๐ บาท ท่านเลขาธิการจดไว้ด้วยนะครับ จะได้ตอบ ได้ถูกต้อง ป้ ๒๕๔๙ น่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านนี้ เหมือนค่าตอบแทน ค่าจ้างที่ปรึกษา ปรากฏว่าค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ ๙๖๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ทําไมถึงมากมายเช่นนั้น ที่ปรึกษาท่านไม่ต้องจ้าง ค่าตอบแทนที่ปรึกษารายเดือนท่านก็ไม่ต้องให้ แล้วทําไมไม่จ้าง ผู้เชี่ยวชาญมากมายเหมือนกับป้ ๒๕๔๘ ทุกประการ อันนี้ข้อมูลเหตุผลขัดแย้งกันอยู่ ท่านเลขาธิการช่วยชี้แจงด้วย
ประเด็นที่ ๒ เงินรางวัลประจําป้ในหน้าที่ ๖ หัวข้อที่ ๑๐ ค่าใช้จ่าย ป้ ๒๕๔๘ นะครับ ๒,๓๐๔ หน่วยเปึนบาท ๒,๓๐๔ บาท รางวัลประจําป้ ๑. ข้อสงสัยคือ ทําไมน้อยนัก รางวัลอะไร ๒,๓๐๔ บาท พนักงานดีเด่น ข้าราชการดีเด่น หรือว่า ป.ป.ช. ดีเด่น ที่ผมสงสัยเพราะน้อยเกินไป แต่สงสัยยิ่งขึ้นครับท่านประธาน ในป้ ๒๕๔๙ ก็ ๒,๓๐๔ บาท ก็แสดงว่า ๒ ป้นี้ ป.ป.ช. ผลงานเหมือนเดิม คนที่เคยได้รางวัล ๒,๓๐๔ บาท ก็คนเดิมนั่นแหละ จํานวนที่ทํา ทําดีก็เท่าเดิมนั่นแหละ ซึ่งความจริงไม่น่าจะใช่ รางวัลไม่ น่าน้อยขนาดนี้ ไม่น่าจะตรงกันขนาดนี้ และไม่น่าจะเท่ากันด้วยใน ๒ ป้ เพราะป้ ๒๕๔๙ ท่านบอกว่าท่านอยู่ระหว่างปฏิวัติรัฐประหาร อาจจะยังไม่มีงานทําเหมือนป้ ๒๕๔๘ นี่ประเด็นที่ ๒ นะครับ เปึนข้อสังเกตหลังจากที่ดูรายงานของท่าน
ประเด็นสุดท้ายที่เปึนข้อสังเกตที่ค่อนข้างจะสับสนอยู่ ท่านประธานดู หน้า ๑๒ นะครับ บรรทัดสุดท้ายเลย ค่าใช้จ่ายดําเนินงานงบราชการลับ ผมก็แปลกใจ ครับท่านประธานครับ ปกติงบราชการลับ กรรมาธิการกําลังพิจารณากันอยู่ เขาจะ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ๒ กระทรวงนี้เปึนหลักเท่านั้น ป.ป.ช. เราก็เปึนองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐ ปรากฏว่าในป้ ๒๕๔๘ ท่านตั้งไว้ ๕ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ ท่านบอกว่าอาจจะ มีงานน้อย ท่านไม่ตั้งไว้เลย ก็เกิดความสงสัยว่างบราชการลับนี่ท่านไปเอากฎหมายอะไร มาตั้งเพื่อเบิกจ่ายเปึนงบราชการลับ ประเด็นต่อมาระเบียบในการจ่ายงบราชการลับ ท่านมีหรือไม่ หลักเกณฑ์ในการจ่ายท่านทําอย่างไร และประเด็นสุดท้ายที่อยากถามเรื่อง งบราชการลับก็คือว่า ตั้งแต่ท่านมีสํานักงาน ป.ป.ช. มานี้ท่านใช้จ่ายงบราชการลับ ไปจํานวนมากน้อยเพียงใด ด้วยความเคารพครับ ท่านอาจจะลุกขึ้นมายืนอย่างองอาจ เลยว่างบราชการลับกระผมไม่มี ข้อมูลเป่ดเผยไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้เปึนสภาที่ มีอํานาจในการเสนอถอดถอนท่านกรรมการ ป.ป.ช. สภาแห่งนี้มีอํานาจร้องทุกข์ ให้ดําเนินคดีกับท่านหากทําผิดต่อคดีอาญา ผมเชื่อว่าเพื่อประโยชน์กับเราทั้ง ๒ ฝ์าย ขออนุญาตครับท่านประธานที่เคารพครับ ช่วยอ้างกฎหมายที่ท่านมีอํานาจในการตั้ง งบราชการลับ ช่วยเอาระเบียบในการเบิกจ่ายงบราชการลับโดยสังเขปให้เราดูสักนิดหนึ่ง เถอะครับ ช่วยเอารายละเอียดครับว่างบราชการลับที่ท่านต้องจ่ายไปนั้น ใครเปึนผู้ใช้จ่ายงบราชการ ลับนั้นบ้าง ใน ๕ ล้านบาทในป้ ๒๕๔๘ และอีกหลาย ๆ ล้านบาท ในป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๒ อะไรก็แล้วแต่ รวมแล้วใครได้ประโยชน์จาก งบตัวนี้บ้าง เช่น ท่านกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเปึนชุดที่ ๑ ชุดที่ ๒ ชุดที่ ๑ ผมเข้าใจว่าชุดที่ ๑ รัฐบาลที่อยู่ในระหว่างสรรหานั้นเปึนรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ชุดที่ ๒ ที่อยู่ระหว่างการสรรหานั้น ผมไม่ปฏิเสธครับ อยู่ในระหว่างพรรคไทยรักไทยของ กระผม แต่ชุดที่ ๓ ที่เกิดขึ้นมาก็เกิดจากคณะ คมช. ผมอยากจะทราบรายละเอียดทั้งหมด นะครับว่างบราชการลับมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านใดบ้างที่ได้รับประโยชน์จากเงิน ราชการลับ งบราชการลับนี้ เพราะเงินเดือนประโยชน์อื่นใดของท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพครับ จะต้องเปึนไปตามกฎหมาย ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมถามใน ๓ ประโยคสุดท้ายนี้ ๓ คําถามสุดท้ายนี้เปึนประโยชน์กับพวกเราครับท่านสมาชิก ทั้งหลายครับ เพื่อจะพิจารณาว่าท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเปึนชุดที่ ๑ ชุดที่ ๒ หรือชุดที่ ๓ ท่านได้กระทําผิดต่อรัฐธรรมนูญหรืออาจจะผิดต่อกฎหมายหรือไม่ เพื่อที่เรา จะได้ทําหน้าที่ของเราต่อไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศชาติและ ประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมก็ได้อ่านรายงาน ผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทั้ง ๓ ป้นะครับ ทีนี้มันมีเรื่องที่ผมสงสัยอยากจะขอความ กระจ่างจากท่านนะครับ เพราะผมอ่านแล้วไม่เจอนะครับ เรื่องของที่ยกมาจากป้ ๒๕๔๖ มี ๕,๙๕๔ เรื่อง เรื่องรับใหม่ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ ๒,๒๙๑ เรื่อง สิ่งที่ผมอยากจะถามก็คือว่า ผลงานของท่านที่ตรวจสอบการทุจริตต่อหน้าที่นะครับ อยากจะทราบว่าในกรณีของ อายุความคดีที่ ป.ป.ช. สามารถดําเนินคดีได้นะครับ เข้าใจว่าต้องฟัองภายในกี่ป้ ๕ ป้หรือ ๖ ป้ อยากจะทราบว่ามีแนวนโยบายในการเปลี่ยนแปลงว่าไม่จํากัดอายุความได้ไหม จะแก้ไขเรื่องอายุความได้ไหมนะครับ อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องปัญหาการตรวจสอบ การทุจริตต่อหน้าที่ในเรื่องของการสมยอมราคาและประมูลงานภาครัฐนะครับ อยากทราบว่าตรงนี้ ป.ป.ช. มีจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเรื่องนี้หรือไม่ เพราะว่าป้ ๆ หนึ่งนั้น มีงบประมาณในการก่อสร้างโครงการทั้งหลาย ป้หนึ่งหลายแสนล้านบาทนะครับ แล้วก็ โรคร้ายนี้คือการสมยอมราคานี้ยังไม่หายไปจากวงการในประเทศไทย ก็อยากทราบว่า ป.ป.ช. นั้นได้ดําเนินการเปึนกรณีพิเศษ โดยมีหน่วยงานเฉพาะกิจตรงนี้หรือไม่ ที่ผมถาม มานี้มันก็จะเกี่ยวเนื่องครับ เกี่ยวเนื่องกับทางค่าจ้างที่ปรึกษาของสํานักงาน ป.ป.ช. เพราะว่าวันนี้นะครับการโกงกันหรือการทุจริตนะครับมันซ้ําซ้อน แล้วก็ซับซ้อน แล้วก็ แนบเนียนมากขึ้นนะครับ ผมอยากจะถาม ป.ป.ช. ว่าวันนี้หน่วยงานของท่านมีที่ปรึกษา ที่มีคุณภาพด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ บ้างหรือยัง ด้านวิศวกรรมการก่อสร้างทั้งบนบก ทั้งใน น้ํานะครับ ด้านวิศวกรรมเรื่องอาวุธ ท่านมีแล้วหรือยัง ท่านมีวิศวกรรมหรือผู้เชี่ยวชาญ ที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียม เกี่ยวข้องกับยานอวกาศ เกี่ยวข้องกับระบบโทรคมนาคมแล้ว หรือยัง ถ้ายัง ผมขอแนะนําว่าให้รีบสรรหาเร็ว ๆ เพราะว่ามีกระบวนการจัดซื้องบต่าง ๆ เหล่านี้เปึนแสนล้านบาทนะครับ ฉะนั้นถ้าเผื่อ ป.ป.ช. ตรงนี้ไม่พร้อม กว่าท่านจะสรรหา วันนั้นมันจะสายไป นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่จะถามก็คือว่าวันนี้ ป.ป.ช. มีผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสอบบัญชีที่เรียกว่า ฟอเรนซิก แอคเคาน์ติ้ง (Forensic accounting) แล้วหรือยัง ฟอเรนซิก แอคเคาน์ติ้ง ขออนุญาตที่ใช้ภาษาอังกฤษก็เพราะว่าเปึนการตรวจสอบเส้นทาง เงินที่ท่านนํามาใช้ในการดําเนินคดีได้ ตรงนี้ผมเชื่อว่านักบัญชีธรรมดาถ้าไม่ได้ถูกฝ๊กมา หรือไม่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ ตรงนี้ผมเชื่อว่านักบัญชีธรรมดาถ้าไม่ได้ถูกฝ๊กมา หรือไม่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านนี้ ก็จะไม่สามารถทําได้ ถ้าถามผม ผมบอกได้ว่า มีคนที่เก่งเรื่อง ฟอเรนซิก แอคเคาน์ติ้ง อยู่คนหนึ่งเปึนฝรั่งนะครับ แต่ว่ามาเสียชีวิตที่เมืองไทย เพราะไปตรวจสอบงบของโรงงาน น้ําตาลจนสามารถพบการเดินทาง การไซฟ์อน (Siphon) เงินออกจากบริษัทน้ําตาลได้ จน ในที่สุดก็ถูกฆาตกรรม แต่ผมเชื่อว่าคนไทยนั้นยังไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ก็อยากจะ ให้ทาง ป.ป.ช. นั้นได้เตรียมตัวในเรื่องนี้ด้วยนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็อยากจะถามว่าเมื่อ อ่าน มาดูแล้วนี้ไม่เจอ ไม่เจอในเรื่องกรณีของผู้ทุจริตธนาคารกรุงเทพพาณิชยการครับ ท่าน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ หลายคดีหมดอายุความไป หลายคดีนี่ใน เอกสาร ป.ป.ช. เก่านั้นคือบอกว่า บางท่านได้ลาออกจากหน้าที่ก่อนจะถูกดําเนินการทาง วินัย ทีนี้ผมมีคําถามก็เพราะว่า หลายท่านต่าง ๆ เหล่านี้ที่ได้ลาออกไปนี้วันนี้กําลังกลับ เข้ามามีบทบาทในแวดวงเศรษฐกิจอีก ในการกําหนดนโยบายเศรษฐกิจ กําหนดนโยบาย การเงินของประเทศ ซึ่งมีความน่าเปึนห่วง ก็อยากจะถามว่าตรงนี้ ป.ป.ช. มีการติดตาม คดีต่าง ๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ และรู้ไหมว่าบุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ปัจจุบันนี้อยู่ที่ใด นั่นคือคําถามที่ถามทาง ป.ป.ช. มา เพราะว่าผู้ที่รับผิดชอบตรงนี้คือภาครัฐนะครับ คือใน ส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย วันนี้ก็อยากจะถามท่านตรงนี้ นอกจากนั้นแล้วก็ อยากจะถามว่าคดีที่เกิดขึ้นในนี้ยังไม่เห็นมีนะครับ ในป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ก็คือเรื่องของ แอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) หรือเรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่สร้างแอร์พอร์ต ลิงค์ ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเด็นปัญหาก็คือว่า มันเกิดความล่าช้าในการดําเนินงาน และความล่าช้าในการดําเนินงานนั้นนานถึง ๕๔๐ วัน คือเกินสัญญา แต่ว่าการรถไฟ แห่งประเทศไทยนี่ไม่สามารถปรับได้ เพราะมีช่องโหว่เป่ดให้เอกชนใช้สิทธิ โดยอ้าง ในเรื่องของเทคนิค ซึ่งผมบอกว่าท่านมีวิศวกรที่ปรึกษาของท่านหรือยัง โดยอ้างถึงฝน น้ําท่วมนะครับ ก็อยากจะถามว่าไปดูสถิติน้ําท่วมไหม กรรมาธิการสามัญบางคณะไป ดูแล้วว่าน้ําท่วมนี่ก็คือ ท่วมประมาณ ๑ นิ้ว มันยังทํางานได้ แต่อ้างว่าส่งมอบงานไม่ได้ หรือเปล่า ล่าช้าหรือปล่า แต่ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้บอกได้ว่าค่าปรับที่การรถไฟแห่งประเทศไทย พึงได้นี้ ค่าปรับประมาณวันละ ๑๐ ล้านบาท แล้วถ้าเผื่อวันนี้การก่อสร้างเนิ่นนานช้า มาถึง ๕๔๐ วันมานี้เปึนรายได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยพึงได้ประมาณ ๕,๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่ได้ อยากจะทราบว่าตรงนี้ทาง ป.ป.ช. ได้เคยติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นหรือไม่ นับตั้งแต่ เกิดมีการก่อสร้างมานะครับ
เรื่องถัดมาที่จะถามทาง ป.ป.ช. ก็คือเรื่องกรณีของค่าโง่ทางด่วนนะครับ ค่าโง่ทางด่วนนั้นผมก็ไม่เห็นอยู่ในเอกสารของ ป.ป.ช. นะครับว่าอยู่ตรงด้านไหน เพราะ ค่าโง่ทางด่วนนี้ ๖,๒๐๐ ล้านบาทนี้เกิดขึ้นมาแล้ว แล้วก็ปรากฏว่าผู้ที่มีส่วนรู้เห็นในเรื่อง ของค่าโง่ทางด่วนนี้ วันนี้บางคนและหลายคนก็มาเกี่ยวข้องกับงานของรถไฟฟัาใต้ดิน ซึ่งจะมีการประมูลงานกันอีกหลายแสนล้านบาทอีกเหมือนกัน อยากทราบว่า ป.ป.ช. ได้มี การตรวจสอบติดตามเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มากน้อยเพียงใดนะครับ นอกจากนั้นแล้วเรื่องก็ เกิดขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ แล้วก็มาป้ ๒๕๔๔ แล้วจนบัดนี้เรื่องมันยังไม่จบ ก็ยัง ไม่เห็นอยู่ในรายงานของ ป.ป.ช. คือการแก้ไขสัญญาร่วมงานระหว่างบริษัททีโอทีกับ เอกชนนะครับ มีการแก้ไขสัญญาหลายครั้งโดยไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี ลดค่าตอบแทนที่ เอกชนจ่ายให้กับ ทีโอที พูดง่าย ๆ คือ ทีโอที สูญเสียรายได้ไปจากการแก้ไขสัญญาโดยที่ ไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี แล้วเรื่องนี้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้มีการท้วงติงไปที่ บริษัททีโอทีแล้ว แต่ยังไม่มีการดําเนินการใด ๆ เกิดขึ้น ก็เลยไม่ทราบว่าตรงนี้ ป.ป.ช. ได้ กําลังสืบสวนเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าท่านบอกว่าสืบสวนแล้วหากมีการเป่ดเผยไปก่อนหน้านี้ อาจทําให้เสียรูปคดี กระผมก็ไม่ติดใจนะครับ แต่สิ่งที่อยากจะถามก็คือว่าวันนี้นะครับสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นก็คือ การทุจริตแบบซึ่ง ๆ หน้า คือกรณีการปล่อยทุจริตเงินกู้ของธนาคารของรัฐ แต่วันนี้ผมคง ยังไม่พูดเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ในป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๕๑ เพราะว่ารายงานท่านยังครอบคลุม ไม่ถึง ผมจะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๔๖ และป้ ๒๕๔๗ ซึ่งเกิดขึ้นแล้วไม่มีในรายงาน ป.ป.ช.นะครับ คือเรื่องของกรณีการทุจริตการปล่อยสินเชื่อสถาบันการเงินของรัฐ คือธนาคารกรุงไทย ซึ่งธนาคารกรุงไทยนั้นมีความเสียหายสูงถึง ๙,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ไม่เห็นในรายงานของ ป.ป.ช. เหมือนกันนะครับ ก็เลยไม่รู้ว่าอยู่ระหว่างการสอบสวน หรือไม่นะครับ เพราะตรงนี้มีรายงานในเบื้องต้นของหลายหน่วยงานว่ามีเงินเข้าบัญชีลูก และญาติของคณะรัฐมนตรีบางท่านแล้ว พบเส้นทางเดินเงินแล้ว ก็ไม่ทราบว่าผลสรุป ผลสอบของ ป.ป.ช. นั้นจะออกมาเมื่อใดนะครับ แล้วก็กรณีการปล่อยสินเชื่อโดยทุจริต ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ซึ่งกระทรวงการคลังนั้นก็พบ ความผิดปกติแล้ว แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ และป้ ๒๕๔๗ ก็ยังไม่พบอยู่ ในรายงานของ ป.ป.ช. ก็อยากจะถามว่าตรงนี้เรื่องอยู่ระหว่างการดําเนินการของ ป.ป.ช. หรือไม่นะครับ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมกราบเรียนมาวันนี้ผมยืนยันว่าประเทศไทยจะไปรอด ต้องมีธรรมาภิบาล ประเทศต้องปลอดทุจริต เพราะฉะนั้นวันนี้ ป.ป.ช. ก็ได้มาอยู่ ตรงนี้แล้ว ได้ฟังคําข้อสงสัยของท่านสมาชิกหลายท่าน ผมเชื่อว่าท่านจะสามารถชี้แจง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ แล้วหวังว่าคําตอบต่าง ๆ เหล่านั้น ถ้าท่านไม่สามารถตอบได้หมด ในสภานะครับ คําถามที่ผมถามนี้ผมอยากจะขอความกรุณาท่านกรุณาตอบผมเปึน เอกสารส่งถึงตัวกระผมเองด้วยก็จะเปึนพระคุณยิ่งนะครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ครับ ก่อนอื่นต้อง ขอแสดงความเห็นใจและให้กําลังใจกับคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต เพราะว่าด้วยภาระหน้าที่ของท่านก็หนักอยู่แล้ว แล้วยังต้องมาประสบปัญหา ทางการเมืองด้วยนี่นะครับ ก็ขอให้กําลังใจท่านครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ มีโอกาสดูรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ แล้วนี่นะครับ ผมดูไปเรื่องเดียวครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผม ดูก็คือข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการที่จัดทําขึ้นใน ๓ ป้ครับ เพราะนั่น หมายความว่าสิ่งที่จะไปแก้ปัญหาให้กับการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ที่ได้เสนอแนะ ที่ได้มองเห็นอุปสรรคนั้น จะได้นําไปสู่การแก้ไข การปรับปรุงให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในป้พุทธศักราช ๒๕๔๗ คณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไว้ ๓ ประการด้วยกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ
ประการแรก คือเรื่องการเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมในความซื่อสัตย์ สุจริตครับ ในรายงานเขียนไว้อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ว่าผลการจัดลําดับ ความโปร่งใสขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติประจําป้ ๒๕๔๙ ปรากฏว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนความโปร่งใส ๓.๖๐ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนครับ ถามว่าเปึนลําดับที่เท่าไรของประเทศต่าง ๆ ในโลก ทั้งหมด ๑๖๓ ประเทศครับ ประเทศไทยอยู่ในลําดับที่ ๖๓ ครับ ท่านประธานครับ แล้วเมื่อเปรียบเทียบย้อนหลังไป ตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๓๘ คะแนนความโปร่งใส เราได้ ๒.๗๙ คะแนน แล้วค่อย ๆ ยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ในป้ ๒๕๔๘ เราได้ ๓.๘๐ ครับท่านประธาน ถามว่าทําไมป้ ๒๕๔๙ คะแนนเราเริ่มลดลง คณะกรรมการปัองกันการปราบปรามการทุจริตเห็นปัญหาตรงนี้ครับ ได้เสนอ ข้อเสนอแนะในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตไว้ดังนี้ ครับท่านประธานว่าควรจะเกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล รัฐสภา ต้องสนับสนุนบุคลากรงบประมาณอย่างเต็มที่ให้กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คําถามผมก็คือว่าท่านทํารายงานฉบับนี้มา พอมาป้นี้ ท่านเห็นปัญหา เห็นอุปสรรคแล้วท่านได้ดําเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของท่านแล้ว หรือไม่ อย่างไร
ข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ท่านบอกว่าข้อสังเกตท่านก็คือการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตป้ ๒๕๔๗ ท่านมีโครงการดีอยู่ โครงการหนึ่งในรายงานฉบับนี้ ก็คือโครงการประชาศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ในเขต องค์การบริหารส่วนตําบลทั่วประเทศ ท่านดําเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๔๕ – ๒๕๔๗ ซึ่งแต่เดิมนั้นประชาชนไม่กล้า ไม่รู้ ว่าจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การปัองกันและปราบปรามการทุจริตอย่างไร เมื่อท่านดําเนินการโครงการนี้โดยมี กลุ่มเปัาหมายที่ท่านไปทําหมู่บ้านละ ๕ คน ผลปรากฏว่าปริมาณเรื่องร้องเรียนในเขต องค์การบริหารส่วนตําบลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่โครงการนี้ไม่ต่อเนื่องเพราะ ป.ป.ช. ไม่ต่อเนื่องเช่นเดียวกันทําให้โครงการนี้หยุดชะงักไป คําถามผมคือว่ามาป้นี้ท่านได้ ดําเนินการโครงการนี้ต่อหรือไม่ อย่างไร ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์เช่นนี้แล้ว เพราะเปึนที่ทราบ กันอยู่โดยทั่วไปว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเปึนส่วนหนึ่งที่จะดําเนินการแก้ไข ปัญหาที่รากฐาน ในเรื่องการปัองกันและปราบปรามการทุจริต
ข้อสังเกตประการที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ ในป้พุทธศักราช ๒๕๔๗ ท่านบอกว่าการสร้างเครือข่ายเพื่อปัองกันและปราบปรามการทุจริต ท่านอยากจะเห็น อะไร ท่านอยากเห็นคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ท่านอยากจะเห็นสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการหรือ กพร. ท่านอยากจะเห็นสํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ท่านอยากจะเห็นสํานักงานปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ท่านอยากจะเห็น หน่วยงานของรัฐอื่น ๆ เพื่อมาสร้างเปึนเครือข่ายให้เกิดเปึนเอกภาพในการร่วมกันปัองกัน การแก้ไขปัญหาทุจริตให้เกิดขึ้น ถามว่าท่านได้ดําเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร ในการ เสริมสร้างเครือข่ายให้เกิดเอกภาพขึ้นในการแก้ปัญหาดังกล่าว นั่นเปึนรายงานประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๔๗ ๓ ประการนะครับ
ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในป้พุทธศักราช ๒๕๔๘ ไม่มีปัญหา ท่านสรุป ง่าย ๆ เลยว่ากรณีไม่มีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในป้ ๒๕๔๘ ท่านเสนอว่าอย่างนี้ครับ ในกรณีที่เกิดสุญญากาศที่ไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านเสนอไว้ว่าอาจกําหนดให้ประธานหรือกรรมการขององค์กรอื่นอาทิ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาล ปกครองเปึนต้น มาเปึนองค์คณะในการใช้อํานาจและทําหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้มาตรการในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐดําเนินการต่อไปได้ ไม่เกิดความ เสียหายแก่รัฐ ในระหว่างที่ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่ ผมขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานครับว่าท่านได้ดําเนินการไปอย่างไรหรือไม่ตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวครับ ท่านประธานครับ ในป้พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการการเลือกตั้งในป้นี้มี ๒ ประการครับ ประการที่ ๒ ผมไม่กล่าวนะครับเพราะว่าเปึนเรื่องของการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเปึนรัฐธรรมนูญเพราะว่าอยู่ในช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านเสนอความคิดเห็นไป หลายประการทีเดียวในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ในข้อแรก การแก้ไขปัญหา ทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศ ท่านบอกว่ามีเรื่องค้างดําเนินการอยู่เปึนจํานวนมากถึง ๑๑,๕๗๘ เรื่อง แล้วสถิติแต่ละป้นะครับจะมีผู้ร้องเรียนมายังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เฉลี่ยป้ละ ๒,๕๐๐ เรื่อง ภารกิจนี่มันเยอะเหลือเกินครับท่านประธานครับ ท่านได้ ดําเนินการแก้ไขและขอให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานให้กับคณะกรรมการ การเลือกตั้งเพื่อให้สามารถดําเนินการได้ทันกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ แล้วอย่างไรหรือไม่ ประการใดครับ ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้งและขอได้โปรดให้คําชี้แจงตามที่ได้ถามดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ
ต่อไปเชิญ คุณสุทิน คลังแสง และต่อไปก็จะเปึนคุณกรณ์ จาติกวณิช ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคพลังประชาชน ผมขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าวาระนี้เปึนวาระที่สําคัญ ผมเองเปึน ส.ส. มาได้เคย พิจารณารายงานการทํางานของ ป.ป.ช. มาประมาณ ๓ – ๔ ป้ ก็ได้ขาดหายไปอยู่ ช่วงหนึ่ง แล้ววันนี้ก็ได้กลับเข้ามาให้สภาของเราได้พิจารณา ก็ถือว่าเปึนโอกาส เปึนวาระ อันดีที่ความเปึน ส.ส. จะได้ตรวจสอบการทํางานที่สําคัญยิ่ง ผมเรียนว่าในช่วงที่ผมเปึน ส.ส. และได้รับการอภิปรายและได้ดูแลการรายงานของ ป.ป.ช. ใน ๓ – ๔ ป้แรกนั้น ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ผมเปึนคนหนึ่งที่สนใจ ตั้งใจ และซักไซ้ไล่เลียงการ ปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. คิดว่าคนหนึ่ง เหตุที่เปึนเช่นนั้นเพราะว่าผมตระหนักดีว่า ป.ป.ช. เปึนองค์กรที่มีความสําคัญกับประเทศชาติ แล้วก็หลายกรณีทีเดียวที่ ป.ป.ช. ได้ทําให้ บ้านเมืองของเรารอดพ้น หรือดึงเอาสิ่งซึ่งกําลังจะสูญหายไปกลับมา ช่วยให้จรรโลง ความเปึนชาติไว้อยู่ได้ น่าชื่นชม แล้วก็ขอให้กําลังใจทุกชุดที่ผ่านมา คราวนี้ก็เช่นกันครับ ในป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และก็รวมถึงป้ ๒๕๔๙ ด้วย กระผมเรียนว่าในการอภิปรายวันนี้ การตรวจสอบวันนี้ การซักถามวันนี้ก็คงจะซักถามเฉพาะป้ ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ ซึ่งเปึนป้ซึ่ง ผมคิดว่าความเปึน ป.ป.ช. นั้นมีความสมบูรณ์ แต่ป้ ๒๕๔๙ อาจจะต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพ เผอิญท่านที่มาชี้แจงท่านไม่ใช่กรรมการ ท่านเปึนเจ้าหน้าที่สํานักงาน ซึ่งก็เห็นใจท่าน กระผมเรียนว่าเผอิญป้นี้ผมมีอีกหน้าที่หนึ่งเปึนประธานคณะกรรมาธิการ สามัญประจําสภา คือคณะตรวจสอบการทํางานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ พอเปึน ประธานแล้วก็บังเอิญอีกล่ะครับก็มีประชาชนเข้ามายื่นให้ผมตรวจสอบความเปึนมา และสถานะตลอดทั้งการรับเงินเดือน การทํางานของ ป.ป.ช. แล้วก็บังเอิญอีกล่ะครับ ท่านประธานก็ได้มีการตรวจสอบเสร็จสรรพได้ข้อสรุปเท่าที่เราจะทําได้ ข้อสรุปนั้นเปึน ปัญหาที่ทําให้ผมไม่อาจที่จะต้องตรวจสอบการทํางานของป้ ๒๕๔๙ ได้ ที่เปึนเช่นนั้น ไม่ได้อคติ ผมยอมรับในตัวบุคคลนั้นหลายท่านซึ่งเปึน ป.ป.ช. นั้นผมยอมรับในเกียรติภูมิ ความเปึนมา แต่สถานะความเปึนมาจากการที่เราศึกษาและตรวจสอบอย่างละเอียด ถี่ถ้วนแล้ว ความเปึน ป.ป.ช. ที่มานั้นไม่สมบูรณ์ จะเรียกได้ว่าเปึน ป.ป.ช. ก็คงลําบากใจ อาจจะคล้าย ๆ กับตุลาการรัฐธรรมนูญเมื่อคราวที่แล้วกับศาลรัฐธรรมนูญเปึนคนละชุดกัน ป้ ๒๕๔๙ และคณะที่ทํางานอยู่เดี๋ยวนี้ถ้าจะให้พูดในฐานะเปึนประธานกรรมาธิการ ที่ตรวจสอบแล้วก็ศึกษามาแล้ว มีมติมาแล้ว ผมคิดว่าท่านคงจะมีสถานะอย่างมากที่สุด ก็เปึนรักษาการ แต่การรักษาการ ป.ป.ช. จะต้องมีระยะเวลาที่เหมาะสม แล้วเลยมาก็จะต้อง สิ้นสภาพ เพราะฉะนั้นเมื่อผมอยู่ในสถานภาพนี้ ผลการศึกษาออกมาว่าที่มาของ ป.ป.ช. มิชอบ ผมจึงขอสงวนด้วยมารยาทว่าผมจะไม่ตรวจสอบป้ ๒๕๔๙ ไม่ซักถาม เพราะคิดว่า ไม่ใช่ ป.ป.ช. อย่างที่พวกเราคิดแล้วก็เข้าใจกัน แต่เอาเถอะรายละเอียดผมจะเล่าให้ฟัง สุดท้ายอีกนิดหนึ่งครับ จะยกเหตุผลประกอบ ไม่เช่นนั้นจะไม่เปึนธรรมแก่ท่าน ป้ ๒๕๔๗ และป้ ๒๕๔๘ ผมก็จะยกมาซักถามในประเด็นใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ประเด็น ๓ กรณี เพราะกรณี นี้ถ้าจะถามกรณีเล็กกรณีน้อยผมเชื่อว่าทาง ป.ป.ช. เยอะทีเดียว ท่านเลขาฯ ท่านก็คง อาจจะตอบไม่ได้หมดหรอกครับ เพราะมันเยอะ ค้าง ตกหล่น หมดอายุความไปไม่น้อย เปึนหมื่น แต่คดีใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและอยู่ในความสนใจของ ประชาชน ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงของรายงานป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ที่สําคัญ เอาเปึนว่าที่ไกล ไปหน่อยก็คือ เรื่องของคณะกรรมการปฏิรูประบบสถาบันการเงินหรือ ปรส. ปรส. คราวนั้น รู้กันอึกทึกครึกโครมเปึนที่สนใจประชาชนมากว่า การทําหน้าที่ของ ปรส. ซึ่งอยู่ในช่วงของ รัฐบาลชุดหนึ่ง ก็ไม่ต้องไปเอ่ยชื่อท่านว่ารัฐบาลชุดไหนได้มีการทําให้ประเทศชาติเสียหาย ถ้าเปึนจํานวนเงินแล้วนี่ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่าเปึนโศกนาฏกรรมสําหรับ ยุครัตนโกสินทร์ ๘ แสนล้านบาทครับ มากน้อยหรือไม่มากน้อย ๘ แสนล้านบาท มันก็ เท่ากับป้งบประมาณหนึ่งทีเดียวแหละในช่วงนั้น ในช่วง พ.ศ. นั้น งบประมาณแผ่นดิน ของเราก็อยู่ ๘ แสนล้านบาท ๙ แสนล้านบาท ความเสียหายซึ่งกล่าวหากันวันนั้นถ้าเปึน ความจริง ๘ แสนล้านบาท ก็เท่ากับงบประมาณแผ่นดินป้หนึ่งหายไปทั้งป้ถามว่ามากไหม ท่านประธานครับ มันเปึนโศกนาฏกรรมจริงถ้าเปึนเช่นนั้นแล้ว อยากถามเพียงว่าผลการ สอบสวน ปรส. สรุปอย่างไร แล้วไปถึงไหน มันไปถึงไหน เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก ถ้าไปถึงไหนแล้วนี่ถ้า ป.ป.ช. จะกรุณาตามดูแล้วบอกพวกเราด้วย ถ้าไปแล้วมันไปหยุด อย่างไร มันจะได้บ่งบอกได้ว่าสํานวนสอบสวนของท่านมันแข็งมันอ่อนหรือเจตนาจะ ช่วย หรือเจตนาจะรักษาชาติบ้านเมืองไว้ คดีนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก ปรส. คนอื่นอาจจะลืม ไปแล้วแต่ผมคิดว่าอยากขอถามอีกที ถ้าท่านไม่เสียเวลามาก บอกกับสภาอีกสักครั้งเงิน ๘ แสนล้านบาท เราจะได้นําไปบอกประชาชน จะได้เปึนเรื่องที่มีคุณค่ามากสําหรับสภา ใกล้เข้ามาอีกท่านประธานที่เคารพ ก็เปึนคดีใหญ่สะท้านเมืองเหมือนกัน เหตุเกิดที่ กรุงเทพมหานคร ผมเข้าใจว่าอยู่ในช่วงป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ มีการร้องเรียนว่าฮั้วประมูล ๑๖ โครงการ ประมาณเปึนเงินที่เสียหายแก่รัฐวันนั้น ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โด่งดังมาก แล้วผู้ที่ ถูกกล่าวหาวันนี้ก็ดํารงตําแหน่งอยู่ แล้วกําลังจะลงสมัครใหม่ด้วยถามว่าสอบสวนถึงไหน สรุปอย่างไรถ้าจะเปึนอานิสงส์กับประเทศกับให้ความเปึนธรรมกับบุคคลท่านนั้น ท่านผู้ว่าฯ ท่านนั้น ถ้าผลตรวจสอบออกมาแล้ว ถ้าบอกว่าบริสุทธิ์ท่านก็จะลงสมัคร ตําแหน่งอีกครั้งหนึ่งด้วยความสง่างาม ประชาชนก็จะได้มีข้อมูลในการพิจารณาตัดสินใจ เลือก ไม่เลือก แต่ถ้าหากว่าทุจริต พบว่าผิด ก็จะเกิดความเปึนธรรมกับประชาชน ที่จะเลือก ประชาชนที่จะตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ ต่อไปนี้ก็จะได้ข้อมูลจาก ป.ป.ช. นี่แหละ ควรไม่ควรเลือกใคร คนใด คนเก่า ควรไม่ควรเลือกหรือไม่ ผมเห็นว่าตรงนี้สําคัญมาก เปึน อานิสงส์ที่ ป.ป.ช. จะทําให้กับประชาชน แล้วก็จะส่งผลต่อประเทศที่จริงยังมีอีก คดีที่ผมติดใจ แต่เอาล่ะเมื่อสงวนมารยาท ผมเชื่อว่ามันจะเกิดในยุคป้ ๒๕๔๙ กรณีร้องเรียนผู้ว่าฯ สตง. บ้าน ๔ ล้านบาท ร่ํารวยผิดปกติอะไร อันนี้ไม่ถามเพราะน่าจะเกิดในยุคป้ ๒๕๔๙ เมื่อคิดว่า ป.ป.ช. ชุดนี้ไม่น่าจะชอบก็ไม่ต้องไปถามท่าน เอาเปึนว่า ๒ เรื่องใหญ่ที่ผมเรียนถามก็คือ ฮั้วประมูลโครงการที่ กทม. ๑๖ โครงการ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงไหน ปรส. ๘ แสนล้านบาทนี่ถึงไหน เท่านั้นนะครับ อันนั้นสําหรับเรื่องที่ผมจะถาม
ส่วนเรื่องที่ผมได้พูดไปว่าเหตุที่ยกเว้นตรวจสอบป้ ๒๕๔๙ ถ้าพูดทิ้งไว้ แค่นั้นไม่เปึนธรรม แต่เอาล่ะครับ ก่อนอื่นต้องเรียนว่าทาง ป.ป.ช. ที่มาชี้แจง ท่านคงอยู่ในฐานะ ที่ตอบไม่ได้ทั้งหมด แต่ในครั้งที่ผมทํางาน ผมกราบเรียน ผมได้ให้สัมภาษณ์ชื่นชมไปถึงท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ท่านให้เกียรติกรรมาธิการมาก ให้เกียรติสภามากนะครับ ผมดูว่า ให้เกียรติสภา ต้องแยก ท่านมารอชี้แจงก่อนที่กรรมาธิการจะมาครบ ท่านมาแต่เช้า แล้วก็ ท่านให้ความร่วมมือดีมาก ท่านตอบทุกคําถาม แสดงเอกสารทุกอย่างที่ท่านมี แต่เราเห็นใจ ว่าหลายเรื่องมันก็เกินเรื่องที่ท่านจะชี้แจงได้ บางเรื่องมันก็ไม่ใช่เรื่อง มันเกินอํานาจระดับ ท่านไป มันเปึนเรื่องที่กรรมการจะต้องตอบ เปึนเรื่องที่หน่วยงานระดับบนจะต้องให้ข้อมูล เรา เพราะฉะนั้นต้องกราบขอบพระคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง วันนี้หากจะพูดอะไรไปไม่ได้ หมายถึงท่านนะครับ เพราะว่าผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสํานักงาน ป.ป.ช. ท่านก็คงอยาก ได้กรรมการที่มาถูกต้อง ปราศจากข้อครหาทางสังคม ท่านก็จะทํางานสบาย เกียรติภูมิ ของท่านก็จะมี แล้วก็ท่านจะได้ไม่กังวลว่าสิ่งที่ท่านทํามาป้นี้ ป้หน้า ภายใต้กรรมการชุดนี้ ป.ป.ช. ชุดนี้ ท่านจะต้องได้รับผลบาปผลกรรมอะไรอีกหรือเปล่า ผมเชื่อว่าท่านก็คงไม่ สบายใจ แต่โดยมารยาทความเปึนสุภาพบุรุษข้าราชการที่ดีของท่าน วันนี้ท่านก็พยายาม ชี้แจงในส่วนที่ชี้แจงได้ เห็นใจกัน เข้าใจกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะพูดก็เปึนเพียงเรื่องของ กรรมการ ท่านประธานครับ ข้อร้องเรียนและเปึนที่มาของการบอกว่าผมไม่ตรวจสอบก็คือ ที่มาไม่ชอบ ไม่ชอบอย่างไร ก็มีการพูดจากันทางสังคมพอสมควร ก็บอกถึงฝ์ายที่ชอบ ก่อน คนที่บอกว่ามาที่ชอบ ท่านชี้แจงเอง และหลายส่วนสนับสนุนก็บอกว่าที่มาของท่าน มาจากประกาศ คปค. ๒ ฉบับ ฉบับ ๓๐ ฉบับ ๑๙ ซึ่งฉบับนั้นบอกว่าหัวหน้าคณะปฏิวัติ หรือรัฐประหารครั้งนั้น ท่านมีสิทธิออก แล้วก็ได้รับการยืนยันที่ท่านอ้างว่าจากสํานักงาน ครม. อ้างถึงราชสํานักบอกว่า คมช. นั้นมีสิทธิออกประกาศ และมีสิทธิแต่งตั้งใครก็ได้ เพราะถือว่าวันนั้นเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ไม่จําเปึนต้องโปรดเกล้าฯ เอาตรงนี้เปึนข้อต่อ เปึนข้อ วิพากษ์วิจารณ์ เปึนข้อพิจารณาทางแง่กฎหมายที่สําคัญและลึกซึ้งมาก ผมถึงบอกอยาก อภิปรายวันนี้ว่าสิ่งซึ่งผมอภิปรายวันนี้จะเปึนประวัติศาสตร์ครั้งสําคัญ ถ้าประเทศไทย ของเราให้ความสําคัญกับคําว่า นิติรัฐ ถ้าประเทศไทยเรายอมรับตัวเองว่าปกครองโดย ระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และย้ําอีกที ถ้าเรายังจะคิดว่า ต่อไปนี้เราจะเดินประเทศไปด้วยหลักนิติรัฐ ผมอยากอภิปรายให้ฟัง อยากขอแสดง ความเห็นเปึนที่บันทึกของสภาไว้ว่า การปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้ง หัวหน้าคณะรัฐประหาร เคยได้รับการยืนยันรับรองจากศาลฎีกาแล้วว่า คณะรัฐประหารซึ่งยึดอํานาจในขณะนั้น เปึนรัฏฐาธิปัตย์ ประกาศก็เปึนกฎหมายได้ ไม่ผิดครับ ศาลฎีกาหลายคดี หลายครั้งได้ พิจารณาต่างกรรม ต่างวาระ ยืนยันสถานะของหัวหน้ารัฐประหาร แต่ครั้งนี้มันพิเศษกว่า ทุกครั้ง ต่างจากทุกที ที่ผมอยากให้คนในสังคมช่วยกันพิจารณา เพราะมันจะต้องมีผลกับ หลาย ๆ กรณี มีใครรับประกันว่าจะไม่เกิดเช่นนี้ขึ้นอีกในประเทศไทย ฟังไว้หน่อยครับ ต่างอย่างไร ต่างก็ตรงที่ว่าการปฏิวัติรัฐประหารครั้งนี้เผอิญหัวหน้าคณะรัฐประหารนั้น ไปรับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เปึนหัวหน้าคณะรัฐประหาร ตรงนี้สําคัญนะครับ ทุกชุดไม่เคยมี ไม่เคยมีคณะปฏิวัติรัฐประหารชุดใดเข้ารับการ โปรดเกล้าฯ แต่ครั้งนี้รับการโปรดเกล้าฯ ต่างกันอย่างไร โปรดเกล้าฯ และไม่โปรดเกล้าฯ ต่างกันก็คือว่า คนที่ปฏิวัติแล้วไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ นั้น และไม่มีการโปรดเกล้าฯ ก็แสดงว่าท่านเปึนรัฏฐาธิปัตย์จริง มีอํานาจสูงสุดจริงในขณะนั้นตามคําพิพากษาศาล ฎีกาหลายคดีเป็ะเลย แต่เมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารชุดนี้ท่านได้เข้ารับการโปรดเกล้าฯ เสียแล้ว ก็แสดงว่าท่านยอมรับในพระราชอํานาจ ท่านอยู่ภายใต้พระราชอํานาจ นั่นก็คือ ความเปึนรัฏฐาธิปัตย์ของประธาน คมช. สูญหายไป รัฏฐาธิปัตย์ในขณะนั้นต้องเปึน องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นก็คือพระราชอํานาจใด ๆ ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เคยมีก่อนการทํารัฐประหารก็ต้องมีเช่นนั้น ท่านเคยโปรดเกล้าฯ ใคร พระราชอํานาจที่โปรดเกล้าฯ ก็ต้องมีต่อไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองซึ่งคนลืม เราก็ไปพูดคุยกัน เพียงแต่ว่าประกาศชอบ มิชอบ มีมาตรา ๓๐๙ แห่งรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ รองรับ ไม่ผิด แต่ลืมกลับมาดูต้นทางแห่งอํานาจ พอต้นทาง แห่งอํานาจคือประธานคณะรัฐประหารไปรับการโปรดเกล้าฯ ก็แสดงว่าองค์รัฏฐาธิปัตย์ จริง ๆ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวอีกนัยหนึ่งอธิบายเข้าใจง่าย แม้แต่ประธาน คมช. ยังต้องโปรดเกล้าฯ ทําไม ป.ป.ช. จะต้องไม่โปรดเกล้าฯ
คุณสุทิน มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ เชิญท่านพลเอก พิชาญเมธ ประท้วงเรื่องอะไร
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๑ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมอยากทําความเข้าใจหรือทบทวนเรื่องที่ท่านกําลังพูด เสียนิดหน่อย คณะปฏิวัติหรือรัฐประหารที่ท่านเรียกเมื่อกี้นี้ที่ได้เข้าเฝัานั้น ไปขอเข้าเฝัา เพื่อขอกราบบังคมทูลถวาย
ท่าน พลเอก พิชาญเมธ ครับ ท่านต้องประท้วงนะครับ เพราะว่าขณะนี้คุณสุทินกําลัง อภิปรายอยู่ครับ ถ้าท่านอยากจะชี้แจงก็จะเปึนลําดับต่อไป ผมยินดีจะให้ท่านชี้แจงต่อ ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ
ประท้วงครับ ประท้วงผู้ที่ กําลังพูดนะครับ
เชิญครับ
เปึนการเข้าเฝัา เพื่อกราบบังคมทูลถวายรายงาน ไม่ใช่เพื่อโปรดเกล้าฯ ให้เปึนหัวหน้าคณะปฏิวัติ รัฐประหารนั้น ผมขออนุญาตให้ท่านใช้คําพูดที่ถูกต้อง
สรุปแล้วท่านประท้วงในคําพูดของคุณสุทินในเรื่องอะไรนะครับ ขอชัด ๆ อีกที
เรื่องคํากล่าวอภิปรายของ ท่านว่าเข้าเฝัาเพื่อโปรดเกล้าฯ ให้เปึนหัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหาร อันนั้นไม่ถูกต้องครับ
เชิญท่านนั่งได้
ขอบคุณครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ คุณสุทินได้กล่าวคําที่ท่าน พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี พูดไปแล้ว ซึ่งผมฟังดูว่าคุณสุทินได้ใช้คําว่า คณะรัฐประหารชุดนี้เปึนคณะแรกที่เข้าเฝัาและรับการ โปรดเกล้าฯ ให้เปึนหัวหน้าคณะปฏิวัติเช่นนั้นใช่หรือเปล่าครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยัน ว่าผมได้พูดว่าหัวหน้าคณะรัฐประหารชุดนี้คือประธาน คมช. ได้รับการโปรดเกล้าฯ จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปึนประธาน คมช. ซึ่งข้อเท็จจริงก็จะต้องตรวจสอบกันได้ และท่านมีสิทธิที่จะชี้แจงได้ แล้วสภาและสาธารณชนก็จะตรวจสอบว่าข้อมูลใครถูก ใครผิด ก็ยืนยันว่าประธาน คมช. นั้นได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เปึนประธาน คมช.
ผมฟังดูก็เข้าใจเปึนเช่นนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นขออนุญาตท่านพิชาญเมธเลย เดี๋ยว หลังจากที่ท่านสุทินอภิปรายจบ ถ้าท่านมีความเห็นแตกต่างก็กรุณาได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ด้วยนะครับ
เรียนท่านประธานครับ ถ้าเปึนประธาน คมช. นั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่าถ้าโปรดเกล้าฯ ให้เปึนหัวหน้าคณะปฏิวัติ รัฐประหารนั้น ผมว่าไม่ถูกต้องครับ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ เมื่อกี้นี้คุณสุทินยืนยันว่าโปรดเกล้าฯ ให้เปึนประธาน คมช. ไม่ใช่โปรดเกล้าฯ ให้เปึนประธานคณะรัฐประหาร ที่จริงต้องใช้คําว่า รัฐประหาร นะครับ คือถ้าคุณสุทินยืนยันว่าโปรดเกล้าฯ เปึนประธาน คมช. ก็เปึนเรื่องถูกต้อง ถ้าเช่นนั้นก็คง จะเข้าใจตรงกันกับท่าน พลเอก พิชาญเมธ ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็ถือว่าเปึนการให้ ข้อมูลประกอบกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อประธานคณะรัฐประหาร ซึ่งจริง ๆ นั้น จะชื่อว่า ประธาน คมช. หรือประธานคณะปฏิรูป ซึ่งก็หลาย ๆ ครั้งก็ใช้ชื่อต่างกัน แต่โดย สถานะความเปึนจริงก็คือรัฐประหาร ท่านประธานครับ เมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารได้รับ การโปรดเกล้าฯ ก็แสดงว่าอยู่ใต้พระราชอํานาจ เพราะฉะนั้นถ้าอํานาจใด ๆ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยมีก็ต้องมีต่อไป เพราะองค์รัฏฐาธิปัตย์ได้ถูกเปลี่ยนจาก ประธาน คมช. ไปกลับสู่พระเจ้าอยู่หัวเช่นเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะวิเคราะห์ดูแล้วว่าความเปึนรัฏฐาธิปัตย์ของประธาน คมช. มีเมื่อไร ท่านยึดอํานาจวันที่ ๑๙ ก็มีวันที่ ๑๙ นั่นแหละครับ พอไปโปรดเกล้าฯ วันที่ ๒๐ ก็สิ้นสุด ตอนโปรดเกล้าฯ เพราะฉะนั้นความเปึนรัฏฐาธิปัตย์ของประธาน คมช. นั้นจะมีอยู่ช่วง สั้น ๆ คือวันที่ ๑๙ ถึงวันที่ ๒๐ ก่อนโปรดเกล้าฯ แต่ประกาศ คปค. ซึ่งตั้ง ป.ป.ช. นั้นไปตั้ง กันวันที่ ๓๐ ตั้งกันวันที่ ๒๒ ประกาศออกวันที่ ๒๒ ฉบับหนึ่ง ออกวันที่ ๓๐ ฉบับหนึ่ง เพราะฉะนั้นออกในขณะที่ความเปึนรัฏฐาธิปัตย์ของประธาน คมช. จบสิ้นแล้ว ออกใน ขณะที่พระราชอํานาจของพระเจ้าอยู่หัวสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. ก็จะต้องทํา ตามกฎหมาย คือทําตามพระราชอํานาจ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือว่า ประวัติศาสตร์จะต้องไป ศึกษา ถ้าเปึนไปตามสมมุติฐานของผมและกรรมาธิการแล้วเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ บรรดา ประกาศ คปค. ที่ออกหลังจากวันที่ ๑๙ คือช่วงที่ประธาน คมช. ได้รับการโปรดเกล้าฯ หลังจากนั้นถือว่าเปึนประกาศที่มิชอบ ถ้าจะชอบ ประกาศ คปค. ทุกฉบับถ้าเปึน กฎหมายแล้วจะต้องได้รับการทรงลงพระปรมาภิไธย แตกต่างจาคณะรัฐประหารชุด ก่อน ๆ ชุดก่อน ๆ ประกาศก็เปึนกฎหมายเลยเพราะท่านไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ท่านเปึน รัฏฐาธิปัตย์สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องทรงลงพระปรมาภิไธย แต่ฉบับนี้แต่ คมช. ชุดนี้ ต้องทรงลงพระปรมาภิไธย เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามว่า ป.ป.ช. จะต้องโปรดเกล้าฯ ไหม ไม่ต้องถามเลย เปึนประเด็นรองลงไปมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละครับคือจุดที่ผมเอง คิดว่าในแง่กฎหมายมันเปึนกรณีใหม่ครั้งแรกในประเทศ แต่ถ้าจะพิจารณาในแง่กฎหมาย จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องยากสลับซับซ้อนอะไร ก็เมื่อท่านไม่ได้เปึนรัฏฐาธิปัตย์แล้วท่านจะออก อะไรก็ต้องโปรดเกล้า ฯ ส่วนประธาน คมช. ก็ต้องโปรดเกล้าฯ เช่นกัน นี่คือเราเชื่อกัน อย่างนั้นว่า ป.ป.ช. ชุดนี้ถ้าจะให้ถูกต้องสมบูรณ์แบบจะต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เรื่องการขึ้นเงินเดือน เรื่องสวัสดิการ เรื่องสิทธิ เรื่องอํานาจ ให้ออกทําอย่างอื่นแล้ว ไปตรวจสอบผมคิดว่าทําไม่ได้ มีผลอย่างไรต่อไปอีก เมื่อเปึน เช่นนี้แล้วนี่ในแง่กฎหมายกรรมาธิการได้สรุปว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและจารีตประเพณี ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเรื่องความชอบธรรมยิ่งต้องน่าคิดครับ ท่านประธานครับ ความชอบธรรมหมายความว่าอย่างไร หมายความว่านอกจากถูกต้อง ตามกฎหมายสมมุติว่าถูก แต่ตอนนี้ผมคิดว่าก็ยังไม่ถูก แต่ความชอบธรรม ต้องพิจารณากันอีกลึกซึ้งกว่านั้นอีกว่า สังคมยอมรับได้ไหม หลายคนอภิปรายแล้ว คุณจตุพร หลายคนอภิปรายแล้วว่า สมมุติว่ากฎหมายทําถูกแต่ถ้าประเพณีหรือจารีตการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้วนี่เมื่อประเทศชาติเข้าสู่ทางตรงมาจากการเลือกตั้งแล้ว ประเทศเปึนประชาธิปไตยแล้วองค์กรอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามคณะรัฐประหาร เมื่อเลือกตั้งเขา ก็สิ้นสลาย โดยมารยาทก็ต้องยุบสลายตัวเองไปหมด ความชอบธรรมต้องมาพิจารณากัน ว่ามีองค์กรที่อยู่แล้วไม่ไปตามอํานาจของ คมช. และไม่ไปตามการเข้ามาใหม่ของการ เลือกตั้งคือประชาธิปไตย มันจะเกิดอะไรต่อองค์กร จริง ๆ แล้วผมยังกราบเรียนครั้งต้น แล้วครั้งหนึ่งว่า โดยตัวบุคคล ๙ ท่าน ผมไม่ได้ตําหนิติติงว่าท่านเปึนคนไม่ดีนะครับ ผมคิดว่าท่านก็เปึนคนที่มีประวัติความเปึนมาดีงาม แต่เมื่อความเปึนมาไม่ชอบแล้ว มันจะมีผลต่อความสง่างามขององค์กร มีผลต่อความศรัทธาในองค์กรนี้ จําเปึนไหมว่า องค์กรนี้ต้องมีความศรัทธา จําเปึนไหมว่าองค์กรนี้ต้องมีความสง่างาม ผมคิดว่า บางองค์กรอาจจะไม่จําเปึน บางองค์กรอาจจะไม่ต้องซีเรียส (Serious) มาก กับเรื่อง ความสง่างามและความศรัทธา แต่องค์กรซึ่งจะต้องมีคุณและโทษเปึนดาบสําคัญของ ประเทศให้คุณและโทษกับคนในสังคมโดยเฉพาะ ป.ป.ช. ให้โทษและคุณ บุคคล ระดับสูงได้ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และข้าราชการระดับซี ๑๐ ซี ๑๑ ป.ป.ช. สามารถให้คุณและโทษได้ แล้วก็หลายกรณีที่ท่านจะต้องทํางานต่อไปนี้ปฏิเสธ ไม่ได้ว่ามันจะมีผลได้ผลเสียทางการเมือง จะมีผลกระทบต่อฝ์ายนั้นฝ์ายนี้ ไม่ว่าจะเปึน เชิงบวกเชิงลบ เมื่อองค์กรมีอานุภาพรุนแรง องค์กรมีศักยภาพ ให้อํานาจมากเช่นนี้ มีความจําเปึนยิ่งที่จะต้องได้รับความศรัทธาจากสังคม ได้รับการยอมรับ ไม่เช่นนั้นแล้ว องค์กรนี้ก็จะมีปัญหาต่อ มีปัญหาเช่นไรครับท่านประธานครับ ถ้าหากว่าคนในสังคมไปเข้าใจในสาระแล้วก็ประจักษ์ชัดเจนว่าองค์กรนี้มีที่มาจากคน คนเดียวแต่งตั้ง แล้วคนคนเดียวนั้นก็เปึนปฏิปักษ์กับฝ์ายการเมืองอีกฝ์ายหนึ่งในวันนี้ นี่สมมุตินะครับ คนในสังคมจะมั่นใจได้อย่างไร คนในอีกฝ์ายหนึ่งจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ป.ป.ช. ซึ่งมาจากคนเดียวจากฝ์ายโน้นจะให้ความเปึนธรรมกับฝ์ายนี้ นี่มันเกิดขึ้น มันต้อง เกิดขึ้น มันเปึนตรรกท่านประธานครับ ไม่ว่าฝ์ายไหนก็แล้วแต่ กลับข้างลองดู ถ้าวันหนึ่ง พวกผมไปอยู่ข้างของอีกฝ์ายหนึ่งซึ่งตั้งเข้ามา อีกฝ์ายหนึ่งก็จะหวาดระแวงทันที เช่นเดียวกับอภิปรายเมื่อไม่นานมานี้ มีความเชื่อว่ารัฐบาลชุดหนึ่งไปแทรกแซง ป.ป.ช. ฝ์ายหนึ่งก็ไม่มั่นใจแล้วว่า ป.ป.ช. จะให้ความเปึนธรรมกับตัวเอง นี่มันเกิดในป้ต่อป้ เท่านั้นเอง ไม่นาน ฝ์ายหนึ่งอภิปรายแล้วบอกว่า ป.ป.ช. ชุดก่อนถูกรัฐบาลเข้าแทรกแซง จึงไม่มั่นใจ แล้ววันนี้ก็เช่นกัน ไม่ใช่แทรกแซงล่ะ ถ้าประจักษ์กันชัดเจนว่ามีการแต่งตั้ง มาจากคนเหล่านั้น และยิ่งไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ไม่ชอบธรรมแล้ว มันจะเปึนปัญหา เปึนปัญหาคือตัดสินอะไรออกมา สังคมก็จะถูกตั้งคําถาม สังคมก็จะตั้งคําถาม ไม่ยอมรับ เมื่อไม่ยอมรับเกิดอะไรขึ้นครับ ในที่สุดมันจะสั่นคลอนต่อระบบยุติธรรมของประเทศ เมื่อสั่นคลอนแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ เมื่อประชาชนไม่ศรัทธา ความขัดแย้งในทางสังคมจะมี ไม่รู้จักจบสิ้น ผมถึงบอกและเปึนข้อสังเกตครับว่าอยู่ อยู่ได้ ถ้าจะรับรองสถานะตัวเอง หรือเถียงอยู่อยู่ได้ แต่ให้เตรียมใจไว้นะครับว่าปัญหามันจะเกิดขึ้นไม่จบ มันจะเปึนปัญหา ต่อตัวคนทํางานเอง แล้วไม่แน่มันอาจจะเปึนจุดวิกฤติของประเทศ เพราะอํานาจให้คุณ ให้โทษสูงมาก วันนี้เรารู้ว่ากําลังจะทําอะไรอยู่ด้วย มันสูง มันได้เสียสูงด้วย เพราะฉะนั้น ผมถึงกราบเรียนว่าโดยที่มาของกฎหมายนั้นไม่ชอบ โดยความชอบธรรมยิ่งต้องคิดหนัก บางครั้งบางองค์กรแม้จะถูกต้องตามกฎหมายนะครับท่านประธานครับ มาถูกต้องตาม กฎหมายทุกอย่าง แต่มีข้อซึ่งสังคมตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม หรือเปึน ติ่งหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมต้องสําคัญเปึนพิเศษ ถ้ามีที่สังคมตําหนิและมีข้อ ด่างพร้อยแล้ว เขาจึงมีประเพณีครับ สติต้องสูงกว่าทุกองค์กร จึงต้องพิจารณาตัวเอง ก่อนที่องค์กรนี้จะมัวหมอง ก่อนที่องค์กรนี้จะมีปัญหาเสื่อมศรัทธาในสายตาประชาชน เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าวันนี้เองท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ท่านเจ้าหน้าที่ ผมอาจจะเดา ท่านผิดก็ได้ว่าในใจแล้ว ท่านอาจจะอยากได้ ป.ป.ช. ที่มีความถูกต้องชอบธรรมที่สุด ท่านจะ ทํางานได้สบาย ท่านไม่ต้องนอนหัวใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ แต่ใครจะทําเช่นนั้นได้เมื่อวันนี้ ถูกเถียง ถูกแย้งว่าท่านก็บอกว่าท่านอยู่ชอบ มาชอบ แล้วก็สามารถทํางานต่อไปได้ สิ่งซึ่งผมอยากจะพูดก็เปึนเพียงฝากให้คิดแสดงความเห็นให้ท่านได้รับไปพิจารณา เพียงเท่านั้นว่าในแง่กฎหมายต้องเปึนอย่างนี้และความชอบธรรมเปึนเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านที่มาชี้แจงและก็ให้กําลังใจท่านทํางานก็ขอให้เข้าใจกันว่า ต่างฝ์ายต่างทํางานนะครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณอย่างสูงครับ
ต่อไปเชิญ คุณกรณ์ จาติกวณิช ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมก็ คงเปึนอีกหนึ่งเสียงนะครับ ก่อนอื่นเลยให้กําลังใจต่อสํานักงาน ป.ป.ช. และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมเปึนหนึ่งในหลาย ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความมั่นใจใน สถานะของ ป.ป.ช. แต่วันนี้อยากที่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นในส่วนของเนื้องานของตัว ป.ป.ช. ตามรายงานที่ท่านได้นําเสนอต่อสภา ก่อนอื่นผมก็อยากจะเสริมว่าการทํางาน ของท่านมีผลสําคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างบรรทัดฐานความชอบธรรมในสังคม และเปึน กุญแจสําคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองเราด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงให้ ความสําคัญเปึนพิเศษกับรายงานที่ท่านได้นําเสนอต่อสภาในเรื่องที่เกี่ยวกับการกล่าวหา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงและวินิจฉัยแล้วว่ามีมติการ กระทําเปึนความผิดทางวินัยหรืออาญา หรือร่ํารวยผิดปกติ โดยเฉพาะ ๒ กรณีที่เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้วบางส่วน แต่ผมมีข้อสังเกตและ คําถามเพิ่มเติมที่อยากจะนําเสนอต่อทางสํานักงาน กรณีแรกคือกรณีที่ ๖ ตามรายงาน ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่ท่านได้ร่างไว้เกี่ยวกับกรณีกล่าวหานายนิพัทธ พุกกะณะสุต ต้องขออภัยเอ่ยนาม แต่รายชื่อท่านได้ปรากฏชัดเจนในเอกสาร ในกรณีข้อกล่าวหาร่ํารวย ผิดปกติ ที่ผมเปึนห่วงในส่วนของกรณีนี้ ก็คือ ในวรรคสุดท้าย ท่านได้เรียนถึงความผิดทาง วินัยทางทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งท่านได้เล่าไว้ว่าเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหา ขออนุญาตอ่านครับ ท่านประธาน เกษียณอายุราชการไปแล้วครับ พ้นจากการเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงไม่มี กรณีที่จะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้อํานาจแต่งตั้งถอดถอนพิจารณาโทษทางวินัยกับ ผู้ถูกกล่าวหาอีก ประเด็นตรงนี้ก็คือ เนื่องจากไม่ได้มีการแจ้งผู้บังคับบัญชาสังกัดของ นายนิพัทธ ซึ่ง ณ เวลานั้นดํารงตําแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง ขออภัยครับ ก็อาจจะ เปึนหนึ่งในสาเหตุที่ทําให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านปัจจุบัน นําบุคคลที่ถูก ชี้มูลแล้วโดย ป.ป.ช. กลับมาดํารงตําแหน่งที่มีความสําคัญต่อการทํางานของสังกัดเดิม ของท่านผู้นี้ คือทางกระทรวงการคลังในฐานะที่ปรึกษา นอกจากนั้นยังได้มีการแต่งตั้ง ท่านเข้าไปมีบทบาทสําคัญในฐานะกรรมการสรรหา กรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งก็ได้มีขั้นตอนการพิจารณาคัดสรร ในส่วนของทางกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วเสร็จเร็ว ๆ นี้ ประเด็นนี้เปึนประเด็น ที่น่าเปึนห่วงครับ เพราะว่าบทบาทของทางคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และการที่ทาง ป.ป.ช. ไม่ได้แจ้งในส่วนของความผิดต่อเจ้าสังกัดก็เลยอาจจะทําให้ไม่ได้มีเอกสารหลักฐานที่จะ เปึนตัวแย้งการแต่งตั้งบุคคลท่านนี้กลับเข้ามาเปึนที่ปรึกษา ผมจะขอเรียนท่านผู้มาชี้แจง จาก ป.ป.ช. ครับว่า ในส่วนของคณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทยนั้น มีบทบาทในแง่ของการกําหนดคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะ กําหนดนโยบายการเงินของประเทศจะเปึนผู้มีส่วนร่วมในการคัดสรรกรรมการนโยบาย สถาบันการเงินและกรรมการระบบการชําระเงิน พูดง่าย ๆ ก็คือ จะมีบทบาทสําคัญ อย่างยิ่ง ในการแต่งตั้งคณะกรรมการที่จะเข้ามาดูแลระบบการเงินของประเทศโดยรวม ตรงนี้อยากจะเรียนถามต่อท่านผู้มาชี้แจงครับว่า เปึนช่องโหว่การทํางานของ ป.ป.ช. ที่มี ความจําเปึนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขในอนาคตหรือไม่ ในกรณีที่ ๒ ผมมีความกังวลก็คือ กรณี ที่ ๑๔ ในรายงานฉบับเดียวกันเรื่องการกล่าว นายศิโรฒม์ สวัสดิพาณิชย์ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่านด้วย ในตําแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรนะครับกับพวกในสังกัดกระทรวง การคลัง ในกรณีนี้ก็ปรากฏเปึนข่าวตามมานะครับว่า ศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีที่ เกี่ยวข้องกับท่านในเรื่องเดียวกันกับที่ ป.ป.ช. ได้มีการชี้มูลความผิดการละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ของท่านพวกนี้ แต่บทบาทของ ป.ป.ช. ที่มีกับคดีนี้ไม่ได้เพียงเริ่มต้นในป้ ๒๕๔๙ ได้มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ได้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ณ เวลานั้น คือช่วงป้ ๒๕๔๕ และพร้อมกันนั้นก็มีการแจ้งถอดถอน ต่อสํานักงาน ป.ป.ช. ในกรณีของท่านรัฐมนตรีว่าการฯ ป.ป.ช. ในป้ ๒๕๔๕ ได้มีรายงาน การพิจารณากรณีถอดถอนนั้น ขออนุญาตอ่านนะครับ ระบุว่า ๑. การเรียกเก็บภาษีเปึน หน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากร ๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ เวลานั้น มีอํานาจหน้าที่เพียงกํากับดูแล ด้านนโยบายเท่านั้น ไม่มีหน้าที่โดยตรงในการเรียกเก็บภาษีหรือสั่งการให้กรมสรรพากร เรียกเก็บภาษีจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง นอกจากนั้นก็ยังมีการยืนยันโดยอธิบดี กรมสรรพากร ณ เวลานั้น ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้สั่งการใด ๆ เปึน หลักฐานให้กรมสรรพากรดําเนินการพิจารณาเรื่องนี้ให้มีผลไปทางหนึ่งทางใด การวินิจฉัย ของ ป.ป.ช. ในป้ ๒๕๔๕ ถึงแม้ว่าจะเปึนคนละชุดคณะกรรมการกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน แต่ก็เปึนการวินิจฉัยในนามของสํานักงาน ซึ่งได้สร้างบรรทัดฐาน แยกบทบาทความรับผิดชอบของระดับบริหารคือ รัฐมนตรีออกจากเจ้าหน้าที่ฝ์ายราชการ เปึนบรรทัดฐานที่ผมคิดว่าสุ่มเสี่ยงต่อการทํางานของภาคการเมืองในอนาคตต่อความ รับผิดชอบที่ภาคการเมืองควรที่จะต้องมีกับการกระทําของเจ้าหน้าที่ราชการในสังกัด กระทรวงของตน ผมจึงมีคําถามต่อ ป.ป.ช. ในวันนี้นะครับว่าบรรทัดฐานการวินิจฉัย ของ ป.ป.ช. ในป้ ๒๕๔๕ ในกรณีนี้ เปึนบรรทัดฐานที่ท่านยังยืนยันหรือไม่ อย่างไร นอกจากนั้นนะครับในกรณีเดียวกัน หลังจากที่ทางศาลชั้นต้นได้มีคําพิพากษาในกรณี ของการหลบหลีกการเสียภาษีนะครับ ของผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีหุ้นชินคอร์ปไปแล้ว ก็ปรากฏว่าทางกระทรวงการคลังและทางอธิบดีกรมสรรพากรท่านปัจจุบันก็ได้รีบเร่ง ในการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อที่จะนําไปสู่การฟัองแพ่งเพื่อเรียกคืนภาษีและ เพื่อเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทําให้การเก็บภาษีนั้นมีการหมดอายุความไป คําถามของผมก็คือในเมื่อ ป.ป.ช. ได้มีการชี้มูลตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ การชี้มูลของ ป.ป.ช. นั้น ในเนื้อหาสาระไม่ได้แตกต่างจากคําพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เพิ่งปรากฏไปเมื่ออาทิตย์ ที่แล้ว แต่ทําไมเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรถึงไม่ได้ดําเนินการที่จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือดําเนินการในส่วนของการฟัองแพ่งในกรณีเดียวกัน จนกว่าจะมีการพิพากษาของศาล นั่นหมายความว่าการชี้มูลของ ป.ป.ช. ไม่มีน้ําหนักเพียงพอต่อการนําไปสู่การปฏิบัติ หน้าที่อันควรของเจ้าหน้าที่ราชการหรือไม่ และการที่ทางเจ้าหน้าที่ราชการได้ละเว้นต่อ การที่จะปฏิบัติตามที่กําลังดําเนินการปฏิบัติอยู่ในวันนี้ถือว่าเปึนการละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ตลอดช่วงป้ ๒๕๔๙ จนถึงวันนี้หรือไม่ คดีนี้ยังเปึนคดีที่เปึนบรรทัดฐานต่ออีกหลาย กรณีที่ทางกรมสรรพากรตามเก็บภาษีในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการตีความอํานาจของทาง ป.ป.ช. และน้ําหนักของการชี้มูล ของ ป.ป.ช. จึงควรที่จะมีผลต่อการดําเนินการในส่วนของคดีอื่น ๆ ต่อไป ความชัดเจน ในส่วนของตรงนี้จึงมีความสําคัญครับ ผมขออนุญาตตั้งคําถามให้กับ ป.ป.ช. เพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ
คุณสุวโรช พะลัง ครับ แล้วต่อไปจะเปึนท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ นะครับ เชิญ คุณสุวโรชก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในการอภิปรายในเรื่องของผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ที่อยู่ในมือของท่านประธานและสมาชิกแห่งสภานี้นั้น ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาเพื่อประกอบการอภิปรายของผม ๓ เรื่องด้วยกัน
ในเรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ คงเปึนข้อสังเกตเท่านั้น ความจริงอยากจะ ประท้วงเสียด้วยซ้ําครับ เพราะการตรวจสอบรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.นั้น ป้ ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ แต่หลายเรื่องอย่างน้อย ๆ ก็มีสมาชิกของฝ์ายรัฐบาลอย่างน้อย ๆ ก็ ๒ ท่าน ได้มีการอภิปรายข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นในป้ ๒๕๕๐ หลังจากที่มีการยึดอํานาจปฏิวัติรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งตรงนั้นถ้าท่าน ประธานเองควบคุมการประชุมให้เปึนไปตามข้อบังคับการประชุมนี้ครับ ก็น่าที่จะทักท้วง ท้วงติงสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกเอาไว้รอซักถามเวลาผลการปฏิบัติหน้าที่ของรายงานของ ป.ป.ช. ป้ ๒๕๕๐ หรือป้ ๒๕๕๑ แต่ท่านประธานก็ไม่ได้ทําหน้าที่ตรงนี้ ผมเองก็ไม่อยาก ที่จะขัดจังหวะสมาชิก ๒ ท่านดังกล่าว เพราะเห็นว่าท่านก็ตั้งใจจะปฏิบัติหน้าที่ และผม เชื่อครับว่าทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มารับฟังข้อเท็จจริงในวันนี้ก็พร้อมที่จะตรวจสอบ พร้อมที่จะรับการตรวจสอบ พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาแห่งนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า อยากจะให้ท่านประธาน ปฏิบัติตามข้อบังคับครับ เพราะมิเช่นนั้นเราเสียเวลาในเรื่องนี้มานาน พอสมควร ซึ่งต้องยอมรับว่าเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติจริงครับ แต่ว่าในขณะเดียวกัน หลายเรื่อง เหมือนกับเปึนการเอาเปรียบผู้ที่มาชี้แจงครับว่าเข้ามาตอบ เตรียมตัวตอบ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ แล้วมาถาม ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ไม่ทราบว่าท่านจะมีกรอบอํานาจ หน้าที่ตรงนี้จะทําได้หรือไม่ นั่นก็คือในประการที่ ๑ ครับ
คุณสุวโรชครับ มีคนประท้วงครับ คุณจตุพรประท้วงเรื่องอะไรครับ
กรณีที่คุณสุวโรชได้กล่าวหาว่าผู้ที่ ขึ้นมาอภิปรายนั้นไม่ได้ตรงป้ คือความจริงแล้วเขาชี้แจง ๓ ป้นะครับ ที่ได้รับเอกสารคือ ป้ ๒๕๔๗
สรุปแล้วประท้วงเรื่องอะไร ขอให้บอกประเด็นให้ชัดเจนด้วยนะครับ
ป้ ๒๕๔๙ คือประเด็นก็คือ เปึนลักษณะการใส่ร้ายคนที่อภิปรายว่าไปเอาเปรียบผู้ที่มาชี้แจง ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันที่มี การอภิปรายกันนั้นคือป้ ๒๕๔๙ ซึ่งเขามาดํารงตําแหน่งแล้วอย่างที่ได้อธิบายความ เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าในมือของคุณสุวโรชนั้นมีเหมือนอย่างผมหรือเปล่า คือป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และ ป้ ๒๕๔๙ โดย ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน เพราะฉะนั้นไม่มีใครเอาเปรียบอะไรใคร เพียงแต่ว่าข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้น เพื่อความเข้าใจเท่านั้นครับท่านประธาน
ผมขอวินิจฉัยครับ ข้อเท็จจริงก็เปึนไปตามที่คุณจตุพรบอกครับ เปึนการรายงาน ๓ ป้ครับ ขอเชิญคุณสุวโรชอภิปรายต่อครับ
ก็สุดแล้วแต่ท่านประธานจะวินิจฉัย เพียงแต่ว่าผมตั้งข้อสังเกตไว้เท่านั้นเองครับ ทั้งหมดความเปึนจริงก็อยู่ในเอกสารอยู่แล้ว นั่นก็คือในเรื่องที่ ๑ ครับ
ในเรื่องที่ ๒ ครับ จากที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปหลายเรื่องท่านประธาน ครับ ปล่อยปละละเลยจนมีการขาดอายุความ หลายเรื่องครับ เจ้าหน้าที่ของรัฐท่านไม่ได้ แจ้งผลการสืบสวนสอบสวนในเวลาที่กฎหมายเขากําหนด ก็ปรากฏว่าทําให้บุคคล ดังกล่าวนั้นไม่ต้องรับโทษ และมิหนําซ้ําครับ กลับเข้ามาดํารงตําแหน่งทางการเมืองอีก ซึ่งเสียหายต่อประเทศชาติ ตรงนี้ครับ ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. เองต้องกราบเรียนต่อ ที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่าในกรณีลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ครับ ท่านมีมาตรการหรือมีมาตรวัด ในการที่จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของท่านในกรณีที่ปล่อยปละละเลยไม่แจ้งข้อกล่าวหาตาม ระเบียบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. นี้อย่างไรหรือไม่
ในเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมอยากจะทราบว่าในข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารนี้นะครับ มีคดีที่ขาดอายุความ ที่ทําให้เปึนที่เสียหายต่อรัฐนี้ ทั้งหมดเท่าไร ตามเอกสารที่ปรากฏอยู่นี้ มีอยู่ทั้งหมดกี่คดี และแต่ละคดีเหล่านั้นครับ สาเหตุที่ทําให้คดีขาดอายุความนี้ ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการดําเนินการตั้ง กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบวินัย ดําเนินการลงโทษกับเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละ ละเลยจนทําให้คดีขาดอายุความนั้นแค่ไหน เพียงไร ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ก็เพื่อจะเรียน กับท่านประธานครับว่าถ้าหากทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งส่วนตัวผมสนับสนุนท่านเลย และอยากเห็นกระบวนการในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐมาทุจริตคอรัปชั่นโกงบ้านกิน เมืองกันอึกทึกครึกโครมเหมือนที่เปึนอยู่ในขณะนี้ให้รุนแรง แล้วก็มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น และถ้าเปึนไปได้นะครับการลงโทษน่าที่จะให้เห็นเปึนมรรคเปึนผล ผมไม่อยากจะเห็น มาตรวัดตรงนี้มาจากผลพวงของการปฏิวัติยึดอํานาจรัฐประหาร และที่สุดพอหมดอํานาจ ลงก็มาส่งให้ ป.ป.ช. อยากจะเปึนความเข้มแข็ง ความแข็งแกร่งตรงนี้เปึนไปตามความ เข้มแข็ง ความแข็งแกร่งตามกฎหมายที่ท่านปฏิบัติอยู่ เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวผมอย่างนี้ ที่ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานว่าคดีต่าง ๆ ที่จะเปึนมาตรวัดในการปฏิบัติหน้าที่ในการ รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่นี้ครับ ก็คือในเรื่องของอายุความที่ขาด ในเรื่องของการไม่แจ้ง ผลการปฏิบัติหน้าที่ไปยังให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อลงโทษทางวินัย ทําให้คนเหล่านั้น ลอยนวลอยู่ได้ แล้วก็กลับมาดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายกับประเทศชาติ มากยิ่งขึ้น แล้วเท่ากับเปึนการทําตัวอยู่ลอยตัวเหนืออภิสิทธิ์เหนือระเบียบเหนือกฎเกณฑ์ กติกา ซึ่งตรงนี้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบ จึงขอ อนุญาตกราบเรียนซักถามให้กําลังใจด้วยเหตุด้วยผลตามที่ผมได้กราบเรียนแล้วครับ ขออนุญาตท่านประธานครับว่าถ้าหากมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่จะขออนุญาตชี้แจงต่อไป ก็ขออนุญาตท่านประธานไว้ล่วงหน้าได้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ
ท่านประธาน ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เปึนวันที่ทางคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติมารายงานการดําเนินการและบัญชีรายจ่ายของสํานักงาน ผมคิดว่าหน่วยงานนี้ มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อบ้านเมืองของเรานะครับ ซึ่งตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จนถึง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ให้เปึนองค์กรอิสระในการที่จะดูแลการตรวจสอบการทุจริต คอรัปชั่นของนักการเมือง ข้าราชการ ผมคิดว่าหน่วยงานนี้อย่างน้อยที่สุดผมอยากเห็น การทํางานที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากกว่านี้ จากการสังเกตดูรายงานต่าง ๆ แล้ว ผมคิดว่าอัตรากําลังต่าง ๆ งบประมาณต่าง ๆ ในการที่จะให้กับหน่วยงานแห่งนี้นั้น ผมคิด ว่าไม่พอเพียงที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการทํางาน ในการตรวจสอบการทุจริต คอรัปชั่นในบ้านเมืองของเรา ท่านประธานคงทราบดีนะครับว่าการทุจริตคอรัปชั่น ในบ้านเมืองของเรานั้นมีมาเปึนเวลายาวนาน ปราบไม่หมด ยิ่งปราบยิ่งเพิ่ม คนชั่วมันมี มากขึ้น คนโกงบ้านโกงเมืองมากขึ้น ทําอย่างไรล่ะครับ เราต้องอาศัยหน่วยงานตรงนี้แต่ดู อัตรากําลังดูอัตรางบประมาณที่ให้กับหน่วยงานแห่งนี้ไม่เพียงพอเลย จริงอยู่เราจะ มีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่เปึนคนดีมีความรู้ ความสามารถและตรงไปตรงมา ผมเชื่อมั่นครับทุกชุดที่ผ่านมามีบางชุดเท่านั้นเองที่ เข้ามานี่มาขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง เห็นประโยชน์ตัวเอง แล้วเข้ามาโดยการสรรหาที่มีการ บล็อก (Block) กันมา แต่ที่ผ่านมานั้นผมคิดว่าคณะกรรมการการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาตินั้นทําหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะชุดนี้นะครับ ผมเชื่อมั่นเพราะว่า คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ตรงนี้ต้องเปึนคนใจกว้างเอื้ออะไรต่อใครไม่ได้ เห็นแก่พวก แก่พ้องไม่ได้ ต้องเปึนคนตรงไปตรงมาจริง ๆ ทําหน้าที่ใครผิดก็ผิด ใครถูกก็ถูก เพราะฉะนั้นความเชื่อมั่นตรงนี้มีจริงสําหรับบุคคลทั้งเก้าที่ทําหน้าที่อยู่ ผมเชื่อครับและ ให้กําลังใจ แต่ดูแล้วจากอัตรากําลังหน่วยงานของท่าน งานที่ค้างอยู่เปึนจํานวนเท่าไร ท่านคงดูออกว่าอัตรากําลังของท่านนั้นไม่พอเพียงที่จะทํางานให้มีประสิทธิภาพเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคดีที่ค้างอยู่ทั้งหมดนี่นะครับ ผมคิดว่าล่าช้าพอสมควรที่จะต้องมีการ ปรับปรุงตรงนี้ อย่างไรก็ตามผมฝากไปยังคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาตินะครับว่า อะไรที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานของท่าน จะเพิ่มอัตรากําลัง เพิ่มเงินอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้น่าจะสนับสนุนให้ท่านอย่างเต็มที่ เพราะว่า หน่วยงานของท่านนั้นเปึนหน่วยงานที่ปัองกันคนโกงบ้านโกงเมือง ซึ่งจะนําไปสู่ความ ล่มจมของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นความสําคัญของท่านตรงนี้ผมเชื่อว่ามีมากจริง ๆ ครับ และให้กําลังใจท่าน ท่านไม่ต้องกลัวอิทธิพล ไม่ต้องกลัวแรงปะทะหรืออะไรต่าง ๆ ที่มา ต่อต้านท่านนะครับ กับคนชั่วท่านไม่ต้องกลัวเลยนะครับ อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าคนดีใน ประเทศนี้พร้อมที่จะให้กําลังใจและปัองกันท่านนะครับ แล้วผมอยากเห็นการทําหน้าที่ ของท่านขจัดคนชั่วคนโกงให้หมดไปจากแผ่นดินแห่งนี้สักทีหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญ คุณธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรค ประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมต้องขอชื่นชมแล้วก็ให้กําลังใจกับการทํางานของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมตลอดถึงเจ้าหน้าที่ ตลอดระยะเวลา ๓๐ ป้ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ หน่วยงานนี้ได้มีการพัฒนาองค์กรจากหน่วยงานที่ไม่มีความเปึนอิสระ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวงราชการตั้งแต่ป้ ๒๕๑๘ ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อมีบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ พวกเราก็มีความหวังในเรื่องของการจัดการและ ปราบปรามการทุจริตมากยิ่งขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เพิ่งจะบังคับใช้มา ป.ป.ช. ก็มีภารกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การตรวจสอบจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ในเรื่องของการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐ ในเรื่องของการตรวจสอบการขัดกันของผลประโยชน์ของนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองขอให้กําลังใจ ป.ป.ช. ให้ทําหน้าที่ต่อไปด้วย ความเชื่อมั่น แล้วก็ยืนยันว่าขณะนี้อํานาจขององค์กรของท่านสมบูรณ์แล้วก็ถูกต้องตาม ตัวบทกฎหมายทุกประการ ขอให้ท่านอย่าได้หวั่นไหวในการทําหน้าที่ ขอให้ทําหน้าที่ ต่อไปอย่างอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝ์ายบริหาร เพราะวันนี้ต้องยอมรับครับ ท่านประธานว่าฝ์ายบริหารกําลังวิพากษ์วิจารณ์สถานะของท่านอยู่ อาจจะบอกว่าไม่ได้ รับการโปรดเกล้าฯ ไม่เปึนไปตามธรรมเนียมในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ว่าประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ผู้ที่มีความรู้และศึกษากฎหมายก็ให้ความเห็นว่า ป.ป.ช. น่าจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้โดยไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ผมเรียนท่านประธานว่า ภารกิจของ ป.ป.ช. ตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี้มีภารกิจที่ หนักหน่วงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายบอกว่าต้องมี ป.ป.ช. จังหวัด ซึ่งได้ สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็ปรากฏว่าไม่รู้เปึนมาได้อย่างไรในเรื่อง ป.ป.ช. จังหวัด หน่วยงานเอง ผมเองก็คิดว่ามีความไม่สบายใจไม่น้อยในการที่ท่านจะต้องจัดตั้ง ป.ป.ช. จังหวัด ถึงต้องขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ว่า ในขณะนี้ท่านมี มาตรการในการที่จะดําเนินการเกี่ยวกับ ป.ป.ช. จังหวัดไปขนาดไหน เพียงใด แต่นั่นก็ ไม่ใช่เรื่องสําคัญครับท่านประธาน เรื่องสําคัญขณะนี้คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งได้บรรจุไว้อยู่ในระเบียบวาระการประชุม เปึนเรื่องด่วนนะครับ ไม่ว่าจะเปึนร่างของ ป.ป.ช. เองก็ดี ไม่ว่าจะเปึนร่างของ ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และ ส.ส. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็ดี ยังไม่ได้รับการพิจารณาในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจดีในบทบาท ในภารกิจของ ป.ป.ช. ว่ายังไม่อาจที่จะให้ความชัดเจน ได้ในคําถามต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กรุณาสอบถาม เนื่องจากยังไม่มีความ ชัดเจนในเรื่องของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นี่คือปัญหาและอุปสรรคของ ป.ป.ช. ผมเข้าใจดีครับท่านประธานครับ ทีนี้ผมยังมีเรื่องที่จะสอบถามทางหน่วยงาน ป.ป.ช. ต่อไปอีกสักนิดหนึ่งนะครับว่า เรื่องที่ คตส. นี้ท่านรับเรื่องมาดําเนินการต่อนี้ บางเรื่อง พี่น้องประชาชนก็มีความผิดหวัง ไม่สบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่ คตส. พิจารณา เสร็จไปก่อนหน้านี้แล้ว เปึนเรื่องที่ ป.ป.ช. ไม่ได้รับไปดําเนินการต่อ ผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองบางท่านซึ่งถูกฟัองคดีต่อศาลแล้วนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อได้อย่างไร ผมจะ ไม่ข้องใจเลยว่าวันนี้ถ้า ป.ป.ช. ชี้มูลว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเหล่านั้นมีความผิด แน่นอนที่สุดท่านประธานครับ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ครับ แต่ด้วยเหตุผลของกฎหมาย ด้วยขั้นตอนของกระบวนการการสอบสวนของหน่วยงาน ขององค์กรที่เขียนไว้ ในกฎหมาย มันยังมีความเหลื่อมล้ําและไม่สมดุลกัน จึงเกิดปัญหาในเรื่องของการลงโทษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากจะเรียนถามท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. และคณะเจ้าหน้าที่ ที่มาชี้แจงในวันนี้นะครับว่า เรื่องต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนสนใจและให้ความสําคัญ อยากจะถามความคืบหน้าว่าขณะนี้ ป.ป.ช. ได้พิจารณาดําเนินการไปถึงขั้นตอนใดบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีหลายเรื่องทีเดียว ผมมีรายงาน การศึกษาและสอบสวนของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหา สนามบินสุวรรณภูมิ และคณะกรรมาธิการการคมนาคมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีอยู่ ๑๐ กว่าเรื่องที่ค้างอยู่ อยากจะให้ทางสํานักงาน ป.ป.ช. ช่วยชี้แจงด้วยว่า ขณะนี้ดําเนินการไปถึงขนาดไหนเพียงใด มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนไปบ้าง แล้วกี่คณะ ถ้าท่านเลขาฯ ยังไม่มีเอกสารเดี๋ยวผมจะให้นะครับ แต่ฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านเลขาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่สําคัญที่ผมได้อภิปรายเมื่อคราวพิจารณา งบประมาณที่ผ่านมาครับ คือในเรื่องของโครงการระบายน้ําบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ของกรมชลประทาน ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท มีประเด็นว่าสํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดินได้ทําหนังสือลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถึงเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบให้ดําเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช. ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ ประเด็น ในเรื่องของโครงการระบายน้ําบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งลงนามในสัญญาถึง ๓ สัญญา แล้วในป้งบประมาณนี้ที่เราได้พิจารณากันในเรื่องงบประมาณ ปรากฏว่า ได้มีการตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเดินต่อเนื่อง ต่อไปในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งผมได้อภิปรายไปแล้วว่าไม่มีความเหมาะสมในการที่จะ เพิ่มงบประมาณ เพราะของเก่าการทุจริตท่านก็ยังตรวจสอบกันไม่เรียบร้อยไม่สําเร็จ ซึ่งผมก็ได้อภิปรายไปเปึนที่ชัดเจนแล้ว อยากจะเรียนถามทางท่านเลขาธิการและ ท่านเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง ถึงความคืบหน้าว่าขณะนี้คืบหน้าไปแค่ไหนเพียงใด ผมหารือ ท่านประธานนิดนะครับ ผมจะสามารถอภิปรายในเรื่องส่วนของการเงินต่อไปได้ไหมครับ เพราะว่าเปึนเรื่องที่ต่อเนื่องกัน ผมได้ตรวจดูรายงานทางด้านการเงินในสมุดเล่มสีเขียว ของผู้สอบบัญชี ต้องเท้าความนิดหนึ่งนะครับว่า ป.ป.ช. เปึนที่พึ่งเปึนที่หวังของ พี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน ป.ป.ช. เอง ก็ต้องมีความโปร่งใสในการ ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินด้วย เพราะว่าผมดูรายการอยู่ รายการที่ผมติดใจอยู่ รายการ ที่เกี่ยวกับการเบิกค่าล่วงเวลา ค่าใช้จ่ายในการดําเนินการอยู่ในหน้าที่ ๑๑ หัวข้อที่ ๑๙ เราก็ทราบกันดีอยู่ว่าป้ ๒๕๔๘ นี้ กรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีนะครับ ว่างเว้นจากการ ปฏิบัติหน้าที่ไม่มีอํานาจตามกฎหมาย แต่เหตุไฉนถึงมีการเบิกเงินค่าล่วงเวลาทั้ง ๒ ป้ ป้ ๒๕๔๘ ถึง ๙ ล้านบาทเศษ เกือบ ๑๐ ล้านบาท แล้วป้ ๒๕๔๙ ถึง ๗ ล้านบาท เกือบ ๘ ล้านบาท อยากจะให้ทาง ป.ป.ช. ได้พิจารณาด้วยนะครับ เพราะผมเองก็ทราบ ว่าหลาย ๆ ส่วนราชการในเวลานี้มีการเบิกค่าล่วงเวลาเปึนจํานวนมาก และเปึน ธรรมเนียมปฏิบัติของส่วนราชการต่าง ๆ ไปแล้ว ความเหมาะสมในเรื่องนี้เปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ความเหมาะสมในเรื่องนี้ก็คือว่าท่านต้องมีงานมาวางไว้ก่อนแล้วท่าน ถึงค่อยจ้างคนมาทํางานล่วงเวลา ไม่ใช่ท่านออกคําสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ให้ทําล่วงเวลาแล้ว ค่อยหางานมาทํา ผมคิดว่าผมพูดเรื่องนี้หลาย ๆ หน่วยงานก็คงจะต้องรับไปในการที่จะ พิจารณา เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและการใช้จ่ายเงินงบประมาณให้มากที่สุด ก็ขอให้ กําลังใจนะครับ บางสิ่งบางอย่างอาจจะต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์กันบ้าง แต่ว่ายังยืนยัน ว่า ป.ป.ช. อย่างไรก็ต้องคงมีอยู่ครับ เปึนองค์กรอิสระที่มีความหวังของพี่น้องประชาชน ที่จะเปึนที่พึ่งได้ แต่ท่านอย่าลืมว่าขณะนี้ท่านกําลังถูกหน่วยงานต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นมารุกราน ทําไมผมใช้คําว่า รุกราน ครับ เปึนเรื่องที่ค้างอยู่ในช่วงที่ไม่มีกรรมการ ๒ ป้นะครับ และก็ช่วง ๓ เดือน รับใหม่อีก ๔,๙๐๐ กว่าเรื่อง รวมเปึน ๑๖,๐๐๐ กว่าเรื่อง ผมเรียนว่า ณ ปัจจุบันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดที่ ๓ ที่เข้ามาจะครบ ๒ ป้อยู่แล้วนะครับอีกเดือนเศษ ๆ สามารถดําเนินการ ได้แล้วเสร็จ ๑๑,๒๓๑ เรื่อง ผมขออนุญาตนําตัวเลขในปัจจุบัน ณ ๓๐ มิถุนายน เหลือเพียง ๕,๓๓๓ เรื่อง อันนี้ก็กราบเรียนเพื่อทราบในเบื้องต้นนะครับ
ต่อไปกระผมจะใคร่ขอตอบคําถามท่านผู้ทรงเกียรตินะครับในแต่ละท่าน ท่านแรกนะครับ ท่านทศพลที่ได้ถามว่าสถิติคดีกรรมการชุดปัจจุบัน ๓ เดือนมันน้อย นะครับ ก็คงอย่างที่กระผมได้ตอบไปเพราะว่าเข้ามาเพียง ๓ เดือน และกรรมการ ป.ป.ช. จัดลําดับความสําคัญอย่างไร กรรมการชุดนี้ผมกราบเรียนอย่างนี้เมื่อเข้ามาถึง ท่านได้ดู เรื่องใหญ่ เรื่องที่มีความสําคัญ เรื่องที่จะขาดอายุความ เรื่องที่เสียหายต่อราชการเปึน จํานวนมากคณะกรรมการ ป.ป.ช. รีบดําเนินการก่อน โดยตั้งคณะอนุกรรมการ ซึ่งมีกรรมการแต่ละท่านเข้ามาเปึนประธานอนุกรรมการแล้วรีบดําเนินการในเรื่องพวกนี้ ไปก่อน ปัจจุบันนี้คณะกรรมการทํางานกันตั้งแต่เช้านะครับจนถึงเย็นสองทุ่มสามทุ่ม เสาร์ อาทิตย์ก็มาทํา ผมกราบเรียนอย่างนั้นรวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้วย ปัจจุบันเราเร่งกันเต็มที่อยู่ แล้วนะครับ
ส่วนในประเด็นคําถามที่ ๓ ของท่านทศพล เรื่องของตัวชี้วัดที่ท่านห่วงดัชนี ชี้วัดการคอรัปชั่นในประเทศไทย คณะกรรมการชุดปัจจุบันได้วางแผนอยู่ในยุทธศาสตร์ การปัองกันและปราบปรามการทุจริตระดับชาติ ซึ่งตั้งเปัาไว้ว่าในป้หน้าตัวเลขของเรา มันควรจะอยู่ในอันดับ ๕ นะครับไม่ใช่อันดับของประเทศนะครับ ตัวคะแนนของเราควรจะ อยู่ที่ ๕ ได้ตั้งเปัาไว้ และในยุทธศาสตร์ชาตินี้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ร่วมกับ รัฐบาลในปัจจุบันนะครับที่จะร่วมมือกันในภาคส่วนราชการทั้งหลายให้ร่วมกันดําเนินการ ให้แล้วเสร็จ คิดว่าน่าจะมีผลดียิ่งขึ้นในดัชนีชี้วัดการคอรัปชั่นของทีไอ (TI) ในป้ ๒๕๕๑
สําหรับคําถามของท่านสาทิตย์นะครับที่กรุณาถามถึงเรื่อง คตส. ไปถึงไหน แล้วนะครับ เรื่องของ คตส. นี่เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รับมาแล้วนี่ได้ตั้งคณะ อนุกรรมการดูแลเปึนพิเศษโดยเฉพาะเรื่องใน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือเรื่องที่ คตส. ส่งให้ อัยการไปแล้ว อัยการยังไม่ได้สั่งคดี มีบางเรื่องที่จะต้องตั้งคณะทํางานร่วมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้มอบหมายให้กรรมการลงไปดูแลโดยเฉพาะ อีกประเภทหนึ่งเปึนเรื่องที่ คตส. ยังดําเนินการไม่แล้วเสร็จซึ่งมีอยู่ ๖ เรื่องนะครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ตั้ง คณะอนุกรรมการโดยมีกรรมการ ป.ป.ช. ลงมากํากับเรื่องละ ๒ ท่านบ้าง ท่านหนึ่งบ้าง ลงมาช่วยกัน ทุกวันนี้ก็ยังทํางานกันอยู่ทุ่มสองทุ่ม เสาร์ อาทิตย์ ก็ยังนัดกันมาทํา ก็จะเร่ง ให้เร็วที่สุดเปึนนโยบายสําคัญของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ที่จะเร่งในเรื่องของ คตส. ให้เร็ว
ส่วนในประเด็นที่ท่านได้กรุณาถามว่ามีเหตุอันควรสงสัยนะครับ ซึ่งในการ ดําเนินคดีอาญากับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนี่ ตามรัฐธรรมนูญเดิม ตามกฎหมาย ป.ป.ช. เดิมจะต้องเปึนผู้เสียหายเท่านั้นถึงจะมาร้องเรียนที่ ป.ป.ช. ได้ ต่อมาได้มีการ แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่านอกจากผู้เสียหายแล้วนี่คนอื่นก็ร้องได้ ป.ป.ช. ก็ยกขึ้นมาเองได้นะครับ ตั้งแต่แก้ไขพระราชบัญญัตินี้มานะครับ กระบวนการที่จะดูว่ามีเหตุอันควรสงสัยอย่างไร นะครับ เราดูจากหลายเหตุ การอภิปรายของพวกท่านในสภา ทาง ป.ป.ช. ก็จะเก็บไป พิจารณาทุกครั้ง แล้วดูว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือไม่ จากสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะในทีวีหรือ ในหน้าหนังสือพิมพ์หรือจากมีผู้มาให้ข้อมูลโดยไม่กล้าที่จะเป่ดเผยชื่อ ป.ป.ช. ก็จะสั่งให้ เจ้าหน้าที่ไปหาข้อมูลประกอบเพิ่มเติมว่าอยู่ในอํานาจหน้าที่หรือไม่ ถ้าอยู่ในอํานาจ หน้าที่ก็จะรีบดําเนินการโดยเร็วต่อไป ผมยกตัวอย่างสัก ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกคือ เรื่องอุโมงค์ ๑๖ แห่ง อันนี้เราก็ยกขึ้นมา อันนี้เปึนเรื่องใหม่นะครับ เรื่องแรกเรื่องใหญ่ เรื่อง ททท. รับสินบน เราก็ได้มาจากข่าว แล้วเราก็ยกขึ้นมาทํานะครับ แล้วยังมีอีกหลายเรื่อง ผมขอยกตัวอย่างเพียง ๒ เรื่อง
สําหรับในประเด็นที่ท่านสาทิตย์ได้กรุณาถามเรื่องคุณนิพัทธ แล้วก็มี สมาชิกหลายท่านได้กรุณาสอบถามในเรื่องของคุณนิพัทธนี้ ผมเรียนว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนคุณนิพัทธ ขออนุญาตเอ่ยนาม ในเรื่องร่ํารวยผิดปกติ ซึ่ง ป.ป.ช. ก็ชี้มูล ไปว่าร่ํารวยผิดปกติ ส่งเรื่องไปให้อัยการยื่นคําร้องต่อศาลเพื่อร้องขอให้ทรัพย์นั้นตกเปึน ของแผ่นดิน เรียนว่าขณะนี้อัยการได้ยื่นฟัองต่อศาลแพ่งแล้วนะครับ อยู่ระหว่างการ พิจารณาของศาล ส่วนในประเด็นทางวินัยที่ว่าขาดอายุความอะไร ดําเนินการไม่ได้ ผมเรียนอย่างนี้ ในขณะนั้นที่เราสอบร่ํารวยผิดปกติ คุณนิพัทธพ้นจากการเปึนเจ้าหน้าที่ ของรัฐไปแล้ว พ้นไปนานแล้ว เพราะฉะนั้นในกฎหมาย ป.ป.ช. เรื่องที่พ้นจากการเปึน เจ้าหน้าที่ของรัฐไปแล้วเกิน ๒ ป้ เราไม่มีอํานาจ อันนี้ก็เปึนสาเหตุ เพราะอันนี้เปึนเรื่อง ตั้งแต่ ป.ป.ป. เดิม ผมคงต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ส่วนกรณีของคุณศิโรฒม์นะครับ ก็เรียนว่าทางวินัย ผู้บังคับบัญชาก็ได้ลงโทษ ปลดออกไปแล้วนะครับ ทางอาญา พนักงาน อัยการก็สั่งฟัองแล้ว ขณะนี้ก็อยู่ในการสืบพยานของศาลชั้นต้น ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับ ทางแพ่งก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรอะไรก็ดี ทาง ป.ป.ช. ก็ดําเนินการอยู่เช่นกัน ทางแพ่ง คงไม่มีอํานาจ ก็คงจะต้องเปึนเรื่องของกระทรวงการคลังนะครับ ในเรื่องของความ เสียหาย
ต่อไปเปึนคําถามของท่านสุขุมพงศ์ว่าทําไมไม่เสนอผลงานแต่ละป้ ก็อย่างที่กระผมได้กราบเรียนไปว่า เราไม่มีกรรมการ ป.ป.ช. ๒ ป้เต็ม ๆ เลยนะครับ แล้วรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พอสิ้นป้แต่ละป้แล้ว ธันวาคมแล้ว ก็จะต้อง รวบรวมทําเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. กว่าจะพิมพ์อะไรนะครับ มันก็จะล่าช้าไป แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะดําเนินการให้ทันป้ต่อป้ เช่น รายงาน ของกรรมการ ป.ป.ช. ป้ ๒๕๕๐ ในป้ ๒๕๕๑ ก็จะต้องเสนอสภาเข้ามาอย่างแน่นอน ของ ป้ ๒๕๕๑ ก็ต้องเสนอป้ ๒๕๕๒ เข้ามานะครับ คือจะเสนอในป้นั้นไม่ได้ ก็จะต้อง ป้ถัดไป แต่เดิมก็ป้ถัดไป แต่ในช่วง ๓ ป้นี้เกิดอุบัติเหตุอย่างที่ท่านได้ทราบ
ทีนี้ที่ท่านได้กรุณาถามค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าผู้เชี่ยวชาญนะครับ ก็เปึน ที่ปรึกษาที่ค้างมาตั้งแต่กรรมการชุดก่อนที่เราค้างจ่ายอยู่ งบประมาณก็ต้องปรากฏ ส่วนผู้เชี่ยวชาญนั้นเปึนเรื่องของสํานักงาน ป.ป.ช. นะครับ ไม่ใช่เรื่องของกรรมการ สํานักงานมีอํานาจที่จะจ้างผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เข้ามาช่วยงานของผู้เชี่ยวชาญ แม้ว่าจะไม่มีกรรมการ ป.ป.ช. ก็ตามนะครับ ทางสํานักงาน ป.ป.ช. ก็สามารถที่จะจ้าง ผู้เชี่ยวชาญได้ ซึ่งเราก็จ้างอยู่นะครับ ในหลาย ๆ ด้าน
ส่วนในประเด็นเรื่องงบลับ งบราชการลับ เรียนว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีระเบียบการใช้จ่ายเงินงบราชการลับว่าจะไปใช้จ่ายได้ในกรณีใดบ้าง และการใช้จ่ายเงิน งบราชการลับเปึนอํานาจของเลขาธิการที่จะอนุมัติให้ใช้จ่ายภายใต้ระเบียบ ผมคงจะแจง ไม่ได้นะครับว่าค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง แต่ขอยืนยันนะครับว่าทาง ป.ป.ช. ได้ปฏิบัติตาม ระเบียบทุกประการในเรื่องการใช้งบราชการลับ
ต่อไปเปึนปัญหาของท่านจุตินะครับ เรื่องอายุความนับอย่างไร ก็เรียนว่า อายุความทางอาญาก็จะมีตามประมวลกฎหมายอาญา ทางวินัยไม่มีอายุความ ส่วนเรื่อง ที่ขาดอายุความไปนี้จะทําอย่างไร ผมเรียนอย่างนี้ว่าเมื่อเรื่องเข้ามาที่ ป.ป.ช. ป.ป.ช. จะดูนะครับ เจ้าหน้าที่ต้องทําในประการแรกเลยว่าเรื่องนี้ขาดอายุความเมื่อไร จะดู นะครับ แต่มีเรื่องที่ขาดอายุความจริงผมเรียนอย่างนั้น เพราะว่าบางเรื่องกว่าจะร้องมาที่ ป.ป.ช. อายุความขาดแล้วก็มี บางเรื่องก็ใกล้จะขาด แล้วเรื่องที่ขาดส่วนใหญ่ก็เปึนเรื่อง ผู้สนับสนุนซึ่งไม่ใช่เปึนผู้ถูกร้อง ทาง ป.ป.ช. ไม่รู้นะครับ ร้องนาย ก มา อธิบดีกรมนั้น กรมนี้ พอสอบไปมีผู้สนับสนุนเข้ามา ผู้สนับสนุนอายุความน้อยกว่า ตรงนี้ก็จะมีอยู่บ้าง ในส่วนของขาดอายุความ แต่อย่างไรก็ดีผมเรียนว่าทาง ป.ป.ช. คํานึงถึงเรื่องนี้นะครับ ถือเปึนเรื่องสําคัญอันดับแรกนะครับอย่างที่กระผมจะกราบเรียนนะครับ ถือเปึนเรื่องใหญ่ ที่เจ้าหน้าที่จะต้องดูนะครับ ไม่เคยที่เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้ขาดอายุความไปโดยปล่อย ปละละเลย ไม่มีนะครับ หัวสํานวน หน้าสํานวนทุกเรื่องจะต้องบอกว่าขาดอายุความ เท่าไร เราดูอยู่ตลอดเวลา
ในเรื่องของฮั้วนั้นที่กรุณาถามว่าได้จัดหน่วยขึ้นมารับผิดชอบหรือไม่ เราจัดมาตั้งแต่ตั้ง ป.ป.ช. นะครับ ที่จะรับผิดชอบงานเรื่องฮั้วโดยเฉพาะ
ทีนี้ในคําถามที่ว่ามีที่ปรึกษาในด้านต่าง ๆ หรือไม่ ด้านวิศวะ ด้านการเงิน ด้านอะไร ดูเส้นทางการเงิน ทาง ป.ป.ช. มีนะครับ เราก็จ้างเอาไว้ในบางด้าน บางด้าน เราก็ตั้งเขามาเปึนอนุกรรมการไต่สวน เข้าเปึนผู้เชี่ยวชาญด้านไหน เราไต่สวนเรื่องอะไร เรื่องก่อสร้างก็อาจจะเอาคนที่รู้ในเรื่องก่อสร้างเข้ามา เรื่องการเงิน ทางเจ้าหน้าที่ของ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ช่วยเราเยอะเลยนะครับ เข้ามาเปึนอนุกรรมการไต่สวน ไม่ว่า จะเปึนทั้ง ปปง. ก็ดีที่รู้เส้นทางการเงิน ซึ่ง ป.ป.ช. ก็ดูอยู่เรื่องเส้นทางการเงิน เพราะว่า ในการไต่สวนคดีทุจริตถ้าเราไม่ดูเส้นทางการเงินบางทีสอบยากเหมือนกัน จะหา พยานหลักฐานที่ไหนมา เวลานี้ ป.ป.ช. เราดูนะครับ เราดูมานานแล้ว ดูเส้นทางการเงิน นะครับ ร้องนาย ก ทุจริต สอบไปสอบมาเราก็ตามเส้นทางการเงินด้วย มีเงินเข้ามาไหม อย่างไร ก็ขอให้มั่นใจ
ในประเด็นของ แอร์พอร์ต ลิงค์ ก็ดี ค่าโง่ทางด่วน เรื่อง ทีโอที ก็ดี ขณะนี้ ก็เรียนว่าอยู่ระหว่างการดําเนินการไต่สวนนะครับ ค่าโง่ทางด่วนเรียนว่าเพิ่งพิจารณาไป เมื่อวานนี้นะครับ สํานวนหนามาก ก็ชี้มูลในระดับเจ้าหน้าที่ระดับล่างไปก่อน ส่วนระดับใหญ่กรรมการให้ไต่สวนเพิ่มเติมอยู่ครับ
ในคําถามของท่านณัฐวุฒิที่มีข้อสังเกตนะครับ เรื่องอันดับของการทุจริต กระผมก็ได้กราบเรียนไปแล้วนะครับว่า ป.ป.ช. ทํายุทธศาสตร์คํานึงถึงในเรื่องนี้อยู่ว่า จะให้อันดับของเราดีขึ้น เรื่องของโครงการ อพท. ยังทําอยู่ตลอดเวลา ในป้แรกเราทํา อบต. องค์การบริหารส่วนตําบลไปครบทุกตําบลแล้ว ส่วนปัจจุบันเราทํา อพท. ในเรื่อง ของ อบจ. ในเรื่องของเทศบาลไปให้ความรู้ ในเรื่องของการทุจริตไปให้ความรู้ในการมี ส่วนร่วมในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตโดยมีการตั้งเครือข่ายร่วมกัน ซึ่งก็กําลัง ดําเนินการอยู่นะครับ
เรื่องค้างในประเด็นที่ท่านถามว่าจะแก้ไขอย่างไรนะครับ กระผมเรียนว่า เวลานี้มีค้างอยู่ ๕,๐๐๐ กว่าเรื่องนะครับ แล้วก็คิดว่าจะลดลงไปอีกนะครับ เพราะว่า เวลานี้เราก็ได้รับเจ้าหน้าที่เข้ามาใหม่นะครับอีก ๑๐๘ คน ซึ่งกําลังอบรมกันอยู่นะครับ สิ้นเดือนนี้ กลาง ๆ เดือนนี้ก็จะแล้วเสร็จ คิดว่าจะแก้ปัญหาไปได้ส่วนหนึ่งนะครับ เพราะ เราได้รับเจ้าหน้าที่เข้ามาใหม่นะครับ
ในปัญหาของท่านสุทินนะครับ ถามว่าเรื่อง ปรส. ไปถึงไหนแล้วนะครับ แล้วก็โครงการต่าง ๆ นี่ไปถึงไหนแล้วนะครับ ๑๖ โครงการ กทม. นี่นะครับ ก็เรียนว่า ป.ป.ช. กําลังดําเนินการอยู่นะครับ ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปแล้วนะครับ
ของท่านกรณ์ ท่านก็ถามถึงเรื่องคุณนิพัทธ คุณศิโรฒม์ ซึ่งกระผมก็ได้ตอบ ไปแล้วนะครับ ของท่านสุวโรช เรื่องของอายุความนะครับ กระผมก็ได้เรียนในส่วนของที่ ท่านอื่นตอบไปแล้วนะครับ
ในประเด็นคําถามของท่านนิพนธ์ที่กรุณาถามถึงปัญหาบุคลากรนี่นะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้นะครับเราก็รับทั้งลูกจ้างนะครับ รับทั้งข้าราชการและรับโอนจากส่วนอื่น นะครับ ขณะนี้ผมเรียนว่าเราได้ตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรของ ป.ป.ช. ขึ้นมานะครับ ซึ่งมี ชื่อว่า สถาบันปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ นะครับ ซึ่งก็มี หลายหลักสูตร กําลังเร่งที่จะพัฒนาบุคลากรของเรานะครับ
ในคําถามของท่านธีระชาติที่ท่านได้ให้กําลังใจนะครับ กระผมก็ ขอขอบคุณนะครับ ท่านถามว่า ป.ป.ช. จังหวัดดําเนินการไปอย่างไรนะครับ ตอนนี้ก็อย่าง ที่ท่านทราบนะครับติดอยู่เรื่องกฎหมายประกอบ ซึ่งเราร่างโครงสร้าง ที่มา อํานาจหน้าที่ ไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ได้ส่งมายังสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ดี ในป้ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทําโครงการนําร่องนะครับ ป.ป.ช. จังหวัด ๘ จังหวัด โดยมีภาคละ ๒ จังหวัดนะครับ ซึ่งขณะนี้เราได้ประเมินไปแล้ว เห็นว่า มีประโยชน์นะครับที่จะต้องดําเนินการต่อไปนะครับ
ในเรื่อง คตส. ที่ท่านกรุณาถามว่า คตส. ชี้มูลไปแล้วนี่ ผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้ อันนี้คงเปึนปัญหาข้อกฎหมายนะครับ ผมคงจะไม่ ก้าวล่วงลงไปตอบ
สําหรับในคําถามเรื่องสนามบินสุวรรณภูมินะครับ หลายเรื่องได้ตั้ง คณะอนุกรรมการไต่สวนไปแล้วนะครับ ขณะนี้อยู่ระหว่างดําเนินการ
และสุดท้ายของคุณธีระชาติที่งบการเงินทําไมมีการเบิกจ่ายงบล่วงเวลา ในป้ ๒๕๔๘ กับป้ ๒๕๔๙ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีกรรมการ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เมื่อกรรมการ พ้นหน้าที่ไปตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ นี่แล้วมีเรื่องที่กรรมการได้ดําเนินการไปแล้วนี่ค้างการ ดําเนินการอยู่เปึนจํานวนมากนะครับ เราก็ได้ให้เจ้าหน้าที่เรานี่ช่วงว่างงานนะครับ ซึ่งไม่มี อํานาจที่จะออกไปไต่สวนไปเรียกพยานมาสอบ แต่มีหลายเรื่องที่ยังมีกรรมการอยู่ในช่วง ป้ ๒๕๔๖ – ๒๕๔๗ นี้ ค้างดําเนินการอยู่ เราก็ให้เจ้าหน้าที่เรานี่สรุปนะครับในเรื่องที่ค้าง ดําเนินการ เพื่อรอรับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดที่จะมาใหม่ ซึ่งมาในป้ ๒๕๔๙ ชุดปัจจุบัน นี้ ท่านจะเห็นว่าสถิติมันลดลงไปฮวบเลยนะครับ จาก ๑๐,๐๐๐ กว่าเรื่องนี่ มาเหลือ ๕,๐๐๐ กว่าเรื่อง อันนั้นก็เปึนผลจากที่เจ้าหน้าที่ผมได้สรุปเรื่องรอเอาไว้นะครับ รวมทั้ง การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย เพราะฉะนั้นก็จําเปึนที่จะต้องใช้งบล่วงเวลา นะครับ ก็เรียนว่าได้ผลเกินคาดนะครับ จากกรรมการใหม่มา ๑๐,๐๐๐ กว่านี่ก็เหลือ ๕,๐๐๐ นะครับ แล้วก็ในช่วง ๑๐,๐๐๐ กว่านี้ ก็จะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาอีกนะครับ อันนี้ เราใช้งบเบิกล่วงเวลานะครับได้ทําไป ผมคงจบคําถามเท่านี้นะครับ อย่างไรก็ขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลายท่านที่ได้ให้กําลังใจ หลายท่านที่ได้ให้ ข้อเสนอแนะนะครับ ซึ่งกระผมก็จะรับไว้แล้วจะนํากราบเรียนคณะกรรมการเพื่อทราบ นะครับ
ทีนี้ในประเด็นหนึ่งที่ผมยังไม่ได้ตอบนี่ ที่ท่านได้กรุณาถามว่าทําไม กรรมการ ป.ป.ช. ไม่มาชี้แจงเอง ผมได้เรียนคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวานไปแล้ว คณะกรรมการบอกว่าป้นี้อย่าเพิ่งเลยท่านเพิ่งมาทํางาน ๓ เดือน ป้หน้าท่านจะมาครับ ท่านบอก ท่านขอทํางานเต็มป้ แล้วป้นี้ท่านทํางานเพียง ๓ เดือน อย่าเพิ่งมาเลยก็มอบให้ ผมมาก่อน อย่างไรป้หน้าท่านกรรมการท่านมาแน่ก็ขอเรียน ในประเด็นที่ท่านถามเรื่อง ความสมบูรณ์ของกรรมการ ป.ป.ช. กระผมเห็นว่าเปึนข้อกฎหมายนะครับ อย่างไร ขอความกรุณาไม่ตอบครับ เพราะข้อเท็จจริงอย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติท่านได้กรุณาให้ ข้อเท็จจริง เปึนอย่างนั้นจริง ๆ ครับ นิดหนึ่งก็ได้ เรื่องหนังสือมีหรือไม่มี ขณะนี้สํานักงาน ป.ป.ช. ได้ขอเปึนหนังสือลับครับ เป่ดเผยยังไม่ได้ ก็ขอปลดชั้นความลับไปที่สํานัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กําลังดําเนินการอยู่ครับเมื่อมีแล้วก็คงจะต้องเป่ดเผยได้ กราบขอบพระคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ ผมว่า พอแล้ว เอาสักนิดหนึ่งเพราะว่าคุณสาธิตกําลังจะพูดอยู่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ด้วยความ เคารพท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. เพราะว่าท่านไม่ได้อยู่ใน ๙ คน ท่านเลขาธิการได้รับการ โปรดเกล้าฯ ถูกต้อง ผมไม่ได้ติดใจแล้วก็ไม่ได้เปึนปัญหา แต่ทว่าเรื่องหนังสือจากสํานัก ราชเลขาธิการที่ทํามายังคณะรัฐมนตรีนั้น ปรากฏว่านอกจากท่านเลขาฯ เองที่พูดแล้ว กรรมการ ป.ป.ช. คนหนึ่งคือนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กล่าวยืนยันว่า ป.ป.ช. มีหลักฐาน หนังสือตอบกลับจากสํานักราชเลขาธิการผ่านมายังเลขาธิการ ครม. ว่า ป.ป.ช. มีอํานาจ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ รวมกระทั่งท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. เองก็ยืนยันว่าตัวหนังสือฉบับจริงอยู่ที่ทางเลขาธิการ ครม. แล้วก็ถ้าอยากจะมาดูก็ให้มาดู ที่ ป.ป.ช. ซึ่งเข้าใจว่าเปึนสําเนา แต่ว่าเมื่อผมฟังจากท่าน ก็กําลังจะทําเรื่องว่าเปึน เอกสารชั้นความลับ แต่ว่าผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ครับท่าน ผมเองก่อนที่จะตั้ง คําถามมายังท่าน ผมเองก็ไปตรวจสอบกันพอสมควร ที่ท่านบอกว่าอยากจะดูให้ไปที่ ป.ป.ช. หรือทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่างคุณประสาท พงษ์ศิวาภัย ยืนยันว่ามีนั้น ผมต้องการที่จะได้รับการพิสูจน์ว่าถ้าผมเดินทางไปที่ ป.ป.ช. ท่านเลขาฯ จะให้ผมดูหรือไม่ แต่ว่าเมื่อผมฟังท่านเมื่อสักครู่นี้ ยังทําขั้นตอนชั้นความลับเพื่อที่จะไปขอเอกสารจาก เลขาธิการ ครม. ซึ่ง ณ วันนี้ด้วยความเคารพท่านประธาน และเคารพไปยังท่านเลขาฯ คือ ถ้าไม่มีก็คือไม่มี ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องขั้นตอนก็ต้องว่ากันไปแต่ว่าเมื่อพูดไปแล้วมัน เหมือนกับการเล่นเก้าเก เสร็จแล้วไม่มีการพิสูจน์ แต่ว่ากรณีอย่างนี้มันเกิดขึ้นกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมยืนยันว่าท่านไม่มีเอกสารจากราชเลขาธิการที่มาถึง ครม. อยู่ที่ ป.ป.ช. เลย และวันนี้ตัวเลขาธิการ ครม. คุณรองพล เจริญพันธุ์ ที่กล่าวอ้าง เวลานี้ก็ ป่ดปากสนิท มีแต่คน ป.ป.ช. เท่านั้นที่ยืนยันว่ามี เพราะฉะนั้นถ้าท่านตอบว่า ไม่มี ผมก็ จะได้รับรู้ว่าไม่มี แต่ท่านบอกว่าให้ไปดูที่ ป.ป.ช. แต่เมื่อฟังท่านแล้วความจริงแล้วผมกับ คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ จะเดินทางไปวันศุกร์เพื่อจะไปขอดู เพราะท่านว่าบอกจะให้ดู ดูเสร็จ ผมก็จะได้อธิบายความกับประชาชนต่อว่าท่านมีจริง แต่เมื่อฟังท่านก็เปึนผลตรงกันข้าม กับที่ท่านได้แถลงข่าวว่า มี อยู่ที่ ป.ป.ช. ตัวจริงอยู่ที่ ครม. ความจริงวันนี้ก็อยู่ในขั้นตอน ที่ท่านกําลังดําเนินการขออยู่อย่างนั้นใช่หรือไม่ แสดงว่าข่าวที่เปึนข่าวก็ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นผมจึงสรุปวันนี้ก็คือ เรื่องหนังสือจากราชเลขาธิการอย่างที่ผมได้เรียนเมื่อ ตอนต้นว่าหนังสือจากราชเลขาธิการเองก็จะไปละเมิดพระราชอํานาจตามมาตรา ๑๒ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ป้ ๒๕๔๒ ไม่ได้ แต่ทว่าเมื่อพูด ถึงหนังสือฉบับนี้แล้ว ถ้าไม่มีก็ควรจะยอมรับว่าไม่มี แต่ว่าถ้าท่านยืนยันว่ามีท่านก็ควรจะ มาแสดง เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนเกียรติภูมิในสิ่งที่ผมบอกว่า พวกผมเองอธิบายที่มาของ ป.ป.ช. ทั้งหมดแล้วท่านก็บอกว่า ป.ป.ช. ชุดนี้จะมาตอบในป้หน้า ผมไม่ได้รอ ป.ป.ช. ชุดนี้มาตอบในป้หน้า แต่ผมรอ ป.ป.ช. ชุดนี้ได้แสดงความรับผิดชอบ เพราะถ้าดูกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ร.บ. เงินเดือนนั้น เปึนไปไม่ได้เลย ดูคําสั่งของ พลเอก สนธิ เอง ก็ระบุชัดเจนว่าให้ พ.ร.บ. ดํารงอยู่ เพราะฉะนั้นผมไม่รอ ป.ป.ช. ชุดนี้ในป้หน้า แต่เพียง อยากจะบอกอย่างนี้ครับท่านเลขาธิการด้วยความเคารพ ผมเองไม่เชื่อว่าหนังสือฉบับนี้มีอยู่จริง ประเด็นต่อมาวันนี้ผมขอร้องกับเพื่อนสมาชิกว่า ป.ป.ช. ชุดนี้ใครไปยื่นถอดถอนไม่ได้ เพราะไม่เปึนมาตั้งแต่ต้น ไม่มีสิทธิแม้กระทั่งคําว่า ลาออก ไม่มีสิทธิแม้กระทั่งรับเงินเดือน เพราะรับเงินเดือนวันโปรดเกล้าฯ และ คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดนี้ที่กําลังพิจารณาอยู่จะตั้งฐานเงินเดือนโดยร่วมกับสิ่งที่ ผิดกฎหมายได้อย่างไร เพราะฉะนั้นที่ผมบอกว่าเรียกร้องว่า ๙ คนมีสิทธิที่จะเข้ามาใหม่ อยู่แล้วตามกระบวนการรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ท่านมีสิทธิที่จะเข้ามาครบ เพื่อให้เกิด ความถูกต้องตามกฎหมาย แต่วันนี้ในเมื่อไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และ ไม่ได้มีหนังสือราชเลขาธิการตามที่กล่าวอ้าง ผมไม่สามารถรับการเปึนอยู่ของ ป.ป.ช. ชุดนี้ได้ รวมกระทั่งการกระทําอย่างอื่นใดของ ป.ป.ช. ผมถือว่าเปึนสิ่งที่ไม่มีตัวตน ผมไม่ได้มีหน้าที่มาให้กําลังใจ ซึ่งความจริงแล้วนักการเมืองกลับต้องให้กําลังใจกับคนที่ อยู่ฝ์ายตรวจสอบ แต่ผมต้องการทําความจริงให้ปรากฏในประเทศนี้ ขอขอบพระคุณ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ เรื่องนี้เพื่อ ทราบเท่านั้นเองครับ ก็ไม่ต้องตอบอีกนะครับท่านเลขาธิการครับ คือท่านบอกว่าความลับ ไม่จําเปึนต้องตอบครับ มันลับจริง ๆ ท่านสาธิตเอาไว้พูด ๒.๙ ได้ไหมครับ ป.ป.ช. เหมือนกัน เพราะเวลามันต่อเนื่องกันและคุณเปึนคนแรกที่จะพูด ได้ไหมครับ
ท่านประธานผมสั้น ๆ เองครับ
คือผมอยากจะให้คุณพูด ถึงเรื่องเงินด้วยแล้วก็โยงไป และเปึนคนแรกในการพูด
ผมไม่ได้พูดเปึนคนแรกครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ เดี๋ยวผมไว้พูดตอนหลังก็ได้ครับ
ขอบคุณครับ
๒.๙ นะครับ ต่อไปรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ และ ๒๕๔๘
ด้วยสํานักงาน ป.ป.ช. ได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ และ พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑๗ วรรคสอง ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้แก่ท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิกที่มีประเด็นปัญหาติดใจ จะซักถามหรือไม่ก็ต้องมีการซักถามนะครับ ฉะนั้นด้วยสํานักงาน ป.ป.ช. มีหนังสือ ขออนุญาตให้ผู้แทนสํานักงาน ป.ป.ช. เข้าชี้แจง ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อ ประโยชน์ในการพิจารณา ผมอนุญาตให้ผู้แทนของสํานักงาน ป.ป.ช. เข้าร่วมชี้แจงต่อ ที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ซึ่งขณะนี้ผู้แทนสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมีรายชื่อที่กระผมได้ เรียนเบื้องต้นมาแล้วนะครับ ท่านอยู่ในที่ประชุมแล้ว ไม่ต้องแจ้งอีกครับ เชิญท่านสาธิต ป่ตุเตชะ เปึนคนแรกครับ เรียนเชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สาธิต ป่ตุเตชะ ครับ ความจริงผมจะสอบถามเลขาธิการ ป.ป.ช. ในเรื่องของ การปฏิบัติหน้าที่นะครับ แต่ว่าเมื่อมันเข้ามาสู่วาระของการดําเนินงานทางผู้สอบบัญชี
เสริมไปก็ได้ครับ
ก่อนอื่นก็ต้องให้กําลังใจนะครับในการ ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ทํางานอย่างตรงไปตรงมา ความจริงผมคิดว่า ไม่ได้มีข้อสงสัยอะไรนะครับในการปฏิบัติหน้าที่ ปัญหาที่อยากจะพูดถึงมากที่สุดคือเรื่อง ที่ค้างพิจารณา คือเรื่องล่าช้า ผมเรียนว่าจริง ๆ แล้วผมมีเรื่องสอบถามท่านสั้น ๆ นิดเดียว ครับก็คือการติดตามเรื่องที่ผมได้ดําเนินการร้องเรียนไปนะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ แล้วก็ ป้ ๒๕๔๖ ก็เรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ว่าผมได้ติดตามเรื่องนี้ หลายครั้งครับ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนะครับ แล้วก็ได้ไปติดตามที่สํานักงานของท่าน แต่ว่า คําตอบที่ได้รับก็ไม่ชัดเจนนะครับ ไม่ว่าจะเปึนบอกว่าอยู่ในระหว่างการตั้งอนุ แต่สุดท้าย ผมก็รอหนังสือว่าในฐานะผู้กล่าวโทษ แทนที่จะมีหนังสือเรียกไปให้ปากคํานะครับ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ ๔ ป้เกือบ ๕ ป้เต็มนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอได้ใช้โอกาส ในสภาแห่งนี้ได้ติดตามเรื่องที่ผมดําเนินการร้องเรียนไป เรื่องแรกก็เปึนเรื่องของ ผม ร้องเรียนในกรณีการรับทรัพย์สินเกิน ๓,๐๐๐ บาทนะครับ ของท่านอดีตประธานสภา ผู้แทนราษฎรนะครับ เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นะครับของอดีต เลขาธิการ ปปง. ของอนุญาตเอ่ยนาม คือท่าน พลตํารวจตรี พีระพันธ์ เปรมภูติ นะครับที่ ได้ร้องไปเมื่อป้ ๒๕๔๗ แต่ผมจําวันที่ไม่ได้นะครับ ผมติดตามหลายครั้งครับท่านประธาน แต่ว่าก็ไม่รับคําตอบที่ชัดเจนนะครับว่า ไม่ว่า ๒ เรื่องนี้จะขาดอายุความไปแล้วหรือไม่ อย่างไร แต่ว่าถึงวันนี้ยังไม่ได้รับคําตอบ ผมเรียนกับท่านประธานอีกกรณีหนึ่งในเรื่องของ ความล่าช้านะครับ ผมได้เคยร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตของการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตํารวจนะครับในการเรียกรับสินบนในสมัย ขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ แต่ว่า เกี่ยวข้องกับตํารวจน้ํานะครับ ในการที่จะไปเรียกรับส่วยจากเรือประมงต่าง ๆ ผมก็ ร้องเรียนไปในคราวเดียวกันนะครับ ป้ ๒๕๕๐ ก็ปรากฏว่า เรื่องที่ผมร้องเรียนไปนะครับ เพิ่งได้รับคําตอบเมื่อเดือนที่แล้วว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. นี่ได้มีมติว่าข้าราชการ ตํารวจน้ํามีความผิดนะครับ แล้วก็ได้ส่งเรื่องที่จะให้ไปที่หน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ตํารวจน้ํา สังกัดอยู่ นี่ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนนะครับ แต่ว่าด้วยความล่าช้าอันนี้นะครับ มันก็ไม่สามารถไปลงโทษทางวินัยกับข้าราชการตํารวจน้ําได้แล้ว เพราะว่าเขา ได้เกษียณอายุไปแล้ว อันนี้เปึนปัญหาของความล่าช้านะครับ เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่นะครับ ผมเข้าใจว่าขณะนี้ก็ได้มีการทํางานลุล่วง ไปได้หลายเรื่องนะครับ ก็ลดตัวเลขที่ค้างพิจารณา สําหรับท่านเลขาธิการได้ชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็ยังมีหลายเรื่องที่ยังอยู่ในการพิจารณาซึ่งยังไม่ได้รับ คําตอบที่ชัดเจนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ผมถึงแม้ว่าจะมีข้อติดขัดในเรื่องความ ล่าช้าในการพิจารณาของ ป.ป.ช. นี่ผมก็ยังขอให้กําลังใจนะครับ ผมคิดว่าการทําหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. นี่นะครับจะพิสูจน์ข้อกล่าวหาทุกเรื่องไม่ว่า จะเปึนเรื่องข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง หรือแม้กระทั่งความพยายามของไม่ว่าใครก็ตามที่จะ ไปลดความชอบธรรมนะครับ ไปยกเอาความหาเหตุผลต่าง ๆ นานานะครับ ยังไม่รวมถึง ใช้วิธีการที่ไปเรียกร้องที่หน้าที่ทํางาน ป.ป.ช. บ้าง ไปปล่อยสัตว์เลี้ยงที่ดูจะน่าเกลียด สิ่งเหล่านี้ผมขอเรียนว่า ผมยังขอยืนยันว่าผมเปึนคนหนึ่งครับที่จะขอให้กําลังใจ ป.ป.ช. ในการปฏิบัติหน้าที่นะครับอย่างตรงไปตรงมานะครับ แล้วก็ไม่ต้องหวั่นวิตกกับสิ่งที่จะ เกิดขึ้น แม้ว่าจะมีแรงผลักดันในเบื้องลึกอย่างไรก็ตามนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ผมขอใช้เวทีตรงนี้ติดตามนะครับเรื่องที่ผมไปดําเนินการร้องเรียนกับท่านไปนะครับ นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ ๕ ป้แล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านผุสดี ตามไท ครับ
ขอประทานโทษค่ะท่านประธานคะ ผุสดี ตามไท นะคะ เมื่อกี้ดิฉันเข้าใจว่า ท่านค้าง ๒.๗ เอาไว้ แล้วก็ดิฉันขออนุญาตจะ ลุกขึ้นพูด
ถ้าไม่อภิปรายก็ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับฟังคําชี้แจงของท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ตอบข้อซักถามของ เพื่อนสมาชิกในวาระของการรายงานผลการตรวจสอบผลการปฏิบัติหน้าที่ ป้ ๒๕๔๗ ถึง ป้ ๒๕๔๙ แล้ว ก็ด้วยความสบายใจและก็รู้สึกชื่นชมในการมุ่งมั่นตั้งใจของสํานักงาน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการดูแลเรื่องปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ผมใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในวาระของการรายงานของผู้สอบบัญชี และงบการเงินของ ป.ป.ช. ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของงบการเงินนะครับ ผมตั้งใจที่จะสอบถามท่านเรื่องของการตั้งงบราชการลับที่ใช้งานของ ป.ป.ช. ซึ่ง ท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ก็ได้กรุณาชี้แจงเปึนเบื้องต้นแล้วนะครับว่ามีระเบียบปฏิบัติในการ ใช้จ่ายเรื่องนี้อย่างครบถ้วน อย่างละเอียดและไม่ต้องมีข้อสงสัย ผมก็ไม่มีข้อสงสัยตรงนั้น แต่ที่มีข้อสงสัยก็คือว่าในงบการเงิน ท่านได้ระบุไว้ว่าในป้ ๒๕๔๘ ท่านได้ใช้จ่ายงบนี้ จํานวน ๕ ล้านบาท ซึ่งผมก็เข้าใจดีนะครับว่าโดยภารกิจของสํานักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องทํางานในด้านรุก คือทํางานในเชิงรุก และก็เมื่อดูในรายงานผลของ การปฏิบัติงานท่านมีงานด้านการข่าวที่จะต้องใช้จ่ายเงินในส่วนนี้เพื่อความคล่องตัว ในการทําหน้าที่ของท่าน ซึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าสนับสนุน แต่ผมก็แปลกใจว่าเมื่อมา ในป้ ๒๕๔๙ ซึ่งเข้าใจว่าว่างเว้นจากการมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ไม่มีการตั้งงบนี้ แล้วก็ ผมก็ไม่แน่ใจว่าในป้ต่อ ๆ ไป ยังจะมีงบนี้ที่จะใช้เพื่อการปฏิบัติงานให้งานของ ป.ป.ช. นี้ ลุล่วง โดยเฉพาะในงานด้านการข่าวต่อไปหรือไม่นะครับ ก็อยากจะซักถามท่าน แต่ก็ อยากจะสนับสนุนนะครับว่างานด้านการข่าวนั้นมีความสําคัญ เพราะไม่เพียงแต่เราจะรอ เรื่องการร้องเรียน หรือเรื่องที่ปรากฏอยู่ทางสาธารณะโดยทั่วไปแล้วท่านก็หยิบยกมา เท่านั้น แต่เปึนเรื่องที่ต้องสืบสวนสอบสวนใช้ความพยายาม ซึ่งแน่นอนต้องใช้เงินต้องใช้ ค่าใช้จ่าย ก็ขอสนับสนุนในส่วนนี้
ในส่วนที่ ๒ ที่อยากจะตั้งข้อสังเกตก็คือในงบของค่าใช้จ่ายการดําเนินงาน เรื่องของค่าประชาสัมพันธ์ และก็ค่าจัดพิมพ์ ซึ่งดูตามตัวเลขแล้ว ในป้ ๒๕๔๘ ซึ่งมี กิจกรรมในเรื่องของการประชาสัมพันธ์และการจัดพิมพ์มากพอสมควร แต่ผมคิดว่าตัวเลข อันนี้ยังค่อนข้างน้อยเกินไปด้วยซ้ําเมื่อเทียบกับรายงานของท่านในผลการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับเรื่องการประชาสัมพันธ์ การจัดพิมพ์เอกสารที่จะเผยแพร่เมื่อมีการทํากิจกรรม ต่าง ๆ รวมทั้งการเผยแพร่ไปยังสถานศึกษาทางกลุ่มเปัาหมายที่เปึนเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตกับท่านอย่างนี้นะครับว่า ในการผลิตสื่อเพื่อการ ประชาสัมพันธ์น่าจะมองใน ๒ มิติ ก็คือ ในเรื่องของการปัองกัน ซึ่งผมคิดว่าจะต้องลงลึก ไปในส่วนของเยาวชน นักเรียน นักศึกษาให้มากกว่านี้ ในรายงานผลการปฏิบัติงานของ ท่านระบุถึงเรื่องของการจัดพิมพ์เอกสารเพื่อเผยแพร่อุดมการณ์แนวความคิดเกี่ยวกับการ ต่อต้านคอรัปชั่น แต่ว่าท่านได้จัดพิมพ์ด้วยจํานวนเอกสารน้อยมาก บางรายการจัดพิมพ์ เพียงแค่หลักพันสูงสุดก็เปึนแค่หลักหมื่น ขณะที่งานทางด้านการเสริมสร้างความเข้าใจ การเผยแพร่อุดมการณ์ทางด้านนี้น่าที่จะต้องทําให้กว้างขวาง และก็เผยแพร่ไป ทั่วประเทศ น่าจะต้องใช้หลักจํานวนพิมพ์เปึนแสนหรือเปึนล้านด้วยซ้ํา สิ่งนี้ผมอยากจะ ให้ท่านนํากลับไปคิดว่าเพื่อให้งานประชาสัมพันธ์เหล่านี้ทั่วถึง ท่านน่าที่จะมองขอบเขต ที่กว้างขวางออกไปและก็จําเปึนต้องใช้งบประมาณทางด้านมากขึ้นนะครับ ในมิติที่ ๒ ก็คือเรื่องของการปัองปราม ผมคิดว่าต้องลงลึกไปยังหน่วยงานองค์กรทั้งของภาครัฐ ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อที่จะให้การเผยแพร่การสร้างความเข้าใจในเรื่องของ การทุจริตคอรัปชั่นสามารถที่จะลงลึกไปในหมู่ของผู้ปฏิบัติงานได้อย่างทั่วถึงอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการเผยแพร่โฆษณาทางสถานีโทรทัศน์ ซึ่งก็มีรายการทําสปอต (Spot) โฆษณาทางทีวี ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก แม้ว่าจะต้องใช้เงินเยอะแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าเข้าถึงพี่น้องประชาชน แล้วก็สามารถสร้างจิตสํานึกในเรื่องนี้ในด้านกว้างได้ก็จะ เปึนประโยชน์ ก็ขอสนับสนุนท่าน สุดท้ายที่อยากจะซักถาม ซึ่งไม่ได้อยู่ในงบการเงินก็คือ เรื่องโครงการกัลยาณมิตรของ ป.ป.ช. ซึ่งได้ทํานําร่องไว้ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ ได้ทํา ไว้ ๔ จังหวัด ก็ได้คัดเลือกบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริต และก็ยกย่องให้เปึนที่ประจักษ์ ใน ๔ จังหวัดที่ว่าคือจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดลําพูน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัด เพชรบุรี ซึ่งพอหลังจากนั้นโครงการนี้ก็ไม่เห็นในรายงานอีกเลย ผมไม่แน่ใจว่าโครงการ กัลยาณมิตร ป.ป.ช. ซึ่งผมคิดว่าวางรากฐานไว้ดีนะครับ แล้วก็น่าที่จะสนับสนุนให้ ต่อเนื่อง ยังคงอยู่ในความคิดของ ป.ป.ช. ที่จะให้มีการสานต่อหรือไม่นะครับ แล้วก็ โครงการกัลยาณมิตรนี้เมื่อเราสามารถสร้างให้มียกตัวอย่างตัวบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ สุจริตในแต่ละจังหวัดแล้วน่าที่จะให้เขาเหล่านั้นได้เปึนกําลังสําคัญในการช่วย ป.ป.ช. ในการไปเผยแพร่แนวความคิดอุดมการณ์ในเรื่องของการต่อต้านการทุจริตต่อไป และขอ สนับสนุนให้โครงการนี้ขยายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญครับคุณนิพิฏฐ์.
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปรายทั้งรายงานการตรวจสอบผลการปฏิบัติหน้าที่ ประจําป้ของ ป.ป.ช. และก็ไม่ได้ตั้งใจจะอภิปรายรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและ งบการเงินนะครับ ต่อเมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปทิ้งท้ายเมื่อสักครู่ ผม จําเปึนต้องกราบเรียนแสดงความเห็นต่อท่านประธานผ่านไปถึง ป.ป.ช. บางประการครับ และต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะอภิปรายพาดพิงไปในส่วนของรายงานผลการ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่บ้างเล็กน้อยเพื่อเกี่ยวเนื่องกับรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชี และงบการเงิน จะได้อภิปรายในคราวเดียวกันครับ ใช้เวลาไม่นานครับ
ประการแรก ผมกราบเรียนท่านประธานย้อนไปถึงผลการปฏิบัติหน้าที่ ประจําป้ ๒๕๔๙ สักนิดหนึ่งครับ ในรายงานฉบับนี้ครับ ได้มีผลงานการวิจัยหลายเรื่อง ของสํานักงาน ป.ป.ช. นะครับ ถ้าท่านประธานมีเอกสารอยู่ในมือ ท่านประธานพลิกไปดู ในหน้าที่ ๖๘ ผลของการวิจัยในป้ ๒๕๔๙ น่าสนใจครับ มีข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษา อยู่ ๔ – ๕ ข้อด้วยกัน ประการแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนทบทวนความจํากันสักนิดหนึ่ง ก็คือ หลายป้ที่แล้วครับเราได้พูดถึงการทุจริตเชิงนโยบาย เมื่อเราพูดถึงการทุจริตเชิง นโยบายเมื่อเวลา ๔ – ๕ ป้ที่ผ่านมานั้น มีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งรวมทั้งเพื่อนสมาชิก หลายคนได้ออกมาตําหนิผู้ที่คิดคําว่า การทุจริตเชิงนโยบาย ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับ พวกผมที่อยู่ในซีกฝ์ายค้านน่าจะเปึนคนคิดคําว่า ทุจริตเชิงนโยบาย มาพูดเปึนคนแรก ๆ ในประเทศนี้ และเราก็ได้รับการต่อต้านว่าการทุจริตเชิงนโยบายนั้นไม่มี นโยบายของ รัฐบาลทุกรัฐบาลนั้นเปึนนโยบายที่ไม่สามารถเรียกได้ว่าทุจริตเชิงนโยบาย และไม่ สามารถตรวจสอบคําว่าทุจริตเชิงนโยบายได้ เราต่อสู้ในแนวความคิดอย่างนี้มาตลอด ครับ และพวกผมที่อยู่ในซีกฝ์ายค้านในระยะหลายป้ที่ผ่านมา เราก็ยังยืนยันว่ามีการ ทุจริตเชิงนโยบาย และการกระทําอย่างนั้นเปึนความผิดทางอาญาเสียด้วยซ้ํา การกระทํา แบบนั้นเปึนการทุจริตที่เอาเงินของแผ่นดิน งบประมาณไปหาเสียง ซึ่งเปึนการผิด กฎหมายเสียด้วยซ้ํา วันนี้ผมเชื่อว่าความคิดของพี่น้องประชาชน รวมทั้งความคิดของ ป.ป.ช. เองส่วนหนึ่งก็ยอมรับความจริงในรายงานฉบับนี้ว่ามีการทุจริตเชิงนโยบาย ผม กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เพราะว่าบางเรื่องครับ มันต้องใช้เวลาที่จะทําความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชน วันนี้คนทั้งประเทศรวมทั้งหน่วยงานที่ตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ก็ยอมรับ แล้วในรายงานนี้ว่ามีคําว่า ทุจริตเชิงนโยบายของรัฐบาล แต่ว่าวันนี้เรารู้กันในวงแคบ ๆ ครับ เพื่อให้บ้านเมืองนี้โปร่งใส เพื่อให้บ้านเมืองนี้ปราศจากการทุจริตต่อไปในอนาคต เมื่อท่านยอมรับว่ามีการทุจริตเชิงนโยบายท่านต้องขยายผลครับ ท่านต้องอธิบายต่อว่าการทุจริตเชิงนโยบายนั้น เช่นอะไรบ้าง คืออะไรบ้าง เพราะอะไร ท่านประธานครับ เพราะถ้าพวกผมเปึนคนอธิบายต่อว่าการทุจริตเชิงนโยบายคืออย่างนั้น คือนโยบายนี้ คือนโยบายนั้น มันก็เถียงกันอีกครับ เมื่อ ป.ป.ช. ยอมรับแล้วว่ามีการทุจริต เชิงนโยบาย ท่านต้องบอกกับพี่น้องประชาชนว่าโครงการเหล่านี้ครับถึงแม้ว่าประชาชน ส่วนหนึ่งได้ประโยชน์ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าทุจริตเชิงนโยบายแล้วผลร้ายมันร้ายแรงที่จะตกกับ ประเทศชาติและประชาชน ท่านต้องขยายต่อครับ ลําพังการบอกว่ามีการทุจริตเชิง นโยบายของรัฐบาลอยู่ในรายงานฉบับนี้สําหรับประเทศนี้วันนี้ไม่เพียงพอครับ และการ ทุจริตเชิงนโยบายที่ท่านได้จากการศึกษาจากงานวิจัยนั้น วันนี้มันลงรากลึกไปถึงท้องถิ่น แล้วครับ ใช้วิธีการเลียนแบบครับรัฐบาลทุจริตเชิงนโยบายอย่างไร วันนี้ท้องถิ่นเริ่มเอา นโยบายเอาแบบวิธีนั้นนะครับไปทําการทุจริตเชิงนโยบาย เพราะฉะนั้นท่านต้องขยายผล นะครับ ว่าการทุจริตเชิงนโยบายมีลักษณะอย่างไรบ้างครับ ต้องทําต่อนะครับ นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในรายงานของ ป.ป.ช. นะครับในเรื่องต่อไปนะครับ ท่านได้มีข้อสังเกตว่าโครงการใหญ่ ๆ เรื่องเมกกะ โปรเจกต์ (Mega project) เปึนต้นเหตุ ของการทุจริตมีในรายงานของท่านครับ ผมคิดว่านี่ล่ะครับเปึนเรื่องที่ท่านได้มาจาก การวิจัย วันนี้ในสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อมีรายงานเมื่อมีโครงการ เมกกะ โปรเจกต์ เกิดขึ้น โครงการใหญ่ ๆ เกิดขึ้นผมเห็นด้วยกับ ป.ป.ช. ครับ มันจะ ตามมาด้วยข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริตทั้งสิ้นเลยครับ และเมกกะ โปรเจกต์ หรือโปรเจกต์ ขนาดใหญ่ของรัฐบาลก็เปึนต้นเหตุของการทุจริต อันนี้เปึนสิ่งที่ผมคิดว่าอันตรายอย่างยิ่ง ครับ และเปึนหน้าที่ของ ป.ป.ช. ด้วยนะครับที่จะต้องตรวจสอบเมกกะ โปรเจกต์ หรือโปรเจกต์ขนาดใหญ่ของรัฐบาลเพื่อไม่ให้มีการทุจริต ผมเรียนท่าน ๒ เรื่องครับ ผลรายงานการปฏิบัติหน้าที่ แค่นี้ครับ
และผมกราบเรียนเรื่องสุดท้ายครับ ผมอภิปรายสั้น ๆ ครับ รายงานของ ผู้ตรวจสอบบัญชีและงบการเงิน ความจริงผมไม่มีความรู้เรื่องบัญชีหรอกครับ แต่ว่าผม กราบเรียนท่านประธานว่าในรายงานฉบับนี้ครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่า ป.ป.ช. ไม่มีตัวตนอยู่ไม่ควรได้รับเงินเดือน ไม่ควรได้รับค่าตอบแทน นั่นเปึนความเห็นส่วนหนึ่ง ของเพื่อนสมาชิกจาก ๔๘๐ คนในสภาแห่งนี้ครับ ๒ คนยลตามช่องครับ คนหนึ่งมองเห็น โคลนตม คนหนึ่งมองเห็นแสงดาวอยู่แพรวพราวครับ การทํางานของ ป.ป.ช. ส่วนหนึ่ง เพื่อนสมาชิกอาจจะมองเห็นว่านั่นคือโคลนตม นั่นคือสิ่งที่ไร้ค่าไร้ประโยชน์สําหรับ สังคมไทยครับ แต่ผมคิดว่าตรงกันข้ามครับ ความคิดของพวกผมที่อยู่ในฝ์ายค้าน ณ วันนี้ ครับ เรามองว่า ป.ป.ช. วันนี้คือแสงดาวครับ ที่กําลังจุดประกายส่องแสงเพื่อขจัดความมืด ขจัดการทุจริตในประเทศนี้ ผมยืนขึ้นจําเปึนต้องพูดตรงนี้เพื่อยืนยันกับท่านว่าความคิด ที่แตกต่างเหล่านี้ครับในรัฐสภาแห่งนี้มีอยู่ตลอดเวลา ถ้าท่านเพียงแต่นําความคิดของ คน ๆ หนึ่งที่ยืนขึ้นอภิปรายในสภานี้และไปบอกว่า ป.ป.ช. ไม่มีตัวตนหรอก ไม่ควรได้รับ เงินเดือน ท่านอาจจะน้อยใจก็ได้ ท่านอาจจะไม่มีกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ก็ได้ ผมยืนขึ้นเพื่อจะบอกกับท่านว่าเมื่อท่านเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างทุจริตในประเทศนี้ และเริ่มเห็นผลท่านมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่า ป.ป.ช. ชุดนี้ครับมีผลงาน และเข้มแข็งกว่า ป.ป.ช. ในอดีตหลายชุดที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ํา ผมมองเห็นตรงข้ามกับ เพื่อนสมาชิกครับ ผมคิดว่านอกจากให้เงินเดือนท่านตามเกียรติยศและศักดิ์ศรีที่ควร จะได้แล้ว ควรจะเพิ่มให้ท่านเสียด้วยซ้ํา ผมไม่ได้มองเห็นตรงกับเพื่อนสมาชิกว่าท่าน ไม่ควรได้รับเงินเดือนนะครับ ผมกลับมองว่าท่านควรจะได้รับเงินเดือนเสียด้วยซ้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ เราถกเถียงเรื่องการทุจริตเช่นนี้กันมาตลอดนะครับ วันดีคืนดี ผู้นํารัฐบาลในอดีตเวลาเรายืนขึ้นทักท้วงว่าทุจริตเชิงนโยบายในหลาย ๆ เรื่องอดีตผู้นํา บางคนบอกว่าระวังนะ ถ้านํา สิ่งเหล่านี้มาพูดในสภาสักวันหนึ่งเราจะไม่มีสภาให้อยู่ สักวันหนึ่งจะไม่มีรัฐสภาให้ พวกเราได้เข้ามาทําหน้าที่ แต่ว่าในขณะเดียวกันครับ เราก็บอกกลับไปว่าถ้ารัฐบาลยังมีการทุจริตเชิงนโยบายดูต่อไปเถอะครับสักวันหนึ่ง จะไม่มีแผ่นดินให้อยู่ครับ เราต่อสู้กันมาอย่างนี้ครับ และวันนี้เริ่มพิสูจน์ความจริงแล้วว่า เมื่อหน่วยงานตรวจสอบนั้นทํางานโดยไม่อยู่ใต้ อิทธิพลของฝ์ายการเมืองหรือฝ์ายใดก็ตามครับ งานจะออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อท่านเริ่มตรวจสอบมากขึ้นและผลงานของท่านเริ่มกวาดล้างการทุจริตได้มากขึ้น ท่านต้องถูกต่อต้านจากผู้ที่คิดว่าสามารถครอบงําองค์กรอิสระได้ วันนี้องค์กรอิสระหลาย องค์กรหลุดพ้นจากการครอบงําของฝ์ายการเมืองนะครับ ท่านเปึนอิสระแล้วครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องทํางานให้ปรากฏ แต่ว่าในขณะเดียวกันเมื่อท่านกําลังจะหลุดพ้น จากการครอบงํา การต่อต้าน การทําลาย เพื่อทําลายเกียรติยศชื่อเสียงของท่านก็มีมา ตลอดครับ ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องเปึนปัญหาง่าย ๆ ครับเปึนกฎหมายพื้น ๆ ท่านจะมาจากไหน วันนี้ผมคิดว่ามิใช่สาระ มีคนกล่าวว่าแมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้เถอะ ผมก็กําลังคิด อย่างนั้นครับ ท่านจะมาอย่างไรก็ตาม แต่ว่าท่านสามารถปราบปรามการทุจริตได้ผม คิดว่าต้องให้กําลังใจท่าน แล้วท่านก็ต้องทําหน้าที่ให้เห็นด้วยว่าท่านทําอย่างนี้ได้จริง ๆ ผมยืนขึ้นเพื่อบอก ๒ – ๓ เรื่องครับท่านประธาน และกราบเรียนย้ําว่าความเห็นบางเรื่อง ของเพื่อนสมาชิกในสภานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ เปึนเพียง ๑ ใน ๔๘๐ คนในสภาแห่งนี้ เท่านั้น ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมว่า ท่านเลขาธิการตอบบางประเด็นสั้น ๆ ครับ เอาเนื้อ ๆ นะครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นะครับ ก็คงสั้น ๆ นะครับ ของท่านสาธิตนี้ผมจะกลับไปและติดตามแล้วจะเรียนท่านครับ ว่าไปถึงไหนทําไมถึงช้า ๕ ป้นี้เปึนเพราะอะไร ของคุณอภิชาตนี้เรื่องงบประชาสัมพันธ์ กระผมจะไปเรียนคณะกรรมการว่าสิ่งพิมพ์นี้น้อยไป ผมก็เห็นด้วยว่ามันน้อยไป เรื่องโครงการกัลยาณมิตรในป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ นี้เราเพิ่มเปึนอีก ๑๐ จังหวัด กําลังดําเนินการอยู่นะครับ ส่วนของคุณนิพิฏฐ์ก็จะเน้นในเรื่องวิจัย เรียนอย่างนี้เรื่องวิจัย ตอนนี้คณะกรรมการชุดนี้เจาะลึกลงไปในแต่ละเรื่อง โดยเฉพาะโครงการแทรกแซง ผลผลิตการเกษตรดูกันลึกเลยครับ กําลังดําเนินการอยู่ กราบขอบพระคุณครับ
ก็ถือว่าจบ ของ ป.ป.ช. แล้วนะครับ ก็กราบขอบคุณท่านเลขาธิการ และคณะนะครับ
ต่อไปขอกลับมาที่ ๒.๗ รับทราบรายงานผลการดําเนินงานเงินทุน หมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนของป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ นะครับ
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อ พัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนของป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้นําเสนอรัฐสภา เพื่อทราบต่อไป ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้ ท่านสมาชิกแล้วนะครับ เนื่องจากว่ามีผู้ชี้แจง ผมขออาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๘ นะครับ ประทานอนุญาตให้คุณสุรเทพ ตั๊นประเสริฐ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คุณสํารวม พฤกษ์เสถียร ผู้จัดการกองทุน ๒ ท่านเข้ามาร่วมชี้แจงนะครับ ไม่ต้อง เปึนห่วงหรอก ผมให้เจ้าหน้าที่เขาดําเนินการแล้ว เดี๋ยวก็จะไปตามขั้นตอน ดูเหมือน คุณผ่องศรี ธาราภูมิ เปึนคนแรกที่ยกมือขึ้น เชิญครับ สั้น ๆ เอาเนื้อ ๆ ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอ อภิปรายให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนา การศึกษาโรงเรียนเอกชน ป้งบประมาณ ๒๕๔๙ ดิฉันสนใจศึกษารายงานนี้เนื่องจาก เห็นความสําคัญของโรงเรียนเอกชนซึ่งเปึนสถานศึกษาที่หล่อหลอมคนซึ่งเปึนกําลังหลัก ของชาติ แล้วก็ช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล อย่างไรก็ตามมีโรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพ มีศักยภาพนี้ แล้วก็บริหารจัดการได้เปึนอย่างดี เปึนที่ยอมรับของประชาชนจํานวนมาก แต่ก็จะมีอีกจํานวนมากที่มีปัญหาเรื่องการเงินที่ต้องใช้บริการของแหล่งทุนต่าง ๆ มาใช้ ในการพัฒนาการศึกษา ทั้งนี้จากรายงานฉบับดังกล่าวก็มีข้อสังเกตในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของ จะเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเงินทุนหมุนเวียนตั้งแต่ ป้พุทธศักราช ๒๕๓๒ วัตถุประสงค์สําคัญข้อที่ ๑ ก็คือเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียน การสอนในโรงเรียนเอกชนประเภทต่าง ๆ ทั้งในระบบสามัญศึกษา อาชีวศึกษา แล้วก็ การศึกษาพิเศษ แต่ปรากฏว่าพอไปดูในเจตนารมณ์ แล้วก็พันธกิจ แล้วก็ผลการ ดําเนินงาน พบว่าวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ นั้น ไม่มีการดําเนินการเลยนะคะ จะไปปรากฏผล การดําเนินงานเพียงในวัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ ก็คือเพื่อกู้ยืมไปใช้ในการก่อสร้างอาคารเรียน ซ่อมแซมอาคาร แล้วก็จัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งดิฉันมาดูในเจตนารมณ์พันธกิจ ก็ไม่มีปรากฏเรื่องของการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งจริง ๆ แล้วเปึนหัวใจของ การพัฒนา เพราะว่ามุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคน แล้วหัวใจของการพัฒนาโรงเรียนก็คือครู ตอนนี้ก็ได้มีข้อมูลว่าครูโรงเรียนเอกชนจํานวนมากก็ประสบปัญหา ขออนุญาตนําเรียนได้ เลยนะคะว่า จากการสัมมนานโยบายของรัฐบาลที่มีผลกระทบต่อลูกจ้างครูโรงเรียน เอกชน เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ขออนุญาตอ้างอิงนะคะ ปรากฏว่ามีลูกจ้างโรงเรียน เอกชนจํานวน ๔๐,๐๐๐ กว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ในมาตรา ๘๖ ทําให้ต้องหลุดออกจากระบบประกันสังคม ในที่สุดก็ขอทําเรื่องกลับเข้า ไปสู่ระบบประกันสังคมได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ขณะนี้ยังมีอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ไม่ สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้ อันนี้ก็ถือว่าขาดขวัญกําลังใจในการทํางาน ก็จะเปึน ข้อสังเกตว่าเปึนไปได้หรือไม่ว่ากองทุนหมุนเวียนนี้จะได้พิจารณา แม้ว่าจะไม่ได้ไปกู้ยืม เรื่องของสถานศึกษาโดยตรง แต่ว่ามีแนวทางอย่างไรที่จะไปช่วยเหลือครูดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วจากข้อมูลที่ปรากฏก็มีข้อสังเกตอยู่อีกหลายประการ อาทิเช่น จากป้ ๒๕๓๒ ถึงปัจจุบันก็มีผู้ยื่นขอกู้ถึง ๘๐๘ โรงเรียน โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ เพียง ๓๘๗ โรงเรียน ในวงเงิน ๑,๕๘๙ ล้านบาท ยังมีโรงเรียนที่ไม่ได้รับการอนุมัติถึง ๔๑๑ โรงเรียน ดิฉันขอเรียนถามว่าโรงเรียนที่ไม่ได้ผ่านการอนุมัติได้มีการยื่นกู้ซ้ําในแต่ละ ป้หรือไม่ เพราะว่าปรากฏในตัวเลขที่รายงานว่าแต่ละป้มีผู้ยื่นกู้ ไม่ทราบว่าแต่ละป้มีการกู้ ซ้ําหรือไม่ และโรงเรียนที่ไม่ผ่านการอนุมัติ ทางคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ ติดตามไปดูไหมว่าเขามีปัญหาในการบริหารจัดการอย่างไร และไปหาแหล่งเงินกู้อื่นมา ช่วยเหลือเพื่อพยุงฐานะของเงินเดือนหรือไม่ เพราะว่าถ้าโรงเรียนประสบปัญหา ทางการเงิน คุณภาพการเรียนการสอนก็คงจะไม่สามารถพัฒนาได้ นอกจากนั้น จากรายงานผลการดําเนินงานด้านคุณภาพที่ปรากฏในเอกสารระบุว่า โรงเรียนที่ได้รับ อนุมัติเงินกู้ สามารถรับนักเรียนได้เพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลก็แสดงไว้เพียง ๓ ป้ ปรากฏตัวเลข เพียง ๑๖ โรงเรียน จากข้อมูลที่ได้กู้ยืมทั้งหมด ๓๘๗ โรงเรียน จะเห็นได้ว่ารายงานไว้ เพียง ๑๖ โรงเรียนเท่านั้น แล้วก็รายงานในเชิงว่าโรงเรียนที่ได้รับเงินกู้นั้นมีนักเรียนเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้บ่งบอกในเชิงคุณภาพอย่างไร ดิฉันอยากจะเรียนถามว่าแล้วโรงเรียนที่ไม่ได้ ปรากฏในรายงานนี้ได้มีสภาพอย่างไร มีข้อมูลนักเรียนมากขึ้นหรือไม่ คุณภาพการเรียน การสอนเปึนอย่างไร นอกจากนั้นข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง ก็คือสถิติการข้อกู้ยืมในแต่ละป้ ลดลงอย่างมากเลยนะคะ ตั้งแต่ป้เริ่มต้นมีคนขอกู้ ๗๐๐ กว่าโรงเรียน ปรากฏว่า ในป้ท้าย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องแล้วก็ลดลงอย่างมาก ป้ล่าสุดนี้มีผู้ขอยื่นกู้เพียง ๑๐ โรงเรียนเท่านั้น แล้วก็อนุมัติ ๗ โรงเรียน ข้อมูลอย่างนี้คณะกรรมการบริหารเงินทุน ได้วิเคราะห์หรือไม่ว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร แล้วก็จะมีแนวทางอย่างไรที่จะได้ช่วย ในการสนองตอบบริการกับโรงเรียนเอกชนได้ อีกข้อหนึ่งที่ได้มองเห็นก็คือเรื่องของ บัญชีงบเปรียบเทียบ ๕ ป้ย้อนหลังที่ปรากฏในรายงาน แสดงให้เห็นยอดรายการ ของเงินทุนหมุนเวียนที่หักเปึนเงินนําส่งคืนเปึนรายได้ของแผ่นดินส่งคลัง ป้ ๒๕๔๕ นําส่งคืนแผ่นดิน ๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ๑๐ ล้านบาท แล้วหลังจากนั้นป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ก็ไม่ได้มีการหักยอดเงินนําส่งเงินแผ่นดินต่อไป ส่วนหนึ่งเขาไม่ได้แสวงหากําไรมากมาย ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เขาอยากทําก็คือ ต้องการเห็นเยาวชนของชาติมีความเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและทางสมอง เขาสร้าง อนาคตของชาติ นี่ผมคิดว่าเปึนอุดมการณ์สําคัญของเจ้าของโรงเรียนหรือผู้จัดการ โรงเรียนเอกชนที่เขามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการจัดการศึกษา ท่านประธานครับ ผมพยายามที่จะศึกษาว่ากองทุนนี้มีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง มีอุปสรรคเรื่องอะไรบ้าง ก็บังเอิญว่ากองทุนเขารายงานมาปัญหา ๓ – ๔ เรื่อง คือ เรื่องเกี่ยวกับจํานวนเงิน เรื่องเกี่ยวกับการดําเนินงาน เรื่องที่เกี่ยวกับตัวการศึกษาเองที่เปึนอุปสรรคในการกู้ยืม เงินทุนหมุนเวียน แต่ว่าผมให้ความสนใจในประเด็นแรกนะครับ คือเรื่องที่ ๑ คือปัญหา อุปสรรคในการดําเนินงาน ในหน้า ๑๘ ของรายงานนะครับท่านประธาน เขาบอกว่า ข้อที่ ๑ เงินทุนหมุนเวียนมีไม่เพียงพอให้โรงเรียนได้กู้ยืม เนื่องจาก ๑.๑ ท่านประธานครับ ดอกผลที่ได้รับจากการบริหารกองทุนซึ่งควรจะมีไว้เพื่อจัดสรรให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ กู้ยืม ต่อไป แต่กระทรวงการคลังแจ้งให้ส่งกลับคืนและภาครัฐไม่สมทบเพิ่มเติมให้ในบางป้ ที่ผมกราบเรียน ป้ ๒๕๓๙ และตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ เปึนต้นมานะครับ นั่นคือปัญหา ทีนี้คําถามของกระผมท่านประธานครับ ผมมีประเด็นคําถามต่อปัญหาข้อนี้ ๒ เรื่อง ด้วยกัน คือ ข้อที่ ๑ การส่งดอกเบี้ยหรือผลดอกคืนคลังนะครับ ที่ทางกองทุนรายงาน บอกว่าดอกเบี้ยหรือผลดอกคืนคลังไม่สามารถนํามาให้โรงเรียนเอกชนกู้ได้ เพราะ กระทรวงการคลังเรียกคืน ผมไปตรวจสอบกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยกองทุน หมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อ ๑๑ (๔) ที่ระบุว่า เงินรายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินบริจาคที่มีวัตถุประสงค์ให้จ่ายในกิจการของกองทุน หมุนเวียน ซึ่งมันไม่ตรงกับปัญหาและอุปสรรคที่ท่านเขียนไว้ ใช่ไหมครับ ในระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการบอกว่าดอกเบี้ยผลประโยชน์อื่นใดใช้หมุนเวียนในกองทุนได้ แต่ท่านบอกว่าปัญหาและอุปสรรคข้อหนึ่งก็คือกระทรวงการคลังเรียกคืนดอกเบี้ย ไม่สามารถเอาดอกเบี้ยนี้มาใช้จ่ายในกองทุนหมุนเวียนได้ ซึ่งมันไม่ตรงกัน ข้อเท็จจริง ข้อนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันเปึนอย่างไร จะตรงตามเอกสารที่ท่านเขียนมาหรือไม่ หรือว่า ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการใช้บังคับไม่ได้ ผมขอความกระจ่างตรงนี้ด้วย เพราะว่า ผมเองเห็นด้วยครับว่าดอกเบี้ย ผลประโยชน์ตอบแทนใดที่เกิดจากเงินทุนหมุนเวียนต้อง กลับคืนมากองทุน กระทรวงการคลังไม่ควรที่จะเรียกเก็บดอกเบี้ยนี้เข้ากระทรวงการคลัง เพื่ออะไรครับ เพื่อเราส่งเสริมการศึกษานะครับ นี่เปึนประเด็นที่ ๑ ที่ผมกราบเรียน ถามนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ สาเหตุประการใดที่รัฐบาลไม่จัดเงินสมทบกองทุน ในป้ ๒๕๓๙ และป้งบประมาณ ๒๕๔๕ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๙ มันเพราะเหตุใด เพราะว่า กองทุนมีเพียงพอแล้วหรืออย่างไร หรือว่าทางกองทุนไม่ได้ขอสนับสนุนรัฐบาลไป พวกผม กราบเรียนว่ากองทุน ๗๙๐ ล้านบาท มันไม่เพียงพอหรอกครับ ที่รัฐจัดสรรป้ละ ๓๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทไม่เพียงพอ ซึ่งขณะนี้รวมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แล้วก็ประมาณ ๗๙๐ ล้านบาท ก็มีไม่มากนักถ้ารวมดอกเบี้ยก็เปึนสัก ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าดูความต้องการของโรงเรียนเอกชน กู้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันไม่สมดุลกัน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนถามว่าปัญหาอะไรที่รัฐไม่จัดสรรในป้ ๒๕๓๙ และไม่จัดสรร ในป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ในข้อ ๑.๒ ทางกองทุนรายงานว่าจํานวนเงินที่ให้แต่ละโรงเรียนกู้ยืม บางโรงเรียนได้รับมากเกินไป ทางกองทุนรายงานว่า จํานวนเงินที่ให้แต่ละโรงเรียนกู้ยืม บางโรงเรียนได้รับมากเกินไป ทําให้จํานวนเงินไม่เพียงพอที่จะให้โรงเรียนอื่นกู้ยืม ผมมีประเด็นข้อสังเกตและค่อนข้าง ไม่สบายใจเมื่อได้รับคําร้องเรียนจากโรงเรียนเอกชนบางโรงว่าทางผู้ที่ดูแลกองทุน ค่อนข้างจะไม่อํานวยความสะดวก ความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างเสมอภาค อย่าง ธรรมาภิบาล ผมมีคําถาม ๒ ประเด็นครับ ต่อปัญหาอุปสรรคของท่านข้อนี้ คําถามที่ ๑ กองทุนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหาต่อไปนี้หรือไม่ ข้อ ๑ ที่ผมเรียนเบื้องต้นคือ เรื่องเส้นสาย ถ้าท่านประธานตรวจสอบรายงานของกองทุนจะเห็นว่า ในป้แรก ๆ ความต้องการมากครับ แต่ว่ากองทุนให้กู้ยืมได้จํานวนจํากัด ถ้าเปรียบเทียบรายต่อราย หรือเปรียบเทียบจํานวนวงเงินที่ทางโรงเรียนเอกชนขอกู้ ตรงนี้ล่ะครับที่ผมกราบเรียนว่า มันเปึนช่องทางหนึ่ง ในเมื่อเงินมีจํานวนน้อย แต่ความต้องการโรงเรียนเอกชนมีจํานวน มากราย ปรากฏว่าเรื่องที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมเกิดขึ้น หลายโรงก็มาร้องเรียนครับ ร้องเรียน บอกว่า ถ้าไม่มีเส้นใหญ่จริง ถ้าไม่รู้จักคณะกรรมการกองทุน ถ้าไม่รู้จักผู้ใหญ่ในกระทรวง ก็เอาไว้แถวหลัง แต่ถ้าเกิดใครเส้นสายดี ได้มาก่อน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้ ไม่ใช่เปึนข้อกล่าวหา แต่เปึนข้อที่โรงเรียนเอกชนหลายโรงครับ เขาได้บอกกล่าวว่า เปึนอย่างนี้จริง ๆ ก็อยากเรียนถามท่านประธานไปยังกองทุนว่า ท่านได้ตรวจสอบเรื่อง เหล่านี้หรือไม่ ท่านอํานวยความยุติธรรม ให้ความเสมอภาคกับโรงเรียนเอกชนหรือไม่ ส่วนที่ ๒ ผมไม่เชื่อครับ เพราะว่าก็มีคําบอกกล่าวมาทั้งคนในกระทรวงเอง คนในกองทุน เองและคนของโรงเรียนเอง ผมไม่กล่าวหาท่านนะครับ เพียงแต่ให้ท่านช่วยตรวจสอบว่า มีจริงไหม เขาบอกว่ามีเงินปากถุง ถ้าไม่มีปากถุง ปรากฏว่างานจะช้ามาก จะไม่ได้ตาม ที่ต้องการ แต่ถ้ามีติดสินบน ติดปลายนวมนิดหน่อย งานจะรวดเร็ว ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมเองไม่เชื่อ แต่ต้องนําเรื่องนี้มาพูดกับทางผู้มาชี้แจง ผู้บริหารกองทุน เผื่อว่าเรื่องนี้มันเปึนจริง ท่านจะได้ดูแลอํานวยความสะดวกให้เขา เพราะผมกราบเรียน เบื้องต้นนะครับว่า การที่โรงเรียนเอกชนมีส่วนแบ่งภาระอันยิ่งใหญ่ของรัฐบาล ถือว่าเปึน บุญคุณแล้วครับ แล้ววันนี้เขาเดือดร้อนในเรื่องของกองทุนนํามาบริหารจัดการโรงเรียน ถ้าท่านไปตุกติก ไปกินเศษกินเลย ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่น่าเสียใจมาก เปึนเรื่องที่ควรจะ ปรับปรุงอย่างสูงยิ่ง ก็ฝากท่านช่วยตรวจสอบดูด้วยนะครับว่า มีจริงไหม คนใกล้ตัวของ ท่านที่นั่งอยู่ข้างใน มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ก็ขอฝากท่านไปด้วย สุดท้ายครับ ท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้ไม่ได้ระบุสาระที่สําคัญของเงินทุนหมุนเวียนว่าในแต่ละป้ ที่ท่านอนุมัตินั้น โรงเรียนใดได้บ้าง ได้ ท่านบอก แต่ท่านไม่ได้รายงานในเรื่องของจํานวน เงินที่ท่านอนุมัติให้ ซึ่งเปึนสาระสําคัญมาก ท่านบอกเพียงแต่ว่าโรงเรียนที่กู้เงินของ กองทุนของท่าน ก่อนกู้ปริมาณเด็กเท่าไร หลังกู้เท่าไร แต่เรื่องคุณภาพท่านไม่แสดง ให้เห็น ที่ผมกราบเรียนว่าด้านปริมาณคุณภาพน่าจะมีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน วันนี้เราทราบด้านคุณภาพ ด้านปริมาณ บางโรงเรียนก่อนกู้ กําลังกู้ เพิ่มบ้างลดบ้าง แต่โดยเฉลี่ยแล้วหลังกู้ เด็กเพิ่มขึ้น แต่ด้านคุณภาพท่านไม่ได้รายงานไว้ อีกส่วนหนึ่งคือ ยอดเงิน วงเงินที่ท่านอนุมัติแต่ละโรงเรียนท่านไม่ได้แสดงไว้เลย ผมค้นหลายอันนะครับ เป่ดดูทุกหน้า ปรากฏว่าท่านไม่ได้แสดงไว้ ซึ่งตรงนี้แหละครับเปึนสาระสําคัญเพื่อที่ พวกกระผมได้ตรวจสอบว่าโรงเรียนที่ท่านอนุมัตินั้นมันเปึนจริงตามข้อกล่าวหาหรือไม่ อย่างไรนะครับ ก็เปึนประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการ กองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชน ซึ่งผมขอกราบเรียนอีกครั้งหนึ่ง นะครับว่าด้วยตัวผมเองนั้นให้ความสําคัญกับโรงเรียนเอกชนอย่างมาก เพราะโรงเรียน เอกชนนั้นถือว่าเปึนบุคคลสําคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาของรัฐบาล สิ่งที่ เขาร้องขอรัฐบาลตลอดเวลาคือทําอย่างไรให้รัฐบาลได้จัดสรรเงินก้อนหนึ่ง ไม่ต้องฟรี หรอกครับ แต่ให้เขากู้มาลงทุนในการศึกษานะครับ แต่ว่าความรู้สึกของรัฐบาลก็ค่อนข้าง ที่จะไม่สอดรับตรงนี้ ที่ผมกราบเรียน ๒ เรื่อง คือเรื่องที่ ๑ ก้อนเงินที่จะไปมอบให้กองทุน เพื่อไปแจกจ่ายอนุมัติให้โรงเรียนกู้ยืมไม่สมดุลกัน ประการที่ ๒ ความเอื้ออํานวย ความสะดวกไม่มากเท่าที่ควร มีไม่มากเท่าที่ควร ไม่ว่าเรื่องกระบวนการในการพิจารณา อนุมัติ ไม่ว่าเรื่องดอกเบี้ยที่โรงเรียนเอกชนต้องรับผิดชอบจํานวนมากพอสมควร ไม่ได้ ช่วยเหลือ เพราะขณะนี้ท่านประธานครับ ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ไม่ได้สูงเท่าไร ไม่ได้แตกต่างจาก ๔ เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อโรงเรียนเอกชนกู้ท่านคิด เขา ๔ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องที่น่าทบทวนนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพนะครับ มีข้อสังเกตเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ เปึนข้อสังเกตครับ เชิญคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ แล้ว รายงานเงินกองทุนเพื่อพัฒนาโรงเรียนเอกชนนั้นเปึนเรื่องที่พวกกระผมได้ติดตามมาโดย ตลอด และก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าในช่วงที่พวกผมได้มีโอกาส คือพรรคประชาธิปัตย์ได้มี โอกาสเข้าไปบริหารกระทรวงศึกษาธิการ ขอประทานโทษ ตั้งแต่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการในการที่จะสนับสนุนให้มีกองทุนเพื่อพัฒนาการศึกษา ของโรงเรียนเอกชน เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในช่วงก่อนป้ ๒๕๔๕ นั้นเราได้มีการ จัดสรรงบประมาณเพื่อสมทบให้กับกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชน ตามลําดับ เพิ่งมาถูกตัดไปตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนถึงป้ ๒๕๔๙ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วผมมีประเด็นแค่ ๓ ประเด็นเท่านั้นเองนะครับ
ประเด็นแรกนั้นผมคิดว่าผมต้องขอชื่นชมท่านผู้ปฏิบัติหน้าที่สํานักงาน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชน ซึ่งว่าตามจริงท่านก็เปึนลูกหม้อของ สช. ซึ่งดูแลโรงเรียนเอกชนมาตั้งแต่ท่านเปึนข้าราชการ ตั้งแต่เปึนหัวหน้าฝ์ายจนถึง ผู้อํานวยการส่วน จนถึงได้มีโอกาสในช่วงสุดท้ายในชีวิตราชการ ได้ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าต่อประเด็นของการบริหารจัดการกองทุนนั้นผมไม่มีความ เคลือบแคลงต่อประเด็นของท่านเลขาธิการคณะกรรมการ ซึ่งขอประทานโทษต้อง เอ่ยนาม คือ ท่านสํารวม พฤกษ์เสถียร แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าด้วยความดีดังกล่าวนี้ นะครับท่านยังได้รับการยอมรับในวงการการศึกษาเอกชนให้ไปเปึนคณะกรรมการ กองทุนการศึกษาเอกชนต่อไป ซึ่งท่านจะต้องรับภาระในการที่จะต้องดูแลและพัฒนา โรงเรียนเอกชน ซึ่งในความหมายของกองทุนดังกล่าวนี้ครอบคลุมเฉพาะในส่วนที่เปึน โรงเรียนในระดับอาชีวะ สามัญ และการศึกษาพิเศษเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ไปถึงระดับของอุดมศึกษา ซึ่งก็จะมีกองทุนที่จะให้กู้ยืมในการสนับสนุนการสร้าง มหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งได้ดําเนินการจัดตั้งในรัฐบาลในช่วงนั้นด้วยเช่นเดียวกันครับ
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องกองทุนนี้ ประเด็นแรกก็คือว่า ผมอยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว โรงเรียนเอกชนนั้นมีบทบาท สําคัญในการที่จะช่วยเสริมสร้างในการพัฒนาการศึกษาของชาติ และแน่นอนที่สุด ถ้าเรา มาดูผลของการวิจัยก็ดี เราพบความเปึนจริงนะครับว่าการศึกษาในระดับสามัญศึกษา ในระดับการศึกษาพิเศษ หรือแม้แต่ในระดับอาชีวศึกษานั้น การศึกษาของโรงเรียนเอกชน นั้นได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพที่สูงขึ้น แต่ว่ากองทุนดังกล่าวนี้ที่เราได้มีการเสริม ขึ้นมา เพื่อช่วยให้เปึนกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนนั้น จริง ๆ เปัาหมายก็คือต้องการที่จะไปดูแลโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าโรงเรียนเอกชนที่ดังที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง หรือพูดได้ว่ามีผล ในเชิงคุณภาพทางการศึกษาที่ดีนั้น ในวันนี้เขาไม่จําเปึนต้องมาพึ่งพิงเงินกองทุนนี้ วันนี้ แม้แต่เงินเดือนครูของโรงเรียนเอกชนในบางโรงเรียนแพงมากกว่าโรงเรียนของรัฐบาล ด้วยซ้ําไป และเราสามารถไปดูได้โรงเรียนเอกชนต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครนั้นมีอาคาร เรียนติดแอร์ (Air) เรียบร้อย สมาคมผู้ปกครองก็มีรายได้ตอนที่รับเด็กนักเรียนเข้าไปเรียน ในโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงในขณะนี้มากกว่าเงินกองทุนนี้ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้ผมจึงกราบเรียนว่าผมจึงไม่ติดใจในเรื่องว่ารัฐจะดําเนินการอย่างไรที่จะให้ เงินกองทุนนี้ได้ดําเนินการด้วยความโปร่งใส เพราะมันมีประเด็นสําคัญก็คือว่าเมื่อมาดู รายงานของกองทุนแล้ว เราพบความเปึนจริงว่าเปึนกองทุนเดียวที่ไม่มีหนี้สินที่เปึนหนี้ ศูนย์เลย ก็แสดงว่าเปึนการบริหารจัดการที่ได้ผลในระดับหนึ่ง
แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมการ กองทุนที่จะต้องดําเนินการต่อไป นั่นก็คือท่านต้องไปดําเนินการให้เปึนการพัฒนา ประสิทธิภาพเงินกองทุนหมุนเวียนนี้ในอนาคตอย่างไร วันนี้จะเอางบประมาณที่จัดสรรไป ๙๗๐ ล้านบาท ท่านสามารถที่จะหมุนเวียนให้สถานศึกษาเอกชนนี้กู้ได้ถึง ๑,๕๙๘ ล้านบาท ตรงนี้ผมว่าผมชื่นชมในสายตาของผม แต่ว่าแน่นอนที่สุดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น วันนี้เรา ก็ได้มีส่วนในการแสดงความคิดเห็น ผมก็มีส่วนในการแสดงความคิดเห็นตอนที่ พระราชบัญญัติการศึกษาเอกชนป้ ๒๕๕๐ เข้าสู่การพิจารณา ในระดับของกฤษฎีกาก็ดี ผมก็เคยแสดงความคิดเห็น ผมได้พบท่านเลขาธิการ ผมก็เคยกราบเรียนกับท่านว่า ผมเห็นด้วยที่จะต้องปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ซึ่งผม มาดูแล้วในพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ท่านก็ไปปรับปรุงหลาย ๆ ส่วนนะครับ เช่น ในมาตรา ๔๙ ท่านไปกําหนดไว้ชัดเจนว่าเงินกองทุนไม่ต้องนําส่งกระทรวงการคลัง อันนี้ ก็เปึนการเพิ่มประสิทธิภาพ เราพบความชัดเจนว่าเมื่อก่อน เงินกองทุนยังต้องไปนําส่ง กระทรวงการคลัง ซึ่งแน่นอนที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย การศึกษาในระดับอื่นนั้น ถ้าเปึน รายได้ของสถานศึกษานั้นไม่ต้องส่งกระทรวงการคลัง แต่ผมแปลกใจเหมือนกันว่าทําไม เดิมที่มีการจัดตั้งเงินกองทุนดังกล่าวนี้ต้องนําส่งกระทรวงการคลัง แต่เมื่อท่านไปแก้ไข ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ป้ ๒๕๕๐ เสียแล้ว ก็ถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ท่านจะไม่ต้องดําเนินการ ทีนี้เมื่อไม่ไปส่งกระทรวงการคลัง สิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่า ท่านจะต้องดําเนินการในการที่นําดอกผลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร อันนี้ เปึนประเด็นสําคัญมากนะครับ แล้วผมคิดว่าการสมทบจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ไม่จําเปึนต้องเพิ่มมากขึ้นหรอกครับ ถ้าเพิ่มได้ก็จะดี แต่ว่าในวงเงินที่เรามีอยู่ในขณะนี้ ๑,๕๐๐ ล้านบาทนี้ ผมเชื่อว่าโรงเรียนเอกชนที่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินจากการกู้ยืม ไปดําเนินการนั้น ตัวโรงเรียนเอกชนเองเขาก็ไม่ต้องการจะจ่ายดอกเบี้ย เขาสามารถ แสวงหาจากสมาคมผู้ปกครอง แสวงหาจากค่าเล่าเรียนของเด็กนักเรียน ซึ่งโรงเรียนที่ดัง จริง ๆ ในขณะนี้ เขากําลังเรียกร้องให้กระทรวงขยายเพดานการขึ้นค่าเล่าเรียนมากกว่าที่ จะเอาเงินกองทุนกู้ยืมซึ่งเปึนเงินภาษีของประชาชนนี้ด้วยซ้ําไป
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าในมาตรา ๔๑ (๑) อันนี้จริง ๆ ผมอยากขอเสนอแนะ ท่านไปขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ได้กําหนดไว้เดิมจากร้อยละ ๔ ให้เปึนร้อยละ ๓ ความจริง ผมคิดว่าร้อยละ ๑ เท่ากับเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจะเปึนประโยชน์มาก เราอย่าไป หวังกําไรกับเรื่องเหล่านี้ เพราะเงินที่เอามาตั้งกองทุนหมุนเวียนนั้นเปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชนและไม่มีพี่น้อง ประชาชนคนใดครับที่จะไม่ส่งเสริมการศึกษา ไม่ว่าการศึกษานั้นจะจัดโดยภาคเอกชน หรือภาครัฐ และในอนาคตนั้นเราจะต้องมองถึงการจัดการศึกษาที่หลากหลายรวมไปถึง การศึกษาที่เปึนทางเลือกด้วย และเราน่าจะมีเงินกองทุนดังกล่าวนี้ไปส่งเสริมการศึกษาที่ เปึนไปตามอัธยาศัยด้วย ถ้าเปึนอย่างนี้ผมว่านี่คือความก้าวหน้าของการใช้เงินภาษีของ พี่น้องประชาชนให้มาดําเนินการ และผมอยากจะฝากท่านเลขาธิการว่าถ้าหากเรา สามารถที่จะดําเนินการในการระดมทุนรับบริจาคให้โรงเรียนเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการที่จะดูแลเงินกองทุนนี้ หรือระดมทุนให้กับเงินกองทุนนี้ด้วย ผมคิดว่าก็จะเปึน ประโยชน์มากนะครับ และผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าบางโรงเรียนในขณะนี้นะครับเขามี เงินกองทุนของสมาคมครูผู้ปกครองหรือบางโรงเรียนมีสมาคมของศิษย์เก่านะครับ สามารถที่จะมาร่วมได้นะครับ นอกจากนั้นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ผมคิดว่า สํานักงานบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนซึ่งจะเริ่มดําเนินการตามแนวทาง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาใหม่นี้ ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาเอกชนนี้ได้ มีส่วนเข้ามารับผิดชอบในการบริหารการศึกษาของชาติเพิ่มในอัตราส่วนที่เพิ่มมากขึ้น วันนี้เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่าจากนโยบาย ๔ – ๕ ป้ที่ผ่านมานั้นเปึนความล้มเหลว ในการบริหารจัดการศึกษานะครับ สวนทางกับ ๑๐ ป้ของการปฏิรูปทางการศึกษาที่เรา อยากเห็นการศึกษาของทุกภาคส่วนนั้นได้มามีส่วนในการที่จะส่งเสริมให้เกิด ความก้าวหน้า แต่วันนี้ด้วยนโยบายที่ผิดพลาดทําให้การศึกษาเอกชนนั้นมีปัญหา ตลอดเลย แทนที่เอกชนจะต้องรับภาระหนี้สูงขึ้นแต่ด้วยนโยบายที่ไม่มีความชัดเจน ในการที่จะให้ภาครัฐรับการศึกษาอาชีวศึกษานี่เพิ่มมากขึ้นในจํานวนสัดส่วนเท่าไร เพราะฉะนั้นสถานศึกษาอาชีวศึกษาของเอกชนในขณะนี้เขาก็มีปัญหานะครับถ้านโยบาย ไม่ชัดเจน ผมคิดว่าก็เปึนหน้าที่ของทางสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมทางการศึกษา เอกชนนี่จะต้องประสานงานในกระทรวงด้วย จะต้องมีความชัดเจน ท่านพร้อมที่จะต้อง ลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยนะครับ เพราะวันนี้ท่านจะรอไปพึ่งฝ์ายนโยบาย ผมติดตามดูมา ๕ – ๖ เดือนที่เปึนรัฐมนตรีผมพูดได้เต็มปากเลยว่ายังไม่มีนโยบาย เพราะฝ์ายนโยบายยังไม่เคย ให้นโยบายเลยครับ ทําตามข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงตามแผนงานเดิมเท่านั้นเอง และวันนี้เมื่อท่านเปึนคณะกรรมการผมคิดว่าท่านก็ต้องมีความคล่องตัวเพราะท่านไม่ต้อง อิงกับงบประมาณ งบประมาณเปึนเพียงแต่เปึนกองทุนแค่นี้ผมคิดว่าไม่เพียงพอกับที่ ภาคเอกชนลงทุนทั้งประเทศเกี่ยวข้องกับการศึกษาถ้านับรวมกัน
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมก็คือว่า ผมคิดว่าวันนี้ คณะกรรมการศึกษาเอกชนนั้นจะต้องใช้เงินกองทุนก้อนนี้ครับเปึนตัวที่รวมพลังของ การศึกษาเอกชนเพื่อที่จะให้ภาคเอกชนนั้นได้มีโอกาสในการรับภาระในการศึกษาที่มี อัตราส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมานั้นภาครัฐ ๘๐ : ๒๐ ขณะนี้เปึน ๗๐ : ๓๐ ผมคิดว่า การศึกษาบางประเภทนั้นควรจะให้เอกชนนั้นมีความชัดเจนเปึน ๖๐ : ๔๐ หรือแม้แต่ ๕๐ : ๕๐ ก็จะเปึนประโยชน์ในการที่เราจะได้ใช้งบประมาณที่เปึนเงินภาษีของพี่น้อง ประชาชนนั้นมาพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงครับ ผมก็มีประเด็น สําหรับเปึนหลักการสําคัญเพียงแค่นี้ครับ และก็มีคําถามฝากในข้อข้องใจนิดเดียวก็คือว่า เงินกองทุนของท่านนี่ทําไมมาฝากไว้ที่กองคลังถึง ๔๐๗ ล้านบาทครับ ตรงนี้กรุณาตอบ ผมหน่อย ทําไมไม่ไปดําเนินฝากธนาคารเพื่อจะได้มีดอกเบี้ยเพิ่มเติมนะครับ ก็มีประเด็นนี้ เพียงประเด็นเดียวครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านเจริญ คันธวงศ์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอตั้ง ข้อสังเกตในผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนเพื่อ ไม่ให้ซ้ํากับคนอื่นก็ขอเข้าสู่ประเด็นเลยว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายงานของท่านเล่มนี้ นะครับ ในหน้า ๑๖ ได้บอกว่าการที่อนุมัติให้เขากู้เงินนั้น ป้ ๒๕๔๐ ให้เขากู้ ๑๔๒ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๑ ลงมาจนถึงป้ ๒๕๔๗ ปรากฏว่าอนุมัติเงินน้อยลงไป น้อยลงไป ตามลําดับ ผมไม่เข้าใจเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่ว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้นเปึนวิกฤติการณ์ทางการเงิน ต้มยํากุ้งระบาดทั่วไป ธนาคารมีปัญหากันทั่วไป บริษัทร้านค้ามีปัญหาทั่วไป ผมคิดว่า โรงเรียนก็มีปัญหา ก็คงจะต้องจําเปึนต้องใช้เงินมาบริหารโรงเรียน แต่ปรากฏว่าได้รับการ อนุมัติกู้จากกองทุนตัวนี้น้อยลงไป ในป้ ๒๕๔๕ ซึ่งผลกระทบกระเทือนจากป้ ๒๕๔๔ ก็คือว่าให้ได้รับอนุมัติเพียง ๕๕ ล้านบาทเท่านั้นเอง มันน้อยลงไปก็คือป้ ๒๕๔๗ เหลือ ๓๙.๕ ล้านบาท อันนี้ผมก็ข้องใจอยากจะทราบนะครับ
ทีนี้พูดถึงโรงเรียนเอกชนนั้น ท่านรองปลัดเราก็เคยทํางานด้วยกันมาก่อนที่ กระทรวงศึกษาธิการ ก็ดีใจที่ท่านเปึนรองปลัดในขณะนี้ ที่จริงแล้วท่านก็ทราบดีว่า โรงเรียนเอกชนนั้นมีอยู่ ๒ ประเภท ฐานะดีกับฐานะไม่ดี ผมเคยยกตัวอย่างให้ฟังว่า สมมุติว่าโรงเรียนไหนที่เก็บค่าเล่าเรียนถูก ๆ นั้นคนไม่ค่อยไปเรียน เขาคิดว่าไม่ดี แต่บาง โรงเรียนถ้าหากว่าถ้าไปเข้าทีก็ให้ค่าโต๊ะ เก้าอี้เขาประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาท คนแย่ง กันเข้า แล้วโรงเรียนประเภทนี้เขาไม่ได้ขอเงินกู้ เขาไม่มีปัญหา เขาขออย่างเดียวคือ กระทรวงอย่าไปยุ่งกับเขาก็แล้วกัน เขาจะบริหารต่อไป สําหรับโรงเรียนที่เก็บค่าเล่าเรียน ถูก ๆ นั้นมีปัญหามาก เพราะว่าคนที่ไปเรียนประเภทนี้ก็คือคนที่ไม่มีสตางค์ แล้วก็เวลาถึง เวลาชําระค่าเล่าเรียนก็ไม่มีสตางค์ให้เขา ไปขอผ่อนชําระ คนเปึนครูก็เดือดร้อน
ทีนี้ปัญหาโรงเรียนประเภทหลังนี่เปึนโรงเรียนที่มีปัญหามากที่จะต้องขอกู้ แต่ว่าในรายงานของท่านไม่ได้บอกนะครับว่ามีเงินให้กู้เท่าไร คงจะใช้ดอกผล แต่ว่าผม อ่านดูจากที่ท่าน ส.ส. ประกอบพูด หรือท่านชินวรณ์บอกว่าไปฝากที่กองคลัง คงประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท คงจะเอาดอกผลจากตรงนี้กระมังไปให้เขากู้ ผมเดานะครับ อันนี้นั่งดูจากงบดุล ผมเดาอย่างนั้น แต่ว่ามีเงินให้กู้เท่าไรไม่ทราบ แต่ที่รู้แน่ ๆ อย่างที่ ท่าน ส.ส. ผ่องศรีพูดก็คือว่าระหว่างป้ ๒๕๓๒ ถึงป้ ๒๕๔๙ นั้นมีโรงเรียนขอกู้ทั้งสิ้น วงเงิน ๓,๓๖๔ ล้านบาท แต่ให้กู้เพียง ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ผมไม่ทราบว่า ทําไมถึงให้น้อยอย่างนั้น หรือว่าเงินไม่มีหรือเปล่าไม่ทราบ อันนี้ต้องขอฝากทางเจ้าหน้าที่ ทางกระทรวงศึกษาธิการผ่านท่านประธานนะครับว่า ขณะนี้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนั้นเปึนคนนอกวงการศึกษามาก่อน เปึนคนเก่งทางกฎหมาย รู้เรื่อง อย่างอื่นดี แต่ว่าปัญหาการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนเอกชนนี้ผมคิดว่าเขาคง จะต้องใช้เวลาเรียนรู้พอสมควร แต่ว่าถ้าหากจะใช้เวลาเรียนรู้นานนี้ผมกลัวว่าโรงเรียน เอกชนจะมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่ารัฐ คนไหนเข้าโรงเรียนของรัฐ ๑๒ ป้แรกนั้น ฟรี แต่เข้าโรงเรียนเอกชนนั้น ๑๒ ป้แรกเสียเงิน ผมกลัวว่าโรงเรียนเอกชนนี้จะพังพินาศไป เสียก่อน เพราะว่าโรงเรียนเอกชนนั้นได้ช่วยประเทศชาติมามาก เวลาต้องการเขาเข้ามา ช่วยแบ่งเบาภาระ ถึงแม้ว่ารัฐจะช่วยเหลือน้อย แต่ว่าเชิงในการบริหารนั้นมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าทางกระทรวงศึกษาธิการให้ความสนใจมากก็จะเปึนประโยชน์มาก ฉะนั้นก็อยากจะ เรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังที่ท่านข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการว่านําปัญหานี้ เรียนกับผู้บริหารระดับนโยบายว่าจําเปึนต้องเข้าไปช่วยเหลือเขาด่วน เพราะว่ามิฉะนั้น แล้วนะครับทางผู้บริหารนั้นเขาไม่เข้าใจว่าทําไมมีปัญหาอย่างนี้ด้วยหรือ เขาไม่ทราบ ตัวของท่านจับเรื่องนี้มา ๒๐ กว่าป้ ๓๐ ป้ ท่านต้องรู้คนแรก แล้วก็นําเรียนเรื่องนี้โดยด่วน เพราะเปึนภาระสําคัญ ก็อยากจะขอฝากไว้ด้วยครับ
เรื่องถัดไปก็คือว่า ข้อสังเกตอีกอันหนึ่งก็คือว่าในหน้า ๑๘ ของรายงานนั้น บอกว่าเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ ก็เพราะว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนถึงป้ปัจจุบันนั้น ภาครัฐ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ มันคงจะมีมากแล้วหรืออย่างไรผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ผม เรียนให้ทราบนะครับว่า ตอนนี้น้ํามันแพง เศรษฐกิจของโลกชะลอตัว ผู้ปกครองไม่มี สตางค์ใช้ ผมว่าโรงเรียนเดือดร้อนแน่ ผมไม่ทราบว่าทําไมรัฐถึงไม่ให้ อันนี้ก็อยากจะฝาก ท่านเหมือนกันนะครับ ฝากท่านรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ระดับนโยบายว่า ต้องดูแลเรื่องนี้โดยด่วน มิฉะนั้นแล้วจะมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ นอกจาก เศรษฐกิจตกต่ําแล้ว ก็คือว่าเด็กเกิดน้อยลงไป แล้วก็ป้หนึ่งเข้าโรงเรียนไม่เกิน ๒ ล้านคน แล้วก็เข้าโรงเรียนเอกชนน้อยลงไป โรงเรียนจะลําบากมากยิ่งขึ้น ตอนที่ผมอยู่ กระทรวงศึกษาธิการนั้น ผมก็เคยคิดว่าน่าจะทําแผนว่า อนาคตของโรงเรียนเอกชนนั้น จะเปึนอย่างไร ไม่ให้เขาเจ๊ง ต้องมีการวางแผนระยะยาว ๕ ป้ ๑๐ ป้ว่าจะเปึนอย่างไร ผมคิดว่าตอนนี้ท่านคงจะได้นําเรื่องนี้เรียนกับท่านผู้บริหารกระทรวงว่าจะต้องทําอย่างไร สักอย่างหนึ่ง ช่วยกันปรึกษากับสมาคมการศึกษาเอกชนว่าแผนต่อไปเด็กจะเกิดน้อยลงไป เราจะทําอย่างไรต่อไป รัฐจะเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร เราจะทํางานด้วยกันอย่างไร อันนี้ ผมก็อยากจะฝากไว้เปึนข้อสังเกตนะครับ เพราะว่าไม่ต้องการให้โรงเรียนเขามีปัญหา ฐานะทางการเงินต่อไป
แล้วอีกประการหนึ่งที่ท่านประกอบก็เคยตั้งข้อสังเกตไว้แล้วว่า การขอ อนุมัตินั้นปรากฏว่าคณะกรรมการได้อนุมัตินั้น ก็คือว่าให้อนุมัติเพียง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของหลักทรัพย์ที่วางค้ําประกัน ผมว่ามันยิ่งกว่าแบงก์ มันไม่ได้เอื้ออํานวย ท่านชินวรณ์ บอกว่าที่จริงควรจะลดลงมาเหลือดอกเบี้ยร้อยละ ๑ เสียด้วยซ้ํา ผมเห็นด้วยนะครับ ในต่างประเทศท่านก็ทราบอยู่แล้วครับว่า ผู้ใดบริจาคเงินเพื่อการศึกษานั้น เขาให้เอา ใบบริจาคนั้นมาหักลดหย่อน ของเราก็มีแต่หักได้นิดเดียว จึงไม่เปึนเรื่องจูงใจที่จะ บริจาคเงินเพื่อการศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อโรงเรียนเอกชน เรื่องนี้ผมก็เคยพูดกับ รัฐมนตรีหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีที่มาจากพื้นฐานเปึนข้าราชการ กระทรวงการคลังมาก่อน แล้วเปึนรัฐมนตรีแล้วพูดยากครับ แต่ต้องเปึนรัฐมนตรีที่มาจาก ทางสายการเมืองถึงจะเข้าใจปัญหาของชาวบ้านว่าเราเก็บเงินมาแล้วต้องคืนกลับ ประชาชนต่อไป อันนี้ก็อยากจะฝากท่านเหมือนกันนะครับว่าสะท้อนให้กับผู้บริหารของ กระทรวงศึกษาได้ทราบด้วย
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า เรื่องที่อนุมัตินั้นต้องใช้หลัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ หลักทรัพย์ค้ําประกันนี้ ผมอยากจะถามว่ามีทางจะผ่อนคลายได้ไหมครับ หรือว่าเปึน ระเบียบของมัน แก้ไขไม่ได้ ถ้าแก้ไขได้ก็จะช่วยโรงเรียนได้มากครับ ผมขอตั้งข้อสังเกต ไว้เพียงแค่นี้ครับท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญ ท่านนริศ ขํานุรักษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าไม่เพียงแต่ผมซึ่งเปึน ผู้สนใจปัญหาการศึกษาของประเทศ แต่ว่าใครก็ตามครับถ้าได้อ่านรายงานฉบับนี้ ก็จะ พบว่า หลังจากอ่านจบนะครับ ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย คนไม่เคยสนใจมาศึกษา มาเลยจะพบว่ารายงานฉบับนี้บอกว่าการศึกษามีปัญหาและการศึกษาเราอยู่ท่ามกลาง ความขาดแคลน ผมเปึนคนหนึ่งที่ได้ติดตามเรื่องราวการศึกษาของประเทศมาพบว่า ขาดแคลนทุกระดับครับ ทั้งระดับมหาวิทยาลัย ทั้งระดับมัธยม ประถม และการจัด การศึกษาระดับอื่น ๆ ก็ขาดแคลนทั้งสิ้น ผมยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุงผมนะครับ มีหน่วยพิทักษ์ป์า หน่วยพิทักษ์อุทยานนะครับดูแลน้ําตกเล็ก ๆ น้ําตกหนึ่งนะครับ ดูแลป์า ไม่กี่ไร่ครับ ดูแลได้บ้างไม่ได้บ้าง มีคน ๑๐ กว่าคน มีรถถึง ๒ คัน ได้รับงบประมาณป้หนึ่งเปึนล้านบาทนะครับ แล้วก็ โรงเรียนเอกชนสอนภาษาอิสลามซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ได้รับงบประมาณไปนิดเดียวครับ สนับสนุน จากรัฐบาลไป แล้วก็กู้จากท่านไม่ได้อีก ทั้ง ๆ ที่ภารกิจยิ่งใหญ่นะครับ สร้างคน สร้างบ้าน สร้างเมืองนะครับ ภารกิจยิ่งใหญ่กว่าหลายเท่า แต่ว่างบประมาณน้อยมาก ผมจึงคิดว่า การศึกษาไทยจึงอยู่ท่ามกลางความขาดแคลน และหากดูรายงานฉบับนี้คิดว่ายังจะ ขาดแคลนไปอีกยาวนานนะครับ ซึ่งการขาดแคลนผมคิดว่าหากเปรียบเทียบระหว่าง โรงเรียนเอกชนโดยทั่วไปโดยภาพรวมกับรัฐบาลแล้ว โรงเรียนเอกชนยิ่งขาดแคลนหนัก เข้าไปอีกนะครับ ทั้งบุคลากร ทั้งอาคาร ทั้งงบการซ่อมแซม ยิ่งขาดแคลนหนักเข้าไปอีก นะครับ ผมจึงคิดว่าปัญหาเหล่านี้ก็คือปัญหาว่าเงินทุนหมุนเวียนอย่างไรก็ยังไม่เพียงพอ ยังน้อยอยู่ ดูได้จากตัวเลขว่าจํานวนผู้กู้ จํานวนเงินที่ให้กู้ไม่ถึงครึ่งครับ ของที่ท่านได้ อนุมัติไปนะครับ ซึ่งถือว่ายังขาดแคลนอย่างหนักนะครับ และก็ผมคิดว่าท่านต้องทบทวน อะไรบางเรื่องเหมือนกัน เช่น ผมจนถึงนาทีจนถึงขณะนี้ท่านต้องให้กู้ซ่อมแซมมากกว่า ให้กู้สร้างอาคารใหม่นะครับ เพราะระยะเวลายาวนาน และเขาก็ลําบากมากกับงบการ ซ่อมแซม ๒. โรงเรียนเล็กทรัพย์สินน้อยกู้น้อยเขายิ่งลําบากหนักเข้าไปด้วยครับ แล้วก็ โรงเรียนที่อยู่ห่างไกลการประเมินทรัพย์สินยิ่งน้อยลงไปอีก ยิ่งทําให้เขาขาดแคลนหนัก เข้าไปอีก ท่านต้องปรับบ้างนะครับ และก็เรียนกับท่านว่านอกจากนั้นท่านต้องประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์ วิเคราะห์ปัญหาในการอนุมัติให้โรงเรียนเอกชนกู้ด้วยนะครับ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามถือเปึนโรงเรียนยอดนิยม นะครับ ถือเปึนโรงเรียนหลักนะครับ เขาเลือกโรงเรียนเหล่านี้ก่อนนะครับ โรงเรียนเหล่านี้ เต็มนะครับ ถึงไปโรงเรียนประจําอําเภอ ไปโรงเรียนประจําจังหวัดไปโรงเรียนอื่น เพราะว่า เขาเชื่อมั่นกันมาตั้งแต่เปึนปอเนาะว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามนี้สร้างผู้นํา ศาสนา สร้างผู้นําทางสังคม ผมคิดว่าท่านต้องทุ่มเทและก็ให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามในพื้นที่จังหวัดภาคใต้นี้ได้รับการพิจารณาเปึนพิเศษกว่าที่อื่น ผมเรียนในจังหวัด พัทลุงครับ เดิมมีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีนักเรียนไม่กี่ร้อยครับ แต่ใน ๔ – ๕ ป้ ที่ผ่านมา เพิ่มมาเปึนหลายพัน และก็ตัวเลขเปึนหลายหมื่นเลยนะครับ เหตุเพราะว่าคนที่ เคยคิดจะไปเรียนพื้นในที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่กล้าไป ที่พัทลุงมีอยู่ ๑๐ กว่าโรงเรียน เรียนที่พัทลุง คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้บรรยากาศการศึกษาไม่มีเขาอพยพมาเรียน ที่พัทลุงในขณะที่เปึนจังหวัดเล็ก ๆ โรงเรียนเล็ก ๆ ต้องขยายออกมา ท่านต้องพิจารณา ปัญหานี้เปึนปัญหาพิเศษนะครับ ผมจึงขออนุญาตสอบถาม ฝากข้อสังเกตท่านว่า ๑. ท่านได้ใช้ความพยายามที่จะบอกรัฐบาลว่าท่านอยู่ท่ามกลางความขาดแคลนมาก น้อยแค่ไหนเพื่อขอเงินทุนให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันนี้ เพราะว่าทั้งท่านและผมทราบ ดีว่าเงินส่วนนี้ไม่เพียงพอและเรายังมีความต้องการจําเปึนอยู่ ๒. ท่านได้ใช้ความพยายาม ที่จะแก้ระเบียบของกระทรวงการคลังหรือระเบียบอื่น ๆ ที่เปึนอุปสรรคต่อการทําให้ กองทุนนี้มากขึ้น และก็สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านได้ใช้ความ พยายามมากน้อยแค่ไหน และก็ท่านได้ใช้การวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์เพียงพอ แล้วหรือไม่ในการให้กู้ว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ เหมาะสมกับพื้นที่มากน้อยแค่ไหนอย่างไรนะครับ และก็ฝากว่าโรงเรียนเอกชนที่ผลิต บุคลากรเพื่อปัอนสิ่งที่ตลาดขาดแคลนนี่ผมคิดว่าท่านต้องรีบช่วยเหลือดูแล เช่น ในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงนี่ไม่มีการเรียนการสอนในระดับสูงกว่า ปวส. ทั้งของรัฐทั้งของเอกชนนะครับ ถ้าจบ ปวส. แล้วต้องไปเรียนปริญญาตรีที่อื่น ผมคิดว่าถ้ามีเอกชนขอเป่ดสอน ระดับปริญญาตรีที่พัทลุงนะครับ ท่านต้องรีบสนับสนุนนะครับ เพราะว่าคนพัทลุง ต้องเอาเงินไปต่างจังหวัดเพื่อไปเรียนหนังสือในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ปวส. ป้หนึ่ง จํานวนมากมายนะครับ
สุดท้ายขออนุญาตฝากจากอาจารย์ผ่องศรีนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามว่า ลูกจ้างชั่วคราวในโรงเรียนบางโรงเรียนซึ่งเปึนโรงเรียนเอกชนนะครับที่ไม่ได้รับค่าจ้าง ช่วงเวลาโรงเรียนป่ดเทอมนะครับ ท่านคิดจะแก้ไขอย่างไร เพราะว่าสิ่งนี้ข้อเท็จจริงนี้มีอยู่ จริงในขณะนี้นะครับ ลูกจ้างชั่วคราวในโรงเรียนแต่ก็บางโรงเรียนนะครับไม่จ่ายค่าจ้าง ชั่วคราวในช่วงโรงเรียนป่ดเทอมนะครับ ท่านคิดจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะคนเหล่านี้ ต้องอยู่กับโรงเรียนไปตลอด ผมจึงฝากข้อสังเกตและก็ฝากข้อซักถามกับท่านประธาน ไปยังผู้มาชี้แจงนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
คุณสมบูรณ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรค ประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานดังกล่าวก็คงเกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษา ของพี่น้องประชาชน โรงเรียนเอกชนก็คงเปึนทางเลือกหนึ่งสําหรับเด็กนักเรียนของเราที่ ไม่มีโอกาสจะได้เรียนในโรงเรียนของรัฐบาลที่จัดสรรให้เรียนฟรี ๑๒ ป้ ซึ่งบางรัฐบาลก็ พยายามที่จะสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาเพื่อเปึนรากฐานให้กับพี่น้องประชาชน แต่ก็ต้อง ยอมรับครับว่าบางช่วงของรัฐบาล บางรัฐบาลละเว้นที่จะสนับสนุนการศึกษาให้กับ เยาวชนเหมือนกับเสมือนกับต้องการให้ประชาชนของตนเองเปึนคนโง่ ง่ายในการ ปกครองประเทศ ท่านประธานครับ ดูจากรายงานตรงนี้นะครับมันอาจจะชี้ให้เห็นถึง นโยบายบางอย่างของรัฐบาลแต่ละรัฐบาล ท่านประธานคงจะเห็นว่ากองทุนดังกล่าว กองทุนกู้ยืมกู้เงินหมุนเวียนเพื่อการพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชน ท่านดูหน้า ๒๙ ครับ ท่านประธานจะเห็นตารางสรุปรายละเอียดได้ชัดเจนเลยครับ กองทุนนี้เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ได้รับงบประมาณตั้งแต่ป้แรกจากรัฐบาล ๓๐ ล้านบาท ๗๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ๕ ป้ติดต่อกัน ป้ ๒๕๓๙ เว้นไป ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีวิกฤติทางเศรษฐกิจยังได้รับงบประมาณ สนับสนุนจากทางรัฐบาลเพื่อจะพัฒนาการศึกษาเอกชน ซึ่งเปึนทางเลือกหนึ่งของเด็ก ของเรา ก็ต้องยอมรับครับว่าเด็กที่เรียนของรัฐหรือเรียนของเอกชนก็เปึนเด็กไทย เหมือนกันทั้งสิ้น ได้รับงบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ ๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๒ ๔๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๓ ๑๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๔ ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานเห็น ไหมครับยอดเงินเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เรียนว่า นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ ป้ ๒๕๔๑ จนถึงป้ ๒๕๔๔ แต่ท่านประธานดูครับป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานก็อยู่ในสภากับผม ไม่ได้รับงบสนับสนุนแม้แต่บาทเดียวครับ ต่อไปป้ ๒๕๔๙ ก็ยังไม่ได้รับ แล้วท่านประธานดูที่มุมขวาของหน้า ๒๙ ครับ ท่านมี ความรู้สึกเหมือนกับผมไหมครับ เขาเขียนว่างบประมาณที่ได้รับป้ ๒๕๔๙ แล้วขีด ล้านบาท หมายความว่าไม่ได้รับงบสนับสนุนจากทางรัฐบาลเลย จริงอยู่ครับเงินดังกล่าวเพื่อให้โรงเรียนเอกชนได้ไปกู้ เพื่อสําหรับไปสร้างอาคารเรียน ซื้ออุปกรณ์การเรียนสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนให้เด็กโรงเรียนเอกชน ท่านครับตรงนี้เปึนการพัฒนาเยาวชนการพัฒนาคนใช่หรือไม่ครับ ถ้าใช่แต่ทําไมโดนทิ้ง โดนละเลยมา แล้วรายได้ของกองทุนครับ เขียนตามข้อ ๑๑ ที่มาของเงินทุนหมุนเวียน ได้แก่ ข้อ ๑๑ (๑) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่าย ถามว่าถ้าเกิดกองทุนไม่ได้รับ งบประมาณรายจ่ายทางจากรัฐบาล รัฐบาลได้รับงบประมาณที่จะให้พี่น้องประชาชน เอาเงินภาษีพี่น้องประชาชนมาให้กับพี่น้องประชาชนจํานวนเท่าไรครับ กี่ล้านล้านบาท แต่เหลือเชื่อสําหรับเรื่องนี้ ไม่มีแม้แต่บาทเดียว ส่วนที่ ๒ เงินที่ได้รับการชําระคืนจาก ผู้กู้ยืม ก็คือใครที่กู้ยืมหลังจากผ่อนชําระหนี้ ๑ ภาคเรียนก็ต้องมาส่งเงินคืนกองทุน ท่านประธานดูข้อที่ ๓ ครับเงินค่าปรับเนื่องจากการผิดนัดชําระหนี้ เนื่องจากดอกเบี้ย ที่ทางกองทุนคิดก็คือร้อยละ ๔ นะครับ ถ้าเกิดกู้ไม่ถึง ๕ แสนบาท ให้ชําระภายใน ๕ ป้ ถ้าเกิน ๕ แสนบาท ไม่เกิน ๑ ล้านบาทต้องชําระไม่เกิน ๗ ป้ ถ้าเกิด ๑ ล้านบาทขึ้นไป ต้องชําระภายใน ๑๕ ป้ ถ้าเกิดผิดการชําระหนี้ครับหรือเปึนลูกค้าผิดนัดจะคิดในอัตรา ร้อยละ ๑๒ ต่อป้ ท่านประธานดูประเด็นตรงนี้ครับ เหมือนท่านชินวรณ์หรือสมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์หลายท่านที่อภิปรายเรื่องกองทุนเรื่องการศึกษาทั้งหมดนี่ครับ วันนี้อาจจะ เปึนรอบเหมาของพรรคประชาธิปัตย์ จะเห็นว่าเราต้องการให้ท่านลดดอกเบี้ยสําหรับ โรงเรียนที่จะขอกู้ยืมเงินให้เหมือนกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาครับ ร้อยละ ๑ ก็พอครับ เราบอกแล้วว่ารัฐพึงจะสนับสนุนมันไม่ใช่ว่าเขาต้องช่วยตัวเองและต้องจ่ายเงินชําระที่ มาก และถ้าเกิดกรณีผิดนัดล่ะครับ ท่านทราบไหมครับถ้าเกิดโรงเรียนเกิดภาวะขาดทุน ขึ้นมาไม่สามารถที่จะชําระได้ รายได้ของโรงเรียนเอกชนเอามาจากไหนครับท่านประธาน จะไปขายของในโรงเรียนหรือ จะไปเอาสัมปทานโทรศัพท์มือถือมาจําหน่ายให้เด็กหรือ ก็ไม่ได้ครับ วิธีที่มีรายได้ของโรงเรียนเอกชนคือเก็บค่าเล่าเรียนของเด็กนักเรียนครับ เพราะฉะนั้นเมื่อโรงเรียนลงทุนมากต้องเสียดอกเบี้ยมากก็ต้องเก็บเงินค่าเล่าเรียนเด็กมาก ภาระตกที่ใครครับ ก็คือตกที่เด็กนักเรียน ตกที่พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผม อยากกราบเรียนท่านผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบว่าลดดอกเบี้ยเถอะครับ พัฒนาการศึกษาให้เด็ก นี่เปึนการพัฒนาชาติ ท่านประธานครับ เรื่องดอกเบี้ยค่าปรับจึงเปึนสิ่งสําคัญ ผมอยากให้ ทางคณะกรรมการได้ไปเปลี่ยนตรงเรื่องระเบียบดังกล่าวนะครับ ลดดอกเบี้ยเถอะครับ ร้อยละ ๑ เหมือนกองทุนกู้ยืมก็ยังดีนะครับ สําหรับร้อยละ ๑๒ เหมือนกับกองทุนกู้ยืม ในกรณีนักเรียนผิดนัดก็คงคล้าย ๆ กัน
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนก็คือการเพิ่มวัตถุประสงค์ของกองทุนครับ เราจะสังเกตว่าวัตถุประสงค์ของกองทุนนั้นจะพัฒนาในเรื่องของการก่อสร้างอาคารเรียน ในเรื่องของการซ่อมแซมอาคารที่ชํารุดหรือการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน เมื่อสักครู่นะครับ ส.ส. หลายท่าน โดยเฉพาะท่าน ส.ส. นริศก็ได้กล่าวถึงโรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนา อิสลามนะครับ มีหลายแห่งด้วยกันครับ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีพี่น้อง มุสลิมอยู่ ให้การสนับสนุนเขาไปเถอะครับ อาจจะเปึนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยยิ่งเปึนการดี ครับ โรงเรียนดังกล่าวสอนให้คนเปึนคนดี เพราะฉะนั้นเราในฐานะเปึนผู้บริหารอยากจะ ให้ประเทศของเราเปึนประเทศที่มีคนที่มีคุณภาพและก็เปึนคนดีก็ต้องให้การสนับสนุนเขา อย่าให้เขาต้องช่วยตัวเองกันแบบที่เขาไม่ค่อยพร้อมและต้องช่วยเองนะครับ อยากให้เพิ่ม วัตถุประสงค์นะครับ หรือลดข้อกําหนดต่าง ๆ ที่อาจจะเปึนปัญหากับการบริหารงานของ โรงเรียนเอกชนทางด้านการศึกษา แล้วส่วนที่ ๒ มีการพูดถึงครู องค์ประกอบของการเรียน แน่นอน ๑. ก็คือเรื่องสถานที่ ๒. คือหลักสูตร ๓. ก็คือ ตัวครูผู้สอน และ ๔. คือเด็กนักเรียน มีคนพูดแล้วว่าสวัสดิการต่าง ๆ ของครู ท่านเข้าไป ช่วยดูแลนิดหนึ่งนะครับ แน่นอน ครูทั้งหลายมีหนี้มีสิน รายได้ไม่พอรายจ่าย โดยเฉพาะ ในภาวะเศรษฐกิจของยุครัฐบาลนี้ น้ํามันแพงมาก ข้าวสารแพงมาก รายได้น้อย และสิ่ง สําคัญขององค์ประกอบการศึกษาก็คือเด็ก ท่านประธานครับ เมื่อป้ ๒๕๓๘ ในสมัย รัฐบาลชวน หลีกภัย ได้อนุมัติให้มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านเห็นไหมครับ เด็กที่อยู่ ในกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาขณะนี้ได้ทํางานกันเยอะแยะ เปึนโอกาสที่เขาจะยกฐานะ ตัวเองในฐานะที่บ้านไม่มีเงิน แต่มีโอกาสได้กู้เงินเรียน ท่านครับ ท่านอยู่กระทรวงศึกษาฯ ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามีคนขอกู้นะครับ ๙ แสนราย แต่มี งบประมาณให้เพียง ๘ แสนราย อีก ๑ แสนรายไม่มีสิทธิได้กู้ ท่านต้องหาวิธีนะครับวันนี้ จะแปรญัตติงบประมาณเพื่อให้เด็กคนจนมีโอกาสได้เรียนเหมือนคนอื่น วัตถุประสงค์ของ การตั้งกองทุนคือเด็กที่ยากจนจะได้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นเท่ากับคนอื่นมีโอกาสได้เรียน เพราะฉะนั้นช่วยเถอะครับ พัฒนาการศึกษาของเราและโดยเฉพาะทางพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนท่านเต็มที่ครับ มีข้อบังคับหรือกฎหมายตรงใดที่เราอยากจะพัฒนาการศึกษา เรายินดีเต็มที่ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ สรุปได้ ดีมากครับ ต่อไปคุณสมควร โอบอ้อม คนสุดท้าย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็ได้อ่านรายงานผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียนที่ได้ นํามารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ฟังท่านสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายถึง ข้อดีข้อเสีย ผมเองก็ได้ฟังแล้วก็เข้าใจ อันที่จริงแล้วผมมีประเด็นอยู่นิดหนึ่งครับ อยากจะ ฝากเปึนข้อสังเกต ผมเรียนว่าผมเองนั้นไปโรงเรียน จริง ๆ แล้วต้องเรียนกับท่านประธาน ว่า ป. ๔ เท่านั้นเองครับที่ผมมีโอกาสในโรงเรียน แล้วก็ประกอบสัมมาอาชีพมาโดยตลอด จนกระทั่งผมได้มีโอกาสเข้าสู่งานการเมือง ผมเคยได้เปึนกํานันอยู่ ๔ ป้เศษ ๆ แล้วก็ได้ ผ่านการลงสมัครรับเลือกตั้งเปึนผู้แทนราษฎรใน พ.ศ. ๒๕๓๕ ครั้งที่ ๒ ไม่ได้รับเลือกตั้ง ในนามพรรคพลังธรรม เสร็จแล้วก็มาป้ ๒๕๓๘ นะครับ ก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง เปึนผู้แทนราษฎรในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้ง วุฒิได้เรียนขณะนั้นก็ยัง ป. ๔ เท่านั้นเองครับ ก็เรียนกับท่านประธานอย่างนั้น ฉะนั้นผมเห็นครับว่าการศึกษานั้นสําคัญ ต่อชีวิตของมนุษย์ สําคัญมากเลยครับ แล้วที่สําคัญไม่แพ้การศึกษาก็การประกอบอาชีพ คนเราถ้าจะมีคุณค่าก็ต้องได้รับการศึกษา ได้รับการประกอบอาชีพ ใช้คําว่า ที่มีคุณค่า ผมเชื่อเหลือเกินว่าคนนั้นจะมีคุณค่า สําหรับผลของกองทุนหมุนเวียนนั้นที่ได้สนับสนุน ให้กับโรงเรียนภาคเอกชนนั้น ผมก็เห็นถึงความสําคัญว่ามีความสําคัญต่อการพัฒนาการ เรียนการสอน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องโรงเรียนของเอกชนหรือโรงเรียนของรัฐบาลนั้น ก็มีความสําคัญด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมจะยกตัวอย่างตามประสบการณ์ของผม ที่ผมนั้นได้เห็นอยู่นะครับ ผมคิดว่าเงินทุนหมุนเวียนที่ให้กับภาคเอกชนนั้นมีกรอบ มีข้อสังเกตไหม ได้รับรู้ถึงข้อดีข้อเสียของโรงเรียนเอกชนขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมเรียนอย่างนี้ว่าโรงเรียนเอกชนบางโรงครับ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ตอนที่ผมเข้าโรงเรียน ผมก็เดินไปเรียนตั้งแต่ ก จนกระทั่งจนถึงจบ ป. ๔ ก็เดินครับ ประมาณสักกิโลกว่า ๆ ก็จบ ป. ๔ ก็อบอุ่นครับ อบอุ่นกับการที่ผมได้อยู่กับบ้านแล้วก็ ได้เดินไปเรียนแล้วก็กลับบ้านนะครับ แต่การเรียนการสอนผมเห็นว่า ณ ปัจจุบันนี้ เลยนะครับว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนของเอกชนนี่ครับ ผมเห็นเขาใช้วิธีการก็คือว่า มีรถไปรับนักเรียนในต่างอําเภอด้วยซ้ําไปครับ ในจังหวัดเดียวกันต่างอําเภอครับเดินทาง รถนั้นวิ่งกัน ๓๐ กว่ากิโลเมตรอย่างนี้ครับ เด็กก็จะอยู่บนรถประมาณสักครึ่งชั่วโมง ๔๐ นาที กว่าจะถึงบ้าน กว่าจะถึงโรงเรียน ผมก็คิดว่าไม่น่าจะทําให้เด็กที่มาเรียนนั้น ได้รับความอบอุ่น ผมคิดว่าเราทําไมไม่ส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนให้เขานะครับ ไม่ว่า จะเปึนโรงเรียนเอกชนที่จะพัฒนาเขาก็ให้มีกรอบนะครับ ก็ควรจะรับเด็กที่จะมาเรียน ระยะทางสักเท่าไร ไม่ควรเดินทางไกลนักอะไรอย่างนั้น แล้วส่วนของรัฐบาลจริง ๆ ก็ส่งเสริมครับ พัฒนาเขาให้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนนะครับในโรงเรียนของรัฐบาลเอง นั้น ให้นักเรียนในหมู่บ้านนั้นเรียนโรงเรียนที่ใกล้บ้าน ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างที่ได้ฟังว่าน้ํามันก็แพงนะครับ รถ ๖ ล้อ ถ้าวิ่งรับนักเรียน ผมก็ คิดว่ากิโลเมตรหนึ่งใช้น้ํามันอย่างน้อยก็ต้องมี ๖ – ๗ บาท ไปกลับ ๖๐ กิโลเท่าไร แล้ว ๑ วันเท่าไร รวมแล้ว ๕ วันเท่าไร รวมแล้ว ๑ เดือนเท่าไร ๑ ป้เท่าไรนะครับ นี่ก็ ทรัพยากรของโลกเช่นเดียวกัน ฉะนั้นผมฝากเปึนข้อสังเกตครับว่าเราจะดําเนินการ อย่างไรเพื่อให้การเรียนการสอนนั้นนะครับมีประสิทธิภาพ เด็กได้เรียนมีความอบอุ่น นะครับ ไม่ต้องเสี่ยงกับการอยู่บนรถ ไม่ต้องห่วงเรื่องการเกิดอุบัติเหตุนะครับ เดินไปเรียน ใกล้ ๆ บ้าน ผมคิดว่าก็น่าจะเปึนประโยชน์ ก็ขอฝากอย่างนี้ครับไว้เปึนข้อสังเกตนะครับ ก็ขอบคุณท่านรองปลัดครับ วันนี้ที่ได้มาที่สภา แล้วเราก็จะได้ฟังท่านนะครับได้ตอบ ได้ชี้แจง ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณคุณสมควรครับ เชิญท่านรองปลัดฯ หรือท่านใดก็แล้วแต่ครับ เชิญครับ เอาประเด็นหลัก ๆ ที่เขาสงสัย ส่วนที่เขาฝากไม่ต้องแจ้งหรอกครับ เพียงแต่ว่าท่านรับฝากเขาก็แล้วกันครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพอย่างสูงทุกท่าน กระผม นายสุรเทพ ตั๊นประเสริฐ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นนั้นผมใคร่ขอเรียนชี้แจงพื้นฐาน เบื้องต้นก่อนว่า กองทุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนอยู่ใน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน มีอีกกองทุนหนึ่งนะครับ ซึ่งเปึนเงินทุน หมุนเวียนเพื่อโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ในเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ ของ จังหวัดสตูล ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ ระนอง พังงา และตรัง เพราะฉะนั้น ส.ส. ผู้ทรงเกียรติที่ได้พูดถึงการดูแลของ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามนั้น เดี๋ยวกระผมจะชี้แจงเพิ่มเติมสักครู่หนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีลักษณะกองทุน ๒ ทุน ปรากฏว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้เกิด พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ขึ้นมา ได้กําหนด ในพระราชบัญญัติว่าให้มีกองทุนหมุนเวียนในระบบ ทางคณะกรรมการของ สช. ผมขออนุญาตเรียกสั้น ๆ นะครับ ได้ตัดเอาทั้ง ๒ กองทุนนี้มารวมเข้าด้วยกัน และข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ เกี่ยวกับในเรื่องของขั้นตอน ระเบียบ หรือวิธีการ ผมจะได้นําเอาข้อสังเกตตรงนี้ไปปฏิบัติและวางเปึนแนวระเบียบใหม่เพื่อใช้ ในโอกาสต่อไป ซึ่งก็ขอเรียนว่าการดําเนินงานที่เราจะดําเนินงานนั้นเราจะคํานึงถึง ความถูกต้อง ความยุติธรรม และการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะเรารู้ว่าปัญหาของ โรงเรียนเอกชนนั้นคืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงเรื่องของ การจัดการศึกษาของเอกชนอิสลามทางภาคใต้นั้น ผมขอเรียนว่าในแนวทางระเบียบเดิม เราให้กู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยสําหรับใน ๑๖ – ๑๗ จังหวัดทางภาคใต้ที่จัดดําเนินการ สอนเอกชนอิสลามนะครับ แล้วก็เปึนที่น่ายินดีว่างบประมาณซึ่งเราไม่เคยได้ ในป้ที่แล้ว ที่ผ่านมาเราได้มา ๕๐ ล้านบาท เพื่อเปึนกองทุนของทางอิสลามทางภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ เราก็ได้บวกเข้าไปเปึนกองทุนในระบบแล้ว เราก็ได้มา ๕๐ ล้านบาท ป้นี้เราขอไป ๒๐๐ ล้านบาท ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณจะผ่านให้เรา สักเท่าไรครับ กําลังเสนอกันอยู่ก็กราบเรียนเพื่อทราบ ๒. เมื่อในภาพรวมผมเรียนแล้วว่า เรากําลังจะทําระเบียบกฎเกณฑ์ตามที่ท่านสมาชิกเสนอแนะมาปฏิบัติ อันที่ ๒ เพื่อให้ การดําเนินงานเปึนไปด้วยความบริสุทธิ์และความเข้าอกเข้าใจกัน ขณะนี้ทาง สช. ได้มี การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อที่เราจะดูว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ พ.ร.บ. การศึกษาเอกชน ป้ ๒๕๕๐ พิจารณาในเรื่องของเงินค่าครองชีพ พิจารณาในเรื่องของ เงินประกันสังคมทั้งหลาย โดยเราเชิญประธานกรรมการ นายกสมาคมต่าง ๆ ของ โรงเรียนเอกชนประมาณ ๕ – ๖ สมาคม มาร่วมกันพิจารณาร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ของ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมคิดว่าในการดําเนินงานเราก็จะดําเนินงานไปได้ด้วยความ สัมพันธ์อันดีและก็เพื่อประโยชน์สูงสุดในการจัดการศึกษาแห่งชาติ ส่วนรายละเอียด เกี่ยวกับการตอบข้อคิดเห็นต่าง ๆ ข้อสังเกตต่าง ๆ ที่เปึนรายละเอียดของกองทุน หมุนเวียนนั้นผมคงจะมอบหน้าที่กับท่าน ผอ. เปึนผู้ที่รับผิดชอบ เพราะเปึนผู้ที่มี ความชํานาญ เคยเปึนเลขาธิการ สช. และปัจจุบันท่านก็เปึนผู้อํานวยการกองทุน สงเคราะห์ ได้ชี้แจง ขอบคุณครับ
เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สํารวม พฤกษ์เสถียร อดีตผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการ การส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผมออกจากตําแหน่งเมื่อประมาณ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ขออนุญาต กราบเรียนท่านเพื่อเปึนข้อมูลตามข้อสังเกตและคําถามที่ท่านพึงมี ท่านครับ ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๘๖ ทําความลําบากให้แก่ผู้ประกันสังคม จริงครับ เปึนช่องว่างของกฎหมายจริง ๆ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีกําลังสั่งแก้ไขและปรับปรุง นั้นคือการแก้กฎหมายซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลา แต่ในสิ่งที่กระทําได้ในขณะนี้ก็คือกําลัง ขอความเห็นจากกฤษฎีกาว่าจะขอความเห็นจาก ครม. เพื่อให้ ครม. มีมติให้ประกันสังคม รับต่อเนื่องไปจะได้หรือไม่อย่างนั้นคือทางหนึ่งที่รัฐต้องทํา ในเรื่องที่ ๒ ในขณะนี้มีไปฟัอง ศาลปกครองแล้วท่านครับว่ากฎหมายไปลิดรอนสิทธิ เพราะฉะนั้นไม่อย่างหนึ่งอย่างใด ก็น่าจะเปึนทางออกนะครับ ในขณะที่เราจะกระทําได้ในขณะนี้ก็คือย้ายจากการ ประกันสังคมตามมาตรา ๓๓ ซึ่งมีอยู่ ๗ ประเภท ของสวัสดิการไป ๓๙ ลดหย่อนไป ๑ เปึนการทดแทนไปก่อนแต่ก็มีข้อแม้อีกว่าการโอนถ่ายจะทําได้ต้องเมื่อท่านมีอายุครบ ๑๒ เดือน ถ้าไม่ ๑๒ เดือนไม่สามารถถ่ายได้ เพราะฉะนั้นในช่วงระยะเวลานี้ก็ขอแก้ไข ตามที่กราบเรียนท่านครับ ท่านครับเงินน้อยมีน้อยจริง ๆ ครับ และถามว่าตามจํานวนที่กู้ ถ้าท่านบอกว่ามี ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปล่อยกู้ไปขอกู้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับจนด้วยแต้มจริง ๆ ครับ คือไม่สามารถที่จะระดมทุนอย่างไร ข้อเสนอของท่าน ในการที่บอกว่าเอาเงินบริจาค เอาเงินอะไรต่าง ๆ ก็คงจะยากครับ เพราะเขาอาจจะถือว่า เปึนโรงเรียนเอกชน แต่ถ้าเรามีนิมิตใหม่มีนโยบายใหม่ว่าสามารถที่จะไปขอเงินกู้ที่มีอัตรา ต่ํากว่านี้สมมติครับ ก็อาจจะเปึนไปได้และในพระราชบัญญัติใหม่นี้นะครับ ก็ให้ระดมเงิน ในภาคส่วนของโรงเรียนเข้าไปด้วยคิดจากกําไรที่พึงมีนะครับ ระบบบัญชีจะไปกํากับ โรงเรียนให้มีกําไรและกําไรนี้ไม่เกินร้อยละ ๓ ของกําไรจะส่งเข้าไปในกองทุนนี้ ต่อไปก็คง จะมีเงินช่วงหนึ่งออกไปจากกองทุนนี้ครับผม การส่งเงินคืนคลังเฉพาะดอกเบี้ยนะครับเปึนระเบียบครับ เพราะฉะนั้นพยายามแก้ไข ระเบียบแต่ยังไม่ยินยอมจากกระทรวงการคลังครับ ท่านครับ แต่คุณภาพยังไม่ปรากฏ หมายถึงว่าเอาเงินไปให้กู้แล้วจะมีประสิทธิภาพดีหรือไม่ อาจจะรับสภาพนะครับว่าไม่มี รายงานที่เกี่ยวกับคุณภาพที่เปึนข้อเท็จจริงในเชิงของตัวลายลักษณ์อักษร แต่ใน ความเปึนจริงท่านครับ ถ้าเปรียบเทียบ ขอประทานโทษที่ไม่ได้บอกว่าโรงเรียนเอกชน ดีกว่าภาครัฐ อัตราของเนชั่นแนล เทสท์ (National test) หรืออัตราของโอเน็ต (ONET) อะไรต่าง ๆ ก็โชว์อยู่เปึนประจํา ถึงแม้ว่าคนเหล่านั้นอาจจะไม่ขอกู้ แต่ในภาพรวมแล้ว คุณภาพในการจัดการศึกษาในภาพรวมก็จะเปึนการดูดีครับ ท่านครับ มีบางประเด็นที่ ท่านบอกว่าทําไมกู้แล้วไม่ได้ตามกู้ ท่านครับ หลักทรัพย์เปึนประเด็นสําคัญใหญ่เลยครับ หลักทรัพย์ที่ถือปัจจุบันร้อยละ ๖๐ น้อยจริง ๆ พยายามขอปรับเหมือนกัน ขอประทาน โทษที่เอ่ยถึงกระทรวงการคลังบ่อย เขาบอกนี่กองทุนเพื่อช่วยเหลือและเปึนเงิน งบประมาณล้วน เพราะฉะนั้นการเขยิบจาก ๖๐ ขึ้นไป ๘๐ คิดได้ครับท่านครับ แต่ก็ผ่าน มติยากเหลือเกิน เพราะคณะกรรมการกองทุนดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นภาพของการที่จะ ปล่อยกู้ที่มีหลักทรัพย์น้อยก็จะเกิดปัญหาในเชิงปฏิบัติทันที ก็จะมีข้อครหานะครับ ว่าหลักทรัพย์ส่งมาเปึนกระบุง ขอประทานโทษที่ใช้คํานี้ และโรงเรียนเอกชนสอนอิสลาม บางโรงนะครับ เขาหอบโฉนดมาตั้ง ๑๐ โฉนด ท่านประธานครับ แต่ไม่สามารถที่จะเอา เงินเปึนหลักทรัพย์ยื่นกู้เงินเหล่านี้ได้ นี่คือหลักการที่ต้องแก้นะครับ ท่านครับมีประเด็น ของเงินปากถุง มีเส้นสายของจํานวนที่ยังกู้ ท่านครับ สิ่งที่เราบริการจัดเรียงลําดับใน การที่จะเข้ามา จริงอยู่ท่านครับบางทีอาจจะมีเหตุเภทภัยบางเรื่องบางราวที่ต้องการให้ ความจําเปึนจริงก็ต้องจัดให้ เช่น เจอวาตภัย เจออะไรพวกนี้ เพราะฉะนั้นคําว่า เส้นสาย กับเรื่อง ปากถุง ขอยืนยันนะครับว่ามีคณะกรรมการดูแลอยู่ และพยายามที่จะทําเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา ท่านครับมีทุกเรื่องเลยครับ ถ้าสมมุติว่าเขาได้รับความอนุเคราะห์ ด้วยดีเขาก็บอกว่าเราดี ถ้าเมื่อไรเขาจะถูกขัดข้องว่าด้วยหลักทรัพย์ไม่พอเพียงเขา จะบอกว่าเรามีข้อแม้ เรื่องนี้เปึนข้อจริงครับ มีการผ่อนคลายหลักทรัพย์ได้มากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือคิดอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วท่านครับ ตามรายงานของยอด แต่ละป้ ยอดรวมอย่างที่ปรากฏในเอกสารนะครับว่าขอกู้ตั้ง ๓,๐๐๐ ล้านบาทแต่มีเงิน จริง ๆ หมุนประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท และที่บางป้นะครับก็ไม่ได้งบประมาณจริง ๆ นั่น คือภาพหนึ่ง และถามว่าทําไมเอาเงินมาหมุนใช้อยู่ได้ ก็คือเงินดอกกลับคืนไปบางส่วน และเงินที่คงคลังเพราะไม่มีผู้กู้เพราะมีหลักทรัพย์ไม่พอในป้นั้นก็ใช้เงินนั้นในการคงเหลือ เพื่อใช้เงินกู้ต่อไปนะครับ ท่านครับนอกจากปรับอัตราดอกเบี้ยแล้วท่านยังเสนอให้ ปรับดอกเบี้ยทั้งหมด อันที่ ๑ ก็คือดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ขอปรับเปึนร้อยละ ๓ ไม่ได้หรือ อย่างน้อยก็ลดลงไปอีกนะครับ ที่จริงดอกเบี้ยนี้ถูกที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับสถาบันการเงิน อื่น โทรถามเหมือนกันครับท่านครับ ถามกับธนาคารว่าขณะนี้อัตราดอกเบี้ยเท่าไร เขา บอกว่าประมาณ ๗.๕ ของเรา ๔ ยืนพื้นมาตั้งแต่ตั้งกองทุนแล้วครับ เพราะฉะนั้นการปรับ ลดลง การทําอะไรต่าง ๆ ก็คิดถึงภาวะที่กองทุนจะอยู่ได้ด้วย อย่างที่เปึนข้อสังเกตของ บางท่านบอกว่าทําไมกองทุนน้อย ถ้าเรามีดอกเบี้ยเข้าไปสะสมบ้างและต่อไปถ้าจัดใหม่มี เงินของกองทุนสะสมเข้าไปด้วยก็จะเปึนประโยชน์อย่างมากเลยครับ โดยเฉพาะโรงเรียน เอกชนสอนศาสนาอิสลาม ท่านครับ ก็ประสบปัญหาจริง ๆ อย่างที่กราบเรียนท่านตรง ๆ เพราะว่าหลักทรัพย์เหล่านี้ไม่มีแล้วจะทําให้มีได้อย่างไร นี่คือปัญหาโลกแตกจริง ๆ ท่าน ครับ เพราะว่าในกฎกติกานั้นต้องมีหลักทรัพย์ถึงแม้ว่าเงินของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามจะเปึนเงินยืมที่ไม่มีดอกเบี้ยก็ตาม ท่านครับ การแก้ระเบียบที่เปึนอุปสรรคเหล่านี้ สช. จะต้องนําไปคณะกรรมการและนําเสนอกระทรวงการคลัง และอาจจะถึง ครม. หรือมติอื่นที่จะทําให้ระเบียบนี้มีความคล่องตัวมากขึ้น บางท่านถามถึงลูกจ้างชั่วคราว ของโรงเรียนเอกชน ที่จริงโรงเรียนเอกชนเขาไม่มีลูกจ้าง ท่านครับ เพราะโรงเรียนเอกชน จะเปึนผู้จ่ายในลักษณะจ่ายเงินเดือนครูและจะจ่ายแก่ลูกจ้างของบุคคลเหล่านั้นด้วย แต่บางโรงก็อย่างว่าท่านครับ แม้แต่เงินที่เราขอมาเพื่อใช้ในภาวะเศรษฐกิจ ในป้ ๒๕๔๘ – ๒๕๕๐ ครั้งหนึ่ง และในป้ ๒๕๕๐ อีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าโรงเรียนเอกชน เขาได้รับการ ต่อว่าจากครูนะครับ ขอประทานโทษ ว่าเอาเงินส่วนหนึ่งไปใช้ประโยชน์ ส่วนตน ไม่ได้นํามาใช้เพื่อเศรษฐกิจครูจริง ๆ เหล่านี้เปึนภาพที่เกิดขึ้นจริงครับ แต่ก็พยายามทําความเข้าใจกับผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของเหล่านั้นให้เกิดภาพพจน์ที่ดีแล้ว ว่ามีความจําเปึนต้องดูแลครู ท่านครับการเพิ่มวัตถุประสงค์นี่ เราคิดอยู่เสมอครับ ในการเพิ่มวัตถุประสงค์ หลายโรงที่ ต้องการรีไฟแนนซ์ (Refinance) เพราะบอกดอกของธนาคารแพงมาก และถ้ามีเงินเหลือนี่ ก็สามารถที่จะรีไฟแนนซ์ได้ แต่ปรากฏว่าในกติกาขณะนี้ยังไม่ให้เป่ดให้ถึงกับรีไฟแนนซ์ และผมกราบเรียนท่านในระยะอันสั้น ไม่ทราบว่าจะมีข้อสังเกตใดที่จะเปึนการเพิ่มเติม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ก็ละเอียด รอบคอบดีแล้วครับ เราเหลืออีกหลายเรื่องมันจะดึกไปครับ ก็อยากจะขอความกรุณา คุณเจะอามิง เอาไว้ตอนหลังดีกว่าครับ นะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อย่างนี้ได้ไหมครับ ต่อเนื่องที่ท่านได้ตอบอยู่นะครับ นิดเดียวครับท่านประธาน
ถ้าอย่างนั้นเอาสัก ๑ นาที เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนิดเดียวครับ ในประเด็นที่ เราพูดอยู่เมื่อสักครู่นี้ก็พูดถึงเรื่องในการกู้เงิน ในการให้เงินกู้การศึกษาในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม แต่ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานไปยังผู้ที่มาชี้แจงว่า สิ่งที่ทางคณะจะต้องไปดูและสภายังไม่ได้พูดถึงก็คือ เรื่องคุณภาพทางด้านการศึกษาของ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า ตามที่ผม ได้ข้อมูลมา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามนี่ ถ้าไปดูสถิติในการสอบของโอเน็ตและ เอเน็ต (ANET) ของรัฐบาล โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นักเรียนที่สอบโอเน็ต เอเน็ต ได้นี่จะอยู่ที่ลําดับที่ต่ํามาก นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณภาพของการศึกษานี่ ท่านจะต้อง ไปปรับปรุง นอกจากมีตัวงบประมาณ มีตัวเงินไปสนับสนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามแล้ว เรื่องคุณภาพท่านต้องติดตามด้วยครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือนักเรียนที่เรียน และจะศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ณ วันนี้ก็คือมีปัญหาในขณะที่เขาจะ ไปเรียนต่อ ไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่สูงขึ้นจะมีผลกระทบต่อระบบการศึกษา ในระดับภูมิภาค ผมขออนุญาตเรียนต่อไปอีกนิดหนึ่งครับว่า สําหรับโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามที่ผมได้รับรู้มา เรื่องเงินกู้เพื่อการศึกษาของนักศึกษา ของนักเรียน นะครับ ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าไม่พอสําหรับนักเรียน สําหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม และทําให้ส่วนหนึ่งผมขอย้อนกลับไปนิดหนึ่งครับว่า มันมีผลกระทบ ต่อการศึกษาของนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร ท่านต้องยอมรับในระดับ ของพื้นเพเดิม
ครับ ๑ นาที เกินไป ๒ นาทีแล้ว
ผมว่าเปึนประโยชน์นะครับ ท่านประธานครับ
เปึนประโยชน์มากครับ
ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่งครับ ผมไม่ค่อยได้ลุกขึ้นพูดครับ ถ้าไม่นั่นจริง ๆ ผมจะลุกขึ้นมาพูด ผมว่ามันจะเปึนประโยชน์ ต่อการศึกษา เปึนประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานฟังผม นิดหนึ่งครับ
ผมฟังแล้ว เชิญพูดต่อครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ที่จริง ผมพูดไปเวลา ๑ นาที ก็เสียกลับท่านประธานอีก ๑ นาที ไม่เปึนไรครับ ผมขออนุญาต เรียนเรื่องเงินกู้ของนักเรียนนะครับว่า ณ วันนี้คือค่อนข้างที่จะน้อย และผลกระทบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ รายได้ต่อหัวต่อคนต่อป้ ค่อนข้างที่ต่ํา สิ่งที่นักศึกษาจะได้ประโยชน์ นักเรียนจะได้ประโยชน์ หากมีเงินกู้เพื่อ การศึกษาสามารถต่อยอดถึงระดับมหาวิทยาลัยได้ ใช่ไหมครับ นี่คือประเด็น ในเมื่อเด็ก เหล่านั้นไม่สามารถกู้เงินในระดับ ม. ๖ ขึ้นมา แล้วการต่อยอดในระดับอุดมศึกษานี่ก็ทํา ให้คนเหล่านั้นไม่สามารถเข้าไปศึกษาต่อได้ อันนี้ผมอยากฝากตั้งเปึนข้อสังเกตให้กับ สช. ได้กรุณาได้ไปดูข้อห่วงใยของพวกผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งรับรู้ข้อมูล เหล่านี้นะครับ อยากจะฝากท่าน ขอความกรุณาท่านได้ไปดู แล้วก็ให้ความสําคัญในเงินกู้ ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ได้ให้ ข้อคิดเห็นข้อสังเกตอย่างดีที่สุดแล้วครับ แล้วก็ดูเหมือนว่าท่านรองปลัดฯ ท่านได้ตอบ ไปแล้วว่า ทางภาคใต้ครูไม่ต้องเสียดอกเหมือนที่อื่นครับ อันนี้ก็ทุกคนก็คงจะทราบนะครับ ก็ถือว่าผ่านนะครับ ขอบคุณครับท่านรองปลัดฯ ครับ
ต่อไประเบียบวาระ ๒.๑๐ รับทราบเรื่องผลการดําเนินงานของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับเรื่องปัญหาปุิยราคาแพง
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาพิจารณา ปัญหาปุิยราคาแพง และมีมติส่งเรื่องให้รัฐบาลรับเรื่องพิจารณาดําเนินการนั้น สํานักงาน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์รับไปพิจารณาดําเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์แจ้งว่าได้ดําเนินการตามมติดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการดําเนินงาน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไประเบียบวาระ ๒.๑๑ รับทราบเรื่องมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีการกล่าวหาร้องเรียนนายกรัฐมนตรี ว่าเปึนพิธีกรให้กับรายการชิมไปบ่นไป ของบริษัท เฟซ มีเดีย จํากัด ซึ่งไม่มีในระเบียบ วาระนะครับ
ด้วยผมได้รับหนังสือลับจากประธานกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาและมีมติไม่รับเรื่องตามข้อกล่าวหาของนายเรืองไกร มีกิจวัฒนะ ที่กล่าวหาร้องเรียน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ว่าเปึนพิธีกรให้กับ รายการชิมไปบ่นไป ของบริษัท เฟซ มีเดีย จํากัด ซึ่งเปึนธุรกิจเอกชนที่มุ่งหาผลกําไรหรือ รายได้มาแบ่งปันกัน อันเปึนการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๗ ประกอบมาตรา ๑๘๒ (๗) เนื่องจากมิใช่เปึนการ กระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทํา ความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ที่จะดําเนินการไต่สวน ข้อเท็จจริงต่อไปได้ตามมาตรา ๒๕๐ (๕) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปเปึนระเบียบวาระ ที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ เชิญคุณสุขุมพงศ์ครับ เดี๋ยวนะครับ คุณสุขุมพงศ์ เนื่องจากท่านรองนายกฯ มานั่งนานแล้วนะครับ ขอความกรุณาสักนิดหนึ่ง
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบ)
ขอเชิญท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกันนะครับ เชิญครับ เชิญเข้าห้องประชุมด่วนครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงวิป (Whip) ๒ ฝ์ายคุยกันแล้วนะครับเรื่องระเบียบวาระการประชุมวันนี้ เราจะจบลงที่วาระ รับทราบเรื่องของกองทุนพัฒนาโรงเรียนเอกชนนะครับ แล้วจะค้างเรื่องปุิยเอาไว้ กับเรื่อง ของประมวลจริยธรรม แล้วก็กําลังจะคุยกันว่าฝ์ายรัฐบาลเขาจะเสนอพระราชบัญญัติ ขึ้นมาฉบับหนึ่ง ค้างระเบียบวาระเอาไว้ก่อนตั้งแต่วันนี้เพื่อเปึนไปตามข้อบังคับ ซึ่งทาง ฝ์ายค้านก็ไม่ได้ขัดข้องแต่ประการใด บังเอิญท่านประธานท่านอ่านไป และผมก็ได้ทักท้วง แล้วนะครับ แต่ท่านประธานก็อ่านต่อจนกระทั่งจบในเรื่องรับทราบอีกเรื่องหนึ่งซึ่งก็ไม่มี ในระเบียบวาระที่มีการบรรจุมานะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะกราบเรียนว่านั่นเปึน ข้อตกลงของทั้ง ๒ ฝ์ายที่จะดําเนินการไปตามนั้นนะครับ
ก็ขอสักหน่อยหนึ่งนะครับ ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ที่ท่านพูดกับผมที่ห้องนะครับ เรื่องของท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ท่านรับปากกับผม ผมจึงจําเปึนจะต้องทําให้ถูกต้องตาม ระเบียบ เพื่อทุกฝ์ายได้เข้าใจ เพราะท่านลืมไปแล้วกระมังครับ ท่านเห็นไหมครับนั่งรอ ตั้ง ๑ เดือน ๒ ชั่วโมงแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ เข้าใจว่าเปึนเรื่องกฎหมาย กสท. ซึ่งจะต้องดําเนินการในกรณีที่ท่านรัฐมนตรีได้ตัดสินใจ มาแล้วก็คืออาจจะมีการถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกไปนะครับ แต่ว่าผมกําลัง จะกังวลว่าถ้าถอนแล้ว มันจะดําเนินการอย่างไรครับ เพราะมันจะกลายเปึนการข้าม ระเบียบวาระกันไป แล้วก็ตกลงกันแล้วเรื่องปุิย จะไปต่อพรุ่งนี้
ผมขอเลื่อนให้ก็แล้วกัน เปึนพรุ่งนี้ก็ได้ครับ
โอ.เค. ครับ ตรงนั้นไม่ได้มีปัญหา แต่ว่าดําเนินการให้ถูกต้องตามข้อตกลง ขอบพระคุณครับ
ก็เอาตามข้อตกลง ผมถือว่าที่ประชุมเข้าร่วมประชุมเกินครึ่งหนึ่งขององค์ประชุมนะครับ เชิญท่านรองนายกฯ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ซึ่งร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมนี้ เปึนพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ จึงเปึนร่างกฎหมายที่สําคัญมาก ทางรัฐบาลได้เสนอเข้ามาในสมัย ประชุมครั้งที่แล้ว มาตอนนี้ในระหว่างที่การป่ดสมัยประชุมนั้นก็ได้รับการทักท้วง ได้รับ การวิจารณ์จากองค์กรต่าง ๆ จํานวนมาก ซึ่งก็มีความจําเปึนว่าเราควรจะต้องทํา ประชาพิจารณ์อีกครั้งหนึ่ง ในขณะเดียวกันกระผมได้มีการประชุมกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งวิทยุ ทั้งโทรทัศน์และโทรคมนาคม ก็ตกลงกันว่าก่อนที่จะนําเข้ามาพิจารณาใน สภาแห่งนี้ในวาระที่ ๑ นั้น ก็น่าจะมีการทําประชาพิจารณ์ ทั้งหมด ๕ ครั้ง ก็ได้ทําไปแล้ว ที่กรุงเทพมหานคร ก็ได้รับความสนใจแล้วก็มีการร่วมจากทุกฝ์ายเปึนอย่างมากและ อย่างดีนะครับ ได้มีข้อคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ ทั้งนักวิชาการ ทั้งผู้ประกอบวิชาชีพ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม รวมแล้วมีมูลค่าเปึนแสนล้าน ซึ่งเราไม่ควรที่จะรีบ ดําเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม มันก็มีระยะเวลา ๑๘๐ วัน หลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบาย ที่จะต้องดําเนินการให้เสร็จตามรัฐธรรมนูญ ก็เห็นว่าในความจําเปึนนี้จําเปึนต้องมาขอ อนุมัติจากทางสภาว่าให้ได้จัดทําประชาพิจารณ์ให้ครบ ซึ่งคงจะเสร็จภายในเดือนนี้ ทราบว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ ฝ์ายค้านนั้นก็พร้อมที่จะนําพระราชบัญญัติเสนอด้วย เช่นเดียวกัน ก็จะได้เปึนเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับฝ์ายค้าน รัฐบาล แต่กลายเปึนเรื่องที่จะต้อง ทําเพื่อประโยชน์ในด้านกิจการ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์และโทรคมนาคมต่อไป ก็เลยใคร่จะขอ อนุญาตสภาแห่งนี้ รัฐบาลขอถอนร่างไปเพื่อฟังเสียงประชาพิจารณ์ให้เสร็จเรียบร้อย แล้วนํากลับเข้ามาใหม่อีกครั้งหนึ่ง คาดว่าไม่เกินต้นเดือนหน้า ขอประทานอนุญาต ท่านประธานด้วยครับ
ครับ ทางฝ์ายรัฐบาล ขอถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ ที่ประชุมมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ อนุมัติให้ถอนพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็ขอขอบคุณที่ประชุมครับ เชิญท่านสุขุมพงศ์
ท่านประธานที่เคารพ เนื่องด้วย มีเรื่องจําเปึนที่จะต้องขอเลื่อนระเบียบวาระ ซึ่งได้มีการหารือกันไว้หลายรอบแล้วนะครับ ท่านประธาน ซึ่งในเบื้องต้นก็เห็นด้วยพร้อมกัน ก็ขออนุญาตหลังจากที่มีการพิจารณา เรื่องกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือร่างข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรม ก็ขอเลื่อนเรื่องที่ ๕.๒๑ ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเสนอที่ว่าด้วยความคุ้มครองการดําเนินงาน สมาคมแห่งอาเซียนขึ้นมาพิจารณาต่อ และต่อด้วยเรื่องด่วนที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเสนอ เปึนลําดับต่อมา หลังจากนั้นก็เปึนไปตามระเบียบวาระเดิม ขอผู้รับรองด้วยครับ
เชิญ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่จะแสดงความเห็นคัดค้านหรือว่าเห็นด้วย นะครับ อยากจะขออนุญาตถามเหตุผลและความจําเปึนว่าเร่งด่วนขนาดไหนจึง จําเปึนต้องขอเลื่อนระเบียบวาระเช่นนี้นะครับ เพราะว่ามีพระราชบัญญัติที่เปึนประโยชน์ ต่อประชาชนอีกมากมายที่ค้างคาสภาอยู่ก็อยากจะทราบว่าที่ท่านขอเลื่อนนี่มีความ จําเปึนเร่งด่วนมากกว่าอย่างไรนะครับ และจะเปึนประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร อยากจะฟังเหตุผลนี้ก่อนครับ
เชิญ คุณสุขุมพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ จะอธิบายอยากจะเรียนท่านประธานว่า เมื่อสักครู่ท่านประธานวิปรัฐบาลก็พูดไป ในทํานองว่าเห็นพ้องต้องกันทุกประการแล้ว และให้กระผมในฐานะที่เปึนตัวแทน ฝ์ายรัฐบาลได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปึนทํานองการหารือแต่เพื่อจะให้ถูกต้องตามข้อบังคับ กระผมก็เลยเสนอเปึนญัตติด้วยวาจานะครับอันนี้ก็เข้าใจว่าเห็นพ้องต้องกันอยู่ในขณะนี้ ในข้อตกลงนั้น แต่เพื่อที่จะเปึนประโยชน์กับท่านสมาชิกเพื่อจะได้เกิดความเข้าใจว่า เหตุใดผมถึงเสนอเลื่อนระเบียบวาระทั้ง ๒ เรื่องขึ้นมาพิจารณา
เรื่องที่ ๑ คือเรื่อง ๕.๒ เปึนเรื่องที่เปึนพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของสมาคมแห่งอาเซียน เนื่องจากว่าในป้นี้เปึนกรณีพิเศษจริง ๆ ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ ให้เปึนประธานอาเซียน ซึ่งจะมีการประชุมกันภายในเดือนธันวาคมนี้ เราจะต้องมีการ ตระเตรียมงานเพื่อที่จะดําเนินการในฐานะที่เปึนประธานที่ประชุมแห่งอาเซียน ซึ่ง ประเทศทั้ง ๑๐ ประเทศขณะนี้ให้ความรับรองในเรื่องนี้แล้วไป ๘ ประเทศซึ่งยังเหลือ ประเทศไทยในฐานะที่เปึนประธาน การที่จะต้องมีกฎหมายรองรับจึงมีความจําเปึน เปึนอย่างยิ่งเพื่อที่จะให้ประเทศไทยนั้นสามารถทําตามกติกาความตกลงได้อย่าง สมภาคภูมิ เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้จะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภาและ ทรงพระกรุณาทูลเกล้าฯ เพื่อจะทรงลงพระปรมาภิไธยต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลาอยู่นาน พอสมควร เพราะฉะนั้นเห็นว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งจึงขอเลื่อนมาเปึนเรื่องที่ ๑
สําหรับเรื่องที่ ๒ อยู่ในเรื่องด่วนที่ ๓ นั้นเปึนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐๐ บอกว่า ให้ตราเปึนกฎหมายแล้วเสร็จให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งป้ นับตั้งแต่วันรัฐธรรมนูญ ใช้บังคับซึ่งก็หมายถึงว่าในวันที่ ๒๔ สิงหาคมนี้ จะต้องตราเปึนกฎหมายแล้ว เพราะฉะนั้นจึงมีความเร่งด่วนเปึนอย่างยิ่งนะครับจึงขอให้มีการเลื่อนขึ้นมาเปึน ลําดับที่ ๒ จึงขอเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายได้ให้ความเห็นชอบด้วยครับ
เชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ได้ฟังคําชี้แจงนะครับ ก็อยากจะถามทางท่านวิป รัฐบาลนะครับ ว่าหน้าตาประเทศก็เปึนสิ่งสําคัญผมเห็นด้วยนะครับ แต่อยากจะถาม ท่านว่าแล้วเรื่องของร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุที่ค้างอยู่นี่นะครับที่จะมีผลบังคับใช้ว่า ผู้สูงอายุ อายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปทุกคนในประเทศไทยนะครับมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพทุกคน นะครับจากรัฐบาล ก็อยากจะถามท่านว่าความสําคัญอันนี้ลําดับต่ํากว่าใช่ไหม แล้วท่าน จะพิจารณาความสําคัญระดับนี้ให้กับผู้สูงอายุเมื่อไรผมจะได้กลับไปแจ้งผู้สูงอายุ ในจังหวัดผมแล้วก็จังหวัดใกล้เคียงได้ว่า อนุญาตให้เรื่องลําดับความสําคัญความเร่งด่วน หน้าตาของประเทศเพราะประเทศไทยจะเปึนเจ้าภาพนั้นก่อน แต่อยากจะถามว่า แล้วเมื่อไรล่ะครับจะถึงคิวของผู้สูงอายุเสียทีหนึ่งนะครับเพราะเขาก็เปึนระดับพ่อ แม่เรา ปู์ ย่า ตา ทวดเรา ก็อยากจะฟังคําตอบอย่างนี้จากทางรัฐบาลด้วยนะครับว่าลืมผู้สูงอายุ แล้วหรือยังนะครับ อยากจะฟังตรงนี้ด้วย นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่าเรื่องที่จําเปึน อีกเรื่องหนึ่งก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตนะครับ ซึ่งผมก็คิดว่าเปึนสิ่งที่จําเปึนเหมือนกัน ฉะนั้นท่านประธาน ครับผมก็เห็นแก่หน้าตาประเทศ แต่อยากจะฟังให้ชื่นใจว่าเมื่อไรจะถึงคิวผู้สูงอายุบ้าง ของประเทศไทยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณสามารถ แก้วมีชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พลังประชาชนนะครับ ก็ขอ ประทานกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ที่ท่านสุขุมพงศ์ โง่นคํา ได้เสนอขอหารือ และเสนอเปึนญัตติ ขอเลื่อนมาต่อจากการพิจารณาร่างประมวลจริยธรรมนะครับ ทั้ง ๒ ร่างนั้นผมได้หารือกับ ทางวิปฝ์ายค้าน ก็เห็นชอบร่วมกันนะครับ ในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติท่านได้หารือว่า แล้วเราไม่เห็นความสําคัญของผู้สูงอายุหรือนะครับ ผมก็อยากกราบเรียนว่าเรื่องของ ผู้สูงอายุ แท้ที่จริงวันนี้เราก็มีพระราชบัญญัติผู้สูงอายุประกาศใช้อยู่แล้ว และใน พระราชบัญญัติผู้สูงอายุดังกล่าวผมจําได้ครับ เพราะผมเปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย นั่นก็คือ มาตรา ๑๑ (๑๑) ก็ได้พูดว่าผู้สูงอายุที่ยากไร้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึงและเปึน ธรรมนะครับ ผมจําแม่นเพราะว่าได้ดูแลเรื่องนี้มาตลอด ฉะนั้นถ้ามีร่างผู้สูงอายุที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ท่านได้เสนอไว้ใน ๕.๖ อาจจะเพิ่มเติมทําให้ผู้สูงอายุได้รับสวัสดิการเพิ่มเติมขึ้น พวกเราคงไม่ละเลยนะครับ แต่เราเห็นว่าพระราชบัญญัติผู้สูงอายุที่มีอยู่ก็พอช่วยเหลือ ผู้สูงอายุไปได้แล้ว ถ้าเราจะมีอีกฉบับหนึ่งที่ไปเติมสิ่งที่ขาดอยู่ก็ยินดีครับ แต่วันนี้อยาก ขอความกรุณานะครับเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน เราจําเปึนเร่งด่วนจริง ๆ ในร่าง พระราชบัญญัติที่จะคุ้มครองของอาเซียนนี่นะครับ เพราะว่าเราจะเปึนเจ้าภาพการ ประชุมอาเซียนในเดือนธันวาคมที่จะถึง และก็ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาประเทศไทย ก็ได้เปึนประธานอาเซียน ฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งจะอนุวัตรให้เปึนไปตาม กฎบัตรอาเซียนก็ยังเหลือเรานะครับที่ยังไม่ได้ออกมาบังคับใช้ ก็อยากขอความกรุณา เพื่อนสมาชิกนะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านได้เสนอมาล้วนแต่เปึนประโยชน์นะครับ ฉะนั้น เราจะทําอย่างไรที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุดสําหรับบ้านเมืองครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอคุณจุติ ไกรฤกษ์ อีกครั้งเดียวนะครับ พอแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ใช้เวลาครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน วิปรัฐบาลนะครับว่าที่ผมทวงถามนั้นคงไม่ใช่เกี่ยวกัน เพราะว่าผมเปึนคนเสนอ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ใช่วิสัยผมนะครับ ที่ผมถามก็เพราะว่าที่ท่านพูดว่า มีพระราชบัญญัติผู้สูงอายุใช้อยู่แล้ว ผมทราบครับ แต่ว่าประเด็นก็คือว่าขณะนี้ผู้สูงอายุ ทั้งประเทศนะครับมีจํานวน ๗,๒๐๐,๐๐๐ คน แต่ได้รับเงินช่วยเหลือเพียงแค่ ๓ ล้านคน เท่านั้น ยังไม่ทั่วถึงและก็ยังไม่เปึนธรรม ก็เลยอยากจะให้ทั่วถึงและเปึนธรรมมากขึ้น แต่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมนะครับ และเพื่อหน้าตาของประเทศ ผมก็ไม่ขัดข้อง เมื่อได้ ฟังเหตุผลอันนี้แล้วนะครับ แต่ก็อยากจะขอทวงรัฐบาลว่ายังมีผู้สูงอายุอีก ๔ ล้าน ๒ แสนคน ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือดูแลอย่างเหมาะสม เพราะว่าไม่ทั่วถึง ไม่เปึนธรรม ขอกราบเรียนท่านประธานเอาไว้บันทึกเปึนหลักฐานนะครับ ขอบพระคุณครับ
ต้องขอขอบคุณคุณจุติ ไกรฤกษ์ ด้วยนะครับ ตามที่คุณสุขุมพงศ์ได้เสนอญัตติต่อ ที่ประชุม มีท่านใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่น เปึนอันว่าสภาแห่งนี้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนพระราชบัญญัติว่าด้วย ความคุ้มครองการดําเนินงานของสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาเปึนวาระด่วน วาระที่ ๒ และนําร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ขึ้นมาเปึนเรื่องด่วนที่ ๓ ตามนี้นะครับ สมาชิกครับ คุณสุขุมพงศ์ครับ
ท่านประธาน ขออนุญาต คลาดเคลื่อนนิดหนึ่งครับ เรื่องด่วนที่กระผมเสนอหมายความว่าต่อจากเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว คือร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม และก็เรื่องร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองอาเซียน จะขึ้นมาเปึนเรื่องเลื่อนที่ ๑ เรื่องเลื่อนที่ ๒ ก็คือเรื่องวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นก็จะเปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วย ป.ป.ช. ครับท่านครับ ต้องเปึนตามที่กระผมเรียนนะครับ
ตกลงเอาตามที่คุณสุขุมพงศ์ได้สรุปอีกครั้งหนึ่งนะครับ คือเราจะพิจารณาเรื่องข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมก่อน แล้วก็จะเปึน พ.ร.บ. การให้ความคุ้มครองของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ แล้วก็จะเปึน พ.ร.บ. วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ เรียงตามลําดับไป นะครับ ท่านสมาชิกครับ
ต่อไปก็จะเปึนวาระเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือร่าง ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพิจารณาเสร็จแล้ว
ด้วยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเสนอให้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณานะครับ ก่อนพิจารณารายงาน ผมจะขอหารือ ที่ประชุมนะครับ ว่าเมื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการเสร็จแล้วถือว่าจบนะครับ แล้วการพิจารณาหากจะให้ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร (ฉบับที่) .. พ.ศ. .... มีผลบังคับใช้จะต้องมีการเสนอเปึนญัตตินะครับ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน และให้นําข้อบังคับว่าด้วยการเสนอและ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลมนะครับ สําหรับตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๘ โดยอนุโลมซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควรนะครับ เพื่อให้ร่างข้อบังคับ ของเรามีผลบังคับใช้โดยเร็ว ผมเห็นสมควรดําเนินการดังนี้นะครับ
๑. การพิจารณาร่างข้อบังคับให้กระทําเปึน ๓ วาระตามลําดับ เช่นเดียวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
๒. ในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ ให้คณะกรรมาธิการเปึนผู้เสนอรายงาน และให้สมาชิกเปึนผู้อภิปราย
๓. ถ้าที่ประชุมลงมติรับหลักการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณากําหนดเวลาของการแปรญัตตินะครับ หรือจะเป่ดโอกาสให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการพิจารณาเต็มสภา ท่านสมาชิกท่านใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ คุณจุติ ไกรฤกษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะทราบความจําเปึนนะครับ ว่าจําเปึน ขนาดไหนจะต้องพิจารณารวดเร็วถึงขนาด ๓ วาระรวด และกรรมาธิการเต็มสภา เพราะ ผมคิดว่าการกระทําเช่นนั้น จะทําให้ขาดความรอบคอบ กระผมเพียงแต่หารือที่ประชุม นะครับ เพราะผมไม่ถือเอาความเห็นของผมเปึนใหญ่ ผมอยากจะฟังว่าความเหมาะสม ในการพิจารณาน่าจะเปึนขนาดไหน เพราะว่า ๑. เรื่องวาระเร่งด่วนที่เลื่อนขึ้นวันนี้ ผมก็ยัง ไม่ทราบว่าเนื้อหาเปึนอย่างไรนะครับ มีผลกระทบอย่างไร แล้วก็ให้สมาชิกผมก็ยังไม่ ทราบด้วยว่ามีกี่มาตรา จะสั้นจะยาว จะสั้นจะยาวไม่สําคัญ เท่ากับว่าประเมินผลกระทบ บวกหรือลบผมไม่ทราบนะครับ ก็อยากจะฟังคําชี้แจงว่า ความเหมาะสมมันมีขนาดไหน ก่อนที่จะมีความเห็นเปึนอย่างอื่นครับท่านประธานครับ
ขอเชิญทางวิปรัฐบาล คุณสามารถ แก้วมีชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามรถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พลังประชาชนครับ ผมอยาก เรียนหารือท่านประธานอย่างนี้นะครับ ที่จริงวันนี้นะครับ ที่ได้หารือกับทางวิปฝ์ายค้าน ก็สรุปว่าหลังจากที่ท่านสุขุมพงศ์ได้หารือขอเลื่อนวาระซึ่งที่ประชุมก็ไม่ได้เห็นเปึนอย่างอื่น นะครับ ก็จะขอความกรุณาให้ท่านประธานได้ป่ดการประชุมไปก่อน แล้วพรุ่งนี้นะครับ เราก็มาเริ่มกระทู้ธรรมดา กระทู้สด เสร็จแล้วเราก็มารับทราบเรื่องการแก้ไขปัญหาปุิย ราคาแพงของกระทรวงเกษตร เสร็จแล้วเราก็ต่อด้วยร่างประมวลจริยธรรม ส่วนจะ ๓ วาระรวด หรือว่าจะตั้งกรรมาธิการก็พรุ่งนี้มาว่ากัน หลังจากนั้นแล้วเราก็จะ เข้าวาระที่ท่านสุขุมพงศ์เลื่อนขึ้นมาครับท่านประธาน ฉะนั้นผมอยากเรียนหารือ ท่านประธานว่าที่ได้ตกลงกันเปึนแบบนี้นะครับ ฉะนั้นวันนี้ทุกอย่างเรียบร้อยก็ขอความ กรุณาท่านประธานได้พิจารณา ถ้าเปึนไปได้ก็ป่ดการประชุมวันนี้ก่อน แล้วพรุ่งนี้ว่ากัน ตามวาระการประชุมของวันพฤหัสบดี แล้วก็ต่อด้วยเรื่องต่าง ๆ ที่ได้เลื่อนขึ้นไว้ครับ ท่านประธานครับ
ผมเองไม่ขัดข้องนะครับ แต่เมื่อกี้ท่านประธานท่านบอกกระผมไว้ว่าวันนี้น่าจะจบ การพิจารณาข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม เพื่อพรุ่งนี้จะได้ต่อเนื่องได้เลยนะครับ แต่ก็แล้วมติของที่ประชุมแห่งนี้นะครับ การตั้งคณะกรรมาธิการจะเปึนคณะกรรมาธิการ วิสามัญในวาระแปรญัตติก็ทําได้ครับ อยู่กับมติของที่ประชุมแห่งนี้เปึนหลักนะครับ ก็อยากจะขอฟังความคิดเห็นของบรรดาสมาชิกครับ เห็นด้วยไหมครับที่จะพิจารณา ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ให้จบ แล้วพรุ่งนี้จะ ได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ได้อีกนะครับ คุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ข้อตกลงเราตกลงกันตามที่ ท่านประธานวิปรัฐบาลได้รายงานต่อท่านประธานแล้วครับ แล้วก็คิดว่ายังมีรายละเอียดที่ ทางวิปฝ์ายค้านจะต้องประชุมเพื่อที่จะมีความเห็นมีท่าทีต่อร่างประมวลจริยธรรมอีก นะครับ จึงขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานได้ปฏิบัติตามข้อตกลงของทั้ง ๒ ฝ์ายครับ กราบขอบคุณครับ
ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาตร์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ผมว่าจะสับสนนิดหน่อยนะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่า ที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ ให้มีการเลื่อนระเบียบวาระรับทราบเรื่องผลการดําเนินงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับเรื่องปัญหาปุิยราคาแพง ผมคิดว่าระเบียบวาระ ตรงนั้นนะครับได้เข้าระเบียบวาระ เมื่อเลื่อนไปแล้วนี่นะครับผมคิดว่าน่าจะต้องนําเรื่องนี้ เข้ามาพิจารณาก่อน ก่อนที่จะนําระเบียบวาระเรื่องเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมนะครับ แล้วก็เมื่อนี้ก็เปึนปัญหาอยู่เหมือนกันว่าถ้าอยู่ในระเบียบวาระเรื่องรับทราบแล้วให้เลื่อน ไปนะครับ แล้วมาขอเสนอญัตติเพื่อขอเลื่อนระเบียบวาระนี่ ผมไม่แน่ใจว่าในช่วงเวลานั้น ท่านประธานได้ดําเนินเรื่องระเบียบวาระ ๒.๑๐ ไปหรือยังนะครับ ถ้าอย่างนั้นจะเปึน ปัญหา แต่อย่างไรก็ตามน่าจะเอา ๒.๑๐ มาพิจารณาก่อน ก่อนที่จะนําเรื่องประมวล จริยธรรมมาพิจารณา แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมนั้นผมคิดว่าในเวลาอย่างนี้ สถานการณ์อย่างนี้นะครับ ถ้าพิจารณาวันนี้ให้จบคงลําบาก และเราจะใช้ ๓ วาระนี่ผม คิดว่าจะยาวไปอีกนะครับ อาจจะยาวกว่าพิจารณาปกติธรรมดาด้วยซ้ําไป เพราะถ้ามา พูดถึง ๓ วาระนี้ สมาชิกทุกคนนี่เปึนผู้แปรญัตติสามารถอภิปรายได้หมดทั้งสภา ผมว่าจะ ยืดเยื้อแล้วจะยาวแล้วไม่จบด้วยครับ ผมว่าอย่างไรวันนี้เลื่อนไปก่อนนะครับท่านประธาน แล้วก็นําระเบียบวาระที่ ๒.๑๐ เรื่องรับทราบพิจารณาให้เสร็จแล้วก็นําเรื่องนี้เข้ามา พิจารณาครับ ขอบคุณครับ
เมื่อกี้นี้ผมได้ฟังท่านประธานท่านเลื่อนนะครับ ระเบียบวาระที่ ๒.๑๐ ว่าด้วยเรื่องของ เกษตรนะครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่าขณะนี้ผู้ที่มาชี้แจงก็มาเพียงท่านเดียว แล้วท่านได้ขอ อนุมัติแล้วท่านนั้นเปึนข้าราชการเพียงระดับแค่ซี ๘ ไม่สามารถจะมาตอบคําถามของ บรรดาเพื่อนสมาชิกได้นะครับ เมื่อกี้นี้ท่านประธานจึงได้ขอเลื่อน จริง ๆ ท่านประธาน ไม่ได้แจ้งนะครับว่ามีมาท่านเดียวคือระดับ ๘ แต่ท่านได้ขออนุมัติที่ประชุมแห่งนี้เลื่อนไป พิจารณาในวันพรุ่งนี้นะครับ อย่างไรก็ตาม เมื่อกี้นี้ผมได้หารือว่าถ้าหากว่าเราจะพิจารณา ข้อบังคับว่าด้วยการประชุมว่าด้วยประมวลจริยธรรม แล้วก็ให้เราพิจารณากันด้วยนะครับ ว่าจะแปรญัตติตามปกติโดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือจะพิจารณาทีเดียว ๓ วาระ เท่าที่ฟังดูสมาชิกส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการพิจารณา ๓ วาระนะครับ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่มีความจําเปึนเร่งด่วนที่จะต้องพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมในวันนี้นะครับ เพื่อให้เปึนไปตามข้อตกลงระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ์ายค้าน นะครับ ผมเห็นว่าวันนี้เราประชุมกันมาเปึนเวลาพอสมควรครับ ขอป่ดประชุมครับ ขอบพระคุณทุกท่านครับ