สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๖ สิงหาคม ๒๕๕๑

จตุพร พรหมพันธุ์ อภิปรายเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และขอให้เลขาธิการ ป.ป.ช. อธิบายความจริงเกี่ยวกับองค์กรนี้ โดยระบุว่าไม่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ทำให้ไม่มีฐานะเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. และถามถึงสิทธิของกรมบัญชีกลางในการจ่ายเงินเดือนให้คณะกรรมการนี้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียน กับท่านประธานว่า สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้นั้นซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในชุดปัจจุบัน ผมเองได้เห็นคําสัมภาษณ์ของผู้ที่มาชี้แจงคือท่าน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หนังสือจากสํานักราชเลขาธิการที่มีมายัง คณะรัฐมนตรีในลักษณะของการท้าทายว่ามีหนังสือฉบับนี้แล้วก็ท้าให้ไปดูที่ ป.ป.ช. ผมจะ เก็บประเด็นนี้เอาไว้ตอนท้าย แต่ประเด็นที่ผมจะต้องอภิปรายต่อท่านประธานก็คือว่า ณ วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ เปึน ป.ป.ช. จริงหรือเปล่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ จะสามารถมารายงานผลการปฏิบัติงานในนาม ป.ป.ช. หรือไม่ ผมมีเหตุผลที่อยากจะฟัง จากท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งมาทําหน้าที่ในการอธิบายความ ผมขอกราบเรียนไปยัง ท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ว่า นักการเมือง ผมว่าน้อยคนที่ใครอยากจะมีเรื่องหรือมีปัญหากับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพราะนักการเมืองโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นจะมีเรื่องและจะมีปัญหากันไม่ได้ เพราะนักการเมืองมีหน้าที่ ในการส่งบัญชีทรัพย์สินหลังจากรับตําแหน่ง ๑ เดือน หมดวาระจะด้วยวิธีการใด ๆ ก็แล้วแต่ วาระกฎหมายบอก ๔ ป้ แต่ในทางปฏิบัติจะอยู่กี่เดือน กี่วันก็แล้วแต่ หลังจากนั้นภายใน ๑ เดือนต้องรายงานต่อท่านอีก หลังจากนั้นครบ ๑ ป้ ก็ต้องแสดง บัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านเปึนองค์กรเดียว ที่มีหน้าที่ส่งบัญชีทรัพย์สินซึ่งผมเชื่อว่าคนไทย ๑๐๐ คน ว่าองค์กรอิสระ นักการเมือง ต้องส่งบัญชีทรัพย์สินไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนนักการเมืองซึ่งเปึนพวก ที่เลวร้ายที่สุดในสายตาของคนนั้นจะต้องนําเอามาเป่ดเผยในที่สาธารณะ องค์กรอิสระ ทุกองค์กรส่งไปยัง ป.ป.ช. ก็ป่ดผนึกเอาไว้ ส่วนคณะกรรมการ ป.ป.ช. เอง ก็ส่งไปไว้ที่ ประธานวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพ แต่ประเด็นที่ผมอธิบายความก็คือ อํานาจของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นเปึนองค์กรที่ต้องตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบการทุจริตสิ่งที่ เกิดขึ้นในบ้านในเมือง ถือว่าเปึนองค์กรที่สําคัญ เปึนหนึ่งในองค์กรอิสระที่จะต้องได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กระทําการในนามพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งโดย อาศัยคําสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ฉบับที่ ๑๙ ในคําสั่งดังกล่าวนี้นะครับ เรื่องให้พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ในข้อที่ ๑ ของคําสั่งฉบับที่ ๑๙ ให้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้ต่อไป โดยให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา แปลความกันว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและการปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ ใช้ทุกมาตรา ยกเว้นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาเท่านั้น ข้อที่ ๓ ครับ ท่านประธานที่เคารพ คําสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ให้คณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ป้ ๒๕๔๒ ประกอบด้วยคนทั้ง ๙ คน ซึ่งผมไม่ต้องอธิบายในที่นี้ ข้อสังเกตอย่างนี้ ครับท่านประธานที่เคารพ ในข้อที่ ๔ ในคําสั่งที่ ๑๙ ที่ตั้ง ๙ คนที่ว่านี้นะครับบอกเลยว่า ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตําแหน่งด้วยเหตุใด ๆ หรือมีกรรมการเหลืออยู่ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป ให้กรรมการที่เหลืออยู่นี้นะครับยังทํางานอยู่ แต่ในกรณีที่กรรมการพ้นจาก ตําแหน่งและกรรมการที่เหลืออยู่ไม่ถึง ๖ คน ให้นายกรัฐมนตรีสรรหาบุคคลเพื่อขอความ เห็นชอบจากสภาที่ทําหน้าที่นิติบัญญัติ และนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป หรือดําเนินการสรรหาแต่งตั้งตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ใน ขณะนั้นแล้วแต่กรณี มีข้อที่ ๕ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ได้ประกาศไว้ในวันที่ ๒๒ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ท่านประธาน ที่เคารพ ฉบับที่ ๓๓ ลงวันที่ ๓๐ คือผมพยายามต้องอธิบายให้ความเปึนธรรมกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ผมมีข้อสงสัยก็คือว่าในคําสั่งฉบับที่ ๓๑ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน นั้น จะโดยล่วงรู้หรือไม่ว่านะครับ ก็ออกมาตอกย้ําอีกว่าให้ถือนะครับ ในข้อ ๑ ตอน ๑ ว่า ให้ถือว่าคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งได้รับการแต่งตั้ง ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ฉบับวันที่ ๑๙ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๙ ได้รับการสรรหาและแต่งตั้ง โดยชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและการปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ

ท่านประธานที่เคารพ ดูเสมือนหนึ่งว่าไม่มีอะไร น่าจะเปึนได้อย่างไม่มี ปัญหา แต่ถามว่าในคณะ ป.ป.ช. นี้นะครับ เมื่ออ่านคําสั่งของคณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดิน ฉบับที่ ๑๙ คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเลขาธิการนั่นแหละครับรู้ตัวดีที่สุด ได้ทํา หนังสือไปทันที แต่งตั้งวันที่ ๑๙ ฉบับที่ ๑๙ ยังไม่ถึงฉบับที่ ๓๑ ในวันที่ ๓๐ กันยายน ระยะเวลาจากฉบับที่ ๑๙ ไปยังฉบับที่ ๓๑ นั้น ๘ วัน แต่ปรากฏว่าก่อนฉบับที่ ๓๑ จะออกนั้น คนที่นั่งอยู่ใน ป.ป.ช. นั้นได้มีความรู้สึกทันทีว่าจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในหนังสือการชี้แจงของโฆษก ป.ป.ช. คือ นายกล้านรงค์ จันทิก ได้อ้างว่าได้มีหนังสือในวันที่ ๒๖ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ คําสั่งฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๖ กันยายน ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครอง คือ คปค. เพื่อสอบถามประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงการดําเนินการนําความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั่นแปลความว่า ๕ วัน ท่านก็รู้ เพราะพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานที่เคารพ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ คณะปฏิรูป การปกครองซึ่งนําโดย พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ที่มีการกล่าวอ้างเรื่ององค์รัฏฐาธิปัตย์ ภายหลังนั้นบอกว่าให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ยกเว้นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาเท่านั้น แปลความกันว่าทั้งฉบับนี่อยู่ครบ ท่านประธานลองอ่านดูสิครับว่า เป่ดไปดูในมาตรา ๖ มาตรา ๖ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๖ ให้คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบด้วยคณะกรรมการคนหนึ่งและ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๘ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา มาตรานี้ท่านก็บอกว่าวันนั้นวุฒิสภาได้ถูกยกเลิกตั้งแต่ ฉบับที่ ๑ นะครับ ซึ่งบอกชัดเจน ว่าลงวันที่ ๑๙ ของ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ สิ้นสุดลง วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลงพร้อมกับรัฐธรรมนูญ ท่านประธานลองตามไปดูสิครับว่า แล้วมาตรานี้ยังใช้อยู่ แต่เอาล่ะมีการยึดอํานาจ วุฒิสภาได้สิ้นสุดลงไปตามคําสั่งของ คณะรัฐประหาร ฉบับที่ ๓ แล้วครับท่านประธาน มาตรา ๑๒ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้จะนํามากล่าวอ้างว่าถูกยกเลิกหรือถูกลบไปด้วยคําว่า รัฏฐาธิปัตย์ ไม่ได้เลย เพราะ พลเอก สนธิ ในฐานะหัวคณะปฏิวัติออกคําสั่งว่าให้พระราชบัญญัติปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ นั้น มีผลบังคับใช้ต่อไป ยกเว้นมาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาเท่านั้น มาตรา ๑๒ นี่ครับกรรมการมีวาระดํารงตําแหน่งเก้าป้ นับตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีวาระการดํารงตําแหน่ง ๙ ป้ นับตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งและให้ดํารงตําแหน่งวาระเดียว เพราะฉะนั้นวาระของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะนับวันแรกคือวันรับเงินเดือน วันแรกก็คือวันที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คือเริ่มต้นการเปึน ป.ป.ช. ได้ คือนับวันพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ไปถึง ๙ ป้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อมาตรา ๑๒ ระบุชัดเจนว่า การเริ่มต้นของ ป.ป.ช. ต้องมี พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง วันนี้ไม่ได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งใด ๆ ทั้งสิ้น ถามว่า ต่อมาแล้ว ป.ป.ช. ชุดนี้อยู่อย่างไร กรมบัญชีกลางมีสิทธิจะไปจ่ายเงินเดือนให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเปล่า