เจริญ คันธวงศ์ หารือเรื่องการให้กู้เงินแก่โรงเรียนเอกชน โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนเอกชนและเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เจริญ คันธวงศ์ ยังขอแก้ไขระเบียบการอนุมัติให้ลดหย่อนภาษีสำหรับผู้บริจาคเงินเพื่อการศึกษา
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอตั้ง ข้อสังเกตในผลการดําเนินงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนเพื่อ ไม่ให้ซ้ํากับคนอื่นก็ขอเข้าสู่ประเด็นเลยว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายงานของท่านเล่มนี้ นะครับ ในหน้า ๑๖ ได้บอกว่าการที่อนุมัติให้เขากู้เงินนั้น ป้ ๒๕๔๐ ให้เขากู้ ๑๔๒ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๑ ลงมาจนถึงป้ ๒๕๔๗ ปรากฏว่าอนุมัติเงินน้อยลงไป น้อยลงไป ตามลําดับ ผมไม่เข้าใจเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่ว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้นเปึนวิกฤติการณ์ทางการเงิน ต้มยํากุ้งระบาดทั่วไป ธนาคารมีปัญหากันทั่วไป บริษัทร้านค้ามีปัญหาทั่วไป ผมคิดว่า โรงเรียนก็มีปัญหา ก็คงจะต้องจําเปึนต้องใช้เงินมาบริหารโรงเรียน แต่ปรากฏว่าได้รับการ อนุมัติกู้จากกองทุนตัวนี้น้อยลงไป ในป้ ๒๕๔๕ ซึ่งผลกระทบกระเทือนจากป้ ๒๕๔๔ ก็คือว่าให้ได้รับอนุมัติเพียง ๕๕ ล้านบาทเท่านั้นเอง มันน้อยลงไปก็คือป้ ๒๕๔๗ เหลือ ๓๙.๕ ล้านบาท อันนี้ผมก็ข้องใจอยากจะทราบนะครับ
ทีนี้พูดถึงโรงเรียนเอกชนนั้น ท่านรองปลัดเราก็เคยทํางานด้วยกันมาก่อนที่ กระทรวงศึกษาธิการ ก็ดีใจที่ท่านเปึนรองปลัดในขณะนี้ ที่จริงแล้วท่านก็ทราบดีว่า โรงเรียนเอกชนนั้นมีอยู่ ๒ ประเภท ฐานะดีกับฐานะไม่ดี ผมเคยยกตัวอย่างให้ฟังว่า สมมุติว่าโรงเรียนไหนที่เก็บค่าเล่าเรียนถูก ๆ นั้นคนไม่ค่อยไปเรียน เขาคิดว่าไม่ดี แต่บาง โรงเรียนถ้าหากว่าถ้าไปเข้าทีก็ให้ค่าโต๊ะ เก้าอี้เขาประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาท คนแย่ง กันเข้า แล้วโรงเรียนประเภทนี้เขาไม่ได้ขอเงินกู้ เขาไม่มีปัญหา เขาขออย่างเดียวคือ กระทรวงอย่าไปยุ่งกับเขาก็แล้วกัน เขาจะบริหารต่อไป สําหรับโรงเรียนที่เก็บค่าเล่าเรียน ถูก ๆ นั้นมีปัญหามาก เพราะว่าคนที่ไปเรียนประเภทนี้ก็คือคนที่ไม่มีสตางค์ แล้วก็เวลาถึง เวลาชําระค่าเล่าเรียนก็ไม่มีสตางค์ให้เขา ไปขอผ่อนชําระ คนเปึนครูก็เดือดร้อน
ทีนี้ปัญหาโรงเรียนประเภทหลังนี่เปึนโรงเรียนที่มีปัญหามากที่จะต้องขอกู้ แต่ว่าในรายงานของท่านไม่ได้บอกนะครับว่ามีเงินให้กู้เท่าไร คงจะใช้ดอกผล แต่ว่าผม อ่านดูจากที่ท่าน ส.ส. ประกอบพูด หรือท่านชินวรณ์บอกว่าไปฝากที่กองคลัง คงประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท คงจะเอาดอกผลจากตรงนี้กระมังไปให้เขากู้ ผมเดานะครับ อันนี้นั่งดูจากงบดุล ผมเดาอย่างนั้น แต่ว่ามีเงินให้กู้เท่าไรไม่ทราบ แต่ที่รู้แน่ ๆ อย่างที่ ท่าน ส.ส. ผ่องศรีพูดก็คือว่าระหว่างป้ ๒๕๓๒ ถึงป้ ๒๕๔๙ นั้นมีโรงเรียนขอกู้ทั้งสิ้น วงเงิน ๓,๓๖๔ ล้านบาท แต่ให้กู้เพียง ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ผมไม่ทราบว่า ทําไมถึงให้น้อยอย่างนั้น หรือว่าเงินไม่มีหรือเปล่าไม่ทราบ อันนี้ต้องขอฝากทางเจ้าหน้าที่ ทางกระทรวงศึกษาธิการผ่านท่านประธานนะครับว่า ขณะนี้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนั้นเปึนคนนอกวงการศึกษามาก่อน เปึนคนเก่งทางกฎหมาย รู้เรื่อง อย่างอื่นดี แต่ว่าปัญหาการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนเอกชนนี้ผมคิดว่าเขาคง จะต้องใช้เวลาเรียนรู้พอสมควร แต่ว่าถ้าหากจะใช้เวลาเรียนรู้นานนี้ผมกลัวว่าโรงเรียน เอกชนจะมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่ารัฐ คนไหนเข้าโรงเรียนของรัฐ ๑๒ ป้แรกนั้น ฟรี แต่เข้าโรงเรียนเอกชนนั้น ๑๒ ป้แรกเสียเงิน ผมกลัวว่าโรงเรียนเอกชนนี้จะพังพินาศไป เสียก่อน เพราะว่าโรงเรียนเอกชนนั้นได้ช่วยประเทศชาติมามาก เวลาต้องการเขาเข้ามา ช่วยแบ่งเบาภาระ ถึงแม้ว่ารัฐจะช่วยเหลือน้อย แต่ว่าเชิงในการบริหารนั้นมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าทางกระทรวงศึกษาธิการให้ความสนใจมากก็จะเปึนประโยชน์มาก ฉะนั้นก็อยากจะ เรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังที่ท่านข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการว่านําปัญหานี้ เรียนกับผู้บริหารระดับนโยบายว่าจําเปึนต้องเข้าไปช่วยเหลือเขาด่วน เพราะว่ามิฉะนั้น แล้วนะครับทางผู้บริหารนั้นเขาไม่เข้าใจว่าทําไมมีปัญหาอย่างนี้ด้วยหรือ เขาไม่ทราบ ตัวของท่านจับเรื่องนี้มา ๒๐ กว่าป้ ๓๐ ป้ ท่านต้องรู้คนแรก แล้วก็นําเรียนเรื่องนี้โดยด่วน เพราะเปึนภาระสําคัญ ก็อยากจะขอฝากไว้ด้วยครับ
เรื่องถัดไปก็คือว่า ข้อสังเกตอีกอันหนึ่งก็คือว่าในหน้า ๑๘ ของรายงานนั้น บอกว่าเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ ก็เพราะว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนถึงป้ปัจจุบันนั้น ภาครัฐ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ มันคงจะมีมากแล้วหรืออย่างไรผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ผม เรียนให้ทราบนะครับว่า ตอนนี้น้ํามันแพง เศรษฐกิจของโลกชะลอตัว ผู้ปกครองไม่มี สตางค์ใช้ ผมว่าโรงเรียนเดือดร้อนแน่ ผมไม่ทราบว่าทําไมรัฐถึงไม่ให้ อันนี้ก็อยากจะฝาก ท่านเหมือนกันนะครับ ฝากท่านรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ระดับนโยบายว่า ต้องดูแลเรื่องนี้โดยด่วน มิฉะนั้นแล้วจะมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ นอกจาก เศรษฐกิจตกต่ําแล้ว ก็คือว่าเด็กเกิดน้อยลงไป แล้วก็ป้หนึ่งเข้าโรงเรียนไม่เกิน ๒ ล้านคน แล้วก็เข้าโรงเรียนเอกชนน้อยลงไป โรงเรียนจะลําบากมากยิ่งขึ้น ตอนที่ผมอยู่ กระทรวงศึกษาธิการนั้น ผมก็เคยคิดว่าน่าจะทําแผนว่า อนาคตของโรงเรียนเอกชนนั้น จะเปึนอย่างไร ไม่ให้เขาเจ๊ง ต้องมีการวางแผนระยะยาว ๕ ป้ ๑๐ ป้ว่าจะเปึนอย่างไร ผมคิดว่าตอนนี้ท่านคงจะได้นําเรื่องนี้เรียนกับท่านผู้บริหารกระทรวงว่าจะต้องทําอย่างไร สักอย่างหนึ่ง ช่วยกันปรึกษากับสมาคมการศึกษาเอกชนว่าแผนต่อไปเด็กจะเกิดน้อยลงไป เราจะทําอย่างไรต่อไป รัฐจะเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร เราจะทํางานด้วยกันอย่างไร อันนี้ ผมก็อยากจะฝากไว้เปึนข้อสังเกตนะครับ เพราะว่าไม่ต้องการให้โรงเรียนเขามีปัญหา ฐานะทางการเงินต่อไป
แล้วอีกประการหนึ่งที่ท่านประกอบก็เคยตั้งข้อสังเกตไว้แล้วว่า การขอ อนุมัตินั้นปรากฏว่าคณะกรรมการได้อนุมัตินั้น ก็คือว่าให้อนุมัติเพียง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของหลักทรัพย์ที่วางค้ําประกัน ผมว่ามันยิ่งกว่าแบงก์ มันไม่ได้เอื้ออํานวย ท่านชินวรณ์ บอกว่าที่จริงควรจะลดลงมาเหลือดอกเบี้ยร้อยละ ๑ เสียด้วยซ้ํา ผมเห็นด้วยนะครับ ในต่างประเทศท่านก็ทราบอยู่แล้วครับว่า ผู้ใดบริจาคเงินเพื่อการศึกษานั้น เขาให้เอา ใบบริจาคนั้นมาหักลดหย่อน ของเราก็มีแต่หักได้นิดเดียว จึงไม่เปึนเรื่องจูงใจที่จะ บริจาคเงินเพื่อการศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อโรงเรียนเอกชน เรื่องนี้ผมก็เคยพูดกับ รัฐมนตรีหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีที่มาจากพื้นฐานเปึนข้าราชการ กระทรวงการคลังมาก่อน แล้วเปึนรัฐมนตรีแล้วพูดยากครับ แต่ต้องเปึนรัฐมนตรีที่มาจาก ทางสายการเมืองถึงจะเข้าใจปัญหาของชาวบ้านว่าเราเก็บเงินมาแล้วต้องคืนกลับ ประชาชนต่อไป อันนี้ก็อยากจะฝากท่านเหมือนกันนะครับว่าสะท้อนให้กับผู้บริหารของ กระทรวงศึกษาได้ทราบด้วย
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า เรื่องที่อนุมัตินั้นต้องใช้หลัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ หลักทรัพย์ค้ําประกันนี้ ผมอยากจะถามว่ามีทางจะผ่อนคลายได้ไหมครับ หรือว่าเปึน ระเบียบของมัน แก้ไขไม่ได้ ถ้าแก้ไขได้ก็จะช่วยโรงเรียนได้มากครับ ผมขอตั้งข้อสังเกต ไว้เพียงแค่นี้ครับท่านประธานครับ