สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๖ สิงหาคม ๒๕๕๑

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการสนับสนุนกองทุนเพื่อพัฒนาโรงเรียนเอกชน โดยเน้นย้ำถึงความเป็นจริงที่โรงเรียนเอกชนมีคุณภาพการศึกษาที่สูงกว่า และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาโรงเรียนเอกชน พร้อมชี้แจงว่าเงินกองทุนควรนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่จำเป็นต้องเพิ่มภาษีของประชาชนเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้เงินกองทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนในการจัดการศึกษา และเรียกร้องการชี้แจงการฝากเงินกองทุนไว้ที่กองคลัง

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ แล้ว รายงานเงินกองทุนเพื่อพัฒนาโรงเรียนเอกชนนั้นเปึนเรื่องที่พวกกระผมได้ติดตามมาโดย ตลอด และก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าในช่วงที่พวกผมได้มีโอกาส คือพรรคประชาธิปัตย์ได้มี โอกาสเข้าไปบริหารกระทรวงศึกษาธิการ ขอประทานโทษ ตั้งแต่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการในการที่จะสนับสนุนให้มีกองทุนเพื่อพัฒนาการศึกษา ของโรงเรียนเอกชน เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในช่วงก่อนป้ ๒๕๔๕ นั้นเราได้มีการ จัดสรรงบประมาณเพื่อสมทบให้กับกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชน ตามลําดับ เพิ่งมาถูกตัดไปตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนถึงป้ ๒๕๔๙ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วผมมีประเด็นแค่ ๓ ประเด็นเท่านั้นเองนะครับ

ประเด็นแรกนั้นผมคิดว่าผมต้องขอชื่นชมท่านผู้ปฏิบัติหน้าที่สํานักงาน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชน ซึ่งว่าตามจริงท่านก็เปึนลูกหม้อของ สช. ซึ่งดูแลโรงเรียนเอกชนมาตั้งแต่ท่านเปึนข้าราชการ ตั้งแต่เปึนหัวหน้าฝ์ายจนถึง ผู้อํานวยการส่วน จนถึงได้มีโอกาสในช่วงสุดท้ายในชีวิตราชการ ได้ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าต่อประเด็นของการบริหารจัดการกองทุนนั้นผมไม่มีความ เคลือบแคลงต่อประเด็นของท่านเลขาธิการคณะกรรมการ ซึ่งขอประทานโทษต้อง เอ่ยนาม คือ ท่านสํารวม พฤกษ์เสถียร แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าด้วยความดีดังกล่าวนี้ นะครับท่านยังได้รับการยอมรับในวงการการศึกษาเอกชนให้ไปเปึนคณะกรรมการ กองทุนการศึกษาเอกชนต่อไป ซึ่งท่านจะต้องรับภาระในการที่จะต้องดูแลและพัฒนา โรงเรียนเอกชน ซึ่งในความหมายของกองทุนดังกล่าวนี้ครอบคลุมเฉพาะในส่วนที่เปึน โรงเรียนในระดับอาชีวะ สามัญ และการศึกษาพิเศษเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ไปถึงระดับของอุดมศึกษา ซึ่งก็จะมีกองทุนที่จะให้กู้ยืมในการสนับสนุนการสร้าง มหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งได้ดําเนินการจัดตั้งในรัฐบาลในช่วงนั้นด้วยเช่นเดียวกันครับ

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องกองทุนนี้ ประเด็นแรกก็คือว่า ผมอยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว โรงเรียนเอกชนนั้นมีบทบาท สําคัญในการที่จะช่วยเสริมสร้างในการพัฒนาการศึกษาของชาติ และแน่นอนที่สุด ถ้าเรา มาดูผลของการวิจัยก็ดี เราพบความเปึนจริงนะครับว่าการศึกษาในระดับสามัญศึกษา ในระดับการศึกษาพิเศษ หรือแม้แต่ในระดับอาชีวศึกษานั้น การศึกษาของโรงเรียนเอกชน นั้นได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพที่สูงขึ้น แต่ว่ากองทุนดังกล่าวนี้ที่เราได้มีการเสริม ขึ้นมา เพื่อช่วยให้เปึนกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเอกชนนั้น จริง ๆ เปัาหมายก็คือต้องการที่จะไปดูแลโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าโรงเรียนเอกชนที่ดังที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง หรือพูดได้ว่ามีผล ในเชิงคุณภาพทางการศึกษาที่ดีนั้น ในวันนี้เขาไม่จําเปึนต้องมาพึ่งพิงเงินกองทุนนี้ วันนี้ แม้แต่เงินเดือนครูของโรงเรียนเอกชนในบางโรงเรียนแพงมากกว่าโรงเรียนของรัฐบาล ด้วยซ้ําไป และเราสามารถไปดูได้โรงเรียนเอกชนต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครนั้นมีอาคาร เรียนติดแอร์ (Air) เรียบร้อย สมาคมผู้ปกครองก็มีรายได้ตอนที่รับเด็กนักเรียนเข้าไปเรียน ในโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงในขณะนี้มากกว่าเงินกองทุนนี้ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้ผมจึงกราบเรียนว่าผมจึงไม่ติดใจในเรื่องว่ารัฐจะดําเนินการอย่างไรที่จะให้ เงินกองทุนนี้ได้ดําเนินการด้วยความโปร่งใส เพราะมันมีประเด็นสําคัญก็คือว่าเมื่อมาดู รายงานของกองทุนแล้ว เราพบความเปึนจริงว่าเปึนกองทุนเดียวที่ไม่มีหนี้สินที่เปึนหนี้ ศูนย์เลย ก็แสดงว่าเปึนการบริหารจัดการที่ได้ผลในระดับหนึ่ง

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมการ กองทุนที่จะต้องดําเนินการต่อไป นั่นก็คือท่านต้องไปดําเนินการให้เปึนการพัฒนา ประสิทธิภาพเงินกองทุนหมุนเวียนนี้ในอนาคตอย่างไร วันนี้จะเอางบประมาณที่จัดสรรไป ๙๗๐ ล้านบาท ท่านสามารถที่จะหมุนเวียนให้สถานศึกษาเอกชนนี้กู้ได้ถึง ๑,๕๙๘ ล้านบาท ตรงนี้ผมว่าผมชื่นชมในสายตาของผม แต่ว่าแน่นอนที่สุดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น วันนี้เรา ก็ได้มีส่วนในการแสดงความคิดเห็น ผมก็มีส่วนในการแสดงความคิดเห็นตอนที่ พระราชบัญญัติการศึกษาเอกชนป้ ๒๕๕๐ เข้าสู่การพิจารณา ในระดับของกฤษฎีกาก็ดี ผมก็เคยแสดงความคิดเห็น ผมได้พบท่านเลขาธิการ ผมก็เคยกราบเรียนกับท่านว่า ผมเห็นด้วยที่จะต้องปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ซึ่งผม มาดูแล้วในพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ท่านก็ไปปรับปรุงหลาย ๆ ส่วนนะครับ เช่น ในมาตรา ๔๙ ท่านไปกําหนดไว้ชัดเจนว่าเงินกองทุนไม่ต้องนําส่งกระทรวงการคลัง อันนี้ ก็เปึนการเพิ่มประสิทธิภาพ เราพบความชัดเจนว่าเมื่อก่อน เงินกองทุนยังต้องไปนําส่ง กระทรวงการคลัง ซึ่งแน่นอนที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย การศึกษาในระดับอื่นนั้น ถ้าเปึน รายได้ของสถานศึกษานั้นไม่ต้องส่งกระทรวงการคลัง แต่ผมแปลกใจเหมือนกันว่าทําไม เดิมที่มีการจัดตั้งเงินกองทุนดังกล่าวนี้ต้องนําส่งกระทรวงการคลัง แต่เมื่อท่านไปแก้ไข ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ป้ ๒๕๕๐ เสียแล้ว ก็ถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ท่านจะไม่ต้องดําเนินการ ทีนี้เมื่อไม่ไปส่งกระทรวงการคลัง สิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่า ท่านจะต้องดําเนินการในการที่นําดอกผลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร อันนี้ เปึนประเด็นสําคัญมากนะครับ แล้วผมคิดว่าการสมทบจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ไม่จําเปึนต้องเพิ่มมากขึ้นหรอกครับ ถ้าเพิ่มได้ก็จะดี แต่ว่าในวงเงินที่เรามีอยู่ในขณะนี้ ๑,๕๐๐ ล้านบาทนี้ ผมเชื่อว่าโรงเรียนเอกชนที่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินจากการกู้ยืม ไปดําเนินการนั้น ตัวโรงเรียนเอกชนเองเขาก็ไม่ต้องการจะจ่ายดอกเบี้ย เขาสามารถ แสวงหาจากสมาคมผู้ปกครอง แสวงหาจากค่าเล่าเรียนของเด็กนักเรียน ซึ่งโรงเรียนที่ดัง จริง ๆ ในขณะนี้ เขากําลังเรียกร้องให้กระทรวงขยายเพดานการขึ้นค่าเล่าเรียนมากกว่าที่ จะเอาเงินกองทุนกู้ยืมซึ่งเปึนเงินภาษีของประชาชนนี้ด้วยซ้ําไป

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าในมาตรา ๔๑ (๑) อันนี้จริง ๆ ผมอยากขอเสนอแนะ ท่านไปขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ได้กําหนดไว้เดิมจากร้อยละ ๔ ให้เปึนร้อยละ ๓ ความจริง ผมคิดว่าร้อยละ ๑ เท่ากับเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจะเปึนประโยชน์มาก เราอย่าไป หวังกําไรกับเรื่องเหล่านี้ เพราะเงินที่เอามาตั้งกองทุนหมุนเวียนนั้นเปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชนและไม่มีพี่น้อง ประชาชนคนใดครับที่จะไม่ส่งเสริมการศึกษา ไม่ว่าการศึกษานั้นจะจัดโดยภาคเอกชน หรือภาครัฐ และในอนาคตนั้นเราจะต้องมองถึงการจัดการศึกษาที่หลากหลายรวมไปถึง การศึกษาที่เปึนทางเลือกด้วย และเราน่าจะมีเงินกองทุนดังกล่าวนี้ไปส่งเสริมการศึกษาที่ เปึนไปตามอัธยาศัยด้วย ถ้าเปึนอย่างนี้ผมว่านี่คือความก้าวหน้าของการใช้เงินภาษีของ พี่น้องประชาชนให้มาดําเนินการ และผมอยากจะฝากท่านเลขาธิการว่าถ้าหากเรา สามารถที่จะดําเนินการในการระดมทุนรับบริจาคให้โรงเรียนเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการที่จะดูแลเงินกองทุนนี้ หรือระดมทุนให้กับเงินกองทุนนี้ด้วย ผมคิดว่าก็จะเปึน ประโยชน์มากนะครับ และผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าบางโรงเรียนในขณะนี้นะครับเขามี เงินกองทุนของสมาคมครูผู้ปกครองหรือบางโรงเรียนมีสมาคมของศิษย์เก่านะครับ สามารถที่จะมาร่วมได้นะครับ นอกจากนั้นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ผมคิดว่า สํานักงานบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนซึ่งจะเริ่มดําเนินการตามแนวทาง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาใหม่นี้ ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาเอกชนนี้ได้ มีส่วนเข้ามารับผิดชอบในการบริหารการศึกษาของชาติเพิ่มในอัตราส่วนที่เพิ่มมากขึ้น วันนี้เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่าจากนโยบาย ๔ – ๕ ป้ที่ผ่านมานั้นเปึนความล้มเหลว ในการบริหารจัดการศึกษานะครับ สวนทางกับ ๑๐ ป้ของการปฏิรูปทางการศึกษาที่เรา อยากเห็นการศึกษาของทุกภาคส่วนนั้นได้มามีส่วนในการที่จะส่งเสริมให้เกิด ความก้าวหน้า แต่วันนี้ด้วยนโยบายที่ผิดพลาดทําให้การศึกษาเอกชนนั้นมีปัญหา ตลอดเลย แทนที่เอกชนจะต้องรับภาระหนี้สูงขึ้นแต่ด้วยนโยบายที่ไม่มีความชัดเจน ในการที่จะให้ภาครัฐรับการศึกษาอาชีวศึกษานี่เพิ่มมากขึ้นในจํานวนสัดส่วนเท่าไร เพราะฉะนั้นสถานศึกษาอาชีวศึกษาของเอกชนในขณะนี้เขาก็มีปัญหานะครับถ้านโยบาย ไม่ชัดเจน ผมคิดว่าก็เปึนหน้าที่ของทางสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมทางการศึกษา เอกชนนี่จะต้องประสานงานในกระทรวงด้วย จะต้องมีความชัดเจน ท่านพร้อมที่จะต้อง ลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยนะครับ เพราะวันนี้ท่านจะรอไปพึ่งฝ์ายนโยบาย ผมติดตามดูมา ๕ – ๖ เดือนที่เปึนรัฐมนตรีผมพูดได้เต็มปากเลยว่ายังไม่มีนโยบาย เพราะฝ์ายนโยบายยังไม่เคย ให้นโยบายเลยครับ ทําตามข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงตามแผนงานเดิมเท่านั้นเอง และวันนี้เมื่อท่านเปึนคณะกรรมการผมคิดว่าท่านก็ต้องมีความคล่องตัวเพราะท่านไม่ต้อง อิงกับงบประมาณ งบประมาณเปึนเพียงแต่เปึนกองทุนแค่นี้ผมคิดว่าไม่เพียงพอกับที่ ภาคเอกชนลงทุนทั้งประเทศเกี่ยวข้องกับการศึกษาถ้านับรวมกัน

ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมก็คือว่า ผมคิดว่าวันนี้ คณะกรรมการศึกษาเอกชนนั้นจะต้องใช้เงินกองทุนก้อนนี้ครับเปึนตัวที่รวมพลังของ การศึกษาเอกชนเพื่อที่จะให้ภาคเอกชนนั้นได้มีโอกาสในการรับภาระในการศึกษาที่มี อัตราส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมานั้นภาครัฐ ๘๐ : ๒๐ ขณะนี้เปึน ๗๐ : ๓๐ ผมคิดว่า การศึกษาบางประเภทนั้นควรจะให้เอกชนนั้นมีความชัดเจนเปึน ๖๐ : ๔๐ หรือแม้แต่ ๕๐ : ๕๐ ก็จะเปึนประโยชน์ในการที่เราจะได้ใช้งบประมาณที่เปึนเงินภาษีของพี่น้อง ประชาชนนั้นมาพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงครับ ผมก็มีประเด็น สําหรับเปึนหลักการสําคัญเพียงแค่นี้ครับ และก็มีคําถามฝากในข้อข้องใจนิดเดียวก็คือว่า เงินกองทุนของท่านนี่ทําไมมาฝากไว้ที่กองคลังถึง ๔๐๗ ล้านบาทครับ ตรงนี้กรุณาตอบ ผมหน่อย ทําไมไม่ไปดําเนินฝากธนาคารเพื่อจะได้มีดอกเบี้ยเพิ่มเติมนะครับ ก็มีประเด็นนี้ เพียงประเด็นเดียวครับ ขอบคุณครับ