ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ แสดงความเห็นใจและให้กำลังใจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และนำเสนอรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการใน 3 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมในความซื่อสัตย์ สุจริต โดยชี้ให้เห็นผลการจัดลำดับ ความโปร่งใสขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาล รัฐสภา สนับสนุนบุคลากรงบประมาณให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเรียกร้องให้ดำเนินการเสริมสร้างเครือข่ายในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ครับ ก่อนอื่นต้อง ขอแสดงความเห็นใจและให้กําลังใจกับคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต เพราะว่าด้วยภาระหน้าที่ของท่านก็หนักอยู่แล้ว แล้วยังต้องมาประสบปัญหา ทางการเมืองด้วยนี่นะครับ ก็ขอให้กําลังใจท่านครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ มีโอกาสดูรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ แล้วนี่นะครับ ผมดูไปเรื่องเดียวครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผม ดูก็คือข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการที่จัดทําขึ้นใน ๓ ป้ครับ เพราะนั่น หมายความว่าสิ่งที่จะไปแก้ปัญหาให้กับการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ที่ได้เสนอแนะ ที่ได้มองเห็นอุปสรรคนั้น จะได้นําไปสู่การแก้ไข การปรับปรุงให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในป้พุทธศักราช ๒๕๔๗ คณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไว้ ๓ ประการด้วยกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ
ประการแรก คือเรื่องการเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมในความซื่อสัตย์ สุจริตครับ ในรายงานเขียนไว้อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ว่าผลการจัดลําดับ ความโปร่งใสขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติประจําป้ ๒๕๔๙ ปรากฏว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนความโปร่งใส ๓.๖๐ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนครับ ถามว่าเปึนลําดับที่เท่าไรของประเทศต่าง ๆ ในโลก ทั้งหมด ๑๖๓ ประเทศครับ ประเทศไทยอยู่ในลําดับที่ ๖๓ ครับ ท่านประธานครับ แล้วเมื่อเปรียบเทียบย้อนหลังไป ตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๓๘ คะแนนความโปร่งใส เราได้ ๒.๗๙ คะแนน แล้วค่อย ๆ ยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ในป้ ๒๕๔๘ เราได้ ๓.๘๐ ครับท่านประธาน ถามว่าทําไมป้ ๒๕๔๙ คะแนนเราเริ่มลดลง คณะกรรมการปัองกันการปราบปรามการทุจริตเห็นปัญหาตรงนี้ครับ ได้เสนอ ข้อเสนอแนะในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตไว้ดังนี้ ครับท่านประธานว่าควรจะเกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล รัฐสภา ต้องสนับสนุนบุคลากรงบประมาณอย่างเต็มที่ให้กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คําถามผมก็คือว่าท่านทํารายงานฉบับนี้มา พอมาป้นี้ ท่านเห็นปัญหา เห็นอุปสรรคแล้วท่านได้ดําเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของท่านแล้ว หรือไม่ อย่างไร
ข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ท่านบอกว่าข้อสังเกตท่านก็คือการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตป้ ๒๕๔๗ ท่านมีโครงการดีอยู่ โครงการหนึ่งในรายงานฉบับนี้ ก็คือโครงการประชาศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ในเขต องค์การบริหารส่วนตําบลทั่วประเทศ ท่านดําเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๔๕ – ๒๕๔๗ ซึ่งแต่เดิมนั้นประชาชนไม่กล้า ไม่รู้ ว่าจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การปัองกันและปราบปรามการทุจริตอย่างไร เมื่อท่านดําเนินการโครงการนี้โดยมี กลุ่มเปัาหมายที่ท่านไปทําหมู่บ้านละ ๕ คน ผลปรากฏว่าปริมาณเรื่องร้องเรียนในเขต องค์การบริหารส่วนตําบลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่โครงการนี้ไม่ต่อเนื่องเพราะ ป.ป.ช. ไม่ต่อเนื่องเช่นเดียวกันทําให้โครงการนี้หยุดชะงักไป คําถามผมคือว่ามาป้นี้ท่านได้ ดําเนินการโครงการนี้ต่อหรือไม่ อย่างไร ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์เช่นนี้แล้ว เพราะเปึนที่ทราบ กันอยู่โดยทั่วไปว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเปึนส่วนหนึ่งที่จะดําเนินการแก้ไข ปัญหาที่รากฐาน ในเรื่องการปัองกันและปราบปรามการทุจริต
ข้อสังเกตประการที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ ในป้พุทธศักราช ๒๕๔๗ ท่านบอกว่าการสร้างเครือข่ายเพื่อปัองกันและปราบปรามการทุจริต ท่านอยากจะเห็น อะไร ท่านอยากเห็นคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ท่านอยากจะเห็นสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการหรือ กพร. ท่านอยากจะเห็นสํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ท่านอยากจะเห็นสํานักงานปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ท่านอยากจะเห็น หน่วยงานของรัฐอื่น ๆ เพื่อมาสร้างเปึนเครือข่ายให้เกิดเปึนเอกภาพในการร่วมกันปัองกัน การแก้ไขปัญหาทุจริตให้เกิดขึ้น ถามว่าท่านได้ดําเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร ในการ เสริมสร้างเครือข่ายให้เกิดเอกภาพขึ้นในการแก้ปัญหาดังกล่าว นั่นเปึนรายงานประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๔๗ ๓ ประการนะครับ
ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในป้พุทธศักราช ๒๕๔๘ ไม่มีปัญหา ท่านสรุป ง่าย ๆ เลยว่ากรณีไม่มีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในป้ ๒๕๔๘ ท่านเสนอว่าอย่างนี้ครับ ในกรณีที่เกิดสุญญากาศที่ไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านเสนอไว้ว่าอาจกําหนดให้ประธานหรือกรรมการขององค์กรอื่นอาทิ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาล ปกครองเปึนต้น มาเปึนองค์คณะในการใช้อํานาจและทําหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้มาตรการในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐดําเนินการต่อไปได้ ไม่เกิดความ เสียหายแก่รัฐ ในระหว่างที่ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่ ผมขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานครับว่าท่านได้ดําเนินการไปอย่างไรหรือไม่ตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวครับ ท่านประธานครับ ในป้พุทธศักราช ๒๕๔๙ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการการเลือกตั้งในป้นี้มี ๒ ประการครับ ประการที่ ๒ ผมไม่กล่าวนะครับเพราะว่าเปึนเรื่องของการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเปึนรัฐธรรมนูญเพราะว่าอยู่ในช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านเสนอความคิดเห็นไป หลายประการทีเดียวในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ในข้อแรก การแก้ไขปัญหา ทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศ ท่านบอกว่ามีเรื่องค้างดําเนินการอยู่เปึนจํานวนมากถึง ๑๑,๕๗๘ เรื่อง แล้วสถิติแต่ละป้นะครับจะมีผู้ร้องเรียนมายังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เฉลี่ยป้ละ ๒,๕๐๐ เรื่อง ภารกิจนี่มันเยอะเหลือเกินครับท่านประธานครับ ท่านได้ ดําเนินการแก้ไขและขอให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานให้กับคณะกรรมการ การเลือกตั้งเพื่อให้สามารถดําเนินการได้ทันกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ แล้วอย่างไรหรือไม่ ประการใดครับ ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้งและขอได้โปรดให้คําชี้แจงตามที่ได้ถามดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ