สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๖ สิงหาคม ๒๕๕๑

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการตรวจสอบผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาที่ทำให้คณะกรรมการป.ป.ช. ไม่มีคณะกรรมการปฏิบัติงาน และเรียกร้องข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของคดีที่รายงานไว้ในรายงานปี 2549 นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และประสิทธิภาพในการดำเนินการของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของ รายงานผลการตรวจสอบผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้เสนอ รายงานเข้าสู่สภา ๓ ป้ คือตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ ซึ่งสภาเรากําลัง พิจารณาอยู่ในขณะนี้นั้น ต้องยอมรับว่าในช่วง ๒ – ๓ ป้ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในช่วง ๒ ป้หลัง ค่อนข้างที่จะได้รับการคาดหมายจากหลาย ๆ ฝ์าย ว่าจะเปึนองค์กร ที่มาทําหน้าที่ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งนับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้น สังคมเองก็คาดหวังที่จะเห็นกระบวนการของ ป.ป.ช. จะมีประสิทธิภาพและสามารถที่จะ เข้าไปจัดการกับผู้ดํารงตําแหน่งในระดับสูง ๆ ไม่ว่าจะฝ์ายการเมืองหรือฝ์ายประจําได้ และปรากฏผลเปึนที่ประจักษ์ต่อสายตาของพี่น้องประชาชน แต่เท่าที่ดูรายงานใน ๒ – ๓ ป้ที่ผ่านมา ต้องยอมรับเหมือนกันว่า มีอุปสรรคหลายประการที่เกิดขึ้น กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ย้อนหลังกลับไปในป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ตามรายงาน ซึ่งท่านประธานก็คงจะได้เห็นนะครับว่า ในรายงานบางป้นั้น ป.ป.ช. เองไม่มี คณะกรรมการ ป.ป.ช. กลับมีแต่สํานักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการงานปกติ ประจําวัน แต่งานของการปราบปรามการทุจริตนั้น ไม่สามารถเดินหน้าไปได้ เพราะ กรรมการ ป.ป.ช. เองไม่มี เนื่องจากติดขัดปัญหาข้อขัดข้องหลากหลายประการด้วยกัน สิ่งที่ผมหยิบยกขึ้นมานี้ก็เพื่อว่าให้รายงานที่นําเสนอเข้าสภานี้ ได้มีแนวทางที่จะทําให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนคนซึ่งต้องดําเนินการพิจารณาหรือ ร่างกฎหมาย ซึ่ง ป.ป.ช. จะต้องนําไปบังคับใช้ในอนาคต และกําลังรอระเบียบวาระ ที่จะประชุมกันอยู่ในสภานี้ได้มองเห็น เรื่องของ ป.ป.ช. นั้น เปึนองค์กรอิสระซึ่งมีการ จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ต่อเนื่องกันมาจากคณะกรรมการ ป.ป.ป. เดิม ซึ่งมี กฎหมายรองรับเช่นเดียวกัน แต่ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ป.ป.ป. ในเวลานั้นก็คือ เปึนเสือกระดาษที่ไม่สามารถไปจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางใน ขณะนั้นได้ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ก็บัญญัติให้มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขึ้นมา โดยมีที่มาที่ไปก็ดี อํานาจหน้าที่ก็ดี มีกฎหมายรองรับก็ดี แล้วก็มีความคาดหวังจากสังคมค่อนข้างสูง แต่ถ้า ดูตามรายงานแล้วถามว่า ป้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีนั้นเกิดจากอะไร ก็ต้องยอมรับ เหมือนกันครับว่า มีสาเหตุ มีที่มาที่ไป ซึ่งน่าที่จะเปึนอุปสรรคข้อขัดข้อง ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรจะหยิบจับนําไปพิจาณาด้วยเช่นเดียวกัน ข้อขัดข้อง ๒ ประการที่เกิดขึ้น อาจจะมี ที่มา ๒ ทางครับ ที่มาประการแรกก็คือ เปึนปัญหาภายในของตัว ป.ป.ช. เอง กรณีซึ่ง กรรมการ ป.ป.ช. ถูกฟัองว่าขึ้นเงินเดือนตัวเองในเวลานั้น ต้องถือว่าเปึนปัจจัยภายในที่ เกิดขึ้น ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ทําให้ ป.ป.ช. เองก็ถูกดําเนินคดี จนกระทั่งในที่สุดแล้ว ถูก ลงโทษตามที่กฎหมายกําหนด ก็เปึนอย่างที่ปรากฏเปึนข่าวไปแล้ว ประเด็นดังกล่าวนี้ แม้ว่าจะเปึนเรื่องภายในของ ป.ป.ช. ก็ตาม แต่คาบเกี่ยวครับ คาบเกี่ยวถึงปัจจัยที่ ๒ ก็คือ ปัจจัยภายนอก ป.ป.ช. ผมกําลังพูดถึงกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครับ ถ้า ท่านประธานย้อนกลับไปดูป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ก่อนหน้านั้น ประเด็นซึ่งหลายฝ์ายเปึน ห่วง แล้วก็นํามาซึ่งการติดตามวิพากษ์วิจารณ์รวมถึงมีการฟัองร้องกันด้วย ต้องยอมรับว่า เรื่องสําคัญประการหนึ่งที่มีการพูดถึงก็คือ การแทรกแซงองค์กรอิสระ ป.ป.ช. เปึนองค์กร ที่มีความคาดหวังว่าจะมาปัองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเกิดขึ้น เปึนเรื่องที่สังคมให้ ความสนใจ แล้วก็มีความตระหนักว่าเปึนภัยที่คุกคามต่อประเทศ กระบวนการสรรหา ป.ป.ช. ในเวลานั้นเปึนเหตุผลหนึ่งครับที่หลายฝ์ายที่ติดตาม ป.ป.ช. นั้นมีความกังวลเพราะมี ประเด็นเรื่องการเข้าไปแทรกแซงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ชั้นของการสรรหา คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนเหตุผลหนึ่งครับที่ทําให้ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติงาน ในรายงานบางป้ที่เกิดขึ้นที่รายงานต่อสภา ถามว่าการแทรกแซงองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ในเวลานั้นนี่เปึนเรื่องซึ่งกระทํากันโดยลับ ๆ ประชาชนไม่รู้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ไม่ใช่ครับ เปึนประเด็นที่เปึนข่าวครึกโครมกันเปึนอันมาก ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งกระบวนการ สรรหา ป.ป.ช. ไปถึงวุฒิสภาแล้วมีข้อตําหนิมากมาย ประธานวุฒิสภาในขณะนั้นนําชื่อ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วในที่สุดก็มีการพระราชทานกลับคืนมา ทั้งนี้เพราะติดขัดปัญหา ข้อกฎหมาย หลายฝ์ายท้วงติง ติติงแล้วก็ไม่รับฟัง ประเด็นที่ผมยกขึ้นมากล่าวถึงนี้ต้อง ถือว่าเปึนประสบการณ์หนึ่งที่ทําให้พวกเราซึ่งเปึนหน่วยงานทางด้านนิติบัญญัติ ทําหน้าที่ องค์กรนิติบัญญัติจะต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงด้วยความกังวลสนใจเปึนอย่างยิ่ง การแทรกแซงองค์กรอิสระนั้นต้องยอมรับครับว่าในส่วนของ ป.ป.ช. ก็ดี หรือองค์กรอิสระ อื่นก็ดีนี่เปึนปัจจัยที่ทําให้คนในสังคมนั้นเกิดความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจอํานาจรัฐ ในขณะนั้น จนนํามาซึ่งกลายเปึนเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองและมีการ ปฏิวัติรัฐประหารในที่สุดครับ จะต้องยอมรับเหมือนกันว่าการแทรกแซงองค์กรอิสระ ในเวลานั้นเปึนที่รับรู้กันอย่างกว้างขวาง โจ๋งครึ่ม ต้องใช้คํานั้นเช่นเดียวกัน ถึงขึ้นครั้งหนึ่ง ครับ คนได้รับการเสนอชื่อเปึนประธาน ป.ป.ช. นี่มีศักดิ์ฐานะเปึนญาติเกี่ยวดองกับ ส.ส. ในฝ์ายรัฐบาลซึ่งมีบทบาทสําคัญด้วยซ้ําไป คนที่ได้รับเลือกจากกระบวนการสรรหา ซึ่งสื่อสารมวลชนหลายฉบับบอกว่าเปึนการบล็อก โหวต (Block vote) เปึนคนซึ่งมี เส้นสายเกี่ยวพันกับคนวงในที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอํานาจรัฐในขณะนั้น ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าสภาคงไม่อยากเห็นรายงานที่บอกว่าบางป้ไม่มีกรรมการ ป.ป.ช.หรือแม้แต่มี กรรมการ ป.ป.ช. แต่ถูกแทรกแซงไปเสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าขณะนี้ ป.ป.ช. กําลังรับเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของสังคมที่จํานวนมาก ประเด็นก็คือการแทรกแซง ป.ป.ช. ตั้งแต่กระบวนการสรรหานั้นสังคมให้ความสนใจเรื่องนี้ แล้วก็หวาดระแวง ผมเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติเอาไว้ค่อนข้างที่จะมี ความเปลี่ยนแปลงกระบวนการสรรหาให้มีความแตกต่างจากฉบับที่มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความกังวลก็เพราะว่าผลมันเกิดขึ้นแล้วครับ การ แทรกแซง การถูกฟัองร้องแล้วไม่ครบถ้วนในกระบวนการสรรหา ป.ป.ช. มันนํามาซึ่งการ ไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ขณะนี้ที่กังวลก็คือว่ามีความพยายามของบางฝ์ายที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ และก็พูดถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในการสรรหา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องพูดเรื่องนี้ไว้เพราะมีคนกําลังจะพูดให้สัมภาษณ์ในทํานองว่า ต้องย้อนกลับไปใช้ในสมัย ป.ป.ช. เมื่อป้ ๒๕๔๒ เหตุการณ์เหล่านั้นกําลังจะย้อนกลับมา หรือไม่ อันนี้เปึนประเด็นที่จะต้องติดตามกันต่อไป ผลจากรายงานที่เกิดขึ้นนะครับ ผมเลยหยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออย่างน้อยองค์กรนิติบัญญัติของเราได้มีความ ตระหนักในเรื่องนี้ นอกจากนั้นท่านประธานครับ การแทรกแซงองค์กรอย่าง ป.ป.ช. ในขณะนี้ก็ดูเหมือนว่าจะหนักข้อมากขึ้น ความจริงข้อสังเกตซึ่งเพื่อนสมาชิกอภิปราย ไปก่อนหน้านี้เรื่องความถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ขององค์กร ป.ป.ช. เปึนที่ถกเถียง ผมเอง กับฝ์ายค้านในฐานะที่เราตามเรื่องนี้อยู่ก็ติดตามอย่างใกล้ชิด สุดท้ายเมื่อมีคําชี้แจงและ ท้ายสุดมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวพันกับเรื่องกฎหมาย ป.ป.ช. ก็ดี สถานะ ต่าง ๆ ในการทํางานก็ดี ประเด็นนี้ก็ถือว่าเปึนอันตกไป แต่กระบวนการกดดัน ป.ป.ช. ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องซึ่งสังคมจะต้องติดตามเช่นเดียวกัน ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างน้อยที่สุดประการหนึ่งก็คือว่า ก็ต้องให้กําลังใจกับคนที่เขาทํางาน อย่าง ป.ป.ช. ที่ทํางานกันอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่ใดที่ท่านทําไม่ถูก แน่นอน สังคมก็ดี องค์กร ที่เกี่ยวข้องอย่างฝ์ายนิติบัญญัติก็ต้องตรวจสอบ แต่ต้องไม่ล้ําเส้นเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญ เขาเขียนเอาไว้ แต่เรื่องที่ท่านทําในเวลานี้ เปึนเรื่องที่คนให้ความสนใจเปึนอันมาก คดีซึ่ง รับโอนต่อมาจาก คตส. ก็ดี อันนี้ก็เปึนประเด็นซึ่งคาบเกี่ยวต่อเนื่องกันมา ผมจะสอบถาม ท่านเลย บังเอิญท่านเลขาธิการมาที่นี่แล้วด้วย คดี คตส. ทั้งหลาย ขณะนี้เราก็อยากจะ ทราบว่าดําเนินการไปถึงขั้นตอนไหนอย่างไร มีเงื่อนไขกําหนดไว้หรือไม่ว่าควรจะ ดําเนินการจนเสร็จสิ้น นําไปสู่กระบวนการฟัองร้องหรือผ่านไปยังอัยการสูงสุดเมื่อใด แต่ จากประเด็นนี้ครับท่านประธาน ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าการกดดันการทํางานของ ป.ป.ช. นั้น ย่อมเกิดขึ้นแน่ เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. ที่ทําหน้าที่ก็ควรที่จะต้องยึดหลักตรงนี้ไว้ให้มั่นครับ แล้วก็ต้องเดินหน้าทํางานนี้ต่อ เพื่อให้ผลงานของการปัองกันและปราบปรามการทุจริต เปึนผลที่จะเกิดขึ้นกับสังคมในทางที่สังคมคาดหวังต่อไป

ประเด็นถัดมาที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ ประเด็นเนื้อความที่ท่านเขียนเอาไว้ ในรายงานของท่านนะครับ ผมเพียงสอบถามประเด็นบางประเด็นเท่านั้นเองนะครับว่า จะดําเนินการหรือมีวิธีการดําเนินการในเรื่องนั้นหรือไม่ อย่างไร ผมยกตัวประเด็นแรกครับ ว่า ในรายงานที่ท่านเขียนมานี้ มีการเขียนเรื่องของการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายที่ เกี่ยวกับผู้ซึ่งที่สามารถที่จะร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการได้ มีการชี้แจงว่า ปัจจุบันได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ แก้ไขป้ ๒๕๕๐ ซึ่งได้แก้ไขให้การกล่าวหาผู้ ดํารงตําแหน่ง เช่น นายกรัฐมนตรี หรือ ส.ส. หรือ ส.ว. หรือข้าราชการการเมืองอื่นร่ํารวย ผิดปกติ อาจกระทําได้ใน ๓ กรณี คือ

๑. มีผู้กล่าวหาซึ่งเปึนผู้เสียหาย

๒. มีผู้กล่าวหาซึ่งมิใช่ผู้เสียหาย และ

๓. คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัย

๒ กรณีแรก ผมไม่ได้ติดใจครับ เปึนกรณีซึ่งมีผู้เสียหาย กับ ๒. กรณีมีผู้ร้อง แม้ว่าไม่ได้เปึนผู้เสียหายก็ตาม แต่กรณีที่ ๓ ที่จะถามครับว่า กรณีที่ ป.ป.ช. หยิบยกขึ้นมา เพราะมีเหตุอันควรสงสัย ผมจะสอบถามว่าขั้นตอนของการดําเนินการเช่นที่ว่านี้ จะทํา อย่างไร หมายความว่า ป.ป.ช. มีการประชุมติดตามข่าวสารบ้านเมืองที่เกิดขึ้น แล้วยกขึ้นมา หรือจะใช้วิธีการอื่นใด ช่วยกรุณาชี้แจงด้วย เพราะถ้าหากท่านตอบพวกเราว่าท่านมี หน่วยงานจะติดตามหรือไม่อย่างไร ข่าวคราวบางเรื่องที่ครึกโครมกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นที่เปึน ข่าวในกรณีของ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน กล่าวหาว่าคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีมีการ รับเช็ค (Cheque) เงินซึ่งเข้าข่ายเปึนเงินสินบนถึง ๑๐ ล้านบาท เปึนข่าวครึกโครมทั่วไปมี การให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสื่อมวลชนด้วยซ้ําไปว่า มีความเกี่ยวพันถึงสุภาพสตรีบางท่านมี ชื่อเล่นไปทําเต็นท์รถ มีเงินในบัญชี ๓๐๐ – ๔๐๐ ล้านบาท จนล่าสุดมีการพูดถึงภาษาที่ ใช้ในสื่อสารมวลชนว่า แก๊งค์ ออฟ โฟร์ (Gang of Four) มีการไปเจรจาที่ฮ่องกง มีการพูด ถึงรถเมล์ที่จะเช่ากัน แล้วมีการเสนอเงินเสนอทอง คาบเกี่ยวไปถึงเรื่องการตั้งพรรค การเมืองใหม่ ผมถามว่าประเด็นเหล่านี้เข้าข่ายไหมครับ ที่ ป.ป.ช. จะถือว่าเปึนเหตุอัน ควรสงสัยที่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา แล้วมีการดําเนินการแล้วหรือไม่อย่างไร นอกเหนือจากประเด็นที่ผมได้หยิบยกขึ้นมา ก่อนหน้านี้ได้มีกรณีดังกล่าวหยิบยกขึ้นมา พิจารณาใน ป.ป.ช. หรือไม่ ที่อยากทราบก็เพราะเหตุผล ๒ ข้อ

ประการที่ ๑ ก็คือต่อไปนี้ ถ้าเกิด ป.ป.ช. มีกระบวนการการดําเนินการ เช่นที่ว่า แล้วมีประสิทธิภาพจริง ใครก็ตามที่บังเอิญไปพบข่าวคราวเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ การทําทุจริตของผู้ดํารงตําแหน่งไม่ว่าระดับใดก็ตาม ก็สามารถหยิบยกขึ้นมาให้ข่าว ให้คราวกันทางสื่อสารมวลชนได้ แล้ว ป.ป.ช. ก็สามารถหยิบยกขึ้นมาไปพิจารณา ดําเนินการสอบสวนกันต่อไปได้ ประเด็นนี้เปึนประโยชน์ครับ

แต่ประเด็นที่ ๒ ที่ต้องสอบถามก็คือคาบเกี่ยวว่า ขั้นตอนวิธีการที่ท่านจะ ไปดําเนินการจะทําอย่างไรครับ เพราะมันจะบ่งชี้ได้ว่ามันมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด กระบวนการคัดเลือกจะมีดุลพินิจที่จะมีความลําเอียงหรือไม่อย่างไรด้วย อันนี้ก็เปึน ประเด็นที่อยากจะให้ท่านคณะซึ่งมา ซึ่งเข้าใจว่าท่านเลขาธิการท่านมาเองในวันนี้ซึ่งก็ เปึนเรื่องที่ดีนะครับได้ชี้แจงกับสภานี้ต่อไปด้วย

ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะเรียนสอบถามทางท่านประธานผ่านไปยังคณะ ที่มาชี้แจงในส่วนของ ป.ป.ช. ก็คือว่าในคดีที่ท่านทําไปทั้งหลายมีประเด็นซึ่งท่านจะ ติดตามการทํางานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีการชี้มูลไปแล้วหรือไม่อย่างไรที่จะ ชี้แจงกับองค์กรของพวกเรา อย่างเช่น รัฐสภา ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านประธานครับ ในรายงานเมื่อป้ ๒๕๔๙ มีการยกกรณีบางกรณีขึ้นมาว่าทาง ป.ป.ช. ได้ดําเนินการไปแล้ว อย่างกรณีหนึ่งก็คือ ข้อกล่าวหาในเรื่องของ นายนิพัทธ พุกกะณะสุต ประทานโทษ เอ่ยนาม เพราะอยู่ในรายงานฉบับนี้จริง ๆ มีประเด็นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูล ไปแล้วว่าเปึนความผิดทั้งในส่วนวินัย และในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องซึ่ง ป.ป.ช. ชี้ว่า มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติและจะต้องมีการฟัองยึดทรัพย์ให้ตกเปึนของแผ่นดิน ประเด็น ในรายงานที่ขาดหายไปซึ่งอยากให้เพิ่มเติมก็คือว่า ณ วันที่รายงานสถานะของคดี ดังกล่าวนี้เปึนอย่างไรครับ เพราะบางประเด็นสภาซึ่งมีหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทํา หน้าที่ของ ป.ป.ช. ก็อยากจะทราบเช่นเดียวกัน กรณีของบุคคลบางท่านที่ปรากฏใน รายงานนั้น ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการซึ่งมีบทบาทสําคัญ ในการที่จะต้อง ไปสรรหาคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ประเด็นที่มีคดีคาบเกี่ยวดังกล่าวนั้นก็ จะมีความเกี่ยวพันว่ามีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด ที่รัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้เปึน คณะกรรมการในคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องไป ดูแลนโยบายต่าง ๆ ซึ่งต้องตั้งกรรมการขึ้นมาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสถาบันการเงินด้วย การรายงานถึงสถานะของคดีดังกล่าวก็จะส่งผลให้พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรสามารถติดตามเรื่องได้ด้วยว่าขณะนี้ไปถึงไหน อย่างไร หรือแม้แต่เรื่องที่ท่านแจ้ง กับพวกเราในรายงานป้ ๒๕๔๙ เรื่องที่ ๑๔ เรื่องที่ ๑๔ ที่ท่านพูดถึงเปึนกรณีเรื่องกล่าวหา นายศิโรฒม์ สวัสดิพาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากรกับพวก อันเกี่ยวเนื่องมาจากคดีโอนหุ้น ของภรรยานายกรัฐมนตรีในขณะนั้นกับพี่ชายบุญธรรม ซึ่งบัดนี้ศาลอาญาก็ได้มีการ พิพากษาในกรณีศาลชั้นต้นเรียบร้อยไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจติดตามก็คือว่า กรณี กล่าวหาอธิบดีกรมสรรพากรกับพวกซึ่งท่านชี้มูลไปว่ามีการทําผิดวินัยร้ายแรงนั้น บัดนี้ สถานะของคดีไปถึงไหนอย่างไร กรณีโทษทางวินัยไปถึงไหนอย่างไร กรณีซึ่งอาจจะมีการ ฟัองร้องดําเนินคดีไปถึงไหนอย่างไร เพราะประเด็น ๒ กรณีดังกล่าวนี้เปึนกรณีซึ่งผู้คนทั้ง ประเทศก็ให้ความสนใจติดตามว่าเรื่องไปถึงไหน อย่างไร อันนี้ก็เปึนประเด็นที่อยากจะ ยกขึ้นมาสอบถาม อันเปึนผลมาจากรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ๓ ประเด็นที่ผม หยิบขึ้นมาอภิปรายวันนี้ก็อยากที่จะได้คําตอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และหากมี ประเด็นข้อสงสัยประการใดก็อยากที่จะขออนุญาตท่านประธานได้สอบถามเพิ่มเติมอีก ในตอนท้ายครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ