อนุชา บูรพชัยศรี หารือเรื่องการจัดซื้อและซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง โดยเรียกร้องการจัดซื้อในลักษณะของเบ็ดเสร็จเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมบำรุง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องค่าเช่าที่กรมทางหลวงให้เช่าเครื่องจักรกลหนัก และเสนอให้เช่าเครื่องจักรกลแทนการซื้อเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตได้พูดถึงในเรื่องของรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน ของเงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต นิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องของสินทรัพย์ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ที่มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ ๒,๑๐๓ ล้านบาท แบ่งเปึนสินทรัพย์หมุนเวียน ๑,๑๒๖ ล้านบาท และสินทรัพย์ ไม่หมุนเวียน ๙๗๗ ล้านบาท ในส่วนของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ๙๗๗ ล้านบาท ถ้าลงไปดู ในรายละเอียดนะครับ จะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วจะเปึนในส่วนของเครื่องจักรที่ให้เช่าซึ่ง ราคาทุน ณ ๒๕๔๙ นี้นะครับ มีมูลค่า ๕,๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่มีค่าเสื่อมราคาไปแล้วถึง ๔,๖๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เลยทําให้สินทรัพย์สุทธิตรงนี้ลงมาจริง ๆ เหลือ แค่ ๙๗๐ กว่าล้านบาท ผมก็เลยอยากจะตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งนะครับ ว่าจริง ๆ แล้วตัวเลข ท่านสมาชิกหลายท่านอาจจะดูแล้วคลาดเคลื่อนว่าจํานวนเงินตัวเลขที่มีอยู่สินทรัพย์ แค่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่านั้นเอง แต่สินทรัพย์ตัวนี้ได้มีการหักในเรื่องของค่าเสื่อม ราคาไปมากพอสมควร เพราะฉะนั้นสินทรัพย์ที่หรือว่าเครื่องจักรกลหนักที่ทาง กรมทางหลวงดูแลอยู่ผมเข้าใจว่าตอนนี้อาจจะมีมากกว่า ๕,๕๐๐ กว่าล้านบาทด้วยซ้ําไป มีมูลค่าถึงเกือบหลายพันล้านบาท เพราะว่ายังมีในเรื่องของการที่จะต้องสต็อก (Stock) อะไหล่ก็ดี หรือว่าในการที่จะต้อง ดูแลในเรื่องของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เรียกว่าเครื่องใช้สิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเปึนใบมีด อะไหล่ หรือว่าตัวสต็อกเครื่องจักรอะไรอื่น ๆ ที่ต้องใช้สนับสนุน เพราะฉะนั้นตรงนี้เนื่องจากมูลค่า ของเครื่องจักรจริง ๆ แล้วผมคิดว่ามีหลายพันล้าน มากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านที่ปรากฏอยู่ใน ตัวนี้ ก็เลยคิดว่าควรที่จะตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งในเรื่องของการที่กรมทางหลวงจะต้อง ดําเนินการในเรื่องของการประกวดราคาจัดซื้อต่าง ๆ เพราะว่าปัจจุบันแล้ว ตอนนี้เท่าที่ได้ รับทราบข้อมูลมา ทางกรมทางหลวงเองได้มีการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์หลายเรื่อง นะครับและเปึนเครื่องจักรหลาย ๆ ประเภท แต่สิ่งที่ได้รับทราบข้อมูลมาก็คือว่าในปัจจุบัน นี้ ในเรื่องของการที่จะออกคุณสมบัติหรือที่เราเรียกกันว่าสเปก (Spec) ต่าง ๆ ของการที่ กรมทางหลวงได้ออกค่อนข้างที่จะไม่ครอบคลุม แล้วก็ไม่มีความรัดกุม แล้วก็บางสิ่ง บางอย่างก็ไม่โปร่งใสและไม่เปึนธรรม ทั้งนี้เนื่องจากสินค้าบางอย่างเปึนสินค้าที่เรา มุ่งหวังที่จะได้ของที่ไม่มีคุณภาพมา จะมุ่งเน้นในเรื่องของราคาเสียอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเครื่องจักรส่วนใหญ่ที่นํามาอาจจะใช้ได้เพียงแค่ไม่กี่ป้เท่านั้นเอง เครื่องจักร ทุกอย่างที่กรมทางหลวงต้องรับผิดชอบก็ต้องจอดสนิท แม้กระทั่งจะสอบถามในเรื่องของ ราคาอะไหล่ที่จะมาปรับปรุงซ่อมสภาพต่าง ๆ ก็มีราคาค่อนข้างที่จะสูงและไม่มีสต็อก อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียเวลาในการที่จะต้องรอการนําเข้าจากต่างประเทศโดยทาง เครื่องบินหรือที่เราเรียกว่า แอร์ เฟรท (Air freight) ทั้งนี้ทั้งนั้นอุปกรณ์ส่วนใหญ่ต่าง ๆ เหล่านี้แล้วนี่คุณภาพในเรื่องของเทคโนโลยีก็จะไม่ทันสมัย เพราะฉะนั้นเปึนข้อสังเกต อันหนึ่งที่ผมอยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้กรุณาพิจารณาด้วย เพราะว่าคุณสมบัติ บางอย่าง อย่างเช่นผมยกตัวอย่าง มีการจัดซื้อในส่วนของรถบรรทุก อาจจะมีการบอกว่า ตอนนี้ให้ใช้รถยูโร ๒ (Euro 2) แต่จริง ๆ แล้วปัจจุบันตอนนี้ส่วนใหญ่แล้วเขาจะใช้รถ ยูโรฟรี (Euro free) หรือว่าเปึนเวอร์ชั่น (Version) ที่ ๓ ทั้งนั้น แล้วรถยูโร ๒ ไม่มีการผลิต หรือเปึนรถยนต์ที่เวลาออกในส่วนของมลภาวะค่อนข้างที่จะสูงซึ่งหลาย ๆ ประเทศ เขาก็เลิกผลิตกันไปแล้ว แต่เราก็ยังออกรถยนต์ประเภทนี้ออกมาอยู่นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือรถบรรทุกซึ่งมีพ่วงในส่วนของเครื่องยกหรือที่เรียกว่า เครน (Crane) ติดตั้งหลังรถบรรทุกหรืออะไรประเภทนี้นะครับ ซึ่งบางสิ่งบางอย่างเราก็ไป ตั้งคุณสมบัติไว้ว่าผู้ที่จะมาประมูลหรือผู้ที่จะมาประกวดราคาซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) จะต้องเปึนผู้ที่จัดจําหน่ายเฉพาะรถอย่างเดียว ทําให้ผู้ที่เขามีการผลิต ในส่วนของเครื่องยกหรือว่าเครนต่าง ๆ ซึ่งเปึนของที่ดีมีคุณภาพไม่ได้ดําเนินการ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณา อาจจะเปึนการแยกกันในส่วนของ รถบรรทุกก็รถบรรทุก ส่วนอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์ที่มาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อที่จะได้ให้ ในส่วนของหน่วยงานกรมทางหลวงได้ใช้งานที่ดีอย่างมีคุณภาพ อาจจะมีการจัดซื้อหรือ ประกวดราคาซื้อแยกต่างหากและก็มีการมาประกอบติดตั้งกัน เพราะฉะนั้นมีบางประเด็น ผมได้รับทราบข้อมูลมาก็คืออย่างเช่นในส่วนของที่เราเรียกว่ากรมทางหลวงใช้ศัพท์คําว่า ไฟวาบ ๆ แต่จริง ๆ ที่เราเรียกกันว่า ไฟฉุกเฉินหรืออีเมอร์เจนซี ไลท์ (Emergency light) ที่ มีการหมุน ๆ คล้าย ๆ กับรถดับเพลิงหรือว่ารถตํารวจ หรืออะไรต่าง ๆ พวกนั้น ปรากฏว่า สเปกนี่สูงมากครับและก็ไม่สามารถหาที่ไหนในโลกได้ จนกระทั่งบางทีการซื้อเครื่องจักร มูลค่าเยอะ ๆ ปรากฏว่าสเปกไปล็อก (Lock) ที่เขาเรียกกันนะครับ ที่ไฟวาบ ๆ มูลค่าไม่กี่ หมื่นบาท ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้ มีแค่เพียง ๑ หรือ ๒ บริษัทเท่านั้นเองที่ผลิตในโลกนี้ ก็เปึน อันหนึ่งที่อยากจะขอฝากเปึนข้อสังเกตไว้
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของการจัดซื้ออะไหล่เพื่อซ่อมบํารุงในส่วนของ กรมทางหลวงที่เข้าใจว่าใช้เงินกองทุนกองนี้อยู่นะครับ ก็คือว่าอยากจะให้มีการจัดซื้อใน ลักษณะของเบ็ดเสร็จในการที่จะนําไปซ่อมบํารุงเครื่องจักรให้ใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าป้หนึ่งตั้งงบประมาณเพื่อ หรือป้หนึ่งใช้ในการที่จะซ่อมเกียร์ (Gear) อีกป้หนึ่ง ใช้ในการที่จะซ่อมปัูม (Pump) อีกป้หนึ่งใช้ในการที่จะซ่อมมอเตอร์ (Motor) การทํา อย่างนี้ใช้เวลา ๓ – ๔ ป้ เครื่องจักรยังไม่สามารถทํางานได้ เราน่าจะดําเนินการที่จะใช้ งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในการที่จะซ่อม อย่างเช่น สมมุติว่ามีตัวเครื่องจักร อยู่สัก ๑๐๐ คัน ก็ซ่อมให้เสร็จสัก ๑๐ คัน แทนที่เราจะซื้อปัูม ๑๐๐ ตัว และถึงเวลาไปซื้อ มอเตอร์อีก ๑๐๐ ตัว เพราะว่างบประมาณไม่มีอาจจะซื้อแค่ ๑๐ ตัว แล้วก็ ซ่อมทั้งฟ้ด (Feed) ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับก็คือในเรื่องของค่าเช่าที่ในรายละเอียดนะครับ มีว่า กรมทางหลวงได้ใช้เงินกองทุนของหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลหนักกองทุนนี้นะครับ เพื่อไปซื้อเครื่องจักรแล้วก็นําไปเช่าให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งในป้ ๒๕๔๙ มีรายได้จาก การดําเนินงาน ๗๘๕ ล้านบาท มีค่าใช้จ่าย ๕๘๕ ล้านบาท มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย ๒๐๐ ล้านบาท ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนะครับท่านประธาน ก็คือว่า รายได้ที่ได้มาเราตั้งเปึนรายได้ที่ไปเรียกเก็บกับหน่วยงานของรัฐอื่นเปึนรายได้ที่เหมาะสม อย่างไรหรือไม่นะครับ เพราะว่าถ้าเกิดอ้างอิงในส่วนของเอกสารหรือว่าอ้างอิงราคาที่ใช้ ในตลาดปัจจุบันนะครับ อาจจะทําให้กองทุนนี้หรือว่าทางกรมทางหลวงแทนที่จะมีรายได้ อาจจะเปึนผลการขาดทุนนะครับ คงไม่เรียกว่าขาดทุน แต่ว่ามีรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย อันนั้นเปึนข้อสังเกตที่ผมอยากจะขอแจ้งในสภาแห่งนี้ไว้นะครับว่า ในเรื่องของค่าเช่าที่เรา นําเครื่องจักรไปให้เช่านั้น มีการดําเนินการในราคาที่สูงกว่าตลาดหรือเปล่านะครับ เพราะว่าถ้าเปึนการที่สูงกว่า ไม่ว่าจะเปึนการที่นําไปให้ในส่วนของแขวงต่าง ๆ แล้วก็ เขตการทางเช่าช่วงต่อในเรื่องของราคาอาจจะไม่เหมาะสม
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอาจจะขอเปึนประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน ก็คือในเรื่องของการที่ แทนที่เราจะมีการจัดซื้อหรือมีการประกวดราคาซื้อนะครับ อาจจะ ให้ดําเนินการในการพิจารณาที่จะใช้เงินกองทุนกองนี้ในการที่จะไปเช่า แต่คงไม่ต้องเช่า ระยะยาวเหมือนกับที่ทาง ขสมก. กําลังจะดําเนินการนะครับ คือไม่ต้องถึงขนาด ๑๐ ป้หรอกครับ เพราะว่าเครื่องจักรกลหนักส่วนใหญ่แล้วผมคิดว่าถ้าดําเนินการให้เช่า ตั้งแต่ระยะเวลา ๓ ป้ขึ้นไป อาจจะ ๓ – ๕ ป้ ผมคิดว่าเอกชนหลาย ๆ รายก็พร้อมที่เข้ามา ร่วมงานกับทางด้านกรมทางหลวงในการที่จะให้เครื่องจักรเช่า และเมื่อเครื่องจักรนั้น เอามาเช่าแล้วเราก็ไม่จําเปึนที่จะต้องมานั่งดูแลในเรื่องของการบํารุงรักษา ไม่มีความ จําเปึนที่จะต้องมาจ้างเมกคานิก (Mechanic) หรือว่าช่างซ่อมบํารุง ไม่มีความจําเปึน ที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของการที่จะต้องสต็อกอะไหล่เพื่อใช้ในการบํารุงรักษา เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะขอให้ท่านประธานได้พิจารณาในเรื่องของการที่จะเช่า เครื่องจักรที่จะนําไปใช้ในส่วนของกรมทางหลวงนะครับ เพราะว่าเปึนสิ่งที่เปึนประโยชน์ แล้วก็หลังจาก ๓ ป้ หรือ ๕ ป้แล้วนี่ เครื่องจักรต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนโมเดล (Model) เปลี่ยนรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นนะครับ สามารถที่จะหมุนเวียนกลับมาใช้ เพิ่มเติมได้ในส่วนของที่เราจะนํารถใหม่เข้ามาเพิ่มเติมนะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน