รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันอาทิตย์ที่ ๓๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เรื่อง รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จะดําเนินการถ่ายทอดโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการถ่ายทอดทุกระยะตลอดจนป่ดการอภิปราย ก็แจ้ง ให้ที่ประชุมทราบนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ผมขอเรียนให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ทราบนะครับ เนื่องจากการขอเป่ด อภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้น ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ แต่ เนื่องจากว่าสมัยนี้เปึนสมัยประชุมนิติบัญญัติมันก็เกี่ยวโยงกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ วรรคสี่ ผมจึงอยากจะประทานกราบเรียนต่อท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่า เราจะอนุมัติเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้ง ๒ สภานะครับ เราจึงจะมีสิทธิที่จะ ดําเนินการประชุมได้ ผมก็อยากขอความกรุณาที่ประชุมเพื่อให้งานลุล่วงไปด้วยดี ผมก็ อยากจะขอความกรุณาท่าน เชิญครับ เมื่อสักครู่นึกว่าไม่พูด เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นด้วยนะครับที่ท่านประธานได้หยิบยก ประเด็นในเรื่องของญัตติซึ่งทางรัฐบาลได้เสนอต่อรัฐสภาในการขอใช้สิทธิตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเงื่อนไขในการที่จะพิจารณาญัตตินี้ก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ เนื่องจากว่าสมัยประชุมนี้นั้นเปึนสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ก็บังคับไว้ว่าเรื่องใดที่สามารถที่จะพิจารณาได้ บังเอิญว่าญัตติซึ่งเปึนการใช้สิทธิตาม มาตรา ๑๗๙ นี้ ก็เปึนญัตติซึ่งไม่ได้มีการเขียนเอาไว้ว่าสามารถจะพิจารณาได้ ในสมัยประชุมนี้ จึงต้องขอมติจากที่ประชุมก่อน รัฐธรรมนูญยังได้เขียนต่อไปด้วยว่า ในการลงมติให้ความเห็นชอบในการพิจารณาเรื่องอื่นใดนั้นจะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็แปลว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนก็จะต้องลงมติกันก่อนว่าจะเห็นชอบให้มีการหยิบยกญัตตินี้ ขึ้นมาเสนอหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะถามรายละเอียดความตั้งใจของ รัฐบาลในเรื่องญัตตินี้ก่อน เหตุผลเนื่องจากว่าถ้าพวกผมจะรับรองให้มีการหยิบยกญัตตินี้ ขึ้นมานั้นก็เปึนเรื่องที่จะต้องมีความมั่นใจว่ารัฐบาลมีความตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะเข้ามา รับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ความจริงพวกเราเปึนฝ์ายเสนอ หลายฝ์าย ก็เห็นชอบด้วยว่าจําเปึนจะต้องมีการเป่ดประชุมรัฐสภา เพื่อที่จะใช้กลไกของรัฐสภา ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ถ้าท่านประธานได้ดูญัตติที่มีการเสนอเข้าสู่ สภานั้น รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนเสนอญัตติเข้ามา แล้วก็มีการเขียนกันถึง สถานการณ์การชุมนุมของประชาชนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่าเปึนอุปสรรคต่อการบริหาร ราชการแผ่นดิน และยังเขียนไว้ด้วยว่าสถานการณ์ยังดํารงอยู่และมีแนวโน้มจะทวี ความรุนแรงมากขึ้น พวกกระผมก็เห็นว่าเปึนเรื่องดีที่รัฐบาลเสนอเรื่องนี้เข้ามาสู่รัฐสภา เพียงแต่ว่าทันทีที่มีข่าวนี้ปรากฏออกไปครับก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ์ายว่า รัฐบาลมีความตั้งใจอย่างแท้จริงมากน้อยเพียงใด ในการใช้กลไกของรัฐสภาเพื่อจะรับฟัง ความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก บังเอิญว่ามีท่าทีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าการประชุม แม้แต่กระทั่งรายการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปออกรายการเมื่อเช้านี้ ก็เปึนท่าทีที่เสมือนกับมีคําตอบก่อนที่ จะมีข้อแนะนําหรือมีคําถามด้วยซ้ําไป ผมกราบเรียนถามท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็น่าเสียดายว่าขณะนี้ความจริงก็เปึนญัตติของท่าน แต่ว่าท่านก็ยัง มาไม่ถึง ผมกราบเรียนถามท่านอย่างนี้ครับว่า
รถติดครับ เพราะว่าถูกล้อมไว้หมด ก็อาจจะช้าหน่อยครับ ขอความกรุณาครับ
ผมกราบเรียนถามท่านว่า รัฐบาลมีความตั้งใจมากน้อยเพียงใดที่จะมารับฟังความคิดเห็น ของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ เพราะการตั้งใจรับฟังความคิดเห็นนั้นก็ต้องประกอบ ไปด้วยความตั้งใจที่จะรับฟังมากกว่าที่จะเปึนประเด็นซึ่งจะมีการหยิบยกขึ้นมา แล้วก็มี การพูดจากันจนกระทั่งรัฐสภากลายเปึนเวทีที่จะมีความขัดแย้งกันเอง แม้แต่กระทั่ง ความเป่ดใจกว้างของท่านนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีที่จะรับฟังความเห็นของเพื่อน สมาชิกครั้งนี้ ก็จะเปึนส่วนที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง ความจริงคําตอบหลาย ๆ คําที่ท่าน ตอบไปแล้วเมื่อเช้านี้ก็เปึนปัญหากับการทํางานของเพื่อนสมาชิก ผมก็เพียงแต่อยากให้ ท่านลุกขึ้น
ท่านสาทิตย์ครับ ผมขอความกรุณา สักนิด คือหมายความว่าตอนนี้เรากําลังพูดถึงประเด็นมาตรา ๑๒๗ นะครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังมาไม่ถึง แล้วท่านพูดไปก็เปล่าประโยชน์ครับ เพราะว่า คอยเอาตอนที่เมื่อเราอภิปรายแล้วก็ท่านเอาได้เต็มที่เลยครับ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะรัฐบาลรับฟังอยู่แล้วครับ
ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องเดียวกันนะครับ ผมเพียงแต่จะถามเพื่อที่จะยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ใช้ความตั้งใจที่จะเอารัฐสภาแห่งนี้เปึนเครื่องมือในการไปจัดการ ทางการเมืองและจะขยายความขัดแย้งเท่านั้นเอง ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ลุกขึ้นยืนยันว่าท่านตั้งใจที่จะรับฟังความเห็นอย่างแท้จริง และไม่ได้ตั้งใจจะใช้รัฐสภา เปึนเครื่องมือทางการเมือง ก็เปึนเรื่องที่พวกกระผมก็เห็นชอบอยู่แล้วที่จะอนุมัติให้เปึนไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ ขอความกรุณาท่านลุกขึ้นยืนยันความตั้งใจที่จะรับฟัง ความคิดเห็นอย่างแท้จริง และยืนยันว่าในการรับฟังนี้ไม่ใช่เรื่องใช้เปึนเครื่องมือในการไป จัดการหรือขยายความขัดแย้งให้เพิ่มเติมมากขึ้น ก็เท่านั้นแหละครับ ขอคํายืนยันด้วยครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะยืนยัน ตามเอกสาร เพราะท่านไม่ยืนยันท่านก็คงจะไม่เขียนเอกสารนี้ส่งมาสภาหรอกครับ ถ้าอย่างนั้นประธานรัฐสภาก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการเชิญท่านสมาชิกรัฐสภา เข้าประชุมได้ครับ ท่านนิพนธ์มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพ ทั้งส่วนตัวและก็โดยหน้าที่ ท่านประธานพยายามทําหน้าที่เปึนกลางโดยอย่าเพิ่ง ไปชี้แจงอะไรแทนท่านนายกรัฐมนตรีมากนักนะครับ
ผมไม่ได้ชี้แจงแทนครับ เอกสารมันมี อย่างนี้ครับ
เข้าใจครับ
ถ้าผมไม่แจ้งที่ประชุมว่ามีเอกสาร อย่างนี้ ผมก็ไม่สามารถที่จะกราบเรียนเชิญท่านสมาชิกรัฐสภาเข้ามาประชุมวันนี้ได้ครับ
ทราบครับ เพราะระเบียบวาระออกไปแล้ว ท่านประธานทําหน้าที่ถูกต้อง ทุกอย่างนะครับ ถูกต้อง ผมไม่ได้ตําหนิหรือว่าอะไรท่าน อยากจะชมเชยท่านด้วยซ้ําไปว่า ท่านทําหน้าที่ดีแล้ว แล้วก็อยากเห็นรัฐสภาแห่งนี้เปึนที่แก้ไขปัญหาของประเทศ เพราะว่า สมาชิกทั้งสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภานั้น ผมคิดว่าวันนี้เราต้องตระหนักถึงการ ทําภารกิจที่สําคัญในการจะร่วมกันเสนอความเห็นแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ เรามานั่ง ตรงนี้ได้ก็เพราะพี่น้องประชาชนนะครับ เรามีจุดยืนว่าเราจะต้องทําหน้าที่ให้กับพี่น้อง ประชาชนและประเทศชาติด้วยความสุจริตใจ ผมก็ฝากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ นะครับ ก็พยายามอย่าตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีล่วงหน้ามากนักครับ ขอบคุณครับ
ผมไม่ได้ตอบแทนนะครับ ท่านอย่า ใส่ไคล้ผมมากนะครับ ผมก็เคารพท่าน ท่านอย่าเอาคําพูดนี้มาพูดในสภาอย่างนี้ ผมเสียหายครับ เชิญคุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกรัฐสภา กระผม ขอกราบเรียนให้ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่า สอบถามว่ารัฐบาลมีความจริงใจ ในเรื่องการเป่ดการประชุมวันนี้หรือไม่ ในฐานะที่เปึนหนึ่งในคณะรัฐมนตรี อยากจะ กราบเรียนต่อท่านที่เคารพว่า ความจริงใจนั้นเรามีเดิมพันอยู่แล้วอย่างที่เรากราบเรียนว่า สิ่งหนึ่งในเรื่องของตัวบทกฎหมายก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการต่าง ๆ ได้ ดังนั้น เชื่อว่า รัฐสภาคงจะเปึนหนทางออกที่ดีจึงกราบเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพว่า รัฐบาลมีความจริงใจครับ
ท่านประธานครับ
มีชื่อท่านอยู่แล้วครับ แต่ว่าหลัง คุณสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์นั่งก่อนครับ เชิญคุณสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกรัฐสภา บังเอิญประเด็นที่กระผมจะ สอบถามนั่นก็เปึนประเด็นที่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ยกขึ้นมา ปรึกษาท่านประธาน โดยเฉพาะประเด็นที่เราอยากจะทราบว่ารัฐบาลมีความจริงใจ มากน้อยแค่ไหน ในการที่จะแก้ปัญหาโดยอาศัยการประชุมวันนี้ เพราะก่อนที่เรา จะลงคะแนนนั้น ที่จะอนุญาตให้นําญัตตินี้เข้ามาหารือนั้น จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องทราบ ความจริงใจและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา แต่กรณีหนังสือที่ท่านนายกรัฐมนตรี แจ้งมาทางรัฐสภานั้น กับข้อเท็จจริงจากการอภิปรายของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อเช้านี้ มันไม่ค่อยสอดคล้องกัน จึงเกิดความไม่มั่นใจในสมาชิกรัฐสภา จึงขอคํายืนยันอีก สักครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ตามที่ท่านสมพงษ์ อมวิวัฒน์ ประทานโทษที่เอ่ยนาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ตอบแทนนั้น กระผมไม่แน่ใจว่าท่านได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะท่านเปึนหนึ่งในคณะรัฐมนตรี แต่ผู้ที่ทําหน้าที่แทน ท่านนายกรัฐมนตรีขณะนี้คือท่านรองนายกรัฐมนตรีลําดับหนึ่ง ซึ่งน่าจะตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ กระผมจึงขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณาถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีลําดับหนึ่งซึ่งรักษาการหรือทําหน้าที่แทนท่านนายกรัฐมนตรี ฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่นี้ตอบให้สภาได้เข้าใจและไว้วางใจในเรื่องนี้ว่ารัฐบาล มีความจริงใจแค่ไหนครับ
ขอบคุณครับ ก็ยังไม่ถึงจังหวะนั้น ครับ ก็ขอผ่านไปก่อน เชิญท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในนามของสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะ กราบเรียนชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๒ ท่าน ผมขออนุญาตที่จะต้องเอ่ยนาม คือ ท่านสาทิตย์ และท่านสุทัศน์ครับ กราบเรียนให้ย้ําถึงความมั่นใจของรัฐบาล เรามีความรู้สึกห่วงใยบ้านเมืองไม่แตกต่างกันหรอกครับ เมื่อวันศุกร์ผมได้ทราบข่าวจาก ทางพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอแนวทางในการที่จะใช้รัฐสภาแห่งนี้เปึนสถานที่ในการ แก้ไขปัญหาของบ้านเมือง เราคิดตรงกัน ในวันเดียวกันครับ พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง ๖ พรรค ได้มีการปรึกษาหารือกันว่าสถานการณ์ที่กําลังเกิดขึ้น เรามีความเปึนห่วงเปึนใย ว่าจะบานปลาย บานปลายไปจนกระทั่งเกิดการเผชิญหน้ากัน เหมือนกับเหตุการณ์ ในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม หรือแม้แต่กระทั่ง ๑๘ พฤษภาคม เราปรึกษาหารือกันว่าในวันนี้ทางออกของสังคมยังมีรัฐสภา รัฐสภาซึ่งจะ เปึนไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย รัฐสภาซึ่งจะเปึนที่รวบรวมมวลเหล่าสมาชิก ซึ่งได้ชื่อว่าเปึนผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทย ทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งที่มาจาก การสรรหา กระบวนการเลือกตั้งและกระบวนการสรรหานั้นเราต้องไม่ปฏิเสธความจริงว่า มีทั้งส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับฝ์ายรัฐบาล มีทั้งส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตร และก็มีอีกส่วนหนึ่งที่วางตัวเปึนกลาง ถ้าหากว่า เราใช้เวทีแห่งนี้ได้สะท้อนความคิดหลากหลายของคน ๓ กลุ่ม แล้วรัฐบาลมาประมวล สิ่งที่สมาชิกได้เสนอแนะผ่านสภาแห่งนี้ นําไปสู่การปฏิบัติในสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้ นําไป ดําเนินการแก้ไขปรับปรุงในสิ่งที่ไม่สามารถจะปฏิบัติได้ในฉับพลัน ผมก็มีความเชื่อมั่นว่า น่าจะเปึนทางออกที่สามารถคลี่คลายปัญหาของสังคมได้ ผมพูดย้ําอยู่เสมอว่าเราอย่าไป หวาดวิตกว่าวันนี้เมื่อสภาได้ดําเนินการพิจารณาไปตามขั้นตอนแล้ว ถ้าหากว่า กลุ่มพันธมิตรไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการของสภา ปฏิเสธต่อความคิดเห็นของสภา ผมบอกว่าเราอย่าไปหวั่นไหวกับสิ่งเหล่านั้น เพราะนี่คือเสน่ห์ของระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องยึดหลักของสังคมว่าวันนี้สภาครับ สภาคือหลักของสังคมในการที่จะแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และรัฐสภาแห่งนี้แหละก็ได้เคยคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในสังคมไทยมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่สามารถจะแก้ไขจนนําไปสู่ การรัฐประหารนั้น ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านคงจําปรากฏการณ์ตอนวันที่ ๑๙ กันยายน ได้ วันนั้นถ้าหากว่ามีสภาผมเชื่อว่าการปฏิวัติไม่เกิดขึ้นหรอกครับ แต่เพราะ ตอนนั้นสภายุบและก็เกิดสุญญากาศขึ้นมาจึงไม่มีทางออกตีบตันไปหมด แต่วันนี้ตรงกัน ข้ามครับ สภายังอยู่ กลุ่มแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่อยู่นอกสภานั้นก็เปึนสิทธิที่เขา จะแสดงความคิดเห็นเปึนสิทธิที่เขาจะดําเนินการสิ่งหนึ่งประการใดได้ แต่เมื่อเห็นว่า บ้านเมืองมันนับวันแต่จะเผชิญหน้ากันทุกที มันก็มีความจําเปึนที่จะต้องเป่ดรัฐสภา ชั่วคราวขึ้นมา รัฐสภาฉุกเฉินขึ้นมา เพื่อที่จะมารวบรวมความคิดกันและก็นําความคิดเห็น ของคน ๓ ฝ์าย นํามาสังเคราะห์ และก็รัฐบาลนี้แหละครับ มีหน้าที่ที่จะต้องนําในสิ่งที่เปึน ส่วนที่พวกเราได้สังเคราะห์กันแล้วนําไปปฏิบัติ นั่นคือแนวทางที่จะแก้ไขปัญหา ของบ้านเมือง เราทั้ง ๕ พรรคได้คุย ประทานโทษครับทั้ง ๖ พรรค ได้คุยและเห็น สอดคล้องกัน แล้วก็ยืนยันว่าเราต้องเป่ดสภา แล้วเราก็บอกด้วยว่าต้องไม่รอวันจันทร์ เพราะสถานการณ์มันสุกงอม ถ้าหากว่ารอเวลาจนถึงวันจันทร์มันจะช้าเกินไป อยากจะ เป่ดเสียตั้งแต่เมื่อวานด้วย แต่เมื่อวานนี้เรามีงานสําคัญที่ทางรัฐบาลได้กราบบังคมทูล เชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จพระราชดําเนินมาที่สวนอัมพร เรามีงานที่รัฐบาล ทําอยู่ จึงไม่สามารถที่จะประชุมได้เมื่อวาน จึงต้องมาประชุมวันนี้ และการประชุมวันนี้ ผมต้องกราบเรียนเพื่อนสมาชิกครับ ผมคาดหวังว่าสภาแห่งนี้จะเปึนสภาที่ร่วมกันแก้ไข ปัญหาของประเทศ ผมไม่อยากจะเห็นสภาแห่งนี้เปึนสภาที่สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นกับ ประเทศในขณะนี้ เมื่อเช้าผมก็ดีใจที่ได้เห็นแนวโน้มของการดําเนินการที่จะเปึนไปตามที่ ทุกคนหวังทุกคนปรารถนา ได้มีประชุมร่วมกันในระหว่างคณะกรรมการประสานงาน ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายวุฒิสภาก็คิดเห็นตรงกันว่าพยายามไปดูแลสมาชิก ของแต่ละพรรคการเมืองว่าให้อดทน อดกลั้น ใจเย็น อย่าเผชิญหน้ากัน พยายามอภิปราย กันด้วยเหตุด้วยผล ช่วยกันหาทางออกที่ดีให้กับฝ์ายปฏิบัติการคือรัฐบาล ถ้าพวกเรา ทุกฝ์าย ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหาร ได้ร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจังและสุจริตใจต่อการ ที่จะแก้ปัญหาของประเทศ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่ารัฐสภายังเปึนความหวังครับ วันนี้บ้านเมืองปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา สภานั้นยังมีอยู่ ยังทํา หน้าที่ของตนเองอย่างศักดิ์สิทธิ์อยู่ ผมจึงเชื่อว่าตรงนี้จะเปึนแนวทาง เมื่อคืนนี้ได้มีการ สรุปขั้นสุดท้ายของ ๖ พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ได้มีการสรุปในครั้งสุดท้ายว่าเรายินดี และก็เป่ดเสรี ไม่ใช่มากําหนดว่าจะต้องพูดกันกี่วัน เวลาแค่ไหน บอกเลยบอกว่าให้เปึน เสรี เพื่อที่ทุกคนจะได้มีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างเต็มกําลัง ยิ่งความ หลากหลายในความคิดมาก นั่นคือทางออกที่เราจะพบมากทางขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึง ใช้โอกาสในท้ายที่สุดครับ กราบเรียนเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพและด้วยความเชื่อมั่น ในความเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยของพวกเราทุกคนว่า จะใช้เวทีแห่งนี้เปึนเวทีของการ สร้างสรรค์ เรียกความสมานฉันท์ เรียกเหตุการณ์ปกติทั้งหมดกลับมาสู่สังคมไทย วันนี้ ถ้าหากว่าการประชุมรัฐสภาล้มเหลว เพื่อนสมาชิกตั้งปัอมที่จะเผชิญหน้ากัน ไม่ได้มองถึง เปัาประสงค์ของความสมานฉันท์ และไม่ได้มองถึงเปัาประสงค์ของเจตนารมณ์ แห่งรัฐสภาแห่งนี้ ผมเปึนห่วงอนาคตของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นวันนี้โอกาส ท้ายที่สุดครับ ผมจึงกราบเรียนเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าขอให้มีเจตนาที่สุจริต อดทน ต่อการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกบางท่าน ซึ่งอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจเพื่อนสมาชิกซึ่งนั่ง อยู่ในห้องแห่งนี้ ขอให้ทุกคนวางใจด้วยสุจริตว่า การอภิปรายทุกคําพูดของเพื่อนสมาชิก นั้นล้วนแล้วแต่มีเปัาไปที่การเรียกความสงบกลับคืนมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพวกเรา ทําได้อย่างนี้ ผมเชื่อว่าสภานั้นเปึนทางออกที่สําคัญของสังคมไทยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสมาชิกรัฐสภา ประสาร มฤคพิทักษ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา จะใคร่ขอทําความเข้าใจ หรือขอคํายืนยันจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าตามจดหมายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า จึงเห็นสมควรที่จะรับฟังความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา อันนี้อ่านตามจดหมายนะครับ ในขณะที่เมื่อเช้าได้รับฟังรายการ สนทนาประสาสมัคร ขออนุญาตนะครับ คําพูดที่ได้ยินก็คือว่า วันนี้จะได้ดูเลยเชียวครับ ทุกคนจะนุ่งผ้าขาวม้ากันมา ผู้หญิงก็จะแต่งกระโจมอกกันออกมา วันนี้จะได้ดูกันเลยว่า ใครนุ่งกางเกงชั้นในสีอะไร ไม่ทราบทําไมต้องมาดูกันด้วยนะครับ ใครจะแสดง ความคิดเห็นอะไรจะได้รู้กันเลยวันนี้ ใครจะเข้าข้างใครได้เลยครับ ได้เลย เพราะเขา ประกาศตัว ๓๐ คน วุฒิสมาชิกขึ้นเวทีไปแล้ว สมาชิกพรรคฝ์ายค้านใหญ่บางคนก็ขึ้นไป ปราศรัยกันแล้ว เมื่อคืนก็ขึ้นไปแล้ว แต่ว่าบ้านนี้เมืองนี้ฝ์ายนั้นมีโอกาสชนะถูกไหมครับ ฝ์ายปฏิบัติการที่สั่งให้รัฐบาลออก นายกรัฐมนตรีลาออก จะมีความเปลี่ยนแปลง อันนี้ เปึนเพียงสั้น ๆ ส่วนเดียวนะครับ คําพูดเช่นนี้ขอความกรุณานะครับ สะท้อนถึงอะไร ก็สะท้อนถึงการวินิจฉัยเด็ดขาดลงไปแล้วถึงการแบ่งข้างอย่างชัดเจน ผมจึงเห็นด้วยกับ ข้อเสนอที่จะให้มีการทําความเข้าใจต่อที่ประชุมแห่งนี้ ว่าวันนี้รัฐบาลกรุณาที่จะเปึน ฝ์ายรับฟังอย่างตั้งใจอย่างน้อมใจ อย่างต้องการแก้ปัญหา พวกเราสมาชิกวุฒิสภามีความ ปรารถนาที่จะร่วมส่วนอย่างเต็มที่ในการหาทางออกให้แก่บ้านแก่เมือง แต่ถ้าเผื่อท่าที ที่ออกมาจากนายกรัฐมนตรีในเช้าวันนี้เปึนท่าทีที่สะท้อนถึงลักษณะของความแบ่งฝัก แบ่งฝ์ายอย่างชัดเจน ผมเปึนห่วงครับว่ามันจะไม่ได้ผลตามที่ต้องการ ขอบพระคุณครับ
ได้ฟังพอสมควรแล้วนะครับ ผมอยากจะเข้าเนื้อหาสาระ เพราะว่าขณะนี้ที่ประชุมยังไม่ได้มีมติกันว่าจะอนุมัติให้มีการ ประชุมในเรื่องที่รัฐบาลเสนอมาตามมาตรา ๑๗๙ หรือไม่ ถ้าที่ประชุมไม่อนุมัติก็เลิก ประชุมกันได้เลย ถ้าที่ประชุมอนุมัติเราก็จะได้เนื้อหาสาระในการอภิปรายกันไปตลอดวัน ตลอดคืนผมพร้อมไม่ต้องห่วง ฉะนั้นผมขอทุกท่านงดอภิปรายเรื่องนี้ก่อนว่า เราจะดําเนินการประชุมต่อไปหรือไม่ โดยใช้มาตรา ๑๒๗ วรรคสี่ เปึนหลัก ผมขอให้ ทุกท่านแสดงตนครับ โปรดนําบัตรของท่านแสดงตนครับ
ท่านประธานคะ บัตรเสีย บัตรใช้งานไม่ได้ แพทย์หญิงมาลินี ท่านประธานค่ะ
ไหนครับ
๒๕๖ ค่ะ
เสียบยังไม่ได้ครับ
ใช้การไม่ได้ค่ะ
ของคุณหมอแสดงตนยังไม่ได้ ก็ไม่เปึนไรครับ พอตอนนับแล้วคุณหมอค่อยบอกทีหลังก็ได้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กระผมคิดว่า อย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านไม่ต้องกดบัตรแสดงตนเพราะบัตรอาจจะเสีย จํานวนสมาชิกที่มา ณ เวลานี้เข้าชื่อเกินกึ่งหนึ่งและก็ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ เพียงแต่ท่านประธาน จะถามว่าเราจะดําเนินการให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตราที่ ๑๒๗ วรรคสาม ถ้าหากว่า สมาชิกไม่ขัดข้องก็ไม่ต้องลงเสียงก็ได้นะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้มีมติเปึนเอกฉันท์ เพราะต้องการเสียงเกินกึ่งหนึ่งเท่านั้นเอง
ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณา เถอะครับ ทําให้ถูกต้องตามระเบียบเถอะ ขอความกรุณาเถอะ ท่านผู้ใดได้แสดงตนแล้ว เมื่อแสดงตนเสร็จแล้วขอป่ดการแสดงตน ขอป่ดเลย โปรดนับคะแนนได้ครับ ส่งคะแนน มา ขณะนี้ผู้แสดงตนอยู่ในห้องประชุม ๔๕๒ ท่าน ท่านใดที่ไม่ได้กดมีไหมครับ เพิ่มเติม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน อยู่ครับ
เปึน ๔๕๓ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส. มหาสารคาม อยู่ครับ ๓๙๗ ครับ
๔๕๔ ท่าน ผมว่าไม่จําเปึนแล้วครับ ตอนนี้ก็ลงมติได้แล้ว มันเกิน ๓๑๑ ท่านแล้วครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบที่จะให้ดําเนินการประชุม ตามมาตรา ๑๗๙ ได้ โปรดกดบัตรลงคะแนนได้ครับ ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรโปรดกด ไม่เห็นด้วย นะครับ ใครงดออกเสียงก็กด งดออกเสียง ครับ เชิญใช้สิทธิของท่านได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
เจ้าหน้าที่รวมคะแนนได้ครับ ปรากฏว่าเห็นด้วย ๔๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ก็แสดงว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้ดําเนินการเป่ดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา ๑๗๙ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ ก็ดําเนินการต่อไป
กระผมคิดว่าขณะนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านได้มาแล้ว ท่านเปึนคนเสนอเรื่องมาขอเป่ดการอภิปรายตามมาตรา ๑๗๙ เรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านสมัคร สุนทรเวช ชี้แจงครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ทั้งหมดนี้ ก็เกิดจากท่านสมาชิกอาวุโส ชื่อคุณบรรหาร ศิลปอาชา ท่านให้ข้อคิด ท่านบอก สถานการณ์บ้านเมืองนั้นรัฐบาลก็เอาไว้ไม่อยู่ ศาลก็ยังเอาไว้ไม่อยู่ แล้วสภาทําไมไม่ทํา หน้าที่ ผมบอกด้วยความยินดีผมก็ทําหนังสือทันที ส่งหนังสือมาสภา ขอบคุณท่านอดีต นายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา ที่ได้มีเวทีนี้ บางทีคนเราก็ลืมสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ทุกคน ที่อยู่ข้างในนั้นก็ลืมว่าสถานะของเรานั้นถ้าจะเอาที่มาคุยกัน คน ๔๘๐ กับคน ๑๕๐ ก็จะ ได้มานั่งคุยกันวันนี้ ทั้งหมดนี้ล่ะครับก็เปึนสถาบันซึ่งเปึนตัวแทนของราษฎร วันนี้จะได้ พูดจากัน จะด้วยอะไร อย่างไรก็สุดแท้แต่ ผมขอเชิญชวนท่านสมาชิกได้โปรดแสดง ความคิดเห็น คําวิพากษ์วิจารณ์เมื่อสักครู่นี้สํานวนไทยที่ผมดําเนินการไปนั้น เขาเรียกว่า การตีปลาหน้าไซ ใครอยากจะทําอย่างนั้นก็ลองดู ใครไม่อยากทําอย่างนั้นก็อย่าทํา ไม่มี ความเสียหายหรอกครับ ไม่ได้ประกาศท้าทายอะไรทั้งสิ้น เปึนสิทธิเสรีภาพของประชาชน คนหนึ่ง ซึ่งบังเอิญมาเปึนนายกรัฐมนตรี เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเปึนถึงขนาดนั้นก็ได้ สถานะที่จะมาพูดกันวันนี้ก็พูดดักคอไว้เท่านั้นเอง ว่าใครจะพูดจาแสดงความคิดเห็น เปึนสิทธิเสรีภาพ เต็มที่เลยครับ จะพูดอย่างไรก็อย่าได้ยับยั้งไว้เลยครับเท่านั้นเอง ผมก็ใช้ สํานวนของผมว่า ก็จะได้ดูกันว่าใครนุ่งกางเกงในสีอะไร เปึนสํานวนเท่านั้นล่ะครับ ไม่มี อะไรดุเดือดเลือดพล่านเลย ขอเชิญท่านสมาชิกครับ ผมจะนั่งฟังตลอด ขอบคุณครับ
ท่านชี้แจงแล้วครับ เชิญ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเบิกโรงไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ที่จริงกระผมไม่ได้ยกมือนะครับท่านประธาน
คือสภาแห่งนี้ต้องมีฝ์ายค้าน และผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทสําคัญครับ ที่เรียนเชิญคนแรกครับ
แต่ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นว่า ที่จริงท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะ ไม่ทราบว่าก่อนที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหารจะได้มีข้อเสนอนี้ถึงท่าน กระผมได้มา พบกับท่านประธานวุฒิสภา แล้วก็เสนอ แต่เนื่องจากว่ากระผมไม่มีสิทธิในการขอเป่ด อภิปรายทั่วไป ก็จึงได้มาแสดงเจตนาต่อทางท่านประธานวุฒิสภาว่า กรณีวุฒิสภา อยากจะเป่ดอภิปรายทั่วไป แต่ติดขัดเงื่อนไขสมัยนิติบัญญัติ พวกกระผมยินดี จะสนับสนุนให้ดําเนินการได้ แล้วก็ได้แถลงข่าวว่ากรณีที่รัฐบาลคิดจะใช้เวทีแห่งนี้ พวกเราก็เห็นว่าเปึนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่า กระบวนการวันนี้สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในเบื้องต้น ก็คือว่า ผมก็ตั้งใจมาฟังก่อน แล้วช่วงท้ายผมก็จะให้ข้อเสนอของผมต่อทางออก ของบ้านเมือง แต่อยากจะฟังจากเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะทางรัฐบาลและทางวุฒิสภา เพราะว่าในส่วนของพรรคฝ์ายค้านมีอยู่พรรคเดียว ผมได้ฟังความคิดเห็นสมาชิก พรรคของผมแล้ว ซึ่งก็จะได้กราบเรียนต่อที่ประชุมต่อไป เพราะฉะนั้นช่วงนี้ผมเพียงแต่ อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ นิดเดียวนะครับว่า บังเอิญเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิก ท่านหนึ่งท่านก็พูดถึงว่า เวทีแห่งนี้น่าจะเปึนจุดที่แก้ไขปัญหาได้ กระผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า เรามีความภาคภูมิใจในการเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย แต่ว่ากระผมคิดว่าเราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งก็คือ ย้อนไปดูวิกฤตการณ์ ทางการเมืองทุกครั้งในประเทศไทย ผมกลับคิดว่ามีน้อยครั้งมากครับที่กระบวนการ นิติบัญญัติสามารถที่จะคลี่คลายปัญหาได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์พฤษภาคมก็ดี เหตุการณ์ในช่วง ๖ ตุลาคมก็ดี กระบวนการนิติบัญญัติไม่สามารถที่จะคลี่คลายปัญหาได้ ดังนั้นเราอย่าตั้งความคาดหวังสูงจนเกินไป หรือประเมินตัวเราเองสูงจนเกินไป วิกฤติวันนี้ ทุกฝ์ายจะต้องช่วยกันคลี่คลาย และกระผมอยากจะกราบเรียนว่า การเมืองในยุคสมัยนี้ มันก็ไปไกลกว่าระบบการเมืองตัวแทนเพียงอย่างเดียว มีการเมืองภาคประชาชน ซึ่งไม่ได้ หมายถึงว่าจะต้องผูกติดอยู่กับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด มีหลายกลุ่มที่ทําหน้าที่การเมือง ภาคประชาชนอยู่ ดังนั้นสิ่งที่กระผมกราบเรียนก็คือ ประเด็นสุดท้ายก่อนที่จะเป่ดโอกาส ให้เพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ก็คือว่า เราอาจจะมองบทบาทเราว่า เปึนเพียงเสียงสะท้อนของประชาชน แต่ถ้าวันนี้ประชาชนแตกแยก เราอย่าทําหน้าที่ เปึนกระจกสะท้อนความแตกแยกเพื่อขยายผลเลยครับ วันนี้ถ้าเราอยากให้กระบวนการ นิติบัญญัติมีความศักดิ์สิทธิ์ มีความสามารถในการคลี่คลายปัญหา เราต้องทํามากกว่า การเปึนกระจก แต่ต้องพร้อมที่จะเปึนผู้นําของสังคม เสนอทางเลือกทางออก อย่างสร้างสรรค์ ก็เพียงแต่ฝากข้อคิดไว้เบื้องต้น แล้วก็จะได้ให้ข้อคิดของกระผม ในช่วงท้ายของการประชุม ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เนื่องจากว่าสมาชิก รัฐสภามีจํานวนมากนะครับ แล้วเราอภิปรายครั้งนี้แต่ละท่านก็มีความประสงค์ ที่จะอภิปราย ก็เลยให้ทางวิป (Whip) ทั้ง ๓ ฝ์าย คือ ฝ์ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา และ ฝ์ายพรรคร่วมรัฐบาลได้ตกลงกันนะครับ คือ เริ่มต้นด้วย ๑๐ ชั่วโมงแรกนะครับ ๖๐๐ นาที คณะรัฐมนตรี ๕๐ นาที ที่เหลือแบ่งเปึนของ ส.ส. และ ส.ว. ๕๕๐ นาที แบ่งดังนี้นะครับ ส.ส. ๔๑๘ นาที ส.ว. ๑๓๒ นาที โดยแบ่ง ส.ส. ๔๑๘ นาที มี ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ๒๗๒ นาที พรรคฝ์ายค้าน ๑๔๖ นาที แล้วก็แบ่งสัดส่วนอีก พรรคพลังประชาชน ๑๙๘ นาที พรรคชาติไทย ๓๐ นาที พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒๒ นาที พรรคมัชฌิมาธิปไตย ๙ นาที พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๘ นาที พรรคประชาราช ๕ นาที เริ่มต้นด้วย ๑๐ นาทีแรกครับ ก็เรียนให้ที่ประชุมได้ทราบ เริ่มต้น ๑๐ ชั่วโมงแรก ไม่ใช่ ๑๐ นาทีแรก ๑๐ ชั่วโมงแรก แล้วเราก็อาจจะเปลี่ยนแปลงกันไปอีก ถ้าท่านสมาชิก รัฐสภามีความประสงค์ที่จะอภิปรายต่อก็มีมติ ส่วนใหญ่เอาอย่างไร ทางประธานรัฐสภา และท่านรองฯ ที่นั่งอยู่ ๒ คน จะสู้ ถึงว่าจะอย่างไรก็จะสู้ สู้เพื่อท่าน เพื่อแผ่นดิน เพื่อพี่น้องประชาชนให้มีสมานฉันท์กัน ต่อไปเรียนเชิญเอาวุฒิสมาชิกก่อนครับ อันดับแรก ท่านอนันต์ วรธิติพงศ์ เชิญครับ เชิญอภิปรายเลยครับ มีประท้วงอะไรครับ เชิญครับ
(นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา (ภาคเอกชน) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประท้วงท่านประธานและขอหารือไปในคราวเดียวกัน
ตอนนี้ท่านยกมือประท้วงใช่ไหมครับ
ครับผม
ก็ใช้สิทธิประท้วงครับ ประท้วงผม หรือประท้วงใครครับ
ประท้วง ท่านประธานครับ
ครับ ข้อบังคับข้อไหนครับ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๙ ครับ
ผมลืมบอกไปว่าเราจะใช้ข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่มีข้อบังคับการประชุมรัฐสภาก็เรียนแจ้งต่อที่ประชุม ทราบ
ขอบคุณครับ อันนี้ก็เปึน ๑ ข้อที่จะเรียนท่านประธานนะครับ อีกอันหนึ่งเนื่องจากว่าเราลงมติกันไป แล้วว่าเราจะพิจารณาตามที่คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ร้องขอมา ผมเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่งนะครับ แต่มีข้อสังเกตว่าการทําหนังสือของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในมาตรา ๑๗๙ คณะรัฐมนตรีตอนนี้ก็อยู่กันครบถ้วนแต่ท่านเองเพิ่งพูดไปว่าได้หารือ กับท่านบรรหารมา ตัวนี้ขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาด้วยว่าให้นายกรัฐมนตรีแจ้งเรื่องนี้ มายังประธานรัฐสภาและอีกข้อหนึ่งขอให้ท่านสังเกตกลับไปหนังสือที่เชิญมาว่า หัวหนังสือออกจากทําเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๙ ท่านเข้าไปทําหนังสือได้อย่างไร ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมไม่คาดคิด เลยว่าจะเจอคําถามแบบนี้ครับ เอาล่ะผมมีสถานที่ทําก็แล้วกันถูกต้องตามกฎหมาย ขอบคุณครับ
ครับ ผมก็ไม่รู้จะประท้วงหรือว่า กระแหนะกระแหนครับ ไม่ให้พูดแล้วครับ พอแล้วครับ คุณเรืองไกรพอแล้วครับ เชิญครับ ท่านอนันต์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายอนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในนามของสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงและอย่างมากที่ได้ให้โอกาสผมได้ชี้แจง ความเห็นตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือสอบถามแล้วก็ขอความเห็นมา ท่านประธานครับ ความขัดแย้งของสังคมไทยในขณะนี้ที่ผ่านมาตลอดหลายเดือน ได้นําไปสู่ปัญหาของความรุนแรง มีการชุมนุม มีการป่ดสนามบิน มีการละเมิดอํานาจ ศาล มีการปะทะกัน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับบาดเจ็บเหล่านั้นปรากฏว่าเปึนหญิง เปึนคนชรา หรือผู้ที่อ่อนแอ ซึ่งการปะทะกัน การชุมนุมได้สร้างความเสียหายต่อภาพพจน์ ต่อชื่อเสียงของประเทศเปึนอย่างมาก ประเทศของเราได้รับการยอมรับว่าเปึนสยามเมืองยิ้ม ได้เปึนประเทศที่มีเครดิต ได้เปึนประเทศที่น่าเชื่อถือว่ามีความปลอดภัยสูง นํามา ซึ่งอุตสาหกรรมของการท่องเที่ยวเจริญรุดหน้ามาโดยตลอด แต่ว่าด้วยความขัดแย้ง ขณะนี้ทําให้ผมเปึนห่วงครับว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปึนอุตสาหกรรม เพียงหนึ่งเดียวที่พอจะดํารงอยู่ได้ในภาวะเศรษฐกิจขณะนี้จะถูกผลกระทบไปด้วย ท่านประธานครับ ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน ๆ หลายรายที่จะมาร่วมงานใน ไอทียู เทเลคอม ๒๐๐๘ (ITU Telecom 2008) ซึ่งเริ่มในวันนี้นะครับ และจะมีพิธีเป่ด เปึนทางการในวันพรุ่งนี้ และจะมีงานต่อไปตั้งแต่ ๒ ถึง ๕ กันยายน เปึนงานที่รัฐบาล ได้ลงทุนไปประมูลแข่งขันกับต่างประเทศมาด้วยเงินประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท แล้วก็มี การกระทํากิจกรรมหลายอย่างตามที่เราได้เห็นจากการโฆษณา ท่านประธานครับ ตามแผนงานนั้นเราหวังว่าจะมีผู้มาเข้าร่วมงานจากต่างประเทศประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็ตามตัวเลขของ สสปน. ซึ่งสํานักงานจัดการประชุมนั้นคาดว่าจะมีรายได้จากการ จัดงานในครั้งนี้ จากการที่ต่างประเทศเข้ามาประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ผมอยากให้งานชิ้นนี้ซึ่งเปึนงาน ครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการเห็นชอบหรือว่าได้รับจัดเปึนเจ้าภาพจากไอทียูนั้น อยากจะให้ดําเนินการต่อไปได้ นอกจากนั้นครับท่านประธาน ผมยังได้รับการปรารภ จากนักธุรกิจหลายรายที่เปึนเพื่อนของกระผมบอกว่า ไม่ว่าจะเปึนธุรกิจก่อสร้าง ค้าขาย การประมง การเกษตร ต่างก็บ่นทํานองเดียวกันว่าในขณะนี้การซื้อขายฝ๋ดเคืองมาก การขายสินค้าขายไม่ได้ ผู้ซื้อน้อยลง ต้นทุนสูงขึ้น อุตสาหกรรมหลายตัวก็ป่ดตัวไป ประชาชนตกงานครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น เกิดขึ้นเนื่องจากอะไร เกิดขึ้นเนื่องจาก ความไม่สามัคคี เกิดขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งที่มีอยู่ในประเทศทําให้ประเทศของเราไม่ได้ รับความเชื่อถือจากต่างประเทศ ทําให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จะนํารายได้มาสู่ ในประเทศ มีคนมาใช้จ่าย มีผลกระทบ การค้าขายในประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ท่านประธานครับ นอกจากนั้นสิ่งที่เปึนสิ่งที่น่า เปึนห่วงและน่าจะต้องรีบแก้ไขก็คือภาพพจน์ของประเทศและการกระทําเปึนตัวอย่าง ในขณะนี้ประชาชนหลายฝ์ายหลายส่วนสับสนเปึนอันมากว่าการกระทําต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ที่รับรู้จากสื่อ ไม่ว่าจะเปึนสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต (Internet) และโทรศัพท์มือถือ เปึนสื่อที่กระจายข้อมูลและข่าวสารออกมา ทําให้สับสน กันไปหมด ท่านประธานครับ เราควรจะต้องมีการดําเนินการจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อจะให้ประชาชนสามารถเชื่อถือสื่ออย่างใดอย่างหนึ่งได้ ไม่เช่นนั้นจะกระจายไปหมด ทําให้ประชาชนสับสน และเมื่อประชาชนสับสนนะครับมันก็จะนําไปสู่เรื่องความขัดแย้ง ความเห็นแตกต่างกัน แล้วก็จะนําไปสู่พื้นฐานวัฒนธรรมที่เปึนการพัฒนาทางสังคมหรือ พัฒนาทางวัฒนธรรมทางด้านของประชาธิปไตยยุ่งยากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมอยาก วิงวอนให้ทุกฝ์ายช่วยกัน ที่เกี่ยวข้องนะครับ อย่าทําให้เกิดความเดือดร้อนไปมากกว่านี้ ผมไม่อยากให้การที่หยุดการเดินรถไฟหรือการป่ดสนามบินนั้นเปึนผลกระทบต่อ ประชาชน ผมมีญาติอยู่ต่างจังหวัดท่านก็บอกกับผมว่าอย่าปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเลย รัฐบาลต้องรีบแก้ไข เพราะว่าถ้าเกิดขึ้นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ประชาชนเดือดร้อนครับ ประชาชนไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย อยากจะทํามาหากินตามปกติ ท่านประธานครับ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมซึ่งมีคุณยุวดีเปึนประธานอยู่ ท่านก็ได้ปรารภกับผมว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นผู้หญิงและเด็กถูกผลกระทบโดยตรง ซึ่งต้องรีบแก้ไขอีกเช่นกัน และสําคัญที่สุดช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคมของทุกป้ เปึนช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ในประเทศไทยสูงมาก แล้วเดือนกันยายนจะเปึนเดือนที่นักท่องเที่ยวมีการตัดสินใจว่า จะไปเที่ยวในประเทศไหน แล้วจะทําการจอง ผมไม่อยากให้ประเทศไทยหลุดจากการ เปึนประเทศที่เขาจะมาท่องเที่ยว ในขณะนี้มีประเทศที่อยู่ในละแวกเทียบเดียวกัน เช่น กัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งกําลังส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กําลังไล่ตามเราขึ้นมา ไม่อยากจะให้เราหลุดโอกาสนั้นไป ท่านประธานครับ ปัญหาความรุนแรงต้องมีการแก้ไข ผมอยากขอเสนอให้ยึดหลักของกฎหมาย เราอยู่กันตามที่เปึนอยู่ในขณะนี้ ต้องมีอะไร เปึนสิ่งยึดเหนี่ยว ต้องมีกฎหมายพวกเราถึงอยู่กันได้ แต่ว่าถ้าจะบังคับใช้กฎหมาย ผมก็เห็นว่าต้องใช้อย่างละมุนละม่อม อย่าใช้ความรุนแรงเด็ดขาดครับ และเมื่อมีการใช้ บังคับกฎหมายแล้วต้องปฏิบัติต่อทุกฝ์ายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะผู้ชุมนุมกลุ่มใด ๆ ณ ที่ใด เมื่อปฏิบัติเท่าเทียมกัน ยึดหลักของกฎหมาย ผมเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ และปัญหาหลายเรื่องซึ่งเกี่ยวเนื่องกันที่เรากังวลใจกันอยู่ก็น่าจะแก้ไขได้ ท่านประธานครับ ผมวิงวอนทุกฝ์ายหันหน้าเข้ามาหากัน สามัคคีกัน อย่าให้ประเทศของเราบอบช้ํา ไปมากกว่านี้ ประเทศของเราจะต้องอยู่ได้ จะต้องเข้มแข็ง อยู่ในแถวหน้าของประเทศต่าง ๆ เปึนที่น่าเชื่อถือของต่างประเทศ เราก็จะต้องช่วยกันทํา ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เรียนเชิญ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า กระผม ไม่มีความประสงค์จะตั้งปัอมเผชิญหน้ากับผู้ใด แล้วก็จะขออนุญาตต่อท่านประธานที่จะ กราบเรียนไปตามสถานการณ์ของความเปึนจริง ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ที่ต้องการเสนอ ทางออกให้กับสังคมอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นว่า กระผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่ได้มีการเป่ดประชุมรัฐสภาในวันนี้ อย่างน้อยที่สุดเวทีนี้ ก็เปึนเวทีที่จะเปึนสถานที่สําหรับให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมกันเสนอความคิดเห็น ได้ร่วมกันหาทางออก ในการคลี่คลายสถานการณ์ แม้จะคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ครบถ้วนทั้งหมด ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภา ไว้ว่า เพื่อให้การเป่ดอภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ เปึนการร่วมกันในการ แสวงหาแนวทางหรือหนทางในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ตามหลักการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เบื้องต้นขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า เงื่อนไขความสําเร็จทั้งหมดในการ หาทางออกนั้นไม่ได้อยู่ที่เฉพาะเพื่อนสมาชิกแต่เพียงเท่านั้น ไม่ได้อยู่ที่พวกกระผมที่นั่ง อยู่ในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ แต่ว่าปัจจัยสําคัญ เงื่อนไขสําคัญอยู่ที่รัฐบาลและตัวของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเปึนสําคัญ นี่คือประเด็นเบื้องต้นที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียน กับท่านประธาน สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ต้องยอมรับความจริงครับว่า เปึนสถานการณ์ที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง และเปึนสถานการณ์ที่กําลังเดินไปสู่ภาวะวิกฤติ ถ้าหากว่าการคลี่คลายปัญหาดําเนินการไปอย่างไม่ถูกทิศทาง สถานการณ์ในปัจจุบันนั้น เบื้องต้นขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานให้ได้เห็นภาพที่ชัดเจนก่อนว่า ความจริงสถานการณ์การเผชิญหน้าในปัจจุบันนี้เปึนสถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่าง การเมืองภาคประชาชนกับฝ์ายบริหาร เปึนการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวนายกรัฐมนตรีเปึนสําคัญ นี่คือภาวะของสถานการณ์ของความ เปึนจริงในขณะนี้ในปัจจุบัน ในส่วนของการชุมนุมนั้นต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้ ประวัติศาสตร์คงจะต้องจารึกไว้เปึนพิเศษ ที่เปึนเช่นนั้นก็เพราะว่าการชุมนุมในครั้งนี้ ถือเปึนการชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า ๓ เดือน และถือว่าเปึนการชุมนุมครั้งแรก ที่ประชาชนเข้ายึดพื้นที่ภายในทําเนียบรัฐบาลเปึนสถานที่ชุมนุมเพื่อต่อต้านการบริหาร ราชการแผ่นดินของรัฐบาลและขับไล่นายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นการชุมนุมครั้งนี้ต้องถือ เปึนครั้งแรกที่ผู้ชุมนุมเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และขอให้ผู้จัดรายการได้ยุติ การจัดรายการ ที่สําคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่าการชุมนุมครั้งนี้ถือเปึนการชุมนุมของ ประชาชนครั้งแรกที่เปึนเรือนแสน อันประกอบด้วยประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและ ในต่างจังหวัด รวมทั้งภูมิภาคต่าง ๆ เข้าร่วมการชุมนุมมากที่สุดเปึนประวัติการณ์ นี่คือ สถานการณ์และภาพของการชุมนุมของภาคประชาชนในช่วงระยะเวลา ๓ เดือนเศษ ที่ผ่านมา ในส่วนของนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงหลายครั้งต่อสาธารณะ ให้ความเห็นต่อการชุมนุมของประชาชนในครั้งนี้ว่าผู้ชุมนุมเปึนผู้กระทําความผิด ขณะเดียวกัน
(พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณจุรินทร์ครับ มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับท่านกานต์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๑ พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาตประท้วง ท่านผู้อภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านจุรินทร์นะครับ ที่ท่านได้กล่าวว่า เปึนการเมืองภาคประชาชนนั้นท่านพูดผิดครับท่านประธาน เพราะว่าการเมือง ภาคประชาชนต้องไม่มี ส.ส. ของพรรคการเมืองฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งเข้าร่วมการประชุม ดังนั้น อันนี้เปึนเหตุผลว่า อย่าเพิ่งประท้วงผมนะครับ ขออนุญาตพูดความจริงก่อน
ผู้ประท้วงประท้วงในกรณีอะไรครับ
ประท้วงว่าพูดผิดครับ
ไม่ต้องอธิบายครับ เพียงแต่ว่า ประท้วงในกรณีอะไร
กรณีที่ว่าผู้อภิปรายพูดผิดครับท่านประธาน เพราะว่ามี ส.ส. ของพรรคบางพรรคเข้าไป ร่วมด้วย เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ภาคการเมืองโดยแท้จริงครับท่านประธาน เรื่องนี้ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า การแก้ไขปัญหาของประเทศชาติครั้งนี้มันไม่ได้ยากอะไร มากมายครับ ผมว่าประเด็นที่ ๑ ท่านนายกรัฐมนตรีใจกว้างคือให้พันธมิตรเขาอยู่กันไป ไม่ต้องไปสั่งตํารวจไปทําร้ายประชาชนนะครับ บอกตํารวจว่าอย่าเอากระบองไปด้วย อย่าเอาอาวุธป๋นไปด้วย
ผมว่าเปึนการอภิปรายไปแล้วครับ เปึนการอภิปรายมันผิดข้อบังคับครับ ขอความกรุณาท่านกานต์นั่งลงเถอะครับ เพื่อให้ บรรยากาศมันไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ
ขออนุญาตให้คุณจุรินทร์ถอนคําพูดครับ ที่ว่าในภาคประชาชน
ไม่มีเสียหายนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่เสียหาย ท่านนั่งฟังอยู่แล้ว เชิญนั่งครับ อย่าเดือดร้อนแทนครับ
อยากให้ ส.ส. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เลือกเอาทางใดทางหนึ่ง จะลาออกจาก ส.ส. หรือว่าจะไปอยู่นอกเวทีก็เลือกเอาทางใดทางหนึ่งครับ
พอแล้วครับ ขอบคุณครับ เชิญ คุณจุรินทร์ต่อครับ ระมัดระวังด้วยครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่กระผมกราบเรียนมาถึงสถานการณ์ของการชุมนุม ของผู้ชุมนุมว่าเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราเห็นประชาชนจากทุกภูมิภาค ของประเทศเข้ามาร่วมชุมนุมเรือนแสน แล้วก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ผมกราบเรียนต่อท่านประธานเมื่อสักครู่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามที่จะแถลงต่อสาธารณะ เพื่อที่จะบอกว่ากลุ่มผู้ชุมนุม เปึนผู้กระทําความผิด และหลายครั้งท่านนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าจะต้องจัดการ โดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันว่าท่านจะไม่ลาออกและจะ ไม่ยุบสภา ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้คํา ขออภัย ความจริงผมไม่ประสงค์จะใช้คํานี้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีใช้คําว่า ท่านมิได้เลวทรามต่ําช้าแต่อย่างใดทั้งสิ้น ๗ เดือน ที่ผ่านมาท่านไม่ได้กระทําความผิดแต่อย่างใด การที่ผู้ชุมนุมกดดันให้นายกรัฐมนตรี ลาออก จึงเปึนการกระทําที่ไร้เหตุผล อันนี้ก็คือซีกความเห็นของรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระผมจําเปึนจะต้องกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ถ้ารัฐบาล จะได้ย้อนกลับไปทบทวนพฤติกรรมในช่วงระยะเวลาที่ผ่านพ้นมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า สาเหตุของการชุมนุมประท้วงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ โดยปราศจากเหตุ นั่นหมายความว่า ผลที่เกิดการชุมนุมขึ้นในบ้านเมืองในขณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ โดยไม่มีเหตุที่มาที่ไปแต่เบื้องต้น เหตุสําคัญก็คือรัฐบาลเปึนรากสําคัญของปัญหา และเปึนผู้จุดชนวนแห่งวิกฤติ เปึนผู้จุดชนวนแห่งการชุมนุม กระทั่งการชุมนุมบานปลาย มาจนถึงวันนี้ มูลเหตุแห่งปัญหาที่กระผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพคืออะไรครับ มูลเหตุแห่งปัญหาของการชุมนุมก็เพราะว่า ๖ เดือน ๗ เดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับ ความจริง ผมขออภัยท่านนายกรัฐมนตรีว่าหนีไม่พ้นที่จะต้องกราบเรียนกับท่านประธาน ว่ามูลเหตุแห่งปัญหาเพราะช่วงระยะเวลา ๖ – ๗ เดือนที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี ทํา ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ท่านแก้ปัญหาให้ตัวเอง ประการที่ ๒ ท่านแก้ปัญหา ให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ นี่คือประเด็นปัญหาที่มาของการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พฤติกรรมอันเปึนมูลเหตุมีหลายประการ ที่ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนเพื่อทบทวนให้รัฐบาลได้หันกลับไปทบทวนตนเองด้วยว่าสิ่งที่กระผม กราบเรียนนั้นเปึนต้นเหตุแห่งการชุมนุมจริงหรือไม่
ประการที่ ๑ ต้องยอมรับความจริงว่ามูลเหตุแห่งการชุมนุมที่เกิดขึ้น ก็คือว่า เพราะเหตุว่ารัฐบาลได้ประกาศที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๓๗ กับ มาตรา ๓๐๙ ท่านมีความประสงค์ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ เพื่ออะไร บอกตรง ๆ ครับ ขออนุญาตกราบเรียน กับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลบอกว่าพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นทุกเรื่อง ผมก็ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านตรง ๆ ว่า เพราะมาตรา ๒๓๗ ถ้าแก้แล้วท่านสามารถ หนีคดียุบพรรคการเมืองได้ อันเปึนผลมาจากการทุจริตการเลือกตั้งที่ กกต. มีมติ ให้ใบแดงกับกรรมการบริหารพรรค มาตรา ๒๓๗ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่า ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรคทุจริตการเลือกตั้ง ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ใดซื้อเสียง จะต้องยุบพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นจะต้องถูกห้าม ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนระยะเวลา ๕ ป้ รัฐบาลจึงมีความประสงค์ต้องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ เพื่อแก้เปึนว่า ต่อไปนี้ถ้ามีการทุจริตการเลือกตั้ง มีการซื้อเสียง ไม่ต้องยุบพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค เริ่มตั้งแต่หัวหน้าพรรคเปึนต้นไป ไม่จําเปึนต้องถูกห้ามดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๕ ป้ เพื่ออะไร เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง ถ้าพรรคการเมืองนั้นถูกยุบก็จะได้ไม่ถูกห้าม ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๕ ป้ สามารถดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ แม้ว่า คณะกรรมการบริหารพรรคบางท่านจะทุจริตการเลือกตั้งซื้อเสียง อันเปึนการกระทําผิด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ เดิม ก็ตาม การพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองตรงนี้ ที่เปึนที่มาของการชุมนุม ประกอบกับความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ ซึ่งได้กําหนดไว้ว่า การใดก็ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินคือ คตส. ได้กระทําไป นั้น ถือว่าชอบโดยรัฐธรรมนูญ แต่ท่านก็มีความพยายามที่จะแก้ไขมาตรานี้ว่าการใดที่ คตส. ได้กระทําไป ถือว่าต่อไปนี้ไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญ แปลว่าการตรวจสอบคดีทุจริต ของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งและในรัฐบาลชุดนั้น ต่อไปนี้ก็ไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญสําเร็จ การทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ในยุคที่ผ่านมา ก็จะไม่ได้รับการสะสาง ประเด็นตรงนี้ครับคือสาเหตุ
ประการที่ ๑ ที่นํามาสู่การชุมนุม ซึ่งผมอยากให้เราได้หันกลับไปทบทวน ดูถึงเหตุแห่งผลที่มา เพื่อจะได้เข้าใจมูลเหตุอันแท้จริง
ประการที่ ๒ ที่เปึนมูลเหตุก็คือว่า นายกรัฐมนตรีท่านได้ใช้สื่อของรัฐ ผมใช้คําว่า รัฐ หมายถึง ทุกฝ์ายไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล แต่รวมทั้งฝ์ายค้าน รวมทั้งสมาชิก รัฐสภา รวมทั้งทุกองค์กร รวมทั้งพี่น้องประชาชน สื่อนี้เปึนสื่อของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างน้อยป้ละ ๕๐๐ ล้านบาท สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีส่งเสริมสนับสนุนให้จัดรายการความจริงข้างเดียว รายการความจริง ข้างเดียวตรงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะโจมตีฝ์ายตรงกันข้ามในทางการเมือง โดยไม่เป่ด โอกาสให้ผู้ที่เขาพาดพิงกล่าวหาในทางเสียหายได้มีโอกาสมาชี้แจงแต่อย่างใดทั้งสิ้น และ รายการนี้ในที่สุดกลายเปึนรายการยั่วยุให้เกิดความแตกแยกรุนแรง และเปึนสาเหตุหนึ่ง ที่ท่านประธานต้องยอมรับความจริงว่า ตรงนี้คือที่มาของการระดมคนให้มาชุมนุม กับกลุ่มผู้ชุมนุมมากขึ้นเพราะไม่เห็นด้วยกับรายการความจริงข้างเดียวที่ใส่ร้ายผู้อื่น ในทางการเมืองและฝ์ายตรงข้ามในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
ประการที่ ๓ ท่านประธานต้องยอมรับความจริงว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาล มีพฤติกรรมที่มุ่งล้างแค้นองค์กรอิสระ ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอิสระ และต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออะไรครับ ที่ท่าน ทําเพราะท่านไม่สบายใจและไม่พอใจกับการทําหน้าที่ขององค์กรอิสระ อย่างน้อยที่สุด คณะกรรมการการเลือกตั้งให้ใบแดงรองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่สังกัดรัฐบาล นี่คือมูลเหตุหนึ่งที่นํามาสู่ความไม่พอใจ ถึงขนาดต้องการเปลี่ยนคณะกรรมการ กกต. ชุดนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้กําลังรับไม้ต่อตามรัฐธรรมนูญ ที่กําลังจะตรวจสอบคดีทุจริตของคนในรัฐบาลชุดนี้และคนในรัฐบาลชุดก่อนที่ผ่านมา ตรงนี้จึงเปึนที่มาที่ท่านไม่ต้องการที่จะให้ ป.ป.ช. ชุดนี้ ซึ่งผมคาดว่าท่านเชื่อว่า ท่านไม่สามารถสั่งการ ป.ป.ช. ชุดนี้ได้ ไม่ต้องการให้ดํารงตําแหน่งต่อไป จึงมีความ ประสงค์ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงศาลรัฐธรรมนูญ ท่านอาจจะไม่พอใจศาลรัฐธรรมนูญ ชุดนี้เพราะ ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ตัดสินว่า การออกแถลงการณ์ร่วมไทย – กัมพูชา ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ และในที่สุดก็เปึนปัญหากับรัฐบาล ท่านก็มีความประสงค์ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงศาลรัฐธรรมนูญ พฤติกรรมตรงนี้คือที่มาอีกเหตุผลหนึ่งของ การชุมนุมและทําให้ผู้ชุมนุมได้แนวร่วมมากขึ้นที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมการบริหาร ราชการแผ่นดินของรัฐบาล
ล่าสุดต้องยอมรับความจริงว่านี่คือเงื่อนไขประการหนึ่งที่ผู้ชุมนุมนําไป กล่าวอ้าง นั่นก็คือการเอาพวกพ้องทางการเมืองมาดํารงตําแหน่งในคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทยกับคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ท่านเอาคนและพวกพ้อง เข้าไปอยู่ในธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่ออะไรครับ เอาเข้าไปอยู่ในนั้นเพื่อต้องการที่จะ ควบคุมแทรกแซงทิศทางทางการเงินของประเทศให้เปึนไปตามความประสงค์ที่รัฐบาล ต้องการเพื่อประโยชน์อะไร ผมไม่จําเปึนต้องมาสาธยายต่อท่านประธานตรงนี้ และนี่คือ ประเด็น ท่านเอาคนเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่เปึนพรรคพวกของท่าน เพื่ออะไรครับ เพื่อต้องการควบคุมข้อมูลในการที่จะถูกนําไปใช้ในองค์กรอิสระและ การตัดสินคดีการทุจริตของอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง พฤติกรรมเหล่านี้ถูกมองออกให้ เห็นได้อย่างชัดเจน จึงเปึนที่มาของเหตุผลของการที่มีผู้เข้าร่วมชุมนุมเพิ่มเติมมากขึ้นกับ กลุ่มผู้ชุมนุมในปัจจุบัน เพราะไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของรัฐบาลในช่วงระยะเวลา ที่ผ่านมา
ที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือว่า นายกรัฐมนตรีท่านมีพฤติกรรมที่ต้อง ยอมรับความจริงครับ แม้แต่เมื่อสักครู่ ความจริงผมกราบเรียนกับท่านตรง ๆ ว่า ท่านไม่จําเปึนต้องลุกขึ้นมาพูดในลักษณะอย่างนั้นเลย เพราะมันไม่ได้ช่วยให้สภานี้เริ่มต้นด้วยบรรยากาศแห่งการเดินไปสู่เปัาหมายแห่งความ สมัครสมาน สามัคคี สมานฉันท์ ต้องยอมรับความจริงว่าท่านนายกรัฐมนตรี
(พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงอีกครับ คุณกานต์ ประท้วงอีกครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิถูกพาดพิงครับท่านประธาน ที่ผมประท้วงเพราะว่าท่านจุรินทร์ ด้วยความเคารพท่านนะครับ ผมไม่มีข้อขัดแย้ง อะไรกับท่านหรอก เพียงแต่ว่าผมเคยเปึนอดีตนายตํารวจ ผมชอบความยุติธรรม และความเปึนจริงนะครับเรื่องที่ผมพูด มันจะได้เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ที่ผมพูด ผมต้องการช่วยกันแก้ไขปัญหาประเทศชาตินะครับ และที่ท่านกล่าวว่าที่รัฐบาลต้อง แก้ไขกฎหมายเพื่อการยุบพรรค ผมกราบเรียนตรง ๆ นะครับ มันไม่ชอบด้วยระบบ ความยุติธรรมครับ คนทําผิดคนเดียวคนอื่นไม่รู้เรื่องมันต้องถูกยุบพรรคหรือเปล่าครับ ท่านประธาน
คุณกานต์ครับ มันไม่ใช่ที่อภิปราย โต้เถียงกันครับ
เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิดนะครับ ผมขออนุญาตให้ผมพูดสักนิดครับท่านประธาน ขออนุญาต ใช้สิทธิครับ เพราะว่ามันไม่ถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมครับท่านจุรินทร์ครับ สมมุติว่าพ่อทําผิด ลูก เมียต้องติดคุกไหมครับ อันนี้คือประเด็นที่ผมสงสัย
พอครับ คุณกานต์ครับ คุณกานต์ มีคนประท้วงอีก ข้างหลังนั่นอีกครับ
มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องว่ามาแก้เพื่อตัวเองครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นว่าผมกลัวว่า พูดอย่างนี้ไปม็อบ (Mob) จะได้กําลังใจขึ้นมาอีกเยอะเลย
ผมว่าพอแล้วครับ คือผมไม่อยากจะ ป่ดเสียงหรอกครับ มันจะน่าเกลียด
รัฐบาลต้องทําเพื่อความชอบธรรมนะครับท่านประธาน
พอครับ ขออภัยครับ
พูดอะไรก็ได้ครับ ขอให้มันถูกต้องตามความเปึนความจริง ท่านประธานครับ ขอบคุณ มากครับ
พอแล้วครับ ถ้าอันนี้เขาสงบ นั่งสมาธิบ้างครับ จะได้สบายครับ ฝ์ายประท้วงก็อย่าประท้วงเลยครับ พอแล้วครับ เชิญ ท่านจุรินทร์ต่อครับ
ท่านประธานครับ พฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีที่มีลักษณะก้าวร้าว ระรานองค์กร ต่าง ๆ ตรงนี้แหละครับที่ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านว่าผิดวิสัยของคนที่ควรเปึน นายกรัฐมนตรี ประเด็นเหล่านี้ต้องยอมรับความจริงนะครับท่านประธาน ว่าประเด็นนี้คือ ประเด็นที่ทําให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้แนวร่วมในการชุมนุมมากขึ้นเปึนลําดับในช่วงระยะเวลา ที่ผ่านมา ความจริงตัวอย่างที่กระผมได้ยกมาต่อท่านประธาน ๕-๖ ประการ ว่าสาเหตุ แห่งการชุมนุมเกิดจากพฤติกรรมอะไรของรัฐบาลนั้น พรรคประชาธิปัตย์และผู้ที่มี ความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองจํานวนมากได้พยายามทักท้วง ตักเตือน ห้ามปรามรัฐบาล แต่ดูเหมือนระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอันเปึนประโยชน์เหล่านี้ ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ในที่สุดรัฐบาลก็ดึงดันที่จะดําเนินการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่พวกกระผมได้ทักท้วงรัฐบาลก็คือว่า ถ้ารัฐบาลยังดึงดันที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ในที่สุดรัฐบาลจะเปึนชนวนแห่งการนําประเทศไปสู่วิกฤติ แล้วเปึน อย่างไรครับท่านประธานครับ วันนี้เหตุผลสําคัญประการหนึ่งของการชุมนุมและกําลัง จะบานปลายลุกลามไปใหญ่โตก็เพราะรัฐบาลยังยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์และผู้ปรารถนาดีในบ้านเมืองได้ท้วงติงไว้เปึนลําดับมา พฤติกรรม เหล่านี้จึงเปึนมูลเหตุแห่งการชุมนุมยืดยื้อที่ปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธานครับ ความจริง พฤติกรรมที่ทําให้การชุมนุมมีผู้เข้าร่วมมากขึ้นนั้นไม่ได้ยุติเฉพาะที่ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วเท่านั้น พฤติกรรมของรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรียังมีเพิ่มเติมที่ยิ่ง เพิ่มชนวนแห่งความขัดแย้งซ้ําเติมสถานการณ์ให้บานปลายไปสู่วิกฤติยิ่งขึ้นอีก หลายประการ เช่น
ประการที่ ๑ การตั้งข้อหากับผู้ชุมนุมเมื่อ ๓ – ๔ วันที่ผ่านมารุนแรง เกินกว่าเหตุ ถึงขั้นตั้งข้อหากลุ่มผู้ชุมนุมว่าเปึนกบฏต่อแผ่นดิน ตรงนี้ต้องยอมรับ ความจริงครับว่ายิ่งทําให้มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมมากขึ้น เพราะเห็นว่าการตั้งข้อหานั้น ไม่เปึนธรรมกับผู้ถูกตั้งข้อหา และไม่เปึนธรรม ไม่เปึนไปตามกฎหมาย เพราะในความ เปึนจริงถ้าท่านประธานจะได้ไปเป่ดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๐ วรรคสอง ท่านประธานจะเห็นได้ชัดเจนว่ากฎหมายนี้มีความประสงค์ที่ต้องการคุ้มครองผู้ที่ถูก กล่าวหาหรือตั้งข้อหา ไม่ให้สิทธิกับผู้ถืออํานาจรัฐตั้งข้อกล่าวหาเกินกว่าความเปึนจริง หรือรุนแรงเกินกว่าความเปึนจริง ถ้าท่านตั้งข้อกล่าวหาเกินกว่าความเปึนจริง รุนแรงกว่า ความเปึนจริง วันหนึ่งคดีความคงไม่หมดอายุง่าย ๆ ท่านจะต้องรับผลแห่งการกลั่นแกล้ง ตั้งข้อกล่าวหาเกินกว่าความเปึนจริง เพราะโทษถึงจําคุกตลอดชีวิต แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในกรณีทางกฎหมายก็เปึนเรื่องทางกฎหมาย แต่ในเรื่องทางการเมือง การตั้งข้อกล่าวหารุนแรงเกินกว่าความเปึนจริง ในที่สุดทําให้ การชุมนุมได้รับแนวร่วมมากขึ้นเปึนลําดับ จนกระทั่งคนเรือนหลายแสนเข้ามาร่วม การชุมนุม นี่ก็คืออีกประการหนึ่งที่เปึนการซ้ําเติมสถานการณ์ให้บานปลายยิ่งขึ้น
ประการที่ ๒ พฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีที่บังคับให้คนเลือกข้าง ตรงนี้แหละครับท่านประธาน มันไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์เดินไปสู่ความสงบเลย แทนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะออกมาเรียกร้องความสมานฉันท์ ความสมัครสมานสามัคคี แต่ท่านนายกรัฐมนตรีกลับออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ์ายเลือกข้าง เพื่อประเทศจะได้ แตกแยกออกเปึน ๒ ซีก แล้วความสมานฉันท์มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ตรงนี้สะท้อน ชัดเจนถึงการไร้ภาวะผู้นําของนายกรัฐมนตรี และตรงนี้คือประเด็นที่ชี้ให้เห็นได้อย่าง ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีคือสาเหตุหนึ่งของความสับสนวุ่นวายและวิกฤติของสถานการณ์ ในปัจจุบัน
ประการที่ ๓ การใช้ความรุนแรงกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตรงนี้ก็เปึนสาเหตุ หนึ่งที่กระผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ก็จะยิ่งทําให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย ใหญ่โต และยากแก่การที่จะเดินหน้าไปสู่ความสงบได้ การทุบตี การใช้แก๊สน้ําตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเช้าผมมีโอกาสได้ดูรายการสนทนาประสาท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า แก๊สน้ําตาไม่มีครับ ท่านบอกว่าแก๊สน้ําตาไม่รู้ไอ้บ้าที่ไหน เปึนคนทํา เปึนสิทธิของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะชี้แจงนะครับ ผมไม่ล่วงล้ําก้ําเกินสิทธิ ในทางการเมืองของท่าน แต่ผมกราบเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า ยิ่งชี้แจงไม่ตรง ข้อเท็จจริงเท่าไร ตรงนั้นยิ่งเปึนเชื้อไฟที่จะนําไปสู่การชุมนุมและเปึนเชื้อไฟที่จะนําไปสู่ ความขัดแย้งและรุนแรงมากยิ่งขึ้นในบ้านเมือง และจะทําให้ยิ่งยากต่อการเยียวยาแก้ไข มากยิ่งขึ้น ตรงนี้คือสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน พฤติกรรมเหล่านี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นํามาซึ่งการชุมนุมของประชาชน และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ดังกระหึ่มมากขึ้นเปึนลําดับ จนกระทั่งนําไปสู่ การเข้าร่วมกระบวนการของพนักงานรัฐวิสาหกิจ และดูเหมือนยากที่จะเยียวยาแก้ไข มากขึ้นทุกที กระผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า ทางออกต่อสถานการณ์ที่จะต้องทํา โดยเร่งด่วน ผมไม่เสนอมากหรอกครับ มี ๒ ประการ
ประการที่ ๑ รัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีต้องไม่ใช้ความรุนแรง ทุกรูปแบบ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้สถานการณ์ในปัจจุบันบานปลายออกไป ยิ่งขึ้น เลวร้ายลงกว่าที่เปึนอยู่ในขณะนี้
และในประการที่ ๒ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้อง หันมาทบทวนบทบาทพฤติกรรมอย่างจริงจัง และต้องถามตัวเองดัง ๆ ว่า ท่านยังสมควร ที่จะดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไปหรือไม่ ถ้าคิดจะอยู่ ผมเชื่อครับว่าท่านคงจะอยู่ ต่อไปได้อีกสักระยะ ที่เปึนเช่นนั้นเพราะว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังหลับตากอดคอกันอยู่แน่น ทั้ง ๖ พรรคการเมือง แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานตรงนี้ก็คือว่า แม้ท่านนายกรัฐมนตรียังอยู่ได้ แต่ผมเชื่อว่า อาจจะยากที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ได้ เพราะท่านเริ่มสั่งรถเมล์ไม่ได้แล้วครับ ท่านเริ่มสั่งรถไฟไม่ได้แล้วครับ ท่านเริ่มสั่งให้ เป่ดสนามบินไม่ได้แล้วครับ และมีแนวโน้มว่า รัฐวิสาหกิจจะเข้าร่วมการชุมนุมมากขึ้น เปึนลําดับ เพราะการกระทําอันมาแต่เหตุที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมของรัฐบาลที่สั่งสมมา ในช่วงระยะเวลา ๖ - ๗ เดือนที่ผ่านมา ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า ผมเปึนผู้หนึ่งที่ลงชื่อในญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนมิถุนายน ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านพ้นมา ผมเปึนผู้หนึ่งที่มี ความเห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่สมควรดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป จากพฤติกรรมเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านพ้นมา แต่มาถึงวันนี้ มาถึงเดือนสิงหาคม ระยะเวลาอีก ๑ เดือนเศษที่ผ่านพ้นมา ผมคิดว่าพฤติกรรมอันไม่สมควรดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีของท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติมสะสมมากขึ้นเปึนลําดับ เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมควรที่จะถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาตนเอง วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องพิจารณาว่า ท่านยิ่งอยู่บ้านเมืองจะยิ่งสุ่มเสี่ยงกับ ความเสียหายถึงขั้นสูญเสียเลือดเนื้อหรือไม่ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณา ให้ชัดเจนรอบคอบว่าท่านยิ่งอยู่บ้านเมืองจะยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียประชาธิปไตย หรือไม่ และวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่า ท่านยิ่งอยู่ท่านยิ่งขาด ความชอบธรรมในฐานะผู้นํารัฐบาลหรือไม่ ผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีครับ กว่าจะมา เปึนนายกรัฐมนตรีได้ ผมเข้าใจ ท่านต้องใช้เวลาในการสั่งสมชีวิตประสบการณ์ มายาวนานกว่าพอสมควร แล้วนี่ท่านเพิ่งดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีได้แค่เพียง ๗ เดือน ผมเข้าใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านมาจากการเลือกตั้ง ผมเข้าใจที่ท่านบอกว่า ท่านมาตามกติกาประชาธิปไตย แต่การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ตามวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ ยิ่งท่านมาจากการเลือกตั้งท่านยิ่งต้องฟังประชาชนมากขึ้น ท่านยิ่งต้องอนาทรร้อนใจกับประชาชนมากยิ่งขึ้น ถึงเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องพิจารณาตัวเอง ท่านอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะท่านบอกแล้วเมื่อเช้าความกลัว ทําให้เสื่อม ผมเชื่อว่าทางออกต่อสถานการณ์จึงอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าท่าน ตัดสินใจพิจารณาตัวเองโดยใช้วิถีทางประชาธิปไตย ไม่ว่าท่านจะใช้วิธีทางไหนก็ตาม ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นที่จะนําประเทศออกจากวิกฤติโดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้นํา ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ไม่ได้คิดและไม่ได้ ตั้งใจมาก่อนนะครับว่าคนหนึ่งพูด แล้วก็นายกรัฐมนตรีจะต้องลุกขึ้นมาตอบชี้แจง แต่ผม ไม่อยากปล่อยให้มันเลยไป ให้มันเลยไปเสียจนกระทั่งคนฟังอะไรต่ออะไร แล้วที่กล่าวหา กันไว้นั้น คนที่บ้านเขาฟัง ผมจะบอกให้ฟังครับ ที่มาตอบตรงนี้เพื่อจะบอกว่า ผมพิจารณาตัวผมเอง แต่ว่าถ้อยคําที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้นั้น ผมเชื่อว่าคนทั้งบ้านทั้งเมืองก็ฟังอยู่ ผมไม่เคยคาดคิดหรอกครับว่าผมจะมาถูกกล่าวหา ขนาดนี้ นี่ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วจะลงคะแนนไล่กันไปต่าง ๆ ผมนึกว่าจะได้ฟัง เหตุผลเพราะเหตุผลผมฟังได้ แต่ข้อความที่พูดจากันออกมานั้นมันเกินเหตุครับ ผมจะ บอกให้ฟังนะ นี่ไม่ใช่การโต้วาทีนะครับ แต่ข้อต่าง ๆ ที่ทํามานี่ ที่กล่าวมา ๑ ๒ ๓ ๔ นั้น มันเกิดทีหลังที่เขาปลุกระดมกันเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม เลือกตั้งคดีแรงไปก็เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อ ๒ – ๓ วันนี้เอง เลือกตั้งคณะกรรมการซึ่งอะไรก็ไม่ทราบได้ก็เพิ่งเกิดยังไม่ถึงเดือน มานี้เอง แล้วเรื่องอะไรต่ออะไรต่าง ๆ มันเกิดหลังวันที่ ๒๕ ทั้งนั้น เขาชุมนุมกันแล้ว เขายึดสะพานมัฆวานรังสรรค์เขายึดกันแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาจะใช้ข้อมูลกล่าวหากัน อย่างนี้ต้องระมัดระวังนับวันที่หน่อยครับ ต้องดูหน่อย แล้วข้อสําคัญที่สุดก็คือว่า อะไรมาถึงขนาดกันอย่างนั้นนักหนา อะไรครับที่ทําให้คนเรานั้นรับตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้มีพฤติการณ์ที่นั่น ผมต้องแน่ใจว่าผมไม่มีพฤติการณ์อย่างที่ท่านสมาชิกมาเอ่ยถึง เมื่อสักครู่นี้ เปึนอย่างไรครับ พฤติการณ์ที่ว่าจะมาแก้รัฐธรรมนูญนี้มันเปึนความผิด หรือครับ ผมจะถามสิ ถ้าเปึนความผิด ถามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เขียนวิธีการ แก้รัฐธรรมนูญไว้ทําไมครับ ถ้าการคิดจะแก้รัฐธรรมนูญเปึนความผิด เขียนไว้ทําไมวิธี แก้รัฐธรรมนูญให้ทําอย่างไร ลองคิดดูสิครับ ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญเปึนความผิดมันต้องไม่เขียนไว้ครับ แล้วการที่จะแก้ รัฐธรรมนูญเพราะเห็นว่ามีข้อบกพร่อง แล้วผมอธิบายตลอดเลย มันไม่มีทางหรอกครับ แก้เสร็จก็บอกว่ายังย้อนหลังไม่ได้ ไม่มีทางหรอก ผมไม่เคย มาตรา ๒๓๗ ผมบอก มาตรา ๒๓๗ แต่ก่อนก็มี แต่เดี๋ยวนี้มีข้อพ่วงอะไรเข้ามามันเกินเหตุ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเกินเหตุ อย่างที่คุณกานต์พยายามจะอธิบายเมื่อสักครู่นี้ มันผิดปกติ เราถึงต้องว่าจะต้องแก้ไข และผมไม่มีความรู้สึกเสียหายเลยที่จะแก้ไขมาตรานั้น มาตรา ๓๐๙ ผมพูดตั้งแต่แรกเลย ไม่ต้องเลย อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับศาล ไปแก้มาตรา ๓๐๙ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย แต่มาตรา ๑๙๐ สิครับ
(นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา (ภาคเอกชน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีวุฒิสมาชิกเขาประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม วรินทร์ เทียมจรัส ครับ สมาชิกวุฒิสภา ขอประท้วงท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีขอเป่ดให้มีการอภิปราย ให้มาฟังสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ แสดงความคิดเห็นนะครับ ไม่ใช่การมาโต้วาที ท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกําลังโต้วาทีกับ สภาแห่งนี้นะครับ ซึ่งจะไม่เกิดปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่าสภาแห่งนี้ ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีสามารถจะขอป่ดการประชุมไปเลย ก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ จะวินิจฉัยไหมครับ
เชิญครับ ผมวินิจฉัยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็กําลังชี้แจงให้ที่ประชุมเข้าใจ แต่ท่านใจร้อนไปหน่อย ฟังอีกสักนิด ไม่ได้หรือครับ คืออย่าใจร้อนครับ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีทําเรื่องมาก็เพื่อจะฟังพวกเรา นะครับ รัฐสภาเปึนหลักว่าท่านจะไปปฏิบัติอย่างไร ผมเข้าใจอย่างนั้นนะครับ อย่างนั้น เชิญท่านนายกรัฐมนตรีต่อครับ
ครับ คือข้อสําคัญผมได้เรียนตั้งแต่ต้นนะ ผมอยากจะนั่งฟังว่า ๆ ไป แต่การกล่าวหาเมื่อสักครู่ที่เล่นงานผม เหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจ และให้ผมพิจารณา ตัวเองด้วย ผมต้องรีบขึ้นมาพิจารณาตัวเองเลยครับ ผมพิจารณาตัวเองแล้วว่าผมไม่ได้ทํา อย่างท่านสมาชิกจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ว่ากล่าวผมเลย แล้วก็ข้อสําคัญที่สุดคือต้องพิสูจน์ ให้เห็นว่า ว่าไปปาว ๆ อย่างนั้น ลองย้อนหลังดูหน่อยสิครับ ว่าเหตุมันเกิดขึ้นอย่างไร คณะผู้คนที่จะทํานั่น ที่พูดจาอย่างนั้นแปลว่าพวกนั้นเขาทําถูก ถูกไหมครับ นายกรัฐมนตรีนี่ทําผิด เหมือนในการ์ตูนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่เขียนนั่นแหละครับ พยายามหาเหตุว่าความผิดจากนายกรัฐมนตรีทั้งนั้น นี่ก็อีหรอบเดียวกัน แปลว่าคนที่ ปลุกระดมเข้าไปยึดทําเนียบ ทําอะไรต่าง ๆ นั้น ยึดโทรทัศน์นั้นเปึนคนทําถูกนะครับ แต่ความผิดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีเอารายการความจริงวันนี้ ฟัง รายการมันออกได้ เดือนเดียวแหละครับ เหตุมันเกิด ๓ เดือนที่แล้ว นั่นพันธมิตรเขาหา เหตุอ้างอิงนะครับ รายการผมก็ถูกหาเหตุอ้างอิง ข้อสําคัญคือต้องพูดกันให้ชัดเจนครับ ผมฟังได้ครับ แต่ผมไม่อยากปล่อยเอาไว้ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นว่า คือผมถูกกล่าวหา แต่ผมต้องชี้แจงทันที ผมไม่อยากทิ้งไว้ครับ กล่าวหาผมชัดเจนเลย ให้ผมพิจารณาตัวเอง พฤติการณ์ที่ทํา ทําความเสียหายให้บ้านเมือง ผมขอตอบเสียตรงนี้ว่าผมไม่ได้ทํา พฤติกรรมอย่างที่ว่านั้น ผมไม่เปึนอย่างนั้นหรอกครับ ความไปรุกล้ํา ไปกล่าวหา ไปทํา อะไร ไม่มีหรอกครับ ไม่มี แต่ถ้าอะไรมันเปึนเหตุที่จะต้องพูดกันก็พูดไปแค่นั้นเอง ไม่มี พฤติการณ์ที่ผมจะไปแสดง ไปรุกล้ําก้ําเกินหน่วยงานอะไรต่าง ๆ ไม่ครับ ไม่ มีแต่คน จะรุกล้ําก้ําเกินผม ข้อสําคัญที่สุด เรื่องอะไรต่าง ๆ นั้นผมก็พยายามทํา เรื่องที่ว่าผมจะใช้ อะไรรุนแรงไม่มีหรอกความรุนแรง อย่างผมเปึนรัฐบาลไม่มีครับ แต่รัฐบาลอื่น อย่างเช่น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ มีรัฐบาล แล้วมีเหตุเกิดขึ้นมา มีคนพม่าก็ไปโรงพยาบาล จะขอคนไป รักษาพวกมันเลยเข้าไปยึดโรงพยาบาลไว้ รัฐบาลนั้นแหละครับ เอาใครไปยิงตายหมด เลยครับ พม่า ๑๐ กว่าคนนั้นตายเปึนศพเปึนแถวเลย อย่างนั้นหรือครับ นุ่มนวลนะครับ นี่คนเปึนหมื่น เปึนหมื่น ๆ ทั้งนั้นประคับประคองไม่ให้กระทบกระทั่ง ก็เขากําลังพิสูจน์กัน นะครับ แก๊สน้ําตานั่น แล้วดูรูปถ่าย วันนั้นเขาถ่ายมาให้ดูนะ เขาถ่ายรูปมาให้ทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่แก๊สน้ําตานะครับ ที่เขาจับเอามาได้นี่ มันถัง มันถังดับเพลิงที่เอาไปฉีด ทําเสียง ขึ้นมา ถังดับเพลิงฉีดต้องการจะให้มันเปึนข่าวออกไป แล้วเปึนข่าวซึ่งเดอะ เนชั่น (The Nation) ออกข่าวใหญ่โต อยู่กันคนละฟาก อยู่ดี ๆ ตํารวจยิงแก๊สน้ําตามาหาคนเล่น ไม่มีเหตุครับ แต่มีคนทําเหตุจะให้เปึนแก๊สน้ําตา แต่นี่ก็จับมาได้ทั้งหมดนี่ มีถังนี่ ถังฉีดน้ํายา ที่อยู่ตรงที่เกิดเหตุ เขาจับมานี่ครับ ดูนะเครื่องไม้เครื่องที่เขามาทั้งหมด ที่ได้มาทั้งหมด เดี๋ยวจะมอบให้ท่านประธานสภาเอาไว้ คือข้อสําคัญที่สุดมันยังไม่ใช้อํานาจนั่น แต่ผมไม่อยากให้มันเรื่อยเจื้อยรุนแรงถึงขนาดนั้น ครับ เพราะว่าฟังสํานวนสําเนียงก็ไม่ได้แนะนําอะไรต่าง ๆ แต่กล่าวหาเลยครับ ว่าความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะนายกรัฐมนตรี ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช เปึนคน ก่อให้เกิดขึ้นในเวลา ๗ เดือน ขอเรียนเท่านั้นละครับ ผมไม่อยากทิ้งไว้ การพูดจาว่ากล่าว อะไรต่าง ๆ มันเน้นเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วลุกขึ้นยืนบอกให้ผมพิจารณาตัวเอง ผมจะขอยืนตอบว่าผมได้พิจารณาตัวเองแล้ว ก็ขอให้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้แสดง ความคิดเห็นไว้นั้น ท่านได้ลองย้อนดูสิ่งที่ท่านพูดไปแล้วด้วย ว่าที่พูดไปแล้วนั้น มันมีความเท็จ มันมีความจริงอย่างไร แล้วฟังอย่างนี้คนทั้งบ้านทั้งเมืองก็ฟังได้ บอก อ๋อ ท่านอยู่ข้างพันธมิตร ขอบคุณครับ
ต่อไปนะครับ ทางฝ์ายสมาชิก พรรคพลังประชาชน คุณจตุพร พรหมพันธุ์ เชิญท่านอันดับแรกครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ ด้วยความตั้งใจว่าวันนี้ต้องการ จะอภิปรายทั่วไป เพื่อหาทางออกวิกฤติของประเทศ แต่ว่าเมื่อฟังแล้วมันก็จะ เริ่มกลายเปึนทางเข้าของวิกฤติจากการนําเสนออะไรต่าง ๆ ขอกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่สมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวอ้าง เหตุในการเดินทางไปที่กลุ่มพันธมิตร บอกว่านี่เปึนเหตุการณ์สร้างความรุนแรงนั้น ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมเองเปึนคนหนึ่งที่ผ่าน และได้เห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้น จากการชุมนุมต่างกรรมต่างวาระหลายครั้ง เหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ นี่ปรากฏการณ์ เปึนอย่างดี มีคนตาย ๔๐ สูญหาย ๔๐ แต่ว่าวันนั้นบ้านเมืองนั้น ท่านประธานที่เคารพ มันได้ผ่านวิกฤติไปได้นั้น เพราะพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เรียก คนทั้ง ๒ ฝ์ายได้ไปเข้าเฝัาฯ ผมเองได้เปึนแกนนําชุมนุมอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง เพื่อนที่เปึนวุฒิสมาชิกเวลานี้ ซึ่งความคิดเห็นไม่ต้องตรงกันก็อยู่บนเวทีพร้อมกัน อย่าง ส.ว. นครศรีธรรมราช นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ แม้กระทั่งคนเปึนเลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์เวลานี้ก็ได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยรามคําแหงเช่นเดียวกัน ทุกคน ได้เข้าเฝัาฯ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสลงมานั้น ฝ์ายที่ชุมนุม ในมหาวิทยาลัยรามคําแหงนั้น เราได้ประกาศทันทียุติการชุมนุม ด้วยน้อมนํา ระราชดํารัส และวันนี้ประวัติศาสตร์มันไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม ขออนุญาตอ่าน พระราชดํารัสบางตอนว่า พระราชดํารัสนี้ได้พระราชทานแก่ พลเอก สุจินดา คราประยูร และ พลตรี จําลอง ศรีเมือง เมื่อวันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๓๕ มีความตอนหนึ่งว่าปัญหาของ วันนี้ไม่ใช่ปัญหาของการบัญญัติหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกวันนี้คือความปลอดภัย ขวัญดีของประชาชน ซึ่งเดี๋ยวนี้ประชาชนทั่วไปทุกแห่งหนมีความหวาดระแวงว่าจะเกิด อันตราย มีความหวาดระแวงว่าประเทศชาติจะล่มจม โดยที่จะแก้ไขลําบาก ตามข่าว ที่ทราบมาจากต่างประเทศ เพราะเหตุว่าในขณะนี้ทั้งลูกชายและทั้งลูกสาวก็อยู่ ต่างประเทศ ทั้งสองก็ทราบดีแล้ว ก็พยายามที่จะแจ้งให้กับคนที่อยู่ในประเทศเหล่านั้นว่า ประเทศไทยยังแก้ไขสถานการณ์ได้ แต่ความรู้สึกว่าจะเปึนความคิดที่เปึนความคิด แบบหวังสูงไปหน่อย ถ้าหากว่าเราไม่ทําให้สถานการณ์อย่าง ๓ วันที่ผ่านมานี้สิ้นสุดไปได้ ฉะนั้นขอให้โดยเฉพาะ ๒ ท่าน คือหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากัน เพราะว่าประเทศ ของเราไม่ใช่ประเทศของ ๑ คน ๒ คน เปึนประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากัน แก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ เวลาเกิดจะใช้คําว่า บ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรง มันลืมตัว ลงท้ายไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วจะแก้ไขปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้อง เอาชนะ แล้วใครจะชนะไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้า ก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนจะเปึนประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ ประชาชนเฉพาะกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมุติว่าเฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหาย ประเทศก็เสียหาย แล้วก็จะมีประโยชน์ อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองซากปรักหักพัง นี่เปึนพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวกผมชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยรามคําแหง ได้น้อมนํา พระราชดํารัส แล้วบอกพี่น้องประชาชนเราตอนเช้าจะทยอยกันกลับบ้าน บ้านเมืองจะ เปึนอย่างไรไม่ทราบ เมื่อเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดินออกมาหย่าศึกกันแล้วนั้น แปลความกันว่าคน ไทยจะต้องยุติ หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีเวลานั้นก็ลาออก การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็น นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ประเด็นประธานรัฐสภาต้องมาจากประธานสภา ผู้แทนราษฎรนั้น ได้แก้ไขผ่านไปด้วยความรวดเร็ว นี่คือวิกฤติของประเทศครับ ท่านประธานที่เคารพ แต่ถามว่าหลังจากเหตุการณ์พฤษภา ๒๕๓๕ ความรุนแรงยังมี หรือเปล่า บอกว่ายังมีอยู่ครับท่านประธานที่เคารพ ไม่ว่าจะเปึนหนังสือพิมพ์มติชน ลงย้อนรอย ไม่ว่าจะกรณีการตีชาวนาตายที่จังหวัดกําแพงเพชร นั่นก็เปึนความรุนแรง หรือกรณีที่พี่น้องชาวเสิงสาง ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ต้องการเรียกร้องให้ขึ้นค่าราคา มันสําปะหลัง จาก ๘๐ สตางค์ ขอมาเปึน ๑ บาท ได้หรือไม่ เขาก็เรียกร้องความสนใจ โดยการว่ายน้ําข้ามคลองเปรมประชากร เพื่อป้นเข้าไปในทําเนียบรัฐบาล เพื่อแสดง สัญลักษณ์เรียกร้องความสนใจ โดยไม่มีเจตนาที่จะยึดทําเนียบรัฐบาล รัฐบาลเวลานั้น ก็ใช้หมาหรือสุนัขตํารวจเข้าไปกัดพี่น้อง แล้วก็เปึนตราบาปจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น ผมจึงบอกว่า เหตุการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ แม้กระทั่งกรณีที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ที่ผม ต้องยกตัวอย่างก็คือว่า วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ นั้น ยังไม่มีหมายจับใครทั้ง ๙ คน ยังไม่มีการคุ้มครองในพื้นที่ ไม่มีแม้กระทั่งข้ามรั้วเข้าไปยังบ้านประธานองคมนตรี ตํารวจปราบปรามรุนแรงมากกว่านี้เปึนสิบเท่า แต่หน้าข่าวเวลานั้นแม้กระทั่งคนที่เปึน ส.ว. แต่งตั้งวันนี้ วันนั้นเปึน สนช. ยังแสดงความคิดเห็นเวลานั้นบอกว่า ประชาชน เปึนผู้ทําร้ายตํารวจ สภาพมันกลับกันโดยสิ้นเชิง คนบาดเจ็บ ๔๐ กว่าชีวิต แต่ที่ผม ยกตัวอย่างวันนี้ก็คือว่า โดยส่วนตัวแล้วพวกเราทุกคนนี้เห็นใจเจ้าหน้าที่ตํารวจ เหตุการณ์ พฤษภา ๒๕๓๕ เชิงสะพานผ่านฟัา ลวดหนามตรงกลาง ประชาชนอยู่ข้างหนึ่ง ตํารวจ อยู่ข้างหนึ่ง เขวี้ยงกันไปตํารวจก็วิ่งไม่ได้ ทหารถือป๋นอยู่ข้างหลัง ทุกเหตุการณ์ตํารวจ ก็คือจําเลยในสถานการณ์ แต่เราได้ใช้กระบวนการทางกฎหมาย คดีตํารวจแจ้งความเรา เราก็สู้คดีแล้วเราก็มีการแจ้งความดําเนินคดีกับตํารวจ แปลความกันว่านี่คือกระบวนการ ทางกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าวันนี้เมื่อมีหมายจับ มีการคุ้มครอง โดยศาลแพ่ง แม้จะยกเลิกกันไปแล้วก็ตาม แต่ผมบอกว่าพวกเรานั้นถ้ายามเมื่อเปึน กลุ่มคนที่ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการนั้น เมื่อยืนหยัดก็จะต้องต่อสู้ จับกุมคุมขังไม่มีปัญหา อะไร ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อมีการ ยกพูดคําว่า การเมืองภาคประชาชน บอกว่าประชาชนที่ชุมชนในทําเนียบรัฐบาล ประชาชนเปึนเรือนแสน ท่านประธานลองไปนั่งนับเอาพื้นที่ไปกางสิครับ เรือนแสนและ เรือนหลายแสนนี้ ขี่คอชุมนุม ๕ คนยังไม่ได้เลยครับท่านประธาน แต่เวลาพูดปลุกระดม กันเหมือนกับใช้ภาษาพันธมิตรมาบอกว่า วันนี้ ๓ แสน วันนี้ ๕ แสน วันนี้ ๑ ล้าน แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มาอธิบายความ การเมืองภาคประชาชนที่ต้องพูดกันวันนี้ ว่ามันภาคประชาชนกันจริงหรือเปล่า ถ้าท่านประธานจําความเหมือนกับผมได้ ก็คือว่า วันที่ ๒๐ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ กลุ่มพันธมิตรนัดประกาศชุมนุม ทหารไปยึดอํานาจ อ้างเหตุว่าวันที่ ๒๐ ปล่อยไปไม่ได้ เดี๋ยวจะเกิดการนองเลือด ท่านประธานที่เคารพ มีการ ยึดอํานาจวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ วันที่ ๒๐ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ พันธมิตรประกาศ ยุติบทบาทตัวเองโดยทันที แล้วพันธมิตรมาฟุ๋นชีวิตในวันไหนครับท่านประธานที่เคารพ ในวันที่ประเทศเปึนประชาธิปไตย ในวันแรกที่นายกรัฐมนตรีอภิปรายแถลงนโยบาย ในสภาเสร็จ ไปประชุมข้าราชการ เพื่อเอานโยบายไปบอกกล่าวกับราชการ นั่นคือ วันแถลงการณ์วันแรกของกลุ่มพันธมิตรเริ่มต้นฟุ๋นชีวิตขึ้นมา หลังจากนั้น ก็ออกแถลงการณ์แล้วก็บอกว่าจะต้องมีการเคลื่อนไหวถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเมืองภาคประชาชนลองไปดูเถอะครับว่า หลายคนบนเวทีพันธมิตร เมื่อเวลา การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรร่วมชุมนุมมีการยึดอํานาจ ไปรับตําแหน่งเปึน สนช. บ้าง เปึน สสร. บ้าง เปึนบอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจบ้าง เปึนรัฐมนตรีก็มี เมื่อมีการเลือกตั้ง รีบลาออกจาก สนช. ก่อน แล้วก็ไปลงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางพรรค แล้วเมื่อแพ้ การเลือกตั้งก็ไปชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นี่หรือครับการเมือง ภาคประชาชน ท่านประธานที่เคารพ มีตัวอย่างครบกันทุกคน ผมบอกกับท่านประธาน เลยว่า ในกลุ่มพันธมิตรตรงนั้นทุกคน รู้จักมักคุ้นกับผมโดยส่วนตัวเกือบทุกคน เพราะเคย ร่วมต่อสู้กันมาก่อน ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมจึง บอกว่านี่ไม่ใช่การเมืองภาคประชาชน แต่การเมืองที่ไม่ยอมรับกติการะบอบ ประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตยบอกว่าให้ยึดเสียงข้างมาก แต่ให้ฟังเสียงข้างน้อย แต่วันนี้ประเทศนี้กําลังจะกลายเปึนเผด็จการเสียงข้างน้อย บอกว่าเสียงข้างมาก ต้องทําตาม ๑ ๒ ๓ ๔ อย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถูกยกมาเปึนข้ออ้าง ๑ ข้อ บวกกับกรณีของจักรภพ เพ็ญแข จักรภพตัดสินใจลาออก ไปสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องรัฐธรรมนูญมีการกล่าวอ้างว่า การจะแก้ไข เพื่อประโยชน์ส่วนตัวมาตรา ๒๓๗ ผมบอกว่า ถ้าเอาตามรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ใบแดงใบแรกของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ แล้วสุดท้ายเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ของ ๓ ศาล แล้วตัดสิทธิทางการเมือง ๑๐ ป้ พรรคการเมืองบางพรรคจะถูกยุบ ถ้าใช้กติการัฐธรรมนูญแบบนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ แล้ว ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมันเปึนนโยบายของพรรคพลังประชาชน นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ไปปราศรัยเลือกตั้ง บอกนโยบายสั้น ๆ ๒ ข้อเลยว่า ใครไม่เห็นด้วย กับการรัฐประหารเลือกพรรคพลังประชาชน ใครต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือก พรรคพลังประชาชน นายสมัครมาเปึนนายกรัฐมนตรีไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญเลยละครับ จะมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพ พอ ๒ หัวข้อมันตกไป มี ส.ว. ไปถอนชื่อ รัฐธรรมนูญ ก็ตกไป พันธมิตรบอกว่าถ้าอย่างนั้นเรายกระดับไปแล้ว เรายกระดับไปเรียบร้อย นายกรัฐมนตรีลาออก ถ้าท่านประธานจําความกับผมได้ว่า มีการปล่อยข่าวกันสนุกเวลา ต่อมาว่า ในพรรคพลังประชาชนจะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี พันธมิตรเชื่อทันทีเลย ร บอกว่าได้มีการยึดสถานีเอ็นบีทีเปึนที่เรียบร้อย นี่ก่อนที่ผู้ชุมนุมชุดใหญ่จะตามเข้าไป นี่เปึนเพียงแค่ ๘๕ คน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจไปจับกุม พบอาวุธ ๑๑ ม.ม. ป๋นไทย ประดิษฐ์ มีดสปาตา กระท่อม ท่านประธานที่เคารพผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า การจัดฉากหรือเปล่า อย่างที่ผมบอกกับท่านประธานครับ ผมรู้จักกับกลุ่มคนพันธมิตรดี ส.ว. อย่างคุณรสนาหรือคุณวรินทร์ ที่ขึ้นมาเมื่อสักครู่นี้จะปฏิเสธกับผมไม่ได้เลยว่า ๒ คน ที่ไปขอประกันตัวก่อนนั้นเขามีบทบาทอยู่เบื้องหลังเวทีอยู่ในกลุ่มพันธมิตร คนหนึ่ง เปึนรุ่นพี่สุริยะใส คนหนึ่งเปึนเพื่อน และก็สนิทกัน รู้จักกันเปึนกลุ่มพันธมิตรอย่างหนีตัว กันไม่ออก เพราะฉะนั้นเมื่อเขาบอกว่าไม่รู้จัก แต่ว่าท้ายที่สุดก็ไปเรียกร้องให้มีการ ปล่อยตัว แต่ว่าถ้าผมเปึนกลุ่มพันธมิตร ผมจะไม่มีวันบอกว่าคนเหล่านั้นผมไม่รู้จัก แกนนําอย่างคุณสนธิก็บอกว่าไม่ใช่กลุ่มคนพันธมิตร ผมบอกว่า ๒ คนนั้นในจํานวน ๘๕ คน ที่ไปจะสลัดอย่างไรก็ไม่ออก เพราะปรากฏภาพชัดเจน ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า แกนนําเขาก็บอกเสร็จสรรพว่ายึดเอ็นบีที เพราะต้องการจะเอา เอ็นบีทีนั้น ถ่ายช่องเอาเอเอสทีวีเผยแพร่ภาพให้กับทั่วประเทศอีกที นี่มันเหมือนกับ การรัฐประหารยึดอํานาจทุกประการครับท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงบอกว่านี่แหละครับการเมืองภาคประชาชน นี่คือการชุมนุมตาม มาตรา ๖๓ บอกว่า ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธหรือไม่ ป๋นเถื่อน ป๋น ๑๑ ม.ม. มีดดาบ ยาเสพติด ท่านประธานที่เคารพ นั่นไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ นี่เปึนการชุมนุมไม่สงบ และก็มีอาวุธครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ สิ่งที่ผมจะต้องพูดกันด้วยความรู้สึกก็คือว่า ผมอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเช้า ด้วยความไม่สบายใจ หนังสือพิมพ์มติชนพาดหัวว่า ถวายรายงานในหลวง สมัครไม่ออก ล่องหนไม่ร่วมถกแกนนํา พรรคร่วมยันให้ทํางานต่อ สนธิประกาศหนุนประชาธิปัตย์จับขั้ว ตั้งรัฐบาล อันนี้แหละครับท่านประธานที่เคารพ เพราะในอดีตนั้นมีกรณีขอนายกรัฐมนตรี พระราชทาน มาตรา ๗ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสว่ามั่ว และไม่เปึน ประชาธิปไตย นี่นายสนธิพูดสัมภาษณ์เมื่อวานนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ บอกชัดเจน ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเปึนจุดเริ่มต้นที่ดีสําหรับการปฏิรูปการเมือง โดยให้ พรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนข้างมาจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาล แปลความกันว่านายสมัครลาออกก็ไม่มีผลอะไร ถ้าตราบใดคนในสภานั้นไม่ไปทําตามกับ กลุ่มพันธมิตรก็ไม่จบ คือต้องไปยกมือให้พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล นี่คือ การสัมภาษณ์ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนําของพันธมิตร ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่าเวลาที่กลุ่มพันธมิตรต้องการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อไปเล่นงานคนอื่น นั้น ก็จะพูดคําว่าประเทศนี้จะต้องมีตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์ เมื่อตัวเองถูกหมายจับ จากถ้อยคํา จากเนื้อหารุนแรงนั้นต้องไปสู้คดีกัน ถ้าไม่จริงก็หลุด จริงก็ต้องถูกติดคุก แต่เมื่อไม่ยอมปฏิบัติตามหมายจับนะครับ ไม่พูดตุลาการภิวัตน์กันอีกแล้ว บอกวันนี้ต้อง ประชาภิวัตน์ แปลกันว่าถ้าเอากฎหมายไปเล่นงานกับคนอื่นบอกว่าตุลาการภิวัตน์ เวลา เจอกับตัวเองไม่ตุลาการภิวัตน์แล้ว ขอประชาภิวัตน์แทน ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ ส.ว. บางท่านได้อภิปรายนั้น เมื่อวานนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐด้วยมีความรู้สึกที่มี ความรู้สึกขมขื่น นายกสมาคมท่องเที่ยวเขาแถลงด้วยน้ําตานองหน้าว่า ปรากฏการณ์ การป่ดสนามบินนั้นมันทําลายการท่องเที่ยวไม่ใช่เฉพาะเที่ยวบินที่เกิดขึ้น แต่ไปกระทบ การท่องเที่ยวในป้นี้การหยุดรถไฟหรือจะหยุดใด ๆ ก็ตามในประเทศนี้ การจับประชาชน กับประเทศเปึนตัวประกันนั้นใครจะรับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ถึงขนาดจะพูด กันถึงขนาดที่ว่าจะทําอย่างไรกันต่อ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองอยู่กลุ่มคนที่ร่วมในการ ต่อสู้กับเผด็จการที่ผ่านมา ที่ผ่านมาผมก็มีความอดทนกับรัฐบาล ด้วยความรู้สึกว่า ต้องการให้รัฐบาลปกปัองระบอบประชาธิปไตย ใช้กระบวนการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหา คนที่เปึนเพื่อนมิตรในการร่วมต่อสู้ บอกว่าอย่าออกมา ให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหา อย่าซ้ําเติมสถานการณ์ แต่การยึดเอ็นบีที ยึดกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และทําเนียบ รัฐบาล คนไทยจํานวนมากโทรศัพท์มาหาผมว่า ประเทศนี้เรายกแผ่นดินให้กับ กลุ่มพันธมิตรไปแล้วหรือครับท่านประธาน ทําไมรัฐบาลไม่ใช้ผลบังคับในการแก้ไขปัญหา ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าเราจะบริหารประเทศกันไปแบบนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้น เมื่อต้องการทางออกของวิกฤติ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่ามันก็ต้องเอาทางเข้า ของวิกฤติมาแก้ไขปัญหา นั่นหมายความว่าแต่ละฝ์ายนั้นก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อวันนี้มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตํารวจก็มีหน้าที่ในการดําเนินการทางหมายจับ และผม บอกกล่าวและก็ไม่ได้กลัวอะไรด้วยซ้ําไป เมื่อเวลาที่ผมเจอเรื่อง พรรคพวกเพื่อนผมเจอ เรื่อง ไม่เคยใช้เด็ก สตรี คนแก่ จะมาเปึนเกราะกําบังเพื่อคุ้มครองชีวิต พร้อมจะยืนหยัด ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอย่างไม่ไหวหวั่น แต่ด้วยความเปึนห่วงกับสถานการณ์ครับ ท่านประธานที่เคารพ ระยะเวลาเมื่อ ๓ เดือนก่อนหน้านี้จนกระทั่งถึงวันนี้ที่ท่านบอกนั้น ว่ารายการความจริงวันนี้เปึนรายการความจริงข้างเดียว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจง กันแล้วว่าจัดกันมาเพียงแค่ ๑ เดือนการชุมนุมล่วงหน้ามา ๓ เดือน พาดพิงใครเกิด ความเสียหายสามารถฟัองร้องดําเนินคดีได้ และมีความประสงค์ที่ต้องการจะชี้แจง เหมือน ป.ป.ช. บอกว่าพูดฝ์ายเดียว เราก็เชิญ ป.ป.ช. เลยก็มาชี้แจงสิ ว่าทําไม จึงยังสามารถทําหน้าที่ได้ต่อทั้งที่ไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ทั้งหมดนั้น ก็ว่ากันแฟร์ ๆ (Fair) พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถ
หมดเวลาแล้วครับ
ผมแจ้ง กับวิปแล้วถ้าเลย ๒ – ๓ นาที เขาก็ไปหักใน ๑๙๘ นาที
(นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา (ภาคเอกชน) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงครับ คุณเรืองไกร ประท้วงเรื่องอะไร คุณเรืองไกรประท้วงเลยไหมครับ เสียเวลา
กราบเรียน ท่านประธาน กระผม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ อยู่หน้า ๑๔ ฟังมา ก็ติดตาม รายการมา ผมว่าถ้าจะอภิปรายกันอย่างนี้ก็ต้องกลับไปดู
ท่านประท้วงใครครับ
ประท้วงว่า ต้องอยู่ในประเด็นครับ
ประท้วงผมหรือว่าประท้วงผู้อภิปราย
ประท้วง ผู้อภิปรายครับ ในหนังสือเขียนในบรรทัดที่ ๔ ว่า แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยสันติวิธี แต่ฟังไปฟังมาแล้วผมเข้าใจว่าวิธีที่อยากจะเปึนอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีทํามา ในหนังสือซึ่งลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ซึ่งวันนั้นก็เปึนวันศุกร์ ท่านบรรหารก็ประชุมกลางคืน วันนั้นผมยังไม่รู้ว่าวันที่ลงมาอย่างไร แต่คําว่า สันติวิธี ท่านพูดมาเกือบครึ่งชั่วโมงมันจะ ออกอย่างไร อยากจะให้มีสันติวิธีก็ต้องปรึกษาหารือกันว่าอยู่ในประเด็นหรือเปล่า
ผมวินิจฉัยครับ คุณเรืองไกรครับ
ได้ครับ ให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ครับ ผมจะวินิจฉัย คือผู้พูดเขามี เจตนาพูดอย่างนั้น เขาไม่ได้ใส่ความใครนะครับ ก็พูดจบไปแล้วอยู่ในการวินิจฉัยของ ที่ประชุมและของนายกรัฐมนตรีเองครับ เชิญต่อครึ่งนาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ๑ นาที ๒ นาทีก็สามารถหักได้ในเวลา ๑๙๘ นาทีของ พรรคพลังประชาชน เมื่อกี้นี้ครับท่านประธานที่เคารพ เอาความยุติธรรมในการเผยแพร่ สื่อท่านบอกว่ารายการความจริงวันนี้ไม่ให้ความเปึนธรรมกับท่าน เมื่อกี้ตอนที่ท่านพูด ทีพีบีเอส (TPBS) ถ่ายทอด พอนายจตุพรขึ้นนี่ตัดออกเลยนะครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมก็บอกว่าความยุติธรรมคืออะไร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่านเลยครับ แต่เกี่ยวข้องกับคนที่ทําหน้าที่สื่อเหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึง บอกว่าหนทางข้างหน้า ผมถามว่าข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรเมื่อสรุป ๓ ข้อว่า ๑. รัฐบาลต้องลาออก นี่ พลตรี จําลอง ศรีเมือง เสนอ ๒. บอกว่าห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๓. บอกว่าต้องมีการเมืองใหม่ การเมืองใหม่คือเลือกตั้ง ๓๐ คน แต่งตั้ง ๗๐ คน แล้วมันมีอยู่ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ หรือไม่ ข้อเรียกร้องมันขัดกันเอง แปลความว่าถ้าไม่ ฉีกรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ล้มล้างรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถที่จะมีการเมืองใหม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงสรุปกับท่านประธานขณะนี้ว่า ณ วันนี้ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้ง ประชาชนทั่วทั้งประเทศ เขาจะเปึนผนังทองแดงกําแพงเหล็ก จะเปึน เกราะกําบังให้กับท่านที่มาจากการเลือกตั้ง เปึนเกราะกําบังให้กับประชาธิปไตย แต่เขา ต้องการผู้นําที่มีความเข้มแข็งและสามารถนํากฎหมายมาบังคับใช้ เพราะเวลานี้ ประชาชนเหมือนมีสภาพอกแตก เพราะเขามีความรู้สึกกันว่า คนไทย ๖๓ ล้านคนไปยก บ้านเมืองนี้ให้กับพันธมิตรไปแล้วหรืออย่างไร เพราะฉะนั้นทุกสิ่งยุติได้ วันนี้ไม่มีใคร ฟังใคร เขาก็บอกชัดเจนอยู่แล้วไม่ได้ฟังสภา เพราะฉะนั้นประเทศจะยืนต่อไปได้ด้วย เอากฎหมายที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วบังคับใช้ด้วยความเปึนจริง ขอขอบพระคุณ ท่านประธาน
ขอบพระคุณ ต่อไปก็ขอเรียนเชิญ ท่านสมาชิกรัฐสภา นางสาวรสนา โตสิตระกูล เรียนเชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉันชื่อ นางสาวรสนา โตสิตระกูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเองมีเวลา ๑๕ นาที แต่เนื่องจากคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้กล่าวอ้างถึงชื่อดิฉัน ขอใช้สิทธิพาดพิงอีก ๕ นาทีนะคะ
ต้องไปลดจากสัดส่วนของคณะ ของท่านครับ ใน ๑๐ ชั่วโมงแรก ก็ไม่เปึนไรครับ คือว่าที่ประชุมก็คงจะไม่มีความเห็น เปึนอย่างอื่น เรียนเชิญเลยครับ
คือดิฉันเอง มีประเด็นที่จะพูดถึงเรื่องที่มีการกล่าวอ้างถึงเรื่องของสมาชิกวุฒิสภา ที่ได้ลงไปเยี่ยม ในพื้นที่ โดยกล่าวอ้างว่าการลงไปของสมาชิกวุฒิสภานั้นเปึนสิ่งที่ไม่เหมาะสม แล้วก็ เปึนการไปถือหางฝ์ายพันธมิตร ดิฉันอยากจะขอชี้แจงว่า ในฐานะที่เปึนตัวแทนของ ปวงชนชาวไทย เรามีความจําเปึนที่ต้องลงไปดูเพื่อหาข้อมูล ไม่ได้ลงไปเพื่อที่จะถือหางใคร การที่เราได้ลงไปในพื้นที่เมื่อวันที่ ๒๖ เวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา จริง ๆ ก็คือวันที่ ๒๗ ปรากฏว่า มีความพยายามของฝ์ายกําลังตํารวจที่จะเข้าไปในทําเนียบรัฐบาลแล้วก็เกิดการปะทะกัน อันนี้เปึนสาเหตุที่ทําให้วันที่ ๒๗ ที่ผ่านมา คณะของวุฒิสมาชิกได้ลงไปดูเพื่อที่จะหา ข้อเท็จจริง วุฒิสมาชิกไม่เคยลงไปในเวทีของพันธมิตร เมื่อยังไม่ได้มีวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น เราลงไปเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน เพราะว่าเราเปึนตัวแทนของประชาชนทุกคน ดิฉัน ไม่อยากเห็นรัฐบาล หัวหน้ารัฐบาลพยายามแบ่งแยกประชาชน ประชาชนอย่างไรก็เปึน ประชาชนทั้งหมด การลงไปอีกครั้งหนึ่งคือวันที่ ๒๘ เพราะว่าในขณะที่เรามีการประชุม วุฒิสภาในช่วงเช้า ก็มีข่าวออกมาว่า มีการเข้าไปป่ดหมายแล้วก็มีการสลายการชุมนุม เกิดการบาดเจ็บ จึงมีความจําเปึนที่คณะของวุฒิสมาชิกจะได้ลงไปดูในพื้นที่ ดิฉันเอง ได้ขออนุญาตท่านประธานในเรื่องที่จะขอเป่ดดีวีดี (DVD) เพื่อประกอบการอภิปราย แต่ว่าท่านประธานไม่โปรดอนุญาต ท่านเขียนไว้ว่าภาพการตีกันไม่ควรเผยแพร่อีก ขอความกรุณาเพื่อความสมานฉันท์ สําหรับการประชุมขอความกรุณานะคะ ซึ่งดิฉันเอง คิดว่าก็ไม่ฉายภาพดีวีดีก็ได้ แต่อาจจะต้องขออนุญาตเอาภาพมาประกอบ ก็ขอประทาน อนุญาตท่านประธานด้วย เนื่องจากว่าภาพเหล่านั้น ถ้าเปึนภาพนิ่งก็คงจะไม่รุนแรง จนเกินไป เนื่องจากมีการพูดถึงว่าไม่มีการเข้าไปสลายการชุมชุม ไม่ได้มีการใช้แก๊สน้ําตา ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่าไม่มี ซึ่งตรงจุดนี้เมื่อเราลงไปในพื้นที่ เราลงไปตรวจสอบนั้น เราพบว่ามีการใช้แก๊สน้ําตา มีการตีกัน ภาพที่ขอแสดง อันนี้เปึนภาพที่ประชาชนไปล้อม บช.น. เมื่อตอนหัวค่ําของวันที่ ๒๘ นะคะ ก็มีการยิง แก๊สน้ําตาออกมา จะเห็นภาพประชาชนที่หมอบอยู่นะคะ ภาพต่อมาเราจะเห็นว่าคนโดน แก๊สน้ําตาแน่นอน อันนี้ก็เปึนหลักฐานนะคะ มีคนบาดเจ็บ ภาพถัดมาก็เปึนภาพของคนที่ บาดเจ็บจากการเข้าไปป่ดหมายของตํารวจ ซึ่งอันที่จริงดิฉันอยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะคะว่า การที่พวกเราเข้าไปนั้นเราไม่ได้เข้าไปที่ เวทีของพันธมิตรเท่านั้น เราได้ลงไปเยี่ยมเยียนตํารวจชั้นผู้น้อยซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติ หน้าที่ เพื่อให้กําลังใจ เราเข้าใจว่าตํารวจชั้นผู้น้อยนั้นมีความเหน็ดเหนื่อยมีความเครียด อาจจะเกิดการปะทะกันได้ เราก็ไปขอร้องว่าอย่าใช้ความรุนแรง แล้วหลังจากนั้นเราก็ได้ เดินทางไปที่ บช.น. เพื่อพบกับผู้บริหารที่นั่น และก็ได้มีโอกาสพบกับท่าน ผบ.ตร. นะคะ ซึ่งที่จริงท่านก็ได้พูดให้ฟังว่า การเข้าไปป่ดหมายแล้วทําให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นมานั้น ท่านก็จะไม่ทําอีกต่อไป เพราะว่าการเข้าไปป่ดหมายหรือเข้าไปบังคับรื้อพื้นที่ตรงจุดนั้น ทําให้ประชาชนเดือดร้อน ท่านก็จะงดเว้นไม่ทํา จะถอนกําลังออก ซึ่งเราก็ดีใจนะคะ ที่ทาง ผบ.ตร. ท่านได้พูดเช่นนั้นนะคะ แต่ปรากฏว่าพอตอนเย็นก็ปรากฏว่ามีการใช้ แก๊สน้ําตากัน ซึ่งกรณีนี้ดิฉันคิดว่าอยากจะขอให้ทางรัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้ การที่เราได้เข้าไปในพื้นที่ทําให้เราได้พบสิ่งที่เปึนจริง แล้วก็ได้ มีโอกาสพบกับผู้อํานวยการของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรมที่เอาหมายมาป่ด เนื่องจากว่าทางสมาชิกวุฒิสภาได้เข้าไปหลายท่าน หลาย ๆ ท่านเปึนนักกฎหมาย เราจึง ได้เห็นเอกสารที่ได้มีการพูดว่า ได้มีการระบุว่า หมายที่ทางศาลได้ส่งมาให้นั้นให้แจ้งแก่ จําเลยทั้ง ๖ จําเลยทั้ง ๖ มี พลตรี จําลอง มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เปึนต้น ให้เปึนผู้รื้อถอน สิ่งต่าง ๆ ออกไป และเนื่องจากว่าหมายอันนั้นเปึนการคุ้มครองชั่วคราว ไม่ใช่การคุ้มครอง ฉุกเฉิน เมื่อจําเลยนั้นได้รับ เขามีเวลา ๑๕ วันในการปฏิบัติตาม หลังจาก ๑๕ วันแล้ว ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามจึงจะมีการดําเนินการต่อไป แต่ปรากฏว่าเมื่อนําหมายเข้ามาแล้ว ทางตํารวจก็ได้เข้าไปรื้อเวที ทําลายข้าวของต่าง ๆ จนเกิดการปะทะกัน ซึ่งสิ่งนี้ถือว่า เปึนการทําเกินกว่าหน้าที่ เปึนการทําเกินกว่าเหตุ ส่วนนี้ดิฉันคิดว่า ก็สมควรที่จะต้อง มีการตรวจสอบกันนะคะ แล้วการที่ทางสมาชิกวุฒิสภาได้เข้าไปนั้น นอกจากการเปึน ตัวแทนปวงชนชาวไทยแล้ว เราก็มีประธานจากคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน ยุติธรรม ตํารวจ แล้วก็ธรรมาภิบาล และตรวจสอบเรื่องทุจริตทั้งหลายนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉัน คิดว่า การที่เราได้ลงไปดูในพื้นที่ เราจึงได้พบว่าบางครั้งสิ่งที่เราได้พบคือรัฐบาลได้ใช้ หมายศาลนั้นในลักษณะที่จะเข้าไปใช้ความรุนแรง ซึ่งสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ทําให้เกิดปัญหา สิ่งที่ เรามีความเปึนห่วงเปึนอย่างยิ่งก็คือว่า เราไม่ต้องการให้เกิดน้ําผึ้งหยดเดียว แล้วเกิด เหตุการณ์แบบวันที่ ๑๔ ตุลาคมขึ้นมาอีกนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันเองไม่อยากจะ กล่าวโทษตํารวจที่ปฏิบัติงาน แต่นโยบายทางการเมืองคือตัวปัญหา นโยบายทางการเมืองในการสั่งให้ตํารวจผู้ปฏิบัติงานเข้าไปลุย อันนี้เปึนสิ่งที่ดิฉันคิดว่า ไม่ถูกต้อง เปึนสิ่งที่จะต้องแก้ไข พันธมิตรเองเมื่อเข้ามายึดพื้นที่นั้น ดิฉันคิดว่าการชุมนุม ของประชาชนนั้นเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานที่มีมาก่อนรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าหากว่าการชุมนุมนั้น มีการกระทําความรุนแรงหรือทําผิดกฎหมายก็ให้ดําเนินการไปตามกฎหมาย แต่ว่า การดําเนินการตามกฎหมายนั้นก็ควรจะดําเนินให้พอเหมาะแก่กรณี การที่กล่าวหาว่า กลุ่มที่ชุมนุมนั้นเปึนกบฏ ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนการเสริมความรุนแรงให้เกิดขึ้น เปึนการ สร้างความเคืองแค้นในการที่จะตอบโต้มากขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการที่รัฐบาลเอง พยายามใช้หมายศาลนั้น เปึนการรับรองความชอบธรรม แต่ที่จริงแล้วคําสั่งของศาลนั้น มุ่งหมายที่จะให้เกิดความสันติ แต่รัฐบาลใช้หมายศาลนั้นเพื่อรับรองความชอบธรรม ในการเข้าไปลุยประชาชน อันนั้นเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ศาลจึงมีเมตตาที่จะให้มี การทุเลาการบังคับคดี เพราะว่ารัฐบาลได้ใช้หมายศาลไปในทางที่ไม่ถูกต้อง การชุมนุม ของประชาชน ดิฉันคิดว่ามันเปึนปัญหาปลายเหตุ ปัญหาต้นเหตุนั้นเกิดขึ้นจาก การบริหารงานของรัฐบาลที่ขาดธรรมาภิบาล ดิฉันเห็นว่าการที่รัฐบาลและสมาชิก สภานิติบัญญัติในฟากของรัฐบาลกล่าวอ้างอยู่เสมอว่าท่านมาจากการเลือกตั้ง ย่อมที่จะ มีความชอบธรรม อันนั้นก็จริงอยู่ แต่ที่จริงแล้ว นอกเหนือจากการมาโดยการเลือกตั้งที่จะ มีความชอบธรรมแล้ว การบริหารงานนั้นต้องมีธรรมาภิบาลด้วย เมื่อไรก็ตามที่รัฐบาล บริหารงานโดยขาดธรรมาภิบาล ดิฉันคิดว่าสิ่งนั้นก็จะทําให้ประชาชนลุกขึ้นมาชุมนุม คัดค้าน การที่รัฐบาลกล่าวถึงคนเหล่านั้นว่าเปึนกบฏ ก็ทําให้ยิ่งเสริมให้กบฏนั้นมีมากขึ้น ดิฉันคิดว่ารัฐบาลจะต้องพิจารณาตรงนี้ให้มากขึ้นว่าการกระทําของรัฐบาลนั้นเปึน การเพิ่มปริมาณของคนที่เปึนกบฏมากขึ้นหรือไม่ ถ้าหากว่าการกระทําอันนั้นเปึนการเพิ่ม กบฏให้มากขึ้น ดิฉันคิดว่าย่อมเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และยังคิดว่ารัฐบาลเรียกร้องให้ คนเหล่านั้นเคารพกฎหมาย รัฐบาลก็จะต้องไม่ทําตัวเปึนรัฐบาลแม่ปู เพราะว่ารัฐบาล แม่ปูก็คือว่าท่านเองได้มีการเคารพในกฎหมายหรือในรัฐธรรมนูญที่เราทุกคนได้กล่าว ปฏิญาณก่อนเข้ารับตําแหน่งหรือไม่เพียงไร
อีกประการหนึ่ง คือการปฏิบัติงานของรัฐบาลนั้นจะต้องไม่มีลักษณะ ของการแยกพวกแยกข้างหรือมีหลายมาตรฐาน หรือการเข้าไปแทรกแซงต่าง ๆ ดิฉัน จะไม่พูดถึง เพราะว่ามีหลายท่านพูดมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการเลือกตั้ง เข้ามานั้น ไม่สามารถที่จะเปึนความชอบธรรมเพียงประการเดียว ในหลายประเทศ รัฐบาลเขาลาออกได้ แม้แต่รัฐบาลของรัฐบาลเกาหลีที่ได้กระทําผิดโดยการนําเข้าเนื้อวัว จากอเมริกา ประชาชนลุกขึ้นต่อต้าน รัฐมนตรีทั้งคณะลาออก รัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ์น ก็เช่นเดียวกัน ลาออกทั้งคณะเช่นเดียวกัน หรือแม้แต่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา นายนิกสัน ซึ่งมีคดี วอเตอร์เกท (Watergate) เพียงแค่ไปดักฟัง ก็ต้องลาออก ซึ่งถ้าหากว่า ไม่ลาออก หรือเราขาดมารยาททางการเมือง ขาดจริยธรรมทางการเมือง เราก็ต้องเจอกับ ปัญหาคนที่จะต้องชุมนุมกันมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาลก็ควรจะต้องพิจารณา ดิฉันเองเห็นว่าการปรับเปลี่ยน ครม. ปรับเปลี่ยนผู้นํารัฐบาลนั้นเปึนสิ่งปกติธรรมดา ในระบอบการปกครองที่เปึนประชาธิปไตย ไม่ใช่เปึนเรื่องของการเสียหน้าแต่อย่างใด สิ่งที่สําคัญที่สุดคือถ้าหากว่ารัฐบาลยังใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะโดยวาจา โดยการกระทํานั้นก็ย่อมจะทําให้ปัญหาต่าง ๆ นั้นหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น อย่างภาษิตไทย ที่เขาว่า น้ําร้อนปลาเปึน น้ําเย็นปลาตาย นะคะ ดิฉันเองก็อยากจะฝากให้ท่านรัฐมนตรี ทั้งหลายในรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีโปรดเอาไปพิจารณาด้วย ดิฉันคิดว่าคนที่เปึน ผู้บริหารนั้นจะต้องมีราชธรรมนะคะ และราชธรรมที่สําคัญสําหรับนักปกครอง ดิฉันเอง ไม่ยกทั้ง ๑๐ นะคะ ดิฉันคิดว่านอกจากศีล คือการควบคุม กาย วาจา ใจ แล้ว รัฐบาลหรือ ผู้ปกครองจะต้องมีสิ่งที่เราเรียกว่า ตบะ ตบะคือการที่เราจะต้องมีความอดทน อดกลั้น อย่างถึงที่สุด เราจะต้องมีอโกรธะ คือความไม่โกรธ เราจะต้องมีอวิหิงสา คือความ ไม่เคืองแค้นหรือแสดงการแก้แค้น แสดงการอาฆาตมาดร้าย นอกจากนั้นจะต้องมีมัทวะ คือความอ่อนโยน สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สอนกับผู้บริหารหรือนักปกครองนะคะ ราชธรรม เหล่านี้ไม่ได้สอนกับประชาชนทั่วไป ประชาชนทั่วไปให้มีศีลก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นดิฉัน คิดว่าคนที่จะมาบริหารบ้านเมืองนั้นก็จะต้องปรับปรุงตัวเอง ดิฉันเองเห็นว่า นอกเหนือ จากการที่รัฐบาลนั้นจะปรับปรุงตัวเองหรือปรับปรุงคณะรัฐบาล ปรับปรุงผู้บริหาร หัวหน้า รัฐบาล ถ้าเพียงแค่ปรับ ครม. เพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ปรับปรุงพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ทําให้ ประชาชนมีความรู้สึกว่ารัฐบาลนั้นขาดความเปึนธรรม รัฐบาลนั้นไม่ใช่เปึนรัฐบาลของ ประชาชนทั้งประเทศ แต่รัฐบาลกลายเปึนเพียงหัวหน้าของพรรคการเมืองบางพรรค เท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้ย่อมทําให้ประชาชนซึ่งเขาได้เสียภาษีให้กับประเทศนั้นเขาสามารถและเขา มีสิทธิที่เขาจะต่อต้านได้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาลเอง ท่านนายกรัฐมนตรีเคยกล่าว ในสมัยแรกว่า ครม. ของท่านขี้เหร่ เมื่อรู้ว่าขี้เหร่ดิฉันคิดว่าก็เปึนสิ่งที่ดี แต่การ ปรับเปลี่ยน ครม. นั้นดิฉันคิดว่าจะต้องไปให้พ้นจากระบบโควตานะคะ เพราะว่าสิ่งที่ ประชาชนที่เขาชุมนุม ที่เขาไม่พอใจก็คือการเมืองแบบเดิม ๆ ที่ใช้เงิน ใช้ระบบโควตา (Quota) มาเปึนตัวตัดสิน ปรับไปเท่าไรมันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ รัฐมนตรีขี้เหร่แล้ว ปรับใหม่อย่าให้เหลือแค่พยางค์เดียวนะคะ ดิฉันคิดว่าการปรับเปลี่ยน ครม. ปรับเปลี่ยน หัวหน้า เปึนสิ่งที่ทําได้ เมื่อวิธีการที่เราได้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดความรุนแรงนั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เหมือนกับหมอไม่สามารถรักษาโรคได้ เราก็เปลี่ยนหมอใหม่ได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ไม่ควรจะมีทิฐิ แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่า การเปลี่ยน ครม. หรือเปลี่ยน หัวหน้า ครม. นั้นก็อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ พฤติการณ์ที่พยายามแบ่งแยกประชาชนออกเปึนฝักฝ์าย อันนี้เปึนสิ่งที่ผู้นํารัฐบาลไม่ควร กระทํานะคะ ดิฉันเองก่อนจะจบก็อยากจะขอฝากพุทธพจน์ที่ว่า อัตตานัง โจทยัตตานัง คือจงเตือนตนด้วยตนเองนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เปึนสัพพัญ็ูทางการเมือง อยู่แล้ว ท่านสนใจในเรื่องของพุทธศาสนาอยู่แล้ว ดิฉันเองก็ขอฝากด้วยความอ่อนน้อม ถ่อมตนว่า เราทุกคนควรเตือนตนด้วยตนเองว่า ปัญหาที่แท้จริงนั้นมาจากไหน ปัญหา ที่แท้จริงนั้นมาจากคนเพียง ๕ – ๖ คน ซึ่งเวลานี้ขยายไปเปึนหลายหมื่นหลายแสนคนนั้น หรือว่าปัญหาทั้งหลายเกิดขึ้นจากตัวเราเอง ถ้าหากว่าเราไม่สามารถมองกลับมาที่ตัว เราเอง แล้วแก้ไขปรับปรุงพฤติการณ์ต่าง ๆ แล้ว ดิฉันคิดว่าปัญหาก็ไม่มีทางจบนะคะ วิกฤตการณ์มันจะลุกลามไปเรื่อย ๆ ดิฉันเองไม่อยากเห็นการเสียเลือดเนื้ออีกแล้ว ในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็ยินดีนะคะที่เราจะใช้สภาแห่งนี้ในการปรึกษาหารือ แล้วก็ฝากถึงท่านจตุพร พรหมพันธุ์ แล้วก็รวมทั้ง ส.ส. ท่านอื่น ๆ นะคะที่จะมาพูดกัน ต่อไปว่า อย่าพยายามใช้วาจาเสียดสี เพราะว่าเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาเป่ดให้มี การปรึกษาหารือ ก็ควรจะตั้งใจฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช่ใช้เทคนิคในทางการเมือง เพราะว่าเทคนิคทางการเมืองเหล่านั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ค่ะ แล้วก็การชุมนุมนั้น เปึนเพียงยอดภูเขาน้ําแข็งเท่านั้นเอง เปึนเพียงปลายเหตุ แต่ต้นเหตุอยู่ที่ไหนท่านต้อง พยายามกลับไปค้นคว้านะคะ และสิ่งเหล่านี้คนทั้งประเทศเขาเห็นและเขาจะเห็นมากขึ้น เรื่อย ๆ ถ้าท่านยังไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณ รักษาเวลาดีมากครับ เชิญคุณอลงกรณ์ พลบุตร
ท่านประธานรัฐสภา กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมหวังว่าการประชุมรัฐสภาในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะได้รับฟังข้อเท็จจริง เหตุผล ข้อเสนอแนะ และเก็บเกี่ยวประโยชน์ไปใช้ดุลยพินิจในการบริหารประเทศ การที่ทางรัฐบาลได้ขอให้ รัฐสภาได้มีการประชุมเพื่อขอความเห็นจากรัฐสภานั้น ผมถือว่าเปึนนิมิตหมายที่ดี อย่างน้อยที่สุดเมื่อสักครู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่า รัฐบาลเอาไว้ไม่อยู่แล้ว ศาลเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นั่นเปึนการสะท้อนให้เห็นถึงดีกรีของวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ และเปึนการยอมรับว่ารัฐบาลนั้นมีอํานาจ แต่ปกครองไม่ได้ แน่นอนที่สุดว่า ทางออกของ ปัญหาในกรณีนี้นั้น เปึนเรื่องที่ประชาชนทั่วทั้งประเทศในทุกภาคส่วนกําลังจับตามอง การทําหน้าที่ของเรา ผมมีความประสงค์อย่างยิ่งในการที่จะเสนอข้อเท็จจริงและเหตุผล และหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะฟังและได้ยินสิ่งที่กระผมได้พูด ต้องเรียนท่านประธานว่า โดยแท้ที่จริงสิ่งที่รัฐบาล โดยเฉพาะตัวท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องตระหนักแล้วก็สําเหนียก ก็คือว่าทําไมการบริหารราชการเพียงแค่ ๗ เดือนที่ผ่านมาจึงนําประเทศมาสู่วิกฤตการณ์ ทางการเมือง และเปึนวิกฤตการณ์การเมืองซึ่งล่อแหลมต่อการสูญเสียเลือดเนื้อและการ สูญเสียสถานะความเข้มแข็งของประเทศชาติของเรา ไม่กี่วันที่ผ่านมา สภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดการสัมมนาประจําป้ ๒๕๕๑ ในหัวข้อเรื่อง อนาคต ประเทศไทยใน ๒๐ ป้ข้างหน้า ได้พูดกันถึงวิกฤตการณ์ของโลกซึ่งประเทศไทยจะต้อง ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของวิกฤติพลังงาน วิกฤติอาหาร วิกฤติประชากร และ วิกฤติโลกร้อน แล้วก็วิเคราะห์ถึงวิกฤตการณ์ภายในประเทศ ไม่ว่าจะเปึนวิกฤติ ทางเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาความยากจน ปัญหาวิกฤติความมั่นคง และปัญหาอื่น ๆ แต่บัดนี้ระบบการเมืองซึ่งควรจะเปึนกลไกในการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้าง อนาคตและความเข้มแข็งให้ประเทศไทยจากวันนี้ถึง ๒๐ ป้ข้างหน้านั้นกลับกลายเปึน ตัวปัญหา และรัฐบาลได้แปรโอกาสเปึนวิกฤติอย่างสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพ ความจริงแล้วเรื่องของการมาขอข้อคิดเห็นจากสภานั้น ต้องการคําตอบสั้น ๆ เท่านั้นว่า วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้จะจบลงเมื่อไร และจบลงอย่างไร แน่นอนที่สุดว่า ในฐานะ ของสมาชิกรัฐสภา กระผมมีความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภามาโดยตลอด และเชื่อว่านี่คือ เวทีของการหาทางออกให้กับประเทศในยามคับขัน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องใช้สติ ใช้ความสงบ ใช้ความใจเย็น ใช้เหตุใช้ผลในการรับฟัง และใช้ดุลยพินิจ ของท่านเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ความจริงทางออกของประเทศนั้น มีอยู่อย่างน้อย ๖ ประการ สําหรับทางออกของวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้
ประการที่ ๑ ก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี คนใหม่
ประการที่ ๒ พรรคร่วมรัฐบาลลาออก เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่
ประการที่ ๓ จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ปัญหา ทั้งหลายแหล่ก่อนที่จะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
ประการที่ ๔ ยุบสภา เพื่อให้ประชาชนตัดสินในอนาคตของประเทศ อีกครั้งหนึ่ง
ประการที่ ๕ รัฐบาลอยู่ต่อไป และเสี่ยงต่อการนองเลือด
ประการที่ ๖ การปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งไม่เปึนที่พึงประสงค์
อาจจะกล่าวได้ว่า ทางออกสุดแล้วแต่ท่านนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจ อย่างไร และการตัดสินใจนั้นจะผูกพันต่ออนาคตของประเทศชาติ ไม่ว่าวันนี้ วันหน้า ป้หน้า หรืออีก ๒๐ ป้ข้างหน้า สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือการเรียนรู้ถึงความผิดพลาดในอดีต อย่างน้อยการยอมรับความผิดพลาด และเริ่มต้นเพียงคิดถึงการแก้ไขปัญหา ความผิดพลาดนั้น นั่นคือการนับหนึ่งของความหวังว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาติได้ ท่านประธานครับ ความจริงเรามีตัวอย่าง ตัวอย่างของความผิดพลาด ในระบบการเมือง ทั้งของเราเองและต่างประเทศ ถ้าเราได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ ที่ผิดพลาดและเราไม่ลืมเลือนในการก้าวข้ามความผิดพลาดและอย่าให้ประวัติศาสตร์ ซ้ํารอยนั้น เราอาจจะเห็นแสงแห่งความหวังในการคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ประเทศฟ่ลิปป่นส์เปึนประเทศหนึ่งครับที่เมื่อ ๓๐ กว่าป้ก่อนนั้นมีระดับการพัฒนา ใกล้เคียงกับเรา เปึนระบอบประธานาธิบดี วันหนึ่งด้วยระบบการเมืองที่ฉ้อฉลมีการ คอร์รัปชัน นักการเมืองไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ในท้ายที่สุดได้ผู้นําและรัฐบาลที่ไม่สุจริต แล้วก็เกิดกระบวนการประชาชนในการโค่นล้ม รัฐบาล เหมือนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ในประเทศไทยนี้ครับ แต่ว่าเราไม่สามารถ จะแก้ไขปัญหาวันนี้เพียงเพื่อแก้ผ้าเอาหน้ารอดเพื่อให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อไป แต่ต้องคิดถึง อนาคตว่า แล้วต่อไปวันข้างหน้าประเทศจะอยู่ได้อย่างไร แต่ท้ายที่สุดแล้วการปฏิรูป ทางการเมืองที่ล้มเหลวในประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็ทําให้เกิดปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ ต่อการบริหารและการปกครองประเทศ จนกระทั่งกลายเปึนประเทศที่ถูกขนานนามว่า เปึนผู้ป์วยแห่งเอเชีย ผมไม่พึงประสงค์ที่จะเห็นท่านนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ นําพา ประเทศแล้วทําให้วันหนึ่งประเทศไทยถูกเรียกว่า คนป์วยแห่งเอเชีย นั่นคือสิ่งที่เราวิตก กังวลอย่างยิ่ง อีกตัวอย่างหนึ่งเปึนตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นใกล้เคียงกับสถานการณ์ ในวันนี้ของประเทศไทย นั่นก็คือสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศบังกลาเทศ เปึนการเมือง ๒ ขั้วใหญ่ ๒ พรรคการเมืองใหญ่ พรรคการเมืองหนึ่งขึ้นมามีอํานาจชนะ การเลือกตั้ง แล้วก็ใช้อํานาจอย่างฉ้อฉล มีการคอรัปชั่น แวดวงบริวารครอบครัวได้ใช้ อํานาจที่ได้รับเลือกตั้งไปจากประชาชนนั้นในการคอรัปชั่น จนกระทั่งมีประชาชนออกมา เดินขบวนและก็ต่อต้าน และก็ล้มไป อีกพรรคการเมืองหนึ่งก้าวขึ้นมาสู่อํานาจ แต่เช่นกัน แทนที่จะใช้อํานาจเพื่อประชาชนก็ใช้อํานาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง ท้ายที่สุดก็แพ้ การเลือกตั้ง อีกพรรคหนึ่งก็ขึ้นมาเปึนรัฐบาล วนเวียนไปมา ๑๕ ป้ จนกระทั่งเมื่อป้ที่แล้ว นี้ครับ ก็ต้องสูญเสียประชาธิปไตย ถูกคณะทหารยึดอํานาจ ยึดอํานาจแล้วก็มีรัฐบาล ชั่วคราวขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกับประเทศของเราก็คือว่าขณะนี้กําลังสังคายนาปฏิรูประบบการ เลือกตั้ง เขามีคณะกรรมการการเลือกตั้งเหมือนอย่างประเทศไทย แต่รูปแบบซึ่งตรงข้าม กับเนื้อหาซึ่งควรจะดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมนั้นก็กลับไม่เปึนเช่นนั้น ในที่สุด ก็ทําให้ระบบการเมืองกลายเปึนระบบที่เปึนปัญหาของประเทศและมีแต่การฉ้อฉล เขาต้องการที่จะปฏิรูปการเมืองและพูดถึงระบบการเมืองใหม่เหมือนอย่างวันนี้ครับที่มี การพูดถึงระบบการเมืองใหม่ เพราะเขาสิ้นหวังและท้อแท้ต่อระบบการเมืองเก่า ตัวอย่างเช่นนี้เปึนตัวอย่างหนึ่งซึ่งเราไม่สามารถที่จะละเลยมองข้ามไปได้ เพราะวันนี้ เรากําลังเผชิญในสิ่งที่อย่างน้อย ๒ ประเทศตัวอย่าง ที่อยู่ในเอเชียเหมือนกันนั้นกําลัง ประสบอยู่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลว่าเฉพาะในประวัติศาสตร์ การเมืองของเรา เราก็มีบทเรียน หลายครั้งที่ท่านนายกรัฐมนตรีโดยตัวท่านเอง แต่ต่างสถานะได้เข้าไปเกี่ยวข้องผูกพันและรู้ซึ้งถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของเหตุการณ์ ไม่ว่า จะเปึนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ไม่ว่าจะเปึนเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือ เหตุการณ์ระหว่างวันที่ ๑๗ ถึง ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๓๕ จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ ถามบอกว่ารัฐบาลเมื่อป้ ๒๕๑๖ เปึนรัฐบาลตามกฎหมายและ รัฐธรรมนูญในขณะนั้นหรือไม่ ต้องตอบว่าใช่ ถามบอกว่ารัฐบาลในป้ ๒๕๓๕ ชนะ การเลือกตั้งมาอย่างถูกต้องใช่หรือไม่ และเปึนรัฐบาลตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้นใช่หรือไม่ต้องตอบว่าใช่ แต่ทําไมประชาชนจึงออกมาต่อสู้เดินขบวนขับไล่ รัฐบาลเหล่านั้นและผู้นํารัฐบาลในขณะนั้น ยอมสูญเสียเลือดเนื้อ ใช้ความกล้าหาญ ในการต่อสู้จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลง และทําให้การพัฒนาประชาธิปไตยนั้นเดินหน้า มาถึงทุกวันนี้ มีการพูดกันว่าวันนี้โดยลักษณะท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรีดูประหนึ่งว่า เราเกิดสงครามการเมือง ผมไม่ประสงค์ที่จะเห็นสงครามกลางเมืองจากการแปรจาก สงครามมาสู่สงครามการเมือง แต่การที่จะพูดถึงสาเหตุสําคัญ และถ้าท่านนายกรัฐมนตรี จะได้รับฟังและไตร่ตรองว่าสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาได้นําเสนอนั้นเปึนจริงหรือไม่ เพราะ การจะแก้ไขปัญหานั้น คนไข้จะต้องยอมรับสมมุติฐานการวินิจฉัยโรคของหมอเสียก่อน ท่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็สุดแล้วแต่ แต่เมื่อท่านมาขอความเห็นก็จะ ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา
ประการที่ ๑ เกิดจากความไม่ไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจว่าท่านเปึน นายกรัฐมนตรีและเปึนรัฐบาลของประชาชน จึงถูกขนานนามว่าเปึนนายกรัฐมนตรีนอมินี (Nominee) ตั้งแต่เริ่มต้น นี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหาที่กระผมมากล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี แต่นี่ คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่
ประการที่ ๒ ก็คือ ท่านได้พยายามดําเนินการในการเพิ่มความไม่ไว้วางใจ โดยการดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ ประเด็นสําคัญ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเริ่มมี การชุมนุมและการเดินขบวน ความจริงผมเชื่อว่าประชาชนได้ให้โอกาสท่าน แต่ท่านกลับทําลายโอกาส และเราได้เตือนแล้วว่าจะก่อให้เกิดชนวนของวิกฤตการณ์ ทางการเมือง นําไปสู่ความขัดแย้ง แตกแยก แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่รับฟัง แต่นั่นก็คือ การเพิ่มความไม่ไว้วางใจ ความหวาดระแวงในการเปึนรัฐบาลนอมินีหรือเปึน นายกรัฐมนตรีนอมินี มิหนําซ้ํา
ประการที่ ๒ คือการบริหารที่ผิดพลาด ละเมิดรัฐธรรมนูญ สุ่มเสี่ยงต่อการ สูญเสียอธิปไตยของชาติในกรณีคดีประสาทพระวิหาร ถ้าท่านประธานจําได้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในซีกฝ์ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาได้ติติง ตักเตือนว่า การดําเนินการอย่างรีบร้อน รวบรัด และส่อว่ามีวาระซ่อนเร้น ที่ไปรับรองสนับสนุน ให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารฝ์ายเดียวนั้นอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสีย อธิปไตย และเสียเกียรติภูมิของประเทศไทย ท้ายที่สุดท่านก็ไม่ฟัง และผลของการ ดําเนินการของรัฐบาลของท่านจึงนํามาสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าท่านกระทํา การละเมิดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ การที่รัฐบาลกระทําการขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ถือเปึนเรื่องร้ายแรง และนั่นคือการเพิ่มความล้มละลายในความไว้วางใจและ ความน่าเชื่อถือที่มีต่อรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี
ประการที่ ๓ ก็คือความไม่โปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินในหลาย โครงการ แม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของรัฐบาลเองก็ออกมาเป่ดโปง ต่อสาธารณชนโดยไม่หวั่นเกรงต่อวินัยภายในพรรครัฐบาล ว่าโครงการเช่ารถ ขสมก. ๖,๐๐๐ คันนั้นมีคนได้ประโยชน์ จะเปึนแก๊ง ออฟ โฟร์ (Gang of four) หรืออย่างไร ก็สุดแล้วแต่ แต่นั่นเปึนเพียงตัวอย่างหนึ่งของความไม่โปร่งใสไร้ธรรมาภิบาล รวมไปถึง การแต่งตั้งบุคคลที่มีรอยตําหนิ ทั้งที่ตําแหน่งที่เอาไปดํารงตําแหน่งนั้นเปึนตําแหน่ง ที่ระมัดระวังอย่างยิ่งยวดสูงสุดต่อคุณสมบัติของผู้ที่จะแต่งตั้ง แต่ท่านก็ไม่อินังขังขอบ ต่อข้อท้วงติง ท้ายที่สุดก็คือกรณีของการอ้างคําสั่งศาล ในการใช้กําลังต่อผู้ชุมนุม เพราะฉะนั้นจึงมีข้อเรียกร้องเกิดขึ้นจากกลุ่มพันธมิตร นั่นคือขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลลาออก ๒. คือไม่แก้รัฐธรรมนูญ และ ๓. เรียกร้องระบบการเมืองใหม่ ท่านนายกรัฐมนตรีคงจะเห็นว่าต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นและข้อเรียกร้อง ไม่ว่าเราจะ เห็นด้วยหรือไม่ก็ตามในสภาแห่งนี้ หรือในคณะรัฐมนตรี แต่ต้องยอมรับว่ามันเปึน เหตุการณ์ที่มาจากพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นการจะแก้ไขปัญหานี้ กระผมเชื่อ อย่างยิ่งว่าถ้ามุมมองของท่านนายกรัฐมนตรีได้เปลี่ยนไป การแก้ไขปัญหาจะง่ายขึ้น ถ้าท่านหยุดพฤติกรรมของการแบ่งฝักแบ่งฝ์าย แยกพวก หรือการตั้งปัอมมองคนเปึนศัตรู ปัญหาจะไม่เพิ่มเหมือนอย่างในทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ประชาชนไม่ว่าอยู่ที่ทําเนียบ รัฐบาล อยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์อยู่ที่สนามหลวง หรือว่าอยู่ที่ไหน ล้วนแล้วแต่เปึน ประชาชนของเราทั้งสิ้น ประชาชนของเราในระบอบประชาธิปไตยนั้นมีโอกาสที่จะคิด ต่างกันมีโอกาสที่คิดไม่เหมือนกัน มีโอกาสที่จะสนับสนุนรัฐบาล และมีโอกาสที่จะคัดค้าน รัฐบาล ประชาชนของเรามีโอกาสที่จะชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี และมีโอกาสที่จะชิงชัง ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาลของเราก็เช่นเดียวกันครับ มีโอกาสที่จะบริหารงานได้สมความตั้งใจที่ประชาชน คาดหวัง และดูแลประเทศไม่สมหวังดังที่ประชาชนคาดหวัง และเราจะแก้ไขอย่างไร มุมมองเหล่านี้เปึนเรื่องปกติธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่วิธีการของรัฐบาล ในการแก้ไขและดูแลปัญหาเหล่านี้ท่านดูแลอย่างไร แต่ไม่ว่าท่านจะดูแลอย่างไร ท่านต้อง รับผิดชอบต่อผลของการกระทํา การปกครองบริหารประเทศไม่มีสูตรสําเร็จว่าจะใช้หลัก นิติศาสตร์หรือใช้หลักรัฐศาสตร์ และที่สําคัญคือต้องมีความเข้าใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดเวลา ๙๙ วัน ถ้าจําไม่ผิดที่มีการชุมนุมของประชาชนกลุ่มพันธมิตรเปึนต้นมา จนกระทั่งมาถึงการเข้าไปยึดทําเนียบรัฐบาล สถานที่ราชการ และจนกระทั่งเกิดการ บาดเจ็บเสียหายเกิดขึ้น ผมเข้าใจว่ารัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการที่จะใช้อํานาจของ ตุลาการ ที่ท่านบอกว่าศาลเอาไม่อยู่นั้นคงเปึนความเข้าใจผิด ถ้าบอกว่ารัฐบาลเอาไม่อยู่ อาจจะเปึนความเข้าใจถูก อย่างที่ผมได้เรียนไว้ว่ารัฐบาลอยู่ในภาวะมีอํานาจ แต่ปกครอง ประเทศไม่ได้ แต่ท่านได้ทําผิดซ้ําสอง เมื่อท่านได้ใช้อํานาจศาลโดยการที่ศาลอาญา ได้ออกหมายจับ ๙ แกนนํา การเข้าจับหรือแกนนําจะมามอบตัวก็เปึนเรื่องของการที่ทาง เจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวนจะไปดําเนินการ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายในประเทศนี้ ถ้าสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไปร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขอ การคุ้มครอง และศาลแพ่งก็ได้มีคําสั่งให้ผู้ชุนนุมออกจากสถานที่ราชการและทําเนียบ รัฐบาล ตั้งพนักงานบังคับคดี แล้วก็ไปป่ดหมาย ซึ่งเปึนเรื่องปกติธรรมดา แต่มัน ไม่ธรรมดาเมื่อคนชื่อ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ว่าจะไม่มีการใช้กําลังความรุนแรงในการสลายการชุมนุม แต่เพียงแค่การเข้าไปป่ดหมาย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความรุนแรง และต่อนั้นมาจนกระทั่งถึงเหตุที่เกิดขึ้นหน้า บช.น. แล้วบานปลายจนกระทั่งประชาชนได้เข้าไปยึดสนามบิน พนักงานรัฐวิสาหกิจได้หยุด ปฏิบัติงานทําให้การขนส่งทางรถไฟเปึนอัมพาตเสียส่วนใหญ่ ผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ และคนในรัฐบาลพูดค่อนข้างจะตรงกันว่าการเข้าไปดําเนินการดังกล่าวนั้น เปึนไปตามอํานาจของศาล ซึ่งผมต้องเรียนท่านประธานว่าการเข้าไปใช้อํานาจศาล ดังกล่าวนั้น เขาไม่ได้ให้อํานาจในการที่จะเข้าไปใช้กําลัง ไม่ว่าเราจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อย่างไรต่อการกระทําดังกล่าว และผมเรียนยืนยันว่าไม่มีใครเห็นด้วยต่อการกระทํา ละเมิดกฎหมาย แต่เรายอมรับไม่ได้ต่อการที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงต่อประชาชนของเรา ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ นั่นคือการแก้ไขปัญหาและก็ทางออกต่อวิกฤตการณ์ ในการเมืองที่เกิดขึ้น ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีไม่คิดเสียบ้างว่า ท่านกลายเปึนรัฐบาลแรก และนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ถูกกลุ่มประชาชนเข้าไปยึดทําเนียบ ถ้าท่านจะได้ยอมรับและ สํารวจตรวจสอบถึงต้นเหตุของปัญหา ซึ่งผมได้เรียนท่านไว้ใน ๔ – ๕ ประการ ท่านก็คงจะทราบว่า ต้นเหตุของปัญหาไม่ได้อยู่ ที่ไหน แต่อยู่ที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรี ความไว้วางใจของรัฐบาลล้มละลายได้ แต่อย่าให้ ประเทศนี้ล้มละลายไปด้วยในความเชื่อมั่นทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รัฐบาลมาแล้ว ก็พ้นไป แต่ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสของวันนี้และวันหน้าไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรี ถูกมองว่าท่านเปึนผลไม้พิษ เพราะเกิดจากต้นไม้ที่เปึนพิษ จากสารที่เปึนพิษ นั่นคือ ระบอบทักษิณ ถ้าจะย้อนกลับไปดูกระบวนการของประชาชนในการเคลื่อนไหว ไม่ใช่ เกิดขึ้นวันนี้พรุ่งนี้ แต่เกิดขึ้นมายาวนานตั้งแต่ต้นป้ ๒๕๔๙ การต่อต้านระบอบที่ฉ้อฉล ใช้อํานาจอย่างฉ้อฉล คอรัปชั่นอย่างกว้างขวาง มีการแทรกแซงองค์กรอิสระและ สื่อมวลชน ไม่ได้สะท้อนว่าเปึนรัฐบาลหรือระบอบของประชาชน การสืบทอดสารพิษ ดังกล่าวในทางการเมือง
ท่านอลงกรณ์ครับ เกินเวลามาบ้างแล้วนะครับ ท่านรักษาเวลาด้วยนะครับ
สารพิษ ที่ตกค้างและท่านสืบทอดต่อมา ถ้าหากว่าท่านตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศเพื่อ ประโยชน์คนส่วนใหญ่ เพื่อประโยชน์ประเทศชาติ แน่นอนที่สุดครับ เหตุการณ์คงไม่นํามา สู่วิกฤติในวันนี้ แต่เพราะท่านไม่ได้เปึนเช่นนั้น
ท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะยืมคําพูดของท่านเองนะครับ ท่านพูดเสมอว่า ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีที่ต้นทุนต่ํา ท่านไม่ยึดติดกับตําแหน่ง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยาก ให้ท่านได้ระลึกถึงคําพูดของท่าน แสดงความรับผิดชอบ อย่างน้อยที่สุดหยุดทําร้าย ประเทศไทย หยุดทําร้ายประชาชน เราจะได้มองอนาคตข้างหน้าและหาทางแก้ว่า จะนําพาประเทศให้พ้นวิกฤติครั้งนี้และก้าวไปสู่ข้างหน้าเพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้า ให้ประเทศชาติได้อย่างไร ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านเอกพจน์ ปานแย้ม นะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผม ต้องขออนุญาตได้เรียนท่านประธานฝากไว้เพื่อเปึนการบันทึกในเบื้องต้นว่า กระผมเปึน คนหนึ่งครับในการก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยอุดมคติที่ว่า กระผมมีความยึดมั่นในระบบรัฐสภา ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข กระผมก็เปึนเฉกเช่นเดียวกับหลาย ๆ ท่าน ที่ผมไม่พึงปรารถนาที่อยากจะให้การปกครองในบ้านเราเปึนการปกครองในระบบ เผด็จการ แล้วกระผมก็ไม่พึงปรารถนาว่าการได้มาซึ่งผู้นําประเทศหรือรัฐบาลนั้น โดยเฉพาะคนที่เปึนผู้บริหาร คือนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง กระผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้ครับเปึนเรื่องที่เปึนความถูกต้องในระบบรัฐสภา ผมไม่มีความประสงค์ที่ว่า นายกรัฐมนตรี จะต้องมาจากคนที่ไม่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน และผม เชื่อว่านี่คือแนวทางที่สมาชิกรัฐสภา รวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยคงไม่มีใครที่จะ ปฏิเสธ ท่านประธานที่เคารพครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองในขณะนี้เปึนสถานการณ์ ที่ผมคิดว่าเราทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าเปึนความรุนแรงที่เกิดขึ้น ความแตกแยกเกิดขึ้น ในหมู่พี่น้องประชาชน ความคิดเห็นที่แตกต่างมันเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น กระผม จะไม่ขอพูดในเรื่องที่เปึนผลกระทบ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการลงทุน เรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องเศรษฐกิจ โดยภาพรวม เพราะผมคิดว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบ ถ้ามันไม่ใช่ความรุนแรง ที่เราทุกคนมีความตระหนัก ก็คงจะไม่เกิดวันวันนี้ครับ ที่ได้มีการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา สืบเนื่องจากการขอเป่ดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา ๑๗๙ โดยรัฐบาล สืบเนื่องจากข้อคิดเห็นของ ๖ พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งโดยเริ่มจาก ฯพณฯ หัวหน้า พรรคชาติไทย ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ในข้อคิดเห็นที่บอกว่า แม้แต่ศาลรัฐบาลก็เอาไว้ ไม่อยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่เปึนไปในขณะนี้ กระผมต้องขอแสดงความชื่นชม และต้องขอขอบพระคุณในทุก ๆ ฝ์ายนะครับ มาถึงเวลานี้คงไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล เท่านั้น แต่ต้องขอขอบคุณในซีกของพรรคฝ์ายค้าน ซึ่งฝ์ายค้านเองก็ได้เห็นสอดรับกัน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาด้วย จึงเปึนที่มาของการได้เป่ดการประชุมร่วมเพื่ออภิปรายทั่วไป ในวันนี้ของรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับว่าผลจากสถานการณ์ที่รุนแรง ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา มันได้ถูกแบ่งเปึน ๓ กลุ่ม ซึ่งกระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ อย่างที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดว่า ๓ กลุ่มที่ว่านี่ก็คือ มีกลุ่มที่เห็นด้วยกับรัฐบาล กลุ่มที่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมพันธมิตร และกลุ่มที่เปึนกลาง และนี่คือความเปึนจริงครับ ท่านประธานครับ แม้แต่ในสภาแห่งนี้มันก็ได้สะท้อนให้เราได้เห็น และต้องเรียนว่า มันก็เปึนความเชื่อมโยงที่ถึงต่อกัน เพราะสภาแห่งนี้คือผู้ที่เปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือการสรรหาก็ตามที อันนี้คือความเปึนจริง แต่เราต้องมองที่เปัาประสงค์ว่า การขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในครั้งนี้เพื่ออะไร และจะมีการ พูดถึงในเรื่องของมูลเหตุที่มาต่าง ๆ ผมก็ไม่ปฏิเสธนะครับว่าอาจจะต้องมีการเท้าความ แต่หลักสําคัญคือเปัาประสงค์ว่าเราต้องการอะไร ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราต้องการร่วมกันก็คือ การที่เรามาพูดจาใช้ช่องทางรัฐสภาแห่งนี้ในการที่จะช่วยกันคลี่คลาย แก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น ใน ๓ กลุ่ม ๓ ความเห็น ผมเชื่อว่ามีทุกกลุ่ม ความคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ ที่หลากหลายมีทุกกลุ่ม จะมากหรือน้อยเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ยื่นญัตติก็คือรัฐบาล จะได้รับและนําไปประมวลหาแนวทางที่ดีที่สุดในการที่จะแก้ไขปัญหาสถานการณ์ บ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าครั้งนี้เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผมอาจจะ ไม่ทันการเมืองในประวัติศาสตร์หลาย ๆ ครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะช่วง ๒๕๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕ ๑๖ ช่วง ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ จะทันก็ในช่วงพฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ อยู่บ้าง แต่ต้องเรียนว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยได้ใช้ ช่องทางของรัฐสภาในการที่จะช่วยกัน ร่วมกันแก้ปัญหา คลี่คลายปัญหาอย่างจริงจัง มันได้สะท้อนให้เราเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ นานา นั้น ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ การเมืองมันเกิดขึ้นแล้วมันก็จบ แต่ว่าผลมันจะเปึนอย่างไร สิ่งที่มันต่อเนื่องจะเปึน อย่างไรก็แล้วแต่ อันนั้นก็เปึนเรื่องหนึ่ง แต่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้กระผมต้องเรียนว่าถ้าเรามี ดัชนีชี้วัดความรู้สึกที่เปึนทุกข์ของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าครั้งนี้พี่น้องประชาชน เปึนทุกข์มาก เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันยืดเยื้อต่อเนื่อง เรียกได้ว่าก่อน ๑๙ กันยายน ด้วยซ้ําไปจนมาถึงปัจจุบันนี้ และก็ดูว่ามันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าการที่เรา ได้มีส่วนร่วมกันครั้งนี้ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่ามันเปึนสิ่งที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่ได้มีโทษเลยครับ ไม่ได้มีความเสียหาย อยู่ที่ว่าเราจะใช้วิจารณญาณเราจะเป่ดใจกว้าง มากแค่ไหนต่อการที่เราจะรับรู้ รับฟังและก็ร่วมช่วยกันคิดอย่างสามัคคี สิ่งที่จะเปึน ประโยชน์มีอยู่ ๒ เรื่องหลัก ๆ แน่นอนที่สุดครับว่าการอภิปรายครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศ ได้มีความเข้าใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากฝ์ายไหนก็ตามที จากกลุ่มไหนก็ตามที
กรณีที่ ๒ คือก็จะเปึนทางออกทางการเมืองของประเทศด้วย ไม่ว่าจะมาก หรือน้อยก็ตามที ผมเห็นด้วยกับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านผู้นําฝ์ายค้านที่บอกว่า รัฐสภานี้อาจจะไม่ใช่ทางออก ไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาทั้งหมดจริงอยู่ครับ แต่เราต้องยอมรับ ร่วมกันว่าระบบรัฐสภาคือ ๑ ใน ๓ ฝ์าย ของอํานาจอธิปไตย คือฝ์ายนิติบัญญัติ ผมยัง รู้สึกชื่นชมว่าเราได้ใช้ช่องทางนี้เปึนช่องทางที่ถูกต้อง เราต้องย้อนกลับมาครับ ปัญหา เกิดจากอะไร ก็ต้องย้อนกลับมาว่าสิ่งที่เราบุคคลที่จะมีส่วนสําคัญในการที่จะแก้ไขระบบ หรือกลไกที่มีส่วนสําคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาก็คือหนึ่งในสามฝ์าย คือฝ์ายนิติบัญญัติ และในที่นี้คือตัวแทนของประชาชนทั้งนั้นที่เข้ามาพูดจากัน ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เรา ควรเคารพ ควรที่จะยึดถือเปึนหลักเปึนกติกาที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยเสร็จสิ้น วันนี้ผลจะเปึนประการใดก็ตามทีผมไม่เสียใจครับ ไม่เสียใจเพราะเราถือว่าเราได้ใช้ ช่องทางนี้แล้ว ท่านประธานครับมีหลายฝ์ายได้พูดถึงว่ามูลเหตุของปัญหามีมากมาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็แล้วแต่ ผมหยิบยกเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราต้องเรียนว่าไม่มีเคยหรอกครับไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการ ของผู้ที่มีการทุจริต คอร์รัปชัน ไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการของผู้ที่ทุจริตต่อการ เลือกตั้ง แต่เราคงไม่เห็นด้วยแน่ครับว่าถ้าความผิดที่มันเกิดขึ้นนั้นมันไม่สมเหตุที่จะ บานปลายไปถึงขั้นของการดําเนินการที่รุนแรง และบางมาตราอย่างเช่น มาตรา ๒๓๗ วรรคสอง ที่เพิ่มขึ้นมาถึงขั้นไปยุบพรรคการเมือง ไม่มีใครปฏิเสธว่าถ้าผู้ใดกระทําความผิด สมควรได้รับโทษ เห็นด้วยครับ เห็นพ้องต้องกัน นี่จึงเปึนที่มา ผมคิดว่าสิ่งที่ได้พูดกันวันนี้ ไม่ว่าจะเปึนสมาชิกของรัฐสภาแม้รัฐบาลเองไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูกครับ แต่เปึนความ ที่เราไม่เข้าใจ ความไม่เข้าใจต่อกันจึงเปึนปัญหา ท่านประธานครับ ผมได้ขออนุญาต ทางวิปว่าอาจจะล่วงเลยเวลาสักเล็กน้อยครับ ผมได้เรียนต่อท่านประธานว่าสิ่งที่ มันเกิดขึ้นมันอาจจะเปึนความเข้าใจผิด แต่ท่านประธานครับลองทบทวนดี ๆ ว่านับตั้งแต่ เริ่มมีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนหนึ่งในมูลเหตุ ที่สมาชิกบางท่านได้พูดถึง เราสังเกตไหมว่า รัฐบาลเองก็ไม่ได้ละเลยนะครับ ก็รับฟังความเห็น รัฐบาลเองก็พยายาม ที่จะถอยแม้ว่าจะมีเหตุผลประกอบ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ว่า จริง ๆ แล้วการแก้ไขมันไม่ได้มีผลย้อนหลัง แต่เอาล่ะครับ เมื่อมันเกิดปัญหาขึ้นมารัฐบาล เองก็ควรจะรับฟัง สรุปสุดท้ายก็คือการศึกษารัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ที่กําลังพิจารณาอยู่ ในปัจจุบัน จะเปึนมูลเหตุใดก็ตามที ผมคิดว่ารัฐบาลเอง สิ่งที่กระผมได้ติดตามมาตลอด ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเองจะดื้อดึงเสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียน ให้ท่านประธานได้รับทราบว่า เราต้องพูดความจริงครับ แม้เราอาจจะมีความเข้าใจกัน คลาดเคลื่อน จึงเกิดปัญหาขึ้นมา แต่ผมเชื่อว่าด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเปึนจริง มันสามารถจะแก้ปัญหาได้ ถ้าเรายอมรับในเหตุในผลและความเปึนจริง ผมไม่หวังอะไร หรอกครับ ผมไม่หวังว่าเราจะหาทางออกได้ดีที่สุด ผมไม่หวังว่าเราจะประชุมในครั้งนี้ เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้หมดเสียทีเดียว แต่หวังว่าการที่เราได้มีการมาพูดจากันเราน่าจะ หาทางออกที่มันเปึนไปได้ และก็เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมได้ติดตามมาหลังจากที่เกิดเหตุ จนมีความรุนแรงเกิดขึ้น ผมคิดว่าแนวทางที่รัฐบาลเองได้ดําเนินการก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลเองก็มาได้ถูกทาง ในส่วนหนึ่ง การยึดหลักความเปึนประชาธิปไตย ยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช้วิธีที่รุนแรง โดยใช้สันติวิธี บนพื้นฐานของการรักษาไว้ซึ่งชีวิตและเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชน ผมว่าเปึนเรื่องที่ถูกต้อง เปึนเรื่องที่แม้ว่าจะมีเหตุและผลในรายละเอียดที่อาจจะ ความเข้าใจที่ยังไม่ตรงกัน และอาจจะยังมีความชื่นชอบหรือทัศนะที่อาจจะไม่ตรงกัน เสียทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ของการดําเนินการของรัฐบาลก็มาได้ถูกต้อง และผมอยากจะให้รัฐบาลเองได้ยึดแนวทางนี้ต่อไปว่า การใช้สันติวิธี การไม่ใช้ ความรุนแรง โดยใช้หลักกฎหมาย เปึนเรื่องที่รัฐบาลควรจะดําเนินการต่อไป และผม อยากจะเรียกร้อง อยากจะวิงวอนว่า พี่น้องประชาชนผู้ที่มีการชุมนุมเรียกร้อง โดยใช้สิทธิของความเปึนประชาชนคนไทย ท่านไม่ได้ทําผิดครับ แต่ว่าถ้าเราได้ช่วยกัน ได้ทําหน้าที่ของแต่ละฝ์ายอย่างตรงไปตรงมาภายใต้การกํากับดูแล ภายใต้การบังคับใช้ ของกฎหมายที่ถูกที่ควร ผมคิดว่าปัญหามันก็คงจะไม่บานปลายไปมากกว่านี้ ผมไม่อยาก ให้เรามองว่านี่เปึนสงครามที่มันได้เริ่มต้น ไม่อยากให้เรามองว่านี่จะเปึนสงคราม ครั้งสุดท้าย จะไม่มีสงครามระหว่างคนในชาติ คนในประเทศของเรา ถ้าเราได้สํานึก อยู่ตลอดเวลาว่าเราคือคนในชาติเดียวกัน เราคือคนไทยเหมือนกัน เราต้องใช้เหตุและผล ในการที่จะพูดจากัน ในการที่จะรับฟังกัน และต้องยึดมั่นของการที่เราจะไม่ใช้ความ รุนแรงเพื่อแก้ไขปัญหาในอนาคตต่อไป ผมเพียงแต่อยากจะฝากเพื่อเปึนแนวทางได้ อาจจะไม่มากก็น้อย ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งสิ่งที่รัฐบาลได้ดําเนินการอยู่ในขณะนี้ก็เปึนเรื่องที่ ผมเองก็พึงประสงค์ที่อยากจะให้เกิดขึ้นต่อการแก้ไขปัญหา แม้อาจจะยังไม่เบ็ดเสร็จ ทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าวันหนึ่งครับ ด้วยความยึดมั่นตรงนั้น ด้วยความพูดจากันที่มี ความเข้าใจที่ดีต่อกัน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นก็คงจะหมดสิ้นไปจากคนในชาติเราทุกคน ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม รณฤทธิชัย คานเขต ในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกของรัฐสภา ในนามของผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พอดีผมได้ขอกับทางวิปแล้วนะครับว่า ทางพรรคเพื่อแผ่นดินได้เวลา ๒๒ นาที ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ท่านยกเวลาทั้งหมดให้กับ ผมจากคนละ ๑๑ นาที เปึนผมพูดคนเดียวนะครับ ๒๒ นาทีครับ ก็ขอกราบเรียนครับ
ขอเรียนเชิญครับ
ขอบคุณ มากครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม รณฤทธิชัย คานเขต ในฐานะของสมาชิก รัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ วันนี้ ต้องกราบขอบพระคุณทางท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสมาชิกทั้งของ สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ทางสมาชิกวุฒิสภา ที่ได้ร่วมกันในการที่จะแสดงความคิดเห็น ในเรื่องของเหตุการณ์ซึ่งมันเกิดขึ้น แล้วค่อนข้างที่จะเปึนที่น่าวิตกกังวลของพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศ ในฐานะซึ่งเปึนตัวแทนเปึนผู้รับใช้พี่น้องประชาชน ได้มีโอกาสได้รับฟัง ความคิดเห็น ก็อยากจะเสนอแนวความนึกคิดที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่วิตกกังวล มาเสนอแนะ เพื่อให้ทางท่านประธานได้มีโอกาสได้รับฟัง แล้วก็ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๓ ซึ่งวรรคหนึ่งบัญญัติไว้ว่า บุคคล ย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่อย่างไรก็ดีครับ การชุมนุม ตามมาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง อาจตกอยู่ในเงื่อนไขบางประการ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ ของสาธารณะ ดังนั้นมาตรา ๖๓ วรรคสอง จึงบัญญัติไว้ว่า การจํากัดสิทธิเสรีภาพตาม วรรคหนึ่งจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะ ในกรณีชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือ อยู่ในระหว่างเวลาที่มีประกาศภาวะฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก ของวรรคสอง ถ้าสมมุติว่าถ้าอยู่ในภาวะสงครามหรืออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศกฎอัยการศึก ทางรัฐบาลก็สามารถที่จะใช้มาตรการในขั้นเด็ดขาดได้ แต่ทางรัฐบาลเองท่านก็เห็นว่า บ้านเราไม่ได้อยู่ในภาวะนั้น จึงสามารถที่จะปล่อยให้กับพี่น้องประชาชนผู้มีความนึกคิด อาจจะแตกต่างจากทางรัฐบาล สามารถที่จะชุมนุมกันได้โดยใช้มาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของสาธารณชน เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนี่นะครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่น่าจะ บานปลายถึงขนาดนี้ เพราะการที่คนเรามีความนึกคิดแตกต่างกันสามารถเปึนไปได้ จะชุมนุมเรียกร้องเพื่อสําหรับที่จะสะท้อนให้รัฐบาลได้เห็นว่า บางสิ่งบางอย่างที่ทาง รัฐบาลทํา อาจจะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้อง ก็สามารถที่จะชุมนุมกันได้ หรือเป่ด ไฮปาร์ค (Hi-park) ได้ อย่างในอังกฤษเองเขาก็มีสวนสาธารณะ ให้พี่น้องประชาชน สามารถที่จะไปแสดงความนึกคิดได้ แสดงความคิดเห็นได้ พูดจาปราศรัยกันได้ แต่พูด เสร็จปุ็บเขาก็กลับบ้านเขา แต่ว่าบ้านเราอาจจะเปึนเพราะว่ามันมีวัฒนธรรม แบบไทย ๆ เรา เพราะฉะนั้นบางทีการเสนอแนวความนึกคิดต่าง ๆ ลืมนึกไปถึงเกี่ยวกับ เรื่องของตัวบทกฎหมาย เพราะฉะนั้นมาตรา ๖๓ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ เขาก็เขียนไว้ ชัดเจนว่า การชุมนุมน่ะทําได้ แต่ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิของคนอื่นเขา ทางรัฐบาลเองก็ พยายามอะลุ่มอล่วย ก็ต้องขอบคุณทางรัฐบาล เพราะตั้งแต่มีการชุมนุมกันเกิดขึ้น มีการยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ แม้กระทั่งโรงเรียนเองหลายโรงก็ได้รับความเดือดร้อน พี่น้องประชาชนสัญจรไปมากัน ด้วยความยากลําบาก ก็เดือดร้อนกัน ก็มีการร้องไปถึงศาล อย่างโรงเรียนราชวินิตอย่างนี้ ศาลท่านก็วินิจฉัยออกมาว่าให้เป่ดเส้นทาง แต่จริง ๆ แล้วการชุมนุมสามารถทําได้ไหม ทําได้ครับ ผมถึงเอาตัวบทกฎหมายมาอ้างกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วเวลาชุมนุมแล้วมักจะ ไม่คิดถึงเรื่องของตัวบทกฎหมายที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานไปถึงผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ผมเองมีพรรคพวกกัน ในฝ์ายพันธมิตรก็มี ผมเอง ในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยู่ฟากของพรรคร่วมรัฐบาล เราก็มองเห็นอยู่ ครับว่า ปัญหาที่มันเกิดขึ้นนี่ จริง ๆ ตอนที่มันเริ่มนี่นะครับ มันเริ่มมาจากสาเหตุของการที่ ทางรัฐบาลเองมีแนวความนึกคิดในการที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ผมต้องขอกราบเรียนว่า ผมเปึนคนหนึ่งที่ลงชื่อในการที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะเห็นว่ามันมีข้อบกพร่องเปึนบางมาตรา ไม่ใช่ยกเลิกทั้งหมด เปึนบางมาตราที่มันมี ผลกระทบต่อผู้แทนราษฎรในเรื่องของการที่จะทําหน้าที่ของตัวเอง ผมเคยยกตัวอย่าง หลายครั้งที่มีคนสัมภาษณ์ผม ไม่ว่าจะทางวิทยุหรือทางทีวี แม้กระทั่งวิทยุในท้องถิ่นเอง กับพี่น้องประชาชนผมก็พูด อย่างมาตรา ๒๖๖ อย่างนี้ ที่เขากําหนดไว้ว่า ห้าม ผู้แทน ราษฎรหรือวุฒิสมาชิกเข้าไปก้าวก่ายการทํางานของภาครัฐ ห้ามแทรกแซง การทํางานของภาครัฐ แต่ว่าความเปึนผู้แทนราษฎรนี่ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และผมเชื่อว่ามันเหมือนกันทั้งนั้นทุกเขต ในเขตพื้นที่บ้านผมเวลามีปัญหาอะไร แทนที่เขา จะปรึกษาส่วนราชการ เขาก็มาปรึกษาผู้แทนราษฎร แต่พอมีกฎหมายตัวนี้ออกมาปุ็บ มาตรา ๒๖๖ บังคับไว้เลยครับว่า ห้ามผู้แทนราษฎรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ และโครงการของรัฐ เราไม่สามารถที่จะเข้าไปหาส่วนราชการเพื่ออธิบายความ เพราะ ถ้าเกิดว่าเขาอัดเทปไว้ ก็ไม่รู้จะตีความกันว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นค่าของความเสี่ยงของ ความเปึนผู้แทนราษฎร เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนนี่มันไม่สามารถทําได้ ผมก็เสนอ แนวความคิดว่า ตอนที่เราจะรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีการพูดกัน แม้กระทั่ง ทางสื่อ ไม่ว่าจะเปึนโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเปึนหนังสือพิมพ์ สื่อทุกแขนงก็แสดงแนวความคิด ออกมาคล้ายกับว่าให้รับร่างไปก่อน แล้วถ้าไม่ดีค่อยมาแก้ไขกันภายหลัง นั่นก็แสดงว่า รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ถ้าเห็นมีข้อบกพร่องเราก็สามารถที่จะแก้ไขได้ ก็ประเด็นตรงนี้ เปึนประเด็นที่คนที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน เปึนผู้แทนราษฎร ก็หยิบยกกันมาว่า ถ้ารัฐธรรมนูญใช้ไปแล้ว แล้วมันเกิดมีข้อผิดพลาด ใช้ไปแล้วมันมีข้อบกพร่อง เราก็ควรจะ เสนอให้กับสภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อสําหรับที่จะขอแก้ไข แต่จะแก้ไข ตอนไหนก็แล้วแต่ทางรัฐบาล ก็แล้วแต่สภาผู้แทนราษฎร ประเด็นนี้เปึนประเด็นแรก ผมต้องชี้ให้ท่านประธานเห็นชัด ๆ ว่า การชุมนุมกันเกิดขึ้นนี้มันเกิดจากการที่สภาแห่งนี้ พูดกันเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้เปึนประเด็นแรกที่ทางฝ์ายพันธมิตร หยิบเอาขึ้นมาว่า ทางพรรครัฐบาลจะแก้กฎหมายเพื่อไปปกปัองคุ้มครองคนใดคนหนึ่ง ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วคดีความต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น เรามีศาลสถิตยุติธรรม ศาลสามารถ เปึนผู้ตัดสินได้ว่าใครถูกใครผิดอย่างไร เราต้องพึ่งศาลครับ ประเทศไทยเปึนประเทศ ประชาธิปไตย ผมเปึนคนหนึ่งแหละครับที่เรียกร้องเอาประชาธิปไตยมาให้คนไทยทั้งชาติ เมื่อตอนป้ ๒๕๑๖ ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม เราเห็นทั้งหมดว่าอะไรเปึนอะไร คนต้องเสีย เลือดเนื้อเชื้อไขกันไป คนบาดเจ็บล้มตายกัน ไม่อยากเห็นลักษณะอย่างนั้นมันมาซ้ําเติม ให้กับชาติบ้านเมืองในขณะนี้ เราได้ประชาธิปไตยมาแล้ว เราหวงแหนในเรื่องของประชาธิปไตย พอเกิดการปฏิวัติ รัฐประหารขึ้นมา ผมเปึนคนหนึ่งที่ผมเสียใจ แต่เอาล่ะเมื่อมันเกิดก็คือเกิด ไม่รู้จะทํา อย่างไร เกิดแล้วก็คิดว่า คนที่ทําปฏิวัติรัฐประหาร พอตั้งรัฐบาลก็น่าจะใช้แนวความนึกคิด ในการที่ตัวเองเห็นข้อบกพร่อง แล้วอ้างถึงการทําปฏิวัติรัฐประหาร ตั้งรัฐบาลขึ้นมา ควรจะแก้ไข ออกรัฐธรรมนูญที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กับคนไทยทั้งประเทศ แต่รัฐธรรมนูญที่ออกมา ป้ ๒๕๕๐ ก็มองเห็นกันแล้วว่ามันมีข้อบกพร่อง มันจะต้องมี การแก้ไข ก็เสนอตัวนี้เข้ามา เพราะฉะนั้นในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หรือ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือป้ ๒๕๓๕ มันมีประวัติศาสตร์ที่ทําให้เราสามารถที่จะ ศึกษากันได้ว่า เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน กับชาติบ้านเมือง อย่างไร ถามว่าเราต้องการอยากจะเสียเลือดเนื้อเชื้อไขกันไหม เราต้องการให้พี่น้อง ประชาชนต้องรบราฆ่าฟันกันไหม ไม่มีใครอยากเห็นตรงจุดนี้หรอกครับ แต่ว่าเหตุการณ์ ที่ผ่านมามันไม่เหมือนกับเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่มีการปฏิวัติรัฐประหารครั้งสุดท้าย สมัยก่อนเรามีการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมาเพราะเราต้องการประชาธิปไตยเหมือน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ แต่การปฏิวัติครั้งสุดท้ายนี่ มันเปึนเรื่องของความขัดแย้งแล้วมี คนเสนอ แล้วผลสุดท้ายแล้วก็มีการรัฐประหาร มี คมช. เกิดขึ้น อดีตที่ผ่านมา พวกเรา ทุกคนต้องศึกษา ศึกษาให้มัน ถ่องแท้ว่า ทําแล้วมันได้ประโยชน์อะไรกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ณ วันนี้เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แล้วกําลังจะบานปลายไปถึงการล้มล้าง รัฐบาลที่มาจากพี่น้องประชาชน ประชาธิปไตย พวกเราทุกคนก็พูดกันเปึนเสียงเดียวกัน ว่า ประชาธิปไตยคืออํานาจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ประชาธิปไตยต้องมาจากปวงชน ชาวไทย ต้องมีการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชนเปึนคนคัดเลือกเข้ามา แล้วมีรัฐบาลที่มา จากพี่น้องประชาชน ใครได้เสียงข้างมากก็เปึนรัฐบาล ใครได้เสียงข้างน้อยก็เปึนฝ์ายค้าน ในการตรวจสอบรัฐบาล สภาแห่งนี้เปึนสภาซึ่งออกกฎหมาย กฎหมายทุกฉบับที่ใช้อยู่ ในประเทศไทยตอนนี้ออกที่นี่ ออกที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นเราต้องคํานึงถึงสิ่งที่ พวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้เปึนคนพิจารณาเรื่องของกฎหมาย กฎหมายออกไปแล้วต้อง ศักดิ์สิทธิ์ กฎหมายออกไปแล้วต้องสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ในขณะนี้ผมไม่โทษใคร นะครับ พันธมิตรผมก็ไม่โทษ รัฐบาลผมก็ไม่โทษ เพราะว่าคนเรามีการลุแก่อํานาจกันได้ มีการหลงผิดกันได้ การถือข้างกัน มันไม่เคยปรากฏที่หนักขนาดนี้ ต้องอ้างถึงพระราชดํารัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านเองห่วงใยประเทศชาติบ้านเมือง ท่านมี พระราชดํารัสประทานมาให้กับพี่น้องไม่ว่าจะอยู่ในสภาแห่งนี้หรือคนไทยทั้งประเทศ ท่านพูดถึงความสามัคคี ประเทศชาติบ้านเมืองจะสามารถพัฒนาไปสู่ความเจริญได้ จะแก้ไขปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองได้ มันต้องสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น พระองค์ท่าน เหมือนพ่อของพวกเราทุกคน เปึนพ่อของแผ่นดิน พระองค์ท่านพระราชทาน แนวความนึกคิดพระองค์ท่าน มีพระราชดํารัสออกมา ผมเชื่อว่าคนทุกคนฟังพระราช ดํารัสของพระองค์ท่านแล้ว ต้องเอามาตรึกตรองว่าพระองค์ท่านพูดแล้วพวกเราทําตาม ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร วันนี้ความสามัคคีเห็นชัดเจน มันแตกออกเปึน ๒ พวก แล้ว ๒ พวก แนวความคิดแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ขาดความสามัคคีกัน แล้วชาติบ้านเมือง จะอยู่รอดได้อย่างไร ผมถึงบอกว่า วันนี้ถ้าสมมุติเอามาคุยกันแล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง มันมี ทางเดียวเท่านั้น ต้องเอากฎหมายมาว่ากัน เพราะกฎหมายคือข้อบังคับที่จะให้ทุกคน ต้องปฏิบัติ ณ วันนี้ข้อบังคับต่าง ๆ กฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมามันไม่สามารถที่จะเอามาใช้ บังคับให้กับคนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ณ วันนี้ได้เลย ผมขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ ณ วันนี้ ผมมีน้องเปึนผู้รักษาการอยู่ผมมีพรรคพวกเพื่อนฝูงทุกคนหนักใจกันหมด แต่ผมก็ไม่ได้ โทษทางพันธมิตร เพราะว่าพันธมิตรเองความนึกคิดเขาเขาต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่า ทางรัฐบาลอาจจะมีข้อผิดพลาดก็แสดงออกได้ แต่ว่าการที่ไปละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น บางทีต้องคิด ต้องทบทวนกันแล้วครับ ป่ดถนนใครเดือดร้อนครับ พี่น้องประชาชน เดือดร้อน รถไฟวันนี้หยุดใครเดือดร้อน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ ป่ดสนามบิน ใครเดือดร้อน ตัวนี้หนักครับไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะคนไทยภายในประเทศที่ใช้สายการบิน แต่ ณ วันนี้มันกระทบไปถึงเรื่องอาชีพ และเปึนอาชีพที่มันจะต้องเกี่ยวข้องกับ คนต่างประเทศด้วย ป่ดสนามบินที่กระบี่อาจจะไม่หนักเท่าไร แต่ว่าก็เดือดร้อนคนที่ใช้ สนามบินตรงนั้น คนที่ต้องใช้เครื่องบินสัญจรไปมาตรงนั้นก็เดือดร้อน กระบี่นี่เปึนเมือง ท่องเที่ยวด้วยนะครับ แต่ตัวหนักที่สุดคือภูเก็ตครับ ที่ภูเก็ตผมมีพรรคพวกกันที่ทําทัวร์อยู่ เขาโทรศัพท์มาหาผมเมื่อวาน เมื่อเช้าก็โทรศัพท์มาอีกว่าวันนี้จะมีการเป่ดรัฐสภา เพื่อสําหรับที่จะพูดเรื่องนี้ เขาขอผมบอกว่าทําอย่างไรจะให้คนซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องการป่ด สนามบินภูเก็ตให้ลองคิดทบทวนสักนิดหนึ่งได้ไหม วันนี้คนที่เดือดร้อนอันแรกที่สุดคือ คนภูเก็ต ค่าเสียหายเกิดขึ้นวันละ ๒๕๐ ล้านบาทโดยประมาณที่เขาประมาณการ กันออกมา แต่ที่มันหนักที่สุดก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว คนที่เขาจองที่จะมาเที่ยว ในประเทศไทยไม่ใช่ว่าจองวันนี้แล้วพรุ่งนี้เดินทาง เขาจองกันมาเปึน ๓ เดือน ๖ เดือน มาแล้ว พอเหตุการณ์เกิดขึ้นปุ็บเขาสั่งยกเลิกทั้งหมด คนที่เดือดร้อนคือผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการมีใครบ้าง มีโรงแรม มีเจ้าของทัวร์ มีเจ้าของรถทัวร์ มีร้านอาหาร ร้านจิวเวลรี่ (Jewelry ) เพราะคนมาเที่ยวเขาต้องกินข้าวใครได้ครับ คนไทยเราได้ คนภูเก็ตได้ ร้านจิวเวลรี่ล่ะ ใครได้ครับ คนไทยได้ คนที่เขามาส่วนหนึ่งมีสตางค์เห็นว่า จิวเวลรี่บ้านเราระดับมาตรฐานของโลก เขาก็เข้าไปซื้อคนที่ได้ประโยชน์คือคนไทย รถไฟ ถามว่าเดือดร้อนไหม พี่น้องประชาชนที่ใช้รถไฟเดือดร้อนแต่ไม่หนักเท่าการท่องเที่ยว อยู่ในมือผมนี่คือหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันนี้แม้กระทั่งในกรุงเทพฯ เอง โรงแรม รอบรัตนโกสินทร์กระเทือนหนักสุดเลย ตอนนี้สั่งยกเลิกเรื่องการท่องเที่ยวที่จองเข้ามา เพื่อพักอาศัยในรอบของกรุงรัตนโกสินทร์ วันนี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อคืนผมฟังข่าวคนจีน ที่กําลังจะเข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเราในช่วงที่ไฮ ซีซัน (High Season) วันนี้นะครับ ในจํานวน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เขาออกจากประเทศเขาไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลกต้องมา ไทย ๒๙.๘ เปอร์เซ็นต์ กําลังจะสั่งยกเลิกทั้งหมด ใครเดือดร้อนครับ คนไทยเราเดือดร้อน แต่ในขณะเดียวกันทั้งฝ์ายพันธมิตรทั้งฝ์ายรัฐบาลเรากําลังจะคุยกันคุยกันได้ไหม ถอยกัน ออกคนละข้างได้ไหม ทางพันธมิตรต้องการอะไรต้องการที่ไม่ให้สภาแห่งนี้แก้รัฐธรรมนูญ ใช่ไหม วันนี้ผมก็ได้ข่าวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าไม่ต้องเอาเข้ามา เขาไม่อยากเห็น ตัวนี้ก็ไม่เปึนไรอย่าเพิ่งเอาเข้ามา ทางพันธมิตรต้องการอะไรอีก ต้องการให้รัฐบาลชุดนี้ ออกทั้งคณะ ผมถามว่ารัฐบาลผิดตรงไหน ไม่ผิดหรอกครับเพิ่งบริหารราชการแผ่นดินมา ๗ เดือนเท่านั้น รัฐบาลนี้มาจากพี่น้องคนไทยทั้งประเทศนะครับ ได้เสียงข้างมากอาจจะ ไม่ใช่คนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๔๐ กว่าล้านคนเลือกคนที่มาเปึนรัฐบาลชุดนี้ทั้งหมด ไม่ใช่ ก็เลือกอีกส่วนหนึ่งที่เปึนพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่าเมื่อรวมกันแล้วเสียงข้างมากรวมกัน หลาย ๆ พรรค ๕ – ๖ พรรค เมื่อคืนก็ออกรายการทีวีร่วมกันอยู่ก็ยังสามารถบริหาร ชาติบ้านเมืองได้ ถามว่ามันผิดตรงไหน มันไม่ได้ผิด ทุจริตคอร์รัปชันไหม ถ้าทุจริต คอร์รัปชันฟัองศาลครับ วันนี้ต้องเอาตัวบทกฎหมายมาพูดกัน ฟัองศาลไปเถอะ ผมเชื่อว่าศาลสถิตยุติธรรมเรายังเปึนที่พึ่งให้กับให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้ แต่ถ้า สมมุติเราใช้กฎหมู่นี่มันไม่จบกันสักทีแหละครับ แล้วบ้านเมืองก็พัง พระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านซึ่งเปึนพ่อของแผ่นดินต้องการให้ลูกทุกคน สามัคคีกัน ผมถามว่าท่านไม่ฟังกันเลยหรือ แล้วท่านยังทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมถามว่า ใครพัง พระองค์ท่านก็พูดว่ามันไม่มีใครพังหรอก คนพังมันคือชาติ มันคือพี่น้องประชาชน ถอยกันออกมาได้ไหม แล้วลองคุยกันดู ให้มันมีจุดจบกันเสีย ไม่ใช่ว่าไม่ได้ พันธมิตร บอกอย่างไรรัฐบาลชุดนี้ต้องไป นายกรัฐมนตรีต้องลาออก นายกรัฐมนตรีต้องยุบสภา หรือแม้กระทั่งบางทีกับพรรคพวกกันอยู่ข้างในบอก เฮ้ย ต้องทําเหมือน ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ ผมบอกว่าจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว คิดถึงบ้านเมืองบ้างสิครับ วันนี้บ้านเรากําลังพัฒนา ผมนี่ ห่วงพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะภาคอีสานบ้านผม ๑๙ จังหวัดมันจนวันนี้ น้ําที่จะเอาไป เข้าสู่นาวันนี้รอรัฐบาลอย่างเดียว แล้วยังทะเลาะกันอยู่ แล้วรัฐบาลที่ไหนจะมีแก่จิต แก่ใจในการที่จะไปแก้ไขปัญหา เงินงบประมาณเรื่องการทําน้ํา ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ ๒ กระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอยู่ ๒ หน่วยงาน กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอีก ๒ กรม รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่อีสาน ต้องการใช้เงิน ๒ แสนล้านบาท มันถึงจะแก้ไขปัญหาเอาน้ําเข้าสู่นาได้ แล้วใครจะทํา ถ้าไม่ใช่รัฐบาลทํา แล้วไม่มีรัฐบาลแล้วใครจะทํางานให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ ผมถึงบอก วันนี้อย่าคิดแต่เรื่องตัวเอง คิดถึงเรื่องส่วนรวมกันบ้าง ชาวบ้านเขามองกันอยู่ครับวันนี้ ผมอยากให้มีจิตใต้สํานึกร่วมกัน วันนี้อย่าทําลายชาติต่อเลยครับ พันธมิตรก็พวก ๆ กัน ก็เยอะแยะอยู่ที่นั่น ท่านลองคิดดู รัฐบาลเองก็ต้องคิดครับ ต้องคิดด้วยกัน ผมฝาก ไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ฟังอยู่ผ่านทางท่านประธานรัฐสภานะครับว่า ถ้าสมมุติว่าในพื้นที่มีความขัดแย้งกัน เสนอแนวความนึกคิดมาถึงทางสภาเราหน่อย ได้ไหม ที่เห็นมันขัดแย้งกันนี่พี่น้องมีแนวความนึกคิดอย่างไร แต่ว่าผมลงพื้นที่มา ๒ วัน พี่น้องเขาฝากมาว่าเขานิ่งก็เพราะคิดว่าเดี๋ยวคงจะคุยกันได้ ผมไม่อยากเห็นพี่น้อง ประชาชนต้องเข่นฆ่ากันเหมือนกันกับเมื่อ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ เหมือน ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ผมอยู่ ในเหตุการณ์ผมค่อนข้างจะมีความรู้สึกที่ไม่สบายอกสบายใจ เขาบอกต้องแตกหักกัน ภายใน ๓ วัน ๕ วัน ผมบอกเอาความคิดตรงนี้มาจากไหน เราไม่ใช่คนไทยด้วยกัน ผืนแผ่นดินไทยเปึนผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ในอดีตที่ผ่านมาเรามีคนที่มาปกปัองคุ้มครอง ผืนแผ่นดินไทยเรามาไม่รู้กี่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านเหมือนพ่อ ของพวกเราทุกคน ท่านบอกสามัคคีกัน คิดกันสักนิดนะครับ ผมว่าถ้าสมมุติเราเอา ความนึกคิดของเรานี้นึกถึงที่พระองค์ท่านทํางานให้กับพวกเรา ตรากตรําพระวรกาย ท่านเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ท่านทํางานให้กับผืนแผ่นดิน ไทยเรา วันนี้ช่วยกันนิดครับ ช่วยกันคิดสักนิดหนึ่ง ถอยออกมาสักนิดหนึ่ง แล้วนั่งเจรจา กันดู ให้รัฐบาลเขามีโอกาสได้แก้ไข ถ้าสมมุติว่าถ้ารัฐบาลแก้ไขไม่ได้ อันไหนมีความผิด เอากฎหมายนะครับมาใช้ ถ้าสมมุติว่าคนหนึ่งทําผิดกฎหมายแล้วกฎหมายไม่สามารถ เข้าไปคุ้มครองได้ ถ้าเกิดวันนี้ผมยกตัวอย่างนิดเดียวลองให้คิดกันดู ถ้าเกิดมีโจรคนหนึ่ง ไปฆ่าคนตาย แล้วมีคนไปบอกว่ามันไม่ได้ฆ่าคนตาย เรื่องยังไม่สู่ศาลเลย แล้วเอาคน ไปดึงเอาคนที่มันฆ่าตัวตายออกมา ศาลไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ เจ้าหน้าที่ ไม่สามารถดําเนินการได้ ผมถามว่าจะมีกฎหมายไปเพื่ออะไรกัน วันนี้ต้องเอากฎหมาย เปึนที่ตั้งแล้วครับ คดีความต่าง ๆ อันไหนผิดขึ้นศาลเลย แต่ว่าให้รัฐบาลนี้อยู่ได้ไหม อยู่เพื่ออะไร อยู่เพื่อต้องการที่จะมาแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง เพราะรัฐบาลนี้คือรัฐบาล ประชาธิปไตย มาจากพี่น้องที่เปึนปวงชนชาวไทยทั้งหมด ประชาธิปไตยมาจากพี่น้อง ประชาชน วันนี้เราได้มาแล้ว จะผิดจะถูกอย่างไรให้เกียรติพี่น้องประชาชนด้วย เวลาเกินไปนิดหนึ่งนะครับ ก็ขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ให้โอกาสผมมีโอกาส ได้แสดงแนวความคิดนะครับ ฝากไปถึงทางฝ์ายพันธมิตร ใจเย็น ๆ ครับ ฝากไปถึงทางรัฐบาลช่วยหาทางปรองดองกัน ฝากไปถึงพี่น้องคนไทยทั้งประเทศอย่าเพิ่งขยับเลยนะครับ หลายคนฝากผมมา ผมบอก ใจเย็น ๆ รับรองแก้กันได้นะครับ ประเทศไทยมีพระสยามเทวาธิราชนะครับ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกศาสนาวันนี้พยายามที่จะสวดมนต์อ้อนวอนกันให้ประเทศไทยซึ่งเปึนที่รักของเรา เปึนบ้านเกิดเมืองนอนของเราให้ปกติสุข สามารถที่จะทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรซึ่งกําลังมีความหวังกับรัฐบาล มีความหวังกับการ ที่จะช่วยเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปเชิญท่านจิตติพจน์ นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้อยู่ในภาวะ ล่อแหลม ประชาชนทั่วประเทศมีความกังวลใจว่า ยังจะมีทางออกสําหรับประเทศไทย หรือไม่ โดยส่วนตัวของผมนั้น ผมยังเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าประเทศของเรายังมีทางออกอยู่ และใคร่ขอเสนอข้อคิดเห็นในการแก้ปัญหาของประเทศชาติของเรา ๕ ข้อนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่า ในการแก้ปัญหาที่เราเผชิญหน้าในปัจจุบันนี้จะต้อง ยึดถือหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขนะครับ อย่างเคร่งครัด
ประเด็นที่ ๒ ก็คือจะต้องยึดหลักกฎหมาย รูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) นะครับ
ประเด็นที่ ๓ จะต้องไม่ใช้ความรุนแรง จะต้องพยายามทําให้เกิดความ ปรองดองกันมากที่สุด อาจจะมีการเจรจากัน หรือวิธีใดก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง นะครับ
ประเด็นที่ ๔ นะครับ ก็คือควรจะระวังการแทรกแซง หรือการพยายาม สร้างสถานการณ์โดยมือที่สาม
ประเด็นที่ ๕ คือ การให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเปึน ภาครัฐเอง หรือสื่อมวลชนนะครับ
ขออนุญาตกล่าวถึงประเด็นที่ ๑ ก่อนนะครับ การยึดหลักประชาธิปไตย หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ถือการปกครองโดยอาศัยเสียงข้างมาก คือ มาจอริตี้ รูล (Majority rule) นะครับ ขณะเดียวกันเราก็เคารพและให้เกียรติเสียงข้างน้อย นะครับ ไมนอริตี้ ไรท์ (Minority right) นะครับ ซึ่งแน่นอนที่สุดนะครับ ถ้าหากว่า เสียงข้างมากมีข้อคิดเห็นอย่างไรก็น่าที่จะรับฟัง ขณะเดียวกันเสียงข้างน้อยนั้นมีสิทธิที่จะ ออกเสียงนะครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเสียงข้างน้อยจะใช้เสียงข้างน้อยในการ เปลี่ยนแปลงการปกครองได้นะครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญ ประชาภิวัตน์ก็เช่นเดียวกัน แต่แน่นอนที่สุดการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นจะต้องไม่เกิน ขอบเขตกว่าสิทธิและเสรีภาพซึ่งพึงมีพึงได้ โดยไม่ควรที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนส่วนใหญ่นะครับ เพราะมิฉะนั้นก็จะกลายเปึนว่ามันจะไม่ใช่การปกครองแบบ การมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ จะกลายเปึนกฎหมู่นะครับ สําหรับเรื่องการชุมนุม นะครับก็เปึนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะสามารถกระทําได้ แต่ถ้าหากว่าพวกเรา ปล่อยให้มีการชุมนุมของประชาชน ๒๐,๐๐๐ หรือ ๓๐,๐๐๐ คน เปึนเวลา ๓ เดือน หรือ ๔ เดือน แล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย เนื่องจากถ้าหากว่าเรายอมให้เกิดตัวอย่างขึ้นเปึนครั้งแรกนะครับ ก็อาจจะ มีครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ ต่อไปอีก จะทําให้ประเทศไทยของเรามีความเสี่ยง เพิ่มเติมขึ้นอีกประการหนึ่งกล่าวคือ แต่เดิมเรามีความเสี่ยงในเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร โดยทหารนะครับ แต่ถ้าหากว่าเรายอมให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการล้มล้าง รัฐบาล โดยการอาศัยกลุ่มบุคคล ๒๐,๐๐๐ หรือ ๓๐,๐๐๐ คน มาชุมนุมกัน ๓ หรือ ๔ เดือน ประเทศของเราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการรัฐประหาร โดยกลุ่มบุคคลนะครับ ซึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยและไม่ชอบด้วยหลักประชาธิปไตยนะครับ ประชาธิปไตยนั้นจะต้องใช้เวลาในการพัฒนานะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ใช้เวลา ๒๐๐ ป้เศษ ประเทศอังกฤษก็หลายร้อยป้นะครับ ส่วนประเทศญี่ปุ์นก็ ๕๐ – ๖๐ ป้ ทุกประเทศมีการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอย่างเปึนขั้นตอน ประชาชนมีความอดทน ทําให้ระบอบประชาธิปไตยของอารยประเทศเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าหากว่า พวกเราขาดความอดทนนะครับ พอมีปัญหาซึ่งก็เปึนปกตินะครับ ระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบอบการปกครองซึ่งไม่มีข้อบกพร่องเลย มีข้อบกพร่องครับ แต่ก็เปึนข้อบกพร่อง ตามปกติสามารถแก้ไขได้ เมื่อมีข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดนะครับ ก็ควรที่จะแก้ไข ไปในทางระบอบประชาธิปไตยนะครับ ซึ่งในที่สุดถ้าหากว่าพวกเรายังยึดมั่นในระบอบ ประชาธิปไตยอยู่ ก็คงจะมีสักวันนะครับที่ประชาธิปไตยของเราก็จะเจริญวัฒนาถาวร เทียบเท่ากับระบอบประชาธิปไตยของอารยประเทศ อย่างเช่น ประเทศอังกฤษ หรือประเทศอเมริกา หรือญี่ปุ์น นะครับ แต่ถ้าหากว่าเรายอมให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะความไม่ชอบใจหรือความผิดพลาดเพียงบางประการแล้วก็ล้มล้างรัฐบาล โดยวิธีการซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตย ประเทศของเราก็จะไม่มีทางปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งถูกต้องและทัดเทียมอารยประเทศได้เลยนะครับ หลายท่านก็อาจจะ บอกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเราในปัจจุบันนี้ถึงทางตัน เนื่องจากว่า การเลือกตั้งมีปัญหาในเรื่องของการทุจริต หรือการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ไม่ยุติธรรม แต่ผม ใคร่ขอเรียนว่าถ้าหากจะเทียบกับในอดีต ปัจจุบันนี้ดีกว่าเดิมมาก และปัญหาในการ เลือกตั้งก็ไม่ใช่ปัญหาที่ผิดปกติ เปึนสิ่งซึ่งอารยประเทศไม่ว่าจะเปึนอังกฤษหรืออเมริกา หรือประเทศใด ๆ ก็ตาม ก่อนที่จะมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งต่างก็ เคยผ่านประสบการณ์การเลือกตั้งที่มีปัญหาหรือการเลือกตั้งที่ไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม มาแล้วทั้งสิ้น แต่ทุกประเทศก็ยังยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย และก็หาทางแก้ไข ทําอย่างไรให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์และยุติธรรมยิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าจะไปเปลี่ยนระบบใหม่ ว่าเปึนระบบ ๗๐ : ๓๐ แต่งตั้ง ๗๐ เลือกตั้ง ๓๐ ซึ่งมันไม่ใช่กระบวนการในระบอบ ประชาธิปไตยนะครับ
ส่วนประเด็นที่ ๒ ประเด็นในการแก้ปัญหาจะต้องยึดหลักกฎหมายนะครับ รูล ออฟ ลอว์ หลักกฎหมายที่ชอบธรรมนั้นประชาชนพึงที่จะปฏิบัติตาม ถ้าหากว่า เราไม่ยึดถือหลักกฎหมายในการปกครองและในการทําการใด ๆ แล้ว เราจะไม่สามารถ อยู่กันได้นะครับ ถ้าหากว่ามีเคส (Case) ที่ ๑ มีกรณีที่ ๑ ซึ่งประชาชนหรือกลุ่มบุคคลหรือ บุคคลใดบุคคลหนึ่งสามารถที่จะไม่เคารพในกฎหมาย และสามารถผ่านพ้นไปได้โดย ไม่ต้องเคารพกฎหมาย ก็จะมีกรณีที่ ๒ กรณีที่ ๓ และกรณีที่ ๔ อีก ซึ่งในที่สุดมันก็จะ ไม่ใช่การปกครองโดยระบบกฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอให้มีการใช้กฎหมาย ยึดหลักกฎหมายรูล ออฟ ลอว์นะครับ
และข้อ ๓ นะครับคือการไม่ใช้กําลังและพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะแก้ไข ปัญหาโดยสงบสันตินะครับ อาจจะมีการเจรจากันก็ได้นะครับ สําหรับฝ์ายที่มีความ ขัดแย้งกันนะครับ
ส่วนประเด็นที่ ๔ คือเรื่องของมือที่สามนะครับ เพราะว่าเท่าที่ผมสังเกตดู ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายผู้ชุมนุมเองหรือฝ์ายประชาชนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมนะครับ และก็ ฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายผู้รักษากฎหมายในประเทศต่างก็ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาโดย สันติวิธี แต่ก็อาจจะเปึนไปได้ว่าอาจจะมีบุคคลซึ่งไม่หวังดีนะครับ อาจจะมีการทําการ สร้างสถานการณ์เพื่อให้ข้อขัดแย้งของทั้ง ๒ ฝ์าย มีความขยายวงมากขึ้น ก็ใคร่ขอวิงวอน ให้บุคคลซึ่งคิดที่จะกระทําดังกล่าวนะครับขอให้เห็นแก่ประเทศชาติของเรา และใช้วิธีการ แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีนะครับ
ส่วนข้อที่ ๕ คือการให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างรอบด้าน ในปัจจุบันนี้ บางครั้งประชาชนบางส่วนไม่ได้ฟังข้อมูลรอบด้านนะครับ คือเมื่อมีความรักหรือชอบ ในด้านใดด้านหนึ่งก็จะฟังแต่ด้านนั้น ซึ่งเปึนเรื่องซึ่งอันตราย เนื่องจากจะทําให้สังคม แตกแยก ก็ใคร่ขอวิงวอน ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลหรือสื่อมวลชนนะครับ ขอให้มีการเสนอ ข้อมูลโดยรอบด้าน เพื่อที่ว่าประเทศของเราจะได้ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาโดยปราศจาก อคติ
สุดท้ายนี้ก็ใคร่ขอวิงวอนผู้ใหญ่ในสังคมที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ถ้าพวกท่านจะกรุณาออกมาเตือนสติประชาชนทั้งประเทศให้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ก็จะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านพีระพันธุ์นะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้อนุญาตให้พวกเราได้ใช้เวทีรัฐสภาแห่งนี้เพื่อมา พูดจาปัญหาของบ้านเมือง และเพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหา ไม่ทราบว่าจะด้วยเจตนาของ นายกรัฐมนตรีโดยตรงหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ตามที่ท่านได้ชี้แจงตอนต้น แต่ว่าเหตุผลที่อยู่ ในญัตติครั้งนี้ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรง เพราะฉะนั้นเพื่อเปึนการร่วมกันในการแสวงหาแนวทางหรือหนทางแก้ไขปัญหา โดยสันติวิธี จึงขอมารับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพครับ พวกกระผมต่างก็มีความคิดเหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง อาจจะตรงกับท่านนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีบ้าง ไม่ตรงบ้าง ก็หวังว่าท่านจะ รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แล้วก็ลองไปทบทวน สิ่งใดที่ท่านคิดว่าเห็นด้วยท่านก็ ลองไปทบทวนดู สิ่งใดที่ท่านคิดเห็นว่าไม่ตรงกันนะครับ ก็ขอให้ถือว่าเปึนเรื่องของ ความคิดเห็น ผมอยากให้เวทีแห่งนี้เปึนเวทีที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็น จะถูกจะผิดก็เปึน ความคิดเห็นครับ ที่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าวันนี้ผมได้ฟังมุมมอง หลายด้าน ท่านประธานคงเห็นตรงกับผมว่าไม่มีใครบอกว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้กระทํา ในขณะนี้ ไม่ว่าฝ์ายไหนครับ จะเปึนพันธมิตร เปึน นปก. เปึนอะไรก็แล้วแต่ถูกกฎหมาย ไปหมด หรือว่าผิดกฎหมายไปหมด ความเปึนจริงวันนี้การเมืองเปลี่ยนไปเยอะ การเมือง ภาคประชาชนที่เรียกกันวันนี้ก็มีความเข้มแข็งขึ้น และมีบทบาทมากขึ้น และก็มีบทบาท ในการตรวจสอบฝ์ายการเมืองที่เปึนการเมืองหลักอย่างพวกเรามากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก ตรงนั้นแหละครับผมคิดว่าคือสาเหตุ และถ้าหากว่าเราย้อนหลังไปดูสาเหตุ เราจะพบว่า สาเหตุที่ทําให้เกิดปัญหานั้นมาจากความไม่เชื่อใจ ต้องยอมรับความจริงครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดในอดีตว่าท่านเปึนหุ่นเชิด ท่านเปึนนอมินีของใครคนใด คนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง นั่นท่านพูดไว้ครับ ผมคิดว่าจากจุดนั้นที่ทําให้ประชาชน เริ่มมองและเริ่มสงสัยและก็เริ่มติดตามท่าน จะจริงจะเท็จท่านต้องยอมรับว่าท่านพูดไว้ แล้วต่อมาเมื่อมันเกิดอะไรต่าง ๆ ขึ้นก็ต้องยอมรับว่าประชาชนจํานวนมากคิดว่าท่านได้ใช้ อํานาจบริหารเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องของท่าน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน มีการแทรกแซงอํานาจหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายของที่ดูแลเรื่องกระบวนการยุติธรรม ฝ์ายของเรื่องการสืบสวนสอบสวน เหมือนเพื่อนสมาชิกได้พูดแล้ว ผมไม่พูดซ้ํา แต่นั่นคือ ความเปึนจริงที่เกิดขึ้น ท่านอาจจะคิดว่าไม่จริง ไม่ใช่ แต่นั่นคือตัวปัญหา เพราะท่าน บอกว่าท่านไม่ได้ทําผิดอะไร ในขณะที่หลายฝ์ายเขาคิดว่าสิ่งที่ท่านกระทํานั้นมันเปึน ความผิดครับ แม้ไม่ผิดกฎหมายไปเสียหมด หรือว่าหาหลักฐานไม่ได้ทั้งหมด แต่เขารู้สึกว่ามันผิดจริยธรรมหรือคุณธรรมของฝ์าย การเมืองที่พึงกระทําให้กับบ้านเมือง ผมคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา ถ้าหากว่า เราพบปัญหาและเราดับปัญหานั้น ผมคิดว่าสิ่งที่เขียนในญัตติว่าจะมีการทวีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้นนั้น มันก็จะค่อย ๆ ซาลงไปได้ หลายวันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ความเปึนจริงแล้วผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดบอกว่าจะปฏิบัติการด้วยความ นุ่มนวล ผมก็ดีใจ แต่นับแต่วันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ที่ผ่านมา วันนั้นเปึนวันแรกผมคิดว่า ถ้าผมเปึนท่านนายกรัฐมนตรี ผมคงรู้สึกไม่สบายใจครับ ผมก็เชื่อว่าท่านไม่สบายใจ คนที่มาจากการเลือกตั้งมาจากประชาชนตลอดชีวิตกลายเปึนว่าเมื่อมาเปึนผู้นํารัฐบาล ต้องกลายเปึนผู้นําที่ผู้ใต้บังคับบัญชาฝ์ายบ้านเมืองไปทําร้ายประชาชน ผมเชื่อว่า ท่านไม่สบายใจ ต้องหาต่อไปครับว่าท่านได้สั่งการจริงไหม ว่าให้ปฏิบัติการด้วยความ นุ่มนวล ถ้าจริงเหมือนที่ท่านได้เคยพูดไว้แล้วใครล่ะครับ ไม่ทําตามคําสั่งท่าน ที่ผมต้อง เรียนอย่างนี้เพราะว่าจากภาพข่าว ท่านประธานคงจะเคยเห็นในโทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติการใช้ป๋นนะครับ ผมขออนุญาตเอาภาพจากสื่อมวลชน เพราะว่า ไม่เตรียมอะไรทั้งนั้นและนี่คือของจริง ป๋นครับป๋นยาว ซึ่งผมคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ควรใช้เลย แล้วป๋นที่ว่านั้นมีหลายแบบ แต่ป๋นที่ผมพูดถึง ผมพูดถึงเฉพาะป๋น ที่เปรียบเทียบแล้วเหมือนอาวุธที่ใช้ในการปฏิบัติการที่รุนแรง ผมคิดว่ารัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง โดยเฉพาะเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะปฏิบัติการด้วยความนุ่มนวล สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทบทวนวันนี้คือต้องทบทวนว่าความผิด ที่นายกรัฐมนตรีพยายามหาว่า ๗ เดือนเท่านั้นทําอะไรผิดกับความผิดที่สังคมกําลังพูดถึง วันนี้มันเปึนความผิดตรงกันไหม หลายคนอาจจะบอกครับว่าการชุมนุมประชาชน ง่ายครับ เอาคนมาเปึนพันเปึนหมื่นเปึนแสนคนไม่ยากหรอกครับ แต่ผมคิดว่าการที่ทําให้ คนทุกหมู่เหล่าทุกอาชีพทุกระดับมีใจเปึนหนึ่งเดียว อย่างเช่นที่เกิดขึ้นครั้งนี้ การหยุดงาน ของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ไม่เคยเกิดในลักษณะเช่นนี้ อะไรครับทําให้คนเหล่านั้นเขาพร้อมใจ กันได้ ตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลเองก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องทบทวนบทบาท และเอาใจเขาใส่ใจเราให้มากขึ้นครับ ว่าสิ่งที่เรามีอํานาจบริหาร ได้กระทําลงไปนั้น ใช่สิ่งที่เขาคิดว่าเราพึงกระทําหรือไม่ ถ้าหากว่าตรงนี้ยังไม่ได้พึงกระทํา ลงไป ผมคิดว่าไม่มีวันที่จะดับความรุนแรงได้มากไปกว่านี้ ตรงกันข้ามครับ อีกประการหนึ่งคนที่ท่านใช้ครับ ดุลยพินิจในการที่ท่านจะใช้คนเข้าไปกํากับดูแลนั้น คนที่ ท่านใช้ต้องมีทัศนคติที่เปึนสันติวิธี ถ้าหากว่าคนที่ลงไปบังคับบัญชาสั่งการไม่ได้มีทัศนคติ ที่เปึนสันติวิธี แม้ท่านจะสั่งการอย่างไร ท่านจะบอกอย่างไร มันไม่มีวันเกิดสันติเกิดขึ้น ผมไม่อยากจะเอาภาพมาแสดงมาก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ บ้านเมืองไม่ควรทําหลาย ๆ อย่าง ท่านประธานเคยเปึนอดีตผู้พิพากษาเหมือนผม กระบองของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ไปบางภาพตัดให้ปลายเปึนปลายแหลม ท่านประธาน เคยเห็น ลักษณะเช่นนี้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติการไม่ควรครับ ผมไม่ โต้เถียงว่าฝ์ายที่ชุมนุมเขามีอาวุธ แต่อาวุธของฝ์ายผู้ชุมนุมท่านประธานครับ เปึนไม้ เปึนอะไรอย่างนั้น ลักษณะเช่นนั้นต้องดูว่าเขาเตรียมไว้ปัองกันตัวหรือเพื่ออะไร ตรงนี้ ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ถ้าหากใครมีไว้ใช้เปึนอาวุธต้องดําเนินคดีเช่นเดียวกัน แต่การที่ ฝ์ายไหนทําความผิดกฎหมายไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะมีความชอบธรรมที่จะทําผิดกฎหมาย ไปได้เองด้วยครับ สิ่งที่เราต้องพูดจากันวันนี้และความรุนแรงที่มันทวีขึ้นวันนี้มันมาจาก ตรงนี้ครับ ท่านประธาน มันมาจากความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ มันมาจากความเข้าใจ ผิดของผู้สั่งการหรือไม่ ว่าสามารถมีอํานาจสั่งการให้กระทําอะไรก็ได้ และจากตรงนั้นคือ จุดเริ่มต้นของภาพที่พวกเราไม่อยากเห็นครับ แล้วผมเชื่อว่าใครที่มาจากฝ์ายการเมือง มาจากการเลือกตั้งประชาชนต้องกลับไปหาประชาชน ไม่อยากเห็นครับ พวกเรารู้สึก บาดใจทุกครั้งที่หากว่าประชาชนจะต้องถูกกระทําในลักษณะเช่นนี้ และผมเชื่อว่าครั้งนี้ เปึนครั้งแรกที่ประชาชนถูกกระทําถึงขนาดนี้ ในรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง จะผิดจะถูกจะจริงจะเท็จ แต่นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นแล้วครับ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ และบันทึกไว้เปึนประวัติศาสตร์ว่าในยุคของท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ผมเสียใจครับ เกิดขึ้นได้อย่างไรในรัฐบาลอย่างนี้ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมไม่ได้บอกว่า พันธมิตรถูก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการใช้ความรุนแรง การสั่งการให้เกิดความรุนแรงเช่นนี้ เปึนความผิดเช่นเดียวกัน ปัญหาตรงนี้คือจุดเริ่มต้น ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการตรวจสอบหรือไม่ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคมในช่วงเช้าเปึนต้นมานั้นเกิดขึ้นด้วยการสั่งการของใคร เกิดขึ้นเพราะเหตุใด แต่ที่ผมอยากเรียนท่านครับว่า หลังจากเกิดภาพข่าว เกิดเหตุการณ์แล้ว พวกกระผม ประชุมกันอยู่ที่พรรค ประชุมเรื่องนี้ครับ ประชุมกับท่านหัวหน้า ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรกับ ส.ส. กทม. อีกจํานวนมาก และ ส.ส. จากหลายจังหวัด เราได้เห็น ภาพจากโทรทัศน์ไม่เคยคิดว่าจะเกิดแบบนี้ขึ้น และหลายท่านที่พูดว่าทําไมมาป่ด สนามบิน ทําไมมาทําโน่นทํานี่ ผมก็ไม่เห็นด้วยเลยครับ เพราะคนเดือดร้อน แต่เขา ได้บอกไว้แล้วว่าถ้าใช้กําลังกับผู้ชุมนุมเมื่อไรจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ทําไมท่านไม่ตระหนัก ว่าอย่าให้เกิด นั่นแหละครับ คือสิ่งที่พวกผมทนไม่ได้ ถ้าหากว่าจะต้องเลือกข้างใคร สักคนหนึ่งอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกพวกกระผมเลือกข้างประชาชน เพราะเราเปึน ผู้แทนปวงชนชาวไทย ผมไม่เลือกข้างรัฐบาล ไม่เลือกข้างไหน ผมเลือกข้างประชาชน และผมก็หวังว่า ไม่ว่าจะเปึนใคร จะเปึน นปก. จะเปึนพันธมิตรจะไม่ถูกกระทําเหมือน ประชาชนที่ถูกกระทําเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ โดยเฉพาะจากรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต้องไปดูให้เห็นกับตาว่ามันจริงเท็จแค่ไหน หรือว่ามันเปึนภาพข่าว เดี๋ยวจะหาว่าเปึนการ สร้างภาพ เราได้เดินทางไปที่ลานพระรูปทรงม้า ได้พบผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกตีศีรษะ บวมมาก ที่ด้านหลังบริเวณต่ํากว่าศีรษะลงไปท้ายทอย นี่คือคนแรกที่เราได้พบ เราก็พยายาม บอกว่าให้รีบส่งโรงพยาบาล อยู่ในเต็นท์ (Tent) พยาบาลฝัืงลานพระรูป ต้องการทราบว่า เหตุใดจะต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้น เดินข้ามถนนไปหาตํารวจ ไปขอพบผู้บังคับบัญชา เพราะ ต้องการทราบว่าเหตุใดมันเกิดอะไรขึ้น มันมีอะไรเข้าใจผิดมันถึงต้องลงมือลงไม้กันอย่าง ที่เปึนภาพข่าว ท่านประธานที่เคารพ เชื่อไหม ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พาพวกเราข้ามถนนไปพบตํารวจ ตํารวจตั้งแผงกั้นครับ ไม่เปึนไร ท่านอาจจะคิดว่าเราจะมาทําร้ายแต่ว่าขณะที่บอกขอพบผู้บังคับบัญชาท่านตีเกราะ เลยครับ ผมบอกว่าอย่าตี นี่ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไม่รู้จักผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรหรือครับ ตีเกราะใส่หน้าผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านนึก ว่าเราจะไปทําร้ายหรือครับ นี่ขนาดอย่างนี้หรือครับ ผมบอกว่าเปล่าครับ เรามาขอพบ ผู้บังคับบัญชา ในที่สุดไปตามผู้บังคับบัญชามา ผู้บังคับบัญชาให้เข้าไปนั่งคุยกัน บอกว่า เราจะมาขอดู เพราะเมื่อสักครู่ผู้ชุมนุมฝ์ายโน้นบอกว่ายังมีผู้บาดเจ็บอีกจํานวนหนึ่ง อยู่ข้างในบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ออกมาไม่ได้เราบอกว่าเปึนไปได้อย่างไร ออกมาไม่ได้ เขาบอกให้เข้าไปดู นั่นแหละครับ คือที่เราข้ามถนนเข้าไป ระหว่างที่เราเดิน ข้ามถนนเข้าไปหลังจากที่ได้พูดกับผู้บังคับบัญชา ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้พูดสายกับท่านนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามไป ถามมาว่าเกิดทําอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านบอกว่าทําตามคําสั่งศาล ท่านประธานเปึนอดีต ผู้พิพากษาเหมือนผม ท่านคิดว่าศาลสั่งแบบนี้ได้ไหม นั่นแหละครับ คือความเข้าใจผิด ของเจ้าหน้าที่ถูกสั่งการกันลงมาหรือเปล่าว่าทําได้ เห็นใจเจ้าหน้าที่ครับ บอกว่าทําได้ บอกทําตามคําสั่งศาล ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่าทําได้อย่างไร ขอพูดกับผู้บังคับบัญชาสูงขึ้นหน่อย ก็มีการต่อโทรศัพท์ ผมไม่ได้พูดคุยหรอกครับ ต้องให้ ท่านเปึนคนบอก แต่เขาบอกว่าคนที่สั่งให้ทําคือท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้น บัญชาการอยู่ที่กองบัญชาการตํารวจนครบาล ผมไม่ทราบ เขาไม่ได้บอกชื่อ แต่บอกว่า รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้เปึนคนสั่งให้ดําเนินการ จริงเท็จไม่ทราบแต่นั่นคือ ที่พูดโทรศัพท์ เราได้เดินเข้าไปต่อครับ พบหญิงชราอายุ ๖๐ ป้ ๗๐ ป้ ๓ – ๔ คนนั่งอยู่ข้าง ถนนมือกุมศีรษะ เห็นท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ร้องไห้ ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปถามว่าเปึนอย่างไรบ้าง ท่านไม่บอกครับ บอกเจ็บตัวไม่เปึนไร แต่เจ็บใจครับ เพราะว่าพวกเรามานี่ด้วยความรักพระเจ้าอยู่หัว แต่ทําไมต้องมาทํากัน รุนแรงขนาดนี้ นี่ผมเล่าข้อเท็จจริง เราเดินต่อเข้าไปครับ ไปพบผู้บังคับบัญชาสูงสุดที่เขาอ้างถึง แต่ก่อนจะพบ ท่านประธาน เชื่อไหมครับ เราได้พบตํารวจหลายจุด ได้ไปถามไถ่ว่าเปึนอย่างไรบ้าง ให้กําลังใจอยากให้ ใจเย็นครับ ผมก็พยายามพูดว่าให้ใจเย็น ๆ อย่าไปใช้กําลัง ใจเย็น ๆ มีอะไรค่อยพูด ค่อยจา แต่ที่น่าประหลาดใจท่านประธานเชื่อไหมครับ ทุกกลุ่มที่เข้าไปพบ ผมนึกว่า เปึนตํารวจนครบาล เปล่าเลยครับ เกือบทั้งหมดบอกว่ามาจากสุรินทร์ครับ แทบจะไม่มี ตํารวจนครบาลเลยครับ ทําไมอย่างนั้นล่ะครับ ไม่ใช่ตํารวจนครบาลนะครับที่นั่งอยู่ ตรงนั้น ตชด. บอกมาจากสุรินทร์ ที่อื่นก็บอกมาจากสุรินทร์ จริงเท็จผมไม่ทราบ แต่ทั้งหมดบอกว่าไม่ทราบ แล้วทําอย่างเดียวตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง สั่งให้ทําอะไร ทําทั้งนั้น นี่ครับคือต้นเหตุของปัญหาว่าใครคือผู้บังคับบัญชา เข้าไปอีกนิดหนึ่งครับ ไปถามผู้บังคับบัญชาตรงนั้น ขออภัยเอ่ยนามครับ ท่าน พลตํารวจตรี เอกรัตน์ มีปรีชา ถามว่า ท่านครับเกิดเหตุอะไรกันขึ้น ทําไมมีผู้ถูกทําร้ายทุบตี ท่านบอกไม่มีครับ ไม่มี ท่านไม่เห็น ท่านประธานครับ นั่งบัญชาการตรงนั้นบอกว่าท่านไม่เห็น เต็นท์ที่เพิ่งเก็บ ที่พวกกระผมกําลังจะเดินเข้าไปดูอยู่ห่างจากท่านประมาณ ๑๕ เมตร ๒๐ เมตร ท่านบอก ไม่เห็นครับ ท่านบอกว่าเห็นแต่ว่าบางคนเอามือกุมหัวแล้วมีสีแดง ๆ ไม่รู้ว่าเอาสีมาทา หรือบาดเจ็บจริงหรือเปล่าไม่ทราบ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าใช่ภาพนี้หรือเปล่าที่ว่าบาดเจ็บ ท่านประธานดูนะครับ ผมไม่ได้ตัดต่อครับ อันนี้คือของจริง แล้วบางคนก็เลือดอาบ ท่านประธานเห็นไหมครับ ไม่ทราบรูปนี้หรือเปล่าที่ท่านบอกเอาสีแดง ๆ ทา นี่คือทัศนคติ ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ครับ ถ้าท่านใช้ผู้ที่มีทัศนคติแบบนี้ความรุนแรงไม่มีจบ แต่ที่สําคัญ เมื่อเดินเข้าไปถึงเต็นท์ครับท่านประธาน มีผู้บาดเจ็บอยู่ตรงนั้นอีกประมาณ ๕ – ๖ ราย บอกว่าทําไมไม่ออกไป บอกว่าพวกนี้คือพวกที่ไปไม่ไหวแล้ว คนที่พอพยุงตัวเองไปไหว ก็พยายามออกไปแล้ว บอกทําไมต้องอย่างนั้น บอกว่าเขาไม่อนุญาตให้รถพยาบาลเข้ามา ในสถานการณ์สงครามเขายังยกเว้นหน่วยเสนารักษ์เลยครับท่านประธาน นี่มันเหตุการณ์ อะไรครับ ทําไมผู้มีอํานาจสั่งการตรงนั้นไม่ให้รถพยาบาลเข้าไปรับตัวผู้บาดเจ็บ ก็เลยว่า ใครเดินกันไหวก็พยุงกันออกไป ผมก็เลยนึกได้ว่าสงสัยผู้หญิงแก่ ๓ – ๔ ท่านที่ผมได้พบ คือตรงนี้เอง ทําไมถึงไปอยู่ระหว่างทาง เพราะนั่งพัก ไม่ให้รถพยาบาลเข้าไปครับ เราได้พยายามประสานกับท่านเอกรัตน์ ท่านก็บอกให้เข้าได้ บอกเข้าได้ก็ดีสิ ช่วย ๆ บอกหน่อย ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่คอยประสานอยู่ เรียกรถพยาบาลเข้ามากัน ปรากฏว่า เราไปดูที่เต็นท์ เจ้าหน้าที่มาบอกว่ารถพยาบาลแจ้งว่ามาตรงนั้นแล้วครับ แต่ตํารวจ ที่อยู่ข้างหน้าไม่ให้เข้าเหมือนเดิม นี่ครับคือการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้เข้าครับ ท้ายที่สุด ต้องเดินกลับไปหาท่านเอกรัตน์แล้วบอกท่าน ท่านสั่งหน่อย ท่านบอกว่าท่านไม่มีเบอร์ โทรศัพท์มือถือที่จะสั่งการได้ ท่านประธานครับ สถานการณ์แบบนี้ใช้โทรศัพท์มือถือครับ แล้วตํารวจใช้โทรศัพท์มือถือสั่งการหรือครับ ต้องพาท่านเอกรัตน์มาที่ตรงบริเวณสี่แยก ตรงหน้าพระรูปทรงม้า ตรงนั้นตํารวจถึงให้รถพยาบาลเข้ามา นี่คือการปฏิบัติหน้าที่ แล้วถ้าหากเปึนอย่างนี้ภาพพจน์ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ผมก็มาจากการเลือกตั้ง เหมือนท่าน มันเสียหมด ตรงนี้ผมไม่อยากให้เกิด ท่านต้องไปทบทวนการปฏิบัติหน้าที่กับ ผู้ที่เขากระทําผิดกฎหมาย ใช่หรือไม่ทั้งหมดก็ยังไม่ทราบ หมายบังคับคดี ท่านประธาน ก็ทราบอยู่แล้วบังคับกับ ๖ คน คนอื่นเขาขัดขวางหรือเปล่า ถ้าเขาไม่ขัดขวางทําได้แค่ไหน ตามกฎหมายก็ได้แค่จับกุม ควบคุมไว้ตามที่จําเปึน ตามมาตรา ๒๙๖ สัตต ของ วิ. แพ่ง เท่านั้นเองท่านประธานคงทราบดีในกรณีเช่นนี้ ได้มีการตรวจสอบไหม แต่กระทํากัน ถึงขนาดนี้ นี่คือภาพที่ทําให้เกิดความรุนแรงและคุมไม่อยู่ท่านต้องสั่งอย่าให้เกิดแบบนี้ ขึ้นมาอีก ก็เปึนโชคดีครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าหลังจากนั้นเราได้มีโอกาสเข้าไปที่ กองบัญชาการตํารวจนครบาล ไปขอพบท่านผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ซึ่งขณะนั้น ยังเปึนท่านอัศวิน ขวัญเมือง ครับ ท่านบอกว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่าวันนี้ท่านเปึน ผู้บัญชาการ แต่ท่านไม่มีอํานาจสั่งการเรื่องนี้เลยครับ ท่านได้พยายามทําหน้าที่ดีที่สุดแล้ว เราได้ทราบก่อนไปตรงนั้นครับว่า คนที่ได้รับ มอบหมายจากตํารวจที่บอกกันข้างล่าง บอก ท่านสุชาติ เหมือนแก้ว ได้รับคําสั่งจาก ท่านรองนายกรัฐมนตรี โกวิท วัฒนะ ได้พูดคุยกันครับ แล้วก็ท่านผู้บัญชาการตํารวจได้ เข้ามาครับ ท่านพัชรวาท ท่านบอกว่าท่านตัดสินใจแล้วครับท่านจะถอนกําลังตํารวจ ทั้งหมดออก นั่นคือสาเหตุที่ถอนกําลังตํารวจออกทั้งหมดจากทุกจุด สิ่งที่ผมชอบและ ขอให้ท่านยึดตามที่ท่านบอกพวกผมไว้ ท่านบอกว่าท่านจะไม่ฟังการเมืองแล้ว นี่ครับคือ ปัญหา ท่านบอกว่าท่านจะไม่ฟังการเมืองแล้วครับ ถ้าหากท่านประธานเปึนผม ประมวล จากเหตุการณ์ทั้งหมด ท่านประธานจะคิดว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นความรุนแรงที่เกิดขึ้น เกิดขึ้น จากฝ์ายไหนครับ ผมไม่ได้บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีสั่งหรือใครสั่ง แต่ผมถึงเรียนว่า ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะทบทวนว่าอะไรจะเปึนสาเหตุ ท่านต้องทบทวนด้วยครับ ว่าทัศนคติของคนที่ท่านใช้นั้นถูกต้องหรือเปล่า มีการสอบสวนไหมครับ ผมไม่ได้บอกว่า ที่ผมพูดนี่เปึนเรื่องจริง ท่านประธานคงทราบ เปึนพยานบอกเล่าครับ แต่คนที่บอกเล่า มีน้ําหนัก น่าเชื่อถือ แต่ก็ต้องไปตรวจสอบครับจริงหรือเปล่า ถ้าจริงผมอยากกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านประธานคงทราบครับ ท่านประธานเปึนนักกฎหมายเหมือนผม การที่เอาป๋นจ่อศีรษะคนในลักษณะที่ ขออนุญาตนะครับ ไม่เปึนไร ผมอาจจะไม่ได้ติดมา แต่ว่าการที่เอาเท้านี่ครับ ประธานคงทราบ การที่เอาป๋นจ่อศีรษะคนอย่างนี้ ลักษณะ อย่างนี้ กับการที่คนถูกทําร้ายที่บาดแผลอย่างนี้ที่ศีรษะ ท่านประธานดูครับ โดนที่ศีรษะ ทั้งหมด ท่านประธานคิดว่ามันรุนแรงเกินกว่าเหตุที่จะกระทําไหม ผมเรียนแล้วผมไม่ได้ เข้าข้างใคร ผมไปเยี่ยมประชาชน และไปเยี่ยมตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะเขาทํา ตามคําสั่ง แต่สั่งการแบบนี้หรือเปล่า และการที่จะใช้อํานาจในการดําเนินการ ท่านประธานครับ มันไม่ได้แปลว่าคนที่เขาทําผิดกฎหมายแล้วทําให้เรามีอํานาจตาม กฎหมายกระทําผิดกฎหมายได้เอง ไม่ใช่ ท่านที่ทําไว้แล้วต้องรับผิดชอบ ท่านประธาน คงทราบว่าการที่ทําร้ายที่ศีรษะ ท่านประธานเปึนผู้พิพากษามาเหมือนผม ทั้งการแพทย์ ทั้งฝ์ายกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึนนักกฎหมาย ถ้าทําร้ายที่ศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณด้านบนกับด้านหลังถือเปึนจุดอันตรายที่ทําให้ถึงแก่ชีวิตได้ ในทางศาล เราก็ต้องถือว่าโทษหนักทางการแพทย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจจะยับยั้ง การกระทําของประชาชนที่ท่านเลือกตีได้ครับ ตีที่แขน ตีที่ขาได้ ทําไมไม่ตีตรงนั้นเปึนหลัก ครับ ถึงได้ฟาดที่หัวอย่างเดียว มีอีกหลายภาพที่แสดงถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ตรงนี้ครับจึงเปึน การกระทําที่ผมคิดว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุท่านนายกรัฐมนตรีต้องไม่ให้เกิดแบบนี้อีก ท่านต้อง กําชับกําชาครับผู้ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะเรามาจากการเลือกตั้ง ทางกฎหมายก็ต้องถือว่า เปึนความผิดฐานพยายามฆ่า ถ้าไม่ตาย การที่เอาป๋นจ่อศีรษะ แม้ไม่ได้ยิง ไม่ได้ลั่นไก ก็ต้องถือว่าพยายามฆ่าและเกินกว่าเหตุ แต่ที่ผมเสียใจครับ ท่านประธานครับ ท่านกับผม คงจะเสียใจเหมือนกัน เราเปึนศาลมาครับ ท่านอ้างบอกว่าทําตามคําสั่งศาล ไม่น่า เปึนไปได้ครับ ท่านทําในสิ่งที่ศาลเองยังทําไม่ได้เลย ศาลสั่งให้ไปป่ดหมายบังคับคดี ไม่มีพนักงานบังคับคดีที่ไหน คนไหนครับ ที่สามารถไปป่ดหมายบังคับคดีแล้วโดน ขัดขวาง สามารถเอาป๋นจ่อศีรษะคน หรือว่าสามารถทุบทําร้ายที่ศีรษะคนที่เปึน จุดอันตรายแก่ชีวิต ไม่มีครับ แล้วศาลก็ไม่ทําอย่างนั้นไม่สั่ง แล้วท้ายที่สุดศาลก็ยกคําร้อง ผมเศร้าใจครับวันที่เดินเข้าไป เพราะว่าผมไม่เชื่อ บอกนี่เจ้าหน้าที่ตํารวจเข้าใจกัน ผิดหมดแล้ว แล้ววันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวนมากคิดว่ามีอํานาจทําได้ เพราะคิดว่า เปึนคําสั่งศาล ไม่ใช่ครับ ศาลไม่ได้สั่งให้ไปทําอย่างนั้น กรณีอย่างนี้คือเปึนสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับ สําหรับ ส่วนตัวผมนะครับ ผมเชื่อครับท่านนายกรัฐมนตรีจะอย่างไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อครับในความ เปึนวิญญาณของนักการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ท่านเจ็บปวดไม่น้อยกว่า กระผมที่เห็นสิ่งเหล่านั้น แต่ท่านต้องยอมรับนะครับ ท่านเปึนหัวหน้ารัฐบาล ท่านเปึน นายกรัฐมนตรี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านต้องรับผิดชอบ คนที่ท่านมอบหมายไปก็ต้อง รับผิดชอบ ส่วนจะรับผิดชอบกันทางกฎหมายแค่ไหนก็สุดแท้แต่ผู้เสียหายเขา แต่ผมเรียน ว่าอย่างน้อยเปึนความผิดหลายประการที่ได้ทําลงไป ไม่ว่าจะเปึนทําร้ายร่างกายหรือ พยายามฆ่า ก็สุดแท้แต่ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่นั่นถ้าสั่งการผิดพลาดคนที่ต้อง เดือดร้อนตามไปด้วยยังไม่ใช่ท่าน ไม่ใช่ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือใคร แต่เปึนผู้ปฏิบัติ คือเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ลงไปทําอย่างไรครับ เพราะเขาคิดว่าเขาทําได้ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่เปึนผู้บังคับบัญชาที่จัดอาวุธให้ก็ผิด จัดอาวุธป๋นยาวอย่างนั้นเข้าไปได้อย่างไร ผู้ชุมนุม ผิดกฎหมายท่านต้องทําครับ แต่อย่าทําแบบนี้ นี่คือข้อเสนอแนะครับถ้าหากว่า ท่านอยากจะรับฟัง ผมเจ็บปวดไม่น้อยกว่าท่านในฐานะฝ์ายการเมือง คนเขาต้องการให้ ประชาธิปไตยเดินหน้าเขาต้องการให้ฝ์ายการเมืองเดินหน้า แต่เขาไม่ต้องการให้ ฝ์ายการเมืองที่เขาเลือกมาเขากลับบอกว่าคุณทําผิด คุณทําในสิ่งที่เขาไม่อยากให้ทํา เราบอกเราทําถูก แต่ท้ายที่สุดกลายเปึนว่าเขาโดนทําร้ายถึงขนาดนี้ เขาผิดครับ ผมยอมรับ การที่เข้าไปในทําเนียบ ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าผมก็ไม่เข้าใจครับ ความจริงความผิดที่ทําได้เลยเขาทําไมไม่ฟัองครับ ไปฟัองข้อหากบฏ ทั้งที่กบฏพิสูจน์ กันยาก และที่สําคัญตรงไหนเขาบอกให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก เขาไม่ได้ล้มล้างระบบ บริหาร แต่สิ่งที่ต้องฟัองทําไมไม่ฟัองขับไล่ฐานบุกรุกสถานที่ราชการล่ะครับ นั่นมันชัด ๆ เลยครับ เขากระทําความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการครับ ไม่ใช่กบฏ ทําไมถึงเลือกข้อหา ซึ่งมันพิสูจน์ยาก แต่ว่าฟังดูรุนแรง มันเลยเปึนต้นเหตุอย่างไรครับ เพราะผมเรียนแล้วว่า ตั้งแต่เริ่มต้นหลายเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าท่านไม่ได้ทําผิดแต่คนเขาเชื่อว่า ท่านทําผิด เพราะเขารู้สึกว่าท่านไม่ได้ทําเพื่อประชาชน ท่านอาจจะเถียงครับ แต่นั่นคือ ความรู้สึก ท่านก็ไปบังคับเขาไม่ได้เมื่อเขารู้สึกอย่างนั้นมาเกิดอย่างนี้อีกเขาก็รู้สึกว่าถูก กลั่นแกล้ง เมื่อเขารู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งเขาก็รู้สึกว่าทนไม่ไหวครับ นั่นล่ะครับคือการที่ ระดมกันเข้ามาเพราะฉะนั้นตรงนี้ครับผมคิดว่าเมื่อถึงจุดนี้ท่านต้องพิจารณาตัวเองครับ ท่านจะใช้อย่างก็สุดแล้วแต่ เพราะว่าผิดพลาดไปแล้วท่านต้องรับผิดครับ ผมคิดว่าวันนี้ ทั้งทางด้านกฎหมายและด้านบริหารท่านหมดความชอบธรรม ท่านอยู่ได้ครับ แต่บ้านเมืองเสียหายและจะรุนแรงมากขึ้น ถ้าท่านต้องการคําแนะนําในด้านของสันติวิธี ผมคิดว่าวันนี้ท่านต้องยุติด้วยสันติวิธีอย่างที่ผมเรียน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เรียนแล้ว นะครับว่าถ้าไม่จําเปึนจะไม่ลุกขึ้นมาชี้แจง กรณีนี้ถือว่าจําเปึนเพราะเหตุว่า ท่านผู้อภิปรายนั้นคําหนึ่งก็เปึนผู้พิพากษา คําหนึ่งก็อ้างท่านประธานบนบัลลังก์ ผู้พิพากษา ท่านก็คิดแบบผู้พิพากษานั่นแหละครับ ท่านคิดได้ ท่านพูดได้ ท่านแสดง ลําดับได้ ผมก็ตอบคําถามท่านได้ว่าผมรับผิดชอบเรื่องนี้ ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ต้องรับผิดชอบหรอกครับ ท่านไปตรวจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมต้องรับผิดชอบ เพราะคนเปึนหมื่น ๆ เข้ามาแล้วบุกเข้าไปยึดทําเนียบไว้อย่างนั้นต่าง ๆ เพราะสภาพ อย่างนั้นจึงต้องไปยื่นขอ เพราะเขาต้องการจะล้มล้างรัฐบาล เขาประกาศชัดเจน คนที่ ปลุกระดมมาล้มล้างรัฐบาลก็ไปยึดทําเนียบรัฐบาลตั้งข้อหาอย่างที่ว่าไม่ได้หรือครับ ต้องแจ้งข้อหาบุกรุกถูกไหมครับ ข้อหาที่เขาจะล้มล้างรัฐบาล ไม่ต้องนะครับ ผมจะบอก ให้ฟังนะครับว่า ถ้าหากว่าท่านเปึนผู้พิพากษา ถ้าท่านพิจารณาคดีแล้ววิจารณญาณ ของท่านเปึนอย่างที่เล่ามาให้ฟังล่ะก็ แหมผมก็เปึนห่วง ท่านเห็นไหมครับลูกป๋นที่เอามาจี้ นั่นน่ะ สมัยนี้มันใช้ป๋นอะไรครับเวลานี้ ป๋นประจํากายทั้งหมดนี่มันเอ็ม ๑๖ ทั้งนั้น แล้วลูกที่เอาป๋นมาจ่อตรงนั้นมันลูกที่ไหนครับ ป๋นมันรูปร่างพิสดารอย่างไร มันอยู่ ในระบบการปราบปรามนี้หรือเปล่าครับ และข้อสําคัญที่สุดคือไม่ได้เอาป๋นไปปราบปราม เลยสักกระบอกเดียว แต่มีลูกมายืนยัน เขาก็มาพิสูจน์กันอยู่ กําลังดูเครื่องแต่งกาย กําลัง ดูรูปลักษณะป๋น มันไม่มีป๋นอย่างนี้อยู่ในกระบวนการปราบปราม แล้วไม่ได้ใช้ป๋นปราบปราม เขาใช้กระบอง ใช้โล่ ใช้อะไร แต่งตัวกันทั้งนั้น อย่างมากที่ทํา คือตีก๊อก ๆ ว่าให้ถอยออกไป เพราะฉะนั้นเวลานั่นดูรูปเสียก่อนครับว่ามันป๋นอะไร เวลานี้ เขาใช้ป๋นอะไรกัน และเมื่อเขาไม่ได้ใช้ป๋นสักกระบอกเดียวแล้วมีรูปมาจ่อนั้น ก็มีการ พยายามทํากันทุกวิถีทางเอามาประกอบกันนั้น ไม่เปึนปัญหาหรอกครับ เรื่องนี้ผม รับผิดชอบ ไม่ต้องไปโทษใครด้วยครับ ดําเนินการ ถามว่า นั่งดูเฉย ๆ อย่างนั้นแหละครับ คนก็ตะโกนด่ารัฐบาลบ้าอะไรวะไม่มีความสามารถ ผมบอกผมดําเนินการ ผมทําแบบ นุ่มนวล จัดการ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เขาทํานี่ ไม่ได้อ้างคําสั่งศาลไปทําอะไรใคร แต่คําสั่งศาล บอกว่า ให้ผู้ที่ชุมนุมนั้นออกไปจากบริเวณถนนราชดําเนิน ถนนพิษณุโลก บอกบริเวณไว้ เสร็จเรียบร้อย เพื่อความแน่ใจ ยังไปขอคําสั่งของกรมบังคับคดีมาด้วย แล้วเขาก็ส่ง เจ้าหน้าที่ของเขามา แล้วตํารวจก็เข้าไป ไม่ได้ไปป่ดหมายเรื่อง ๖ คน ๙ คนนั่นหรอกครับ ไม่ได้ไปจับกุมพวกนั้นด้วย ไปจัดการว่าให้คนออกจากบริเวณที่ศาลสั่ง แล้วก็มีการปะทะ กัน คนเปึนพัน ๆ คนหมื่น ๆ คนตํารวจเปึนร้อย ๆ คนเท่านั้นเอง แล้วปะทะกัน แล้วภาพที่ เกิดขึ้นอะไรล่ะครับ แล้วตํารวจบาดเจ็บ ๒๗ คน ไม่มีใครพุทโธ่เลย แต่ว่าไปดูหัวตรงนั้น ตรงนั้นมันของพรรค์อย่างนี้ล่ะครับ ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกครับ แต่ถามว่าใครปะทะใคร ตํารวจเขาเข้าไปตามคําสั่งศาลว่าให้ไปจัดการเคลียร์ตรงนั้นออก แล้วถ้าคนเราไม่ไปปะทะ ไม่เข้ามาต่อสู้ มันจะเกิดเหตุอย่างที่ว่าไหมครับ ของพรรค์อย่างนี้ต้องนึกถึงหัวอกบ้าง ผมรับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ต้องตํารวจคนไหนหรอก ผมนี่ล่ะครับรับผิดชอบ เพราะผมมีหน้าที่ จะต้องดูให้บ้านเมืองมันสงบราบเรียบ ถึงได้ไปขอศาล ศาลให้คําสั่งมา ๙ คน ผมยังถือไว้ ยังไม่ทําอะไร ไม่ไปบุก ไม่จับกุม ก็แสดงให้เห็นแล้ว เขาไปนั่งกันอยู่ตรงนั้น เอาพระมาล้อม เอาผู้หญิงมาล้อม เอาเด็กมาล้อม ก็ดูท่าทางอย่างนั้นแล้ว เปึนแบบนี้ก็ว่าไป แต่ข้างนอก ศาลสั่งให้ดําเนินการ แล้วทําไมล่ะครับ ทําไมเขาเข้าไปจัดการตามคําสั่งศาลว่าตรงนั้น ชุมนุมไม่ได้ ต้องเอาออกไป แล้วจัดการรื้อถอนก็มีคําสั่งให้รื้อถอน แต่ว่าถ้าไม่เข้ามาตรง ๆ ไม่มาชน ไม่มาปะทะมันจะเกิดเหตุไหมครับ แล้วปะทะแล้วตํารวจจะปัองกันตัวไหม ใครฟาดใครอย่างไรไม่รู้ได้ แต่ว่าข้อสําคัญที่สุดครับ วันนี้มีคนอดทนรอไหมครับว่า เสียงระเบิดปังมีควันนั่น มันเปึนไปได้ไหม อยู่กันดี ๆ คนละฟากแล้วตํารวจยิงแก๊สน้ําตา มาในที่โล่ง ๆ แล้วหลบกันใหญ่ แล้วก็เอาน้ําราดกันใหญ่ เขาก็บอกว่าเขาเอากล่องที่ เอามาแล้ว ที่มาฉีดรถดับเพลิง มันยังกําลังพิสูจน์กันอยู่นะครับ แต่ข่าวออกไปหมดแล้ว ตํารวจใช้แก๊สน้ําตา ชุดประจําการจะบุกเข้าไปกับเขาหรือเปล่า ก็ไม่ได้บุก ตํารวจยิง แก๊สน้ําตาทั้งที่ไม่ได้บุก ไม่มีเหตุผล เพราะฉะนั้นมีความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ ป๋นจี้หัวนั้นมันรูปจากสมัยไหน คณะไหนไม่รู้ แต่คิดหน่อยสิครับ ป๋นมันสมัยไหน รุ่นไหน ดูกระบอกป๋น ดูรูปร่างป๋นเสียก่อน ป๋นกระบอกเดียว คนเดียว ทําไมจะใช้ทําไมไม่ถือ ทุกคนล่ะครับ ข้อสําคัญทั้งหมด เรื่องมันมีเหตุเกิดขึ้น มันมีคนก่อการ แล้วเจ้าหน้าที่ ทางตํารวจ ตํารวจเขาก็ถือกฎหมาย เขาก็ดําเนินการ จะมีคนออกรับเดือดร้อนแทนพวกนั้น ก็ออกรับสิครับ ผมไม่ได้ว่าอะไร ออกรับแทน ว่ากันไป เดือดร้อนกันไป เพราะเอาภาพ อย่างนี้มาปลุกระดมกัน โดยเฉพาะโทรทัศน์เอเอสทีวีปลุกระดมกันจนกระทั่งตั้งข้อแม้ว่า ถ้าเผื่อใช้รุนแรงจะจัดการ นําเข้าพิสูจน์ได้เหมือนเรขาคณิตเลยนะ เพราะรุนแรงจึงต้อง จัดการ แล้วความเสียหายของบ้านเมืองมันคุ้มค่ากับที่ดําเนินการไหมครับ ที่คุณรณฤทธิชัย คานเขต ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อ ที่อภิปรายให้ฟัง ความเสียหายมันเกิดขึ้นอย่างไร มัน ไม่ได้สมควรแก่เหตุกันเลย เพราะฉะนั้นที่พูดจากันวันนี้ ผมรับฟังได้ แต่ต้องชี้แจงเดี๋ยวนี้ ครับว่า พยายามอย่างยิ่งที่จะให้มันเกิดอะไรกันขึ้นมา ไม่เกิด คนเปึนหมื่น ๆ อ้างมาว่า เปึนแสน ทําไมมันรักษาการอย่างนี้ได้ ทําไมตํารวจบาดเจ็บ ๒๗ คน ทําไมไม่มีใครล้ม ใครตาย ไม่มีใครนั่น พยายามหาบาดแผล เดี๋ยวก็เป่ดไป เดี๋ยวก็เป่ดซิกเคน (Sicken) เดี๋ยวก็ดูข้างหลัง เป่ดให้ดู พยายามจะให้เปึนเหตุ ไม่มีเหตุครับ แต่มีคนเจ็บร้อนแทน ผมก็ไม่ว่า จะตามไปดูอะไรต่าง ๆ ก็ได้ ไปเถอะครับไม่เปึนไร ผมก็ไปดูตํารวจ เพราะผม มีหน้าที่ผมสั่งงานเขา ผมนี่ล่ะครับสั่งให้นุ่มนวล ผมเปึนคนสั่งให้ถอยไปจาก ทําเนียบรัฐบาล แล้วผมเปึนคนสั่งให้นุ่มนวล ไม่ให้มีการปะทะ แต่เขาไปปฏิบัติการ โดยเจ้าหน้าที่ศาลบอกบริเวณนี้เวลาที่ศาลสั่งก็ดําเนินการ แล้วใครคนไหนครับ อยู่ดี ๆ เขายืนอยู่ริมถนน ตํารวจกราดเข้าไปเอาไม้ตีตรงนั้น ไม่ใช่นี่ครับ ดูภาพสิครับที่ยันอยู่ ที่แผงกันอยู่นั่น ทุกคนรักษาพื้นที่ เหมือนกลัวว่าถอยไปเปึนการแพ้ ก็มันปะทะกันจะทํา อย่างไร ต้องเรียกว่าปะทะกันอย่างนุ่มนวล มันก็ไม่มีใครตาย ต้องบาดเจ็บทั้ง ๒ ฝ์าย ก็เปึนปัญหาก็เท่านั้นเอง เท่านั้นครับ ผมถึงบอกว่าความรุนแรงมันต้องเทียบอัตราส่วนกันครับ ก็รัฐบาล พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐบาล ไหนไปดูสิครับ ปราบพม่าเข้ามาโรงพยาบาล ยิงตายเรียบเลยครับ ห่อผ้าขาวเปึนแถว ๆ นั่นไม่ค่อยรุนแรงเลยนะครับ ปราบเรียบร้อยดี ไม่ค่อยรุนแรงครับ ไม่มีจํานวนคน ไม่มีใคร ทั้งนั้นเลยครับ มีแต่คนบุกไปยึดโรงพยาบาลเท่านั้นครับ ยิงตายเรียบเลยครับ ๑๐ คน ไม่มีใครบ่น ไม่มีใครว่าเลยครับ สมควรแก่เหตุไหม แต่อย่างนี้มันทําอะไรครับ คนจะ จลาจลในบ้านเมือง ตํารวจไปจัดการบอกศาลสั่งให้ออกไปจากพื้นที่ก็ปะทะกัน ย่อมเกิด เหตุได้ครับ แต่อ้างเหตุตรงนี้เลยจะต้องหยุดงานกันทั่วประเทศ มันสมควรกันแก่เหตุ ไหมครับ สมควรไหมครับ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ชี้ให้เห็นเลย ครับ คําหนึ่งก็ศาล คําท่านประธานก็ศาล คําผมก็เปึนศาล แต่ว่าท่านดูสิครับป๋นที่มาจ่อ เขากําลังพิสูจน์กันอยู่ว่า เอารูปภาพมาประกอบเพื่อจะบอกเอาป๋นจ่อหัว มันมีไหมล่ะครับ เพราะมันไม่มี ดูป๋นมันนอกระบบไปทํากันที่ไหน เท่านั้นแหละครับ ขอบคุณท่านประธาน ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตพาดพิง
เชิญท่านพีระพันธุ์
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียว ท่านประธานครับ ผมพูดในที่ประชุม พรรคครับว่าวันนี้จะต้องใจเย็นมาก แล้วก็ผมตั้งใจส่วนตัวเลยครับว่าจะไม่ตอบโต้ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าญัตติท่านมาฟังความเห็นจากพวกผม ผมก็ให้ความเห็น ไปเท่านั้นครับ ส่วนท่านจะเชื่อ ไม่เชื่อ ผมเรียนแล้วครับ ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ วุฒิภาวะหรือวิจารณญาณของท่าน แต่การที่ท่านบอกว่าวิจารณญาณของผมในฐานะ ที่เคยเปึนผู้พิพากษาไม่ถูก เราทํางานด้วยกันมาเยอะ ผมไม่เคยมีปัญหาหรอกครับในการ ใช้วิจารณญาณในการทําหน้าที่ แม้แต่ตอนนี้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่สิ่งที่เปึน ประจักษ์พยานและจะไม่โต้แย้งท่านอีกแล้วครับ วิจารณญาณของท่านแบบนั้นแหละครับ บ้านเมืองถึงได้วุ่นวายลุกเปึนไฟวันนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่าน ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ศรีสะเกษ
ประท้วงอะไรครับ
ขอสิทธิพาดพิงครับ เสียหายครับ
ไม่มีใครพูดถึงท่านเลย นะครับ
ไม่ใช่ครับ ผมเปึนส่วนหนึ่งของรัฐบาลซึ่งรับผิดชอบในกรณีโรงพยาบาลราชบุรีครับ
กรณีอะไรนะครับ
โรงพยาบาลราชบุรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวพูด ๒ ครั้งแล้วนะครับ ว่าฝ์ายรัฐบาล ได้เข้าไปฆ่าคนที่ยึดโรงพยาบาล และท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งพูดเมื่อสักครู่นี้ว่า ในโรงพยาบาลไม่มีใครเลย ซึ่งไม่จริงครับ เสียหายครับ
ทราบแล้วนะครับ โอ.เค. นะครับ ท่านได้พูดแล้วนะครับ ท่านจะพูดอะไรต่ออีกหรือครับ
ขอชี้แจงไม่ได้หรือครับ ท่านประธานครับ
อนุญาตครับ ขอสั้น ๆ ด้วยนะครับ
ผมไม่ใช่เปึนคนพูดยาวอยู่แล้วครับ ผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อป้ ๒๕๔๓ ต้นป้มีกองกําลังชาวกะเหรี่ยงเข้าไปยึดโรงพยาบาลราชบุรี ผมไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบ โดยตรง ต่างจากกรณีก่อนหน้านั้น ในกรณีสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ แต่ในขณะเดียวกันผมเปึนส่วนหนึ่งของรัฐบาลซึ่งบริหารราชการแผ่นดินในเวลานั้น การเข้าไปยึดโรงพยาบาลราชบุรีโดยกองกําลังติดอาวุธเปึนเรื่องที่เปึนอันตรายอย่างมาก เปึนเรื่องที่ไม่ชอบธรรมครับ เปึนอันตรายเพราะว่ามีบุคคลเข้าไปรับการรักษาคนไทยเปึน หลายร้อยคน เปึนโรงพยาบาลใหญ่ ผมจําไม่ได้ว่ากี่ร้อยคน แต่ว่ามีแน่ ๆ ครับ ติดอาวุธ เข้าไปหลายคนครับ สิบกว่าคนครับ และยิ่งไปกว่านั้นครับไม่มีความชอบธรรมในทางใดทั้งสิ้น แม้แต่ในยามสงคราม กองกําลังติดอาวุธต่าง ๆ ก็ละเว้น ไม่เอาโรงพยาบาลไปเฝัา ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทําไป ในตอนนั้นถูกต้องครับ คือตัดสินใจจู่โจมเข้าไปเพื่อประกันความปลอดภัยของตัวประกัน ทุกคนครับ และในที่สุดตัวประกันทุกคนก็ปลอดภัย ไม่เปึนอะไรแม้แต่คนเดียวครับ ดังนั้น ไม่ได้เปึนไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดครับ ท่านไม่ได้พูดความจริงครับ เสียหาย มากครับ ท่านควรจะสํานึกผิดครับ ขอบคุณมากครับ
คืออย่างนี้นะครับ เชิญ
ท่านประธานครับ มันไม่มีความจริงตรงไหน มันมีทางรัฐบาลยิงคนตาย ไป ๑๐ คน เอาศพมาวางเรียงกัน มันมีความไม่จริงตรงไหนครับ มันมายึดโรงพยาบาล มันมาขอหมอไปรักษาเพื่อนมัน แล้วไม่มีหมอคนไหนยอมไป มันก็ยึดโรงพยาบาลไว้ มันก็ เลยถูกยิงตายหมด ๑๐ คน อย่างนั้นเขาไม่ใช้ความรุนแรง ผมพูดเท่านั้นเอง ถ้าไม่รุนแรง นี่ปะทะกันตรงนี้ บอกว่ามีความรุนแรง เท่านั้นแหละครับ ผมพูดอะไรผิดตรงไหน
เอานะครับ เดี๋ยว ท่านสุขุมพันธุ์ ถ้าเถียงกันอย่างนี้ เดี๋ยวไม่ได้อภิปรายต่อ ทุกท่านที่นี่ที่ได้รับฟังก็ทราบ ข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วนะครับ ผมขอร้องนะครับ เชิญนั่งนะครับ
ท่านประธานครับ ผู้ชมที่บ้านไม่ทราบข้อเท็จจริง เหมือนกับว่าโรงพยาบาลไม่มีคนอยู่เลย ๓๐๐ – ๔๐๐ คน ถ้าผมจําไม่ผิด ตัวประกันครับ ไม่มีใครอยู่ในนั้นเลย
ขอร้องนะครับ
ผมเคารพท่านประธานไม่ได้เคารพท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เชิญท่านกุเทพต่อเลย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ถ้าเราจะเอาประเด็นเล็กน้อย ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ แล้วมาเล่าโดยบอกว่าตัวเองไปพบข้อเท็จจริง ก็จะมีปัญหาอย่างนี้ เพราะว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นก็จะไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นวันนี้กระผมคิดว่าเมื่อทาง รัฐบาลได้ขอรับฟังความคิดเห็นของพวกเรา สมาชิกรัฐสภา ผมก็ประสงค์อยากจะแสดง ความคิดเห็นเพื่อที่จะให้เกิดการมองไปในอนาคตว่าเราควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เมื่อมีการพูดว่าใครเปึนต้นเหตุของปัญหาและมีการ ถามคําถามนี้ขึ้นมา ในมุมมองของกระผมก็อยากจะกราบเรียนท่านว่า ถ้าบอกว่ารัฐบาลนี้ เปึนต้นเหตุของปัญหา เราก็คงจะต้องถามคําถามว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และทํางานยังไม่ถึง ๖ เดือน ยังไม่ได้ตั้งงบประมาณแม้แต่ป้เดียว นี่หรือครับเปึนรัฐบาล ที่จะทําความเสียหาย ทําให้เกิดมีปัญหาหรือเปึนปัญหา กระผมจึงมองไม่เห็นว่า ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลนี้ กระผมย้ําว่ารัฐบาลนี้นะครับ เปึนต้นเหตุของปัญหา จึงเปึน ข้อกล่าวหาที่จะต้องพิจารณาอย่างถ่องแท้ว่ามันมีมูลที่จะเชื่ออย่างนั้นได้หรือเปล่า ก็รัฐบาลเขาไม่ได้มาจากอํานาจที่ไม่ได้ชอบธรรม เขามาจากการเลือกตั้ง และเขาเพิ่งมา นั่งทํางาน และเขาก็ยังไม่ได้จัดงบประมาณแม้แต่ป้เดียว แล้วก็ไปกล่าวหาว่ามีการทุจริต มีความไม่ชอบธรรมเยอะแยะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ให้เกิดความชัดเจนครับว่าการจะ กล่าวหาว่ารัฐบาลเปึนต้นเหตุของปัญหานั้น มันจะต้องพูดถึงประเด็นที่เปึนของจริง ตัวกระผมกราบเรียนท่านประธานว่าตัวปัญหาก็คือคนที่ก่อให้เกิดสถานการณ์ปัจจุบันนี้ นั่นเอง ผมไม่อยากจะไประบุถึงคนข้างนอกครับ แต่ผมบอกว่าคําว่า กลุ่มพันธมิตร เพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เรียกกันนี้ ก่อตัวขึ้นมาเมื่อป้ ๒๕๔๘ และเปึนสาเหตุ สําคัญที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองซึ่งเราก็เคารพ ผมยอมรับว่าการเคลื่อนไหวของ กลุ่มพันธมิตรในทางการเมืองนั้นเปึนแรงขับเคลื่อนสําคัญของการเมืองภาคประชาชน และนํามาสู่การเปลี่ยนแปลงมากมายซึ่งบางเรื่องก็ดี บางเรื่องเราก็ชื่นชม และที่สําคัญ บางเรื่องเราก็ต้องบอกว่ามันไม่ใช่เพื่อประชาธิปไตย แต่เปึนเพื่อเผด็จการ อย่างกรณีที่ไป ก่อการจนกระทําให้มีการก่อการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เราถือว่านั่นเปึนการทําให้ประชาธิปไตยหมดไป หลังจากที่มีการเคลื่อนไหวจนทําให้มีการ เปลี่ยนแปลงทางการเมือง กลุ่มพันธมิตรก็ดูเหมือนว่าจะถือว่าตัวเองคืออํานาจ ถ้าพูด ภาษาที่พอจะฟังกันรู้ก็คือว่า ตัวกูคืออํานาจ และข้าพเจ้าคือคนกําหนด เพราะฉะนั้นจึง เห็นถ้อยคําที่กลุ่มพันธมิตรใช้ ท่านประธานครับ เช่น ไม่ชนะไม่เลิก สงครามครั้งสุดท้าย ท่านจะเห็นว่าแสดงให้เห็นถึงความเปึนตัวตนของกลุ่มพันธมิตรว่าเขาต้องการเคลื่อนไหว ได้คืบเอาศอก
ขอความกรุณานั่งด้วยครับ
ผมก็ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นด้านโน้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมก็พูดแข่งเสียงที่พูดกันไป ก็ไม่เปึนไรครับ ผมก็เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่า ตัวปัญหาที่แท้จริงถ้าเรายอมรับก็คือว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรที่มีเปัาหมายเดิมมาแต่ต้นจะสอดคล้องกับแผนของ การที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เคยก่อหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่การ เปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นครั้งนั้นมีคนในกลุ่มพันธมิตรได้เสพอํานาจ ทางการเมืองหลายคน มีหลายคนอยู่ใน สนช. มีหลายคนได้ไปร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็ วางแผนกัน เสร็จแล้วเมื่อรัฐบาลนี้มาแม้จะยังไม่ถึง ๖ เดือน แม้จะยังไม่มีความผิด ก็โยง ไปสู่สิ่งที่พันธมิตรเคยเคลื่อนไหว มันไม่เปึนธรรมสําหรับรัฐบาลชุดนี้ท่านประธาน ไม่เปึนธรรมสําหรับประชาชนที่เขาไปเลือกรัฐบาลชุดนี้มา เพราะมันตัดขาดกันแล้ว ระหว่างรัฐบาลชุดก่อนกับชุดนี้ และจะไปบอกว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนหุ่นเชิดของรัฐบาลชุดนั้น มันก็เปึนวาทกรรมที่พูดได้ แต่ในความเปึนจริงต้องยอมรับว่า กิจกรรมทางการเมือง ของเราได้เกิดขึ้นจริง มีการเลือกตั้งจริง ตรงนี้แหละครับท่านประธาน ผมจึงบอกว่า ใครเปึนปัญหาแน่ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เปึนปัญหา ถามว่ารัฐบาลนี้ต้องการยุติ การชุมนุมหรือไม่ ผมบอกว่ารัฐบาลนี้ปล่อยให้มีการชุมนุมมาแล้ว ๓ เดือน ป่ดถนน มาแล้ว ๓ เดือน รัฐบาลนี้ไม่ได้ไปทําอะไรให้เขาเลิกการชุมนุมเลย เพราะถ้าการชุมนุม เปึนไปตามมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญ เปึนการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ รัฐบาลก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ แต่ถ้าเปึนการชุมนุมที่กระทําผิดกฎหมาย อย่างมีการไปบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที อย่างไปบุกยึดทําเนียบรัฐบาล อย่างนี้ถือว่า เปึนการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ท่านประธานครับ เอกสารที่
(นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ภาคอื่น) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประสงค์ประท้วง อะไรครับ
ขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายครับ ใช้คําพูดซึ่งทําให้เกิดความหวาดกลัวครับ ซึ่งไม่เปึนความจริงครับ คําพูดนั้นคือคําว่า ยึดทําเนียบ ผมได้ไปตรวจสอบดูด้วยเองแล้วเมื่อเช้าและวันก่อน หลายครั้งแล้วว่า ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลผู้ใดเข้าไปยึดทําเนียบรัฐบาลครับ
ไม่เปึนไรนะครับ ผมวินิจฉัยว่าอนุญาตให้พูดได้นะครับ
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ในเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่สภาทําแจกเราวันนี้ ถ้าท่านประธานไปอ่าน ในหน้า ๓๑ เขาเขียนไว้ชัดเจนครับบอกว่า แม้ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส จะส่งเสริมการชุมนุมโดยสงบ แต่รัฐก็มีมาตรการเข้าควบคุมผู้ชุมนุมมิให้ เกิดการละเมิดกฎหมาย โดยประเทศเหล่านี้ยึดหลักที่ว่า การที่ผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น เปึนการทําร้ายสังคม มิใช่เปึนการทําร้าย เจ้าหน้าที่รัฐเปึนการส่วนตัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถใช้มาตรการตามกฎหมาย เพื่อยุติการละเมิดดังกล่าวได้ทันที โดยไม่จําเปึนต้องรอให้มีการทําร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ เสียก่อน นี่คือหลักการของประเทศทั่วไป ถามว่าเมื่อผู้ชุมนุมเข้าไปใช้ทําเนียบรัฐบาล เปึนเวทีชุมนุม ซึ่งกระผมก็ต้องกราบเรียนว่า ก็คือยึดทําเนียบนั่นแหละครับ เพราะผู้ชุมนุม เองบอกว่ายึดทําเนียบได้คือชัยชนะ เมื่อเขายึดทําเนียบแล้ว รัฐบาลก็ได้ดําเนินการตาม กระบวนการของกฎหมายทุกอย่าง เพื่อที่จะให้เขาเลิกทําผิดกฎหมาย ท่านประธานครับ หัวใจปัญหาของเราขณะนี้ไม่ใช่การชุมนุม แต่เปึนการชุมนุมที่ไปใช้สถานที่ราชการเปึนที่ ชุมนุม แล้วเปึนการกระทําการผิดกฎหมาย หลักฐานที่รัฐบาลยื่นไปให้ฝ์ายตุลาการ พิจารณาแล้วออกคําสั่งจับผู้ชุมนุมที่ไปอยู่ตรงนั้น รวมทั้งที่มีคําสั่งคุ้มครองให้ออกไปจากทําเนียบรัฐบาล เปึนหลักฐานยืนยันว่ามีการทํา ผิดกฎหมาย ประเด็นหัวใจอยู่ตรงนี้ ข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรที่บอกว่ารัฐบาล ต้องลาออก ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เลิกการชุมนุมตรงนั้น ตรงนี้แหละครับเปึนปัญหาที่ท้าทาย ผมขอถามท่านประธานว่า รัฐบาลนี้ไม่มีทางที่จะทําอย่างนั้น ถ้าพันธมิตรใช้วิธีการ ผิดกฎหมายกดดันรัฐบาลให้ลาออกได้ตามระบบ แสดงว่าเรากําลังสร้างบรรทัดฐานที่ผิด ต่อประเทศนี้ไปอีกยาวไกล ใครจะให้หลักประกันได้ครับท่านประธานครับ พรรคใดก็ตาม เข้ามาเปึนรัฐบาล แล้วคนกลุ่มหนึ่งไม่ชอบ ใช้วิธีง่าย ๆ ว่าไปยึดทําเนียบแล้วยึดอํานาจ รัฐบาลต้องพ้น วันนี้ผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีขอเปึน ข้อเสนอแนะว่า ๑. ท่านใช้วิธีการถูกแล้ว ใช้ความอดกลั้น อดทน ท่านนายกรัฐมนตรี ของผมเปึนคนที่ค่อนข้างจะพูดโผงผาง แต่ท่านได้ใช้ความอดกลั้น อดทนกับกลุ่มนี้ มาตลอด ซึ่งผมชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้หลักทศพิธราชธรรม ทานัง สีลัง ปริจาคัง อาชชะวัง มัททะวัง ตะปัง อักโกธะ อะวิหิสัญจะ ขันติญจะ อะวิโรธะนัง ท่าน นายกรัฐมนตรีเปึนขวัญใจของพระสงฆ์ทั่วประเทศ เปึนคนเข้าใจหลักศาสนา ท่านรู้ดีว่า ธรรมของผู้นําคือทศพิธราชธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้ปกครองพสกนิกรของ พระองค์ คําว่า ขันติ คืออดทน อดกลั้น แล้วอย่าใช้ความรุนแรง เพราะถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีไปใช้ความรุนแรง ปัญหาก็คือว่า แม้ไม่ใช้ คนก็จะใช้ให้ท่านอยู่แล้ว ผมทราบว่าตอนนี้มีคนวางแผนจะยิงเอ็ม ๗๖ (M ๗๖) เข้าไปในทําเนียบ ทําให้เกิด ความวุ่นวาย แล้วที่สําคัญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ บช.น. ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ได้ ทํา ตํารวจไม่ได้ทํา แต่มีคนไปขยายผล แล้วคนที่พบกับผมที่เปึนฝ์ายตรงข้ามกับรัฐบาล ดีใจมาก บอกว่างวดนี้เขาชนะแล้ว ข่าวที่พาดหัวข่าววันแรกเมื่อกลุ่มพันธมิตรเข้าไปใน ทําเนียบ เขาบอกว่าพันธมิตรเข้าทางรัฐบาล แต่พอเหตุการณ์ที่ บช.น. มีคนร้องห่มร้องไห้ ปรากฏว่าข่าวกลับ รัฐบาลรอล่ม เห็นไหมท่านประธานครับ ความรุนแรงมันขยายผลทาง การเมือง แล้วคนปรบมือให้คือคนที่จะลงไปให้กําลังใจ อ้างว่าไปให้กําลังใจคนป์วย คนเจ็บจริง ๆ แล้วไปเดินเวียนวน เหมือนกับส่งสัญญาณว่าชนะแน่ ชนะแน่ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีใช้มาตรการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไม่ว่าลาออกหรือยุบสภา มันเปึนการเปลี่ยนแปลงในระบบ ท่านนายกรัฐมนตรีจํายอมต่อการกดดันโดยวิธีการ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผมขอให้ท่าน ท่านนายกรัฐมนตรียืนหยัดยืนยัน ถ้าจะเปลี่ยนแปลง นอกระบบไม่เปึนไร ถ้าเขาเชื่อว่าเขาจะสามารถให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนอกระบบ และ เปึนชัยชนะของเขา ไม่ใช่ความรับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรีให้มันเปลี่ยนไป เกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ท่านอุ้มไว้ไม่ได้ คนเหล่านี้ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วตัวเอง ได้อํานาจไปด้วย เข้าไปเสพอํานาจ หลง เลยใช้วิธีพลาง เรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ลาออก รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ลาออก เขาก็จะยืนยันให้มีการก่อการเพื่อ
(หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภา (ภาคอื่น) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านปรียนันทนาประท้วง อะไรครับ
ขอประท้วง ค่ะท่านประธาน เมื่อกี้ท่านสมาชิกที่พูดไปนะคะ ดิฉัน หม่อมราชวงศ์ปรียานันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภา เมื่อกี้ท่านสมาชิกที่พูดท่านกล่าวถึงทศพิธราชธรรม ถ้าดิฉันได้ยิน ไม่ผิดว่านายกรัฐมนตรีมีทศพิธราชธรรม คํานี้ใช้ได้เฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ค่ะ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ เปึนคํากล่าวหาที่รุนแรงร้ายกาจที่สุด ผมขอกราบเรียนว่า ท่านผู้ประท้วงผมต้องระวังนะครับ ผมนี่บวชเรียนมาช่ําชองในธรรมะ ผมรู้นะครับ ท่านไม่ใช่คนที่ช่ําชองในธรรมะ ท่านอย่ามากล่าวอย่างนี้ เปึนที่เสียหาย ทศพิธราชธรรม เกิดมาตั้งแต่สมัยพระพุทธองค์ พระองค์ให้ผู้นําไม่ว่าจะเปึนกษัตริย์ ประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรีใช้หลักธรรมนี้เพื่อปกครองประเทศ เขาเรียกว่า ดาร์มะ ฟอร์ เดอะ รูเลอร์ส (Dharma for the rulers) ธรรมะสําหรับคนปกครอง เพราะฉะนั้นการที่ท่าน มากล่าวหาว่าผมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างนี้สมควรกล่าวหรือท่านประธานครับ
(หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภา (ภาคอื่น) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ขอโทษ ขออนุญาตท่านประธานค่ะ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงด้วยครับท่านครับ
เอาทีละคนครับ นะครับ ท่านหม่อม
ทศพิธราชธรรม เปึนราชาศัพท์อยู่แล้วค่ะ แล้วก็บุคคลธรรมดาไม่สามารถใช้ราชาศัพท์ ได้นะคะ ยิ่งทศพิธราชธรรมก็ระบุถึงเปึนพระราชธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เท่านั้นค่ะ เปึนคําของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นค่ะ ซึ่งไม่ควรจะมาใช้ในสภานี้ ขอยืนยันค่ะ ดิฉันไม่ผิดค่ะ
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านยอมสุภาพสตรีอย่างท่านนายกรัฐมนตรีแล้วกันนะครับ คุณกุเทพ ท่านถอนอันนั้น ไปก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวท่านจะได้อภิปรายต่อได้นะครับ
ไม่ใช่ ครับท่านประธาน คือการประท้วงต้องมีหลัก ประท้วงว่าผมพูดผิดอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าผมผิด ข้อบังคับประท้วงได้ ท่านจะให้สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติกระทําการอย่างนี้หรือครับ กล่าวหาผมว่าดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ท่านไม่ได้กล่าวหา หรอกครับ ท่านเพียงบอกว่าใช้คําที่
แล้วผม มีสิทธิอธิบายครับ ท่านประธานครับ ว่าผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมอธิบายนั้นถูกต้อง ผมกราบเรียน ท่านประธานอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ผมช่ําชอง คนอื่นจะคิดอย่างไรผมไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าหลักที่เขา ใช้ชื่อธรรมนี้เปึนชื่อหัวข้อธรรม ทศพิธราชธรรม ธรรมของพระราชา ๑๐ ประการ มันไม่ใช่ ราชาศัพท์ เปึนชื่อหัวข้อธรรม และจะให้เรียกธรรมว่าอย่างไรครับ แล้วหัวข้อธรรมนี้ก็ใช้ได้ กับทุกคนที่เปึนผู้นําไม่ว่าฝ์ายค้านหรือรัฐบาล ผู้ปกครองใช้ได้หมด เอาล่ะครับ ข้อเท็จจริงจะเปึนอย่างไรก็ตาม ผู้ประท้วงต้องมีเหตุผล ท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าเขา ประท้วงผมผิดข้อบังคับข้อไหน ถ้าเปึนเพราะว่าผมพูดผิดเขาประท้วงไม่ได้ กฎข้อบังคับ ไม่ให้ประท้วง ต้องให้สมาชิกรัฐสภาที่ได้รับการแต่งตั้งมา ไม่ค่อยชํานาญข้อบังคับ เขาได้ เข้าใจข้อบังคับการประชุมด้วย
(ร้อยตํารวจโท เชาวรินท ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เอาอย่างนี้ เดี๋ยว มีประท้วงเยอะแยะไปหมดแล้วนะครับ เอาท่านเชาวรินก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาตประท้วงเพื่อนสมาชิก รัฐสภาที่ทําให้ภาพลักษณ์ของรัฐสภาเสียหาย เพราะท่านลุกขึ้นมาประท้วงผู้ที่กําลัง อภิปรายโดยที่ท่านไม่รู้เรื่องเลย ทศพิธราชธรรมนั้นเปึนธรรมสําหรับนักปกครอง ใครก็ ใช้ได้ทั้งหมด โรงเรียนผู้นําเขาก็สอนว่าผู้นําต้องมีทศพิธราชธรรม ไม่ได้จํากัดว่าจะต้องใช้ เฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทศพิธราชธรรมนั้นกําเนิดตั้งแต่สมัยพุทธกาลโน้น นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านอย่าให้สมาชิกของเราประท้วงส่งเดช เสียหาย ท่านประธานครับ วันนี้มันถ่ายทอดด้วย รัฐสภาเสียหายผมก็เสียหายไปด้วย ช่วยจํากัด หน่อยครับ ท่านประธานครับ
(นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สุราษฎร์ธานี) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านเชนต่อนะครับ ท่านประท้วงอย่างไรครับ
ท่านประธานครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงผู้อภิปรายที่กําลัง อภิปรายอยู่กับผู้ที่เพิ่งประท้วงไปเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงตาม ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ การที่สมาชิกได้อภิปรายและก็มีผู้ถูกประท้วง ท่านประธานได้วินิจฉัย คําวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเปึนที่สิ้นสุด สมาชิกในสภานี้ต้องเคารพการวินิจฉัย ของท่านประธาน ขณะที่สมาชิกไม่เคารพการวินิจฉัยของท่านประธานก็จะทําให้ การประชุมไม่สามารถเดินไปได้โดยความราบรื่น ท่านประธานครับ เมื่อกี้มีการกล่าวว่า สมาชิกไม่เข้าใจข้อบังคับ ผมยืนยันว่าท่านประธานมีอํานาจในการวินิจฉัย คําวินิจฉัยของ ท่านประธานถือว่าเปึนที่สิ้นสุด สมาชิกจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของท่านประธานครับ
ท่านกุเทพครับ
เอาอย่างนี้ครับท่านประธานครับ เพื่อความสงบของสภา ผมก็ไม่ตําหนิเพื่อน ๆ หรอกครับ ท่านบางท่านอาจจะไม่รู้บางเรื่องก็เปึนเรื่องที่ท่านไม่รู้ ผมก็เคารพ แต่ว่าการที่จะมากล่าวหาว่ากระผมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มันเปึนข้อกล่าวหา ที่ใหญ่มาก เขาไม่ต้องถอนหรอกครับ แต่ขอให้ท่านเข้าใจว่ากระผมไม่มี
ผมคิดว่าทุกท่านเข้าใจดี ว่าท่านไม่ได้หมิ่นอะไรหรอก เพียงแต่
ถ้าอย่างนั้นก็กราบขอบคุณท่านประธานนะครับที่ช่วยยืนยัน เพราะผมเองก็ไม่อยาก ต่อล้อต่อเถียง เพราะบางเรื่องก็เปึนเรื่องที่มันไม่มีจุดจบ กระผมขอกราบเรียน
(นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ภาคอื่น) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยว ๆ นะครับ ท่านประสงค์ประท้วงอะไรอีกนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ นุรักษ์ ผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ เมื่อสักครู่นี้ท่าน ขอประทานโทษท่าน ขอเอ่ยชื่อ ท่านกุเทพนะครับ ที่บอกว่าท่านสมาชิกซึ่งมาจากการแต่งตั้ง ผมไม่เคยเห็น รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ตอนหนึ่งตอนใดว่าสมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งครับ
เอาแล้ว ๆ ท่านประสงค์ ผมวินิจฉัยแล้ว
ผมต้องการให้ประชาชน เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ
อันนั้นเขาเรียกว่าเปึน คํากล่าว ไม่เปึนไรนะครับ เชิญท่านกุเทพต่อนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
(นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (ภาคอื่น) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านมณเฑียรมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ กระผมมีความ จําเปึนต้องขอประทานอนุญาตจากท่านประธาน เนื่องจากว่าผู้อภิปรายได้พาดพิงถึง สมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน แล้วผมคิดว่าอาจจะเกิดความเสียหายนะครับ ผมเปึนหนึ่งใน สมาชิกวุฒิสภาเหล่านั้นนะครับที่ท่านได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ในทํานองว่า สมาชิกวุฒิสภา ที่ไปในที่ชุมนุมนั้นนะครับ มีลักษณะของการไปเชียร์ (Cheer) ผู้ชุมนุมมากกว่า ซึ่งกระผม ต้องขอชี้แจงนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการ ทั่วประเทศ
เดี๋ยว ๆ ไม่ใช่ ๆ ท่านจะ ประท้วงอะไรครับ
คือผมขออนุญาต ท่านประธาน
ไม่ได้ ๆ เดี๋ยวท่านจะได้ อภิปราย แต่ตอนนี้ท่านประท้วง ท่านบอกว่าท่านประท้วงอะไรนะครับ ถ้าเผื่อท่านไม่มี อะไรประท้วง
ท่านได้กล่าวพาดพิง ถึงพวกกระผมว่าได้ไปในที่ชุมนุมครับ
คือก็ไม่ได้กล่าวถึงท่าน ด้วยนะครับ เอาเถอะนะครับ ท่านมณเฑียรเชิญนั่งนะครับ เชิญนั่งได้ครับ เชิญท่านกุเทพ ต่อนะครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผมกําลังกราบเรียนท่านประธานว่า
ผมขอประท้วง ครับ ผม ศุภชัย โพธิ์สุ ท่านประธานครับ
ท่านศุภชัยประท้วงอะไร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ ประท้วงท่านดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ขออภัยที่เอ่ยนามไปเมื่อกี้ ได้ประท้วงในข้อบังคับ ข้อ ๔๓ กล่าวหาใส่ร้ายท่านกุเทพ ใสกระจ่าง เปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรงมาก โดยกล่าวหา ท่านกุเทพ ใสกระจ่าง ว่ากล่าวคําพูดในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ข้อกล่าวหานี้ เปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรงมาก เมื่อกี้ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยว่า ท่านดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่การกล่าวในที่ประชุมแห่งนี้ได้ถูกบันทึก เอาไว้ในบันทึกการประชุมเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นท่านประธานต้องให้ท่านผู้ทรงเกียรติ ที่ได้กล่าวหาท่านดอกเตอร์กุเทพถอนคําพูดที่ว่า ท่านดอกเตอร์กุเทพหมิ่น พระบรมเดชานุภาพ เพราะเปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรงมากครับ ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัย
รู้สึกประท้วงกันใหญ่แล้ว เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ทุกอย่างคงราบรื่นแล้ว ท่านกุเทพก็รับทราบแล้วว่า ผมบอกว่า ท่านก็พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะหมิ่นบรมเดชานุภาพหรอก ท่านก็พูด ทุกคน ก็เข้าใจอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับ
ท่านประธาน ครับ ถ้าข้อกล่าวหาว่าผิดข้อบังคับ ไม่ปฏิบัติตามมารยาท ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของ การประชุม ผิดข้อบังคับธรรมดา ๆ นี่เปึนเรื่องที่น่าจะอะลุ่มอล่วยกันได้ แต่ข้อกล่าวหา ที่บอกว่าดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ข้อกล่าวหานี้แค่ได้ยิน ใครได้ยินก็ตกใจแล้วครับ ฉะนั้นเปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรงมาก จะต้องถอนครับ ไม่ถอน ไม่ได้ครับ
คืออย่างนี้นะครับ เดี๋ยว ผมวินิจฉัยให้ ท่านก็ไม่ได้บอกอย่างนั้นหรอก ท่านเพียงแต่บอกว่า คํานี้เปึนคําที่ใช้กับ พระมหากษัตริย์อะไรเท่านั้นเอง เอาเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ
ท่านประธาน ครับ ผมยังประท้วงอยู่นะครับ กรุณาเป่ดเทปฟังได้ครับ ถ้าไม่มีคําพูดบอกว่าดอกเตอร์ กุเทพ ใสกระจ่าง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมท้าเอาตําแหน่งเดิมพันเลยครับ กล้าไหม ถ้าไม่อย่างนั้น ต้องถอนครับ เพราะข้อกล่าวหานี้รุนแรงมากครับ ถ้าสมัยโบราณกาลตัด ประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตรนะครับ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพครับ
ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาครับ ท่านประธานได้วินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ไปเรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็เปึนอันเด็ดขาด ผมเข้าใจว่าต้องหารือที่ประชุมครับว่า ถ้าอยากจะดําเนินการเพื่อหารือต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อคลี่คลายวิกฤติ คําวินิจฉัยของ ประธานสภาต้องได้รับความเคารพนะครับ และได้รับการปฏิบัติตาม
ท่านประธาน ครับ คนที่กําลังอภิปรายอยู่ไม่มีสิทธิที่จะอภิปรายนะครับ
เอาอย่างนี้ ๆ ทุกท่าน นะครับ ผมวินิจฉัยแล้วว่าไม่มีข้อความที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขอให้ยุติเรื่องนี้นะครับ ท่านกุเทพจะได้อภิปรายต่อนะครับ เชิญนั่งทั้ง ๒ ท่านนะครับ เชิญเลย เชิญนั่งนะครับ เชิญท่านกุเทพต่อนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผมก็ต้องกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับ จริง ๆ แล้วผมรู้สึก ว่าคํานั้นมีอยู่ แต่เมื่อท่านประธานบอกว่า ผู้กล่าวหากระผมอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ว่ากันไปอย่างนั้น กระผมก็ไม่ติดใจนะครับ แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ได้กรุณาขออนุญาตแนะนําท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล กระผมก็มีประเด็นที่จะเสนอ ความเห็นเพิ่มเติมก็คือว่าเมื่อท่านได้ใช้ความอดกลั้นอดทนจนถึงที่สุด หลีกเลี่ยง ความรุนแรง เพราะรู้ว่าเขาจะใช้ความรุนแรงนี้เปึนเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนระบบการเมือง เพื่อเปลี่ยนจากสถานภาพที่เขาเรียกร้องให้ท่านลาออกหรือยุบสภา เปึนเพียงเปัาหมาย ลวง แต่เปัาหมายหลัก ท่านประธานครับ เขาจะยึดสถานที่ตรงนั้น จนกระทั่งว่าในที่สุด จะมีคนมาใช้อํานาจเปลี่ยนแปลง ตรงนั้นถือว่าท่านนายกรัฐมนตรีคุมไม่ได้ ผมก็จะไม่ไป ต่อว่าท่าน แต่ถ้าท่านตัดสินใจตามแรงกดดันตรงนั้นในสภาพที่เราเปลี่ยนแปลงในระบบ จะไปเข้าทางกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไปแอบจับมือกับพันธมิตร หวังว่าถ้าเปลี่ยนแปลงกัน ในระบบเขาก็จะได้เสพสมอํานาจที่ท่านนายกรัฐมนตรีผ่องถ่ายลงไป ตรงนั้นจะต้องไม่ให้ เกิดขึ้น เพราะจะเปึนบรรทัดฐานที่ไม่ดี จะมีคนใช้วิธีที่ผิดกฎหมายนี่มากดดันรัฐบาลต่อ ๆ ไป แล้วสังคมไทยเราต่อไปก็ไม่สามารถที่จะเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภาได้ ถามว่าแล้วเรา จะทําอย่างไรกับคนที่ไปอยู่ในทําเนียบ ประกาศชัยชนะอยู่ในทําเนียบ ยึดครองทําเนียบ เอาห้องประชุมเปึนห้องประชุมของคนที่เปึนแกนนํา เอาสถานที่ที่สงวนไว้สําหรับทํารัฐพิธี ทําเปึนที่เทขยะ ผมก็กราบเรียนว่ามาถึงขั้นนี้ท่านนายกรัฐมนตรีทําอะไรไม่ได้หรอกครับ แม้แต่ศาลยังเอาไม่อยู่ ท่านก็ต้องปล่อยไปอย่างนั้น วันนี้เหมือนกับว่าเขาได้เปลือยกาย ล่อนจ้อนให้อยู่ในสายตาของชาวโลก เขานึกว่ายึดทําเนียบแล้วยึดอํานาจได้ จึงได้ยิน เสียงหนึ่งในวันนี้บอกว่า ท่านไปเซ็นงานที่ไหน เขานึกว่าทําเนียบคืออํานาจของประเทศ ทําเนียบเปึนเพียงสัญลักษณ์ เมื่อวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าทําเนียบไม่ได้ท่านก็ไป ประชุมที่อื่นก็ยังสั่งการได้ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนว่าปล่อยให้มันไปอย่างนั้น ไม่เปึนไร ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปทํางาน ท่านนายกรัฐมนตรียังมีพลังเงียบนับเปึน ๕๐ – ๖๐ ล้านคน ที่รอคอยความช่วยเหลือจากท่าน มีเกษตรกรนับหมื่นนับแสนที่รอการ ช่วยเหลือจากรัฐบาล พระสงฆ์องค์เจ้าให้กําลังใจท่านมาไม่ขาดสาย ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มที่ อ้างตัวว่าเปึนสมณะ แล้วก็เข้าไปแวดล้อมคนที่ก่อการ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องเห็นใจพลังเงียบเหล่านั้นที่รออยู่นับหมื่นนับแสน ที่สําคัญท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมีวาระงานที่จะต้องทําต่อไปนี้อย่างน้อย ๓ เดือน มองเห็นข้างหน้าอยู่ ว่างานเหล่านี้เปึนงานที่จะต้องทําถวาย เปึนงานใหญ่ มีรัฐพิธี มีเรื่องต่าง ๆ ที่ท่าน นายกรัฐมนตรีจะต้องทําให้สําเร็จ ถ้าไปจํายอมต่อการกดดันด้วยวิธีที่ผิดกฎหมายเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีความมุ่งมั่นจริง ผมเชื่อแน่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีความอ่อนไหวสถานการณ์จะเปึนอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมขอ ๒ เรื่องเท่านั้นเองว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องอดกลั้นอดทน อย่างที่ท่านได้ทํามาแล้วเปึนที่ประจักษ์ ซึ่งเรื่องนี้เราขอชื่นชมรัฐบาล ขอชื่นชม ท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ยืนหยัดต่อไป ข้อกล่าวหาของใครก็ตามที่ไปพูดถึงความรุนแรง มีการฉายภาพมีการอธิบายความว่าใครบาดเจ็บตรงไหน อย่างไร มันเปึนประเด็นที่ สามารถหาข้อพิสูจน์และแก้กันไปในระบบ แล้วผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี และ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลในเรื่องนี้ก็จะไม่ให้หนักใจกับฝ์ายทหารเขา วันนี้ผมเข้าใจว่าทหารเขา เขาก็อยู่ในหน้าที่ของเขา เขาไม่อยากเข้ามายุ่งกับสถานการณ์ การชุมนุมทางการเมือง ท่านประธานครับ ผมไปออกรายการทีวีกับนักวิชาการ ไปออก รายการทีวีบางช่อง ซึ่งก็ต้องบอกว่าเราได้เห็นความรู้สึกที่มันเปึนปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลจริง ๆ ผมไปในฐานะคนที่อธิบายจุดยืนของรัฐบาลก็ต้องบอกว่าอึดอัดมาก เพราะเขาเรียกร้อง อย่างเดียวว่าเรื่องนี้ถ้าจะแก้ไขง่ายนิดเดียว คือนายกรัฐมนตรีต้องลาออกมันง่ายอย่างนั้น เลยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มันเหมือนกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่ไม่ต้องไปพูด กันเลยว่าผลกระทบต่อประเทศในอนาคตจะเปึนอย่างไร
(นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สุราษฎร์ธานี) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
เดี๋ยวนะครับ ท่านเชน ประท้วงอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ ผมประทานโทษจริง ๆ ด้วยความเคารพท่านประธาน และเคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่อยากเห็นภาพของสื่อมวลชน ทีวีที่ถ่ายทอดไปที่บ้าน เห็นภาพนายกรัฐมนตรีรับประทานอาหารอยู่ในห้องประชุม สิ่งสําคัญท่านประธาน ผมร่างข้อบังคับการประชุมด้วยก็ลืมเขียน และก็ไม่มีใครเขียนว่าไม่ควรที่เอาอาหาร มารับประทานในห้องประชุม ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านหิวควรจะไป รับประทานอาหารข้างนอกก่อน แล้วค่อยเข้ามาในห้องประชุมก็ได้ ท่านประธานครับ
เอาล่ะครับ ผมวินิจฉัย นะครับ ถ้าท่านอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีรับฟังอยู่ตลอด เชิญครับ
ท่านประธานครับ ไม่ต้องหัวเราะไม่เปึนไรหรอก ท่านประธานครับ ผมก็ ไม่เคยคาดคิดว่าจะมาถูกประท้วงในเรื่องพรรค์อย่างนี้ ผมไม่ได้เอาจานไม่ได้เอาช้อนส้อม มานั่งกินข้าวอยู่ในนี้เลย อุตส่าห์เพื่อจะไม่ลุก เมื่อกี้เข้าไปห้องน้ําหน่อยเดียว ก็รีบออกมา นั่งเพราะต้องการจะฟังตลอด ก็ให้เขาซื้อของขบเคี้ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเพื่อมาบรรเทาหิว จะต้องนั่งถึง ๕ ทุ่มวันนี้ นี่ล่ะครับ ที่ผมบอกว่าสุภาษิตผมว่า ทําดีอัปรีย์กินหัว ถ้าทําชั่ว มีคนคอยปกปัองให้ ผมไม่ได้ทําความชั่วเลยนะนั่งกินของขบเคี้ยวเล็กน้อยเท่านั้นเอง สักเดี๋ยวก็ลุกออกไป
ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ผมก็บอกแล้วก็บอกว่าเพื่อจะได้นั่งฟังท่านตลอด
ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านกุเทพต่อนะครับ
ท่านประธานครับ คือผมคิดว่าในเรื่องที่ผมกําลังกราบเรียนอาจจะมีประเด็นที่มันร้อนแรง ผมก็พยายามใช้การพูดจาที่ไม่ร้อนแรงเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าทําไมมันทําให้ร้อนแรง ผมก็ต้อง ขอโทษท่านประธานด้วยที่ทําให้ท่านควบคุมการประชุมด้วยความยากลําบาก แต่ผม กราบเรียนท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรีกําลังเผชิญกับเสียงของคนที่เรียกร้องท่าน ด้วยวิธีง่าย ๆ บอกว่าถ้าอยากให้ทําเนียบสงบให้คนนั้นออกก็ลาออกสิ อย่างนี้ท่านถ้าไป ฟังง่าย ๆ อย่างนั้นมันเหมือนกับว่าจะเปึนจริง แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันไม่จบ แค่นั้นหรอกครับ เรากําลังสร้างองค์กรหนึ่งขึ้นมามีอํานาจเหนือทุกองค์กร องค์กรนี้เปึน องค์กรที่มาจากไหนไม่รู้เรียกตัวเองว่าเปึนกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง สถาปนาผู้นําขึ้นมา แล้วก็ บอกว่าจะเรียกร้องทุกอย่างได้ดั่งใจ ไม่เคารพอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร แม้กระทั่ง อํานาจตุลาการ ถ้าเผื่อว่าเขาเรียกร้องแล้วท่านนายกรัฐมนตรีต้องยอมเปลี่ยนแปลง ในระบบ ผมคิดว่าต่อไปนี้ไม่มีใครที่จะพูดจากับองค์กรนี้ได้เลย เขาจะสามารถกําหนดเปึน ซูพรา ออคเคชั่นแนล กรุ๊ป (Supra occasional group) กลุ่มคนที่เปึนองค์กรเหนือองค์กร เหนือรัฐ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ อยากให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี ว่าใครก็ตามที่ไปแอบเผลอว่าถ้าอยู่กับองค์กรนี้จะได้ดิบได้ดีเปึน ส.ส. ได้ เปึน ส.ว. ได้เปึนรัฐบาลได้ วันหนึ่งเขาจะรู้สึกท่านประธานครับ ถ้าเขาเปึนรัฐบาลแล้วมีองค์กรนี้ อยู่เคียงข้าง วันนั้นแล้วจะรู้สึกว่าระบบรัฐสภาของเรานี่มันจะไม่สามารถทํางานได้เลย เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไม่สามารถว่าคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้น ในสภานี้ ต่างชาติเขาจะมองว่า เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นในสภานี้ ต่างชาติเขาจะมองว่าประเทศไทยนี้จะมาทําข้อตกลงอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าจะเกิด การเปลี่ยนแปลงจากที่ไหนไม่รู้ เพราะกําหนดจากนอกสภา เพราะฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพ ผมจึงกราบเรียนให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีไม่ค่อยได้เจอท่านหรอกครับ แต่ว่าวันนี้ต้องบอกว่าการที่ท่านได้อดกลั้นอดทนนํารัฐนาวาของท่านฝ์าฟันวิกฤติมาถึง วันนี้ถือว่าท่านมีความอดกลั้นสูง ขอให้ท่านได้ใช้หลักธรรมนี้ต่อไป อย่าลืมหลักธรรมของ นักปกครอง ๑๐ ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อขันติ คือความอดทน ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านกฤช อาทิตย์แก้ว ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกําแพงเพชร ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขออนุญาตพูดนอกเรื่องนิดหนึ่ง ผมกําลังง่วง ๆ เมื่อกี้นี้ มีเหตุการณ์ ตลกเกิดขึ้นหลายอย่าง ก็เปึนตลกที่น่าสนใจ ทําให้ผมหายง่วง เข้าเรื่องเลย ท่านประธาน ครับ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าว ผมเรียนตรงนี้ ก็ได้ว่ามติชนรายวัน ลงข่าวว่ามี ส.ว. กลุ่มหนึ่งมี ๓๐ คน ได้เดินทางไปพบผู้ชุมนุม ที่ทําเนียบรัฐบาล และมี ส.ว. อีกหลายคนขึ้นเวทีพันธมิตรประกาศหนุนแนวทางพันธมิตร บังเอิญครับท่านประธาน ในจํานวนดังกล่าวมีชื่อ หมายเลขที่ ๒๖ นายกฤช อาทิตย์ ความจริงเขาพิมพ์ผิด ผมมี แก้ว ด้วย ผม กฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว. กําแพงเพชร ไปร่วมด้วย ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ไป อาจจะมีการผิดพลาดในการดูตัวบุคคล หรือจะผิดพลาด ในเรื่องใด ๆ ผมไม่ทราบ ไม่อาจทราบได้ เพราะวันนั้นผมเดินทางไปสัมมนากับเพื่อน ๆ ส.ว. ที่อําเภอหัวหิน ขอแก้ข่าวว่าผมไม่ได้ไป ผมมีวิธีคิดส่วนตัวของผมเอง ก็อยากนําเรียน ข้อเท็จจริงให้ทราบเสียก่อน ท่านประธานครับ ผมมาเปึนสมาชิกวุฒิสภาด้วยความตั้งใจ หลังจากเกษียณอายุราชการแล้วมีความตั้งใจว่าในชีวิตที่จะเหลืออยู่ประมาณ ๗,๐๐๐ วัน ถ้าจะทําอะไรให้เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ก็จะทํา ผมก็เลยมาสมัคร เปึนสมาชิกวุฒิสภา มีความภูมิใจมากที่ได้เข้ามานั่งในสภาแห่งนี้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่วันนี้ได้ให้โอกาสผมเข้ามาร่วมประชุมในรัฐสภา ร่วมกับบรรดา ผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติของหลาย ๆ จังหวัด ผมกําลังมองดูว่า ณ วันนี้เราทั้งหลาย กําลังจะแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง วันนี้ชาติบ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้าง ย่ําแย่ แล้วผมนั่งฟังมาโดยตลอด ผมยังไม่พบว่ามีความคิดอะไรที่มันวิเศษสุดที่จะ แก้ปัญหาชาติบ้านเมืองแม้แต่น้อย หลายชั่วโมงที่ผ่านมามีแต่ว่ากันไปว่ากันมา ท่านนายกรัฐมนตรีต้องลุกขึ้นมา ๒ – ๓ หน กินข้าวกินอาหารก็ไม่ได้ แต่ความจริงท่านก็คงจะอดได้เปึนอาทิตย์ล่ะครับ อยากจะเรียน อย่างนี้ครับว่า ผมมาด้วยความตั้งใจว่าวันนี้เราจะมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน การแก้ไขปัญหา ร่วมกันอยากจะฝากไปยังบรรดาเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาด้วย นะครับว่าเราน่าจะมาคิดร่วมกันได้แล้ว สิ่งที่มันเกิดขึ้นเราแก้ไขไม่ได้แล้ว เราจะต้องแก้ไข ในสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นต่อไป ถ้าหากว่าเราคิดร่วมกันได้อย่างนี้ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็จะ เปึนสภาที่แก้ไขปัญหาของชาติได้ ผมฟังมาเมื่อกี้นี้ผมยังไม่เชื่อว่าทั้งหมดของพวกเรา จะแก้ปัญหากันไม่ได้ เพราะทุกท่านเปึนผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น แต่ผมกําลังคิดว่าท่านใช้ ความทรงคุณวุฒิของท่านในรูปแบบที่ยังไม่ชัดเจนนัก อยากจะขอความกรุณานะครับว่า นับตั้งแต่นี้เปึนต้นไป เราช่วยกันคิดได้ไหมครับว่าเราจะช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไร ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า ผมได้พยายามพิจารณาแล้วก็คิดเท่าที่ผมสามารถ ผมคิดว่าเริ่มจากรัฐบาลก่อน มี ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ซึ่งเปึนนายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้ว ผมชื่นชมท่านมาตั้งแต่สมัยท่านยังเปึนหนุ่ม ตอนนั้นผมก็ยังเปึนหนุ่มแต่น้อยกว่า ท่านหน่อย ก็ดูการทํางานของท่านมาโดยตลอด ท่านเปึนคนที่มีความรู้ มีความสามารถ มีประสบการณ์ สมัยก่อนนี้เวลาท่านออกเทปผมต้องไปซื้อมาฟังก่อน ด้วยความ เคารพครับ ท่านครับ ท่านเปึนคนที่มีความตั้งใจจริง แล้วก็ฟันฝ์ามาจนกระทั่งถึงวันนี้ ท่านเปึนถึงนายกรัฐมนตรี แต่อยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งครับ ทุกอย่างดีหมด ทุกอย่าง ท่านทํามาผมเชื่อว่าในความเห็นของผมถูกต้อง ไปได้ ถ้าท่านลดดีกรีลงอีกนิดหนึ่งในการ ต่อล้อต่อเถียงกับคนบางกลุ่ม มันไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ การต่อล้อต่อเถียง เอาล่ะครับ ท่านอาจจะใช้วิธีการบอกกล่าว ด้วยความเคารพครับ ท่านครับ ท่านที่ ๒ ที่ผม อยากจะขออนุญาตนําเรียนที่ประชุม คือท่านผู้นําฝ์ายค้าน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ด้วยความเคารพผมก็ชื่นชมท่านนะครับ ชื่นชมท่านมาโดยตลอด จริง ๆ แล้วถ้าทั้ง ๒ ท่านนี้ท่านผนึกกําลังกัน ถ้าหากว่าท่านผนึกกําลังกัน ผมเชื่อว่าปัญหาตรงนี้แก้ไขได้ครับ แล้วแก้ไขได้อย่างแน่นอน บวกกับเรามีสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร แล้ววุฒิสภา ซึ่งผมมั่นใจครับ ในสมาชิกวุฒิสภาของพวกเรานี้ พร้อมที่จะช่วยกันจรรโลงชาติบ้านเมือง ไม่มีใครอยากเห็นชาติบ้านเมืองเสียหาย หรอกครับ แต่ว่าในขณะที่เราไม่อยากให้บ้านเมืองเสียหาย ถามว่าท่านกําลังพูดอะไร กันอยู่ มีพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคนฟังเราอยู่นะครับ แล้วเขาก็ทราบว่า ณ วันนี้ เราจะมาประชุมกันเพื่อแก้ไขปัญหาชาติ ถามว่าถึงตอนนี้เราได้แก้ไขแล้วหรือยัง ยังครับสาดกันไปสาดกันมา ขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมครับ ว่าท่านกรุณาใช้ความรู้ ความสามารถที่มี ประสบการณ์ที่มี แทนที่จะสาดกันไปสาดกันมา เรามานั่งคุยกัน ได้ไหมครับ ผมว่าหลังจากที่ผมเสร็จการอภิปรายนี้แล้ว สภาพของการอภิปรายน่าจะ ดีขึ้นครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ณ วันนี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตร เขาเข้ามายึดอะไรต่ออะไรเยอะแยะมากมาย เขาไม่ได้เริ่มทําวันนี้หรอกครับ เขาทํามานาน ทุกท่านก็ทราบดี แล้วเปัาประสงค์ของเขาก็ชัดเจน เปัาประสงค์ของเขา ชัดเจนผมฟังผู้แทนราษฎรพูดหลายคนบอกว่าเขาจะทําโน่นทํานี่ เขาจะเปลี่ยนแปลง การปกครอง เขาเปึนกบฏอะไรก็แล้วแต่เถอะครับ นั่นเปึนวิธีคิดของพันธมิตร แต่วิธีคิดของเราก็คือต้องมาช่วยกันแก้ไขครับ ผมยืนยันจะต้องช่วยกันแก้ไขนะครับ พันธมิตรมีคนไม่เท่าไรหรอกครับ ณ วันนี้ ถ้าเทียบกับพี่น้องประชาชนคนไทยมากมาย เรามีคนอีก ๖๐ กว่าล้านคน โดยเฉพาะชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ถามว่าใครพูดถึงความสุข ของชาวนา ชาวสวน ชาวไร่บ้าง ไม่ต้องพูดถึงความสุขของเขาก็ได้ครับ ถามว่าชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ณ วันนี้ได้ลดความทุกข์ลงเท่าไรจากฝ้มือการทํางานของพวกเรา ถ้าคิด กันถึงตรงนี้แล้วนี่นะครับ เราก็จะแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองได้ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ จนแล้วก็ลําบากมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนแล้วครับ แล้วก็จนลําบากมาถึงทุกวันนี้ แล้วอาจจะ ต้องจนลําบากต่อไปเพราะเรามาทะเลาะกันครับ เรากําลังทะเลาะกันอวดพี่น้องประชาชน คนไทย กําลังทะเลาะกันอวดคนยากคนจนคนเดือดร้อน ผมอยากจะขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ เรียนฝากไปยังทุกท่านทุกฝ์าย ถ้าหากว่าบ้านเมืองนี้ล่มจมก็คงจะ ล่มจมสมัยนี้แหละครับ สมัยที่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช มีหัวหน้าพรรคฝ์าย ค้านชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีประธานรัฐสภาชื่อ ชัย ชิดชอบ แล้วบังเอิญมีผมคนหนึ่ง นะครับ ตัวเล็ก ๆ อย่างผมนี่ครับเปึนสมาชิกวุฒิสภาชื่อ นายกฤช อาทิตย์แก้ว เราจะพา กันให้ชาติบ้านเมืองล่มโดยการทะเลาะกันต่อไปหรือครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ผมขอร้องวิงวอน รวมทั้งขออนุญาตวิงวอนไปยัง พลตรี จําลอง ศรีเมือง ซึ่งเปึนคนที่ผม เคยเคารพนับถือ เบา ๆ ได้แล้วครับ บ้านเมืองกําลังจะพินาศ คุยกันครับ หาทางออกให้ดี ครับ ในส่วนที่ผมสามารถจะช่วยได้ ในส่วนที่สามารถจะคุยกับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาได้ ผมจะพยายามกระทําครับท่านประธานครับ ก็คงมีเรื่องนําเรียนเท่านี้ครับ ขอบพระคุณ ครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้เริ่มต้น การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ ในวันนี้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องขอขอบคุณ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ได้เสนอให้มีการเป่ดประชุมรัฐสภาขึ้น ในวันนี้ เนื่องจากเหตุผลที่ว่าในขณะนี้แม้แต่กระทั่งสถาบันตุลาการหรือสถาบันศาล ก็ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เริ่มต้นขอบคุณท่านบรรหาร ศิลปอาชา อย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากท่านนายกรัฐมนตรีได้รับ แนวความคิดของท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารมาไม่ถึงข้ามคืน ท่านบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เรียกประชุมแกนนําพรรคร่วมรัฐบาลแล้วก็แถลงข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้ประชุมปรึกษาหารือกันแล้วมีมติเปึนเอกฉันท์ว่า พรรคร่วมรัฐบาล จะสนับสนุนให้ นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรีต่อไปด้วยมติที่เปึนเอกฉันท์ ผมเริ่มต้นพูดอย่างนี้เพื่อกราบเรียนท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกว่า แล้วรัฐสภาแห่งนี้ เรากําลังเล่นอะไรกันอยู่ครับ เรากําลังเล่นตบตาประชาชนหรือเปล่าครับ หรือว่าในขณะนี้ ถึงตาอับของรัฐบาล รัฐบาลไม่มีทางออกเลยใช้สภาแห่งนี้เพื่อมาฟอกตัวนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมเริ่มต้นอย่างนี้ก็เพื่อที่จะบอกกับท่านประธานว่า แล้วท่านบรรหาร แล้วพรรคร่วมรัฐบาล ท่านไม่ฟังสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้อภิปรายก่อนหรือครับว่า ต้นเหตุ วิกฤติของประเทศในขณะนี้มันเกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมที่เปึนถาวรของนายกรัฐมนตรี หรือเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ ถ้าวิกฤติของประเทศในวันนี้มันเกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่เปึน ถาวรของนายกรัฐมนตรีแล้วท่านจะหลับหูหลับตาแหกตาประชาชนโอบอุ้มนายกรัฐมนตรี ต่อไปหรือครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราอยู่ในกับดักของรัฐบาลครับ เราอยู่ ในวังวน อยู่ในหลุมดําในทางการเมืองของรัฐบาลโดยแท้ครับ เรากําลังถูกใช้เพื่อที่จะฟอก ตัวนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าหากว่าการประชุมของรัฐสภา แห่งนี้ในวันนี้ครับไม่สามารถแก้วิกฤติของประเทศได้ วันนี้เหมือนที่เพื่อนสมาชิกจาก วุฒิสภาหลายท่านได้บอกว่า เรากําลังทําลายระบบรัฐสภาลงด้วยน้ํามือของเราเองครับ และผมเชื่อต่อไปว่าหลังจากการประชุมในวันนี้เสร็จแล้ว รัฐสภาแห่งนี้ไม่สามารถแก้วิกฤติ ของประเทศชาติได้ วิกฤติของประเทศชาติ วิกฤติของบ้านเมืองในวันนี้มันเปึนวิกฤติที่เกิด จากตัวนายกรัฐมนตรีโดยแท้ นายกรัฐมนตรีเปึนผู้สร้าง นายกรัฐมนตรีต้องเปึนคนแก้ แล้ววันนี้ท่านมาโยนภาระนี้เพื่อฟอกตัวนายกรัฐมนตรี ให้รัฐสภานี้เปึนคนแก้ ผมกราบเรียนท่านประธานเริ่มต้นว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้เริ่มต้นพูดเมื่อประมาณวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่ารัฐบาลจะไม่แก้รัฐธรรมนูญ ท่านจําได้ ไหมครับ ท่านพูดเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ว่า ท่านจะไม่แก้รัฐธรรมนูญ ท่านบอกว่า ท่านจะแก้รัฐธรรมนูญเมื่อจะครบวาระของรัฐบาล ๓ เดือนแล้วจะแก้รัฐธรรมนูญ แล้วหลังจากนั้นเปึนอย่างไรครับ ผมไม่อยากจะพูดว่า กระเหี้ยนกระหือรือ ครับ มีความ พยายามอย่างยิ่งที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ท่านนายกรัฐมนตรี กลับไปกลับมาครับ นี่คือ พฤติกรรมของท่านครับ ทําไมล่ะครับ ท่านปฏิเสธมาสิครับว่าเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านไม่เคยพูดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญก่อนครบวาระของรัฐบาล ๓ เดือน ท่านพูด ไหมครับ ถ้าท่านพูดอย่างนั้น แล้วหลังจากนั้นท่านปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลคนของท่าน ยื่นแก้รัฐธรรมนูญทําไมครับ เกิดจากเหตุนั้นโดยแท้ครับ นอกจากนั้นท่านยังไม่ใส่ใจ การทํางานในรัฐสภาแห่งนี้ครับ ท่านเอาตัวรอด ท่านต้องการเพียงได้ชื่อว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเท่านั้นครับ บ้านเมืองจะวิกฤติอย่างไรท่านไม่สนใจ ท่านประธาน ที่เคารพเมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ทราบไหม ท่านปล่อยให้รัฐบาลของท่าน ทําเรื่องไร้เหตุผลในสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้โดยเสียงข้างมาก คว่ํากฎหมายของศาลฎีกา วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบ ไหมครับ ในความเห็นของกระผมที่อยู่ในสภานี้มายาวนาน เรื่องนี้ไม่มีเหตุผลเปึนอย่างยิ่ง รัฐบาลทําสิ่งที่ไม่มีเหตุผลครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วง เชิญคุณสุนัย
ต้องขอ ประทานโทษท่านผู้อภิปรายนิดหนึ่งครับ จริง ๆ วันนี้ที่ประชุมพรรคพลังประชาชน เราคุยกันตั้งแต่เช้าแล้วครับว่าพยายามจะให้ราบรื่นที่สุด ไม่มีประท้วงเลย แต่บังเอิญ ตรงนี้ถ้าไม่พูดเดี๋ยวเสร็จ มันจะผิดมากครับ ยกตัวอย่างว่าท่านพูดหลายคํา ผมก็ ไม่ประท้วง ท่านบอกนายกรัฐมนตรีหลับหูหลับตา
ประท้วงผมหรือประท้วงผู้อภิปราย
แต่ท่าน มาพูดตรงที่บอกว่า นายกรัฐมนตรีสั่งให้สมาชิกรัฐบาลคว่ํากฎหมาย ซึ่งผมเปึนผู้อภิปราย ในเรื่องกฎหมายเรื่องนั้นและมีเหตุผลมากพอสมควรจน ส.ส. ก็เห็นด้วยกับผม ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งครับ พวกเราใช้เอกสิทธิ์ตามมาตรา ๑๒๒ ครับ ท่านประธาน ครับ ขอให้ท่านถอนเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งครับ ยืนยันได้ครับ เปึนความเห็นของพวกเรา เราเห็นว่ากฎหมายอันนั้นผิดหลักการครับ
คุณสุนัยครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ถ้าจะกรุณาถอนก็ถอนไปเถอะครับคุณนิพิฏฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพูดว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาล ได้คว่ํากฎหมายของศาลฎีกา ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ผมไม่ได้บอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนสั่งคว่ํา ผมบอกว่าการกระทําอย่างนั้นของรัฐบาล มันสร้าง ความแตกแยกให้เกิดขึ้นในระหว่างองค์กร ผมยังเชื่อด้วยใจบริสุทธิ์ครับว่าวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ทราบด้วยว่าพรรคร่วมรัฐบาลทําอะไรขึ้นในสภาแห่งนี้ ท่านคง ไม่ทราบครับ กฎหมายของศาลฎีกา รัฐสภาแห่งนี้รับหลักการในวาระที่ ๑ ในวาระที่ ๒
ท่านประธานครับ ต้องขออภัยจริง ๆ เดี๋ยวท่านพูดต่อให้รื่นเลย ท่านพูดอย่างไร ผมไม่อยากจะบอกให้เป่ดเทป แต่ท่านใช้คําตรงนี้บอก เปึนการคว่ํากฎหมายอย่างไร้ เหตุผล เท่ากับท่านดูถูกเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน เรามีเอกสิทธิ์นะครับ คําพูดอย่างนี้ไม่ได้หรอกครับท่านประธาน เปึนการใส่ร้าย ส่อเสียด แล้วก็ดูถูกซึ่งกันและกัน เราใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ขอร้องเถอะ ผมจะได้ไม่ขัดท่านเลยท่านนิพิฏฐ์ ท่านอย่าบอกว่าทําอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่ครับ ผมมีเหตุผล ถ้าผมจะอภิปรายเหตุผลตรงนี้ เพราะผมเสียหาย เพราะผมเปึนคนโหวต มันก็เสียหายกันใหญ่ครับ
เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ
ผ่านนะครับ แล้ววันหลังมาว่ากัน เอาเฉพาะเรื่องนี้ อย่ามายั่วยุว่าท่านนายกรัฐมนตรี ให้เกิดอย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่าอย่าเลย ว่าเลยครับ
ครับ ผมวินิจฉัย คุณนิพิฏฐ์ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงนะครับ ไม่พูดถึงเรื่องนี้ได้ไหม
ได้ครับ
เพราะมันเปึนเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ในสภานี้ เขามีสิทธิที่จะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ก็เรื่องของเขา
ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ฉะนั้นระเบียบวิธีปฏิบัติมันก็ต้องทํา ไปตาม ขอเลิกเรื่องนี้ได้ไหมครับ
ผมจะผ่าน เรื่องนี้ไป เพียงแต่ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้นครับ ท่านรู้ไหมครับว่ามีสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น ที่ผมยกตัวอย่างเรื่องนี้เพื่อเปรียบเทียบกับนโยบายของรัฐบาล นโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาล เรื่องที่ ๑ จะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศนี้ สิ่งที่ทํามาทั้งหมด มันกลับสร้างรอยแตกแยกให้ห่างขึ้นยากที่จะสมานฉันท์ได้ นายกรัฐมนตรีไม่รับรู้เรื่อง เหล่านี้เลย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะผ่านเรื่องนี้ไป แต่ผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าวันนี้เราถูกใช้เปึนเครื่องมือฟอกนายกรัฐมนตรี และผมทายไว้ล่วงหน้าว่าหลังจากวันนี้ แล้ววิกฤติในบ้านเมืองแก้ไม่ได้ มันต้องแก้ที่ตัวนายกรัฐมนตรี เมื่อวิกฤติของบ้านเมือง แก้ไม่ได้ หลังจากนี้ไม่นานหรอกครับ จะมีคนบอกว่า เห็นไหมขนาดรัฐสภาแห่งนี้ ยังแก้ปัญหาของชาติไม่ได้ แล้วรัฐบาลจะเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างอื่น ผมคิดว่ารัฐบาล จะเลือกใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา โดยให้เหตุผลว่า กระทั่งรัฐสภาแห่งนี้ก็แก้ปัญหา ให้กับชาติบ้านเมืองไม่ได้
เรื่องที่ ๒ หากรัฐสภาแห่งนี้เราไม่สามารถแก้ปัญหาวันนี้ได้ ระบอบ ประชาธิปไตยที่เราเรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยทางอ้อมที่มีผู้แทนราษฎรจะไร้ผล ผู้คนในประเทศนี้จะหันไปใช้ระบอบประชาธิปไตยทางตรงมากยิ่งขึ้น การชุมนุม การประท้วงในบ้านเมืองนี้จะเกิดขึ้นอีกมากมาย เราตกหลุมดําทางการเมืองของ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วครับ แต่ผมกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเสียเลย ผมไม่ยอม ตกหลุมดําในทางการเมืองของท่านหรอก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าทั้งหมดเปึนพฤติกรรมของท่าน ทุกอย่างเกิดจากเหตุ เหตุดับ ทุกอย่างดับ ท่านเชื่อผมไหม ไม่เชื่อใช่ไหมครับ ผมได้ยิน ท่านไม่เชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านพูดหลายครั้งเรื่องการยึดโรงพยาบาลราชบุรีเมื่อวันที่ ๒๔ – ๒๕ มกราคม ๒๕๔๓ ท่านเอาสติปัญญาส่วนไหนมาพูด ว่านั่นคือความรุนแรงของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ชวน ถ้าสมองท่านมีแค่นี้ท่านลาออกเถอะ ท่านยังไม่รู้เลยว่าไหนคือความเข้มแข็ง ไหนคือความอ่อนแอ ๒๔ – ๒๕ มกราคม ๒๕๔๓ กลุ่มทหารก็อด อาร์มี (God army) กําลังก็อด อาร์มีของประเทศพม่ายึดตัวประกัน แพทย์ พยาบาล ผู้ป์วย ญาติผู้ป์วย ๗๐๐ ชีวิต ที่โรงพยาบาลราชบุรี มีอาวุธครบมือ อาวุธสงครามร้ายแรงด้วย ท่านประธาน ครับ เราต้องทําอย่างนั้น กระผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ รัฐบาลที่จัดการ อย่างนั้น รักษาชีวิตของพลเมืองในรัฐนี้ รัฐบาลที่ดีต้องทําอย่างนั้น จะไม่ยอมให้กองกําลัง จากต่างชาติเข้ามารุกล้ําอธิปไตยของเราเด็ดขาด ใช้สมองอีกซีกหนึ่งคิดสิครับ ในกรณี ปราสาทพระวิหาร ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการกระทําของรัฐบาลนั้นส่อไปในทางที่เราจะ เสียอํานาจอธิปไตยในราชอาณาจักรนี้ ๒๔ – ๒๕ มกราคม ๒๕๔๓ เราปัองกันอธิปไตย ของประเทศนี้ แต่กรณีปราสาทพระวิหารท่านทําที่จะให้รัฐนี้เสื่อมอํานาจอธิปไตยครับ ๒ สิ่งนี้ท่านคิด ไม่ออกหรือครับว่าไหนคือความเข้มแข็ง ไหนคือความอ่อนแอ ไหนคือความถูกต้อง ไหนคือความไม่ถูกต้อง ถ้า ๒ สิ่งนี้ท่านยังใช้ตราชั่งคิดไม่ออกท่านไม่สมควรเปึน นายกรัฐมนตรีเลยครับ ท่านไปอ่านเสียนะครับ ผมไม่อยากให้ท่านเอาเรื่องเหล่านี้มาพูด อีกครับ แต่ท่านจะพูดอีกผมเรียนว่าไม่อยากพูดว่าท่านปัญญาอ่อนครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านบอกว่า
(นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ร้อยเอ็ด) ได้ยืนและยกมือ ขึ้น)
มีผู้ประท้วงตั้ง ๒ คน เอาคนไหนก่อน เอาคนเดียวนะ คุณนิสิตประท้วงเรื่องอะไร
ผมขอประท้วง ผู้อภิปรายครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผู้อภิปรายได้ใช้ภาษา ที่เสียดสีอย่างน้อย ๒ ครั้ง ผมเองก็ทนฟังครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีใช้สมองส่วนไหนในการคิด นี่ชัดเจนครับ นั่งฟังครับ มาพูดครั้งที่ ๒ อีกครับ ผมขอให้ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นะครับ ซึ่งวันนี้สงสัยว่าถูกมาให้ยั่วยุอภิปราย เสียดสี ให้เปลี่ยนประเด็น ถอนคําพูดเถอะครับ ถอนคําพูดครับ
ให้ถอนอย่างไรล่ะ
ถอนคําว่า ใช้สมองส่วนไหนในการคิด อันนี้คําแรกครับ ถอนคํานี้ก่อนครับ เปึนการเสียดสี นายกรัฐมนตรีครับ
คุณนิพิฏฐ์ พิจารณา ควรถอน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านประธานฟังเหตุผลสักนิดหนึ่ง ถ้าท่านวินิจฉัยซ้ําให้ผมถอน ผมจะถอน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนขึ้นพูดโดยไม่มีเหตุผล ๒ ครั้งเรื่องก็อด อาร์มี เมื่อป้ ๒๕๔๓ และผมเรียนท่านประธานว่าเอกสารในมือของผมนี้ครับ เขาชื่นชมรัฐบาล ในสมัยนั้นนะครับที่ปกปัองชีวิตพลเมืองของประเทศนี้ครับ ไม่มีใครเสียชีวิตแม้แต่ คนเดียวครับ และผมเปรียบเทียบเรื่องการยึดโรงพยาบาลราชบุรีเมื่อป้ ๒๕๔๓ กับกรณี ปราสาทพระวิหาร มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กระทั่งนายกรัฐมนตรีเองไม่รู้เลยว่าตรงไหน คือความอ่อนแอ ตรงไหนคือความเข้มแข็ง ตรงไหนคือความผิด ตรงไหนคือความถูก สมองมันมี ๔ ส่วนนะครับ ผมเลยถามว่าตรงไหนที่ท่านคิด
คือเพื่อความเรียบร้อยคุณนิพิฏฐ์ ถ้าอีกฝ์ายหนึ่งเขาบอกว่าคุณนิพิฏฐ์สมองเสื่อม คุณนิพิฏฐ์ก็คงจะไม่พอใจ ฉะนั้นผมว่า ถอนสักนิดเถอะครับ
ได้ครับ ผมถอนสักนิดครับท่านประธาน
ถอนแล้วครับ
ท่านประธาน ครับ คําที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ คําที่ ๒ มีการใช้วาจาไม่สุภาพและเสียดสี เรื่อง ปัญญาอ่อน คําที่ ๒ ครับ ให้ถอนอีกนะครับ เปึน ๒ คําครับ ผมทนฟังตลอดครับ ด้วยความเคารพผู้อภิปรายอยากฟังเนื้อหาสาระ ถอนคําที่ ๒ อีกครับ ปัญญาอ่อนอีกครับ ท่านประธาน
(นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ร้อยเอ็ด) ได้ยืนและยกมือ ขึ้นX
อันนี้ก็ไม่น่าพูดเหมือนกันครับ
ประโยค หลังท่านประธานว่าผมเองนะครับ
คือเพื่อจะได้พูดต่อนะครับ
ถอนสักนิดนะครับ
ครับ
ถอนสักนิดครับ ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าวันนี้รัฐบาลจะมารับฟัง ปัญหาของสมาชิกรัฐสภา ท่านโต้ทุกดอกเลยครับ และจนถึงขณะนี้ครับ ท่านยังยืนยันว่า สิ่งที่ท่านทําไปนั้นทั้งหมดถูกต้อง ไม่มีอะไรผิดพลาดเลย แล้วท่านจะมาฟังความเห็นของ สมาชิกรัฐสภาได้อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในรัฐสภาแห่งนี้ครับมีอดีต นายกรัฐมนตรียืนขึ้นอย่างทรนงองอาจแล้วบอกว่า ขอลาออก มาแล้วหลายครั้ง กลไก ของรัฐสภาสามารถแก้ปัญหาของระบอบประชาธิปไตยได้ด้วยตัวของมันเองครับ ท่านประธานครับ อย่าระแวงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เลยครับ อย่าระแวงหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ อย่างระแวงพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมฝากถึงท่านบรรหาร ฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรีฝากถึงใครก็ตาม ถ้าท่านนายกรัฐมนตรียืนขึ้นแล้วลาออก ผมคิดว่าในพรรคร่วมรัฐบาลของท่านสามารถ ที่จะหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ และถ้าโชคดีอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยบอกว่า มีคนต้องการให้ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีต่อ สภาแห่งนี้อาจจะเลือกท่านเข้ามาเปึน นายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็ได้ ในระบอบนี้มันแก้ปัญหาของมันเองได้ อย่าไประแวงว่า เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีลาออกแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะชิงเปึนแกนนําในการจัดตั้ง รัฐบาล เห็นแก่ชาติบ้านเมืองเถอะครับ สิ่งเหล่านั้นไม่เกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธาน เปึนโอกาสตรงนี้ ท้ายที่สุดตรงนี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ระบอบประชาธิปไตยนี้ มันสวยงาม วันนี้ชีวิตท่านมีโอกาสรักษาระบอบประชาธิปไตยแล้ว และวันนี้เปึนวันเดียว เท่านั้นที่ชีวิตท่านจะสง่างามและรักษาระบอบประชาธิปไตยได้ ท่านต้องลาออก ทุกอย่าง เกิดจากเหตุทั้งสิ้น วันนี้ท่านลาออก พรุ่งนี้ไม่มีการชุมนุมทั้งประเทศ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ แล้วจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้ ๖ พรรคของท่านครับ ไม่มีทางอื่นใดล่ะครับ ทุกอย่าง เกิดจากเหตุ ที่ผมกราบเรียนยืนยันว่าท่านต้องลาออกอย่างเดียวเท่านั้นเพราะพฤติกรรม ของท่าน ผมเชื่อว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ยังเปึนนายสมัคร สุนทรเวช ๓๐ ป้ ที่แล้วเปึนอย่างไร วันนี้ก็ยังเปึน สมัคร สุนทรเวช ที่ไม่เคยเปลี่ยนความคิดในการจัดการ กับบ้านเมืองนี้ ยืนขึ้นเถอะครับ แล้วลาออก บ้านเมืองจะได้สงบสุข ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ จบท่าอย่างดี ต่อไป ขอเชิญคุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภา ในนามพรรคชาติไทย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล
ท่านจะพูดแทนอย่างนั้นหรือ
ผมไม่ใช่พูดแทน ผมขอใช้สิทธิพาดพิงที่เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายได้ พาดพิงถึงพรรคและพาดพิงถึงพรรคร่วมรัฐบาล ผมจะขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้ชี้แจงสั้น ๆ ผมไม่ต้องการที่จะไปต่อความยาวสาวความยืด ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้มาแก้ปัญหา ไม่ใช่มาสร้างปัญหาต่อ ผมขออนุญาตครับท่านประธาน
เชิญสัก ๒ นาทีพอ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย และสมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบเรียน ชี้แจงท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ ที่บอกว่าท่านหัวหน้าพรรคได้นัดแล้วก็ หารือกันในการที่จะขอเป่ดสภาในวันนี้ เพื่อเปึนการฟอกตัวท่านนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนว่าเราไม่มีเจตนาในการที่จะใช้สภาแห่งนี้ฟอกตัวใคร เรามองเห็นว่าวันนี้ เรายังอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนยึดมั่นต่อระบบรัฐสภา เราเชื่อว่าสภาแห่งนี้ จะเปึนสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่จะแก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงด้วยการระดมสรรพความคิด ของทั้งวุฒิสมาชิก ของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและของคนที่มีความเห็นต่างเปึน ๓ ฝ์าย ดังที่ ผมได้กราบเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นในวันนี้เราต้องการเห็นภาพอย่างนี้เกิดขึ้น ก็คือ เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันเสนอแนะความคิดเห็นว่าสถานการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นในวันนี้ ผู้แทน ของปวงชนชาวไทยจะช่วยกันคิดอ่านว่าแก้ปัญหาอย่างไร รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องรับฟัง แล้วก็ประมวลความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่หลากหลายเอาไปแก้ไขปัญหาตรงนั้น ผมคิด ว่านี่คือทางออกที่สวยสดงดงามของระบอบประชาธิปไตย ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ไม่มีสิทธิ ในการที่จะไปฟอกให้ใครสะอาดหรือให้ใครบริสุทธิ์ แต่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีหน้าที่ ในการที่จะฟอกความขาวสะอาดของสังคมไทย ของประเทศไทย วันนี้เราต้องยอมรับ สิครับ ประเทศกําลังอยู่บนความมืดมนอนธการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และถ้าหากว่า พวกเรามวลเหล่าสมาชิกทั้งหมดไม่มาร่วมระดมสรรพกําลังแก้ไข คิดแต่จะใช้สถานการณ์ ตรงนี้มาพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูด ซึ่งเจตนารมณ์จริง ๆ ผมได้กราบเรียนไปแล้วตั้งแต่ เมื่อตอนเช้า เจตนารมณ์ของการเป่ดสภาในวันนี้ต้องการอยากจะเห็นสภานี้แก้ปัญหา ของบ้านเมือง ไม่ใช่มาสร้างปัญหาต่อ และผมอยากจะเห็นมากที่สุดคือเพื่อนสมาชิกตระหนักความเปึนผู้แทนของปวงชน ชาวไทย ใช้ประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง ใช้สิ่งที่เปึนความจริงของแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ผมขอสรุปตรงนี้ครับ
ถ้าท่านจะพูดต่อก็ตัดโควตาเวลา ของพรรคก็ได้ครับ
ได้ครับ ผมขอสรุปตรงนี้สั้น ๆ
ขอตัดนะครับ จะเอา ๑๐ นาทีเลย ก็ได้ จะได้ตัดออก
ผมขอสรุปสั้น ๆ ตรงนี้ครับว่าที่ผ่านมาแล้วขอให้ผ่านไปครับ ห้วงเวลา ที่เหลืออยู่ใช้ให้เปึนประโยชน์สิครับ อย่าไปพูดรื้อฟุ๋นให้ฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดต้องเจ็บปวดแล้วก็ ลุกขึ้นมาตอบโต้กัน สภาเสียเวลาเดินไปสู่อนาคตข้างหน้าสิครับว่าเราจะทําอะไร เราจะ แก้ปัญหาอย่างไร ทุกคนมีสติปัญญาทั้งนั้นและรัฐบาลในฐานะเปึนผู้ปฏิบัติ พวกเรา มวลเหล่าสมาชิกรัฐสภา ฝ์ายนิติบัญญัติพร้อมในการที่จะให้ความร่วมมือ นั่นคือ การแก้ปัญหาที่ถูกต้องของระบบรัฐสภาครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ตัดไป ๑ นาทีครับ ต่อไป ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ๑๐ นาที ถูกตัดไป ๑ นาทีก็เหลือ ๙ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี แทนอาจารย์วีระศักดิ์ ครับ
ท่านวีระศักดิ์แทนท่าน มาบอก ผมแทนท่านชัยวุฒิ ท่านชัยวุฒิให้ท่านรัฐมนตรีวีระศักดิ์ก่อน
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอ ประทานโทษท่านประธานครับ เดิมทีก็จะเปึนท่านรัฐมนตรีวีระศักดิ์ครับ เพราะว่าตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีวีระศักดิ์ท่านได้ขออนุญาตที่จะสละสิทธิไม่อภิปราย
ถ้าอย่างนั้นไม่ให้เสียเวลา เมื่อ ท่านวีระศักดิ์ไม่ติดใจก็ขอเชิญท่านชัยวุฒิ เชิญครับ ๙ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิก สภา ผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี พรรคชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ต้องเรียนว่า ในเบื้องต้นท่านรัฐมนตรีวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ต้องการจะอภิปรายในเรื่องของ การที่ในตอนนี้สนามบินภาคใต้ทั้งหมดที่มีปัญหาสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้แล้ว คือสามารถเป่ดดําเนินการบินได้ตามปกติ ซึ่งตอนนี้ท่านก็ได้ลงไปแถลงข่าวที่ห้อง แถลงข่าวรัฐสภา ผมก็เลยขออนุญาตใช้สิทธิอภิปรายต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ คิดว่าหลังการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาเราจะต้องมาเจอกับปัญหาการเมืองอย่างที่ เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างนี้อีก ผมคิดว่าวันนี้จะเปึนวันที่พวกเราได้มีโอกาสทําหน้าที่เปึน ตัวแทนปวงชนชาวไทยทําหน้าที่แก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าร่วมกัน แต่วันนี้เราก็ต้องกลับมาที่ปัญหาเดิมครับ ปัญหาการประท้วง ปัญหาที่อาจจะนําไปสู่ ความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แล้วก็เปึนประท้วงเรื่องเดิม ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ความรุนแรงยกระดับจากการประท้วงอย่างอหิงสา สงบ วันนี้เปึนการประท้วงที่ยุยงก่อให้เกิดความน่ากลัวว่าจะเกิดความรุนแรง ความวุ่นวาย ที่สําคัญก็คือการยึดทําเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน ผมถือว่าเปึนจุดวิกฤติอย่างยิ่ง เพราะ ทําให้รัฐบาลในปัจจุบันนอกจากจะไม่สามารถทํางานได้แล้วยังทําให้อับอายเสียชื่อเสียง คนไทยทั้งประเทศครับ รวมถึงการป่ดสนามบินที่ภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ ซึ่งมีเพื่อนผม ชาวต่างประเทศหลายคนก็โทรศัพท์มาถามครับ มีหลายคนที่มีโปรแกรมจะเดินทาง มาเที่ยวประเทศไทยมาถามว่าจะมาได้ไหม เมืองไทยประเทศที่เปึนประชาธิปไตยทําไม ทะเลาะกันขนาดนี้ ทะเลาะกันขนาดสนามบินไม่สามารถเป่ดดําเนินการให้นักท่องเที่ยว มาเที่ยวได้น่าอายจริง ๆ ครับท่านประธาน และปัญหาจริง ๆ วันนี้มาจากอะไรครับ หลายคนอภิปราย หลายคนพูดกันว่าปัญหาอยู่ที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่าน สมัคร สุนทรเวช เปึนผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ผมเคารพนับถือ ผมเชื่อว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ท่าน ปัญหาเปึนปัญหาของระบบครับ และจริง ๆ แล้ววันนี้ ก็เปึนสิทธิที่สมาชิกรัฐสภาหรือพวกเราทุกคนควรจะได้อภิปรายกัน เพราะว่าส่วนหนึ่ง ที่รัฐบาลเกิดขึ้นมาได้ก็มาจากพวกเรานี่แหละครับ รัฐบาลเกิดจาก ส.ส. ที่ได้รับ การเลือกตั้ง ให้ความเห็นชอบท่านเปึนรัฐบาล เพราะฉะนั้นจึงเปึนสิ่งสําคัญที่เราต้องมา ช่วยรัฐบาลหาทางออกในเรื่องนี้ครับ
ผมต้องเท้าความก่อนนะครับท่านประธาน ผมฟังหลายคนพูดนะครับว่า ประชาธิปไตยคือเรื่องของเสียงส่วนใหญ่ เสียงข้างมาก แต่ถ้าเราดูตัวเลขของการเลือกตั้ง นะครับผมเรียนเปึนเบื้องต้นก่อนว่าพรรคแกนนํารัฐบาลหรือพรรคพลังประชาชนไม่ได้รับ เสียงส่วนใหญ่จากการเลือกตั้งครับ วันนี้รัฐบาลที่เกิดขึ้นมาได้เกิดจากการร่วมรัฐบาลของ พรรคชาติไทยและอีกหลายพรรครวมเปึน ๖ พรรคร่วมรัฐบาลจึงได้เสียงส่วนใหญ่ในการ จัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นการที่มีการพูดว่าการดําเนินการของพรรคพลังประชาชน ทั้งหมดเปึนรัฐบาลจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะถ้าคิดอย่างนั้นมันก็จะเปึนปัญหาครับ เพราะวันนี้ผมเชื่อว่าที่พี่น้องประชาชนที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านท่านนายกรัฐมนตรีหรือต่อต้านรัฐบาล จริง ๆ เขาไม่ได้ต่อต้านเฉพาะรัฐบาลนี้ครับ เขาต่อต้านข้ามป้มาตั้งแต่รัฐบาลในอดีตครับ เราก็ทราบกันดีครับคือรัฐบาลของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เพราะข้อหาที่ใช้ ในการขอร้องหรือบังคับให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกก็คือหาว่าพรรคพลังประชาชน หรือนายกรัฐมนตรีของเราคือตัวแทนหรือนอมินีของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอันนี้ ก็เปึนข้ออ้างที่ยากที่จะปฏิเสธเช่นเดียวกัน
ท่านประธานครับ แต่ที่สําคัญครับวันนี้เมื่อเรามาร่วมกันเปึนรัฐบาล หัวใจ สําคัญคือเราต้องการเข้ามาทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน ถ้าวันนี้ รัฐบาลทํางานไม่ได้ คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือประชาชนครับ เราจึงอยากเข้ามาทํางาน เพื่อร่วมรัฐบาลและแก้ไขปัญหาให้ชาติบ้านเมืองครับ แถลงการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งออกไป ของพรรคร่วมรัฐบาลก็คือเราอยากจะทํางานเพื่อประชาชนครับ อยากจะยุติ ความรุนแรง อยากจะแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง และที่สําคัญครับผมว่ารัฐบาลสิ่งที่ต้อง เร่งทําก็คือต้องทําให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจว่าเราทําอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้เปึนรัฐบาล ที่จะมาแก้ไขปัญหาให้ใครคนใดคนหนึ่งครับ ผมเสียใจนะครับที่หลายครั้งที่รัฐบาล หรือพรรคร่วมรัฐบาลอยากจะขับเคลื่อนสิ่งสําคัญต่าง ๆ ออกไป เราโดนพันธมิตรต่อว่า ครับ ผมอยู่ในพรรคชาติไทยผมก็เสียใจครับ เวลาเรามีแนวคิดที่จะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเราคิดว่าเปึนปัญหาต่อการทํางานของพวกเราในการช่วยประชาชน ก็โดนต่อต้าน ว่าไม่อยากให้แก้ เพราะไม่ไว้วางใจ หาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นี่พูดจริง ๆ นะครับ นี่คือข้อเท็จจริง ทั้ง ๆ ที่พวกเราก็อยากจะแก้ รัฐธรรมนูญเพื่อให้พวกเราได้ทํางานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือแม้แต่ บางเรื่องเปึนเรื่องประเด็นที่ไม่น่าจะเปึนประเด็นทางการเมือง อย่างเช่นเรื่องเขาพระวิหาร เพราะความไม่ไว้วางใจที่พันธมิตรหรือพี่น้องประชาชนมีต่อรัฐบาลก็ทําให้มองประเด็นนี้ เปึนประเด็นการเมืองไปหมดนะครับ จนนําไปสู่กลุ่มคนที่มาเคลื่อนไหวกันเพิ่มมาก เปึนหมื่นเปึนแสนคน เพราะฉะนั้นผมว่าประเด็นสําคัญวันนี้คือเราต้องทําให้พี่น้อง ประชาชนไว้วางใจรัฐบาลครับ ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้วางใจนะครับ ต้องทําให้ประชาชนไว้วางใจว่าวันนี้ ๖ พรรคร่วมรัฐบาล เราเปึนรัฐบาลร่วมกันเพื่อทํางาน เพื่อประชาชน ไม่ได้ทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาให้ใครคนใดคนหนึ่ง แล้วผมเชื่อว่าถ้าเรา ยึดหลักการนี้นะครับเราสามารถทํางานร่วมกันได้ และบ้านเมืองจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ขึ้น ที่สําคัญครับผมต้องขอสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลที่ท่านได้พูดนะครับว่าจะไม่ใช้ ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม เพราะความรุนแรงเปึนสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนาครับ ถึงแม้ ท่านอาจจะอ้างว่ามีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นนะครับ หรือมีกลุ่มคนมือที่สาม มือที่สี่ พยายามมาสร้างสถานการณ์ ผมว่าก็เปึนความรับผิดชอบของรัฐบาลนะครับที่นอกจาก จะไม่สร้างแล้วก็ต้องปัองกันนะครับ ต้องปัองกันไม่ให้เกิด ซึ่งเปึนหัวใจสําคัญ อีกเช่นเดียวกัน เพราะว่าวันนี้ผมเรียนว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถึงแม้ว่าจะเปึนกลุ่มคนที่ ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วอาจจะต่อต้านรัฐบาล มีหลายคนไม่พอใจ แต่ใน ส่วนตัวผมให้ความเคารพครับ เพราะผมถือว่าการทํางานของพันธมิตรก็เปึนพลังที่บริสุทธิ์ จริง ๆ เรื่องการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในพันธมิตร ผมไม่ได้ติดตามทางทีวี ผมรู้จากแม่ ของผม เพราะแม่ของผมก็ดูทีวีติดตามตลอด วันที่ไปเอ็นบีที ผมรู้แต่เช้าเลย เพราะแม่ผม เหมารถตู้จากสิงห์บุรีมา พูดตรง ๆ เลยเปึนพลังบริสุทธิ์ครับ เขามีความคิดอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ถึงแม้ว่าลูกเขาจะเปึน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล แต่เขามีความเชื่อเหมือนกันว่าเขาต้อง ไปทําสิ่งนั้นร่วมกับพันธมิตร ผมก็ฝากว่า ถึงแม้ว่าพันธมิตรจะมีความรุนแรงไปบ้าง ซึ่งอันนี้ผมยอมรับว่าในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาพันธมิตรเดินเกม (Game) พลาด มีหลายคน ในสภาที่ผมได้คุยกัน บอกว่า ๒๖ สิงหาคมเปึนวันเริ่มต้นของจุดสิ้นสุดของพันธมิตร เพราะว่าเมื่อท่านยึดทําเนียบ ท่านก่อความวุ่นวายให้เกิดความรุนแรง ตอนนี้บ้านเมือง ก็คงต้องหาจุดสิ้นสุดแล้วว่าจะสิ้นสุดกันอย่างไร ผมเรียนนะครับว่า
หมดเวลาแล้วครับ ขอประทานอภัย ด้วยครับ
ขอให้ วันนี้ที่เราได้หารือกันนะครับ ให้สภาได้เกิดทางออกที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหา วิกฤตการณ์ครั้งนี้ด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสุนัย
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ของพรรคพลังประชาชน วันนี้ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอปรึกษาท่านนิดเดียว ผมได้คิวตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ ใครก็อยากได้ตอนทุ่มหนึ่ง ไพร์ม ไทม์ (Prime Time) แต่วันนี้ไม่ได้อยากออกทีวีครับ แต่อยากจะหาทางแก้ปัญหา เพราะมีการดูถูก
ผมว่าเชิญเลยดีกว่า ๑๕ นาทีเท่านั้น เวลาของท่าน
ท่านประธานครับ ถ้าท่านฟังเหตุผลผมนิดเดียวครับ ท่านให้ก็ทํา ถ้าไม่ให้ผมก็จะพูด ไปเลย คืออย่างนี้ครับท่านประธาน กลุ่มพันธมิตรตกเปึนจําเลยของสภาเรา พูดถึงเขา ในลักษณะค่อนข้างจะไม่ดี ผมคิดว่าเขาก็มีสิทธิของเขาในการที่จะทําอะไรบางอย่าง ตามกรอบกฎหมาย ผมอยากอภิปราย ผมมีข้อเสนอครับ หลังจากที่ผมมีโอกาสได้ฟัง แกนนําพันธมิตร ให้เขาพูดบ้าง อยู่ในสภาแห่งนี้ก็มี ไม่รู้จัดให้หรือเปล่า ท่านประธาน ขอประทานโทษต้องเอ่ยชื่อ คนแรกผมอยากให้อาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้มา สะท้อนว่าจะเอาอย่างไร ถ้าเราไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรพันธมิตรจะเอาอย่างไร เราก็ตัดสิน ไม่ถูก จึงฝากเถอะครับทางพรรคประชาธิปัตย์ขอให้อาจารย์สมเกียรติเข้าคิว (Queue) มาบอกหน่อยว่าพันธมิตรเขาจะเอาอย่างไร ผมอยากจะเชิญคุณสนธิมา แต่ว่าไม่มีโอกาส จังหวะไม่ได้ ถ้าคุณสมเกียรติไม่มาพูดอีกคนหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน พูดไปอย่าเพิ่งประท้วงผมนะครับ เพราะท่านก็เปึนแกนนําคนหนึ่งเหมือนกัน แล้วท่าน มาเปึนผู้แทนราษฎร คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ให้บอกหน่อยพันธมิตรจะเอาอย่างไร อีกคนหนึ่ง ไม่เป่ดเผย แต่เห็นท่านไปปัวนเปุ้ยนมาตั้งแต่ชุมนุมครั้งแรกแล้ว แล้วมีข้อ ครหานินทาอยู่เหมือนกันว่าท่านสนับสนุนการเงินเขา เพราะนามสกุลท่านใหญ่มาก เปึนนายธนาคารครับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ท่านพูดแทนได้ไหมว่าพันธมิตรเขาจะ เอาอย่างไร ผมก็ยังอยากจะฟังว่า ส.ว. ที่เปึนแกนนําพันธมิตรก็มี ผมจึงอยากจะขอพูด ทีหลัง ฟังเขาก่อนได้ไหมครับท่านประธาน นี่ประเด็นที่หนึ่ง
ท่านพูดไปแล้วเกือบ ๓ นาทีแล้วครับ
ไม่เปึนไรหักได้ เดี๋ยวผมเข้ารอบหลังแทนคนอื่นก็ได้ อีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ผมวันนี้ ไม่รู้เปึนอย่างไรได้โชคดี โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่ทราบ เป่ดรังนกกระจอก ตู้ ส.ส. มีคนส่ง เอกสารมาให้พูดถึงเหตุการณ์นี้ว่ามีเรื่องเงินสนับสนุน ในนี้บอก ๒๕๐ กว่าล้านบาท ที่มาจากบริษัทการค้าใหญ่แห่งหนึ่ง น่าจะผ่านเข้าไปสู่กระบวนการของการประท้วงนี้ ผ่านพรรคการเมืองหนึ่ง วิธีผ่านพรรคการเมืองก็ไปผ่านเอาบริษัทหนึ่ง ผมยังไม่เอ่ยชื่อ กําลังให้ผู้ช่วยตรวจสอบอยู่ ดังนั้นถ้าผมได้หลักฐานชัดเจน ผมมาดูแล้วยังไม่มั่นใจนัก เพราะว่าในใบบริคณห์สนธินี้บริษัทที่ผ่านเงินนี้ ๒๕๐ กว่าล้านบาท มีคนนามสกุลเปึน ส.ส. ของพรรคในสภานี้ด้วย อีกคนหนึ่งเปึนผู้ปฏิบัติงานของพรรคการเมืองหนึ่ง เกี่ยวข้อง กับบริษัทที่ผ่านเงิน ๒๕๐ กว่าล้านบาท ผมจึงจะขอท่านประธานหักเวลาผมไปก็ได้ ถ้าผม ได้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ผมกําลังตรวจสอบอยู่ ผมจะเอาหลักฐานอันนี้ พอมีมูลผมจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรี หรือให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปตรวจสอบ ดังนั้นจะหา ทางออกได้แน่นอนครับ ท่านประธาน ผมเรียนปรึกษาท่านจะขอถัดเวลาไปก่อนสัก ๒ นาที หักผมได้ครับ ท่านประธาน
ต้องถามที่ประชุมครับ ที่ประชุมอนุมัตินะครับ ก็คงไม่ขัดข้องนะครับ ให้อยู่ท้าย ๆ ตอนตีหนึ่ง ตีสอง
ได้ครับ เที่ยงคืนก็ได้ ไม่ต้องให้ออกทีวี จะเอาข้อเท็จจริงพูดให้ท่านดู
เนื่องจากทางพรรคประชาธิปัตย์ ท่านวางคนของท่านที่จะอภิปรายแล้วนะครับ
ไม่เปึนไร รอบถัดไปมีท่านดนุพรต่อจากผมก่อนก็ได้ครับ แล้วผมไปแทนรอบหลังครับ
เปล่าครับ เมื่อท่านงด การอภิปราย
ไม่ได้งด ขอสิทธิข้างหลังครับ
สิทธิที่จะต่อท้ายครับ
ต่อท้ายครับ คืออยากให้มีแกนนําพันธมิตรพูดเสียก่อนจะเอาอย่างไร ถึงจะรู้ว่า จะทําอย่างไรได้ ไม่อย่างนั้นพูดไปก็ลอย ๆ หมด ขอบพระคุณครับท่าน
ท่านประธาน ผมประท้วง ท่านประธาน
ประท้วงเรื่องอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ญัตติที่มีการประชุมเปึนญัตติที่นายกรัฐมนตรีเชิญสมาชิกรัฐสภา มาประชุมปรึกษาหารือในปัญหาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรี เห็นสมควรจะรับฟังสมาชิกรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ อยู่ ๆ ก็มีสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่ง พยายามที่จะขัดฝ๋นตามข้อบังคับ ข้อ ๒๓ ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๒๓ เขียนไว้ชัดเจนว่าสมาชิก อาจจะซักถามเพื่อความกระจ่างกับรัฐมนตรีครับ แต่อยู่ ๆ สมาชิกก็มาซักถามกับสมาชิก ด้วยกัน ผมดูแล้วรูปแบบหรือวิธีการนี้ไม่มีทางออกที่จะทําให้รัฐบาลอยู่รอด ผมว่ารูปแบบ ที่สมาชิกที่กําลังทําในรูปนี้อาจจะทําให้รัฐบาลไปได้เร็วขึ้นด้วย ขอให้ทบทวนด้วย แล้วก็ ท่านวินิจฉัยด้วยว่าผิดข้อบังคับหรือเปล่า ขอบคุณครับ
ก็มีส่วนผิดข้อบังคับ มีส่วนผิด เชิญท่านสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ต้องเรียนเบื้องต้นกับท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงสั้น ๆ ก่อน ไม่อยากให้ท่านได้รวมเวลาใน ๑๐ นาที โดยประมาณที่ผมจะอภิปราย คือสืบเนื่องจาก ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ส.ส. ผู้ทรงเกียรติคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้พาดพิง กระผม ซึ่งไม่ได้แปลว่าจะเสียหายมากมายนัก แต่ผมเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิด ท่านจตุพรบอกว่า สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ร่วมในการต่อสู้ในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม แล้วก็ ได้บอกต่อมาว่ามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ผมเกรงว่า ๒ พยางค์อันนี้จะเกิดความเข้าใจผิด ได้ว่าในช่วงของการต่อสู้กับเผด็จการ รสช. เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ เราเห็น ไม่ตรงกันซึ่งมันไม่ใช่ ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมเปึนจําเลยที่ ๑ ของ รสช. ณ ป้ ๒๕๓๔ แล้วก็ได้ร่วมต่อสู้กับพี่น้องประชาชนจนถึงป้ ๒๕๓๕ ดังนั้นอย่างน้อยตรงนั้น ตรงกัน แต่เรื่องอื่นไม่ตรงกันผมไม่ขออภิปรายเพราะไม่จําเปึนว่าเราจะต้องตรงกัน ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนว่า ณ วันนี้ เรากําลังมาช่วยกันอภิปรายเพื่อที่จะ หาทางออกให้กับบ้านเมือง และในอีกด้านหนึ่งเพื่อต้องการที่จะแนะนํารัฐบาล พูดคุยกับ รัฐบาล แต่อยากจะเรียนกับท่านในเบื้องต้นว่าเรากําลังหาทางออกให้กับบ้านเมือง มิได้ต้องการหาทางออกให้กับรัฐบาลหรือหาทางออกให้กับฝ์ายหนึ่งฝ์ายใด อยากเรียนต่อท่านว่าผมอยากมีข้อเรียกร้องในช่วงนี้ว่า อยากให้ทุกฝ์ายนั้นได้คลายจุดยืน หรือคลายความต้องการ หรือข้อเรียกร้องของตนเองลงมาบ้างก่อน นับจากนี้ไปยังมีเวลา อีกหลายชั่วโมง ผมแน่ใจว่าปัญหายาก ๆ คงจะแก้ยาก แล้วก็การฝากความหวังไม่ง่าย ครับ ยิ่งการเมืองหรือนักการเมืองก็ไม่ง่าย ประชาชนต่าง ๆ ก็ไม่ง่าย แต่ถ้าเกิดว่าเรา ไม่ยอมลดอะไรกันบ้างผมคิดว่าลําบาก นี่เปึนประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านครับ ผมอยากเรียนต่อท่านว่า ผมอยากจะเสนอทางออก แต่ก่อนที่อยากจะเสนอทางออกนั้นผมอยากให้ท่านได้ย้อนกลับไปดูเหตุนิดเดียว ความขัดแย้งของสังคมไทยได้เริ่มต้นเมื่อป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๘ มีปรากฏการณ์ที่เราอาจจะ เรียกว่าปรากฏการณ์สนธิหรือปรากฏการณ์อะไรก็แล้วแต่ และนับจากนั้นเราก็ เดินทางเข้าสู่ความขัดแย้งใหญ่ เมื่อมีความขัดแย้งท่านครับ ต่างฝ์ายต่างก็มีความคิด ความเชื่อ กระทั่งมีอคติ ถึงที่สุดก็เอาสิ่งที่ตัวเองยึดกุมทั้งในสมองและในมือ หรือเครื่องมือ สาดใส่เข้าหากัน ถึงที่สุดก็ใช้ความรุนแรง ความรุนแรงที่เปึนรูปธรรมที่สุดก็คือการใช้รถถัง การใช้การรัฐประหาร ซึ่งผมเรียนว่าพี่น้องประชาชนทราบมาแล้วว่าความรุนแรงหรือการ รัฐประหารแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ ทุก ๆ ครั้งเมื่อมีการใช้การรัฐประหารจะเกิด ความขัดแย้งใหญ่ตามมาเสมอ ก่อนหน้านี้ป้ ๒๕๓๔ รัฐประหารเกิดนองเลือดป้ ๒๕๓๕ เพียงป้เดียวหลังจากรัฐประหาร ก่อนหน้านั้น ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ทันทีครับ เกิดสงคราม กลางเมือง บานปลายไปเกือบทุกจังหวัด ย้อนกลับไปมากกว่านั้นก็ได้ครับท่าน แต่ว่า เราไม่อยากจะเสียเวลา ดังนั้นผมคิดว่าข้อสรุปอันหนึ่งที่สังคมจะต้องมีข้อสรุปร่วมกันก็คือ ว่า ไม่ว่าในนามความดีงาม ไม่ว่าจะในนามความปรารถนาดีใด ๆ สังคมไทยจะต้องไม่เอา กับการรัฐประหารอีกต่อไป เหตุที่ผมต้องพูดย้ําทั้ง ๆ ที่ ณ ขณะนี้หลายคนเชื่อว่าไม่มีวี่แวว แต่ก่อน ๑๙ กันยายน ก็ไม่มีวี่แววเช่นเดียวกัน ดังนั้นผมต้องใคร่ย้ําว่าผลเสียจาก การรัฐประหาร ทั้งทางเศรษฐกิจและขยายความขัดแย้งเพิ่ม วันนี้เปึนข้อพิสูจน์ทาง ประสบการณ์ ท่านทั้งหลายครับ ผมอยากเรียนต่อท่านต่อไปว่า ถามว่าความขัดแย้ง ที่บอกว่ายาก ใหญ่ มีอคติ มีผลประโยชน์ และมีอํานาจเปึนเดิมพันสําหรับกลุ่มคนที่ผม อยากจะเรียกว่าชนชั้นนํา แน่นอนมีมวลชน มีชนชั้นกลาง มีชนชั้นล่างเข้ามาร่วมมากมาย แต่คนที่มีเดิมพันใหญ่ก็คือชนชั้นนํา ณ วันนี้ทําเสมือนหนึ่งว่ามีเพียงแค่ ๒ ฝ์าย หรือ ๒ ขั้ว แท้ที่จริงมากกว่านั้นนะครับ ผมคิดว่าจะอย่างไรก็ตามเราสามารถที่จะมีทางออกได้ คําถามก็คือ อะไรคือทางออกที่เปึนรูปธรรมในท่ามกลางความยากลําบากอันนี้ ผมคิดว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการพูดคุยกัน เมื่อตะกี้นี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้เสนอ ที่จริงผมเตรียมไว้แล้ว ท่านเสนอก็ไม่ว่าครับ ที่จริงผมอยากเรียนว่าถ้าหากว่าสมาชิก วุฒิสภาซึ่งมีฐานะที่เปึนกลาง แต่มิได้แทงกั๊กนะครับ แต่ไม่เลือกข้างโดยสมบูรณ์แบบ เพราะไม่เชื่อว่าใครจะถูกต้องทั้งหมด ใครจะเลวทั้งหมด เราเลือกเปึนเรื่อง ๆ ก ไก่ ข ไข่ จนถึง ฮ นกฮูก หรือร้อยเรื่อง พันประเด็น ฉะนั้นผมจึงอยากเรียนว่า ส.ว. โดยเฉพาะ กระผมคนเดียวก็ได้ครับ ถ้าใครเห็นด้วยก็ยินดีครับ ผมอยากเสนอว่าต้องเริ่มต้น การพูดคุยอย่างจริงจัง รัฐบาลในฐานะที่เปึนผู้มีอํานาจ ณ ปัจจุบันนี้ต้องเปึนฝ์ายเริ่มต้น และต้องเปึนฝ์ายให้เกียรติกับพันธมิตร หรือกลุ่มใดก็ตาม อย่าคิดว่าจะเปึนการยก ฐานะพันธมิตร ซึ่งท่านอาจจะมองว่าทําผิดกฎหมาย ใช้ความรุนแรง ผมคิดว่าท่านอาจจะ มีความรู้สึกอย่างนั้นได้ แต่ว่ารัฐบาลจะต้องใจกว้างกว่ากลุ่มใด ๆ ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้อง โน้มลงมา แล้วก็ทําการพูดคุย ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้ครับ ผมไม่ได้คาดหวังว่าในยามที่จะปะทะกันรุนแรงแบบนี้ หมายถึงทั้งทางความคิด ทั้งทาง วาจาหรือในทางกายกรรม จะพบกับความสําเร็จอย่างง่าย แต่อย่างน้อยที่สุดรัฐบาล และพันธมิตรหรือกลุ่มอื่นจะได้มาตั้งประเด็น ตั้งดูว่าข้อเรียกร้องอะไรที่เหมือนกัน อะไร ที่ขัดแย้งกัน ต่อให้ขัดแย้งกันทุกเรื่อง อันนี้เปึนธรรมชาตินะครับ ธรรมชาติที่เมื่ออยู่ ตรงกันข้ามกันแล้ว ฝ์ายตรงกันข้ามผิดทั้งหมด ฝ์ายตัวเองถูกทั้งหมด ซึ่งเราก็ไม่ว่าใคร ดังนั้นผมจึงคิดว่าถ้าหากว่าได้มานั่งร้อยเรียงประเด็นแล้วก็คุยกัน เรื่องนี้คุยกันได้ ตั้งไว้ เรื่องนี้คุยกันไม่ได้ เดี๋ยวหาคนอื่นมาคุย ผมคิดว่าวันนี้มีนักวิชาการ มีอาจารย์ มหาวิทยาลัยเยอะแยะไปหมด มีสํานักสันติวิธีเยอะแยะ ถ้าเราไม่ลอง เราก็ไม่รู้ ผมคิดว่า มาเริ่มคุย คราวนี้ถ้าหากว่าคุยไม่ได้อีก เริ่มมีคนกลาง แต่ผมไม่คิดว่าจะมีความสมบูรณ์ ถ้าคุยกันไม่ได้ท่านครับ ท่านกําลังร่างกฎหมายประชามติ แต่ท่านต้องตั้งประเด็นให้ได้ เรื่องอะไรที่ท่านขัดแย้ง เรื่องรัฐธรรมนูญท่านขัดแย้ง ประชามติได้ไหม เรื่องของความคิด ทางการเมือง ต่างคนต่างอ้างเรื่องประชาธิปไตย วันนี้มีประชาธิปไตยที่เรียกว่า ประชาธิปไตยทางตรงหรือประชาธิปไตยที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม อันนี้ดี ในขณะเดียวกันมีการพูดถึงประชาธิปไตยตัวแทน อันนี้ก็ดี คําถามผมว่าดีทั้งสองอย่าง ทําไมจะต้องมาหักกันว่าจะต้องมีอย่างหนึ่งอย่างใด ผมคนหนึ่งไม่เอานะครับ จะมี อย่างหนึ่งอย่างใดไม่เอา การนําเสนอบอกว่า ๒ อย่างต้องสวนกัน ไม่ใช่หรอกครับ ประชาธิปไตยตัวแทน ผมต้องเรียนต่อท่านอย่างนี้ วันเลือกตั้งก็คือประชาธิปไตยทางตรง ครั้งใหญ่ที่สุด ดังนั้นใครก็ตามที่คิดจะทําลายระบบการเลือกตั้ง ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วย และเรามีเยาวชนคนหนุ่มสาวจํานวนมาก ผมทํางานด้านเยาวชนและทํากิจกรรม มาต่อเนื่อง ได้คุยกันอย่างสม่ําเสมอว่าไม่เห็นด้วยถ้าหากว่าจะทําลายประชาธิปไตยที่มา จากการเลือกตั้ง แต่ประชาธิปไตยตัวแทน มันไม่พอเท่านั้นเอง ก็ต้องเพิ่มด้วยเรื่อง ประชาธิปไตยทางตรง ดังนั้นถ้าเราพูดอย่างนี้ แปลว่าเราก็รวมกันได้ ประสานกันได้ใน ๒ เรื่องนี้และยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกครับแม้แต่รัฐธรรมนูญ คนหนึ่งถือรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ คนหนึ่งถือรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ แต่ถ้าเรามาบอกว่าเราเอาข้อดีมาบวกกัน ผมขนาดว่า ชอบรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มากกว่า อันนี้เป่ดเผย แต่กลับเห็นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มี จุดดีเช่นเดียวกัน เช่น มีประชามติเห็นไหมครับ ถึงแม้มีจุดอ่อนแต่ก็มีประชามติ อย่างนี้ ไปด้วยกันได้ไหม ผมไม่คิดว่าเราจะต้องทะเลาะกันทุกเรื่อง ดังนั้นท่านประธานครับ ต้องเรียนท่านประธานว่า ผมอยากจะเสนอหลักการว่าสังคมไทยเราถึงเวลาได้ไหม ในการ ที่จะมายึดหลักความพอดี ความสมดุล ท่านคิดหรือว่าท่านจะได้ทั้งหมด หรือทุกฝ์ายคิด หรือว่าท่านจะเสียทั้งหมด หรือจะให้คนอื่นเสียทั้งหมด มันเปึนไปไม่ได้ครับ ดังนั้นในช่วง สุดท้ายผมอยากจะวิงวอน ผมอยากให้ทุกฝ์ายที่คิดจะใช้ความรุนแรงขอให้หยุด ไม่ว่าฝ์ายไหนนะครับ ณ วันนี้ยังต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่าสถานการณ์ ผมคิดว่า ยังล่อแหลมอยู่
หมดเวลาแล้วครับ
ผมแน่ใจว่า บ้านเมืองของเรายังมีศักยภาพ บ้านเมืองของเรายังมีโอกาส ผมสรุปภายใน ๓๐ วินาที บ้านเมืองของเรายังสามารถที่จะสร้างสันติสุขให้พี่น้องประชาชนทุกระดับอยู่ร่วมกันได้ อย่าทําให้บ้านเมืองเข้าทํานองสํานวนไทยว่า ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกแหลกลาญ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่ปรึกษา เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ความจริงแล้วท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้ อภิปรายในสาระสําคัญ รวมทั้งข้อเสนอแนะต่อท่านประธานเพื่อประโยชน์ของรัฐบาล ในวาระต่อไป แต่ว่าโดยที่การเสนอญัตติและคําอภิปรายของท่านนายกรัฐมนตรีมีอย่างน้อย ๒ ครั้ง จะยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นมาเปรียบเทียบ กระผมคิดว่าเมื่อเปรียบเทียบแล้วน่าจะใช้ ให้เปึนประโยชน์ ไม่ได้มองในทางเสียหายทั้งหมดหรอกครับ เพียงแต่ว่าถ้ามีโอกาสได้ อธิบายถึงข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ผมคิดว่ารัฐบาลสามารถนําตัวอย่างเหล่านั้นมาใช้เปึน ประโยชน์ในการแก้ปัญหาได้ แต่ว่าก่อนที่จะลงไปในรายละเอียดเรื่องนั้น ขอกราบเรียน ท่านประธานว่าการเสนอญัตติในวันนี้เปึนไปตามมาตรา ๑๗๙ ซึ่งอยู่ในหมวดของ คณะรัฐมนตรี งานนี้จึงเปึนงานของฝ์ายบริหาร และมาตรา ๑๗๙ นั้นก็เปึนกรณีที่ เมื่อมีปัญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้เปึนเรื่องโดยตรงนะครับ ผมอยากทําความเข้าใจเพราะเหตุว่าเราจะได้รู้ว่าประเด็นของเราที่จะอภิปรายกันนี้ คืออะไร มิฉะนั้นจะกลายเปึนญัตติไม่ไว้วางใจพันธมิตร จะกลายเปึนญัตติเพื่อด่า พันธมิตร ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ในวันนี้ ในญัตติตามมาตรา ๑๗๙ นั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องการ ก็คือความคิดเห็น ความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อประโยชน์ในการที่จะนํามาพิจารณาในการบริหารจัดการแผ่นดิน ซึ่ง ครม. เห็นสมควร เพราะฉะนั้นญัตติวันนี้ก็เปึนญัตติที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้องทําความเข้าใจจากญัตตินี้ เสียก่อนว่า กฎหมายมาตรานี้ต้องการความคิดเห็น ความคิดเห็นนี้แน่นอนว่าไม่มีทาง หรอกที่จะตรงกันหมดทุกเรื่อง ซึ่งเมื่อรัฐบาลตั้งใจจะรับฟังก็ต้องยอมรับว่าบางเรื่อง อาจจะไม่ตรงกับท่าน กระผมคิดว่าความคิดเห็นนั้นเปึนเรื่องที่ท่านต้องยอมรับ ถ้าไม่ตรงกัน แต่ข้อเท็จจริงถ้าฝ์ายใดให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงความจริงก็มีสิทธิที่จะ มีความเห็นแตกต่างหรือให้ข้อเท็จจริงที่แตกต่างไปได้ ผมกราบเรียนเพื่อทําความเข้าใจ กับมาตา ๑๗๙ เราจะได้ไปสู่ประเด็นซึ่งเปึนความประสงค์ของรัฐบาลที่จะฟัง ความคิดเห็นต่อไป
ในญัตติของรัฐบาลนั้นบอกไว้ชัดเจนว่า ด้วยขณะนี้มีกลุ่มบุคคลรวมตัวกัน เข้ายึดสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ในบ้านเมือง ขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวดํารงอยู่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น อันเปึนอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้ก็เปึนข้อเท็จจริงซึ่งรัฐบาลถือว่าเปึน อุปสรรค และผมก็คิดว่ามีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน ปัญหาอยู่ที่ว่าภารกิจ ในการแก้ปัญหานี้ถ้าเราทําความเข้าใจว่าสมาชิกสภานี้ทําได้คือให้ความเห็น หน้าที่ ในการแก้ปัญหาคือฝ์ายบริหาร ผมจึงอยากจะกราบเรียนไม่ใช่จะแก้ตัวแทนศาล แต่ผม ไม่เห็นด้วยที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปกล่าวว่าบัดนี้ศาลก็แก้ปัญหาไม่ได้ ผมคิดว่าอํานาจ ฝ์ายตุลาการนั้นเขาได้ทําหน้าที่สมบูรณ์ที่สุดแล้วในยุคนี้ คือวินิจฉัยคดีและข้อกล่าวหา อย่างเปึนธรรมตรงไปตรงมา ศาลไม่ได้มีหน้าที่มาสลายผู้ชุมนุม ศาลวินิจฉัยแล้วท่านก็ กรุณาอธิบายคําวินิจฉัยของท่านเปึนหน้าที่ฝ์ายบริหารที่จะต้องนําคําวินิจฉัยนั้นไปปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับคําวินิจฉัย เราไม่อาจวิจารณ์ได้ว่าศาลแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะศาลไม่ใช่ผู้ที่ จะมาสลายผู้ชุมนุม ศาลทําหน้าที่วินิจฉัยสิ่งที่ฝ์ายผู้ร้องหรือฝ์ายผู้เปึนโจทก์กล่าวหา และศาลก็ตัดสินไปตามนั้น ผมยังมองไม่เห็นเลยว่าศาลล้มเหลวหรือแก้ปัญหาไม่ได้ นี่ประการหนึ่ง เพราะว่าผู้ที่จะทําหน้าที่ในการแก้ปัญหานั้นก็คือฝ์ายบริหาร คือฝ์ายรัฐบาล เราต้องแยก ให้ออก มิฉะนั้นเราจะสับสนภารกิจเหมือนกับวันนี้ เมื่อเราฟังความเห็นแล้วถ้าปัญหา ที่แก้ไม่ได้นั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น ก็ไม่ใช่เปึนความผิดของฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายนิติบัญญัติไม่มีอํานาจ ไม่มีสิทธิเข้าไปแทรกแซงหรือเข้าไปดําเนินการด้วยตัวของ ฝ์ายนิติบัญญัติเอง ฝ์ายบริหารซึ่งอาจจะมาจากฝ์ายนิติบัญญัติเปึนผู้มีหน้าที่ในภารกิจนี้ กระผมคิดว่าถ้าเราทําความเข้าใจให้กระจ่างในเรื่องนี้ แล้วเราก็กลับมาทบทวนถึง ปัญหากันอีกครั้งหนึ่ง ในข้อเท็จจริงบางเรื่องนั้นกระผมจะไม่ลงรายละเอียด ด้วยความเคารพต่อความเห็นของทุกฝ์าย ข้อเท็จจริงก็เปึนเรื่องที่ฝ์ายรัฐบาลจะต้อง ติดตามดูต่อไปว่า สิ่งที่ได้กล่าวมานั้นมันเกิดขึ้นในความเปึนจริงจากอะไร แต่ว่า กระผมกราบเรียนว่าในสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ผมไม่ได้โทษนายกรัฐมนตรี แต่ผู้เดียวนะครับ ความจริงการเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดนั้นมันมาก่อนท่านเปึน นายกรัฐมนตรีเปึนแต่เพียงว่าเมื่อท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว สถานการณ์ไม่ได้ เบาลงครับ ดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ทําไมครับ เพราะมีการสร้างเงื่อนไข เพิ่มเติมขึ้นมาหลายเรื่อง ผมไม่เสียเวลา เพราะท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้สรุป ให้ท่านประธานได้ฟังแล้วเกือบครบถ้วน ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนก็มีเพียงว่า ความแตกแยกอันก่อให้เกิดความขัดแย้งมันเกิดขึ้นมา อาจจะก่อนป้ ๒๕๔๘ อย่างที่ ท่านวุฒิสมาชิกได้กล่าว ป้ ๒๕๔๘ เปึนเรื่องที่ประชาชนได้มีโอกาสฟังข้อเท็จจริง อีกด้านหนึ่ง นั่นก็คือเกิดเอเอสทีวีขึ้นมา ก่อนหน้านั้นประชาชนอยู่ภายใต้ข้อเท็จจริง ฝ์ายเดียว พูดได้เลยว่าฝ์ายเดียว ไม่มีโอกาสที่จะสื่ออย่างอื่นได้เลย สื่อมวลชนของรัฐ ถ้าไม่ทํารายการที่เปึนประโยชน์ต่อรัฐก็จะถูกเปลี่ยนผังรายการ ทุกคนก็ต้องเอาใจ หนังสือพิมพ์ถ้าไม่เขียนเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลก็จะถูกกลั่นแกล้ง ไม่ด้วยตัดโฆษณา ก็ด้วยวิธีอื่น ๆ เพราะฉะนั้นช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ประชาชนอยู่ภายใต้ของเท็จจริงหรือข้อมูลที่ประชาชน ได้รับด้านเดียวเท่านั้นเองครับ ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าเมื่อเกิดเอเอสทีวีขึ้นมา ประชาชนได้ฟังข้อมูลอีกด้านหนึ่ง หลายเรื่องตรงกันข้ามกับที่รัฐบาลแถลง พฤติกรรมต่าง ๆ จึงได้เป่ดเผยออกมา ความจริงถ้าพูดไปแล้วท่านประธานที่เคารพครับ กระผมไม่บังอาจที่จะหยิบยกว่า ข้อเท็จจริงเหล่านั้นที่เอเอสทีวีได้นํามาเป่ดเผย ตอนหลังนั้น เปึนข้อมูลที่ฝ์ายค้านในขณะนั้นได้อภิปรายในสภาเกือบทุกเรื่องมาแล้ว แต่ว่าเราไม่ได้รับการสนับสนุนให้เผยแพร่ข้อความเหล่านั้น สื่อของรัฐในขณะนั้นเรียกว่า ไม่กล้ารายงานข่าวสาร สิ่งที่พวกเราทําได้ก็คือใช้รายการออนไลน์ (Online) ผมต้อง กราบเรียนเรื่องนี้เพราะว่าถ้าเราเข้าใจปัญหา รัฐบาลสามารถที่จะลดปัญหาบ้านเมือง ลงมาได้ โดยไม่ยึดว่าสิ่งที่ทํามานั้นถูกต้องทั้งหมด หันกลับไปมองว่าความจริงมันเกิดจาก อะไร แล้วเราก็แก้ไขเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดสิ่งเหล่านั้น พร้อมกับไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ เงื่อนไขเดิมที่ผมกราบเรียนว่าเราฟังความข้างเดียวตลอดมานั้น ทําให้รัฐบาลในขณะนั้น สามารถทําอะไรที่ไม่ถูกต้อง แม้กระทั่งกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ การฆ่า ตัดตอน การอุ้มฆ่าอันก่อให้เกิดปัญหาในภาคใต้ การฆ่าตัดตอนกรณียาเสพติด การละเมิดสิ่งที่กฎหมายห้ามเอาไว้ได้เกิดขึ้นหลายเรื่อง จนกระทั่งในที่สุดกลายเปึน เงื่อนไขที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ๆ โดยลําดับ แล้วในที่สุดรัฐในขณะนั้นเข้าแทรกแซง องค์กรอิสระ แม้กระทั่งวุฒิสมาชิก วุฒิสภาสมัยนั้นเปึนที่รู้กันว่าถูกซื้อไปส่วนหนึ่ง วุฒิสมาชิกเขายอมรับว่าถูกซื้อไปประมาณ ๖๐ กว่าคน ที่กินเงินเดือนประจํา เพราะฉะนั้นกระบวนการของสถาบันที่เปึนหลักของบ้านเมืองจึงเกิดชํารุดทรุดโทรม ฝ์ายนิติบัญญัติไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มภาคภูมิ ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ หันมามองฝ์ายบริหาร ไม่ต้องพูดถึงเพราะมีอํานาจอยู่แล้ว ข้าราชการถูกแทรกแซงอย่างที่ ผมเคยกราบเรียนในสภานี้ จะไม่มีเวลาพูดอีก แต่กราบเรียนว่าองค์กรของส่วนราชการ ได้รับกระทบหมด แต่ว่าโดยที่รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ สมัยนั้นมีกระบวนการที่เรียกว่า องค์กรตรวจสอบที่เกิดขึ้นใหม่คือ องค์กรอิสระ ซึ่งมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยองค์กรเหล่านั้น องค์กรเหล่านั้นตอนเริ่มต้นดูเหมือนจะปฏิบัติหน้าที่ได้ดี เพราะรัฐบาลในสมัยก่อนนั้นถ้าจะกล่าวไปก็คือสมัยที่ประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล ไม่ได้ ก้าวล่วงเข้าไปแทรกแซงสามารถใช้ดุลยพินิจได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่หลังจากนั้น ในที่สุดก็ถูกแทรกแซง รัฐบาลสมัยพรรคไทยรักไทยนั้น ต้องกราบเรียนขออภัยที่เอ่ยชื่อ ได้เข้าไปแทรกแซงกระบวนการสรรหาบุคคล จนกระทั่งองค์กรเหล่านั้นที่เขาเรียกว่า เปึนอัมพฤกษ์ กระบวนการเหล่านี้คือทําให้บ้านเมืองเราอยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรม อย่างน่าตกใจ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเริ่มต้นสิ่งนี้เพื่อให้เราได้มองเห็นร่วมกัน ว่าเราจําเปึนต้องยอมรับความเปึนจริงที่เกิดขึ้น และเปึนหน้าที่เราที่ต้องแก้ไขต่อไป วันนี้ ผมเชื่อว่าสถานการณ์ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าสถานการณ์ของกระบวนการ ประชาธิปไตยนั้นดีกว่าในช่วงที่กระผมได้กล่าวมาแล้ว องค์กรอิสระวันนี้ทําหน้าที่ ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ความพยายามที่จะแทรกแซงไม่ประสบความสําเร็จ เพราะการสรรหาคนเหล่านั้นมาเปึนองค์กรอิสระไม่ใช่ผ่านกระบวนการของพรรคการเมือง แต่รัฐบาลเปึนผู้จัดหามา แต่แน่นอนครับเมื่อคนเหล่านี้ไม่อยู่ภายใต้อาณัติฝ์ายหนึ่งก็ไม่ พอใจ ฝ์ายรัฐบาลเองก็ไม่พอใจ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจําได้ ท่านนายกรัฐมนตรีวิจารณ์ ตุลาการรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง คดียุบพรรคผมยังจําได้ ผมยังพูดเลยว่านี่ดีนะไม่มี กฎหมายละเมิดอํานาจตุลาการรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้นนายกรัฐมนตรีก็โดนถูกเตือนไปแล้ว เพราะท่านไปวิจารณ์การตัดสินคดียุบพรรคว่าทุเรศ เปึนคําตัดสินที่ทุเรศ ซึ่งความจริงแล้ว นั่นคือสิ่งที่กระผมเห็นครั้งหนึ่งว่าตุลาการรัฐธรรมนูญ แม้เกิดขึ้นในสมัยที่มีการยึดอํานาจ แต่ได้ใช้ภารกิจหน้าที่ของท่านเองอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่สุด ซึ่งเราไม่เห็นก่อนหน้านั้น องค์กรอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน กกต. ก็มีผู้วิพากษ์วิจารณ์มาก แต่กระผมมองด้วยแง่ดีว่า ถึงอย่างไร ส่วนใหญ่ของ กกต. ก็ยังเปึนหลัก เพราะอะไรครับ เพราะเขาไม่มาจาก กระบวนการที่นักการเมืองเข้าไปแทรกแซงได้มาก กระบวนการอื่นก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ที่จริงแล้วในเรื่องโครงสร้างของการปกครองบ้านเมือง เพื่อให้เปึนไปโดย ความบริสุทธิ์ยุติธรรมนั้นดูเหมือนว่าจะดีขึ้นกว่าก่อนหน้านั้น แต่ว่าแล้วทําไมถึงมีเหตุร้าย รุนแรงเกิดขึ้นอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เปรียบเทียบกรณีของการชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรกับกรณีของราชบุรี ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงหม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ ได้อธิบาย ท่านนิพิฏฐ์ ก็อธิบายไปแล้ว แต่ว่าผมอยากใช้เรื่องนี้เปึนประโยชน์ ต่อรัฐบาล เมื่อเราห่วงว่าต่อไปเหตุการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้น เราหาทางปัองกัน กรณีที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเปรียบเทียบว่าเรื่องนั้นไม่รุนแรงหรือ แล้ววันนี้บอกว่ารุนแรง เรื่องนั้น ตายตั้ง ๑๐ คน ๘ คน ไม่รุนแรงหรือรุนแรงครับ แต่เรื่องเราเปรียบเทียบไม่ได้เลย เรื่องนั้น เปึนเรื่องจับตัวประกัน เรื่องนี้เปึนเรื่องชุมนุม ชุมนุมเรียกร้อง เรื่องที่ราชบุรีนั้นกระผมเอง ที่ร่วมกับผู้บัญชาการทหารบก รัฐมนตรีมหาดไทยในขณะนั้นเข้าไปร่วมแก้วิกฤติ เราต้อง เจรจากับกลุ่มก็อด อาร์มี ไม่ใช่คนไทยมาชุมนุมเรียกร้องก็อด อาร์มี เข้ายึดโรงพยาบาล ราชบุรีและเจรจาต่อรอง มิฉะนั้นจะทําร้ายหรือเกิดอันตรายกับแพทย์ คนไข้ พยาบาล ซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ คน ๘๐๐ คนขณะนั้น ถ้าเราไม่เจรจาให้ยุติ ตัวประกัน อาจจะเสียชีวิตหรือเปึนอะไรไป รัฐบาลขณะนั้นต้องรับผิดชอบ ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระผมเปึนประธาน จึงต้องหาข้อยุติทันทีว่าต้องจบ ในคืนนี้ แล้วก็มอบภารกิจให้ผู้บัญชาการทหารบก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ แก้ปัญหา ในคืนนั้น กระผมก็ไปอยู่ในพื้นที่ที่โรงพยาบาล ที่หน่วยของราชการ แต่ว่าเพื่อไม่ให้คนร้าย เอากรณีกระผมมาเปึนข้อต่อรอง ทางคณะทํางานขอให้กระผมกลับมากรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้คนร้ายขอพูดต่อรองกับนายกรัฐมนตรี กระผมกลับมาแล้วก็เจรจาทางฝ์ายโน้น การเจรจาไม่สามารถหาข้อยุติได้ แต่เพื่อให้จบในคืนนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง ดําเนินการรุนแรง ในที่สุดคนร้ายเสียชีวิตหมด แต่ตัวประกันรอดหมด ไม่น่ามีความสุขเลย แม้จะแก้ปัญหาไปได้แต่สําหรับเราคนไทยชาวพุทธมีความรู้สึกเพื่อนมนุษย์ต้องเสียชีวิต ไป กระผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ กระผมไปทําบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ ผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยตัวกระผมเอง มีความรู้สึก แต่นั่นคือ หน้าที่ที่ต้องทํา แต่กรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงนั้นคือกรณีของผู้ชุมนุม กระผม กราบเรียนท่านประธานเรื่องนี้อยากให้แยกชัดเจน มิฉะนั้นจะพลาดอีกครั้งหนึ่ง พลาดไปแล้วที่ตากใบ ตากใบก็เอาตัวอย่างที่รัฐบาลประชาธิปัตย์แก้ปัญหา แต่กรณี ตากใบคือการชุมนุมไม่ใช่จับตัวประกัน เปึนการชุมนุมเรียกร้อง แต่กรณีราชบุรีนั้นเปึน กรณีจับตัวประกัน พลาดไป ๑ วัน ตัวประกันตาย รัฐบาลรับผิดชอบ แต่กรณีตากใบนั้น เปึนความผิดพลาดที่ไปเอาวิธีการที่ประชาธิปัตย์ไปทํากับอีกข้อเท็จจริงหนึ่ง ผู้เสียชีวิต ไปถึง ๘๕ ศพ ซึ่งกระผมเคยกราบเรียนท่านประธานมาแล้วในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีไม่ควรบิดเบือนความจริง แต่ท่านก็ตอบว่าท่านไม่รู้ ท่านรู้เพียง เท่านั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องที่คนล้มทับกันตาย แต่เปึนเรื่องที่เจ้าหน้าที่เอาคนไปซ้อนกัน บนรถ ซ้อนกัน ๒ ชั้น ๓ ชั้น มัดมือไขว้หลังทับกัน ไม่มีอากาศหายใจก็ตายเพราะซ้อน ทับกัน ไม่ใช่ล้มทับกัน แต่ท่านบอกท่านยอมรับว่าท่านไม่รู้ก็จบ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่าเราอาจจะใช้ตัวอย่างเหล่านี้ว่าวันนี้เรารู้สึกว่า มีเหตุการณ์ดูเหมือนว่าจะรุนแรงเกิดขึ้น และรัฐบาลก็วิตกว่าแนวโน้มจะทวีความรุนแรง มากขึ้น เมื่อเราได้ตัวอย่างอย่างนี้แล้วเราอาจจะไปปรับได้ว่าถ้าอย่างนั้นเราต้อง ระมัดระวังมากกว่าเดิม มิฉะนั้นจะมีปัญหาเปึนไปตามความห่วงใยของรัฐบาลได้ มีผู้หยิบยกตัวอย่างกรณีชุมนุมแล้วก็มีหมาไปกัดชาวบ้าน บังเอิญว่าเวลาหยิบยกตัวอย่าง ไม่พูดให้ครบและก็พูดไม่จริง เรื่องพูดไม่จริงศาลฎีกาเขาตัดสินมาแล้วว่าผู้พูดมีความผิด ผมกราบเรียนท่านประธาน เรื่องนี้ก็เปึนตัวอย่างหนึ่งของการชุมนุมโดยสงบ ชาวบ้านก็มา ชุมนุม เขามีสิทธิ กระผมเปึนรัฐบาลไม่อยากให้ชุมนุมเลยครับ แต่เขามีสิทธิทําได้โดยสงบ เราต้องยอมเขา ประชุมอยู่เกือบป้ครับก็ต้องยอมครับ แต่เผอิญวันหนึ่งเขาป้นกําแพง ทําเนียบฯ ตํารวจต้องดูแลและตํารวจเขาก็มีสุนัขตํารวจอยู่ เขาก็เข้าไปดูแล เขาไม่ได้ ปล่อยให้สุนัขไปกัดหรอกครับ แต่ผู้ชุมนุมบางท่านอาจจะคึกคะนองเข้าไปเตะหมา หรืออะไรก็ตาม สุนัขตํารวจก็กัดให้ นั่นคือความเปึนจริง แต่ว่ากรณีนั้นมากที่สุดก็คือการที่ สุนัขกัดชาวบ้านผมก็เสียใจเรื่องนี้เพราะว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนหรอกครับอยากให้เกิด ความรุนแรง กรณีรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็เชื่อว่าท่านก็อยากแก้ปัญหา โดยสันติ โดยสงบ แต่ว่าลึก ๆ ท่านต้องไปทบทวนว่าที่มันเกิดขึ้นเพราะใครเปึนคนไปสั่ง เปึนจริงไหมที่เขาบอกว่าเวลาประกาศนโยบายก็ประกาศอย่างนั้น แต่เวลาทํา ทําอีกอย่างหนึ่ง ต้องไปทบทวนดูครับ ถ้ามันเปึนอย่างนั้นต้องรีบห้ามเพื่อปัองกันไม่ให้ เหตุร้ายทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ถ้ามันเปึนจริงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ กระผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเราไม่อยากเห็นบ้านเมืองเรามีปัญหา เราไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ในบ้านเมืองนี้มีมาก แต่เชื่อเถอะครับว่าความขัดแย้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มันไม่ใช่เหมือนเหตุสึนามิ (Tsunami) มันไม่ใช่แผ่นดินไหว มันเปึนเรื่องแค่มนุษย์สร้างขึ้น ความขัดแย้งในสมัยก่อน เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมาแล้ว ๗๖ ป้ ท่านประธานครับ คนหนึ่งเลือกตั้งชนะเปึนฝ์ายรัฐบาล อีกฝ์ายหนึ่งเปึนฝ์ายค้าน เคยขัดแย้งอย่างนี้ไหม ไม่มี ใครเปึนฝ์ายค้านก็เปึนฝ์ายค้าน ใครเปึนรัฐบาลก็เปึนรัฐบาลไป เขาไม่ได้ขัดแย้งอย่างนี้ แล้วทําไมถึงได้เกิดได้ความขัดแย้งในยุคที่ประชาธิปไตยได้ผ่านมาแล้วถึง ๗๖ ป้ คําตอบ ก็คือ มนุษย์ไปสร้างความขัดแย้งขึ้น ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ ท่านสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดระยอง พบท่านในห้องอาหาร เอ่ยขึ้นมาก็ขออภัยท่านด้วย ไม่ได้ขออนุญาต แต่ว่าท่านเตือนด้วยความหวังดี ท่านเตือนว่า เมื่อท่านเข้ามาในสภาวันนี้ กลุ่มที่ชุมนุมอยู่ข้างนอกถามว่า เปึนประชาธิปัตย์หรือเปล่า ถ้าเปึนประชาธิปัตย์ ก็จะเล่นงาน ไม่ให้เข้า ท่านเลยบอกกระผมว่า ช่วยเตือนพรรคพวกประชาธิปัตย์ด้วย เดี๋ยวกลุ่มนั้นเขาจะเล่นงาน ท่านประธานครับ ทําไมเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้น ความจริงไม่ใช่ เรื่องใหม่ ผมเปึนผู้แทนราษฎรครั้งนี้ วันที่ไปรับหนังสือรับรองจาก กกต. ก็เจออย่างนี้ ผมยัง แปลกใจว่า ผมเปึนศัตรูอะไรกับคนเหล่านี้ ผมเปึนประชาธิปัตย์เท่านั้นเอง แค่นี้ต้องเปึน ศัตรูกับคนเหล่านี้หรือ คําตอบก็คือว่า คนเหล่านี้เขาจัดตั้งมา เขาสร้างขึ้นมาเพื่อให้ก่อ ความขัดแย้งกับคนอื่น แล้วก็ขยายอย่างที่เราได้เห็น สมัยก่อนแท็กซี่ (Taxi) เขาไม่ได้มีพรรค แท็กซี่ใครเปึนรัฐบาล เปึนฝ์ายค้าน เขาก็วิจารณ์การเมืองด้วยความ ตรงไปตรงมาของแท็กซี่ พี่น้องแท็กซี่เราไม่เคยแบ่งว่า คุณไม่เชียร์พรรคไทยรักไทย คุณก็ ขึ้นแท็กซี่ไม่ได้ หรือทะเลาะกันกับผู้โดยสาร ไม่เคยเปึนอย่างนี้ มันเกิดขึ้นจากการสร้าง กลุ่มคนขึ้นมาเพื่อแบ่งแยก คุณเปึนนักธุรกิจ คุณไม่หนุนรัฐบาล คุณทําธุรกิจโดยเสรีไม่ได้ คุณจะต้องถูกแกล้ง สรรพากรต้องตรวจภาษีคุณ ตรวจแล้วตรวจเล่า ที่พิษณุโลกผมก็เจอ ด้วยตัวเอง แค่เดินกับหมอวรงค์เท่านั้นเอง พ่อค้าคนนั้นก็ถูกสรรพากรตรวจแล้วตรวจอีก จนกระผมต้องไปเรียนท่านอธิบดีกรมสรรพากรด้วยตัวกระผมเอง ท่านอธิบดีกรุณาอย่าไป แกล้งเขา เขาไม่ได้มีอะไร ท่านอธิบดีก็บอกผมว่า ท่านไม่ได้สั่ง กระผมมาบอกว่า ผมทราบท่านอธิบดีไม่ได้สั่ง แต่ลูกน้องท่านทําอย่างนี้ เพราะบังเอิญว่าพ่อค้าคนนั้น ไปเดินกับหมอวรงค์ ซึ่งเปึนประชาธิปัตย์ อันนี้ก็ตัวอย่างเล็ก ๆ แต่ตัวอย่าง ใหญ่กว่านั้นก็คือ นักธุรกิจเขาเกิดความหวาดกลัว ความแตกแยกขัดแย้งมันขยายไปจาก จุดเล็กเปึนจุดย่อย จุดใหญ่มากขึ้น ๆ ในกลุ่มอาชีพต่าง ๆ น่าตกใจ เหมือนอย่างที่ ท่านวุฒิสมาชิกระยองได้เตือนไว้ กระผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐบาล ขอความเห็นในเรื่องของการแก้ปัญหานั้น เราก็ใช้โอกาสนี้ให้เปึนประโยชน์ นอกเหนือจาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าแล้ว ทําไมเราไม่คิดอนาคตด้วย เพราะถึงแม้ เราแก้ปัญหาของกลุ่มพันธมิตรจบไปแล้ว ข้างหน้ากระผมไม่แน่ใจเลยครับว่าเรื่องมัน จะจบ ถ้ายังมีทัศนคติและแบ่งแยกอย่างที่ดําเนินมาหลายป้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบันนี้ นั่นเปึนเรื่องหนึ่งนะครับ
อีกประการหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเขามี จุด ๆ หนึ่งที่พูดเมื่อไรก็ตาม เราทั้งหลายที่รักประชาธิปไตย ท่านประธานหรือกระผม จะต้องยอมรับว่า ปัจจุบันนี้การเมืองมันเปลี่ยนไปมาก ใครที่คิดว่าขอให้ชนะเลือกตั้ง โกงมาก็ได้ ซื้อเสียงมาก็ได้ แล้วเอาเปึนความชอบธรรมว่า ผมมาจากการเลือกตั้ง ข้าพเจ้า มาจากการเลือกตั้ง ขณะนี้มีการพิจารณาไตร่ตรองโดยละเอียดมากขึ้นว่า คุณมาด้วย ความชอบธรรมไหม เพราะถ้าหากว่าการเลือกตั้ง หมายถึงว่า ซื้อก็ได้ โกงก็ได้ อย่างนี้ มันไม่ได้ดีไปกว่าเผด็จการ มันไม่ได้ดีไปกว่ารัฐบาลทรราช จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะหน้า ที่เขาเรียกร้อง แต่มันเปึนอนาคตของบ้านเมือง ที่เราจะต้องตระหนักร่วมกันว่า เราจะแก้ปัญหานี้ ได้อย่างไร รัฐบาลในฐานะผู้ปฏิบัติ จะต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ สุดท้ายท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมคิดว่าเงื่อนไขที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ อันเปึนมูลเหตุที่ก่อให้เกิดความรู้สึก ไม่พอใจ มีการชุมนุมประท้วงเรียกร้อง คือการท้าทายในสิ่งที่ไม่ควรจะท้าทาย ท่านไม่ได้ ทําผิดกฎหมายหรอกครับ การที่ตั้งบุคคลซึ่งเปึนพวกของท่าน ไม่ผิดกฎหมายหรอกครับ แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการของคณะกรรมการของบริษัทการบินไทย ซึ่งเปึน เจ้าของบริษัทที่ให้โฆษณาแก่ท่านในการทํารายการโทรทัศน์ ไม่ผิดกฎหมาย แต่เหมาะสม หรือครับ หรือการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการในธนาคาร แห่งประเทศไทยขึ้นมา บุคคลซึ่งกระผมรู้ เพราะว่าสมัยกระผมเปึนรัฐบาล คนนั้นถูก ก.พ. ลงมติให้ออกแต่ก็มาช่วยกันตอนหลัง รัฐบาลสมัยต่อมาก็ช่วยกัน แล้วคนเหล่านั้น เอาเข้ามาเปึนคณะกรรมการเปึนหลักของบ้านเมือง ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ท่านกรณ์ จาติกวณิช ก็พยายามเรียกร้อง ท่านลองทบทวนดูสิครับ นี่เปึนตัวอย่างเพียง ๒ ตัวอย่างที่กระผมยกขึ้นมา มีอีกมากมาย รวมทั้งข้าราชการที่กําลังแต่งตั้งใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเปึนเงื่อนไขใหม่ที่ก่อให้เกิดความไม่พอใจ และความไม่พอใจนี้ มันไม่เหมือนอดีตแล้ว ขณะนี้มันมีการแสดงออกมาก มีสื่อที่เปึนตัวสะท้อนออกได้มาก จําเปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องลดสิ่งเหล่านี้
โดยสรุปท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคิดว่านอกเหนือจากประเด็นที่ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้กราบเรียนท่านประธานในการเสนอความเห็นในการแก้ไข ปัญหาแล้ว กระผมมีเพิ่มเติมก็คือกรณีของการให้ข้อมูลที่เปึนความจริง รัฐบาลต้อง ไม่โกหก ต้องไม่บิดเบือน ความจริงเปึนอย่างไรต้องเปึนอย่างนั้น อย่าไปบิดเบือน อย่าบิดเบือนเพียงเพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบ อย่าบิดเบือนเพื่อประโยชน์ในการ ที่จะแก้ตัว ต้องให้ความจริง แล้วความรู้สึกชิงชังโกธรแค้นก็จะไม่มี อย่าไปเลือกปฏิบัติ ครับ ท่านต้องปฏิบัติต่อประชาชนทั้งประเทศว่าเขาคือเจ้าของประเทศ นายกรัฐมนตรีก็ได้ พูดถึงคน ๖๓ ล้านคน และท่านบอกว่ากลุ่มชุมนุมหยิบมือเดียว และท่านบอก คนเหล่านั้นเหมือนหุ่น สั่งให้ทําอย่างไรก็เปึนอย่างนั้น ไม่ใช่หรอกครับ ทําไมเราจะไม่รู้ พวกเราอยู่ในพื้นที่คนมาชุมนุม บ้านกระผมก็เหมือนกัน เขาก็มาชุมนุม เขาก็ไปบอก ถามว่าไปอย่างไร ก็บอกเอารถกันไป ไม่มีใครให้เงินหรอกครับ มาเอง อย่าเข้าใจว่า คนเหล่านี้คือหุ่น เขาคิดของเขาเอง เขาตั้งใจของเขาเอง และเขาก็มีความไม่พอใจ ในหลายเรื่อง ถ้ารัฐบาลเห็นว่าความไม่พอใจนั้นเปึนสิ่งที่ไม่จริง รัฐบาลก็ต้องชี้แจง การชี้แจงไม่เสียหายอะไร เพียงแต่ว่าอย่าบิดเบือนความจริง นั่นก็เปึนอีกประการหนึ่งที่จะ กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมหวังอย่างยิ่งว่านอกเหนือจาก ประเด็นที่กระผมได้กราบเรียนต่อเนื่องจากที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้กล่าวมาแล้ว ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะได้เสนอความเห็นที่เปึนประโยชน์ในการแก้ปัญหา ต่อไป ขอให้ที่ประชุมนี้กรุณาอย่าถือว่าเราประชุมเพื่อมาอภิปรายด่าพันธมิตร หรือเพื่อที่จะหาจําเลยในกรณีที่เกิดขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดไม่ว่าถูกหรือผิดรัฐบาลต้องเปึน ผู้รับผิดชอบ ถ้าถูก รัฐบาลก็ได้ดิบได้ดีไป ถ้าพลาด รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ เพราะรัฐบาล คือฝ์ายบริหาร วันนี้อย่าลืมว่ารัฐบาลเสนอญัตติเองเพื่อขอความเห็นจากพวกเรา และหน้าที่เราก็คือประมวลความเห็นเท่าที่จะหาได้ในการแก้ปัญหาให้กับท่านต่อไป ขอขอบพระคุณท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
ขอบพระคุณท่านที่ปรึกษา เรียกตําแหน่งไม่ถูก ของพรรคประชาธิปัตย์ คุณชวน หลีกภัย ผมจะบอกให้ฟังนะครับ ฟังดูก็เรียบร้อยดีทุกประการ แต่ในความ เรียบร้อยที่อภิปรายกันมานั้นฟังดูถ้าเกิดกลืนกันไปก็ไม่เปึนไร แต่ผมเห็นว่าต้องเปึนไร อย่างกรณีที่บอกว่าไปแต่งตั้งเอาบริษัทที่โฆษณา พริกไทยตรามือนั่นแหละครับ ไปเปึน กรรมการการบินไทย สภาอุตสาหกรรมเขาส่งมา เขาคัดเลือกกันมา เขาทําหนังสือส่งตัว กันมา เขาเปึนสภาอุตสาหกรรม เขามาของเขาอย่างนั้น บังเอิญคนที่เข้าไปเปึนกรรมการ เปึนบริษัทที่เคยเปึนสปอนเซอร์ (Sponsor) ไปเปึนสปอนเซอร์รายการอยู่ เท่านั้นครับ เอาไปโฆษณาว่ากล่าวกันใหญ่ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีก็เอาข้อมูลนี้มาใช้ด้วย ตรวจสอบ ดูเถอะครับ เปึนเรื่องที่ว่าผมไม่อาจจะพูดว่าอย่างไรถูก แต่ก็ไม่เคยได้คาดคิดว่าท่านอดีต นายกรัฐมนตรีจะเอาข้อมูลที่มันไม่ตรงกับความจริงอย่างนี้มาใช้ด้วย ขอบคุณครับ
เชิญคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ
ไม่อนุญาตครับ
ใช้สิทธิพาดพิง นายชวน หลีกภัย กล่าวหาว่าผมพูดเท็จ
ไม่อนุญาต
เสียหายครับท่านประธาน
ไม่เสียหายตรงไหน
ก็กรณีหมากัดม็อบ
เรื่องมันไปดีแล้วคุณจตุพร
ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้พูดบนหลักที่ไม่มีหลักฐาน พรรคประชาธิปัตย์เคยร้องผมที่ กกต. ด้วย และ กกต. ก็วินิจฉัยว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องจริง เปึนการพูดตามข้อเท็จจริง ในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ย้อนรอยตีม็อบ ๔ รัฐบาล วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๒ เจ้าหน้าที่ตํารวจปล่อยให้สุนัขตํารวจ ๔ ตัว กระโจนเข้ากัดม็อบ สมัชชาคนจนที่เดินทางมาเรียกร้องให้รัฐบาลพยุงราคามันสําปะหลังที่หน้าทําเนียบ รัฐบาล ยังผลให้เกษตรกรจํานวน ๑๓ ราย ถูกกัดได้รับบาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้าง เหตุการณ์หมากัดม็อบกลายเปึนปัจจัยส่งผลให้พรรครัฐบาลต่อมากวาดที่นั่งถล่มทลาย ในสมัยต่อมา กลายเปึนตราบาปติดตัวพรรคประชาธิปัตย์มายาวนานจนถึงทุกวันนี้ ถ้าเห็นว่าถ้อยความนี้ไม่จริงก็ไปฟัองหนังสือพิมพ์มติชน
ไม่ฟัอง ไม่ร้อง เชิญนั่งลงเถอะครับ คือเรื่องนี้เขารู้กันนานแล้ว ขอเชิญคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคมัชฌิมาธิปไตย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี ส.ส. พรรคมัชฌิมาธิปไตย ในนามรัฐสภา วันนี้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีได้เสนอเรื่อง ขออภิปรายทั่วไปให้สมาชิก รัฐสภา ให้อภิปรายเกี่ยวกับปัญหาการชุมนุม ซึ่งวันนี้ปัญหาการชุมนุมของบ้านเรา ทุกวันนี้มีปัญหาอย่างมากทุกเรื่อง ทุกวันนี้ประชาชนทั่วทั้งประเทศไทยทุกหัวระแหง ไปที่ไหนก็บ่นแต่เรื่องปัญหาของบ้านเมือง เรื่องการทํางานของบ้านเมือง เรื่องพันธมิตร ผมไม่ได้ว่าพันธมิตร เดี๋ยวผมจะกลับบ้านไม่ได้ ปัญหาคือว่าตอนนี้มันมีความขัดแย้ง ระหว่างรัฐบาลกับพันธมิตร นักวิชาการหลายคนได้เสนอทางแก้ ทางแก้ไขที่ดีที่กระผม อยากจะเสนอนั้นก็คือเงื่อนไขของแต่ละฝ์าย รัฐบาลมีเงื่อนไขอะไร พันธมิตรมีเงื่อนไข อะไร ความต้องการของทั้ง ๒ ฝ์ายต้องการอะไร ปัญหาตรงนี้เลยเปึนฉนวนทําให้ ๒ ฝ์าย แตกแยก ผมเข้าใจ พันธมิตรก็ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก พันธมิตรนั้นได้ชุมนุม กันมาตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ซึ่งรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ได้ทํางานมาสักระยะหนึ่ง ก็มีการเดินขบวนขับไล่ที่สะพาน มัฆวานรังสรรค์ว่าเปึนหุ่นเชิด ซึ่งผมเข้าใจเรื่องนี้ว่ามันเปึนเรื่องละเอียดอ่อน เปึนเรื่องที่ สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอดีตพรรคไทยรักไทย ปัญหาก็คือว่ามีความขัดแย้งกันมา เนิ่นนานเมื่อพรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมากจากพรรคร่วมรัฐบาล ๖ พรรค ซึ่งประชาชนเลือกมา ทุกคนในสภาแห่งนี้เปึนทั้ง ส.ส. ส.ว. เลือกตั้ง สรรหา ทุกคนรักประเทศชาติหมด รักประชาชนหมด ทุกคน ทํางานเพื่อประชาชน ทํางาน เพื่อพระเจ้าอยู่หัว วันนี้เปึนวันดีวันหนึ่งที่พวกเราทุกคนทุกสภาร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไข เพื่อให้บ้านเมืองไปได้ ผมก็อยากจะให้ในวันนี้ทางพันธมิตรและผู้ชุมนุมที่ฟังอยู่ เห็นใจรัฐบาลบ้าง เห็นใจทุกคนที่ทําหน้าที่ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ทุกคนตั้งใจจริงทํางานเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ความขัดแย้ง เกิดจากไหน เกิดจากการพูดบนเวที การพูดของพวกเรา ผมไม่โทษใคร เพราะการพูดถ้าใส่ร้าย ปัายสีกัน คนฟังถ้าไม่เข้าใจก็จะเห็นด้วย เหมือนเราดูละครรักนางเอก เกลียดตัวอิจฉา ไปเดินตลาดไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงของคน เพราะคนเราความรู้ไม่เท่ากัน แต่ทุกคนมีความดี รักพระเจ้าอยู่หัวเท่ากัน ความรู้ความสามารถของทุกคนในที่นี้ บางคนอาจจะเรียนสูง ถึงดอกเตอร์ ปริญญาตรี ปริญญาโท รองศาสตราจารย์ แต่บางครั้งความรู้ เยอะมากก็ตาม ความคิดเห็นยังไม่ตรงกันเลย นักวิชาการบางทีบอกว่าท่านจบสถาบัน อะไรมีการแบ่งชั้นวรรณะสถาบันอีก สีแดง สีขาว ผมเข้าใจผมอยู่สภานี้ผมฟังพวกทุกฝ์าย ทั้งประชาธิปัตย์ ทั้งพลังประชาชน ทุกพรรค ทุกคนตั้งใจทําเพื่อชาติบ้านเมือง แต่บางอย่างเราก็เข้าใจในเหตุผล ความขัดแย้งครั้งนี้เปึนความขัดแย้งที่ประชาชน ทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคน จ้องมองสมาชิกรัฐสภาเราอยู่ว่าจะเดินไปทางไหน จะแก้อย่างไร ผมก็อยากให้ทุกคนทั้งคณะพันธมิตร นักวิชาการ พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ์ายค้าน วุฒิสภา มาคุยกันตกลงกันว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้ไปบุกทําเนียบ ยึดทําเนียบต้องถามเขาว่า จะยึดไว้กี่ป้ จะยึดอีกนานเท่าไรและต้องการอะไร เพราะว่าทางรัฐบาลต้องหาที่ทํางาน ใหม่ไหม เพราะว่าที่ทํางานไม่มีที่แล้วก็อยากให้พวกเรามาศึกษาร่วมกันว่าจะทําอย่างไร ให้การเมืองเดินไปได้ ผมคิดว่าตอนนี้ถ้าเรามายุมาแหย่ มีกลุ่มพันธมิตร กลุ่ม นปก. จับมาชนกันคนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน ผมสงสาร บางทีรถไฟไม่ได้วิ่ง เครื่องบิน โดนไม่ให้ขึ้น คนต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราสับสน งง วันนี้ยังนั่งเครื่องบินกลับบ้านได้เลย ภูเก็ต วันนี้ลงไม่ได้แล้ว คือมันเปึนการเปลี่ยนแปลงที่ไวมากเพียงวันสองวันบ้านเมืองเรา เปลี่ยนแปลงได้ถึงขนาดนี้ ผมอยากเรียนท่านประธานถึงสมาชิกทุกคนและคณะรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เสนอญัตตินี้เข้ามาเพื่อจะให้ชาวบ้านทั่วประเทศได้มีความรู้สึกว่า เราถอยกันได้ไหม ทุกคนหยุดทําเพื่อพระเจ้าอยู่หัวของเรา ผมมั่นใจเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน ก็รับฟังเราอยู่ แล้วก็หนักใจ หนักใจประเทศชาติที่มีความขัดแย้ง แต่ท่านสูงสุดแล้ว เราเปึนตัวแทนสภานิติบัญญัติของสภาแห่งนี้ช่วยกันแก้ไข ช่วยรัฐบาล แต่จะทําอย่างไร ให้มันสําเร็จ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ยากถ้าพวกเราไม่จับมือกันมัวแต่มาทะเลาะกัน คนทั้งประเทศ มองดูอยู่ เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เราอยากเดินไปข้างหน้าเรื่องอดีตมันก็คืออดีต แต่ปัจจุบันนี้จะทําอย่างไรให้มันดีขึ้น นี่คือสิ่งสําคัญ ชาวบ้านเขาเบื่อที่ว่าวัน ๆ มีแต่เรื่อง ทีแรกที่เอ็นบีทีโดนบุก ผมตกใจ นี่หนังหรือ หรือเปึนการแสดงหนัง นี่มันเรื่องจริงคือทําให้ คนนี่แปลกว่าประเทศไทยตั้งแต่เกิดมาเด็กก็เห็นผมโตมาป์านนี้ก็ไม่เคยเห็น อย่างนี้ตั้งแต่ เกิดมาในชีวิต มีการบุก เอ็นบีที บุกทําเนียบ ยึดทําเนียบแล้วต่อสู้กัน ผมไม่อยากให้ เลือดตกยางออก ไม่อยากให้ใครเลือดออกแม้แต่หยดเดียว แล้วพวกเราต้องช่วยกัน อย่าอยู่ฝ์ายไหนฝ์ายใด อยู่ฝ์ายประชาชน อยู่ฝ์ายประเทศชาติเปึนสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นผมก็ อยากให้ทุกพรรค ทั้ง ๒ พรรค เรื่องอดีตเรื่องเก่า ๆ แล้วคิดเรื่องใหม่ทําใหม่ บ้านเมือง จะได้เดินต่อไปได้ สิ่งที่ผมอยากเสนอนะครับ สิ่งที่ผมอยากเสนอคือเรื่องรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกเลยที่กลุ่มประชาชนพันธมิตรมีเรื่องที่ว่า ขับไล่รัฐบาลชุดนี้ก็คือแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๓๐๙ ซึ่งมีพรรค ที่โดนคดีนี้อยู่ ซึ่งพรรคผมก็โดนอยู่ด้วย ผมเข้าใจ แต่เหตุเริ่มต้นคือแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ทางพรรคพลังประชาชน เปึนนโยบายของเขาตอนเขาหาเสียง พรรคผมไม่ได้หาเสียง นโยบายนี้ แต่ที่บ้านผมปราจีนบุรีก็โหวต (Vote) ให้มีการเลือกตั้งเพราะอะไร เพราะว่า ตอนที่ยุค คมช. เปึนรัฐบาล บ้านเมืองเราก็แย่อยู่แล้ว เขาอยากให้มีการเลือกตั้ง อยากให้ มี ส.ส. อยากให้มี ส.ว. อยากให้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่พอมีไม่เท่าไร แค่ ๓ – ๔ เดือน ปัญหาเกิดขึ้นอีกแล้ว ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ชาวบ้าน รากหญ้า ร้องไห้กันทุกคน กลับไปบ้าน ผมกลับบ้านทั้งทีมีแต่ถามว่าจะยุบสภาเมื่อไร จะยุบพรรคเมื่อไร ผมบอกว่า เพิ่งเปึนได้ ๗ เดือนเอง จะเลือกตั้งใหม่ก็คงตายแล้ว ทําหน้าที่ยังไม่สมบูรณ์เลย ทุกคนกลัว ผมมั่นใจ ส.ส. ทุกคนกลัวการยุบสภา แต่ผมมั่นใจครับนายกรัฐมนตรีคนนี้ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านเปึนคนตรงครับ พูดคําไหนคํานั้นเพื่อกําลังใจให้กับ ส.ส. ทุกคน ว่าจะได้อยู่ต่อไปอีก
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ ส.ว. บางท่าน ผมไม่ได้เอ่ยนามนะครับ ทุกท่านที่มาจากการสรรหาหรือมาจากการเลือกตั้ง ผมคิดว่าทุกท่านมีความรู้ ความสามารถ แต่บางครั้งผมเห็นทางสื่อ บางครั้งก็มีปัญหากัน ผมอยากให้ทุกคนทุกวันนี้ ที่มีชื่อเสียง ที่ทุกคนนับถือจับมือกันสักครั้งหนึ่งให้ถึงวันพ่อให้ได้ ๑๑๖ วัน ที่ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้จัดขึ้น ซึ่งในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ผมยังมั่นใจเลย ว่างานนั้นจะเกิดขึ้นที่ทําเนียบ แต่ทางรัฐบาลเรา ทางท่านสมัครยังถอยมาจัดที่สวนอัมพร ซึ่งเปึนงานเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน ถ้าผมเปึนคนหนึ่งที่เดินขบวนในนั้นผมต้อง กลับมาบ้าน เพราะผมรักพระเจ้าอยู่หัว เพราะเปึนงานของเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน แต่ผมเข้าใจ เพราะว่าทางพันธมิตรเข้าไปแล้วครับ คงจะให้คนออกก็คงลําบาก เพราะทําเนียบรัฐบาล ไม่ได้เข้าง่าย ๆ คนไม่เคยเข้าก็อยากเข้า ทีนี้เขาเข้าไปแล้วก็อยากอยู่ ธรรมดา ทําเนียบรัฐบาลไม่มีบัตรเข้าไม่ได้ แต่เขาพังประตูเข้าไป เขาก็ภูมิใจ เขาก็อยากจะอยู่ อยากจะเข้าไปเป่ดห้องนายกรัฐมนตรี อยากจะนั่งโต๊ะนายกรัฐมนตรีบ้าง ผมก็กลัวว่า สักวันหนึ่งถ้าเขามาสภาเราจะทําอย่างไรกัน แล้วพวกผมจะไปอยู่ที่ไหน เวลาประชุมสภา ผมจะไปนั่งตรงไหน สภาใหม่ก็ยังสร้างไม่ได้อีก มีปัญหาอีก ท่านประธานสภาก็จะ เสนอสร้าง นักเรียนก็มาเต็มสภาเลย ห้ามสร้าง แล้วเกิดอีก ๒ วัน พันธมิตรบอกมา สภาผู้แทนราษฎรหน่อย ๒ สภาเลย เต็มเลย พันธมิตรนั่งเต็มหมดเลย แล้วพวกเราจะ ไปอยู่ตรงไหนกัน ประชุมที่ไหนล่ะทีนี้ท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานว่าพันธมิตรก็ไม่ได้ ผิดอะไร เพราะว่าเขาทําตามหน้าที่ของระบอบประชาธิปไตยในมาตรา ๖๓ แต่บางครั้ง ท่านก็ควรจะต้องรู้ว่าท่านมีความรู้ความสามารถ บางสิ่งที่ทําในสายตาของประชาชน บางครั้งก็มากเกินไป ซึ่งการบุกทําเนียบซึ่งเปึนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสภาเรา ของคณะรัฐมนตรี เรา ของผู้บริหารทุกคนที่ผ่านมา ทุก ๆ คนอยากอยู่ในสภา ทําเนียบรัฐบาล ทุกคนอยาก กว่าจะได้มาเปึนมันไม่ใช่ของง่าย แต่เราก็อยากจะขอร้องทุกท่านช่วยบ้านเมืองเรา ช่วยเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดินเรา ช่วยราษฎรทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคน รอความหวังจากรัฐบาล ชุดนี้อยู่ ถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ทางเลือกของกลุ่มพันธมิตรนะครับ ก็คืออยากให้ท่านสมัคร สุนทรเวช ลาออก แต่ผมจะ ตอบสมมุติถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ขอโทษ ถ้าผมบอกว่า ถ้าผมลาออก แล้วท่านจะกลับไปไหม ผมอยากจะถามทางพันธมิตรเหมือนกันว่า ถ้าท่านสมัครบอกว่า ผมไม่เปึนนายกรัฐมนตรีก็ได้ แล้วท่านเลิกได้ไหมทําเพื่อประเทศชาติ ผมว่าอนุสาวรีย์ของ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช เกิดขึ้นแน่ในประเทศไทยนะครับ แต่คิดว่าคงเปึนไปไม่ได้ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีของเรามีความเข้มแข็งแต่ทุกคนในสภาแห่งนี้นะครับ บอกว่า ฝากหน่อย ฝากท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยว่าขอร้องเลย อย่ายุบสภาเลย ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญคุณดนุพร ปุณณกันต์ ครับ เชิญ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ
เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ที่ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านได้พูดว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้มีการแต่งตั้งผู้ที่ ก.พ. ได้ให้ออกจากราชการเปึนกรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทย ผมเกรงว่าจะมีการบันทึกไปในบันทึกการประชุมของสภาแห่งนี้แล้ว จะทําให้เกิดความคลาดเคลื่อน เพราะว่ากรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยที่ผ่านจาก การสรรหามีทั้งหมด ๖ ท่าน ก็คือคุณพรชัย นุชสุวรรณ คุณวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ดอกเตอร์คณิต แสงสุพรรณ คุณจรุง หนูขวัญ และ คุณชัยเกษม นิติสิริ ทั้งหมด ๖ ท่านนี้ไม่มีใครที่ถูกให้ออกจากราชการ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณดนุพร พาดไป พาดมาสว่างก็ยังไม่ได้เรื่อง เชิญครับคุณสมเกียรติ เชิญ ผมอยากให้พูดนานแล้ว เชิญครับ
ขออนุญาตพาดพิงสั้น ๆ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่กรุณากล่าวถึงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้ง ๒ ด้านทั้งด้านที่เข้าใจและด้านที่พยายามจะเข้าใจ ผมจะขอจดจําการอภิปราย ของท่านไปอย่างยาวนานนะครับ ถึงการพาดพิงถึงกระบวนการภาคประชาชนคราวนี้ ผมอยากจะเรียนว่าตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครสวรรค์ได้พาดพิง ถึงชื่อผมว่ามีความต้องการอะไร ผมก็อยากจะบอกสั้นเพียงนาทีเดียว ว่าเราคิดว่าวิกฤติ ของชาติจะหมดตั้งแต่วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ แล้ว เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ เปึนกฎหมายสูงสุดถ้าใครทําผิดรัฐธรรมนูญต้องแสดงความรับผิดชอบสูงสุดที่เรียกว่า สป่ริต (Spirit) ทางการเมือง เมื่อรัฐบาลได้มอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศไปลงนาม ในแถลงการณ์ร่วมที่ปารีสเรื่องเขาพระวิหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคมป้นี้ แล้วก็มีมติ คณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๗ มิถุนายน แล้ววันที่ ๑๘ มิถุนายนลงนามในแถลงการณ์ร่วม รัฐบาลบอกว่าไม่จําเปึนต้องนําเสนอต่อรัฐสภา เราก็คิดว่ารัฐบาลทําถูกกฎหมายแล้ว แต่เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคมป้นี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ ๘ ต่อ ๑ ว่ารัฐบาลกระทําผิด กฎหมายสูงสุดของประเทศ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วันนั้นแกนนําพันธมิตรเตรียม ประชุมเพื่อสลายแล้ว คิดว่ารัฐบาลทั้ง ๓๕ คนจะแสดงความรับผิดชอบสูงสุดในการ กระทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ครับ อันนี้เปึนเจตนารมณ์แท้ ๆ เลย อยากจะเรียนบอกท่านสมาชิกไว้ว่าเมื่อทําผิดในอธิปไตยทางดินแดน แล้วศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนศาลสูงสุด ผมขออนุญาตท่านอ่านแล้วก็จบเลย มาตรา ๒๑๖ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เปึนเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยแปดต่อหนึ่งในวันที่ ๘ กรกฎาคม นั้น ไม่มีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีเลยหรือ ตามมาตรา ๒๑๖ นี่คือน้ําใสใจจริงของพันธมิตรที่อยากจะย้ําเตือนถึงจุดยืนของพันธมิตรว่าหากรัฐบาล ๓๕ คน แสดงสป่ริตสูงสุดเกี่ยวกับอธิปไตยทางดินแดนที่ได้นําเรื่องเข้าสู่รัฐสภาแล้ว ก็ป์วยการที่พันธมิตรจะต้องชุมนุมต่อไป ด้วยความเคารพอย่างสูง ต่อท่านสมาชิก ต่อสมาชิกรัฐสภานี้ ผมจะจําคําอภิปรายของท่านไปอย่างยาวนาน ขอบคุณมากครับ
คุณบุญยอด
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ทางนี้ครับ
ครับ เห็นแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ท่านผู้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านไม่เคยติดบัตรแสดงตนเข้าห้องประชุมเลย สักครั้งเลยนะครับ ท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยครับ
ครับ ก็พิจารณาแล้วครับ เพราะว่า รายชื่อเขาป่ดประกาศไว้ว่าใครลง ใครไม่ลงอยู่ข้างหน้า มีหมดแล้ว เชิญคุณบุญยอดสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานครับ บัตรติดหน้าอกครับ บัตรแสดงตนที่ติดหน้าอกที่เข้าห้องประชุม
ท่านไม่แสดงตัวว่าเปึนผู้แทนราษฎร
ขออนุญาตนิดเดียวครับ บัตรผมเสีย เพิ่งเสียเมื่อตอนนั่งกับอาจารย์ไกรศักดิ์ มันเสียจริง ๆ มันหลุดก็ใส่กระเปิาไว้ ผมยังแสดงตนแต่มันอยู่ในกระเปิาครับ
เสียก็รีบแก้ ถ้าท่านอยากเปึน ผู้แทนราษฎรอยู่ก็รีบแก้ เชิญคุณบุญยอดครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาในสภาแห่งนี้เพียงสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ เปึนสิทธิพาดพิง จากท่านสมาชิกอาวุโสซึ่งได้กรุณาได้พูดถึงผมว่าผมเปึนแกนนําพันธมิตรนะครับ ผมต้อง ขออนุญาตชี้แจงต่อสภา แล้วก็ชี้แจงต่อประชาชนว่าผมไม่บังอาจที่จะได้เปึนแกนนํา พันธมิตรหรอกครับ ตําแหน่งนั้นเปึนตําแหน่งที่สูงส่ง และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เปึน แบบนั้น ผมก็ขออนุญาตเพียงแค่ว่าเรื่องของพันธมิตรและตัวผมนั้นก็เปึนคนละเรื่องกัน เราทํางานกันคนละเวทีอยู่แล้วนะครับ จุดประสงค์จุดมุ่งหมายอาจจะเหมือนกัน ที่ว่า เราจะต้องตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านได้เข้าใจ ตามนี้นะครับ ผมไม่ขออนุญาตที่จะใช้เวลาในสภาแห่งนี้ เพราะว่าผมเชื่อว่าทุกคน อยากจะฟังว่านายกรัฐมนตรีในวันนี้ท่านจะรับคําปรึกษาจากทางสมาชิกสภาทั้ง ๒ สภา นั้นไปอย่างไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ผ่านมาในวันนี้เรายังไม่เคยได้ยินอะไรเลยจากนายกรัฐมนตรีว่า ท่านได้ประโยชน์อะไรจากการประชุมนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ครับ ขอบคุณครับ เชิญคุณดนุพร ปุณณกันต์ ๑๐ นาที ครับ
ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม ดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการประชุมสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ แน่นอน ครับว่าพวกเราทุกคนนั้นได้ทําตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๙ และคงต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทุกท่านที่ได้ให้ความสําคัญกับสภาผู้แทนราษฎร สภาที่มีวุฒิสภาเปึนองค์ประกอบด้วย แน่นอนครับว่าเหตุผลของการประชุมในวันนี้ก็เพราะว่ามีกลุ่มของประชาชนได้ก่อตัวขึ้น เพื่อขับไล่รัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานคร คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการชุมนุมของประชาชน ที่ขับไล่รัฐบาลนั้นเกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ย่อมมีผลกระทบทางตรงกับพี่น้องประชาชน ในกรุงเทพมหานครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประการแรกที่ผมต้องขอเรียนท่านประธานรัฐสภา จราจรนั้นมีปัญหากับ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครเปึนอย่างมาก การค้าขายในพื้นที่ใกล้เคียง ของการชุมนุมนั้นได้รับผลกระทบ มีแม่ค้าแม่ขายได้นําผลไม้ที่เสียนั้นก็ได้มา เททิ้ง เด็กนักเรียนแน่นอนเปึนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของพี่น้อง ประชาชน เพราะว่าเด็กนักเรียนตามพื้นที่ใกล้เคียงต่าง ๆ นั้นก็ต้องคอยหลบหลีก ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมนั้นจะเคลื่อนทัพไปทางใด ป่ดวันบ้างเป่ดวันบ้าง เด็กนักเรียนเรียน ไม่ต่อเนื่อง รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครับ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองหลวงของ ประเทศไทยคือกรุงเทพมหานครนั้น แน่นอนว่าได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นรวมไปถึงการท่องเที่ยว ที่แน่นอนว่าผู้ชุมนุมนั้นได้ชุมนุมกัน บริเวณถนนราชดําเนิน ซึ่งเปึนทางผ่านของนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่จะเดินทางไปยังวัดพระแก้ว ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกัน แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงครับ อย่างเช่น สนามมวยก็ได้รับการป่ดเปึนบางวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุมเช่นเดียวกัน นี่ยังไม่รวมถึงผลกระทบที่ทางผู้ชุมนุมเองก็ได้ บอกว่าอาจจะมีการตัดน้ําตัดไฟ ยังไม่เกิดขึ้นนะครับ แต่ว่าถ้าเกิดขึ้นผมเชื่อว่าจะเปึน เหตุการณ์ที่หลาย ๆ คนนั้นไม่อยากให้เกิดขึ้นครับ การชุมนุมนั้นจากวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ได้ ๙๙ วันพอดีครับ ทําได้จริงเลยครับ และเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นได้บุกเข้าไปในสถานที่ราชการต่าง ๆ ได้ใช้ กําลังที่จะพังประตูเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้เข้าไปยึดในทําเนียบรัฐบาล ซึ่งเปึน ที่บริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงมีการป้นเข้าไปในสนามบินภาคใต้ หลายแห่ง การบุกเข้าไปในสนามบินนี้เปึนสิ่งที่ทําให้ประเทศชาตินั้นได้รับความ กระทบกระเทือนในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเปึนนโยบายหลักนโยบายหนึ่งของรัฐบาล ที่จะนําเงินเข้ามาหมุนเวียนในประเทศของเรา ถึงแม้ว่าจะมีการเป่ดสนามบินไปแล้ว ที่ภูเก็ต แต่เขาได้ประเมินกันครับว่า ๑ วันที่มีการป่ดสนามบินภูเก็ตนั้นมีค่าความเสียหาย ๒๕๐ ล้านบาทครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเงินจํานวนนี้สูญหายไปครับ เจ้าของ โรงแรม เจ้าของรีสอร์ต (Resort) ต่าง ๆ ตามสถานที่ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบครับ ไม่เว้น แม้กระทั่งพี่น้องประชาชนที่ทํามาค้าขายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานเกิดขึ้น แน่นอนครับว่าเหตุการณ์แบบนี้เปึนเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ก็เปึนหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา พวกเราทุกคนนั้นต้องมา ช่วยกันแก้ไขและหาทางออก ดังนั้นพวกเรามาวันนี้ถือว่าเปึนครอบครัวเดียวกันครับ ไม่อยากให้สมาชิกทุกท่านคิดว่าตัวเองนั้นเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายรัฐบาล ไม่อยากให้คิดว่าเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของฝ์ายค้าน รวมไปถึงสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหาหรือว่าแบบเลือกตั้ง พวกเรามาวันนี้เพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศชาติ การประชุมวันนี้ก็เปึนความหวังของพี่น้องประชาชนที่ได้นําความสุขนั้นกลับมาสู่ประเทศ ไทยอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเปึนเช่นนี้ครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนั้นจะต้องรับฟังข้อมูล ทุกด้านครับ ผมขอเน้นคําว่า ทุกด้าน นั่นก็หมายความว่า ด้านที่สนับสนุนรัฐบาลเอง และด้านที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลหรือว่าต่อต้านรัฐบาล เมื่อตอนเป่ดประชุม มีท่านรัฐมนตรี ท่านหนึ่งจากพรรคชาติไทยได้พูดถึงเหตุการณ์บ้านเมือง การชุมนุมป้นี้ ๒๕๕๑ และ การชุมนุมเมื่อป้ ๒๕๔๙ นั้นต่างกัน ผมเห็นด้วยกับท่านนะครับ เพราะว่าเมื่อการประชุม ๒๕๔๙ นั้นเราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่ามีการยุบสภาไปก่อน ทําให้เกิดเหตุการณ์ ที่เรียกว่า ทางตันทางการเมือง จนเปึนเหตุให้มีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แต่ป้นี้ครับ เรามีสภาผู้แทนราษฎร เรามีสมาชิกรัฐสภาครบ แล้วที่มี มากกว่านั้นนะครับ มีมากกว่าป้ ๒๕๔๙ ที่มีก็คือว่า เรามีตัวแทนของกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล เมื่อป้ ๒๕๔๙ นั้นได้นั่งอยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ผมเอง และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเองก็คงอยากจะได้ยินเหมือนที่ท่านสุนัย ได้บอกว่า อยากจะฟังครับว่าท่านที่เปึนแกนนําในการต่อต้านรัฐบาลนั้น ท่านมี จุดมุ่งหมายอย่างไร ประเทศชาตินั้นจะดําเนินอะไรต่อไปในอนาคต ที่ผมพูดประเด็นนี้ ขึ้นมาไม่ต้องการที่จะโทษว่าใครถูกหรือใครผิด ผมเชื่อว่าทุกคนนั้น รัฐบาลเองบอกว่า จะทํางานให้ประเทศชาติ กลุ่มพันธมิตรก็มีเปัาหมายที่จะทํางานให้ประเทศชาติ เช่นเดียวกัน แต่ที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับว่า อยากให้ทุกคนนั้นรับฟังข้อมูล รอบด้านนะครับ เพื่อประกอบในการตัดสินใจที่จะนําเสนอข้อมูลต่าง ๆ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนั้นได้นําไปพิจารณา เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ผมเองก็อยากจะได้ยินว่าทางออกของประเทศจะอยู่ตรงไหน เพราะประเทศเรานั้นมีอยู่ ๓ อํานาจ ซึ่งจะต้องคานอํานาจซึ่งกันและกัน ก็คืออํานาจ บริหาร อํานาจนิติบัญญัติ และอํานาจตุลาการ เมื่อกลุ่มที่ไม่พอใจรัฐบาล ก็คือไม่พอใจ อํานาจการบริหาร ไม่พอใจตัวท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องการให้ท่านลาออก แต่ว่าไม่ได้สร้างทางให้เห็นเลยว่าเมื่อรัฐบาลโดยมีการนําของ ท่าน นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้ลาออกไปแล้วนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง จะทําอย่างไร เมื่อวานนี้ก็มีการ แถลงข่าวของกลุ่มที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลว่า ๑. อยากให้รัฐบาลลาออก ๒. ไม่อนุญาต ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นแปลว่าอะไร แปลว่า เมื่อนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ถ้าท่านมีความรู้สึกว่าท่านอยากจะลาออก นายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็คือนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร แต่กลุ่มพันธมิตรเอง หรือว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านเองนั้น ไม่ได้ชี้ให้เห็นเลยว่าใครก็ตามที่ขึ้นมาเปึน นายกรัฐมนตรี แล้วเขาจะพอใจ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลเอง รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมเอง จะต้องหันหน้าเข้ามาหากันและมาพูดคุยกันว่าเส้นทางมันไม่มีตรงกลางเลย ไม่มีการ พูดคุยกันรัฐบาลบอกว่าจะทํางานต่อ พันธมิตรบอกต้องออกไป ดังนั้นผมเชื่อว่าอํานาจ การบริหารงานของประเทศนั้นเปึนสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทั่วโลกในสายตาของ ต่างประเทศที่มองเข้ามาในประเทศไทย ดังนั้นผมเชื่อว่าถึงเวลาที่รัฐบาลเองนั้น นอกจาก ฟังความคิดเห็นจากของสมาชิกรัฐสภาจะต้องพูดคุยกันครับว่า จะดําเนินการต่อไป อย่างไร
อีกประการหนึ่ง อํานาจนิติบัญญัติก็คือสภาแห่งนี้ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีลาออกจะมีอะไรต่อไป ในอนาคต สภาแห่งนี้จะอยู่กันอย่างไร เพราะว่าพรรคพลังประชาชนนั้นผ่านการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ได้เสียงข้างมาก ๒๓๓ ก็เปึนเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล
หมดเวลาแล้ว
ทราบครับ เหลืออีก ๔๐ วินาที เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลว่าท่านต้องมาพูดคุยกัน แล้วก็ ห้ามใช้กําลังรุนแรงกับฝ์ายที่ต่อต้าน กระผมเชื่อว่าการประชุมรัฐสภาวันนี้ก็จะทําให้ ประเทศไทยนั้นได้พอเห็นแสงสว่างอยู่ทางปลายอุโมงค์เล็ก ๆ ให้ประชาชนทั่วประเทศ ที่เลือกพวกเรามา เราเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้นได้มีความหวังว่าประเทศไทยนั้น จะดํารงอยู่ต่อไปด้วยความสงบอย่างที่เคยเปึนมาก่อนเปึนร้อย ๆ ป้ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาครับ
เชิญคุณคํานูณ สิทธิสมาน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ประเภท สรรหาจากภาควิชาการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมจะพยายาม ใช้เวลา ๑๐ นาทีอย่างมีคุณภาพที่สุด การประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ วันนี้ครับ ท่านประธานจะมีประโยชน์มาก หาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ระดับแกนนําของพรรคร่วมรัฐบาลที่เปึนผู้ริเริ่มเสนอให้มีการประชุม ครั้งนี้จะมีน้ําใสใจจริงแล้วก็เป่ดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นที่อาจจะไม่ถูกใจบ้าง ที่อาจจะแตกต่างไปจากความคิดความเชื่อเดิมของท่านบ้าง ผมไม่อยากให้การประชุม วันนี้เปึนเพียงพิธีกรรมของระบบรัฐสภาหรือว่าเปึนส่วนหนึ่งของยุทธวิธีที่ใช้รับมือกับ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ท่านประธานครับ แม้ว่าผมจะสงสัยหลังจาก ฟังคําแถลงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระดับแกนนําของพรรคร่วมรัฐบาลที่ประชุมกัน เมื่อคืนนี้ แล้วก็ต้องสงสัยเพราะว่าฟังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านออกรายการประจํา ของท่านเช้าวันนี้ แล้วก็เห็นท่านแสดงท่าทีทั้งเมื่อวานนี้และวันนี้ ก็คงจะห้ามผมไม่ได้ว่า ทําไมถึงต้องสงสัยถึงสภาวะการเป่ดใจกว้างและน้ําใสใจจริงที่ไม่ใช่เพียงต้องการให้ การประชุมวันนี้เปึนเพียงพิธีกรรมหรือเปึนหนึ่งในยุทธวิธี สาเหตุสําคัญที่ต้องสงสัย ในความจริงใจในความเป่ดใจให้กว้าง ในเมื่อสถานการณ์วิกฤติระดับนี้ ท่านประธาน ใคร ๆ ก็รู้เท่ากันนะครับ ทั้งสมาชิกและ ไม่ใช่สมาชิก และนักวิชาการ หรือผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองต่าง ๆ ข้างนอกว่าทางเลือก ของก้าวแรกจากทางออกจากวิกฤติการเมืองในขณะนี้นั้น มันก็มีอยู่ทั้งสิ้น ๓ ทางด้วยกัน ๓ ทางใหญ่ ๆ อยู่ที่ว่าจะเลือกทางไหน ทางหนึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีลาออก ทางที่ ๒ ก็คือ การยุบสภา แต่ทางที่ ๓ ก็คือทั้งไม่ลาออก ทั้งไม่ยุบสภา ผูกมือกัน ๖ พรรคไปอย่างนี้ แล้วก็หาช่องทางที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดตามที่มีอยู่ กระผมไม่ปฏิเสธครับ ทั้ง ๓ ทางนี้เปึนทางเลือกในระบบรัฐสภา แต่ว่าเมื่อคืนนี้ทางแกนนําพรรคร่วมรัฐบาลนั้น จากการแถลงท่านสรุปชัดเจนไว้แล้วนะครับว่าท่านเลือกทางที่ ๓ ซึ่งก็เปึนทางเดียวกับที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านยืนยันมาโดยตลอด ก็เท่ากับว่าเปึนการตัดทางเลือก ออกไปแล้ว ๒ ทาง โดยที่ยังไม่ได้รับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาเลย มิหนําซ้ําครับ ท่านประธาน เมื่อคืนนี้ในการตอบคําถามของผู้สื่อข่าวที่ว่า แล้วเราจะออกจากวิกฤติ กันอย่างไร หนึ่งในหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลท่านหนึ่ง ท่านบอกด้วยความแข็งขันนะครับ บอกว่าไม่ต้องห่วงหรอกธรรมะจะต้องชนะอธรรม ท่านประกาศด้วยวาจาที่ขึงขังหนักแน่น นะครับ ธรรมะจะต้องชนะอธรรม ธรรมะจะไม่มีวันแพ้ ท่านประธานครับ นี่ไม่ใช่เพียงการ ชี้ถูกชี้ผิดในระดับของการถูกกฎหมายและผิดกฎหมายธรรมดาเท่านั้นนะครับ แต่เปึน การชี้ถูกชี้ผิดในระดับของธรรมะเลยทีเดียวครับ แน่นอนครับท่านประธาน ผมไม่เชื่อว่า ท่านหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลท่านนี้ท่านจะเห็นว่าตัวท่านหรือพรรคร่วมรัฐบาลนั้นเปึน ฝ์ายอธรรม เพราะฉะนั้นมุมมองและท่าทีท่วงทํานองของท่านในคําประกาศเมื่อคืนนี้ ก็เท่ากับว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่เพียงแต่ทําผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ถึงขั้นเปึนฝ์ายอธรรมเลยทีเดียว การตัดหนทางเลือกล่วงหน้าก่อนรับฟังความเห็น ที่อุตส่าห์เป่ดสภาตามมาตรา ๑๗๙ และการใช้ท่าทีท่วงทํานองพิพากษาถึงระดับ ของธรรมะเช่นนี้ ผมไม่แน่ใจครับว่าจะทําให้การประชุมรัฐสภาวันนี้เปึนเพียงแค่พิธีกรรม และยุทธวิธีหรือเปล่า ซึ่งถ้าเปึนเช่นนั้นมันก็ไม่สามารถจะเปึนทางออกจากวิกฤติได้ และที่สําคัญครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเขาน่าจะ พอใจท่าทีและท่วงทํานองเช่นนี้ เพราะการประชุมที่ส่อได้ว่าจะเปึนเพียงพิธีกรรม และยุทธวิธี จะเปึนเครื่องพิสูจน์ว่าระบบปัจจุบันไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้จากภายใน ระบบ การยกระดับเปัาหมายการต่อสู้ของพวกเขาในที่นี้ก็คือพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เริ่มต้นจากการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญยกขึ้นมาเปึนการขับไล่ รัฐบาล แล้วตามมาด้วยการเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ เพื่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การเมืองใหม่ โดยวิธีการที่ประกาศล่าสุดว่าประชาภิวัตน์นั้น ซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่โดยประชาชนโดยตรง ไม่ใช่โดยตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง และมาจากการสรรหาเช่นผม คือในระบบปัจจุบัน มันจะมีน้ําหนักขึ้น มีความชอบธรรม มากขึ้น ในมุมมองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยผมมองเช่นนั้นนะครับ หากรัฐบาลเลือกหนทางที่ ๓ คืออยู่กันไปอย่างนี้พยายามบังคับใช้กฎหมาย ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ผมเชื่อว่าเขาจะมองว่าคือชัยชนะเบื้องต้น ณ สถานการณ์นี้ของพวกเขา ด้วยซ้ําไป ไม่ใช่ว่าผมเห็นด้วย แต่ผมจะลองอ่านใจเขาดู การอยู่เฉย ๆ ไม่ออก ไม่ยุบ ไม่ปรับ เน้นบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด อาศัยเพียงจังหวะระยะเวลาตามที่พูด ๆ กันมานั้นหากเปรียบไปนะครับมันก็เหมือนตุ้มนาฬิกาที่เหวี่ยงไปมาระหว่างซ้ายสุด กับขวาสุด พันธมิตรผู้ร่วมชุมนุมเองก็อาจจะอยากต้องการเช่นนี้ เพื่อที่จะทําให้เปัาหมาย การเมืองใหม่โดยประชาภิวัตน์นั้นมีความชอบธรรมยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ เรามามองในทางตรงกันข้าม ผมเชื่อว่าพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยน่าจะหนักใจกว่านี้ หากทางออกที่คนในระบบเลือก ซึ่งก็คือรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลเลือก จะเปึนทางใดทางหนึ่งใน ๒ ทาง คือลาออกหรือไม่ก็ยุบสภา เพราะว่าในที่สุดแล้วมันจะทําให้เปัาหมายสูงสุดที่พวกเขาประกาศออกมา คือการเมืองใหม่โดยประชาภิวัตน์เดินไปไม่ถึง แน่นอนเขาอาจจะยังชุมนุมต่อไป ในลักษณะเดิม แต่ก็ไม่แน่นักนะครับว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเท่าเดิม ถ้าเขาจะปรับยุทธวิธีการต่อสู้ ปรับข้อเรียกร้องใหม่ เขาก็ต้องการคําอธิบายที่สร้างเหตุ สร้างผล ให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมได้มากกว่านี้ ท่านประธานครับ โดยความ เปึนจริงแล้ว ไม่ว่าการลาออกหรือการยุบสภานั้นไม่ได้เปึนผลเสียหายแก่รัฐบาลเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้เปึนผลเสียหายแก่ระบบ กระผมจะพูดถึงซีเนริโอ (Scenario) หรือทางเลือกใน ๓ ทางนี้ในแง่ข้อดีข้อเสีย ในทางที่ ๑ สมมุติมีอีกยุคไม่ออก สถานการณ์ จะเปึนอย่างไรครับ สถานการณ์ที่จะเปึนไปต่อไปคือการประท้วงของพันธมิตรยังดํารงอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะต้องอึดมากขึ้น อดทนมากขึ้น แล้วก็เสี่ยงมากขึ้น พวกเขาจะต้องมีการ ขยายวงของแนวร่วม โดยเฉพาะในส่วนของรัฐวิสาหกิจมากขึ้น แล้วก็ยกระดับมากขึ้น ยกระดับก็คือจากการชุมนุมมวลชนขนาดใหญ่ เปึนการนัดหยุดงานในระดับทั่วประเทศ ซึ่งก็คงจะต้องพัฒนาไป แล้วก็อาจจะเกิดการกระทบกระทั่งจนกระทั่งถึงเลยจุด ความอดทน ในขณะนี้สถานการณ์ก็มีแนวโน้ม เพราะว่าก็ได้มีการชุมนุมของมวลชน ฝ์ายสนับสนุนรัฐบาลแล้ว ทั้งในกรุงเทพฯ แล้วก็มีการระดมมาจากต่างจังหวัด ฯพณฯ รัฐมนตรีเองก็เคยแถลงว่า มีดาบในมือแต่ไม่ใช้ แต่สถานการณ์ผ่านไปก็อาจจะ นํามาใช้ก็ได้
หมดเวลาพอดีคุณคํานูณ
ความรุนแรง ก็อาจจะดําเนินต่อไป ผมขอบริจาคเวลาจากเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาสัก ๒ นาที เถอะครับ ในขณะเดียวกันหนทางเช่นนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรีเองก็ยังมีด่านอุปสรรค ทั้งเรื่อง คําพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ก็อาจจะตีความกันได้ว่ามันจะถึงที่สุดหรือท่านจะฎีกาได้อีก แล้วก็ยังมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีชิมไปบ่นไป
หมดเวลาแล้วครับ ท่านคํานูณครับ
ผมขออนุญาต บริจาคเวลาจากเพื่อนสัก ๒ นาทีนะครับ ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าการขาดคุณสมบัติ ท่านอาจจะได้รับการแต่งตั้ง ได้รับการเลือกเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีอีก แต่นั่นก็จะเปึน การเพิ่มวิกฤติทางการเมืองในฟากของรัฐบาลขึ้นมาอีก เกิดความไม่แน่นอนขึ้นมา
ผมเรียนถาม คุณตวงอนุญาต ไหมครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภาครับ
จะอนุญาตไหมครับ ๒ นาที
ครับ
อนุญาตนะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ครับ ในหนทางที่ ๒ คือการยุบสภา รัฐบาลอ้างได้ครับว่าโยนให้ประชาชนตัดสินใจ แต่รัฐบาลก็ยังอยู่ในอํานาจรักษาการต่อไป แล้วถ้าเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาลมีความมั่นใจว่า พี่น้องประชาชนทั่วประเทศสนับสนุนจริง ๆ ท่านก็ได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาเปึนรัฐบาล อีกเหมือนเดิม และสมมุติในกรณีนี้อาจจะมีข้ออ้างว่าพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยเขาอาจจะไม่ยอม แต่ปัญหาความชอบธรรมที่เขาจะชุมนุมอยู่ต่อไป ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ อันนี้คือหนทางยุบสภา หนทางที่ ๓ คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีลาออก ผลเสียนั้นมีแน่ ก็คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นเสียความตั้งใจที่จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ด้วยความถูกต้องในมุมมองของท่าน แต่ว่าผลที่ตามมาก็คือรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ จํานวน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลยังคงมีจํานวนเท่าเดิม อาจจะมีการปรับจูน (Tune) ขั้วกันใหม่ อาจจะเท่านั้น ความเปึนไปได้อาจจะมีการเสนอตัวผู้เปึนนายกรัฐมนตรีขึ้นจากในกลุ่ม ๖ พรรคร่วมรัฐบาลขึ้นเอง แล้วก็อาจจะเปึนคนที่ประชาชนอาจจะมีการยอมรับ ได้มากกว่านี้ในเรื่องท่าทีท่วงทํานอง ขอประทานโทษที่ต้องพูดเช่นนี้ ส.ส. ยังคงทําหน้าที่ อยู่ต่อไป ท่านประธานครับ ชีวิตมันก็มีเท่านี้ล่ะครับ ชีวิตของการเมืองในระบบมีอยู่ ๓ ทาง อยู่เฉย ๆ ต่อไปบังคับใช้กฎหมาย
หมดเวลาแล้วครับ
ยุบสภาหรือไม่ ก็ลาออก สุดแท้แต่ทางผู้มีอํานาจแต่ละท่านจะเลือก ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ผมขออนุญาต
ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงด้วยครับ
มีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว พรรคประชาราช
ผมกําลังจะเรียกคุณพอดี ในนาม พรรคประชาราชครับ
ผมมี ๕ นาที แต่ว่าผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงก่อนครับ คือในกรณีที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านคํานูณ ได้กล่าวถึงคําพูดของหัวหน้าพรรค หัวหน้าพรรคหนึ่งก็คือ หัวหน้าพรรคประชาราช ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกทุกท่าน ว่านี่คือหนึ่งของสาเหตุที่ทําให้คนแตกแยกกัน คือการฟังแล้วไม่เข้าใจ แล้วไม่ถาม แต่กลับ เอาไปคิดเอง เออเอง นี่คือสาเหตุหนึ่งของการที่คนเราแตกแยก คําว่า ธรรมะต้องชนะ อธรรมเปึนสุภาษิตไทยที่พวกเราแม้ตัวกระผมเองเกิดมาเรียนหนังสือก็ได้ยินแล้ว คําว่า ธรรมะต้องชนะอธรรมไม่จําเปึนจะต้องว่าธรรมะจะต้องเปึนรัฐบาล อธรรมจะต้องเปึน พันธมิตร พันธมิตรก็มีโอกาสที่จะเปึนธรรมะได้เหมือนกันนะครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงตรงนี้เพื่อจะให้ประชาชนทางบ้านที่ฟังได้เข้าใจด้วย ว่าการพูดของหัวหน้าพรรค ประชาราชเมื่อคืนนี้มีเจตนาดีที่จะให้บ้านเมืองของเรามีความสงบสุขจริง ๆ นะครับ
ก็คงเข้าใจนะครับ เข้าเนื้อหาเลย ๕ นาที ครับ
ก็ขอ อนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ อภิปรายในส่วนของพรรคประชาราชเพียงนิดเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราตอนนี้ผมคิดว่าทุกคน ทุกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ทุกท่านที่อยู่ ทางบ้าน ทุกคนเคยทะเลาะกันครับ แต่สิ่งที่พวกเรามาถกกันในวันนี้ มาพูดคุยกันในวันนี้ ณ ที่แห่งนี้ ผมอยากจะให้ทุกท่านนั้นได้คํานึงอย่างหนึ่งเลยครับ ว่าก่อนที่เราจะรับฟัง ความคิดเห็นของผู้อื่นหรือเราจะให้ความคิดเห็นต่อผู้อื่น เราต้องเปึนศูนย์ เราไม่ใช่ลบ เราไม่ใช่บวก เราต้องคิดอยู่เสมอว่าตัวเราไม่ได้ถูก สิ่งที่เรากระทําไปไม่ถูก แล้วฟัง ความคิดเห็นของคนอื่นทางรัฐบาลก็ต้องฟังความคิดเห็นของทางฝ์ายค้านแล้วก็ท่าน ส.ว. ทางฝ์ายค้านก็ต้องฟังความคิดเห็นของรัฐบาลและ ส.ว. ทุกฝ์ายต้องฟังกัน ผมขอตรงนี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยตอนนี้วันนี้ผมได้มีโอกาส คือไม่ได้มาสภาตอนกลางวันแต่ฟัง อยู่ตลอด เพราะว่าเจ้าคณะจังหวัดสระแก้วมรณภาพ แต่ว่าก็มาทันเวลาที่จะได้อภิปราย และก็พูดในส่วนของที่ตัวเองนั้นรู้สึกพระสงฆ์องคเจ้าได้ถามในฐานะที่ผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าบ้านเมืองเราจะจบอย่างไร ผมก็จนปัญญานะครับที่จะตอบ ว่าจะจบอย่างไร เพราะว่าตัวกระผมเองคน ๆ เดียวหรือว่าพรรคประชาราช ๕ คน ก็คง ไม่สามารถที่จะทําให้ประเทศนี้สงบได้ ณ ตอนนี้แต่ผมขอ ขอให้คําเสนอแนะนิดเดียวว่า การที่เราจะให้ความเห็นกับใครเราต้องไม่คิดว่าตัวเองถูก การที่เราจะรับฟังความคิดเห็น จากใครเราต้องไม่คิดว่าตัวเองถูก ทุกคนต้องเปึนศูนย์กดปุ์มรีเซท (Reset) กันใหม่ครับ แล้วฟัง แล้วคิด ช่วยกรุณาฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งอายุก็ไม่เยอะ ประสบการณ์ก็ไม่เยอะ แต่ทุกคนในที่นี้ผมเข้าใจว่าต้องเคยทะเลาะกันมาก่อนแล้วฟังกัน ผมขอใช้เวลาเพียงเท่านี้นอกเหนือจากนั้นก็ให้เพื่อนสมาชิกต่อครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ขอให้พรรคเล็ก ๆ ท่านได้อภิปรายให้หมด เหลืออีกพรรคเดียวคือพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เชิญคุณวรศุลี ๘ นาที อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เปึนตัวแทนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จังหวัดมุกดาหาร เปึน ส.ส. จังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานคะ ตั้งแต่เช้า ตั้งแต่บ่ายที่ดิฉันได้ฟัง ได้รับฟังสมาชิกทุก ๆ ท่านที่อยู่ ในห้องประชุมนี้ ไม่ว่าจะเปึนสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุก ๆ ท่าน มีคุณวุฒิที่จะเปึนตัวแทนของประชาชนทั้งนั้น ในวันนี้ที่เข้ามาร่วมประชุมเปึนการเชิญ ของท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท่านประธานคะ เนื้อหาในการเชิญมานี้อยากจะให้เราทุก ๆ คนผู้เปึนผู้แทน ของประชาชน บ้านเมืองกําลังปัืนป์วน ประชาชนทุก ๆ คนเดือดร้อน ท่านคะ ดิฉันเดินทาง มาจากจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวานนี้อยู่ที่อําเภอว่านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร หลาย ๆ คน ถามว่าจะเปึนอย่างไร ตํารวจชายแดน ตชด. นั้นถูกเกณฑ์เข้ามาหมดแล้ว มาที่กรุงเทพฯ ทุก ๆ คนเตรียมตัวว่าจะต้องโดนเกณฑ์มาที่นี่ เพื่อที่จะมาระงับ ไม่ทราบว่าระงับอะไร เขาถามว่าระงับอะไร สงครามกําลังจะเกิดแล้วหรือ เขาถามตัวดิฉัน ตัวดิฉันเปึน ผู้แทนราษฎรบอกว่าในสภาไม่มีอะไร แล้วท่าน ส.ส. เข้าไปประชุมเจอไหม เจอม็อบไหม เจอเขาว่าให้ไหม เราบอกว่าไม่เจออะไร แต่ในส่วนที่ของกลุ่มพันธมิตรที่ได้มาร่วมกันก็คือ ความคิดเห็นของประชาธิปไตย การเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย แนวความคิด ของทุก ๆ คนสามารถแสดงออกมาได้ ท่านมีแนวความคิดอย่างไรที่จะบริหารประเทศชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองต่อ ๆ ไป ประเทศชาติเปึนของเรา เราเปึนคนไทย ทุก ๆ คนที่อยู่ในสภานี้ เปึนตัวแทนของประชาชน ๑ ส.ส. คือ ๑๕๐,๐๐๐ คน ๑ ส.ว. คือ ๓ แสนคน ๖๒ ล้านคน ตั้งความหวังอยู่ที่สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวดิฉันเองได้เข้ามา ในสภาอันทรงเกียรตินี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ และป้ ๒๕๓๙ เจอปัญหาต่าง ๆ และทราบถึง ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ นั้นเขาตั้งความหวังอยู่ที่ ส.ส. และ ส.ว. ท่านคะ ดิฉัน วันนี้รีบมาประชุม เมื่อคืนนี้ยังอยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อเช้านี้ขึ้นเครื่องมา โทรจองตั๋ว เครื่องบิน กลัวไม่มีเครื่องบินจะเข้ามา อยากจะมารับฟังว่าเราจะทําอย่างไรทั้ง ๒ สภานี้ ร่วมกันประชุม จะหาแนวทางนี้แก้ไขให้กับประชาชนได้อย่างไร ตอนนี้กําลังตีกันอยู่ ที่ทําเนียบรัฐบาล นปก. กําลังอยู่ที่หน้าสภา ถ้า ๒ กลุ่มปะทะเข้าไปแล้วประเทศไทยจะ เปึนอย่างไร ๖ มาตรการช่วยเหลือประชาชนของท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ให้ประชาชนได้ใช้น้ําฟรี ให้ใช้ไฟฟัาฟรี ทําไมท่านถึงให้ใช้ เพราะตอนนี้ราคาไฟก็แพง น้ําก็แพง น้ํามันก็แพง ทุกสิ่งทุกอย่างแพง อาหารการกินแต่ก่อนนั้นอยู่ที่มุกดาหารนะคะ ชามหนึ่ง ๒๕ บาท จานหนึ่ง ๒๕ บาท ก๋วยเตี๋ยว ๒๕ บาท แต่ตอนนี้ท่านคะ ๓๕ บาท แล้วค่ะท่าน นี่ล่ะค่ะสิ่งที่ประชาชนต้องการ วันนี้เรามาร่วมฟังความคิดเห็น เรามาหา แนวทางจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ตั้งแต่ที่ได้ฟังมาตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงปัจจุบัน ได้ทราบว่า ตั้งแต่อดีตท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องรถดับเพลิง ไม่รู้อะไร หนูไม่ทราบเหมือนกันนะคะ แต่คิดว่าตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังเปึนนายกรัฐมนตรีที่เปึนผู้บริหารประเทศ ท่านอยู่ ในสภานี้ ๗ เดือน ทราบว่าท่านทําทุกสิ่งทุกอย่างให้ประชาชน เห็นท่านบอกว่ประเทศชาติ กําลังขาดน้ํา เกษตรกรกําลังจะขาดผลผลิตทางการเกษตร ปุิยกําลังแพง น้ํามันกําลังแพง จะสรรหา จะทําอย่างไรที่จะให้มีพลังงานทดแทนเกิดขึ้น โดยที่ให้มีผลผลิตจากมันสําปะหลังและ อ้อยให้มาทําเปึนน้ํามันเอทานอล (Ethanol) เพื่อจะมาผสมกับน้ํามันให้มีราคาถูกลง แล้วจะเอาไปให้การเกษตร ประชาชนในพื้นที่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่พูดถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๕ เปอร์เซ็นต์เปึนเกษตรกร แต่เกษตรกรเหล่านั้นทุก ๆ คน ออกไปหาเสียง ตามพื้นที่ ท่านคะลงคะแนนให้เราด้วย เราจะช่วยท่าน ท่านเปึนเกษตรกร ท่านเปึนกระดูก สันหลังของชาติ แต่ตอนนี้ท่านทราบไหม กระดูกสันหลังของชาติกําลังผุ กําลังแอ่น ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเข้ามาบริหารตั้งแต่วันที่รับตําแหน่ง ท่านช่วยเหลือหลายสิ่ง หลายอย่างดิฉันดีใจ แต่ไม่คิดเลยว่าสิ่งต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมานั้น ทําไมเราต้องมาบรรจุ แล้วมาพูดคุยในสภาแห่งนี้ ดิฉันขอร้องทุก ๆ ท่าน ดิฉันเปึนผู้แทนราษฎร จิตสํานึกในตัว ดิฉันเองจะเปึนตัวแทนของประชาชน ทุกหยดเม็ดเลือดที่อยู่ในตัวดิฉันจะทําเพื่อประชาชน ชาวจังหวัดมุกดาหารเห็น บอกว่าดิฉันอยากจะทําให้ เขาเลือกดิฉันมา ดิฉันต้องตอบแทน ทุก ๆ เดือนที่รับเงินเดือน ๙๒,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เบี้ยประชุม รวมเปึน ๙๒,๐๐๐ บาท ๙๒,๐๐๐ บาทที่ดิฉันได้รับทุก ๆ เดือน ดิฉันเรียนหนังสือมา บอกว่า จบปริญญาตรีทุก ๆ คน ได้เงินเดือนอยู่ ๘,๐๐๐ บาท จบปริญญาโทได้อยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่า บาท ทํางานไป ๓ – ๔ ป้ ได้อยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท ลูกชายดิฉันเปึนหมอ ได้เงินเดือน แค่หมื่นกว่าบาท แค่ซี ๕ แต่ตัวดิฉันเองจบแค่ปริญญาตรี มาจบปริญญาตรีในที่สภาแห่งนี้ ค่ะท่านประธานที่เคารพ ดิฉันจบแค่ ป. ๗ แต่ตอนนี้ดิฉันได้เงินเดือนอยู่ ๙๒,๐๐๐ บาท ดิฉันภูมิใจในตําแหน่ง ดิฉันภูมิใจในเงินเดือนที่ได้ และเงินเดือนที่ได้มานี้ก็คือเงินภาษี ราษฎร กรีดจากเส้นเลือดของประชาชนทุก ๆ คน เสียภาษีจ่ายมา ท่านคะวันนี้การแสดง ความคิดเห็น ให้ลาออก ให้ยุบสภา ท่านคะเลือกตั้งแต่ละครั้ง ๆ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จะทําอย่างไร นั่นเงินภาษีราษฎรทั้งนั้น เงินเดือนเปึนเงินภาษี ราษฎรที่ท่านรับมาจากประชาชน แล้วให้ประชาชนไปเลือกท่านมาทําหน้าที่ให้ แล้วพอมา ทําหน้าที่ให้อยู่ได้แค่ ๖ – ๗ เดือน ทั้ง ๆ ที่ ๑ วาระคือ ๔ ป้ ในการบริหารประเทศ ๗ เดือน ในการบริหารประเทศนี้กําลังจะดีขึ้นแล้ว การท่องเที่ยวกําลังจะมา ตอนนี้ป่ดทั้งรถไฟ บอกว่าให้รถไฟให้ประชาชนส่วนล่าง รากหญ้าทั้งหลายซึ่งเปึนเกษตรกรกระดูกสันหลัง ของชาติ ที่กาคะแนนให้ทุก ๆ ท่านเข้ามาในสภานี้ ขึ้นรถไฟฟรี ตอนนี้ประธานสหพันธ์ รัฐวิสาหกิจหยุดงาน ท่านหยุดงานไปทําไม ท่านกินเงินเดือนของท่าน นั่นคือเงินภาษี ราษฎรนะคะ รถไฟหยุดวิ่ง สนามบินหยุดบิน บ้านเมืองจะพังแล้ว ท่านคะทําอย่างไร ขอทุก ๆ ท่านนะคะ วันนี้หนังสือเชิญให้มา เพื่อมาฟังความคิดเห็นของสมาชิก
หมดเวลาพอดี เชิญนั่งลงครับ
อย่างไร ๆ นะคะท่านประธาน ก็ได้อภิปรายแล้วก็ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว ก็ขอว่า ขอท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องลาออก และอย่าเพิ่งยุบสภา ขอบคุณมากค่ะ
เชิญ ฯพณฯ ผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อประมาณ ๗ – ๘ ชั่วโมงที่แล้ว กระผม ได้ลุกขึ้นกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเปึนผู้หนึ่งที่สนับสนุนให้เรามีการประชุมรัฐสภา เพื่อให้ได้อภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ แต่ขณะเดียวกันก็ได้ กราบเรียนท่านประธานเอาไว้ว่า ถ้าเราคิดว่ากระบวนการของฝ์ายนิติบัญญัติตรงนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ กระผมก็ได้กราบเรียนแล้วว่าคงจะไม่ใช่ และเสียงสะท้อนจากสื่อสารมวลชนที่รายงาน การประชุมของพวกเราออกไป ท่านประธานครับ ท่านก็คงได้รับทราบเหมือนกับที่ผม ทราบว่าก็ไม่สู้จะดีนัก มีความรู้สึกว่าเราได้ใช้เวลากันนั้น แม้การอภิปรายของเพื่อน สมาชิกหลายท่านให้ข้อเท็จจริง มีประโยชน์ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะลบความรู้สึกของผู้คน ทั่วไปได้หรอกครับว่าเราเองแบ่งฝักแบ่งฝ์าย ไม่ได้มีความพยายามอย่างมากที่สุดที่จะหา จุดที่จะเปึนที่ยอมรับ ที่จะเปึนทางออกที่ชัดเจน แล้วก็ต้องกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองซึ่งได้ใช้สิทธิในการตอบโต้หลายครั้ง ผมเข้าใจครับ ในฐานะที่เปึน ส.ส. เวลาถูกพาดพิงก็อยากที่จะใช้สิทธิเพื่อจะชี้แจง แต่ว่าวันนี้มันก็เลยทําให้ มีเพื่อนสมาชิกวิจารณ์ได้ว่าท่านตั้งใจรับฟังมากน้อยแค่ไหน กระผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมว่าพวกเราทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เปึนตัวละครในความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในสังคมครั้งนี้ และผมก็คิดว่าพวกเราเกือบทุกคน ก็เปึนเหยื่อของความขัดแย้ง เช่นเดียวกัน และผมมั่นใจว่าถ้าความขัดแย้งนี้ลุกลามต่อไปประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็เปึนเหยื่อ ดังนั้นสิ่งที่เรามาพูดกันในวันนี้กระผมเองผมก็มีหลายเรื่องที่ถูกพาดพิง จะขอใช้เวลาสั้น ๆ แต่จะพยายามไม่ให้ใครเสียหายนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านประธานและก็ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้สบายใจก่อนว่าสิ่งที่ผมพูดในวันนี้ สิ่งที่กระผมได้ทําตลอดมา มันไม่ใช่อย่างที่บางฝ์ายพยายามที่จะยัดเยียดหรือปัายสี กระบวนการของสื่อฝ์ายเดียว ที่ท่านประธานที่ปรึกษาได้กรุณากราบเรียนท่านประธานดํารงมายาวนาน แล้วก็มี เครือข่ายอยู่พอสมควร พยายามทําให้เกิดความเข้าใจมาโดยตลอดว่าผม พรรคประชาธิปัตย์ กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเปึนเสมือนกลุ่มเดียวกัน หรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน ยกตัวอย่างสักเรื่องก็ได้ครับ เช่น ไปอ้างอิงถึงการเสนอขอให้มี การใช้มาตรา ๗ ซึ่งความจริงข้อเสนอของกระผมกับของพันธมิตรก็ไม่ได้เหมือนกัน ที่จริง ที่กระผมเสนอในวันนั้นเพราะผมเห็นว่าการจะไปใช้มาตรา ๗ โดยไม่มีเงื่อนไข ตามรัฐธรรมนูญนั้นไม่พึงกระทํา กระผมถึงได้ไปเสนอว่าถ้าจะใช้มาตรา ๗ เปึนทางออก ในวันนั้น คนที่จะต้องไปดําเนินการให้เปึนไปได้ก็คือท่านอดีตนายกรัฐมนตรีกับ คณะรัฐมนตรีเพื่อให้เปึนไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อมาภายหลังนักกฎหมาย ของรัฐบาลเองในขณะนั้นก็ยอมรับว่าเปึนความจริง แต่ก็มีความพยายามที่จะทําให้เกิด ความเข้าใจว่าเปึนกระบวนการที่มุ่งหมายไปสู่เรื่องนั้นเรื่องนี้ และผมกราบเรียนนะครับว่า ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมเคยเสนอในอดีตหากมีการดําเนินการตามเราอาจจะไม่มี คมช. ไม่มี การรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ไม่สูญเสียรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และก็ไม่ทําให้วิกฤติ มันตกค้างลุกลามมาถึงทุกวันนี้ ผมฟังเมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงผมในรายการ เหมือนกันครับ ท่านก็บอกว่าชมเชยกันอยู่ดี ๆ ก็ดีแตก ที่จริงพูดมาแล้วครั้งหนึ่ง เวลาท่านชมผม ผมก็ขอขอบคุณในไมตรีของท่าน ผมไม่ได้มี เปัาหมายเปึนคนดีของท่าน ผมต้องการเปึนคนดีของสังคม คนดีของประเทศ และที่ผม จะต้องกราบเรียนก็คือว่าที่ขอใช้สิทธิพาดพิงเรื่องเดียววันนี้ ก็คือที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี และสมาชิกบางท่านกล่าวว่าเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่กระผมได้ไปเยี่ยมพื้นที่เปึนการ ถือหางผู้กระทําผิดกฎหมายบ้าง เปึนการไปวนเวียนปัวนเปุ้ยนเพื่อจะอยู่กับฝ์ายที่จะ ชนะบ้าง ไม่เปึนความจริง เมื่อวันศุกร์กระผมอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ติดตามเหตุการณ์ การชุมนุมอยู่ตามปกติ แล้วก็ทราบว่ามีเหตุการณ์ปะทะกันขึ้นที่บริเวณสะพานมัฆวาน รังสรรค์ ไม่ใช่ข้างในทําเนียบรัฐบาล ต่อมาก็ได้ดูภาพเหตุการณ์จากสถานีโทรทัศน์ หลาย ๆ ช่องประกอบกัน เห็นภาพประชาชนถูกตีจริง ๆ ปฏิเสธไม่ได้หรอก กระผมก็ยัง ติดตามสถานการณ์อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมันมีการประสานงานมาว่าบุคลากรทางด้าน การแพทย์ จะเปึนแพทย์ บุรุษพยาบาล พยาบาลที่ได้เข้าไปอยู่ในบริเวณรอบ ๆ ทําเนียบ รัฐบาลร้องมาว่า รถพยาบาลไม่สามารถเข้าไปถึงจุดที่มีผู้บาดเจ็บอยู่ ผมจึงต้องตัดสินใจ วันนั้นว่าจะทําอย่างไร ผมทราบว่าผมไปต้องมีคนไปพูด ไปพยายามขยายความว่า นี่ที่บอกว่าพันธมิตร ประชาธิปัตย์ พวกเดียวกัน เปึนอย่างนั้น ผมทราบว่าจะต้องเกิด แต่ผมตัดสินใจบนพื้นฐานในเรื่องของมนุษยธรรม ผมยอมรับไม่ได้ที่เราละเมิดกระทั่ง หลักสากล แม้ในสถานะสงคราม เรื่องของบริการทางการแพทย์ต้องสามารถเข้าถึง ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ ผมจึงตัดสินใจไป แล้วเหตุการณ์หลังจากที่ผมไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ เปึนไปตามที่เพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษ เอ่ยนาม คือท่าน ส.ส. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้อธิบายโดยละเอียด เท่านั้นเอง จากนั้นผมจึงไปที่ บช.น. เพื่อพูดคุยกับนายตํารวจ ชั้นผู้ใหญ่ เพื่อขอความมั่นใจเรื่องจะไม่มีการใช้ความรุนแรง มีข้อเสนอว่าจะไปทําเนียบ รัฐบาลไหม ไปอะไรไหม ผมบอกว่าผมไม่ ผมไปทําหน้าที่ของผมในฐานะผู้แทนปวงชน ชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บซึ่งเกิดขึ้นจากการ ปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมเข้าไป ผมไม่พูดผิดถูก ผมขอความร่วมมือ การอํานวยความสะดวกในเรื่องนี้เท่านั้น ผมขอชี้แจงท่านนายกรัฐมนตรีและขอชี้แจง เพื่อนสมาชิกที่พาดพิงผม ทั้งในสภาและนอกสภาก่อนหน้านี้ ถ้าแม้นว่าท่านหรือคน สนับสนุนท่านได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมไม่มีจิตใจต่ํา เพียงพอที่จะบอกว่าไม่ให้บริการทางการแพทย์เข้าไป และใครเข้าไปตรงนั้นแปลว่า ไปถือหาง ไปเข้าข้าง ไปแสวงประโยชน์ทางการเมือง ผมไม่ทําหรอก ผมกราบเรียนว่า จุดยืนของกระผมที่เกี่ยวข้องกับการเมืองภาคประชาชน ผมพูดมานานแล้ว และได้เตือน ท่านนายกรัฐมนตรี ในวันที่ท่านมาแถลงนโยบาย ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะกรุณา ย้อนกลับไปจําคําอภิปรายของผมในวันนั้นว่างานของรัฐบาลจะสําเร็จลุล่วงไปได้ ซึ่งเปึนความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่เลือกพวกเราเข้ามา ท่วงทํานองในการบริหาร ราชการแผ่นดินสําคัญมากและผมได้แสดงความห่วงใยตั้งแต่วันแรก ว่าท่าทีของ ท่านนายกรัฐมนตรีต่อการเมืองภาคประชาชน ผมไม่ได้พูดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต่อการเมือง ภาคประชาชน ผมบอกว่าน่าเปึนห่วง เพราะในอดีตที่ผ่านมาท่านมักจะมีกระทบกระทั่ง กับกลุ่มต่าง ๆ วันนั้นท่านก็ไม่พอใจผมครับ ท่านก็บอกว่าผมอายุน้อยกว่าท่านเกือบ ๓๐ ป้ ไปอบรมท่าน ผมไม่ได้อบรม ผมทําหน้าที่ของผมเสนอแนะเตือนเอาไว้เพราะผม เกรงปัญหาจะเกิดขึ้น ผมกราบเรียนว่าผมพูดมาตลอดว่าวันนี้การเมืองภาคตัวแทน ต้องเดินไปกับการเมืองภาคประชาชน คู่ขนานกันไป และหลีกเลี่ยงอย่าให้ปะทะกัน เราต้องเคารพการเมืองภาคประชาชนและผมก็เน้นว่าภาคประชาชนต้องเคารพการเมือง ระบบตัวแทนด้วย ข้อเสนอที่ผมจะได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีต่อจากนี้ไป จากการ วิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ กระผมบอกว่าอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นอย่าเพิ่ง รีบลุกขึ้นมาตอบไปไตร่ตรองดูว่าวันนี้บ้านเมืองจะเดินไปอย่างไร เพราะวันนี้เราหยิบเพียง แง่มุมใดแง่มุมหนึ่งมันไม่ได้ครับ บังคับใช้กฎหมายแง่มุมเดียวก็ไม่ได้ ทําให้ถูกใจคน ก็ไม่ได้ แต่มันอยู่ที่ว่าเปัาหมายของเราคืออะไร ผมอยากจะเริ่มจากจุดร่วม ผมหวังว่า เพื่อนสมาชิกที่แม้จะนั่งอยู่ฝัืงตรงข้ามกับกระผมจะหาจุดร่วมที่พวกเราจะเริ่มต้นได้
ประการที่ ๑ ผมเชื่อครับว่าไม่มีใครประสงค์จะเห็นความรุนแรง อันนี้ พูดกันทุกฝ์าย และผมกราบเรียนว่าที่ผ่านมาไม่ว่าฝ์ายใดใช้ความรุนแรง กระผม ไม่สนับสนุนทั้งสิ้น ผมพูดไปหลายครั้งไม่ได้ถูกใจกลุ่มพันธมิตรหรอกครับ ก่อนเกิดเหตุ วันอังคารสัมภาษณ์ผมวันจันทร์ นักข่าวมาถาม ผมบอกว่ามีข่าวว่าจะมีการไปบุกรุก สถานที่ราชการ กระผมก็ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าผมไม่เห็นด้วย ที่จริงวันนี้ผมไม่จําเปึนต้อง มาพูดย้ําหรอกครับถ้าผมคิดแต่ว่าผมไม่อยากไปพูดขัดใจใคร แต่ผมอยากจะบอกว่าวันนี้ บางทีมันไม่มีคําตอบที่ถูกใจทุกคนอยู่แล้ว เราต้องยอมพูดขัดใจคนและเราทุกฝ์าย ต้องยอมเจ็บบ้างเพื่อรักษาส่วนรวม อันนี้สําคัญที่สุด ประเด็นก็คือว่านอกจากไม่ได้ ต้องการความรุนแรงแล้วเราต้องการอะไร ผมเชื่อมั่นว่าพวกเราที่ยืนอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ บอกว่าเราต้องรักษาประชาธิปไตย ฉะนั้นขอพูดให้ชัดนะครับ ไม่ว่าใครหรือฝ์ายใด ก็ตามที่จะทําให้เหตุการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นแล้วอาจจะนําไปสู่การรัฐประหาร หรือการเปลี่ยนแปลงนอกรัฐธรรมนูญ กระผมไม่เห็นด้วย และถ้าเกิดขึ้นก็จะยืนคัดค้าน ครับ อาจจะไม่ได้ไปร่วมเวทีกับเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลหรอกครับ แต่ก็จะยืนคัดค้าน ผมว่าเราต้องชัดเจนตรงนี้ แต่เราต้องเข้าใจเช่นเดียวกันครับว่าจะไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ จะไม่ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารได้ ทุกฝ์ายมีหน้าที่ต้องช่วย ที่สําคัญทุกฝ์ายมีหน้าที่ ต้องยอมเสียสละ
ประเด็นถัดมาก็คือว่า ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนในที่นี้ก็จะยืนยันเช่นเดียวกัน ว่าทางออกนอกจากจะต้องไม่รุนแรง ไม่ใช้รัฐประหารแล้ว ต้องไม่ออกนอกกรอบของ รัฐธรรมนูญ ยืนพูดขัดใจพันธมิตรก็ได้ครับ ๗๐ ๓๐ ทําไม่ได้ ถ้าจะทําต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้อํานาจการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ยังอยู่ที่รัฐสภา ถ้าจะไปสู่ ๗๐ : ๓๐ ต้องมาตรงนี้ ต้องมาถกกัน วันนี้ใครจะมาเสนอว่า ยกเว้นรัฐธรรมนูญสักหนึ่งมาตรา สักหนึ่งวรรคก็ไม่ได้ครับ จะทําก็ต้องแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ แล้วเราอยากจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้วเสียหลักระยะยาวหรือไม่ เช่น มีข้อเสนอเรื่องนายกรัฐมนตรีคนกลาง ยกเว้นรัฐธรรมนูญเสียเถอะ ผมบอกไม่ได้ แก้ไข ได้ไหม ก็ถ้าสภาเห็นชอบก็แก้ได้ แต่ถามว่าแล้วต่อสู้กันมาช้านานเพื่อให้นายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง เราจะมาคิดลบออกกันง่าย ๆ อย่างนั้นหรือครับ จุดยืนผมมีชัดในเรื่อง เหล่านี้ และผมอยากจะให้ทางเพื่อนสมาชิก ทางรัฐบาล และท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นว่า เรามีจุดร่วมกันเยอะนะครับ เราไม่จําเปึนจะต้องมาฟาดฟันกันจนกระทั่งในที่สุดแล้ว ส่วนรวมเสียหาย และผมยังจะพูดมากไปกว่านั้นอีกครับ ว่าวันนี้สิ่งที่เราจะต้องทําก็คือว่า เข้าใจว่าความขัดแย้งมันลุกลามลงไปถึงระดับประชาชนจริง ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องของ ความเสียหายที่จะบอกว่าวันนี้มันคงไม่ได้อยู่ที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ที่แกนนํา พันธมิตร อยู่ที่ผู้นําฝ์ายค้าน อยู่ที่ ส.ส. ส.ว. อย่างเดียวครับ วันนี้มันลึกลงไปถึงระดับ ประชาชน และประชาชนที่ผมพูดถึงต้องหมายถึงประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ์าย สนับสนุน รัฐบาล สนับสนุนฝ์ายค้าน ไม่สนับสนุนทั้งสองฝ์าย เราต้องเคารพ ผมเคยถูกพันธมิตร ตําหนิครับ เมื่อเขาเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกในช่วงแรก ผมให้สัมภาษณ์ว่า ผมคิดว่าเปึนเรื่องยากที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะยอมตามข้อเรียกร้องนี้ เพราะผมบอกว่า ท่านมาจากการเลือกตั้ง แต่ผมพูดด้วยความจริงใจครับ ผมอยากจะบอกว่า ผลการเลือกตั้งจะถูกใจใครหรือไม่ก็ตาม แต่เปึนการตัดสินใจของประชาชน พรรคท่าน ได้มากกว่าผมประมาณ ๑ แสนคะแนนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่โดยระบบของเรา การกระจุกกระจายของคะแนนทําให้ท่านได้ผู้แทนราษฎรมากกว่าผมถึง ๗๐ ท่าน ผมก็ ยอมรับ บังเอิญไม่ถึงครึ่งก็ต้องดูว่าใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ ท่านรวบรวมได้ท่านก็เปึน รัฐบาล ถามว่ามีการซื้อเสียงมีการทุจริตการเลือกตั้งไหม ผมก็ยืนยันว่ามีครับ แต่ถาม ผมว่าถ้าสมมุติไม่มีการทุจริต ไม่มีการซื้อเสียง ท่านชนะผมไหม วันนี้ผมยืนบอกครับว่า ผมคิดว่าท่านก็ชนะ เพราะประชาชนจํานวนหนึ่งเขานิยมชมชอบท่านอดีตนายกรัฐมนตรี เราต้องพูดความจริงกันครับ ส่วนที่เขานิยมชมชอบอดีตนายกรัฐมนตรี คนจะเห็นด้วย เห็นดีหรือเห็นว่าถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ความเห็นก็หลากหลายไป แต่ผมยอมรับ ฉะนั้นที่ท่าน ได้ยืนหลักของท่านมาว่าท่านมาจากการเลือกตั้ง อยู่ดี ๆ ถ้าใครมาเรียกร้องว่าต้องลาออก เพราะไม่ถูกใจ ผมว่าท่านก็ยืนยันได้ และผมไม่เคยสนับสนุนหรอกครับว่าถ้าใคร มาเรียกร้องจะเปึนคนจํานวนเท่าไรก็แล้วแต่แปลว่าจะต้องจํานนเช่นนั้น แต่ท่านประธาน ครับนั่นคือครึ่งเดียวของเรื่องราวทั้งหมด ที่พูดทั้งหมดนั้นเปึนเพียงเรื่องของ ความชอบธรรมในการจัดตั้งและในการเริ่มต้นในการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งที่กระผมจะกราบเรียนต่อไป คราวนี้ก็คงขัดใจเพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลนะครับ ก็คือว่า ในทุกประเทศที่เปึนประชาธิปไตย เสียงข้างมากไม่ได้หมายความว่าท่านทําได้ทุกสิ่ง และการที่จะมีประชาชนจะ ๑ คนหรือจะแสนคนลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลแสดง ความรับผิดชอบทบทวนตัวเอง พิจารณาตัวเอง ไม่ได้ขัดกับหลักประชาธิปไตยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีข้อสงสัยว่าการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนั้นอาจจะแค่ บกพร่องผิดพลาด ถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็คือละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิของประชาชน หรือ เลวร้ายอีกเรื่องหนึ่งก็คือการทุจริตคอร์รัปชั่น จริงครับ ปัญหาเหล่านี้มีกระบวนการ ทางกฎหมายแต่ท่านดูเถอะครับทุกประเทศที่เปึนประชาธิปไตย ส่วนใหญ่เขาไม่รอให้ กฎหมายจัดการครับ มันจะมีสิ่งที่เรียกว่าสํานึกหรือความรับผิดชอบของนักการเมืองที่เขา บอกว่ามันต้องสูงกว่าคนธรรมดา มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่ง ท่านยกตัวอย่างกรณี ของเกาหลีนั่นแค่คิดนโยบายนะครับ ว่าจะต้องเป่ดการค้าเสรีเอาเนื้อวัวจากอีก ประเทศหนึ่งเข้ามาคนลุกฮือขึ้นมาเปึนแสน เขาลาออกทั้งคณะ ผมว่าอายุรัฐบาล เขาสั้นกว่ารัฐบาลนี้ ตอนที่เขาตัดสินใจอย่างนั้น ใครเคยอยู่ในประเทศประชาธิปไตย ในยุโรป ในสหรัฐจะทราบครับ อย่าว่าแต่รัฐมนตรีเลยครับ ส.ส. ส.ว. บางทีมีเรื่องอื้อฉาว ส่วนตัว ลาออกท่านประธานจะยอมรับไหมว่า ๖ - ๗ เดือนที่ผ่านมามีทั้งเรื่องการกระทํา ผิดกฎหมาย ศาลวินิจฉัยแล้ว มีทั้งเรื่องความผิดพลาด มีทั้งเรื่องความบกพร่อง ผมไม่ว่า อะไรหรอกครับทุกคนมีสิทธิที่จะผิดพลาดบกพร่องได้ แต่ท่วงทํานองท่าทีต่าง ๆ ไม่มี ลักษณะของการบอกว่าเราจะรับผิดชอบเพื่อให้ระบบรักษาความศรัทธาได้ เราคิดถึง แต่สิทธิของตัวเราเอง ยังไม่ถึงที่สุด กฎหมายไม่ได้ห้าม ทําก่อน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มัน สะสมมาในระบบการเมืองไทย แล้วมันก็เริ่มกัดกร่อนจนทําให้พี่น้องประชาชนจํานวน มากจึงเริ่มปฏิเสธ ปฏิเสธรัฐบาลลุกลามมาถึงปฏิเสธการเมืองโดยรวม เรายอมรับ ความจริงเถอะครับ ว่านี้คือสถานการณ์ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เอเอสทีวีหรือกลุ่มการเมืองอีกหลายกลุ่มที่มาเคลื่อนไหวรวมตัวกัน มันคือการสะท้อน ให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อความไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรมเหล่านี้ แล้วใครที่เคยเรียน รัฐศาสตร์ หรือติดตามการเมืองของทั่วโลก มันก็สะสมมา แล้วการเคลื่อนไหวมันก็จะมี มาตรการที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผมไม่ใช่มีประวัติในเรื่องของการเปึน นักเคลื่อนไหวมวลชน แต่ผมก็บอกได้ว่าทั้งในส่วนรัฐบาล ทั้งในส่วนพันธมิตร มีผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จํานวนมากแล้วจากประวัติศาสตร์การเมืองไทยรู้เท่ากันครับ เรื่องการยกระดับการชุมนุมมันจะต้องเปึนอย่างไร แล้วก็รู้เหมือนกันว่าสังคมไทย เปึนอย่างไร ฝ์ายใดดูจะใช้ความรุนแรงก่อนก็จะเปึนฝ์ายเพลี่ยงพล้ํา เพียงแต่เวลา การเคลื่อนไหวมันรุกลามบานปลายและการชุมนุมมันประกอบไปด้วยคนหมู่มาก ถามว่า ใครจะให้หลักประกันว่าเราควบคุมสถานการณ์ กระผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า ผมไม่เห็นกับการทําผิดกฎหมายไม่ว่าจะโดยฝ์ายใด แล้วก็ยืนยันนะครับ ไม่ว่าจะเปึนคําตอบใดสําหรับประเทศ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันวันนี้ต้องไม่ใช่นึกถึงแต่ตัวผู้นําแกนนําครับ เข้าใจหัวอกของประชาชน ทุกฝ์าย เหมือนเมื่อสักครู่ผมแสดงความเข้าใจประชาชนที่ได้เลือกรัฐบาลท่านมา สิทธิ ของเขาเราต้องเคารพ แต่ผมถามว่าวันนี้เราพูดง่าย เห็นเปึนรูปธรรมว่าเวลามีการชุมนุม ทางการเมืองจะถูกหรือผิดกฎหมายต้องมีคนเดือดร้อนครับ แต่ผมถามว่าคนที่เขา ตากแดดตากฝนกลางถนน ๓ เดือน ชนะ เขาก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ส่วนตัว หลายคนละทิ้ง ธุรกิจการงาน ทะเลาะกับครอบครัวมาอยู่ตรงนั้น เรามองเขาเปึนกบฏหรือครับ เรามอง เขาว่าเปึนเครื่องมือของพรรคการเมืองหรือครับ ไม่ใช่หรอกครับ ผมบอกเลยว่าเคลื่อนไหว กันมาแบบที่เห็นกันอยู่หลายเดือนนี้ ผมไม่กล้าบังอาจไปพูดถึงพรรคอื่น ผมบอกว่า เปึนพรรคประชาธิปัตย์เราจัดไม่ได้หรอกครับ เปึนไปไม่ได้ครับ แต่คนมาเปึนจํานวนมาก เราต้องคิด รัฐบาลต้องคิด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องคิด ท่านจะเห็นด้วยกับเขา ไม่เห็นด้วย กับเขา และถ้าท่านเปึนเหมือนผมคือเห็นคนเจ็บแล้วไปเยี่ยม เวลาผมไปเยี่ยมเขา แล้วก็ คุณปัา คุณยายที่ร้องไห้ เขาไม่ได้เห็นหน้าผมแล้วก็นึกถึงว่าจะด่ารัฐบาล จะเชียร์ผม แต่ร้องไห้อย่างที่คุณพีระพันธุ์เล่าครับ เจ็บใจ ว่ามาด้วยความรักบ้านเมือง รักในหลวง แต่ถูกปฏิบัติเช่นนี้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า เราอย่าคิดง่าย เหมือนที่ฝ์ายรัฐบาล เคยบอกว่า คมช. คิดว่าปฏิวัติแล้วจะสามารถทําให้ผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทยหายไปได้ เปึนไปไม่ได้ครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้วิธีจับกุมแกนนํา ๖ คน สลายการชุมนุม รุนแรงหรือไม่รุนแรง ล้อมทําเนียบเพื่อที่จะให้เขาอดไม่สามารถที่จะประทังชีวิตอยู่ได้ ให้คนออกไม่ให้คนเข้า สมมุติว่าทําสําเร็จ ท่านคิดหรือว่าแนวคิดที่ต่อต้านสิ่งที่เขาเห็นว่า เปึนความไม่ถูกต้องมันจบลง มันไม่จบหรอก ถ้าเราพยายามที่จะเข้าใจหัวอกของ ประชาชนทั้ง ๒ ฝ์าย ตรงนี้ครับ มันเปึนวิธีเดียวที่เราจะหาทางออกได้ ผมเองระมัดระวัง มาตลอด ผมเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่สมควรดํารงตําแหน่งอีกต่อไปนับตั้งแต่ผมยื่น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมก็ได้อภิปราย สภาลงมติเสียงข้างมากไว้วางใจท่าน ผมก็ ต้องยอมรับ แต่อีกหลายเรื่องที่ตามมานี้ ซึ่งผมยืนยันได้เลยว่าอารยประเทศ ผู้บริหาร ประเทศเขาแสดงความรับผิดชอบไปแล้ว ผมก็ไม่กล้าเรียกร้องหรอกครับ เพราะผมจะได้ ยินคําตอบจากท่านนายกรัฐมนตรีเสมอว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญมาตราไหนบอก มาตราไหนบังคับ ถ้ายังมีท่าทีเช่นนี้ต่อไปเราหาทางออกไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ และวันนี้มันก็เกินเลยจุดนั้นไปแล้ว เพราะวันนี้สิ่งที่ท่านมองว่าเปึนการกระทําผิดกฎหมาย หรือบางคนเรียกว่ากบฏ ในขณะที่อีกฝ์ายเรียกอารยะขัดขืน มันเปึนสิ่งที่มีสาเหตุจาก เงื่อนไขเพิ่มเติมมา แม้กระทั่งในวัน ๒ วันที่ผ่านมา ถ้าสังคมโดยรวมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ผมก็บอกว่าสังคมมีสิทธิจะคิด ถ้าสังคม บอกว่านายกรัฐมนตรี ต้องลาออกอย่างเดียว ผมก็บอกไม่ใช่ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดครับ ท่านต้องพยายามวางตัวเปึนกลางให้มากที่สุด แล้วแสดงท่าที ในการรับฟังความเจ็บปวดของคนทุกฝ์าย ทําไมละครับท่านจะต้องมาบอกว่านี่ดีกว่า ที่ปฏิบัติกับก็อด อาร์มี นั่นกองกําลังต่างชาติรุกรานเข้ามาในเขตแดนไทย เอาหมอ เอาคนไข้เปึนตัวประกันนะครับ นี่คนไทยด้วยกันครับ ใส่เสื้อเรารักในหลวงมานั่งชุมนุมอยู่ ท่านไปเปรียบเทียบได้อย่างไร ท่านจะต้องแสดงท่าทีว่าเกิดการปะทะกัน สอบหน่อย สิครับ มีการกระทําผิดกฎหมายโดยทางเจ้าหน้าที่หรือเปล่า ผมเข้าไปในพื้นที่ พยายาม สอบถามตํารวจ เห็นได้ชัดครับ อ้างคําสั่งศาลกัน มันไม่ใช่อย่างที่พูดครับ ศาลไม่ได้สั่งให้ ไปรื้อถอนโดยการจะต้องเข้าปะทะ โดยการที่จะต้องใช้อาวุธใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ ไม่ใช่ ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีจะยอมยืนอยู่เหนือความขัดแย้งสักนิดแล้วบอกว่า เรื่องนี้จะต้อง สอบ ใครสั่งไม่เปึนไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง ละมุนละม่อม ท่านจะเอาตัวมาลงโทษ ไม่มีครับ ผมก็ยืนยันนะครับ วันนั้นสอบถาม ตํารวจเขาก็บอกว่าที่สั่งให้ปฏิบัติการฝ์ายการเมืองครับ ผมไม่คาดหวังเท่าไรนะครับ เพราะผมก็เคยเจอมาแล้วที่เชียงใหม่ โทรทัศน์จับได้หมดครับ ใครพยายามเข้ามาพัง ทําลายทุบตีเวทีของพรรคประชาธิปัตย์ โยนสิ่งของใส่ผม ท่านประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนท่าน ผบ.ตร. อยู่ ไม่มีการดําเนินคดีเลยครับ นอกจาก คุณอลงกรณ์ พลบุตร โดนข้อหาหมิ่นประมาทบนเวที แล้วท่านจะให้คนครึ่งประเทศหรือ เกือบครึ่งประเทศเขารู้สึกว่ามีความเปึนธรรมได้อย่างไร เหตุการณ์เกิดขึ้นที่อุดรธานี บังเอิญคนถูกทําร้ายอยู่ฝ์ายตรงกันข้ามกับท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเลยไม่มี ความจําเปึนในฐานะผู้นํารัฐบาลที่จะต้องแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เลย ล่ะครับ ชอบตอบคําถามในสภา แต่กระทู้เรื่องนี้ไม่มาตอบครับ แล้วจะให้คนที่เขายังมี ความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเปึนธรรมในแผ่นดินนี้ เขาเชื่อมั่นได้อย่างไร กระผมไม่ได้ กล่าวหาว่าท่านเลวทรามต่ําช้าอะไรครับ เวลาท่านพูดโทรทัศน์ฝ์ายเดียว ผมไม่มีโอกาส ได้พูด แต่เวลาท่านบอกว่าต้องมีรายการตอบโต้ รายการนั้นก็ด่าผมด้วย ผมไม่เคย กล่าวหาท่านเลวทรามต่ําช้าอะไร แต่หลายเรื่องมันต้องพูดกันครับ เช่น ผมไม่เคยกล่าวหา ว่าท่านไม่จงรักภักดี แต่ผมก็ข้องใจ และผมคิดว่าสังคมก็ข้องใจว่าทําไมเวลาเกิดกรณี การล่วงละเมิดต่อสถาบันมันจัดการช้า มันจัดการยาก คดีคุณจักรภพ เว็บไซต์ (Website) ต่าง ๆ ที่ยังมีปัญหาอยู่ อันนี้ที่มันถึงเปึนประเด็นที่ผมกราบเรียนว่า วันนี้เพื่อนสมาชิก ของผมถึงบอกว่าท่านต้องพิจารณาตัวเอง บังเอิญท่านก็ลุกขึ้นเร็วครับ ตอบไปว่า พิจารณาแล้ว ใช่แล้วครับ แต่ผมรู้ ผมรู้ว่าแม้สิ่งที่เพื่อนสมาชิกของผมได้เสนอ เสนอด้วย ความบริสุทธิ์ใจ ผมเชื่อรัฐบาลหวาดระแวงว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเกิดลาออกจริง ๆ พวกกระผมอยากช่วงชิงไปเปึนรัฐบาล ไปยึดกุมอํานาจรัฐหรือ ท่านประธานครับ อย่าระแวงผมเลยครับ ผมไม่ทําครับ ผมไม่ทํา ผมยืนยันว่าบ้านเมืองนี้ต้องหาทางออก ตามรัฐธรรมนูญ ด้วยความสงบปราศจากความรุนแรงและเคารพสิทธิของทุกคน และใคร ทําผิดกฎหมายยังต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ผมไม่เชื่อว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในตําแหน่งต่อ ท่านจะประกาศภาวะฉุกเฉินหรือไม่ ใช้ทหารหรือใช้ตํารวจจะไปจัดการกับกลุ่มที่อยู่ในทําเนียบขณะนี้อย่างไรก็ตาม ผมไม่เชื่อ ว่าปัญหามันแก้ได้ ผมก็คิดหนักครับ ผมพูดผมรู้ว่าเดี๋ยวขัดใจคนทั้งสภา ผมบอกว่าวันนี้ ต้องยอมเจ็บ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีกลัวว่าการลาออกจะเปึนการสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองที่ไม่ดี เพราะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งท่านเรียกหยิบมือเดียว ท่านไปดูเถอะครับ ประวัติศาสตร์การนองเลือด ถ้าคิดอย่างนั้นก็หยิบมือเดียวทั้งนั้นครับ ถ้าท่านกลัว จะเสียวัฒนธรรม เสียประเพณี ซึ่งผมบอกว่าจริง ๆ หลายประเทศเขาทํากันและผมไม่เห็น มันเสียก็ไม่เปึนไร ผมบอกเลยว่าวันนี้ผมต้องพูดขัดใจลูกพรรค และขัดใจเพื่อนสมาชิก อีกหลายคนซึ่งเพิ่งพูดด้วย ส.ส. มักจะไม่เสนอให้ท่านยุบสภาหรอกครับ ผมเองแค่นึกว่า เหนื่อยยากแค่ไหนเวลาหาเสียงผมก็ไม่อยากกลับไปเลือกตั้งหรอกครับ แต่ว่าการยุบสภา จะเปึนการแสดงความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าท่านนายกรัฐมนตรีบอกไม่อยากให้ท่าน ต้องรับเคราะห์คนเดียว พวกผมบอกว่าทั้งสภาเราเจ็บด้วยกัน แล้วยุบสภาครั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ พวกผมมีแต่เสียเปรียบ เสียเปรียบทุกเรื่อง แต่ผมบอกว่าวันนี้ ผมยอมครับ แล้วผมบอกว่ายุบสภาไปแล้ว เดี๋ยวท่านก็บอกว่าแล้วรู้ได้อย่างไรพันธมิตร จะเลิก ผมก็บอกว่าผมก็ไม่มีหลักประกันหรอกครับว่าพันธมิตรจะเลิก แต่ผมย้ําว่า พันธมิตรที่มาชุมนุมกันได้ อย่าไปคิดเลยครับ คน ๕ – ๖ คน ๗ คน ๘ คน ๙ คนสั่งได้ ไม่ใช่หรอกครับ เหมือนกับที่ท่านบอกผมสั่งอาจารย์สมเกียรติได้ไหม ถึงผมสั่งอาจารย์ สมเกียรติได้ อาจารย์สมเกียรติออกมาก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อทิศทางการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ ไม่มีหลักประกัน แต่ผมเชื่อ ผมจะเรียกร้องว่าพันธมิตรก็ต้องเคารพ กระบวนการของประชาธิปไตยที่กลับไปให้ประชาชนตัดสิน พันธมิตรจะไปตั้ง พรรคการเมืองก็ได้ พันธมิตรจะคอยติดตามสอดส่องดูแลให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ที่สุดก็ได้ เพราะ กกต. ชุดนี้แม้ไม่ได้สมบูรณ์ แต่ผมยังเชื่อใจ สําคัญก็คือรัฐบาลรักษาการ ทําตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดเท่านั้น อย่าไปใช้อํานาจรักษาการเกินเลยกว่าที่ รัฐธรรมนูญกําหนด ไม่มีใครสนุกหรอกครับ ๔๘๐ คน แต่วันนี้เราเสียสละตัวเองก่อน ได้ไหม พันธมิตรอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ผมเชื่อว่าอย่างน้อยถ้าเราเสียสละเปึนเราได้ใจ คนจํานวนไม่น้อยกลับคืนมากับระบบรัฐสภาของเรา วันนี้เราถูกปรามาสว่ากระบวนการนี้ จะเปึนเพียงแค่พิธีกรรม ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปตรองเถอะครับ สิ่งที่กระผมพูด ท่านเสียสละ ผมเสียสละ ผมเชื่อว่าผมอาจจะเจ็บกว่าท่าน โอกาสท่านกลับมามีมากกว่า ผมนะครับ ทําเถอะครับ เพื่อบ้านเมืองสงบ สร้างบรรทัดฐานที่ดีครับ แล้วรัฐบาลที่กลับมา ไม่มีคนกลุ่มใดมาตั้งเงื่อนไขได้ว่าต้องเปึนคนนั้นหรือไม่เปึนคนนี้ แต่รัฐบาลที่กลับมา ต้องเก็บเกี่ยวบทเรียน ๗ เดือนที่ผ่านมานี้ว่า ไม่ว่าจะมีเสียงข้างมากอย่างไร ต้องยึดหลัก ธรรมาภิบาลต้องสร้างมาตรฐานให้สูงเข้าไว้ ประชาธิปไตยจะเดินไปข้างหน้า กระผม กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ และนําข้อเสนอนี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะลุกขึ้นตอบผมปฏิเสธทันทีท่านก็ทําได้ เปึนสิทธิของท่าน พวกกระผมได้ทําหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แล้วบอกว่าพร้อมที่จะเสียสละตําแหน่งนี้ เพื่อมีโอกาสในการหาทางออกสําหรับบ้านเมือง กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมอยากให้ ที่ประชุมวันนี้ได้พูดจากันด้วยความมีเหตุมีผล ผมอาจจะเปึนคนเสียงไม่นุ่มนวลเหมือน ท่านหัวหน้าฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งนั่งลงไป ผมก็นั่งฟังด้วยเหตุผล แต่ผม แน่ใจว่าวันนี้มีคนทั้งบ้านทั้งเมืองนั่งฟังพฤติกรรม พฤติการณ์ของเราอยู่ เรื่องที่พูดมานั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นหรอกครับ แต่ว่าเรื่องที่เราจะต้องทํากันอยู่เวลานี้ก็คือว่า ท่านไม่คิด จะรักษา ข้อแนะนําของท่านนะครับ ไม่คิดจะรักษาระบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยของเราเลย วันนี้ถ้าทําตามอย่างที่ว่าด้วยประเด็น ๑ หรือ ๒ นี้ก็ แปลว่าบ้านเมืองนี้มันหากฎเกณฑ์อะไรไม่ได้แล้ว เวลาที่มีคนพวกหนึ่งลุกขึ้นมาบอก คุณต้องออก คุณต้องไป ฉันไม่ชอบ คุณต้องไป ต้องไป เพราะมันเลว แล้วก็ต้องไปแล้ว บ้านเมืองเราจะมีอะไรที่ให้คนเขาเชื่อถือยึดถือได้ ถ้าผมเปึนคนอย่างนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ลงทุนลงรอนตั้งพรรคการเมืองมีความเข้มแข็งใช้นโยบายต่าง ๆ อาจจะเสียดาย ว่าอุตส่าห์ทําไปอย่างนั้น ต้องคิดต้องอะไรต่ออะไรมาก ผมไม่มีอะไรอย่างนั้นเลยครับ ไม่มี อะไรเปึนความผูกพัน ไม่มีอะไรเปึนสิ่งล่อใจเลย แต่ผมทําหน้าที่เวลานี้ ๗ เดือนที่ผ่านมานี้ ผมทําหน้าที่เพราะว่าไปรับปากว่าจะทําหน้าที่เปึนหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคนี้ ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วยตัวเอง แล้วได้รับเลือกตั้งเข้ามา ๒๓๓ อย่างที่ว่า และกิจกรรมก็ดําเนินการกันมา ซึ่งผมจะพยายามทําทุกอย่างก็คือว่า ผมเปึนหัวหน้าพรรค การเมืองพรรคนี้ ความเปึนมาจะเปึนมาอย่างไรก็สุดแท้แต่ พอพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าคนที่ว่า ผูกพันพัวพันเขาก็ไม่ได้ผูกพันพัวพัน ปัญหาอยู่ที่ว่า ๗ เดือนที่แล้วมานี้ คนอย่างผม ที่เข้ามาพฤติการณ์ที่แสดงมาอย่างนี้จะพูดจา จะจัดระเบียบ จะพูดกระทบกระแทก แดกดันอะไร อย่างไรได้ทั้งนั้นล่ะครับ ไม่มีปัญหา แต่ผมก็แน่ใจว่า ที่บ้านผมก็มีกระจก บานใหญ่มองเห็นหน้ามองเห็นตัว แล้วรู้ว่าตัวได้ทําอะไรอยู่ สถานการณ์บ้านเมืองที่มัน บอบช้ํามาเพราะมีการปฏิวัตินั้น เคราะห์ดีว่าเขาใช้เวลาสั้น เราก็ได้ประชาธิปไตยคืนมา แล้วก็มีการเลือกตั้ง สถานการณ์ ๗ เดือนที่ผ่านมานี้ผมก็ต้องกล้ํากลืนฝ๋นทน ต้องทํา หน้าที่เรียกว่าอดตาหลับขับตานอน ผมทํางานเยอะ แต่ผมก็ไม่ได้อวดอ้างที่ไหน แล้วผม เปึนคนไม่ชอบให้ผู้สื่อข่าวมาติดตามผม แต่ผมทํางานให้บ้านเมืองนี้ เวลานี้ผมทํางาน ระหว่างประเทศด้วย ผมเจรจาความบ้านเมือง ผมทํามาเพราะว่าจังหวะจะโคนผมเปึน อย่างนั้น กระทรวงเขากําหนดว่าคุณต้องทําอย่างนั้นต้องทําอย่างนี้ ผมก็ทําไปตาม อย่างนั้น งานที่ทําไปนี้ทํางานเพื่อบ้านเมือง แต่วันหนึ่งมันเกิดเหตุอย่างที่มันเกิดขึ้นมานี้ ผมต้องใช้คําว่า มันอะไรกันนักหนา มันถึงไม่มีวันจบ อะไรกันนักหนาถึงจะมาลําดับความ เรียบเรียงความอย่างท่านหัวหน้าฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่งนั่งลงไปเมื่อสักครู่นี้ ได้ลําดับความว่าเพราะพฤติกรรม พฤติการณ์ของคนอย่างผมนี้ถึงจะต้องพิจารณาตัวเอง ใน ๒ ทาง คือไม่ยุบสภาก็ลาออก แล้วทําไมอีกทางหนึ่งที่เราจะช่วยรักษาประชาธิปไตย ไว้ให้คนทั้งโลกเขาแลเห็นว่าประชาธิปไตยของบ้านเรานั้น คนพวกหนึ่งลุกขึ้นมาข่มขู่ ให้หัวหน้ารัฐบาลต้องลาออก ไม่ได้หรอกครับ หลักประกันพูดกันเรื่องศาลนั้น ไม่ได้ไปว่า ตําหนิอะไรศาลเลยครับ เพราะว่าคําสั่งศาลเขาก็ไม่ปฏิบัติตาม ไม่มีอะไรเสียหาย สํานวน ที่พูดกันไว้ ที่คุณบรรหารท่านเอ่ยมาว่า ศาลก็เอาไม่อยู่ เปึนสํานวนในทางการเมืองเขาพูด กันว่า ๒ อันเอาไม่ได้ มาเอาตรงสภาสิก็เท่านั้นเอง มีอํานาจอยู่ ๓ อํานาจ ทั้งหมดมาวันนี้ ก็ต้องการมาฟัง และฟังแล้วก็ไม่เปึนไร ผมจะไม่ตอบคําถามตรงนั้นหรอก แต่ผมจะต้อง อธิบายความให้รู้ว่าคนทั้งบ้านเมืองนั่งฟังสภาพูดกันอยู่เวลานี้ สภาคิดอย่างไร ผมเปึน หัวหน้ารัฐบาลผมต้องคิด ท่านเปึนหัวหน้าฝ์ายค้านเอาคิดให้ฟัง คนทั้งบ้านเมืองฟัง ที่คุณอภิสิทธิ์พูด ฟังเมื่อสักครู่นี้ผมก็นั่งฟังอยู่ แต่ต่อไปนี้เขาจะต้องฟังผม เอาละ นายสมัคร คุณมีเหตุผลอย่างไร คุณอยากได้ใคร่ดีอะไรนักหรือ คุณมีอะไรผูกพัน กับบ้านเมืองนี้หรือ คุณลงทุนลงรอนไปหรือ อยากเปึนรัฐบาลตัวสั่นหรือ ไม่สั่นเลยครับ ผมมาเปึนรัฐบาลต้องใช้คําว่า ด้วยความบังเอิญ แต่ผมก็ต้องถือว่าเมื่อมาบังเอิญแล้วก็ ต้องทําหน้าที่ ผมทําหน้าที่ของผมเต็มที่ ใครจะว่าอะไรอย่างไรก็สุดแท้แต่ แม้กระทั่งจะต้องเปลี่ยนนิสัยใจคอที่จะต้องอดกลั้นที่จะทําทุกอย่างให้มันยืดเยื้อมาถึง วันนี้ ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นว่าเราไม่ได้ใช้ความรุนแรง คําก็ไม่ต้องรุนแรง ๒ คํา ก็ไม่รุนแรง ใครรุนแรงต้องแพ้ ผมก็เชื่อ แล้วบัดนี้ผมก็แน่ใจไม่ใช้ความรุนแรง แต่ตํารวจ ไปทําที่ปะทะกัน ก็ต้องถือว่าคนเปึนหมื่น ๆ กับตํารวจเปึนร้อยเปึนพัน มันกระทบกระทั่ง กันอย่างนั้น ผมมีแต่มาขอร้องว่าต้องยกประโยชน์ให้ แต่ว่าไปจัดการจี้ไชว่าต้องหาเอา คนผิด มันไม่มากไปหน่อยหรือครับ เอาเขามาช่วยระงับคะคานให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เรื่องกระทบกันเท่านี้จะต้องไปหาคนผิด มันจะไม่มากเกินเหตุไปหน่อยหรือครับ มันแสดง ด้วยกันทั้งคู่ คนหนึ่งปัองกัน อีกคนจะเอาเรื่องให้ได้ ไม่เห็นกริยาท่าทีหรือครับที่เขา โถมเข้าใส่นั้น ไม่เห็นหรือครับที่เขาพังรั้วเกเรเข้ามานั้น แล้วพูดจาให้พิจารณาตัวเอง ไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพอย่างนั้น ไม่เคารพอย่างนี้ พูดได้ครับ ว่ากล่าวได้ แดกดันได้ ผมทนได้ แต่พฤติการณ์ที่เขาทํากลางบ้านเมือง ฉีกหน้าคนทั้งประเทศ อย่างนี้ไม่เอ่ยถึง เลยนะครับ ๙ คน ที่ถูกศาลไม่ต้องมีใครเอ่ยถึงเลยนะครับ ประคับประคองไม่กล้า จะเอ่ยถึงแม้แต่ชื่อ สถานการณ์อย่างนี้ต้องช่วยกันคิดสิครับ ว่าแล้วจุดหมายปลายทาง อยู่ตรงไหน ความเกลียดแค้นชิงชังมาสั่งสมมาถึงผม แล้วมันอย่างไร แล้วตกลงมันทําไม ทําไมมันต้องไปป่ดสนามบิน เพื่อจะบีบคั้น บีบคั้นให้รัฐบาลลาออก แปลว่า ที่เห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลนี้มันเลวจริงหรือ มันทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงจริงหรือ แล้วรัฐบาลนี้ไม่มีสิทธิที่จะรักษาสถาบันการเลือกตั้ง การเปึนสถาบันการเปึน ประชาธิปไตยมาได้ ๗๖ ป้ ผมต้องย้ําเลยครับว่า มันมีสถานะอะไรที่คนพวกนั้นที่จะมา ชี้บอกลื้อต้องออก ลื้อต้องไป ไม่ได้ทั้งนั้น ผมไม่ได้คิดว่าอะไรอื่นหรอกครับ ท่านจะแสดง ความรู้สึกอย่างนั้นท่านแสดงได้ แต่ผมก็แน่ใจว่าคนทั้งประเทศต้องนั่งฟังอยู่เหมือนกัน ว่าผู้แทนราษฎรของเราอีกซีกหนึ่งเขาคิดอย่างนี้ เขาคิดอย่างนี้ครับ เรียงแถวกันมาเมื่อเช้า ไม่มีปัญหาครับ ผมเปึนคนขอเป่ดแล้วผมขอรับฟัง ต้องออก ๆ พูดจากันกระทบกระแทก แดกดัน เหมือนตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องออกต้องไป ผมไม่อยากฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่กรณีไม่ไว้วางใจนั้น กรณีที่เอาเขาพระวิหารมาเล่นกันจนกระทั่งบ้านเมือง จะบรรลัยวายวอด แล้วใครเปึนคนกลับมากอบกู้ตอนนี้ ใครครับ เอกสารที่มันถูกต้อง เรียบร้อยมีชิ้นเดียวเอาไปแค่ตรงนั้น เพราะว่าพิพากษาไว้อย่างนั้น เอกสารนั้นถูกเบรก (Brake) ประทานโทษ ถูกยุติโดยศาลปกครองสั่งไม่ให้เอาไปใช้ แล้วเปึนอย่างไร เวลา จะเจรจาความกัน ก็ป้ ๒๕๔๓ ไปเซ็นไว้ มันก็เอกสารชิ้นเดียวกันที่เสียท่าเขามาเมื่อ ป้ ๒๕๐๕ ผมไม่พูดสักคํา เพราะเอาล่ะยุติก็ยุติ จบเสียได้จะดี ต่อไปนี้ก้มหน้าก้มตา ค่อยตามแก้ไขสถานการณ์ ผมทําทุกอย่างเพื่อให้ไมตรีของ ๒ บ้านเมืองนี้มันอยู่ จุดชนวน กันไว้รุนแรงลุกลาม แต่ผมดับได้ ผมเจรจาความได้ ผมหาทางทําทุกอย่าง คนทั้งบ้านเมืองก็เห็นว่ารัฐบาลนี้ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่ชายแดนอย่างไร มันจุดกัน ลุกเปึนไฟกลางห้องประชุมห้องนี้ล่ะครับ ผมพยายามดับชนวนหลังจากวันอภิปราย ไม่ไว้วางใจจบ ผมบอกจะทําอย่างไรก็เอาผมยอมทั้งสิ้น ๒๔ ชั่วโมง ศาลสั่งไม่ให้ ดําเนินการ เอกสารที่ว่ากล่าวกันนั่น คําตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ ก็ศาลรัฐธรรมนูญ วิพากษ์วิจารณ์ได้นี่ครับ แล้วถามสิว่า นายสมัครหรือครับวิพากษ์วิจารณ์ ผมก็ยังไม่ได้ ออกปาก แต่ไปดูว่าคณะสถาบันใครต่อใครวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินเอาข้อความนอก รัฐธรรมนูญมาตัดสินเพื่ออะไร เพื่อจะได้ไปเล่นงานรัฐมนตรีต่างประเทศได้ แล้วก็พูดจา กันเมื่อสักครู่นี้เหมือนกับเอาบุญเอาคุณ ว่ารัฐบาลทั้งชุดนั้นต้องไปแล้ว มันไม่ถึงขนาดนั้น หรอกครับ ยังไงก็ไม่ถึงขนาดนั้น สําคัญที่สุดก็คือว่าต่างฝ์ายต่างก็ทําหน้าที่ แต่ข้อสําคัญ ที่สุด กระผมจะบอกว่าผมต้องทําหน้าที่อยู่เพื่อจะรักษาสถาบันระบอบประชาธิปไตย ของบ้านเมืองไว้ ผมต้องรักษานะครับ ถ้าผมยอมถอยไปตามข้อแนะนําบ้านเมืองพัง ทั้งระบบ
(นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา (ภาควิชาการ) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านสุรชัยประท้วง อะไรครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงครับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีกําลังอภิปรายขัดกับ ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กําหนดไว้ว่าการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น ที่กําลังจะพิจารณากัน การที่เรามาประชุมกันวันนี้พวกเราคงทราบดีว่าเปึนการประชุม ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๙ ครับ ท่านประธานครับซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเอง เปึนคนที่มีหนังสือมาถึงท่านประธานรัฐสภาชี้แจงให้ทราบว่า ขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหา ทางราชการสําคัญ คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทุกครั้งผมนั่งฟังมาตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งจนกระทั่งบัดนี้ จะ ๘ – ๙ ชั่วโมงแล้ว เมื่อสมาชิกรัฐสภาผู้ใดแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกอกถูกใจ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีจะลุกขึ้นมาตอบโต้อย่างนี้ทุกครั้ง มันไม่ใช่ การอภิปรายตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๙ ครับท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๙ เปึนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ให้คณะรัฐมนตรีมารับฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาที่ถูกต้องแล้ว ผมกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความ เคารพครับท่าน กราบเรียนท่านคณะรัฐมนตรีทุกท่านผ่านท่านประธานรัฐสภา บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้เจตนารมณ์ก็คือเพื่อให้ระบบรัฐสภาได้มีการช่วยกัน ให้คําปรึกษาหารือกับคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เปึนผู้บริหารประเทศชาติ ในยามที่ ประเทศชาติมีปัญหาฝ์ายรัฐบาลหาทางออกของปัญหาเองไม่ได้ก็เป่ดช่องทางให้ท่านมา ปรึกษารัฐสภา ท่านจะต้องรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาแล้วกลับไปพิจารณา ในหมู่คณะของท่านเอง ไปพิจารณา ไปสังเคราะห์ ไปวิเคราะห์ ไม่มีบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๗๙ ที่จะต้องลงมติว่ารัฐบาลจะต้องปฏิบัติตาม
ท่านสุรชัยสรุปเลยครับ ท่านประท้วงอย่างไรท่านสุรชัยนะครับ
นี่คือเหตุผล ที่ผมว่าอภิปรายเพื่อแสดงให้เห็นถึงเหตุผลที่ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี ทําขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๙ ครับ ท่านประธานครับในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙
ครับ ท่านสุรชัย ผมเข้าใจแล้วท่านอภิปรายว่าขัด
ผมขอ อีกนิดเดียวสั้น ๆ ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๙ ไม่มีบทบัญญัติว่า สภาแห่งนี้ต้องลงมติวางข้อกําหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีต้องไปปฏิบัติ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่ท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านสุรชัยครับ เอาล่ะผม เข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยเชิญนั่งได้ครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ก็ในเมื่ออภิปรายกัน ท่านก็มีสิทธิชี้แจง เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยท่าน ท่านชี้แจงต่อได้ครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ กรณีจริง ๆ ถ้าใครต่อใครอภิปราย ท่านหัวหน้าอดีตนายกรัฐมนตรีชวนท่านอภิปราย ผมก็ติงคําเดียวเท่านั้นเองว่า คํานั้น แสดงว่าเนื้อหาที่ท่านพูดผมก็รับฟังได้ใครต่อใครหลายคนพูดนั่น แต่ในกรณีสุดท้ายเวลา นี้ท่านก็หมายมั่นปัุนมือก็ โอ.เค. เมื่ออภิปรายพาดพิงถึงผมอบรมสั่งสอนเหมือนกับว่า นายสมัครมันทําความผิดเองแล้วก็นั่งให้เขาพูดจาอย่างนั้น แล้วก็ครับ ๆ แล้วผมจะไป คิดดู มาตรา ๑๗๙ มันมีตรงไหนบอกห้ามนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจง มีวรรคไหนครับ ที่ห้ามนายกรัฐมนตรีชี้แจงมีไหมครับ ขอบคุณท่านประธานที่วินิจฉัยและผมก็ไม่ได้พูด อะไรมากผมกําลังจะลงท้ายอยู่แล้วว่ากําลังนี้ก็ต้องพูดจากัน เหตุผลคุณอภิสิทธิ์ ท่านพูดจาผมก็รับฟังเหตุผล แต่สําคัญที่สุดคือคนทั้งบ้านทั้งเมืองเขาจะดูว่าเรื่องนี้ สภาคิดอย่างไร วันนี้มาฟังสภาช่วยคิด เมื่อคิดแล้วบางคนตําหนิ ติเตียน ว่ากล่าว ผมก็ บอกแล้วว่าเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมก็ขอชี้แจงหน่อย ไม่มากอะไรทั้งนั้นครับ บังเอิญผมเปึนคนพูดจาไม่นุ่มนวล น้ําเสียงมันไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขา มันก็เลยเหมือน ดุเดือดเลือดพล่าน แต่จริง ๆ ผมเองผมต้องการจะสรุปตรงท้ายว่า ผมไม่ได้ดื้อด้าน ขวานถาก ผมแน่ใจว่าผมไม่ได้ทําความผิด ผมแน่ใจว่าความโยงใยที่มีนั้นมันตัดกันขาด เพราะบัดนี้มันเปึนพรรคใหม่ ชื่อใหม่ บริหารกันใหม่ ผมมาถูกต้องเมื่อดําเนินการกัน อย่างนี้ถูกต้องทําเรียบร้อยแล้วผมก็ต้องมาหารือวันนี้ ผมก็ไม่ต้องมานั่งคิดก่อนผมตอบ ให้ฟังครับว่าผมบอกว่าที่ผมยังเลือกหนทางที่จะต้องรักษาทางการเมืองต่อไป เพราะผม ต้องการรักษาให้คนทั้งโลกนี้เขาเห็นครับว่าประชาธิปไตยเมืองไทย ๗๖ ป้นั้น เมื่อมันเกิด มาแล้วมันเกิดมาเพื่ออยู่ ไม่ได้เกิดขึ้นมาแล้วมีใครก็ไม่ทราบทําอย่างนี้ได้ แน่นอนครับความเปึนมามี แต่ผมคิดว่าผมต้องเถียงเรื่องนี้ว่ามันคนละคน คนละความคิด คนละระยะเวลา ผมบอกให้ฟังว่าในความคิดของผม ผมเฝัาระมัดระวังเพราะมีคน ต้องใช้ คําว่า เขาอยากจุดชนวน ครั้งหนึ่งทําสําเร็จมาแล้วครับ ต่อไปจะทําอีก แต่บังเอิญ นายกรัฐมนตรีคนละคน นายกรัฐมนตรี คนนี้ก็ได้ทํางานการเมืองไว้ และที่เขาทําแล้ว ที่เขาไม่ปฏิวัตินั้นก็เพราะนายกรัฐมนตรีคนนี้เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย ผมไม่ได้ไปประจ๋อประแจ๋ประจบอะไรกับเขาเลยครับ แต่ผมทําสิ่งที่มีเหตุผล และเวลานี้ ผมก็บอกว่าคุณก็อยู่เฉย ๆ ตรงนี้ก็แล้วกัน เปึนหน้าที่ของผม ผมก็ใช้ตํารวจทํา ผม ประกาศภาวะฉุกเฉินทําให้บ้านเมืองสงบเงียบได้ครับ แต่มันเสียบรรยากาศ เสียหายหมด จึงพยายามประคับประคอง จึงให้มันจบด้วยดี ให้ยุติด้วยดี ถ้าเผื่อกล่าวหากันแล้วก็ไปสู้ คดีกันในศาล ทุกคนก็มีการถูกกล่าวหาแล้วก็ไปสู้คดีกัน ไปประกันตัวแล้วสู้คดี บ้านเมือง ก็กลับมาธรรมดา แล้วก็ถ้าเผื่อจะอภิปรายไม่ไว้วางใจผมในเรื่องนี้บอกพฤติกรรม ๔ เดือน ไม่ไว้วางใจ อย่างนี้ถ้าผมแพ้คะแนนในสภาผมก็ลาออกไป ผมไม่อยากจะพูดคําว่า ผมไม่อยากอยู่ ไม่อยากแบกน้ําหนัก แต่ผมต้องบอกให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเขารู้นะครับว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองนั้น เรากลับจากความยุ่งยากที่มีคนปฏิวัติยึดอํานาจ เขาส่งคืน มาให้ เรารับไม้มาได้ เราดําเนินการมาได้ แล้วยังไม่ทันไร ๗ เดือนกําลังจะทําให้โงหัว ขึ้นมาได้ มีคนลุกขึ้นมาเล่นกันเสียอีกแล้วอย่างนี้ ผมจึงต้องการว่าเวลาที่เราพูดทั้งหมด บางทีธรรมดาเป่ดสภา ไม่ค่อยมีใครฟังครับ แต่วันนี้คนทั้งประเทศฟังครับ เขาฟังอยู่ว่า ว่าอย่างไร ทุกคนพูดต้องรับผิดชอบของตัวเอง ผมต้องรับผิดชอบของผม แต่ว่าถ้าไม่มา พาดพิงว่ากล่าวผม ผมก็ยังจะบอกจะต้องไปคิดกันดูทั้งนั้นที่จะเอาไปคิดดู แต่ว่านี่ ดุด่าว่ากล่าวเหมือนกับว่าผมเปึนคนทําผิด ไปพิจารณาเอาเองว่าต้นเหตุอยู่ที่นายสมัคร ผมบอกว่าผมก็เปึนคนที่ว่าผมต้องชี้แจงตอบ ต้องตอบเท่านั้นเองครับแล้วบอกให้เอา ไปคิด ไม่ทันหรอกครับเวลาไม่มีหรอกครับ ผมจะต้องตั้งหลักให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเขารู้ว่า นายกรัฐมนตรียังอยู่ หนทางที่ฟังสภาแล้ว จํานวนมติทําอะไรผมไม่ได้ เอาผมออกก็โหวต ไม่ได้ ไม่มีการโหวต จังหวะจะโคนผมจะต้องใช้สถานะของผม ต้องให้คนทั้งบ้านทั้งเมือง เขารู้ว่าคนเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นได้รับฟังได้คําปรึกษาแล้ว แล้วผมก็จะดําเนินการ ต่อไป ผมจะรักษาสถาบันอันนี้ไว้ครับ บ้านเมืองของเราเฉพาะกรุงเทพมหานครไม่นาน กี่อาทิตย์นี้เอง เขาเลือกเปึนสถานที่น่าท่องเที่ยวที่ ๑ ของโลก แล้วเวลานี้มันอะไรไปแล้ว ล่ะครับ สิ่งที่เขาทําอะไรไปนั้นผมเห็นว่า ใครจะมีความพยายามระงับถ้อยคําเหลือเกิน ไม่อยากจะพูดถึง ผมก็ระงับเพราะผมไม่อยากพูดถึง แต่ที่มาปรึกษาหารือเพราะเห็นว่า มันเกินกว่าเหตุ แต่มาฟังความ เขาตําหนิบอกคุณน่ะต้นเหตุ นี่ล่ะต้นเหตุ ผมก็บอก อ๋อ อย่างนั้นหรือครับ เพราะถ้าอะไรพาดพิงผมก็ต้องขอชี้แจง สํานวนสําเนียงผมนี่ล่ะครับมัน นักการเมืองโบราณ เสียงมันก็อย่างนี้ล่ะครับ นุ่มนวลอย่างคุณอภิสิทธิ์ผมคงต้องไปฝ๊ก อีกนานกว่าจะพูดได้อย่างนั้น มาจนถึงป์านนี้มันแก่เกินแกงแล้ว แต่อย่างไรก็ตามแต่ ผมยืนยันว่าผมก็รับปาก ถ้าจะให้อภิปรายต่อไปก็ไม่เปึนปัญหา แต่เท่าที่พูดมาแล้ว ผมนี่ล่ะครับรักษา ไม่รุนแรง รักษาจนวันนี้ครับ ดูสิครับยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดอะไรต่าง ๆ ยังค่อยประคับประคองค่อยดําเนินการ จนกระทั่งเอาสภามาเป่ดได้พูดจากันวันนี้ จะเปึน อย่างไรต่อไปข้างหน้า ผมเปึนนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ผมต้องขอบพระคุณครับ ต้องขอบพระคุณที่ได้แนะนํา ให้ข้อแนะนํา แนะนําได้ครับ แต่พูดจาพาดพิงกระแหนะ กระแหนผมก็ต้องตอบโต้ตามสมควร เท่านั้นครับไม่มีอะไรอื่นครับ ต้องขอบพระคุณครับ ถ้ายังไม่เลิกก็บอกยังไม่เลิก ถ้าจะเลิกก็ว่ากันต่อไปแล้วกันครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมไม่ทราบได้เวลาเท่าไร กี่นาทีไม่ทราบครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านอภิสิทธิ์ เชิญก่อน
ขออนุญาต เพื่อนสมาชิกนะครับท่านประธาน ใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียว คือไม่อยากให้เปึนเรื่องโต้วาที แต่บังเอิญเดี๋ยวจะเข้าใจผิดนะครับ เมื่อกี้ท่านพูดบอกว่า ประการแรก คน ๙ คนทําผิด กฎหมายทําไมไม่พูดถึง ผมกราบเรียนว่าเขาต้องอยู่ภายใต้กฎหมายครับ แล้วกรณีของ อาจารย์สมเกียรติวันที่ท่านไม่มาสภา ผมอธิบายละเอียดเลยนะครับ ประเพณีสภา จะไม่อนุญาตให้มีการไปดําเนินคดี แต่เราจะทําเปึนข้อยกเว้น เมื่อไรทําเรื่องมาพรรคประชาธิปัตย์จะอนุญาตให้ไปดําเนินการ เพียงแต่ว่าผมกราบเรียน ย้ําอีกครั้ง ที่สุดคนเหล่านี้ก็หนีกฎหมายไม่ได้ ยังไม่เคยได้ยินว่าใครจะหนี อายุความก็ยาว แต่ว่าจะจัดการบังคับใช้กฎหมายตรงนี้ วันนี้ทันที แล้วผลที่ตามมามันเสียหายมากกว่า มันเปึนอย่างไร เหมือนวันที่ผมเข้าไปในพื้นที่ ผมถามตํารวจ ท่านครับทําถนนว่าง ได้ครึ่งสาย คุ้มไหมกับความวุ่นวายทั้งประเทศ แล้วจริงอย่างที่ผมพูดไหมครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย
ประการที่ ๒ เมื่อสักครู่บังเอิญพาดพิงมาอีก เหมือนผมอยากจะจุดชนวน ความรุนแรงตั้งแต่เรื่องเขาพระวิหาร ไม่ใช่เลยครับ แล้วเปึนโชคดีของประเทศไทย ที่ศาลท่านวินิจฉัยอย่างนั้น วันข้างหน้ายังพอมีข้อต่อสู้ระหว่างประเทศ แล้วพยายาม จะโยนมาว่าสิ่งที่อดีตรัฐมนตรีทํากับข้อตกลงป้ ๒๕๔๓ เหมือนกัน ไม่ใช่นะครับ ถ้าท่านไม่เข้าใจวันหลังผมจะอธิบายให้ท่านฟัง ที่สําคัญก็คือว่านอกเหนือจากไม่มีการ แสดงความรับผิดชอบแล้ว ท่านทําอะไรต่อ บอกชาวโลกให้รู้หรือยังว่าแถลงการณ์ร่วม ที่ท่านทําไปมันผิดรัฐธรรมนูญไทย เพื่อรักษาสิทธิของประเทศไว้ นี่ตัวอย่างนะครับ ขึงขัง จัดการกับอดีตนายกรัฐมนตรีเหมือนกับที่ท่านจะขึงขังจัดการกับแกนนําพันธมิตรไหม ผมไม่เข้าข้างใคร ผมบอกต้องปฏิบัติให้เหมือนกันเท่านั้นเอง สุดท้ายท่านพูดบอกว่า ผมไม่คิดรักษาระบบ ผมถึงได้กราบเรียนว่าผมไม่สนับสนุนให้ท่านตัดสินใจเพียงเพราะ พันธมิตรเรียกร้อง ผมบอกว่าเขาไม่เรียกร้องท่านยุบสภา การยุบสภาก็เปึนวิธีการรักษา ประชาธิปไตยวิธีหนึ่ง ผมมั่นใจ แล้ววิธีนี้น่าเชื่อถือกว่าเพราะเรายอมเจ็บแต่การบอกรักษา ว่าอยู่ต่อ คนเขาเชื่อท่านหรือเปล่าว่าอยู่เพื่อรักษาระบอบหรืออยู่เพื่อรักษาสถานะตัวเอง ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย ผมยังบอกท่านว่าวันนี้ท่านเอาตําแหน่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผมไป ผมอยากรักษาระบบด้วยวิธีนี้ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านนายกรัฐมนตรี จะชี้แจงอีกหรือครับ
คืออย่างนี้ครับ มีคําหนึ่งว่า วันที่ผมไม่มาสภา ขอประทานโทษ นะครับ แม้จะเฉียดมานิดเดียว ผมประชุมกรรมการตํารวจอยู่ เขาโทรศัพท์ไปตามว่า มีกระทู้ แล้วก็บอกท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเบี้ยวไม่มาสภา ผมบอกผมขอเลื่อนไปก่อน ผมกําลังประชุมอยู่ เพราะผมไม่รู้ล่วงหน้า แจ้งผมไปผมเข้าที่ประชุมแล้ว ผมนี่ล่ะครับ เปึนคนชอบมาตอบกระทู้เพราะผมตอบได้ ผมตอบกระทู้ได้โดยไม่ต้องเอาเอกสารมาถือ เพราะผมรู้ทุกเรื่องที่ผมจะต้องมาตอบและผมก็ไม่ตอบทุกเรื่อง เพราะว่าแบ่งงานกัน เรียบร้อยแล้ว ในกรณีหลัง ๆ ที่พูดจาเมื่อสักครู่นี้ ผมจะบอกให้ฟังว่าการพิจารณานั้น มองกันได้คนละแง่ คุณอภิสิทธิ์แนะนําว่ายุบสภาเปึนทางออก แต่ผมว่าไม่ว่าทั้งยุบสภา หรือผมลาออกนั้นมันพ่ายแพ้กับคนพวกหนึ่งลุกขึ้นมาชี้หน้าให้ออกแล้วทําได้ ไม่คิดบ้าง หรือครับว่าบ้านเมืองของเราจะถูกชาวโลกเขาดูแคลนขนาดไหน บ้านเมืองที่อุตส่าห์ เดินมา ๗๖ ป้ ระบอบประชาธิปไตย ผู้คนเขาชื่นชม มันเคยมีอย่างนี้ไหมล่ะครับ ในบ้านเมืองนี้ มันมีเหตุมีผลอะไรพอสมควรไหม ผมจะบอกให้ฟังนะครับ ที่พูดจา เหมือนกับว่าผมอาลัยอาวรณ์จะต้องการอะไรอยู่ ผมชี้แจงแล้ว พูดแล้วพูดอีกผมมาทํา หน้าที่นี้เพราะผมไปรับอาสาเขาทํา แล้วเผอิญมาเข้าหน้าที่ผมก็ต้องทําให้ตลอดรอดฝัืง มันไม่มีหรอกครับ พิสูจน์มาหน่อยว่า ผมอยากได้ใคร่ดีเพื่ออะไร เวลานี้เปึนภาระนะครับ ไม่ใช่ความอยากด้วย ไม่เปึนเสียได้มันก็หมดภาระ แต่ว่ามันเปึนหน้าที่ที่ว่าเราจะต้อง ประคับประคอง ต้องให้บ้านเมืองนี้มันมีสถานะอยู่หน้ากับชาวโลกเขาได้ ปัญหาว่าจะคิด อะไรกันก็คิดได้ ผมมาปรึกษาหารือวันนี้ผมก็ฟังความครับ แต่เมื่อฟังความแนะนําอย่างนี้แล้ว ผมก็ต้องบอกแล้วว่าหนทางมันจะเปึนอย่างไร ไม่เปึนปัญหาครับ ไม่ใช่ชี้แล้วต้องเอาอย่างนั้น ไม่เอาอย่างนั้น ผมไม่ใช่คนดื้อรั้นอะไรนักหนาหรอกครับ แต่เวลานี้ผมเปึนคนถือหางเสือ บ้านเมืองนี้ ทุกอย่างที่เราจะพูดกันวันนี้ คนทั้งบ้านเมืองเขาดูอยู่ การตัดสินใจนั้นต้องอยู่ ที่ผม ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุนัย ท่านมีเวลา ๑๑ นาที นะครับ
๒๐ นาที ครับท่าน ของผม ๒๐ นาทีครับ
เห็นเจ้าหน้าที่เขียนในนี้ ว่า ๑๑ นาที
ไม่ใช่ กระมังครับ เพราะว่าทุกคนได้ ๒๐ นาทีครับท่าน แล้วก็ผมได้ ๒๐ นาที และก็ขอท่าน ส.ส. อนุดิษฐ์ไว้อีก ๑๐ นาทีครับ เพราะว่าท่าน ส.ส. อนุดิษฐ์นั้นบอกว่าถ้าเกินไปหน่อย ก็ไม่เปึนไรครับ ท่านรับผิดชอบ ขอเรียนท่านนะครับ
เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมต้องเรียนท่านประธานสภานิดหนึ่งครับว่าตอนที่ ท่านชัย ชิดชอบ ขึ้นนั้นผมได้ขอเลื่อนไปครั้งหนึ่ง เพราะว่าผมอยากจะฟังความคิดเห็น ของแกนนําพันธมิตรก่อนครับที่อยู่ในสภาแห่งนี้ และก็เมื่อได้รับฟังแล้วกระผมเองได้รับ คําพูดจากท่านอาจารย์สมเกียรติในลักษณะที่อาจจะไม่เข้าใจกัน ท่านบอกว่าจะจําผมไป ตลอดชีวิต ท่านประธานครับ ผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ครับ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาหลายสมัยแล้ว ผมไม่ป่ดบังครับว่าผมกับอาจารย์สมเกียรติที่แกนนําพันธมิตรนั้น เปึนเพื่อนกันมาก่อนครับ ผมจะไม่พูดเล่นลิ้นว่าอย่างนั้น อย่างนี้ เป่ดเผยตรง ๆ ครับ และสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนั้นท่านอาจารย์สมเกียรติอาจจะโกธรผม แต่ว่าระยะยาวผมคิดว่า จะเข้าใจผม เพราะว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้มันเปึนความจริง และเปึนช่วงเวลาที่ประเทศ กําลังมีวิกฤติอย่างหนัก จําเปึนที่จะต้องพูดความจริงครับ ท่านประธานครับ ผมได้ฟัง ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูด ผมชื่นชมท่านครับ ท่านบอกว่าถ้าใคร ล้มระบบนี้ท่านจะยืนคัดค้านผมได้ยินวันนี้ ผมดีใจมากครับ ผมคิดว่าที่ผ่านมาผมได้ ยกมือไหว้ท่าน ไม่ใช่วัยวุฒินะครับ ในฐานะคุณวุฒินั้นก็เปึนเรื่องที่เหมาะสม หลายคน ครับที่ไปสนับสนุนการปฏิวัติ การรัฐประหารเผด็จการนั้น แม้จะรู้จักกันมาก่อนผมไหว้ ไม่ค่อยลงครับ แต่เสียดายท่านออกไปเสียแล้ว ถามท่านว่าที่ท่านว่าจะยืนคัดค้าน ทําไมตอน คมช. ยึดอํานาจท่านไม่ค้านตอนนั้น แถมยังมีกระบวนการต่าง ๆ ที่เชื่อมโยง มาทําให้เรารู้สึก ผมไม่สบายใจเลยที่อดีตผมเคยอยู่พรรคนี้มีลักษณะมีความสัมพันธ์กับ ผู้ยึดอํานาจในหลาย ๆ ประเด็น คนที่อยู่ในแกนนําพันธมิตรหลายคนเมื่อล้ม สนับสนุน การโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตยเข้ามาอยู่ในพรรคของท่านหลายคนครับ ทั้งที่สอบได้ และสอบตก มีลูกของแกนนําที่ทําการยึดอํานาจนั้นมาอยู่ด้วย ผมไม่ว่าท่านแล้วนะครับ ก็เปึนสิทธิของท่านเพราะท่านโตแล้ว แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ท่านครับ ผมกําลังจะบอก ฝากไปอย่างหนึ่งว่าวิกฤติวันนี้ที่ท่านเสนอบอกว่าพร้อมจะยุบสภาแม้จะเจ็บ ท่านประธาน ครับ ท่านประธานไม่ได้เลือกตั้งมานะครับ ประทานโทษ ท่านไม่รู้หรอกครับว่ามันเจ็บ ขนาดไหน คนเปึนผู้แทนราษฎรที่หาเสียงเลือกตั้งโดยตรงมันเจ็บมากครับ แต่ผมบอก นะครับ วันนี้คนที่เจ็บมากกว่า ส.ส. คือประชาชน เพราะประชาชนเขาฝากความหวังไว้ว่า ลงคะแนนให้ขนาดนี้แล้วพวกคุณก็ไปช่วยกันจรรโลงบ้านเมืองหน่อย ก็ไปไม่ได้ ๖ เดือน ๗ เดือนไปแล้ว และจะเจ็บหนักขึ้นครับท่านประธาน ที่ผมจะต้องฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถ้าท่านยุบสภา จะไม่มีสภาแห่งนี้อีก มีการเสนอ จากแกนนําพันธมิตร ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อจริง ๆ เปึนคนรุ่นเดียวกัน เสนอบอกว่า ให้ลาออก หลายคนครับ ที่ผมต้องฟังตรงนี้เพราะผมจะมีข้อเสนอ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ อย่าลาออกนะครับ ประชาชนฝากมาทางผู้แทนราษฎรเยอะมากครับว่าท่านอย่าลาออก เขาให้กําลังใจท่าน และที่ร้ายที่สุดที่ผมจะบอกกับท่านก็คือว่า การลาออกของท่านนั้น พันธมิตรเขาก็ไม่หยุด ผมบอกเลย ท่านประธาน ผมเปึนเพื่อนรุ่นเดียวกันกับ อาจารย์สมเกียรติและอีกหลายคนใน ส.ว. ของท่านที่แต่งตั้งนี้ แต่วันนี้ไม่เห็นตรงกัน เปึนเรื่องปกติที่เราจะเห็นไม่ตรงกัน ผมอาจจะเปลี่ยนไปครับท่านประธาน ในอดีต ผมเข้าใจสถานการณ์วันนี้ เราเคยผ่านเหตุการณ์ที่ร้อนแรงอย่างนี้มาแล้ว เมื่อครั้งเราเปึน เยาวชน ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้ละลาบละล้วงท่าน ท่านไม่เคยผ่าน ความเจ็บปวดอย่างนั้นมาเมื่อเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม และ ๖ ตุลาคม ท่านประธานครับ กราบไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มันเจ็บปวดมาก สมัยนั้นหอบพี่หอบน้องหนีเข้าป์ากัน ด้วยความวิตกกังวล วันนี้ก็ไม่รู้ จะไปอยู่ป์าไหน หมดแล้ว และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเกรง เหลือเกินว่าจะเอาไม่อยู่ ณ เวลานี้ หากไม่รีบดําเนินการซึ่งผมจะต้องเสนอท่าน คนที่มา ชุมนุมพันธมิตรนั้น ผมกล้ายืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเงิน เงินมีแน่ ผมจะเล่าเรื่องเหล่านี้ ให้ท่านฟังในฐานะที่ผมผ่านชีวิตอย่างนั้นมาแล้ว วันนี้พันธมิตรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงิน แต่ขับเคลื่อนด้วยความคิด ท่านประธานครับ คําว่า สงครามครั้งสุดท้ายหรือการต่อสู้ ครั้งสุดท้าย ท่านเข้าใจไหมครับว่าทําไมชื่ออย่างนั้น ท่านเคยได้ยินได้ฟังเพลงนี้ไหมครับ ไม่ได้ร้อง แต่จะลําดับให้ท่านฟัง ตื่นเถิดพี่น้องผองทาสผู้ทุกข์ระทม ลุกขึ้นเถิดมวลชน ผู้ยากไร้ทั่วหล้า ตื่นเถิดพี่น้องไร้สิทธิเสรี ครั้งนี้เราสู้เปึนครั้งสุดท้าย นี่คือการต่อสู้ ครั้งสุดท้าย สามัคคีให้ถึงวันพรุ่ง แองไตน์เนอสิอองนาน จักต้องปรากฏเปึนจริง คําว่า ต่อสู้ครั้งสุดท้าย นี่คืออุดมการณ์ของขบวนการปฏิวัติของกรรมกรของโลก เพลงนี้ ชื่อเพลงแองไตน์เนอสิอองนาน เปึนภาษาฝรั่งเศส ดังนั้นวันนี้เพื่อนผมที่อยู่ตรงนั้น ผมไม่ตําหนิท่านหรอกครับ เมื่อท่านเชื่ออย่างนั้นก็เชื่อไป ท่านอาจจะตําหนิผมว่า นายสุนัยเปลี่ยนไปแล้ว ก็เปึนไปได้ อายุมันมากขึ้น บวชมาแล้ว ๒ รอบครับท่านประธาน รอบที่ ๑ บวชตอนเปึนนักศึกษาอยู่กับท่านพุทธทาสภิกขุ รอบที่ ๒ บวชหนี คมช. มันเข้าใจอะไรเยอะแยะ แล้วไม่อยากไปสู้รบปรบมือ ไม่อยากไปก่อความเดือดร้อนให้มัน นองเลือดกันอีก ท่านครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ที่ท่าน ได้ใช้ความละมุนละม่อม ไม่ดําเนินการเหมือนอย่างที่ถูกกล่าวหา ผมเห็นพ่อไปดีดกีตาร์ พาลูกสาวไปด้วยครับสีไวโอลิน แม่ร้องเพลง ร้องเพลงอะไรครับ แสงดาวแห่งศรัทธา มันเจ็บปวดครับ นี่คือเพลงปฏิวัติในสมัยที่เราหนีกันไปอยู่ในป์าครับ แต่วันนี้เขาคิดอะไรอยู่ ท่านประธานครับ ความคิดในเรื่องของรัฐอุดมคติมันทับซ้อนกับรัฐ ความเปึนจริงครับ ในอดีตไม่เข้าใจเรื่องนี้ วันนี้มนุษย์ได้ต่อสู้กันเรื่องอุดมคติกับ ความเปึนจริงครับ สู้กันมาตั้งแต่โมเสส พาทาสออกจากอียิปต์เพื่อจะไปตั้งรัฐอุดมคติของ รัฐยิว แล้วก็ไม่สําเร็จ จนกระทั่งมาถึงวันนี้ยังต่อสู้กันในคานาอันด้วยความเชื่อ ตรงนี้เอง ที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่า ผมไม่ใช่คนดีของรัฐบาล แต่เปึนคนดี ของประชาชน ซึ่งต่างจากผมครับ ผมไม่ขอเปึนคนดีครับ ท่านประธานครับ ใครอย่าได้มา บอกว่าผมเปึนคนดีนะครับ ผมเปึนคนพอดีครับ เพราะคนที่เปึนคนดีเชื่อมั่นว่าเปึนคนดี นั้นส่วนมากจะคิดสุดโต่งครับ ขอประทานโทษ ท่านมีสิทธิแก้ให้ผมได้อยู่แล้ว คนที่ผม จะเอ่ยชื่อต่อไปนี้ เพราะท่านออกรายการทุกวันครับเอเอสทีวี ด่าผมเถอะครับ พลตรี จําลอง ศรีเมือง เชื่อมั่นว่าตัวเปึนคนดี อาบน้ํา ๕ ขัน กินข้าวมื้อเดียว ทํางานไม่เอา อะไรทั้งนั้น สุดท้ายเปึนอย่างไรครับวิธีคิด พฤษภาทมิฬก็นํามารอบหนึ่งแล้วครับพาคน ไปตาย ใครล่ะครับที่เปึนคนพูดว่าคุณจําลองพาคนไปตาย ถามดูสิครับ ท่านชวน หลีกภัย ครับ ดังนั้นเรื่องความดีในเชิงทางการเมืองนั้นอันตรายมาก ท่านประธานครับ วันนี้ ต้องแยกแกนนําออกจากมวลชนครับ มวลชนน่าสงสารมากครับ ยังหลงอยู่อย่างนั้น แกนนําก็ปลุกปัุน ส่วนแกนนํานี่ผมไม่กล้าไปพูด ท่านต้องรับผิดชอบทางความคิด ของท่านเอง และวันนี้ผมเรียนท่านนะครับ ผมติดตามการเคลื่อนไหวของเขาตลอดเวลา เพราะเรารู้สึกว่าฝันร้ายมันกําลังจะกลับมาอีกแล้ว เหตุการณ์คล้าย ๆ กับเหตุการณ์ นองเลือดจะกลับมาอีกแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เขาประกาศชัดเจนแล้วว่า ยุบสภาก็ไม่เอา ลาออกก็ไม่เอาครับท่านประธาน เขาจะเอาการเมืองใหม่ ท่านประธาน ครับ การเมืองที่เปึนอยู่วันนี้มาจาก ๒๔๗๕ ครับ ๗๐ กว่าป้ ฆ่ากันมาไม่รู้กี่รอบแล้วครับ พอปฏิวัติ ๒๔๗๕ ๒๔๗๖ กบฏบวรเดชยกกําลังมาจากโคราช มารบกันที่ดอนเมือง กว่าจะมาถึงวันนี้เราประคับประคองในสิ่งที่เรียกว่า ระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขมันเข้าที่แล้วครับ มันจะเดินได้แล้ว ถ้าจะต้องมาเปลี่ยน การเมืองใหม่เลือกตั้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่งตั้ง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่รู้จะไปอย่างไร มันไม่ฆ่ากันใหญ่หรือครับอันตรายเหลือเกิน สิ่งหนึ่งที่ท่านบอกว่าเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมนั้น ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องกัดฟัน ต้องยอมเจ็บปวดท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมผ่าน ท่านประธานไป เหตุการณ์ ๖ ตุลาคมเกิดขึ้นเพราะอะไร ขณะนั้นใครเปึนนายกรัฐมนตรี มวลชนจะชนกันแล้วครับ แต่ไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน กลัวนั่นกลัวนี่ สุดท้ายปะทะกัน หาคนรับผิดชอบไม่ได้ และดูเสมือนหนึ่งว่าแกนนําพันธมิตรพยายามจะสร้างเงื่อนไขอยู่เสมอ ตรงนี้อันตรายมาก ดูสิครับแค่ตรงนี้เองขยายไปป่ดสนามบิน ยึดสถานีโทรทัศน์ ยึดทําเนียบรัฐบาล นี่คือกําลัง วิกฤติจะขยายตัว ประชาชนทั่วไปได้เห็นสิ่งเหล่านี้แล้วไม่มีใครชอบใจหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ตําหนิท่านว่าท่านมีความคิดต่างจากผม ผมไม่ได้ตําหนิท่านว่า สิ่งที่ท่านคิดไม่เปึนจริง ท่านกําลังคิดถึงรัฐอุดมคติที่ไม่สอดคล้องกับรัฐความเปึนจริง แต่ว่าความแตกต่างนี้ต้องอยู่บนกรอบกฎหมายสิครับ อยู่ร่วมกันบนความแตกต่างสิครับ อย่าป้นกฎหมาย ป้นฟุตบาททุกวันครับ มันเปึนการยั่วยุ ก่อให้เกิดเหตุการณ์ ต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าเหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดครับ วันที่ ๒๖ ไม่ใช่ แต่มันครุกรุ่นมา ๓ เดือน ก่อน และครุกรุ่นมาจากการยึดอํานาจเมื่อ ๑๙ กันยายน ผมไม่อยากบอกว่าใครอยู่ เบื้องหลัง วันนี้ก็ร่ําลือกันไปจังครับ คนนั้นอยู่เบื้องหลัง คนนี้อยู่เบื้องหลัง แต่มันแปลก มากครับตั้งแต่ล้มทักษิณ มวลชนที่มานี่ คุณสนธินั้นก่อนจะล้มทักษิณต้องไปปราศรัย ที่ไหนครับ ไปปราศรัยอยู่ที่หาดใหญ่ครับ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง ล้วนแล้วแต่กองกําลังหลักมาจากภาคใต้ครับ ต้องพูดความจริงครับท่านประธาน ผมไม่ได้ บอกว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เปึนคนหนุนหลังนะครับ แต่ฐานมันมาจากนั่นเกือบหมด นะครับ นักรบศรีวิชัยวันนี้ไปดูให้ได้สิครับ ก่อนหน้าที่จะมาชุมนุมกัน ๒๕ พฤษภาคมนั้น ก็มีการปลุกระดมจัดตั้งกองกําลังกันแล้วครับที่นครศรีธรรมราช มีหลักฐานอยู่ใน หนังสือพิมพ์ครับ
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายครับ โดยข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสอง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมกําลังติดตาม ฟังเพื่อนที่กําลังอภิปรายอยู่ และผมเข้าใจว่าสาระและประเด็นในการอภิปรายกําลังจะ วกวนตามความเชื่อและแนวคิดของท่านที่เปึนปกติอยู่ และที่สําคัญคือมีการพาดพิง ชื่อบุคคลอื่นและสมาชิกรัฐสภาโดยไม่จําเปึน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า โดยเฉพาะในช่วงหลังนี้มีการพาดพิงถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานจะปล่อยให้เพื่อนสมาชิกได้พูดดังกล่าวนี้ผมคิดว่าญัตติ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีเจตนารมณ์ที่จะเสนอให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันให้คําปรึกษาหารือ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ มันกําลังจะเพิ่มวิกฤตินะครับถ้าอภิปรายแบบนี้ มันเปึนการสร้างความแตกแยกและทําให้คนเกิดความรู้สึกว่าแนวความคิดที่ท่านไปสรุป บนความคิดพื้นฐานของมวลชนทั้งหลายที่ได้มามีส่วนร่วม ผมไม่อยากพูดว่าใครถูก ใครผิดครับ แต่สภาแห่งนี้ไม่ควรที่จะไปปรักปรําหรือไปเอาแนวคิดตัวเองไปสรุปบุคคลอื่น ที่เขาไม่ได้อยู่ในสภา เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านประธานได้พิจารณาและวินิจฉัยข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ด้วยครับ ขอบคุณครับ
เอาล่ะครับ ผมวินิจฉัย นะครับ บอกว่าอาจจะมีวกวนนิดหน่อย ท่านพยายามพูดไม่ค่อยวกวนแล้วกันนะครับ เชิญท่านสุนัยต่อนะครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดนี้เปึนข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในสื่อมวลชน ทั้งหมดนะครับ นักรบศรีวิชัยมาจากไหนครับ แต่ผมไม่ได้บอกคนใต้ทั้งหมด คนใต้ เปึนมิตรกับผมเยอะครับ แต่ผมกําลังบอกว่าปัญหาความผูกโยงกันในเรื่องเกี่ยวกับ การช่วงชิงอํานาจทางการเมืองนอกระบบ มันมีความคิดดํารงอยู่ และอีกกลุ่มหนึ่ง ก็อยากจะได้รัฐอุดมคติ ซึ่งผมก็กลัวจริง ๆ ครับ เราเคยชื่นชมว่าจีนแผ่นดินใหญ่นี่ เท่าเทียมกันเหลือเกิน วันนี้ก็หันกลับมาสู่ทุนนิยมแล้วครับ ดังนั้นแนวคิดเรื่องสงครามครั้งสุดท้าย การต่อสู้ครั้งสุดท้ายก็คือกระบวนการหนึ่ง ของแนวคิดทางเชิงอุดมคติที่เกลียดชังระบบทุนนิยมอย่างถึงที่สุดครับ ท่านประธานครับ อย่าไปปราบด้วยกําลังอะไรทั้งนั้น เปึนเรื่องปัญหาทางความคิด หาวิธีที่ละมุนละม่อม แต่ว่าระยะฉุกเฉินนี่จะทําอย่างไรครับ ถ้าจะปล่อยไปอีกเอ้อเร้อเอ้อเต่อมันก็จะไปเข้ากับ เหตุการณ์ในอดีต ในที่สุดคุมสถานการณ์ไม่ได้ ถึงบอกท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเห็นใจ ท่านจริง ๆ ท่านมาอยู่ในจังหวะที่อันตรายมาก และคนกลุ่มนี้ผมเรียนนะครับ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาบางคน ท่านอย่าถือผมเปึนศัตรูเลยครับ แต่ผมไม่อยากเห็น การหลั่งเลือดด้วยการยั่วยุด้วยกระบวนการใด ๆ ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับท่านผู้นําฝ์ายค้าน แต่ว่าถ้าใครยังรู้สึกว่าจะไปสนับสนุนดําเนินการอย่างไร ถอนกําลังออกมาเถอะครับ ทางรัฐบาลเขาจะได้ค่อย ๆ เข้าไปละมุนละม่อมได้ ถ้ายังหนุนกันเนืองแน่นกันอยู่อย่างนี้ ทุนเรียงเข้าไป ลําบากครับท่านประธานผมบอกไว้ตั้งแต่แรกว่ามันมีเอกสารที่น่าสงสัย มากครับ ในมือผมนี้เดี๋ยวผมจะให้กับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ให้ประธานสภาผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีมีคนไปใส่ในรังนกกระจอกครับ บอกชัดเจนครับ มีขบวนการสนับสนุน เงินครับ ผ่านพรรคการเมืองหนึ่งบริษัทนี้โอนเงินหลายครั้ง ๒๐๐ กว่าล้านบาทครับ ในช่วง เวลาที่เกิดการเคลื่อนไหวก่อนที่จะเกิดการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน เวลาโอนเข้าไปนั้น โอนผ่านบริษัทครับ ชื่อบริษัทผมยังไม่อยากเอ่ยบอกว่าบริษัทอะไรนะครับ แต่ว่าถ้ามีใคร คะยั้นคะยอให้ผมจะบอก ผมจะพูดครับ ในนี้มีคนนามสกุลที่อยู่ในพรรคการเมืองและเปึน ส.ส. ที่นี่อยู่ ๑ คนครับ อีกคนหนึ่งที่มีนามสกุลเปึน ส.ส. ที่นี่ เปึนลูกสาวของ
ได้อีกนิดหนึ่งนะครับ ผมให้อีกนิดหนึ่งครับ
ผมขอ สิทธิของคุณอนุดิษฐ์ครับ ท่านครับ ๑๐ นาทีครับ อีก ๑๐ นาทีคุณอนุดิษฐ์ครับ บอกกัน แล้วครับ ส.ส. อนุดิษฐ์
ท่านพูดมา ๒๐ นาทีแล้ว
ผมขออีก ๑๐ นาทีของคุณอนุดิษฐ์ครับ ทุกคนก็ได้ ๒๐ นาทีครับ ผมเพิ่งพูด ๓ คนเท่านั้นเองครับ
เชิญครับ
คุณพ่อ ส.ส. คนนี้ที่นั่งในสภา ไม่อยากเอ่ยชื่อท่านครับ ปรากฏว่าบิดาของท่านก็เปึนอดีต ส.ส. ที่นี่ สมัครนายก อบจ. ครับ อยู่ภาคใต้ครับ แต่บังเอิญสอบตก
เดี๋ยวท่านสุนัยครับ เจ้าหน้าที่บอกเวลาที่ได้มาก็หมดแล้วนะครับ ผมให้อีก ๒ นาทีนะครับ
ตกลง ผมได้ ๑๐ นาทีเท่านั้นหรือครับ เลยสู้พูดนุ่มนวลไม่ได้เพราะเวลามันเร่งเหลือเกิน อีกคนหนึ่งก็เปึนสมาชิกพรรคนี้ครับ เอ่ยชื่อมาก็รู้ แต่เอาเถอะครับบังเอิญวันนี้ มันวันอาทิตย์ผมยังไม่มีโอกาสเช็คหนังสือบริคณห์สนธินี้นะครับ แต่ที่ชัด ๆ บริษัทที่เอา สตางค์ไปให้ผ่านบริษัทอะไรบ้าง มาจาก ทีพีไอ โพลีน จํากัด ผมนั่งวินิจฉัยอยู่เหมือนกัน ว่าจะเอาอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ปล่อยให้เพื่อนสมาชิกพูดมาแล้วก็คลุมเครือทําให้คนทั้งสภาเสียหายหมดครับ คือถ้าแน่ใจจริงว่าเอาเอกสารมาชอบ มาถูกต้อง ไม่ใช่เขียนเองทําเองอ่านไปเลยครับ แล้วต้องรับผิดชอบ พูดอย่างนี้มันเดือดร้อนไปหมด ลีลาอย่างนี้ของท่าน ผมคิดว่าไม่ได้ สร้างสรรค์มา แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีก็นั่งฟังครับว่าเปึนข้อแนะนําที่เข้าท่า ผมคิดว่า ที่ยื่นญัตติมาวันนี้ก็เข้าท่าครับ ก็คือมาทําอะไรก็ไม่รู้ คือกลับไปคิดแล้วสนุกสนานกัน หรือครับ ท่านประธานคุมหน่อยครับ คือเฉียดนครศรีธรรมราช นักรบศรีวิชัยก็ไม่อยาก เท้าความกันแล้วครับ เอาว่าแค่เฉียดกันพอรู้พองามครับ เพราะท่านกับผมถ้าไม่ได้นักรบ ศรีวิชัยช่วยท่านก็ไม่รอดมาถึงวันนี้เหมือนกันนะครับ
เอาล่ะครับ ผมวินิจฉัย นะครับ ก็ท่านหมดเวลาพอดี เอาเอกสารที่ท่านจะให้ใครก็เอามา
ให้ผม เอ่ยชื่อสักหน่อยได้ไหมครับ
อย่าเลยครับ
ผมเห็นกับ ท่านประธานนะครับ
เอาส่งขึ้นมานะครับ แล้ว ท่านหมดเวลาแล้วนะครับ
ความจริง บอกก็ได้นะครับ บริษัทที่โอนเงินผ่านนี้ หนึ่งในคณะกรรมการ คือ นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร นะครับ
เชิญครับ หมดเวลา นะครับ
ที่ผม ต้องพูดตรงนี้มันเกี่ยวกับประเด็นว่า เหตุการณ์เรื่องนี้ถ้าเปึนจริงเรื่องใหญ่มากครับ และเขาอยากให้ล้มระบบแน่ ๆ
ไม่เปึนไรครับ ท่านเอา เอกสารอะไรมา ส่งตรงมาให้ผมนะครับ พอนะครับท่าน เดี๋ยวประท้วงกันใหญ่แล้วครับ ท่านนั่งลงได้แล้วครับ ท่านก็ประท้วงกันอีกแล้วนะครับ
(นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านวิทยาประท้วงอะไร ครับ
ท่านประธานครับ ไหน ๆ พูดมาแล้วนะครับ พูดให้จบครับ เอ่ยชื่อมาแล้วก็เอาให้จบครับ แล้วก็เล่าเรื่องให้หมดครับเปึนอะไร เพราะพวกผมได้ดําเนินการถูกครับ อ้ําอึ้ง ๆ ทําให้ เสียหายแล้วก็โดดไป ท่านไม่ต้องห้ามครับ ปล่อยออกมาเลยครับ แล้วก็ดูว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังกัน เอากันให้จบครับ
ครับ ขอข้อเสนอแนะ มาเลยนะครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ ก็ไม่ได้พูดถึงตรงนี้แต่ท่านมาท้าทายท่านเหลือเกิน ผมก็เลย เป่ด ๑ ชื่อ แต่ว่าเรื่องนี้ผมบอกว่าปัญหาเรื่องกระบวนการโอนเงินจํานวนมากขนาดนี้ เข้าไปมันแปลกประหลาดมากในช่วงดังกล่าว มันจึงเกี่ยวโยงกันแต่ไม่มีเวลาพูด ท่านประธานครับ ใครบอกว่าเปึนพิธีกรรม ผมว่าไม่ใช่พิธีกรรมครับ วันนี้ผมอยากจะเสนอ อย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอท่านประธานว่าขอให้เราลองตั้ง กรรมการของสภานี้กับตัวแทนพันธมิตรมานั่งคุยกันหน่อยเถอะครับ แต่ไม่ใช่ไปคุยกับ รัฐบาลนะครับ เรามาหารือกันเพื่อจะหาทางว่าเอากันแค่ไหนให้จบลงอย่างพอประมาณ แล้วให้บ้านเมืองเดินได้ต่อไป แล้วไม่ให้เกิดนองเลือด นั่นจะเปึนสิ่งที่ดีที่สุด กราบ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านอภิสิทธิ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บังเอิญท่านอภิปรายพาดพิงหลายท่านนะครับ เดี๋ยวคงมี อีกหลายท่านที่จะชี้แจง ผมเอาเฉพาะในส่วนของผมสั้น ๆ นะครับ ท่านบอกว่ากระผม บอกว่าจะยืนคัดค้านการรัฐประหาร ทําไมวันที่ ๑๙ กันยายนไม่คัดค้าน ผมกราบเรียนว่า วันที่ ๒๐ กันยายนผมแทบจะพูดได้ว่าเปึนหัวหน้าพรรคการเมืองคนแรกที่ให้สัมภาษณ์ว่า ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมได้บันทึกการไม่เห็นด้วยของผมไว้ในหนังสือที่ผมเขียน ชื่อการเมืองไทย หลังรัฐประหาร เพียงแต่ว่าในช่วงนั้นมีการสอบถามว่าผมมีแนวคิดที่จะไปคัดค้านต่อต้าน ด้วยวิธีใด ผมก็บอกตามตรงว่า คปค. หรือ คมช. เขามีการกําหนดกระบวนการเรื่องการ จัดทํารัฐธรรมนูญกลับสู่การเลือกตั้ง ผมก็บอกว่าถ้าเขาทําเร็วที่สุดตามนั้นเราก็จะติดตาม สอดส่องดูแล เมื่อใดก็ตามที่เขาคิดออกนอกลู่นอกทางจากตรงนั้นเราก็จะออกไปคัดค้าน เพราะเรา คิดว่าวิธีอื่นมีแต่จะทําให้การกลับคืนสู่อํานาจของประชาชนไม่ราบรื่น หรือมีความรุนแรง หรือมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ส่วนท่านจะเลือกใช้วิธีอื่นก็เปึนความคิดเห็นของท่านครับ แต่อย่าพยายามทําให้คนเข้าใจผิดว่าจุดยืนของกระผมเปึนอย่างไร
ประการที่ ๒ ก็คือท่านบอกว่าพรรคผมไปรับบุคคลนั้นบุคคลนี้เข้ามาเปึน สมาชิก พาดพิงไปถึง ส.ส. ท่านหนึ่งว่าเปึนบุตรของ คมช. ที่จริงตอนที่เขามาสมัครนี่ ผมไม่ได้ดูว่าเขาเปึนลูกใครครับ ผมดูความสามารถเขาครับ ส.ส. สกลธี แล้ววันนี้ผมก็ว่า ผมเลือกไม่ผิดครับ ทําหน้าที่ ส.ส. ได้ดี แต่อยากจะกราบเรียนนะครับ ท่านประณามว่าผม นี่รับลูก คมช. มา คมช. มี ๕ คน ๒ คนอยู่ในพรรคท่านครับ ขอบคุณครับ
(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สุราษฎร์ธานี) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านสุเทพ มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเปึนเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ได้พยายามสร้างเรื่องใส่ร้ายปัายสีพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะไม่เอ่ยชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แต่ได้บอกว่ามีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งรับโอนเงิน ๒๕๐ ล้านบาท ผ่านบริษัทนั้นบริษัทนี้ที่พ่อสมัครนายก อบจ. ที่ภาคใต้ ลูกสาวอยู่ในสภานี้ แล้วในที่สุด ก็เอ่ยชื่อ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร เสียดายครับที่คุณสุพัชรีต้องกลับไปให้นมลูก เพราะว่า เพิ่งคลอด แล้วก็ไม่คิดว่าจะมี ส.ส. อาวุโส ที่ไปใส่ร้ายเธอขนาดนั้น เธอไม่มีโอกาส มาชี้แจง แต่ผมต้องชี้แจงเพื่อปกปัองพรรคประชาธิปัตย์ของผม ที่เอ่ยว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปรับเงินบริษัท ทีพีไอ โพลีน ที่เขาเอ่ยเมื่อสักครู่นี้นะครับ แล้วผ่าน คุณสุพัฒน์ ธรรมเพชร เปึนเรื่องโกหกของนายสุนัยทั้งสิ้น ไม่นึกว่าจะมีใจต่ําช้าขนาดนี้ พรรคผมนี่หายากครับ
ท่านระมัดระวังด้วย นะครับ
คนพูดความเท็จนี่ต้องเปึนคนต่ําช้าครับ ไม่มีทางยกย่องเปึนอย่างอื่นได้ แล้วใส่ร้าย ต่อหน้าผู้คนที่มีเกียรติในสภาแห่งนี้ ยกย่องไม่ได้ครับ แล้วผมมีสิทธิเต็มที่ ประธาน เปึนผู้พิพากษา ผมต้องปกปัองศักดิ์ศรีของพรรคผม พรรคผมไม่ใช่ขอทานครับ ไม่ได้ ก้มหัวให้กับนายทุน ไม่ได้รับเงิน ๒๕๐ ล้านบาทของบริษัทที่เขาเอ่ยชื่อ ทั้งหมด เปึนความเท็จครับ
เชิญท่านสุนัย
ท่านประธานครับ จริง ๆ ก็ไม่อยากเอ่ยชื่อ แต่ก็ท้ากันไปท้ากันมา คือท่านจะมาด่าผม อะไรนี่ ผมคิดว่าเอาเถอะครับ ชาวพุทธก็อภัยไป ให้เข้าตัวท่านเองก็แล้วกัน แต่ผมยืนยัน ว่าผมได้รับข้อมูลอย่างนี้ ขอประทานโทษนะครับ ไม่ใช่ผ่านนายสุพัฒน์ ธรรมเพชร นะครับ ไม่ใช่นะครับ ผ่านบริษัทหนึ่งที่มีชื่อของคุณดังกล่าวนั้น ผมกราบขอประทานโทษ จริง ๆ ผมไม่รู้ว่าท่านไปคลอด แล้วไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น ไม่อยากเอ่ยเลยครับ แต่ทีนี้ มันเชื่อมโยงกับกระบวนการชุมนุมกันอย่างนี้ เงินอย่างนี้ไหลเข้ามา ผ่านบริษัทหนึ่งครับ หลายรอบ ๆ และผมก็ไม่ได้บอกประชาธิปัตย์ แต่เมื่อท่านมาคะยั้นคะยอก็ว่าไป เอาเถอะครับ ท่านมีสิทธิที่จะปกปัองได้ผมก็ไม่ได้ว่ากระไร แต่ทั้งหมดนี้ผมก็แสดง ความสุจริต เมื่อต้องการจะรักษาระบบรัฐสภาก็ต้องพูดความจริงกัน แล้วก็เอาหลักฐานนี้ ไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมได้รับมาจากรังนกกระจอก และก็ให้ข้อเช็คในระดับหนึ่ง ครับ เอาเถอะครับ ไม่เปึนไรครับ ของจริงแล้วท่านวิตกกังวลดั่งวัวสันหลังหวะน่าสนใจ มากครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ครับ โอ้
ท่านประธานครับ ท่านไม่ต้องโอ้หรอกครับ เพราะว่าท่านเปึนประธานในที่ประชุม ท่านยอมให้สมาชิกยกเอาเศษกระดาษขึ้นมาเปึนข้อกล่าวอ้างเล่นงานคนอื่นไม่ได้ครับ
เดี๋ยวท่านสุเทพครับ
แล้วก็ไม่ใช่เรื่องของวัวสันหลังหวะครับ ผมเรียนข้อเท็จจริงพิสูจน์บัญชีของ พรรคประชาธิปัตย์ได้ทุกวัน
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านสุเทพ ผมก็ส่งเอกสารมอบให้ไปแล้ว ผมว่าเรื่องทั้งหลายทั้งปวงคงยุติลงได้แล้ว นะครับท่านสุเทพ
ท่านประธานครับ ท่านประธานเปึนตุลาการมาก่อน เอกสารเหล่านี้ศาลรับฟังหรือครับ ท่านอย่าไปบ้ากับเขาครับ
ผมไม่ได้รับไว้ให้ผมเอง เขาส่งไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีเอาอย่างนี้นะครับ ท่านสุเทพเอาเถอะครับ เอกสารต่าง ๆ ผู้ส่งก็เปึนผู้รับผิดชอบเองนะครับ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีวิจารณญาณเองที่จะ วินิจฉัยอย่างไร เอาเถอะครับ ท่านสุเทพเชิญนั่งลงได้ครับ ต่อไปเชิญท่านศิริพงศ์ พรรคชาติไทยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ในคืนวันที่ ๒๙ ที่ผ่านมานั้นหลังจากที่ผมได้ติดตามข่าวในโทรทัศน์ ผมมีความรู้สึกยินดีที่รัฐสภาแห่งนี้จะได้มีการหาทางออกในวิกฤติบ้านเมืองที่เราคิดว่า เปึนปัญหาใหญ่และเปึนปัญหาสําคัญ แต่ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานครับ หลังจากช่วงบ่ายมีการร่วมรับฟังการอภิปรายของบรรดาสมาชิก หลายท่าน ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมมีความไม่สบายใจ มีความกังวลใจ ว่าสภาแห่งนี้เป่ดการประชุมครั้งนี้ เพื่อจุดประสงค์ที่จะให้แต่ละฝ์ายมาฉกฉวย ผลประโยชน์ในการโจมตีฝ์ายตรงข้ามอย่างนั้นหรือ ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ เพราะผมเชื่อครับ ว่าในการเป่ดสภาแห่งนี้นั้นต้องการที่จะรับฟังข้อคิดเห็นของมวลสมาชิกอย่างกว้างขวาง แต่ผมก็ยังยินดีครับ ที่บรรดาสมาชิกส่วนมากยังเห็นว่าทางออกของปัญหานี้น่าจะเปึน เรื่องของการออกในรูปแบบของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ สาเหตุของการเกิดวิกฤติ เช่นนี้ ผมคงไม่ต้องพูดถึง แต่วันหนึ่งที่ผมคิดว่าพวกเราควรจะจดจํานั้นก็คือ วันที่ ๒๖ สิงหาคมซึ่งถือว่าเปึนวันที่สถานการณ์สุกงอมวันหนึ่ง ต้องกราบเรียนครับว่า เช้าวันนั้น โดยปกติแล้วครอบครัวผมจะชอบดูเอเอสทีวี คุณแม่ผมจะดูพันธมิตรทุกวัน แต่เช้าวันนั้น หลังจากที่มีข่าวคนกลุ่มหนึ่งไปบุกเอ็นบีที ผมเป่ดโทรทัศน์ขึ้นมาดูช่วงเช้าครับ คุณแม่ผม บอกว่าพันธมิตรทําแบบนี้ไม่ถูก ปัญหาต่าง ๆ ข้อกังขาต่าง ๆ ประดังเข้ามามากมาย ถามว่าสถานการณ์วันนั้นพันธมิตรต้องการอะไร จากการต่อสู้ที่บอกว่าสันติวิธี แต่ใช้ ความรุนแรงเพื่ออะไร พันธมิตรขยายผลไปยึดทําเนียบ พันธมิตรขยายผลไปยึดกระทรวง ต่าง ๆ หลายคนครับ ผมเชื่อว่าหลายคนในสังคมเห็นว่าไม่น่าจะเปึนสิ่งที่ถูกต้องนัก หลังจากนั้นในวันที่ ๒๗ หลังจากศาลท่านมีคําสั่งออกมาหลายประเด็นด้วยกัน หลายประการด้วยกัน ก็มีคําถามต่อมาอีกว่า เมื่อมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ศาลท่านวินิจฉัย มีคําตัดสินถึงท่านอดีตผู้นําท่านหนึ่ง และท่านอดีตผู้นําท่านนั้นก็ได้ไปต่างประเทศ พันธมิตรทวงถามว่าทําไมอดีตผู้นําท่านนั้น ไม่ฟังคําสั่งศาล คําถามกลับมาที่ผมว่า แล้ววันนั้นพันธมิตรก็ไม่ฟังคําสั่งศาลเช่นเดียวกัน อันนี้คงไม่ได้หมายความว่ากระบวนการศาลนั้นไม่สามารถใช้ได้ แต่อาจจะหมายถึงว่า มีอะไรสักอย่างหนึ่งเปึนแรงผลักดันให้เขาไม่ฟังศาล สิ่งที่ผมไม่สบายใจอย่างหนึ่งครับ ท่านประธาน ก็คือการเรียกร้องให้ประชาชนเข้ามาล้อมแกนนํา และมีการยั่วยุบอกว่า ถ้าอยากจะจับก็เข้ามาจับ ให้ฝ์าฝูงชนเข้ามา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เหตุการณ์ในวันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ นั้นพันธมิตรหาคําตอบได้ยากมากในการตอบ สังคม แต่ท่านประธานครับ ผมก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในวันที่ ๒๙ จะทําให้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป นั่นก็คือบ่ายวันนั้นเราเห็นภาพที่ตํารวจใช้กําลัง กับผู้ชุมนุม ท่านประธานเชื่อไหมว่าคําถามที่มีกับกลุ่มพันธมิตร ๓ วันที่ผ่านมาหายไป หมด กลับมาถามรัฐบาลว่าแล้วเราใช้กําลังกับประชาชนของเราทําไม ก่อนหน้านั้นผมได้ มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อน ส.ส. หลายท่าน ผมต้องกราบเรียนว่าก่อนวันที่ ๒๙ ผมมีความ ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีเปึนอย่างมากที่ท่านสงบและท่านใจเย็น แต่ท่านประธานครับ เหตุการณ์ในวันที่ ๒๙ นั้นน่าจะเปึนเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงให้รัฐบาลได้เห็นว่าประชาชน ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนองค์กรต่าง ๆ ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐจะใช้กําลังกับประชาชน ของเรา เมื่อวานนี้ผมเดินทางมาตามที่ได้รับข้อความว่านัดมาประชุมในวันนี้ ผมขึ้นแท็กซี่ มาคันหนึ่ง เปึนครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ป้ครับท่านประธาน ที่ผมขึ้นแท็กซี่ และแท็กซี่ เขาไม่พูดเรื่องการเมืองให้ฟัง ผมนั่งแท็กซี่ไม่ได้แสดงตนว่าเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมเห็นแท็กซี่เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเขาก็คุยกับเพื่อนเขาว่า วันนี้ไม่ต้องมา สนามบินดอนเมืองนะ เพราะว่าสายการบินสายใต้เขาไม่บิน สุวรรณภูมิก็ไม่ต้องไป เพราะ โลว์ คอสท์ (Low cost) เขาไม่บิน แล้วเขาแจ้งออกมาว่าสายการบินนานาชาติ หลายสายการบินไม่บิน ท่านประธานครับ ผมก็ฟังการสนทนาของเขาต่อ เขาบอกว่าวันนี้ รถแท็กซี่มาต่อคิวเพื่อจะมารับผู้โดยสารเปึนร้อยคัน ผมเข้าใจว่าคู่สนทนาน่าจะถามว่า แล้วคิดเห็นอย่างไรกับสถานการณ์บ้านเมือง เพราะคนที่ขับแท็กซี่เขาตอบไปว่าไม่รู้ เราทํามาหากินอย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย คิดแต่ว่าวันนี้ทําอย่างไรถึงจะมีเงินจ่าย ค่าเช่ารถ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องการจะสะท้อนให้ท่านประธานเห็นก็คือว่า วันนี้ เปึนการต่อสู้กันของคนกลุ่มหนึ่งที่มีอํานาจกับคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งต้องการจะเปลี่ยนแปลง อํานาจ แต่ผมถามครับ ถามว่าคนที่เดือดร้อนคือใคร ผมคิดว่าพวกเรานี้ยังเดือดร้อน น้อย ประชาชนเขาเดือดร้อนมาก มันจะมีทางออกทางใดหรือครับท่านประธาน ผมต้อง กราบเรียนด้วยเวลาที่มีอันน้อยนิดนี้ หลายต่อหลายคนถามว่าการเป่ดประชุมในวันนี้นั้น ถือว่าเปึนการซักฟอกใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่ ผมต้องกราบเรียนว่ามันไมใช่ มันไม่ใช่ การซักฟอกใครอย่างแน่นอน เพราะถ้าเราใช้สํานึกของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเรานี้คิด เราก็น่าจะรู้ว่าจะเปึนบทบาทหนึ่ง หน้าที่หนึ่ง เราคิดว่าเรามีเวทีที่จะพูด เรามี เวทีที่จะแสดงความคิดเห็น แล้วบังเอิญการแสดงความคิดเห็นของเรานี่ท่านนายกรัฐมนตรีรับฟัง การแสดง ความคิดเห็นของเรานั้นประชาชนรับฟัง หลายต่อหลายคนถามว่ามันจะมีไหม รัฐบาลแห่งชาติ ผมต้องกราบเรียนครับ มันไม่มีหรอกครับรัฐบาลแห่งชาติ พวกเราทุกคน นี่นะครับที่จะต้องเปึนรัฐบาลแห่งชาติ อย่ามีได้ไหมครับฝ์ายค้าน อย่ามีได้ไหมครับ ฝ์ายรัฐบาล วันนี้เฉพาะวิกฤติตรงนี้ อันไหนรัฐบาลทํา แล้วเราคิดว่ามันเปึนประโยชน์ สนับสนุนครับ อันไหนรัฐบาลทําแล้วผิดพลาดเราติติงครับ ผิดคนละครั้ง พลั้งคนละหน ทั้งพันธมิตร ทั้งรัฐบาล ผมคิดว่ามันยังมีโอกาส ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ผมก็มี ข้อเสนอแนะครับว่ามันจะเปึนไปได้ไหมครับ ถ้ารัฐบาลของเรานั้นจะยังคงแก้ปัญหาวิกฤติ นี้ด้วยความใจเย็น ไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนของเรา วันนี้เราฟังเขามากขึ้น ถ้าวันนี้ เขาบอกว่าเราบริหารแบบไม่มีธรรมาภิบาล พิสูจน์ให้เขาดูครับว่าเรามีธรรมาภิบาล ถ้าวันนี้เขาบอกว่าเขาไม่อยากให้เราแก้รัฐธรรมนูญเราก็อย่าเพิ่งแก้ครับ ให้วิกฤตินี้ผ่านไป ได้แล้วก็ขอครับ ทางพันธมิตร ขอท่านว่าให้ท่านหาทางออก ตั้งโจทย์ที่มันง่ายกว่านี้ สักหน่อยจะได้ไหม ไม่ใช่เพื่อรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เพื่อประชาชน ขออีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้รับข้อความมาว่าประธานสหภาพ การประปาประกาศจะตัดน้ําหน่วยราชการเพื่อจะกดดันรัฐบาล ต้องขอวิงวอนท่านครับ ว่าท่านได้โปรดอย่าทําเช่นนั้นเลย เพราะคนที่เดือดร้อนไม่ใช่เพียงแค่รัฐบาลครับ แต่เปึนประชาชนของเราทั้งประเทศ และผมคิดว่าผมจะเปึนกําลังใจให้รัฐบาลไปตลอด ตราบเท่าที่รัฐบาลของเรานั้นไม่ใช้กําลังกับประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุพัชรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ดิฉันได้ออกจากรัฐสภาเพื่อที่จะกลับไปให้นมลูก เพราะดิฉันเพิ่งคลอดลูกมาได้ ๒ เดือน แต่พอดีนั่งอยู่ในรถฟังอยู่ว่ามีสมาชิกอาวุโส ท่านหนึ่ง ได้พูดพาดพิงถึงดิฉัน ดิฉันขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาค่ะ ท่านผู้อาวุโสท่านนี้ ท่านได้เอากระดาษแผ่นหนึ่งมาพูดกล่าวใส่ร้ายดิฉัน ดิฉันขอปฏิเสธทุกประการ เพราะดิฉันคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวนี้ถ้ามีอยู่รังนกกระจอก ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ก็ต้องได้รับ ด้วย ดิฉันกล้าเอาตําแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง และสมัยแรก มาเดิมพันกับท่านผู้อาวุโสที่นี้ด้วย และกล้าที่จะขึ้นศาล แล้วก็เจอกันที่ศาลค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านตวง เชิญท่านชวนก่อนนะครับ
(นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยก มือขึ้น)
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออภัยท่านนะครับ ขออนุญาตเรื่องพาดพิงสักนิดเถอะครับ ผมออกไปข้างนอกห้อง แต่ว่าอย่างไรก็ตามพรรคพวกก็จดไว้ให้นะครับ ท่านสุนัยได้พูดไว้ อย่างนี้ พฤษภาทมิฬก็นํามารอบหนึ่งแล้ว พาคนไปตาย ใครล่ะครับที่เปึนคนพูดว่า คุณจําลองพาคนไปตาย ถามดูสิครับ ท่านชวน หลีกภัย ครับ ผมคิดว่าเราพยายามที่จะ ช่วยกันเสนอความคิดความเห็นนะครับ เพื่อประโยชน์ในการที่รัฐบาลจะใช้ในการ แก้ปัญหา แต่ว่าที่ผมกราบเรียนแล้วว่า สังคมเรานี่ถ้าเราไม่พูดความจริง เราบิดเบือน มันก็ยิ่งเกิดความแตกแยก อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งของการบิดเบือน ผมต้องขอคุณสุนัย ถอนเสียนะครับ เพราะว่ามันไม่จริง ผมไม่เคยพูดไม่ว่าคนแรกหรือคนหลังผมก็ไม่เคยพูด สิ่งเหล่านี้ ถ้าผมพูดผมก็จะรับว่าผมพูด เพราะผมเปึนคนที่เคารพความเปึนจริงครับ ขอให้ถอนครับ
ท่านสุนัยครับ เอาอย่างไร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ
(นายตวง อันทะไชย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ภาควิชาชีพ) ได้ยืนและยก มือขึ้น)
เดี๋ยวขอท่านสุนัยก่อน นะครับท่านตวง ขอท่านสุนัยก่อนนะครับ
ท่านประธานจะให้ ผมพูดต่อไหมครับ คือท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ฟังว่าพวกเราสมาชิกวุฒิสภา
เดี๋ยวท่านตวง ขอให้ ท่านสุนัยก่อนนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงประวัติศาสตร์นี้มันมีอยู่จริง แต่ผมไม่ได้กล่าวหา ท่านในทางร้าย แต่เอาเถอะครับ บางครั้งวัฒนธรรมไทย ความเปึนเด็กกับผู้ใหญ่ ความเปึน อดีตลูกพรรคท่าน บางเรื่องก็จะยอมให้ท่านเท่านั้นแหละครับ แต่ไม่ได้ยอมในเรื่องที่ว่า ไม่จริงนะครับ แต่ว่ายอมที่ท่านจะให้ถอน ผมก็ถอนครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านตวงต่อนะครับ
ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานนะครับ คือถ้าบังเอิญว่าผมพูดจริงท่านก็ไม่ควรจะต้องถอนครับ แต่ผมไม่เคยพูดคํานี้และไม่เคยพูดสิ่งเหล่านี้ คุณสุนัยเคยอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ผมเคย เดินหาเสียงให้ จําได้ ผมไม่เคยพูดคําเหล่านี้ครับ และผมเปึนคนที่เคารพความจริงและผม ถือว่าส่วนหนึ่งของความแตกแยกบ้านเมืองทุกวันนี้ก็คือการที่เราบิดเบือนความจริงครับ
ครับ เชิญท่านตวงต่อเลย ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่า ผลการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ คือบรรทัดฐานทางการเมืองในอนาคต ข้างหน้า ซึ่งผมคิดว่าได้ชัดเจนแล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้เลือกที่จะอยู่ต่อไป พวกเราที่นั่ง อยู่ตรงนี้ ๑๐ – ๒๐ คน ที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็ได้ระดมความคิดเห็น แล้วให้ผมมากราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยคําถามที่เราคิดว่าน่าจะเปึนข้อเสนอแนะ ว่าท่านจะอยู่อย่างไรต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เปึนข้อเสนอแนะต่อไปนี้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดเลย ไม่ได้รู้จักกับ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนการส่วนตัว แต่ด้วยปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองที่จะขอประทาน อนุญาตท่านประธานได้กราบเรียนข้อมูลต่อไปนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ ของท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งดังต่อไปนี้
คําถามก็คือว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีถ้าตัดสินใจจะอยู่ต่อไปเพื่อปกปัอง ระบอบประชาธิปไตยที่พูดถึง ท่านจะอยู่กับความแตกต่างของคนเมืองและคนชนบท อย่างไรที่ทุกวันมันแตกต่างกันอย่างมาก มีชุดความรู้ของคนที่อยู่ในเมือง กับชุดความรู้ ของคนที่อยู่ในชนบทในช่วงของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่เห็นอย่างได้ชัด อย่างน่ากลัวและน่าตกใจ ปรากฏการณ์อุดรธานีคือตัวชี้สําคัญให้ท่านประธานได้เห็นว่า นั่นคือการแตกต่างทางการเมืองทางความคิด ความคิดของผู้คนในสังคมได้สู้กันมาจนถึง นาทีนี้
ประการที่ ๒ ท่านเปึนรัฐบาลจะจัดการกับปรากฏการณ์ที่เกิดการแตกแยก ของผู้คนสังคมที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์อย่างไร
(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (อุดรธานี) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านผู้อภิปรายครับ มีผู้ประท้วงครับ
ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ จากอุดรธานี ท่านพาดพิงไม่ว่าจะเปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านวุฒิสภา ก็พาดพิงถึงอุดรธานีตลอดนะครับ ที่เปึนอย่างนั้นมันไม่ใช่เหตุเกิดจากคนอุดรธานี เกิดจากนักรบศรีวิชัยไปบุกก่อกวนที่เมืองอุดรธานี ท่านไม่เข้าใจอย่างนั้น ถ่ายมานั้น มีแต่ตีทางฝ์ายพันธมิตร แต่เวลาตีทางอุดรธานีไม่มีเลย ชมรมคนรักอุดรธานีท่านก็ไม่ได้ บอกว่าไม่ได้เห็นออกภาพสักที นั่นคือสิ่งที่ปรากฏออกมาอย่างนั้นนะครับ อันนี้ผมเปึน ส.ส. อุดรธานีเขต ๑ ด้วย ผมขอยืนยันว่าท่านอย่าไปเอ่ยถึงตรงนั้น เพราะว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมอยู่ในเหตุการณ์นะครับว่าอะไรถูก อะไรผิด ผมขอ ยืนยันอย่างนั้นครับท่านประธาน
ครับ ขอบคุณครับ
ถ้าท่านสมาชิกจะได้ กรุณาฟังผมอธิบายท่านจะเข้าใจว่าผมไม่ได้ว่าชาวอุดรธานี แต่ผมกําลังเทียบให้เห็นว่า ปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตรงนั้นมันทําให้เห็นการต่อสู้ระหว่างคนเมือง และคนชนบท ประเด็นอยู่ตรงนี้ ผมตอบประเด็นที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเอาไว้
ประการที่ ๒ ที่เปึนข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาที่เหลืออยู่ตรงนี้ ก็คือว่า วันนี้มันเปึนปรากฏการณ์ที่น่าตกใจท่านนายกรัฐมนตรี ว่าลูกอยู่รัฐบาลแต่แม่ ไปเดินขบวนอยู่ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่มีการไปสลายผู้ชุมนุม ท่านนายกรัฐมนตรี เชื่อไหมครับว่าภรรยาไปเดินขบวนอยู่ที่ชุมนุม สามีเปึนคนไปสลาย การชุมนุม นอกจากนี้เรื่องการเมืองเวลาคุยกันนั้นทําให้เกิดความแตกแยกในครอบครัว สามี ภรรยา หลายคนต้องแยกต้องแตกกันเพราะความเห็นทางการเมืองที่มันแตกต่าง
ประการที่ ๓ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านจะทําอย่างไรกับวินาทีนี้ ซึ่งผมถือว่าเปึนวินาทีที่วิกฤติมากเลยระหว่างการเผชิญหน้าของกลุ่มหนึ่งที่อยู่สนามหลวง ผมไม่เอ่ยชื่อก็ได้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีทราบดี กับกลุ่มหนึ่งที่อยู่ทําเนียบรัฐบาลที่นับวัน ได้ประกาศที่จะต้องมาเผชิญหน้ากัน ผมเข้าใจว่าไม่เกิน ๒ วันท่านนายกรัฐมนตรี มันจะ กลายเปึนสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นโดยที่ทุกคนเองก็ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่คําถาม ผมว่าแล้วจะอยู่กับสิ่งที่เปึนปรากฏการณ์นี้อย่างไร
ประการที่ ๔ ณ วันนี้ถ้ายืนยันว่าจะอยู่ต่อไปและใช้ความรุนแรงกับพี่น้อง ประชาชนเพื่อสลายการชุมนุมและกลับเข้าไปสู่ทําเนียบรัฐบาล ผมมีโจทย์ใหญ่ที่จะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าความเปึนจริง ผมบังเอิญเปึนคน อยู่กับเอ็นจีโอ (NGO) เปึนคนอยู่กับชาวบ้านมา อยู่เครือข่ายภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้มา ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าทําไมเครือข่ายเหล่านั้นถึงได้ลุกขึ้นมา ต่อต้านการทําร้ายประชาชน แท้จริงเขาไม่ได้เห็นด้วยกับหลายอย่างของพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เขาไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องใช้กําลังในการไปสลาย ประชาชน มันเลยกลายเปึนโดมิโน (Domino) ที่ไปทําลายระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมืองอย่างที่ท่านได้เห็นในปัจจุบัน และล่าสุดที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาแจ้ง ว่าพรุ่งนี้เขาจะตัดน้ําประปาในส่วนราชการทั่วประเทศ ๔ ประการที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานมันเปึนประเด็นสําคัญในฐานะสมาชิกวุฒิสภาที่จะต้องบอกท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าจะอยู่ต่อไปนั้นจะอยู่กับปรากฏการณ์ที่มันเกิดขึ้น เหล่านี้ได้อย่างไร แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานซึ่งผมถือว่าถ้าถามผมว่า วันนี้ หัวใจสําคัญของการแก้ไขปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ไหน คําตอบของผมตอบด้วยความเคารพ รัฐบาลต่อท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ มันต้องเริ่มต้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีแห่งเดียว คนเดียว เพราะท่านนายกรัฐมนตรีคือผู้นําของประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีคือผู้บริหารของประเทศ การตัดสินใจทางการเมืองของท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าไม่ได้ขึ้นกับ การเรียกร้องของบุคคลอื่นบุคคลใดทั้งสิ้น แต่ผมเชื่อว่ามันจะอยู่บนสป่ริต ท่านนายกรัฐมนตรีที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ต่อประเด็นปัญหาที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เพราะการตัดสินใจคราวนี้มันจะนําไปสู่ การพัฒนาทางการเมืองที่ผมส่วนตัวแล้วผมไม่ได้ถือว่าพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้นเปึนศัตรูกับรัฐบาล แต่ผมถือว่ามันคือปรากฏการณ์ทางการเมือง ที่อธิบายคําว่า ประชาธิปไตย มากกว่าการเลือกตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มันเลยกว่าการเลือกตั้งไปแล้ว มันหมายถึงการไปติดตาม กํากับ ดูแลสิทธิของเขา ตามระบอบประชาธิปไตย เลยไปจนถึงว่ามันไม่ได้เกิดเฉพาะพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แต่พี่น้องของผมบางคนก็อยู่ นปก. ก็มี อยู่เครือข่ายประชาชนก็มี นั่นแปลว่าระบอบประชาธิปไตยต่อไปนี้มันไม่ได้เปึนเพียงการเลือกตั้งเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร ผมขอประทาน อนุญาตได้กราบเรียนตอนท้ายว่า ผมทราบดีว่าคําตอบสําหรับการแก้ปัญหาของบ้านเมือง อันเปึนที่รักของเรานั้นอยู่ในหัวใจของท่านนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจจะไม่บอก สภาวันนี้ แต่พรุ่งนี้ท่านทราบว่าท่านจะทําอะไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า แม้ท่านจะ ตัดสินใจอย่างไรก็ตาม ท่านอย่าได้คาดหวังว่าการเมืองนั้นพอเวลาตัดสินใจไปแล้วมันจะ เห็นผลทันตา แต่ถ้าตัดสินใจได้ถูกต้องอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งใจเอาไว้อยู่ตอนนี้ มันก็จะคลี่คลายค่อย ๆ ลดลงไปสู่ระดับที่เปึนปกติ
ขอบคุณครับ หมดเวลาแล้วครับ คุณตวง
ท่านประธานครับ ผมอยู่ที่ ๘ นาที บวก ๒ ครับ ผมขอประทานอนุญาต จะจบแล้วครับท่านประธาน
บวก ๒ จากใครครับ
ผมได้จาก ท่านถนอมกับท่านหมอเจตน์ครับ คนละ ๑ นาที เขาบริจาคให้ผมครับ ถ้าท่านเมตตา ผมจะพูดแค่ ๒ นาทีครับ
ท่านจะต้องตามอันดับครับ ต้องจาก ท่านเลิศรัตน์ ถ้าไปเอาท้ายมันไม่ได้ครับ ท่านเลิศรัตน์ยอมไหมครับ
ท่านเลิศรัตน์ จะเมตตาผมไหมครับ ผมจะจบแล้วครับท่านประธาน
เชิญครับ
สุดท้าย ท่านประธานครับ ด้วยสิ่งที่พวกเราสมาชิกวุฒิสภาที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่า ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดเลย เปึนความปรารถนาดีที่จะบอก ท่านนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เราพูดถึงกันนั้น มันไม่ใช่ เปึนเรื่องแปลก มันไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่ แต่ผมเชื่อว่าประสบการณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี ที่มีมาอย่างยาวนาน ตอบได้ว่าควรที่จะต้องตัดสินใจอย่างไร เพราะทิศทางประเทศอยู่กับ การตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณที่รักษาเวลาครับ ประชาธิปัตย์มอบให้ใคร คุณไม่ส่งชื่อผมเลย เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ท่านประธานจะขึ้นมานั่งบนบัลลังก์นี้ ดิฉันอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ดิฉันได้ถูกคุณสุนัยพาดพิงในเรื่องของเอกสาร ข้อเท็จจริงนะคะ
ได้ยินหมดแล้วครับ ผมฟังหมด ตอนคุณอภิปรายผมก็ฟังครับ
ทีนี้ดิฉัน ได้ทําขอสําเนาเอกสารไปยังท่านเลขาธิการผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็ได้รับ การปฏิเสธมา ฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะขอเอกสารสําเนาตัวนี้ผ่านท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ทุกฝ์ายจะได้มีการพิสูจน์ ไม่ว่าจะเปึนท่านนายกรัฐมนตรี ก็ตาม จะได้พิสูจน์ว่าไม่มีการปกปัองลูกน้อง โดยส่วนตัวคุณสุนัยก็ตามที่จะได้พิสูจน์ว่า เอกสารตัวนี้เปึนจริงหรือไม่ ส่วนของดิฉัน ดิฉันเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ดิฉันทําหน้าที่ในการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดิฉัน มีความตั้งใจและดิฉันกล่าวพาดพิงในเรื่องนี้ ดิฉันรู้สึกเสียใจมากค่ะท่านประธาน ฉะนั้น ดิฉันอยากจะขอเอกสารสําเนาตัวนี้เพื่อที่จะขึ้นศาล หรือว่าเพื่อที่จะเข้าไปพิสูจน์ ข้อเท็จจริงต่อไปค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ
ผมไม่มีเอกสารอยู่ในมือครับ ท่านจะ ให้หรือไม่ให้ผมก็ไม่ทราบ
กราบเรียน ท่านประธานอีกครั้งนะคะ พอดีเอกสาร
ผมไม่มีอํานาจจะไปสั่งท่านได้ครับ ถ้าอยู่ในมือผม ผมก็จะมอบให้ครับ เชิญคุณศุภชัย โพธิ์สุ ครับ
ท่านประธานคะ พอดีดิฉันอยากจะเรียนถามท่านประธานว่า ถ้าเกิดว่าจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบข้อซักถามตรงนี้ของดิฉันได้ไหมคะ เพราะดิฉันเปึน ส.ส. ใหม่ แล้วก็ดิฉันอยากจะทราบตรงนี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะทําอย่างไรกับข้อเท็จจริงตรงนี้ นะคะ ดิฉันอยากจะทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะให้เอกสารกับดิฉันหรือไม่ ไม่อย่างนั้น ดิฉันก็ไม่นั่งลงนะคะ
ไม่นั่งก็ยืนก่อนครับ เชิญคุณศุภชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผมยังไม่ได้ชี้ให้ท่านพูดเลย เชิญนั่งลงก่อนครับ แล้วลุกขึ้นประท้วงครับ
(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญพูดได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธานและก็ ขอแสดงความเสียใจกับการวินิจฉัยของท่านประธานด้วยครับ เพราะรัฐสภาแห่งนี้ เปึนสถานที่ที่เปึนการพูดความจริง ในขณะนี้มีเพื่อนสมาชิกซึ่งเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกได้ร้องขอเอกสาร ซึ่งเปึนหลักฐานที่ทราบกันโดยทั่วไปในสภานี้ ว่าเพื่อนสมาชิกผู้อภิปรายได้ไปหยิบยกเอกสารจากรังนกกระจอกซึ่งไม่ได้เปึนที่เชื่อมั่น ครับ เพียงแต่การนําเอกสารดังกล่าวนั้นผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชอบธรรม ท่านประธานเปึนประมุขในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธาน จะต้องมีอํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่จะสั่งให้ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่เรียกร้อง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ จริง ๆ ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมจะมอบให้ตั้งแต่น้องผู้หญิง เขาร้องขอแล้ว เพียงแค่สําเนา แต่เมื่อท่านไม่มีน้ําใจ ผมอยากจะเรียกร้องกับ ท่านประธานสภาในฐานะประมุขในวันนี้ ขอให้ท่านได้สั่งตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาส่งสําเนาเอกสารหลักฐานให้กับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อเราจะได้ ทําให้สภาแห่งนี้ได้ปรากฏ นี่หลักฐานเพียงข้อกล่าวหานะครับท่านประธาน ท่านประธาน ยังไม่สามารถดําเนินการได้ ผมคิดว่าในสภาในวันนี้เราคงยอมกันไม่ได้ครับ ผมขอให้ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งครับ
ค่อยพูดค่อยจากันครับ คือท่านจะ บังคับเลย ผมก็เพิ่งมารู้เรื่องตรงนี้แล้วก็เรื่องก็ไม่ได้อยู่กับผม ก็เพิ่งทราบว่าอยู่กับ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็จะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ผู้อภิปรายส่งเอกสารให้ผมเปึนเอกสาร ๑ ป๊ก ผมยังไม่ได้อ่านสักตัวเดียว เขาส่งมาให้ผมยังไม่ทันอ่าน ให้ผมไปอ่านหน่อยได้ไหมครับ ให้ผมอ่านก่อนสิครับ ผมจะ ได้รู้ว่าเปึนอย่างไร เอกสารเปึนอย่างไรก็ยังไม่รู้ได้ เสร็จแล้วก็เอาไปถ่าย มันดูเหมือน ไม่รับผิดชอบที่เขาส่งมาให้ ผมจะไปตรวจดูว่ามันเปึนอย่างไรครับ มันมีอยู่จริงไหม ไม่มี ปัญหาหรอกครับ เรื่องนี้ผมตรวจเสร็จแล้วผมจะส่งให้ครับ
นายกรัฐมนตรียืนยันแล้วครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเอาไปอ่าน ดิฉันขอแค่สําเนาค่ะ
ผมบอกว่าผมจะตรวจสอบให้ก่อนแล้วผมจะส่งสําเนาไปให้ที่พรรค
ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้อ่านพร้อม ๆ กับดิฉันค่ะ เพราะดิฉันก็จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เหมือนกันค่ะ
ตกลงนายกรัฐมนตรีรับเอกสารมาแล้วไม่ให้อ่าน ไม่ให้ทําอะไรเสียก่อน มันเสียหายอะไรที่นายกรัฐมนตรีอ่านก่อนแล้วส่งไปให้
ดิฉัน เปึนผู้เสียหายค่ะท่านนายกรัฐมนตรี
รู้สึกว่าจะเสียหายแล้วหรือครับ ผมยังไม่ได้เห็นเอกสารสักตัวเดียว ผมก็จะไป ตรวจสอบให้ว่าอะไรเปึนอะไร
ผมขอความกรุณาเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีรับปากแล้วนะครับ ท่านจะส่งให้
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ดิฉันถูกพาดพิง อย่างนี้ท่านประธานไม่สงสารดิฉันหรือคะ
สงสารที่สุดครับ
แล้วท่านประธานคิดว่าเรื่องอย่างนี้ท่านประธานวินิจฉัยอย่างไรคะ
ก็จึงเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็รับปากว่าเดี๋ยวท่านดูสักหน่อยแล้วท่านจะให้
ดิฉันขอแค่สําเนา ท่านนายกรัฐมนตรีอนุญาตให้ท่านเลขาธิการถ่ายสําเนาให้ดิฉัน ได้ไหมคะ
เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีท่านคงจะ มอบให้ ท่านกําลังดูอยู่ครับ ก่อนจะจบท่านดูเสร็จแล้วบางทีท่านจะให้ถ่ายให้ ท่านรับปาก แล้วครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืน และยกมือขึ้น )
ตั้ง ๒ ท่าน ๓ ท่าน ๔ ท่าน ประท้วง จะให้ผมชี้ใครล่ะครับ ใครยืนสูงที่สุด คุณสมบูรณ์ยืนสูงสุด คุณสมบูรณ์ก่อน
ท่านประธาน ครับ ผมอยู่ข้างหน้าครับ
ทางโน้นเขาประท้วง
ข้างหน้า แล้วก็ไม่ค่อยพูดครับ นาน ๆ จะพูดทีหนึ่งครับประธาน
(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เพชรบุรี)ได้ยืน และยกมือขึ้น)
คุณพูดเรื่องอะไร ประท้วงผม หรือครับ
ผมพูด เกี่ยวกับเรื่องที่คุณสุพัชรีเสียหาย ท่านประธานครับ ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี ท่านประธาน เรื่องมันเสียหายไปแล้ว คนฟังทั่วประเทศ ๖๐ กว่าล้านคน น้องเขาเสียหายแล้ว น้องเขาต้องการพิสูจน์ความจริง ต้องการ ขอหลักฐานเพื่อจะได้นํามาศึกษาว่าเท็จจริงเปึนอย่างไร ท่านประธานในฐานะ เปึนประมุข ท่านประธานควรจะใช้อํานาจสั่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ส่งหลักฐานนั้น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องการหลักฐานนั้นไปอ่าน ก็ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายเอกสาร แล้วก็ให้หลักฐานเขาไป ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กลับไปอ่านเหมือนกัน ซึ่งการใช้เวลา ในการถ่ายเอกสารนั้นก็เพียงแต่น้อยนิดและอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นคุยนักคุยหนาเหลือเกินว่า ผ่านประสบการณ์มามากมายจนมาเปึนนายกรัฐมนตรี รังแกเด็กตัวเล็ก ๆ ให้ความร่วมมือไม่ได้ ไม่สมศักดิ์ศรีที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีเลย ขอบคุณครับ
ท่านพิเชษฐ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง ขอความกรุณา แต่เรื่องนี้เปึนการทําผิดในห้องประชุม ไม่มีสมาชิกคนไหนที่สามารถที่จะ ส่งเอกสารไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ก็ต้องส่งผ่านท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อกี้นี้ผู้ทําหน้าที่ประธานสภาสภาผู้แทนราษฎร เมื่อกี้นี้ทําผิดระเบียบ ไปแล้ว รับเอกสารให้นายกรัฐมนตรี รับเอกสารจากผู้อภิปรายในสภาไปถือไว้ได้อย่างไร นั่งอยู่ตรงนั้น คนหนึ่งนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนหนึ่ง อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม คนหนึ่งอดีต ผบ.ตร. วิธีการนี้ในลักษณะพยานหลักฐาน ถูกไหม โดยที่ผู้กล่าวหาอยู่ ๆ ไปส่งให้อีกคนหนึ่ง โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มีโอกาส เห็นเอกสารเลยท่านประธานครับ ท่านประธานต้องเรียกเอกสารคืนจาก ท่านนายกรัฐมนตรีมาไว้ที่ท่านประธานก่อน และดําเนินการไปให้มันถูกต้อง เมื่อกี้นี้ ผู้ทําหน้าที่ประธานดําเนินการผิดที่ปล่อยให้ผู้อภิปรายยื่นหนังสือโดยตรงไปยัง นายกรัฐมนตรีในห้องประชุมนี้ แม้กระทั่งการพูด เรายังต้องพูดกับท่านประธาน ไม่สามารถพูดกับคนใดคนหนึ่งในห้อง ท่านประธาน แก้ไขให้เรียบร้อยเถอะครับ ผมไม่อยากที่จะยกมือประท้วง แต่พยายามยกมือแล้ว ท่านประธานไม่ชี้ ผมไม่อยากจะ ประท้วง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเปึนความผิดในห้องประชุมนี้แล้ว และอย่าให้ต้องบันทึกเปึน ประวัติศาสตร์ว่าในวันประชุมรัฐสภา มีการทําผิดข้อกฎหมายอย่างรุนแรง ต่อหน้าอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ต่อหน้าอดีต ผบ.ตร. ต่อหน้าอดีตผู้ที่อ้างว่า เปึนลูกโดม ลูกธรรมศาสตร์ ที่นั่งเปึนนายกรัฐมนตรีเอาเปรียบเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งแค่นี้ ไม่ถูกเลยครับท่านประธาน แก้ไขเสียเถอะครับ เรียกเอกสารจากท่านนายกรัฐมนตรี คืนมาเถอะ
ครับ จะพยายามปฏิบัติ คุณสมบูรณ์
กราบเรียน ท่านประธานสภา กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์
คุณสมบูรณ์ กําลังจะประท้วง เรื่องอะไร
ท่านประธาน ผมขอพูดนิดนะครับ
ขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ปกปัองสมาชิกรัฐสภา
ตอนนี้ท่านพิเชษฐก็พูดแล้ว แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็คืนหนังสือให้กับผมแล้ว
คือผมก็บอกว่าผมไม่รับรู้เรื่องเอกสารนี้เลย ผมไม่รับรู้ ก็ส่งให้ประธานไป ประธานจะทําอะไรก็สุดแท้แต่ประธาน ผมไม่ต้องการรับรู้ ก็ส่งมาให้ผมอ่าน ผมก็จะขอ อ่านก่อน เพียงจะอ่านเอกสารก่อนแล้วจะถ่ายให้ ไม่ได้ บังคับเอาไป ผมไม่ได้ว่าอะไร หรอกครับ
ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อมีใจนักเลง เมื่อเปึนอย่างนี้แล้ว ท่านประธานต้องเอาเอกสารนี้ถ่ายเอกสารให้ทั้งผู้ถูกกล่าวหาและให้ท่านนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่าน ท่านประธานต้องปฏิบัติ มิฉะนั้นมีการกระทําผิดก็จะมีการดําเนินคดีอะไรกัน ทีหลัง แล้วก็จบกันเฉย ๆ ท่านประธานสําเนาให้ทั้ง ๒ ฝ์าย ขอบคุณ
เดี๋ยว หนูไปนั่งลงก่อน เดี๋ยวให้ เจ้าหน้าที่เขาไปถ่าย ถ่ายเสร็จแล้ว เขาจะรีบมอบให้ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เชิญคุณศุภชัย
ผม นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะที่เปึน สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมในนามพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมต้องขอกราบ ขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช นะครับ ที่ได้เป่ด ให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหาวิกฤติบ้านเมืองที่กําลังเกิดขึ้น ผมขอเรียนท่านประธานครับว่าการประชุมร่วมรัฐสภาในครั้งนี้เปึนความหวังอย่างยิ่ง ที่พวกเราจะหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ตัวกระผมเองจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นผมชัก จะไม่แน่ใจนะครับว่า การเป่ดประชุมร่วมรัฐสภาในครั้งนี้จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ ที่ผมสงสัยอย่างนี้หรือผมคิดอย่างนี้ก็เนื่องจากว่า ในขณะนี้เหตุการณ์ วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นมันมีตัวละครที่เกิดขึ้นชัดเจนอยู่ ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งก็คือฝ์ายพันธมิตร อีกฝ์ายหนึ่งก็คือฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายรัฐบาลคือฝ์ายที่ได้รับเลือกตั้งโดยชอบธรรมมาจาก พี่น้องประชาชน ถ้ารวมพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง ๖ พรรคแล้ว ๑๐ กว่าล้านคนนะครับ เลือกฝ์ายรัฐบาลมา แต่ว่าอีกฝ์ายหนึ่งคือฝ์ายพันธมิตรที่สถาปนาตัวเองมาจากข้างถนน ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าใครเปึนคนแต่งตั้งเขามา ขณะนี้ที่ผมบอกว่าไม่แน่ใจจะแก้ปัญหาได้ ก็เนื่องจากว่าฝ์ายพันธมิตรได้ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนครับท่านประธานว่าต้องการ โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต้องการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจาก ระบอบประชาธิปไตยเพื่อที่จะสถาปนาระบอบการเมืองใหม่ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจมากไปกว่านี้ ทราบเพียงแต่ว่าระบอบการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรก็คือมาจากการเลือกตั้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มาจากการแต่งตั้ง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมสงสัยอยู่ว่าการที่พันธมิตร เสนอแนวทางการเมืองใหม่ขึ้นมาในลักษณะอย่างนี้ สงสัยมาจากที่ว่าหลายคนที่อยู่ใน กลุ่มพันธมิตรลงเลือกตั้งแล้วเลือกตั้งอีกไม่เคยได้รับเลือกตั้ง แต่พอมีการเคลื่อนไหว โค่นล้มรัฐบาล ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ไล่อย่างไร ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่ลาออก ไล่อย่างไรท่านก็ไม่ไป มีการชุมนุม มีการประท้วง เป่ดประตูบ้านประชาธิปไตย ของพวกเราให้เผด็จการทหารมายึดอํานาจในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ที่ผ่านมาครับ ท่านประธาน พอทหารยึดอํานาจเท่านั้นแหละครับ หลายคนที่อยู่ในเวทีพันธมิตร ได้เสวยสุขจากตําแหน่งที่เขามอบให้ เปึน สสร. บ้าง เปึน สนช. บ้าง เสพสุขกันอยู่ป้เศษ ๆ สงสัยจะติดอํานาจที่ได้รับมาจาก คมช. มอบหมายให้ จึงเลยต้องเสนอแนวทางใหม่ขึ้นมา พันธมิตรพยายามอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่บอกว่าต้องการชุมนุมอย่างสงบ โดยปราศจากอาวุธ พยายามเคลื่อนไหวใช้สิทธิของตนเอง ท่านประธานคงจะ รู้ว่าเปึนร้อยวันที่ผ่านมาพันธมิตรใช้สิทธิตัวเองในการยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ป่ดถนน ราชดําเนิน ป่ดถนนพิษณุโลก สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนมานับร้อยวัน โดยที่ไม่ได้คิดถึงสิทธิของคนอื่นเลย พันธมิตรทําการใช้กองกําลังอาวุธ ผมต้องย้ําว่า ใช้กองกําลังอาวุธทําการบุกรุกไปยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที โดยใช้ชื่อนักรบ ศรีวิชัยในการยึด หลายคนบอกว่ารัฐบาลทําเกินเหตุ พันธมิตรมีแค่ไม้ตีกอล์ฟ ผมอยากจะ เรียนว่าวันนั้นทั้งวันสื่อมวลชนทุกแขนง สถานีวิทยุโทรทัศน์ทุกแห่ง ท่านประธานครับ ได้เผยแพร่ว่า กองกําลังของพันธมิตรที่ใช้ชื่อว่านักรบศรีวิชัยนั้นมีทั้งอาวุธป๋น ดาบ มีด ขวาน หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก แล้วก็ยังมีแถมท้ายด้วยใบกระท่อม ผมไม่ทราบว่ามันเปึนอาวุธ อีกประเภทหนึ่งที่ทําลายมนุษยชาตินะครับ นอกจากนั้นแล้วพันธมิตรยังใช้สถานีวิทยุ เอเอสทีวีปลุกระดมพี่น้องประชาชนทั้งประเทศให้ทําการโค่นล้มรัฐบาล โดยยกกําลังไป ยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยึดกระทรวงคมนาคม ยึดกระทรวงการคลัง ยึดสถานที่ราชการหลาย ๆ แห่ง ซึ่งเปึนการกระทําที่ผิดกฎหมาย เปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับพฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรที่ผ่านมานั้นเปึนพฤติกรรม สร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อน สร้างความสูญเสียให้กับประเทศชาติบ้านเมือง นับไม่ถ้วน พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้บอกว่าต้นเหตุ ของปัญหานั้นมาจากรัฐบาล มาจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมขอเรียนว่าไม่ใช่เลยครับท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่าต้นเหตุ สาเหตุมันไม่ได้มาจาก รัฐบาล ไม่ได้มาจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็เพราะว่าพันธมิตรก่อกําเนิดมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ พยายามเคลื่อนไหวมาก่อนที่จะมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช เคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พันธมิตรใช้ชื่อตัวเองว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่พฤติการณ์ที่ผ่านมาเขาไม่ได้เคยปกปัอง ประชาธิปไตย แต่เขาปกปัองเผด็จการ ผมอยากจะใช้ชื่อว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อเผด็จการครับ ท่านประธานครับ เพราะว่ากลุ่มนี้แอบอ้างเอาชื่อ แอบอ้างเอา ประชาธิปไตยไปปลุกระดมพี่น้องประชาชนมาเพื่อที่จะใช้ประโยชน์กับกลุ่มของตนเอง
ขออนุญาตนิดนะครับ ผมได้มอบ เอกสารให้ไปแล้วนะครับ
ท่านประธาน ต้องพักเวลาผมด้วยนะครับ
ให้ที่ประชุมรับทราบด้วยนะครับ เดี๋ยวว่าประธานไม่ได้มอบ มอบไปแล้วนะครับ เดี๋ยวจะต่อว่ากันทีหลัง ขออนุญาต คุณศุภชัยนิดเดียวนะครับ ก็ถือว่าได้รับไปถูกต้องนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ สาเหตุจริง ๆ ของปัญหาของประเทศชาติในขณะนี้เกิดขึ้นมาจากบุคคลที่อยู่ เบื้องหลังของกลุ่มพันธมิตร เขามีความเคียดแค้นชิงชังบุคคลที่อยู่ในระบอบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย เคียดแค้นชิงชังคนที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะผลจาก รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ทําให้การเมืองเข้มแข็ง ทําให้ประชาชนเข้มแข็ง พอการเมือง เข้มแข็ง ประชาชนเข้มแข็ง บุคคลที่เขาเคยเสพสุข เคยเสวยสุขอยู่เบื้องหลังกลุ่มพันธมิตร นี้สูญเสียผลประโยชน์ ฉะนั้นเขาจึงพยายามที่จะผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงการเมือง การปกครองของประเทศไทย และนอกจากนั้นสาเหตุอีกอย่างหนึ่งมาจากการผิดหวังของ พรรคการเมืองบางพรรค มาจากความผิดหวังของนักการเมืองบางคนที่ลงเลือกตั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า ประชาชนไม่เลือกตั้ง พรรคการเมืองก็แพ้มาตลอด เปึนฝ์ายค้านยาวนาน เขาทนไม่ได้ เขาเปึนฝ์ายค้านนานไม่ได้ครับ อดทนไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องหันไปพึ่งบริการของ การทําการเมืองข้างถนนอย่างเช่นทุกวันนี้
๓๐ เลือกตั้ง ๓๐ แต่งตั้ง ๗๐ ท่านประธานครับ ถามว่าถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วจะทําอย่างไรล่ะครับ ต้องการให้ ทหารออกมาฉีกรัฐธรรมนูญอีกใช่ไหม ต้องการให้มีการปฏิวัติรัฐประหารอีกใช่ไหม ผมขอ ยืนยันกับท่านประธานครับว่า พรรคพลังประชาชนหาเสียงเลือกตั้งมาสมัยที่แล้ว ไม่ว่า เวทีไหนทั่วประเทศเราประกาศชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่สืบทอด เจตนารมณ์ของเผด็จการ เรารับไม่ได้ เราบอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าถ้าไปเปึน รัฐบาลเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่พวกเราพรรคพลังประชาชน ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนประชาธิปไตยที่สืบทอดเจตนารมณ์ของเผด็จการครับ ท่านครับ
และอีกอย่างหนึ่งผมขอเรียนท่านประธานว่าแนวทางการแก้ไข ท่านประธานครับ เวลาจํากัด แนวทางการแก้ไข ผมขอเรียนท่านประธานไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ ฝากมาถึง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่าลาออกเปึนเด็ดขาดครับ ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาลไม่ได้ ผิดอะไร ลาออกไปแล้วไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาครับ รัฐบาลหลายชุดหลายคณะ ที่ผ่านมาลาออกแล้วก็ไม่จบไม่สิ้นนะครับ และนอกจากนั้นพี่น้องประชาชนฝากมาว่า ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่ควรจะยุบสภา เพราะสภานี้ไม่ผิดอะไรนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่ทางกระผมเรียกร้องต่อท่านประธานไปถึงรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ว่า ต้องบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่วิธีการต้องใช้วิธีการที่นุ่มนวล แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้บทของกฎหมาย
สิ่งที่สําคัญที่สุดที่ผมอยากจะเรียนฝากเปึนประเด็นสุดท้ายก็คือว่า บนหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ อ๋อ มีอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากครับ ถ้าหากว่าทางพรรคฝ์ายค้าน ทางท่านพรรคประชาธิปัตย์อยากจะ ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ ไม่ยากเลยนะครับ ผมฝากท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝากท่านพรรคประชาธิปัตย์เรียก ส.ส. ของท่านที่อยู่เวที พันธมิตรกลับมาสู่สภาเถอะครับ เรียก ส.ต. หรือว่า ส.ส. สอบตกของท่านที่อยู่บนเวที พันธมิตรกลับมาสู่พรรคของท่านเถอะครับ ช่วยกันแก้ปัญหา ให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย เรื่องแค่นี้เหตุการณ์ก็จะค่อย ๆ สงบยิ่งขึ้น ผมขอเรียนท่านประธานเปึนช่วงสุดท้ายว่า หลักการประชาธิปไตยนั้น ความเห็นที่แตกต่างเกิดขึ้นได้ครับท่านประธานครับ แต่ต้องหา ข้อสรุปด้วยเสียงข้างมาก การรับฟังเสียงข้างน้อยเปึนสิ่งที่จําเปึนในระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เคยมีประชาธิปไตยประเทศใดในโลกนี้ ที่เขาจะต้องปฏิบัติตามเสียงข้างน้อยทุกสิ่ง ทุกอย่าง ฉะนั้นผมจึงเรียนว่า รัฐบาลชุดนี้มาด้วยความชอบธรรม รัฐบาลชุดนี้มาจาก การเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ชนบท บ้านนอกของผม ได้เลือกรัฐบาลชุดนี้มา ทุกคะแนนเสียง คนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่บ้านนอก ไม่ว่าจะอยู่ในชนบท ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ฉะนั้นขอให้เคารพความเปึนมนุษย์ อย่างเท่าเทียมกัน ขอให้เข้าใจว่าระบอบประชาธิปไตยแตกต่างกันได้ แต่ว่าเราต้องเคารพ เสียงข้างมาก ไม่อย่างนั้นประเทศชาติบ้านเมืองก็จะหาความสงบสุขไม่ได้ครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ใคร่ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสกระผมในการแสดง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ดูเหมือนจะเปึนคนสุดท้ายนะครับ ของ ส.ว. ครับ
ต่อการแก้ไข ปัญหาวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ซึ่งถือว่าเปึนครั้งที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ การเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ได้มีการเข้ายึดทําเนียบรัฐบาลจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งกระผมคงจะไม่ใช้เวลาในการไล่เรียงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งได้มีท่านสมาชิก รัฐสภาได้อภิปรายไปมากมายหลายสิบท่านแล้ว ก็อยากจะใคร่ขอเสนอความคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภา กระผมเชื่อว่าสถานการณ์ ในปัจจุบันนั้นได้บานปลายมากกว่าที่จะใช้หลักนิติธรรมหรือการปกครองในการที่จะ สามารถแก้ไขได้ในฝ์ายเดียว รัฐบาลต้องยอมรับความจริงว่าผู้คนจํานวนมากที่ได้ออกมา ชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาลให้ลาออกนั้น มีจํานวนเพิ่มมากขึ้นโดยลําดับอันอาจจะ นําไปสู่วิกฤตการณ์ที่ถึงขั้นนองเลือดกลียุคหรือนําไปสู่ความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างยากที่จะเยียวยาได้ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขอกราบเรียนว่าในส่วนตัวและในจุดยืนของกระผมเองนั้นมิได้เห็นด้วยกับหลายสิ่ง หลายอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราในขณะนี้ ไม่เห็นด้วยกับการเข้ายึดทําเนียบรัฐบาล หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ ไม่เห็นด้วยกับการเข้าป่ดสนามบินเพื่อไม่ให้เครื่องบินขึ้นลง ซึ่งได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อการท่องเที่ยว ของประเทศ ซึ่งได้มีสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายไปแล้ว ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐวิสาหกิจ ได้หยุดงาน สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ก็ยังเปึนเรื่องที่ดีที่พนักงาน รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ยังมิได้เข้าร่วมในการหยุดงานหรือประท้วงรัฐบาล ซึ่งจะก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองเพิ่มมากขึ้น ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เปึนส่วนหนึ่งของ การเมืองภาคประชาชนหรือภาคพลเมือง ซึ่งเมื่อรุนแรงและขยายวงขึ้นก็อาจจะล้ําเส้น ของกฎหมาย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่ผ่านมา กระผมก็ไม่ได้ เห็นด้วยกับการที่มีการใช้กําลังของเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปสลายการชุมนุมหรือยึด ทรัพย์สินของผู้ประท้วง ซึ่งนําไปสู่ความรุนแรงดังที่ได้ปรากฏ และยิ่งไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการสร้างม็อบชนม็อบ ซึ่งเปึนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวัน ๒ วันที่ผ่านมา และอาจจะนํามาซึ่งความรุนแรงที่เร็วขึ้นกว่าที่เราคาดคิด แต่กระผมก็มิได้ เห็นด้วยกับการที่จะมีการเรียกร้องและบังคับให้รัฐบาลต้องออกไป ซึ่งเปึนข้อเรียกร้อง ของฝ์ายเดียว มิได้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ และมิได้เปึนไปตามกติกาประชาธิปไตยสากล ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ได้ฟังท่านสมาชิกรัฐสภาทุกฝ์ายได้อภิปรายมาตลอด ช่วงบ่ายและช่วงค่ํานี้เราคงจะไม่สามารถใช้เหตุใช้ผลพิจารณาได้ว่าใครผิดหรือใครถูก ตามหลักนิติธรรมและรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ขณะนี้ชาติต้องการผู้กล้าหาญและผู้เสียสละ ต่อบ้านเมืองและราชบัลลังก์ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานขณะนี้ รัฐบาลก็ต้องยอมรับ ความจริงว่าประชาชนจํานวนมากที่ได้ออกมาประท้วงนั้น ส่วนหนึ่งมีความไม่ไว้วางใจ ในรัฐบาล เปึนความเชื่อที่บริสุทธิ์ใจ ถึงได้ออกมาร่วมการชุมนุมต่อสู้ แม้จะไม่ใช่ เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนทั้งประเทศ กระผมต้องขอขอบคุณและแสดงความชื่นชม ต่อกองทัพไทยทุกเหล่าทัพที่มิได้ฉกฉวยโอกาสในสถานการณ์ที่ถือว่าค่อนข้างจะสุกงอม ชิงอํานาจ กระทําการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งแสดงออกถึงความไม่มักใหญ่ใฝ์สูงของผู้นํา เหล่าทัพในปัจจุบัน ได้ปล่อยให้ฝ์ายการเมืองได้มีโอกาสในการแก้ไขปัญหาตามครรลอง ประชาธิปไตย ผมอยากจะเรียกว่าผู้นําเหล่าทัพเหล่านี้เปึนวีรบุรุษตัวจริงในสถานการณ์ ปัจจุบัน
ขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานสภาว่าสิ่งที่สําคัญ ที่สุดในขณะนี้คือเวลา เวลาเปึนปัจจัยที่สําคัญ ในขณะนี้ท่านยังมีเวลาที่จะเลือกหนทาง หลายหนทางที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาและวิกฤตการณ์ของชาติเพื่อมิให้เกิด ความเสียหายจนยากที่จะเยียวยาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเร่งหามาตรการที่จะแก้ไข วิกฤตการณ์อย่างเร็วที่สุด ซึ่งจากที่ได้ฟังหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายก็เห็นตรงกันว่าสันติวิธี คือการเร่งรีบในการเจรจานั้นเปึนเรื่องที่สําคัญ และน่าจะหาทางอย่างเร็วที่สุด แต่ถ้า ไม่สามารถดําเนินการได้สิ่งซึ่งผมอยากจะเรียกร้อง ขอร้องจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งผมมีความเคารพท่านเปึนการส่วนตัว ก็ตรงกับความคิดของท่านผู้นําฝ์ายค้าน ที่อยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ใช้อํานาจตามมาตรา ของรัฐธรรมนูญในการที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน หกสิบวัน ตามมาตรา ๑๐๘ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่าจะเปึนทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ที่จะนําความสงบเรียบร้อยมาสู่บ้านเมือง นําความสุขมาสู่พี่น้องประชาชนทุก ๆ คน ก็ต้องขอบคุณทางฝ์ายค้านที่ยอมเสียสละ แม้ท่านจะรู้ว่าจะเสียเปรียบในการเลือกตั้ง แต่ผมคิดว่าการเลือกที่จะยุบสภานั้นไม่ใช่การยอมแพ้ต่อผู้ชุมนุมประท้วง แต่เปึนการ เสียสละ เปึนการกระทําที่จะแสดงถึงความเปึนนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ของท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และผมไม่เชื่อว่าจะมีใครบอกว่าท่านยอมแพ้ และก็ เชื่อว่าความสงบสุขจะเกิดขึ้น ผมมีความเชื่อมั่นอย่างนั้น ก็ใคร่ขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานสภาถึงแนวความคิดของกระผมเอง ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ ตรงกับหลาย ๆ ท่านในสภาแห่งนี้ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ความจริงที่เรากะเอาไว้ ๑๐ ชั่วโมง ๖๐๐ นาที ตอนนี้เหลืออยู่ ๘ นาที พรรคพลังประชาชน สัก ๑ ท่าน ก็ขอให้จบ นะครับ ๘ นาที เชิญคุณสุทินครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พลังประชาชน มหาสารคาม ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมมีเวลา ๘ นาทีหรือครับท่านประธานครับ
มันหมด ๖๐๐ ไม่ได้ขยายอีกครับ
(นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ภาควิชาชีพ) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรคุณสมชาย
ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาครับ ขอประท้วงท่านประธานครับ เนื่องจากว่า ข้อตกลงนั้นสมาชิกวุฒิสภาได้ ๑๓๒ นาที ยังไม่ครบนะครับ ยังไม่ครบ ผมเรียนว่าได้นับ ตลอดเวลา ยังเหลือเวลาอีก ๒๐ นาทีครับ ขอเรียนท่านประธานกรุณาให้ ส.ว. ได้ใช้ เวลาอีก ๒๐ นาทีครับ เรายกเลิกการประชุมที่หัวหิน เรามารอเพื่อจะเสนอข้อคิดเห็น ต่อท่านครับ
ถ้าอย่างนั้นผมจะขยายเวลาให้ครับ ช่วยกรุณานั่งลงก่อนครับ อย่างนั้นก็คุณสุทิน ๑๐ นาที แล้วก็คุณเจตน์ ๑๐ นาที คุณสมชาย ๑๐ นาที ก็จบนะครับ เอาแค่นั้นนะครับ
ท่านประธานครับ
ครับ ก็ทางนี้อีก
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าอย่างนั้น ของฝ์ายค้านเราเหลือ ๒๑ นาที เราขอใช้ ๒๐ นาทีครับ
เอา ๆ ผมไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นครับ แต่ผม พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมสู้ตาย ไม่เปึนไร
อย่างนั้น ๒๐ นาทีให้ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นะครับ
เชิญคุณสุทินคนละ ๑๐ นาที ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณทางรัฐบาล ทางสภาที่จัดให้มีการ ประชุมวันนี้แล้วถ่ายทอด วันนี้ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าไม่มีประโยชน์ แต่มองเห็น ประโยชน์ครับท่านประธานครับว่า อย่างน้อยที่สุดประชาชนจะได้เห็น วันนี้ใครลุกขึ้นมา แสดงบทบาทอย่างไรนี่ ชัดเจน ใครจะปฏิเสธว่าไม่อยู่ส่วนไหน ซีกใดก็แล้วแต่ กรรมเปึน เครื่องชี้เจตนา และที่สําคัญที่สุดจะพูดนุ่ม จะพูดเพราะอย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่ากรรมมุนา วัตตะตี โลโก ท่านประธาน สัตว์โลกเปึนไปตามกรรม วันเลือกตั้งจะได้รับคําตอบ ขอแต่ อย่างเดียวว่าต้องลงเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมเกิดมาแล้วมาเปึน ส.ส. แล้วเปึน คนไทย ผมผิดคาดอยู่หลายอย่าง ผมไม่คาดว่าจะมีการรัฐประหารในป้ ๒๕๔๙ ผมคาดว่าการเลือกตั้งแล้วน่าจะจบ ผิดคาด ผมไม่คาดว่าการเมืองภาคประชาชน ที่หลายคนยอมรับ หลายคนสรรเสริญ ผมไม่เคยยอมรับมาแต่ต้น เพราะองค์ประกอบ ไม่ใช่การเมืองภาคประชาชน จะพัฒนามาถึงขั้นทําร้ายประเทศชาติ เอาประชาชน เปึนตัวประกันอย่างสาหัสสากรรจ์วันนี้ ผมคาดไม่ถึงเช่นกันว่าอํานาจบริหาร ซึ่งใคร ก็ปฏิเสธได้ไม่ว่า อํานาจนิติบัญญัติ ไม่ยอมรับก็ไม่ว่ากัน แต่ตุลาการวันนี้ซึ่งเปึนที่พึ่ง สุดท้ายจะถูกเย็นชาและปฏิเสธ คน ๙ คนปฏิเสธ ผมก็ไม่เสียใจ เพราะผมไม่คาดหวังว่า คนเหล่านี้เขาจะเคารพกติกา แต่ในสภาวันนี้ ท่านประธานครับ หลายท่านขึ้นมาพูดตําหนิ ว่าการตั้งข้อหากบฏรุนแรงเกินไป ท่านตั้งใจหรือท่านลืมว่าข้อหานี้ก่อนจะออกหมาย จับกุมได้ ศาลท่านมีวินิจฉัยเบื้องต้นแล้ว ก็เท่ากับท่านไม่ได้ยอมรับการวินิจฉัยของศาล เปึนเบื้องต้น ซึ่งรายละเอียดผมจะพูดอีกทีหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องเสียใจมาก เสียใจเปึนอันดับแรกที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้ และก็ในสภาวันนี้ เสียใจว่าเราได้ให้ ความสนใจกับความรู้สึกนึกคิดของพันธมิตรมาก แต่ละเลยความรู้สึกของคน ๖๕ ล้านคน เราพูดถึงเขาน้อยมาก คนในประเทศไทยมีเพียงแค่นี้หรือครับ อีกที่ไม่ได้มาชุมนุม กับพันธมิตร เปึนคนไทยหรือเปล่า เสียภาษีหรือไม่ สิทธิทางการเมืองเขามีหรือเปล่า ทําไมไม่ถามไม่คิดว่าความรู้สึกนึกคิดเขาเปึนอย่างไร พลังเงียบเหล่านั้นวันนี้ ประเดี๋ยว ผมจะเล่าให้ฟัง ท่านประธานครับ ผมก็ดีใจว่าวันนี้ท่านผู้นําฝ์ายค้าน คุณอภิสิทธิ์ ท่าน ส.ว. อย่างน้อย ท่านรสนา หลายคนที่ไปเยี่ยมพันธมิตรได้ออกมาให้เหตุผลต่อสภาว่าไปหาข้อมูล ไปเพราะเยี่ยมประชาชนตามหน้าที่ของผู้แทนปวงชน ดูเหมือนว่าท่านมีน้ําใจงดงาม ผมชื่นชม แต่ผมเสียใจว่าทําไมท่านผู้นําฝ์ายค้าน ท่านรสนาและใครต่อใครหลายคนไม่ไป ถามความรู้สึกพนักงานเอ็นบีทีที่ถูกบุกรุกในเช้าวันนั้น ทําไมไม่เข้าไปดูหน่อยที่ห้อง ประทับฟัาหญิงมีรอยเท้าของนักรบสํานักไหนไม่รู้ที่บอกว่านักการเมืองเต็ม ทําไมไม่ไปดู ผมเสียใจว่าคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเปึนอดีตผู้พิพากษาได้ขึ้นมาบรรยายพร้อมภาพประกอบ เหตุการณ์ การกระทบกระทั่งกันมีเลือดมีเนื้อ บรรยายได้ดีได้ความรู้สึก แต่ทําไมท่านไม่ ไปบรรยายภาพของโชเฟอร์รถตู้ที่ถูกลากลงมากระทืบ ทําไมไม่เอามา ทําไมไม่ได้เอารูป ของกิตติ สิงหาปัด ที่ถูกโทรมป้กออกมา ทําไมไม่ไปถามความรู้สึกนึกคิดของคนอีสาน ซึ่งเมื่อคืนนี้ถูกไล่ลงรถไฟที่โคกกรวด ทําไมไม่ถามถึงความรู้สึกของตํารวจ ทําไมไม่ถาม ความรู้สึกของคนที่ไปขึ้นเครื่องบินไม่ได้ เหล่านี้ผมเสียใจท่านประธานครับว่า ผมไม่ปฏิเสธพันธมิตรว่าคือคนไทยแล้วก็ต้องยอมรับ แล้วก็ต้องฟังเสียงเขา แต่คนไทยอีก ๖๕ ล้านคน เราทิ้งเขาเอาไว้ไหนเรียกร้องจังว่าให้ลาออก ให้ยุบสภา เพราะพันธมิตร คิดอย่างนั้น เพราะพันธมิตรกดดันอย่างนี้ แล้วพลังเงียบที่อยู่ คนอีกจํานวนมากเขาคิด อย่างไร แล้ววันนี้สิ่งซึ่งผมกําลังวิตก ท่านประธานครับ เพราะเราไม่พูดถึงเขานี่แหละ วันนี้ ได้รับโทรศัพท์ ที่ขอนแก่นออกมาแล้วครับเต็มหน้าศาลากลาง แล้วก็ที่มหาสารคาม ที่อีสานหลายที่ออกมาแล้วครับ มีคนบอกกับผมว่ามีนักรบศรีวิชัยได้ ทําไมจะมีนักรบ อีสานไม่ได้น่าตกใจนะครับ แล้วท่านไม่ต้องวิตกนะครับวันนี้ว่ามันจะตัดน้ําตัดไฟ วันนี้ ที่อีสานโทรศัพท์มาปรึกษา ส.ส. บอกว่าพรุ่งนี้จะไปดันขบวนรถไฟที่ป่ดทับราง แล้วขออนุญาตปรึกษา ส.ส. ที่ว่าเขาจะเข้ามาทํางานเอง มาขับรถไฟเอง วันนี้เขากําลัง ประกาศหาอดีตโชเฟอร์รถไฟ อดีต พขร. อดีตใครทํางานประปา เขาจะเข้ามาจัดการเอง ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้เกิดเพราะอะไร เพราะเราเพิกเฉยให้ความสําคัญกับคน ส่วนหนึ่งละเลยคนส่วนมาก ท่านประธานครับ เวลาสั้นเอาอย่างไรกับเหตุการณ์ต้องดู สาเหตุ หลายคนบอกว่าเพราะรัฐบาลจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ไม่จริงหรอกครับ ก่อนจะไป แก้รัฐธรรมนูญถามว่าม็อบมีไหม แล้วบอกว่าจะไม่แก้ ถามว่าหยุดไหม ต้องลาออก ต้องยุบสภา วันนี้แม้ไม่แก้รัฐธรรมนูญใครมั่นใจว่าเขาจะหยุด ไม่จริงหรอกครับ รัฐธรรมนูญเปึนข้ออ้าง แล้วข้ออ้างเคลื่อนตัวมาเรื่อย ๆ ประการต่อมาบอกว่า เพราะรัฐบาลทุจริต เขาพระวิหารบ้างอะไรก็ว่ากันไป ถามว่าองค์กรวันนี้ในรัฐธรรมนูญ ที่ท่านหวงแหน เขาละเลยเรื่องเหล่านี้ไหมครับ กี่เรื่องที่รัฐบาลถูกลากขึ้นศาล กี่เรื่อง ที่ท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ต้องรอการชี้ชะตาจากกระบวนการยุติธรรม ทําไมท่านรอไม่ได้ รัฐธรรมนูญที่ท่านอ้างรัฐธรรมนูญที่ท่านหวงแหน บอกว่ารัฐบาลตั้งข้อหากบฏรุนแรง เกินไปเปึนการยั่วยุให้สมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ถามว่าถ้าท่านเปึนตํารวจ ท่านเปึนศาล ท่านนักกฎหมาย ท่านอดีตผู้พิพากษา ผู้ต้องหาประกาศบนเวทีเอง ไปดูเทป คุณสนธิประกาศเปึนกบฏกับรัฐบาลสมัคร ในสภานี้ก็ประกาศภูมิใจถ้าได้เปึนกบฏต่อ รัฐบาลนี้ ถามว่าท่านจะตั้งข้อหาอะไร พูดลอย ๆ หรือเปล่าครับ เช้าวันที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ในเมืองไทยมันมากกว่าการปฏิวัติ เหตุการณ์ ๑๔ ตุลา แค่ ๗ คนไปแจกใบปลิว เขาตั้งข้อหากบฏ ผมว่าไม่รุนแรงหรอกครับ แต่ท้ายที่สุดท่านต้องเชื่อศาล ศาลต้องดูแล้ว พินิจแล้วองค์ประกอบความผิดถูกต้องไหม เบื้องต้นศาลก็เห็นด้วยถึงได้อนุมัติหมายจับ แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการพิจารณามันต้องเดินอีกยาว ทําไมรับไม่ได้ บอกว่า เพราะรัฐบาลปราบปรามประชาชน ผมกราบเรียนถามว่าวันนี้หลายคนบอกว่ารัฐบาล ต้องลาออก เพราะนายกรัฐมนตรี รัฐบาลบริหารไม่ได้ ไม่จริงหรอกครับ รัฐบาลวันนี้ ยังบริหารงานได้เต็มที่ ก็เราเองไม่ใช่หรือครับบอกรัฐบาลว่าอย่าปราบปราม พวกเราเอง บอกว่ารัฐบาลอย่าเพิ่งทําอะไรละมุนละม่อม รัฐบาลก็ทําตามที่ท่านบอก แล้วก็บอกว่า รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ลองบอกสิครับ ทุกคนบอกสิ ลองไม่ละมุนละม่อม รัฐบาล ทําอย่างไร ผมเชื่อว่าทําได้ แก๊สน้ําตา ๒ ลูก เผ่นกระเจิงครับ สากลยอมรับด้วย สาเหตุจริง ๆ ท่านประธานครับ ที่กล่าวอ้างมานี้อาจจะเปึนภาพลวงตา เหตุจริง ๆ คือการไม่ยอมรับการเลือกตั้ง เหตุจริง ๆ ก็คือเราอยากได้อํานาจ เราผิดหวังจากอํานาจ จนลืมวิธีการที่จะต้องแสวงหาอํานาจ ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ วันนี้ตัวละครต่าง ๆ เชื่อมโยงถึงกันหมด ออกมาสัมภาษณ์บอกว่าจะต้องเอาคนนั้นคนนี้เปึนนายกรัฐมนตรี ป่ดบังมานาน วันนี้ออกมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนที่มาวันนี้ถามกันมาก คนมามากมาย คนเพิ่มขึ้น เกิดอะไรขึ้นทําไมรัฐบาลไม่ดู ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านคิดวิเคราะห์ให้ดีนะครับ เดี๋ยวภาพลวงตา คนที่มาวันนี้ แสนก็แสนอนุโลม ถามว่ามากไหม คนในประเทศ ๓๘ ล้านคนมีสิทธิเลือกตั้ง วิเคราะห์ ลงไปอีกสิครับ วันนี้สังคมรู้แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ยืนอยู่ข้างไหน ไม่แปลก สมาชิก ของท่านภาคใต้ถ้าจะขึ้นมาสัก ๕ แสนคนก็ไม่แปลก เพราะเสียงที่นั่นไม่รู้กี่ล้านคน แปลกที่ว่าทําไมมาน้อยจังเท่านั้นเอง ในกรุงเทพฯ ผมเคยวิจัยฐานเสียงชนิดแฟนเก่า เจ้าประจําของประชาธิปัตย์ไม่ต่ํากว่า ๒ แสนคนเปึนตายร้ายดีเลือกอยู่แล้ว มาน้อย ด้วยซ้ําไป แต่เราต้องดูฟังเขาเหมือนกันครับเพราะฉะนั้นคนที่มาร่วมกับพันธมิตรนี้ ยอมรับว่าเปึนเสียงส่วนน้อย ก็เปึนมนุษย์เราต้องฟัง แต่อย่าละเลยเสียงส่วนใหญ่ ทางออกเสนอกันมากว่าให้ลาออก ผมว่าวันนี้ท่านประธานที่เคารพ เรื่องลาออกไม่ใช่ เรื่องแปลก แม้มาชอบด้วยการเลือกตั้งก็ลาออกได้ หลายคนยกตัวอย่าง เกาหลี ยกตัวอย่างที่โน่นที่นี่ แต่การจะลาออกท่านนายกรัฐมนตรีต้องดูประชาชนทุกคนนะ อย่าดู เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง ถามคนที่เขาไม่ได้ออกมาเดินขบวนว่าเขาจะให้ลาออกไหม คนไทยมีสิทธิทุกคนต้องฟังทุกคน ถ้าเสียงส่วนใหญ่ในประเทศบอกว่านายกรัฐมนตรี ไม่ควรอยู่จริง ๆ สมควรลาออก แต่วันนี้มิใช่หรอกครับ ยุบสภา วันนี้ไม่ใช่ทางออก เพราะยุบแล้วพรรคบางพรรคไม่เคยลงเลือกตั้ง เลือกตั้งแล้วก็ไม่ยอมรับกันอีก ๗ เดือนนี้ ประวัติศาสตร์ยังไม่นานก็เลือกตั้งหยก ๆ ก็ไม่ยอมรับ เลือกตั้งเที่ยวนี้ใครจะยอมรับ เพราะฉะนั้นทางสุดท้ายท่านประธานครับ ผมจะจบแล้วครับ คือต้องยืนยันรักษาระบบ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรักษาระบบบ้านเมืองไว้ให้ได้ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการต้องอยู่ ถ้านุ่มนวลที่สุดผมสนับสนุนเจรจากันครับ ต่อรองโอนอ่อนเหมือนท่านทําวันนี้ แต่ถ้า จําเปึนเมื่อคนส่วนใหญ่เดือดร้อนใช้วิธีการที่สากลยอมรับ ผมไม่ปฏิเสธ ท่านนายกรัฐมนตรีทําเลย แต่ต้องเปึนวิธีการที่สากลเขายอมรับ โลกเขารับได้ ประชาคมโลกรับได้เมื่อทําแล้วไม่จบเอาอย่างนี้ไหมครับ ฟังเสียงทุกคน ทําประชามติ จะให้รัฐบาลอยู่หรือไป กฎหมายประชามติกําลังจะผ่านแล้ว ถามประชามติคนทั่วประเทศ ถามวันเดียวจะให้ออกหรือไม่ออก ถ้าประชาชนบอกว่าออก ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เราก็ไป ถ้าบอกให้อยู่ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่สิครับ บ้านนี้เมืองนี้อ้างระบอบประชาธิปไตย แน่นอน ต้องฟังเสียงส่วนน้อยด้วย แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่พูดแล้วเราไม่รับฟัง ต่อให้ ๑๐ ป้ ๑๐ ชาติ ยุบสภาอีก ๑๐๐ หน ประเทศไทยวุ่นไม่จบ เพราะเหตุวันนี้คืออยากได้อํานาจ จนไม่ยอมรับการเลือกตั้ง นี่คือที่มาของปัญหาทั้งหมด ผมขออนุญาตท่านประธานด้วย เวลาจํากัดครับ ขอให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี แล้ววันนี้อย่าลืมนะครับลาออก ลาออก ได้ รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหรือมาจาการเลือกตั้ง แต่ต้องมีความชอบธรรม ต้องมี ธรรมาภิบาล พูดกันมาก แน่นอน ใครจะตัดสินว่ามีธรรมาภิบาลหรือไม่ พันธมิตรก็บอกว่า ไม่มีธรรมาภิบาลคนในบ้านในเมืองเขาบอกมี ฟังใครครับ ในที่สุดก็ต้องกลับไปสู่การทํา ประชามติหรือไม่ก็เลือกตั้ง หนีเสียงส่วนใหญ่มิได้ เพราะฉะนั้นสังคมยุ่งเหยิงแน่ ถ้าเรา สร้างวัฒนธรรมให้ใครมากดดันแล้วรัฐบาลต้องยอมตามทุกอย่าง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
หมดเวลาแล้วครับ เชิญคุณเจตน์ ศิรธนานนท์ ครับ
(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เสียเวลาตอบโต้เรื่องหลัก ที่ท่านพูด ท่านคงเตรียมมาอย่างนั้น แล้วก็ไม่ได้ฟังสิ่งที่ผมพูด เพราะว่าผมได้ยืนยัน ชัดเจนวันนี้ว่าผมเคารพเสียงส่วนใหญ่ ไม่ปรารถนาจะได้อํานาจ ยกเว้นจะกลับไปเลือกตั้ง แต่ว่าที่ต้องลุกขึ้นมาใช้สิทธิพาดพิง เพราะท่านบอกว่าแล้วผมไปเยี่ยมเฉพาะพันธมิตร ไม่สนใจตํารวจ ไม่สนใจพนักงานเอ็นบีที ไม่สนใจคุณกิตติ ไม่สนใจคนขึ้นรถไฟ เครื่องบิน อะไรต่าง ๆ ไม่ได้ กราบเรียนท่านประธานนะครับ วันที่ผมไปเยี่ยม ผมสอบถามทุกข์สุขของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ด้วย พูดคุยด้วยครับ ผมไม่ได้เจาะจงข้างใดข้างหนึ่ง แล้วแม้ว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรง จากเจ้าหน้าที่บางท่าน ส.ส. ในคณะผมที่ไปต่อว่าตํารวจในภาพรวม ผมก็หันกลับไป ตําหนิ บอกอย่าไปว่าคนซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมให้ความเปึนธรรมทุกคนครับ พนักงานเอ็นบีที กราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมก็ได้ดูเหตุการณ์ บังเอิญเห็นว่าเปึนเรื่องของ ความเสียหายทางด้านทรัพย์สิน คนที่ก่อเหตุ บัดนี้ถูกจับกุมไม่ได้รับการประกันตัวเปึนไป ตามกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น แล้วผมก็เห็นใจพนักงานเอ็นบีที เพราะว่าเอ็นบีที ใครล่ะครับไปทําให้เขากลายเปึนสัญลักษณ์ที่ทําให้คนกลุ่มหนึ่งเกลียดชัง กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ผมก็โดนด้วยตัวเองหลายครั้ง แต่ว่าผมก็มีความอดทน อดกลั้น ไม่ว่ากัน แล้วก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่นั่นก็ยังตั้งใจทํางาน แต่ก็ย้อนกลับเข้าสู่ระบบ ซึ่งถูกกดดันว่าเปึนนโยบายที่จะต้องเสนอข่าวอย่างไร กรณีคุณกิตติเองก็เปึนกรณีซึ่งผมก็ สนใจนะครับ เพราะโดยส่วนตัวรู้จักกัน ตอนแรกผมก็ตกใจเหมือนกัน เพราะว่าเอ็นบีที ไปประกาศว่าเขาหัวแตก เลือดออก จนผมตรวจสอบว่าไม่ใช่ แล้วเจ้าตัวเขาก็อธิบาย หมดเลยว่าเกิดความเข้าใจผิดชุลมุนกัน ผมก็เลยไม่ได้มีความรู้สึกว่าเปึนเรื่องที่มี ความรุนแรงมาก แต่ว่าก็เชื่อครับว่าเราก็เสียใจ แล้วก็ตรงกับที่ผมพูดว่าเหตุการณ์อย่างนี้ มันควบคุมยาก จึงได้เสนอแนะที่จะแก้ด้วยพื้นฐาน วันนี้ผมไม่ได้เล่นประเด็นการเมือง อะไรแล้ว ถ้าท่านยังอยากลากให้เปึนความขัดแย้งอยู่เปึนเรื่องของท่านครับ ผมแสดง จุดยืนของผมแล้ว
ขอบคุณครับ เชิญคุณเจตน์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในนามของสมาชิกรัฐสภา ผมก็ไม่ทราบว่าที่จะพูดในตอนนี้จะมีประโยชน์มากน้อย แค่ไหน เพราะว่าท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ป่ดประตูเสียแล้ว ก็บอกว่า ถ้าหากว่าไปยอมพันธมิตรก็เท่ากับระบบประชาธิปไตยเสียหาย ซึ่งตรงนี้ผมก็วิงวอน ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ตรงนี้ช่วยคิดใหม่หน่อยได้ไหมครับ เพราะว่า ตรงนี้มันจะเปึนที่ตัดสินว่า ณ จุดนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ในอนาคตจะเปึนวีรบุรุษหรือว่า จะถูกสาปแช่งต่อไป เพราะว่าจะเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ว่าจะเปึนอย่างไร จะทําให้ ประชาธิปไตยเราดีขึ้น หรือว่าจะถอยหลังก้าวใหญ่ ตรงนั้นเปึนเรื่องที่จะต้องตามดูต่อไป ผมอยากจะเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับว่าเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ ที่ผ่านมา ก็มีสมาชิก วุฒิสภาจํานวนหนึ่งไปเยี่ยมพันธมิตรที่ทําเนียบรัฐบาล ตัวผมเองก็เปึนหนึ่งในจํานวนนั้น แต่ว่าสาเหตุก็เพราะว่าผมเปึนแพทย์ แล้วก็เห็นว่าตรงนี้ข้อมูลจากวุฒิสภาเราในการ ประชุมตอนเช้าสับสน มีทั้งข้อมูลที่บ่งบอกว่าประชาชนถูกทําร้ายร่างกายจากตํารวจ แล้วก็บางข้อมูลก็บอกว่าไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นก็เปึนสิ่งที่เราคิดว่ามีความจําเปึนที่จะต้อง ไปดู แต่ว่าเหนือกว่านั้นก็เปึนข้อมูลที่เราได้รับมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกให้เลือกข้าง บอกว่าสื่อมวลชนจะต้องเลือกข้าง ว่าจะต้องเลือกข้างพันธมิตรหรือเลือกข้างรัฐบาล การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนคงเลือกข้างไม่ได้ คงจะต้องปฏิบัติงานตามความจริง แล้วก็ให้ข้อมูลที่แท้จริงต่อประชาชน ทีนี้สื่อมวลชนยังไม่เท่าไรนะครับท่าน ข้อมูลที่ผม ได้รับในช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ ๒๙ นั้น ก็คือว่าผู้ปฏิบัติงาน แพทย์ และพยาบาล ที่ไปให้บริการที่ทําเนียบบอกว่ามีคําสั่งของเจ้าหน้าที่ว่าให้เลือกข้างเช่นเดียวกัน แพทย์ พยาบาลเลือกข้างไม่ได้ครับ เพราะว่าในกาชาดสากลแล้ว แม้กระทั่งในภาวะสงคราม เราก็ต้องไปปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเปึนที่ใดก็ตาม ซึ่งตรงนั้นเปึนเรื่องที่ทุกท่านทราบกันดีนะครับ ปัญหาวิกฤติในคราวนี้ก็มีปัญหาว่ามาจาก การแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่าวิกฤติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่รากเหง้าของปมปัญหามาจากการแก้มาตรา ๓๐๙ ซึ่งเปึนที่เข้าใจกันดีของทุกคนว่าในมาตรา ๓๐๙ นั้นมันก็เกี่ยวพันกับการยกเลิกคําสั่งของ คตส. ยกเลิกที่มาที่ไปของ คตส. ซึ่งตรงนั้นผมว่าถ้าเราวิเคราะห์กันและดูให้ดีแล้วนะครับ ถ้าหากว่าแนวโน้มในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถทําให้ชัดเจนแล้วผมคิดว่าปัญหานี้ น่าจะยังไม่ได้รับการสะสางในที่สุด ซึ่งตรงนี้มันไม่ใช่ว่าเปึนปัญหาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในภาพรวมหรือว่าในข้ออื่น ๆ ของรัฐธรรมนูญนะครับ ตรงนี้อย่างที่ผมกล่าวมาแล้วว่า ก็คือในกรณีที่มาถึงวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะต้องเลือกเอาว่าจะเดินทางไหน เมื่อมาเจอทางสองแพ่ง ทางแพ่งหนึ่งก็คือการที่จะใช้ความรุนแรงแล้วก็เริ่มมีสิ่งที่มี ลักษณะที่เตือนพวกเราทุกคนในขณะนี้ที่ไม่สบายใจก็คือว่ามีการจัดตั้งกลุ่มประชาชน ที่เปึนฝ์ายตรงข้ามกับกลุ่มพันธมิตร ซึ่งตรงนั้นมันมีแนวโน้มว่าถ้าหากว่ากรณีนี้เกิดขึ้น ก็จะนํามาสู่การปะทะ การปะทะกันระหว่างประชาชน ๒ กลุ่ม ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยกับ รัฐบาลและไม่เห็นด้วย มันจะนํามาซึ่งภาวะกลียุค แล้วก็จะเปึนวิกฤติที่ร้ายแรง ของประเทศชาติ เรามีตัวอย่างมาแล้วนะครับ ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และก็พฤษภาทมิฬในป้ ๒๕๓๕ ซึ่งอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ว่าท่านไปทบทวนดูในประวัติศาสตร์นะครับ ท่านคงไม่อยากจะให้เปึน อย่างนั้นนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเกิดวิกฤติอย่างนั้นแล้วผลที่ตามมาก็จะส่งผลให้ ท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะมีปัญหาว่าอาจจะต้องไม่มีที่อยู่เหมือนกับในอดีตที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะว่าในส่วนตัวของผมเอง ผมก็มีความนิยมนับถือ ท่านนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ในอดีตอยู่แล้วว่าในฐานะที่ผู้มีวัยวุฒิและเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรอบรู้ทุกอย่างก็อยากให้อนาคตของท่านในบั้นปลายมีในสิ่งที่ดี ๆ เหมือนกับ ทุกวันที่เปึนอยู่นะครับ อันนี้ทางแพ่งถ้าหากว่าท่านไม่เลือกทางนี้แล้วไปอีกทางหนึ่ง ก็คือ ในกรณีที่ว่าเลือกวิถีทางประชาธิปไตย วันนี้เรามีความรู้สึกว่าระบบประชาธิปไตยเราถึง ทางตัน แต่ว่าในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้วไม่มีทางตัน มีทางแก้ด้วยระบอบของ มันเองอยู่ ๓ ส่วน ก็คือการปรับ ครม. ซึ่งคงไม่ต้องพูดในที่นี้ เพราะว่าการปรับ ครม. ในขณะนี้มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นทางแก้ตามวิถีทางของประชาธิปไตย มันก็มีอีก ๒ ทางก็คือการลาออกหรือการยุบสภา เหมือนกับผู้ที่เขาอภิปรายไปก่อน ๆ ผมหลายท่านแล้ว ทีนี้ปัญหาก็มีว่าการลาออกจะแก้ไขวิกฤติคราวนี้ได้หรือไม่ผมไม่แน่ใจ เพราะว่าการลาออกก็คือยังไม่ได้เปลี่ยนขั้ว ในสิ่งที่ประชาชนหรือสิ่งที่สื่อมวลชนเข้าใจ ก็คือว่า ขออภัยท่านนายกรัฐมนตรีกับรัฐบาลชุดนี้เปึนนอมินีนะครับของรัฐบาลชุดที่แล้ว ของ ฯพณฯ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้เปึนความข้องใจของสื่อและประชาชน ดังที่ทุกท่านทราบดี เพราะฉะนั้นการลาออกก็ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ว่าสิ่งที่ จะเปึนทางออกสุดท้ายก็คือการยุบสภา ทีนี้การยุบสภาคือการคืนอํานาจให้กับประชาชน นะครับ เมื่อวิกฤติถึงที่สุดแล้วการคืนอํานาจให้กับประชาชนก็คงจะเปึนคําตอบสุดท้าย เพราะว่าเชื่อว่าจะย้อนทุกสิ่งทุกอย่างกลับไปสู่สมดุลและสู่จุดที่ทุกภาคส่วนมีความ พึงพอใจ ตรงนี้คิดว่าก็เปึนทางหนึ่งที่จะเสนอแนะเหมือนกับหลาย ๆ ท่านที่อภิปราย ไปแล้ว แต่ว่าก่อนที่จะถึงตรงนั้นผมว่าท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะมีเวลาที่จะเจรจาพูดคุยกับ พันธมิตรเพราะว่าในขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมีความรู้สึกว่าการพูดคุยกับพันธมิตร เปึนการเสื่อมเสียระบบ ไม่มีความจําเปึนแล้วก็ไม่สมควรที่จะไปพูดคุย ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านช่วยทบทวนใหม่นะครับ เพราะว่า ท่านเปึนผู้ใหญ่ การน้อมตัวลงไปคุยกับผู้น้อยผมคิดว่าวิธีนั้นอาจจะ ผมใช้คําว่า อาจจะ อาจจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ แล้วก็อาจจะสลายปัญหาที่เกิดขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างได้ แล้วก็ จะสร้างความพึงพอใจให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในขณะนี้เพราะผม มีความเชื่อว่าทุกท่านก็คงไม่อยากจะไปเลือกตั้ง แต่ถ้าหากว่าสามารถพูดคุยกันได้ นั่นก็คือทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ก่อนที่ท่านจะไปถึงทางแยกว่าจะต้องแยกข้างซ้าย หรือข้างขวา แล้วก็ก่อนที่ท่านจะไปถึงภาวะที่จะตัดสินใจว่าท่านจะเปึนวีรบุรุษหรือท่าน จะถูกประณามในที่สุด ตรงนี้ก็อยากจะเรียนฝากท่านเอาไว้นะครับด้วยความเคารพ เพราะว่าในส่วนนี้มันเปึนปัญหาที่เราทุกคนไม่สบายใจนะครับ ผมก็อยากจะกราบเรียน ท่านไว้ในที่นี้ เพราะว่าก็คงจะเหมือน ๆ กัน เพียงแต่ว่าผมไม่ทราบว่าตรงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ประโยชน์จากการอภิปรายวันนี้ไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่ก็อยากจะฝากไว้สักนิดหนึ่งว่า ในกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับฟังมาตั้งแต่ช่วง ๐๙.๓๐ นาฬิกา ตั้งแต่เช้านี่นะครับมาจนถึงในขณะนี้ ซึ่งผมคิดว่าไม่มากก็น้อยและ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึนผู้ที่ผมนับถืออยู่อย่างหนึ่งว่าท่านมีความเปึนประชาธิปไตย เต็มตัวแล้วก็ยอมรับฟังโดยที่แทบจะไม่ต้องลุกไปไหนเลย ซึ่งตรงนั้นก็เปึนสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นก็เปึนสิ่งที่บอกได้อย่างหนึ่งว่าท่านมีจิตใจและวิญญาณที่เปึนนักประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านรับฟังข้อมูลจากมวลสมาชิก รับฟังคําแนะนําจากสมาชิก ทุกท่านที่เสนอแนะในวันนี้แล้วกลับไปไตร่ตรอง ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ต่อท่านไม่มาก ก็น้อย และนอกจากเปึนประโยชน์ต่อท่านแล้วผมเชื่อว่าประโยชน์นี้จะเกิดขึ้น แก่ประเทศชาติ และก็บรรลุวัตถุประสงค์ที่ทุกฝ์ายต้องการในที่สุดครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
ท่านประธาน ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมเปึนผู้อภิปรายคนสุดท้ายของฝ์ายค้านในการ อภิปรายในคืนนี้ซึ่งเปึนการอภิปรายโดยการขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ โดยการขอเป่ดอภิปรายในครั้งนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ต้องยอมรับครับท่านประธานว่า ก่อนที่จะมีการ เป่ดรัฐสภาในวันนี้นั้น วิกฤตการณ์ สถานการณ์ของบ้านเมืองมีความน่าเปึนห่วง มีความขัดแย้ง มีความรุนแรงเกิดขึ้น จนหลายฝ์ายที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขวิกฤตการณ์ นั้นดูเหมือนว่าจะสิ้นหนทางในการที่จะฉุดรั้งสถานการณ์ให้กลับสู่สภาพปกติได้ ในที่สุด หลายฝ์ายก็พยายามเสนอให้รัฐสภาเปึนส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ด้วยการเป่ดรัฐสภาและรับฟังความคิดเห็น แม้ว่าในใจหนึ่งของเราในวันที่มีการเสนอ ให้เป่ดรัฐสภา ยังรู้สึกกริ่งเกรงอยู่บ้างก็ตามว่า ถ้าหากว่าการเป่ดรัฐสภาไปแล้วมีการ อภิปรายของสมาชิก แต่ว่ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีไม่มีท่าทีที่จะยอมรับฟังหรือ ยอมรับความคิดเห็น การอภิปรายก็คงจะไม่มีประโยชน์หรือไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง แต่อีกใจหนึ่งเราเองก็เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาที่หวังที่จะสร้างให้ประชาชนได้เห็นว่าผู้แทน ปวงชนชาวไทยที่ผ่านการเลือกตั้งมาก็น่าที่จะมีบทบาทในการช่วยกันคลี่คลาย สถานการณ์ของบ้านเมือง ความจริงในวันที่มีการเสนอญัตตินั้น ต้องยอมรับว่าหลายฝ์ายก็สร้างความคาดหวังไว้ เช่นนั้นกับพี่น้องประชาชน พรรคร่วมรัฐบาล ๖ พรรคที่ไปประชุมกัน มีการแถลงข่าว ถ่ายทอดสดผ่านรายการโทรทัศน์ มีคําพูดที่สวยหรูไปถึงพี่น้องประชาชนว่า เวทีของ รัฐสภาจะสามารถคลี่คลายวิกฤตของชาติบ้านเมืองได้ ฝ์ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ เราสนับสนุนการเป่ดรัฐสภาให้มีการอภิปรายเพื่อการรับฟังความคิดเห็นโดยฝ์ายบริหาร แต่สิ่งหนึ่งที่เราพูดมาโดยตลอดก็คือว่า การอภิปรายจะมีประสิทธิภาพ การอภิปราย จะมีผลและนําไปสู่การคลี่คลายวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองนั้นจะต้องมีองค์ประกอบ ที่สําคัญ อย่างน้อย ๒ อย่างด้วยกัน
ประการที่ ๑ คือท่าทีที่น้อมรับฟังอย่างแท้จริงของนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรี การน้อมรับฟังอย่างแท้จริงนั้นคงไม่ใช่เพียงรูปแบบของการมานั่งฟัง ตลอดเวลา แต่เปึนการรับฟังด้วยใจ ด้วยเนื้อหา ด้วยการยอมรับ ด้วยการปรับเปลี่ยน ความคิด ด้วยการนําไปไตร่ตรอง ด้วยความสุขุมรอบคอบและตัดสินใจ เพื่อที่จะนําข้อมูล อันเปึนประโยชน์เหล่านั้นไปคลี่คลายปัญหาของบ้านเมือง
องค์ประกอบประการที่ ๒ ก็คือการเสนอความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ ว่าเปึนการเสนอความคิดเห็นโดยความตั้งใจจริงที่ต้องการจะสะท้อนปัญหา และทางออกของบ้านเมืองหรือวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองให้รัฐบาลไปรับฟังอย่างรอบด้าน มากน้อยเพียงใด หรือเปึนเพียงการหยิบฉวย ใช้เวทีของรัฐสภาในการที่จะไปกล่าวหา บุคคลอื่นซึ่งเปึนท่าทีเริ่มต้นที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง ถ้ามีความพยายามที่จะคลี่คลาย ความขัดแย้งในบ้านเมือง ท่านประธานจะเห็นว่า องค์ประกอบ ๒ ตัวนี้ วันนี้เวลากว่า ๑๐ ชั่วโมงได้พิสูจน์แล้วว่าญัตติขอเป่ดอภิปรายที่รัฐบาลขอมานั้นดูเหมือนว่าจะล้มเหลว โดยสิ้นเชิง เปึนความล้มเหลวที่นอกเหนือจากประชาชนเองซึ่งมีความคาดหวัง เพราะหลายฝ์ายไปสร้างความคาดหวังไว้นั้น จะมีความรู้สึกว่า เขาแทบจะไม่ได้อะไร จากการประชุมวันนี้ หรือแทบไม่มีความหวังเลยแล้วก็ตาม แต่การประชุมรัฐสภาในวันนี้ จะน้อยจะมากยังมีการเติมบรรยากาศของความหวาดระแวง บรรยากาศของการยั่วยุ บรรยากาศของการสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเพิ่มเติมอีกด้วย แม้ว่า หลายท่านในสภานี้ตั้งใจดี พยายามจะเสนอความคิด ความเห็นที่เปึนประโยชน์ต่อสภา แห่งนี้ในทุกรูปแบบ คําพูดคําจา ข้อเท็จจริง บางเรื่องก็ฟังยาก ฟังแล้วก็ทําใจลําบาก เพราะตรงจี้ใจดําเหลือเกิน แต่ที่ผมบอกว่ามันแทบไม่ให้ความหวังกับใครก็เพราะว่า ความคิด ความเห็นที่เปึนประโยชน์เหล่านั้นถูกท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธ ผมขอใช้คําว่า โดยสิ้นเชิง ท่านตอบโต้ ท่านตอบทุกประเด็น ความจริงวันนี้หลายคนก็กังวลตั้งแต่เช้า เพราะก่อนเป่ดรัฐสภาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ในรายการของท่านนายกรัฐมนตรีที่ออกอากาศ ผ่านสถานี โทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ดูเหมือนท่านให้คําตอบกับคําถามที่ยังไม่เกิดขึ้นในสภา ครบทุกอย่างแล้ว ก่อนหน้านั้นท่าทีของท่านก็เปึนเช่นนั้น แต่จะทําอย่างไรครับ สมาชิก รัฐสภาเรามีกรอบ มีบทบาทในการทํางานที่ชัดเจนเปึนอย่างยิ่ง เราก็ต้องทําไปตามกรอบ ตามบทบาทเหล่านั้น ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อเช้า ผมเรียกได้ว่าเปึนการป่ดประตู ความเห็นของรัฐสภาโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังมีความหวังว่าอย่างน้อยท่านก็เปึนสมาชิกรัฐสภา คนหนึ่งที่จะเข้ามารับฟัง ก็อาจจะพอฟังไปไตร่ตรองบ้าง ท่านประธานอยู่กับพวกเรา ตลอด ๑๐ ชั่วโมง คงเห็นครับว่า บัดนี้มันล้มเหลวไปโดยสิ้นเชิง จะด้วยความทะนงถือตน ถือดี ทิฐิหรือไม่ยอมรับอย่างไรก็ตาม วันนี้ข้อสรุปเห็นเปึนเช่นนั้นแล้ว ถ้าใครได้อ่านข่าว เอสเอ็มเอส (SMS) ก็ดี อ่านข่าวที่ออกทางสื่อต่าง ๆ ก่อนหน้าที่จะป่ดการประชุมวันนี้ คงจะเห็นครับว่า ถ้อยคําสื่อมวลชนที่วิจารณ์สภานั้นรุนแรงกว่าที่ผมพูดอีกเปึนหลายเท่า แต่เรื่องนี้จะเปึนการทําลายความหวังดี ความคาดหวังของคนไทยอีกหลายล้านคน ทั้งประเทศ ทั้ง ๆ ที่พวกเราสมาชิกที่มีความหวังดีกับบ้านเมืองพยายามเสนอทางออก ที่ดีที่สุดแล้ว ความจริงญัตตินี้จะมีประโยชน์และก็ง่ายดายอย่างยิ่งครับถ้าหากว่าทําความเข้าใจ อย่างชัดเจนว่าใครกันแน่ที่เปึนคู่ขัดแย้งในวิกฤตการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ไม่ใช่สมาชิก รัฐสภาที่ต้องชี้หน้ากล่าวหากันหรอกครับ แต่เปึนเรื่องการเมืองภาคประชาชนภายนอก ที่เขาเรียกว่ากลุ่มพันธมิตร และรัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี ข้อเรียกร้อง ทุกอย่างของเขาก็เปึนข้อเรียกร้องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่พอจะปฏิบัติกันได้ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องรับปากกันว่าไม่ต้องแก้ไข เหล่านี้เปึนต้น ถ้าเกิด เราชัดเจนเรื่องของคู่ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ข้อคิดความเห็นของวันนี้หลายประการ ท่านนายกรัฐมนตรีหยิบจับกลับไปทบทวนได้โดยไม่จําเปึนต้องลุกขึ้นมาเสนอ ตัดข้อเสนอ ปฏิเสธ ตัดรอนตั้งแต่ต้น แต่ท่านก็เลือกที่จะทําเช่นนั้น องค์ประกอบแรก ของการน้อมตั้งใจรับฟังก็จบไปโดยสิ้นเชิงครับ ผมถึงลุกขึ้นถามตั้งแต่ต้นว่าตกลงที่ยื่น ญัตตินี้ท่านตั้งใจจริง ๆ ที่จะมารับฟังหรือเปึนเพียงอาศัยรัฐสภาเปึนเครื่องมือ ทางการเมืองที่จะนําไปอธิบายเหตุการณ์กับภายนอกว่าท่านฟังแล้ว ไม่ได้รับคําตอบครับ บัดนี้ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะมืดมนกว่าเดิม ในเวลาที่รัฐมนตรียังยิ้มแย้มได้ภายใต้ ความวิกฤต ความเกลียดชังที่ ร้าวลึกในประชาชนภายในประเทศ ผมเชื่อว่าความทุกข์ใจ ของคนในทุกส่วนของประเทศยังคงดํารงอยู่หลังจากวันนี้เปึนต้นไป ที่น่าเสียดายก็คือ องค์ประกอบที่ ๒ การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาบางฝ์ายกลับใช้กรอบความคิด ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านชี้นํามาตลอดเวลาว่าต้องเลือกข้างมาอภิปราย ลุกขึ้นชี้หน้า กล่าวหาคนอื่น แม้แต่กระทั่งฝ์ายค้าน วันนี้ทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ที่ลุกขึ้นพูด และสมาชิกจากซีก ส.ว. อีกหลายท่านนําเสนอนั้นเปึนความคิดที่ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ และมีเหตุมีผล แต่สิ่งที่เราได้รับจากการอภิปรายของพวกท่านคือการกล่าวหา ฝ์ายค้าน อดอยาก อดทนรอไม่ได้ต้องไปพึ่งแก๊งข้างถนนนี่เปึนคํากล่าวที่สะท้อนทัศนคติที่แบ่งขั้ว แบ่งค่ายอย่างชัดเจน มีการพูดว่าเอาใจพันธมิตรไม่คิดถึงคนอื่นบ้าง แม้กระทั่ง มีความพยายามปลุกระดมยกเรื่องของภาคขึ้นมาพูดจากันในรัฐสภาแห่งนี้โดยไม่ได้คิดว่า คนที่เขาไปชุมนุมทั้ง ๒ ฝ์ายก็มีคนไปจากทุกภาค หน้าที่ปวงชนชาวไทยไม่ใช่ ส.ส. จังหวัด หรือเขตเท่านั้นครับ แต่ต้องรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ต่อคนไทยทั้งประเทศ ท่านปฏิญาณ ตนต่อหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์ในรัฐสภาแห่งนี้ ผมไม่คิดเลยครับว่าที่สุดแล้วเราใช้เวที ที่เราปฏิญาณตนมาปลุกระดมให้มีความเกลียดชังกันในบ้านเมือง ผมคิดว่าถ้าเราน้อมใจ รับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ ข้อกล่าวหาที่เปึนเท็จ ข้อกล่าวหาที่สร้างความเกลียดชัง ในบ้านเมืองก็คงไม่เกิดขึ้นครับ แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่น่ากลัวก็คือว่าท่าทีที่ยังคง แข็งกร้าวของท่านนายกรัฐมนตรี ท่าทีที่คงยังมีการท้าทายของท่านนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่กระทั่งการไม่ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นใดของท่านรองนายกรัฐมนตรี รั ฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รับผิดชอบตํารวจ และเปึนเหตุให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และเปึน ส่วนสําคัญของชนวนที่ทําให้การประท้วงลุกลามบานปลาย ที่ท่านใช้คําในญัตติว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ท่านไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรือครับ ท่านยิ้มได้ตลอดเวลา ที่เราพูดถึงปัญหาวิกฤตการณ์ในบ้านเมืองนี้ ท่านประธานครับ มาจนถึงวันนี้ผมเชื่อว่า จบการประชุมรัฐสภาไปแล้ว บรรยากาศความหวาดระแวงยังคงเกิดขึ้นต่อไปครับ ข่าวที่เกิดขึ้นวันนี้ตลอดทั้งวันก็คือการระดมกําลังตํารวจจากหลายจังหวัดในเกือบจะ ทั่วทุกภาคของประเทศไทยเข้ามายังกรุงเทพมหานคร สมาชิกจากซีกรัฐบาลเองเปึนคน เป่ดเผยข้อเท็จจริงในที่ประชุมวันนี้ว่าตํารวจตระเวนชายแดนที่จังหวัดเขาก็ถูกระดม มาที่นี่ คํายืนยันของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะไม่สร้างความรุนแรง แต่กลับเกิดความรุนแรง ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์และที่ บช.น. ในคืนสองคืนที่ผ่านมานั้น จะเปึนเรื่องที่ยากจะ สร้างความมั่นใจให้คนทั้งประเทศเชื่อได้ว่าสิ่งที่ท่านพูดกับท่านทําเปึนเรื่องเดียวกันหรือไม่ ผมเปึนห่วงครับ วันนี้เวทีรัฐสภาเป่ดไปแล้ว สมาชิกแสดงความเห็นไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รับฟังไปแล้ว การประชุมรัฐสภาจบ บ้านเมืองเราจะเกิดอะไรขึ้น ในคืนนี้ ในวันพรุ่งนี้และวันต่อไป ความหวาดระแวงที่เกิดขึ้น ความพยายามใช้ความ แข็งกร้าวและมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงยังดํารงอยู่ ที่น่าเสียใจที่สุดของวันนี้ก็คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีคํารับผิดชอบแสดงความเสียใจแม้แต่น้อย จากนายกรัฐมนตรีหรือคนที่รับผิดชอบร่วมคณะรัฐบาล แม้แต่กระทั่งคนจากซีกรัฐบาล ด้วยกัน ผมกังวลครับว่าพวกท่านทั้งหลายปฏิเสธความหวังดีของพวกเราสมาชิกรัฐสภา แต่ท่านกําลังสร้างบรรยากาศแห่งความน่าสะพรึงกลัวให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะผ่านยุคประวัติศาสตร์เลือดเมื่อเดือนตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ มาแล้ว และท่านมีตําแหน่งแห่งที่ในเวลานั้น แต่วันนี้ วันที่ท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรี ความกริ่งเกรงของผมและเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนก็คือว่าสัญญาณวันนี้มันชี้ให้เห็น ชัดว่า ท่านกําลังจะสร้างประวัติศาสตร์ที่ซ้ํารอยเหตุการณ์ในเวลานั้นขึ้นมาอีก เมื่อถึง เวลานั้นครับยากครับที่เราจะฉุดรั้งสถานการณ์ทุกอย่างให้กลับมาปกติได้ สิ่งที่ท่านทํา วันนี้อาจยืนยันความคิดของท่าน แต่บาดแผลที่ร้าวลึกในสังคมนี้ หน้าประวัติศาสตร์เลือด นี้จะต้องจดจําจารึกไปตลอดกาลและท่านต้องรับผิดชอบ น่าเสียดายครับ ฝ์ายบริหาร เราไม่รับผิดชอบ ไม่รับฟัง ในเวลาที่ฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งทําได้เพียงเสนอแนะ พยายามทํา อย่างดีที่สุดแล้ว หลังจากนี้ไปครับ ผมเปึนห่วงครับ ความคิดความเชื่อในทางศาสนาพุทธ ก็คือว่า ใครทํากรรมเช่นใด ก็ต้องรับกรรมเช่นนั้น แต่วันนี้น่าเสียดายครับที่ประเทศของเรา มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่กําลังจะสร้างกรรมนี้กับคนทั้งประเทศ ท่านอาจจะ ต้องรับกรรมในเวลาอันไม่นานนี้ แต่กรรมเช่นนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งประเทศ ผมเสียใจครับท่านประธานที่ญัตติในวันนี้จบลงด้วยการที่คนไทยจะเกิดคําถามว่าเราได้ อะไรจากญัตติวันนี้ เราได้อะไรจากรัฐสภา และเราได้อะไรจากนายกรัฐมนตรี ผมขอใช้ โอกาสนี้แสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับว่าเราได้พยายามทํา อย่างดีที่สุดแล้ว ในการใช้เวทีนี้เพื่อสะท้อนความคิดความเห็นไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล แต่ต้องขอฟัองคนไทยทั้งประเทศว่าท่านปฏิเสธความหวังดีเหล่านั้นและยัง ยืนยันแนวคิดท่าทีของท่าน แต่ขณะเดียวกันเราก็ยืนยันครับในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราก็ยังคงจะต้องติดตามดูแลสถานการณ์และถ้าเกิดความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นครับ วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องเรียกร้องให้เลือกข้างหรอกครับ เพราะพวกเราจะยินดี ยืนเคียงข้างกับประชาชน แม้ว่าจะต้องต่อสู้กับอํานาจรัฐภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายก็ตาม ขอบพระคุณครับ
คุณสมชาย แสวงการ เชิญ ๑๐ นาที
ขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็นั่งรอใจจดใจจ่อนะครับตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งมาด้วยความคาดหวัง ว่าญัตติที่ท่านเสนอในการแสวงหาแนวทางหรือหนทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านนี้ เมืองนี้โดยสันติวิธีจะได้รับคําตอบรับจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เดี๋ยวสักครู่ท่านคงตอบ ถ้าท่านไม่ตอบ ท่านคงปฏิบัติให้เราเห็นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามในความคาดหวังผมใคร่ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าวันนี้สถานการณ์ลุกลาม บานปลาย อันอาจจะสุดแก้ไข สมาชิกหลายท่านได้กล่าวถึง ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม พฤษภาทมิฬ เราเห็นชัดเจนแล้วครับเราอาจเกิดสงครามกลางเมือง พูดชัดเจนได้เลยครับ เราอาจเกิดการปฏิวัติซ้ําสอง เราอาจใช้เวทีสภานี้ได้อีกครั้งเดียวในวันนี้หรือไม่อยู่ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีตัดสินใจ มีทางเลือกหลายทาง แต่ดูเหมือนว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะป่ดไป ตั้งแต่ต้น มีคนเสนอให้ท่านตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรี ให้ท่านลาออก ให้ท่านยุบสภา แม้กระทั่งผู้นําฝ์ายค้านท่านเองก็บอกว่ายอมเจ็บด้วยกัน ซึ่งเหล่านี้ประชาชนก็จับตามอง อยู่ว่าอาจจะเปึนหนทางการลดเงื่อนไขของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ท่านเรียกว่ากลุ่มแก๊งข้างถนน ซึ่งความจริงแล้ว แท้จริงแล้วเขาก็คือการเมืองภาคประชาชนอันหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ ผมไม่แปลกใจเลยครับว่าความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นเปึนสิ่งที่คาดการณ์ได้ไม่ยาก ท่านสมาชิกได้กล่าวมาแล้วก็ตรงกับข้อมูลของสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ถูกระดมเข้ามา มีความบอกกล่าวว่าอย่าไปตั้งความหวังเลย สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านก็กลับไปแล้ว เพราะเราจะกลายเปึนแค่ตรายางมาประทับให้เขาได้ใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในวันพรุ่งนี้ ให้เขา ได้ใช้อํานาจป๋นจัดการกับประชาชน หลักฐานนี้จะไม่ตรงกับที่ท่านนายกรัฐมนตรี กล่าวอ้าง หลักฐานนี้คือป๋นกลอูซี่ ผมไม่แน่ใจครับว่าเอามาทําไม ผมฟัองพี่น้อง สื่อมวลชนและฟัองประชาชนครับว่าป๋นกลที่อยู่ในนี้คือป๋นกลอูซี่ การปราบปรามผู้ชุมนุม โดยสงบ ละมุนละม่อมใช้อะไรครับ นี่ครับหลักฐานชัดเจนครับ ตึกนี้อยู่ในทําเนียบรัฐบาล ป๋นที่ใช้เปึนป๋นอะไรครับ ป๋นนี้ก็จ่อหัว ชัดเจนครับหน่วยอรินทราช เจ้าหน้าที่ตํารวจทั้งสิ้น ๘,๐๐๐ คนในการปฏิบัติการ ทําให้ ส.ว. ทนอยู่ไม่ได้ในการอภิปรายเมื่อวันศุกร์ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน ไปพร้อมกับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ไปดู ให้ชัดครับว่าท่านจะฆ่าประชาชน ผมฟัองประชาชนไว้นะครับ เหตุการณ์นับจากวันนี้ เราไม่คาดเดาว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร ทางออกมีแล้วครับมีตั้งหลายทาง ไม่ว่าท่านจะทําอย่างไรในทางระบบรัฐสภา จะลาออก จะยุบสภา จะไปจัดตั้งรัฐบาล แห่งชาติร่วมกันภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างไรเราก็ไม่ว่า ในฐานะที่ผมเปึนสื่อมวลชน ในฐานะที่ผมทํางานด้านสิทธิมนุษยชน และฐานะที่ผมเปึน ส.ว. ผมคงรอท่านไม่ได้ ที่ท่านตัดสินใจจะทําอะไรในวันรุ่งขึ้น เมื่อวานเราก็ติดตามข่าวด้วยความหวังว่าท่านเอง นั้นก็เดินทางไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปที่หัวหิน เหมือนกับเรา ส.ว. ที่ประชุมอยู่ที่ หัวหิน เราทราบครับว่าท่านไปเพื่อกราบบังคมทูลฯ บางเรื่อง เราก็อยากดูครับว่า ฯพณฯ จะตัดสินใจอย่างไรในทางที่เปึนประโยชน์ต่อบ้านเมืองมาด้วยความหวัง มาด้วย ความอยากเห็นบ้านนี้เมืองนี้สงบ อยากเห็นบ้านนี้เมืองนี้กลับสู่ที่ตั้ง วันนี้เราถูกตัด น้ําที่กําลังจะถูกตัด เราถูกหยุดสนามบินป่ดสายการบิน เรามีความเสียหายมากมาย เราถูกป่ดเส้นทางรถไฟ ผมเชื่อว่านับตั้งแต่วันนี้ที่ไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ในทางที่จะเปึน ประโยชน์ต่อการจะคลี่คลายสถานการณ์นอกจากการใช้ความรุนแรงแล้ว จะมีการ ประท้วงมากขึ้น ผมไม่คิดว่าการจัดการปัญหาด้วยวิธีการรุนแรง ด้วยวิธีการเฉียบขาด หรือจะอ้างว่าละมุนละม่อมใด ๆ ก็ตาม จะได้รับการคลาดสายตาไปจากสื่อมวลชนและ จากโลก สิ่งที่ต้องเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีถึงการป่ดโอกาสของการเสนอในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเปึนสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านซึ่งได้เสนอข้อเสนอดี ๆ แม้กระทั่ง หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านและพรรคฝ์ายค้านก็ได้เสนอเงื่อนไขดี ๆ แต่ท่านดูเหมือนท่านบอก แล้วว่าท่านจะประคับประคองประชาธิปไตยนี้ต่อไปโดยไม่ยุบสภา ไม่ลาออก ดูเหมือนว่า ท่านจะเชิญเรามาเพื่อกระทําพิธีการบอกว่าได้หารือสภาแล้ว และกําลังตัดสินใจ ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนที่กําลังกระเหี้ยนกระหือรือจะปราบปรามประชาชน ได้ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ผมเรียนครับว่าถ้าหากวันใดสมาชิกวุฒิสภายังทําหน้าที่ได้ ต่อไป เราจะติดตามเรื่องนี้ เราคงไม่ยอม ไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบง่าย ๆ แล้วปล่อยไป สิ่งเหล่านี้จะจารึกครับ
สุดท้ายผมใคร่ขอกราบเรียนถ้ามีโอกาสและยังวิงวอนไป ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าท่านยังมีเวลาครับ ท่านทําการเมืองมาตลอด ท่านเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ ของบ้านเมืองท่านหนึ่ง ตัดสินใจใด ๆ ที่เปึนประโยชน์ ไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าจะไม่มี คนรักษาประชาธิปไตย ไม่ต้องมีคนห่วงหรอกครับว่าจะไม่มีคนรักษาสภานี้ ถ้าท่าน ยุบสภาไปก็มีคนทําหน้าที่แทนนะครับ วันหนึ่งก็ต้องมีคนทําหน้าที่ต่อไปเรื่อย ๆ อย่าปล่อยให้บ้านเมืองเลยห้วงเวลาของการตัดสินใจของการแก้ไขในสิ่งที่ถูกต้อง ผมมี เรื่องวิงวอนเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสรุปครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมก็คงจะเริ่มต้นด้วยการขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ แสดงความคิดเห็น ผมขอยืนยันนะครับว่าเมื่อเช้าที่ผมพูดจาตอบโต้เพราะมีคน มากล่าวหาผม คนที่ไม่ได้กล่าวหาผม ผมไม่เคยคิดจะตอบโต้เลย เพราะมันไม่มี เหตุผล ผมไม่ต้องการให้อยู่ดี ๆ มาถึงว่า ๆ แล้วก็ทิ้งไว้ แล้วนายกรัฐมนตรีนั่งเฉย ๆ ธรรมเนียมไทยถ้ามีคนว่ากล่าวแล้วนั่งเฉยแปลว่าเปึนความจริง ผมก็หักล้างตามประเด็น พอสมควร แต่หลังจากนั้นมา นี่ผมนั่งฟังทั้งวันไม่ไปไหนเลย ก็แปลว่ามาแกล้งนั่งฟัง หรือ แปลว่าไม่ได้เอาหูมา ผมฟังนะครับ แล้วผมเข้าใจทุกอย่างครับ มันเรียบร้อยหมด แล้วฟังจนสุด สุดท้ายผมนึกว่าทางประชาธิปัตย์สุดท้าย แต่มีทางวุฒิสภาสุดท้ายผมก็ฟัง จนสุดท้าย จะเห็นได้ชัดนะครับ นอกจากเราที่เหลืออยู่ไม่กี่คนกันในสภา แต่คนทั้งบ้าน ทั้งเมืองที่เขายังไม่นอนหลับเขายังอยากจะฟังตอนจบนั้น เขาก็ต้องอยากรู้ครับ แล้วนายกรัฐมนตรีคิดอย่างไร ผมไม่เอากลับไปคิดให้ฟังหรอกครับ ผมก็จะคิดให้ฟังที่นี่ ตรงนี้ คุณสาทิตย์ ประทานโทษออกชื่อ บอกว่า ผมได้สาบาน แน่นอนครับ เพราะผม สาบานเฉพาะพระพักตร์ สภานี้ผมอยู่มานานครับ ผมรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี รู้การถวายสัตย์ปฏิญาณ ผมถวายสัตย์ปฏิญาณมาแล้ว กําลังนี้ถวายมาแล้ว ๙ ครั้งครับ ถวายสัตย์ปฏิญาณมาแล้ว ๙ ครั้ง เพราะฉะนั้นผมก็รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีว่าจะต้อง รักษาอะไรไว้อย่างไร การที่ผมจะมาฟังความนั้นผมก็ฟังความแล้วก็ชั่งน้ําหนัก แต่ลองฟัง ดูสิครับทุกฝ์ายที่ลุกขึ้นมาก็อบรมสั่งสอน คือคาดการณ์กันเลยว่าผมจะต้องประพฤติตัว เปึนคนร้าย ผมจะต้องใช้การรุนแรง เอ๊ะ ก็ที่แล้วมานี่ผมไม่ได้ทําอะไรรุนแรงเลย ตํารวจกับ ประชาชนปะทะกันเท่านั้นล่ะครับ คนเปึนหมื่นปะทะกับตํารวจเปึนพัน แล้วก็ไม่มีใคร เลือดตกยางออกเท่าไร ก็พยายามหาสาเหตุตรงนั้น แล้วเอาเปึนเรื่องใหญ่เลยนะครับ เปึนเรื่องจะเปึนจะตายขึ้นมาเลย ผมสั่งตลอดว่าให้นิ่มนวล ไม่ให้ทํา ก็เพราะสั่ง เพราะแน่ใจครับ จนป์านนี้ก็ยังไม่ได้ทําอะไร แล้วจนเวลานี้ก็ยังไม่ได้ทําอะไร แต่ฟังความ กันแล้วว่าคาดการณ์กันไว้เลยครับ แปลว่าผมต้องเอาตํารวจเข้ามา ผมต้องจัดการ แล้วผมประกาศไปแล้วหรือครับนี่ ผมจะเอาให้จบเด็ดขาดเลยครับ แต่บ้านเมืองไม่ต้อง รักษาความสงบหรือครับ ปัญหาอยู่ตรงว่าผมก็ว่าผมเลือกวิธี ก็เสนอทุกวิถีทางมาล่ะครับ แต่ผมเลือกว่าผมจะรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ เพราะเรานั้นอยู่ในสายตาระหว่างชาติ ถ้าหากว่าอยู่กันมาดี ๆ แล้วมีคนมาทําอย่างนี้ ไม่ช่วยกันรักษาระบอบไว้ ระบอบพัง แน่นอนครับจะมีคนมาอะไรต่าง ๆ ช่างมันเถอะครับ แต่ว่าระหว่างที่ยังทําได้ ผมก็รักษา ผมจะอยู่รักษาระบอบ นี่ผมกลายเปึนคนร้ายไปแล้วหรือครับ มีคนจะต้องทําอนุสาวรีย์ผม อย่างโน้นอย่างนี้ คือพูดจากันแบบพูดเองเออเองทั้งนั้นครับ พูดเองออเองทั้งนั้น อบรมสั่งสอนกันทั้งนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนกับว่าผมได้ประกาศไปแล้วว่าพรุ่งนี้ผมจะเข่นฆ่าใครเท่าไร จะนั่นเท่าไร จะนั่นเท่าไร ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะอดทน ผมจะอดกลั้น จะช่วยรักษา ผมก็ยังทําอยู่เพียงแต่ว่าตอนที่ตํารวจไปจัดการตรงนั้นก็เกิดการปะทะกันขึ้นก็เท่านั้นครับ กลายเปึนเหตุนะครับ กลายเปึนว่าคนที่มาช่วยตัดน้ํา ตัดไฟ กลายเปึนคนได้รับ การยกย่องนะครับ ว่าเขาเจ็บช้ําน้ําใจตรงนั้น เพราะเหตุว่าผมเปึนคนเลวปล่อยให้ตํารวจ ไปเข่นฆ่าประชาชนอย่างนั้นแล้วหรือครับ คือจ้องหาเหตุกันทุกประการ ผมก็ต้องพูด อธิบายให้ฟัง แล้วทุกอย่างผมก็ยังรักษาบ้านเมืองนี้อยู่ ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ท่านวุฒิสมาชิก ท่านสภาครับ แต่ผมก็ต้องนึกถึงหัวอกคนทั่วประเทศที่เขารอฟังอยู่ว่า แล้วตกลงนายกรัฐมนตรีจะทําอย่างไร ผมจะตัดช่องน้อยเอาตัวรอดไป แล้วมันได้อะไร ครับ แล้วเขาเลิกไหมครับ เขาก็บอกว่าเขาไม่เลิก เขาจะเอาระบอบใหม่เข้ามา แล้วท่านทั้งหลายยอมกันได้หรือครับ ผมไม่ยอมหรอกครับ อยู่ดี ๆ จะเอาระบอบ ๓๐ : ๗๐ ขึ้นมา บอกอันนี้ใช้ไม่ได้ ผมไม่ยอมหรอกครับเรื่องนี้ผมประกาศได้เลยครับ มันต้องรักษาระบอบของเราไว้ จะไม่ได้มีความผิดอะไรต่าง ๆ รัฐธรรมนูญจะแก้ไข ก็เปึนเหตุแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญปากบอกแก้ไขไม่ได้ แต่จะยกเอาระบอบใหม่เข้ามา ท่านทั้งหลายก็ทนฟังกันได้ พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมเหมือนกับว่าไม่มีอะไรหรอกก็ไปใช้ สิทธิประชาชน การเมืองภาคประชาชน ก็เอาสิครับ ก็อ้าง ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าการเมือง ภาคประชาชน แล้วก็การเมืองภาคธรรมดาที่เราเปึนที่เรากันมาตลอดชีวิตการเมือง ตกลง เปึนอันว่าภาคประชาชนต้องได้รับความเคารพนับถือ แปลว่าเขาจะต้องการเลิก คือว่า ที่คุณเลือกกันมา มันไม่ได้ ฉันเอา ๓๐ ๗๐ เขาประกาศหมดครับ เขาประกาศเขาจะล้ม รัฐบาล ในนี้ก็มีคนมาพูดเรื่องการกบฏ ยินดีที่จะกบฏรัฐบาลแล้วตํารวจเขาก็ใช้มาตรการ ข้อความ มันกลายเปึนว่าคนในบ้านเมืองนี้เขาจะนึกกันอย่างไรครับ ว่ามีคน คอยประคับประคองอะไรต่าง ๆ ผมไม่ได้คิดร้ายอะไร ผมพยายามทําให้นุ่มนวล คดีความผมบอกถ้าจะสู้ ๑๐ ป้ก็เหมือนกัน จะไม่จับผมก็บอกไม่ให้ไปจับกุม จะทําอย่างไร ล่ะครับ ศาลก็สั่งมาแล้ว ผมก็ยังไม่จับ ศาลบอกว่าให้จัดการได้ ก็จัดการตามถนน ไปปะทะกันเข้าก็ต้องเสียดายที่เกิดขึ้นตรงนั้น แต่ว่าเหตุตรงนั้นพยายามเอาให้ได้ แต่ว่าความเคียดแค้นชิงชังนายกรัฐมนตรีคนก่อน และจะพาดพิงเอาผมให้ได้วันนี้ คําว่า นอมินี เมื่อเช้ามีคนมายืนยัน คุณพีระพันธุ์ ขอประทานโทษออกชื่อ ยืนยันเลย ประกาศว่า ผมเปึนนอมินี ไม่ครับ ไปเอาเทปมาเป่ดอย่างไรก็ได้ นักข่าวถามว่าคุณเปึนนอมินี ของนายกรัฐมนตรี ทักษิณหรือเปล่า ผมย้อนถามว่าแล้วคําว่านอมินีมันเลวแค่ไหน เปึนอย่างไร ผิดชอบอย่างไร แล้วผมก็อธิบายว่านอมินีเปึนอย่างไร ว่าบริษัทต่าง ๆ ใครเปึนนอมินีอย่างไร เท่านั้นเองครับ จะไปเป่ดเทปอย่างไรก็ยังเปึนอย่างนั้นอยู่ ผมไม่เคยประกาศว่าผมเปึนนอมินีนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ผมดําเนินกิจกรรมทางการเมือง ผมเข้าตามตรอกออกตามประตู จนถึงวันนี้นะครับ ผมเดินหน้ามาถึงป์านนี้ ผมประคับประคองทุกอย่าง มันเหมือนกับว่าผมเปึนคนเลวจริง ๆ แล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองเลว มันกลายเปึนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะความผิดของผม ขอบพระคุณนายกรัฐมนตรี ท่านอภิปรายหลายท่าน ที่บอกว่าเหตุมันเกิดตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ ไล่กันมาโน้น ผมมาทีหลัง แต่มันกลายเปึนว่าผมไม่ดูตัวเอง ไม่พิจารณาตัวเองทั้งหมด โอย พูดจา ทั้งหมดก็กระทบกระแทกแดกดันกันกลาย ๆ ครับ รู้ตัวเองเสียบ้าง ตัวเองเปึนอย่างนี้ ลาออกซะ จะออกอนุสาวรีย์ ทําไมเปึนอย่างนั้นล่ะครับ ผมมีสิทธิที่จะต้องพูดวันนี้ ตอนสุดท้าย เพื่อให้คนทั้งประเทศที่เขารู้แล้วตกลงนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช จะเอา อย่างไรกับบ้านเมือง ผมก็บอกผมจะรักษาสถาบันบ้านเมืองของเราไว้ ถ้าหากว่า ผมยอมแพ้จนถดถอยออกไปก็จะทําให้ระบอบเราอยู่ไม่ได้ เราจะทําอย่างไรครับต่อไป วันข้างหน้า สมาชิกพรรคพลังประชาชนอาจจะพูดจาคล้อยทํานองเดียวกัน ก็เพราะเราอยู่ พรรคเดียวกันถึงคิดทํานองเดียวกัน แต่ผมไม่ได้ไปรุกล้ําก้ําเกิน เมื่อเช้าผมขออภัยแล้วว่า เพราะมาเหยียบย่ําผมผมก็ต้องชี้แจง แต่ผมทนนั่งฟังไม่ไปไหน เข้าห้องน้ํา ๓ หน ข้าวยังไม่ได้กินเอามากินที่นี่ก็โดนตําหนิ ผมแน่ใจว่าผมทําหน้าที่ แต่ว่าทุกอย่างมันต้อง มีทางให้เลือก ไม่ใช่พอเข้ามาประชุม เสร็จแล้วสั่งสอนต้องเอานะ ไม่เอาเปึนคนเลว ไม่เอาเปึนคนแย่ ไม่เอาเปึนคนต่าง ๆ คาดการณ์กันหมด คาดการณ์กันหมดว่า สถานการณ์จะต้องเลวทรามลงต่าง ๆ ทุกคนพูดจาเหมือนกับว่าผมได้ประกาศสงคราม ไปแล้ว ผมประกาศเพียงแต่ว่าผมจะรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ ผมทําอย่างนุ่มนวล แล้วก็ยังนุ่มนวลอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นต้องถือว่าเปึนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตํารวจเจ็บไป ๒๗ คน ก็เพราะไปปะทะกัน แล้วเราจะให้มันเกิดขึ้นอีกไหมมันก็ไม่เกิด สั่งไหม ก็ไม่สั่ง แล้วยังคาราคาซังอย่างนั้นไหม ยังอยู่ครับ อายเขาไหม อายครับ ทําอะไรได้ไหมครับ ทําอะไรไม่ได้ รุนแรงไม่ได้ครับ ต้องค่อย ๆ ต้องประคับประคอง แล้วบ้านเมืองมันตกลง เปึนอันว่าฝ์ายพันธมิตรจะชี้ต้นตายปลายเปึนหรือถ้านายสมัครยังอยู่แล้วบ้านเมือง พังครับ สมัครออกแล้วเปึนอย่างไร เรียบร้อยไหมบ้านเมือง เขาก็ประกาศออกไปแล้วเขาก็ ยังไม่พอใจ เขาจะเปลี่ยนระบอบการปกครอง เขาประกาศชัดเจนจะเปลี่ยนระบอบ การปกครอง แต่สมาชิกสภาของเราก็มีความรู้สึกนุ่มนวลกับคนพวกนี้ ผมก็บอกท่านครับ ท่านจะคิดอย่างนั้นได้ แต่ผมต้องคิดแบบผม เพราะผมสาบานไว้ต่อหน้า พระบรมสาทิสลักษณ์ว่าผมจะรักษาระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตย ที่พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มันเท่านั้นเองครับ ขอขอบพระคุณทั้งหมดที่ได้พูดจา กันมาตั้งแต่ต้น ผมจะถือว่าผมมานั่งฟังและผมต้องแสดงความคิดตอบ ไม่หลบฉาก ไปเฉย ๆ บอกผมจะไปคิดเอง ไม่ครับ อย่างนั้นแปลว่าไม่เคารพ ผมขอขอบพระคุณครับ ที่ได้กรุณาเวลาถึงป์านนี้ นี่เกือบ ๑๒ ชั่วโมง ก็ได้ทําหน้าที่กันไปแล้วครับ ทั้งหมดเปึนเรื่อง เท่านี้ และบ้านเมืองอย่างไรก็ต้องยังอยู่ครับ แต่เราจะคิดไหมครับว่าเพียงแต่ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ เท่านั้นแปลว่าทุกอย่าง เลวหมด พังหมด ผมสั่งไปแล้ว หรือครับ ผมให้เดินหน้าลุยหรือครับ ผมสั่งให้จัดการ กับใครหรือครับ ผมไม่ได้สั่งอะไรเลย แล้วผมบอกจะประคับประคองบ้านเมืองอยู่ ทําไม คนพวกนั้นปลุกระดมกระทําอะไรต่ออะไรได้ ไม่มีใครตําหนิ แต่รัฐบาลกําลังจะช่วย ประคับประคองบ้านเมือง กลับพูดจาเหมือนกับว่า แต่ละคน ๆ พูดจาลงท้ายกัน เป่ดเทป ฟังดูสิครับ ไม่ว่าใครต่อใครลงท้ายกัน หมายความว่าถ้าไม่ฟังก็แปลว่าอย่างนั้น มึงเปึน อย่างนั้นนะ เพราะมึงเปึนคนเลว เปึนคนจนเปึนคนต้นเหตุ ไม่ครับ ผมแน่ใจว่าผมก็รัก บ้านเมืองนี้เหมือนกับท่านทั้งหลายทุกคน แต่ผมรักประชาธิปไตยในบ้านเมืองนี้ มากยิ่งกว่า มากยิ่งกว่าใครที่แนะนําให้ผมว่าลาออกไปเสียเถอะจะมีอนุสาวรีย์ ยุบสภา ใหม่ก็ได้ จะยอมเสียสละ แต่ถ้าเราไม่เลือกรักษาไว้และจะช่วยกันดูแลหน่อย เปึนกําลังใจอย่างนี้ผมก็ขอบพระคุณ แต่ไม่เปึนไรครับ ผมมีหน้าที่จะต้องรักษา ถ้าเรา จะไม่แตะต้องไม่ทําอะไรเลย แล้วบ้านเมืองจะต้องพังลงไปทันทีหรือครับ เพราะพันธมิตร จะลุกใหญ่เลยอย่างนั้นหรือครับ เพราะไปทําให้ปะทะกันเข้า ภาพออกไป อ้างกันตลอด อ้างกันไม่รู้จักจบ อ้างกันอย่างนี้หรือครับ ต้องป่ดสนามบิน ภูเก็ต อ้างอย่างนี้ต้องป่ด อย่างนั้นหรือครับ ผมน่ะไม่กล้าหรอกครับ ไม่กล้าจะพูด กระทบกระเทือนอย่างไรด้วย เพราะอย่างไรครับ เพราะ ๔ สนามบินอยู่ทางภาคใต้ พูดไป เดี๋ยวบอกไปว่าเขาอีก ไม่กล้าพูดด้วยครับ ไม่กล้าออกความเห็น เอาล่ะป่ดก็ป่ด บรรเทา ก็บรรเทา ผมก็มีข้อสังเกตของผม แต่ก็เก็บไว้ในใจ ทําไมภาคนี้ไม่เกิด ภาคนี้ไม่เกิดมันของ พรรค์อย่างนี้นะครับ เอาละครับท่านประธาน ผมใช้เวลาตอนนี้ดึกดื่นแล้วนะครับ ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ช่วยกันอยู่ ที่ช่วยอภิปราย และผมขอยืนยันว่าผมยังไม่ได้คิดร้าย อะไรกับบ้านเมืองนี้เลย ผมยังจะประคับประคองของผมอยู่ ผมเพิ่งแต่แสดง ความประหลาดใจเท่านั้นเองว่าถ้าผมเลือกหนทางรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ จะกลายเปึนว่าผมคิดผิด มึงตายแน่ อย่ามาพุทโธก็แล้วกัน คนอย่างผมจะกลายเปึนคน ไม่มีแผ่นดินอยู่แล้วหรือครับ มันไปพิจารณาอะไรเลวทรามต่ําช้าที่ไหน ผมใช้คํานี้ ถึงขนาดจะไม่มีแผ่นดินอยู่ อยู่กันมาดี ๆ แผล็บเดียวจะต้องไม่มีแผ่นดินอยู่ ผมไปทําอะไร ให้ใครครับ อย่าไปอ้างนะครับว่าตุลาคมอะไรต่าง ๆ ผมมีข้อพิสูจน์ ถ้าผมสกปรก เดินมาไม่ได้ไกลถึงขนาดนี้ ผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นเลย ไม่ว่าจะรอบไหน ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่อง ๑๖ ตุลา ผมก็ไม่ได้เกี่ยว ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็ไม่ได้เกี่ยว ป้ ๒๕๓๕ ผมก็ไม่ได้เกี่ยว ถูกสอบสวนด้วยซ้ําไป ถูกตรวจทรัพย์สินด้วยซ้ําไป ไม่มีหรอกครับ ผมไม่เคยไปเกี่ยวข้อง เท่านั้นเองครับ ถ้าผมเปึนคนสกปรกผมมาไม่ได้ไกล ผมแน่ใจว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองนี้มีจริง แล้วบัดนี้แหละครับ ถ้าผมคิดร้ายกับบ้านเมืองนี้ คิดร้าย กับคนอื่นขอให้ฟัาดินลงโทษ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษอย่ามีความเจริญ แต่ว่าถ้าผมคิดดี กับบ้านเมืองนี้ละก็ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองนี้ช่วยประคับประคองเปึนพลังใจให้ผม แก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้สําเร็จด้วย ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เรื่องด่วนที่รัฐบาลขอเป่ดอภิปราย ทั่วไป ได้อภิปรายพอสมควร เสร็จสิ้นกระบวนการแล้วนะครับ ตามมาตรา ๑๗๙ ไม่มี การลงมติ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ก็ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าในวันพรุ่งนี้ เราจะประชุมรัฐสภา เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา นะครับ วันนี้ผมคิดว่าเปึนเวลาพอสมควรแล้ว
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ มีคนกล่าวว่าวันนี้เปึนวันใหม่แล้วครับ อยากให้ ท่านประธานใช้คําว่า พักการประชุม ไม่อย่างนั้นถ้าท่านป่ดแล้วก็จะไปเป่ดวันอังคารครับ
ไหนครับ
วันนี้เราถึงวันใหม่ของวันอังคาร
ครับ ก็วันที่ ๑ นั้นมีการประชุม รัฐสภา คือวันนี้นะครับ ก็ขอบพระคุณครับที่เตือน หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว กระผมขอขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ให้ความร่วมมือนะครับ กราบขอบพระคุณ ทุกท่านครับ ขอให้โชคดี พรุ่งนี้ ๑๓.๓๐ นาฬิกา พบกันใหม่ที่นี่โดยพร้อมเพรียงกัน ขอบคุณครับ ป่ดประชุมครับ