ดนุพร ปุณณกันต์ หารือเรื่องการชุมนุมของประชาชนที่ขับไล่รัฐบาลและผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร โดยหารือเกี่ยวกับปัญหาการค้าขาย การเดินทาง การท่องเที่ยว การบุกเข้าไปในสถานที่ราชการต่าง ๆ และผลกระทบต่อประเทศชาติ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรับฟังข้อมูลรอบด้านเพื่อหาทางออกของประเทศ
ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม ดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการประชุมสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ แน่นอน ครับว่าพวกเราทุกคนนั้นได้ทําตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๙ และคงต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทุกท่านที่ได้ให้ความสําคัญกับสภาผู้แทนราษฎร สภาที่มีวุฒิสภาเปึนองค์ประกอบด้วย แน่นอนครับว่าเหตุผลของการประชุมในวันนี้ก็เพราะว่ามีกลุ่มของประชาชนได้ก่อตัวขึ้น เพื่อขับไล่รัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานคร คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการชุมนุมของประชาชน ที่ขับไล่รัฐบาลนั้นเกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ย่อมมีผลกระทบทางตรงกับพี่น้องประชาชน ในกรุงเทพมหานครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประการแรกที่ผมต้องขอเรียนท่านประธานรัฐสภา จราจรนั้นมีปัญหากับ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครเปึนอย่างมาก การค้าขายในพื้นที่ใกล้เคียง ของการชุมนุมนั้นได้รับผลกระทบ มีแม่ค้าแม่ขายได้นําผลไม้ที่เสียนั้นก็ได้มา เททิ้ง เด็กนักเรียนแน่นอนเปึนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของพี่น้อง ประชาชน เพราะว่าเด็กนักเรียนตามพื้นที่ใกล้เคียงต่าง ๆ นั้นก็ต้องคอยหลบหลีก ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมนั้นจะเคลื่อนทัพไปทางใด ป่ดวันบ้างเป่ดวันบ้าง เด็กนักเรียนเรียน ไม่ต่อเนื่อง รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครับ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองหลวงของ ประเทศไทยคือกรุงเทพมหานครนั้น แน่นอนว่าได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นรวมไปถึงการท่องเที่ยว ที่แน่นอนว่าผู้ชุมนุมนั้นได้ชุมนุมกัน บริเวณถนนราชดําเนิน ซึ่งเปึนทางผ่านของนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่จะเดินทางไปยังวัดพระแก้ว ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกัน แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงครับ อย่างเช่น สนามมวยก็ได้รับการป่ดเปึนบางวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุมเช่นเดียวกัน นี่ยังไม่รวมถึงผลกระทบที่ทางผู้ชุมนุมเองก็ได้ บอกว่าอาจจะมีการตัดน้ําตัดไฟ ยังไม่เกิดขึ้นนะครับ แต่ว่าถ้าเกิดขึ้นผมเชื่อว่าจะเปึน เหตุการณ์ที่หลาย ๆ คนนั้นไม่อยากให้เกิดขึ้นครับ การชุมนุมนั้นจากวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ได้ ๙๙ วันพอดีครับ ทําได้จริงเลยครับ และเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นได้บุกเข้าไปในสถานที่ราชการต่าง ๆ ได้ใช้ กําลังที่จะพังประตูเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้เข้าไปยึดในทําเนียบรัฐบาล ซึ่งเปึน ที่บริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงมีการป้นเข้าไปในสนามบินภาคใต้ หลายแห่ง การบุกเข้าไปในสนามบินนี้เปึนสิ่งที่ทําให้ประเทศชาตินั้นได้รับความ กระทบกระเทือนในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเปึนนโยบายหลักนโยบายหนึ่งของรัฐบาล ที่จะนําเงินเข้ามาหมุนเวียนในประเทศของเรา ถึงแม้ว่าจะมีการเป่ดสนามบินไปแล้ว ที่ภูเก็ต แต่เขาได้ประเมินกันครับว่า ๑ วันที่มีการป่ดสนามบินภูเก็ตนั้นมีค่าความเสียหาย ๒๕๐ ล้านบาทครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเงินจํานวนนี้สูญหายไปครับ เจ้าของ โรงแรม เจ้าของรีสอร์ต (Resort) ต่าง ๆ ตามสถานที่ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบครับ ไม่เว้น แม้กระทั่งพี่น้องประชาชนที่ทํามาค้าขายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานเกิดขึ้น แน่นอนครับว่าเหตุการณ์แบบนี้เปึนเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ก็เปึนหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา พวกเราทุกคนนั้นต้องมา ช่วยกันแก้ไขและหาทางออก ดังนั้นพวกเรามาวันนี้ถือว่าเปึนครอบครัวเดียวกันครับ ไม่อยากให้สมาชิกทุกท่านคิดว่าตัวเองนั้นเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายรัฐบาล ไม่อยากให้คิดว่าเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของฝ์ายค้าน รวมไปถึงสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหาหรือว่าแบบเลือกตั้ง พวกเรามาวันนี้เพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศชาติ การประชุมวันนี้ก็เปึนความหวังของพี่น้องประชาชนที่ได้นําความสุขนั้นกลับมาสู่ประเทศ ไทยอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเปึนเช่นนี้ครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนั้นจะต้องรับฟังข้อมูล ทุกด้านครับ ผมขอเน้นคําว่า ทุกด้าน นั่นก็หมายความว่า ด้านที่สนับสนุนรัฐบาลเอง และด้านที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลหรือว่าต่อต้านรัฐบาล เมื่อตอนเป่ดประชุม มีท่านรัฐมนตรี ท่านหนึ่งจากพรรคชาติไทยได้พูดถึงเหตุการณ์บ้านเมือง การชุมนุมป้นี้ ๒๕๕๑ และ การชุมนุมเมื่อป้ ๒๕๔๙ นั้นต่างกัน ผมเห็นด้วยกับท่านนะครับ เพราะว่าเมื่อการประชุม ๒๕๔๙ นั้นเราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่ามีการยุบสภาไปก่อน ทําให้เกิดเหตุการณ์ ที่เรียกว่า ทางตันทางการเมือง จนเปึนเหตุให้มีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แต่ป้นี้ครับ เรามีสภาผู้แทนราษฎร เรามีสมาชิกรัฐสภาครบ แล้วที่มี มากกว่านั้นนะครับ มีมากกว่าป้ ๒๕๔๙ ที่มีก็คือว่า เรามีตัวแทนของกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล เมื่อป้ ๒๕๔๙ นั้นได้นั่งอยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ผมเอง และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเองก็คงอยากจะได้ยินเหมือนที่ท่านสุนัย ได้บอกว่า อยากจะฟังครับว่าท่านที่เปึนแกนนําในการต่อต้านรัฐบาลนั้น ท่านมี จุดมุ่งหมายอย่างไร ประเทศชาตินั้นจะดําเนินอะไรต่อไปในอนาคต ที่ผมพูดประเด็นนี้ ขึ้นมาไม่ต้องการที่จะโทษว่าใครถูกหรือใครผิด ผมเชื่อว่าทุกคนนั้น รัฐบาลเองบอกว่า จะทํางานให้ประเทศชาติ กลุ่มพันธมิตรก็มีเปัาหมายที่จะทํางานให้ประเทศชาติ เช่นเดียวกัน แต่ที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับว่า อยากให้ทุกคนนั้นรับฟังข้อมูล รอบด้านนะครับ เพื่อประกอบในการตัดสินใจที่จะนําเสนอข้อมูลต่าง ๆ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนั้นได้นําไปพิจารณา เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ผมเองก็อยากจะได้ยินว่าทางออกของประเทศจะอยู่ตรงไหน เพราะประเทศเรานั้นมีอยู่ ๓ อํานาจ ซึ่งจะต้องคานอํานาจซึ่งกันและกัน ก็คืออํานาจ บริหาร อํานาจนิติบัญญัติ และอํานาจตุลาการ เมื่อกลุ่มที่ไม่พอใจรัฐบาล ก็คือไม่พอใจ อํานาจการบริหาร ไม่พอใจตัวท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องการให้ท่านลาออก แต่ว่าไม่ได้สร้างทางให้เห็นเลยว่าเมื่อรัฐบาลโดยมีการนําของ ท่าน นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้ลาออกไปแล้วนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง จะทําอย่างไร เมื่อวานนี้ก็มีการ แถลงข่าวของกลุ่มที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลว่า ๑. อยากให้รัฐบาลลาออก ๒. ไม่อนุญาต ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นแปลว่าอะไร แปลว่า เมื่อนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ถ้าท่านมีความรู้สึกว่าท่านอยากจะลาออก นายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็คือนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร แต่กลุ่มพันธมิตรเอง หรือว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านเองนั้น ไม่ได้ชี้ให้เห็นเลยว่าใครก็ตามที่ขึ้นมาเปึน นายกรัฐมนตรี แล้วเขาจะพอใจ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลเอง รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมเอง จะต้องหันหน้าเข้ามาหากันและมาพูดคุยกันว่าเส้นทางมันไม่มีตรงกลางเลย ไม่มีการ พูดคุยกันรัฐบาลบอกว่าจะทํางานต่อ พันธมิตรบอกต้องออกไป ดังนั้นผมเชื่อว่าอํานาจ การบริหารงานของประเทศนั้นเปึนสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทั่วโลกในสายตาของ ต่างประเทศที่มองเข้ามาในประเทศไทย ดังนั้นผมเชื่อว่าถึงเวลาที่รัฐบาลเองนั้น นอกจาก ฟังความคิดเห็นจากของสมาชิกรัฐสภาจะต้องพูดคุยกันครับว่า จะดําเนินการต่อไป อย่างไร
อีกประการหนึ่ง อํานาจนิติบัญญัติก็คือสภาแห่งนี้ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีลาออกจะมีอะไรต่อไป ในอนาคต สภาแห่งนี้จะอยู่กันอย่างไร เพราะว่าพรรคพลังประชาชนนั้นผ่านการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ได้เสียงข้างมาก ๒๓๓ ก็เปึนเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล