รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑

เกียรติกร พากเพียรศิลปี หารือเรื่องการชุมนุมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นจากปัญหาการสื่อสารและการเข้าใจที่ไม่ดีระหว่างรัฐบาลและกลุ่มพันธมิตร และเรียกร้องการให้ทุกฝ่ายมาคุยกันและหาทางแก้ไขที่ดีที่สุดเพื่อให้การเมืองเดินไปได้

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี ส.ส. พรรคมัชฌิมาธิปไตย ในนามรัฐสภา วันนี้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีได้เสนอเรื่อง ขออภิปรายทั่วไปให้สมาชิก รัฐสภา ให้อภิปรายเกี่ยวกับปัญหาการชุมนุม ซึ่งวันนี้ปัญหาการชุมนุมของบ้านเรา ทุกวันนี้มีปัญหาอย่างมากทุกเรื่อง ทุกวันนี้ประชาชนทั่วทั้งประเทศไทยทุกหัวระแหง ไปที่ไหนก็บ่นแต่เรื่องปัญหาของบ้านเมือง เรื่องการทํางานของบ้านเมือง เรื่องพันธมิตร ผมไม่ได้ว่าพันธมิตร เดี๋ยวผมจะกลับบ้านไม่ได้ ปัญหาคือว่าตอนนี้มันมีความขัดแย้ง ระหว่างรัฐบาลกับพันธมิตร นักวิชาการหลายคนได้เสนอทางแก้ ทางแก้ไขที่ดีที่กระผม อยากจะเสนอนั้นก็คือเงื่อนไขของแต่ละฝ์าย รัฐบาลมีเงื่อนไขอะไร พันธมิตรมีเงื่อนไข อะไร ความต้องการของทั้ง ๒ ฝ์ายต้องการอะไร ปัญหาตรงนี้เลยเปึนฉนวนทําให้ ๒ ฝ์าย แตกแยก ผมเข้าใจ พันธมิตรก็ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก พันธมิตรนั้นได้ชุมนุม กันมาตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ซึ่งรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ได้ทํางานมาสักระยะหนึ่ง ก็มีการเดินขบวนขับไล่ที่สะพาน มัฆวานรังสรรค์ว่าเปึนหุ่นเชิด ซึ่งผมเข้าใจเรื่องนี้ว่ามันเปึนเรื่องละเอียดอ่อน เปึนเรื่องที่ สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอดีตพรรคไทยรักไทย ปัญหาก็คือว่ามีความขัดแย้งกันมา เนิ่นนานเมื่อพรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมากจากพรรคร่วมรัฐบาล ๖ พรรค ซึ่งประชาชนเลือกมา ทุกคนในสภาแห่งนี้เปึนทั้ง ส.ส. ส.ว. เลือกตั้ง สรรหา ทุกคนรักประเทศชาติหมด รักประชาชนหมด ทุกคน ทํางานเพื่อประชาชน ทํางาน เพื่อพระเจ้าอยู่หัว วันนี้เปึนวันดีวันหนึ่งที่พวกเราทุกคนทุกสภาร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไข เพื่อให้บ้านเมืองไปได้ ผมก็อยากจะให้ในวันนี้ทางพันธมิตรและผู้ชุมนุมที่ฟังอยู่ เห็นใจรัฐบาลบ้าง เห็นใจทุกคนที่ทําหน้าที่ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ทุกคนตั้งใจจริงทํางานเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ความขัดแย้ง เกิดจากไหน เกิดจากการพูดบนเวที การพูดของพวกเรา ผมไม่โทษใคร เพราะการพูดถ้าใส่ร้าย ปัายสีกัน คนฟังถ้าไม่เข้าใจก็จะเห็นด้วย เหมือนเราดูละครรักนางเอก เกลียดตัวอิจฉา ไปเดินตลาดไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงของคน เพราะคนเราความรู้ไม่เท่ากัน แต่ทุกคนมีความดี รักพระเจ้าอยู่หัวเท่ากัน ความรู้ความสามารถของทุกคนในที่นี้ บางคนอาจจะเรียนสูง ถึงดอกเตอร์ ปริญญาตรี ปริญญาโท รองศาสตราจารย์ แต่บางครั้งความรู้ เยอะมากก็ตาม ความคิดเห็นยังไม่ตรงกันเลย นักวิชาการบางทีบอกว่าท่านจบสถาบัน อะไรมีการแบ่งชั้นวรรณะสถาบันอีก สีแดง สีขาว ผมเข้าใจผมอยู่สภานี้ผมฟังพวกทุกฝ์าย ทั้งประชาธิปัตย์ ทั้งพลังประชาชน ทุกพรรค ทุกคนตั้งใจทําเพื่อชาติบ้านเมือง แต่บางอย่างเราก็เข้าใจในเหตุผล ความขัดแย้งครั้งนี้เปึนความขัดแย้งที่ประชาชน ทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคน จ้องมองสมาชิกรัฐสภาเราอยู่ว่าจะเดินไปทางไหน จะแก้อย่างไร ผมก็อยากให้ทุกคนทั้งคณะพันธมิตร นักวิชาการ พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ์ายค้าน วุฒิสภา มาคุยกันตกลงกันว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้ไปบุกทําเนียบ ยึดทําเนียบต้องถามเขาว่า จะยึดไว้กี่ป้ จะยึดอีกนานเท่าไรและต้องการอะไร เพราะว่าทางรัฐบาลต้องหาที่ทํางาน ใหม่ไหม เพราะว่าที่ทํางานไม่มีที่แล้วก็อยากให้พวกเรามาศึกษาร่วมกันว่าจะทําอย่างไร ให้การเมืองเดินไปได้ ผมคิดว่าตอนนี้ถ้าเรามายุมาแหย่ มีกลุ่มพันธมิตร กลุ่ม นปก. จับมาชนกันคนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน ผมสงสาร บางทีรถไฟไม่ได้วิ่ง เครื่องบิน โดนไม่ให้ขึ้น คนต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราสับสน งง วันนี้ยังนั่งเครื่องบินกลับบ้านได้เลย ภูเก็ต วันนี้ลงไม่ได้แล้ว คือมันเปึนการเปลี่ยนแปลงที่ไวมากเพียงวันสองวันบ้านเมืองเรา เปลี่ยนแปลงได้ถึงขนาดนี้ ผมอยากเรียนท่านประธานถึงสมาชิกทุกคนและคณะรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เสนอญัตตินี้เข้ามาเพื่อจะให้ชาวบ้านทั่วประเทศได้มีความรู้สึกว่า เราถอยกันได้ไหม ทุกคนหยุดทําเพื่อพระเจ้าอยู่หัวของเรา ผมมั่นใจเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน ก็รับฟังเราอยู่ แล้วก็หนักใจ หนักใจประเทศชาติที่มีความขัดแย้ง แต่ท่านสูงสุดแล้ว เราเปึนตัวแทนสภานิติบัญญัติของสภาแห่งนี้ช่วยกันแก้ไข ช่วยรัฐบาล แต่จะทําอย่างไร ให้มันสําเร็จ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ยากถ้าพวกเราไม่จับมือกันมัวแต่มาทะเลาะกัน คนทั้งประเทศ มองดูอยู่ เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เราอยากเดินไปข้างหน้าเรื่องอดีตมันก็คืออดีต แต่ปัจจุบันนี้จะทําอย่างไรให้มันดีขึ้น นี่คือสิ่งสําคัญ ชาวบ้านเขาเบื่อที่ว่าวัน ๆ มีแต่เรื่อง ทีแรกที่เอ็นบีทีโดนบุก ผมตกใจ นี่หนังหรือ หรือเปึนการแสดงหนัง นี่มันเรื่องจริงคือทําให้ คนนี่แปลกว่าประเทศไทยตั้งแต่เกิดมาเด็กก็เห็นผมโตมาป์านนี้ก็ไม่เคยเห็น อย่างนี้ตั้งแต่ เกิดมาในชีวิต มีการบุก เอ็นบีที บุกทําเนียบ ยึดทําเนียบแล้วต่อสู้กัน ผมไม่อยากให้ เลือดตกยางออก ไม่อยากให้ใครเลือดออกแม้แต่หยดเดียว แล้วพวกเราต้องช่วยกัน อย่าอยู่ฝ์ายไหนฝ์ายใด อยู่ฝ์ายประชาชน อยู่ฝ์ายประเทศชาติเปึนสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นผมก็ อยากให้ทุกพรรค ทั้ง ๒ พรรค เรื่องอดีตเรื่องเก่า ๆ แล้วคิดเรื่องใหม่ทําใหม่ บ้านเมือง จะได้เดินต่อไปได้ สิ่งที่ผมอยากเสนอนะครับ สิ่งที่ผมอยากเสนอคือเรื่องรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกเลยที่กลุ่มประชาชนพันธมิตรมีเรื่องที่ว่า ขับไล่รัฐบาลชุดนี้ก็คือแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๓๐๙ ซึ่งมีพรรค ที่โดนคดีนี้อยู่ ซึ่งพรรคผมก็โดนอยู่ด้วย ผมเข้าใจ แต่เหตุเริ่มต้นคือแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ทางพรรคพลังประชาชน เปึนนโยบายของเขาตอนเขาหาเสียง พรรคผมไม่ได้หาเสียง นโยบายนี้ แต่ที่บ้านผมปราจีนบุรีก็โหวต (Vote) ให้มีการเลือกตั้งเพราะอะไร เพราะว่า ตอนที่ยุค คมช. เปึนรัฐบาล บ้านเมืองเราก็แย่อยู่แล้ว เขาอยากให้มีการเลือกตั้ง อยากให้ มี ส.ส. อยากให้มี ส.ว. อยากให้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่พอมีไม่เท่าไร แค่ ๓ – ๔ เดือน ปัญหาเกิดขึ้นอีกแล้ว ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ชาวบ้าน รากหญ้า ร้องไห้กันทุกคน กลับไปบ้าน ผมกลับบ้านทั้งทีมีแต่ถามว่าจะยุบสภาเมื่อไร จะยุบพรรคเมื่อไร ผมบอกว่า เพิ่งเปึนได้ ๗ เดือนเอง จะเลือกตั้งใหม่ก็คงตายแล้ว ทําหน้าที่ยังไม่สมบูรณ์เลย ทุกคนกลัว ผมมั่นใจ ส.ส. ทุกคนกลัวการยุบสภา แต่ผมมั่นใจครับนายกรัฐมนตรีคนนี้ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านเปึนคนตรงครับ พูดคําไหนคํานั้นเพื่อกําลังใจให้กับ ส.ส. ทุกคน ว่าจะได้อยู่ต่อไปอีก

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ ส.ว. บางท่าน ผมไม่ได้เอ่ยนามนะครับ ทุกท่านที่มาจากการสรรหาหรือมาจากการเลือกตั้ง ผมคิดว่าทุกท่านมีความรู้ ความสามารถ แต่บางครั้งผมเห็นทางสื่อ บางครั้งก็มีปัญหากัน ผมอยากให้ทุกคนทุกวันนี้ ที่มีชื่อเสียง ที่ทุกคนนับถือจับมือกันสักครั้งหนึ่งให้ถึงวันพ่อให้ได้ ๑๑๖ วัน ที่ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้จัดขึ้น ซึ่งในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ผมยังมั่นใจเลย ว่างานนั้นจะเกิดขึ้นที่ทําเนียบ แต่ทางรัฐบาลเรา ทางท่านสมัครยังถอยมาจัดที่สวนอัมพร ซึ่งเปึนงานเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน ถ้าผมเปึนคนหนึ่งที่เดินขบวนในนั้นผมต้อง กลับมาบ้าน เพราะผมรักพระเจ้าอยู่หัว เพราะเปึนงานของเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน แต่ผมเข้าใจ เพราะว่าทางพันธมิตรเข้าไปแล้วครับ คงจะให้คนออกก็คงลําบาก เพราะทําเนียบรัฐบาล ไม่ได้เข้าง่าย ๆ คนไม่เคยเข้าก็อยากเข้า ทีนี้เขาเข้าไปแล้วก็อยากอยู่ ธรรมดา ทําเนียบรัฐบาลไม่มีบัตรเข้าไม่ได้ แต่เขาพังประตูเข้าไป เขาก็ภูมิใจ เขาก็อยากจะอยู่ อยากจะเข้าไปเป่ดห้องนายกรัฐมนตรี อยากจะนั่งโต๊ะนายกรัฐมนตรีบ้าง ผมก็กลัวว่า สักวันหนึ่งถ้าเขามาสภาเราจะทําอย่างไรกัน แล้วพวกผมจะไปอยู่ที่ไหน เวลาประชุมสภา ผมจะไปนั่งตรงไหน สภาใหม่ก็ยังสร้างไม่ได้อีก มีปัญหาอีก ท่านประธานสภาก็จะ เสนอสร้าง นักเรียนก็มาเต็มสภาเลย ห้ามสร้าง แล้วเกิดอีก ๒ วัน พันธมิตรบอกมา สภาผู้แทนราษฎรหน่อย ๒ สภาเลย เต็มเลย พันธมิตรนั่งเต็มหมดเลย แล้วพวกเราจะ ไปอยู่ตรงไหนกัน ประชุมที่ไหนล่ะทีนี้ท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานว่าพันธมิตรก็ไม่ได้ ผิดอะไร เพราะว่าเขาทําตามหน้าที่ของระบอบประชาธิปไตยในมาตรา ๖๓ แต่บางครั้ง ท่านก็ควรจะต้องรู้ว่าท่านมีความรู้ความสามารถ บางสิ่งที่ทําในสายตาของประชาชน บางครั้งก็มากเกินไป ซึ่งการบุกทําเนียบซึ่งเปึนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสภาเรา ของคณะรัฐมนตรี เรา ของผู้บริหารทุกคนที่ผ่านมา ทุก ๆ คนอยากอยู่ในสภา ทําเนียบรัฐบาล ทุกคนอยาก กว่าจะได้มาเปึนมันไม่ใช่ของง่าย แต่เราก็อยากจะขอร้องทุกท่านช่วยบ้านเมืองเรา ช่วยเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดินเรา ช่วยราษฎรทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคน รอความหวังจากรัฐบาล ชุดนี้อยู่ ถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ทางเลือกของกลุ่มพันธมิตรนะครับ ก็คืออยากให้ท่านสมัคร สุนทรเวช ลาออก แต่ผมจะ ตอบสมมุติถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ขอโทษ ถ้าผมบอกว่า ถ้าผมลาออก แล้วท่านจะกลับไปไหม ผมอยากจะถามทางพันธมิตรเหมือนกันว่า ถ้าท่านสมัครบอกว่า ผมไม่เปึนนายกรัฐมนตรีก็ได้ แล้วท่านเลิกได้ไหมทําเพื่อประเทศชาติ ผมว่าอนุสาวรีย์ของ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช เกิดขึ้นแน่ในประเทศไทยนะครับ แต่คิดว่าคงเปึนไปไม่ได้ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีของเรามีความเข้มแข็งแต่ทุกคนในสภาแห่งนี้นะครับ บอกว่า ฝากหน่อย ฝากท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยว่าขอร้องเลย อย่ายุบสภาเลย ขอบคุณมากครับ