ตวง อันทะไชย พูดถึงวิกฤตการเมืองที่อาจทำให้เกิดสงครามกลางเมือง และเรียกร้องให้ค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องและให้ผลลัพธ์ที่ดี
ถ้าท่านสมาชิกจะได้ กรุณาฟังผมอธิบายท่านจะเข้าใจว่าผมไม่ได้ว่าชาวอุดรธานี แต่ผมกําลังเทียบให้เห็นว่า ปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตรงนั้นมันทําให้เห็นการต่อสู้ระหว่างคนเมือง และคนชนบท ประเด็นอยู่ตรงนี้ ผมตอบประเด็นที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเอาไว้
ประการที่ ๒ ที่เปึนข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาที่เหลืออยู่ตรงนี้ ก็คือว่า วันนี้มันเปึนปรากฏการณ์ที่น่าตกใจท่านนายกรัฐมนตรี ว่าลูกอยู่รัฐบาลแต่แม่ ไปเดินขบวนอยู่ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่มีการไปสลายผู้ชุมนุม ท่านนายกรัฐมนตรี เชื่อไหมครับว่าภรรยาไปเดินขบวนอยู่ที่ชุมนุม สามีเปึนคนไปสลาย การชุมนุม นอกจากนี้เรื่องการเมืองเวลาคุยกันนั้นทําให้เกิดความแตกแยกในครอบครัว สามี ภรรยา หลายคนต้องแยกต้องแตกกันเพราะความเห็นทางการเมืองที่มันแตกต่าง
ประการที่ ๓ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านจะทําอย่างไรกับวินาทีนี้ ซึ่งผมถือว่าเปึนวินาทีที่วิกฤติมากเลยระหว่างการเผชิญหน้าของกลุ่มหนึ่งที่อยู่สนามหลวง ผมไม่เอ่ยชื่อก็ได้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีทราบดี กับกลุ่มหนึ่งที่อยู่ทําเนียบรัฐบาลที่นับวัน ได้ประกาศที่จะต้องมาเผชิญหน้ากัน ผมเข้าใจว่าไม่เกิน ๒ วันท่านนายกรัฐมนตรี มันจะ กลายเปึนสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นโดยที่ทุกคนเองก็ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่คําถาม ผมว่าแล้วจะอยู่กับสิ่งที่เปึนปรากฏการณ์นี้อย่างไร
ประการที่ ๔ ณ วันนี้ถ้ายืนยันว่าจะอยู่ต่อไปและใช้ความรุนแรงกับพี่น้อง ประชาชนเพื่อสลายการชุมนุมและกลับเข้าไปสู่ทําเนียบรัฐบาล ผมมีโจทย์ใหญ่ที่จะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าความเปึนจริง ผมบังเอิญเปึนคน อยู่กับเอ็นจีโอ (NGO) เปึนคนอยู่กับชาวบ้านมา อยู่เครือข่ายภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้มา ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าทําไมเครือข่ายเหล่านั้นถึงได้ลุกขึ้นมา ต่อต้านการทําร้ายประชาชน แท้จริงเขาไม่ได้เห็นด้วยกับหลายอย่างของพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เขาไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องใช้กําลังในการไปสลาย ประชาชน มันเลยกลายเปึนโดมิโน (Domino) ที่ไปทําลายระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมืองอย่างที่ท่านได้เห็นในปัจจุบัน และล่าสุดที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาแจ้ง ว่าพรุ่งนี้เขาจะตัดน้ําประปาในส่วนราชการทั่วประเทศ ๔ ประการที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานมันเปึนประเด็นสําคัญในฐานะสมาชิกวุฒิสภาที่จะต้องบอกท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าจะอยู่ต่อไปนั้นจะอยู่กับปรากฏการณ์ที่มันเกิดขึ้น เหล่านี้ได้อย่างไร แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานซึ่งผมถือว่าถ้าถามผมว่า วันนี้ หัวใจสําคัญของการแก้ไขปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ไหน คําตอบของผมตอบด้วยความเคารพ รัฐบาลต่อท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ มันต้องเริ่มต้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีแห่งเดียว คนเดียว เพราะท่านนายกรัฐมนตรีคือผู้นําของประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีคือผู้บริหารของประเทศ การตัดสินใจทางการเมืองของท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าไม่ได้ขึ้นกับ การเรียกร้องของบุคคลอื่นบุคคลใดทั้งสิ้น แต่ผมเชื่อว่ามันจะอยู่บนสป่ริต ท่านนายกรัฐมนตรีที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ต่อประเด็นปัญหาที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เพราะการตัดสินใจคราวนี้มันจะนําไปสู่ การพัฒนาทางการเมืองที่ผมส่วนตัวแล้วผมไม่ได้ถือว่าพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้นเปึนศัตรูกับรัฐบาล แต่ผมถือว่ามันคือปรากฏการณ์ทางการเมือง ที่อธิบายคําว่า ประชาธิปไตย มากกว่าการเลือกตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มันเลยกว่าการเลือกตั้งไปแล้ว มันหมายถึงการไปติดตาม กํากับ ดูแลสิทธิของเขา ตามระบอบประชาธิปไตย เลยไปจนถึงว่ามันไม่ได้เกิดเฉพาะพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แต่พี่น้องของผมบางคนก็อยู่ นปก. ก็มี อยู่เครือข่ายประชาชนก็มี นั่นแปลว่าระบอบประชาธิปไตยต่อไปนี้มันไม่ได้เปึนเพียงการเลือกตั้งเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร ผมขอประทาน อนุญาตได้กราบเรียนตอนท้ายว่า ผมทราบดีว่าคําตอบสําหรับการแก้ปัญหาของบ้านเมือง อันเปึนที่รักของเรานั้นอยู่ในหัวใจของท่านนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจจะไม่บอก สภาวันนี้ แต่พรุ่งนี้ท่านทราบว่าท่านจะทําอะไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า แม้ท่านจะ ตัดสินใจอย่างไรก็ตาม ท่านอย่าได้คาดหวังว่าการเมืองนั้นพอเวลาตัดสินใจไปแล้วมันจะ เห็นผลทันตา แต่ถ้าตัดสินใจได้ถูกต้องอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งใจเอาไว้อยู่ตอนนี้ มันก็จะคลี่คลายค่อย ๆ ลดลงไปสู่ระดับที่เปึนปกติ