ศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงอํานาจในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ในคืนวันที่ ๒๙ ที่ผ่านมานั้นหลังจากที่ผมได้ติดตามข่าวในโทรทัศน์ ผมมีความรู้สึกยินดีที่รัฐสภาแห่งนี้จะได้มีการหาทางออกในวิกฤติบ้านเมืองที่เราคิดว่า เปึนปัญหาใหญ่และเปึนปัญหาสําคัญ แต่ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานครับ หลังจากช่วงบ่ายมีการร่วมรับฟังการอภิปรายของบรรดาสมาชิก หลายท่าน ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมมีความไม่สบายใจ มีความกังวลใจ ว่าสภาแห่งนี้เป่ดการประชุมครั้งนี้ เพื่อจุดประสงค์ที่จะให้แต่ละฝ์ายมาฉกฉวย ผลประโยชน์ในการโจมตีฝ์ายตรงข้ามอย่างนั้นหรือ ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ เพราะผมเชื่อครับ ว่าในการเป่ดสภาแห่งนี้นั้นต้องการที่จะรับฟังข้อคิดเห็นของมวลสมาชิกอย่างกว้างขวาง แต่ผมก็ยังยินดีครับ ที่บรรดาสมาชิกส่วนมากยังเห็นว่าทางออกของปัญหานี้น่าจะเปึน เรื่องของการออกในรูปแบบของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ สาเหตุของการเกิดวิกฤติ เช่นนี้ ผมคงไม่ต้องพูดถึง แต่วันหนึ่งที่ผมคิดว่าพวกเราควรจะจดจํานั้นก็คือ วันที่ ๒๖ สิงหาคมซึ่งถือว่าเปึนวันที่สถานการณ์สุกงอมวันหนึ่ง ต้องกราบเรียนครับว่า เช้าวันนั้น โดยปกติแล้วครอบครัวผมจะชอบดูเอเอสทีวี คุณแม่ผมจะดูพันธมิตรทุกวัน แต่เช้าวันนั้น หลังจากที่มีข่าวคนกลุ่มหนึ่งไปบุกเอ็นบีที ผมเป่ดโทรทัศน์ขึ้นมาดูช่วงเช้าครับ คุณแม่ผม บอกว่าพันธมิตรทําแบบนี้ไม่ถูก ปัญหาต่าง ๆ ข้อกังขาต่าง ๆ ประดังเข้ามามากมาย ถามว่าสถานการณ์วันนั้นพันธมิตรต้องการอะไร จากการต่อสู้ที่บอกว่าสันติวิธี แต่ใช้ ความรุนแรงเพื่ออะไร พันธมิตรขยายผลไปยึดทําเนียบ พันธมิตรขยายผลไปยึดกระทรวง ต่าง ๆ หลายคนครับ ผมเชื่อว่าหลายคนในสังคมเห็นว่าไม่น่าจะเปึนสิ่งที่ถูกต้องนัก หลังจากนั้นในวันที่ ๒๗ หลังจากศาลท่านมีคําสั่งออกมาหลายประเด็นด้วยกัน หลายประการด้วยกัน ก็มีคําถามต่อมาอีกว่า เมื่อมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ศาลท่านวินิจฉัย มีคําตัดสินถึงท่านอดีตผู้นําท่านหนึ่ง และท่านอดีตผู้นําท่านนั้นก็ได้ไปต่างประเทศ พันธมิตรทวงถามว่าทําไมอดีตผู้นําท่านนั้น ไม่ฟังคําสั่งศาล คําถามกลับมาที่ผมว่า แล้ววันนั้นพันธมิตรก็ไม่ฟังคําสั่งศาลเช่นเดียวกัน อันนี้คงไม่ได้หมายความว่ากระบวนการศาลนั้นไม่สามารถใช้ได้ แต่อาจจะหมายถึงว่า มีอะไรสักอย่างหนึ่งเปึนแรงผลักดันให้เขาไม่ฟังศาล สิ่งที่ผมไม่สบายใจอย่างหนึ่งครับ ท่านประธาน ก็คือการเรียกร้องให้ประชาชนเข้ามาล้อมแกนนํา และมีการยั่วยุบอกว่า ถ้าอยากจะจับก็เข้ามาจับ ให้ฝ์าฝูงชนเข้ามา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เหตุการณ์ในวันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ นั้นพันธมิตรหาคําตอบได้ยากมากในการตอบ สังคม แต่ท่านประธานครับ ผมก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในวันที่ ๒๙ จะทําให้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป นั่นก็คือบ่ายวันนั้นเราเห็นภาพที่ตํารวจใช้กําลัง กับผู้ชุมนุม ท่านประธานเชื่อไหมว่าคําถามที่มีกับกลุ่มพันธมิตร ๓ วันที่ผ่านมาหายไป หมด กลับมาถามรัฐบาลว่าแล้วเราใช้กําลังกับประชาชนของเราทําไม ก่อนหน้านั้นผมได้ มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อน ส.ส. หลายท่าน ผมต้องกราบเรียนว่าก่อนวันที่ ๒๙ ผมมีความ ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีเปึนอย่างมากที่ท่านสงบและท่านใจเย็น แต่ท่านประธานครับ เหตุการณ์ในวันที่ ๒๙ นั้นน่าจะเปึนเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงให้รัฐบาลได้เห็นว่าประชาชน ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนองค์กรต่าง ๆ ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐจะใช้กําลังกับประชาชน ของเรา เมื่อวานนี้ผมเดินทางมาตามที่ได้รับข้อความว่านัดมาประชุมในวันนี้ ผมขึ้นแท็กซี่ มาคันหนึ่ง เปึนครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ป้ครับท่านประธาน ที่ผมขึ้นแท็กซี่ และแท็กซี่ เขาไม่พูดเรื่องการเมืองให้ฟัง ผมนั่งแท็กซี่ไม่ได้แสดงตนว่าเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมเห็นแท็กซี่เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเขาก็คุยกับเพื่อนเขาว่า วันนี้ไม่ต้องมา สนามบินดอนเมืองนะ เพราะว่าสายการบินสายใต้เขาไม่บิน สุวรรณภูมิก็ไม่ต้องไป เพราะ โลว์ คอสท์ (Low cost) เขาไม่บิน แล้วเขาแจ้งออกมาว่าสายการบินนานาชาติ หลายสายการบินไม่บิน ท่านประธานครับ ผมก็ฟังการสนทนาของเขาต่อ เขาบอกว่าวันนี้ รถแท็กซี่มาต่อคิวเพื่อจะมารับผู้โดยสารเปึนร้อยคัน ผมเข้าใจว่าคู่สนทนาน่าจะถามว่า แล้วคิดเห็นอย่างไรกับสถานการณ์บ้านเมือง เพราะคนที่ขับแท็กซี่เขาตอบไปว่าไม่รู้ เราทํามาหากินอย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย คิดแต่ว่าวันนี้ทําอย่างไรถึงจะมีเงินจ่าย ค่าเช่ารถ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องการจะสะท้อนให้ท่านประธานเห็นก็คือว่า วันนี้ เปึนการต่อสู้กันของคนกลุ่มหนึ่งที่มีอํานาจกับคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งต้องการจะเปลี่ยนแปลง อํานาจ แต่ผมถามครับ ถามว่าคนที่เดือดร้อนคือใคร ผมคิดว่าพวกเรานี้ยังเดือดร้อน น้อย ประชาชนเขาเดือดร้อนมาก มันจะมีทางออกทางใดหรือครับท่านประธาน ผมต้อง กราบเรียนด้วยเวลาที่มีอันน้อยนิดนี้ หลายต่อหลายคนถามว่าการเป่ดประชุมในวันนี้นั้น ถือว่าเปึนการซักฟอกใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่ ผมต้องกราบเรียนว่ามันไมใช่ มันไม่ใช่ การซักฟอกใครอย่างแน่นอน เพราะถ้าเราใช้สํานึกของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเรานี้คิด เราก็น่าจะรู้ว่าจะเปึนบทบาทหนึ่ง หน้าที่หนึ่ง เราคิดว่าเรามีเวทีที่จะพูด เรามี เวทีที่จะแสดงความคิดเห็น แล้วบังเอิญการแสดงความคิดเห็นของเรานี่ท่านนายกรัฐมนตรีรับฟัง การแสดง ความคิดเห็นของเรานั้นประชาชนรับฟัง หลายต่อหลายคนถามว่ามันจะมีไหม รัฐบาลแห่งชาติ ผมต้องกราบเรียนครับ มันไม่มีหรอกครับรัฐบาลแห่งชาติ พวกเราทุกคน นี่นะครับที่จะต้องเปึนรัฐบาลแห่งชาติ อย่ามีได้ไหมครับฝ์ายค้าน อย่ามีได้ไหมครับ ฝ์ายรัฐบาล วันนี้เฉพาะวิกฤติตรงนี้ อันไหนรัฐบาลทํา แล้วเราคิดว่ามันเปึนประโยชน์ สนับสนุนครับ อันไหนรัฐบาลทําแล้วผิดพลาดเราติติงครับ ผิดคนละครั้ง พลั้งคนละหน ทั้งพันธมิตร ทั้งรัฐบาล ผมคิดว่ามันยังมีโอกาส ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ผมก็มี ข้อเสนอแนะครับว่ามันจะเปึนไปได้ไหมครับ ถ้ารัฐบาลของเรานั้นจะยังคงแก้ปัญหาวิกฤติ นี้ด้วยความใจเย็น ไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนของเรา วันนี้เราฟังเขามากขึ้น ถ้าวันนี้ เขาบอกว่าเราบริหารแบบไม่มีธรรมาภิบาล พิสูจน์ให้เขาดูครับว่าเรามีธรรมาภิบาล ถ้าวันนี้เขาบอกว่าเขาไม่อยากให้เราแก้รัฐธรรมนูญเราก็อย่าเพิ่งแก้ครับ ให้วิกฤตินี้ผ่านไป ได้แล้วก็ขอครับ ทางพันธมิตร ขอท่านว่าให้ท่านหาทางออก ตั้งโจทย์ที่มันง่ายกว่านี้ สักหน่อยจะได้ไหม ไม่ใช่เพื่อรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เพื่อประชาชน ขออีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้รับข้อความมาว่าประธานสหภาพ การประปาประกาศจะตัดน้ําหน่วยราชการเพื่อจะกดดันรัฐบาล ต้องขอวิงวอนท่านครับ ว่าท่านได้โปรดอย่าทําเช่นนั้นเลย เพราะคนที่เดือดร้อนไม่ใช่เพียงแค่รัฐบาลครับ แต่เปึนประชาชนของเราทั้งประเทศ และผมคิดว่าผมจะเปึนกําลังใจให้รัฐบาลไปตลอด ตราบเท่าที่รัฐบาลของเรานั้นไม่ใช้กําลังกับประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ