เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องการแก้ไขวิกฤตการณ์แห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเวลาและเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา รวมถึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
ต่อการแก้ไข ปัญหาวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ซึ่งถือว่าเปึนครั้งที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ การเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ได้มีการเข้ายึดทําเนียบรัฐบาลจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งกระผมคงจะไม่ใช้เวลาในการไล่เรียงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งได้มีท่านสมาชิก รัฐสภาได้อภิปรายไปมากมายหลายสิบท่านแล้ว ก็อยากจะใคร่ขอเสนอความคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภา กระผมเชื่อว่าสถานการณ์ ในปัจจุบันนั้นได้บานปลายมากกว่าที่จะใช้หลักนิติธรรมหรือการปกครองในการที่จะ สามารถแก้ไขได้ในฝ์ายเดียว รัฐบาลต้องยอมรับความจริงว่าผู้คนจํานวนมากที่ได้ออกมา ชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาลให้ลาออกนั้น มีจํานวนเพิ่มมากขึ้นโดยลําดับอันอาจจะ นําไปสู่วิกฤตการณ์ที่ถึงขั้นนองเลือดกลียุคหรือนําไปสู่ความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างยากที่จะเยียวยาได้ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขอกราบเรียนว่าในส่วนตัวและในจุดยืนของกระผมเองนั้นมิได้เห็นด้วยกับหลายสิ่ง หลายอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราในขณะนี้ ไม่เห็นด้วยกับการเข้ายึดทําเนียบรัฐบาล หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ ไม่เห็นด้วยกับการเข้าป่ดสนามบินเพื่อไม่ให้เครื่องบินขึ้นลง ซึ่งได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อการท่องเที่ยว ของประเทศ ซึ่งได้มีสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายไปแล้ว ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐวิสาหกิจ ได้หยุดงาน สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ก็ยังเปึนเรื่องที่ดีที่พนักงาน รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ยังมิได้เข้าร่วมในการหยุดงานหรือประท้วงรัฐบาล ซึ่งจะก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองเพิ่มมากขึ้น ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เปึนส่วนหนึ่งของ การเมืองภาคประชาชนหรือภาคพลเมือง ซึ่งเมื่อรุนแรงและขยายวงขึ้นก็อาจจะล้ําเส้น ของกฎหมาย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่ผ่านมา กระผมก็ไม่ได้ เห็นด้วยกับการที่มีการใช้กําลังของเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปสลายการชุมนุมหรือยึด ทรัพย์สินของผู้ประท้วง ซึ่งนําไปสู่ความรุนแรงดังที่ได้ปรากฏ และยิ่งไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการสร้างม็อบชนม็อบ ซึ่งเปึนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวัน ๒ วันที่ผ่านมา และอาจจะนํามาซึ่งความรุนแรงที่เร็วขึ้นกว่าที่เราคาดคิด แต่กระผมก็มิได้ เห็นด้วยกับการที่จะมีการเรียกร้องและบังคับให้รัฐบาลต้องออกไป ซึ่งเปึนข้อเรียกร้อง ของฝ์ายเดียว มิได้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ และมิได้เปึนไปตามกติกาประชาธิปไตยสากล ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ได้ฟังท่านสมาชิกรัฐสภาทุกฝ์ายได้อภิปรายมาตลอด ช่วงบ่ายและช่วงค่ํานี้เราคงจะไม่สามารถใช้เหตุใช้ผลพิจารณาได้ว่าใครผิดหรือใครถูก ตามหลักนิติธรรมและรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ขณะนี้ชาติต้องการผู้กล้าหาญและผู้เสียสละ ต่อบ้านเมืองและราชบัลลังก์ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานขณะนี้ รัฐบาลก็ต้องยอมรับ ความจริงว่าประชาชนจํานวนมากที่ได้ออกมาประท้วงนั้น ส่วนหนึ่งมีความไม่ไว้วางใจ ในรัฐบาล เปึนความเชื่อที่บริสุทธิ์ใจ ถึงได้ออกมาร่วมการชุมนุมต่อสู้ แม้จะไม่ใช่ เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนทั้งประเทศ กระผมต้องขอขอบคุณและแสดงความชื่นชม ต่อกองทัพไทยทุกเหล่าทัพที่มิได้ฉกฉวยโอกาสในสถานการณ์ที่ถือว่าค่อนข้างจะสุกงอม ชิงอํานาจ กระทําการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งแสดงออกถึงความไม่มักใหญ่ใฝ์สูงของผู้นํา เหล่าทัพในปัจจุบัน ได้ปล่อยให้ฝ์ายการเมืองได้มีโอกาสในการแก้ไขปัญหาตามครรลอง ประชาธิปไตย ผมอยากจะเรียกว่าผู้นําเหล่าทัพเหล่านี้เปึนวีรบุรุษตัวจริงในสถานการณ์ ปัจจุบัน
ขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานสภาว่าสิ่งที่สําคัญ ที่สุดในขณะนี้คือเวลา เวลาเปึนปัจจัยที่สําคัญ ในขณะนี้ท่านยังมีเวลาที่จะเลือกหนทาง หลายหนทางที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาและวิกฤตการณ์ของชาติเพื่อมิให้เกิด ความเสียหายจนยากที่จะเยียวยาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเร่งหามาตรการที่จะแก้ไข วิกฤตการณ์อย่างเร็วที่สุด ซึ่งจากที่ได้ฟังหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายก็เห็นตรงกันว่าสันติวิธี คือการเร่งรีบในการเจรจานั้นเปึนเรื่องที่สําคัญ และน่าจะหาทางอย่างเร็วที่สุด แต่ถ้า ไม่สามารถดําเนินการได้สิ่งซึ่งผมอยากจะเรียกร้อง ขอร้องจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งผมมีความเคารพท่านเปึนการส่วนตัว ก็ตรงกับความคิดของท่านผู้นําฝ์ายค้าน ที่อยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ใช้อํานาจตามมาตรา ของรัฐธรรมนูญในการที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน หกสิบวัน ตามมาตรา ๑๐๘ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่าจะเปึนทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ที่จะนําความสงบเรียบร้อยมาสู่บ้านเมือง นําความสุขมาสู่พี่น้องประชาชนทุก ๆ คน ก็ต้องขอบคุณทางฝ์ายค้านที่ยอมเสียสละ แม้ท่านจะรู้ว่าจะเสียเปรียบในการเลือกตั้ง แต่ผมคิดว่าการเลือกที่จะยุบสภานั้นไม่ใช่การยอมแพ้ต่อผู้ชุมนุมประท้วง แต่เปึนการ เสียสละ เปึนการกระทําที่จะแสดงถึงความเปึนนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ของท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และผมไม่เชื่อว่าจะมีใครบอกว่าท่านยอมแพ้ และก็ เชื่อว่าความสงบสุขจะเกิดขึ้น ผมมีความเชื่อมั่นอย่างนั้น ก็ใคร่ขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานสภาถึงแนวความคิดของกระผมเอง ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ ตรงกับหลาย ๆ ท่านในสภาแห่งนี้ ขอขอบพระคุณครับ