รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เสนอแนะวิธีแก้ปัญหาสถานการณ์ของประเทศไทย 5 ประเด็น โดยเน้นย้ำถึงการยึดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และการไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา เขายังหารือเรื่องหลักการปกครองประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้กฎหมาย และการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา ศรีสะเกษ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้อยู่ในภาวะ ล่อแหลม ประชาชนทั่วประเทศมีความกังวลใจว่า ยังจะมีทางออกสําหรับประเทศไทย หรือไม่ โดยส่วนตัวของผมนั้น ผมยังเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าประเทศของเรายังมีทางออกอยู่ และใคร่ขอเสนอข้อคิดเห็นในการแก้ปัญหาของประเทศชาติของเรา ๕ ข้อนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่า ในการแก้ปัญหาที่เราเผชิญหน้าในปัจจุบันนี้จะต้อง ยึดถือหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขนะครับ อย่างเคร่งครัด

ประเด็นที่ ๒ ก็คือจะต้องยึดหลักกฎหมาย รูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) นะครับ

ประเด็นที่ ๓ จะต้องไม่ใช้ความรุนแรง จะต้องพยายามทําให้เกิดความ ปรองดองกันมากที่สุด อาจจะมีการเจรจากัน หรือวิธีใดก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง นะครับ

ประเด็นที่ ๔ นะครับ ก็คือควรจะระวังการแทรกแซง หรือการพยายาม สร้างสถานการณ์โดยมือที่สาม

ประเด็นที่ ๕ คือ การให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเปึน ภาครัฐเอง หรือสื่อมวลชนนะครับ

ขออนุญาตกล่าวถึงประเด็นที่ ๑ ก่อนนะครับ การยึดหลักประชาธิปไตย หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ถือการปกครองโดยอาศัยเสียงข้างมาก คือ มาจอริตี้ รูล (Majority rule) นะครับ ขณะเดียวกันเราก็เคารพและให้เกียรติเสียงข้างน้อย นะครับ ไมนอริตี้ ไรท์ (Minority right) นะครับ ซึ่งแน่นอนที่สุดนะครับ ถ้าหากว่า เสียงข้างมากมีข้อคิดเห็นอย่างไรก็น่าที่จะรับฟัง ขณะเดียวกันเสียงข้างน้อยนั้นมีสิทธิที่จะ ออกเสียงนะครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเสียงข้างน้อยจะใช้เสียงข้างน้อยในการ เปลี่ยนแปลงการปกครองได้นะครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญ ประชาภิวัตน์ก็เช่นเดียวกัน แต่แน่นอนที่สุดการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นจะต้องไม่เกิน ขอบเขตกว่าสิทธิและเสรีภาพซึ่งพึงมีพึงได้ โดยไม่ควรที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนส่วนใหญ่นะครับ เพราะมิฉะนั้นก็จะกลายเปึนว่ามันจะไม่ใช่การปกครองแบบ การมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ จะกลายเปึนกฎหมู่นะครับ สําหรับเรื่องการชุมนุม นะครับก็เปึนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะสามารถกระทําได้ แต่ถ้าหากว่าพวกเรา ปล่อยให้มีการชุมนุมของประชาชน ๒๐,๐๐๐ หรือ ๓๐,๐๐๐ คน เปึนเวลา ๓ เดือน หรือ ๔ เดือน แล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย เนื่องจากถ้าหากว่าเรายอมให้เกิดตัวอย่างขึ้นเปึนครั้งแรกนะครับ ก็อาจจะ มีครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ ต่อไปอีก จะทําให้ประเทศไทยของเรามีความเสี่ยง เพิ่มเติมขึ้นอีกประการหนึ่งกล่าวคือ แต่เดิมเรามีความเสี่ยงในเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร โดยทหารนะครับ แต่ถ้าหากว่าเรายอมให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการล้มล้าง รัฐบาล โดยการอาศัยกลุ่มบุคคล ๒๐,๐๐๐ หรือ ๓๐,๐๐๐ คน มาชุมนุมกัน ๓ หรือ ๔ เดือน ประเทศของเราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการรัฐประหาร โดยกลุ่มบุคคลนะครับ ซึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยและไม่ชอบด้วยหลักประชาธิปไตยนะครับ ประชาธิปไตยนั้นจะต้องใช้เวลาในการพัฒนานะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ใช้เวลา ๒๐๐ ป้เศษ ประเทศอังกฤษก็หลายร้อยป้นะครับ ส่วนประเทศญี่ปุ์นก็ ๕๐ – ๖๐ ป้ ทุกประเทศมีการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอย่างเปึนขั้นตอน ประชาชนมีความอดทน ทําให้ระบอบประชาธิปไตยของอารยประเทศเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าหากว่า พวกเราขาดความอดทนนะครับ พอมีปัญหาซึ่งก็เปึนปกตินะครับ ระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบอบการปกครองซึ่งไม่มีข้อบกพร่องเลย มีข้อบกพร่องครับ แต่ก็เปึนข้อบกพร่อง ตามปกติสามารถแก้ไขได้ เมื่อมีข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดนะครับ ก็ควรที่จะแก้ไข ไปในทางระบอบประชาธิปไตยนะครับ ซึ่งในที่สุดถ้าหากว่าพวกเรายังยึดมั่นในระบอบ ประชาธิปไตยอยู่ ก็คงจะมีสักวันนะครับที่ประชาธิปไตยของเราก็จะเจริญวัฒนาถาวร เทียบเท่ากับระบอบประชาธิปไตยของอารยประเทศ อย่างเช่น ประเทศอังกฤษ หรือประเทศอเมริกา หรือญี่ปุ์น นะครับ แต่ถ้าหากว่าเรายอมให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะความไม่ชอบใจหรือความผิดพลาดเพียงบางประการแล้วก็ล้มล้างรัฐบาล โดยวิธีการซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตย ประเทศของเราก็จะไม่มีทางปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งถูกต้องและทัดเทียมอารยประเทศได้เลยนะครับ หลายท่านก็อาจจะ บอกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเราในปัจจุบันนี้ถึงทางตัน เนื่องจากว่า การเลือกตั้งมีปัญหาในเรื่องของการทุจริต หรือการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ไม่ยุติธรรม แต่ผม ใคร่ขอเรียนว่าถ้าหากจะเทียบกับในอดีต ปัจจุบันนี้ดีกว่าเดิมมาก และปัญหาในการ เลือกตั้งก็ไม่ใช่ปัญหาที่ผิดปกติ เปึนสิ่งซึ่งอารยประเทศไม่ว่าจะเปึนอังกฤษหรืออเมริกา หรือประเทศใด ๆ ก็ตาม ก่อนที่จะมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งต่างก็ เคยผ่านประสบการณ์การเลือกตั้งที่มีปัญหาหรือการเลือกตั้งที่ไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม มาแล้วทั้งสิ้น แต่ทุกประเทศก็ยังยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย และก็หาทางแก้ไข ทําอย่างไรให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์และยุติธรรมยิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าจะไปเปลี่ยนระบบใหม่ ว่าเปึนระบบ ๗๐ : ๓๐ แต่งตั้ง ๗๐ เลือกตั้ง ๓๐ ซึ่งมันไม่ใช่กระบวนการในระบอบ ประชาธิปไตยนะครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ ประเด็นในการแก้ปัญหาจะต้องยึดหลักกฎหมายนะครับ รูล ออฟ ลอว์ หลักกฎหมายที่ชอบธรรมนั้นประชาชนพึงที่จะปฏิบัติตาม ถ้าหากว่า เราไม่ยึดถือหลักกฎหมายในการปกครองและในการทําการใด ๆ แล้ว เราจะไม่สามารถ อยู่กันได้นะครับ ถ้าหากว่ามีเคส (Case) ที่ ๑ มีกรณีที่ ๑ ซึ่งประชาชนหรือกลุ่มบุคคลหรือ บุคคลใดบุคคลหนึ่งสามารถที่จะไม่เคารพในกฎหมาย และสามารถผ่านพ้นไปได้โดย ไม่ต้องเคารพกฎหมาย ก็จะมีกรณีที่ ๒ กรณีที่ ๓ และกรณีที่ ๔ อีก ซึ่งในที่สุดมันก็จะ ไม่ใช่การปกครองโดยระบบกฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอให้มีการใช้กฎหมาย ยึดหลักกฎหมายรูล ออฟ ลอว์นะครับ

และข้อ ๓ นะครับคือการไม่ใช้กําลังและพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะแก้ไข ปัญหาโดยสงบสันตินะครับ อาจจะมีการเจรจากันก็ได้นะครับ สําหรับฝ์ายที่มีความ ขัดแย้งกันนะครับ

ส่วนประเด็นที่ ๔ คือเรื่องของมือที่สามนะครับ เพราะว่าเท่าที่ผมสังเกตดู ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายผู้ชุมนุมเองหรือฝ์ายประชาชนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมนะครับ และก็ ฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายผู้รักษากฎหมายในประเทศต่างก็ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาโดย สันติวิธี แต่ก็อาจจะเปึนไปได้ว่าอาจจะมีบุคคลซึ่งไม่หวังดีนะครับ อาจจะมีการทําการ สร้างสถานการณ์เพื่อให้ข้อขัดแย้งของทั้ง ๒ ฝ์าย มีความขยายวงมากขึ้น ก็ใคร่ขอวิงวอน ให้บุคคลซึ่งคิดที่จะกระทําดังกล่าวนะครับขอให้เห็นแก่ประเทศชาติของเรา และใช้วิธีการ แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีนะครับ

ส่วนข้อที่ ๕ คือการให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างรอบด้าน ในปัจจุบันนี้ บางครั้งประชาชนบางส่วนไม่ได้ฟังข้อมูลรอบด้านนะครับ คือเมื่อมีความรักหรือชอบ ในด้านใดด้านหนึ่งก็จะฟังแต่ด้านนั้น ซึ่งเปึนเรื่องซึ่งอันตราย เนื่องจากจะทําให้สังคม แตกแยก ก็ใคร่ขอวิงวอน ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลหรือสื่อมวลชนนะครับ ขอให้มีการเสนอ ข้อมูลโดยรอบด้าน เพื่อที่ว่าประเทศของเราจะได้ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาโดยปราศจาก อคติ

สุดท้ายนี้ก็ใคร่ขอวิงวอนผู้ใหญ่ในสังคมที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ถ้าพวกท่านจะกรุณาออกมาเตือนสติประชาชนทั้งประเทศให้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ก็จะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ