พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการเมือง โดยพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของการเมืองภาคประชาชน และการตรวจสอบฝ่ายการเมืองที่เป็นหลัก และยังพูดถึงความไม่เชื่อใจต่อท่านนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า ท่านได้เคยพูดว่าท่านเป็นหุ่นเชิดและนอมินีของใครคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง และท่านได้ใช้อำนาจบริหารเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องของท่าน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้อนุญาตให้พวกเราได้ใช้เวทีรัฐสภาแห่งนี้เพื่อมา พูดจาปัญหาของบ้านเมือง และเพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหา ไม่ทราบว่าจะด้วยเจตนาของ นายกรัฐมนตรีโดยตรงหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ตามที่ท่านได้ชี้แจงตอนต้น แต่ว่าเหตุผลที่อยู่ ในญัตติครั้งนี้ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรง เพราะฉะนั้นเพื่อเปึนการร่วมกันในการแสวงหาแนวทางหรือหนทางแก้ไขปัญหา โดยสันติวิธี จึงขอมารับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพครับ พวกกระผมต่างก็มีความคิดเหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง อาจจะตรงกับท่านนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีบ้าง ไม่ตรงบ้าง ก็หวังว่าท่านจะ รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แล้วก็ลองไปทบทวน สิ่งใดที่ท่านคิดว่าเห็นด้วยท่านก็ ลองไปทบทวนดู สิ่งใดที่ท่านคิดเห็นว่าไม่ตรงกันนะครับ ก็ขอให้ถือว่าเปึนเรื่องของ ความคิดเห็น ผมอยากให้เวทีแห่งนี้เปึนเวทีที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็น จะถูกจะผิดก็เปึน ความคิดเห็นครับ ที่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าวันนี้ผมได้ฟังมุมมอง หลายด้าน ท่านประธานคงเห็นตรงกับผมว่าไม่มีใครบอกว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้กระทํา ในขณะนี้ ไม่ว่าฝ์ายไหนครับ จะเปึนพันธมิตร เปึน นปก. เปึนอะไรก็แล้วแต่ถูกกฎหมาย ไปหมด หรือว่าผิดกฎหมายไปหมด ความเปึนจริงวันนี้การเมืองเปลี่ยนไปเยอะ การเมือง ภาคประชาชนที่เรียกกันวันนี้ก็มีความเข้มแข็งขึ้น และมีบทบาทมากขึ้น และก็มีบทบาท ในการตรวจสอบฝ์ายการเมืองที่เปึนการเมืองหลักอย่างพวกเรามากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก ตรงนั้นแหละครับผมคิดว่าคือสาเหตุ และถ้าหากว่าเราย้อนหลังไปดูสาเหตุ เราจะพบว่า สาเหตุที่ทําให้เกิดปัญหานั้นมาจากความไม่เชื่อใจ ต้องยอมรับความจริงครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดในอดีตว่าท่านเปึนหุ่นเชิด ท่านเปึนนอมินีของใครคนใด คนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง นั่นท่านพูดไว้ครับ ผมคิดว่าจากจุดนั้นที่ทําให้ประชาชน เริ่มมองและเริ่มสงสัยและก็เริ่มติดตามท่าน จะจริงจะเท็จท่านต้องยอมรับว่าท่านพูดไว้ แล้วต่อมาเมื่อมันเกิดอะไรต่าง ๆ ขึ้นก็ต้องยอมรับว่าประชาชนจํานวนมากคิดว่าท่านได้ใช้ อํานาจบริหารเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องของท่าน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน มีการแทรกแซงอํานาจหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายของที่ดูแลเรื่องกระบวนการยุติธรรม ฝ์ายของเรื่องการสืบสวนสอบสวน เหมือนเพื่อนสมาชิกได้พูดแล้ว ผมไม่พูดซ้ํา แต่นั่นคือ ความเปึนจริงที่เกิดขึ้น ท่านอาจจะคิดว่าไม่จริง ไม่ใช่ แต่นั่นคือตัวปัญหา เพราะท่าน บอกว่าท่านไม่ได้ทําผิดอะไร ในขณะที่หลายฝ์ายเขาคิดว่าสิ่งที่ท่านกระทํานั้นมันเปึน ความผิดครับ แม้ไม่ผิดกฎหมายไปเสียหมด หรือว่าหาหลักฐานไม่ได้ทั้งหมด แต่เขารู้สึกว่ามันผิดจริยธรรมหรือคุณธรรมของฝ์าย การเมืองที่พึงกระทําให้กับบ้านเมือง ผมคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา ถ้าหากว่า เราพบปัญหาและเราดับปัญหานั้น ผมคิดว่าสิ่งที่เขียนในญัตติว่าจะมีการทวีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้นนั้น มันก็จะค่อย ๆ ซาลงไปได้ หลายวันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ความเปึนจริงแล้วผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดบอกว่าจะปฏิบัติการด้วยความ นุ่มนวล ผมก็ดีใจ แต่นับแต่วันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ที่ผ่านมา วันนั้นเปึนวันแรกผมคิดว่า ถ้าผมเปึนท่านนายกรัฐมนตรี ผมคงรู้สึกไม่สบายใจครับ ผมก็เชื่อว่าท่านไม่สบายใจ คนที่มาจากการเลือกตั้งมาจากประชาชนตลอดชีวิตกลายเปึนว่าเมื่อมาเปึนผู้นํารัฐบาล ต้องกลายเปึนผู้นําที่ผู้ใต้บังคับบัญชาฝ์ายบ้านเมืองไปทําร้ายประชาชน ผมเชื่อว่า ท่านไม่สบายใจ ต้องหาต่อไปครับว่าท่านได้สั่งการจริงไหม ว่าให้ปฏิบัติการด้วยความ นุ่มนวล ถ้าจริงเหมือนที่ท่านได้เคยพูดไว้แล้วใครล่ะครับ ไม่ทําตามคําสั่งท่าน ที่ผมต้อง เรียนอย่างนี้เพราะว่าจากภาพข่าว ท่านประธานคงจะเคยเห็นในโทรทัศน์ในหนังสือพิมพ์ เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติการใช้ป๋นนะครับ ผมขออนุญาตเอาภาพจากสื่อมวลชน เพราะว่า ไม่เตรียมอะไรทั้งนั้นและนี่คือของจริง ป๋นครับป๋นยาว ซึ่งผมคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ควรใช้เลย แล้วป๋นที่ว่านั้นมีหลายแบบ แต่ป๋นที่ผมพูดถึง ผมพูดถึงเฉพาะป๋น ที่เปรียบเทียบแล้วเหมือนอาวุธที่ใช้ในการปฏิบัติการที่รุนแรง ผมคิดว่ารัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง โดยเฉพาะเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะปฏิบัติการด้วยความนุ่มนวล สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทบทวนวันนี้คือต้องทบทวนว่าความผิด ที่นายกรัฐมนตรีพยายามหาว่า ๗ เดือนเท่านั้นทําอะไรผิดกับความผิดที่สังคมกําลังพูดถึง วันนี้มันเปึนความผิดตรงกันไหม หลายคนอาจจะบอกครับว่าการชุมนุมประชาชน ง่ายครับ เอาคนมาเปึนพันเปึนหมื่นเปึนแสนคนไม่ยากหรอกครับ แต่ผมคิดว่าการที่ทําให้ คนทุกหมู่เหล่าทุกอาชีพทุกระดับมีใจเปึนหนึ่งเดียว อย่างเช่นที่เกิดขึ้นครั้งนี้ การหยุดงาน ของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ไม่เคยเกิดในลักษณะเช่นนี้ อะไรครับทําให้คนเหล่านั้นเขาพร้อมใจ กันได้ ตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลเองก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องทบทวนบทบาท และเอาใจเขาใส่ใจเราให้มากขึ้นครับ ว่าสิ่งที่เรามีอํานาจบริหาร ได้กระทําลงไปนั้น ใช่สิ่งที่เขาคิดว่าเราพึงกระทําหรือไม่ ถ้าหากว่าตรงนี้ยังไม่ได้พึงกระทํา ลงไป ผมคิดว่าไม่มีวันที่จะดับความรุนแรงได้มากไปกว่านี้ ตรงกันข้ามครับ อีกประการหนึ่งคนที่ท่านใช้ครับ ดุลยพินิจในการที่ท่านจะใช้คนเข้าไปกํากับดูแลนั้น คนที่ ท่านใช้ต้องมีทัศนคติที่เปึนสันติวิธี ถ้าหากว่าคนที่ลงไปบังคับบัญชาสั่งการไม่ได้มีทัศนคติ ที่เปึนสันติวิธี แม้ท่านจะสั่งการอย่างไร ท่านจะบอกอย่างไร มันไม่มีวันเกิดสันติเกิดขึ้น ผมไม่อยากจะเอาภาพมาแสดงมาก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ บ้านเมืองไม่ควรทําหลาย ๆ อย่าง ท่านประธานเคยเปึนอดีตผู้พิพากษาเหมือนผม กระบองของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ไปบางภาพตัดให้ปลายเปึนปลายแหลม ท่านประธาน เคยเห็น ลักษณะเช่นนี้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติการไม่ควรครับ ผมไม่ โต้เถียงว่าฝ์ายที่ชุมนุมเขามีอาวุธ แต่อาวุธของฝ์ายผู้ชุมนุมท่านประธานครับ เปึนไม้ เปึนอะไรอย่างนั้น ลักษณะเช่นนั้นต้องดูว่าเขาเตรียมไว้ปัองกันตัวหรือเพื่ออะไร ตรงนี้ ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ถ้าหากใครมีไว้ใช้เปึนอาวุธต้องดําเนินคดีเช่นเดียวกัน แต่การที่ ฝ์ายไหนทําความผิดกฎหมายไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะมีความชอบธรรมที่จะทําผิดกฎหมาย ไปได้เองด้วยครับ สิ่งที่เราต้องพูดจากันวันนี้และความรุนแรงที่มันทวีขึ้นวันนี้มันมาจาก ตรงนี้ครับ ท่านประธาน มันมาจากความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ มันมาจากความเข้าใจ ผิดของผู้สั่งการหรือไม่ ว่าสามารถมีอํานาจสั่งการให้กระทําอะไรก็ได้ และจากตรงนั้นคือ จุดเริ่มต้นของภาพที่พวกเราไม่อยากเห็นครับ แล้วผมเชื่อว่าใครที่มาจากฝ์ายการเมือง มาจากการเลือกตั้งประชาชนต้องกลับไปหาประชาชน ไม่อยากเห็นครับ พวกเรารู้สึก บาดใจทุกครั้งที่หากว่าประชาชนจะต้องถูกกระทําในลักษณะเช่นนี้ และผมเชื่อว่าครั้งนี้ เปึนครั้งแรกที่ประชาชนถูกกระทําถึงขนาดนี้ ในรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง จะผิดจะถูกจะจริงจะเท็จ แต่นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นแล้วครับ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ และบันทึกไว้เปึนประวัติศาสตร์ว่าในยุคของท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ผมเสียใจครับ เกิดขึ้นได้อย่างไรในรัฐบาลอย่างนี้ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมไม่ได้บอกว่า พันธมิตรถูก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการใช้ความรุนแรง การสั่งการให้เกิดความรุนแรงเช่นนี้ เปึนความผิดเช่นเดียวกัน ปัญหาตรงนี้คือจุดเริ่มต้น ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการตรวจสอบหรือไม่ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคมในช่วงเช้าเปึนต้นมานั้นเกิดขึ้นด้วยการสั่งการของใคร เกิดขึ้นเพราะเหตุใด แต่ที่ผมอยากเรียนท่านครับว่า หลังจากเกิดภาพข่าว เกิดเหตุการณ์แล้ว พวกกระผม ประชุมกันอยู่ที่พรรค ประชุมเรื่องนี้ครับ ประชุมกับท่านหัวหน้า ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรกับ ส.ส. กทม. อีกจํานวนมาก และ ส.ส. จากหลายจังหวัด เราได้เห็น ภาพจากโทรทัศน์ไม่เคยคิดว่าจะเกิดแบบนี้ขึ้น และหลายท่านที่พูดว่าทําไมมาป่ด สนามบิน ทําไมมาทําโน่นทํานี่ ผมก็ไม่เห็นด้วยเลยครับ เพราะคนเดือดร้อน แต่เขา ได้บอกไว้แล้วว่าถ้าใช้กําลังกับผู้ชุมนุมเมื่อไรจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ทําไมท่านไม่ตระหนัก ว่าอย่าให้เกิด นั่นแหละครับ คือสิ่งที่พวกผมทนไม่ได้ ถ้าหากว่าจะต้องเลือกข้างใคร สักคนหนึ่งอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกพวกกระผมเลือกข้างประชาชน เพราะเราเปึน ผู้แทนปวงชนชาวไทย ผมไม่เลือกข้างรัฐบาล ไม่เลือกข้างไหน ผมเลือกข้างประชาชน และผมก็หวังว่า ไม่ว่าจะเปึนใคร จะเปึน นปก. จะเปึนพันธมิตรจะไม่ถูกกระทําเหมือน ประชาชนที่ถูกกระทําเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ โดยเฉพาะจากรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต้องไปดูให้เห็นกับตาว่ามันจริงเท็จแค่ไหน หรือว่ามันเปึนภาพข่าว เดี๋ยวจะหาว่าเปึนการ สร้างภาพ เราได้เดินทางไปที่ลานพระรูปทรงม้า ได้พบผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกตีศีรษะ บวมมาก ที่ด้านหลังบริเวณต่ํากว่าศีรษะลงไปท้ายทอย นี่คือคนแรกที่เราได้พบ เราก็พยายาม บอกว่าให้รีบส่งโรงพยาบาล อยู่ในเต็นท์ (Tent) พยาบาลฝัืงลานพระรูป ต้องการทราบว่า เหตุใดจะต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้น เดินข้ามถนนไปหาตํารวจ ไปขอพบผู้บังคับบัญชา เพราะ ต้องการทราบว่าเหตุใดมันเกิดอะไรขึ้น มันมีอะไรเข้าใจผิดมันถึงต้องลงมือลงไม้กันอย่าง ที่เปึนภาพข่าว ท่านประธานที่เคารพ เชื่อไหม ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พาพวกเราข้ามถนนไปพบตํารวจ ตํารวจตั้งแผงกั้นครับ ไม่เปึนไร ท่านอาจจะคิดว่าเราจะมาทําร้ายแต่ว่าขณะที่บอกขอพบผู้บังคับบัญชาท่านตีเกราะ เลยครับ ผมบอกว่าอย่าตี นี่ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไม่รู้จักผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรหรือครับ ตีเกราะใส่หน้าผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านนึก ว่าเราจะไปทําร้ายหรือครับ นี่ขนาดอย่างนี้หรือครับ ผมบอกว่าเปล่าครับ เรามาขอพบ ผู้บังคับบัญชา ในที่สุดไปตามผู้บังคับบัญชามา ผู้บังคับบัญชาให้เข้าไปนั่งคุยกัน บอกว่า เราจะมาขอดู เพราะเมื่อสักครู่ผู้ชุมนุมฝ์ายโน้นบอกว่ายังมีผู้บาดเจ็บอีกจํานวนหนึ่ง อยู่ข้างในบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ออกมาไม่ได้เราบอกว่าเปึนไปได้อย่างไร ออกมาไม่ได้ เขาบอกให้เข้าไปดู นั่นแหละครับ คือที่เราข้ามถนนเข้าไป ระหว่างที่เราเดิน ข้ามถนนเข้าไปหลังจากที่ได้พูดกับผู้บังคับบัญชา ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้พูดสายกับท่านนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามไป ถามมาว่าเกิดทําอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านบอกว่าทําตามคําสั่งศาล ท่านประธานเปึนอดีต ผู้พิพากษาเหมือนผม ท่านคิดว่าศาลสั่งแบบนี้ได้ไหม นั่นแหละครับ คือความเข้าใจผิด ของเจ้าหน้าที่ถูกสั่งการกันลงมาหรือเปล่าว่าทําได้ เห็นใจเจ้าหน้าที่ครับ บอกว่าทําได้ บอกทําตามคําสั่งศาล ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่าทําได้อย่างไร ขอพูดกับผู้บังคับบัญชาสูงขึ้นหน่อย ก็มีการต่อโทรศัพท์ ผมไม่ได้พูดคุยหรอกครับ ต้องให้ ท่านเปึนคนบอก แต่เขาบอกว่าคนที่สั่งให้ทําคือท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้น บัญชาการอยู่ที่กองบัญชาการตํารวจนครบาล ผมไม่ทราบ เขาไม่ได้บอกชื่อ แต่บอกว่า รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้เปึนคนสั่งให้ดําเนินการ จริงเท็จไม่ทราบแต่นั่นคือ ที่พูดโทรศัพท์ เราได้เดินเข้าไปต่อครับ พบหญิงชราอายุ ๖๐ ป้ ๗๐ ป้ ๓ – ๔ คนนั่งอยู่ข้าง ถนนมือกุมศีรษะ เห็นท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ร้องไห้ ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปถามว่าเปึนอย่างไรบ้าง ท่านไม่บอกครับ บอกเจ็บตัวไม่เปึนไร แต่เจ็บใจครับ เพราะว่าพวกเรามานี่ด้วยความรักพระเจ้าอยู่หัว แต่ทําไมต้องมาทํากัน รุนแรงขนาดนี้ นี่ผมเล่าข้อเท็จจริง เราเดินต่อเข้าไปครับ ไปพบผู้บังคับบัญชาสูงสุดที่เขาอ้างถึง แต่ก่อนจะพบ ท่านประธาน เชื่อไหมครับ เราได้พบตํารวจหลายจุด ได้ไปถามไถ่ว่าเปึนอย่างไรบ้าง ให้กําลังใจอยากให้ ใจเย็นครับ ผมก็พยายามพูดว่าให้ใจเย็น ๆ อย่าไปใช้กําลัง ใจเย็น ๆ มีอะไรค่อยพูด ค่อยจา แต่ที่น่าประหลาดใจท่านประธานเชื่อไหมครับ ทุกกลุ่มที่เข้าไปพบ ผมนึกว่า เปึนตํารวจนครบาล เปล่าเลยครับ เกือบทั้งหมดบอกว่ามาจากสุรินทร์ครับ แทบจะไม่มี ตํารวจนครบาลเลยครับ ทําไมอย่างนั้นล่ะครับ ไม่ใช่ตํารวจนครบาลนะครับที่นั่งอยู่ ตรงนั้น ตชด. บอกมาจากสุรินทร์ ที่อื่นก็บอกมาจากสุรินทร์ จริงเท็จผมไม่ทราบ แต่ทั้งหมดบอกว่าไม่ทราบ แล้วทําอย่างเดียวตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง สั่งให้ทําอะไร ทําทั้งนั้น นี่ครับคือต้นเหตุของปัญหาว่าใครคือผู้บังคับบัญชา เข้าไปอีกนิดหนึ่งครับ ไปถามผู้บังคับบัญชาตรงนั้น ขออภัยเอ่ยนามครับ ท่าน พลตํารวจตรี เอกรัตน์ มีปรีชา ถามว่า ท่านครับเกิดเหตุอะไรกันขึ้น ทําไมมีผู้ถูกทําร้ายทุบตี ท่านบอกไม่มีครับ ไม่มี ท่านไม่เห็น ท่านประธานครับ นั่งบัญชาการตรงนั้นบอกว่าท่านไม่เห็น เต็นท์ที่เพิ่งเก็บ ที่พวกกระผมกําลังจะเดินเข้าไปดูอยู่ห่างจากท่านประมาณ ๑๕ เมตร ๒๐ เมตร ท่านบอก ไม่เห็นครับ ท่านบอกว่าเห็นแต่ว่าบางคนเอามือกุมหัวแล้วมีสีแดง ๆ ไม่รู้ว่าเอาสีมาทา หรือบาดเจ็บจริงหรือเปล่าไม่ทราบ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าใช่ภาพนี้หรือเปล่าที่ว่าบาดเจ็บ ท่านประธานดูนะครับ ผมไม่ได้ตัดต่อครับ อันนี้คือของจริง แล้วบางคนก็เลือดอาบ ท่านประธานเห็นไหมครับ ไม่ทราบรูปนี้หรือเปล่าที่ท่านบอกเอาสีแดง ๆ ทา นี่คือทัศนคติ ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ครับ ถ้าท่านใช้ผู้ที่มีทัศนคติแบบนี้ความรุนแรงไม่มีจบ แต่ที่สําคัญ เมื่อเดินเข้าไปถึงเต็นท์ครับท่านประธาน มีผู้บาดเจ็บอยู่ตรงนั้นอีกประมาณ ๕ – ๖ ราย บอกว่าทําไมไม่ออกไป บอกว่าพวกนี้คือพวกที่ไปไม่ไหวแล้ว คนที่พอพยุงตัวเองไปไหว ก็พยายามออกไปแล้ว บอกทําไมต้องอย่างนั้น บอกว่าเขาไม่อนุญาตให้รถพยาบาลเข้ามา ในสถานการณ์สงครามเขายังยกเว้นหน่วยเสนารักษ์เลยครับท่านประธาน นี่มันเหตุการณ์ อะไรครับ ทําไมผู้มีอํานาจสั่งการตรงนั้นไม่ให้รถพยาบาลเข้าไปรับตัวผู้บาดเจ็บ ก็เลยว่า ใครเดินกันไหวก็พยุงกันออกไป ผมก็เลยนึกได้ว่าสงสัยผู้หญิงแก่ ๓ – ๔ ท่านที่ผมได้พบ คือตรงนี้เอง ทําไมถึงไปอยู่ระหว่างทาง เพราะนั่งพัก ไม่ให้รถพยาบาลเข้าไปครับ เราได้พยายามประสานกับท่านเอกรัตน์ ท่านก็บอกให้เข้าได้ บอกเข้าได้ก็ดีสิ ช่วย ๆ บอกหน่อย ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่คอยประสานอยู่ เรียกรถพยาบาลเข้ามากัน ปรากฏว่า เราไปดูที่เต็นท์ เจ้าหน้าที่มาบอกว่ารถพยาบาลแจ้งว่ามาตรงนั้นแล้วครับ แต่ตํารวจ ที่อยู่ข้างหน้าไม่ให้เข้าเหมือนเดิม นี่ครับคือการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้เข้าครับ ท้ายที่สุด ต้องเดินกลับไปหาท่านเอกรัตน์แล้วบอกท่าน ท่านสั่งหน่อย ท่านบอกว่าท่านไม่มีเบอร์ โทรศัพท์มือถือที่จะสั่งการได้ ท่านประธานครับ สถานการณ์แบบนี้ใช้โทรศัพท์มือถือครับ แล้วตํารวจใช้โทรศัพท์มือถือสั่งการหรือครับ ต้องพาท่านเอกรัตน์มาที่ตรงบริเวณสี่แยก ตรงหน้าพระรูปทรงม้า ตรงนั้นตํารวจถึงให้รถพยาบาลเข้ามา นี่คือการปฏิบัติหน้าที่ แล้วถ้าหากเปึนอย่างนี้ภาพพจน์ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ผมก็มาจากการเลือกตั้ง เหมือนท่าน มันเสียหมด ตรงนี้ผมไม่อยากให้เกิด ท่านต้องไปทบทวนการปฏิบัติหน้าที่กับ ผู้ที่เขากระทําผิดกฎหมาย ใช่หรือไม่ทั้งหมดก็ยังไม่ทราบ หมายบังคับคดี ท่านประธาน ก็ทราบอยู่แล้วบังคับกับ ๖ คน คนอื่นเขาขัดขวางหรือเปล่า ถ้าเขาไม่ขัดขวางทําได้แค่ไหน ตามกฎหมายก็ได้แค่จับกุม ควบคุมไว้ตามที่จําเปึน ตามมาตรา ๒๙๖ สัตต ของ วิ. แพ่ง เท่านั้นเองท่านประธานคงทราบดีในกรณีเช่นนี้ ได้มีการตรวจสอบไหม แต่กระทํากัน ถึงขนาดนี้ นี่คือภาพที่ทําให้เกิดความรุนแรงและคุมไม่อยู่ท่านต้องสั่งอย่าให้เกิดแบบนี้ ขึ้นมาอีก ก็เปึนโชคดีครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าหลังจากนั้นเราได้มีโอกาสเข้าไปที่ กองบัญชาการตํารวจนครบาล ไปขอพบท่านผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ซึ่งขณะนั้น ยังเปึนท่านอัศวิน ขวัญเมือง ครับ ท่านบอกว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่าวันนี้ท่านเปึน ผู้บัญชาการ แต่ท่านไม่มีอํานาจสั่งการเรื่องนี้เลยครับ ท่านได้พยายามทําหน้าที่ดีที่สุดแล้ว เราได้ทราบก่อนไปตรงนั้นครับว่า คนที่ได้รับ มอบหมายจากตํารวจที่บอกกันข้างล่าง บอก ท่านสุชาติ เหมือนแก้ว ได้รับคําสั่งจาก ท่านรองนายกรัฐมนตรี โกวิท วัฒนะ ได้พูดคุยกันครับ แล้วก็ท่านผู้บัญชาการตํารวจได้ เข้ามาครับ ท่านพัชรวาท ท่านบอกว่าท่านตัดสินใจแล้วครับท่านจะถอนกําลังตํารวจ ทั้งหมดออก นั่นคือสาเหตุที่ถอนกําลังตํารวจออกทั้งหมดจากทุกจุด สิ่งที่ผมชอบและ ขอให้ท่านยึดตามที่ท่านบอกพวกผมไว้ ท่านบอกว่าท่านจะไม่ฟังการเมืองแล้ว นี่ครับคือ ปัญหา ท่านบอกว่าท่านจะไม่ฟังการเมืองแล้วครับ ถ้าหากท่านประธานเปึนผม ประมวล จากเหตุการณ์ทั้งหมด ท่านประธานจะคิดว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นความรุนแรงที่เกิดขึ้น เกิดขึ้น จากฝ์ายไหนครับ ผมไม่ได้บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีสั่งหรือใครสั่ง แต่ผมถึงเรียนว่า ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะทบทวนว่าอะไรจะเปึนสาเหตุ ท่านต้องทบทวนด้วยครับ ว่าทัศนคติของคนที่ท่านใช้นั้นถูกต้องหรือเปล่า มีการสอบสวนไหมครับ ผมไม่ได้บอกว่า ที่ผมพูดนี่เปึนเรื่องจริง ท่านประธานคงทราบ เปึนพยานบอกเล่าครับ แต่คนที่บอกเล่า มีน้ําหนัก น่าเชื่อถือ แต่ก็ต้องไปตรวจสอบครับจริงหรือเปล่า ถ้าจริงผมอยากกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านประธานคงทราบครับ ท่านประธานเปึนนักกฎหมายเหมือนผม การที่เอาป๋นจ่อศีรษะคนในลักษณะที่ ขออนุญาตนะครับ ไม่เปึนไร ผมอาจจะไม่ได้ติดมา แต่ว่าการที่เอาเท้านี่ครับ ประธานคงทราบ การที่เอาป๋นจ่อศีรษะคนอย่างนี้ ลักษณะ อย่างนี้ กับการที่คนถูกทําร้ายที่บาดแผลอย่างนี้ที่ศีรษะ ท่านประธานดูครับ โดนที่ศีรษะ ทั้งหมด ท่านประธานคิดว่ามันรุนแรงเกินกว่าเหตุที่จะกระทําไหม ผมเรียนแล้วผมไม่ได้ เข้าข้างใคร ผมไปเยี่ยมประชาชน และไปเยี่ยมตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะเขาทํา ตามคําสั่ง แต่สั่งการแบบนี้หรือเปล่า และการที่จะใช้อํานาจในการดําเนินการ ท่านประธานครับ มันไม่ได้แปลว่าคนที่เขาทําผิดกฎหมายแล้วทําให้เรามีอํานาจตาม กฎหมายกระทําผิดกฎหมายได้เอง ไม่ใช่ ท่านที่ทําไว้แล้วต้องรับผิดชอบ ท่านประธาน คงทราบว่าการที่ทําร้ายที่ศีรษะ ท่านประธานเปึนผู้พิพากษามาเหมือนผม ทั้งการแพทย์ ทั้งฝ์ายกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึนนักกฎหมาย ถ้าทําร้ายที่ศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณด้านบนกับด้านหลังถือเปึนจุดอันตรายที่ทําให้ถึงแก่ชีวิตได้ ในทางศาล เราก็ต้องถือว่าโทษหนักทางการแพทย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจจะยับยั้ง การกระทําของประชาชนที่ท่านเลือกตีได้ครับ ตีที่แขน ตีที่ขาได้ ทําไมไม่ตีตรงนั้นเปึนหลัก ครับ ถึงได้ฟาดที่หัวอย่างเดียว มีอีกหลายภาพที่แสดงถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ตรงนี้ครับจึงเปึน การกระทําที่ผมคิดว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุท่านนายกรัฐมนตรีต้องไม่ให้เกิดแบบนี้อีก ท่านต้อง กําชับกําชาครับผู้ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะเรามาจากการเลือกตั้ง ทางกฎหมายก็ต้องถือว่า เปึนความผิดฐานพยายามฆ่า ถ้าไม่ตาย การที่เอาป๋นจ่อศีรษะ แม้ไม่ได้ยิง ไม่ได้ลั่นไก ก็ต้องถือว่าพยายามฆ่าและเกินกว่าเหตุ แต่ที่ผมเสียใจครับ ท่านประธานครับ ท่านกับผม คงจะเสียใจเหมือนกัน เราเปึนศาลมาครับ ท่านอ้างบอกว่าทําตามคําสั่งศาล ไม่น่า เปึนไปได้ครับ ท่านทําในสิ่งที่ศาลเองยังทําไม่ได้เลย ศาลสั่งให้ไปป่ดหมายบังคับคดี ไม่มีพนักงานบังคับคดีที่ไหน คนไหนครับ ที่สามารถไปป่ดหมายบังคับคดีแล้วโดน ขัดขวาง สามารถเอาป๋นจ่อศีรษะคน หรือว่าสามารถทุบทําร้ายที่ศีรษะคนที่เปึน จุดอันตรายแก่ชีวิต ไม่มีครับ แล้วศาลก็ไม่ทําอย่างนั้นไม่สั่ง แล้วท้ายที่สุดศาลก็ยกคําร้อง ผมเศร้าใจครับวันที่เดินเข้าไป เพราะว่าผมไม่เชื่อ บอกนี่เจ้าหน้าที่ตํารวจเข้าใจกัน ผิดหมดแล้ว แล้ววันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวนมากคิดว่ามีอํานาจทําได้ เพราะคิดว่า เปึนคําสั่งศาล ไม่ใช่ครับ ศาลไม่ได้สั่งให้ไปทําอย่างนั้น กรณีอย่างนี้คือเปึนสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับ สําหรับ ส่วนตัวผมนะครับ ผมเชื่อครับท่านนายกรัฐมนตรีจะอย่างไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อครับในความ เปึนวิญญาณของนักการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ท่านเจ็บปวดไม่น้อยกว่า กระผมที่เห็นสิ่งเหล่านั้น แต่ท่านต้องยอมรับนะครับ ท่านเปึนหัวหน้ารัฐบาล ท่านเปึน นายกรัฐมนตรี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านต้องรับผิดชอบ คนที่ท่านมอบหมายไปก็ต้อง รับผิดชอบ ส่วนจะรับผิดชอบกันทางกฎหมายแค่ไหนก็สุดแท้แต่ผู้เสียหายเขา แต่ผมเรียน ว่าอย่างน้อยเปึนความผิดหลายประการที่ได้ทําลงไป ไม่ว่าจะเปึนทําร้ายร่างกายหรือ พยายามฆ่า ก็สุดแท้แต่ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่นั่นถ้าสั่งการผิดพลาดคนที่ต้อง เดือดร้อนตามไปด้วยยังไม่ใช่ท่าน ไม่ใช่ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือใคร แต่เปึนผู้ปฏิบัติ คือเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ลงไปทําอย่างไรครับ เพราะเขาคิดว่าเขาทําได้ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่เปึนผู้บังคับบัญชาที่จัดอาวุธให้ก็ผิด จัดอาวุธป๋นยาวอย่างนั้นเข้าไปได้อย่างไร ผู้ชุมนุม ผิดกฎหมายท่านต้องทําครับ แต่อย่าทําแบบนี้ นี่คือข้อเสนอแนะครับถ้าหากว่า ท่านอยากจะรับฟัง ผมเจ็บปวดไม่น้อยกว่าท่านในฐานะฝ์ายการเมือง คนเขาต้องการให้ ประชาธิปไตยเดินหน้าเขาต้องการให้ฝ์ายการเมืองเดินหน้า แต่เขาไม่ต้องการให้ ฝ์ายการเมืองที่เขาเลือกมาเขากลับบอกว่าคุณทําผิด คุณทําในสิ่งที่เขาไม่อยากให้ทํา เราบอกเราทําถูก แต่ท้ายที่สุดกลายเปึนว่าเขาโดนทําร้ายถึงขนาดนี้ เขาผิดครับ ผมยอมรับ การที่เข้าไปในทําเนียบ ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าผมก็ไม่เข้าใจครับ ความจริงความผิดที่ทําได้เลยเขาทําไมไม่ฟัองครับ ไปฟัองข้อหากบฏ ทั้งที่กบฏพิสูจน์ กันยาก และที่สําคัญตรงไหนเขาบอกให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก เขาไม่ได้ล้มล้างระบบ บริหาร แต่สิ่งที่ต้องฟัองทําไมไม่ฟัองขับไล่ฐานบุกรุกสถานที่ราชการล่ะครับ นั่นมันชัด ๆ เลยครับ เขากระทําความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการครับ ไม่ใช่กบฏ ทําไมถึงเลือกข้อหา ซึ่งมันพิสูจน์ยาก แต่ว่าฟังดูรุนแรง มันเลยเปึนต้นเหตุอย่างไรครับ เพราะผมเรียนแล้วว่า ตั้งแต่เริ่มต้นหลายเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าท่านไม่ได้ทําผิดแต่คนเขาเชื่อว่า ท่านทําผิด เพราะเขารู้สึกว่าท่านไม่ได้ทําเพื่อประชาชน ท่านอาจจะเถียงครับ แต่นั่นคือ ความรู้สึก ท่านก็ไปบังคับเขาไม่ได้เมื่อเขารู้สึกอย่างนั้นมาเกิดอย่างนี้อีกเขาก็รู้สึกว่าถูก กลั่นแกล้ง เมื่อเขารู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งเขาก็รู้สึกว่าทนไม่ไหวครับ นั่นล่ะครับคือการที่ ระดมกันเข้ามาเพราะฉะนั้นตรงนี้ครับผมคิดว่าเมื่อถึงจุดนี้ท่านต้องพิจารณาตัวเองครับ ท่านจะใช้อย่างก็สุดแล้วแต่ เพราะว่าผิดพลาดไปแล้วท่านต้องรับผิดครับ ผมคิดว่าวันนี้ ทั้งทางด้านกฎหมายและด้านบริหารท่านหมดความชอบธรรม ท่านอยู่ได้ครับ แต่บ้านเมืองเสียหายและจะรุนแรงมากขึ้น ถ้าท่านต้องการคําแนะนําในด้านของสันติวิธี ผมคิดว่าวันนี้ท่านต้องยุติด้วยสันติวิธีอย่างที่ผมเรียน กราบขอบคุณท่านประธานครับ