สมัคร สุนทรเวช หารือประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักษาประชาธิปไตย โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลทำงานเพื่อประชาชนมาตลอด 7 เดือน และชี้ให้เห็นว่าการเมืองต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ไม่ใช่การใช้ความรุนแรงหรือการข่มขู่ พร้อมยื่นข้อสังเกตต่อระเบียบวาระการประชุมสภา
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมอยากให้ ที่ประชุมวันนี้ได้พูดจากันด้วยความมีเหตุมีผล ผมอาจจะเปึนคนเสียงไม่นุ่มนวลเหมือน ท่านหัวหน้าฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งนั่งลงไป ผมก็นั่งฟังด้วยเหตุผล แต่ผม แน่ใจว่าวันนี้มีคนทั้งบ้านทั้งเมืองนั่งฟังพฤติกรรม พฤติการณ์ของเราอยู่ เรื่องที่พูดมานั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นหรอกครับ แต่ว่าเรื่องที่เราจะต้องทํากันอยู่เวลานี้ก็คือว่า ท่านไม่คิด จะรักษา ข้อแนะนําของท่านนะครับ ไม่คิดจะรักษาระบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยของเราเลย วันนี้ถ้าทําตามอย่างที่ว่าด้วยประเด็น ๑ หรือ ๒ นี้ก็ แปลว่าบ้านเมืองนี้มันหากฎเกณฑ์อะไรไม่ได้แล้ว เวลาที่มีคนพวกหนึ่งลุกขึ้นมาบอก คุณต้องออก คุณต้องไป ฉันไม่ชอบ คุณต้องไป ต้องไป เพราะมันเลว แล้วก็ต้องไปแล้ว บ้านเมืองเราจะมีอะไรที่ให้คนเขาเชื่อถือยึดถือได้ ถ้าผมเปึนคนอย่างนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ลงทุนลงรอนตั้งพรรคการเมืองมีความเข้มแข็งใช้นโยบายต่าง ๆ อาจจะเสียดาย ว่าอุตส่าห์ทําไปอย่างนั้น ต้องคิดต้องอะไรต่ออะไรมาก ผมไม่มีอะไรอย่างนั้นเลยครับ ไม่มี อะไรเปึนความผูกพัน ไม่มีอะไรเปึนสิ่งล่อใจเลย แต่ผมทําหน้าที่เวลานี้ ๗ เดือนที่ผ่านมานี้ ผมทําหน้าที่เพราะว่าไปรับปากว่าจะทําหน้าที่เปึนหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคนี้ ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วยตัวเอง แล้วได้รับเลือกตั้งเข้ามา ๒๓๓ อย่างที่ว่า และกิจกรรมก็ดําเนินการกันมา ซึ่งผมจะพยายามทําทุกอย่างก็คือว่า ผมเปึนหัวหน้าพรรค การเมืองพรรคนี้ ความเปึนมาจะเปึนมาอย่างไรก็สุดแท้แต่ พอพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าคนที่ว่า ผูกพันพัวพันเขาก็ไม่ได้ผูกพันพัวพัน ปัญหาอยู่ที่ว่า ๗ เดือนที่แล้วมานี้ คนอย่างผม ที่เข้ามาพฤติการณ์ที่แสดงมาอย่างนี้จะพูดจา จะจัดระเบียบ จะพูดกระทบกระแทก แดกดันอะไร อย่างไรได้ทั้งนั้นล่ะครับ ไม่มีปัญหา แต่ผมก็แน่ใจว่า ที่บ้านผมก็มีกระจก บานใหญ่มองเห็นหน้ามองเห็นตัว แล้วรู้ว่าตัวได้ทําอะไรอยู่ สถานการณ์บ้านเมืองที่มัน บอบช้ํามาเพราะมีการปฏิวัตินั้น เคราะห์ดีว่าเขาใช้เวลาสั้น เราก็ได้ประชาธิปไตยคืนมา แล้วก็มีการเลือกตั้ง สถานการณ์ ๗ เดือนที่ผ่านมานี้ผมก็ต้องกล้ํากลืนฝ๋นทน ต้องทํา หน้าที่เรียกว่าอดตาหลับขับตานอน ผมทํางานเยอะ แต่ผมก็ไม่ได้อวดอ้างที่ไหน แล้วผม เปึนคนไม่ชอบให้ผู้สื่อข่าวมาติดตามผม แต่ผมทํางานให้บ้านเมืองนี้ เวลานี้ผมทํางาน ระหว่างประเทศด้วย ผมเจรจาความบ้านเมือง ผมทํามาเพราะว่าจังหวะจะโคนผมเปึน อย่างนั้น กระทรวงเขากําหนดว่าคุณต้องทําอย่างนั้นต้องทําอย่างนี้ ผมก็ทําไปตาม อย่างนั้น งานที่ทําไปนี้ทํางานเพื่อบ้านเมือง แต่วันหนึ่งมันเกิดเหตุอย่างที่มันเกิดขึ้นมานี้ ผมต้องใช้คําว่า มันอะไรกันนักหนา มันถึงไม่มีวันจบ อะไรกันนักหนาถึงจะมาลําดับความ เรียบเรียงความอย่างท่านหัวหน้าฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่งนั่งลงไปเมื่อสักครู่นี้ ได้ลําดับความว่าเพราะพฤติกรรม พฤติการณ์ของคนอย่างผมนี้ถึงจะต้องพิจารณาตัวเอง ใน ๒ ทาง คือไม่ยุบสภาก็ลาออก แล้วทําไมอีกทางหนึ่งที่เราจะช่วยรักษาประชาธิปไตย ไว้ให้คนทั้งโลกเขาแลเห็นว่าประชาธิปไตยของบ้านเรานั้น คนพวกหนึ่งลุกขึ้นมาข่มขู่ ให้หัวหน้ารัฐบาลต้องลาออก ไม่ได้หรอกครับ หลักประกันพูดกันเรื่องศาลนั้น ไม่ได้ไปว่า ตําหนิอะไรศาลเลยครับ เพราะว่าคําสั่งศาลเขาก็ไม่ปฏิบัติตาม ไม่มีอะไรเสียหาย สํานวน ที่พูดกันไว้ ที่คุณบรรหารท่านเอ่ยมาว่า ศาลก็เอาไม่อยู่ เปึนสํานวนในทางการเมืองเขาพูด กันว่า ๒ อันเอาไม่ได้ มาเอาตรงสภาสิก็เท่านั้นเอง มีอํานาจอยู่ ๓ อํานาจ ทั้งหมดมาวันนี้ ก็ต้องการมาฟัง และฟังแล้วก็ไม่เปึนไร ผมจะไม่ตอบคําถามตรงนั้นหรอก แต่ผมจะต้อง อธิบายความให้รู้ว่าคนทั้งบ้านเมืองนั่งฟังสภาพูดกันอยู่เวลานี้ สภาคิดอย่างไร ผมเปึน หัวหน้ารัฐบาลผมต้องคิด ท่านเปึนหัวหน้าฝ์ายค้านเอาคิดให้ฟัง คนทั้งบ้านเมืองฟัง ที่คุณอภิสิทธิ์พูด ฟังเมื่อสักครู่นี้ผมก็นั่งฟังอยู่ แต่ต่อไปนี้เขาจะต้องฟังผม เอาละ นายสมัคร คุณมีเหตุผลอย่างไร คุณอยากได้ใคร่ดีอะไรนักหรือ คุณมีอะไรผูกพัน กับบ้านเมืองนี้หรือ คุณลงทุนลงรอนไปหรือ อยากเปึนรัฐบาลตัวสั่นหรือ ไม่สั่นเลยครับ ผมมาเปึนรัฐบาลต้องใช้คําว่า ด้วยความบังเอิญ แต่ผมก็ต้องถือว่าเมื่อมาบังเอิญแล้วก็ ต้องทําหน้าที่ ผมทําหน้าที่ของผมเต็มที่ ใครจะว่าอะไรอย่างไรก็สุดแท้แต่ แม้กระทั่งจะต้องเปลี่ยนนิสัยใจคอที่จะต้องอดกลั้นที่จะทําทุกอย่างให้มันยืดเยื้อมาถึง วันนี้ ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นว่าเราไม่ได้ใช้ความรุนแรง คําก็ไม่ต้องรุนแรง ๒ คํา ก็ไม่รุนแรง ใครรุนแรงต้องแพ้ ผมก็เชื่อ แล้วบัดนี้ผมก็แน่ใจไม่ใช้ความรุนแรง แต่ตํารวจ ไปทําที่ปะทะกัน ก็ต้องถือว่าคนเปึนหมื่น ๆ กับตํารวจเปึนร้อยเปึนพัน มันกระทบกระทั่ง กันอย่างนั้น ผมมีแต่มาขอร้องว่าต้องยกประโยชน์ให้ แต่ว่าไปจัดการจี้ไชว่าต้องหาเอา คนผิด มันไม่มากไปหน่อยหรือครับ เอาเขามาช่วยระงับคะคานให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เรื่องกระทบกันเท่านี้จะต้องไปหาคนผิด มันจะไม่มากเกินเหตุไปหน่อยหรือครับ มันแสดง ด้วยกันทั้งคู่ คนหนึ่งปัองกัน อีกคนจะเอาเรื่องให้ได้ ไม่เห็นกริยาท่าทีหรือครับที่เขา โถมเข้าใส่นั้น ไม่เห็นหรือครับที่เขาพังรั้วเกเรเข้ามานั้น แล้วพูดจาให้พิจารณาตัวเอง ไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพอย่างนั้น ไม่เคารพอย่างนี้ พูดได้ครับ ว่ากล่าวได้ แดกดันได้ ผมทนได้ แต่พฤติการณ์ที่เขาทํากลางบ้านเมือง ฉีกหน้าคนทั้งประเทศ อย่างนี้ไม่เอ่ยถึง เลยนะครับ ๙ คน ที่ถูกศาลไม่ต้องมีใครเอ่ยถึงเลยนะครับ ประคับประคองไม่กล้า จะเอ่ยถึงแม้แต่ชื่อ สถานการณ์อย่างนี้ต้องช่วยกันคิดสิครับ ว่าแล้วจุดหมายปลายทาง อยู่ตรงไหน ความเกลียดแค้นชิงชังมาสั่งสมมาถึงผม แล้วมันอย่างไร แล้วตกลงมันทําไม ทําไมมันต้องไปป่ดสนามบิน เพื่อจะบีบคั้น บีบคั้นให้รัฐบาลลาออก แปลว่า ที่เห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลนี้มันเลวจริงหรือ มันทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงจริงหรือ แล้วรัฐบาลนี้ไม่มีสิทธิที่จะรักษาสถาบันการเลือกตั้ง การเปึนสถาบันการเปึน ประชาธิปไตยมาได้ ๗๖ ป้ ผมต้องย้ําเลยครับว่า มันมีสถานะอะไรที่คนพวกนั้นที่จะมา ชี้บอกลื้อต้องออก ลื้อต้องไป ไม่ได้ทั้งนั้น ผมไม่ได้คิดว่าอะไรอื่นหรอกครับ ท่านจะแสดง ความรู้สึกอย่างนั้นท่านแสดงได้ แต่ผมก็แน่ใจว่าคนทั้งประเทศต้องนั่งฟังอยู่เหมือนกัน ว่าผู้แทนราษฎรของเราอีกซีกหนึ่งเขาคิดอย่างนี้ เขาคิดอย่างนี้ครับ เรียงแถวกันมาเมื่อเช้า ไม่มีปัญหาครับ ผมเปึนคนขอเป่ดแล้วผมขอรับฟัง ต้องออก ๆ พูดจากันกระทบกระแทก แดกดัน เหมือนตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องออกต้องไป ผมไม่อยากฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่กรณีไม่ไว้วางใจนั้น กรณีที่เอาเขาพระวิหารมาเล่นกันจนกระทั่งบ้านเมือง จะบรรลัยวายวอด แล้วใครเปึนคนกลับมากอบกู้ตอนนี้ ใครครับ เอกสารที่มันถูกต้อง เรียบร้อยมีชิ้นเดียวเอาไปแค่ตรงนั้น เพราะว่าพิพากษาไว้อย่างนั้น เอกสารนั้นถูกเบรก (Brake) ประทานโทษ ถูกยุติโดยศาลปกครองสั่งไม่ให้เอาไปใช้ แล้วเปึนอย่างไร เวลา จะเจรจาความกัน ก็ป้ ๒๕๔๓ ไปเซ็นไว้ มันก็เอกสารชิ้นเดียวกันที่เสียท่าเขามาเมื่อ ป้ ๒๕๐๕ ผมไม่พูดสักคํา เพราะเอาล่ะยุติก็ยุติ จบเสียได้จะดี ต่อไปนี้ก้มหน้าก้มตา ค่อยตามแก้ไขสถานการณ์ ผมทําทุกอย่างเพื่อให้ไมตรีของ ๒ บ้านเมืองนี้มันอยู่ จุดชนวน กันไว้รุนแรงลุกลาม แต่ผมดับได้ ผมเจรจาความได้ ผมหาทางทําทุกอย่าง คนทั้งบ้านเมืองก็เห็นว่ารัฐบาลนี้ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่ชายแดนอย่างไร มันจุดกัน ลุกเปึนไฟกลางห้องประชุมห้องนี้ล่ะครับ ผมพยายามดับชนวนหลังจากวันอภิปราย ไม่ไว้วางใจจบ ผมบอกจะทําอย่างไรก็เอาผมยอมทั้งสิ้น ๒๔ ชั่วโมง ศาลสั่งไม่ให้ ดําเนินการ เอกสารที่ว่ากล่าวกันนั่น คําตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ ก็ศาลรัฐธรรมนูญ วิพากษ์วิจารณ์ได้นี่ครับ แล้วถามสิว่า นายสมัครหรือครับวิพากษ์วิจารณ์ ผมก็ยังไม่ได้ ออกปาก แต่ไปดูว่าคณะสถาบันใครต่อใครวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินเอาข้อความนอก รัฐธรรมนูญมาตัดสินเพื่ออะไร เพื่อจะได้ไปเล่นงานรัฐมนตรีต่างประเทศได้ แล้วก็พูดจา กันเมื่อสักครู่นี้เหมือนกับเอาบุญเอาคุณ ว่ารัฐบาลทั้งชุดนั้นต้องไปแล้ว มันไม่ถึงขนาดนั้น หรอกครับ ยังไงก็ไม่ถึงขนาดนั้น สําคัญที่สุดก็คือว่าต่างฝ์ายต่างก็ทําหน้าที่ แต่ข้อสําคัญ ที่สุด กระผมจะบอกว่าผมต้องทําหน้าที่อยู่เพื่อจะรักษาสถาบันระบอบประชาธิปไตย ของบ้านเมืองไว้ ผมต้องรักษานะครับ ถ้าผมยอมถอยไปตามข้อแนะนําบ้านเมืองพัง ทั้งระบบ
(นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา (ภาควิชาการ) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)