รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช กล่าวถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณ และการรักษาระบอบประชาธิปไตย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทวง กลาโหม

ท่านประธานที่เคารพ ผมก็คงจะเริ่มต้นด้วยการขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ แสดงความคิดเห็น ผมขอยืนยันนะครับว่าเมื่อเช้าที่ผมพูดจาตอบโต้เพราะมีคน มากล่าวหาผม คนที่ไม่ได้กล่าวหาผม ผมไม่เคยคิดจะตอบโต้เลย เพราะมันไม่มี เหตุผล ผมไม่ต้องการให้อยู่ดี ๆ มาถึงว่า ๆ แล้วก็ทิ้งไว้ แล้วนายกรัฐมนตรีนั่งเฉย ๆ ธรรมเนียมไทยถ้ามีคนว่ากล่าวแล้วนั่งเฉยแปลว่าเปึนความจริง ผมก็หักล้างตามประเด็น พอสมควร แต่หลังจากนั้นมา นี่ผมนั่งฟังทั้งวันไม่ไปไหนเลย ก็แปลว่ามาแกล้งนั่งฟัง หรือ แปลว่าไม่ได้เอาหูมา ผมฟังนะครับ แล้วผมเข้าใจทุกอย่างครับ มันเรียบร้อยหมด แล้วฟังจนสุด สุดท้ายผมนึกว่าทางประชาธิปัตย์สุดท้าย แต่มีทางวุฒิสภาสุดท้ายผมก็ฟัง จนสุดท้าย จะเห็นได้ชัดนะครับ นอกจากเราที่เหลืออยู่ไม่กี่คนกันในสภา แต่คนทั้งบ้าน ทั้งเมืองที่เขายังไม่นอนหลับเขายังอยากจะฟังตอนจบนั้น เขาก็ต้องอยากรู้ครับ แล้วนายกรัฐมนตรีคิดอย่างไร ผมไม่เอากลับไปคิดให้ฟังหรอกครับ ผมก็จะคิดให้ฟังที่นี่ ตรงนี้ คุณสาทิตย์ ประทานโทษออกชื่อ บอกว่า ผมได้สาบาน แน่นอนครับ เพราะผม สาบานเฉพาะพระพักตร์ สภานี้ผมอยู่มานานครับ ผมรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี รู้การถวายสัตย์ปฏิญาณ ผมถวายสัตย์ปฏิญาณมาแล้ว กําลังนี้ถวายมาแล้ว ๙ ครั้งครับ ถวายสัตย์ปฏิญาณมาแล้ว ๙ ครั้ง เพราะฉะนั้นผมก็รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีว่าจะต้อง รักษาอะไรไว้อย่างไร การที่ผมจะมาฟังความนั้นผมก็ฟังความแล้วก็ชั่งน้ําหนัก แต่ลองฟัง ดูสิครับทุกฝ์ายที่ลุกขึ้นมาก็อบรมสั่งสอน คือคาดการณ์กันเลยว่าผมจะต้องประพฤติตัว เปึนคนร้าย ผมจะต้องใช้การรุนแรง เอ๊ะ ก็ที่แล้วมานี่ผมไม่ได้ทําอะไรรุนแรงเลย ตํารวจกับ ประชาชนปะทะกันเท่านั้นล่ะครับ คนเปึนหมื่นปะทะกับตํารวจเปึนพัน แล้วก็ไม่มีใคร เลือดตกยางออกเท่าไร ก็พยายามหาสาเหตุตรงนั้น แล้วเอาเปึนเรื่องใหญ่เลยนะครับ เปึนเรื่องจะเปึนจะตายขึ้นมาเลย ผมสั่งตลอดว่าให้นิ่มนวล ไม่ให้ทํา ก็เพราะสั่ง เพราะแน่ใจครับ จนป์านนี้ก็ยังไม่ได้ทําอะไร แล้วจนเวลานี้ก็ยังไม่ได้ทําอะไร แต่ฟังความ กันแล้วว่าคาดการณ์กันไว้เลยครับ แปลว่าผมต้องเอาตํารวจเข้ามา ผมต้องจัดการ แล้วผมประกาศไปแล้วหรือครับนี่ ผมจะเอาให้จบเด็ดขาดเลยครับ แต่บ้านเมืองไม่ต้อง รักษาความสงบหรือครับ ปัญหาอยู่ตรงว่าผมก็ว่าผมเลือกวิธี ก็เสนอทุกวิถีทางมาล่ะครับ แต่ผมเลือกว่าผมจะรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ เพราะเรานั้นอยู่ในสายตาระหว่างชาติ ถ้าหากว่าอยู่กันมาดี ๆ แล้วมีคนมาทําอย่างนี้ ไม่ช่วยกันรักษาระบอบไว้ ระบอบพัง แน่นอนครับจะมีคนมาอะไรต่าง ๆ ช่างมันเถอะครับ แต่ว่าระหว่างที่ยังทําได้ ผมก็รักษา ผมจะอยู่รักษาระบอบ นี่ผมกลายเปึนคนร้ายไปแล้วหรือครับ มีคนจะต้องทําอนุสาวรีย์ผม อย่างโน้นอย่างนี้ คือพูดจากันแบบพูดเองเออเองทั้งนั้นครับ พูดเองออเองทั้งนั้น อบรมสั่งสอนกันทั้งนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนกับว่าผมได้ประกาศไปแล้วว่าพรุ่งนี้ผมจะเข่นฆ่าใครเท่าไร จะนั่นเท่าไร จะนั่นเท่าไร ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะอดทน ผมจะอดกลั้น จะช่วยรักษา ผมก็ยังทําอยู่เพียงแต่ว่าตอนที่ตํารวจไปจัดการตรงนั้นก็เกิดการปะทะกันขึ้นก็เท่านั้นครับ กลายเปึนเหตุนะครับ กลายเปึนว่าคนที่มาช่วยตัดน้ํา ตัดไฟ กลายเปึนคนได้รับ การยกย่องนะครับ ว่าเขาเจ็บช้ําน้ําใจตรงนั้น เพราะเหตุว่าผมเปึนคนเลวปล่อยให้ตํารวจ ไปเข่นฆ่าประชาชนอย่างนั้นแล้วหรือครับ คือจ้องหาเหตุกันทุกประการ ผมก็ต้องพูด อธิบายให้ฟัง แล้วทุกอย่างผมก็ยังรักษาบ้านเมืองนี้อยู่ ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ท่านวุฒิสมาชิก ท่านสภาครับ แต่ผมก็ต้องนึกถึงหัวอกคนทั่วประเทศที่เขารอฟังอยู่ว่า แล้วตกลงนายกรัฐมนตรีจะทําอย่างไร ผมจะตัดช่องน้อยเอาตัวรอดไป แล้วมันได้อะไร ครับ แล้วเขาเลิกไหมครับ เขาก็บอกว่าเขาไม่เลิก เขาจะเอาระบอบใหม่เข้ามา แล้วท่านทั้งหลายยอมกันได้หรือครับ ผมไม่ยอมหรอกครับ อยู่ดี ๆ จะเอาระบอบ ๓๐ : ๗๐ ขึ้นมา บอกอันนี้ใช้ไม่ได้ ผมไม่ยอมหรอกครับเรื่องนี้ผมประกาศได้เลยครับ มันต้องรักษาระบอบของเราไว้ จะไม่ได้มีความผิดอะไรต่าง ๆ รัฐธรรมนูญจะแก้ไข ก็เปึนเหตุแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญปากบอกแก้ไขไม่ได้ แต่จะยกเอาระบอบใหม่เข้ามา ท่านทั้งหลายก็ทนฟังกันได้ พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมเหมือนกับว่าไม่มีอะไรหรอกก็ไปใช้ สิทธิประชาชน การเมืองภาคประชาชน ก็เอาสิครับ ก็อ้าง ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าการเมือง ภาคประชาชน แล้วก็การเมืองภาคธรรมดาที่เราเปึนที่เรากันมาตลอดชีวิตการเมือง ตกลง เปึนอันว่าภาคประชาชนต้องได้รับความเคารพนับถือ แปลว่าเขาจะต้องการเลิก คือว่า ที่คุณเลือกกันมา มันไม่ได้ ฉันเอา ๓๐ ๗๐ เขาประกาศหมดครับ เขาประกาศเขาจะล้ม รัฐบาล ในนี้ก็มีคนมาพูดเรื่องการกบฏ ยินดีที่จะกบฏรัฐบาลแล้วตํารวจเขาก็ใช้มาตรการ ข้อความ มันกลายเปึนว่าคนในบ้านเมืองนี้เขาจะนึกกันอย่างไรครับ ว่ามีคน คอยประคับประคองอะไรต่าง ๆ ผมไม่ได้คิดร้ายอะไร ผมพยายามทําให้นุ่มนวล คดีความผมบอกถ้าจะสู้ ๑๐ ป้ก็เหมือนกัน จะไม่จับผมก็บอกไม่ให้ไปจับกุม จะทําอย่างไร ล่ะครับ ศาลก็สั่งมาแล้ว ผมก็ยังไม่จับ ศาลบอกว่าให้จัดการได้ ก็จัดการตามถนน ไปปะทะกันเข้าก็ต้องเสียดายที่เกิดขึ้นตรงนั้น แต่ว่าเหตุตรงนั้นพยายามเอาให้ได้ แต่ว่าความเคียดแค้นชิงชังนายกรัฐมนตรีคนก่อน และจะพาดพิงเอาผมให้ได้วันนี้ คําว่า นอมินี เมื่อเช้ามีคนมายืนยัน คุณพีระพันธุ์ ขอประทานโทษออกชื่อ ยืนยันเลย ประกาศว่า ผมเปึนนอมินี ไม่ครับ ไปเอาเทปมาเป่ดอย่างไรก็ได้ นักข่าวถามว่าคุณเปึนนอมินี ของนายกรัฐมนตรี ทักษิณหรือเปล่า ผมย้อนถามว่าแล้วคําว่านอมินีมันเลวแค่ไหน เปึนอย่างไร ผิดชอบอย่างไร แล้วผมก็อธิบายว่านอมินีเปึนอย่างไร ว่าบริษัทต่าง ๆ ใครเปึนนอมินีอย่างไร เท่านั้นเองครับ จะไปเป่ดเทปอย่างไรก็ยังเปึนอย่างนั้นอยู่ ผมไม่เคยประกาศว่าผมเปึนนอมินีนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ผมดําเนินกิจกรรมทางการเมือง ผมเข้าตามตรอกออกตามประตู จนถึงวันนี้นะครับ ผมเดินหน้ามาถึงป์านนี้ ผมประคับประคองทุกอย่าง มันเหมือนกับว่าผมเปึนคนเลวจริง ๆ แล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองเลว มันกลายเปึนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะความผิดของผม ขอบพระคุณนายกรัฐมนตรี ท่านอภิปรายหลายท่าน ที่บอกว่าเหตุมันเกิดตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ ไล่กันมาโน้น ผมมาทีหลัง แต่มันกลายเปึนว่าผมไม่ดูตัวเอง ไม่พิจารณาตัวเองทั้งหมด โอย พูดจา ทั้งหมดก็กระทบกระแทกแดกดันกันกลาย ๆ ครับ รู้ตัวเองเสียบ้าง ตัวเองเปึนอย่างนี้ ลาออกซะ จะออกอนุสาวรีย์ ทําไมเปึนอย่างนั้นล่ะครับ ผมมีสิทธิที่จะต้องพูดวันนี้ ตอนสุดท้าย เพื่อให้คนทั้งประเทศที่เขารู้แล้วตกลงนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช จะเอา อย่างไรกับบ้านเมือง ผมก็บอกผมจะรักษาสถาบันบ้านเมืองของเราไว้ ถ้าหากว่า ผมยอมแพ้จนถดถอยออกไปก็จะทําให้ระบอบเราอยู่ไม่ได้ เราจะทําอย่างไรครับต่อไป วันข้างหน้า สมาชิกพรรคพลังประชาชนอาจจะพูดจาคล้อยทํานองเดียวกัน ก็เพราะเราอยู่ พรรคเดียวกันถึงคิดทํานองเดียวกัน แต่ผมไม่ได้ไปรุกล้ําก้ําเกิน เมื่อเช้าผมขออภัยแล้วว่า เพราะมาเหยียบย่ําผมผมก็ต้องชี้แจง แต่ผมทนนั่งฟังไม่ไปไหน เข้าห้องน้ํา ๓ หน ข้าวยังไม่ได้กินเอามากินที่นี่ก็โดนตําหนิ ผมแน่ใจว่าผมทําหน้าที่ แต่ว่าทุกอย่างมันต้อง มีทางให้เลือก ไม่ใช่พอเข้ามาประชุม เสร็จแล้วสั่งสอนต้องเอานะ ไม่เอาเปึนคนเลว ไม่เอาเปึนคนแย่ ไม่เอาเปึนคนต่าง ๆ คาดการณ์กันหมด คาดการณ์กันหมดว่า สถานการณ์จะต้องเลวทรามลงต่าง ๆ ทุกคนพูดจาเหมือนกับว่าผมได้ประกาศสงคราม ไปแล้ว ผมประกาศเพียงแต่ว่าผมจะรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ ผมทําอย่างนุ่มนวล แล้วก็ยังนุ่มนวลอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นต้องถือว่าเปึนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตํารวจเจ็บไป ๒๗ คน ก็เพราะไปปะทะกัน แล้วเราจะให้มันเกิดขึ้นอีกไหมมันก็ไม่เกิด สั่งไหม ก็ไม่สั่ง แล้วยังคาราคาซังอย่างนั้นไหม ยังอยู่ครับ อายเขาไหม อายครับ ทําอะไรได้ไหมครับ ทําอะไรไม่ได้ รุนแรงไม่ได้ครับ ต้องค่อย ๆ ต้องประคับประคอง แล้วบ้านเมืองมันตกลง เปึนอันว่าฝ์ายพันธมิตรจะชี้ต้นตายปลายเปึนหรือถ้านายสมัครยังอยู่แล้วบ้านเมือง พังครับ สมัครออกแล้วเปึนอย่างไร เรียบร้อยไหมบ้านเมือง เขาก็ประกาศออกไปแล้วเขาก็ ยังไม่พอใจ เขาจะเปลี่ยนระบอบการปกครอง เขาประกาศชัดเจนจะเปลี่ยนระบอบ การปกครอง แต่สมาชิกสภาของเราก็มีความรู้สึกนุ่มนวลกับคนพวกนี้ ผมก็บอกท่านครับ ท่านจะคิดอย่างนั้นได้ แต่ผมต้องคิดแบบผม เพราะผมสาบานไว้ต่อหน้า พระบรมสาทิสลักษณ์ว่าผมจะรักษาระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตย ที่พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มันเท่านั้นเองครับ ขอขอบพระคุณทั้งหมดที่ได้พูดจา กันมาตั้งแต่ต้น ผมจะถือว่าผมมานั่งฟังและผมต้องแสดงความคิดตอบ ไม่หลบฉาก ไปเฉย ๆ บอกผมจะไปคิดเอง ไม่ครับ อย่างนั้นแปลว่าไม่เคารพ ผมขอขอบพระคุณครับ ที่ได้กรุณาเวลาถึงป์านนี้ นี่เกือบ ๑๒ ชั่วโมง ก็ได้ทําหน้าที่กันไปแล้วครับ ทั้งหมดเปึนเรื่อง เท่านี้ และบ้านเมืองอย่างไรก็ต้องยังอยู่ครับ แต่เราจะคิดไหมครับว่าเพียงแต่ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ เท่านั้นแปลว่าทุกอย่าง เลวหมด พังหมด ผมสั่งไปแล้ว หรือครับ ผมให้เดินหน้าลุยหรือครับ ผมสั่งให้จัดการ กับใครหรือครับ ผมไม่ได้สั่งอะไรเลย แล้วผมบอกจะประคับประคองบ้านเมืองอยู่ ทําไม คนพวกนั้นปลุกระดมกระทําอะไรต่ออะไรได้ ไม่มีใครตําหนิ แต่รัฐบาลกําลังจะช่วย ประคับประคองบ้านเมือง กลับพูดจาเหมือนกับว่า แต่ละคน ๆ พูดจาลงท้ายกัน เป่ดเทป ฟังดูสิครับ ไม่ว่าใครต่อใครลงท้ายกัน หมายความว่าถ้าไม่ฟังก็แปลว่าอย่างนั้น มึงเปึน อย่างนั้นนะ เพราะมึงเปึนคนเลว เปึนคนจนเปึนคนต้นเหตุ ไม่ครับ ผมแน่ใจว่าผมก็รัก บ้านเมืองนี้เหมือนกับท่านทั้งหลายทุกคน แต่ผมรักประชาธิปไตยในบ้านเมืองนี้ มากยิ่งกว่า มากยิ่งกว่าใครที่แนะนําให้ผมว่าลาออกไปเสียเถอะจะมีอนุสาวรีย์ ยุบสภา ใหม่ก็ได้ จะยอมเสียสละ แต่ถ้าเราไม่เลือกรักษาไว้และจะช่วยกันดูแลหน่อย เปึนกําลังใจอย่างนี้ผมก็ขอบพระคุณ แต่ไม่เปึนไรครับ ผมมีหน้าที่จะต้องรักษา ถ้าเรา จะไม่แตะต้องไม่ทําอะไรเลย แล้วบ้านเมืองจะต้องพังลงไปทันทีหรือครับ เพราะพันธมิตร จะลุกใหญ่เลยอย่างนั้นหรือครับ เพราะไปทําให้ปะทะกันเข้า ภาพออกไป อ้างกันตลอด อ้างกันไม่รู้จักจบ อ้างกันอย่างนี้หรือครับ ต้องป่ดสนามบิน ภูเก็ต อ้างอย่างนี้ต้องป่ด อย่างนั้นหรือครับ ผมน่ะไม่กล้าหรอกครับ ไม่กล้าจะพูด กระทบกระเทือนอย่างไรด้วย เพราะอย่างไรครับ เพราะ ๔ สนามบินอยู่ทางภาคใต้ พูดไป เดี๋ยวบอกไปว่าเขาอีก ไม่กล้าพูดด้วยครับ ไม่กล้าออกความเห็น เอาล่ะป่ดก็ป่ด บรรเทา ก็บรรเทา ผมก็มีข้อสังเกตของผม แต่ก็เก็บไว้ในใจ ทําไมภาคนี้ไม่เกิด ภาคนี้ไม่เกิดมันของ พรรค์อย่างนี้นะครับ เอาละครับท่านประธาน ผมใช้เวลาตอนนี้ดึกดื่นแล้วนะครับ ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ช่วยกันอยู่ ที่ช่วยอภิปราย และผมขอยืนยันว่าผมยังไม่ได้คิดร้าย อะไรกับบ้านเมืองนี้เลย ผมยังจะประคับประคองของผมอยู่ ผมเพิ่งแต่แสดง ความประหลาดใจเท่านั้นเองว่าถ้าผมเลือกหนทางรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ จะกลายเปึนว่าผมคิดผิด มึงตายแน่ อย่ามาพุทโธก็แล้วกัน คนอย่างผมจะกลายเปึนคน ไม่มีแผ่นดินอยู่แล้วหรือครับ มันไปพิจารณาอะไรเลวทรามต่ําช้าที่ไหน ผมใช้คํานี้ ถึงขนาดจะไม่มีแผ่นดินอยู่ อยู่กันมาดี ๆ แผล็บเดียวจะต้องไม่มีแผ่นดินอยู่ ผมไปทําอะไร ให้ใครครับ อย่าไปอ้างนะครับว่าตุลาคมอะไรต่าง ๆ ผมมีข้อพิสูจน์ ถ้าผมสกปรก เดินมาไม่ได้ไกลถึงขนาดนี้ ผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นเลย ไม่ว่าจะรอบไหน ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่อง ๑๖ ตุลา ผมก็ไม่ได้เกี่ยว ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็ไม่ได้เกี่ยว ป้ ๒๕๓๕ ผมก็ไม่ได้เกี่ยว ถูกสอบสวนด้วยซ้ําไป ถูกตรวจทรัพย์สินด้วยซ้ําไป ไม่มีหรอกครับ ผมไม่เคยไปเกี่ยวข้อง เท่านั้นเองครับ ถ้าผมเปึนคนสกปรกผมมาไม่ได้ไกล ผมแน่ใจว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองนี้มีจริง แล้วบัดนี้แหละครับ ถ้าผมคิดร้ายกับบ้านเมืองนี้ คิดร้าย กับคนอื่นขอให้ฟัาดินลงโทษ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษอย่ามีความเจริญ แต่ว่าถ้าผมคิดดี กับบ้านเมืองนี้ละก็ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองนี้ช่วยประคับประคองเปึนพลังใจให้ผม แก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้สําเร็จด้วย ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ