เอกพจน์ ปานแย้ม หารือเรื่องการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบรัฐสภา และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผม ต้องขออนุญาตได้เรียนท่านประธานฝากไว้เพื่อเปึนการบันทึกในเบื้องต้นว่า กระผมเปึน คนหนึ่งครับในการก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยอุดมคติที่ว่า กระผมมีความยึดมั่นในระบบรัฐสภา ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข กระผมก็เปึนเฉกเช่นเดียวกับหลาย ๆ ท่าน ที่ผมไม่พึงปรารถนาที่อยากจะให้การปกครองในบ้านเราเปึนการปกครองในระบบ เผด็จการ แล้วกระผมก็ไม่พึงปรารถนาว่าการได้มาซึ่งผู้นําประเทศหรือรัฐบาลนั้น โดยเฉพาะคนที่เปึนผู้บริหาร คือนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง กระผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้ครับเปึนเรื่องที่เปึนความถูกต้องในระบบรัฐสภา ผมไม่มีความประสงค์ที่ว่า นายกรัฐมนตรี จะต้องมาจากคนที่ไม่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน และผม เชื่อว่านี่คือแนวทางที่สมาชิกรัฐสภา รวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยคงไม่มีใครที่จะ ปฏิเสธ ท่านประธานที่เคารพครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองในขณะนี้เปึนสถานการณ์ ที่ผมคิดว่าเราทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าเปึนความรุนแรงที่เกิดขึ้น ความแตกแยกเกิดขึ้น ในหมู่พี่น้องประชาชน ความคิดเห็นที่แตกต่างมันเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น กระผม จะไม่ขอพูดในเรื่องที่เปึนผลกระทบ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการลงทุน เรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องเศรษฐกิจ โดยภาพรวม เพราะผมคิดว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบ ถ้ามันไม่ใช่ความรุนแรง ที่เราทุกคนมีความตระหนัก ก็คงจะไม่เกิดวันวันนี้ครับ ที่ได้มีการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา สืบเนื่องจากการขอเป่ดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา ๑๗๙ โดยรัฐบาล สืบเนื่องจากข้อคิดเห็นของ ๖ พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งโดยเริ่มจาก ฯพณฯ หัวหน้า พรรคชาติไทย ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ในข้อคิดเห็นที่บอกว่า แม้แต่ศาลรัฐบาลก็เอาไว้ ไม่อยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่เปึนไปในขณะนี้ กระผมต้องขอแสดงความชื่นชม และต้องขอขอบพระคุณในทุก ๆ ฝ์ายนะครับ มาถึงเวลานี้คงไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล เท่านั้น แต่ต้องขอขอบคุณในซีกของพรรคฝ์ายค้าน ซึ่งฝ์ายค้านเองก็ได้เห็นสอดรับกัน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาด้วย จึงเปึนที่มาของการได้เป่ดการประชุมร่วมเพื่ออภิปรายทั่วไป ในวันนี้ของรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับว่าผลจากสถานการณ์ที่รุนแรง ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา มันได้ถูกแบ่งเปึน ๓ กลุ่ม ซึ่งกระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ อย่างที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดว่า ๓ กลุ่มที่ว่านี่ก็คือ มีกลุ่มที่เห็นด้วยกับรัฐบาล กลุ่มที่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมพันธมิตร และกลุ่มที่เปึนกลาง และนี่คือความเปึนจริงครับ ท่านประธานครับ แม้แต่ในสภาแห่งนี้มันก็ได้สะท้อนให้เราได้เห็น และต้องเรียนว่า มันก็เปึนความเชื่อมโยงที่ถึงต่อกัน เพราะสภาแห่งนี้คือผู้ที่เปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือการสรรหาก็ตามที อันนี้คือความเปึนจริง แต่เราต้องมองที่เปัาประสงค์ว่า การขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในครั้งนี้เพื่ออะไร และจะมีการ พูดถึงในเรื่องของมูลเหตุที่มาต่าง ๆ ผมก็ไม่ปฏิเสธนะครับว่าอาจจะต้องมีการเท้าความ แต่หลักสําคัญคือเปัาประสงค์ว่าเราต้องการอะไร ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราต้องการร่วมกันก็คือ การที่เรามาพูดจาใช้ช่องทางรัฐสภาแห่งนี้ในการที่จะช่วยกันคลี่คลาย แก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น ใน ๓ กลุ่ม ๓ ความเห็น ผมเชื่อว่ามีทุกกลุ่ม ความคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ ที่หลากหลายมีทุกกลุ่ม จะมากหรือน้อยเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ยื่นญัตติก็คือรัฐบาล จะได้รับและนําไปประมวลหาแนวทางที่ดีที่สุดในการที่จะแก้ไขปัญหาสถานการณ์ บ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าครั้งนี้เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผมอาจจะ ไม่ทันการเมืองในประวัติศาสตร์หลาย ๆ ครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะช่วง ๒๕๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕ ๑๖ ช่วง ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ จะทันก็ในช่วงพฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ อยู่บ้าง แต่ต้องเรียนว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยได้ใช้ ช่องทางของรัฐสภาในการที่จะช่วยกัน ร่วมกันแก้ปัญหา คลี่คลายปัญหาอย่างจริงจัง มันได้สะท้อนให้เราเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ นานา นั้น ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ การเมืองมันเกิดขึ้นแล้วมันก็จบ แต่ว่าผลมันจะเปึนอย่างไร สิ่งที่มันต่อเนื่องจะเปึน อย่างไรก็แล้วแต่ อันนั้นก็เปึนเรื่องหนึ่ง แต่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้กระผมต้องเรียนว่าถ้าเรามี ดัชนีชี้วัดความรู้สึกที่เปึนทุกข์ของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าครั้งนี้พี่น้องประชาชน เปึนทุกข์มาก เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันยืดเยื้อต่อเนื่อง เรียกได้ว่าก่อน ๑๙ กันยายน ด้วยซ้ําไปจนมาถึงปัจจุบันนี้ และก็ดูว่ามันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าการที่เรา ได้มีส่วนร่วมกันครั้งนี้ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่ามันเปึนสิ่งที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่ได้มีโทษเลยครับ ไม่ได้มีความเสียหาย อยู่ที่ว่าเราจะใช้วิจารณญาณเราจะเป่ดใจกว้าง มากแค่ไหนต่อการที่เราจะรับรู้ รับฟังและก็ร่วมช่วยกันคิดอย่างสามัคคี สิ่งที่จะเปึน ประโยชน์มีอยู่ ๒ เรื่องหลัก ๆ แน่นอนที่สุดครับว่าการอภิปรายครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศ ได้มีความเข้าใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากฝ์ายไหนก็ตามที จากกลุ่มไหนก็ตามที
กรณีที่ ๒ คือก็จะเปึนทางออกทางการเมืองของประเทศด้วย ไม่ว่าจะมาก หรือน้อยก็ตามที ผมเห็นด้วยกับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านผู้นําฝ์ายค้านที่บอกว่า รัฐสภานี้อาจจะไม่ใช่ทางออก ไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาทั้งหมดจริงอยู่ครับ แต่เราต้องยอมรับ ร่วมกันว่าระบบรัฐสภาคือ ๑ ใน ๓ ฝ์าย ของอํานาจอธิปไตย คือฝ์ายนิติบัญญัติ ผมยัง รู้สึกชื่นชมว่าเราได้ใช้ช่องทางนี้เปึนช่องทางที่ถูกต้อง เราต้องย้อนกลับมาครับ ปัญหา เกิดจากอะไร ก็ต้องย้อนกลับมาว่าสิ่งที่เราบุคคลที่จะมีส่วนสําคัญในการที่จะแก้ไขระบบ หรือกลไกที่มีส่วนสําคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาก็คือหนึ่งในสามฝ์าย คือฝ์ายนิติบัญญัติ และในที่นี้คือตัวแทนของประชาชนทั้งนั้นที่เข้ามาพูดจากัน ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เรา ควรเคารพ ควรที่จะยึดถือเปึนหลักเปึนกติกาที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยเสร็จสิ้น วันนี้ผลจะเปึนประการใดก็ตามทีผมไม่เสียใจครับ ไม่เสียใจเพราะเราถือว่าเราได้ใช้ ช่องทางนี้แล้ว ท่านประธานครับมีหลายฝ์ายได้พูดถึงว่ามูลเหตุของปัญหามีมากมาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็แล้วแต่ ผมหยิบยกเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราต้องเรียนว่าไม่มีเคยหรอกครับไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการ ของผู้ที่มีการทุจริต คอร์รัปชัน ไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการของผู้ที่ทุจริตต่อการ เลือกตั้ง แต่เราคงไม่เห็นด้วยแน่ครับว่าถ้าความผิดที่มันเกิดขึ้นนั้นมันไม่สมเหตุที่จะ บานปลายไปถึงขั้นของการดําเนินการที่รุนแรง และบางมาตราอย่างเช่น มาตรา ๒๓๗ วรรคสอง ที่เพิ่มขึ้นมาถึงขั้นไปยุบพรรคการเมือง ไม่มีใครปฏิเสธว่าถ้าผู้ใดกระทําความผิด สมควรได้รับโทษ เห็นด้วยครับ เห็นพ้องต้องกัน นี่จึงเปึนที่มา ผมคิดว่าสิ่งที่ได้พูดกันวันนี้ ไม่ว่าจะเปึนสมาชิกของรัฐสภาแม้รัฐบาลเองไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูกครับ แต่เปึนความ ที่เราไม่เข้าใจ ความไม่เข้าใจต่อกันจึงเปึนปัญหา ท่านประธานครับ ผมได้ขออนุญาต ทางวิปว่าอาจจะล่วงเลยเวลาสักเล็กน้อยครับ ผมได้เรียนต่อท่านประธานว่าสิ่งที่ มันเกิดขึ้นมันอาจจะเปึนความเข้าใจผิด แต่ท่านประธานครับลองทบทวนดี ๆ ว่านับตั้งแต่ เริ่มมีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนหนึ่งในมูลเหตุ ที่สมาชิกบางท่านได้พูดถึง เราสังเกตไหมว่า รัฐบาลเองก็ไม่ได้ละเลยนะครับ ก็รับฟังความเห็น รัฐบาลเองก็พยายาม ที่จะถอยแม้ว่าจะมีเหตุผลประกอบ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ว่า จริง ๆ แล้วการแก้ไขมันไม่ได้มีผลย้อนหลัง แต่เอาล่ะครับ เมื่อมันเกิดปัญหาขึ้นมารัฐบาล เองก็ควรจะรับฟัง สรุปสุดท้ายก็คือการศึกษารัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ที่กําลังพิจารณาอยู่ ในปัจจุบัน จะเปึนมูลเหตุใดก็ตามที ผมคิดว่ารัฐบาลเอง สิ่งที่กระผมได้ติดตามมาตลอด ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเองจะดื้อดึงเสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียน ให้ท่านประธานได้รับทราบว่า เราต้องพูดความจริงครับ แม้เราอาจจะมีความเข้าใจกัน คลาดเคลื่อน จึงเกิดปัญหาขึ้นมา แต่ผมเชื่อว่าด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเปึนจริง มันสามารถจะแก้ปัญหาได้ ถ้าเรายอมรับในเหตุในผลและความเปึนจริง ผมไม่หวังอะไร หรอกครับ ผมไม่หวังว่าเราจะหาทางออกได้ดีที่สุด ผมไม่หวังว่าเราจะประชุมในครั้งนี้ เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้หมดเสียทีเดียว แต่หวังว่าการที่เราได้มีการมาพูดจากันเราน่าจะ หาทางออกที่มันเปึนไปได้ และก็เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมได้ติดตามมาหลังจากที่เกิดเหตุ จนมีความรุนแรงเกิดขึ้น ผมคิดว่าแนวทางที่รัฐบาลเองได้ดําเนินการก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลเองก็มาได้ถูกทาง ในส่วนหนึ่ง การยึดหลักความเปึนประชาธิปไตย ยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช้วิธีที่รุนแรง โดยใช้สันติวิธี บนพื้นฐานของการรักษาไว้ซึ่งชีวิตและเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชน ผมว่าเปึนเรื่องที่ถูกต้อง เปึนเรื่องที่แม้ว่าจะมีเหตุและผลในรายละเอียดที่อาจจะ ความเข้าใจที่ยังไม่ตรงกัน และอาจจะยังมีความชื่นชอบหรือทัศนะที่อาจจะไม่ตรงกัน เสียทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ของการดําเนินการของรัฐบาลก็มาได้ถูกต้อง และผมอยากจะให้รัฐบาลเองได้ยึดแนวทางนี้ต่อไปว่า การใช้สันติวิธี การไม่ใช้ ความรุนแรง โดยใช้หลักกฎหมาย เปึนเรื่องที่รัฐบาลควรจะดําเนินการต่อไป และผม อยากจะเรียกร้อง อยากจะวิงวอนว่า พี่น้องประชาชนผู้ที่มีการชุมนุมเรียกร้อง โดยใช้สิทธิของความเปึนประชาชนคนไทย ท่านไม่ได้ทําผิดครับ แต่ว่าถ้าเราได้ช่วยกัน ได้ทําหน้าที่ของแต่ละฝ์ายอย่างตรงไปตรงมาภายใต้การกํากับดูแล ภายใต้การบังคับใช้ ของกฎหมายที่ถูกที่ควร ผมคิดว่าปัญหามันก็คงจะไม่บานปลายไปมากกว่านี้ ผมไม่อยาก ให้เรามองว่านี่เปึนสงครามที่มันได้เริ่มต้น ไม่อยากให้เรามองว่านี่จะเปึนสงคราม ครั้งสุดท้าย จะไม่มีสงครามระหว่างคนในชาติ คนในประเทศของเรา ถ้าเราได้สํานึก อยู่ตลอดเวลาว่าเราคือคนในชาติเดียวกัน เราคือคนไทยเหมือนกัน เราต้องใช้เหตุและผล ในการที่จะพูดจากัน ในการที่จะรับฟังกัน และต้องยึดมั่นของการที่เราจะไม่ใช้ความ รุนแรงเพื่อแก้ไขปัญหาในอนาคตต่อไป ผมเพียงแต่อยากจะฝากเพื่อเปึนแนวทางได้ อาจจะไม่มากก็น้อย ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งสิ่งที่รัฐบาลได้ดําเนินการอยู่ในขณะนี้ก็เปึนเรื่องที่ ผมเองก็พึงประสงค์ที่อยากจะให้เกิดขึ้นต่อการแก้ไขปัญหา แม้อาจจะยังไม่เบ็ดเสร็จ ทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าวันหนึ่งครับ ด้วยความยึดมั่นตรงนั้น ด้วยความพูดจากันที่มี ความเข้าใจที่ดีต่อกัน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นก็คงจะหมดสิ้นไปจากคนในชาติเราทุกคน ขอบพระคุณครับ