สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการอภิปรายในประชุมรัฐสภา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการรับฟังความคิดเห็นและความสำคัญขององค์ประกอบที่จำเป็นในการคลี่คลายวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ยังวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับญัตติ และการกระทำของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ยอมรับข้อเสนอแนะของสภา
ท่านประธาน ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมเปึนผู้อภิปรายคนสุดท้ายของฝ์ายค้านในการ อภิปรายในคืนนี้ซึ่งเปึนการอภิปรายโดยการขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ โดยการขอเป่ดอภิปรายในครั้งนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ต้องยอมรับครับท่านประธานว่า ก่อนที่จะมีการ เป่ดรัฐสภาในวันนี้นั้น วิกฤตการณ์ สถานการณ์ของบ้านเมืองมีความน่าเปึนห่วง มีความขัดแย้ง มีความรุนแรงเกิดขึ้น จนหลายฝ์ายที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขวิกฤตการณ์ นั้นดูเหมือนว่าจะสิ้นหนทางในการที่จะฉุดรั้งสถานการณ์ให้กลับสู่สภาพปกติได้ ในที่สุด หลายฝ์ายก็พยายามเสนอให้รัฐสภาเปึนส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ด้วยการเป่ดรัฐสภาและรับฟังความคิดเห็น แม้ว่าในใจหนึ่งของเราในวันที่มีการเสนอ ให้เป่ดรัฐสภา ยังรู้สึกกริ่งเกรงอยู่บ้างก็ตามว่า ถ้าหากว่าการเป่ดรัฐสภาไปแล้วมีการ อภิปรายของสมาชิก แต่ว่ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีไม่มีท่าทีที่จะยอมรับฟังหรือ ยอมรับความคิดเห็น การอภิปรายก็คงจะไม่มีประโยชน์หรือไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง แต่อีกใจหนึ่งเราเองก็เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาที่หวังที่จะสร้างให้ประชาชนได้เห็นว่าผู้แทน ปวงชนชาวไทยที่ผ่านการเลือกตั้งมาก็น่าที่จะมีบทบาทในการช่วยกันคลี่คลาย สถานการณ์ของบ้านเมือง ความจริงในวันที่มีการเสนอญัตตินั้น ต้องยอมรับว่าหลายฝ์ายก็สร้างความคาดหวังไว้ เช่นนั้นกับพี่น้องประชาชน พรรคร่วมรัฐบาล ๖ พรรคที่ไปประชุมกัน มีการแถลงข่าว ถ่ายทอดสดผ่านรายการโทรทัศน์ มีคําพูดที่สวยหรูไปถึงพี่น้องประชาชนว่า เวทีของ รัฐสภาจะสามารถคลี่คลายวิกฤตของชาติบ้านเมืองได้ ฝ์ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ เราสนับสนุนการเป่ดรัฐสภาให้มีการอภิปรายเพื่อการรับฟังความคิดเห็นโดยฝ์ายบริหาร แต่สิ่งหนึ่งที่เราพูดมาโดยตลอดก็คือว่า การอภิปรายจะมีประสิทธิภาพ การอภิปราย จะมีผลและนําไปสู่การคลี่คลายวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองนั้นจะต้องมีองค์ประกอบ ที่สําคัญ อย่างน้อย ๒ อย่างด้วยกัน
ประการที่ ๑ คือท่าทีที่น้อมรับฟังอย่างแท้จริงของนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรี การน้อมรับฟังอย่างแท้จริงนั้นคงไม่ใช่เพียงรูปแบบของการมานั่งฟัง ตลอดเวลา แต่เปึนการรับฟังด้วยใจ ด้วยเนื้อหา ด้วยการยอมรับ ด้วยการปรับเปลี่ยน ความคิด ด้วยการนําไปไตร่ตรอง ด้วยความสุขุมรอบคอบและตัดสินใจ เพื่อที่จะนําข้อมูล อันเปึนประโยชน์เหล่านั้นไปคลี่คลายปัญหาของบ้านเมือง
องค์ประกอบประการที่ ๒ ก็คือการเสนอความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ ว่าเปึนการเสนอความคิดเห็นโดยความตั้งใจจริงที่ต้องการจะสะท้อนปัญหา และทางออกของบ้านเมืองหรือวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองให้รัฐบาลไปรับฟังอย่างรอบด้าน มากน้อยเพียงใด หรือเปึนเพียงการหยิบฉวย ใช้เวทีของรัฐสภาในการที่จะไปกล่าวหา บุคคลอื่นซึ่งเปึนท่าทีเริ่มต้นที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง ถ้ามีความพยายามที่จะคลี่คลาย ความขัดแย้งในบ้านเมือง ท่านประธานจะเห็นว่า องค์ประกอบ ๒ ตัวนี้ วันนี้เวลากว่า ๑๐ ชั่วโมงได้พิสูจน์แล้วว่าญัตติขอเป่ดอภิปรายที่รัฐบาลขอมานั้นดูเหมือนว่าจะล้มเหลว โดยสิ้นเชิง เปึนความล้มเหลวที่นอกเหนือจากประชาชนเองซึ่งมีความคาดหวัง เพราะหลายฝ์ายไปสร้างความคาดหวังไว้นั้น จะมีความรู้สึกว่า เขาแทบจะไม่ได้อะไร จากการประชุมวันนี้ หรือแทบไม่มีความหวังเลยแล้วก็ตาม แต่การประชุมรัฐสภาในวันนี้ จะน้อยจะมากยังมีการเติมบรรยากาศของความหวาดระแวง บรรยากาศของการยั่วยุ บรรยากาศของการสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเพิ่มเติมอีกด้วย แม้ว่า หลายท่านในสภานี้ตั้งใจดี พยายามจะเสนอความคิด ความเห็นที่เปึนประโยชน์ต่อสภา แห่งนี้ในทุกรูปแบบ คําพูดคําจา ข้อเท็จจริง บางเรื่องก็ฟังยาก ฟังแล้วก็ทําใจลําบาก เพราะตรงจี้ใจดําเหลือเกิน แต่ที่ผมบอกว่ามันแทบไม่ให้ความหวังกับใครก็เพราะว่า ความคิด ความเห็นที่เปึนประโยชน์เหล่านั้นถูกท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธ ผมขอใช้คําว่า โดยสิ้นเชิง ท่านตอบโต้ ท่านตอบทุกประเด็น ความจริงวันนี้หลายคนก็กังวลตั้งแต่เช้า เพราะก่อนเป่ดรัฐสภาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ในรายการของท่านนายกรัฐมนตรีที่ออกอากาศ ผ่านสถานี โทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ดูเหมือนท่านให้คําตอบกับคําถามที่ยังไม่เกิดขึ้นในสภา ครบทุกอย่างแล้ว ก่อนหน้านั้นท่าทีของท่านก็เปึนเช่นนั้น แต่จะทําอย่างไรครับ สมาชิก รัฐสภาเรามีกรอบ มีบทบาทในการทํางานที่ชัดเจนเปึนอย่างยิ่ง เราก็ต้องทําไปตามกรอบ ตามบทบาทเหล่านั้น ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อเช้า ผมเรียกได้ว่าเปึนการป่ดประตู ความเห็นของรัฐสภาโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังมีความหวังว่าอย่างน้อยท่านก็เปึนสมาชิกรัฐสภา คนหนึ่งที่จะเข้ามารับฟัง ก็อาจจะพอฟังไปไตร่ตรองบ้าง ท่านประธานอยู่กับพวกเรา ตลอด ๑๐ ชั่วโมง คงเห็นครับว่า บัดนี้มันล้มเหลวไปโดยสิ้นเชิง จะด้วยความทะนงถือตน ถือดี ทิฐิหรือไม่ยอมรับอย่างไรก็ตาม วันนี้ข้อสรุปเห็นเปึนเช่นนั้นแล้ว ถ้าใครได้อ่านข่าว เอสเอ็มเอส (SMS) ก็ดี อ่านข่าวที่ออกทางสื่อต่าง ๆ ก่อนหน้าที่จะป่ดการประชุมวันนี้ คงจะเห็นครับว่า ถ้อยคําสื่อมวลชนที่วิจารณ์สภานั้นรุนแรงกว่าที่ผมพูดอีกเปึนหลายเท่า แต่เรื่องนี้จะเปึนการทําลายความหวังดี ความคาดหวังของคนไทยอีกหลายล้านคน ทั้งประเทศ ทั้ง ๆ ที่พวกเราสมาชิกที่มีความหวังดีกับบ้านเมืองพยายามเสนอทางออก ที่ดีที่สุดแล้ว ความจริงญัตตินี้จะมีประโยชน์และก็ง่ายดายอย่างยิ่งครับถ้าหากว่าทําความเข้าใจ อย่างชัดเจนว่าใครกันแน่ที่เปึนคู่ขัดแย้งในวิกฤตการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ไม่ใช่สมาชิก รัฐสภาที่ต้องชี้หน้ากล่าวหากันหรอกครับ แต่เปึนเรื่องการเมืองภาคประชาชนภายนอก ที่เขาเรียกว่ากลุ่มพันธมิตร และรัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี ข้อเรียกร้อง ทุกอย่างของเขาก็เปึนข้อเรียกร้องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่พอจะปฏิบัติกันได้ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องรับปากกันว่าไม่ต้องแก้ไข เหล่านี้เปึนต้น ถ้าเกิด เราชัดเจนเรื่องของคู่ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ข้อคิดความเห็นของวันนี้หลายประการ ท่านนายกรัฐมนตรีหยิบจับกลับไปทบทวนได้โดยไม่จําเปึนต้องลุกขึ้นมาเสนอ ตัดข้อเสนอ ปฏิเสธ ตัดรอนตั้งแต่ต้น แต่ท่านก็เลือกที่จะทําเช่นนั้น องค์ประกอบแรก ของการน้อมตั้งใจรับฟังก็จบไปโดยสิ้นเชิงครับ ผมถึงลุกขึ้นถามตั้งแต่ต้นว่าตกลงที่ยื่น ญัตตินี้ท่านตั้งใจจริง ๆ ที่จะมารับฟังหรือเปึนเพียงอาศัยรัฐสภาเปึนเครื่องมือ ทางการเมืองที่จะนําไปอธิบายเหตุการณ์กับภายนอกว่าท่านฟังแล้ว ไม่ได้รับคําตอบครับ บัดนี้ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะมืดมนกว่าเดิม ในเวลาที่รัฐมนตรียังยิ้มแย้มได้ภายใต้ ความวิกฤต ความเกลียดชังที่ ร้าวลึกในประชาชนภายในประเทศ ผมเชื่อว่าความทุกข์ใจ ของคนในทุกส่วนของประเทศยังคงดํารงอยู่หลังจากวันนี้เปึนต้นไป ที่น่าเสียดายก็คือ องค์ประกอบที่ ๒ การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาบางฝ์ายกลับใช้กรอบความคิด ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านชี้นํามาตลอดเวลาว่าต้องเลือกข้างมาอภิปราย ลุกขึ้นชี้หน้า กล่าวหาคนอื่น แม้แต่กระทั่งฝ์ายค้าน วันนี้ทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ที่ลุกขึ้นพูด และสมาชิกจากซีก ส.ว. อีกหลายท่านนําเสนอนั้นเปึนความคิดที่ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ และมีเหตุมีผล แต่สิ่งที่เราได้รับจากการอภิปรายของพวกท่านคือการกล่าวหา ฝ์ายค้าน อดอยาก อดทนรอไม่ได้ต้องไปพึ่งแก๊งข้างถนนนี่เปึนคํากล่าวที่สะท้อนทัศนคติที่แบ่งขั้ว แบ่งค่ายอย่างชัดเจน มีการพูดว่าเอาใจพันธมิตรไม่คิดถึงคนอื่นบ้าง แม้กระทั่ง มีความพยายามปลุกระดมยกเรื่องของภาคขึ้นมาพูดจากันในรัฐสภาแห่งนี้โดยไม่ได้คิดว่า คนที่เขาไปชุมนุมทั้ง ๒ ฝ์ายก็มีคนไปจากทุกภาค หน้าที่ปวงชนชาวไทยไม่ใช่ ส.ส. จังหวัด หรือเขตเท่านั้นครับ แต่ต้องรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ต่อคนไทยทั้งประเทศ ท่านปฏิญาณ ตนต่อหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์ในรัฐสภาแห่งนี้ ผมไม่คิดเลยครับว่าที่สุดแล้วเราใช้เวที ที่เราปฏิญาณตนมาปลุกระดมให้มีความเกลียดชังกันในบ้านเมือง ผมคิดว่าถ้าเราน้อมใจ รับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ ข้อกล่าวหาที่เปึนเท็จ ข้อกล่าวหาที่สร้างความเกลียดชัง ในบ้านเมืองก็คงไม่เกิดขึ้นครับ แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่น่ากลัวก็คือว่าท่าทีที่ยังคง แข็งกร้าวของท่านนายกรัฐมนตรี ท่าทีที่คงยังมีการท้าทายของท่านนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่กระทั่งการไม่ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นใดของท่านรองนายกรัฐมนตรี รั ฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รับผิดชอบตํารวจ และเปึนเหตุให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และเปึน ส่วนสําคัญของชนวนที่ทําให้การประท้วงลุกลามบานปลาย ที่ท่านใช้คําในญัตติว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ท่านไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรือครับ ท่านยิ้มได้ตลอดเวลา ที่เราพูดถึงปัญหาวิกฤตการณ์ในบ้านเมืองนี้ ท่านประธานครับ มาจนถึงวันนี้ผมเชื่อว่า จบการประชุมรัฐสภาไปแล้ว บรรยากาศความหวาดระแวงยังคงเกิดขึ้นต่อไปครับ ข่าวที่เกิดขึ้นวันนี้ตลอดทั้งวันก็คือการระดมกําลังตํารวจจากหลายจังหวัดในเกือบจะ ทั่วทุกภาคของประเทศไทยเข้ามายังกรุงเทพมหานคร สมาชิกจากซีกรัฐบาลเองเปึนคน เป่ดเผยข้อเท็จจริงในที่ประชุมวันนี้ว่าตํารวจตระเวนชายแดนที่จังหวัดเขาก็ถูกระดม มาที่นี่ คํายืนยันของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะไม่สร้างความรุนแรง แต่กลับเกิดความรุนแรง ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์และที่ บช.น. ในคืนสองคืนที่ผ่านมานั้น จะเปึนเรื่องที่ยากจะ สร้างความมั่นใจให้คนทั้งประเทศเชื่อได้ว่าสิ่งที่ท่านพูดกับท่านทําเปึนเรื่องเดียวกันหรือไม่ ผมเปึนห่วงครับ วันนี้เวทีรัฐสภาเป่ดไปแล้ว สมาชิกแสดงความเห็นไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รับฟังไปแล้ว การประชุมรัฐสภาจบ บ้านเมืองเราจะเกิดอะไรขึ้น ในคืนนี้ ในวันพรุ่งนี้และวันต่อไป ความหวาดระแวงที่เกิดขึ้น ความพยายามใช้ความ แข็งกร้าวและมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงยังดํารงอยู่ ที่น่าเสียใจที่สุดของวันนี้ก็คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีคํารับผิดชอบแสดงความเสียใจแม้แต่น้อย จากนายกรัฐมนตรีหรือคนที่รับผิดชอบร่วมคณะรัฐบาล แม้แต่กระทั่งคนจากซีกรัฐบาล ด้วยกัน ผมกังวลครับว่าพวกท่านทั้งหลายปฏิเสธความหวังดีของพวกเราสมาชิกรัฐสภา แต่ท่านกําลังสร้างบรรยากาศแห่งความน่าสะพรึงกลัวให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะผ่านยุคประวัติศาสตร์เลือดเมื่อเดือนตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ มาแล้ว และท่านมีตําแหน่งแห่งที่ในเวลานั้น แต่วันนี้ วันที่ท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรี ความกริ่งเกรงของผมและเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนก็คือว่าสัญญาณวันนี้มันชี้ให้เห็น ชัดว่า ท่านกําลังจะสร้างประวัติศาสตร์ที่ซ้ํารอยเหตุการณ์ในเวลานั้นขึ้นมาอีก เมื่อถึง เวลานั้นครับยากครับที่เราจะฉุดรั้งสถานการณ์ทุกอย่างให้กลับมาปกติได้ สิ่งที่ท่านทํา วันนี้อาจยืนยันความคิดของท่าน แต่บาดแผลที่ร้าวลึกในสังคมนี้ หน้าประวัติศาสตร์เลือด นี้จะต้องจดจําจารึกไปตลอดกาลและท่านต้องรับผิดชอบ น่าเสียดายครับ ฝ์ายบริหาร เราไม่รับผิดชอบ ไม่รับฟัง ในเวลาที่ฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งทําได้เพียงเสนอแนะ พยายามทํา อย่างดีที่สุดแล้ว หลังจากนี้ไปครับ ผมเปึนห่วงครับ ความคิดความเชื่อในทางศาสนาพุทธ ก็คือว่า ใครทํากรรมเช่นใด ก็ต้องรับกรรมเช่นนั้น แต่วันนี้น่าเสียดายครับที่ประเทศของเรา มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่กําลังจะสร้างกรรมนี้กับคนทั้งประเทศ ท่านอาจจะ ต้องรับกรรมในเวลาอันไม่นานนี้ แต่กรรมเช่นนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งประเทศ ผมเสียใจครับท่านประธานที่ญัตติในวันนี้จบลงด้วยการที่คนไทยจะเกิดคําถามว่าเราได้ อะไรจากญัตติวันนี้ เราได้อะไรจากรัฐสภา และเราได้อะไรจากนายกรัฐมนตรี ผมขอใช้ โอกาสนี้แสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับว่าเราได้พยายามทํา อย่างดีที่สุดแล้ว ในการใช้เวทีนี้เพื่อสะท้อนความคิดความเห็นไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล แต่ต้องขอฟัองคนไทยทั้งประเทศว่าท่านปฏิเสธความหวังดีเหล่านั้นและยัง ยืนยันแนวคิดท่าทีของท่าน แต่ขณะเดียวกันเราก็ยืนยันครับในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราก็ยังคงจะต้องติดตามดูแลสถานการณ์และถ้าเกิดความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นครับ วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องเรียกร้องให้เลือกข้างหรอกครับ เพราะพวกเราจะยินดี ยืนเคียงข้างกับประชาชน แม้ว่าจะต้องต่อสู้กับอํานาจรัฐภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายก็ตาม ขอบพระคุณครับ