รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานอนุญาต ให้สมาชิกปรึกษาหารือในปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใดได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภากำหนด เนื่องจากว่าวันนี้พวกเราส่วนใหญ่ จะไปประชุมเรื่องของกรรมาธิการเป็นวันแรก ดังนั้นจะต้องใช้เวลาเท่าที่ดูแล้ว ๓๕ คณะ ก็จะใช้เวลาประชุมถ้าเวลาไม่ผิดก็ ๑๑ โมงเศษ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าหลังจากหารือ ครบถ้วนแล้วก็จะพัก รอจนกว่ากรรมาธิการจะประชุมเสร็จเรียบร้อย แล้วจะนัดประชุมต่อ เพื่อให้ไม่เป็นกังวลกับพวกเรานะครับ ไม่พะวักพะวงกับงานในนี้ ก็จะอนุญาตให้กรรมาธิการ ประชุมให้เสร็จ แล้วก็จะนัดประชุมตอนบ่าย เข้าสู่ระเบียบวาระปกติตอนบ่ายโมงตรง ขอให้พวกเราได้รับทราบ ต่อไปนี้ก็ขอเชิญรายชื่อของผู้ที่ขอปรึกษาหารือในวันนี้ทั้งหมด ๔๒ ท่าน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๐ ท่านแรกจะได้เตรียมตัว ๑. นางสาวชนก จันทาทอง ๒. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ๓. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๔. นายศุภชัย นพขำ ๕. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๖. นายไตรรงค์ ติธรรม ๗. นายทศพร ทองศิริ ๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ๙. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๑๐. นายธีระ ไตรสรณกุล พรรคร่วมรัฐบาล ๑. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๒. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ๓. นายศิริพงษ์ รัสมี ๔. นายสุรทิน พิจารณ์ ๕. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๖. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๗. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๘. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ๙. นายเทพไท เสนพงศ์ ๑๐. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เพื่อให้แต่ละท่านได้เตรียมตัว เพราะว่าบางท่านคงต้องประชุม กรรมาธิการด้วยนะครับ ได้รู้ว่าลำดับท่านอยู่ช่วงไหนจะได้มาทันเวลา ขอเชิญท่านแรก นางสาวชนก จันทาทอง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีข้อหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ เรื่อง ด้วยกันค่ะ
เรื่องที่ ๑ เร่งรัดติดตามสอบถามโครงการประตูระบายน้ำห้วยน้ำเป ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โครงการนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบันนี้โครงการนี้ก็ยังไม่สำเร็จ ซึ่งถ้าหากโครงการนี้สำเร็จพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่จะได้รับผลประโยชน์ถึง ๔ ตำบล กับอีก ๒ อำเภอ โครงการนี้หน้าแล้ง ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ หน้าฝนก็จะสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ ดิฉัน นำเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังหน่วยงานกรมชลประทาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเร่งรัดและติดตามโครงการประตูระบายน้ำห้วยน้ำเป เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับ ผลประโยชน์สูงสุดในการใช้ประตูน้ำแห่งนี้ค่ะ
เรื่องที่ ๒ ปรับปรุงซ่อมแซมผิวถนนเป็นถนนเส้นทางระหว่างบ้านคำตอยูง ถึงบ้านสุขสำราญ ตำบลเซิม อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ลักษณะของถนนมีความยาว ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผิวถนนต่ำกว่าคันนา ถ้าเกิดว่าน้ำท่วมคันนา ถนนก็จะท่วมไปด้วย พอน้ำลด ผิวถนนก็จะเกิดการชำรุด ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังหน่วยงาน กรมทางหลวงชนบทให้ช่วยเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๓ ขุดลอกหนองผักไหม ตำบลนาหนัง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันสภาพของหนองน้ำแห่งนี้มีความตื้นเขินเก็บกักน้ำได้น้อย มีวัชพืชปกคลุมขึ้นเต็ม ส่งผลให้น้ำเน่าเสียเกิดปัญหากลิ่นเหม็น ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยัง หน่วยงานกรมชลประทานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยไปขุดลอกคูน้ำ ซึ่งแหล่งน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำ ที่ทำการเกษตรและทำน้ำประปาให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายสาคร เกี่ยวข้อง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธาน เนื่องจากผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการนักธุรกิจ ที่ประกอบการอยู่บนเกาะพีพี หมู่ ๖ หมู่ ๗ ตำบลอ่าวนางของจังหวัดกระบี่ เกาะพีพี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมายาวนาน แล้วก็สร้างรายได้ให้สู่ประเทศของเราตลอดมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันหนึ่งนับหมื่นคน แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเกาะพีพี ต้องใช้น้ำ ถึงยูนิตละร่วม ๓๐๐ บาท เป็นการใช้น้ำที่แพงมาก เป็นการเพิ่มต้นทุนของเกาะพีพี จึงเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประปาภูมิภาคก็ดี หน่วยต่าง ๆ ที่สามารถที่จะไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องในเกาะพีพีที่ใช้น้ำยูนิตละ ๓๐๐ บาท ซึ่งมีความ แตกต่างกับการใช้น้ำปกติของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป โดยช่วยหาวิธีการจะเป็นการวางท่อ ไปจากบนบกก็ได้ หรือเป็นการใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ที่สามารถที่จะกลั่นน้ำเค็มมาเป็นน้ำจืด ผมเชื่อว่าการลงทุนเหล่านี้จากการที่สอบถามก็มีภาคเอกชนที่จะไปร่วมลงทุน หรือการประปา ส่วนภูมิภาคก็สามารถไปลงทุนได้
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดกระบี่และบุคลากร ทางโรงพยาบาลของจังหวัดกระบี่ อยากจะเรียนว่ายังมีความขาดแคลนในเรื่องของห้องผ่าตัด ในเรื่องของห้อง ไอซียู (ICU) ในเรื่องของห้องฟอกไต และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงพยาบาล จังหวัดกระบี่อีกมาก เตียงก็ไม่พอ สร้างความไม่มั่นใจต่อพี่น้องประชาชน ตลอดจน นักท่องเที่ยวเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีความฉุกละหุกเกิดขึ้น และผมจะนำส่งเอกสาร ต่อท่านประธานในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก เรื่องการออกบัตรประจำตัวประชาชนของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ชื่อว่า มันนิ หรือ ซาไก ในจังหวัดพัทลุง บริเวณเทือกเขาบรรทัดคาบเกี่ยวจังหวัดตรัง บ้านท่านประธานชวนนั่นละครับ ยังมีประชาชนกว่า ๒๐๐ คนยังไม่มีบัตรประชาชน รวมถึง กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่จังหวัดระนองและจังหวัดพังงา มีบัตรประชาชนนำหน้าด้วย หมายเลข ๐ เอย หมายเลข ๖ เอย ไม่มีสถานะความเป็นคนไทย เด็ก ๆ นักเรียนบางคน ตาเกือบบอด เพราะว่าไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ เรื่องการศึกษาก็เช่นเดียวกัน ขอให้กระทรวงมหาดไทยรีบดำเนินการด่วน
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขยะที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดสงขลา ซึ่งท่านหัวหน้าพรรค ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ไปรับเรื่องร้องเรียนมา ที่จังหวัดสงขลา ที่จังหวัดกระบี่ อำเภอคลองท่อม ตำบลทรายขาว หรืออำเภอเมือง ประชาชนยังมีข้อวิตก ข้อกังวล ข้อสงสัย ข้อคาใจ ข้อซักถามอยู่ กระบวนการทำประชาพิจารณ์ไม่มีความโปร่งใสดีพอ หลักธรรมาภิบาลในหน่วยราชการ ต้องนำไปใช้เยอะ ๆ และไม่ว่าการดำเนินการของโรงไฟฟ้าขยะจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง อย่างไร มีงานวิจัยรองรับหลายอย่าง ผมคิดว่าเรื่องนี้จะต้องช่วยทำให้คนในพื้นที่ได้รับ ความกระจ่าง พื้นที่ทหารมีเยอะนะครับ ลองไปสร้างในพื้นที่ตรงนั้นก็ได้
สุดท้ายเรื่องของการกดขี่นักเรียน โดยเฉพาะมีการละเมิดสิทธิในเนื้อตัว ร่างกายนักเรียน ละเมิดสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา โดยคนที่มีการศึกษา ข่าวปรากฏ มาตลอด มีการไถหัวนักเรียน ตัดผมนักเรียน แล้วเอามาเป็นเงื่อนไขไม่ให้นักเรียนเข้าสอบ ผมคิดว่าเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการและโดยเฉพาะท่านประธานเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ อดีตนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศชาติอื่น เขาให้ความสำคัญกับความสุขของนักเรียน สร้างความทรงจำที่ดีให้กับนักเรียนเถอะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต ๑ ผมจะขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่เกาะปูยูและเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล มีอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ปัญหาท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวและขนส่งของพี่น้องประชาชน บนเกาะปูยู หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ และพี่น้องบนเกาะสาหร่าย หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ ซึ่งปัจจุบันนี้ สะพานได้ชำรุดทรุดโทรม เพราะการก่อสร้างมานานแล้วเป็นเวลาสิบ ๆ ปี ไม่สามารถ ใช้สัญจรได้ ทำให้เกิดความลำบากและเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนทั้ง ๒ เกาะ ทั้ง ๔ หมู่บ้าน
เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องบ่อเก็บขยะมูลฝอยของประชาชนตำบลปูยู หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ซึ่งปัจจุบันมีขยะเป็นจำนวนมากและล้นบ่อขยะเดิม จำเป็นต้องขยายบ่อเก็บขยะ แต่ก็มีปัญหาว่าพื้นที่อยู่ในป่าชายเลนไม่สามารถทำการขยายบ่อเก็บขยะได้ เกิดปัญหา ขยะล้นกระจาย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๓ ปัญหาการสร้างคันกั้นน้ำทะเลเพื่อป้องกันคลื่นเซาะตลิ่ง ซึ่งจะทำ ความเสียหายแก่บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนนั้นไม่สามารถสร้างได้ เพราะมีปัญหา ข้อกฎหมายของกรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ถ้าหากสามารถแก้ปัญหา เหล่านี้ได้ สามารถสร้างคันกั้นน้ำได้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้และก่อให้เกิด ประโยชน์ในด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลปูยู องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย องค์การบริหารส่วนจังหวัด กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มาร่วมกันแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนมาจากท่าน สจ. อดุลย์ อานุภาพบรรเจิด สจ. อำเภอปัว และท่านนายกสมบูรณ์ นายก อบต. ศิลาเพชร เรื่องอยากให้ช่วยหารือ ท่านประธานผ่านไปยังผู้อำนวยการโครงการปฏิบัติการคันคูน้ำที่ ๒ จังหวัดลำปาง ในเรื่องการก่อสร้างคันคูน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านนาคำ หมู่ที่ ๑ ตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพี่น้องในเรื่องของการเกษตร ซึ่งโครงการนี้ก็จะส่งประโยชน์ให้กับพื้นที่ทำการเกษตรของพี่น้องประชาชนกว่า ๗๐๐ ไร่ จึงเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่าน สจ.สุรชัย อำเภอสองแคว ให้หารือ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง ถนนคอนกรีตก็ได้ หรือว่าถนนลาดยางก็ได้ เส้นจากบ้านวังเสา ตำบลชนแดนไปยัง บ้านปางส้าน ตำบลยอด อำเภอสองแคว ระยะทางประมาณ ๙.๓ กิโลเมตร ซึ่งตอนนี้ ก็ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ ซึ่งถ้าถนนนี้ก่อสร้างเสร็จแล้วก็จะเป็นเส้นทางที่สามารถใช้เชื่อม จากตำบลยอดไปยังตำบลชนแดนให้พี่น้องสามารถย่นระยะทางไปยังตลาดการค้าชายแดน ได้กว่า ๒๐ กิโลเมตรครับ
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันตำบลสถาน อำเภอปัว ขอฝาก ท่านประธานไปยังกรมชลประทาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยขุดลอกอ่างห้วยนา ห้วยบก บ้านซานเลา หมู่ ๓ ตำบลสถาน อำเภอปัว ซึ่งสภาพตอนนี้ตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ แล้วก็ในหน้าฝนก็ยังเป็นส่วนที่ทำให้น้ำท่วม ๒ หมู่บ้าน บ้านส้านเกือบทุกปีก็ขอฝากหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายศิริพงษ์ รัสมี
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ เขตหนองจอก เป็นพื้นที่ที่กว้างถึง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร เป็นเขตที่ใหญ่ที่สุด ในกรุงเทพมหานคร มีถนนอยู่นับร้อยสาย แต่ถนนที่สำคัญในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตมากมายก็คือ ถนนฉลองกรุง เป็นถนน ๖ เลน มีคนข้ามถนนวันหนึ่งนับเป็นหมื่น ๆ คน ในขณะนี้ ไม่มีสะพานลอยคนข้าม เนื่องจากสะพานลอยดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ มาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการก่อสร้าง เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เนื่องจาก ๒-๓ วันที่แล้วก็มีผู้เสียชีวิตอีก ๒ คน ตรงนั้นมีการเคหะแห่งชาติ เคหะฉลองกรุงด้วย โดยมีคุณประพันธ์ ตาหา เป็นผู้ร้องเรียนมาก็อยากจะฝากท่านประธานช่วยประสาน สร้างสะพานลอยตามคำร้องที่ร้องไปหลายปีแล้ว ส่วนหนึ่ง
ส่วนที่ ๒ กรุงเทพมหานครหลาย ๆ เขต โดยเฉพาะเขตชั้นนอกมีหมู่บ้าน จัดสรรที่ก่อสร้างแล้วก็ทิ้งไปมากมายเป็นท่อระบายน้ำที่ตัน แล้วก็ไม่มีหน่วยงานที่ไหน ที่จะมาช่วยลอก ลอกก็ได้ไม่เยอะเท่าไรของสำนักงานเขต เพราะฉะนั้นอยากจะประสาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมราชทัณฑ์ก็ดี ช่วยเอานักโทษไปช่วยลอกท่อระบายน้ำในหมู่บ้าน เพื่อป้องกันน้ำท่วม เพื่อป้องกันยุงลาย ป้องกันทุกสิ่งทุกอย่างในหมู่บ้านในพื้นที่เขตหนองจอก แล้วก็หลาย ๆ เขตในจังหวัดกรุงเทพมหานครด้วยนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานที่เคารพ เป็นอย่างสูง ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายศุภชัย นพขำ นะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภชัย นพขำ สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่อง ที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา ๒ เรื่องด้วยกันวันนี้
เรื่องที่ ๑ ปัญหาเรื่องน้ำประปาบาดาล ด้วยพี่น้องประชาชนตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ชุมชน ๗-๘ พัฒนา ชุมชนท่าใหญ่พัฒนา และชุมชนเจริญสุข รวม ๓ ชุมชนมีประชากรประมาณ ๕๐๐–๖๐๐ ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนจาก บ่อน้ำประปาบาดาล ชำรุดใช้การไม่ได้ สืบเนื่องมาจากประปาบาดาลของชุมชนใช้เวลานาน มาเป็นเวลาหลายปีเกิดความเสียหายประชาชนได้รับความเดือดร้อนมา ๕-๖ เดือนแล้ว ไม่มีน้ำใช้จึงร้องเรียนผ่านกระผมให้มาหารือกับท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วนครับ
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เส้น ๓๑๑๑ ปทุมธานี สามโคก เสนา ได้รับความเดือดร้อนเรื่องถนนชำรุด เสียหายจาก ผิวจราจรเป็นร่องลึกเกิดการยุบตัวเป็นบางช่วง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กระผมจึงมาหารือ กับท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ แขวงการทาง กรมทางหลวง เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วนครับ ขอบคุณท่านประธานสภามาก ๆ ครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนายสุรทิน พิจารณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ กระผมได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ส.ส. ฝั่งพรรคฝ่ายค้าน ท่าน ส.ส. บุญแก้ว ส.ส. สมหญิง ส.ส. นิรมิต ส.ส. ปิยวัฒน ส.ส. ฉลาด พรรคเพื่อไทย ได้ลงที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ แล้วก็จังหวัดอุบลราชธานี พี่น้องยากจนมาก น้ำท่วมมาเป็นเวลาเกือบ ๒ เดือนแล้ว ข้าวปลาอาหารตายหมดแล้ว ดีหน่อยที่ทางรัฐบาลได้ส่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ เกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ลงไปแจกถุงยังชีพเพื่อดูแลพี่น้องเป็นเบื้องต้น นอกจากนี้รัฐมนตรียังได้ควักเงินทุนส่วนตัวช่วยพี่น้องที่น่าสงสารเป็นอย่างยิ่งที่นอนตามวัด นอนตามศาลา ท่านประธานครับ กระผมเห็นว่าเงินที่มาเยียวยาพี่น้องไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท มันไม่พอ เงินเหล่านี้ต้องมาซื้อข้าวกินทั้งปี กระผม สุรทิน อยากเสนอไปยังกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ขอเพิ่มเป็น ๒,๕๐๐ บาท ต่อไร่ ถึงจะเป็นการพอ อันนี้ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ อยากจะหารือไปที่กรุงเทพมหานคร เพราะว่าตลิ่งคลองสะพานควายพังทลายทำให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะที่บ้านของคุณสุกัญญา อับดุลเลา บ้านเลขที่ ๔ ซอยประชาอุทิศ ๖๙ แยก ๑ ท่านประธานครับ ฝากไปถึงทาง กทม. ว่าตลิ่งกำลังพัง บ้านเขาได้รับความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขภายใน ๒ สัปดาห์บ้านเขาจะพังทลายลงที่คลองสะพานควายอย่าง แน่นอน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปที่ กทม. ให้เร่งเข้ามาแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ
ท่านประธานครับ ท่านไม่อยู่ ขอข้ามครับ
ถ้าอย่างนั้นท่านต่อไป นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ทนายกฤษณ์ แก้วอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ จังหวัดเพชรบุรีนั้นในช่วงฤดูมรสุม คือช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคมนั้น พื้นที่ในเขตจังหวัดเพชรบุรีไม่เคยปรากฏว่า จะมีน้ำท่วมขนาดใหญ่ แต่ในช่วงระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมานี้น้ำในจังหวัดเพชรบุรีท่วมอย่างหนัก พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ข้าวของเสียหาย พืชผลทางการเกษตรจมน้ำ ในปีนี้ก็ถึงฤดูมรสุมแล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการป้องกัน และสร้างความ เชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในเขตจังหวัดเพชรบุรีนั้นในหลวง รัชกาลที่ ๙ ได้ให้แนวทางไว้โดยครบถ้วนแล้ว รวมถึงในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่าง ๆ ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งถ้าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้บริหารจัดการตามที่ในหลวงพระราชทาน ก็จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างตลอดไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ โครงการสร้างทางรถไฟทางคู่ช่วงสายใต้-นครปฐม เส้นที่ผ่าน เทศบาลเมืองเพชรบุรีระยะทาง ๘ กิโลเมตรนั้น พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีที่ได้รับ ผลกระทบได้ไปร้องเรียนต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่า การก่อสร้างรถไฟบนพื้นดินนั้น จำเป็นต้องสร้างทางรถไฟข้ามทางแยก จำนวน ๑๐ จุด ซึ่งทางข้ามทางแยกนั้นพี่น้องประชาชน จะได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม จึงขอให้สร้างทางยกระดับ แต่การสร้างทางยกระดับนั้นจะต้องเปลืองงบประมาณไปอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วระยะเวลา การก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเวลากว่า ๓ ปี จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปสำรวจตรวจสอบว่า แบบไหนถึงจะเหมาะสมกับบริบทของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดเพชรบุรี แล้วก็สร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีด้วยครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายไตรรงค์ ติธรรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๒ จังหวัดบึงกาฬ ผมต้องขอบคุณท่านนะครับ ผมจะหารือต่อท่านประธานสภาเรื่องปัญหาประกาศที่ราชพัสดุ แปลงเลขที่ บก ๒๕๔ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ไม่ถูกต้อง เนื่องจากว่า ปัญหาที่ราชพัสดุเหล่านี้ ประเทศไทยเรามีที่ราชพัสดุอยู่เป็นหลายแสนไร่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับที่ดินแปลงนี้ก็คือว่า ที่ดินแปลงนี้ประกาศเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๙๔ เพื่อกันไว้เป็นกิ่งอำเภอเซกา ซึ่งอำเภอเซกาได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๑ แต่ปัจจุบันนี้ที่แปลงเหล่านี้ ๑,๕๐๐ ไร่นี้ เป็นที่อยู่อาศัยของพี่น้อง ประชาชนจำนวนไม่น้อยกว่า ๔ หมู่บ้าน ประมาณ ๔,๐๐๐ คน เป็นบ้านเรือนหมดเลย และที่เป็นสถานที่ราชการจริง ๆ นั้นมีอยู่แค่ไม่เกิน ๑๐๐ ไร่ นอกนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของ พี่น้องประชาชนหมด ฉะนั้นผมก็เลยมีปัญหาหารือกับท่านประธานว่า ที่ดินแปลงนี้ กรมธนารักษ์ผมว่าได้มาโดยไม่ถูกต้อง นั่นก็คือเนื่องจากที่ราชพัสดุแปลงนี้ เลขที่ บก ๒๕๔ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ได้มาโดยการประกาศสงวนที่สร้างกิ่งอำเภอเซกา ที่ ๕/๒๕๙๔ ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๙๔ ๖๘ ปีพอดีนะครับ ซึ่งมิได้ดำเนินการ เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาหวงห้าม เป็นนัยตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณะของแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๔๗๑ จึงไม่มีผลเป็นการสงวนหวงห้ามและไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยที่ดินดังกล่าวจะตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา
ท่านไตรรงค์ครับ เรื่องยาว ทำหนังสือมาครับ ผมส่งให้ครับ ผมส่งให้ ทำหนังสือมาเถอะครับ
เดี๋ยวครับท่าน ผมอีก ๓ บรรทัดครับ ขออนุญาตครับ ขอโทษท่านประธานนะครับ ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๓) และเป็นที่ราชพัสดุ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติ ๒๕๑๘ และต่อมาถูกยกเลิกโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ ๒๕๖๐ ฉบับปัจจุบันคงเหลือที่ดินเฉพาะที่เป็นส่วนราชการ ใช้ประโยชน์เท่านั้น ดังนั้นที่ดินที่เช่าเป็นส่วนหนึ่งของกรณีดังกล่าวจึงไม่มีสถานะ เป็นที่ราชพัสดุ ดังนั้นขอให้กรมธนารักษ์พิจารณาเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ
พอสมควรแล้วนะครับ กินเวลาเพื่อนไปเกือบ ๑ นาที ก็ทำเรื่องมานะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องยาว ผมจะส่งไปให้ครับ ต่อไปนะครับ นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ สืบเนื่องจากว่าเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคมที่ผ่านมา ครม. มีมติในการอนุมัติงบกลางในการ แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ยอดอยู่ที่ ๑๕,๘๐๐ ล้านบาท ซึ่งจังหวัดราชบุรีของดิฉันเอง ก็ได้รับอานิสงส์จากเงินงบกลางก้อนนี้เช่นกัน ๒๐๐ ล้านบาท และเฉกเช่นเดียวกันค่ะ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคมที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสได้มาหารือ ตอนนั้นสภาอยู่ที่ ทีโอที (TOT) โครงการ ซ่อมแซมคูคลองส่งน้ำ ๑๕๑ พื้นที่ประโยชน์สำหรับพี่น้องชาวตำบลเจดีย์หัก ตำบลหินกอง คูคลองนี้ควรที่จะได้รับการปรับปรุง ก็มีความหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับงบกลางตัวนี้ มาดูแลจัดสรรสนับสนุน แต่เมื่อล่าสุดที่ดิฉันสอบถามไปทางคณะกรรมการของ ก.บ.จ. ระดับจังหวัดราชบุรีก็แจ้งมาว่าโครงการนี้จะต้องตกไป เนื่องจากว่าถึงแม้ว่าพื้นที่ ความเสียหาย พื้นที่ที่ต้องได้รับการดูแลอยู่จังหวัดราชบุรีก็จริง แต่ว่าหน่วยงานที่ดำเนินการ หน่วยงานที่ดูแลอยู่คือโครงการส่งน้ำท่ามะกา โดยดำเนินงานอยู่ที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพ ทางกระทรวงมหาดไทยไม่สามารถที่จะจัดสรร เงินงบกลางตัวนี้มาดูแลพื้นที่ตรงนี้ได้ ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศก็เป็นแบบนี้ ดิฉันอยากจะหารือแนวทางในการปฏิบัติในการที่จะจัดทำโครงการในลักษณะนี้ เฉกเช่นเดียวกัน แล้วก็จะมีในเรื่องของถนนหนทางเช่นกัน ในอนาคตเกิดว่าน้ำท่วม แล้วถนนขาด แล้วอย่างพื้นที่ของบ้านดิฉันจังหวัดราชบุรีอยู่ในการดูแลของแขวงการทาง ราชบุรี รวมถึงแขวงบำรุงทางสมุทรสงครามก็จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน อยากจะฝาก ท่านประธานหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายทศพร ทองศิริ ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๔ ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ พรรคอนาคตใหม่ ประเด็นที่จะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ มี ๒ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องที่ ๑ ในเขตทุ่งครุบริเวณถนนพุทธบูชานับตั้งแต่ซอย ๓๐ ถึงซอย ๓๖ นั้น ขณะนี้มีป้ายหยุดรถประจำทางที่สร้างไว้นานแล้ว แต่กลับไม่มีรถประจำทางวิ่ง ทั้ง ๆ ที่มี รถประจำทางอย่างเพียงพอในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสาย ๗๕ ของ ขสมก. รถร่วมบริการ ทั้งรถมินิบัส และรถปรับอากาศสีส้ม ซึ่งส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดพุทธบูชา โรงเรียน ประถมศึกษาวัดบางมด (ตันเปาว์วิทยาคาร) นั้นไม่สามารถที่จะเดินทางได้โดยปกติ และได้รับความยากลำบากในการเดินทาง เพราะต้องใช้การเดินเท้าเข้ามาจากจุดหยุดรถ บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ตรงสี่แยกกำนันธารทิพย์ ระยะทางร่วมกว่า ๑ กิโลเมตร ซึ่งยังไม่รวมถึง ประชาชนที่ต้องสัญจรไปมาในช่วงเวลากลางคืน ที่มีความเสี่ยงจากเหตุอาชญากรรมที่อาจจะ เกิดขึ้นได้ กระผมจึงอยากฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องให้เร่ง ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องรถประจำทางที่เข้าไม่ถึงถนนเส้นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชน ในเขตทุ่งครุมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นครับ
เรื่องที่ ๒ ในเขตราษฎร์บูรณะมีตลาดสดชื่อว่าตลาดบางประกอก ซึ่งเป็นที่ ค้าขายที่สำคัญของพี่น้องประชาชนภายในเขต หากแต่ด้วยการจัดระเบียบพื้นที่ใน กทม. ของท่านอดีตผู้ว่าเรื่องห้ามค้าขายของริมทางเท้านั้น ได้ส่งผลกระทบถึงพี่น้องประชาชน ผู้ค้าขายอย่างเป็นวงกว้างทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งในเขตราษฎร์บูรณะของผมก็เป็นหนึ่ง ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมเข้าใจว่าในเรื่องนี้ได้มีการนำขึ้น พูดหารือกับท่านประธานแล้วหลายครั้ง ในวันนี้ผมเพียงแค่ต้องการที่จะพูดฝากผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้โปรดพิจารณาทบทวน และหาทางออก ให้กับพี่น้องประชาชนเหล่าโดยเร็ว เพราะปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญซึ่งจะรอคอยต่อไปไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องเลือกระหว่างจะให้ถนนสะอาด หรือให้ประชาชนอดอยาก ฝากด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์สฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านมนตรี คำพล นายกสมาคมเกษตรกร ชายแดนบูรพา เรื่องความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยที่ต้องการใช้แรงงานต่างด้าวกัมพูชา ในเขตอำเภอกบินทร์บุรี ในตำบลท่าช้าง ตำบลวังตะเคียน ตำบลเขาไม้แก้ว และตำบลย่านรี เนื่องจากจังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดชายแดนได้รับอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวกัมพูชา เข้ามาทำงานโดยวิธีใช้บัตรผ่านแดน หรือบอร์เดอร์พาส (Border Pass) ไปกลับหรือต่อบัตร ได้เดือนละ ๑ ครั้ง ค่าใช้จ่ายเพียง ๑๐๐ บาท ประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อปี แต่จังหวัด ปราจีนบุรีซึ่งเป็นจังหวัดใกล้เคียงนั้น ซึ่งเดิมก็เคยเป็นจังหวัดเดียวกับจังหวัดสระแก้ว เพียงแต่แยกจังหวัดออกไปในปี ๒๕๓๖ ต้องทำ เอ็มโอยู (MOU) ระหว่างประเทศ และใช้พาสปอร์ต (Passport) ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงถึง ๑๐ เท่า ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อการทำพาสปอร์ต (Passport) และต้องต่อทุก ๆ ๒ ปี ปัญหาอยู่ที่ว่าอำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งขณะนี้มีปริมาณผู้ประกอบการเกษตรกรปลูกไร่อ้อยประมาณ ๔๗๐ ราย ๘๐,๐๐๐ ไร่ ๘๐๐,๐๐๐ ตันที่มีอยู่ขณะนี้ ต้องใช้แรงงานถึง ๒,๐๐๐ คนในฤดูกาลหีบอ้อยในช่วงเดือน ธันวาคม-เดือนมีนาคม เนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ จะทำงานโรงงาน อีกทั้งรถตัดก็มีอุปสรรคพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ จึงขอกราบเรียน ท่านประธานสภาหาทางแก้ไขผ่านไปยังกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยพิจารณาประสานงานกับคณะรัฐมนตรีหาช่องทางที่จะแก้ไข ผ่อนปรน ผ่อนผัน ทั้งทำใบบอร์เดอร์พาส (Border Pass) หรือลดค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ตามฤดูกาลในช่วงตัดหรือหีบอ้อยระยะเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่าง ๆ ส่วนระยะ ยาวนั้นขอให้ท่านประสานงานกับประเทศกัมพูชา และประสานงานให้มีการผ่อนผัน เกษตรกรที่เข้ามาตัดไร่อ้อยในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายทวีศักดิ์ ทักษิณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ผมมีประเด็นที่จะมานำหารือเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้อง ชุมชนประชาอุทิศ แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของสภาพถนนในแขวงชุมชน เนื่องจากว่าในเขตนี้ ได้มีผู้ประกอบการเรื่องของการขนดินนั้นได้มาใช้เส้นทางของพี่น้องอยู่ในชุมชน ทำให้ถนน ได้รับความเสียหาย สิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องอุบัติเหตุและความเสียหายกับยานยนต์ของพี่น้อง ที่อยู่ในชุมชน ได้รับความเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้นำชุมชนนั้นได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง เขตลาดกระบัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ อย่างไรก็จะฝากท่านประธานพร้อมทั้งรายละเอียดเอกสารที่ผมรับมานั้นจะจัดส่งให้ เพื่อดำเนินการแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในถนนเลียบคลองลำชาล่านะครับ ซึ่งตรงนี้เป็นความเดือดร้อน แล้วก็เป็นเรื่องของความกังวลใจของพี่น้องที่อาศัยอยู่ในชุมชนนี้ เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นตอนนี้มีหมู่บ้านจัดสรรได้ไปจัดซื้อที่ดิน แล้วก็ตอนนี้กำลังดำเนินการก่อสร้าง ได้มีการย้ายหมุดหรือว่าเขตดินแดนเข้ามาชนถึง ฝั่งเลียบคลองที่เป็นถนนที่ชาวบ้านนั้นสัญจรไปมา ซึ่งชาวชุมชนนั้นมีความเป็นกังวลว่า หากทางหมู่บ้านนั้นได้ปิดเส้นทางตรงนี้ไปแล้ว ที่มีระยะในการห่างคลองนั้น ๓ เมตร จะทำให้ การสัญจรของพี่น้องที่อยู่ในชุมชนนั้น ซึ่งใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงผลผลิตทางการเกษตร ออกมาจำหน่ายนั้นจะถูกปิดกั้นลง อันนี้เองก็เลยอยากจะนำเรียนท่านประธานว่าฝากไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแล แล้วก็จัดการเรื่องปัญหานี้เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้น ได้คลายกังวลเรื่องของการปิดกั้นการสัญจรนี้ ก็กราบขอบพระคุณและขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของกระผมคือปัญหาเรื่องน้ำประปาหมู่บ้านขุ่น อำเภอโคกสูง และอำเภอตาพระยาเป็นหมู่บ้านที่มีความแห้งแล้งมากในจังหวัดสระแก้ว สภาพดิน เป็นดินทรายขี้เป็ดมีสนิมเหล็กในดินมาก เพราะฉะนั้นน้ำที่อยู่ในสระจึงเป็นสีขุ่น เมื่อผลิตประปาหมู่บ้านออกมาก็จะเป็นน้ำที่มีสีเหลือง ใช้แทบไม่ได้ อันนี้ประชาชน ต้องทนทุกข์กันมาอย่างยาวนานนะครับ ผมเองก็ได้ลงไปสำรวจตรวจสอบพื้นที่ว่าพื้นที่ตรงนี้ มีอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้สร้างเอาไว้ สามารถสร้างสถานีผลิตน้ำประปา แล้วก็วางท่อขยายเขตลงมาทั้ง ๒ อำเภอ ทั้งอำเภอโคกสูงและอำเภอตาพระยา ซึ่งการดำเนินงานน่าจะเป็นการประปาส่วนภูมิภาค เข้าไปดำเนินการสำรวจออกแบบ จัดสรรงบประมาณ เพื่อสร้างการประปาครบวงจร เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตทั้ง ๒ อำเภอให้ดีขึ้นนะครับ
เรื่องที่ ๒ กระผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ของกรมชลประทานจังหวัดสระแก้วว่า ขณะนี้มีโครงการฝายห้วยสะโตน ซึ่งปัจจุบันนี้คันดิน ถูกกัดเซาะขาด ซึ่งคันดินนี้มีระดับสูงกว่าคันนาท้องนา เมื่อถูกกัดขาดแล้วน้ำไม่สามารถ จะกักเก็บได้เลยนะครับ คันดินนี้ก็ยังใช้เป็นที่สัญจรของถนนเลียบคลองอยู่ที่หมู่บ้าน ตะลุมพุก หมู่ที่ ๒ ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา อยากจะให้ท่านประธานสั่งงานไปยัง ชลประทานจังหวัดสระแก้วเพื่อดำเนินการซ่อมแซม ไม่อย่างนั้นงบประมาณของหลวง ที่สร้างไปแล้วจะออกมาเป็นศูนย์บาทครับ จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านประธานสภาช่วย ด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตหารือเกี่ยวกับเรื่องปัญหาพายุโซนร้อนโพดุลและคาจิกิ ในพื้นที่จังหวัดยโสธรเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม เป็นต้นมา จังหวัดยโสธรได้รับผลกระทบ เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ฝนตกหนัก มีน้ำท่วมมากมายเป็นจำนวนมาก เกิดความเสียหาย ไร่นาของพี่น้องประชาชนทุกอำเภอในจังหวัดยโสธร คาดว่าความเสียหายของภาคเกษตร ๔๓๐,๐๐๐ ไร่ รวมถึงภาคเกษตรกร ภาคประมง ภาคปศุสัตว์ โรงเรียน ๕๖ แห่ง ถนน ๓๘ สาย สะพานอีก ๑๑ แห่ง จึงขอให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยบรรเทากับภาคเกษตรกรเกี่ยวกับเรื่องของการพักหนี้เกษตรกรในเรื่องของลดดอกเบี้ย ในเรื่องของเร่งจัดเมล็ดพันธุ์พืชผลการเกษตร ปลูกข้าวนาปรังให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ เรื่องการออกโฉนดท้องถิ่นจาก ส.ค. ๑ พี่น้องประชาชนชาวบ้านนาเวียง ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ร้องเรียนมาว่าออกโฉนดตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ บัดนี้ออกทั้งหมด ๗๒๐ ราย แต่บัดนี้ปี ๒๕๖๒ ได้ยังไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเร่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๓ โรงเรียนบ้านบะคอม ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล อยากขอ นักการภารโรงครับ รอหนังสือจาก สพฐ. เขต ๒ แต่บัดนี้แล้วยังไม่ได้หนังสือเลยครับ อยากจะฝากท่านประธานช่วยเร่งแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนบ้านบะคอมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายเทพไท เสนพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งเป็นเวลายาวนานถึง ๒-๓ เดือน มีหน่วยงาน ราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ก็ไประดมสรรพกำลังทั้งหมด เพื่อที่จะดับไฟป่าพรุควนเคร็ง แต่ว่าผลที่ตามมานั่นก็คือว่าทุกหน่วยงานก็สูบน้ำจากคลองชะอวด เพื่อที่จะไปดับไฟ ที่ป่าพรุควนเคร็ง ก็จะทำให้ใช้น้ำปริมาณมากพอสมควร แล้วก็ทำให้น้ำในคลองชะอวด แห้งลงอย่างรวดเร็ว แล้วก็เลยทำให้ที่ดินที่ริมคลอง ริมตลิ่งของอำเภอชะอวดนี่ทรุดตัวลง แล้วทำให้เขื่อนที่กั้นตลิ่ง พนังดินทรุดตัวลง เพราะฉะนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเทศบาล ตำบลชะอวด ผมได้ไปดูเหตุการณ์กับท่านนายกพฤนท์ ปานจีน ท่านก็เห็นว่ามีการทรุดตัว แล้วก็อยู่ในภาวะอันตรายมาก เลยอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมเจ้าท่า แล้วก็กรมโยธาธิการและผังเมือง ไปดูแลแล้วก็จัดงบประมาณบูรณะอย่างเร่งด่วน และในขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ ผมก็ทราบว่าในวันพรุ่งนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะลงพื้นที่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปดูเหตุการณ์ป่าพรุควนเคร็ง ผมก็อยากจะเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาไปดูสภาพความเป็นจริง ทั้งที่ป่าพรุควนเคร็ง แล้วก็ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้ ป่าพรุควนเคร็งด้วย ผมก็ไม่อยากที่จะให้นายกรัฐมนตรีได้ไปฟังบรรยายสรุปในที่ศาลากลาง หรือในศูนย์ที่ดับไฟป่า เพราะที่นั่นถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไปก็เจอแต่ผักชีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอยากให้ไปเจอสภาพความเป็นจริง เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดีกว่า เพราะจะได้พบกับประชาชนผู้ประสบภัย ก็จะได้สะท้อนปัญหากับท่านนายกรัฐมนตรีได้ด้วย เพราะฉะนั้นอยากจะนำเรียนท่านประธานว่า อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล ผลกระทบจากการดับไฟป่าพรุควนเคร็งว่า มีผลกระทบอะไรบ้าง ซึ่งมีหลายกรณีที่เกิดขึ้น จากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายธีระ ไตรสรณกุล ท่านธีระไม่อยู่นะครับ ต่อไปครับ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ เขตวังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่องค่ะ
เรื่องที่ ๑ นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๓ เพื่อสนับสนุนโครงการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ภายใต้การดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจาก การเคหะแห่งชาติมีชุมชนที่ต้องดูแลกว่า ๖๘๐ ชุมชน มีประชาชนอาศัยรวมอยู่หลายแสนคน บางเคหะชุมชนมีอายุกว่า ๔๐ ปี เริ่มชำรุดทรุดโทรม เข้าสู่สภาวะที่ต้องดูแลปรับปรุงซ่อมแซม ยกตัวอย่างเช่น เคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่หลายหมื่นคน หลังคาอาคาร รั่วซึม ถนนเริ่มเป็นหลุมเป็นบ่อ สนามเด็กเล็ก สนามกีฬาชำรุดทรุดโทรม ต้นไม้ในพื้นที่ ที่การเคหะแห่งชาติดูแลขึ้นรกปกคลุมจนเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษเลื้อยคลาน และในโครงการบ้านเอื้ออาทรหัวหมาก สภาพสีอาคารเริ่มเก่า ท่อน้ำดีรั่วซึม และไม่มีการลอกท่อ ระบายน้ำมาหลายปีแล้ว เมื่อสอบถามไปยังการเคหะแห่งชาติ ได้รับแจ้งว่าไม่มีงบประมาณ เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงนำเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้ได้โปรดพิจารณาหาแนวทางแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรมให้ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนค่ายคุณธรรมจริยธรรมให้กับน้อง ๆ เด็กนักเรียนในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อให้น้อง ๆ นักเรียนได้ใช้การเรียนการสอนทางศาสนา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้น้อง ๆ ได้มีเวลาในการใช้เวลาว่างอยู่ด้วยกัน ไม่ไปมั่วสุมทำเรื่อง ไม่ดีนะคะ
เรื่องสุดท้าย ดิฉันขอติดตามเรื่องที่ดิฉันได้เคยนำเรียนหารือท่านประธาน ไปแล้ว ๒ ครั้ง โดยทั้ง ๒ ครั้งยังไม่ได้รับการตอบกลับ หรือได้รับข้อมูลกลับมาเลย รบกวน ท่านประธานติดตามให้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากนะครับ ต่อไปผมขออ่านรายชื่อที่ปรับมาใหม่ครับ พรรคร่วมฝ่ายค้านท่านต่อไปก็เป็น นายนิคม บุญวิเศษ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นางสาวธนพร โสมทองแดง นายขจิตร ชัยนิคม นายสงวน พงษ์มณี นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ นายนพพล เหลืองทองนารา นายบุญแก้ว สมวงศ์ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ พรรคร่วมรัฐบาลนะครับ นายนิพันธ์ ศิริธร นายสมบูรณ์ ซารัมย์ นายศาสตรา ศรีปาน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นายวุฒิพงษ์ นามบุตร นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ลำดับต่อไปครับ เชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก ปัญหาถนนสัญจรเป็นหลุมเป็นบ่อนะครับ เส้นทางที่ ๑ ก็คือ จากบ้านหนองเลิง หมู่ที่ ๑๗ ไปถึงบ้านหนองฮี หมู่ที่ ๕ ตำบลเมืองเตา เส้นนี้ใช้เป็น ทางสัญจรไปยังตำบลบัวแก้ว ตำบลราษฎร์พัฒนา ความยาว ๓ กิโลเมตรครับ เป็นหลุมเป็นบ่อ ชำรุดเสียหาย การเดินทางไม่สามารถสัญจรได้สะดวก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยไปปรับปรุงแล้วก็ทำเป็นถนนคอนกรีตด้วย อีกเส้นหนึ่งครับ ถนนเชื่อมระหว่าง ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ไปตำบลทุ่งทอง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง ๓.๕ กิโลเมตร ใช้ขนส่งพืชผลทางการเกษตร แล้วก็ไปกลับของ นักเรียนที่จะไปโรงเรียนเมืองเตาวิทยาคมไปด้วยความยากลำบาก แล้วก็ไม่ปลอดภัยครับ เส้นต่อไปก็คือจากถนนเชื่อมระหว่างตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัด มหาสารคาม ไปตำบลสระบัว อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด ความยาว ๔ กิโลเมตร ถนนคับแคบ แล้วเส้นนี้จะมีสะพานข้ามห้วยเตา คับแคบความกว้างแค่ ๒ เมตร ชำรุด เสียหายเกรงจะไม่มีความปลอดภัยในการสัญจรนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง จากที่ผมได้ลงพื้นที่ที่อุทกภัยน้ำท่วมภาคอีสานครับ ได้ลงพื้นที่ เมื่อวันที่ ๓ กันยายนที่ผ่านมา พบปัญหาหลายปัญหาครับ ที่ทางหน่วยงานราชการ ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ก็ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรีบเรื่องอาหาร อาหารสด น้ำดื่ม ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปั่นไฟ ทางชาวบ้านขอมา แล้วก็อีกหลายอย่างก็อยากให้หน่วยงาน ราชการทำงานด้วยความเร่งด่วนครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไป นายนิพันธ์ ศิริธร ไม่อยู่นะครับ ท่านต่อไป นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตแจ้งความเดือดร้อนของประชาชนผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือดังนี้
หน่วยแรก กรมชลประทาน ขอให้ต่อยอดโครงการน้ำก่ำตามพระราชดำริ ด้วยการขุดลอกแก้มลิงสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และเพื่อป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก กับทำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่บ้านยอดชาด อำเภอวังยาง และบ้านปากบัง ตำบลพิมาน อำเภอนาแก นำน้ำจากลำน้ำก่ำสู่เรือกสวนไร่นาเกษตรกร ๒. ขอให้ขุดลอกห้วยแคน ตำบลหนองฮี อำเภอปลาปาก ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่และทำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่บ้านหนองกกคูณ ๓. ขอให้ขุดลอกห้วยน้ำเที่ยง บ้านนางาม ตำบลกุตาไก้ อำเภอปลาปาก พร้อมทำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่บ้านนางามส่งน้ำสู่เรือกสวนไร่นาเกษตรกร
หน่วยที่ ๒ กรมทางหลวง ขอให้ขยายถนนบริเวณหน้าโรงเรียนนาแกสามัคคี วิทยา โคกสีทอง ต้นแหน ซึ่งเป็นคอขวดเป็นอันตรายกับเด็กนักเรียนที่มีถึง ๒,๐๐๐ คน รวมทั้งสร้างสะพานลอยเพื่อความปลอดภัยของเด็กและผู้ปกครอง ๒. ขอให้ขยายถนน ย่านชุมชนสายบ้านธาตุน้อยนาเหนือ อำเภอนาแก ซึ่งทั้ง ๒ โครงการดังกล่าวทราบว่า กรมทางหลวงได้ออกแบบเรียบร้อยแล้ว
หน่วยที่ ๓ กรมทางหลวงชนบท ขอให้ศึกษาออกแบบสร้างสะพานข้ามลำน้ำก่ำ บริเวณบ้านนาขาม อำเภอวังยาง ไปสู่บ้านดอนข้าวหลาม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก เป็นการเปิดประตูของอำเภอวังยางสู่โลกภายนอกผ่านอำเภอนาแก เพื่อความเจริญ ของทั้ง ๒ ฝั่งอำเภอ
หน่วยที่ ๔ กรมโยธาธิการ ขอให้ทำเขื่อนป้องกันตลิ่งพังบริเวณริมน้ำก่ำ ตามโครงการน้ำก่ำตามพระราชดำริ ในเขตบ้านปากบัง ตำบลพิมาน อำเภอนาแก ๑ จุด รวมทั้งออกแบบพนังป้องกันน้ำท่วมและเขื่อนป้องกันตลิ่งพังอีก ๓ จุด ในเขตเทศบาล ตำบลนาแก ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้ง จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบเนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดจากพายุโพดุล ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง เรื่องแรก ก็คือการช่วยเหลืออุทกภัย เรื่องที่ ๒ การยกระดับฝายกักเก็บน้ำให้สูงขึ้น เรื่องที่ ๓ ส่งเสริม การปลูกพืชฤดูแล้ง สืบเนื่องจากแม่น้ำสาขาก็คือลำพังชูรับน้ำจากอำเภอหนองสองห้อง อำเภอนาเชือกของจังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์คืออำเภอนาโพธิ์ น้ำปริมาณที่มากทำให้ฝายกั้นน้ำแตกบริเวณตำบลบ้านดู่ ฝายขุดกั้นแล้วทำให้น้ำไหลเอ่อ ท่วมที่นาของพี่น้องเกษตรกรเป็นพื้นที่ใน ๒ ตำบล ของอำเภอนาโพธิ์ แล้วก็ไหลเข้าสู่ อำเภอพุทธไธสง ตำบลพุทธไธสง ตำบลบ้านยาง รวมพื้นที่เสียหายเกษตรกรได้รับ ความเดือดร้อน ๒,๐๐๐ กว่าราย เป็นพื้นที่ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ไร่ สิ่งที่ประชาชนร้องขอ จากการออกตรวจสอบติดตาม โดยเฉพาะอำเภอนาโพธิ์ฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือ กรมชลประทานได้ซ่อมฝายกุดกั้ง ซึ่งฝายกุดกั้งนั้นเป็นฝายที่กักเก็บน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภค
ส่วนที่ ๒ ก็คืออยากให้ยกระดับฝายกันน้ำขึ้นให้สูง เพราะว่าหลังจากพายุ ผ่านไปก็จะได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
ส่วนที่ ๓ ก็คือส่งเสริมการปลูกพืชหลังจากที่นาล่มแล้ว น้ำลดแล้ว อยากจะ ให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดหาพันธุ์ถั่วเขียวสนับสนุน ให้พี่น้องเกษตรกรได้ปลูกเพื่อเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวธนพร โสมทองแดง ครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไป นายศาสตรา ศรีปาน ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธานถึง ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ได้งบประมาณมาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ชาวหาดใหญ่เรียกว่า คลอง ๓๐ เมตร เมื่อทำการก่อสร้างก็เกิดปัญหา พื้นดินด้านข้างคลองมีการสไลด์ (Slide) ตัว ต้องแก้แบบใหม่ ถนนตอนนี้เป็นหลุมเป็นบ่อ ไปหมดแล้วครับ รถไม่สามารถจะวิ่งได้ ทำให้จราจรติดขัดมาก โครงการดังกล่าวก็ล่าช้า ไปเรื่อย ๆ ตอนนี้คลอง ๓๐ เมตรไม่สามารถรับน้ำได้แล้วครับ น้ำขังเน่า แล้วก็เหม็นด้วย ตอนนี้ชาวบ้านในละแวกนั้นก็ต้องประสบปัญหานี้ ทนอยู่ไม่ค่อยไหวแล้วครับ แต่ปัญหานี้ จะโดนแก้เลยนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งอนุมัติแบบโดยเร็ว ประชาชนชาวหาดใหญ่รอท่านอยู่นะครับ
เรื่องที่ ๒ มีโรงงานอุตสาหกรรมแอบปล่อยน้ำเสียลงคลองอู่ตะเภา ชาวบ้านชาวคลองแห ชาวคลองอู่ตะเภา ยังใช้คลองแห่งนี้หาปลามาเป็นอาหาร ตอนนี้ เดือดร้อนมาก เพราะปลาตายเป็นจำนวนมาก ค่าของน้ำตอนนี้ก็แย่มาก ๆ ถ้าดื่มไปอาจจะ ทำให้ถึงชีวิตได้ เพราะฉะนั้นนะครับฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมว่าให้รีบแก้ไขสั่งการตรวจสอบ ถ้าโรงงานไหนที่แอบปล่อยน้ำเสียอยู่ ให้ปิดไปเลยครับ หรือว่าท่านจะมาดูกับผมก็ได้ ลงมาดูเลยเดี๋ยวผมจะพาไปชี้จุดและโรงงาน ที่แอบปล่อย ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปนายขจิตร ชัยนิคม ไม่อยู่นะครับ ต่อไป นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉัน มีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ
เรื่องแรก เป็นเรื่องพื้นที่รกร้างใต้ทางด่วนพระราม ๔ เขตปทุมวัน ซึ่งเป็นที่ ของการทางพิเศษ โดยขณะนี้เป็นพื้นที่รกร้างเสื่อมโทรม ทำให้เป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด และคนเร่ร่อนค่ะ รวมทั้งยังเป็นจุดเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาชญากรรม ดิฉันจึงอยากเสนอแนะ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทางกรุงเทพมหานครได้เป็นเจ้าภาพ ในการที่จะขอใช้พื้นที่ เพื่อที่จะปรับให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ อย่างเช่น สวนสาธารณะ ศูนย์การเรียนรู้ พื้นที่ออกกำลังกาย หรือตลาดนัดขายของ เนื่องจากว่าเป็นทำเลที่อยู่บริเวณ ใกล้แหล่งของออฟฟิศซึ่งมีผู้คนจำนวนมาก โดยในเบื้องต้นอยากให้มีการติดไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อไม่ให้เป็นจุดที่เสี่ยงอันตรายกับคนที่อยู่ละแวกนั้นค่ะ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องปัญหารถเก่าที่จอดทิ้งไว้ตามถนนต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้ง ในหลายตรอกซอกซอยค่ะ โดยรถบางคันไม่มีเจ้าของค่ะ จอดทิ้งไว้นานมาก จนไม่สามารถ ที่จะใช้การได้ ซึ่งกีดขวางทางจราจร ทางสัญจร แล้วก็ทางเดิน ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจร หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครชั้นใน เป็นเขตชุมชนค่ะ ซึ่งมีถนนขนาดเล็ก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ อย่างเช่นเพลิงไหม้ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ หรือว่ากางขาตั้งได้ ดิฉันจึงอยากหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ โดยเฉพาะทางกรุงเทพมหานครและทางตำรวจได้หาแนวทางร่วมกัน ในการที่จะจัดการ กับปัญหานี้ และสุดท้ายอยากขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟคนข้ามระหว่างชุมชนบ้านแบบ กับชุมชนโรงน้ำแข็ง ในบริเวณถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร เนื่องจากว่าเกิดอุบัติเหตุ คนโดนรถชนอยู่บ่อยครั้งค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปนายสงวน พงษ์มณี ครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้เป็นการหารือวันสุดท้ายของสมัยประชุม ผมเองก็เริ่มต้นเป็นคนหารือเป็นคนแรกในการเปิดสมัยประชุม วันนี้ก็ขอหารือในฐานะ วันสุดท้ายของการเปิดประชุม ในเรื่องที่มีโอกาสได้หารือนะครับ ท่านประธานครับ จังหวัดลำพูนน้ำท่วมฤดูฝน น้ำแล้งในฤดูร้อน มันมีปัญหาอยู่ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กสมควร ที่จะได้รับการแก้ไขแล้วก็ขุดลอกทั้งโครงการของพระราชดำริ และโครงการที่จำเป็น ที่ชาวบ้านต้องการ วันนี้จึงอยากจะขอท่านประธานได้กรุณาส่งปัญหานี้ไปที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพบูรณาการ จะทำข้อตกลงระหว่างกรม แล้วก็ดำเนินการก่อสร้าง เสร็จแล้วอ่างไหน ที่จะดูแลเอง หรืออ่างไหนจะมอบให้กับท้องถิ่นดูแล ค่อยปฏิบัติในช่วงหลัง ปัญหาที่กำลัง มีปัญหากันขณะนี้ก็คือว่าบางอ่างเก็บน้ำซึ่งเป็นอ่างพระราชดำริ เช่น อ่างในตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ และอ่างแม่ยอนหวายหลวง ในตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา มีความพร้อมในการ ก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ แต่ว่าติดปัญหาอ้างเรื่องป่าบ้าง เขตอนุรักษ์บ้าง ทำให้เกิดปัญหาไม่ได้ ก่อสร้าง ถ้าหากว่าอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กทั่วประเทศที่อยู่ในเขตป่า ดำเนินการบริหารจัดการ น้ำฝนโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าเราจะแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้เลยครับ จึงขออนุญาตท่านประธานได้ส่งปัญหานี้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้พิจารณา และอ่างเก็บน้ำ ๒ อ่างที่ผมพูดถึง ขอให้กรมชลประทาน รีบประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาให้กับ ประเทศเราต่อไปครับ ขอบคุณครับผม
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ ความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องอุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ยังมีอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะถึงเวลานี้ ขณะที่กระผมเรียนท่านประธานอยู่นี้ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นตลอดเวลาครับ ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันทำให้รุนแรงขึ้นมา เพราะเป็นฝีมือของมนุษย์จากการตัดไม้ทำลายป่า จากการถมที่ราชพัสดุ จากการถมที่ ซึ่งเป็นแก้มลิง จากการสร้างถนนกั้นทางเดินของลำน้ำ และจากการทุจริตของการก่อสร้างถนน จนมีถนนลอกออกมาเป็นแผ่นยางพาราเหมือนกับแผ่นกระดาษ ท่านประธานครับ ในส่วนจังหวัดอำนาจเจริญนั้น กระผมได้กราบเรียนท่านประธานเมื่อการประชุมคราวที่แล้ว มีความเดือดร้อน ๗ อำเภอ ๒๔ ตำบล ๑๑๑ หมู่บ้าน พืช ผัก พันธุ์ปศุสัตว์ เสียหายมากมาย แต่ก็ขอถือโอกาสขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เยียวยาไปบางส่วนแล้ว แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด ได้มีการสร้างสะพานเบลีย์ (Bailey) ได้มีการถมที่สำหรับให้พี่น้องประชาชนเดินทางสัญจร ไปมาได้ ขณะเดียวกันน้ำก็ท่วมในเขตเทศบาลอำนาจเจริญ เป็นเพราะว่าเอ่อล้นมาจากอ่าง เก็บน้ำพุทธอุทยาน จึงขอเรียกร้องให้ทางกรมชลประทานขุดลอกห้วยปลาแดก เพื่อที่จะให้ น้ำไหลโดยสะดวก และท่านประธานที่เคารพครับ คนอีสานและพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร เจอกับปัญหาเช่นนี้มาตั้งแต่ผมเป็นเด็กจนปัจจุบัน ๗๐ กว่าปี ผ่านรัฐบาลมาหลายยุค ผ่านการปฏิวัติมาหลายครั้ง ก็ต้องมาทนกับความเดือดร้อน เช่นนี้ ต้องมาแบกรับภาระในการขนย้ายทรัพย์สิน ต้องมารอเก็บเอาของบริจาค ซึ่งความจริงนั้น ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน แต่อยากเรียกร้อง ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการแก้ไขในระยะยาวด้วยครับ
ขอบพระคุณมากครับ ท่านต่อไป นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๔ อำเภอเดชอุดม พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีปัญหาของพี่น้องประชาชนในอำเภอเดชอุดม เกี่ยวกับภัยพิบัติน้ำท่วม มาหารือท่านประธาน ๒-๓ ประเด็นด้วยกันครับ
ประเด็นที่ ๑ น้ำท่วมอีสานครั้งนี้ ไม่ได้ท่วมเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นการ ท่วมกระจายไปถึงในอำเภอเดชอุดม ท่วมถึง ๑๕๐ หมู่บ้าน พี่น้องในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการ ความช่วยเหลือมีอยู่จำนวนมากครับ ทำอย่างไรพี่น้องที่อยู่ห่างไกลจะได้รับความช่วยเหลือ อย่างทั่วถึงครับ ฝากท่านประธานครับ หารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเร่งจัดหาน้ำ ดื่มสะอาด อาหาร ยารักษาโรค ศูนย์พักพิง ถุงยังชีพ ให้กับพี่น้องที่อยู่ห่างไกลได้รับ ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงด้วยครับ
ประเด็นที่ ๒ ฝากทางรัฐบาลเร่งสำรวจความเสียหายและเบิกจ่ายงบประมาณ ช่วยเหลือเยียวยาแก่พี่น้องเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วม พร้อมทั้งพักหนี้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย จัดหาแหล่งทุนให้เกษตรกรได้มีทุนในการเพาะปลูกใหม่ ส่งเสริมสนับสนุนในการประกอบ อาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้วยครับ
ประเด็นที่ ๓ หลังน้ำลดขอให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งซ่อมแซมถนนที่เสียหาย ให้การคมนาคมสัญจรไปมาแก่พี่น้องได้อย่างสะดวก การคมนาคมหลังน้ำลดจะยากลำบาก ถนนพังจำนวนมาก ถนนที่พังอยู่แล้วพังมากยิ่งกว่าเดิม ถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนมากแถบทุกตำบลในอำเภอเดชอุดมได้รับความเสียหายอย่างหนัก องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะซ่อมแซมดูแล ฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งจัดหางบประมาณซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายอย่างเพียงพอ ยกระดับถนนที่น้ำท่วมเป็นประจำให้สูงขึ้น เสริมสร้างความแข็งแรงของถนนและสะพาน ให้มีความแข็งแรงอย่างถาวรด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องรบกวนท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือชาวตำบลยางราก อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ที่มีปัญหาเรื่องที่ดินที่ออกโฉนดเมื่อปี ๒๕๔๘ มีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ให้กับชาวตำบลยางรากจำนวนทั้งสิ้น ๕๕๑ ราย แจกโฉนดไปแล้ว ๓๐๖ ราย ยังมีคน ที่ไม่ได้รับอีก ๒๔๕ ราย โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติจึงระงับ การออกโฉนด ชาวบ้านได้รับผลกระทบก็ได้ร้องเรียนกับหน่วยงานต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้มีหนังสือจากผู้ตรวจราชการแผ่นดินแนะนำให้กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เพิกถอน ป่าสงวนแห่งชาติให้เป็นที่ทำกินของราษฎรภายใน ๓ เดือน ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวยังไม่มี ความคืบหน้า แล้วมีอีกปัญหาหนึ่งคือราษฎรตำบลหนองมะค่า อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ด้วยประชาชนตำบลหนองมะค่าได้เสนอปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าวังเพลิง ป่าม่วงค่อม ป่าลำนารายณ์ ของตำบลหนองมะค่า อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ซึ่งกรมป่าไม้ได้มอบให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินดำเนินการออก สปก. ๔-๐๑ แต่ราษฎร ตำบลหนองมะค่าได้ร้องเรียนขอให้ออกเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน น.ส. ๓ หรือโฉนด จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหลักฐานป่าไม้เขตจังหวัดสระบุรี ป่าไม้เขต จังหวัดพิษณุโลก สรุปได้ว่าตำบลหนองมะค่ามิได้อยู่ในเขตป่าทั้ง ๒ ป่าข้างต้นแต่อย่างใด ซึ่งกรมป่าไม้ได้สรุปและให้ความเห็นว่าน่าจะเกิดความผิดพลาดในการจัดทำแผนกฎหมาย ท้ายนี้ขอส่งเอกสารท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปคือ นายนพพล เหลืองทองนารา ท่านนพพลไม่อยู่นะครับ ท่านต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ไม่อยู่นะครับ ท่านต่อไป นายบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งหลายอำเภอไม่ว่าจะเป็นอำเภอเลิงนกทา อำเภอเมืองยโสธร อำเภอ คำเขื่อนแก้ว อำเภอป่าติ้ว อำเภอไทยเจริญ และอำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง ซึ่งในเขต พื้นที่ของผมเป็นเขตพื้นที่ที่ต่ำแล้วก็มีน้ำท่วมไหลหลากเป็นอย่างมาก ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ หลังจากน้ำลดขอให้รีบเร่งเยียวยาให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะว่าตอนนี้น้ำท่วมข้าวหมดไปแล้ว ก็อยากให้พี่น้องประชาชน ได้ทำนาปรังหลังจากน้ำลด
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องถนนสาย ๒๐๘๓ อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย ที่ได้ชำรุดเสียหายและเป็น ๒ ช่องจราจร อยากให้กรมทางหลวงขยายเป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อให้รถวิ่งผ่านสะดวกในการสัญจรไปมา แล้วก็สายบ้านกุดกุง บ้านนาโพธิ์ แล้วก็สาย บ้านทรายงาม ซึ่งชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัญหาของพี่น้องประชาชน ที่จะออกมาในตัวอำเภอ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานหรือหน่วยงานท้องถิ่น ที่รับผิดชอบ เพราะว่าถนนสายนี้ทำให้พี่น้องได้ร้องเรียนมาตลอดเวลา ก็ขอฝากท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้องประชาชนหรือหนี้สิน ของนักศึกษา กยศ. ให้กับนักศึกษา เนื่องจากปัญหาตามทวงหนี้ ผมได้รับร้องเรียนมาหลายคน ซึ่งนักเรียน นักศึกษามีความเดือดร้อนยังไม่ได้ทำงาน ก็อยากฝาก กยศ. ยกเลิกหนี้ ให้กับนักศึกษา แล้วก็พักหนี้เกษตรกรสัก ๕ ปี ก็คงจะพอดี เพราะว่าทางพี่น้องเกษตรกร จะได้ลืมตาอ้าปากได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ปัญหาคงไม่แตกต่างจากเพื่อนสมาชิกของพี่น้อง ภาคอีสานตอนล่าง เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลาย ๆ ท่านแล้ว ก่อนอื่นก็ต้อง ขอบคุณทางท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้โอกาสไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจ พี่น้องในเขตพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งท่านไปวันจันทร์ที่ ๙ กันยายนที่ผ่านมาในเขตพื้นที่ของผมเอง ที่สื่อมวลชนรายงานท่วมหนัก ถนนทางหลวงแผ่นดินตัดขาด สัญจรไปมาไม่ได้หลาย ๆ จังหวัด ท่านครับ สภาพพื้นที่ตรง ๓-๔ จังหวัดตอนล่าง ผมอยากให้ทางท่านนายกรัฐมนตรี ได้ทำแผนแม่บทในการป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ที่มาจากจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษมารวมจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งตรงจุดนี้จะได้รับปัญหา แทบทุกปี อยากให้มีเจ้าภาพที่ทำแผนแม่บทแก้ปัญหาในระยะยาว จะลงทุนสักเท่าไร ผมว่าเป็นการคุ้มในการลงทุนครั้งเดียว และจะช่วยแก้ปัญหาพี่น้องได้อย่างดีเยี่ยม ท่านสังเกตหรือไม่ว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปราย ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนสมาชิก ที่อยู่ในกลุ่มของภาคอีสานตอนล่าง ท้ายที่สุดก็จะไหลมารวมจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะ เขตอำเภอม่วงสามสิบ เป็นเขตรองรับน้ำเต็ม ๆ ของท่านสุทัศน์ที่อภิปรายเมื่อสักครู่ลำเซบาย ก็จะไหลผ่านเขื่องในกับม่วงสามสิบ แม่น้ำชีเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไหลผ่านอำเภอเขื่องใน และลงไปทางทิศใต้เมื่อกี้ท่าน สจ.แก้วก็ได้พูด ก็จะไหลลงมาเขตของผมผ่านทางแม่น้ำชี แล้วก็ริมแม่น้ำมูลก็จะเป็นไข่แดงอยู่ตรงกลางท่วมทุก ๆ ปี ผมจึงอยากนำเรียนว่า ให้มีเจ้าภาพที่ทำแผนแม่บทเพื่อช่วยเหลือป้องกันน้ำท่วมระยะยาวในกลุ่มจังหวัด ๓-๔ จังหวัดของภาคอีสานตอนล่าง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็อยากให้ช่วยเร่งรัดเยียวยาดูแล ผู้ประสบอุทกภัยให้อย่างดีที่สุดเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยในครั้งนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ไม่อยู่นะครับ ต่อไป นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ และเขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องของคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน เนื่องจากในเขตป้อมปราบ ศัตรูพ่าย มีสถานที่ที่ดูแลคนไร้บ้านที่ชื่อว่าบ้านอิ่มใจ คนไร้บ้านจำนวนมากมาอยู่ที่นี่ แต่เมื่อไม่นานมานี้ประมาณเดือนมีนาคม บ้านอิ่มใจได้ปิดตัวลงทำให้มีปัญหาทิ้งไว้ให้กับ ชาวบ้าน คนไร้บ้านเหล่านี้ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน กระจายตัวกันไปตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระนครและเลยไปถึงเขตปทุมวันเลยค่ะ ตัวอย่างในภาพ เป็นของชุมชนวัดสระเกศซึ่งติดกับบ้านอิ่มใจ ตรงนี้จะมีกลุ่มของคนไร้บ้าน มามั่วสุมทุกคืน ส่งเสียงดังโวยวาย บางครั้งมีตีกันด้วย ดื่มสุรา กินเหล้า และที่เลวร้ายกว่านั้น ชาวบ้านเห็นมีถึงขึ้นมีเพศสัมพันธ์กันตรงนี้เลยค่ะ ทำให้ชาวบ้านผู้สัญจรไปมาหวาดกลัว เด็กผู้หญิงไม่กล้าเดินผ่านโดยลำพัง ดิฉันเลยอยากจะฝากท่านประธานไปถึงกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ช่วยจัดการปัญหาเรื่องคนไร้บ้านที่ออกมา จากบ้านอิ่มใจและไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนกัน รวมถึงในจุดนี้ตรงชุมชนวัดสระเกศที่ได้แจ้งตำรวจ ไปแล้ว ทางตำรวจได้เข้ามาช่วย แต่พอตำรวจเข้ามาสักพักเขาก็มาอีก มาอีกแบบนี้ทุกคืนเลยค่ะ เลยเรียนฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ครับ
สวัสดีครับ ผม มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ วันนี้มีอยู่ประมาณ ๒ ประเด็นด้วยกันในการหารือท่านประธานนะครับ
ประเด็นแรก คือฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในกรณีกระผมตามเรื่องการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเอาเวลา ราชการไปตีกอล์ฟนะครับ ณ ปัจจุบันผ่านไป ๒๗ วันแล้วผลเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ กรรมการสอบสวนวินัย ๑ คน ลาออกไปเนื่องจากว่า วันศุกร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ไปตีกอล์ฟ ไม่รู้จริงหรือเปล่าไปตรวจสอบนะครับ แล้วก็ขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัยเพิ่มเติมกรณีไปตีกอล์ฟวันศุกร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ของชมรมกอล์ฟกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ใช่งานสวัสดิการ ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริม อุตสาหกรรมคนนี้ไปตีกอล์ฟด้วย ผมเช็ก (Check) ที่รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วว่า ไม่ได้มีการลาราชการให้ไปตั้งสอบเพิ่ม การไปตีกอล์ฟในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ใช้รถราชการ ทั้งหมด ๓ คันด้วยกัน สามารถบรรจุข้าราชการไปได้ถึง ๓๐ คนด้วยกัน แล้วก็มีข้าราชการ ๓ คนที่ไปปฏิบัติภารกิจอื่น แต่ไปช่วยงานในสนามกอล์ฟแล้วลาออกไป ๑ คน ฝากท่านนายกรัฐมนตรีกลั่นกรองตรวจสอบประวัติให้ดี ๆ ก่อนนำเสนอชื่อทูลเกล้าฯ เดี๋ยวจะขัดมติ ครม. ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑
เรื่องที่ ๒ ขอฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ตรวจสอบ การออกใบอนุญาตการจัดตั้งโรงงานน้ำตาลทั้งหมด ๑๑ โรงงานทับพื้นที่สีเขียว อีก ๑๒ โรงงานสามารถจัดตั้งโรงงานได้ แต่ไม่สามารถสร้างอาคารสูงได้ เขาว่ามาว่า ใบรับรองนี้ราคา ๔๐ ล้านบาทจริงหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบนะครับ แล้วโรงงานดังกล่าว เมื่อปี ๒๕๕๗ มีประมาณ ๔๘ โรงงาน ตอนนี้ขอเพิ่มอีก ๓๖ โรงงานด้วยกัน เพราะฉะนั้น จังหวัดหนึ่งมีประมาณ ๓-๔ โรงงาน จังหวัดอุบลราชธานี ๔ โรงงาน จังหวัดสุรินทร์ ๓ โรงงาน อีกหน่อยประชาชนคงต้องเลิกปลูกข้าวแล้วก็ไปกินอ้อยกันนะครับ แล้วก็ ส่งผลกระทบให้กับมลภาวะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ลอยมาใน กทม. ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เป็นจำนวนมากนะครับ ฝากไปตรวจสอบด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขออนุญาต ปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งส่งผลกระทบ กับหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งประสบปัญหากับกรุงเทพมหานครทั้ง ๕๐ เขต ในกรุงเทพมหานคร สืบเนื่องมาจากว่าแต่เดิมกรุงเทพมหานครได้ทำ เอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงมาเป็นระยะเวลานานแล้ว มีการถูกยกเลิกไปเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ การทำ เอ็มโอยู (MOU) ร่วมกันกับหน่วยงานของรัฐด้วยกันดีอย่างไร เนื่องจากว่ามันจะทำให้การทำงานสะดวก คล่องตัว รวดเร็ว อย่างเช่น เวลาประชาชนแจ้ง ในเรื่องของไฟฟ้าดับหรือต้องการที่จะเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณใดก็ตาม ทางการไฟฟ้านครหลวง ก็จะเป็นผู้สำรวจแล้วก็ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงแก้ไข แล้วก็ดำเนินการในเรื่องของการเบิกจ่าย กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายในเรื่องของการไฟฟ้า ที่เกิดขึ้น แต่ปัญหามันเกิดค่ะท่านประธาน ตอนนี้ เอ็มโอยู (MOU) ถูกยกเลิกไป เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ การไฟฟ้านครหลวงจะต้องเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ติดขัด ประชาชนแจ้งการไฟฟ้าไป การไฟฟ้าก็ต้องทำเรื่องไปส่งที่กรุงเทพมหานคร คือสำนักงานเขตนั้น ๆ ว่าจะมีค่าใช้จ่าย โดยการสำรวจไปแล้วมีค่าใช้จ่ายเท่านี้ กรุงเทพมหานครยินยอมหรือไม่ที่จะให้การไฟฟ้า ไปดำเนินการแก้ไข กว่าเรื่องจะส่งกลับไปกลับมาใช้ระยะเวลาเป็นการนานมาก ๆ หรือบางครั้ง กทม. ไม่ตอบกลับมา เรื่องก็จะค้างอยู่ที่สำนักงานเขต การไฟฟ้าบางทีรอไม่ได้ เนื่องจากประชาชนร้องเรียนมาเยอะก็ต้องไปเปลี่ยนก่อน แต่หาเจ้าภาพ ในการจ่ายเงินไม่ได้ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยแจ้งดำเนินการกับการไฟฟ้านครหลวง และกรุงเทพมหานครด้วย เพื่อแก้ไขให้ประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ค่ะ ดิฉันมีประเด็นที่ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ เรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน หมู่ ๓ ตำบลมะขามคู่ อำเภอ นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการสัญจรผ่านเส้นทางเข้าออก จากการที่เทศบาลตำบลมะขามคู่ได้ดำเนินการทุบเส้นทางเข้าออกที่ชาวบ้านได้มอบให้กับ ทางนิคมเพื่อทำถนน ดิฉันจึงอยากจะหารือและส่งเอกสารให้ท่านประธานผ่านไปยังเทศบาล ตำบลมะขามคู่ให้เข้ามาร่วมกันวางกรอบแก้ไขและยุติข้อพิพาท แก้ปัญหาความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้เส้นทางสัญจรเส้นนี้ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันจะขอหารือท่านประธานเรื่องการจัดเก็บขยะรีไซเคิล (Recycle) ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะอุตสาหกรรมอันตราย ซึ่งในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมามีโรงงาน คัดแยกขยะอันตรายเกิดขึ้นมากมายในภาคตะวันออกค่ะ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสระแก้ว พื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่ ถังขยะของโลก ท่านประธานคะ ปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติในปัจจุบัน เนื่องจากมีชาวบ้าน ในพื้นที่เกาะขนุน จังหวัดฉะเชิงเทราที่ต้องสูดดมสารพิษจากโรงงานขยะรีไซเคิล (Recycle) ที่จังหวัดปราจีนบุรีมีการถูกข่มขู่ คุกคาม ถูกทำให้หวาดกลัว เพียงเพราะว่ามีการลุกขึ้นมา ต่อสู้เพื่อปกป้องชุมชน พื้นที่หนองแหนพื้นที่นี้ในพนมสารคามมีผู้ใหญ่บ้านแกนนำที่ลุกขึ้นมา ต่อสู้เรื่องนี้จนตัวเองต้องถูกยิงเสียชีวิต และมีการแจ้งไปยังหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง หลายครั้ง แต่ไม่มีการดำเนินงานและไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ดิฉันจึงอยากจะหารือ ผ่านไปยังท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกันเข้ามาแก้ไขปัญหาขยะ อย่างยั่งยืน และจัดการตรวจสอบโรงงานขยะรีไซเคิล (Recycle) ในพื้นที่ด้วยว่ามีการเปิด อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ท่านประธานคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ท่านไม่อยู่นะครับ ต่อไป ท่านธีระ ไตรสรณกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีระ ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๕ ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่อง หารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องการออกเอกสารสิทธิล่าช้า ซึ่งพี่น้องชาวอำเภอภูสิงห์ ร้องเรียนมา อำเภอภูสิงห์ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ตอนนี้ก็ ๓๐ กว่าปีแล้วครับ แต่การออก เอกสารสิทธิไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก. เป็นโฉนดล่าช้ามาก แล้วก็เป็นการสูญเสียโอกาสพี่น้อง ประชาชนที่จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลบ้าง ได้รับสิทธิต่าง ๆ ในการใช้เอกสารสิทธิในการ ไปค้ำประกันเงินกู้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์แล้วก็ร้องเรียนมาว่า อยากจะฝากเรื่องไปถึงกรมที่ดิน หรือ ส.ป.ก. ให้ดำเนินการในเรื่องการออกเอกสารสิทธิ ให้รวดเร็วด้วย
ประเด็นที่ ๒ เรื่องถนนหนทางที่ชำรุดเสียหาย เป็นถนนที่เชื่อมระหว่าง ตำบลห้วยตึ๊กชู จากบ้านทุ่งหลวงไปตำบลไพรพัฒนา บ้านโอปังโกว์ เส้นนี้เป็นเส้นทางยาว ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แล้วก็เป็นเส้นทางที่ลำบากมาก เป็นเส้นทางที่พี่น้องต้องนำสินค้า ทางการเกษตรออกมาสู่ตลาด เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามารับผิดชอบ ก็ฝากเรื่องไปยังกรมทางหลวงชนบท หรือว่าทางจังหวัด หรือไม่ก็องค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้บูรณาการหาเงินสักก้อนหนึ่งเพื่อที่จะมาซ่อมแซมถนนเส้นนี้ให้กับพี่น้องชาวอำเภอภูสิงห์ด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ไม่อยู่นะครับ ถ้าอย่างนั้นต่อไปท่านที่กลับมาแล้วนะครับ ท่านขจิตร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๓ ได้รับมอบหมายจากพรรคให้หารือ
เรื่องที่ ๑ เรื่องครูองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น อบต. เทศบาล ได้ถูกมติ คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล มีมติเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ให้ออกจากราชการ เขารับราชการมาประมาณ ๙ ปี กระบวนการเข้ามาสู่ตำแหน่งครบถ้วนตามกฎหมายหมด แล้วก็มีคณะกรรมการ มีการสั่งบรรจุ คำสั่งถูกต้องหมดครับ แล้วมาวันหนึ่งมีการพิจารณา คุณสมบัติ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ ณ วันนี้เขาก็ถูกต้องครบถ้วน ท่านประธานครับ การให้คนอยู่ ราชการ ๙ ปีแล้วมีมติคณะกรรรมการออกโดยไม่รับผิดชอบว่าราชการจะหาทางเยียวยา แก้ไขอย่างไร ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยให้แก้ไขโดยด่วน ไม่ให้ ๙๘ คนนี้ทั่วประเทศที่เดือดร้อน แล้วก็ไม่ให้นายก อบต. หรือนายกเทศบาลนำไปเป็น ข้ออ้างในการปลดออกโดยด่วนครับ
เรื่องที่ ๒ อยากให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวนด่วน เรื่องการเปลี่ยนระบบ การบริหาร การเปลี่ยนระบบใบประกอบวิชาชีพ และการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่เหมาะสม ทำลายประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน ทำลายวิถีชีวิต พ่อแม่ต้องมาส่งลูก มาคอยลูก กลับจากรถ รถเสียหาย มันเปลี่ยนวิถีการศึกษา วิถีชีวิตคนชนบทเสียหายมากต้องรีบแก้ไขครับ
เรื่องที่ ๓ สุดท้ายครับ ราคายางถ้วย คนภาคอีสานผมผลิตยางถ้วยวันนี้ กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ๑๗ บาท ๑๙ บาท ขอเรียนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยางแผ่น ท่านให้ ๕๐ บาท บวกไปอีก ๑๐ บาท แต่ยางถ้วยของเกษตรกร ประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ให้หาทางช่วยด่วน อย่างน้อยต้องได้กิโลกรัมละ ๓๐-๔๐ บาทครับ ขอให้คำนึงถึงว่าเวลานี้ เกษตรกรผลิตยางถ้วยไม่ได้ผลิตยางแผ่นครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิก ที่ไปประชุมกรรมาธิการอยู่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ เขต ๑ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ
เรื่องที่ ๑ ขอให้ท่านเข้ามาตรวจสอบโครงการก่อสร้างถนน ๔ เลน สาย ๓๑๗ จันทบุรี-สระแก้ว ซึ่งในเรื่องนี้นั้นผมได้เคยปรึกษาหารือมาเมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว ซึ่งบัดนี้ โครงการก็ยังไม่รีบดำเนินการแต่อย่างใดนะครับ ซึ่งทราบว่าโครงการนี้มีปัญหาหลายอย่าง หลายประการด้วยกัน อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเข้ามารับทราบ ปัญหานี้แล้วก็ดำเนินการแก้ไขด้วยนะครับ เนื่องจากถนนสายนี้เป็นถนนสายหลัก มีความสำคัญในด้านการสัญจรไปมา ในภาคตะวันออกมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวนะครับ
เรื่องที่ ๒ การก่อสร้างถนนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ซึ่งเป็น สายหลักภาคตะวันออก ซึ่งก็คือถนนสายสุขุมวิท เป็นทางหลวง หมายเลข ๓ ตอน โพธิ์ทอง- บ้านพลิ้ว ระยะทาง ๓.๗๙๖ กิโลเมตร ซึ่งเริ่มสัญญาเมื่อ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ซึ่งจะสิ้นสุด สัญญาวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๑ ซึ่งบัดนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลาปีเศษแล้วก็ยังไม่ได้เสร็จสิ้น แต่ประการใด หนำซ้ำยังทำให้พี่น้องประชาชนในละแวกนั้นซึ่งเป็นเขตชุมชนมีความ เดือดร้อน ฝนตกก็น้ำท่วมกว่าครึ่งเมตร ส่วนเวลาหน้าแล้งก็มีฝุ่น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าผู้สัญจร ไปมาในละแวกนั้น ทั้งพี่น้องที่มีบ้านอยู่ไม่ได้รับความสะดวก ผมได้ประสานงานกับนายช่าง โครงการ ซึ่งท่านก็ยืนยันว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ก็อยากจะ รบกวนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเร่งรัดกำชับเพื่อให้การดำเนินการโครงการนี้ แล้วเสร็จ อย่าให้พี่น้องประชาชนต่อว่าเลยว่าเป็นถนนสามชั่วโคตร หรือเป็นถนนเจ็ดชั่วโคตร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกที่ติดกรรมาธิการแล้วยังไม่ได้มาเมื่อสักครู่นี้นะครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนพร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องความล่าช้า ของระบบราชการ ท่านประธานคะ ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมมามีเพื่อนสมาชิกเสนอปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมาก บางเรื่องก็ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว บางเรื่องก็เงียบ ทั้ง ๆ ที่สภากำหนดไว้ว่าให้แจ้งความคืบหน้ากลับมา ดิฉันเองเข้าใจระบบ การเสนองานของระบบราชการดีว่าจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน หรือวรรคตอนตัวอักษร ที่สละสลวย แต่ท่านประธานคะปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่สามารถรอความ สละสลวยจากหน่วยงานราชการได้ ซึ่งดิฉันเองเคยเสนอปัญหาความเดือดร้อนไป ๒-๓ ครั้งแล้ว เรื่องปัญหาพี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรีที่ไม่มีที่ทำกิน ปัจจุบันนี้ก็ยังถูกขับไล่อยู่ เรื่องพี่น้อง ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นบ้านเกิดของดิฉัน ซึ่งมีความสะเทือนใจที่หน่วยงาน ภาครัฐไปทำลายโบราณสถานที่เพนียดคล้องช้าง ปัจจุบันนี้ก็ยังเงียบอยู่ ในขณะเดียวกัน ก็มีการไปทำลายโบราณสถานที่วัดไชยวัฒนาราม ท่านประธานคะ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่เอ่ยถึงคุณอับดุลเลาะ ตั้งเรื่องหารือไปตั้งแต่อาการโคม่า ผ่านมา จนเสียชีวิตแล้วยังไม่มีเรื่องตอบกลับจากหน่วยงานราชการ ดิฉันฝากท่านประธานฝากไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีให้กำชับดูแลหน่วยงานราชการของท่านให้เร่งแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนเป็นเรื่องแรก อย่าไปกังวลกับเรื่องวรรคตอนตัวหนังสือสละสลวย ไม่สามารถที่จะ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มีความอิ่มท้อง มีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัย ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ มีท่านสมาชิกที่แสดงความจำนงปรึกษาเอาไว้นะครับ แล้วก็ติดกรรมาธิการอยู่ ข้างหลัง เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ผมได้ฟังสมาชิกผู้ทรงเกียรติในที่ประชุมพูดถึงเรื่องความทุกข์ยากลำบากของพี่น้องประชาชน ได้ฟังมาตลอด ผมก็เลยจะหารือท่านประธานในเรื่องของการหาแหล่งที่มาของเงิน ที่ผ่านมา เราหวังแค่ภาษี การเรียกเก็บภาษีประชาชน คิดว่าคงจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ สำหรับผมเอง ผมมีนโยบายในเรื่องการหาเสียงไว้ในเรื่องหาเงินก่อนมาทำนโยบาย ก็มีอยู่ ๕ ประการ แต่สิ่งสำคัญที่สุดเรื่องคลองไทย เรื่องคลองไทย ไม่ได้ขุดที่คอคอดกระแล้วนะครับ ขุดที่บ้าน ท่านประธาน เข้าที่จังหวัดตรังผ่านจังหวัดพัทลุง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ตอนนี้ผมได้ยื่น ญัตติไปแล้วผมมา ๒ เดือนกว่า ปรากฏว่าก็ยังไม่ได้ให้โอกาสผมได้พูดในที่สภานี้ ผมคิดว่า เรื่องนี้อยากจะขอความกรุณาท่านประธานหยิบมาเป็นประเด็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ามันเป็น แหล่งที่มาของเงิน เงินจำนวนนี้ถ้าขุดคลองไทยได้แล้วจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๔ ล้านล้านบาท ปัจจุบันเราเก็บภาษีได้ภาษีประมาณ ๒.๗ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง ปัญหาที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้พูดถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชนก็จะแก้ปัญหาของประเทศเราได้ทั้งหมด ไม่ว่า ปัญหาเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเรื่องของการปฏิวัติอะไรก็แล้วแต่ก็จะจบลง ทั้งหมด ถ้าพี่น้องกินอิ่มนอนหลับ ผมก็หวังว่าเรื่องการที่ผมยื่นญัตติเรื่องคลองไทย ซึ่งก็ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านวันมูหะมัดนอร์ก็ได้เสนอญัตติไปด้วย ผมคิดว่า ทั้ง ๒ ญัตตินี้ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน ก็มารวมเป็นเรื่องเดียวกัน แล้วก็เสนอไปศึกษาเพิ่มเติม จริง ๆ แล้วการศึกษาคงไม่ต้องศึกษา เพราะว่าศึกษามานานแล้ว แล้วมีการศึกษาระดับประเทศ ระดับโลกด้วยซ้ำไป ของประเทศจีนที่เขามาศึกษาของประเทศเรา เขาเห็นว่าอยากจะขุดจนตัว สั่นงันงกก็แล้วกัน แต่เรากลับไม่เห็นคุณค่า เพราะว่าเรื่องของคลองไทยเป็นเรื่องของ ภูมิประเทศที่เอื้อประโยชน์ให้ประเทศเรา ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิก ข้างหลังเชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จะขอเรียนปรึกษาท่านประธาน ๓ ประเด็นด้วยกัน ฝ่ายโสตขอรูปด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นแรก เป็นปัญหาที่ดิน ของพี่น้องชาวพิษณุโลกฝั่งซ้ายของแม่น้ำวังทอง ตั้งแต่อำเภอวังทองมาจนถึงอำเภอเนินมะปราง บางส่วนของจังหวัดพิจิตร แล้วก็จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอรูปต่อไปด้วยครับ ทั้งหมดถูกประกาศ เป็นเขตป่าสงวน ถ้าเกิดว่าเราดูรูปจากภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่นี้ทั้งหมดจะเป็นพื้นที่ราบ เป็นพื้นที่ราบลุ่มด้วยซ้ำไป เป็นพื้นที่ที่เพิ่งถูกน้ำท่วมมา ไม่ได้อยู่บนความลาดชัน ไม่มีสภาพ เป็นป่า ไม่ได้อยู่บนยอดเขาแต่อย่างใดเลย ถูกประกาศเป็นเขตป่าสงวนมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ เอารูปต่อไปได้เลยครับ เป็นพื้นที่ราบจริง ๆ นี่คือป่าสงวนแห่งชาติ รูปต่อไปครับ พี่น้อง ประสบปัญหาอย่างมากเลยถึงในเรื่องงบประมาณที่เอาไปลงก็ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะว่า เป็นเขตป่าสงวน ต้องไปขออนุญาตทางป่าไม้ก่อน อย่างนี้ผมอยากจะให้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นวาระของทุกพรรค ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย อยากจะให้ช่วย แก้ไขปัญหานี้ด้วยครับ
ประเด็นที่ ๒ มีชาวนามาร้องเรียนกับผมว่าทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศ ราคาข้าวหอมมะลินอกพื้นที่และในพื้นที่ปลูกไป เขาสงสัยว่าข้าวของเขามันแตกต่างอะไร จากในพื้นที่ เพราะว่าเขามั่นใจมากว่าข้าวของเขาไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย เหมือนผม ประกาศเขตมะม่วงว่า ถ้าใครปลูกมะม่วงนอกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกจะได้ราคาต่ำกว่า อะไรอย่างนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๓ เดี๋ยวผมจะเรียนแจ้งให้ท่านประธานสภาให้ทราบนะครับ คือต้องการขอทางม้าลายด้านหน้าสภานี่นะครับท่าน
ขอบคุณมากครับ มีพรรค ร่วมรัฐบาล
ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมมีเรื่อง หารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายประเภท ทั้งเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดว่าขณะนี้เขามีความเดือดร้อนเรื่องตำแหน่งว่างอยู่จำนวนมาก ซึ่งไม่ได้รับการบรรจุให้ไปเป็นพนักงานท้องถิ่นเพื่อทำหน้าที่ในการบริการประชาชน ตำแหน่งว่างเหล่านี้มีความจำเป็นจะต้องเปิดสอบให้มีการบรรจุลงในตำแหน่งดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับหนึ่ง ที่กำหนดให้คณะกรรมการมาตรฐานกลางขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภท ได้ดำเนินการจัดสอบ ซึ่งขณะนี้ก็ล่วงเลยเวลามาพอสมควรจึงร้องเรียนไปยังกระทรวง มหาดไทยและคณะกรรมการบริหารมาตรฐานกลางทั้ง ๓ ประเภท คือประเภท ที่เราเรียกว่า ก.ถ. ของ อบจ. จังหวัดแล้วก็ของเทศบาล ของ อบต. แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาล จะต้องตัดสินใจว่าในการดำเนินการสอบอำนาจแต่เดิมให้กับ ก.ถ. กลาง เมื่อก่อนให้ท้องถิ่น เป็นคนจัดสอบเอง ผมจึงเรียนถามไปยังคณะที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการสอบเพื่อบรรเทา อัตราที่ว่างอยู่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภทได้อย่างไรเพื่อให้เขาได้มีคนไป ทำงาน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะนำเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่ผมได้กล่าวถึง เพื่อบรรเทาอัตราที่ยังว่างอยู่ให้ได้รับการบรรจุตามที่กระผมได้นำเสนอ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ มีพรรคร่วม ฝ่ายค้านท่านนพดลอยู่ไหมครับ พรรคร่วมรัฐบาลเหลือ ๑ ท่าน ท่านนิพันธ์ เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง กระผม นิพันธ์ ศิริธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องที่จะหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือ เรื่อง หนี้สินเกษตรกร ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากสมาชิก กองทุนฟื้นฟูกลุ่มพัฒนาอาชีพของตำบลนาชุมเห็ด อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ว่าได้ขึ้นทะเบียนหนี้ไว้ถูกต้องแล้วอยู่ในระหว่างการจัดการหนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓-๒๕๖๒ ถึง ๒๑๙ รายด้วยกัน แต่การดำเนินการก็ยังไม่คืบหน้า หลายรายก็ยังถูกฟ้อง ถูกบังคับคดี ถูกขายทอดตลาดอยู่ ก็อยากจะให้รัฐบาลเร่งรัดการซื้อหนี้จากเกษตรกรเหล่านี้ ซึ่งได้ ขึ้นทะเบียนหนี้ไว้ถูกต้องแล้ว ซึ่งปัญหานี้ก็คงมีอยู่ทุกจังหวัด ก็ใคร่หารือไปยังกองทุนฟื้นฟู กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเร่งรัดด้วย
เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องราษฎรร้องเรียนมาในเรื่องความเดือดร้อน ก็คือราษฎร ที่ชุมชนหัวสนามบินตรัง หมู่ที่ ๑๒ ตำบลโคกหล่อ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการ ขึ้นลงของเครื่องทำให้บ้านร้าว หลังคารั่ว ขณะนี้ก็มีถึง ๒๙ รายด้วยกัน ก็เป็นโอกาสดี ที่สนามบินตรังได้รับงบประมาณในการปรับปรุงขยายในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ก็อยากจะให้ ทางกรมท่าอากาศยานได้แก้ไขปัญหาตรงนี้โดยการเวนคืนที่ดินบริเวณนี้ไปด้วย เพราะว่า เขาอยู่ไม่ได้จริง ๆ ก็ใคร่หารือท่านประธานแจ้งไปยังกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ มีอีกท่านเดียวนะครับ มีท่านนพพลอยู่ท่านหนึ่งครับ ท่านนพพลไม่อยู่นะครับ คงประชุม กรรมาธิการอยู่ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ผมไม่ได้มีชื่อนะครับ แต่ว่าถ้าท่านกรุณา ผมขอหารือท่าน ๒ เรื่องครับ
ขอเท่านี้ท่านครับ ขออภัยด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีปัญหาประท้วงกันนะครับ ขออภัยด้วยครับ ท่านนริศ มีอะไรทำหนังสือถึงผมนะครับ ผมจะรีบส่งไปให้ครับ
ขอบคุณท่านประธาน
ผมขออนุญาต ถ้าอย่างนั้น ขออนุญาตเรียนที่ประชุมว่า เดี๋ยวรอให้กรรมาธิการพิจารณา กรรมาธิการเขาประชุมกัน เข้าใจว่าจะเสร็จก็ ๑๑.๐๐ นาฬิกา แล้วผมเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ว่าเราก็จะเริ่มประชุม ในวาระปกติในเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ฉะนั้นผมขออนุญาตวันนี้เรายังไม่ได้เปิดประชุม เพียงแต่เป็นเรื่องวาระ เพื่อปรึกษาเท่านั้นเองนะครับ ก็ขอให้จบเพียงเท่านี้ แล้วก็บ่ายโมง มีเจ้าหน้าที่ในวาระเพื่อทราบมารออยู่แล้วตั้งแต่เมื่อคืน ขอนัดอีกครับผม ท่านมีอะไร หรือไม่ครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ พอดีเห็นเพิ่งเวลา ๑๑.๑๗ นาฬิกา จะขออีกสัก ๑๕ นาที แล้วก็พักการประชุมได้หรือไม่ครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วสมาชิกหลายท่านยื่นหารือ ตามโควตาไว้จริง ๆ แต่ว่าความเดือดร้อนก็มีเยอะ ท่านประธานจะกรุณาอีกสัก ๑๕ นาที แล้วก็พัก แล้วก็บ่ายโมงกลับมาจะเป็นความกรุณาอย่างยิ่งครับ
ผมขอไปบ่ายโมงนะครับ ขออนุญาตเพื่อเราจะได้เตรียมการสำหรับประชุมต่อไป ประเดี๋ยวผมจะไปดูคณะกรรมาธิการ เขาด้วยครับ ขออนุญาตครับ ขอนัดต่อตอนบ่ายโมงนะครับ
พักประชุมเวลา ๑๑.๑๘ นาฬิกา
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๙ คน
ต้องขออภัยท่านสมาชิกนะครับ นัดไว้บ่ายโมง แต่ว่าไปเยี่ยมกรรมาธิการในห้องประชุมก็ปรากฏว่าเที่ยงครึ่งแล้ว บางคณะ ยังไม่เรียบร้อย ก็เลยขอขยายเวลาให้กรรมาธิการได้เตรียมตัวและเสร็จเรียบร้อยจะได้มีเวลา เตรียมตัว ขอขยายไปอีกครึ่งชั่วโมง ต้องขออภัยสมาชิกด้วยครับ บัดนี้มีผู้มาลงชื่อแล้ว ทั้งหมด ๔๕๙ ท่าน ผมขออนุญาตเปิดประชุม ก่อนที่จะไล่ไปตามระเบียบวาระ ผมขอเรียน ข้อสังเกตได้คุยกับพวกเราเรื่องกรรมาธิการ
ประการแรก ก็คือขอแสดงความยินดีและฝากความหวังไว้กับพวกเราที่เป็น กรรมาธิการสามัญทุกชุดนะครับ ท่านจะสามารถแบ่งเบาภาระของที่ประชุมใหญ่นี้ ได้อย่างมาก เพราะว่าในชั้นกรรมาธิการนั้นเราสามารถศึกษาทุกเรื่อง หรือสอบสวนทุกเรื่อง โดยละเอียดเลย โดยใช้เวลาเป็นทั้งวันทั้งคืนได้ ไม่ต้องพะวงเรื่องเวลาเหมือนอย่าง ห้องประชุมนี้ นั่นประการแรก
ประการที่ ๒ ผมขอฝากความหวังไว้ว่า กรรมาธิการจะเป็นภาพของสภา ส่วนหนึ่งและขอให้เราตั้งใจทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศ ประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และโดยที่กรรมาธิการมีสิทธิบางอย่าง รวมทั้งงบประมาณประจำคณะด้วย ดังนั้นการใช้งบประมาณก็ขอให้พวกเราได้ระมัดระวัง เพราะว่าอย่าให้มีปัญหาเรื่องทุจริตเกิดขึ้น เพราะเหตุว่าเวลามีปัญหาแล้วอย่างที่เราทราบ หรือบางคณะที่ไปต่างประเทศแล้วก็มีปัญหาเกิดขึ้น ก็เลยทำให้กลายเป็นเหยื่อของข่าวสาร ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ทั้งหมดนี้คืออดีตที่ผ่านมา และผมก็ได้คุยกับพวกเรา ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนว่า ช่วยแนะนำพวกเราที่อยู่ใน แต่ละพรรคด้วยว่าเราจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์บางอย่างที่เราไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่บังเอิญว่าในกลุ่มมีคนที่มีปัญหา ซึ่งอันนี้ก็ต้องช่วยกันระมัดระวัง ก็ขอให้ทุก คณะกรรมาธิการได้ประสบความสำเร็จในภารกิจที่ได้รับมอบหมายไป ซึ่งผมเชื่อว่า จะมีส่วนช่วยพี่น้องประชาชนได้มากครับ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตและฝากความหวังไว้กับ กรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ สำหรับระเบียบวาระในวันนี้นั้น
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม
ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ เพราะเมื่อวานนี้หลังจากกระทู้ถามเสร็จแล้ว เราได้เลื่อนระเบียบวาระการแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญประจำสภาขึ้นมาจนจบ แล้วก็ปิดการประชุม วันนี้เรื่องประธานแจ้งต่อที่ประชุมทราบ มีเรื่องที่ไม่อยู่ในเอกสาร ระเบียบวาระ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องที่พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมือง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มี ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง รับจดทะเบียน ตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปได้มีหนังสือแจ้งต่อ นายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนปฏิรูป ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เลิกพรรค ประชาชนปฏิรูป ตามข้อบังคับพรรคประชาชนปฏิรูป พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๒๒ กรณีดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็น พรรคการเมืองตาม มาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป คือตั้งแต่วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๒ ก็ขอแจ้งที่ประชุม รับทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระ เรื่องที่ไม่ปรากฏในเอกสารก็คือ รับทราบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอลาออกจากตำแหน่ง
ด้วย นางจุมพิตา จันทรขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ ๕ จังหวัดนครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอลาออกจาก ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ ๕ จังหวัดนครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ดังนั้นสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นางจุมพิตา จันทรขจร จึงสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ทำให้จำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ๔๙๘ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงเป็น ๒๔๙ คน จึงเรียนที่ประชุมรับทราบ กรณีของนางจุมพิตานั้นด้วยความเห็นใจอย่างยิ่งว่า ท่านประสบอุบัติเหตุ แล้วก็ป่วย เดี๋ยวนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอลาออก อันนี้ก็น่าชื่นชมในการตัดสินใจของท่าน ผมเรียนที่ประชุม เพื่อรับทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ
๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๓ เรื่อง อันนี้ เป็นเรื่องแจ้งตามระเบียบเท่านั้นเองว่าเขาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง คือ
(๑) รายงานประจำปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ
วุฒิสภาได้รับทราบเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ รายงานประจำปี ๒๕๖๐ ของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งวุฒิสภาได้รับทราบเรียบร้อยแล้ว
(๒) รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐
วุฒิสภาได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ตามมาตรา ๒๒ (๘) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒๕๖๐ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราก็ได้รับทราบเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกันนะครับ
(๓) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)
วุฒิสภาได้รับทราบผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส.ส.ท. ตาม มาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ๒๕๕๑ แล้ว อันนี้เราก็ได้ รับทราบแล้วเช่นเดียวกัน จึงเรียนแจ้งที่ประชุมเพื่อรับทราบที่วุฒิสภาได้รายงานมาครับ
๒.๒ รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑
เรื่องที่เรายังไม่ได้มีการแจ้งรับทราบ คือรับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งมีสมาชิกแสดงความจำนงขออภิปราย ขอเรียน ที่ประชุมด้วยความเคารพว่าเรื่องเพื่อทราบนั้นก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งปกติถ้าเราไม่ติดใจเราจะ ไม่เสียเวลาอภิปรายยาวนัก แต่ว่าเราอยากทราบอะไรก็เป็นสิทธิของเรา แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่ มารอชี้แจงอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ของการเงินแผ่นดินได้มารอตั้งแต่เมื่อวานนะครับ วันนี้ก็มาพร้อมแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อสมาชิกมีเจตนาที่จะอภิปรายบางท่านผมก็ขออนุญาตเชิญผู้ที่จะชี้แจง มีดังต่อไปนี้นะครับ นางอัญชลี ศรีอำไพ ผู้อำนวยการกองบัญชีภาครัฐ นางอรพรรณ นาคมหาชลาสินธุ์ นักบัญชีเชี่ยวชาญ นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย และแผน นายถาวร เสรีประยูร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหนี้สาธารณะ นางภูริวรรณ ทวีสิทธิ์ นางสาววัชชารี ศรัณย์วงศ์ นายสมมาตร มณีหยัน นางวิไลรัตน์ อักษรพันธ์ ขอเชิญนะครับ
(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)
ท่านแรกที่ขออภิปราย เรื่องนี้คือท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เชิญนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ดิฉัน นางอัญชลี ศรีอำไพ ผู้อำนวยการกองบัญชีภาครัฐ รักษาการณ์ในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบ บัญชี กรมบัญชีกลาง ขอเสนอรายงานการเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรับรองแล้ว ตามนัยมาตรา ๗๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ งบรายได้และค่าใช้จ่าย งบแสดงการเปลี่ยนแปลง สินทรัพย์สุทธิ งบกระแสเงินสด รายงานการรับจ่ายเงินประจำปีงบประมาณ สำหรับปีสิ้นสุด วันเดียวกัน โดยสรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้
รัฐบาลมีสินทรัพย์ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ รวมทั้งสิ้น จำนวน ๗,๘๓๓,๘๗๑.๙๘ ล้านบาท หนี้สินและภาระผูกพันรวมทั้งสิ้น จำนวน ๖,๐๒๙,๒๓๖.๙๙ ล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีสินทรัพย์สุทธิ จำนวนทั้งสิ้น ๑,๘๐๔,๖๓๔.๙๙ ล้านบาท รัฐบาลมีรายได้รวมทั้งสิ้น จำนวน ๒,๖๐๖,๖๘๓.๒๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวน ๑๖๓,๑๙๘.๒๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖.๖๘ ประกอบด้วยรายได้แผ่นดินจากหน่วยงาน เงินนำส่งกำไร และเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจ ส่วนเกินมูลค่าพันธบัตรตัดจำหน่ายและรายได้อื่น รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น จำนวน ๒,๙๒๙,๕๙๔.๖๒ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๖๐ จำนวน ๕๘,๓๙๙.๔๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๐๓ ประกอบด้วยรายจ่ายจากงบประมาณจากหน่วยงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ รายได้ต่ำกว่า ค่าใช้จ่ายสุทธิ จำนวน ๓๒๒,๙๑๑.๓๔ ล้านบาท รัฐบาลได้ออกพันธบัตรรัฐบาล และตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน ๕๐๐,๓๕๘.๑๐ ล้านบาท จึงกราบเรียน มาเพื่อโปรดทราบ
ขอบคุณนะครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ประสงค์จะอภิปรายครับ เมื่อสักครู่จะเป็นการหารือ แต่ว่าตอนนี้กำลังเป็นการเจรจาระหว่างวิป (Whip) พรรคร่วม รัฐบาลและฝ่ายค้านอยู่ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ มีผู้แสดงความจำนงมาท่านแรกนะครับ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ค่ะ ในวันนี้ต้องขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่จากกรมบัญชีกลางที่ได้มาชี้แจง ในส่วนของรายงานการเงินแผ่นดิน แต่ว่าเมื่อดิฉันได้อ่านรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้แล้ว ก็ยังมีข้อข้องใจ ข้อสงสัยอยากที่จะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ มีอยู่ ๔ เรื่องด้วยกัน
ท่านประธานคะ เรื่องแรกที่ดิฉันต้องการที่จะสอบถามแล้วก็ให้ข้อคิดเห็น ก็คือเรื่องของหมายเหตุประกอบงบนะคะ ที่ยังขาดรายละเอียดที่เป็นรายละเอียดที่สำคัญ อยู่หลายจุดด้วยกัน ซึ่งเดี๋ยวดิฉันจะชี้แจงในรายละเอียดต่อไปนะคะ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการอ่านรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้ ทำให้เราได้ทราบว่า รายได้ของรัฐบาลนั้น ดูจะมีปัญหาในเรื่องของการจัดเก็บนะคะ ซึ่งสุดท้ายแล้วจะส่งผล ต่อหนี้สิน ในส่วนของหนี้สินของทั้งรัฐบาลแล้วก็ในส่วนที่เป็นหนี้สาธารณะ
ประเด็นที่ ๓ ที่ต้องการจะพูดถึงก็คือเรื่องของภาระผูกพันความเสี่ยง แล้วก็หนี้ต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ปรากฏในรายงานฉบับนี้
ประเด็นที่ ๔ ก็คือเรื่องของความเสี่ยงเรื่องภาระทางการคลังอื่น ๆ ที่ไม่ได้ ถูกนำมาพิจารณา
หัวข้อแรกในเรื่องของหมายเหตุงบการเงินที่ยังขาดรายละเอียดที่สำคัญ ต่าง ๆ ดิฉันก็พบว่ารายงานการเงินฉบับนี้เป็นรายงานการเงินของรัฐบาล ซึ่งถ้ามองว่า เป็นบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่งก็จะเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูงเกือบ ๘ ล้านล้านบาท แต่รายงานที่เป็นรายงานการเงินหรือที่เราเรียกว่าเป็นงบการเงินนี้กลับมีความยาวเพียงแค่ ๔๐ หน้า ในส่วนที่เป็นงบดุล งบผลดำเนินงาน แล้วก็งบกระแสเงินสดก็จะเป็นไป ตามมาตรฐาน ดิฉันก็ไม่มีข้อติดใจอะไรที่จะมีความยาวประมาณ ๑๐ หน้า แต่ในส่วน ของหมายเหตุงบการเงินนั้นสั้นมาก มีเพียงแค่ ๓๐ หน้าเท่านั้นเอง ถ้าเราไปดูงบการเงิน ของบริษัทต่าง ๆ บริษัทระดับโลกอย่างกูเกิล (Google) หรือว่าที่ใช้ชื่อบริษัทว่า บริษัท อัลฟาเบท จำกัด มีขนาดสินทรัพย์เทียบเท่าใกล้เคียงกับรัฐบาลไทย ก็คือราว ๆ สินทรัพย์ ประมาณ ๘ ล้านล้านบาท หมายเหตุงบการเงินของกูเกิล (Google) หรือว่าอัลฟาเบท มีความยาวประมาณ ๕๐ หน้า ซึ่งก็เป็นไปตามระเบียบของ ก.ล.ต. ของประเทศ สหรัฐอเมริกา แต่ในนั้นจะมีรายละเอียดว่าสินทรัพย์ของกูเกิล (Google) มีประเภทอะไรบ้าง ลงในสินทรัพย์ประเภทการเงินเท่าไร มีส่วนที่เป็นที่ดินสิ่งปลูกสร้างเท่าไร มูลค่าต่าง ๆ เป็นเท่าไร และมีผลตอบแทนจากการลงทุนในทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านั้นเท่าไร แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ในหมายเหตุงบการเงินฉบับนี้ของรัฐบาลนั้น ไม่ได้มีการแจกแจงรายละเอียดดังกล่าว หรือถ้าเราไปดูบริษัทในประเทศก็ได้ ที่อาจจะไม่ได้ต้องทำตามระเบียบของ ก.ล.ต. ของประเทศอื่น อย่างเช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง เราก็พบว่า ปตท. เองก็เป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์มูลค่าประมาณ ๑ ใน ๓ ของรัฐบาลไทย เท่านั้นเอง แต่ว่าหมายเหตุงบการเงินเขาก็ทำได้ละเอียดมาก เฉพาะตัวที่เป็นหมายเหตุ งบการเงินนี้ก็ตีเข้าไป ๑๐๐ กว่าหน้าแล้ว แล้วก็ทำได้อย่างละเอียด หลายท่านอาจจะบอกว่า ทำไมถึงเอาบริษัทเอกชนมาเปรียบเทียบกับรัฐบาล ดิฉันก็เลยไปดูตัวอย่างของต่างประเทศ รายงานงบการเงินของรัฐบาลนิวซีแลนด์ ซึ่งดิฉันก็ไปเลือกมาแล้วว่าขนาดสินทรัพย์ ของรัฐบาลนิวซีแลนด์นี้ใกล้ ๆ กับรัฐบาลไทย รายงานของรัฐบาลนิวซีแลนด์นี้ก็หนาถึง ๑๕๘ หน้า โดยเฉพาะตัวหมายเหตุงบการเงินนี้หนาถึง ๑๐๐ หน้า แล้วก็แจกแจง อย่างละเอียด มีการประเมินความเสี่ยงมีการสรุปผลส่วนที่สำคัญมีการวิเคราะห์สถานการณ์ ทางการคลังต่าง ๆ สิ่งที่ขาดหายไปที่สำคัญจริง ๆ ก็คือเรื่องของการวิเคราะห์ความเสี่ยง ที่หายไปจากบทที่เป็นส่วนของหมายเหตุงบการเงินฉบับนี้ ตามปกติแล้วจะต้องมีการวิเคราะห์ ปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ จากอัตราดอกเบี้ย จากปัจจัยทางด้านตลาด อัตราแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างของรายงานงบการเงินของอีกประเทศหนึ่งที่ทำได้ดีมากก็คือ ของประเทศอังกฤษ ประเทศอังกฤษนี้จะมีตัวบัญชีที่เรียกว่า โฮลด์ ออฟ กัฟเวิร์นเมนต์ แอคเคานต์ (Hold of Government Account) ก็คือเป็นบัญชีที่รวมเอาทุกหน่วยงานของภาครัฐ ของประเทศอังกฤษรวมงบไว้ในที่เดียว ก็คือรวมกว่า ๘,๐๐๐ หน่วยงาน สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า ตัวรายงานการเงินแผ่นดินมีการรวมเฉพาะในส่วนที่เป็นสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ รายจ่าย ของรัฐบาลเท่านั้น โดยที่ของประเทศไทยนี้ยังไม่ได้รวมบัญชีงบการเงินสำคัญ ๆ ของหน่วยงานอื่น ๆ อย่างเช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งดูแลตัวงบบัญชีที่สำคัญ อย่างเช่น บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ ก็ไม่ได้มีการรวมไว้
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า เรื่องของมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานบัญชีที่รัฐบาล ประเทศอังกฤษใช้ คือใช้มาตรฐานบัญชีเทียบเท่ากับเอกชน ก็คือ ไอเอฟอาร์เอส (IFRS) ในนั้น ก็จะมีการแจกแจงมาตรฐานบัญชีว่ามีการใช้ไอเอฟอาร์เอส ๙ (IFRS 9) ไอเอฟอาร์เอส ๑๕ (IFRS 15) แล้วก็ไอเอฟอาร์เอส ๑๖ (IFRS 16) ไอเอฟอาร์เอส ๙ (IFRS 9) นี้เป็นตัว ที่หลาย ๆ ท่านถ้าอยู่ในภาคธุรกิจหรือว่าภาคการเงิน หรือว่าธนาคารก็จะทราบดีว่ากำลัง จะถูกนำมาบังคับใช้กับบริษัทเอกชนไทย แล้วก็เป็นเรื่องที่ทำให้บริษัทเอกชนไทยค่อนข้างที่จะปวดหัวอยู่เช่นเดียวกัน ค่อนข้างที่จะมี กฎระเบียบที่เพิ่มเติมขึ้นมา สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใน ไอเอฟอาร์เอส ๙ (IFRS 9) ก็คือว่า จะมีการพูดถึงการประเมินมูลค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในกรณีที่มีโอกาส ที่เกิดเหตุการณ์ในคาดฝัน แล้วก็จะประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในกรณีต่าง ๆ แต่ว่าในรายงานการเงินฉบับนี้ไม่ได้ใช้มาตรฐาน แล้วก็ไม่ได้มีการพูดถึงการประเมิน ความเสี่ยงใด ๆ ถ้าเราลองมาดูรายละเอียดหมายเหตุเท่าที่มีในรายงานการเงินฉบับนี้ก็พบว่า เขียนได้อย่างสั้นแล้วก็กระชับมาก ยกตัวอย่างเช่น หมายเหตุที่ ๙ เงินให้กู้ยืมระยะยาว ปกติแล้ว ถ้าเราดูหมายเหตุที่พูดถึงเรื่องเงินให้กู้ยืมระยะยาว สิ่งที่เราคาดว่าจะต้องมีก็คือ ๑. ลูกหนี้ เป็นใคร ผลตอบแทนเป็นเท่าไร แล้วจะครบกำหนดชำระหนี้เมื่อใด พอเรามาดูหมายเหตุที่ ๙ เงินให้กู้ยืมระยะยาวก็จะพบว่ามีการชี้แจงเพียงแค่ว่า จำนวนยอดลูกหนี้คงค้างมีอยู่ที่ ๑.๕ แสนกว่าล้านบาท แล้วก็บอกว่าเป็นเงินที่รัฐบาลให้กู้ต่อกับรัฐวิสาหกิจ โดยที่ไม่ได้บอกว่า ให้กู้กับรัฐวิสาหกิจเจ้าใด ให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยเท่าใด แล้วก็ไม่ทราบว่าจะกำหนดชำระเมื่อไร จริง ๆ อย่าพูดถึงรายละเอียดเลยค่ะ ตัวหมายเหตุ การรัน (Run) หมายเลขหมายเหตุ งบการเงินอยู่ดี ๆ ก็จะหายไป ตั้งแต่หมายเลขที่ ๑๖ เป็นต้นไปก็จะไม่มีการบอกหมายเลข หมายเหตุ แต่ว่าตัวหมายเลขหมายเหตุทั้งหมดจะมีทั้งหมด ๓๒ หมายเหตุ แต่ว่าในตาราง บัญชีก็จะสิ้นสุดเพียงแค่หมายเลข ๒๖ เป็นต้นไปแค่นั้นเอง
ทีนี้เรามาดูในส่วนของงบผลดำเนินงาน จากรายงานการเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๑ อย่างที่ผู้ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจงได้กล่าวไปแล้ว รายจ่ายสูงกว่ารายได้ประมาณ ๓.๒๓ แสนล้านบาท ถ้าเราไปดูตัวเลขย้อนหลังเราจะพบว่าตอนนี้จนถึงปีนี้เป็นการขาดดุล งบประมาณติดต่อกันเป็นปีที่ ๑๒ แล้ว เมื่อดูประกอบกับรายได้ กับการประมาณการรายได้แล้ว ก็จะพบว่าประมาณการรายได้ของประเทศไทย ของรัฐบาลไทยจะมีการพลาดเป้าแทบทุกปี ปีละราว ๆ แสนล้านบาท จนมาถึงต้นปีนี้ดิฉันอยากจะขอรีมาร์ก (Remark) ไว้นิดหนึ่งว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เคยเก็บได้ตามเป้าหมายมาโดยตลอดก็เริ่มจะหลุดเป้าแล้วด้วยเช่นกัน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แล้วก็การบริโภคที่ชะลอตัวหรือว่าอะไรก็ตาม แต่เมื่อไรก็ตามที่ขาดดุลต่อเนื่องกันไปนาน ๆ ถ้าเป็นเอกชนถ้าเราขาดทุนนาน ๆ เราจะเกิดสภาวะที่เราเรียกว่ามันเริ่มกินทุน แต่ว่าทางด้านงบการเงินของรัฐบาลใช้คำว่า สินทรัพย์สุทธิหดตัวลง เราก็จะเห็นว่าสินทรัพย์สุทธิค่อนข้างที่จะลดลง อาจจะลดลงเรื่อย ๆ ในกรณีที่มีการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเห็นว่าหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงมีอัตรา การเติบโตปีละ ๗ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่รายได้ของรัฐบาลเติบโตเพียงแค่ปีละ ๔ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง อันนั้นคือสถานการณ์ของรายได้รัฐบาล แต่ถ้าเผื่อเราดูลงไปในรายเอียดเราก็จะ พบว่ารายได้ของรัฐบาลน่าจะมีปัญหาจริง ๆ ด้วย ในหมวดของหนี้สินไม่หมุนเวียนเราพบว่า มีการกู้ยืมเงินจากกองทุนวิจัย กสทช. เป็นมูลค่า ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนำไปโปะเงินกู้ ของโครงการเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และระบบขนส่งทางถนน ในระยะเร่งด่วน ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูตามมาตรา ๕๒ ของ พ.ร.บ. กสทช. เราจะพบว่า ในวัตถุประสงค์ของกองทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อการกระจายเสียงและคลื่นวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ข้อใดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบริหารทรัพยากรน้ำ หรือระบบขนส่งทางถนนเลย แต่นี่ก็อาจจะเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลนั้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องของ การจัดหาเงินรายได้เพื่อนำมาใช้จ่ายในเรื่องของงบประมาณ จริง ๆ แล้วกรณีของการกู้ยืมเงิน ของ กสทช. นั้นไม่ใช่เป็นแค่กรณีเดียว ก่อนหน้านี้ก็มีคำสั่งการของกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๐๖.๒/ล. ๒๙๗๓ ที่มีการเรียกเงินจากกองทุนต่าง ๆ ที่มีสภาพคล่องสูงให้เก็บเงิน ส่งคืนคลัง ทั้งกองทุนคนพิการก็เจอ คนทุนประกันสังคม นอกจากนี้ก็ยังจะมีการออก ประกาศที่จะไปล้วงเอาเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ดิฉันไม่มั่นใจว่า ตามคำสั่งนี้มีการที่จะนำเงินจากกองทุนต่าง ๆ ไปแล้วมากน้อยเพียงใด และได้ปรากฏ อยู่ในงบการเงินฉบับนี้หรือไม่
สิ่งที่อยากจะเสนอแนะอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่าในเรื่องของรายได้รัฐบาล จริง ๆ แล้วเราควรที่จะต้องมีการวิเคราะห์ ถ้าเป็นงบการเงินของบริษัทเอกชนจะต้องมีการ ประมาณการรายได้ว่าในปีต่อ ๆ ไปนั้นจะมีรายได้เข้ามาเท่าไร สิ่งที่ดิฉันอยากจะให้เพิ่มก็คือ การประเมินในส่วนของรายจ่ายภาษี รายจ่ายภาษีคืออะไร รายจ่ายภาษีก็คือภาษี ที่เราสมควรที่จะเก็บได้ แต่เรางดเว้นการเก็บ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการคลังต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เงินลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินลดหย่อนภาษีจากมาตรการ ช็อปช่วยชาติ ลดหย่อนภาษีแอลทีเอฟ (LTF) อาร์เอ็มเอฟ (RMF) รวมไปถึงเงินลดหย่อน ภาษีที่ บีโอไอ (BOI) ให้เป็นสิทธิประโยชน์กับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย จริง ๆ แล้วเราควรที่จะต้องมีการประมาณการว่ารายได้ทั้งหมดที่รวมรายจ่ายภาษีเป็นเท่าไรก่อน หลังจากนั้นค่อยคำนวณว่ารายจ่ายภาษีในแต่ละปีของประเทศนั้นเป็นเท่าไร และส่วนนี้นั้น ควรจะต้องรวมอยู่ในหมายเหตุงบการเงินด้วยเช่นเดียวกัน
ต่อจากนั้นในหมวดของหนี้สิน ดิฉันยังพบว่ามีหนี้สินอื่น ๆ ที่ไม่แน่ใจว่า รวมอยู่ในงบรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้หรือไม่ ท่านประธานคะ รัฐบาลได้ค้างจ่าย เงินสมทบให้แก่กองทุนประกันสังคม ยอดหนี้ตอนนี้เกือบ ๆ แสนล้านบาทแล้ว แต่ดิฉัน ไม่ทราบว่ามันปรากฏอยู่ในรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้หรือไม่ แล้วได้มีการประมาณการ ไว้หรือเปล่าว่า เมื่อถึงเวลาที่จะต้องชำระคืนให้แก่กองทุนประกันสังคมนั้น จะรวมดอกเบี้ย หรือว่าผลตอบแทนไว้ในเงินที่จะคืนหรือไม่ เพราะปกติแล้วเงินสมทบที่กองทุนประกันสังคม ได้จาก ๓ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง แล้วก็รัฐบาลนั้นจะถูกนำไปลงทุน ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนประกันสังคมที่ลงทุนได้จะอยู่ที่ประมาณ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ บวกลบ เมื่อรัฐบาลค้างจ่ายก็เท่ากับว่ากองทุนประกันสังคมเสียโอกาสที่จะนำเงินเหล่านั้น ไปลงทุนเพื่อให้เกิดดอกผลมาให้กับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ดิฉันอยากถามว่า ดอกเบี้ยนั้นจะรวมอยู่ในเงินที่เป็นยอดหนี้หรือไม่ แล้วยอดหนี้นี้ ๙๕,๐๐๐ ล้านบาท ได้บันทึกไว้ในรายงานการเงินแผ่นดินนี้หรือไม่ นอกจากนี้แล้วยังมีเงินอุดหนุนตามระเบียบ ของสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้เงินอุดหนุนบริการสาธารณะ หรือว่าพับลิก เซอร์วิส ออบลิเกชัน (Public Service Obligation) ที่ยังคืนรัฐวิสาหกิจไม่หมดนั้นอยู่ในรายงาน การเงินแผ่นดินนี้หรือไม่ ภาระทางการเงินการคลังอื่น ๆ อย่างเช่น การรอชดเชย การดำเนินการโครงการนโยบาย อย่างเช่น นโยบายกึ่งการคลังต่าง ๆ ที่รัฐบาลให้รัฐวิสาหกิจนั้น ควักเงินของตัวเองออกเงินไปก่อน ที่รัฐบาลบอกให้ ธ.ก.ส. ออกเงินให้เงินอุดหนุนกับ เกษตรกรไปก่อน ที่รัฐบาลให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ออกเงินชดเชยดอกเบี้ยไปก่อน เงิน เหล่านี้เป็นมูลค่าเกือบ ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคืนรัฐวิสาหกิจไปหมดหรือยัง เพราะถ้าเรา ดูในงบการเงินของรัฐวิสาหกิจ งบตรงนี้จะเป็นในส่วนของลูกหนี้ค้างจ่ายจากรัฐบาล แต่ว่าถ้าในงบการเงินแผ่นดินของรัฐบาลนั้น ส่วนนี้ไม่ปรากฏอยู่มันก็จะหายไป แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะติดตามดูได้ พอพูดถึงเรื่องของความเสี่ยงทางการคลัง แล้วก็ภาระ ผูกพันทางการคลังนั้น เราก็ยังเห็นว่ามันเป็นส่วนที่สำคัญ มันเป็นความเสี่ยงของแผ่นดิน ที่จะเกิดผลต่อเป็นภาระทางภาษีของประชาชนในอนาคตนั้น ก็ควรจะต้องมีการประเมิน และวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการคลังเหล่านั้น แล้วระบุไว้ในรายงานการเงินด้วย ภาระผูกพัน เราพบว่ารัฐบาลได้ก่อหนี้ผูกพันงบประมาณข้ามปีสูงถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ รายจ่าย แต่ว่าในรายงานฉบับนี้นั้นปรากฏเพียงแค่ของปี ๒๕๖๑ โดยที่ไม่ได้มี การประมาณการว่าภาระหนี้ผูกพันในอนาคตจะเป็นเท่าไร และได้บันทึกไว้ในหมายเหตุ งบการเงิน ถ้าพูดถึงตัวนิยามหนี้ในนี้ก็จะปรากฏเพียงแค่หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง แต่ในหมายเหตุงบการเงินได้มีการชี้แจงไว้ว่าตัวส่วนที่เป็นหนี้สาธารณะตามนิยามของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะนั้นเป็นเท่าไรบ้าง แต่ว่าจริง ๆ แล้วถ้าเรามาคิดดูดี ๆ นิยาม หนี้สาธารณะของพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ ก็อาจจะมีปัญหา ท่านลองคิดภาพดูนะคะว่าหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไม่ได้ค้ำประกัน แต่ถ้ารัฐวิสาหกิจนั้นเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจแล้วมีปัญหาทางการเงิน ท่านคิดว่ารัฐบาล จะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือหรือไม่ เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็ต้องเสียเงินงบประมาณ ไปกับการเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจเรื่อยมานะคะ ล่าสุดของธนาคารอิสลาม แห่งประเทศไทยก็เพิ่งจะเพิ่มทุนไปเกือบ ๆ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราไปดูหนี้คงค้างของ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รัฐไม่ได้ค้ำก็มีรวม ๆ ราว ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเช่นเดียวกัน ตรงนี้ ได้มีการระบุไว้ในรายงานการเงินแผ่นดินหรือไม่ นอกจากนี้แล้วท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า หนี้สาธารณะนั้นไม่ได้รวมถึงหนี้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามนิยาม หนี้ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือว่าวิกฤตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดส่วนท้องถิ่นหนึ่งนั้นไม่สามารถที่จะชำระหนี้คืนได้ หนี้เหล่านั้นก็จะตกเป็นภาระของรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกัน ในส่วนนี้มีมูลค่าประมาณ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท และความเสี่ยงที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือเรื่องของกองทุนประกันสังคม ที่มีการประมาณการไว้ว่าเงินสมทบที่เคยเก็บได้นั้นอาจจะไม่เพียงพอในอนาคตสำหรับ กองทุนชราภาพและกำลังจะขาดทุนในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า และสุดท้ายก็จะล้มละลายใช้เงิน จนหมดกองทุนภายในอีก ๒๕ ปี ก็ควรจะต้องมีการกล่าวถึงการประเมินความเสี่ยงเหล่านี้บ้าง เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันจะกลายมาเป็นภาระในงบประมาณของรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกัน
ในส่วนของหนี้กองทุนฟื้นฟูจะขอแตะเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าจริง ๆ แล้วยอดหนี้ ของรัฐบาลที่ลดลงส่วนหนึ่งในส่วนของหนี้สาธารณะก็มาจากการที่หนี้ของกองทุนฟื้นฟูนั้น ถูกโอนย้ายไปอยู่กับธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ใช้วิธีการ ที่จะผลักภาระในการชำระหนี้คืนไปให้กับประชาชน แต่ก่อนในช่วงเริ่มแรกของหนี้ ของกองทุนฟื้นฟูจะเป็นภาระการชำระดอกเบี้ยจะเป็นของกระทรวงการคลัง ส่วนธนาคาร แห่งประเทศไทยนั้นจะรับชำระในส่วนที่เป็นต้นเงินหรือว่าเงินต้น ที่ผ่านมานั้นไม่ค่อยมีการ ชำระคืนเงินต้น เพราะว่าธนาคารแห่งประเทศไทยก็อ้างว่าประสบภาวะขาดทุน ก็เลยจะไม่สามารถที่จะชำระคืนต้นเงินกู้ของกองทุนฟื้นฟูได้ แล้ว ๑๐ ปีที่ผ่านมา ก็เลยมีการชำระคืนเงินต้นน้อยมาก พอหลังจากที่มีการปรับโครงสร้างแล้วก็โอนหนี้แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผลักภาระไปให้กับประชาชนโดยการไปเก็บจากเงินฝาก ธนาคารพาณิชย์ ตามปกติแล้วธนาคารพาณิชย์จะหักเงินจากเงินฝากของเรา ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์นั้นจะถูกหักเข้าสู่กองทุนคุ้มครองเงินฝาก แต่พอกองทุน เอฟไอดีเอฟ (FIDF) นั้นถูกโอนไปอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ในการรับชำระหนี้แล้วเขาก็หักเงินที่เคยเก็บเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากจาก ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์นั้นถูกหักไป ๐.๔๖ เปอร์เซ็นต์เพื่อนำไปชำระหนี้ให้กับกองทุน เอฟไอดีเอฟ (FIDF) ซึ่งก็ทำให้สามารถที่จะปลดเปลื้องหนี้ชำระคืนเงินต้นได้ค่อนข้างดี ตอนนี้เหลือจาก ๑.๔ ล้านล้านบาทนั้น เหลืออยู่แค่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะคะ แต่นั่นก็คือการผลักภาระ ไปให้กับประชาชนทุก ๆ คนที่มีบัญชีเงินฝาก คนเหล่านี้อาจจะยังไม่เกิดในช่วงที่เกิด วิกฤตการณ์การเงินในปี ๒๕๔๐ เลยด้วยซ้ำไป แต่เขาก็ต้องมารับภาระหนี้ก่อนนี้ด้วย ที่สำคัญก็คือว่ามันเป็นการไปแย่งเอาเงินในส่วนที่ควรจะต้องเก็บเข้ากองทุนของสถาบัน คุ้มครองเงินฝาก เพื่อมาคุ้มครองเงินฝากของเราเองในกรณีที่เกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคมที่ผ่านมา เงินของท่านที่ฝากอยู่ใน ธนาคารไม่ว่าจะกี่บาทก็ตามท่านอาจจะมี ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ท่านจะได้คืน เพียงแค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ของสถาบันการเงิน การที่เราแย่งเงิน ที่ควรจะเก็บเข้ากับกองทุนสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ทำให้ตอนนี้วงเงินฝากที่ต้องควบคุมรวม ณ วันนี้ ถ้าวันนี้เกิดวิกฤตการณ์สถาบันการเงินเกิดขึ้น ตอนนี้วงเงินที่ได้รับการคุ้มครอง จะต้องใช้เงินรวม ๔.๔ ล้านล้านบาท แต่กองทุนคุ้มครองเงินฝากนั้นมีเงินอยู่ในกองทุนสะสม เพียงแค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือว่าคิดเป็นเพียงแค่ ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ต้อง คุ้มครอง แน่นอนว่าเวลาเกิดวิกฤตสถาบันการเงินอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันทุก ๆ สถาบัน การเงิน แต่เราก็ต้องคิดว่าถ้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากนั้นไม่สามารถที่จะจ่ายคืนเงินได้ ส่วนนี้ ก็จะกลายมาเป็นภาระของรัฐบาล ของงบประมาณด้วยเช่นเดียวกัน ดิฉันขอสรุปทิ้งท้ายนะคะ เพราะว่าได้ใช้เวลามาพอสมควรแล้ว ดิฉันขอเสนอต่อท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมบัญชีกลาง ขอให้ยกระดับมาตรฐานการทำบัญชีให้มีความเป็น สากล ให้มีรายละเอียดที่ครบถ้วน มีส่วนที่วิเคราะห์ถึงความเสี่ยงและประเมินความเสี่ยง ภาระทางการคลังต่าง ๆ ภาระผูกพันต่าง ๆ อย่างที่เราเคยเห็นในรายงานการเงินของรัฐบาล ในต่างประเทศ ให้มีบทวิเคราะห์ในส่วนที่โชว์ถึงประเด็นที่สำคัญ ๆ ที่เป็นไฮไลต์ (Highlight) แบบที่เราได้เห็นในรายงานทางการเงินของบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ เพื่ออะไรคะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่จะต้องการติดตามตรวจสอบฐานะทางการเงินการคลัง ของประเทศได้เกิดความรู้ความเข้าใจ ให้เกิดความสะดวกในการทำความเข้าใจ งบรายงาน การเงินของแผ่นดินนี้เพื่อให้สามารถที่จะเข้าถึงการติดตามตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไปท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานการเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้นำเสนอต่อสภาในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สภาแห่งนี้เราจะได้เห็นเอกสารทางการเงินที่สำคัญ ๒ ฉบับ ฉบับแรกก็คือ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งจะเข้าสภาในอีกไม่นานนี้ แล้วก็พอผ่านไป ๑๒ เดือน เราก็จะได้เห็นรายงานการเงินแผ่นดินประจำปีในวันนี้ ซึ่งหมายความว่าเอกสาร ทางการเงิน ๒ ฉบับนี้เป็นเอกสารทางการเงินของประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการที่จะทำความเข้าใจแล้วก็ให้ข้อคิดเห็นของสภาต่อเอกสารทางการเงิน ทั้ง ๒ ฉบับจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ที่จะให้ใช้เวลาเรื่องที่อภิปรายของผมมีด้วยกัน ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือเกี่ยวกับการทำ รายงานการเงินอย่างไร จึงจะให้มีความหมายและให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติของเรา ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ เพราะว่ารัฐวิสาหกิจวันนี้ ที่รัฐบาลเข้าไปถือหุ้นมีขนาดใหญ่มาก และบางรัฐวิสาหกิจใหญ่เกือบเท่าหรือเรียกว่าเท่ากับ รัฐบาลไทยแล้วด้วยซ้ำไป เราควรจะทำอย่างไร และประเด็นที่ ๓ ก็คือระบบที่เกี่ยวข้องกัน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ นั่นก็คือระบบการจัดสรรงบประมาณ ระบบการเบิกจ่าย และระบบการตรวจสอบในระบบราชการที่ปรากฏออกมาเป็นรายงานฉบับนี้ นั่นคือ ๓ ประเด็นครับท่านประธานที่ผมจะขออนุญาตอภิปราย
ประเด็นที่ ๑ การทำรายงานการเงินฉบับนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า มันเป็นรายงานทางการเงินที่ยึดหลักมาตรฐานทางบัญชี ในรูปแบบของการรายงานทางการเงินทางบัญชี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดนะครับ แต่สำหรับ การรายงานต่อสภาแห่งนี้ผมคิดว่าไม่เพียงพอ เพราะว่าการรายงานต่อสภาแห่งนี้ไม่ใช่ ทราบแต่เพียงว่าตัวเลขของสินทรัพย์เรามีเท่าไร รายได้มีเท่าไร รายจ่ายมีเท่าไร หนี้สินมีเท่าไร ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่เราต้องการที่จะทราบความหมายของมันด้วยว่าเป็นอย่างไร
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างประเด็นที่ ๑ ในรายงานนี้บอกว่า ประเทศไทยของเรา รัฐบาลไทยมีหนี้สิน ๖.๐๒๙ ล้านล้านบาท และเรามีรายได้ ๒.๖๐๖ ล้านล้านบาท ถ้าเรานำหนี้สินมาหารด้วยรายได้ตัวเลขก็จะออกมาประมาณ ๒.๓ ท่านประธานครับ ความหมายนี้ก็หมายความว่า รัฐบาลไทยถ้าเรามีรายได้อยู่ ๑๐๐ บาท เรามีหนี้อยู่ ๒๓๐ บาท ถ้ารัฐบาลไทยมีรายได้ ๑๐๐ บาท เรามีหนี้สิน ๒๓๐ บาท คำถาม ก็คือว่า สถานะแบบนี้รัฐบาลไทยถือว่าดีแล้วหรือยัง เราไม่มีมาตรฐานในส่วนนี้หลายท่าน ก็อาจจะบอกว่า ไม่มีปัญหา บางท่านก็บอกว่า น่าเป็นห่วง ผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เปรียบเทียบนะครับ ถ้าสมมุติว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราวันนี้ ผมถามท่านว่า ถ้าครอบครัวของท่านมีรายได้ ๑๐๐ บาท และท่านมีหนี้ในครอบครัวของท่าน ๒๓๐ บาท ท่านถามตัวท่านเองสิว่าครอบครัวของท่านมีความมั่นคงหรือไม่ ครอบครัวของท่าน มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ผมว่าตรงนี้เป็นความหมายที่สำคัญมากที่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ปรากฏ ในรายงานนี้ แต่ต้องไปทำการบ้านต่อ ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ผมขออนุญาตยกตัวอย่างอีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องเดียวกันในรายงานของ กรมบัญชีกลางบอกว่า ประเทศไทยมีหนี้สิน ๖.๐๒๙ ล้านล้านบาทดังกล่าวแล้ว และเรามี สินทรัพย์ ๗.๘๓๓ ล้านล้านบาท ถ้าเราเอาหนี้สินหารด้วยสินทรัพย์เราจะได้ออกมา ๐.๗๗ ตัวเลข ๐.๗๗ นี้หมายความว่า รัฐบาลไทยมีสินทรัพย์อยู่ ๑๐๐ บาท มีหนี้ ๗๗ บาท ผมขออนุญาตถามอีกครั้งหนึ่งกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องนี้ว่า ถ้าครอบครัวของท่าน มีสินทรัพย์อยู่ ๑๐๐ บาท และครอบครัวของท่านมีหนี้อยู่ ๗๗ บาท ผมถามว่าครอบครัว ของท่านอยู่ในสถานะอะไรครับ ความหมายของรายงานตรงนี้ไม่ปรากฏให้เห็นในความหมาย เช่นนี้ เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรของเรา เราอยากเห็นความหมายที่มากกว่าตัวเลข ทางบัญชี เราอยากเห็นสัดส่วนทางการเงินที่จะให้ความหมายที่จะสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไทยของเราอยู่ในสถานะอะไร ถ้าเราดูตัวเลขสัดส่วนหนี้ต่อรายได้หรือสัดส่วนหนี้ ต่อสินทรัพย์ ผมเชื่อว่าหลายคน นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ แม้กระทั่งชาวบ้านประชาชน ทั่วไปก็จะมีความรู้สึกว่า รัฐบาลไทยของเรานี้ความมั่นคงทางการเงินมีปัญหาหรือไม่แน่ใจว่า มีความมั่นคงทางการเงิน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นคำถามที่สำคัญที่เราจะต้องถามรัฐบาลว่า ท่านรู้สึกเหมือนกับเราหรือเปล่า ในความหมายนี้ผมอยากเห็นข้อเสนอแนะก็คือว่า ขอกรมบัญชีกลางได้กรุณาไปคิดถึงเรื่องสัดส่วนทางการเงินในความหมายดังกล่าวว่า ประเทศไทยเมื่อพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งหมดแล้วสัดส่วนทางการเงินที่สำคัญเหล่านี้ ควรจะเป็นเท่าไร เพื่ออย่างน้อยที่สุดตัวเลขเหล่านั้นจะได้เตือนรัฐบาล เตือนสติทุกคน ในประเทศไทยว่า วันนี้ประเทศไทยของเราอยู่ในสถานะอะไร ไม่ใช่เราใช้เงินไปถึงวันที่ เราลืมตามาแล้วปรากฏว่าประเทศไทยของเราล้มละลายไปแล้ว ซึ่งปรากฏแล้วในหลาย ประเทศ เช่นในละตินอเมริกา เป็นต้น แม้กระทั่งในยุโรปก็ปรากฏแล้ว เช่นในประเทศกรีซ เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงอยากเห็นรายงานทางการเงินไม่ใช่เป็นรายงาน ทางด้านการบัญชี แต่เป็นรายงานที่ให้เราเข้าใจสถานะทางการเงินของประเทศที่เราจะได้ เข้าใจว่าประเทศไทยของเราอยู่ตรงไหน และสภาแห่งนี้ก็จะได้ช่วยกันประคับประคองรักษา ประเทศนี้ไว้ให้มีความมั่นคงทางการเงิน นั่นคือประเด็นที่ ๑ นะครับท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะขออนุญาตหยิบขึ้นมาในรายละเอียดเป็นตัวอย่าง เท่านั้นเอง ก็คือกรณีรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทยของเราเข้าไปถือหุ้น ซึ่งผมจะขอพูดเฉพาะ เข้าไปถือหุ้นมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีหลายบริษัทนะครับ ผมขออนุญาตเอาเพียงบริษัทเดียว ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด ก็คือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มูลค่าในตลาดหลักทรัพย์วันนี้ ของ ปตท. คือ ๑.๓ ล้านล้านบาท ๑.๓ ล้านล้านบาทนี่เกือบเท่างบประมาณของประเทศไทย ๑ ปีนะครับ และกระทรวงการคลังถือหุ้นตรงนั้นมีมูลค่า ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินมหาศาล ก้อนที่ใหญ่มาก และที่น่าสนใจก็คือว่า ท่านประธานครับ รายได้จากการขายของ ปตท. ๒.๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเท่ากับงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลเลยทีเดียว เกือบเท่า ไม่ได้เท่าทีเดียว นั่นก็หมายความว่าขนาดของ ปตท. กับขนาดรัฐบาลไทยนี่เท่ากันเลย ใกล้เคียงกันมาก เพราะงบประมาณรายจ่ายในปี ๒๕๖๒ ถ้าเทียบกันปีต่อปี รัฐบาลไทยคือ ตอนนั้นก็ประมาณ ๓ ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกันมาก และในอนาคต ปตท. ก็จะใหญ่กว่านี้ อีกไม่นานนะครับ ปตท. จะใหญ่กว่ารัฐบาลไทย ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลตรงนี้เอง เนื่องจาก ปตท. เป็นหน่วยงานทางธุรกิจแล้วก็เรียกว่าแปรรูปไปสู่การเป็นบริษัทเอกชน เต็มตัว มหาชนเต็มตัว ตรงนั้นเป็นประเด็นที่เรามีคำถามมากนะครับว่า วันนี้ ปตท. ทำหน้าที่ ของตนเองนั้นเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจคือยอดขายและกำไรเท่านั้นใช่หรือไม่ แน่นอนครับ ในฐานะที่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็จะต้องทำหน้าที่บริหารเพื่อให้ราคาหุ้นสูงขึ้น ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ทำให้มีกำไรมากขึ้น แต่ถ้าในแง่ของนโยบายสาธารณะ ซึ่งรัฐบาลไทย ถือมากกว่า ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ คำถามก็คือว่ารัฐบาลไทย และสภาแห่งนี้จะเปิดให้ ปตท. ทำธุรกิจโดยยึดกำไรเป็นหลัก โดยยึดผลประโยชน์ทางธุรกิจ เป็นหลัก และลืมความรับผิดชอบทางสาธารณะ จุดสมดุลตรงนี้ควรจะอยู่ตรงไหน นั่นก็หมายความว่าถ้ากรมบัญชีกลางในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักเรื่องนี้ สำนักรัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงการคลังก็ควรที่จะต้องคิดเรื่องนี้ กรมบัญชีกลางจะต้องตั้งโจทย์ตรงนี้ กับสำนักรัฐวิสาหกิจของกระทรวงว่า รัฐวิสาหกิจ อย่างเช่น ปตท. นี้เกณฑ์มาตรฐาน ทางด้านความโปร่งใสควรจะเป็นอย่างไร เกณฑ์มาตรฐานทางด้านธุรกิจและการลงทุน ควรจะเป็นอย่างไร เกณฑ์มาตรฐานที่จะควบคุมและตรวจสอบ นอกเหนือจาก ตลาดหลักทรัพย์ในการตรวจสอบโดยสาธารณะควรจะเป็นอย่างไร นั่นก็หมายความว่า รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ดังที่ผมได้กล่าวมานี้ กรมบัญชีกลางควรจะต้องคิดถึงนโยบาย สาธารณะที่รัฐวิสาหกิจนี้ควรจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่เรื่องกำไรแต่เพียงอย่างเดียว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเสนอ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับปาล์ม ปัญหาข้อหนึ่งที่เราเผชิญก็คือว่า เงินค่าการตลาดของน้ำมัน ซึ่งควรจะต้องนำไปใช้ในเรื่องของน้ำมันไบโอดีเซลด้วย แต่ปรากฏว่า ปตท. เองก็กำลัง จะบอกว่าน้ำมันไบโอดีเซลซึ่งเกษตรกรสวนปาล์มที่สภาแห่งนี้ต้องรับผิดชอบ ไม่ให้มีสิทธิ เข้ามาใช้เงินค่าการตลาดในส่วนนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้คำถามก็คือว่า ถ้ากรมบัญชีกลางตรวจสอบ เฉพาะเรื่องของตัวเลขทางบัญชีแต่เพียงอย่างเดียว แน่นอนครับ ปตท. ก็จะบอกว่า เงินค่าการตลาดที่เก็บไม่ควรจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับไบโอดีเซล แต่ถ้าถามสภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่า ส.ส. ในสภาแห่งนี้เกินกว่าครึ่งสภา ต้องการให้เงินค่าตลาดของน้ำมันไปมีส่วน รับผิดชอบต่อราคาปาล์มของประเทศไทย นี่คือตัวอย่างที่ผมยกให้เห็นว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทางธุรกิจกับเกณฑ์มาตรฐานของนโยบายสาธารณะมันควรจะหาจุดพอดีและสมดุลกัน ตรงไหน อย่างไร ไม่ใช่ว่ามีเรื่องหนึ่งและไม่มีอีกเรื่องหนึ่ง เพราะถ้ากรมบัญชีกลางไม่ส่งเสียง เรื่องนี้ให้กับสภาได้ทราบ ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็จะยกมือสนับสนุนเรื่องเกี่ยวกับการใช้เงิน การตลาดของน้ำมัน เพราะสภาแห่งนี้ก็พิจารณาเฉพาะเรื่องนั้นเรื่องเดียว ได้รับข้อมูล ด้านเดียว แต่ไม่ได้มองภาพรวม องค์รวมของประเทศทั้งหมดว่าเราจะจัดสรรผลประโยชน์ ทั้งหมดให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกส่วนของประเทศของเราอย่างไร กลายเป็นว่า เราพิจารณาบนฐานของประสิทธิภาพในเรื่องของการบริหารธุรกิจน้ำมัน ถ้าอย่างนั้น เงินทางด้านการตลาดก็ไม่ต้องไปใช้อย่างอื่น นอกจากเรื่องการวิจัยในเรื่องการค้าน้ำมันเท่านั้น เป็นต้น ตรงนี้ครับท่านประธาน จึงเป็นเรื่องที่ผมคิดว่ากรมบัญชีกลางจะต้องทำหน้าที่ตรงนี้ในเชิงการรักษาประโยชน์ สาธารณะ โดยหยิบประเด็นทางการเงินให้มาปรากฏให้ชัดเจนต่อสภาแห่งนี้ เพื่อที่เราจะได้ นำไปใช้ในการพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๓ ก็คือระบบงบประมาณการเบิกจ่ายและการตรวจสอบ ของระบบราชการของเรา วันนี้ครับท่านประธานครับ เราทราบกันดีอยู่ว่าสำนักงบประมาณ รับผิดชอบในเรื่องการของบประมาณ กรมบัญชีกลางรับผิดชอบเรื่องเบิกจ่ายและการใช้ งบประมาณ และ สตง. รับผิดชอบเรื่องการตรวจประเมินการใช้งบประมาณคือต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ กรมบัญชีกลางอยู่กลางน้ำ ถ้าเรามาดูความเป็นจริง เราพบว่า ๓ หน่วยงานนี้ไม่ได้สอดประสานกันเท่าที่ควร แล้วก็ทำงานเป็นอิสระต่อกัน ในหลักของการ ทำงานต้องเป็นอิสระต่อกัน แต่ในเชิงยุทธศาสตร์จะต้องทำงานที่สานสัมพันธ์ต่อกัน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม ท่านประธานครับ สำนักงบประมาณ การทำคำขอ งบประมาณนั้น วันนี้หลักของมันก็คือว่าจะต้องตอบโจทย์ต่อปัญหาจริงในพื้นที่ เพื่อให้งบประมาณรายจ่ายของเราแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ให้ได้สำเร็จอย่างเป็นจริง แต่ปรากฏว่าข้าราชการของสำนักงบประมาณมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถที่จะลงไปดูพื้นที่ได้ ไม่สามารถที่จะเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้จริงทั้งหมด เพราะฉะนั้นคำของบประมาณ ของส่วนราชการทั้งหลาย จึงเป็นคำขอที่ปรับเปอร์เซ็นต์เพิ่มหรือลด ที่เราเรียกกันในภาษา วิชาการเป็น อินครีเมนทอล อินครีส (Incremental increase) เป็นการเพิ่มทีละเล็ก ทีละน้อย เพิ่ม ๒ เปอร์เซ็นต์ ลดลง ๑ เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา เป็นต้น นั่นก็หมายความว่า โครงการเดิม ๆ ก็จะทำต่อไป โครงการใหม่ก็เกิดยากมาก โครงการเก่าที่ควรจะเลิก ก็เลิกไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้สำนักงบประมาณก็ดูเอกสารเป็นสำคัญ หน่วยงานไหนเขียนเอกสาร ได้ดี ก็จะได้งบประมาณไป เมื่อแผนงานกับแผนเงินมันไม่สอดคล้องกับพื้นที่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ งบประมาณก็ไม่ได้ผลในการแก้ไขปัญหาประเทศ วันนี้เราใช้งบประมาณ มากกว่า ๓ ล้านล้านแล้วนะครับ แต่ปัญหาของประเทศปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็ไม่ได้ดีขึ้น ซ้ำร้ายกลับจะแย่ลงด้วยซ้ำไป มาถึงกรมบัญชีกลาง ท่านประธานครับ กรมบัญชีกลางก็มีหน้าที่ออกมาตรฐานหรือเกณฑ์การเบิกจ่าย หลักของกรมบัญชีกลาง ผมเข้าใจ เพื่อการป้องกันการทุจริต แต่การป้องกันการทุจริตของท่านนั้นกรมบัญชีกลาง ท่านทราบหรือไม่ว่า เอกสารที่ท่านเรียกร้องขั้นตอนและกฎเกณฑ์ที่ท่านกำหนดไว้ มันสร้างปัญหาให้กับหน่วยงานที่จะทำงานจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การบูรณาการ ท่านทราบดีกว่าผมในรายละเอียดว่า ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบพัสดุ มันเป็นปัญหาทั้งสิ้น แล้วก็ระเบียบของกรมบัญชีกลางบีบให้ข้าราชการของทุกกระทรวง ทบวง กรมต้องพยายามทำงานให้ได้ เพราะฝ่ายการเมืองคือพวกผมจะต้องบีบเอาผลงาน ออกมาให้ได้ ข้าราชการก็จะต้องพยายามทำออกมาให้ได้ การทำออกมาให้ได้อันนั้นละครับ สุดท้ายแล้วก็คือการทำไม่ถูกต้องตามระเบียบ ผมคิดว่ากรมบัญชีกลางรูปธรรมชัดเจน ท่านบังคับให้คนเซ็นเอกสาร การเบิกจ่าย ต่ำสุดคือชาวบ้าน เช่น ไม่มีการประชุมก็เซ็น รับของแจกก็เซ็น อะไรท่านให้ชาวบ้านเซ็นหมด ท่านทราบไหมครับ ด้วยความเป็นจริง เกิดอะไรขึ้น ผู้ใหญ่บ้านที่รับผิดชอบก็เอากระดาษเปล่า แบบฟอร์มของท่านให้กับชาวบ้าน เซ็นชื่อหมดเลย เสร็จแล้วก็มีคนมากรอกแทน นี่คือความเป็นจริงครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ กรมบัญชีกลางมองความเป็นจริง ยอมรับความเป็นจริง แล้วแก้ไขปัญหาให้ตรงประเด็น ท่านอยากได้เอกสารที่ถูกต้อง เขาก็ให้เอกสารที่ถูกต้องกับท่านแล้วครับ เมื่อเป็นแบบนี้ กรมก็ได้เอกสารครบถ้วน แต่ผลงานที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดขึ้นหรอกครับ อีกไม่นานน้ำท่วม ก็จะมีการแจกอะไรเยอะแยะไปหมด ผมไม่ต้องเล่ารายละเอียดนะครับ มีคนเซ็นครบ หมดเลย แต่ต้นไม้ที่แจก ปุ๋ยที่ให้ เมล็ดพันธุ์ที่ให้ ท่านทราบไหมครับว่ามันโตกี่ต้น มันงอกกี่ต้น ท่านไม่ทราบหรอกครับ และเมื่อเป็นอย่างนี้ชาวบ้านก็รู้อยู่ว่าอันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องทำตามกติกาของมัน ไม่ทำก็ไม่ได้ หรอกครับ ผมคิดว่าเรายอมรับความจริงกันดีกว่าครับ แล้วก็แก้ปัญหาให้ตรงประเด็น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ตัวอย่างสั้น ๆ อีกเรื่องหนึ่ง อย่างเช่น ท่านให้งบประมาณ เรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนไปนะครับ งบประมาณที่ให้ไปนั้นเรามุ่งหวังว่าจะทำให้การเรียนการสอน ในชั้นเรียนมีคุณภาพ แต่ปรากฏว่างบประมาณเหล่านั้นไม่ได้ใช้เรื่องเกี่ยวกับการเรียนการสอน ในชั้นเรียนให้มีคุณภาพ เพราะการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้มีคุณภาพเป็นเรื่องของวิธี การสอนของครูและการทุ่มเทด้วยใจของครูในห้องเรียน แต่งบประมาณเหล่านั้นกลายเป็น เรื่องของการซื้ออุปกรณ์การเรียนจนกระทั่งไปถึงการทำห้องน้ำ การทำสวนหน้าโรงเรียน แม้กระทั่งการทำเสาธงของโรงเรียน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและคุณภาพ การศึกษาเลย ถ้าตรวจโดยกรมบัญชีกลางทุกอย่างถูกต้องหมดทุกประการแต่ไม่ได้มีคุณภาพ การศึกษาเลย จากตัวอย่างดังกล่าวนี้ ผมอยากจะขออนุญาตมีข้อเสนอกับกรมบัญชีกลางว่า ขอความกรุณาเถอะครับ แก้ไขกฎระเบียบอันนี้ใหม่ ผมรู้ว่าในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาท่าน ออกเป็น พ.ร.บ. เลย กรุณาแก้อันนี้เถอะครับ และพวกผมจะช่วยท่านแก้ด้วย
สำหรับ สตง. ท่านประธานครับ ในการตรวจก็เช่นเดียวกัน สตง. ก็ตรวจ เอกสารนะครับ และ สตง. ก็ตรวจนะครับ และวันนี้ก็มีหน่วยงานราชการในภูมิภาค เยอะมากในท้องถิ่นด้วยที่ สตง. บอกว่าผิดนะครับ แต่ผมมีคำถามด้วยสามัญสำนึกคนที่เป็น ชาวบ้านธรรมดานี่นะครับท่านประธาน ส่วนราชการในพื้นที่ผิดเยอะมากเลยนะครับ และคำถามคือรัฐบาลผิดตรงไหนบ้างครับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องผิดตรงไหนบ้างครับ ไม่มีนะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่านี่คือปัญหาของระบบตรวจเงิน แผ่นดิน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเลยว่าอีกไม่นานนี้หลังจากน้ำท่วมจะมีโครงการ ช่วยน้ำท่วม กรมบัญชีกลางลองบีบสำนักงบประมาณบอกขอให้ตรวจผลงานของการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วม จากมาตรการที่จะลงไปช่วย แล้วเอาผลงานมาวัดกัน ไม่ใช่เอาเอกสารมาให้ดู ถ้าจะย้อนกลับไปดูโครงการที่มากกว่านั้นไปดูโครงการบัตรประชารัฐสิครับว่าโครงการ บัตรประชารัฐนั้นให้ผลอะไรกับประชาชนบ้าง อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น สตง. ก็เช่นเดียวกัน ฝากกรมบัญชีกลางไปบอก สตง. ด้วยว่า ท่านกรุณาอย่าตรวจเอกสารได้ไหม ท่านตรวจผลงานและผลที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้หรือไม่ ถ้าท่านบอกว่าท่านไม่มีข้าราชการ เพียงพอ ผมขอเสนอให้ง่ายกว่านั้นอีก ก็คือว่าท่านเลือกบางโครงการเลยครับ แล้วตรวจ ให้เห็นผลงานจริง ๆ แล้วเอากลับมารายงานต่อสภาให้ได้ เพื่อที่เราจะได้ใช้เป็นแบบอย่าง ให้กับส่วนราชการทั้งหมด
ข้อเสนอที่ ๒ สตง. จะตรวจอะไรผิดนะครับ ผมคิดว่าเราทำเชิงบวก ได้หรือไม่ครับ กรมบัญชีกลางเสนอ สตง. ได้ไหมครับว่าขอให้ สตง. ตรวจโครงการ ที่ทำอย่างถูกต้องและเกิดผลดีกับประชาชน เพื่อเราจะได้เอามาเชิดชู เอามาบอกว่า ข้าราชการที่ดีมี หน่วยราชการที่ดีมี เขาทำแบบนี้ ๑, ๒, ๓ เพราะฉะนั้นขอให้ส่วนราชการ และข้าราชการท่านอื่น ๆ ได้กรุณาทำตาม เราไม่ตรวจผิดได้หรือไม่ครับ ขอเราตรวจถูกบ้าง ได้หรือไม่ กรมบัญชีกลางก็เช่นเดียวกันตรวจถูกบ้างได้หรือไม่ อย่าตรวจแต่ผิดอย่างเดียว อย่างนี้เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งหมดท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปว่า การรายงานการเงินของแผ่นดินของเรา เอกสารคำของบประมาณที่เราจะเห็นในอีกไม่กี่วัน การเบิกจ่าย สิ่งเหล่านี้ในความเป็นจริงมันมีหน่วยงาน ๓ หน่วยงานเกี่ยวข้องกันโดยตรง ประชาชนฝากบอกผมว่า อาจารย์กนกขอความกรุณาให้อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าส่วนราชการ เช่น ผู้ว่าราชการ จังหวัด ไปยืนในพื้นที่พร้อมกัน ๔ ท่าน
อาจารย์สรุปได้แล้วครับ
ครับผม ไปยืนในพื้นที่ พร้อมกัน ๔ ท่าน แล้วอนุมัติพร้อมกันว่าให้ทำโครงการนี้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และประชาชน จะดูว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์กับพวกเขาจริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าถ้า ๔ หน่วยงานนี้ยืนพร้อมกัน อนุมัติพร้อมกัน ตรงนั้นละครับจะเป็นคำของบประมาณและการปฏิบัติราชการที่ตรงกับ ความเป็นจริงของพื้นที่และประชาชนจะได้ประโยชน์จริง ด้วยเหตุผลดังกล่าวครับท่านประธาน ผมจึงอยากจะขออนุญาตเสนอกับกรมบัญชีกลางว่า รายงานการเงินของแผ่นดิน ขอให้กรุณาปรับตามข้อเสนอเหล่านี้เพื่อให้เราได้เห็นประโยชน์ จากรายงานนี้ไม่ใช่เฉพาะทางการบัญชี แต่สำหรับความเชื่อมั่นและความมั่นใจต่ออนาคต ของรัฐบาล และของประเทศไทยของเรา ขอขอบพระคุณครับ
เกินเวลาที่ขอไป ๓ นาทีนะครับ เชิญคุณสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้จะพูดสบาย ๆ แล้วก็จะขอความรู้จากกรมบัญชีกลาง ผมอยู่หลายปีท่านครับ ทุกครั้งมารายงานก็เป็นแบบนี้ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญเปลี่ยน กฎหมายวิธีการงบประมาณ ๕-๖ ฉบับ ถูกยกเลิก ร่างใหม่ แต่มีกฎหมายฉบับหนึ่งเกิดขึ้น คือ กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง กฎหมายนี้เริ่มพูดกันก่อนที่จะมีการยึดอำนาจ ปี ๒๕๔๙ หลังจากนั้น ดูเหมือนจะเป็นทั้งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กับปี ๒๕๕๐ น่าจะเป็น มาตราใกล้เคียงกัน คือมาตรา ๖๒ นี่นะครับ ฉบับนี้มาตรา ๖๒ ครับ บอกว่าให้ต้องมี กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ตอนนั้นท่านครับ ท่านสมัครประชุม ครม. ครั้งแรก พูดเลยนะครับว่า กฎหมายฉบับนี้ต้องทำให้เสร็จภายใน ๑ ปี ตามที่รัฐธรรมนูญบอก แต่หน่วยงานกระทรวงการคลังไม่สนใจทำ ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น มาเข้าใจอย่างถ่องแท้ ตอนนี้เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ ท่านไปกดดูในยูทูบ (YouTube) หรือกูเกิล (Google) ดูเรื่องกฎหมายวินัยการเงินการคลัง จะมีข้าราชการผู้หญิงคนหนึ่งมาพูดอย่างนิ่มนวล แล้วมันตอกย้ำว่าครั้งหนึ่งองค์คณะของพวกท่าน เคยไปพูดกับพวกผมในฐานะอนุวิป (Whip) ร่วมกับวิป (Whip) ฝ่ายค้านในชั้นที่พรรคไทยรักไทยตอนนั้นได้วางงบประมาณกลางปีครั้งแรก พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นนักกฎหมายบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นทำผิด ไม่ได้บอก ที่ไปที่มาของเงินแล้วจะมาเสนองบประมาณกลางปีได้อย่างไร ท่านเองไปอธิบายอย่างชัดว่า ถ้าเก็บภาษีได้เกินก็เอามากระตุ้นเศรษฐกิจให้ถูกต้อง แล้วอธิบายหลายอย่าง แล้วก็บอกว่า ถ้ากู้มาก็ได้ แต่ต้องเอามาลงทุนให้เกิดมรรคเกิดผลเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกว่า เมกะโปรเจกต์ (Mega project) เท่านั้น แต่ต่อมาท่านประธานต้องหัวเราะ ที่ผ่านมา ท่านเชื่อหรือไม่ งบกลางปีเกิดขึ้นกู้มาหมด แต่ไม่ใช่เมกะโปรเจกต์ (Mega project) เป็นเมกะโปรเจกต์ (Mega project) แจกเต็มแผ่นดิน แล้วตอนนี้ท่านตอบคำถามนี้อย่างไร ในปี ๒๕๖๑ วินัยการเงินการคลังออกมาแล้วนะครับท่าน ตอบอย่างไร จ่ายเงินกองทุน ไปอ่านการออกกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตราเหล่านี้จะชี้ชัดว่าหน่วยงานของรัฐ หรือนักการเมืองจ่ายเงินกองทุนอย่างไม่มีวินัย ท่านประธานท่านรู้ดี ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ จ่ายเงินกองทุน ตามวินัยแล้วหรือ สั่งจ่ายให้ท้องถิ่นเอาเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจไม่ขัด รัฐธรรมนูญ ไม่ขัดกฎหมายฉบับนี้หรือ ท่านครับ ในนี้ที่ท่านเสนอมานี่ ท่านประธานครับ เราจะเห็นหนี้ เห็นรายได้ เห็นการกู้ เห็นการลงทุน เห็นภาระเท่านี้ ไม่ใช่ภาระของราชการ เป็นภาระของรัฐบาล และที่สุดก็คือภาระของประชาชน ท่านครับ ฉบับนี้ท่านประธานครับ ผมพูดกับท่านประธานครับ ให้คณะกรรมาธิการสามัญ คณะที่ ๑๑ ดูหน่อยได้ไหมครับ คณะกรรมาธิการการเงิน การธนาคาร ต่อไปถ้ามาแค่นี้ต้องเข้าสู่คณะกรรมาธิการ คณะนั้นก่อน มันจะต้องดูรายละเอียดท่านครับ ทีนี้ในนี้มันควรจะมีอะไร ในนี้มันควรจะ รายงานภารกิจของกรมบัญชีกลางท่าน ไม่ใช่รายงานบัญชีอย่างเดียว ภารกิจในการจัด กระบวนการจัดทำงบประมาณอย่างไรครับ ท่านครับ มีกฎหมาย มีระเบียบใหม่เหมือนกัน ออกไม่กี่วันนี้เอง เดือนมีนาคม ๒๕๖๒ ท่านครับ ในนี้เป็นกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของกรมบัญชีกลาง ต่อจากนี้ไปผมจะพูด บนพื้นฐานของกระดาษแผ่นนี้ ข้อ ๒ กรมบัญชีกลางทำอะไรบ้าง ผมสนใจข้อ ๓ ท่านประธาน เขาบอกว่า ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและมาตรฐานจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ ท่านครับ ตรงนี้ถามหน่อย พอท่านไปดูอีกอันหนึ่ง ข้อ ๑๖ หน้า ๘ กองระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐและราคากลาง หลายฟังก์ชัน (Function) หลายกระทรวงไปลงงาน ในจังหวัดนั้น ท่านไปเปิดดูนะครับ ราคาลูกรังต่างกันเลย และมาตรฐานราคากลาง มันคืออะไร ถ้าสมมุติค่างาน ๑๐๐ บาท ภาษี ๗ บาท กำไรมาตรฐาน ๑๐ บาท โครงการนี้ มันควรจะเป็น ๑๑๗ บาท ใช่ไหมครับ แล้วมันจะฮั้วกันอย่างไร ต่อไปนี้บอกว่าเรามียาวิเศษ และอีบิดดิง (e-Bidding) ใครดูแล อธิบดีของท่านเองดูแล ถ้าเกิดว่าผมรู้โดยญาณวิเศษว่า ใครเคาะต่ำสุดในนาทีสุดท้าย และผมลดไปอีกไม่กี่บาทผมก็ได้งานนั้นไป เพราะมาตรฐานว่า ต่ำสุดให้คนนั้น เอ๊ะ ทำไมผมพูดเรื่องนี้ มันเป็นภารกิจของท่าน เอาจังหวัดผมเลยนะครับ ท่านครับ โครงการใหญ่ย้ายศาลากลาง ๔๐๐ กว่าล้านบาท ของท่านบิด (Bid) เหลือ ๓๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้ทิ้งงาน แต่บริษัทที่ทิ้งงานได้งานอีกเยอะแยะ ทิ้งงานกรมนี้ ไปเอากรมนี้ มันประเทศไทยหรือเปล่า แล้วทุจริตใครทุจริต แล้วใครรับผิดชอบตรงนี้ ก็ไปบิด (Bid) กันมาขนาดนั้น บิด (Bid) เสร็จแล้วนะเอาไปขายต่อ คุณสมบัติของคนที่จะไป ต่อสู้ราคากัน ไปบิด (Bid) กันต้อง ๑. บริษัทถูกต้องไม่ฮั้วเข้าไปเสนอราคาถูกต้อง ไปซื้อ ใครซื้อไม่รู้ อยากจะรู้ต้องอย่างไรที่เขาว่าผมไม่ได้รู้เรื่อง ผมเป็นผู้รับเหมา แต่ว่าเทคนิค ดีเท่ากันหมดบิด (Bid) ได้ บทผลงานมี ได้งานแล้วไปขายให้กับบริษัทที่ไม่มีคุณสมบัติเลย ขายแล้วรับเงินตรงจากกรมจากหน่วยงานอีก ใครรับผิดชอบตรงนี้ นักการเมืองหรือ หรือใคร ที่ผมพูดพูดด้วยความสบายใจเพราะว่าต่อไปนี้ไม่ได้แล้ว อันนี้ต้องเข้า คณะกรรมาธิการสามัญท่านประธาน รายงานต่อสภา คณะกรรมาธิการสามัญเป็นกิจการ รัฐสภา เอาเข้าตัวนี้ก่อน ไปบอกกล่าวกันก่อนเสร็จแล้วค่อยมาคุยในนี้ คือกระบวนการได้มา ซึ่งกระดาษแผ่นนี้หรือฉบับนี้ ในนี้ต้องพูดถึงกระบวนการจัดทำงบประมาณ วันนี้ข้อบังคับ เขียนใหม่ เมื่อก่อนคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณดูเฉย ๆ ว่ามันไปที่ไหน ใช้เงิน อย่างไรตามนี้ แต่วันนี้ไม่ใช่ เปลี่ยนเป็นว่า จัดทำ ติดตาม กระบวนการจัดทำงบประมาณ ต้องดูด้วย ท่านครับปฏิทินงบประมาณท่านรู้ดีกว่าคนอื่น เดือนนี้ถึงเดือนนี้ทำอะไร ใครตรวจสอบ ใช่ไหมครับ ผ่านไปที่สุดแล้วกรมบัญชีกลาง แล้วก็สำนักงบประมาณ แล้วมาแสตมป์ตามด้วย ครม. ๓ หน่วยงานสุดท้าย คนอนุญาตสุดท้าย แต่เวลาเกิดปัญหา เรื่องไม่พอใจจะต้องยุบต้องเลิก ไปด่าคนขอ ผมจะพูดแทนศาลหน่อยหนึ่ง ที่กรณี บ้านป่าแหว่ง ศาลไม่ใช่เป็นเจ้าของพื้นที่นะ ขอที่ดินทหาร ทหารก็ไม่ใช่ว่าขอจากป่าไม้ วัน ๒ วัน ขอมาหลายสิบปี ได้มาถูกต้องแล้วยื่นคำขอขอบ้านพัก เพราะว่าตั้งสำนักงาน แล้วเป็นอย่างไรต่อ ก็เริ่มขอจัดตั้งเริ่มไปเริ่มมาจนสุดท้ายกรมบัญชีกลางก็เห็นด้วย ครม. อนุมัติเงินไปที่ศาล ศาลก็ต้องหาคู่สัญญามาก่อสร้าง ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ฝ่ายธุรการศาลหรือ หรืออยู่ที่ผู้อนุมัติ ถ้าศาลต้องรับผิดชอบ หมายความว่าถ้าต้องหยุดข้าราชการประจำส่วนนั้นต้องใช้หนี้ ภาษาที่นิ่มนวลมากของ สตง. เพื่อบรรเทาความเสียหายงบประมาณ อย่างนั้นผู้ใช้จ่ายเพื่อบรรเทาก็ใช้หนี้ไป ๑๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ก็ใช้ไป แต่ ป.ป.ช. ว่าอย่างไร เมื่อรับสภาพทางแพ่งแล้วก็ต้องรับสภาพ ทางอาญาด้วย ไล่ออกกันเต็มหมดเลย ฝ่ายตรวจสอบก็ไม่ได้ประสานกัน ผมขอต่ออีกหน่อย ขอนิดเดียว ลืมไปบอกว่าขอเวลาน้อยไปหน่อย ถ้าไม่ต่อมันจะไม่โยง ผมกำลังจะชี้ว่า วันนี้จากนี้ไปรัฐธรรมนูญเปลี่ยน กฎหมายเปลี่ยน การตรวจสอบต้องเปลี่ยน พวกนิติบัญญัติ เราก็จะเปลี่ยน ท่านครับ มีหลายอย่างทำไม่ได้ ผมยืนยันทำไม่ได้ เช่นว่ากฎหมายวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลจะต้องมารายงานทุก ๓ เดือน เรื่องการปฏิรูปประเทศเขียนว่าอย่างนี้ต้องปฏิบัติตามนี้ แต่ทำได้หรือไม่ ไม่ได้ อันนี้มันก็ต้องแก้ ท่านประธานครับ เราคงจะมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง แต่ว่าวันนี้จะจากกันตรงที่ว่ารัฐธรรมนูญเปลี่ยนแล้ว สาระบัญญัติในรัฐธรรมนูญบังคับ หลาย ๆ อย่าง เพราะเข้าใจว่านักการเมืองจะมาเป็นอย่างไร ผมว่าเอาละเขียนอย่างนี้ ตายแล้วใครจะมาทำงานได้ วันนี้อยากมาเป็นเอง นรกมีจริง ถ้าเขียนกฎหมายกันอย่างนี้ ท่านครับ จะออกกฎหมายวิธีการงบประมาณอย่างไร ถ้าวินัยการเงินเป็นแบบนี้ ผมพูด ทั้งหมดผมชี้ว่าเมื่อเรามาอยู่ในเวทีนี้ร่วมกัน ในยุทธศาสตร์ของประเทศขณะนี้เราต้องมี วิธีการที่ว่าสามัคคีถักทอความคิดของฝ่ายตรวจสอบ ของกรมบัญชีกลางนี่สำคัญสุดเลย
ท่านสงวนสรุปเลยครับ
สรุปว่าผมขอให้กรมบัญชีกลางจัดตั้ง สำนักงานราคากลางระดับภูมิภาคเพื่อให้มันทุจริตน้อยลง ถ้าเกิดว่าความผิดต้องเอา คณะกรรมการราคากลางของหน่วยงานมาดูก่อนตั้ง ๑๐๐ บาท ฟันกันเหลือ ๔๕ บาท แล้วยังไปขายต่อได้อีกมันตั้งอย่างไรครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสุรทิน พิจารณ์ ขอไว้ ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธาน ผมขอเวลานิดเดียว เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังกรมบัญชีกลางนะครับ เมื่อดู งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่า หนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน หนี้สิน ๖ ล้านล้านกว่าบาท ทรัพย์สิน ๑.๘ ล้านล้านบาท สิ่งนี้ผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นผู้แทนราษฎรบ้านนอกเพิ่งได้เห็นงบของ ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ เป็นที่ตกอกตกใจมากท่านประธานครับ เราเป็นหนี้มากขนาดนี้หรือ ยังชื่นชมอยู่ว่าบ้านเราในน้ำมีปลาในนามีข้าว แต่มาดูฐานะการเงินแล้วปรากฏว่าเราติดลบ อันนี้ดูแบบพื้น ๆ อันที่ ๑
อันที่ ๒ เมื่อวกไปถึงที่ดูของรัฐวิสาหกิจที่ทางรัฐบาลควบคุมแล้วก็ถือหุ้น ร้อยเปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ มีทั้งหมดหลายรัฐวิสาหกิจ ด้วยกัน แต่ผม สุรทิน พิจารณ์ ในฐานะพรรคประชาธิปไตยใหม่ อยากจะตั้งคำถามเลยว่า มันมีรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่อยากถามว่าได้กำไรหรือไม่ที่รัฐบาลไปถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างเช่น อันที่ ๑ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ผมเข้าใจว่าในสมัยสงครามเวียดนาม ท่านประธานครับ มีรถกระบะติดด้านข้างว่า ร.ส.พ. ในสมัยสงครามเวียดนามพวกเรา เป็นเด็กอยู่จังหวัดยโสธร อยู่อีสาน รถตัวนี้ส่งมาก เพราะว่าตอนนั้นเกิดสงครามเวียดนาม มีค่าย จีไอ (GI) อยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร อยู่ที่จังหวัดยโสธรก็ดี อยู่ภูหมูวิ่งไปส่งบ่อยมาก ปรากฏว่ารัฐบาลถือหุ้นขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกปีจะต้องไป ตั้งงบประมาณให้ ๑,๒๘๓,๘๓๖,๕๐๖.๓๓ บาท จึงอยากเรียนถามไปทางท่านประธาน ผ่านไปที่กรมบัญชีกลางว่า สิ่งนี้เป็นจริงหรือไม่นะครับว่าเราต้องมาตั้งงบประมาณ ต้องมาเลี้ยงคน จริง ๆ แล้วผมเคยเป็นคณะทำงานยุบหน่วยงานนี้ไปแล้ว แต่ว่ามาปรากฏในบัญชี ของกรมบัญชีกลาง จึงมีข้อสงสัยว่ายุบหรือไม่ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ถ้าไม่ยุบกำไรขาดทุนเป็นอย่างไร ทำไมทุกวันนี้ยังไม่เห็น หน่วยงานนี้ รัฐวิสาหกิจนี้อยู่ในแผ่นดินไทย ทำไมมันมีเงินขึ้นมาอย่างนี้ อันนี้คำถามที่ ๑
อีกคำถามหนึ่ง คือผ่านท่านประธานไปที่กรมบัญชีกลาง คือองค์การ ฟอกหนัง ที่ทุกปีจะต้องตั้งงบประมาณ ๘๔ ล้านกว่าบาท ท่านประธานครับ มันได้กำไร ขาดทุนอย่างไรองค์การนี้ อันนี้อันที่ ๒
อันที่ ๓ ท่านประธานครับ มีองค์กรหนึ่งที่ตั้งขึ้นมา มีรัฐวิสาหกิจขึ้นมาใหม่คือ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย อันนี้ต้องใส่เงินเข้าไปปีละ ๘๕๙,๔๒๓,๘๕๘.๘๕ บาท ทุกปี อยากกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปที่กรมบัญชีกลางว่ากำไรขาดทุนเป็นอย่างไร และรัฐวิสาหกิจนี้รับผิดชอบสังคมเป็นอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ๓ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจนี้เราได้ถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ดูแล้วถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย เป็นทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขาดทุน เข้าใจว่า ขาดทุน แล้วก็ขาดทุนทุกปีมาด้วย อย่างเช่น ร.ส.พ. ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก กราบเรียน ท่านประธาน รถวิ่งผ่านหน้าโรงเรียนประจำไปส่งสินค้า แต่ทุกวันนี้ไม่มี ไม่เห็นเลย หรือว่า เปลี่ยนเป็นรถยี่ห้อใหม่แล้ว ยังเหลืออยู่ แต่ปรากฏในบัญชีขึ้นมา อยากกราบเรียนถาม เหมือนกันว่า ถ้าเป็นไปได้เสนอไปยังรัฐบาลว่ายุบทิ้งได้ไหม เอามารับผิดชอบทำไม เงิน ๑,๒๘๓ ล้านกว่าบาททุกปี ๆ ถ้ามาบริหาร หรือว่ามาใช้จ่ายในทางด้านการศึกษา ทางด้านสุขภาพของประชาชนมันน่าจะดีกว่านี้ใช่หรือไม่ คือกราบเรียนถามผ่านท่านประธาน ไปยังกรมบัญชีกลางว่า ถ้าเป็นไปได้เรายุบได้ไหม มีหลายรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๙ รัฐวิสาหกิจ ท่านประธานครับ ๔๙ รัฐวิสาหกิจ แต่ดูแล้วทรัพย์สิน เหล่านั้นมีกำไร ผ่านสายหูสายตามีกำไร ถือหุ้น ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ๘๔ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็พอมองเห็น แต่ ๓ องค์กรนี้มันมองไม่เห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองของเราหรือไม่ หรือว่าเป็นตัวดูดงบประมาณของพวกเราซึ่งมีน้อยนิดอยู่แล้ว ที่ผมกราบเรียนนั้นว่า เรามีหนี้ ๖ ล้านล้านบาท ทรัพย์สินหมุนเวียนแค่เกือบ ๒ ล้านล้านบาทนี้ ติดลบแล้วใช่ไหม พวกเรามาเป็นผู้แทนราษฎร เป็นลูกน้องท่านประธาน ที่จะเอาปัญหา เอาเงิน เอาฐานะ ความมั่นคงของประเทศไทยไปพูดให้คนไทยทุกคนฟัง พูดให้กับพี่น้องจังหวัดยโสธรให้ฟังว่า เรามีสถานะแข็งแกร่งอย่างนี้ใช่ไหม จะได้พูดให้ฟังนะครับ นี่คือกราบเรียนถามไป
สุดท้ายครับ ท่านประธานนิดเดียวครับ สุดท้ายอยากกราบเรียนถามไว้ว่า ในด้านบัญชีบอกว่าแสดงฐานะของรัฐบาลไทย แต่อยากกราบเรียนถามว่าถ้าเป็นเงิน ขององค์กรอิสระจะอยู่ในบัญชีนี้หรือไม่ เรียนถามตรง ๆ อย่างนี้ผ่านท่านประธาน ไปที่กรมบัญชีกลาง ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านบอกว่าการแสดงบัญชี ไม่ชัดเจน คนที่มาเป็นผู้แทนราษฎรก็มาหลายที่ต่างกัน ความรู้ไหลมาจากหลายด้าน พอมาเห็นอย่างนี้ถ้าหากไม่ถามก็ไม่รู้ ท่านประธานครับ ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจะต้องถาม พอกลับไปบ้าน กลับไปจังหวัดยโสธร กลับไปที่อีสาน จะต้องตอบคำถามพี่น้องประชาชนว่า ประเทศไทยแข็งแกร่งจริงหรือไม่ท่านประธาน เพราะฉะนั้นคำถามที่ผมถามมา ๓-๔ หัวข้อ คือองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ องค์การฟอกหนัง บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสุดท้ายคือเงินองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่ในบัญชีนี้หรือไม่ ที่แสดงฐานะ ให้ฟัง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมถามมาทั้งหมดคือเป็นสิ่งที่พี่น้องได้ถามมาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งประชาธิปไตยใหม่อยากทราบจริง ๆ ว่าสิ่งที่ในบัญชีนี้ คำถามนี้เป็นจริงหรือไม่ ผ่านท่านประธานไปที่กรมบัญชีกลาง ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณนะครับ เจ้าหน้าที่ รวมไว้ตอบตอนหลังก็ได้นะครับ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา ขอเชิญท่านต่อไป ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้เวลาท่านสมาชิกเพื่อพูดคุยถึงเรื่องรายงานของกรมบัญชีกลางฉบับนี้ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณทางกรมบัญชีกลางและทาง สตง. ที่ได้ดำเนินการในการนำเสนอรายงานฉบับนี้ ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรา ๗๕ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ซึ่งถ้าเทียบฉบับนี้กับฉบับก่อน ๆ ก็จะเห็นได้ว่ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลายประการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของเงื่อนเวลา เพราะว่าการตรวจบัญชีของ สตง. ในอดีตนี้ มักจะส่งมายังสภาล่าช้า ใช้เวลา ๒ ปีเป็นอย่างน้อยโดยเฉลี่ย แต่ฉบับนี้ท่านสามารถทำได้ภายในเวลาที่กำหนด ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๕ ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็น พ.ร.บ. ใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการมีรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มีการตั้งหมวดหนึ่งขึ้นมาว่าด้วย หมวดวินัยการเงินการคลัง แล้วก็มีการเสนอให้ออกกฎหมายเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังขึ้นมา เพราะเล็งเห็นว่ารัฐบาลของเราทุกวันนี้ในรอบ ๒๐ ปี มักจะมีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่ค่อย คำนึงถึงภาระที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงได้มีการตราไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ว่าจะต้อง มีการออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งก็ใช้เวลา ๑๐ ปีด้วยกันในการตรากฎหมายนี้ แล้วก็เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปีที่แล้วนี้เอง เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้มีสิ่งที่ควร แก่การที่จะต้องดูแลอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สตง. เมื่อมีการตรวจบัญชีของกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลังก็พึงที่จะต้องเปิดดูกฎหมายฉบับนี้ว่ามีข้อบัญญัติประการใดบ้าง แล้วก็ตรวจว่ารัฐบาลหรือกระทรวงการคลังได้ดำเนินการตามที่บัญญัติหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการกำหนดสัดส่วนต่าง ๆ ของการใช้จ่าย เช่น ในมาตรา ๑๑ มีการระบุถึง สัดส่วนงบประมาณรายจ่ายต่าง ๆ ว่างบกลางก็ดี หรืองบชำระหนี้ หรือผูกพันก็ดี มีการกำหนดอย่างไร หรือว่าในเรื่องของสัดส่วนเกี่ยวกับหนี้สินและเรื่องของรายจ่าย การชำระหนี้ก็มีการระบุไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เช่นกันว่าให้กระทรวงการคลังได้มีการประกาศ ออกมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเห็น สตง. ได้ดำเนินการต่อไปในการตรวจสอบ ปีต่อ ๆ ไปก็คือเอากฎหมายวินัยการคลังฉบับนี้เป็นหลัก แล้วก็ไล่ทีละมาตราว่า กระทรวงการคลังท่านได้ดำเนินการสอดคล้องหรือไม่ แล้วก็มาเขียนในรายงานฉบับนี้ เพื่อที่เพื่อนสมาชิกและประชาชนจะได้รับทราบว่าในเรื่องของวินัยการคลังเราได้มีการปฏิบัติ อย่างเคร่งครัดมากน้อยเพียงใด สำหรับเรื่องของเนื้อหาที่ท่านนำเสนอก็อยากจะขอเรียน ข้อคิดเห็นว่า ผมยังมีความคิดว่าท่านยังยึดติดอยู่กับความเป็นนักบัญชีมากเกินไป ทำให้ การอ่านหรือการดูข้อมูลในนี้จะเข้าใจยาก แล้วก็รายการต่าง ๆ เหล่านี้มักจะมีสิ่งที่ขัดแย้งกัน ตัวอย่างเช่น ท่านดูในหน้าที่ ๑ ของหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง งบแสดงผล การดำเนินงานทางการเงิน ซึ่งแสดงว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ มีการขาดดุล คือรายได้ สูงกว่ารายจ่าย ๓๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านดูในท้ายของจดหมายฉบับเดียวกัน คือในหน้า ๖ ที่ท่านรองปลัดลงนามมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในตารางสุดท้าย ที่ว่านี้ท่านจะโชว์ว่ามีรายรับสูงกว่ารายจ่าย ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าเป็นคน ที่ไม่มีความรู้ทางด้านการเงินการคลังมาเปิดดูในหนังสือฉบับนี้ก็จะเกิดความสับสนว่า มันเป็นอย่างไรกันแน่ รัฐบาลมีการขาดดุลหรือมีการเกินดุลกันแน่ เพราะว่าในเอกสาร เดียวกันท่านโชว์ทั้ง ๒ ด้าน ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องทางเทคนิค ผมก็ไม่อยากที่จะลงรายละเอียด มากไป แต่เป็นสิ่งที่อยากจะให้ท่านได้พยายามที่จะให้เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่สามารถ เป็นที่เข้าใจได้ว่า ตกลงแล้วรัฐบาลได้มีการดำเนินฐานะการคลังอย่างไร เพราะว่าฐานะ การคลังเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญมาก สำคัญไม่เฉพาะแต่ภายในกระทรวงการคลัง ที่จะใช้ในการบริหารงบประมาณเท่านั้น หรือบริหารการใช้จ่ายและรายได้เท่านั้น แต่มีความหมายไปถึงเรื่องของระบบตลาดเงิน ตลาดทุน เขาก็จะดูว่ารัฐบาลได้ทำงาน ทางด้านการเงินการคลังอย่างมีความรับผิดชอบแค่ไหน ขณะเดียวกันนักลงทุนต่าง ๆ ก็จะดู ตรงนี้ด้วย เพราะว่าถ้าเกิดประเทศไหนรัฐบาลขาดความมีวินัย อย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับ หลาย ๆ ประเทศ แน่นอนอนาคตก็จะเกิดการล่มสลายของระบบ แล้วก็ทำให้เกิด การไหลออกของเงินทุน อันนี้คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นมากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำ จึงไม่ควรคำนึงแต่เฉพาะงานดำเนินการของท่านเท่านั้น แต่ควรจะให้เป็นข้อมูลที่นำไปสู่ การวิเคราะห์การทำงานของรัฐบาล แล้วก็นำไปสู่การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจด้วย เพราะว่า สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการไปมีผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลมีสัดส่วนถึง ๑ ใน ๕ ของเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นเวลาที่เศรษฐกิจถดถอยหรือร้อนแรงเกินไป ตัวหลักเลยก็คือ รัฐบาล เพราะฉะนั้นถ้าเกิดท่านมีข้อมูลที่ดี ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนก็จะเป็นประโยชน์ต่อการ บริหารเศรษฐกิจได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง เพราะว่าถ้าเกิดรัฐบาลไม่มีวินัย แล้วก็มีการก่อหนี้มากจนทำให้อนาคตมีปัญหาได้ก็จะเป็นอีก ตัวเลขหนึ่งที่นักลงทุนก็ดี หรือนักวิเคราะห์เศรษฐกิจก็ดีจะพยายามติดตามดู น่าเสียดาย ที่ท่านไม่ได้ทำรายงานนี้ในเอกสารหลัก เพราะเอกสารหลักท่านปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ ที่ว่าจะต้องมีการแสดงงบการเงิน แสดงงบเงินสด งบดำเนินการเท่านั้น แต่เรื่องของตัวเลข หนี้ท่านไปซ่อนอยู่ในหมายเหตุ พอไปซ่อนในหมายเหตุก็จะไม่มีรายละเอียดให้เห็นให้ชัดเจน จริง ๆ แล้วเรื่องของหนี้ท่านเขียนไว้เยอะในหมายเหตุเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอ ให้ท่านได้เพิ่มตารางเกี่ยวกับเรื่องของหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้ในประเทศซึ่งเดี๋ยวผมจะมี ข้อคิดเห็นอีกหลายประการที่จะขออนุญาตนำเรียนเสนอ
ในรายงานของท่านผมก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขที่ปรากฏมันเอาไปใช้ วิเคราะห์ไม่ได้เลย เหตุที่เอาไปใช้วิเคราะห์ไม่ได้เลยเพราะมันมีการบวกตัวเลขแบบที่ภาษา บัญชีเขาเรียกว่า ดับเบิลเคานต์ (Double Count) เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลข เงินนอกงบประมาณ ตัวเลขที่มันเป็นเพียงทางผ่านของเงินรายได้แผ่นดินหรือเงินรายจ่าย แผ่นดิน แล้วถ้าเกิดไปบวกอยู่ในรายรับ อยู่ในรายจ่ายรวม ซึ่งอันนี้ในทางการวิเคราะห์ ก็จะทำให้เราไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นฝากท่านไปดูว่า มีวิธีการไหนที่จะลบการมีดับเบิลเคานต์ (Double Count) หรือมีการบวกตัวเลขซ้ำซ้อน อย่างที่มีปรากฏนะครับ
อีกประการหนึ่ง ที่อยากจะขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกต แล้วเมื่อสักครู่ก็ได้คุย กับเจ้าหน้าที่หลายประการด้วยกัน เจ้าหน้าที่ก็จะบอกว่าเป็นเรื่องนโยบาย ถ้านโยบายสั่งมา เขาก็จะดำเนินการ แต่ทีนี้เมื่อนโยบายไม่มีเขาก็ได้แค่นี้ ตัวอย่างเช่น ในหน้าเกี่ยวกับ เรื่องของแสดงฐานะการเงินที่ สตง. ได้ตรวจแล้ว ในหน้า ๔ ท่านแสดงเงินสด และรายการ เทียบเท่าเงินสดว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณปี ๒๕๖๑ มีเงินสดถึง ๖๔๔,๐๐๐ ล้านบาท คำถามคือ ทำไมต้องมีเงินสดมากขนาดนี้ จริงอยู่ในอดีตท่านจะต้องมีการกู้เงินระยะสั้นเพื่อที่จะรักษา วงเงินคงคลัง แต่เวลานี้กฎหมายเปลี่ยนแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องไปกู้เงินในลักษณะนั้นแล้ว เพราะฉะนั้นคำถามคือทำไมท่านต้องสะสมเงินสดไว้มากขนาดนี้ ขณะที่เรามีหนี้สินอยู่ถึง จำนวน ๔-๕ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามอย่างไรที่จะลดภาระ หนี้ลงไป เพราะว่าในปี ๒๕๖๑ นี้เอง ตัวเลขในรายงานนี้ท่านก็เขียนว่าเรามีภาระในการ ชำระหนี้ถึง ๑๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตฝากไปยังกรมบัญชีกลางว่ามีวิธีการไหน หรือไม่ที่ท่านจะทำงานในเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างคนที่บริหารหนี้กับคนที่บริหาร เงินคงคลังให้อยู่ด้วยกัน แล้วก็ใช้หลักของธุรกิจ ก็คือทำอย่างไรถึงจะให้หนี้มันไม่เป็นภาระ ก็คือลดหนี้ให้เหลือเท่าที่จำเป็น เพราะว่าจริง ๆ แล้วใน พ.ร.บ. วินัยการคลังก็มีเขียนเอาไว้ ในมาตราหนึ่งว่าท่านพึงที่จะใช้คำว่า ต้อง ต้องรักษาเงินคงคลังให้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่มีมาก อย่างที่มีปรากฏอย่างนี้ อันนั้นก็ประการหนึ่งที่จะขออนุญาตเรียนเสนอ
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการก่อหนี้ อย่างปี ๒๕๖๑ ท่านมีการก่อหนี้ ถึง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุล ในการก่อนหนี้นี้วิธีการก็คือ ท่านออกพันธบัตรเป็นหลัก แต่ปรากฏว่าประชาชนที่อยากจะซื้อพันธบัตรโดยเฉพาะ พันธบัตรออมทรัพย์ท่านออกน้อยมาก ในจำนวนเงิน ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ออกไป มีพันธบัตรที่ให้ประชาชนซื้อเพียงแค่ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แทบจะบอกว่า แย่งกันซื้อ เพราะว่าประชาชนเอาไปฝากแบงก์ แบงก์ก็กดดอกเบี้ยไว้ต่ำ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะขอฝากไปยังกระทรวงการคลังว่าในการออกพันธบัตรต่อ ๆ ไป ขอได้โปรด ออกให้กับประชาชนให้มาก แล้วเหลือเท่าไรจึงจะให้กับแบงก์ เพราะการที่ออกให้แบงก์ เท่ากับถือเป็นการเปิดทางให้แบงก์ไม่ต้องปล่อยกู้กับประชาชน แบงก์ทำตัวเป็นเสือนอนกิน รับเงินฝากจากจากประชาชนดอกเบี้ยต่ำ ๆ แล้วก็มาซื้อพันธบัตรจากท่าน สิ่งที่เราอยากเห็นคืออยากจะให้แบงก์ปล่อยเงินกู้กับเอกชน วิธีการก็คืออย่าให้เขามาซื้อ พันธบัตรมากเกินไป แต่ทุกวันนี้ท่านเปิดทางให้เขาซื้อพันธบัตรเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ส่วนน้อย ก็มาให้กับประชาชน อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะเรียนฝากไว้ให้ท่านได้ช่วยปรับปรุงนโยบายนะครับ
อีกประการหนึ่งที่อยากจะขอเรียนในเรื่องของหนี้ ทุกวันนี้เราก็มีหนี้ ต่างประเทศอยู่อาจจะไม่มากนักก็ตาม แต่ก็เป็นหนี้ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่มีกับ เอดีบี (ADB) หรือเวิลด์แบงก์ (World Bank) หรือ ไจก้า (JICA) ก็ตาม หนี้เหล่านี้ก็มีดอกเบี้ย ปรากฏว่าดอกเบี้ยทุกวันนี้มันสูงกว่าดอกเบี้ยที่เรากู้จากภายในประเทศ อย่างเช่นพันธบัตร ที่เมื่อสักครู่ผมกล่าวถึงนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านกู้เงินโดยการออกพันธบัตร ดอกเบี้ย แค่ ๑.๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่ท่านไปกู้เงิน เอดีบี (ADB) เมื่อปี ๒๕๖๑ ดอกเบี้ยถึง ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ และผมก็เชื่อว่าหนี้ต่างประเทศที่เราถืออยู่ดอกเบี้ยต้องสูงกว่านี้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอยากจะขอเรียนนำเสนอว่าท่านน่าจะต้องไปเสนอนโยบายในการปรับโครงสร้าง หนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยภาวะการเงินปัจจุบันที่ประเทศไทยมีเงินตราต่างประเทศ ไหลเข้ามามาก แบงก์ชาติขณะนี้มีปัญหาเรื่องของการต้องดูดซับสภาพคล่องโดยการออก พันธบัตร แล้วก็เอาเงินไปลงทุนต่างประเทศซึ่งก็ได้ดอกเบี้ยต่ำอีก มิฉะนั้นแล้วเงินบาทก็จะมี การแข็งค่าขึ้นมากกว่านี้อีก แล้วก็เดือดร้อนกับผู้ส่งออก เพราะฉะนั้นทางออกทางหนึ่ง ก็อยากจะเรียนเสนอว่ากระทรวงการคลังน่าจะได้ประสานงานกับแบงก์ชาติ ก็เป็นประโยชน์ กับแบงก์ชาติเองว่าไม่ต้องไปออกพันธบัตรเพื่อดูดซับ แต่เอาเงินส่วนที่ท่านไปเป็นหนี้อยู่ ไปคืนเขาเสีย คืนหนี้ต่างประเทศเหล่านี้ ๑. เป็นการลดแรงกดดันต่ออัตราแลกเปลี่ยน ๒. ก็คือเป็นการลดหนี้ของประเทศ ท่านประกาศได้เลยครับว่าประเทศไทยจะไม่มีหนี้ ต่างประเทศ อันนี้จะเป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะมีความภาคภูมิใจครับว่าเราไม่มี หนี้ต่างประเทศอีกต่อไปนะครับ ถ้าท่านสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้
ขณะเดียวกันสิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอต่อไป ก็คือเรื่องของ การใช้เงินคงคลัง ผมอยากจะให้ สตง. ได้ช่วยดูแลเรื่องนี้ เพราะว่าในรายงานของท่าน ท่านรับรองงบโดยไม่ได้ให้ข้อท้วงติงหรือให้เงื่อนไขแต่ประการใด ทั้งที่ในอดีต สตง. เคยท้วงติงในเรื่องของการดูแลเกี่ยวกับเรื่องของที่ราชพัสดุว่าได้มีการตราราคาที่อาจจะ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนี่คืออดีต แต่งบฉบับนี้ปรากฏว่า สตง. ท่านไม่ทำหน้าที่นี้เลยครับ เวลาที่เราไปดูผู้สอบบัญชีภาคเอกชนเขาจะมีการตั้งข้อสังเกตหรือมีการรับรองอย่างมีเงื่อนไข ถ้าเกิดเขาเห็นว่าอะไรที่มันไม่ถูกไม่ต้องนะครับ ในกรณีนี้ก็เช่นกันครับผมอยากจะเห็น สตง. ได้ทำหน้าที่นี้ในการไปตรวจสอบและท้วงติงรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของวินัยการคลัง อย่างเช่น เมื่อสักครู่ผมกล่าวถึงเรื่องของการใช้เงินคงคลัง อันนี้เป็นสิ่งที่กระทรวงการคลังเอง ก็เดือดร้อนมาตลอด เพราะว่าสำนักงบประมาณท่านไม่ตั้งงบให้เลยต้องไปเดือดร้อนไปใช้เงิน คงคลัง ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยหวัดเบี้ยบำนาญที่จ่ายให้กับข้าราชการที่เกษียณอายุก็ตาม หรือค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ ปรากฏว่า กระทรวงการคลังไม่ได้รับงบประมาณที่เพียงพอ เพราะสำนักงบประมาณไม่ได้ตั้งให้ก็เลยต้อง ไปใช้เงินคงคลัง ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถประเมินได้นะครับ ผมอยากจะเห็น สตง. ในฐานะ ที่เป็นองค์กรอิสระได้ท้วงติงรัฐบาลว่าจะต้องมีการตั้งงบนี้ให้เพียงพอ มิฉะนั้นแล้วก็ต้องมา เบียดบังเอางบในปีต่อ ๆ ไปโดยการมาตั้งงบชดใช้เงินคงคลัง แล้วก็ปรากฏว่าในงบปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา งบที่จ่ายในปี ๒๕๖๒ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่เป็นการใช้เงินอย่างที่ว่านี้ ก็ไม่ได้มีการตั้งใช้ให้เพิ่งจะมาตั้งใช้ในปี ๒๕๖๓ ที่จะเข้าในเดือนหน้า อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ของภารกิจที่ผมอยากเห็นทางกระทรวงการคลังร่วมมือกับ สตง. ได้โปรดช่วยกันพิจารณา ที่จะให้งบอันนี้ของท่านเป็นงบที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงนะครับ จริง ๆ แล้วยังมีรายละเอียดอีกหลาย ๆ ประการในงบนี้ แต่เพื่อที่จะไม่ให้เสียเวลา ท่านสมาชิกผมก็ขออนุญาตที่จะนำเสนอแต่เพียงเท่านี้ แต่ว่าอยากจะขอฝากท่านเป็น ประการสุดท้ายว่า ตาม พ.ร.บ. วินัยการคลัง มาตรา ๘๕ ท่านจะต้องทำงบ คอนโซลิเดต (Consolidate) คอนโซลิเดต (Consolidate) ก็หมายถึงว่าเป็นงบที่ไม่ได้คำนึง หรือรวมทำ เฉพาะแต่รายได้รายจ่ายที่กระทรวงการคลังดูแลในบัญชีเงินคงคลังเท่านั้น แต่จะต้อง หมายรวมถึงการใช้จ่ายต่าง ๆ ของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐที่ต้องครอบคลุมที่เรียกว่า พับลิก เซกเตอร์ (Public sector) เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเห็นท่านได้เตรียมการในเรื่องนี้ เพราะว่าในกฎหมายเขียนไว้ว่าภายในเวลา ๓ ปี นี่ก็ผ่านไปปีครึ่งแล้วผมไม่แน่ใจว่าท่านทำไป ถึงไหน แต่ว่ามันเป็นภารกิจที่ใหญ่หลวงมาก ผมไม่อยากเห็นท่านทำผิดกฎหมายข้อนี้ เพราะผมจะคอยมาติดตามดูแลว่าเรื่องของ คอนโซลิเดเต็ด พับลิก แอคเคานต์ (Consolidated public account) ท่านได้มีการเตรียมการไว้แค่ไหน เพราะอันนี้จะเป็น เครื่องมือสำคัญที่เราจะเห็นได้ว่ารัฐบาลไทยได้มีข้อมูลทางการคลังที่โปร่งใส แล้วก็ตรวจสอบได้อย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณมากครับ
มีท่านสมาชิก ท่านณัฐวุฒิ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ หลายคนตำหนิมีความขี้เหร่ มีความไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องแก้ไข แต่มีมาตราหนึ่งที่จะต้องดำรงต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อรัฐบาลต่อประเทศชาติ ต่ออนาคตลูกหลานของเราในอนาคต นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๒ ผมขออนุญาต อ่านครับ มาตรา ๖๒ ในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ มาตรา ๖๒ บัญญัติไว้อย่างนี้ว่า รัฐต้องรักษา วินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและจัดระบบภาษี ให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม ดังนั้นมาตรา ๖๒ จึงเป็นที่มาของกฎหมายฉบับสำคัญฉบับนี้ครับ ก็คือพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ ซึ่งรายงานฉบับนี้อ้างถึงไว้เช่นเดียวกันครับ อ้างถึงไว้ในหนังสือหน้า แรกว่าตามนัยมาตรา ๗๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๕ วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า กระทรวงการคลังต้องรายงานวินัยการเงินการคลัง ภายใน ๒๑๐ วัน ไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ท่านประธานดูหนังสือสิครับ หนังสือ ลงวันที่ ๒๓ เมษายน นั่นหมายความว่าครบ ๗ เดือนพอดี ๒๑๐ วัน นับตั้งแต่ เดือนตุลาคมมาถึงเดือนเมษายน เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้เป็นที่มาของความโปร่งใส การป้องกันการก่อหนี้ของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นภาระของลูกหลานของเราในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ปี ๒๕๖๑ มาตราที่สำคัญ มาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๙ มาตรา ๙ บัญญัติไว้อย่างนี้ว่า คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด วรรคสอง ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบาย การคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงิน การคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับความคุ้มค่า และภาระการเงิน การคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ วรรคสุดท้าย คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการ แผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ของประเทศและประชาชนในระยะยาว ท่านประธานที่เคารพครับ ลองดูงบประมาณ ตามรายงานฉบับนี้นะครับ ปี ๒๕๖๑ เปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๐ ตามตารางหน้าแรกผมเอา ปี ๒๕๖๑ ก็แล้วกันนะครับท่านประธาน รายได้จัดเก็บได้ ๒,๖๖๖,๘๓๓ ล้านบาท รายจ่าย ๒,๙๒๙,๕๙๔ ล้านบาท รายจ่ายสูงกว่ารายได้ นั่นหมายความว่าขาดดุลงบประมาณไป ๓๒๒,๙๑๑ ล้านบาท นั่นคืออะไรครับ นั่นคือต้องไปกู้ครับ ดูต่อไปครับท่านประธานครับ ดูรายงานหนี้สินครับ หนี้สินปี ๒๕๖๑ มีหนี้สิน ๖,๐๒๙,๒๓๖.๙๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๖๐ ๕๔๕,๘๙๕.๔๘ ล้านบาท หรือร้อยละ ๙.๙๖ หนี้สินเพิ่มขึ้น มาดูฝั่งทรัพย์สินครับ ทรัพย์สินสุทธิปี ๒๕๖๑ มีทรัพย์สินสุทธิ ๑,๘๐๔,๖๓๔.๙๙ ล้านบาท ลดลงครับ เมื่อสักครู่หนี้สินเพิ่มขึ้น แต่ทรัพย์สินลดลงครับ ลดลงไปจากปี ๒๕๖๐ เหลือเพียง ๒๕๔,๔๓๕.๔๖ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๒.๓๖ คำถามก็คือว่า ในมาตรา ๙ นี้ครับ มาตรา ๙ เราได้ควบคุมดูแล ในเมื่อเราจัดเก็บได้น้อยลง แต่โครงการต่าง ๆ กลับเพิ่มมากขึ้น และเข้าข่ายมาตรา ๙ หรือไม่ ใครจะเป็นผู้ทักท้วงไปยังรัฐบาลครับ กระทรวงการคลัง เหล่านี้เป็นภาระของประเทศชาติทั้งหมดนะครับ ใครจะเป็นผู้กำกับดูแลในส่วนตาม มาตรา ๙ นี้ครับ
คำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมฟังท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ผมเปิดดูหลายครั้งแล้วก็ปวดหัวอย่างยิ่งเลยเพราะอะไรครับ ประเด็นเดียวกับ ท่านดอกเตอร์พิสิฐเลยครับ ในเมื่อมันขาดดุล ดูรายได้ปี ๒๕๖๑ ขาดดุล แต่ไปดูสรุป กลับเป็นสรุปไว้ว่า รายรับสูงกว่ารายจ่ายเป็นผลให้เงินคงคลังเพิ่มขึ้น จำนวน ๑๐๙,๖๗๘ ล้านบาท ในเงินคงคลังที่มันเพิ่มขึ้น อยากจะถามว่ามันรวมทั้งเงินกู้อยู่ใน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไหม มันรวมไว้ด้วยหรือไม่นะครับ
คำถามต่อไป ตารางแรกเช่นเดียวกันครับท่านประธาน รายได้ในส่วนที่ ๒ เงินนำส่งกำไรและเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจลดลงไปปี ๒๕๖๑ ลดลงไป ๕,๒๒๓.๙๘ ล้านบาท แต่ไปดูรายละเอียดครับว่ามันลดลง รัฐวิสาหกิจที่จ่ายเงินลดลงมีอะไรบ้างครับ ในหน้า ๒ ข้อที่ ๒ (๒) เงินนำส่งกำไรและเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจ จำนวน ๑๕๗,๐๔๑.๔๒ ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ๕,๒๒๓.๙๘ ล้านบาท คิดเป็น ๓.๒๒ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้และเงินปันผลลดลงโดยส่วนใหญ่เป็นของการยาสูบแห่งประเทศไทย อันนี้รับได้ครับ เพราะรายได้เขาลดลงแน่ การท่าเรือแห่งประเทศไทยยังไม่แน่ใจนะครับ การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ปตท. ครับ ท่านดอกเตอร์กนกเพิ่งกล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ขนาดรัฐบาลแล้วทำไมยังส่งเงินกำไรเข้าเป็นรายได้รัฐน้อยลงครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอใช้เวลาแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพิเชษฐ์จะขออภิปรายใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาเพียงไม่เกิน ๗ นาที อยากจะขอท้วงติงทางกรมบัญชีกลางว่า รายงานของท่านมันมีข้อเปรียบเทียบกับ สสส. นี่นะครับ เขาก็เสนอรายงานมาเหมือนกัน แล้วท่านเป็นหน่วยงานที่ควบคุมการเงินของประเทศ แล้วตรวจบัญชีทุกปี ท่านทำมา เพียงแค่นี้ ท่านให้ใครอ่านครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ไปติดตาม ไม่ได้รู้เรื่อง ในรายละเอียดของท่าน อันนี้ผมก็เอาไปพูดต่อกับพี่น้องประชาชนไม่ได้ สสส. เขายังอุตส่าห์ ทำแผ่น ซีดี (CD) แนบท้ายมาเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น จะได้ไปทำความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนให้มากขึ้นได้ ท่านคิดว่าที่ท่านทำมานี้เข้าสู่มาตรฐานการเงินการคลังแน่นอน ใช่ครับ ท่านทำแค่หมายเหตุ ทำไมท่านไม่ทำเป็นภาคผนวกแนบท้ายเข้ามา เงินตั้ง ๒-๓ ล้านล้านบาท แค่ทำภาคผนวกอีกสัก ๑๐๐ หน้า ๒๐๐ หน้า แนบให้พวกเราเพื่อจะได้ ไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ ปีหน้าช่วยเอารายละเอียด ท่านบอกว่ามันเยอะเกินไปรายละเอียด ผมไม่ใช่นักการเงิน ผมอยากจะเรียนรู้ อยากจะรู้ว่า เงินของประเทศที่เราเป็นเจ้าของประเทศท่านใช้เงินเราอย่างไร ทำรายละเอียดเป็นแผ่น ซีดี (CD) หรือรายละเอียดทางโซเชียล (Social) ส่งมาเราจะได้ส่งต่อให้พี่น้องประชาชน ได้ศึกษางบประมาณของประเทศได้ คณะปฏิวัติอยู่มา ๕ ปี ถึงวันนี้งบดุลขาดดุลอยู่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะมาก ปีหน้าก็จะ ขาดดุลอีก ท่านบอกว่ารายจ่าย ๒,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้ ๒,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่ำกว่าเป้า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ท่านไปกู้มา ๘๙๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้มาใช้ กู้มาจ่าย เป็นเงินเดือนของพี่น้องข้าราชการหน่วยงานท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อให้มีเงินเดือนใช้ตลอดทั้งปี ผมถามท่านว่าบัตรประชารัฐ บัตรคนจน ๑๔ ล้านคน เดือนละ ๕๐๐ บาท ต่อเดือน ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒ เดือน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่าท่านเอาเงินส่วนไหน ในงบประมาณของประเทศเอามาทำโครงการนี้ตอบผมด้วยนะครับ แล้วถามต่อไปว่า กรมบัญชีกลางได้ทำวิจัยหรือไม่ ได้ศึกษาหรือไม่ว่า ๑๔ ล้านคน แล้วจะเพิ่มเป็น ๑๘ ล้านคน ที่จะเป็นคนจนของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ท่านได้วิจัยไหมว่ามันคุ้มค่ากับความเสี่ยงต่อความ เสียหายทางการเงินการคลังของประเทศหรือไม่ ท่านตอบมาตรง ๆ โครงการนี้สมควรทำต่อ หรือไม่ ในเมื่อกู้ปีละ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็เอามาแจกให้พี่น้องประชาชนทุกปี ประมาณการ ผมไม่ทราบรายละเอียดท่านตอบด้วยว่าเงินโครงการนี้ตกลงมันเริ่มต้นอย่างไร แล้วมันจบ อย่างไร แล้วมันจะไปต่ออย่างไร ปี ๒๕๖๓ ได้วางงบประมาณไว้เท่าไร ช่วยตอบผมด้วย วันนี้ ชนชั้นกลางหรือคนที่เสียภาษีเขาห่วงใยว่ารัฐบาลชุดนี้จะแจกต่อไป คุณควรจะให้มัน มีเหตุผลมากกว่านี้ นี่เสียงชนชั้นกลางที่เขาไม่สบายใจต่อภาวะการเงินการคลังของประเทศ ว่าจะล่มสลายอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อย่างไรช่วยตอบผมด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญผู้แทนจากกระทรวงการคลังครับ กรมบัญชีกลางชี้แจงได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ จะขอกล่าวเรียนอย่างนี้ว่า ดิฉันจะตอบ ในส่วนของกรมบัญชีกลาง แล้วก็จะมีผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แล้วก็กรมธนารักษ์นะคะ ของท่านศิริกัญญา ต้อง ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำของท่าน ในเรื่องของการจัดทำรายงานการเงิน แต่อยากจะ กราบเรียนว่าในการจัดทำรายงานการเงินของแผ่นดินเราจัดทำตามมาตรา ๗๕ ซึ่งรายงานการเงิน แผ่นดินนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเงินคงคลัง ในส่วนที่กรมบัญชีกลางดูแลคือเรื่องการ รับจ่ายเงินคงคลัง แล้วก็ส่วนที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังได้ทำหน้าที่แทนรัฐบาล เช่น กรมธนารักษ์ สคร. แล้วก็ สบน. ดังนั้นตัวมาตรฐานที่เราเอามาใช้นั้นเราจัดทำขึ้น เพื่อให้เหมาะกับกิจกรรมทางการเงินการคลังของภาครัฐในประเทศไทย ส่วนรายงานการเงินรวม ของภาครัฐที่จะรวมของทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือแม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลต่าง ๆ จะมีการจัดทำการเงินรวม ภาครัฐ ซึ่งได้เสนอ ครม. เมื่อต้นเดือนเมษายน เพราะว่ามาตรา ๗๗ นั้น กำหนดให้ กระทรวงการคลังจัดทำรายงานการเงินภาครัฐเราใช้วิธีการคอนโซลิเดต (Consolidate) งบการเงิน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เสนอแก่ ครม. ไม่ได้ถูกส่งมาที่สภา มีเฉพาะรายงาน การเงินแผ่นดินเท่านั้นที่เสนอเข้าสู่สภา ดิฉันกราบเรียนว่าตัวหมายเหตุประกอบงบการเงิน ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้ให้ข้อเสนอแนะนะคะ ทางกรมบัญชีกลาง ก็จะไปปรับปรุงในปีหน้าเพื่อให้รายละเอียดนั้นครบถ้วน
สำหรับในเรื่องของตัวกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่ทำแล้วไม่เกิดความยืดหยุ่น อันนี้ก็จะรับไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมายนั้นให้ยืดหยุ่น แล้วก็เหมาะสมกับข้อเท็จจริง
สำหรับในเรื่องของการจัดตั้งสำนักงานราคากลาง อันนี้ก็จะรับไปประสานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างนะคะ
ส่วนข้อมูลที่ท่านขอก็คือในเรื่องของผลบัตรสวัสดิการของรัฐก็จะขออนุญาต ส่งเป็นเอกสาร เพราะฉะนั้นในบางเรื่องต้องขออนุญาตส่งเป็นเอกสารนะคะ ขอบคุณค่ะ
มีผู้แทน กระทรวงการคลังจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ
สวัสดีค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉันก็ขอกราบขอบพระคุณในข้อห่วงใย แล้วก็ ข้อเสนอแนะของท่านด้วยนะคะ ในประเด็นที่เกี่ยวกับหนี้สาธารณะก็ขอเรียนชี้แจง เป็นภาพรวมแล้วกันว่าเรื่องหนี้สาธารณะถ้าตามนิยามของหนี้สาธารณะแล้วรัฐบาล มีการกำกับดูแลหนี้ของหนี้สาธารณะอย่างไรบ้างนะคะ ขอตอบเป็นนิยามแล้วกันว่า หนี้สาธารณะก็จะประกอบด้วยหนี้ที่รัฐบาลกู้ตรง อันนี้ก็จะเป็นหนี้ที่กู้เพื่อชดเชย ขาดดุล แล้วก็หนี้ที่รัฐบาลกู้ตรงมาเพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมต่าง ๆ หนี้เงินกู้ของหน่วยงานของรัฐ หนี้เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีทั้งที่รัฐบาลค้ำประกันแล้วก็ไม่ได้ ค้ำประกัน แล้วก็หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นภาคการเงินที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน ส่วนหนี้ ที่ไม่ได้นับเป็นหนี้สาธารณะก็จะมีหนี้ของ อปท. ที่ท่านศิริกัญญาได้เป็นห่วงนะคะ แล้วก็หนี้ ไฟแนนเชียล เซกเตอร์ (Financial sector) หนี้รัฐวิสาหกิจภาคการเงินที่กระทรวงการคลัง ไม่ได้ค้ำนะคะ หนี้สาธารณะเหล่านี้ก็ขอเรียนว่าเป็นหนี้ที่ใช้ในการใช้จ่ายเพื่อพัฒนาประเทศ ทั้งสิ้น เป็นการสร้างมูลค่า เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ส่งผลให้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเจริญเติบโตขึ้นดังที่เราเห็นว่าจากปี ๒๕๕๗ อยู่ประมาณสัก ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันก็เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ซึ่งก็เป็นส่วนที่ฟื้นฟู แล้วก็สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงนะคะ
ในส่วนของหนี้ที่เราไม่ได้นับเป็นหนี้สาธารณะก็จะขออธิบายว่าในส่วนนี้ คณะกรรมการวินัยการเงินการคลังตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ในมาตรา ๗๖ ก็กำหนดให้กระทรวงการคลังต้องรายงานหนี้พวกนี้ด้วยนะคะ ซึ่งถือว่าเป็นหนี้ภาครัฐ ให้คณะกรรมการรายงานต่อ ครม. เป็นระยะ ๆ เพื่อให้ทราบถึงหนี้ภาครัฐทั้งหมด
ในส่วนหนี้ของ อปท. ดิฉันก็จะขอกล่าวถึงเล็กน้อยว่าหนี้ อปท. ตามรัฐธรรมนูญไทยก็ได้กำหนดให้ อปท. มีอิสระในการบริหารจัดการบริการสาธารณะ แล้วก็การเงินการคลัง แล้วก็การกำกับดูแล อปท. ให้รัฐทำได้เท่าที่จำเป็น แล้วก็ยังมี กฎหมายจัดตั้ง พ.ร.บ. กระจายอำนาจอีกด้วย อปท. ก็จะมีอิสระในการบริหารจัดการ การเงินการคลังของตัวเอง มีความสามารถในการจัดเก็บรายได้ การใช้จ่ายงบประมาณ แล้วก็การกู้เงินเป็นของตัวเอง ดังนั้นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งแล้วก็สนับสนุน การกระจายอำนาจก็ไม่นับรวมหนี้ของ อปท. เป็นหนี้สาธารณะค่ะ
นอกจากนี้ก็ยังห้ามกระทรวงการคลังค้ำประกันรับผิดชอบชำระหนี้ของ อปท. ด้วยนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการสร้างวินัยในการก่อหนี้ของ อปท. แล้วก็วินัยทางการเงิน ของ อปท. มากยิ่งขึ้นนะคะ
สำหรับ อปท. คณะกรรมการนโยบายหนี้ก็ยังได้ออกหลักเกณฑ์การกู้เงินของ อปท. เพื่อให้มีวินัยด้วย โดยให้กู้เงินเพื่อโครงการลงทุนเท่านั้น แล้วก็กำหนดกรอบเพดาน การกู้เงินให้คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของ อปท. ด้วย อันนี้เป็นส่วนของ อปท. นะคะ ยังจะมีส่วนของรัฐวิสาหกิจภาคการเงินที่กระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกัน อันนี้เราก็ได้มี การรายงานไว้ในหนี้ภาครัฐด้วยเช่นเดียวกันนะคะ อันนี้เพื่อให้ทราบถึงภาพรวมของหนี้ ทั้งหมดของประเทศนะคะ
นอกจากนี้ขอเรียนถึงข้อเป็นห่วงหนี้เงินกู้ระยะยาวที่ไม่ได้มีการระบุถึงว่า ลูกหนี้คือใคร แล้วก็ให้กู้ต่อไปกับใครบ้าง ขอเรียนว่ากระทรวงการคลังนี้มีวัตถุประสงค์ ในการให้กู้ต่อเอาไว้นะคะ เนื่องจากว่ารัฐวิสาหกิจบางแห่งมีความจำเป็นต้องบริการ สาธารณะ พับลิก เซอร์วิส (Public service) ในส่วนที่ต้องเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ของประชาชน อย่างเช่น โครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. โครงการรถไฟทางคู่ต่าง ๆ เนื่องจากว่ากระทรวงการคลังสามารถกู้มาแล้วก็ให้กู้ต่อด้วยต้นทุนที่ถูก ถ้ากระทรวงการคลัง กู้ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าที่รัฐวิสาหกิจจะไปกู้เอง เนื่องจากว่าจะต้องมีต้นทุน ทางการเงินบวกเข้าไปด้วยนะคะ
นอกจากนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังเป็นห่วงเรื่องของกองทุนฟื้นฟู ที่กล่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทยชำระเงินต้นน้อยมากนะคะ ก็ขอเรียนว่าที่ผ่านมามีวงเงิน ที่เป็นหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินอยู่ที่ ๑.๓ ล้านล้านบาท ปัจจุบันเหลืออยู่ที่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการชำระคืนเงินต้นกับดอกเบี้ยไปแล้วตอนนี้ รวมกันทั้งสิ้นประมาณ ๖๓๗,๐๐๐ ล้านบาท นับจากวันที่มีการออกพระราชกำหนดให้ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมีอำนาจที่จะชำระหนี้เงินต้นและ ดอกเบี้ยเองตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ เป็นต้นไป โดยเฉลี่ยแล้วก็มีการชำระต้นเงินกู้ปีละ ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากเดิมที่ชำระปีละ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ก็จะเป็นการลดต้นเงินลง ทำให้ดอกเบี้ยที่จะชำระมีลดลงด้วยนะคะ เป็นการลดภาระงบประมาณแล้วก็ลดภาระของ ประชาชนทางอ้อมค่ะ
สำหรับข้อกังวลของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เนื่องจากว่าเงินสดปลายปีมีมาก ทำไมถึงไม่ใช้ในการชำระหนี้ ทางกระทรวงการคลังก็ขอเรียนว่าในส่วนของ สบน. ที่ดูแล งบประมาณที่กู้เพื่อชดเชยขาดดุลในแต่ละปีก็กำหนดไว้ ในปีที่ผ่านมาอย่างเช่น ในปี ๒๕๖๒ ได้กำหนดไว้ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ ให้มีการแคร์รีโอเวอร์ (Carry over) ออกไปใช้จ่ายในปีหน้าได้อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นเราจึงไม่ได้กู้เต็มจำนวน แต่ว่ากู้ให้สอดคล้องกับสถานะเงินคงคลังที่มีอยู่จริงนะคะ ดังนั้นในส่วนของเงินกู้เพื่อชดเชย ขาดดุล ทาง สบน. ก็ได้ดูแลอย่างเต็มที่นะคะ
ในส่วนของเรื่องของการออกพันธบัตร ทำไมถึงได้ออกให้ประชาชนได้น้อย ก็ขอเรียนว่า ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะก็ได้มีการกระจายโพรดักต์ (Product) ออกไปในหลาย ๆ รูปแบบให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและความต้องการที่เกิดขึ้นจริงนะคะ
ในส่วนของหนี้ต่างประเทศที่มีสูงนะคะ ขอเรียนว่าหนี้ต่างประเทศในขณะนี้ มีเพียง ๓.๒๒ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ทั้งหมดนะคะ โดยแบ่งเป็นที่ปิดความเสี่ยงแล้ว คือ เฮดจ์ (Hedge) แล้วประมาณครึ่งหนึ่งนะคะ ส่วนที่ยังไม่ได้ เฮดจ์ (Hedge) ประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือนี่เป็นเนเชอรัล เฮดจ์ (Natural hedge) นะคะ ก็คือการเป็นหนี้ที่สามารถ ใช้เงินตรา อย่างเช่น หนี้ของการบินไทย ยกตัวอย่างว่ามีรายได้เข้าเป็นเงินตราต่างประเทศ แล้วก็ออกเป็นเงินตราต่างประเทศ ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องบริหารความเสี่ยงทั้งจำนวนนะคะ
ในส่วนเงินกู้ต่างประเทศที่มีอยู่บ้างที่เห็นในหมายเหตุประกอบท้ายงบการเงิน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เฮดจ์ (Hedge) หมดแล้วนะคะ แต่ว่าก็ยังใส่แหล่งของเงินเอาไว้นะคะ ส่วนที่เหลืออยู่ที่ยังไม่ได้เฮดจ์ (Hedge) หรือว่าที่ยังมีวงเงินเป็นอัตราต่างประเทศ เนื่องจากว่า การกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศมีลักษณะที่ช่วยในเรื่องของการทรานส์เฟอร์ เทคโนโลยี (Transfer technology) นะคะ แล้วก็มีต้นทุนต่ำที่กระทรวงการคลังจะต้องพิจารณา แล้วก็มี ความร่วมมือประกอบด้วย แต่ขอเรียนว่าอย่างไรก็ดีสัดส่วนเงินกู้ต่างประเทศก็จะทยอยลดลง เรื่อย ๆ เนื่องจากว่ามีการทยอยคืนแล้วก็มีการป้องกันความเสี่ยงด้วยนะคะ จึงขอเรียนว่า ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ก็มีการดูแลหนี้สาธารณะได้อย่างสมกับที่ทางประชาชน เป็นห่วงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
มีเพิ่มเติมหรือไม่ครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ขอความกรุณาแนะนำชื่อตัวเองกับตำแหน่ง หน้าที่ เพราะว่าการประชุมนี้ต้องบันทึกเปิดเผย ต้องทราบว่าใครมาชี้แจงด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉัน ภูริวรรณ ทวีสิทธิ์ เลขานุการกรม จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจค่ะ ขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่านสุรทิน พิจารณ์นะคะ กรณีที่รัฐบาลถือหุ้นรัฐวิสาหกิจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กรณีของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปัจจุบัน ปตท. ยังมีการ ดำเนินกิจการอยู่ตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ซึ่งตัวเลข ๘๐๐ กว่าล้านบาท ในหมายเหตุ ประกอบงบการเงิน หมายเหตุที่ ๑๐ หน้า ๑๗ เป็นมูลค่าเงินลงทุนของรัฐบาลตั้งแต่เริ่ม กิจการ ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการก็ยังมีกำไรสุทธิอยู่ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ ๑๖ ล้านบาท แล้วก็ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ ๑๐๒ ล้านบาท แล้วรัฐบาลก็ไม่ได้มีการใส่เงินงบประมาณเพิ่มเติมแต่อย่างใด
ส่วนในกรณีขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ แล้วก็องค์การฟอกหนัง ปัจจุบันได้มีการยุบเลิกกิจการไปแล้ว แล้วก็มูลค่าที่ปรากฏอยู่ในเอกสารงบการเงิน ไม่ใช่เงิน งบประมาณที่รัฐบาลต้องลงไปในแต่ละปี แต่เป็นมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่เริ่มกิจการ แล้วก็มีการ ประกอบกิจการเรื่อยมาจนถึงระยะหนึ่งที่องค์กรทั้ง ๒ แห่งนี้ ขาดทุนติดลบ มีทุนติดลบ แล้วก็ ณ วันยุบเลิก แล้วปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการชำระบัญชีค่ะ
ส่วนในกรณีข้อซักถามของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ที่กังวลในเรื่องของ เงินนำส่งรายได้และเงินปันผลของรัฐวิสาหกิจลดลง ขอเรียนดังนี้นะคะ ในส่วนของ การท่าเรือแห่งประเทศไทย จริง ๆ แล้วถ้าเรามองดูของปี ๒๕๖๑ เหมือนเงินนำส่งจะลดลง แต่เราเรียกนำส่งในปี ๒๕๖๐ เพิ่มขึ้น แล้วก็ในปี ๒๕๖๑ การท่าเรือแห่งประเทศไทย การนำส่งที่ลดลงไม่ได้จากกำไรที่ลดลงของการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่เป็นการขอทยอยนำส่ง เพื่อรักษาสภาพคล่องในการที่จะต้องเอานำไปลงทุน
ในส่วนของการไฟฟ้านครหลวงก็เช่นเดียวกับของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่ในปี ๒๕๖๐ เราเรียกนำส่งเพิ่มเติมจนทำให้ดูเหมือนว่าในปี ๒๕๖๑ มีการนำส่งรายได้ ลดลง
ในส่วนของ ปตท. ปตท. ถ้าเรามองดูว่าปี ๒๕๖๑ นำส่งรายได้ลดลง จริง ๆ แล้วเป็นผลมาจากการที่ ปตท. ขอนำส่งรายได้เหลื่อมปีเท่านั้นเองค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ทางกระทรวงการคลังมีชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีเห็นท่านสาทิตย์ติดใจอะไรครับ เมื่อสักครู่นี้ มีอะไรซักถามครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมได้ตั้งใจ ที่จะฟังในเรื่องของรายงานการเงินแผ่นดินนี้ตั้งแต่ต้น แล้วก็จะดูว่ามีประเด็นซึ่งตัวเองสนใจ อยู่ในการอภิปรายด้วยหรือไม่นะครับ แต่ก็พบว่าบางเรื่องยังไม่มี แล้วก็อยากที่จะตั้ง ข้อสังเกตกับแสดงความเห็นเอาไว้บางเรื่อง
ในเรื่องแรกที่ตั้งข้อสังเกต ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเห็นด้วยกับเพื่อน สมาชิกที่บอกว่า เอกสารทางการเงินฉบับนี้เป็นฉบับที่สำคัญ ๑ ใน ๒ ฉบับ นอกเหนือจาก พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีซึ่งจะเข้าในเดือนหน้า เพราะฉะนั้นการชี้แจง ต่อสภาในบางเรื่องนั้นผมมีข้อสังเกตที่จะเสนอกับท่านประธานว่า บางเรื่องจะคาบเกี่ยวไปถึง เรื่องของเชิงนโยบายด้วย ในปีถัดไปถ้าเป็นไปได้เราก็ควรที่จะมีการแจ้งทางรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องได้มาอยู่ในสภานี้เพื่อตอบข้อซักถามในบางเรื่องด้วย ทั้งนี้เพราะว่าฝ่ายของ ข้าราชการประจำนั้นอาจจะชี้แจงได้เฉพาะข้อเท็จจริงในบางเรื่องเท่านั้น แต่ประเด็น ที่คาบเกี่ยวกับเชิงนโยบายนั้นท่านเองก็อาจจะอยู่ในฐานะที่ยังไม่สามารถที่จะชี้แจงได้
ในส่วนประเด็นข้อที่ ๒ ที่ผมอยากจะอภิปรายไว้ในเรื่องของรายงาน การเงินแผ่นดินฉบับนี้ก็คือว่า การให้ตัวเลขของทางฝ่ายราชการในเรื่องของตัวเลข ทางเศรษฐกิจทั้งหลาย ผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีการคำนึงถึงผลของการที่มีการแถลง ออกมาโดยค่อนข้างที่จะรอบคอบพอสมควร ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังว่า วันนี้เราเห็นรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้ออกมา ถ้าเราไปดูฝั่งรายได้เราจะพบสิ่งที่มีอยู่ในรายงานว่าตัวรายได้ที่มาจากภาษีอากรนั้นเพิ่มขึ้น แต่รายได้นำส่งจากรัฐวิสาหกิจนั้นลดลง แต่ถ้าย้อนกลับไปดูในช่วงครึ่งปีแรกที่มีการแถลง ผมไปเจอข่าวที่แถลงโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งพูดถึงแผนการจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ท่านไปแถลงเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ ก็คือบอกว่า รัฐวิสาหกิจกับหน่วยงานอื่นมีรายได้มากกว่าประมาณการ แต่หน่วยงานหลักเก็บภาษีรายได้ ต่ำกว่าเป้า แต่เวลากลับมาสู่รายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้ซึ่งเป็นตัวเลขที่จัดเก็บได้จริง มันกลับด้านกัน ประเด็นของผมก็คือว่าการแถลงตัวเลขต่าง ๆ นั้นผมคิดว่ามีความสำคัญ ต่อการวางแผนในเชิงของทั้งภาครัฐเอง และในส่วนของภาคธุรกิจทั้งหลายด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้น่าที่จะได้มีการสอบทานกันระหว่างหน่วยงานรัฐให้เกิดความชัดเจน ที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมานี้ก็เป็นเพียงแต่ดูจากข่าวกับดูตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น อันนี้ก็เป็น ประเด็นซึ่งอยากจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้กับหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะทางฝั่งกระทรวงการคลังด้วย แต่ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะอภิปรายในรายงานฉบับนี้ก็เป็นเรื่องของเงินนำส่งกำไร และเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ที่ท่านรายงานนั้นเงินรายได้ นำส่งและปันผลจากรัฐวิสาหกิจนั้นอยู่ที่ประมาณ ๑๕๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งลดลง เมื่อสักครู่นี้ทางฝ่ายของกระทรวงการคลังก็ได้ลุกขึ้นชี้แจงบางประเด็นไปแล้ว แต่ประเด็น ที่ผมจะอภิปรายกับท่านประธานก็คือว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้นั้น เคยมีการพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเอาไว้ในหลายปีมาแล้วครับ เพราะว่า รัฐวิสาหกิจนั้นใช้เงินลงทุนที่ไปจากรัฐ แล้วเป็นเงินลงทุนที่ใส่ลงไปค่อนข้างจำนวนมากมาย มหาศาลมาก แต่ผลกำไรที่เกิดจากสัดส่วนต่อการลงทุนนั้นมันเป็นประเด็นที่เกิดคำถาม ตลอดมาว่ามันคุ้มค่าต่อการลงทุนมากน้อยเพียงใด ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกว่า ในตัวรายงานการเงินแผ่นดินในปีต่อ ๆ ไปอาจจะต้องมีรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ฝั่งรายได้ที่มันสำคัญ เพราะว่าการต่อสู้แข่งขันทางด้านการเมืองทุกครั้งมักจะมีการนำเสนอ นโยบายที่ใช้เงินรายจ่ายจากงบประมาณของรัฐจนชาวบ้านมักจะถามบ่อยว่านโยบายทางฝั่ง รายได้นั้นเป็นอย่างไร เรื่องภาษีอากรเป็นเรื่องหนึ่งครับ แต่เรื่องของเงินรายได้นำส่งจาก รัฐวิสาหกิจเป็นประเด็นที่สำคัญ ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่ารายละเอียดในเล่มนี้มันค่อนข้างน้อย สผ ๒๒/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ภิรญา ๕๐/๒ ทีนี้เงินนำส่งรายได้ซึ่งลดลงผมมีประเด็นข้อสังเกตบางเรื่องซึ่งผมคิดว่าสำคัญมากก็คือว่า ในบรรดารัฐวิสาหกิจซึ่งมีกันอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าแห่งของประเทศไทย มีอยู่ ๓-๔ แห่ง ซึ่งนำส่งเงินรายได้สูงสุด มีประเด็นน่าสังเกตอย่างนี้ครับ อันดับ ๑ ของหน่วยงานที่นำส่ง เงินรายได้เข้ารัฐในช่วงที่มีการแถลงตอนประมาณ ๑-๒ ปีที่ผ่านมากลายเป็นสำนักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลครับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นรัฐวิสาหกิจอันดับ ๑ ซึ่งนำส่งเงินรายได้ต่อรัฐบาล พอ ๆ กันก็น่าจะเป็น ปตท. คำถามผมมี ๒ ข้อ ๑. ปตท. มีการคาดหมายว่าผลกำไรในปี ๒๕๖๒ น่าจะอยู่ที่ประมาณ ๑.๓๗ แสนล้านบาท ในปี ๒๕๖๑ น่าจะอยู่ที่ประมาณ ๑.๒๙ แสนล้านบาท นำส่งเงินรายได้เข้าแผ่นดินในตัวเลข พอ ๆ กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สลากกินแบ่งรัฐบาลปัจจุบันเราเพิ่มต่อจำนวนงวด เพิ่มมากขึ้นอยู่ที่ประมาณ ๙๐ ล้านฉบับ คนไทยถือคนละใบมากกว่าจำนวนคนนะครับ ปัจจุบันนี้ที่พิมพ์กันอยู่ ประเด็นมี ๒ ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือ ปตท. ที่กำไรแสนกว่าล้านบาท แต่นำส่งเงินรายได้เท่านี้ เกิดอะไรขึ้น ประเด็นนี้จะนำมาซึ่งเรื่องของประเด็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งน่าที่จะต้องคุยกันเยอะ แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ในที่นี้ กับประเด็นที่ ๒ ก็คือการที่มีการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดหนึ่งถึง ๙๐ ล้านฉบับ ทางที่ดีก็คือเงินกำไรนั้นนำส่งเป็นรายได้รัฐได้สูงมาก แต่คำถามย้อนกลับมา ก็คือว่า ประเทศไทยควรจะดีใจกับการนำส่งเงินรายได้ของรัฐที่สูงมากจากสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือไม่ มันเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่รัฐควรส่งเสริมหรือไม่ ในทางหนึ่งเราบอกว่า ๙๐ ล้านฉบับ เพิ่มขึ้นมาแต่ละงวด เพื่อลดปัญหาราคาสลากกินแบ่งที่มันสูงขึ้น เพราะมีการเอาไปเก็งกำไร แต่ว่ายิ่งพิมพ์ราคาไม่ได้ลดลงนะครับ เงินนำส่งรายได้รัฐสูงขึ้นก็จริง แต่ในทางหนึ่งมันนำไปสู่ ประเด็นในเชิงนโยบายสาธารณะว่าเราควรส่งเสริมสิ่งเหล่านี้หรือไม่ แล้วเรื่องรัฐวิสาหกิจ เงินที่นำส่งเป็นรายได้เข้ารัฐอันดับสูง ๆ ก็มักจะมาจากกิจการในลักษณะผูกขาดทั้งนั้น จะเป็นการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็ดี จะเป็นตัว ปตท. เองก็ดี กิจการที่เกี่ยวกับไฟฟ้าก็ดี กิจการที่เกี่ยวกับประปาก็ดี เพราะฉะนั้นนี่เป็นประเด็นในเชิงของคำถามที่ย้อนกลับไปสู่เรื่อง ของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจทั้งสิ้น ผมอภิปรายเอาไว้ตรงนี้ เพื่อที่จะให้ทางฝ่ายนโยบายได้ รับทราบและอาจจะนำไปทบทวนในเรื่องนี้ เพื่ออย่างน้อยที่สุดเราได้กำหนดทิศทางของการ บริหารในเชิงนโยบายต่อรัฐวิสาหกิจที่ถูกต้องด้วย และในอีกทางหนึ่งก็ควรที่จะลงไปสำรวจ ตรวจสอบเรื่องของการนำส่งรายได้เข้ารัฐจากรัฐวิสาหกิจให้มีความถูกถ้วน แล้วก็คุ้มค่า กับเงินลงทุนที่ไปจากรัฐและเป็นเงินภาษีอากรของประชาชนมากขึ้นด้วย ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ พอสมควรแล้วกระมังครับ
ท่านประธานนิดหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ยังเหลือคำถามหนึ่งที่ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปกรมบัญชีกลางว่า เงินใช้จ่ายเงินขององค์กรอิสระอยู่ในบัญชีนี้หรือไม่ เพราะในรายงานบอกว่าเงินแผ่นดินนะครับ รายงานการเงินของแผ่นดินก็เลยสงสัย อยากกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปที่กรมบัญชีกลางว่า องค์กรอิสระไม่ว่าจะเป็น องค์กรต่าง ๆ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. อยู่ในบัญชีนี้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายครับ ขอบคุณครับ
ท่านพิสิฐ ไม่ติดใจแล้วนะครับ เอาสั้น ๆ นะครับ จะได้ตอบพร้อมกันทีเดียว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม เมื่อสักครู่ท่านผู้แทนจากสำนักบริหารหนี้สาธารณะได้ชี้แจง แต่ผมคิดว่าประเด็นที่ผมนำเสนอไม่ใช่ประเด็นที่ท่านตอบนะครับ ที่ผมเสนอเป็นประเด็น นโยบายว่ารัฐควรต้องดูแลในเรื่องของหนี้ต่างประเทศอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระหนี้ ที่เกิดขึ้น ขณะนี้เรามีหนี้อยู่ ๑๓๐,๐๐๐ ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ ๑๓๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเรากลับไปกู้เงินต่างประเทศซึ่งดอกเบี้ยแพงกว่าในประเทศ กู้ เอดีบี (ADB) ดอกเบี้ย ๓.๖ ในประเทศเรากู้ดอกเบี้ยแค่ ๑.๖ เอดีบี (ADB) ๓.๒ แพงกว่าตั้งเท่าตัวทำไมถึงไปกู้ ต่างประเทศ มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอีก วิธีการที่ท่านนำเสนอเรื่องของการเฮดจ์ (Hedge) อันนั้นเป็นเรื่องเทคนิคครับ แต่ว่าเรื่องนโยบายอยากจะฝากทางกระทรวงการคลัง ได้ช่วยดูแลการบริหารจัดการหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ให้มีทรัพย์สินคือเงินคงคลัง ซึ่งไม่ได้ ดอกเบี้ยพอกขึ้นมาอย่างมากมายแต่กลับมีหนี้มากขึ้น นั่นก็เรื่องหนึ่ง
อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของการขายพันธบัตรรัฐบาลให้ประชาชน ผมยังไม่เข้าใจว่า ทำไมท่านจึงไม่คิดอ่านที่จะให้ประชาชนได้ถือพันธบัตรมากกว่าที่เป็นอยู่ครับ
มีชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน อัญชลี ศรีอำไพ จากกรมบัญชีกลาง ตอบคำถามท่านสุรทิน พิจารณ์ นะคะ คือเงินขององค์กรอิสระก็รวมอยู่ในรายงานการเงินแผ่นดินค่ะ เพราะเราถือว่าเราจ่ายจากเงินคงคลัง ก็รวมเป็นรายการรายจ่ายจากงบประมาณ ซึ่งกระทรวงการคลังนั้นให้เป็นเงินอุดหนุนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล จากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กราบขอบพระคุณท่านพิสิฐที่ได้ให้ข้อสังเกต ๒ เรื่องด้วยกัน คือเรื่องการกู้เงินต่างประเทศว่า ให้พิจารณาต้นทุนการกู้เงินประกอบด้วย แล้วก็ในเรื่องของการออกบอนด์ (Bond) ก็เห็นควร ให้มีข้อเสนอในเรื่องของการออกเซฟวิงบอนด์ (Saving bond) ให้ประชาชนมากยิ่งขึ้นค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เป็นอันว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานการเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ เรียบร้อยแล้ว นะครับ ขอบคุณผู้แทนกระทรวงการคลังครับ เชิญครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๓ รับทราบรายงานตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ ประจำปี ๒๕๖๑ นอกจากนั้นยังมีรายงานว่ามีข้อจำกัดของระบบ ขอถามว่าข้อจำกัดของระบบบัญชีจ่ายนั้น มีสาเหตุมาจากอะไรครับ และยังมีรายงานว่ายอดรวมค่าใช้จ่ายในปี ๒๕๖๑ ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กระทรวงการคลังกำหนด แสดงว่ายอดรวมค่าใช้จ่าย ในหลายปีก่อนหน้านั้นก็ไม่ถูกต้องด้วยใช่ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อไปในหน้า ๑๗๓ ย่อหน้าที่ ๒ ครับ ทำไม กองทุนจึงมีการใช้จ่ายเงินเกินกรอบอนุมัติวงเงินถึง ๒๕๘ ล้านบาท ทำไมการใช้จ่ายเงิน เกินกรอบอนุมัติจึงไม่ขออนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนให้เป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ผิดกฎหมายนะครับ และในย่อหน้าที่ ๓ ในหน้าเดียวกัน ทำไมกองทุนจึงมียอดภาระผูกพัน เงินอุดหนุนโครงการสูงถึง ๔,๔๙๐ ล้านบาท แต่ยอดรวมทรัพย์สิน ท่านดูในหน้า ๑๗๖ นะครับ ยอดรวมทรัพย์สินมีเพียง ๑,๘๒๙ ล้านบาท แสดงว่ากองทุนนั้นมีหนี้สินล้นพ้นตัวใช่หรือไม่
ต่อมาครับ กองทุนได้รับหนังสือจากกรมสรรพากร ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๗๒๓/๕๗๗ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้กองทุนดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงินให้เป็นไป ตามหนังสือกรมสรรพากร ทำไมกองทุนจึงไม่ดำเนินการใด ๆ ครับ และทำไมในเดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ กองทุนจึงเปลี่ยนรูปแบบสัญญาจากเดิมเป็นสัญญาตัวแทน แล้วหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงินเฉพาะส่วนของค่าตอบแทนเท่านั้นครับ ซึ่งไม่เป็นไปตาม หนังสือของกรมสรรพากร ในกรณีนี้อาจถือว่าเป็นการช่วยเหลือให้ผู้รับเงินหลบหนีภาษี หรือไม่ครับ ย้ำ หลบหนีภาษีหรือไม่ครับ ดังนั้นครับท่านประธานที่เคารพ ผมขอให้ ท่านประธานสั่งให้กองทุนส่งสำเนาหนังสือกรมสรรพากร ด่วนที่สุด กค ๐๗๒๓/๕๗๗ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ผมที่สภาเพื่อประกอบการ พิจารณาต่อไปครับ
ท่านประธานครับ ในหน้าต่อไป ในหน้า ๑๗๔ ย่อหน้าแรก ทำไมข้อตกลง ดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพจึงมีสัญญาเป็น ๒ ลักษณะครับ คือสัญญาจ้างทำของ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๗ และสัญญาตัวแทนตามมาตรา ๗๙๗ มันแปลว่าอะไรครับ แปลว่าเป็นการปฏิบัติสองมาตรฐานหรือไม่ และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเงินหลบหนี ภาษีหรือไม่ ทำไมต้องมีสองมาตรฐาน ช่วยจดคำถามและตอบด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านประธานสั่งให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ส่งสำเนาหนังสือกรมสรรพากร ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๗๑๐/๖๖๑๑ ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ผมที่สภาเพื่อประกอบการพิจารณาว่า จะมีใครมีความผิดอาญา ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ครับ เมื่อพิจารณาจากประเด็นต่าง ๆ แล้วผมมีข้อห่วงใยว่า กองทุนจะสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้อย่างไรครับ ถ้ามีปัญหาจากหนี้สินล้นพ้นตัว และมีการดำเนินงาน โดยช่วยเหลือผู้รับเงินให้หลีกเลี่ยงการเสียภาษีให้แก่รัฐ ดังนั้นกองทุน ควรเสนอให้รัฐบาลยกเลิกกองทุนหรือหยุดดำเนินงานกองทุนหรือไม่ครับ
ท่านประธานครับ ในหน้าต่อไปครับ ท่านสมาชิกโปรดดูในหน้า ๒๐๓ กรมสรรพสามิตมีหนังสือ ด่วน ที่ กค ๐๖๑๕/๓๐๒๕๖ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ แจ้งว่ากองทุนมีภาระต้องคืนเงินค่าแสตมป์ยาสูบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๒๕๔ ล้านบาท คำถามคือจะเอาเงินที่ไหนมาคืน แล้วจะคืนอย่างไรครับ ให้หน่วยงานใดระหว่าง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด และจะต้อง ไปไล่เบี้ยเรียกคืนเงินจากผู้รับเงินอย่างไรครับ ท่านประธานครับ กรณีการคืนเงินให้ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ได้มีระบุไว้ตั้งแต่หน้า ๒๐๓-๒๐๕ ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นผมจึงขอให้ท่านประธานได้สั่งให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินส่งสำเนาเอกสารที่ระบุในรายงาน และเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ผมที่สภาเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านหมอบัญญัติครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส กระผมได้อภิปรายเพื่อประกอบข้อสังเกตให้หน่วยงาน สสส. หรือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพที่ได้มารายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งทางหน่วยงานของ สสส. ได้ทำรายงาน ที่สวยงาม แล้วก็ละเอียด และที่สำคัญก็ศึกษาแล้วก็สามารถเผยแพร่ได้เป็นประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพ องค์กร สสส. นั้นเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุน สสส. หรือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพปี ๒๕๔๔ ซึ่งกฎหมาย พ.ร.บ. นี้ตั้งองค์กรนี้ ขึ้นมาก็เพื่อที่จะมีหน้าที่ในการริเริ่ม ในการผลักดัน ในการกระตุ้นสนับสนุนเพื่อขับเคลื่อน กระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยเป้าประสงค์ที่จะลดการเจ็บป่วย แล้วก็ลด การเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรเพื่อลดภาระทางด้านเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ โดยมีหลักการทำงานที่แตกต่าง ผมขอย้ำว่ามีความแตกต่างจากองค์กรทั่ว ๆ ไปที่เป็นองค์กร ที่ใหญ่เทอะทะ อาจจะไม่ใช่เรียกข้าราชการเนื่องจากอันนี้เป็นองค์กรที่ไม่ใช่หน่วยงาน ที่เป็นหน่วยงานรัฐบาลนะครับ เป็นหน่วยงานอิสระที่ตั้งขึ้นมา เป็นองค์กรที่เรียกว่า องค์กรภาคีเครือข่ายที่สามารถที่จะทำงานไปโดยขับเคลื่อนโดยร่วมมือกับบุคคลก็ได้ ร่วมมือกับกลุ่มบุคคลก็ได้ ร่วมมือกับองค์กรก็ได้ ในการสร้างเสริมสุขภาพของคนไทย ในส่วนนี้ผมได้อ่านรายงานของ สสส. แล้วมีประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าผมมีความเห็นที่แตกต่างคือ ท่านว่าท่านสร้างเสริมสุขภาพคนไทย แต่ในข้อเท็จจริงในประเทศไทยไม่ได้มีแต่คนไทย มีผู้ที่มาใช้แรงงานก็ดี นักท่องเที่ยวก็ดี หรือบุคคลที่มาทำภารกิจทางด้านอื่น ๆ ก็ดี เมื่อเขามาอยู่ในประเทศไทย เขาอาจจะไม่ใช่ คนไทย แต่ผมอยากจะให้ท่านเรียกว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศไทย ท่านก็คงจะต้อง มีหน้าที่ไปสร้างไปเสริมสุขภาพของเขาด้วย องค์กร สสส. นี้ได้เงินมาจากไหน กองทุนนี้ ได้เงินมาจากเขาเรียกว่า ภาษีบาป ภาษีบาปที่เกิดจากสุรา เกิดจากยาสูบหรือเรียกว่าบุหรี่ก็ได้ โดยหักเงินเพิ่มเติมจากผู้ผลิต ผู้นำเข้า สุราและบุหรี่ ๒ เปอร์เซ็นต์คือภาษีเข้ารัฐบาล กระทรวงการคลังเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ว่าหักภาษีจากบริษัทที่ผลิตและนำเข้าอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงินกองทุนที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ สสส. ภาษีบาปนี้ก็คงหวังว่าผลจากการที่ พี่น้องประชาชนที่เป็นคนที่อยู่ในประเทศของเราบริโภคสุรา แอลกอฮอล์ บริโภคยาสูบ หรือบุหรี่ ซึ่งมีผลเสียต่อสุขภาพดังที่เป็นที่ทราบกัน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำงบประมาณ ส่วนหนึ่งมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบจากบุหรี่ก็ดี สุราก็ดีโดยตรงนี้ ให้บรรเทาเบาบางลง แล้วก็ยังไปส่งเสริมสุขภาพที่เป็นปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะมีผลเพื่อทำให้ เกิดการเจ็บป่วยก็ดี ลดอายุขัยก็ดี บั่นทอนภาวะเศรษฐกิจของบุคคล ครอบครัว สังคมชุมชนก็ดี ให้ลดน้อยถอยลง ที่ผ่านมาต้องเรียนท่านประธานว่า องค์กร สสส. นี้เป็นองค์กรที่มีคุณูปการ เป็นอย่างยิ่ง เข้ามาทันยุคทันสมัยกับสถานะ หรือบริบทของสังคมที่โรคภัยไข้เจ็บ ได้เปลี่ยนแปลงไป จากที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องมาจากเชื้อโรค สมัยก่อนโรคภัยไข้เจ็บ ของประเทศไทยนั้นก็เป็นโรคติดต่อ เช่น โรคจากแบคทีเรียก็ดี โรคจากยุง ไข้เลือดออก ไข้เลือดออกตอนนี้ยังมี ยุงมาลาเรียก็ดี หรือโรคติดต่อ สมัยก่อนก็วัณโรค ซึ่งปัจจุบันก็ยังมี แต่ลดน้อยถอยลง จากซิฟิลิสต่าง ๆ ก็ดี หรือโรคเรียกว่าฝีดาษก็ดี โรคเหล่านั้นก็ได้เกิดลดน้อย ถอยลงจากความเจริญทางการแพทย์จากยาปฏิชีวนะ ปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บได้เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่รบราฆ่าฟันได้ยากยิ่ง นั่นก็คือเป็นโรคอันเนื่องจากพฤติกรรม โรคจากพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปคนเคลื่อนไหวน้อยลง คนออกกำลังกายน้อยลง ที่อยู่ที่อาศัยต่าง ๆ มันก็แออัดมากขึ้น พื้นที่สาธารณะในการ ออกกำลังกายน้อยลง อันนี้ก็เป็นเรื่องของพฤติกรรม ทั้งที่เป็นพฤติกรรมของบุคคล หรือเป็นพฤติกรรมที่ถูกสังคมกำหนด บริบทสังคมมันเปลี่ยนแปลงก็ดี เป็นโรคอันเนื่องจาก สิ่งแวดล้อม ในเมื่อคนมาแออัดมากขึ้นโรคอันเนื่องจากสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมการลงทุน ต่าง ๆ ที่จำเป็นจะต้องนำเม็ดเงินเข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศก็เกิดอุตสาหกรรม ก็มีโรค อันเนื่องจากสิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็นโรคอันเนื่องจากทั้งพฤติกรรม ทั้งสิ่งแวดล้อม ทั้งวิถีชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขเองซึ่งมีภาระหน้าที่หลัก รวมทั้งกระทรวงอื่น ๆ ที่มีหน่วยงานที่ดูแลทางด้านสุขภาพก็รับภาระนี้ไม่ไหว การตั้งงบประมาณในกระทรวงสาธารณสุขก็ดี หรือกระทรวงอื่น ๆ ก็ดี ที่จะดูแลเรื่องสุขภาพ มันก็จะเกินวงเงินเกินเพดาน ลำบากที่สำนักงบประมาณที่จะดูแล เพราะฉะนั้นองค์กรกองทุน สสส. จึงเป็นสิ่งที่มาเติมเต็มให้กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ กระทรวงต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพ เพื่อลดการเจ็บป่วย ลดการเสียชีวิต เพื่อลดภาระ เศรษฐกิจของสังคม ของครอบครัว ของชุมชนไปได้เป็นอันมาก สิ่งที่ผมจะอภิปรายเพื่อที่จะ ได้ฝากข้อสังเกตให้หน่วยงานของ สสส. ซึ่งท่านทำงานได้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าคงจะต้องมี ข้อสังเกตจากในฐานะที่เป็นบุคคลภายนอกนะครับว่า องค์กรของท่านนั้นจะต้องเลย ความเป็นองค์กรที่ให้ความรู้กับประชาชน สมัยก่อนคนป่วยมักจะจบว่าแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางสาธารณสุข เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่าสหวิชาชีพ มีหลายวิชาชีพ ปัจจุบันก็มี ๙ วิชาชีพ เป็นอย่างน้อย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล เป็นเภสัชกร ทันตแพทย์ เทคนิคการแพทย์ มีแพทย์แผนไทย มีวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน อย่างนี้เป็นต้น ก็มักจะบอกว่าให้ความรู้ แก่ประชาชน ให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ถ้า สสส. ก็คงจะต้องว่าให้ความรู้ต่อกลุ่มเป้าหมายของท่าน แค่นี้ไม่เพียงพอครับ เพราะว่าความรู้หรือว่าภาษาอังกฤษเรียกว่าโนว์เลดจ์ (Knowledge) ก็พิสูจน์ไว้ได้แล้วว่ามันไม่ได้ผลจนถึงผลลัพธ์สุทธิ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เอาต์คัม (Outcome) ปัจจุบันเขาต้องพูดถึงว่าความรอบรู้ทางด้านสุขภาพ เพิ่มคำว่า รอบ มาหน่อย รอบรู้ด้านสุขภาพ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health literacy) ผมเน้นย้ำ อยู่เสมอว่าต้องเลยความรู้ ต้องไปถึงความรอบรู้ ความรู้กับความรอบรู้นั้นต่างกัน ความรอบรู้ มี ๔ องค์ประกอบ องค์ประกอบที่ ๑ ก็ต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง องค์ประกอบที่ ๒ พี่น้อง ประชาชนต้องมีความตระหนักในเรื่องสุขภาพ อีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ องค์ประกอบที่ ๓ เขาต้องปรับพฤติกรรมได้ ปฏิบัติได้ องค์ประกอบที่ ๔ เขาต้องถ่ายทอดสิ่งที่เขาทำแล้วได้ผล สู่คนอื่นได้ เพราะฉะนั้นองค์กร สสส. นั้นจำเป็นจะต้องเพิ่มความรู้ให้เป็นความรอบรู้สุขภาพ ให้มีความรู้แล้วก็รู้ที่ถูกต้องด้วย ปัจจุบันก็มีเฟกนิวส์ (Fake news) มีข่าวสารที่ผิดพลาดเยอะ ท่านต้องเป็นคนกรองให้เขา ๒. ต้องให้เขาตระหนักว่าเขาดื่มสุรา เขาจะต้องมีโทษอย่างไร เขาจะต้องเกิดอันตรายอย่างไร เขาต้องตระหนัก แล้วเขาจะต้องปฏิบัติแล้วปรับเปลี่ยน พฤติกรรมให้ได้ แล้วสุดท้ายเมื่อปฏิบัติได้แล้วท่านต้องนำเขามาเป็นครู ก ครู ข ที่จะเรียกว่า เป็นอาสาสมัคร เป็นคนบอกต่อให้กับท่านได้ จึงจะเรียกว่าองค์กร สสส. นั้นเป็นองค์กรที่ประสบ ความสำเร็จในการสร้างเสริมสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทย เพื่อให้ประเทศไทย เป็นคนไทยที่แข็งแรง เป็นครอบครัวที่แข็งแรง เป็นชุมชนที่แข็งแรง เป็นประเทศที่แข็งแรง เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มีความมั่งคั่งและยั่งยืนตามสิ่งที่รัฐบาล มุ่งหวังตั้งใจนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมจะแจ้งรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายต่อไปอีก ๔ ท่าน มีท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ท่านศาสตราจารย์ โกวิทย์ พวงงาม นายเอกภพ เพียรพิเศษ นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ท่านละ ๑๐ นาที เชิญท่านวิโรจน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมคิดอย่างนี้ครับว่าก่อนที่เราจะลงรายละเอียดวิพากษ์วิจารณ์หรืออภิปรายเกี่ยวกับ ผลการดำเนินงานของ สสส. ผมอยากจะชวนทุกท่าน โดยเฉพาะตัวแทนจาก สสส. ให้จินตนาการย้อนกลับไปถึงมูลเหตุแห่งการอุบัติขึ้นขององค์กรของท่านเสียก่อน ให้ท่านระลึกว่าคุณค่าแห่งการดำรงอยู่ของ สสส. นั้นคืออะไร สสส. เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ถ้าปัจจุบันอายุกำลังจะครบ ๑๘ ปีแล้ว หน้าที่สำคัญของ สสส. คืออะไร ๑. คือการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น นี่คือโจทย์ ข้อที่ ๑ ลดอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยก่อนวัยอันควร อันนี้คือโจทย์ข้อที่ ๒ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดภาระทางเศรษฐกิจ และสังคมให้กับประเทศ อันนี้โจทย์ใหญ่และเป็นโจทย์ข้อที่ ๓ ดังนั้นการจะประเมินว่า สสส. บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ ก็ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นถึงเหตุผลแห่งการถือกำเนิดเกิดขึ้นของ สสส. ผมอยากจะชวนให้สังคมคิดร่วมกันว่า ระยะเวลาเกือบ ๑๘ ปี สสส. ได้บรรลุวัตถุประสงค์ ทั้ง ๓ ข้อนี้แล้วหรือไม่ ถ้าไม่ สิ่งที่ สสส. ได้ทำ กำลังทำ และหมายว่าจะทำในอนาคตนั้นทำให้ สสส. ได้คืบคลานเข้าใกล้วัตถุประสงค์แห่ง ๓ ข้อนี้มากขนาดไหน และที่สำคัญที่สุดหน้าที่ หันไปทิศทางที่เดินไปของ สสส. นั้นยังคงทำให้สังคมมั่นใจได้หรือไม่ว่า สสส. จะบรรลุถึง คำมั่นแห่งพันธกิจที่ได้ให้ไว้กับสังคมนี้ในการบรรลุถึงวัตถุประสงค์ทั้ง ๓ ข้อนี้แล้วหรือไม่ ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ครับ ผมทานซ้ำว่า รายได้หลักของ สสส. มาจากภาษีสรรพสามิตที่กฎหมาย บังคับให้หัก บังคับนะ ให้หัก ๒ เปอร์เซ็นต์ จากภาษีที่รัฐเก็บได้จากภาษีสุราและยาสูบ นั่นหมายความว่าอย่างไร สังคมเราต้องคาดหวังแน่ ๆ ว่าหาก สสส. บรรลุถึงพันธกิจ อันศักดิ์สิทธิ์นี้ที่ได้ให้คำมั่นไว้ให้กับสังคมนี้ ระยะแรกครับ ไม่ปฏิเสธ สสส. จะต้องได้รับเงิน อุดหนุนที่เพิ่มขึ้นในระยะแรก แต่เมื่อไรก็ตามที่ผลงานของ สสส. ผลิดอกออกผล เงินอุดหนุนนั้น จะค่อย ๆ ย่อตัวลงมาสู่อีกระดับหนึ่ง จากนั้นค่อยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามราคาของสุรา และบุหรี่ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อใช่หรือไม่ นี่คือความคาดหวังของประชาชนที่อยากจะเห็น แต่ภาพแห่งความเป็นจริง ๑๘ ปีที่ผ่านมาครับ จากปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่ สสส. ได้รับการจัดสรร รายได้ที่ ๑,๕๒๖ ล้านบาท ปรากฏว่าสักพักหนึ่งปี ๒๕๔๗ สสส. ก็ได้รับการจัดสรรรายได้ทะลุ ๒,๐๐๐ ล้านบาท อีกสักพักหนึ่งก็มาทะลุ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ โดยได้รับการจัดสรร รายได้ที่ ๓,๑๑๐ ล้านบาท ยังครับ ๓,๐๐๐ ล้านบาท คิดว่าสิ้นสุด ไม่ครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ไหว ๒,๐๐๐ ล้านบาท เดินต่อ นี่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ยังครับ สสส. ได้รับรายได้ทะลุ ๔,๐๐๐ ล้านบาทครับ นี่เหมือนกับหนังฮอลลีวูดเลยนะครับ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๗ โดยได้รับการจัดสรรรายได้ที่ ๔,๐๖๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๘ ๔,๑๒๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ ๔,๒๘๕ ล้านบาท และปี ๒๕๖๐ ที่ ๔,๔๐๒ ล้านบาท ล่าสุดนะครับยอดตกลงมานิดหนึ่ง ก็เป็นความหวังอยู่ที่ ๔,๐๔๐ ล้านบาท จาก ๑,๕๐๐ ล้านบาท จนปัจจุบันอยู่ที่ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ลองดูนะครับองค์กรองค์กรหนึ่งที่มีรายรับจากเงินอุดหนุน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปี ผมก็ต้องประเมินท่านในฐานะที่ท่านเป็นองค์กรที่ได้เงินอุดหนุนจากภาษีของพวกเรา นี่ละครับ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ข้อมูลอุดหนุนที่ สสส. ได้เพิ่มมาจาก ๑,๕๐๐ ล้านบาท จนถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ จริง ๆ แล้วมันทำให้สังคมฉุกคิดได้อีกรูปแบบหนึ่งว่ากลไก การทำงานของ สสส. ในปัจจุบันและที่ผ่านมามันอาจจะเป็นพยาธิสภาพในตัวมันเอง มันมี กลไกบางอย่างที่เป็นปรปักษ์แอบแฝงและซ่อนเร้นที่มิอาจทำให้ สสส. บรรลุพันธกิจ ที่ตัวเองให้คำมั่นไว้กับสังคมนี้ได้ ยิ่ง สสส. ขยัน ยิ่ง สสส. ทำงานมากขึ้น ยิ่งทำให้ตัวเองยิ่งห่างไกลจากวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ ที่ผมกล่าวอ้างมาแล้ว ยิ่งขยันยิ่งเจ็บนะครับ อยู่ในสภาพที่กลับตัวก็ไม่ได้ จะไปต่อไปก็ไปไม่ถึง นี่คือสภาพที่ สสส. กำลังเป็นอยู่ ผมไม่ได้บอกว่าโครงการต่าง ๆ ที่ สสส. ทำไม่มีประโยชน์เลย มีครับ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว แต่ผมอยากให้ท่านฉุกคิดว่าจากรายงานที่ท่านส่งมาเป็น โครงการยิบย่อยต่าง ๆ เต็มไปหมด โครงการเหล่านั้น สสส. ต้องทานซ้ำว่ามันมีผลกระทบ สำคัญหรือที่เรียกว่า อิมแพกต์ (Impact) ต่อสังคมที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทางด้าน สุขภาพอย่างมีนัยสำคัญต่อสังคมนี้หรือไม่ หรือท่านทำเพื่อเลี้ยงไข้และรับเงินภาษี เพื่อฟีด (Feed) รายได้ให้กับองค์กรท่านแบบไม่รู้จักจบจักสิ้น จากรายงานประจำปีนะครับ ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๑ มีโครงการหลายโครงการที่ สสส. ต้องตั้งคำถามครับว่า ยิบย่อย ไม่เป็นไร ถ้าเป็นโครงการนำร่อง แต่ท่านต้องถามว่าท่านจะขยายผลโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในเล่มนี้ ทั้งหมดให้มีน้ำหนักที่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศให้เกิดผลกระทบในวงกว้างในระดับประเทศนี้ อย่างไร ผมยกตัวอย่าง ชุมชนต้นแบบในการเลิกบุหรี่ ๑๕๐ ชุมชน ดีครับ แต่ผมถามท่านว่า จะขยายผลไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๗๕,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านทั่วประเทศ ได้อย่างไร จากโครงการจังหวัดต้นแบบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๕ จังหวัด ที่มีอยู่ ๖๕ ชุมชน ๘ อำเภอ ท่านจะขยายไปจังหวัดอื่น ๆ ได้อย่างไร จะขับเคลื่อนกลไกการจัดการ อุบัติเหตุถนนผ่านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนที่ตามรายงานบอกว่าทำอยู่ ๘ จังหวัด ไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ได้อย่างไร เชื่อหรือไม่ครับ ท่านลองไปใช้คอมพิวเตอร์เซิร์ช (Search) ดู ในรายงานของท่านจะพบคำว่า ต้นแบบ อยู่เต็มไปหมดเลย ซึ่งทำให้ผมไม่มั่นใจว่า ต้นแบบเหล่านี้ ต้นแบบที่ปรากฏมันจะมีการขยายผลมากน้อยแค่ไหนในปีหน้าและปีถัด ๆ ไป ผมกังวลอย่างนี้ครับว่ามันจะกลายเป็นต้นแบบในปีนี้ พอปีหน้าปุ๊บต้นนี้มันจะตาย แล้วก็เกิด ต้นแบบอันใหม่ขึ้นมา แล้วก็จะมีโครงการนำร่อง แล้วก็นำร่องแบบนำร่องไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มี โครงการที่เป็นอิมแพกต์ (Impact) เลย เมื่อเทียบกับเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท
สำหรับโครงการที่ท่านอ้างว่ามีการขยายผล ผมดีใจครับ ผมรีบอ่านเลย ปรากฏว่าพอเจาะเข้าไปดูในรายละเอียด ผมเรียนตรง ๆ ว่ามันไม่ใช่การขยายผล มันเป็นการทำต่อไปแบบเรื่อย ๆ อย่างเช่น แปลงเรียนรู้ผลิตพืชอาหารปลอดสารพิษ ที่ระบุว่ามีการขยายผล ผมก็คิดว่ามันต้องใหญ่โตแน่เลย แต่ปรากฏว่าเป็นการทำต่อ ในโรงเรียนอีก ๗ แห่งเท่านั้น นี่เรียกว่าขยายผลแล้วนะ หรือโครงการพัฒนารูปแบบ การส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในสถานประกอบการ ท่านระบุว่ามีการขยายผลไปใน ระดับประเทศเลย แต่ปรากฏว่ามีการทำใน ๓ พื้นที่ มีสถานประกอบการเข้าร่วมอยู่ ๖๐ แห่ง ท่านระบุว่ามีการพัฒนาแกนนำส่งเสริมสุขภาพ นี่ครับคือกลไกในการขยายในระดับประเทศ แต่ปรากฏว่ามีแค่ ๔๐ คน นี่คือการขยายผลของท่าน ผมกำลังบอกว่ารูปแบบที่ท่านทำอยู่นี้ ถ้าเรียนตรง ๆ แบบภาษาวัยรุ่นหน่อยคือไม่เวิร์ก (Work) ตราบใดก็ตามที่ สสส. ยังไม่สามารถแก้ปัญหาในการที่จะหยุดยั้งนักสูบรุ่นใหม่ได้ นักดื่มรุ่นใหม่ได้ ถ้าท่านลองดูใน รายละเอียดครับ ถ้าท่านไม่สามารถหยุดเหล่านี้ได้ เขาก็จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริโภครุ่นใหม่ ขึ้นมา แล้วสุดท้ายสิ่งที่ท่านทำก็จะไม่เวิร์ก (Work) ผมอยากให้ท่านกลับไปทานซ้ำครับว่า ท่านจะทำนโยบายอย่างไรในการโฟกัส (Focus) กับกลุ่มนักสูบหน้าใหม่ นักดื่มหน้าใหม่ และเด็ก ๆ ที่กำลังจะบริโภคหวานจนติดเป็นนิสัย ถ้าท่านแก้ตรงนี้ไม่ได้ ผมยืนยันครับ ไม่เวิร์ก (Work) ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศาสตราจารย์โกวิทย์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังท้องถิ่นไท ผมขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ ที่มีการจัดตั้งตาม พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ ผมดูตั้งแต่หน้าแรก จนหน้าสุดท้ายมีคำถามเกิดขึ้นมากมายต่อรายงานฉบับนี้และการดำเนินงานตามพันธกิจ และหน้าที่ของกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตามก่อนอื่นต้องขอชมเชยว่า การทำรายงานแจกแจงรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งโครงการที่โดดเด่นเป็นแบบอย่าง แล้วก็เป็นต้นแบบก็มากมาย ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะดำเนินการเสริมสร้าง สุขภาพของคนไทยในหลาย ๆ เรื่อง อันนี้ก็ขอชมเชยไว้ แต่ผมฉุกคิดนิดหนึ่งว่า เรื่องทั้งหมด ที่สำนักงานเสริมสร้างสุขภาพได้พยายามดำเนินการมันเป็นเรื่องใหญ่ที่จากรายงาน ดูเหมือนว่าท่านจะแบกรับงานเรื่องสุขภาพคนไทยไว้เกือบหมด ถ้าเราดูหน้าที่ในหน้าแรก ที่ท่านเขียนว่า ริเริ่ม ผลักดัน กระตุ้น สนับสนุน และร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการ ขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพนั้น มีคำถามว่ามันจะไปเกี่ยวพันกับกระทรวงอื่น ๆ หรือไม่ เพราะว่าในพันธกิจที่เขียนไว้ท่านเป็นหน่วยที่สนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ โดยอาจจะเป็นผู้ประสาน เป็นผู้สร้างภาคีความร่วมมือ และเป็นผู้ที่ดำเนินการบูรณาการ การทำงานกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่ท่านใช้คำว่า ภาคีความร่วมมือ คำถามที่ผมตั้งคำถามก็คือว่า ในการเสริมสร้างสุขภาพหรือการพูดเรื่องปัญหาสุขภาพคนไทยนั้น เรามีกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดำเนินการเรื่องสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพูดถึงปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เรื่องของความปลอดภัย ทางอาหาร เรื่องของความปลอดภัยทางถนน เรื่องของการลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มีเกี่ยวพันกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย แล้วท่านไปเขียนเรื่องการพัฒนาเด็ก สตรี เยาวชนด้วยแล้ว ที่เกี่ยวข้องกับเสริมสร้างสุขภาพ ของกลุ่มเหล่านั้นก็ไปพันกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพยายามชี้แจงและตั้งคำถามว่าในภารกิจที่เขียนไว้ของ สสส. ขออนุญาตใช้คำย่อว่า สสส. มันไปพันกับพันธกิจของกระทรวง ทบวง กรมอื่นหรือไม่ แต่ในรายงานต้องขอชมนิดหนึ่งว่าบางเรื่องเขียนถึงการสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งนั่นก็ถูกต้องว่า สนับสนุนและร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ร่วมกับกระทรวงต่าง ๆ และร่วมกับกรมในกระทรวง สาธารณสุขที่ดำเนินการในเรื่องของเครื่องดื่ม และเรื่องของแอลกอฮอล์ เรื่องของการ ออกกำลังกาย เป็นต้น หรือไปร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ทำเรื่องครอบครัวอบอุ่น ทำเรื่องแก้ปัญหาเรื่องเด็ก เยาวชน ครอบครัว เป็นต้น อันนี้เป็นเรื่องที่เขียนไว้ในรายงาน แต่ผมขออนุญาตว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้มีเกียรติ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่าเวลาลงรายละเอียดยิบย่อยในรายงานมันจะทำให้เห็นว่าโครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ ถูกบรรจุไว้ในรายงานมันทำให้เล่มหนา เราไม่เห็นเป้าหมายว่าท่านได้ไป ร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนกับภาคส่วนที่ท่านได้ดำเนินการนั้นมากน้อยเท่าไรอย่างไรด้วย ในรายงานก็ไม่ปรากฏข้อสรุปที่ชัดเจนนัก มันจึงเป็นคำถามว่างาน สสส. ทำนั่นมันเป็นงาน อย่างไร แล้วก็ไปถึงไหนอย่างไรแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมใช้คำว่าเหมือนกับจะแบกงาน ด้านสุขภาพของคนไทยเพื่อไปสู่สุขภาพที่ยั่งยืนไว้มาก แล้วก็บางทีเมื่อไม่มีเป้าหมาย เราจะเห็นว่าท่านทำทุกเรื่อง ครอบครัวอบอุ่นท่านก็ทำ ลดหนี้สินท่านก็ทำถ้าดูในรายงาน ส่งเสริมเรื่องความสุขคนไทยท่านก็ทำ อาหารปลอดภัยท่านก็ทำ อัคคีภัย การพนัน พัฒนาเด็กอย่างที่ผมพูดแล้ว มันจึงเปรอะไปด้วยงานที่ไม่แน่ใจว่า สสส. ได้เน้นอะไร เพราะฉะนั้นท่านต้องระบุให้ชัดว่าเป้าหมายที่แท้จริงของท่านตามคำอภิปรายของผม อยากจะเรียนไปยังท่านประธานว่าต้องแยกแยะให้ชัด การส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น มีประเด็นอะไรบ้าง แล้วไปสู่เป้าหมายอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่าง เช่น ท่านให้เงินสนับสนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใช้เงินของท่านแล้วกลับมาเป้าหมายมันอยู่ตรงไหน ได้เท่าไร หรือส่งเสริมให้นักวิจัยในมหาวิทยาลัยได้ทำวิจัยเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพ สุขภาวะ คำถามก็คือว่าท่านต้องแจกแจงแล้วก็ประเมิน ติดตาม ซึ่งเรื่องการประเมินและติดตาม ผมดูในรายงานจะไม่ค่อยมีเลย เพราะว่าท่านใช้เงินสนับสนุน แล้วสิ่งที่เป็นผลกระทบ หรือผลลัพธ์ที่ได้จากตรงนั้นมันต้องแจกแจงให้เห็นชัด นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ายังมีปัญหา แต่ถ้าท่าน ใช้เรื่องของงานหลายงานที่ผมคิดว่ามันมากก็คือ อย่างเช่น ท่านทำเลยเถิดไปถึงเรื่องผู้สูงอายุ เรื่องอื่น ๆ เรื่องอาหาร เรื่องโน้น เรื่องนี้ ผมคิดว่าถ้าทำในลักษณะความร่วมมือและส่งเสริม ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องว่าจะต้องให้ชัดเจนว่าการติดตามประเมินผล ของท่านแล้วมันเกิดผลไปสู่เป้าหมายอย่างไร เพราะฉะนั้นต้องแจกแจงเป้าหมายให้ชัดเจน ถ้าจะลดความเสี่ยงของคนไทยในเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ก็ดี การลดสารเสพติดต่าง ๆ ก็ดี สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเป้าหมาย เพราะฉะนั้นการทำเป้าหมายให้ชัด ไม่ต้องมาก ครอบคลุม อย่างที่ผมกล่าวแล้วมันจึงทำให้รายงานมันไม่เห็นเป้าที่แท้จริงของสำนักงานเสริมสร้าง สุขภาพว่าอยู่ตรงไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นอาจจะต้องสังเคราะห์วิเคราะห์ในรายงาน ให้มันชัดเจนมากขึ้น ผมเห็นการทำงานรายโครงการ ถ้าดูรายงานในหน้า ๑๗๘ ผลที่เกี่ยวกับ การดำเนินงานทางด้านการเงิน เราพบว่าการใช้เงินในรูปของการบริหารโครงการก็ดี การใช้เงินในรูปของกิจกรรมสนับสนุนโครงการก็ดี นั่นก็แปลว่าในรายงาน ถ้าเราไปดูในหน้าที่ผมกล่าวถึงแล้ว เราจะเห็นว่าเงินที่ใช้ในโครงการที่ได้เรียนให้ทราบแล้ว มันก็มีมาก แล้วก็จะตอบโจทย์อย่างไร ผมยกตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายบริหารโครงการในหน้า ๑๗๘ ปี ๒๕๖๑ มี ๓๔๗,๕๕๕,๖๔๓.๔๗ บาท แล้วอุดหนุนโครงการ ๓,๐๐๐ กว่าโครงการ สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเสนอในช่วงสรุปว่าขอให้ สสส. ทำเป้าหมายให้ชัด แล้วก็ภาระงาน ที่ท่านมีให้ชัด แล้วก็ทำลงไปในรายงาน เพื่อให้สภานี้ทราบอย่างชัดเจน แล้วการใช้เงิน ส่วนหนึ่งที่ผมเห็นว่ายังมีหนี้ที่ใช้ในปี ๒๕๖๑ ถึง ๖๐๐,๐๐๐ กว่า อันนี้ก็เป็นประเด็นที่เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นต้องแจกแจงให้ได้ทราบ ก็กราบเรียนมายังประธาน ในรายละเอียดที่ผมได้นำเสนอผ่านไปยัง สสส. เพื่อนำเรียนให้ทราบ แล้วก็เป็นคำถาม ที่อยากให้ตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านต่อไปครับ ท่านเอกภพครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ครับ ก่อนที่จะเริ่มต้นอภิปรายนี่ ผมขอตั้งคำถามครับ ผมมีคำถามให้ลองคิดกันดูครับว่า สสส. มีผลต่อชีวิตของเราอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนทุกท่านนึกถึง สสส. กี่วินาทีต่อวัน และผมถามไปถึง สสส. ว่าองค์กรมูลค่าปีละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ทำให้คนไทยมีชีวิตดีขึ้น ระดับไหนบ้าง เพราะสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปจากนี้จะเป็นการอธิบายครับ แล้วก็สามารถ ให้ข้อมูลเพื่อตอบคำถามที่ผมถามไว้ข้างต้นนี้นะครับ
ประเด็นแรก คือรายงานของ สสส. เล่มนี้ที่มีความหนาหลายร้อยหน้า พอสมควรนี่ครับ สิ่งที่เราไม่เห็นเลย คือผลลัพธ์การดำเนินงานของ สสส. ครับ ผลลัพธ์ที่บอกว่า ทำไมเราถึงต้องมี สสส. ดำเนินการอยู่ เราไปดูว่า สสส. มุ่งเน้นหมกมุ่นกับเรื่องอะไรบ้าง ผมตีความได้ว่า สสส. หมกมุ่นกับเรื่องของการดูแลการลดจำนวนและการพยายามทำอะไร กับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อ ที่ สสส. เรียกว่า เอ็นซีดี (NCD) โรคไม่ติดต่อเหล่านี้ ผมพยายามพลิก ในเล่มนี้นะครับ ไม่มีข้อมูลที่ สสส. นำมาเสนอ แต่มีข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชัดเจนว่า โรคไม่ติดต่อมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี คนไข้โรคไม่ติดต่อ สาเหตุหนึ่งที่โรงพยาบาลหลาย ๆ ที่ มีปัญหาคนไข้แออัด เพราะต้องดูแลคนไข้เรื้อรังเหล่านี้นะครับ งบประมาณที่ลงไป ที่ สสส. ใช้ไปในแต่ละปีสำหรับการป้องกันโรค เอ็นซีดี (NCD) มีปริมาณมาก แต่ไม่เคยได้ถึง เป้าหมายที่จะลดคนไข้ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ คือรัฐครับ ต้องเสียงบประมาณ ๒ ต่อครับ ต่อแรก คือเสียไปให้ สสส. ดำเนินโครงการที่ไม่ส่งผล มรรคผลเกิดขึ้นในการลดจำนวนคนไข้ ครับ ต่อที่ ๒ ก็คือเราต้องเสียงบประมาณในการรักษาคนไข้ เอ็นซีดี (NCD) ซึ่งแต่ละราย ใช้เงินค่อนข้างเยอะครับ ถ้าหาก สสส. จะบอกว่า ๑๘ ปีที่ผ่านมาอาจจะยังไม่พอกระมังในการ ที่จะลดจำนวนคนไข้ได้ อาจจะได้แค่ลดพฤติกรรม เปลี่ยนพฤติกรรม เราลองมาดูกันว่า ผลงานเชิงเปลี่ยนพฤติกรรมของ สสส. ในรายงานฉบับนี้เป็นอย่างไรนะครับ ดูรายงาน ในหน้า ๑๐๗ ท่านได้เขียนไว้ว่าผลการดำเนินงานที่สำคัญ เกิดนักวิ่งหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ๑๗ ล้านคน ผมต้องลองถามท่านดูว่าท่านกล้าอ้างเป็นผลงานของ สสส. ได้อย่างไรครับ ผมเป็นหนึ่งในนักวิ่ง ผมเป็นแพทย์เวชศาสตร์การกีฬาด้วยครับ ดูแลนักกีฬา ผมเป็นที่ปรึกษา งานวิ่งด้วย ผมว่าตัวเลขนี้เป็นการกล่าวอ้างเกินจริงไปครับ ผมถามนะครับว่า ระหว่าง สสส. กับพี่ตูนนี่ชวนใครมาวิ่งได้มากกว่ากัน เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าไม่ควรจะเป็นการนำตัวเลขนี้ มากล่าวอ้างนะครับ ทีนี้พอดูตัวเลขของงานวิ่งซึ่งน่าชื่นใจนะครับ การจัดงานวิ่งตั้งแต่ ปี ๒๕๕๙ มี ๔๗๑ งานในประเทศไทย ปี ๒๕๖๐ เพิ่มเป็น ๖๙๖ งานครับ ปี ๒๕๖๑ เพิ่มเป็น ๙๙๐ งาน หรือเฉลี่ยแล้วมี ๑๙ งานวิ่งต่อสัปดาห์ให้เราเลือกวิ่ง ให้คนไทย ได้ออกกำลังกายกันนะครับ แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นครับ ปัญหาคือมาตรฐานของการจัดงาน ที่ทำให้คนวิ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในการไปวิ่ง มาตรฐานการจัดงานมีการกำหนดไว้ โดยสหพันธ์กรีฑานานาชาติหรือว่า ไอเอเอเอฟ (IAAF) ซึ่งผมเห็น สสส. มีความพยายามครับ เอามาตรฐานของ ไอเอเอเอฟ (IAAF) มาปรับแก้ แล้วก็มาทำเป็นมาตรฐานของ สสส. ร่วมกับสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เขียนไว้แล้วเอาวางไว้เฉย ๆ ครับ ถามว่างานวิ่ง ๙๙๐ รายการในปี ๒๕๖๑ มีงานวิ่งกี่งานที่ผ่านเกณฑ์ ไอเอเอเอฟ (IAAF) รู้ ไหมครับ ท่านประธานครับ มีเพียง ๑ งานที่บางแสน ๒๑ ผ่านเกณฑ์ ไอเอเอเอฟ (IAAF) ระดับบรอนซ์ (Bronze) แค่นั้นเองนะครับ เรามีงานวิ่งเยอะแยะที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน สสส. อาจจะไปเป็นสปอนเซอร์ (Sponsor) ไปเป็นผู้สนับสนุน แต่ว่าทำไม ไม่ผลักดันมาตรฐานให้นักวิ่งเขารู้ว่างานนี้มีมาตรฐาน สสส. รับรอง ข้อมูลการออกกำลังกาย ที่น่าตกใจ คือว่าคนที่อายุ ๑๕-๒๔ ปี มีการออกกำลังกายลดลงและน้อยกว่ากลุ่มอื่นด้วย สสส. มีคำอธิบายอย่างนี้ครับว่า เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลครับ แล้วก็เกิดจากชั่วโมงพลศึกษา ลดลงจาก ๒ ชั่วโมง เป็น ๑ ชั่วโมงครับ ผมว่าไม่ถูก สสส. ควรจะต้องมาดูแล้วว่า คนอายุ ขนาดนี้ถ้าเขามาออกกำลังกายเป็นประจำด้วย และออกกำลังกายอย่างจริงจังจะทำให้เขา สูบบุหรี่น้อยลงครับ จะทำให้เขาดื่มสุราเป็นหน้าใหม่ที่เข้ามาสู่วงการนี้น้อยลง นี่คือสิ่งที่ สสส. ต้องทำครับ ไม่ใช่ผลัก ๆ ไปบอกว่าชั่วโมงพละลดลงแค่นั้นไม่ได้ครับ ไม่ได้ ผมว่าไม่ได้ ดังนั้นประเด็นการส่งเสริมการออกกำลังกายของ สสส. เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นผลงาน ที่ต้องปรับปรุง ไม่ใช่ผลงานที่น่าภูมิใจ มาดูประเด็นถัดไป สสส. ภูมิใจนำเสนอมากครับ คืออัตราการสูบบุหรี่ที่ลดลงครับ ผมเปิดดูรายงานในหน้า ๒๐ ครับ เป็นกราฟแท่งครับ แต่เป็นกราฟแท่งในแนวนอนเปรียบเทียบอัตราการสูบบุหรี่แบ่งตามกลุ่มอายุและแยกเป็นรายปี ผมไม่แน่ใจว่าการทำกราฟให้มันดูหมุนดูงง ๆ แบบนี้ ทำให้เราเปรียบเทียบได้ยากหรือเปล่า แต่ผมก็ตั้งใจดูครับ คือดูแล้วข้อมูลชัดเจนครับว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ กราฟมีแนวโน้มคงที่ แล้วก็มีเพิ่มขึ้นด้วยในบางกลุ่มอายุ แถมข้อมูลนี้ยังไม่รวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วย ถ้ารวมบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะพุ่งกระฉูดไปมากกว่านี้ แสดงว่าการที่ สสส. ภูมิใจและทุ่มงบประมาณไปมาก กับการลดการสูบบุหรี่อาจจะไม่ได้ผล ต่อไปครับ บุหรี่ต่อด้วยแอลกอฮอล์แล้วกันที่ดูเผิน ๆ แล้วก็เหมือนกับว่าจะลดลงเช่นเดียวกันครับ แต่เปิดมาหน้า ๒๔ ของรายงานครับ ปริมาณ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากร ดูเส้นกราฟแทบไม่ได้ลดลงเลยนะครับ และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ จริง ๆ แล้วประเด็นการดื่มสุรา ผมอยากจะ บอกว่าเราอาจจะไม่ใช่จำเป็นต้องลดการดื่มสุราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้จนไม่มีคนดื่มสุรา ในประเทศไทยเลย แต่สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องทำให้มีความรู้เท่าทัน ต้องมีความรู้ในการดื่ม และดื่มในปริมาณที่พอเหมาะครับ ไม่ดื่มแล้วขับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผมครับ ส.ส. เท่าพิภพ เขาใช้คำว่า ต้องทำให้คนมี ดริงกิง ลิเทอเรซี (Drinking literacy) ด้วยครับ นี่คือสิ่งที่ สสส. ต้องทำครับ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเราดู ผลงานผลลัพธ์การดำเนินงานของ สสส. ในช่วง ๑๘ ปีที่ผ่านมาจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ได้ลดลง มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กิจกรรมที่ สสส. ลงทุนลงแรงไปทั้งเรื่องของการสนับสนุน การออกกำลังกาย การลดการสูบบุหรี่ การลดการดื่มสุรา ผมก็ถือว่ายังไม่สำเร็จนะครับ สิ่งที่ต้องทำผมคิดว่าต้องมาทบทวนกันใหม่แล้วครับว่าสิ่งที่ สสส. ทำถูกต้องหรือเปล่า ไม่ถูกต้องก็ต้องเปลี่ยนแล้วละครับ มันมีวิชาการนะครับ ผมสอนเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ ตอนผมเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ในมหาวิทยาลัยครับ ผมคิดว่าสิ่งนี้เราอาจจะต้องให้ สสส. มาเรียนรู้ร่วมกันด้วยว่าเราต้องทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการถึงจะลดโรค ลดความเสี่ยง ของโรคต่าง ๆ ได้นะครับ ผลงานที่น่าภูมิใจและ สสส. นำมายกอีกอันหนึ่งคือภาษี ความหวานครับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเหรียญ ๒ ด้านครับ ด้านหนึ่งก็ดี แต่อีกด้านหนึ่งทำให้ คนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งในจังหวัดเชียงราย กลุ่มเกษตรกรชาวไร่ชามียอดการขายชาในปี ที่ผ่านมาหลังเพิ่มภาษีสรรพสามิตลดลงทันที ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เสียดายที่เขาเป็นเพียงแค่ เกษตรกรกลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศไทยเท่านั้นเอง เพราะว่ามีแค่จังหวัดเชียงราย จังหวัด เชียงใหม่ หรือภาคเหนือตอนบนไม่กี่จังหวัดที่ปลูกชา อันนี้คือเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า สสส. อาจจะต้องมีการคิดอย่างรอบด้านในการที่จะกำหนดนโยบายอะไรออกมานะครับ ผมพยายามหาเรื่องดีมาให้ สสส. ครับ มีครับ ผมเจอครับ ขอชื่นชมเลยครับ ก็คือว่าท่านมี การทำกิจกรรมที่มีการรับรององค์กรผู้บริโภคภาคประชาชนครับ ท่านได้รับรองไว้แล้ว ๒๒๒ องค์กร แต่น่าเสียดายครับองค์กรเหล่านี้ที่ท่านรับรองไปแล้วใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ขององค์กรผู้บริโภคในขณะนี้มีการให้ขึ้นทะเบียนโดยสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีการเอาผลงานของ สสส. ไปใช้เลย การขึ้นทะเบียนรอบนี้มีปัญหา มีการโต้แย้ง มีการถกเถียงกันเยอะแยะไปหมด ผมคิดว่าถ้าสิ่งที่ สสส. ทำแล้วเอาไว้ขึ้นหิ้ง หรือว่าเอาทิ้งไว้ เฉย ๆ แล้วเอาไปให้หน่วยงานอื่นใช้ด้วยน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่านะครับ ยังมีประเด็นอื่น ที่ สสส. แตะแต่เพียงผิวเผินเท่านั้นเอง ประเด็นหนึ่งคือเรื่องของสุขภาพจิตครับ ท่านครับ ในปี ๒๕๖๑ มีการฆ่าตัวตายสำเร็จถึงกี่รายรู้ไหมครับ ๔,๑๓๗ ราย เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๐ ที่มีเพียงแค่ ๓,๙๓๔ ราย สสส. เป็นสปอนเซอร์ ฮอตไลน์ (Sponsor hotline) สุขภาพจิตนะครับ ไม่รู้ว่างบประมาณที่ใช้ไปเท่าไร สายด่วน ๑๓๒๓ ผมคิดว่าถ้ามีการโปรโมต (Promote) ตรงนี้ ประชาชนอาจจะต้องมีคำปรึกษาที่ดี แล้วก็อัตราการฆ่าตัวตายจะลดลงก็ได้ ทำไมไม่ทำ ๑๓๒๓ ให้เหมือน ๑๖๖๙ เจ็บป่วยทางกายไป ๑๖๖๙ หรือป่วยทางจิตมา ๑๓๒๓ การใช้ สารพิษทางการเกษตร ผมเสียดายมากว่าเมื่อปีที่แล้วที่มีประเด็นเรื่องของการจะยกเลิก หรือไม่ยกเลิกสารพิษเกษตร เมื่อมีคำสั่งว่าไม่ยกเลิกการนำเข้าหรือการใช้สารพิษเกษตร สสส. กลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ออกมาเลยในเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่ในโครงการท่านก็มีเรื่องนี้พูดอยู่ แม้กระทั่งเรื่องของฝุ่นควัน พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านรู้ไหมครับว่ามีอันตรายร้ายแรง มีผลการวิจัยชัดเจนว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนเหนือน้อยกว่าคนภาคอื่น ๔ ปี ด้วยสาเหตุจาก การที่เขาอยู่ในมลพิษแบบนั้น สสส. ทำอะไรบ้าง ผมคิดว่าถ้า สสส. ยังทำแบบเดิมก็คงยาก ที่จะเปลี่ยนแปลงและให้เห็นคนไทยมีสุขภาพดีขึ้นได้นะครับ ทีนี้สุดท้ายของผมแล้วครับ ผมอยากจะนำเสนออย่างนี้ครับว่าในหน้า ๘๒ ที่ สสส. บอกว่าท่านจะเป็นผู้สร้างเสริม สุขภาวะอย่างสร้างสรรค์ครับ ท่านใช้ภาษาอังกฤษว่าอินโนเวทีฟ เอเนเบิล (Innovative enable) ผมก็อยากเห็น อินโนเวชัน (Innovation) ของ สสส. เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าอินโนเวชัน (Innovation) ที่ท่านนำมาเสนอในหน้า ๑๔๓ ผมว่านั่นไม่ใช่อินโนเวชัน (Innovation) ทุกวันนี้เราทำเรื่อง ของอินโนเวชัน (Innovation) ในการส่งเสริมสุขภาพเยอะแยะมากมาย ในมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวงที่ผมอยู่ที่จังหวัดเชียงราย มีนักศึกษาปริญญาเอกที่มาปรึกษาทำเรื่องของการใช้ เอไอ (AI) ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไข้เบาหวาน ถ้าคนไข้ออกกำลังกายน้อยไป เอไอ (AI) จะแนะนำ คนไข้กินยาไม่ตรงเวลา เอไอ (AI) จะแนะนำให้ ไม่ต้องไปหาหมอ ทำไมไม่มาทำต่อให้เป็นอินโนเวชัน (Innovation) สุดท้ายครับ ถ้าจะวัดผลงานของ สสส. จากผลการดำเนินงานที่ให้ผมมานี้ ผมคิดว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำเลยครับ ผมคงต้องขอให้ สสส. มีเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health literacy) ก่อนที่ให้ประชาชนมีเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health literacy) ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านกัลยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายในหน่วยงานที่มีเอกสารให้รับทราบ ก็คือของ สสส. จากหน้าแรกที่ท่านได้บอกถึงบทบาทของท่าน ในการจุดประกาย ประสาน แล้วก็เป็นการกระตุ้นให้หน่วยงาน หรือบุคคลมีความสามารถในการสร้างสรรค์ แล้วก็เอื้ออาทร เอื้อต่อการมีสุขภาวะ และท่านก็เปรียบว่าหน่วยงาน หรือองค์กรของท่านนั้น คือน้ำมันหล่อลื่น ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจง ของ สสส. ว่า น้ำมันหล่อลื่นนั้น ถ้าวางไว้เฉย ๆ หรือท่านเป็นเพียงแค่น้ำมันหล่อลื่นประโยชน์มันก็จะน้อยมาก แต่ในความคิดเห็นของดิฉัน ท่านต้องหารถยนต์ที่เหมาะในการที่จะขับไปสู่เป้าหมาย เพื่อที่จะแก้ปัญหาของหน่วยงาน หรือว่าบุคคลที่ท่านได้เข้าไปดูแลหรือประสานงานนะคะ ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงเข้าพรรษาพอดี ดิฉันก็เห็นในรายงานของท่านว่ามีผลงานเด่น ๗ ด้าน ก็อยากจะพูดในเรื่องของพระสงฆ์ว่าในปัจจุบันนี้ มีพระสงฆ์ไทยซึ่งป่วยเป็นจำนวนมาก พระสงฆ์ของประเทศไทยเรารวมทั้ง ๒ นิกาย คือ ธรรมยุติ กับ มหายาน ก็มีประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ คนได้ แต่เจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาลถึง ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน คือเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นสิ้นเงินงบประมาณของรัฐปีละไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงิน ที่ไม่น้อยแล้วก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี คนไทยเราส่วนใหญ่พูดถึงพุทธศาสนิกชน ก็มีความเชื่อของตัวเองว่า เวลาเราไปทำบุญตักบาตรเราก็จะถวายอาหารพระในสิ่งที่ เพื่อสร้างบุญกุศลให้ตัวเอง แล้วก็สื่อไปถึงบุคคลอันเป็นที่รักที่ล่วงลับไปแล้ว ฉะนั้นก็จะสรรหา อาหารอย่างดี เลิศรส เพื่อมาถวายพระสงฆ์ และในส่วนของวินัยสงฆ์ท่านก็ไม่สามารถปฏิเสธ สิ่งที่ญาติโยมนำมาถวายได้ ฉะนั้นเราก็จะได้เห็นพระสงฆ์ที่มีลักษณะอ้วน อมโรค พระสงฆ์นะคะ ท่านประธาน ไม่ใช่พระสังกัจจายน์ คือถ้าพระสังกัจจายน์อ้วน สมบูรณ์ พูนโชค แต่ถ้าเป็น พระสงฆ์ อ้วน สมบูรณ์ พูนโรคอันนั้นเราก็จะทำให้ขาดบุคคลที่จะนำหลักธรรมทางศาสนา ไปสู่ภาคปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่จะต้องไปนอนอาพาธอยู่ตามโรงพยาบาล แล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐ ฉะนั้นมีวิธีการอย่างไรที่ท่านจะใช้น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งท่านเป็นคนเปรียบเอง นำไปหารถยนต์ที่เหมาะสม ซึ่งดิฉันคิดว่ากระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็น่าจะเป็นรถยนต์ที่เหมาะสม สำหรับในเรื่องผลงานเด่นของท่านในเรื่องของพระสงฆ์ ท่านต้องไปต่อว่า ถ้าพระสงฆ์ เจ็บป่วยไปนอนอยู่โรงพยาบาล คือท่านมีหน้าที่แค่ประสาน กระตุ้นเตือนจิตสำนึก แต่จริง ๆ ดิฉันอยากจะแนะนำหรือข้อเสนอแนะว่า อยากจะให้ท่านประสานงานกับหน่วยงานของกระทรวง สาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม ให้จัดแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ลงไปที่วัดเลย ไปจังหวัดสระบุรีก่อนก็ได้ค่ะ มีเกือบ ๕๐๐ วัด ตอนนี้ที่ในจังหวัดสระบุรีเฉพาะเขตดิฉันเอง ก็ประมาณเกือบ ๓๐๐ วัด ๒๐๐ วัดเศษ ๆ เฉพาะเขตเลือกตั้งของดิฉัน ฉะนั้นท่านมีตัวเลือก ให้เยอะแยะเลยไปทำที่จังหวัดสระบุรีทดลองดูก็ได้ ยินดีนะคะ แล้วก็ในเรื่องของผลงานเด่น อีกด้านหนึ่งของท่านก็คือ ในเรื่องของเด็ก เยาวชน ดิฉันเห็นว่าท่านเขียนถึงเด็ก เยาวชน ดิฉันเป็น ส.ส. ที่ทำงานกับเด็กและเยาวชนมาตลอดก็ดีใจนะคะ เปิดเข้าไปดูในส่วนของ เด็กและเยาวชนของท่าน ส่วนใหญ่ในเล่มนี้จะมีในเรื่องของศูนย์เด็กเล็กเป็นหลัก เกือบทั้งหมดเลยเป็นศูนย์เด็กเล็ก เป็นศูนย์พิเศษ ฉะนั้นเด็กที่อายุ ๐-๓ ขวบที่ท่านเข้าไป ในการที่จะส่งเสริมสนับสนุน ในการที่จะประสานอะไรต่าง ๆ ในลักษณะเป็นน้ำมันหล่อลื่น ของท่าน แต่ดิฉันคิดว่าเด็กอยากจะให้ สสส. ทำไปจนถึงเด็กอนุบาลหรือประถมไปเลย เพราะว่าเด็ก ๖ ขวบ เป็นช่วงชีวิตที่มีการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย สติปัญญา แล้วก็อารมณ์ ความรับรู้ สมองต่าง ๆ เขาจะพัฒนาการได้เต็มที่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเด็กที่อายุ ๖ ขวบสำคัญมากที่จะมีหน่วยงานที่จะเข้าไปประสานงานในหลาย ๆ ด้าน ตรงนี้ท่านก็ต้อง ไปหารถยนต์ที่เหมาะสม ดิฉันก็คิดว่าท่านไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เรามีรัฐมนตรีที่พร้อม ที่จะเข้าไปดูแลเด็กในทุกระดับ อย่าให้เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ตั้งเอาไว้เฉย ๆ ท่านต้องหารถยนต์ ที่เหมาะสมกับงานของท่าน จริง ๆ เป็นแค่การรับทราบรายงาน ดิฉันก็ไม่อยากพูดเยอะ แต่ว่าแถมอีกอันหนึ่งก็แล้วกันค่ะ
เรื่องของสื่อสร้างสรรค์เสริมภูมิคุ้มกันยุคดิจิทัล ตรงนี้ดิฉันคิดว่าการที่สื่อนั้น มีความสำคัญต่อความคิด ความเชื่อ แล้วก็ต่อความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสำคัญต่อเด็กและเยาวชน ดิฉันอยากให้ท่านเข้าไปดูในเรื่อง การพัฒนาในการที่จะสร้างสื่อตรงนี้ให้เด็ก ที่ท่านมีอยู่แล้ว ท่านดูแค่ประมาณศูนย์เด็กเล็ก แต่ดิฉันอยากจะให้ท่านไปถึงเยาวชนเลย เพราะตอนนี้สื่อต่าง ๆ ก็จะมีในเรื่องของการใช้ โซเชียลมีเดีย (Social media) ที่เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางครั้งไม่รู้ว่าเด็กยังวิเคราะห์ไม่ออก ก็อยากจะให้หน่วยงาน สสส. ของท่านเข้าไปตรวจสอบในเรื่องของสื่อด้วยว่าสื่อสร้างสรรค์ อย่างไร มีอะไรบ้าง สื่ออะไรสร้างสรรค์ อะไรที่ไม่สร้างสรรค์ ประมาณนี้นะคะ ก็ขอฝากว่า น้ำมันหล่อลื่นที่ดีก็ต้องหาเครื่องยนต์เพื่อจะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเพื่อการแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ก็ฝากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมาชิอีก ๔ ท่านที่จะอภิปรายต่อไปนะครับ ท่านสำลี รักสุทธี ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ นะครับ เชิญท่านสำลีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะพูด ต่อไปนี้ผมไม่ได้ไปค้นจากหนังสือ ไม่ได้ไปโคต (Quote) ไม่ได้ไปคว้ามาจากที่ไหน แต่มาจาก สิ่งที่ผมได้ประสบพบด้วยตัวของผมเองนะครับ ดังนั้นเรื่องข้อมูล เรื่องตัวเลข เรื่องจำนวน สถิติทั้งหลายพรรคของผมมีเพียบครับ ดังที่ได้ฟังไปแล้วนะครับ ส่วนผมนั้นเป็นอีกแนวหนึ่ง เป็นแนวของครูที่อยู่กับเด็กครับ ผมทราบ ผมเห็น ผมเข้าใจ หลายอย่างที่ สสส. เข้าไป เกี่ยวข้อง ปฏิเสธไม่ได้ครับ เพราะดูวัตถุประสงค์ ดูงานของท่านแล้วเต็มไปหมดเลยครับ อยู่ในห้องนี้ท่านก็มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในชุมชน อยู่ในชนบท อยู่ในโรงเรียน อยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง เกี่ยวข้องหมดปฏิเสธไม่ได้ครับ ผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มไหน เล่มที่ท่านรายงานนี้ผมก็อ่าน นิดหน่อย เห็นเลยว่าเยอะมากเลย สวยครับ ไม่ต่างกับวิทยานิพนธ์ที่ทำขึ้นมาสวย แล้วอยู่บนหิ้ง ไม่ได้เกิดประโยชน์ สวยครับ แต่มันสวนทางกับหนังสือที่ผมอ่าน หนังสือของผมเป็นหนังสือ เล่มใหญ่มากที่สุดในประเทศไทย มีคนเขียน ๖๐ กว่าล้านคน นักเขียน ๖๐ กว่าล้านคน ตัวละคร ๖๐ กว่าล้านคน มีหน้าหนังสือประมาณล้านกว่าหน้าครับ หนังสือเล่มนั้นคือ ประเทศไทยของฉัน ผมเปิดไปดูหน้า ๑ ชื่อว่าจังหวัดมหาสารคาม หน้าที่ชื่อว่าจังหวัด มหาสารคามนั้นครับ ทั้งระดับโรงเรียน ทั้งระดับครอบครัว ทั้งระดับตัวจังหวัด ท่านครับ ยามค่ำคืนบ้านผมอยู่ริมคลองสมถวิลที่จังหวัดมหาสารคาม สิ่งเหล่านี้มันสะท้อน มันย้อนกลับรายงานของท่านครับ เด็ก เยาวชน ดีกรี (Degree) ครับ เป็นริมคลองดีกรี (Degree) ผมไปเปิดดูที่หน้าของจังหวัดเชียงใหม่ ผมไปเปิดดูที่จังหวัดภาคใต้หนังสือเหล่านี้ บอกผมว่ามันย้อนแย้งกับรายงานในเล่มนี้ครับ อบายมุขเต็มไปหมด แล้วที่โรงเรียนแทนที่จะ เป็นสุขภาวะ ท่านครับ มีความทุกข์มากครับ ทำไมถึงทุกข์ครับ มันมีที่มาครับ ต้นทางของมัน อยู่ที่ ๑. อาหาร ๒. สื่อ เมื่อสักครู่นี้ดีนะครับ ที่ท่านพูดถึงเรื่องสื่อ แต่ว่าท่านพูดยังไม่ลึก ผมต้องการอยากจะพูดเรื่องสื่อ แล้วก็เรื่องอาหาร อันที่จริงเรื่อง อ ท่านเข้าใจดี แต่ก่อนนี้ มี ๓ อ มันพัฒนาไปจนขณะนี้ ๗ อ แล้วครับ ท่านก็คงเข้าใจ แต่ผมไม่มีเวลาจะพูดตรงนี้ว่า ๗ อ คืออะไร ผมจะเอาเฉพาะเรื่องอาหารกับสื่อก็แล้วกันครับ เรื่องอาหารมันคือต้นทางที่ทำ ให้เด็กสอนยาก มันสุดยอดเลย เขาเรียกกันว่าทุกวันนี้เด็กชอบรับประทานอาหารที่เรียกว่า จังก์ฟูด (Junk food) หรือพูดแบบหยาบ ๆ คืออาหารขยะ ท่านครับ เด็กทุกวันนี้ศูนย์เด็กเล็ก ก็เหมือนกัน ก่อนจะไปศูนย์เด็กเล็กแม่ซื้อขนมยัดใส่กระเป๋าให้ลูก นั่นคือยัดขยะให้ลูกนะครับ มันคือ จังก์ฟูด (Junk food) ผมพูดอย่างนี้ท่านอย่าว่าผมพูดรุนแรงนะครับ อาหารบรรจุถุง ทั้งหลายท่านเคยรณรงค์ไหม ท่านเคยกล้าบอกไหมว่าอันนี้คืออาหารขยะ มันปรุงรส มันปนเปื้อนสารต่าง ๆ เด็กกินแล้วไม่รับประทานอาหารครับ เพราะอะไร ท้องอิ่มครับ แต่คุณค่าไม่มี คุณค่าน้อยเหลือเกิน ผมสงสารเด็กครับ แล้วก็สงสารผู้ปกครองที่เขาอาจจะไม่รู้ รู้อยู่บางคน แต่ทานลูกตนเองไม่ไหว เขาร้องไห้ถ้าเขาไม่ได้ขนม เป็นสภาพขยะที่มีเต็มบ้าน เต็มเมืองที่บรรจุอยู่ในถุง ท่านต้องรณรงค์ ภรรยาของผมเป็นครูศูนย์เด็ก ผมบอกภรรยาผมว่า อย่าให้ผู้ปกครองให้ขนมลูกมาโรงเรียน เขารณรงค์อยู่นานในที่สุดเดี๋ยวนี้ไม่มีครับ นี่คือการทำ นี่คือการแสดงบทบาทจากชีวิตจริง ท่านครับ ไม่ใช่ว่าผมมาพูดอวด ผมทำจริง ๆ หลานผม พออายุได้ ๑ ปี ผมนำเขาไปเลี้ยงที่ชนบท หลานผมเกิดในเมือง ผมไม่อยากจะให้เขาอยู่กับ มลภาวะ อยู่กับขยะในเมือง ผมนำหลานผมไปเลี้ยงที่ชนบท ซึ่งผมได้แนวคิดมาจากประเทศญี่ปุ่น คนที่รวยที่สุดคือคนที่นำลูกไปไว้ในชนบท อันนี้ผมอ่านเจอ ผมนำไปปฏิบัติ ขณะที่ประเทศไทยคนที่รวยที่สุดนำลูกเข้าในเมืองไปกินขยะอยู่ในเมือง ประเทศญี่ปุ่น คนที่รวยที่สุดนำลูกไปไว้ที่ชนบท เพราะตรงนั้นบรรยากาศ อาหารสะอาด ธรรมชาติดี เมื่อลูกเขามีภูมิต้านทานที่ดีแล้ว เรียนจบชั้นประถมศึกษาแล้วเขาจึงเอาไปกินขยะในเมือง อย่าหาว่าผมพูดคำรุนแรงเลย เด็กสอนยากทุกวันนี้ เพราะร่างกายเขาเต็มไปด้วย ไม่รู้จะพูด อย่างไรดี ผมนำหลานผมไปเลี้ยงในชนบท ผมนำผักธรรมชาติมานึ่งกับปลากับอะไรให้เขากิน หลานผมเก่งมาก เก่งจนไม่รู้จะพูดอย่างไร คืออันนี้อย่าหาว่าผมอวด ท่านโคต (Quote) เข้าไปดู ไดมอนอ่านหนังสือ เขาอ่านหนังสือได้ตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ ๔ เดือน โดยที่ผมไม่ต้องสอน นั่นก็คือที่มาของสื่อ ท่านครับ สื่อทุกวันนี้คือมหาภัย นี่ครับ มือถือคือสื่อมหาภัย สตีฟ จ็อบส์ เขาไม่ให้ลูกใช้มือถือจนกว่าลูกเขาจะได้ ๗ ปี เขาไม่ได้บอกว่ามือถือมันมีอะไรอยู่ในนี้ แต่เขาตายด้วยโรคมะเร็ง ขณะที่อายุยังไม่มาก นั่นคือคำตอบแก่ชาวโลกครับ เขาไปบอกใครว่า มือถือนี่มันร้ายอย่างไร ผมให้หลานผมเล่นมือถือเมื่อเขาอ่านออกเขียนได้แล้ว ผมให้เขาไปอยู่ ในชนบทกับผมไม่ให้มีมือถือ ไม่ให้ดูทีวี (TV) แต่ผมทำสื่อขึ้นมาเองเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ เขาดูในนั้นเป็นมัลติมีเดีย (Multimedia) เป็นแอนิเมชัน (Animation) ซึ่งมันใช้ไฟฟ้า ในบ้านไม่รุนแรงเท่ากับตัวนี้ เดี๋ยวนี้พ่อแม่ผู้ปกครองลำบากเพราะตัวนี้ ท่านจะต้องมีส่วน บอกว่ามือถือตัวนี้มันอันตรายมากมาย ทำให้เด็กสมาธิสั้น ทำให้เด็กสอนยากอยู่ในนี้ครับ ทางทีมของผมบอกว่าให้ท่านแค่ ๗ นาที อันนี้เลยมาแล้ว ขอบคุณท่านประธานมากที่ให้เวลาผม ที่จริงก็อยากจะพูดมากกว่านี้อยู่ แต่ว่าเวลาไม่มี ขอบพระคุณมาก ๆ ครับ
ขอบคุณ ท่านสำลีครับ ต่อไปท่านอัครเดชครับ ยังไม่เข้ามานะครับ ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ พรรคอนาคตใหม่อยู่หรือไม่ เชิญเลยครับ
กราบเรียนประธานที่เคารพ ผม นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมจะขอ อภิปรายกับท่านประธานผ่านไปยัง สสส. ว่าอยากจะให้ สสส. กลับมายึดในเป้าหมายใหญ่ คือการเป็นองค์กรหลักที่จะทำให้คนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยมีสุขภาพชีวิตที่มีความสุข เพราะปัจจุบัน สสส. มีโครงการมากถึง ๕,๔๐๐ โครงการครับ ในปีล่าสุดเฉลี่ยแล้ววันละ ๑๕ โครงการครับ จึงอยากให้มีการพิจารณาทบทวนว่า โครงการเหล่านี้ซ้ำซ้อนและยิบย่อย มากไปหรือไม่ ถึงแม้ว่าจะเป็นไปตามหลักการสานพลังภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชนและ ประชาสังคม แต่ว่าเมื่อขาดการให้ความสำคัญกับการบูรณาการในการให้ความรู้หลายด้าน ก็จะเกิดโครงการเชิงเดี่ยวต้นแบบจำนวนมากครับ และยิ่งเมื่อขาดการวางเป้าหมายที่จะให้ ขยายผลไปทั่วถึงคนทุกคน โครงการต้นแบบเหล่านี้ก็จะกลับมาซ้ำทุกปีอย่างที่ผู้ที่อภิปรายได้ ยกตัวอย่างไว้แล้ว ผมจึงอยากให้ สสส. กลับมาทบทวนว่าโครงการยิบย่อยเหล่านี้ จะยังทำให้ สสส. สามารถบรรลุวัตถุประสงค์หลักอยู่หรือไม่ เพราะเป็นที่น่าเสียดายว่า การใช้งบประมาณไปกับโครงการเหล่านี้ทำให้คนส่วนใหญ่รู้จัก สสส. เป็นเพียงองค์กรที่มา รณรงค์ให้ลดเหล้า เลิกบุหรี่ ออกกำลังกาย และน้อยคนครับที่จะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว สสส. มีคลังความรู้ดี ๆ อีกมากที่จะทำให้คนทุกคนมีสุขภาพชีวิตที่มีความสุขได้ นั่นคือสิ่งที่ ผมต้องการจะนำเสนอกับ สสส. ใน ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก คืออยากจะให้ สสส. ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ชีวิต แบบบูรณาการมากขึ้น มากไปกว่าการรณรงค์เชิงเดี่ยวแบบเดิม ๆ เพราะปัจจุบันความรู้ การใช้ชีวิตที่รอบด้านเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขครับ ถึงแม้ว่า การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เป็นโรคสำคัญ แต่การมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความสัมพันธ์ที่ดี กับลูก คู่สมรส พ่อแม่ก็สำคัญ มีความรู้การบริหารเงิน รู้จักออม ไม่เป็นหนี้ก็สำคัญไม่ต่างกัน มีความรู้พัฒนาตนเองได้ มีน้ำใจ มีสังคม มีเพื่อนฝูงที่ดีก็ยังจำเป็นอยู่ มีศรัทธาในศาสนา หรือรู้จักพักผ่อนก็ยังสำคัญที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข ผมจึงอยากให้ สสส. ให้ความสำคัญ กับความรู้ชีวิตที่รอบด้านเหล่านี้ สนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายใช้โครงการแฮปปีเอต (Happy Eight) หรือความสุข ๘ ประการที่ผมยกตัวอย่างข้างต้นให้มากขึ้น ที่อยู่ในคลังความรู้ของ สสส. อยู่แล้ว เพราะความรู้ชีวิตที่รอบด้านทำให้คนมีความสุข และต้องยอมรับว่าวันนี้ สังคมไทยคนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการใช้ชีวิตอยู่มาก มากไปกว่าแค่การสูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้าครับ ผมจะขอยกตัวอย่าง ๒ ปัญหาที่ชัดเจนมาก ๆ คือสถิติหนี้ครัวเรือนวันนี้ ประเทศไทยสูงเป็นอันดับ ๒ ของเอเชีย หรือเด็กไทยปัจจุบัน ๑ ใน ๓ มีพัฒนาการ ที่ล่าช้ากว่าค่ามาตรฐาน และมีความเสี่ยงสูงที่จะเติบโตมาเป็นคนสมาธิสั้น เข้าสังคมไม่ได้ จากการปล่อยให้เด็กเล่นมือถือ ดูยูทูบ (YouTube) ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ไม่เคยมีใครผิด ที่ไม่มีความรู้ ใครก็อยากมีชีวิตที่ดี มีความสุข แต่ความรู้ชีวิตหลายอย่างไม่เคยถูกสอน แม้แต่ในภาคการศึกษาครับ คนเรียนจบปริญญาน้อยคนครับจะได้เรียนความรู้บริหารเงิน ความสำคัญในการออมหรือการวางแผนเกษียณ หรือพ่อแม่ที่ต้องทำงานหนักไม่มีเวลาดูแลลูก ให้อยู่กับมือถือเพราะเลี้ยงง่าย โดยไม่เข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่อย่างน้อยผมอยากจะ ให้โอกาสในการเข้าถึงความรู้ชีวิตนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ และเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเข้ามาทำบทบาทนี้ ผมถึงอยากที่จะให้ สสส. ยกระดับมาเป็น กลไกหลักในการให้ความรู้ชีวิตกับคนทุกคนครับ
และนั่นคือสาเหตุที่ผมอยากจะขออภิปรายต่อในประเด็นที่ ๒ ครับ คืออยากจะให้ สสส. ให้ความสำคัญกับการวางเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่าความรู้ชีวิต แบบบูรณาการนี้จะถูกสอนให้ทั่วถึงคนทุกคน สนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายเปลี่ยนมาทำงานเชิงรุก จัดอบรมความสุข ๘ ประการนี้ให้คนทุกคน นอกจากจะได้เข้าใจความรู้ชีวิต ยังได้รู้จักเข้าถึง คลังความรู้ของ สสส. บนแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ นะครับ ให้ตั้งเป้าหมายเป็นการ จัดอบรมอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้งกับคนทุกคน ทุกกลุ่มในสังคมไทย เปรียบเสมือนการตรวจ สุขภาพชีวิตประจำปีนะครับ ให้มีอัปเดต (Update) ความรู้ชีวิตทบทวนอย่างสม่ำเสมอ อาจจะแบ่งการจัดอบรมในสังคมไทยเป็นกลุ่ม ๓ เป้าหมายใหญ่นะครับกลุ่มแรก คือกลุ่ม พนักงาน ลูกจ้างบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจและข้าราชการ สสส. ควรจะต้องสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายเหล่านี้ติดต่อทำงานเชิงรุก ติดต่อนัดหมาย กับบริษัท กับองค์กร เข้าไปอบรมความรู้ชีวิตความสุข ๘ ประการ โดยไม่จำเป็นต้องเป็น ต้นทุนของหน่วยงานหรือบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ครับ กลุ่มที่ ๒ คือนักเรียนนักศึกษาครับ ทั้งระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษาเช่นกันครับ อย่างน้อยให้นักเรียนนักศึกษา เหล่านี้เข้าใจความรู้การใช้ชีวิตตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน และยังจะสามารถบอกต่อ พ่อแม่ผู้ปกครองได้อีกด้วย และกลุ่มสุดท้ายกลุ่มที่ ๓ ครับ คือผู้ประกอบการรายย่อย และเกษตรกร ที่ สสส. ก็คงจะต้องทำงานเชิงรุก วางแผน สนับสนุนให้ชุมชนขนาดเล็ก เหล่านี้เข้ามาเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อให้มั่นใจว่าความรู้ชีวิตจะถูกถ่ายทอดไปยังกลุ่มเป้าหมาย ที่เหลืออย่างทั่วถึง ในระดับชุมชนขนาดเล็ก ในระดับตำบล สุดท้ายที่ผมอยากจะฝาก สสส. คือถ้าหากว่าวิสัยทัศน์ของ สสส. จะยังคงเป็นคนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย ผมก็คิดว่า มันถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องมีโครงการริเริ่มรองรับกลุ่มแรงงานต่างด้าวครับ เพราะแรงงาน ต่างด้าวปัจจุบันเกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยไปแล้ว และคนกลุ่มนี้เอง แรงงานต่างด้าวเอง ก็ควรจะได้เข้าถึงความรู้ชีวิต มีสุขภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างเท่าเทียมกัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไปขอเชิญคุณประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณทางสำนักงานสนับสนุนและส่งเสริม สุขภาพที่ท่านกรุณาได้มาเสนอรายงานในการปฏิบัติหน้าที่ของท่านในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมจะขออนุญาตไม่พูดในรายละเอียดของรายงานสักเท่าไรนัก เหตุผล เพราะว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพูดถึงทุกแง่มุม แต่ว่าผมเน้นในเรื่องการให้ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการใช้งบประมาณของ สสส. ซึ่งถ้าเราดู ในปี ๒๕๖๑ ท่านใช้งบประมาณถึง ๔,๖๑๐ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ท่านคิด ๒ เปอร์เซ็นต์ของภาษีผลิตและนำเข้าสุราและยาสูบ ซึ่งผมกราบเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ เพราะว่าสุราและยาสูบเป็นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาวะ สุขภาพของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น การที่ สสส. ได้ของบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ของภาษีที่ควรจะเก็บมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เพื่อดูแลสุขภาวะของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่สมควรยิ่ง แต่ผมคิดว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ ยังน้อยไปกับที่สุรา ยาเสพติด มาทำลายสุขภาพของพี่น้องประชาชน ถ้าขยายสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ของภาษีที่เก็บเข้าประเทศ เพราะว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้เอามาจากเม็ดภาษี ที่รัฐเก็บใช่หรือไม่ครับ แต่ว่าเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ของที่บวกเพิ่มมา ผมคิดว่าน่าจะกระทำยิ่ง น่าจะกระทำมากที่สุดนะครับ เป็นการเรียกว่าไม่ใช่เรื่องของคืนกำไรนะครับ แต่เป็นการที่จะมาสร้างเสริมสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งสุราและยาเสพติดเป็นต้นเหตุ ที่ทำลายสุขภาพของพี่น้องประชาชน โรคมะเร็งที่เราเป็นหนึ่งในเอเชียวันนี้สาเหตุหนึ่ง ก็มาจากยาสูบ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลต้องตระหนัก ๔,๖๑๐ ล้านบาทมันไม่มากครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมอยากให้ข้อสังเกตว่า ในงบประมาณที่ท่านจัดเก็บมาปี ๒๕๖๑ ในจำนวน ๔,๖๑๐ ล้านบาทนั้น ท่านมีแผนงาน ๑๕ แผนงาน ๓ แบบ ซึ่งเมื่อได้ดู ๑๕ แผนงานนั้นครอบคลุมทั้งหมดครับ ครอบคลุมกิจกรรมที่ท่านจะไปส่งเสริมสุขภาวะ และสุขภาพของพี่น้องประชาชน ท่านครอบคลุมพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอายุและทุกกลุ่ม สถานที่ ทั้งในเรื่องของปัจเจกบุคคล ทั้งในเรื่องครอบครัว ทั้งในเรื่องชุมชน ทั้งในเรื่องสังคม และเรื่องของประเทศชาติ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี เพียงแต่ผมมีข้อติงนิดหนึ่งว่า ในเรื่องนี้ท่านใช้เม็ดเงินนี้อย่างไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องการส่งเสริมสุขภาวะ ๑๕ แผนงาน ท่านกระจายงบประมาณไม่ได้เน้นอะไรเท่าไรนะครับ ท่านมาเน้นในเรื่องของสุขภาพ สุขภาวะชุมชน ๓๗๐ ล้านบาท คือประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนแผนงานภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัวท่านใช้งบประมาณ ๒๑๓ ล้านบาท ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ละครับที่ผม ให้ข้อสังเกตกับ สสส. ผมชื่นชมงบประมาณ ๔,๖๑๐ ล้านบาท ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านใช้ในเรื่องของ การส่งเสริมสุขภาวะ การสร้างเสริมสุขภาพของพี่น้องประชาชน ท่านใช้งบประมาณเพียง ๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นสำหรับบริหารในสำนักงานของท่าน ซึ่งผมเรียนว่าเป็นหน่วยงานที่ใช้เงิน ในการบริหารงบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพมุ่งเน้นพี่น้องประชาชนเป็นหลัก แต่สิ่งที่ผมให้ข้อสังเกตว่าในเรื่องการสร้างสุขภาพนั้น ท่านให้ความสำคัญตั้งแต่เด็ก เยาวชน วัยทำงาน วัยชรา ผมกราบเรียนว่าท่านควรให้น้ำหนักเด็ก เยาวชนมากกว่าคนกลุ่มอื่นใด ทั้งสิ้น เพราะว่าการสร้างสุขภาพ ท่านประธานที่เคารพ เราต้องเริ่มสร้างตั้งแต่เป็นทารก ตั้งแต่เด็ก ท่านต้องให้ความรู้ ซึ่งจริง ๆ ผมเรียนว่าความรู้ไม่พอ ต้องเป็นความรอบรู้ให้กับแม่ดูแลสุขภาพ ของทารก ต้องทุ่มงบประมาณไปให้สถานศึกษา ซึ่งเป็นที่อบรมบ่มนิสัยของลูกหลานของเรา ของเยาวชน นั่นหมายความว่าท่านต้องดูแลในเรื่องการเสริมสร้างสุขภาวะสุขภาพให้กับ เยาวชนในสถานศึกษาเป็นหลัก ไม่เลือกว่าเป็นสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ทุกระดับ ก่อนวัยเรียน อนุบาล ประถม มัธยม อาชีวะหรือแม้แต่อุดมศึกษา ผมเรียนว่าถ้าเกิดคนไทย เยาวชนไทยมีร่างกายที่แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี ท่านมีหน้าที่ในการสร้าง เมื่อท่านสร้างสำเร็จโอกาสที่รัฐจะใช้จ่ายงบประมาณก้อนมหาศาลในการซ่อมก็จะลดลง เราต้องตระหนักว่าการสร้างต้องเหนือกว่าการซ่อม ถ้าเราสร้างไม่ดีท่านต้องใช้งบประมาณ ทุ่มเทให้กับโรงพยาบาลมหาศาล เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าการที่เรามี สสส. นั้น เราเดินมา ถูกทางแล้ว เพียงแต่ว่าท่านจะกระจายงบประมาณก้อนนี้ให้ได้ผลให้เกิดประสิทธิภาพ ให้เกิดประสิทธิผลได้อย่างไร ก็กราบเรียนท่านว่า เป้าหลักจริง ๆ นั้นท่านควรจะกระจาย ไปที่เด็ก เยาวชน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
เรื่องที่ ๒ ท่านครับ เรื่องของการที่ท่านให้ความรู้อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่ว่าท่านต้องให้ความรอบรู้ ถามว่าความรู้กับความรอบรู้ต่างกันอย่างไร ความรู้ก็แค่เราให้ ความรู้ทั่วไป ให้วิชาการทั่วไปนะครับ ใครจะทำอย่างไร ไม่ทำอย่างไร ก็ไม่เป็นอะไร แต่ความรอบรู้เน้นตั้งแต่เรื่องการให้ความรู้ สร้างตระหนัก ตระหนักว่าการที่เราปล่อย ลูกหลานเราอ้วน มันมีผลต่อสุขภาพอย่างไร ให้เขามีตระหนัก นอกจากตระหนักแล้ว ต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงถือว่ายังไม่ใช่รอบรู้ เมื่อเปลี่ยนแปลงได้แล้วครับ สิ่งที่สำคัญมากก็คือบอกต่อ นั่นหมายความว่าเราได้คนที่เขาเห็นผลจากการสร้างสุขภาวะ การสร้างสุขภาพ แล้วก็ไปบอกต่อคนอื่น ตรงนี้ความสำเร็จ ถ้าคนไทยแข็งแรง ชุมชนแข็งแรง สังคมแข็งแรง ประเทศชาติแข็งแรง ผมกราบเรียนว่าเราจะใช้งบประมาณแผ่นดินในการซ่อม สุขภาพของพี่น้องประชาชนลดน้อยลง กราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านประกอบนะครับ ลำดับต่อไป ขออนุญาตแจ้งล่วงหน้านะครับ เผื่อท่านจะได้เตรียมตัว นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ และนายนริศ ขำนุรักษ์ เชิญ คุณเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ พอทราบว่ามีวาระเรื่องรายงานผลประจำปี ๒๕๖๑ จากกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ดิฉันก็รีบอ่านเลยค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ดิฉันเคยทำงานกับ สสส. ในฐานะผู้เคยขอทุน สสส. เมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาค่ะ เป็นการทำงานเรื่อง ยาเสพติดกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรมค่ะ ๑๐ ปีผ่านไปจนถึงปัจจุบันนี้ เราได้โมเดล (Model) ดี ๆ จากทุกภาคของประเทศไทย แต่ท่านประธานที่เคารพคะ โมเดล (Model) ดีมาก แต่ไม่มีการขยายต่อเลยค่ะ อันนี้เป็นปัญหาหนึ่งที่เราพบเห็น กับหลาย ๆ งาน ถ้ามีการนำร่อง มีงาน คน ของมาทีไร ก็ดีหมดค่ะ แต่เมื่องบประมาณ หายไป สิ่งที่จะขยับต่อ จะขยายต่อ มักจะไม่ได้ผล อันนี้คงต้องไปวิเคราะห์ต่อว่าเป็นเพราะ อะไร แต่ดิฉันก็ยังดีใจค่ะในพื้นที่ภาคใต้คือจังหวัดสงขลาที่ลงไปเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ๑. เป็นการ จุดประกายให้คนในพื้นที่ค่ะ คนในชุมชนสามารถเป็นเครือข่ายในการทำงานจนถึงทุกวันนี้ อันนี้คือข้อดีที่ดิฉันได้เห็นนะคะ แต่ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉันเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากทุกจังหวัด ก็อยากเห็นว่าจังหวัดของตัวเองมีส่วนร่วม อย่างไรบ้างกับการดำเนินงานของ สสส. แมปปิง (Mapping) ในเล่มนี้ดิฉันอยากจะเห็น แผนที่ประเทศไทยว่าปัญหาสุขภาพที่สามารถที่จะลดอัตราเจ็บป่วยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หรือบทบาทหลักของ สสส. ของแต่ละภาค แต่ละจังหวัดคืออะไร และ สสส. สามารถ ตอบโจทย์อะไรกับการสร้างเสริมสุขภาพกับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ในฐานะ น้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงหลัก และที่สำคัญต้องไม่ซ้ำซ้อนกับกระทรวง หน่วยงานที่ทำเรื่องเดียวกันอยู่แล้วได้อย่างไร ดิฉันได้มีโอกาสถามเพื่อนสมาชิกที่นั่งข้าง ๆ เมื่อวานนี้ดิฉันถามท่านหนึ่งว่ารู้จัก สสส. หรือไม่ ตอบว่าไม่รู้จักเป็นหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขหรือเปล่า ดิฉันก็เลยบอกว่าวันนี้ คงต้องนั่งฟัง ว่า สสส. คืออะไร เพราะตั้งมา ๑๘ ปีแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิกที่นั่ง อยู่ข้าง ๆ อีกท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าสิ่งที่ติดหู ติดตา ติดใจ สสส. คือเรื่องเหล้า เรื่องบุหรี่ เรื่องของสวดมนต์ข้ามปี เรื่องของการออกกำลังกาย อย่างน้อยก็เคยผ่านตามาก่อน ฉะนั้น ที่ผ่านมาดิฉันเห็นในรายงานอันหนึ่งที่ขอชื่นชม นั่นคือเรื่องการเป็นต้นแบบกลไกสร้างเสริม สุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ เอ็นซีดี (NCD) ซึ่งเป็นอันดับ ๓ ของโลกและเป็น อันดับหนึ่งของเอเชีย ซึ่งคงไม่ได้มาง่าย ๆ แต่ว่าผลที่เราได้ต้นแบบดีเด่นอย่างนี้ จะทำต่อ ในพื้นที่ให้ชาวบ้านเขารู้สึกว่ามันตรงกับโจทย์ของเขาได้มากน้อยแค่ไหน
ประเด็นถัดมา เป็นประเด็นที่เห็นความพยายามของ สสส. ที่มาต่อเนื่อง ยาวนาน นั่นคือเรื่องบุหรี่ ที่พูดเรื่องของบุหรี่นั้นก็เพราะว่าในพื้นที่ภาคใต้บ้านดิฉัน มีอัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุดในทุกรอบการสำรวจ ถ้าดูในหน้า ๒๑ จะเห็นได้ว่า มากถึง ๒๔.๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ลดแล้ว แล้วก็รองลงมาก็เป็นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามด้วย ภาคกลาง ภาคเหนือ และต่ำสุดคือกรุงเทพมหานคร ทราบเพราะว่าการลดการสูบบุหรี่ เป็นความยากของการทำงาน เพราะว่าคนสูบกว่าจะเห็นผลว่าป่วย ซึ่งมีเพื่อนสมาชิก หลายท่าน เพื่อนดิฉันก็สูบกันเยอะ ก็กว่าจะรู้ว่ามีเรื่องเจ็บป่วยอย่างไร ส่วนใหญ่จะละเลย มองข้าม ฉะนั้นอยากจะให้ สสส. ต้องจริงจังอีกในการป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ เราจะหวังผู้ที่มีอายุมากแล้วจะเลิกอาจจะยากไปสักหน่อย ดิฉันอ่านมีมาตรการการควบคุมยาสูบ ที่ผ่านมาได้ผลดีในภาคเหนือ แต่ว่ายังไม่ค่อยได้ผลในภาคใต้ และกระทรวงสาธารณสุขเอง มีตัวชี้วัด ดิฉันเป็นหนึ่งในผู้ตรวจราชการขณะที่รับราชการ ก็เห็นว่ามีมาตรการหลายอย่าง ที่ทำคล้ายกับของ สสส. ฉะนั้นลองวิเคราะห์งานวิจัยก็เยอะว่าเราจะเติมเต็มตรงนี้ได้มากน้อย แค่ไหนค่ะ
ประเด็นถัดมาเป็นรูปแบบของการทำงานของ สสส. ซึ่งมีทั้ง อีสชูเบส (Issue base) คือเชิงประเด็น แอเรียเบส (Area base) เซตติงเบส (Setting base) คือ เชิงพื้นที่ เชิงกลุ่มเป้าหมาย แล้วก็ยังมีเรื่องของ ซิสเทมเบส (System base) เชิงระบบ ถ้าดูสัดส่วน รูปแบบการทำงานแล้ว สัดส่วนที่คนเห็นชัดมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของเชิงประเด็น อย่างที่ เขาบอกว่าเขาเห็นตามโฆษณาค่อนข้างเยอะ แต่ที่ไม่ชัดก็คือ แอเรียเบส (Area base) ค่ะ แล้วก็เซตติงเบส (Setting base) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉัน พยายามหาทั้งเล่มนี้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาสมีตรงไหนบ้าง แต่ก็มีให้ เห็นโดยเฉพาะเรื่องของบุหรี่ทำเต็มพื้นที่ แล้วก็มีเรื่องของปลูกจิตสำนึกพลังเด็ก ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งทำใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อันนั้นไม่ใช่ปัญหาหลักของ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะเป็นเพราะเป็นโครงการหนึ่งอยากจะทำทั่วประเทศ ก็เลยมีเรื่องของ ๓ จังหวัดภาคใต้ไปด้วย มีเรื่องของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น อันนี้ทำในที่ จังหวัดสตูล สุขภาพช่องปากทำที่เทพา จังหวัดสงขลา ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อจะ สร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ แล้วดิฉันอดีตมาจาก กรมสุขภาพจิต แล้วก็มีโครงการหนึ่งที่ทำโดยศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๒ อาจจะขออนุญาตให้ สสส. ไปหาเพิ่มเติม เพราะอาจจะต่อเนื่องกับเรื่องของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เราทำเรื่อง หลักสูตรป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามเพศวิถีในหลักศาสนาอิสลาม เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในเรื่องของการวางแผนครอบครัว การเว้นช่วงระยะการมีบุตรของ ผู้นับถือศาสนาอิสลาม แต่น้อง ๆ ที่ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็คนนับถือ ศาสนาอิสลามเขามีความพร้อม และหลักศาสนาก็ไม่ได้ห้าม แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ท้อง ในวัยที่ยังไม่สมควร
ประเด็นถัดมาค่ะ ที่ไม่เห็นเลยนั่นก็คือเรื่องของเด็กที่รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เด็กกำพร้า ๖,๐๐๐ กว่าคนแล้วค่ะ แล้วก็จะมีเด็กรับผลกระทบทางอ้อมรวมแล้วไม่น้อยกว่าหลายหมื่น มีโรงเรียนได้รับ ผลกระทบกว่าพันโรงเรียน ฉะนั้นที่ดิฉันเป็นห่วงนั่นคือสภาพจิตใจ การดูแลเยียวยาจิตใจ เด็ก ๆ เหล่านี้กรมสุขภาพจิตเองมีงบประมาณค่ะ แต่ไม่เยอะเลย เราไม่ค่อยอยากจะได้ งบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศ เราอยากจะให้ได้งบประมาณจากในประเทศ เป็นหลักก่อนนะคะ อันนี้ก็ขอฝากในเรื่องของส่งเสริมสร้างเสริมด้านสุขภาพจิตของเด็ก ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่ะ ข้อสังเกตขอสรุปสั้น ๆ ๑. การเลือกพื้นที่ เชิงพื้นที่ ให้ครอบคลุมมากกว่านี้ อันที่ ๒ การซ้ำซ้อนกับงานประจำของหลายกระทรวงจะทำอย่างไร ให้ซ้ำเสริมให้ได้ประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด และบุคคลที่ทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขที่รับราชการ ฉะนั้นงานนี้เหมือนงานเสริมให้เขาเข้าไปอีก ซึ่งงานประจำที่มีอยู่ ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้วนะคะ
สุดท้าย อย่างไรก็ตามก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานใน สสส. เราเห็นค่ะ ความแตกต่างใน ๑๘ ปีที่ผ่านมาเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพในหลายเรื่องค่ะ สิ่งที่จะให้เน้นย้ำนั่นก็คือเรื่องของเด็กและเยาวชนน่าจะมีมากกว่านี้นะคะ ทำอย่างไร ให้สามารถทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ สสส. ร่วมกันกับงบประมาณ ที่ได้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว ขอบคุณค่ะ
เชิญ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ในรายงานประจำปี ๒๕๖๑ ของกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ สสส. ในเบื้องต้น ขอแสดงความชื่นชม จากเอกสารรายงานก็ดีแสดงถึงเจตนารมณ์ที่สะท้อนในเรื่องของ การดำเนินงาน ในเรื่องของผลการดำเนินงานที่มีเป้าประสงค์ทั้ง ๖ ประการด้วยกัน ๖ ด้าน แล้วก็ที่สำคัญในเรื่องของการติดตามแล้วก็การประเมินผล ดิฉันมีข้อสังเกตแล้วก็ข้อคิดเห็น บางประการ นอกจากที่จะขอชื่นชมถึงความจริงจังจริงใจตั้ง ๑๘ ปีที่ผ่านมานะคะ ดิฉันมองว่าในเรื่องของการประเมินผลขอปลายทางก่อนนะคะ การประเมินผลที่แบ่งเป็น ๓ ส่วนในเรื่องของประเมินเชิงนโยบาย ดิฉันมั่นใจว่าทางคณะผู้บริหารและการดำเนินการ ของ สสส. ก็คงจะต้องมีเป้าหมายของนโยบายที่ชัดเจน
ในส่วนของการดำเนินงานกองทุน แล้วก็ในส่วนของวิธีการประเมินท่านใช้ บาลานซ์ สกอร์การ์ด (Balance Scorecard) กับกู๊ดกัฟเวิร์นแนนซ์ (Good Governance) เป็นเครื่องมือในการประเมิน สุดท้ายจึงได้อุดมคติออกมาว่าเป็นการประเมินที่ใช้วิธีที่ดี แต่ก็คล้าย ๆ กับหลาย ๆ ท่าน ในส่วนของสมาชิกที่ได้ให้ความเห็นไว้ นั่นคือดิฉันเห็นว่า สามารถประเมินผลผลิตได้ดีมาก นั่นคือเห็นเอาต์พุต (Output) ของโครงการ ตลอดจน เห็นความใส่ใจของภาคประชาชน ภาคสังคม ที่มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าโครงการร่วมกับ สสส. ที่ในปี ๒๕๖๑ เพิ่มถึงร้อยละ ๖๓.๑ นั่นหมายความว่าทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ ในเรื่องของสุขภาวะ แต่ในขณะเดียวกันในเรื่องของอิมแพ็กต์ (Impact) ก็เห็นในระดับหนึ่ง แต่ที่สุดแล้วในเรื่องของผลลัพธ์เอาต์คัม (Outcome) ค่ะ ดิฉันอยากจะให้เกิดการบูรณาการ ในเรื่องของการประเมินเพื่อให้เกิดผลดีต่อสังคมสุขภาวะดังหน้าปกของเอกสารที่ท่านบอกว่า เราจะรวมพลังสร้างวิถีสุขภาวะ คงไม่ใช่แค่ความสุขในภาพรวม แต่เรามองว่าสุขภาวะ ไม่ว่าจะเป็น สช. ก็ดีค่ะ สุขภาพแห่งชาติ สปสช. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สพฉ. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน สวรส. ส. ทั้งหมดนี้ค่ะ ท้ายที่สุดก็คือเราอยากให้คนไทย มีสุขภาวะที่ดี ถ้าเราจะมีเป้าหมายของตัวชี้วัดหรือการประเมินที่กว้างขวางออกไปดิฉันมองว่าถ้าเราจะใช้ คำง่าย ๆ ว่าสุขภาวะก็คือ ความสุขทางกาย ความสุขทางใจ การมีสังคมที่ดี และสุดท้ายก็คือ สังคมอุดมปัญญา อุดมปัญญาตรงนี้ นั่นก็คือทุกคนจะต้องได้ตระหนักว่าวิถีของสุขภาพ ที่เหมาะควรแก่ตนเองน่าจะเป็นอย่างไร อันนี้มองว่าเราจะประเมินได้ถึงในระดับผลลัพธ์ อย่างไรก็ตามการเติบโตของ สสส. ทั้ง ๑๘ ปี กับความจริงใจที่ให้กับชุมชนแล้วก็ประชาชน ณ วันนี้ถ้าจะเติบโตไปให้ สสส. เป็นแกนหลักนะคะ ในการประเมินให้ถึงในระดับของผลลัพธ์ ก็จะส่งผลที่ดีมากค่ะ เพราะขณะนี้ในส่วนของ สสส. เอง กับการขับเคลื่อนการเติบโต ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยแล้วค่ะ ยังไปสู่ระดับสากลที่เราเป็นต้นแบบให้ในส่วนของ สหประชาชาติ แล้วก็องค์การอนามัยโลกอย่างมากมายทีเดียว โดยเฉพาะโรคที่เกิดขึ้น ในลักษณะของโรคไม่ติดต่อนะคะ ในส่วนของการดำเนินงาน แล้วก็ผลการดำเนินงาน ทั้ง ๖ เป้าประสงค์ ดิฉันมีข้อคิดเห็น แล้วก็ข้อเสนอแนะที่จะขอไม่ให้ซ้ำซ้อนกับเพื่อนสมาชิก ที่ได้อภิปรายไปแล้วนะคะ
ในเป้าประสงค์ที่ ๑ ในเรื่องของการลดปัจจัยเสี่ยงค่ะ การลดปัจจัยเสี่ยง สิ่งที่เห็น สสส. พยายามจะทำในเรื่องของลานกีฬาก็ดี ในเรื่องของการวิ่งการออกกำลังกายก็ดี ท้ายที่สุดแล้วก็อยากจะให้เกิดถึงขั้นค่านิยมการที่จะสามารถสร้างแฮปปี เวิร์กเพลส (Happy workplace) ก็ดี หรือสุขภาวะในบ้านหรือใด ๆ ก็ดี เราจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้อย่างไร รวมทั้ง แผนรองรับสุขภาวะในประเด็นเป้าประสงค์ที่ ๑ มีโครงการที่น่าจะต่อยอดได้ ในส่วนที่ สสส. อาจจะเห็นเป็นต้นแบบแล้วเคลื่อนต่อ อาทิเช่น โครงการเด็กแก้มใส โรงเรียนต้นแบบปี ๒๕๕๙ บอกว่าสามารถดำเนินการ เด็กอ้วนนี่ค่ะลดจากร้อยละ ๔๐ เหลือแค่เพียงร้อยละ ๘.๓๔ ท้ายที่สุดเด็กผอมลง เด็กมีภาวะโภชนาการและในปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วยไหม ไม่อยากให้ มองในมิติเชิงกายอย่างเดียวนะคะ น่าจะเป็นการบูรณาการและเกิดต้นแบบในรอบต่อไป ที่เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ ในส่วนของอาหารเพื่อสุขภาพ การเชื่อมโยงความมั่นคง และความปลอดภัยในด้านอาหาร สารเคมีในอาหารกับเรื่องของสารเคมีในภาคการเกษตร ทั้งผู้ผลิตแล้วก็ผู้บริโภค กับแผนยุทธศาสตร์การจัดการสารเคมีแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ในระหว่าง ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ อยากจะให้ สสส. นี่ค่ะ ได้ขับเคลื่อนตรงนี้ในเชิงลึกและเห็นเป็น ประเด็นสำคัญแล้วประเมินในมิติของภาพรวมโดยบูรณาการไปกับหน่วยงานต่าง ๆ
ในส่วนของเป้าประสงค์ที่ ๒ ในเรื่องของการลดปัจจัยความเสี่ยง ในเรื่องของ สภาเด็กค่ะ สภาเด็กใช้เยอะ ๆ เลยนะคะ เกิดในพื้นที่มากมาย รวมทั้งในส่วนของต้นแบบ สุขภาวะที่ควรจะยึดโยงไปกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของธรรมนูญ สุขภาพเกิดขึ้นมากมายแล้วค่ะ ในเรื่องขับขี่ปลอดภัย การจัดการขยะ แล้วก็ปัญหายาเสพติด ในชุมชน ท่านใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเครื่องมือได้เลยค่ะ ในส่วนของ แฮปปี เวิร์กเพลส (Happy workplace) ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้เคยให้มิติของเวิร์กเพลส (Workplace) ตรงนี้ว่าในวันพุธหรือวันพฤหัสบดีค่ะ ใน ๑ ชั่วโมงท้ายสุดนี่เราจะสร้างสุขภาวะอย่างไร เราน่าจะเอามาต่อยอดในการที่เราจะ เสริมสร้างสุขภาวะให้เกิดขึ้นในทุกมิติของการพัฒนา
ในเรื่องของเป้าประสงค์ที่ ๔ ค่านิยมและการตื่นตัวการใช้สื่อ และที่สุดนะคะ ในเรื่องของสมรรถนะของระบบสุขภาพ ฝากไปในเรื่องของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับอำเภอ ตรงนี้คณะกรรมการเขตสุขภาพภาคประชาขน ที่มีทั้ง ๑๓ เขต ท่านไม่ต้อง รอช้าเลยนะคะ สามารถต่อยอดได้ทันที เพื่อให้งบประมาณของเราส่วนหนึ่งนั้น ขับเคลื่อน ไปถึงปลายทางได้อย่างดียิ่งขึ้น พชอ. หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๐ และโครงการโครงสร้างนี้เกิดขึ้นแล้วถึง ๘๗๖ ตำบล อย่าได้ทิ้งไว้อย่าง เลื่อนลอยนะคะ เพราะงบของการวิจัยก็ใช้เยอะพอสมควรทีเดียว โดยการวิจัยของ คณะกรรมการเขตสุขภาพภาคประชาชน ภาคที่ ๒ ซึ่งในวาระนั้นดิฉันเองก็ได้มีโอกาสเป็น คณะทำงานอยู่ด้วย ทั้งหมดทั้งปวงนี้อยากให้เกิดการพัฒนาสุขภาวะอย่างบูรณาการ และปิดท้ายในส่วนของประเด็นเด่นที่ท่านได้กล่าวถึง ๗ ประการด้วยกันค่ะ ดิฉันมองว่า ในส่วนของการขับเคลื่อนโดยใช้การบูรณาการ อาทิ เช่น สื่อที่มีการพัฒนาแล้ว อาจจะเป็น เอไอ (AI) ก็ดีหรืออะไรก็ดี ท่านมีเพื่อนคู่คิด มิวเซียม ไทยแลนด์ (Museum Thailand) ที่เคลื่อนสื่อเข้าไปในทุกพื้นที่ ตรงนี้กาย จิต สังคม และปัญญาเกิดอย่างเป็นองค์รวมไปต่อ ยอดได้เลยนะคะ และในขณะเดียวกันในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ค่ะ ขณะนี้ เกิดธรรมนูญพระสงฆ์ เกิด อสว. ขึ้นมาแล้วค่ะ อาสาสมัครสาธารณสุขในวัด เกิดนำร่องของ ประเทศไทยที่จังหวัดสุโขทัยค่ะ โดยท่านเจ้าคณะจังหวัดและพระคิลานุปัฏฐาก ซึ่งมีทั้งหมด ๖๕ รูปด้วยกันมาทำธรรมนูญสุขภาพ และท้ายที่สุดต้นแบบแห่งองค์สงฆ์ แล้วก็ในเรื่องของ การขับเคลื่อนในเรื่องของปัญญา ซึ่งเป็นสุขภาวะท้ายสุดกับการกระจายไปอยู่ชุมชน แล้วก็ท้องถิ่น อยากจะให้ขับเคลื่อนในทุกมิติที่เป็นประเด็นเด่นแล้วก็ต่อยอดออกไปให้เกิด การทำงานอย่างบูรณาการแล้วก็เต็มประสิทธิภาพค่ะ อย่างไรก็ตามก็ขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง ๑๘ ปีที่ผ่านมานะคะ และมั่นใจว่าในโอกาสต่อไป เราจะมีสังคมอุดมสุขภาวะของคนไทย อย่างเต็มศักยภาพต่อไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตได้อภิปรายในวาระ รับทราบรายงานของ สสส. ด้วยเหตุผลว่า
๑. ผมเห็นว่าบทบาทที่ สสส. กำหนดไว้เป็นบทบาทที่เป็นความหวังจริง ๆ ของสังคมไทย เพราะว่าท่านมีบทบาทที่จะจุดประกายกระตุ้น สานและเสริมสร้างพลังบุคคล และองค์กรทุกภาคส่วนให้มีความสามารถและสร้างสรรค์ระบบสังคมเชื่อมต่อสุขภาวะนะครับ คือบทบาทนี้จะเป็นบทบาทที่เป็นความหวังของสังคมในวันนี้และในวันข้างหน้าเพียงว่า ท่านจะทำบทบาทนี้ได้สำเร็จหรือไม่
๒. ที่ผมจำเป็นจะต้องอภิปรายก็คือ ท่านเป็นองค์กรหน่วยงานที่ใช้เงินภาษี ของประชาชนจำนวนมากทีเดียว ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าใช้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมคิดว่า จะแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนได้มากมายทีเดียว
๓. ที่อภิปรายเพียงเพราะผมอยากให้ที่ประชุมนี้รับทราบว่า สสส. เกิดขึ้น โดยดำริของท่านชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีขณะนั้น และท่านธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีดำริที่จะเอาเงินภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่มาดูแลสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน
๔. ผมอภิปรายทุกครั้งเรื่องของ สสส. เพราะว่าผมอยากให้กำลังใจท่าน ในบางโครงการในหลายโครงการที่ท่านทำสำเร็จ และผมจะถือโอกาสแนะนำบ้าง ในบางกิจกรรมของท่านนะครับ ผมขอให้ท่านได้เดินหน้าโครงการที่ท่านทำสำเร็จ ที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงการให้เหล้าเท่ากับแช่ง นี่ผมถือว่าผมให้เบอร์ ๑ ในความสำเร็จของท่านนะครับ ๒. โครงการความปลอดภัยบนท้องถนน โครงการงดเหล้า เข้าพรรษา โครงการสร้างสุขมุสลิมไทย นี่ก็ถือว่าเป็นโครงการถ้าผมให้คะแนน ผมให้คะแนน ๔ ลำดับนี้เป็นอันดับต้น ๆ ที่ท่านทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่ว่าโครงการที่ผมเห็นด้วย และอยากให้ท่านทำต่อเช่นเดียวกัน แต่ว่าควรปรับเปลี่ยนบ้าง เช่น โครงการผู้สูงวัยเพราะว่า ของท่านยังเล็กอยู่สำหรับโครงการผู้สูงวัย ผมอยากให้ขยายเพราะว่าสังคมไทยเป็นสังคม ผู้สูงวัยมากยิ่งขึ้นเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าโครงการของท่านยังไม่มากพอรองรับผู้สูงวัย โครงการที่ ผมอยากให้ทำและเห็นประโยชน์ก็คือชุมชนวัฒนธรรม นอกจากโครงการนี้จะทำให้สังคม มีความสุขแล้วท่านเชื่อหรือไม่ว่าโครงการของท่านเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตอนนี้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ท่านทำ และขยายให้กว้างขวางออกไป แล้วก็ที่สำคัญคือท่านสร้างนักวิจัยชุมชน อันนี้สำคัญมากครับ เพราะว่านักวิจัยชุมชนจะเป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนของเขา ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครรัก ชุมชนนั้นเท่ากับนักวิจัยของชุมชนนั้น ๆ อันนี้ท่านมาถูกทางและท่านขยายให้ครบถ้วน มากที่สุดได้ยิ่งดีนะครับ แล้วก็ผมขอเสนอโครงการใหม่นะครับ อยากให้ท่านทำโครงการใหม่ บางโครงการ เช่น โครงการป่ากลางเมือง ในประเทศสิงคโปร์สร้างป่ากลางเมืองขึ้นมา ได้มรดกโลกนะครับ ท่านสร้างป่าขึ้นมากลางเมืองหาที่สร้างป่าโดย สสส. สร้าง เพราะป่า มันเป็นความสุขครับ ประเทศไทยเรายังขาดแคลนพื้นที่คนพักผ่อนหย่อนใจนะครับ สสส. เป็นเจ้าภาพหลักทำได้ ๒. ท่านทำเรื่องสารเคมีที่เป็นพิษร้ายต่อคนไทยอยู่ในขณะนี้ สสส. สามารถทำได้ สำคัญที่อยากฝากวันนี้ก็คือผมอยากให้ท่านทำบางเมืองเป็นเมืองสโลว์ทาวน์ (Slow Town) ในโลกนี้มีคนหลายคนบอกว่าเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นเมืองซาปาในประเทศ เวียดนาม เป็นหลวงพระบางในประเทศลาว หลายเมืองขณะนี้ทิศทางกำลังทำเมืองตัวเอง ไปสู่เมืองสโลว์ทาวน์ (Slow Town) ให้คนใช้ชีวิตแบบเนิบช้านะครับ นิวยอร์กกำลังทำ เมืองใหญ่ ๆ ในอิตาลีกำลังทำ เพราะว่าคนกลับมาโหยหาอดีตนะครับ ผมคิดว่าประเทศไทย หลายเมืองที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดน่าน จังหวัดสตูล และผมขออนุญาตอาสาเสนอว่าจังหวัดพัทลุงของผมเหมาะสมมากครับ จังหวัดพัทลุงมีภูเขา มีที่สูง ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ตอนกลางเป็นที่นาที่อยู่อาศัย ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ข้างล่างมีลุ่มทะเลสาบ สงขลาอยู่ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ มีวัฒนธรรมที่ก่อเกิดมโนราห์ หนังตะลุง คนใช้ชีวิตอยู่เรียบง่าย อยู่ระหว่างเมืองใหญ่ จังหวัดตรัง จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ท่านได้มาทำ เมืองสโลว์ทาวน์ (Slow Town) เมืองเรียบง่ายที่จังหวัดพัทลุงเหมือนกับที่ประสบ ความสำเร็จที่ซาปาในประเทศเวียดนาม เหมือนกับที่เขาทำประสบความสำเร็จมาที่ หลวงพระบาง จังหวัดพัทลุงมีทรัพยากรมากเพียงพอที่ท่านจะทำ จังหวัดพัทลุงทำนาเลี้ยง ตัวเองได้ ส่งออกได้ จังหวัดพัทลุงทำปศุสัตว์เลี้ยงตัวเองได้ ส่งออกได้ จังหวัดพัทลุงอยู่กัน ด้วยความสงบ มีพุทธ มีมุสลิม ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มุสลิมมีประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มี ๒ วัฒนธรรม และมีศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับและกำลังเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองรองที่เติบโต ผมคิดว่าจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดหนึ่งที่ทาง สสส. เข้าไปแล้วจะทำงาน ประสบความสำเร็จได้ เคยไปสำรวจอยู่เหมือนกันนะครับ ทาง สสส. ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจ ไปแล้วก็หายไปเลย ผมอยากเรียกกลับให้ไปทำศึกษาวิจัยถามคนจังหวัดพัทลุงว่าอยากเป็น เมืองสโลว์ทาวน์ (Slow Town) หรือไม่ แต่ว่าเท่าที่ผมรับทราบมาในฐานะผู้แทนราษฎร คนพัทลุงอยากให้เมืองพัทลุงเป็นเมืองเนิบช้า สโลว์ทาวน์ (Slow Town) เป็นเมืองเรียบง่าย อยู่ภายใต้เมืองใหญ่ แต่นั่นไม่ใช่ว่าโครงสร้างพื้นฐานไม่ดีนะครับ โครงสร้างพื้นฐานอื่นต้องดี ไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้องเนิบช้าหมดนะครับ ถนนหนทางต้องทำโดยเร็ว สนามบินในจังหวัด พัทลุงก็ต้องเร่งทำโดยเร็วนะครับ แต่ว่าให้คนพัทลุงได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย อย่างเนิบช้า และกระผมอยากเรียกร้องให้ สสส. ได้ทำในพื้นที่อื่น ทำทั้งจังหวัดไม่ได้ ทำเป็นบางอำเภอ ทำบางอำเภอไม่ได้ ทำเป็นบางตำบลนะครับ บางประเทศ เช่น ประเทศไซปรัส เขาทำอ่าวเดียวครับ เขาทำหมู่บ้านไม่ได้ อ่าวเดียวเป็นเมืองสโลว์ทาวน์ (Slow Town) สวยงามมากและคนอยู่มีความสุข ท่านต้องทำให้จังหวะชีวิตคนช้าลง ท่านต้องทำให้คน รณรงค์ใส่เสื้อผ้าพื้นบ้าน พื้นเมือง ท่านช่วยทำให้คนรับประทานอาหารผลไม้ท้องถิ่น ตามฤดูกาลและท่านต้องทำให้เขาได้สร้างบ้านเรือนแบบในอดีตนะครับ ท่านรณรงค์ให้เขาทำ บ้านเรือนแบบในอดีต ท่านทำให้คนไทยมีความสุขอีกครั้งเถอะครับ เหมือนกับหลายสิบปีที่ผ่านมา คนไทยเคยมี ความสุขกับชีวิตแบบคนไทย แต่ว่าเราพัฒนาจนคนไทยไม่มีความสุข ผมเชื่อว่าท่านรู้ดี ทีนี้ผมฝากข้อสังเกตเวลาที่เหลืออยู่นี้นะครับ ฝากข้อสังเกตว่าโครงการของ สสส. ทั้งหมด ต้องใช้องค์กรผู้ประเมินที่ได้รับการยอมรับนะครับ ประเมินการทำงานของท่าน
๒. โครงการของท่านต้องกระจาย ไม่กระจุกอยู่ที่บางหมู่บ้านที่ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก
๓. ช่องทางการเข้าถึง สสส. ยังยากอยู่นะครับ การประชาสัมพันธ์ให้คน ได้เขียนโครงการขอจากท่านยังยากอยู่และการเขียนโครงการของ สสส. ยากมากครับ นี่คนเขาบ่นมาให้ฟังนะครับ โครงการคนในหมู่บ้านชุมชนเขาเขียนโครงการขอที่อื่น ขอได้หมดเลย ขอ สสส. เขาบอกว่ายากที่สุดสำหรับการเขียนโครงการ แล้วท่านก็ต้อง ต่อยอดบางโครงการของรัฐบาลด้วยนะครับ เพราะว่าท่านคิดโครงการใหม่ ทั้งที่โครงการดี ๆ ของรัฐบาลบางโครงการท่านไม่คิดจะต่อยอด ผมอยากให้ท่านได้ต่อยอดบางโครงการ สุดท้ายผมอยากเรียกร้องรัฐบาลนะครับ การเก็บภาษี ๑ เปอร์เซ็นต์ของท่านนะครับ ที่ท่านไปทำโครงการและถูกเก็บภาษี ๑ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่อยากให้รัฐบาลเก็บภาษีของท่าน เพราะรัฐบาลไปเก็บภาษีจากพี่น้องประชาชนนะครับ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับ สสส. เลย ผมอยากเรียนว่าถ้าเป็นไปได้รัฐบาลอย่าเก็บภาษีนะครับ เพราะว่าบางโครงการชาวบ้าน หุงข้าวมากินกันเอง และยังถูกเก็บภาษี ๑ เปอร์เซ็นต์จากโครงการของ สสส. ซึ่งไม่เป็นธรรมเลย ผมจึงขอเป็นกำลังใจให้ท่าน แล้วก็ขอขอบคุณทาง สสส. ที่ทำงาน อย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ เราได้ฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกที่สนใจเกี่ยวกับรับทราบรายงานของ สสส. มา ก็พอสมควร เท่าที่ผมฟังการอภิปรายของพวกเราก็ซ้ำกันไปกันมาค่อนข้างจะซ้ำมากแล้ว ฉะนั้นช่วงนี้ผมอยากจะขอให้ทางฝ่ายท่านผู้ชี้แจงได้ชี้แจง เชิญตัวแทนทางผู้ชี้แจงครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณอย่างสูง สำหรับสิ่งที่ท่านได้ช่วยชี้แนะนำเสนอต่าง ๆ ซึ่งผมถือว่า เป็นเสียงจากประชาชนที่จะช่วยให้ สสส. ทำงานกับสังคมไทยให้ดีขึ้นแล้วก็ขอน้อมรับในการ ที่จะเอาไปเป็นกำลังใจก็ดีนะครับ เอาไปพัฒนาปรับปรุงส่วนที่บกพร่องนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขออนุญาตที่หลายท่านฝากเป็นคำถาม ซึ่งก็ขออนุญาตตอบเพื่อความกระจ่างนะครับ คำถามค่อนข้างเยอะ แล้วก็อาจจะห่วงว่าเวลาจำกัด บางอันอาจจะขอข้ามไปบ้าง ซึ่งเราจะ ใช้ประเด็นนั้นน้อมรับไปในการแก้ไขนะครับ ประเด็นแรกอาจจะเป็นเรื่องทางเทคนิคนิดหนึ่ง เรื่องของทางผู้สอบบัญชี ซึ่งอาจจะทำให้หลายท่านอาจจะไขว้เขวว่ากองทุนมีปัญหาอะไร ในรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชี คือทาง สตง. เอง โดยรวมท่านรับรองงบดุลนะครับ แต่ว่าก็มีจุดในข้อสังเกต
ประเด็นแรกเลยจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานบัญชีครับ คือ สสส. เอง ใน พ.ร.บ. เอง ระบุให้มีการจัดทำระบบบัญชีด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งก็เป็น คำใน พ.ร.บ. ซึ่งเราก็ยึดตรงนี้มาตลอดนะครับ แล้ว สตง. ก็ได้ตรวจระบบมาตรฐานบัญชีนี้ มาตลอดเลยครับ จน ๑๖ ปีผ่านไปด้วยมาตรฐานที่เราทำ ซึ่งต้องถือว่าเป็นสิ่งที่มีมาตรฐาน ที่ยอมรับกันในสากลทั่วไปครับ เพียงแต่ว่าปีที่ผ่านมามีนิดหนึ่งตรงที่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๑ คืออีก ๑๐ วันจะสิ้นปีงบประมาณนะครับ มีหนังสือจากทางกรมบัญชีกลางเองปรับให้ องค์กรรัฐโดยรวม แม้แต่องค์กรที่เป็นองค์กรมหาชน หรือองค์กรเฉพาะให้ไปใช้มาตรฐาน บัญชีภาครัฐ ซึ่งก็เป็นอีกมาตรฐานหนึ่งนะครับ ซึ่งมาตรฐานนี้ก็ปรับปรุงล่าสุด ในปี ๒๕๕๙ ส่วนนี้ สสส. เองเนื่องจากเรามีระบบกองทุน ที่ใหญ่พอสมควรนะครับ ในโครงการที่ท่านคงเห็นว่า ๕,๐๐๐ กว่าโครงการ ทั้งหมดนี้เราใช้ ระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมในการที่จะประมวลแล้วก็สรุปยอดมานะครับ ผู้ตรวจสอบก็ใช้ อ้างถึงว่าเศษ ๓๐๐ ฉะนั้นโปรแกรมนี้เองไม่อาจจะปรับได้ภายในเวลาอันสั้นนะครับ ซึ่งเราเองก็ได้ขออนุญาตรวบรวมบัญชีไปในลักษณะของเป็นมาตรฐานสากลที่เคยรายงาน มาตลอด ๑๖ ปีครับ ซึ่งทาง สตง. เองก็เข้าใจนะครับ แล้วก็ระบุข้อจำกัดเราไว้แต่ก็บอกว่า เนื่องจากมีหนังสือของกระทรวงการคลังบอกให้ใช้อันนี้ ท่านก็ต้องตั้งข้อสังเกตทิ้งไว้ครับ แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เราได้ปรับปรุงโปรแกรมนี้ ทำให้การประมวลของปีต่อไปจะเข้าสู่ ระบบ ทางท่านประธานขอให้ผมสั้นกว่านี้นิดหนึ่งนะครับ ขออภัย อีก ๒-๓ จุดครับ เรื่องของ ค่าใช้จ่ายในเรื่องของหมวดเงินงบประมาณ ที่จริงมี ๒ หมวดใหญ่คือหมวดที่เราอาจจะเรียก เขาว่าอุดหนุนโครงการกับหมวดค่าใช้จ่ายสำนักงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ผ่านการรับรองจาก คณะกรรมการกองทุนเป็นแผนงบประมาณประจำปีครับ แล้วเราก็ใช้ตามนั้นมาตลอด แล้วก็รวมของปีนี้ด้วยครับ แต่ว่าในบางหมวดซึ่งทาง เป็นความเข้าใจว่าเราไปใช้สำนักงาน ในเรื่องของหมวดอุดหนุนโครงการ เช่น การทำศูนย์เรียนรู้ที่เราจัดการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้ประชาชนที่ทุกท่านคงอาจจะเคยได้สัมผัส แล้วก็เพิ่งได้รับรางวัลมิวเซียม ออฟ ไทยแลนด์ อวอร์ดส (Museum of Thailand awards) ของทางมิวเซียมสยามเร็ว ๆ นี้ ส่วนนั้นเอง ก็เป็นภาคที่เราบริการประชาชนด้วยตัวเรา ฉะนั้นงบส่วนนี้เองไม่ใช่งบบริหารสำนักงาน หรือแบ็กออฟฟิศ (Back office) แต่อย่างใด ก็เป็นส่วนที่เป็นประเด็นที่เขาคิดว่าไปอยู่ คนละหมวดนะครับ ซึ่งตรงนี้เองเพื่อให้ความชัดเจน ซึ่งเราก็ทำอย่างนี้มาตลอดใน ๑๖ ปี ที่ผ่านไป ต้องบอกอย่างนั้น แต่พอได้รับข้อชี้แนะตรงนี้เราก็ปรับชื่อหมวดให้ชัดเจนขึ้น จากการสนับสนุนโครงการให้เป็นลักษณะใช้คำว่า สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งอาจจะ ทำโดยการอุดหนุนคนอื่นก็ตาม หรือทำโดยหน่วยงานภายใน สสส. ด้วยก็ตามเป็นต้นครับ
ส่วนของประเด็นเรื่องว่าภาระผูกผัน ซึ่งส่วนนี้ สสส. เอง เนื่องจากโครงการ สร้างเสริมสุขภาพนี้เป็นโครงการที่จะต้องทำต่อระยะยาว แล้วก็ในส่วนที่เราเป็นภาระผูกพันนี้ เป็นการจ่ายที่ต้องจ่ายในปีถัด ๆ ไป ซึ่งอาจจะเป็น ๓ ปีข้างหน้า ฉะนั้นการกันเงินทั้งหมด สำรอง ซึ่งจริง ๆ ไว้รองรับความผันผวนต่าง ๆ เท่ากับเงินที่ผูกผันทั้งหมด ก็จะเป็นเรื่อง เกินจำเป็น ซึ่งโดยหลักแล้วกรมบัญชีกลาง ในกองทุนหมุนเวียนจะไม่ยอมให้สำรองสูง ขนาดนั้นนะครับ เราเองมีอนุนโยบายการเงิน ซึ่งมีผู้แทนกระทรวงการคลังอยู่ในนั้น มีผู้แทน ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่าง ๆ อยู่ ได้วางแผนงบประมาณที่ประเมิน รายรับ รายจ่ายใน ๓ ปีข้างหน้าไว้แล้วครับ แล้วก็กันเงินสำรองเท่าที่จำเป็นนะครับ ก็เป็นส่วนที่เราได้ชี้แจงเพิ่มเติมครับ อีกส่วนหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านอภิปรายในภาพรวม ซึ่งผมขอรวบ ๆ ในการอธิบายพร้อม ๆ กันนะครับ คือระบบงานของ สสส. เองในรายงาน ประจำปีนี้อาจจะทำให้บางท่านเองมองเป็นเรื่องของ ๕,๐๐๐ กว่าโครงการ เป็นโครงการ ที่กระจัดกระจายไม่ได้รวมศูนย์ ไม่ได้เชิงรุก และไม่ได้มุ่งเป้าสำคัญนะครับ อาจจะเป็น จุดอ่อนของการนำเสนออยู่บ้าง ใน พ.ร.บ. สสส. เองมีรายงานสำคัญ ๒ ฉบับ ที่กฎหมาย กำหนดให้ทำ ฉบับแรก คือแผนดำเนินการประจำปีครับ แผนนั้นใน ๑๕ แผนที่เราพูดถึง จะบอกยุทธศาสตร์การทำงานที่ชัดเจนนะครับ ทั้งนี้ตั้งมาจากเป้า ๑๐ ปี เรามีเป้าใน ๑๐ ปี ข้างหน้าว่าจะบรรลุผลลัพธ์ทางสุขภาพสำคัญอย่างไรนะครับ ในบทของน้ำมันหล่อลื่น ที่เราจะไปทำงานกับเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้อง ตรงนั้นเองถอดมาเป็นแผน ๓ ปี และแผน ดำเนินการประจำปี ซึ่งใน ๑๕ แผน จะบอกยุทธศาสตร์ในการทำงานที่ชัดเจนแล้วก็ การประสานยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เข้าไปสู่เป้าใหญ่ครับ แต่เอกสารในฉบับหนึ่งที่กฎหมาย กำหนดให้ทำเหมือนกัน ก็คือเรื่อง พ.ร.บ. ในเรื่องของการรายงานประจำปีต่อทางสภาและ ครม. นะครับ ตอนนี้เน้นให้เราสรุปผลงาน แล้ว สสส. เองก็สรุปผลงานตามกรอบของกฎหมาย และเป้าประสงค์ทั้ง ๖ อย่างที่ท่านเห็นนะครับ ฉะนั้นภาพตรงนั้นเองอาจจะทำให้เรา เล่าเรื่องกระบวนการ หรือโพรเซส (Process) น้อยกว่า ซึ่งอยู่ในฉบับแรกนะครับ เราก็เลย เล่ากระบวนการโดยย่อ แล้วก็พูดถึงผลได้ ผลลัพธ์ต่าง ๆ ตามลำดับในลักษณะที่รวมกลุ่มเป็น ๖ เป้าประสงค์ ตัวนี้เองเราก็จะขอปรับปรุงทำให้การสื่อสารชัดเจนขึ้นนะครับ แต่อยากจะเรียนว่า งานส่วนใหญ่ของ สสส. ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงานเชิงรุกที่มุ่งที่เราบอกเราตั้งเป้า ๑๐ ปี แล้วก็ทอนมาทีละ ๓ เราจะก้าวไปถึงเรื่องใหญ่ครับ แล้วก็เป็นการมุ่งผลลัพธ์ระดับประชากร แต่ต้องเข้าใจว่า สสส. เอง ไม่ได้เป็นเจ้าภาพในการทำงานตามลำพังนะครับ ที่เราเรียกว่า เราเป็นบทของผู้สนับสนุนหรือว่าน้ำมันหล่อลื่น เพราะว่างบประมาณ สสส. เองโดยรวม ที่หลายท่านอภิปรายถึงนะครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ที่เก็บเพิ่มจากเหล้า บุหรี่ ส่วนนี้เองเราไม่ได้ เพิ่มขึ้นนะครับ หมายถึงว่าในสัดส่วนถ้าเทียบกับงบประมาณแผ่นดิน ปีที่ สสส. ตั้งที่อาจจะ บอกว่าตัวเลขอยู่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นงบประมาณแผ่นดินอยู่ที่ ๑ ล้านล้านบาทเท่านั้น ขณะที่ปีปัจจุบันขึ้นมา ๓.๒ ล้านล้านบาท เป็นต้น สัดส่วนของเม็ดเงินที่เก็บได้ที่มันเพิ่มก็เกิดจาก อัตราภาษีที่เพิ่มแล้วก็ค่าเงินเฟ้อที่เพิ่ม ยกตัวอย่าง อย่างบุหรี่ ภาษีบุหรี่ในปีที่ สสส. ตั้ง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปีล่าสุดในรูปแบบเดิมขึ้นเป็น ๘๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แล้วก็บวก อัตราเงินเฟ้อต่าง ๆ แต่สัดส่วนงบประมาณที่ สสส. มีต่องบประมาณแผ่นดินก็ดี ต่องบประมาณของทางด้านค่าใช้จ่ายภาครัฐก็ดีไม่ได้เพิ่มขึ้นครับ งบ สสส. เองคิดเป็น ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ ของค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านสุขภาพ ฉะนั้น ๐.๗ เปอร์เซ็นต์นี้เองจึงไม่อาจจะ เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงหลักได้ แต่เราก็จะไปเชื่อมประสานกับกลไกต่าง ๆ ให้ทำงานนะครับ ในบางรูปแบบเราอาจจะต้องสร้างต้นแบบแล้วก็ขยายผล มีหลายเรื่องที่เราขยายผลออกไป อย่างกว้างขวาง มีท่านอภิปรายถึงเรื่องแฮปปีเอต (Happy eight) หรือว่าสุขภาพในองค์กร ที่เราเริ่มต้นขึ้นมา ปัจจุบันก็ครอบคลุมโรงงานกว่า ๑๐,๐๐๐ โรงงาน เป็นต้น บางเรื่องก็ขยาย ผ่านนโยบาย อย่างเช่นเรื่องอาหารกลางวันที่หลายท่านพูดถึง ต้นแบบที่เราสนับสนุน สถาบันวิจัยโภชนาการก็ดี สวทช. ก็ดี ในการสร้างไทย สกูล ลันช์ โปรแกรม (Thai school lunch program) เองถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเรื่องอาหารกลางวันกับเด็กทั่วประเทศจะเป็น การขยายผลผ่านนโยบายเป็นต้นนะครับ รูปแบบการทำงานเหล่านี้เองมียุทธศาสตร์ เราอาจจะใช้คำว่า เวิร์กกิง โมเดล (Working model) ที่อยู่ในหน้า ๘๑ ซึ่งจะระบุ ยุทธศาสตร์ในการทำงานต่าง ๆ ไว้ครับ นั่นคือภาพใหญ่ที่อยากจะขอเรียนชี้แจงนะครับ แต่ส่วนของคำแนะนำในจุดต่าง ๆ ผมขอน้อมรับแล้วก็จะนำไปปรับปรุงหลาย ๆ เรื่อง มีนิดเดียวครับ มีการพูดถึงเรื่องการคืนภาษีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด อะไรก็ตามนั้นจริง ๆ เป็นปัญหาข้อพิพาททางกระทรวงการคลังกับทางบริษัทนะครับ ซึ่งพอโต้แย้งกันแล้ว ตัดสินแล้วก็ตาม บอกว่าบางส่วนจะต้องคืน พันกว่าล้านบาทนั้น เป็นของกระทรวงการคลังนะครับ เมื่อกรมสรรพสามิตเก็บให้ สสส. เวลาเขาต้องคืน เขาก็ขอเก็บคืนเท่านั้นเอง สสส. เองก็จ่ายแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ตรงนั้น เป็นต้น ในข้อเสนอแนะอื่น ๆ เราขอน้อมรับแล้วก็จะนำไปพัฒนาปรับปรุงต่อไปครับ
ก็เป็นอันว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน การส่งเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้มาชี้แจง ต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้มาประชุมกันพอสมควรแล้ว ผมขอปิด การประชุมนะครับ