ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หารือถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๒ และพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยเน้นย้ำให้รัฐบาลบริหารการคลังอย่างรอบคอบ โปร่งใส และไม่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง พร้อมตั้งคำถามถึงความขัดแย้งในตัวเลขงบประมาณปี 2561 ที่แสดงขาดดุลแต่เงินคงคลังกลับเพิ่มขึ้น รวมถึงการลดลงของรายได้จากกำไรและเงินปันผลของรัฐวิสาหกิจ และการกู้เงินที่อาจถูกรวมในตัวเลขเงินคงคลัง ซึ่งอาจขัดกับหลักการบริหารการคลังที่กำหนดไว้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ หลายคนตำหนิมีความขี้เหร่ มีความไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องแก้ไข แต่มีมาตราหนึ่งที่จะต้องดำรงต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อรัฐบาลต่อประเทศชาติ ต่ออนาคตลูกหลานของเราในอนาคต นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๒ ผมขออนุญาต อ่านครับ มาตรา ๖๒ ในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ มาตรา ๖๒ บัญญัติไว้อย่างนี้ว่า รัฐต้องรักษา วินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและจัดระบบภาษี ให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม ดังนั้นมาตรา ๖๒ จึงเป็นที่มาของกฎหมายฉบับสำคัญฉบับนี้ครับ ก็คือพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ ซึ่งรายงานฉบับนี้อ้างถึงไว้เช่นเดียวกันครับ อ้างถึงไว้ในหนังสือหน้า แรกว่าตามนัยมาตรา ๗๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๕ วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า กระทรวงการคลังต้องรายงานวินัยการเงินการคลัง ภายใน ๒๑๐ วัน ไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ท่านประธานดูหนังสือสิครับ หนังสือ ลงวันที่ ๒๓ เมษายน นั่นหมายความว่าครบ ๗ เดือนพอดี ๒๑๐ วัน นับตั้งแต่ เดือนตุลาคมมาถึงเดือนเมษายน เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้เป็นที่มาของความโปร่งใส การป้องกันการก่อหนี้ของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นภาระของลูกหลานของเราในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ในพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ปี ๒๕๖๑ มาตราที่สำคัญ มาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๙ มาตรา ๙ บัญญัติไว้อย่างนี้ว่า คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด วรรคสอง ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบาย การคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงิน การคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับความคุ้มค่า และภาระการเงิน การคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ วรรคสุดท้าย คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการ แผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ของประเทศและประชาชนในระยะยาว ท่านประธานที่เคารพครับ ลองดูงบประมาณ ตามรายงานฉบับนี้นะครับ ปี ๒๕๖๑ เปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๐ ตามตารางหน้าแรกผมเอา ปี ๒๕๖๑ ก็แล้วกันนะครับท่านประธาน รายได้จัดเก็บได้ ๒,๖๖๖,๘๓๓ ล้านบาท รายจ่าย ๒,๙๒๙,๕๙๔ ล้านบาท รายจ่ายสูงกว่ารายได้ นั่นหมายความว่าขาดดุลงบประมาณไป ๓๒๒,๙๑๑ ล้านบาท นั่นคืออะไรครับ นั่นคือต้องไปกู้ครับ ดูต่อไปครับท่านประธานครับ ดูรายงานหนี้สินครับ หนี้สินปี ๒๕๖๑ มีหนี้สิน ๖,๐๒๙,๒๓๖.๙๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๖๐ ๕๔๕,๘๙๕.๔๘ ล้านบาท หรือร้อยละ ๙.๙๖ หนี้สินเพิ่มขึ้น มาดูฝั่งทรัพย์สินครับ ทรัพย์สินสุทธิปี ๒๕๖๑ มีทรัพย์สินสุทธิ ๑,๘๐๔,๖๓๔.๙๙ ล้านบาท ลดลงครับ เมื่อสักครู่หนี้สินเพิ่มขึ้น แต่ทรัพย์สินลดลงครับ ลดลงไปจากปี ๒๕๖๐ เหลือเพียง ๒๕๔,๔๓๕.๔๖ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๒.๓๖ คำถามก็คือว่า ในมาตรา ๙ นี้ครับ มาตรา ๙ เราได้ควบคุมดูแล ในเมื่อเราจัดเก็บได้น้อยลง แต่โครงการต่าง ๆ กลับเพิ่มมากขึ้น และเข้าข่ายมาตรา ๙ หรือไม่ ใครจะเป็นผู้ทักท้วงไปยังรัฐบาลครับ กระทรวงการคลัง เหล่านี้เป็นภาระของประเทศชาติทั้งหมดนะครับ ใครจะเป็นผู้กำกับดูแลในส่วนตาม มาตรา ๙ นี้ครับ
คำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมฟังท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ผมเปิดดูหลายครั้งแล้วก็ปวดหัวอย่างยิ่งเลยเพราะอะไรครับ ประเด็นเดียวกับ ท่านดอกเตอร์พิสิฐเลยครับ ในเมื่อมันขาดดุล ดูรายได้ปี ๒๕๖๑ ขาดดุล แต่ไปดูสรุป กลับเป็นสรุปไว้ว่า รายรับสูงกว่ารายจ่ายเป็นผลให้เงินคงคลังเพิ่มขึ้น จำนวน ๑๐๙,๖๗๘ ล้านบาท ในเงินคงคลังที่มันเพิ่มขึ้น อยากจะถามว่ามันรวมทั้งเงินกู้อยู่ใน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไหม มันรวมไว้ด้วยหรือไม่นะครับ
คำถามต่อไป ตารางแรกเช่นเดียวกันครับท่านประธาน รายได้ในส่วนที่ ๒ เงินนำส่งกำไรและเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจลดลงไปปี ๒๕๖๑ ลดลงไป ๕,๒๒๓.๙๘ ล้านบาท แต่ไปดูรายละเอียดครับว่ามันลดลง รัฐวิสาหกิจที่จ่ายเงินลดลงมีอะไรบ้างครับ ในหน้า ๒ ข้อที่ ๒ (๒) เงินนำส่งกำไรและเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจ จำนวน ๑๕๗,๐๔๑.๔๒ ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ๕,๒๒๓.๙๘ ล้านบาท คิดเป็น ๓.๒๒ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้และเงินปันผลลดลงโดยส่วนใหญ่เป็นของการยาสูบแห่งประเทศไทย อันนี้รับได้ครับ เพราะรายได้เขาลดลงแน่ การท่าเรือแห่งประเทศไทยยังไม่แน่ใจนะครับ การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ปตท. ครับ ท่านดอกเตอร์กนกเพิ่งกล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ขนาดรัฐบาลแล้วทำไมยังส่งเงินกำไรเข้าเป็นรายได้รัฐน้อยลงครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอใช้เวลาแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ