บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือบทบาทของ สสส. ในการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเสนอให้ขยายเป้าหมายไปถึงผู้ไม่ใช่คนไทยที่อยู่ในประเทศ และเน้นความจำเป็นในการใช้ภาษีจากสุราและบุหรี่เพื่อสนับสนุนสุขภาพประชาชน พร้อมชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโรคจากเชื้อสู่โรคพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการดูแลร่วมกัน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส กระผมได้อภิปรายเพื่อประกอบข้อสังเกตให้หน่วยงาน สสส. หรือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพที่ได้มารายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งทางหน่วยงานของ สสส. ได้ทำรายงาน ที่สวยงาม แล้วก็ละเอียด และที่สำคัญก็ศึกษาแล้วก็สามารถเผยแพร่ได้เป็นประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพ องค์กร สสส. นั้นเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุน สสส. หรือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพปี ๒๕๔๔ ซึ่งกฎหมาย พ.ร.บ. นี้ตั้งองค์กรนี้ ขึ้นมาก็เพื่อที่จะมีหน้าที่ในการริเริ่ม ในการผลักดัน ในการกระตุ้นสนับสนุนเพื่อขับเคลื่อน กระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยเป้าประสงค์ที่จะลดการเจ็บป่วย แล้วก็ลด การเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรเพื่อลดภาระทางด้านเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ โดยมีหลักการทำงานที่แตกต่าง ผมขอย้ำว่ามีความแตกต่างจากองค์กรทั่ว ๆ ไปที่เป็นองค์กร ที่ใหญ่เทอะทะ อาจจะไม่ใช่เรียกข้าราชการเนื่องจากอันนี้เป็นองค์กรที่ไม่ใช่หน่วยงาน ที่เป็นหน่วยงานรัฐบาลนะครับ เป็นหน่วยงานอิสระที่ตั้งขึ้นมา เป็นองค์กรที่เรียกว่า องค์กรภาคีเครือข่ายที่สามารถที่จะทำงานไปโดยขับเคลื่อนโดยร่วมมือกับบุคคลก็ได้ ร่วมมือกับกลุ่มบุคคลก็ได้ ร่วมมือกับองค์กรก็ได้ ในการสร้างเสริมสุขภาพของคนไทย ในส่วนนี้ผมได้อ่านรายงานของ สสส. แล้วมีประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าผมมีความเห็นที่แตกต่างคือ ท่านว่าท่านสร้างเสริมสุขภาพคนไทย แต่ในข้อเท็จจริงในประเทศไทยไม่ได้มีแต่คนไทย มีผู้ที่มาใช้แรงงานก็ดี นักท่องเที่ยวก็ดี หรือบุคคลที่มาทำภารกิจทางด้านอื่น ๆ ก็ดี เมื่อเขามาอยู่ในประเทศไทย เขาอาจจะไม่ใช่ คนไทย แต่ผมอยากจะให้ท่านเรียกว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศไทย ท่านก็คงจะต้อง มีหน้าที่ไปสร้างไปเสริมสุขภาพของเขาด้วย องค์กร สสส. นี้ได้เงินมาจากไหน กองทุนนี้ ได้เงินมาจากเขาเรียกว่า ภาษีบาป ภาษีบาปที่เกิดจากสุรา เกิดจากยาสูบหรือเรียกว่าบุหรี่ก็ได้ โดยหักเงินเพิ่มเติมจากผู้ผลิต ผู้นำเข้า สุราและบุหรี่ ๒ เปอร์เซ็นต์คือภาษีเข้ารัฐบาล กระทรวงการคลังเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ว่าหักภาษีจากบริษัทที่ผลิตและนำเข้าอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงินกองทุนที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ สสส. ภาษีบาปนี้ก็คงหวังว่าผลจากการที่ พี่น้องประชาชนที่เป็นคนที่อยู่ในประเทศของเราบริโภคสุรา แอลกอฮอล์ บริโภคยาสูบ หรือบุหรี่ ซึ่งมีผลเสียต่อสุขภาพดังที่เป็นที่ทราบกัน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำงบประมาณ ส่วนหนึ่งมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบจากบุหรี่ก็ดี สุราก็ดีโดยตรงนี้ ให้บรรเทาเบาบางลง แล้วก็ยังไปส่งเสริมสุขภาพที่เป็นปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะมีผลเพื่อทำให้ เกิดการเจ็บป่วยก็ดี ลดอายุขัยก็ดี บั่นทอนภาวะเศรษฐกิจของบุคคล ครอบครัว สังคมชุมชนก็ดี ให้ลดน้อยถอยลง ที่ผ่านมาต้องเรียนท่านประธานว่า องค์กร สสส. นี้เป็นองค์กรที่มีคุณูปการ เป็นอย่างยิ่ง เข้ามาทันยุคทันสมัยกับสถานะ หรือบริบทของสังคมที่โรคภัยไข้เจ็บ ได้เปลี่ยนแปลงไป จากที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องมาจากเชื้อโรค สมัยก่อนโรคภัยไข้เจ็บ ของประเทศไทยนั้นก็เป็นโรคติดต่อ เช่น โรคจากแบคทีเรียก็ดี โรคจากยุง ไข้เลือดออก ไข้เลือดออกตอนนี้ยังมี ยุงมาลาเรียก็ดี หรือโรคติดต่อ สมัยก่อนก็วัณโรค ซึ่งปัจจุบันก็ยังมี แต่ลดน้อยถอยลง จากซิฟิลิสต่าง ๆ ก็ดี หรือโรคเรียกว่าฝีดาษก็ดี โรคเหล่านั้นก็ได้เกิดลดน้อย ถอยลงจากความเจริญทางการแพทย์จากยาปฏิชีวนะ ปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บได้เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่รบราฆ่าฟันได้ยากยิ่ง นั่นก็คือเป็นโรคอันเนื่องจากพฤติกรรม โรคจากพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปคนเคลื่อนไหวน้อยลง คนออกกำลังกายน้อยลง ที่อยู่ที่อาศัยต่าง ๆ มันก็แออัดมากขึ้น พื้นที่สาธารณะในการ ออกกำลังกายน้อยลง อันนี้ก็เป็นเรื่องของพฤติกรรม ทั้งที่เป็นพฤติกรรมของบุคคล หรือเป็นพฤติกรรมที่ถูกสังคมกำหนด บริบทสังคมมันเปลี่ยนแปลงก็ดี เป็นโรคอันเนื่องจาก สิ่งแวดล้อม ในเมื่อคนมาแออัดมากขึ้นโรคอันเนื่องจากสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมการลงทุน ต่าง ๆ ที่จำเป็นจะต้องนำเม็ดเงินเข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศก็เกิดอุตสาหกรรม ก็มีโรค อันเนื่องจากสิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็นโรคอันเนื่องจากทั้งพฤติกรรม ทั้งสิ่งแวดล้อม ทั้งวิถีชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขเองซึ่งมีภาระหน้าที่หลัก รวมทั้งกระทรวงอื่น ๆ ที่มีหน่วยงานที่ดูแลทางด้านสุขภาพก็รับภาระนี้ไม่ไหว การตั้งงบประมาณในกระทรวงสาธารณสุขก็ดี หรือกระทรวงอื่น ๆ ก็ดี ที่จะดูแลเรื่องสุขภาพ มันก็จะเกินวงเงินเกินเพดาน ลำบากที่สำนักงบประมาณที่จะดูแล เพราะฉะนั้นองค์กรกองทุน สสส. จึงเป็นสิ่งที่มาเติมเต็มให้กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ กระทรวงต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพ เพื่อลดการเจ็บป่วย ลดการเสียชีวิต เพื่อลดภาระ เศรษฐกิจของสังคม ของครอบครัว ของชุมชนไปได้เป็นอันมาก สิ่งที่ผมจะอภิปรายเพื่อที่จะ ได้ฝากข้อสังเกตให้หน่วยงานของ สสส. ซึ่งท่านทำงานได้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าคงจะต้องมี ข้อสังเกตจากในฐานะที่เป็นบุคคลภายนอกนะครับว่า องค์กรของท่านนั้นจะต้องเลย ความเป็นองค์กรที่ให้ความรู้กับประชาชน สมัยก่อนคนป่วยมักจะจบว่าแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางสาธารณสุข เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่าสหวิชาชีพ มีหลายวิชาชีพ ปัจจุบันก็มี ๙ วิชาชีพ เป็นอย่างน้อย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล เป็นเภสัชกร ทันตแพทย์ เทคนิคการแพทย์ มีแพทย์แผนไทย มีวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน อย่างนี้เป็นต้น ก็มักจะบอกว่าให้ความรู้ แก่ประชาชน ให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ถ้า สสส. ก็คงจะต้องว่าให้ความรู้ต่อกลุ่มเป้าหมายของท่าน แค่นี้ไม่เพียงพอครับ เพราะว่าความรู้หรือว่าภาษาอังกฤษเรียกว่าโนว์เลดจ์ (Knowledge) ก็พิสูจน์ไว้ได้แล้วว่ามันไม่ได้ผลจนถึงผลลัพธ์สุทธิ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เอาต์คัม (Outcome) ปัจจุบันเขาต้องพูดถึงว่าความรอบรู้ทางด้านสุขภาพ เพิ่มคำว่า รอบ มาหน่อย รอบรู้ด้านสุขภาพ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health literacy) ผมเน้นย้ำ อยู่เสมอว่าต้องเลยความรู้ ต้องไปถึงความรอบรู้ ความรู้กับความรอบรู้นั้นต่างกัน ความรอบรู้ มี ๔ องค์ประกอบ องค์ประกอบที่ ๑ ก็ต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง องค์ประกอบที่ ๒ พี่น้อง ประชาชนต้องมีความตระหนักในเรื่องสุขภาพ อีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ องค์ประกอบที่ ๓ เขาต้องปรับพฤติกรรมได้ ปฏิบัติได้ องค์ประกอบที่ ๔ เขาต้องถ่ายทอดสิ่งที่เขาทำแล้วได้ผล สู่คนอื่นได้ เพราะฉะนั้นองค์กร สสส. นั้นจำเป็นจะต้องเพิ่มความรู้ให้เป็นความรอบรู้สุขภาพ ให้มีความรู้แล้วก็รู้ที่ถูกต้องด้วย ปัจจุบันก็มีเฟกนิวส์ (Fake news) มีข่าวสารที่ผิดพลาดเยอะ ท่านต้องเป็นคนกรองให้เขา ๒. ต้องให้เขาตระหนักว่าเขาดื่มสุรา เขาจะต้องมีโทษอย่างไร เขาจะต้องเกิดอันตรายอย่างไร เขาต้องตระหนัก แล้วเขาจะต้องปฏิบัติแล้วปรับเปลี่ยน พฤติกรรมให้ได้ แล้วสุดท้ายเมื่อปฏิบัติได้แล้วท่านต้องนำเขามาเป็นครู ก ครู ข ที่จะเรียกว่า เป็นอาสาสมัคร เป็นคนบอกต่อให้กับท่านได้ จึงจะเรียกว่าองค์กร สสส. นั้นเป็นองค์กรที่ประสบ ความสำเร็จในการสร้างเสริมสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทย เพื่อให้ประเทศไทย เป็นคนไทยที่แข็งแรง เป็นครอบครัวที่แข็งแรง เป็นชุมชนที่แข็งแรง เป็นประเทศที่แข็งแรง เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มีความมั่งคั่งและยั่งยืนตามสิ่งที่รัฐบาล มุ่งหวังตั้งใจนะครับ กราบขอบพระคุณครับ