วิโรจน์ ตั้งคำถามทิศทาง สสส. ชี้งบเพิ่มแต่ผลลัพธ์ไม่สะท้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งคำถามถึงทิศทางและประสิทธิผลของ สสส. โดยแสดงความกังวลว่าการเพิ่มงบประมาณไม่สอดคล้องกับความสำเร็จด้านสุขภาพของชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการอ้างความสำเร็จของโครงการที่ยังมีขอบเขตจำกัด ไม่สอดคล้องกับคำประกาศ และเรียกร้องให้มีนโยบายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้เยาวชนและประชาชนรุ่นใหม่กลายเป็นผู้สูบบุหรี่ ผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผู้บริโภคน้ำตาลในระยะยาว

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมคิดอย่างนี้ครับว่าก่อนที่เราจะลงรายละเอียดวิพากษ์วิจารณ์หรืออภิปรายเกี่ยวกับ ผลการดำเนินงานของ สสส. ผมอยากจะชวนทุกท่าน โดยเฉพาะตัวแทนจาก สสส. ให้จินตนาการย้อนกลับไปถึงมูลเหตุแห่งการอุบัติขึ้นขององค์กรของท่านเสียก่อน ให้ท่านระลึกว่าคุณค่าแห่งการดำรงอยู่ของ สสส. นั้นคืออะไร สสส. เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ถ้าปัจจุบันอายุกำลังจะครบ ๑๘ ปีแล้ว หน้าที่สำคัญของ สสส. คืออะไร ๑. คือการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น นี่คือโจทย์ ข้อที่ ๑ ลดอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยก่อนวัยอันควร อันนี้คือโจทย์ข้อที่ ๒ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดภาระทางเศรษฐกิจ และสังคมให้กับประเทศ อันนี้โจทย์ใหญ่และเป็นโจทย์ข้อที่ ๓ ดังนั้นการจะประเมินว่า สสส. บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ ก็ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นถึงเหตุผลแห่งการถือกำเนิดเกิดขึ้นของ สสส. ผมอยากจะชวนให้สังคมคิดร่วมกันว่า ระยะเวลาเกือบ ๑๘ ปี สสส. ได้บรรลุวัตถุประสงค์ ทั้ง ๓ ข้อนี้แล้วหรือไม่ ถ้าไม่ สิ่งที่ สสส. ได้ทำ กำลังทำ และหมายว่าจะทำในอนาคตนั้นทำให้ สสส. ได้คืบคลานเข้าใกล้วัตถุประสงค์แห่ง ๓ ข้อนี้มากขนาดไหน และที่สำคัญที่สุดหน้าที่ หันไปทิศทางที่เดินไปของ สสส. นั้นยังคงทำให้สังคมมั่นใจได้หรือไม่ว่า สสส. จะบรรลุถึง คำมั่นแห่งพันธกิจที่ได้ให้ไว้กับสังคมนี้ในการบรรลุถึงวัตถุประสงค์ทั้ง ๓ ข้อนี้แล้วหรือไม่ ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ครับ ผมทานซ้ำว่า รายได้หลักของ สสส. มาจากภาษีสรรพสามิตที่กฎหมาย บังคับให้หัก บังคับนะ ให้หัก ๒ เปอร์เซ็นต์ จากภาษีที่รัฐเก็บได้จากภาษีสุราและยาสูบ นั่นหมายความว่าอย่างไร สังคมเราต้องคาดหวังแน่ ๆ ว่าหาก สสส. บรรลุถึงพันธกิจ อันศักดิ์สิทธิ์นี้ที่ได้ให้คำมั่นไว้ให้กับสังคมนี้ ระยะแรกครับ ไม่ปฏิเสธ สสส. จะต้องได้รับเงิน อุดหนุนที่เพิ่มขึ้นในระยะแรก แต่เมื่อไรก็ตามที่ผลงานของ สสส. ผลิดอกออกผล เงินอุดหนุนนั้น จะค่อย ๆ ย่อตัวลงมาสู่อีกระดับหนึ่ง จากนั้นค่อยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามราคาของสุรา และบุหรี่ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อใช่หรือไม่ นี่คือความคาดหวังของประชาชนที่อยากจะเห็น แต่ภาพแห่งความเป็นจริง ๑๘ ปีที่ผ่านมาครับ จากปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่ สสส. ได้รับการจัดสรร รายได้ที่ ๑,๕๒๖ ล้านบาท ปรากฏว่าสักพักหนึ่งปี ๒๕๔๗ สสส. ก็ได้รับการจัดสรรรายได้ทะลุ ๒,๐๐๐ ล้านบาท อีกสักพักหนึ่งก็มาทะลุ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ โดยได้รับการจัดสรร รายได้ที่ ๓,๑๑๐ ล้านบาท ยังครับ ๓,๐๐๐ ล้านบาท คิดว่าสิ้นสุด ไม่ครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ไหว ๒,๐๐๐ ล้านบาท เดินต่อ นี่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ยังครับ สสส. ได้รับรายได้ทะลุ ๔,๐๐๐ ล้านบาทครับ นี่เหมือนกับหนังฮอลลีวูดเลยนะครับ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๗ โดยได้รับการจัดสรรรายได้ที่ ๔,๐๖๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๘ ๔,๑๒๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ ๔,๒๘๕ ล้านบาท และปี ๒๕๖๐ ที่ ๔,๔๐๒ ล้านบาท ล่าสุดนะครับยอดตกลงมานิดหนึ่ง ก็เป็นความหวังอยู่ที่ ๔,๐๔๐ ล้านบาท จาก ๑,๕๐๐ ล้านบาท จนปัจจุบันอยู่ที่ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ลองดูนะครับองค์กรองค์กรหนึ่งที่มีรายรับจากเงินอุดหนุน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปี ผมก็ต้องประเมินท่านในฐานะที่ท่านเป็นองค์กรที่ได้เงินอุดหนุนจากภาษีของพวกเรา นี่ละครับ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ข้อมูลอุดหนุนที่ สสส. ได้เพิ่มมาจาก ๑,๕๐๐ ล้านบาท จนถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ จริง ๆ แล้วมันทำให้สังคมฉุกคิดได้อีกรูปแบบหนึ่งว่ากลไก การทำงานของ สสส. ในปัจจุบันและที่ผ่านมามันอาจจะเป็นพยาธิสภาพในตัวมันเอง มันมี กลไกบางอย่างที่เป็นปรปักษ์แอบแฝงและซ่อนเร้นที่มิอาจทำให้ สสส. บรรลุพันธกิจ ที่ตัวเองให้คำมั่นไว้กับสังคมนี้ได้ ยิ่ง สสส. ขยัน ยิ่ง สสส. ทำงานมากขึ้น ยิ่งทำให้ตัวเองยิ่งห่างไกลจากวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ ที่ผมกล่าวอ้างมาแล้ว ยิ่งขยันยิ่งเจ็บนะครับ อยู่ในสภาพที่กลับตัวก็ไม่ได้ จะไปต่อไปก็ไปไม่ถึง นี่คือสภาพที่ สสส. กำลังเป็นอยู่ ผมไม่ได้บอกว่าโครงการต่าง ๆ ที่ สสส. ทำไม่มีประโยชน์เลย มีครับ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว แต่ผมอยากให้ท่านฉุกคิดว่าจากรายงานที่ท่านส่งมาเป็น โครงการยิบย่อยต่าง ๆ เต็มไปหมด โครงการเหล่านั้น สสส. ต้องทานซ้ำว่ามันมีผลกระทบ สำคัญหรือที่เรียกว่า อิมแพกต์ (Impact) ต่อสังคมที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทางด้าน สุขภาพอย่างมีนัยสำคัญต่อสังคมนี้หรือไม่ หรือท่านทำเพื่อเลี้ยงไข้และรับเงินภาษี เพื่อฟีด (Feed) รายได้ให้กับองค์กรท่านแบบไม่รู้จักจบจักสิ้น จากรายงานประจำปีนะครับ ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๑ มีโครงการหลายโครงการที่ สสส. ต้องตั้งคำถามครับว่า ยิบย่อย ไม่เป็นไร ถ้าเป็นโครงการนำร่อง แต่ท่านต้องถามว่าท่านจะขยายผลโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในเล่มนี้ ทั้งหมดให้มีน้ำหนักที่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศให้เกิดผลกระทบในวงกว้างในระดับประเทศนี้ อย่างไร ผมยกตัวอย่าง ชุมชนต้นแบบในการเลิกบุหรี่ ๑๕๐ ชุมชน ดีครับ แต่ผมถามท่านว่า จะขยายผลไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๗๕,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านทั่วประเทศ ได้อย่างไร จากโครงการจังหวัดต้นแบบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๕ จังหวัด ที่มีอยู่ ๖๕ ชุมชน ๘ อำเภอ ท่านจะขยายไปจังหวัดอื่น ๆ ได้อย่างไร จะขับเคลื่อนกลไกการจัดการ อุบัติเหตุถนนผ่านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนที่ตามรายงานบอกว่าทำอยู่ ๘ จังหวัด ไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ได้อย่างไร เชื่อหรือไม่ครับ ท่านลองไปใช้คอมพิวเตอร์เซิร์ช (Search) ดู ในรายงานของท่านจะพบคำว่า ต้นแบบ อยู่เต็มไปหมดเลย ซึ่งทำให้ผมไม่มั่นใจว่า ต้นแบบเหล่านี้ ต้นแบบที่ปรากฏมันจะมีการขยายผลมากน้อยแค่ไหนในปีหน้าและปีถัด ๆ ไป ผมกังวลอย่างนี้ครับว่ามันจะกลายเป็นต้นแบบในปีนี้ พอปีหน้าปุ๊บต้นนี้มันจะตาย แล้วก็เกิด ต้นแบบอันใหม่ขึ้นมา แล้วก็จะมีโครงการนำร่อง แล้วก็นำร่องแบบนำร่องไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มี โครงการที่เป็นอิมแพกต์ (Impact) เลย เมื่อเทียบกับเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท

สำหรับโครงการที่ท่านอ้างว่ามีการขยายผล ผมดีใจครับ ผมรีบอ่านเลย ปรากฏว่าพอเจาะเข้าไปดูในรายละเอียด ผมเรียนตรง ๆ ว่ามันไม่ใช่การขยายผล มันเป็นการทำต่อไปแบบเรื่อย ๆ อย่างเช่น แปลงเรียนรู้ผลิตพืชอาหารปลอดสารพิษ ที่ระบุว่ามีการขยายผล ผมก็คิดว่ามันต้องใหญ่โตแน่เลย แต่ปรากฏว่าเป็นการทำต่อ ในโรงเรียนอีก ๗ แห่งเท่านั้น นี่เรียกว่าขยายผลแล้วนะ หรือโครงการพัฒนารูปแบบ การส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในสถานประกอบการ ท่านระบุว่ามีการขยายผลไปใน ระดับประเทศเลย แต่ปรากฏว่ามีการทำใน ๓ พื้นที่ มีสถานประกอบการเข้าร่วมอยู่ ๖๐ แห่ง ท่านระบุว่ามีการพัฒนาแกนนำส่งเสริมสุขภาพ นี่ครับคือกลไกในการขยายในระดับประเทศ แต่ปรากฏว่ามีแค่ ๔๐ คน นี่คือการขยายผลของท่าน ผมกำลังบอกว่ารูปแบบที่ท่านทำอยู่นี้ ถ้าเรียนตรง ๆ แบบภาษาวัยรุ่นหน่อยคือไม่เวิร์ก (Work) ตราบใดก็ตามที่ สสส. ยังไม่สามารถแก้ปัญหาในการที่จะหยุดยั้งนักสูบรุ่นใหม่ได้ นักดื่มรุ่นใหม่ได้ ถ้าท่านลองดูใน รายละเอียดครับ ถ้าท่านไม่สามารถหยุดเหล่านี้ได้ เขาก็จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริโภครุ่นใหม่ ขึ้นมา แล้วสุดท้ายสิ่งที่ท่านทำก็จะไม่เวิร์ก (Work) ผมอยากให้ท่านกลับไปทานซ้ำครับว่า ท่านจะทำนโยบายอย่างไรในการโฟกัส (Focus) กับกลุ่มนักสูบหน้าใหม่ นักดื่มหน้าใหม่ และเด็ก ๆ ที่กำลังจะบริโภคหวานจนติดเป็นนิสัย ถ้าท่านแก้ตรงนี้ไม่ได้ ผมยืนยันครับ ไม่เวิร์ก (Work) ขอบพระคุณครับ