กัลยา รุ่งวิจิตรชัย หารือบทบาทของ สสส. ที่ควรขยาย beyond การเป็นเพียงผู้ประสานงาน โดยเสนอให้ร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลสุขภาพพระสงฆ์และส่งเสริมพัฒนาการเด็กตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็กถึงระดับประถมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของสื่อสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัลที่มีผลต่อความคิดและความรู้สึกของเด็กและเยาวชน จึงเสนอให้ สสส. ตรวจสอบและพัฒนาสื่อให้เหมาะสม เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและต่อต้านข้อมูลเท็จจากโซเชียลมีเดีย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายในหน่วยงานที่มีเอกสารให้รับทราบ ก็คือของ สสส. จากหน้าแรกที่ท่านได้บอกถึงบทบาทของท่าน ในการจุดประกาย ประสาน แล้วก็เป็นการกระตุ้นให้หน่วยงาน หรือบุคคลมีความสามารถในการสร้างสรรค์ แล้วก็เอื้ออาทร เอื้อต่อการมีสุขภาวะ และท่านก็เปรียบว่าหน่วยงาน หรือองค์กรของท่านนั้น คือน้ำมันหล่อลื่น ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจง ของ สสส. ว่า น้ำมันหล่อลื่นนั้น ถ้าวางไว้เฉย ๆ หรือท่านเป็นเพียงแค่น้ำมันหล่อลื่นประโยชน์มันก็จะน้อยมาก แต่ในความคิดเห็นของดิฉัน ท่านต้องหารถยนต์ที่เหมาะในการที่จะขับไปสู่เป้าหมาย เพื่อที่จะแก้ปัญหาของหน่วยงาน หรือว่าบุคคลที่ท่านได้เข้าไปดูแลหรือประสานงานนะคะ ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงเข้าพรรษาพอดี ดิฉันก็เห็นในรายงานของท่านว่ามีผลงานเด่น ๗ ด้าน ก็อยากจะพูดในเรื่องของพระสงฆ์ว่าในปัจจุบันนี้ มีพระสงฆ์ไทยซึ่งป่วยเป็นจำนวนมาก พระสงฆ์ของประเทศไทยเรารวมทั้ง ๒ นิกาย คือ ธรรมยุติ กับ มหายาน ก็มีประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ คนได้ แต่เจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาลถึง ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน คือเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นสิ้นเงินงบประมาณของรัฐปีละไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงิน ที่ไม่น้อยแล้วก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี คนไทยเราส่วนใหญ่พูดถึงพุทธศาสนิกชน ก็มีความเชื่อของตัวเองว่า เวลาเราไปทำบุญตักบาตรเราก็จะถวายอาหารพระในสิ่งที่ เพื่อสร้างบุญกุศลให้ตัวเอง แล้วก็สื่อไปถึงบุคคลอันเป็นที่รักที่ล่วงลับไปแล้ว ฉะนั้นก็จะสรรหา อาหารอย่างดี เลิศรส เพื่อมาถวายพระสงฆ์ และในส่วนของวินัยสงฆ์ท่านก็ไม่สามารถปฏิเสธ สิ่งที่ญาติโยมนำมาถวายได้ ฉะนั้นเราก็จะได้เห็นพระสงฆ์ที่มีลักษณะอ้วน อมโรค พระสงฆ์นะคะ ท่านประธาน ไม่ใช่พระสังกัจจายน์ คือถ้าพระสังกัจจายน์อ้วน สมบูรณ์ พูนโชค แต่ถ้าเป็น พระสงฆ์ อ้วน สมบูรณ์ พูนโรคอันนั้นเราก็จะทำให้ขาดบุคคลที่จะนำหลักธรรมทางศาสนา ไปสู่ภาคปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่จะต้องไปนอนอาพาธอยู่ตามโรงพยาบาล แล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐ ฉะนั้นมีวิธีการอย่างไรที่ท่านจะใช้น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งท่านเป็นคนเปรียบเอง นำไปหารถยนต์ที่เหมาะสม ซึ่งดิฉันคิดว่ากระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็น่าจะเป็นรถยนต์ที่เหมาะสม สำหรับในเรื่องผลงานเด่นของท่านในเรื่องของพระสงฆ์ ท่านต้องไปต่อว่า ถ้าพระสงฆ์ เจ็บป่วยไปนอนอยู่โรงพยาบาล คือท่านมีหน้าที่แค่ประสาน กระตุ้นเตือนจิตสำนึก แต่จริง ๆ ดิฉันอยากจะแนะนำหรือข้อเสนอแนะว่า อยากจะให้ท่านประสานงานกับหน่วยงานของกระทรวง สาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม ให้จัดแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ลงไปที่วัดเลย ไปจังหวัดสระบุรีก่อนก็ได้ค่ะ มีเกือบ ๕๐๐ วัด ตอนนี้ที่ในจังหวัดสระบุรีเฉพาะเขตดิฉันเอง ก็ประมาณเกือบ ๓๐๐ วัด ๒๐๐ วัดเศษ ๆ เฉพาะเขตเลือกตั้งของดิฉัน ฉะนั้นท่านมีตัวเลือก ให้เยอะแยะเลยไปทำที่จังหวัดสระบุรีทดลองดูก็ได้ ยินดีนะคะ แล้วก็ในเรื่องของผลงานเด่น อีกด้านหนึ่งของท่านก็คือ ในเรื่องของเด็ก เยาวชน ดิฉันเห็นว่าท่านเขียนถึงเด็ก เยาวชน ดิฉันเป็น ส.ส. ที่ทำงานกับเด็กและเยาวชนมาตลอดก็ดีใจนะคะ เปิดเข้าไปดูในส่วนของ เด็กและเยาวชนของท่าน ส่วนใหญ่ในเล่มนี้จะมีในเรื่องของศูนย์เด็กเล็กเป็นหลัก เกือบทั้งหมดเลยเป็นศูนย์เด็กเล็ก เป็นศูนย์พิเศษ ฉะนั้นเด็กที่อายุ ๐-๓ ขวบที่ท่านเข้าไป ในการที่จะส่งเสริมสนับสนุน ในการที่จะประสานอะไรต่าง ๆ ในลักษณะเป็นน้ำมันหล่อลื่น ของท่าน แต่ดิฉันคิดว่าเด็กอยากจะให้ สสส. ทำไปจนถึงเด็กอนุบาลหรือประถมไปเลย เพราะว่าเด็ก ๖ ขวบ เป็นช่วงชีวิตที่มีการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย สติปัญญา แล้วก็อารมณ์ ความรับรู้ สมองต่าง ๆ เขาจะพัฒนาการได้เต็มที่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเด็กที่อายุ ๖ ขวบสำคัญมากที่จะมีหน่วยงานที่จะเข้าไปประสานงานในหลาย ๆ ด้าน ตรงนี้ท่านก็ต้อง ไปหารถยนต์ที่เหมาะสม ดิฉันก็คิดว่าท่านไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เรามีรัฐมนตรีที่พร้อม ที่จะเข้าไปดูแลเด็กในทุกระดับ อย่าให้เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ตั้งเอาไว้เฉย ๆ ท่านต้องหารถยนต์ ที่เหมาะสมกับงานของท่าน จริง ๆ เป็นแค่การรับทราบรายงาน ดิฉันก็ไม่อยากพูดเยอะ แต่ว่าแถมอีกอันหนึ่งก็แล้วกันค่ะ
เรื่องของสื่อสร้างสรรค์เสริมภูมิคุ้มกันยุคดิจิทัล ตรงนี้ดิฉันคิดว่าการที่สื่อนั้น มีความสำคัญต่อความคิด ความเชื่อ แล้วก็ต่อความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสำคัญต่อเด็กและเยาวชน ดิฉันอยากให้ท่านเข้าไปดูในเรื่อง การพัฒนาในการที่จะสร้างสื่อตรงนี้ให้เด็ก ที่ท่านมีอยู่แล้ว ท่านดูแค่ประมาณศูนย์เด็กเล็ก แต่ดิฉันอยากจะให้ท่านไปถึงเยาวชนเลย เพราะตอนนี้สื่อต่าง ๆ ก็จะมีในเรื่องของการใช้ โซเชียลมีเดีย (Social media) ที่เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางครั้งไม่รู้ว่าเด็กยังวิเคราะห์ไม่ออก ก็อยากจะให้หน่วยงาน สสส. ของท่านเข้าไปตรวจสอบในเรื่องของสื่อด้วยว่าสื่อสร้างสรรค์ อย่างไร มีอะไรบ้าง สื่ออะไรสร้างสรรค์ อะไรที่ไม่สร้างสรรค์ ประมาณนี้นะคะ ก็ขอฝากว่า น้ำมันหล่อลื่นที่ดีก็ต้องหาเครื่องยนต์เพื่อจะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเพื่อการแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ก็ฝากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ