สำลี รักสุทธี วิพากษ์ปัญหาสุขภาวะเด็กจากอาหารขยะและสื่อที่ไม่เหมาะสม โดยยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวในการเลี้ยงหลานในชนบทและเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อคุ้มครองพัฒนาการเด็กอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะพูด ต่อไปนี้ผมไม่ได้ไปค้นจากหนังสือ ไม่ได้ไปโคต (Quote) ไม่ได้ไปคว้ามาจากที่ไหน แต่มาจาก สิ่งที่ผมได้ประสบพบด้วยตัวของผมเองนะครับ ดังนั้นเรื่องข้อมูล เรื่องตัวเลข เรื่องจำนวน สถิติทั้งหลายพรรคของผมมีเพียบครับ ดังที่ได้ฟังไปแล้วนะครับ ส่วนผมนั้นเป็นอีกแนวหนึ่ง เป็นแนวของครูที่อยู่กับเด็กครับ ผมทราบ ผมเห็น ผมเข้าใจ หลายอย่างที่ สสส. เข้าไป เกี่ยวข้อง ปฏิเสธไม่ได้ครับ เพราะดูวัตถุประสงค์ ดูงานของท่านแล้วเต็มไปหมดเลยครับ อยู่ในห้องนี้ท่านก็มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในชุมชน อยู่ในชนบท อยู่ในโรงเรียน อยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง เกี่ยวข้องหมดปฏิเสธไม่ได้ครับ ผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มไหน เล่มที่ท่านรายงานนี้ผมก็อ่าน นิดหน่อย เห็นเลยว่าเยอะมากเลย สวยครับ ไม่ต่างกับวิทยานิพนธ์ที่ทำขึ้นมาสวย แล้วอยู่บนหิ้ง ไม่ได้เกิดประโยชน์ สวยครับ แต่มันสวนทางกับหนังสือที่ผมอ่าน หนังสือของผมเป็นหนังสือ เล่มใหญ่มากที่สุดในประเทศไทย มีคนเขียน ๖๐ กว่าล้านคน นักเขียน ๖๐ กว่าล้านคน ตัวละคร ๖๐ กว่าล้านคน มีหน้าหนังสือประมาณล้านกว่าหน้าครับ หนังสือเล่มนั้นคือ ประเทศไทยของฉัน ผมเปิดไปดูหน้า ๑ ชื่อว่าจังหวัดมหาสารคาม หน้าที่ชื่อว่าจังหวัด มหาสารคามนั้นครับ ทั้งระดับโรงเรียน ทั้งระดับครอบครัว ทั้งระดับตัวจังหวัด ท่านครับ ยามค่ำคืนบ้านผมอยู่ริมคลองสมถวิลที่จังหวัดมหาสารคาม สิ่งเหล่านี้มันสะท้อน มันย้อนกลับรายงานของท่านครับ เด็ก เยาวชน ดีกรี (Degree) ครับ เป็นริมคลองดีกรี (Degree) ผมไปเปิดดูที่หน้าของจังหวัดเชียงใหม่ ผมไปเปิดดูที่จังหวัดภาคใต้หนังสือเหล่านี้ บอกผมว่ามันย้อนแย้งกับรายงานในเล่มนี้ครับ อบายมุขเต็มไปหมด แล้วที่โรงเรียนแทนที่จะ เป็นสุขภาวะ ท่านครับ มีความทุกข์มากครับ ทำไมถึงทุกข์ครับ มันมีที่มาครับ ต้นทางของมัน อยู่ที่ ๑. อาหาร ๒. สื่อ เมื่อสักครู่นี้ดีนะครับ ที่ท่านพูดถึงเรื่องสื่อ แต่ว่าท่านพูดยังไม่ลึก ผมต้องการอยากจะพูดเรื่องสื่อ แล้วก็เรื่องอาหาร อันที่จริงเรื่อง อ ท่านเข้าใจดี แต่ก่อนนี้ มี ๓ อ มันพัฒนาไปจนขณะนี้ ๗ อ แล้วครับ ท่านก็คงเข้าใจ แต่ผมไม่มีเวลาจะพูดตรงนี้ว่า ๗ อ คืออะไร ผมจะเอาเฉพาะเรื่องอาหารกับสื่อก็แล้วกันครับ เรื่องอาหารมันคือต้นทางที่ทำ ให้เด็กสอนยาก มันสุดยอดเลย เขาเรียกกันว่าทุกวันนี้เด็กชอบรับประทานอาหารที่เรียกว่า จังก์ฟูด (Junk food) หรือพูดแบบหยาบ ๆ คืออาหารขยะ ท่านครับ เด็กทุกวันนี้ศูนย์เด็กเล็ก ก็เหมือนกัน ก่อนจะไปศูนย์เด็กเล็กแม่ซื้อขนมยัดใส่กระเป๋าให้ลูก นั่นคือยัดขยะให้ลูกนะครับ มันคือ จังก์ฟูด (Junk food) ผมพูดอย่างนี้ท่านอย่าว่าผมพูดรุนแรงนะครับ อาหารบรรจุถุง ทั้งหลายท่านเคยรณรงค์ไหม ท่านเคยกล้าบอกไหมว่าอันนี้คืออาหารขยะ มันปรุงรส มันปนเปื้อนสารต่าง ๆ เด็กกินแล้วไม่รับประทานอาหารครับ เพราะอะไร ท้องอิ่มครับ แต่คุณค่าไม่มี คุณค่าน้อยเหลือเกิน ผมสงสารเด็กครับ แล้วก็สงสารผู้ปกครองที่เขาอาจจะไม่รู้ รู้อยู่บางคน แต่ทานลูกตนเองไม่ไหว เขาร้องไห้ถ้าเขาไม่ได้ขนม เป็นสภาพขยะที่มีเต็มบ้าน เต็มเมืองที่บรรจุอยู่ในถุง ท่านต้องรณรงค์ ภรรยาของผมเป็นครูศูนย์เด็ก ผมบอกภรรยาผมว่า อย่าให้ผู้ปกครองให้ขนมลูกมาโรงเรียน เขารณรงค์อยู่นานในที่สุดเดี๋ยวนี้ไม่มีครับ นี่คือการทำ นี่คือการแสดงบทบาทจากชีวิตจริง ท่านครับ ไม่ใช่ว่าผมมาพูดอวด ผมทำจริง ๆ หลานผม พออายุได้ ๑ ปี ผมนำเขาไปเลี้ยงที่ชนบท หลานผมเกิดในเมือง ผมไม่อยากจะให้เขาอยู่กับ มลภาวะ อยู่กับขยะในเมือง ผมนำหลานผมไปเลี้ยงที่ชนบท ซึ่งผมได้แนวคิดมาจากประเทศญี่ปุ่น คนที่รวยที่สุดคือคนที่นำลูกไปไว้ในชนบท อันนี้ผมอ่านเจอ ผมนำไปปฏิบัติ ขณะที่ประเทศไทยคนที่รวยที่สุดนำลูกเข้าในเมืองไปกินขยะอยู่ในเมือง ประเทศญี่ปุ่น คนที่รวยที่สุดนำลูกไปไว้ที่ชนบท เพราะตรงนั้นบรรยากาศ อาหารสะอาด ธรรมชาติดี เมื่อลูกเขามีภูมิต้านทานที่ดีแล้ว เรียนจบชั้นประถมศึกษาแล้วเขาจึงเอาไปกินขยะในเมือง อย่าหาว่าผมพูดคำรุนแรงเลย เด็กสอนยากทุกวันนี้ เพราะร่างกายเขาเต็มไปด้วย ไม่รู้จะพูด อย่างไรดี ผมนำหลานผมไปเลี้ยงในชนบท ผมนำผักธรรมชาติมานึ่งกับปลากับอะไรให้เขากิน หลานผมเก่งมาก เก่งจนไม่รู้จะพูดอย่างไร คืออันนี้อย่าหาว่าผมอวด ท่านโคต (Quote) เข้าไปดู ไดมอนอ่านหนังสือ เขาอ่านหนังสือได้ตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ ๔ เดือน โดยที่ผมไม่ต้องสอน นั่นก็คือที่มาของสื่อ ท่านครับ สื่อทุกวันนี้คือมหาภัย นี่ครับ มือถือคือสื่อมหาภัย สตีฟ จ็อบส์ เขาไม่ให้ลูกใช้มือถือจนกว่าลูกเขาจะได้ ๗ ปี เขาไม่ได้บอกว่ามือถือมันมีอะไรอยู่ในนี้ แต่เขาตายด้วยโรคมะเร็ง ขณะที่อายุยังไม่มาก นั่นคือคำตอบแก่ชาวโลกครับ เขาไปบอกใครว่า มือถือนี่มันร้ายอย่างไร ผมให้หลานผมเล่นมือถือเมื่อเขาอ่านออกเขียนได้แล้ว ผมให้เขาไปอยู่ ในชนบทกับผมไม่ให้มีมือถือ ไม่ให้ดูทีวี (TV) แต่ผมทำสื่อขึ้นมาเองเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ เขาดูในนั้นเป็นมัลติมีเดีย (Multimedia) เป็นแอนิเมชัน (Animation) ซึ่งมันใช้ไฟฟ้า ในบ้านไม่รุนแรงเท่ากับตัวนี้ เดี๋ยวนี้พ่อแม่ผู้ปกครองลำบากเพราะตัวนี้ ท่านจะต้องมีส่วน บอกว่ามือถือตัวนี้มันอันตรายมากมาย ทำให้เด็กสมาธิสั้น ทำให้เด็กสอนยากอยู่ในนี้ครับ ทางทีมของผมบอกว่าให้ท่านแค่ ๗ นาที อันนี้เลยมาแล้ว ขอบคุณท่านประธานมากที่ให้เวลาผม ที่จริงก็อยากจะพูดมากกว่านี้อยู่ แต่ว่าเวลาไม่มี ขอบพระคุณมาก ๆ ครับ