สุปรีดา แจงมาตรฐานบัญชี สสส. ยันโปร่งใส รับข้อเสนอปรับปรุง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒

สุปรีดา อดุลยานนท์ ชี้แจงประเด็นข้อสังเกตจาก สตง. เกี่ยวกับมาตรฐานบัญชีของ สสส. โดยยืนยันว่าการใช้มาตรฐานสากลไม่ได้ผิด และข้อเสนอแนะไม่ชี้ถึงปัญหาใหญ่ พร้อมย้ำความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ การปรับปรุงหมวดบัญชีให้เข้าใจชัดเจน และบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพอย่างเป็นระบบ มุ่งผลระยะยาว พร้อมรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาองค์กรต่อไป

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณอย่างสูง สำหรับสิ่งที่ท่านได้ช่วยชี้แนะนำเสนอต่าง ๆ ซึ่งผมถือว่า เป็นเสียงจากประชาชนที่จะช่วยให้ สสส. ทำงานกับสังคมไทยให้ดีขึ้นแล้วก็ขอน้อมรับในการ ที่จะเอาไปเป็นกำลังใจก็ดีนะครับ เอาไปพัฒนาปรับปรุงส่วนที่บกพร่องนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขออนุญาตที่หลายท่านฝากเป็นคำถาม ซึ่งก็ขออนุญาตตอบเพื่อความกระจ่างนะครับ คำถามค่อนข้างเยอะ แล้วก็อาจจะห่วงว่าเวลาจำกัด บางอันอาจจะขอข้ามไปบ้าง ซึ่งเราจะ ใช้ประเด็นนั้นน้อมรับไปในการแก้ไขนะครับ ประเด็นแรกอาจจะเป็นเรื่องทางเทคนิคนิดหนึ่ง เรื่องของทางผู้สอบบัญชี ซึ่งอาจจะทำให้หลายท่านอาจจะไขว้เขวว่ากองทุนมีปัญหาอะไร ในรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชี คือทาง สตง. เอง โดยรวมท่านรับรองงบดุลนะครับ แต่ว่าก็มีจุดในข้อสังเกต

ประเด็นแรกเลยจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานบัญชีครับ คือ สสส. เอง ใน พ.ร.บ. เอง ระบุให้มีการจัดทำระบบบัญชีด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งก็เป็น คำใน พ.ร.บ. ซึ่งเราก็ยึดตรงนี้มาตลอดนะครับ แล้ว สตง. ก็ได้ตรวจระบบมาตรฐานบัญชีนี้ มาตลอดเลยครับ จน ๑๖ ปีผ่านไปด้วยมาตรฐานที่เราทำ ซึ่งต้องถือว่าเป็นสิ่งที่มีมาตรฐาน ที่ยอมรับกันในสากลทั่วไปครับ เพียงแต่ว่าปีที่ผ่านมามีนิดหนึ่งตรงที่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๑ คืออีก ๑๐ วันจะสิ้นปีงบประมาณนะครับ มีหนังสือจากทางกรมบัญชีกลางเองปรับให้ องค์กรรัฐโดยรวม แม้แต่องค์กรที่เป็นองค์กรมหาชน หรือองค์กรเฉพาะให้ไปใช้มาตรฐาน บัญชีภาครัฐ ซึ่งก็เป็นอีกมาตรฐานหนึ่งนะครับ ซึ่งมาตรฐานนี้ก็ปรับปรุงล่าสุด ในปี ๒๕๕๙ ส่วนนี้ สสส. เองเนื่องจากเรามีระบบกองทุน ที่ใหญ่พอสมควรนะครับ ในโครงการที่ท่านคงเห็นว่า ๕,๐๐๐ กว่าโครงการ ทั้งหมดนี้เราใช้ ระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมในการที่จะประมวลแล้วก็สรุปยอดมานะครับ ผู้ตรวจสอบก็ใช้ อ้างถึงว่าเศษ ๓๐๐ ฉะนั้นโปรแกรมนี้เองไม่อาจจะปรับได้ภายในเวลาอันสั้นนะครับ ซึ่งเราเองก็ได้ขออนุญาตรวบรวมบัญชีไปในลักษณะของเป็นมาตรฐานสากลที่เคยรายงาน มาตลอด ๑๖ ปีครับ ซึ่งทาง สตง. เองก็เข้าใจนะครับ แล้วก็ระบุข้อจำกัดเราไว้แต่ก็บอกว่า เนื่องจากมีหนังสือของกระทรวงการคลังบอกให้ใช้อันนี้ ท่านก็ต้องตั้งข้อสังเกตทิ้งไว้ครับ แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เราได้ปรับปรุงโปรแกรมนี้ ทำให้การประมวลของปีต่อไปจะเข้าสู่ ระบบ ทางท่านประธานขอให้ผมสั้นกว่านี้นิดหนึ่งนะครับ ขออภัย อีก ๒-๓ จุดครับ เรื่องของ ค่าใช้จ่ายในเรื่องของหมวดเงินงบประมาณ ที่จริงมี ๒ หมวดใหญ่คือหมวดที่เราอาจจะเรียก เขาว่าอุดหนุนโครงการกับหมวดค่าใช้จ่ายสำนักงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ผ่านการรับรองจาก คณะกรรมการกองทุนเป็นแผนงบประมาณประจำปีครับ แล้วเราก็ใช้ตามนั้นมาตลอด แล้วก็รวมของปีนี้ด้วยครับ แต่ว่าในบางหมวดซึ่งทาง เป็นความเข้าใจว่าเราไปใช้สำนักงาน ในเรื่องของหมวดอุดหนุนโครงการ เช่น การทำศูนย์เรียนรู้ที่เราจัดการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้ประชาชนที่ทุกท่านคงอาจจะเคยได้สัมผัส แล้วก็เพิ่งได้รับรางวัลมิวเซียม ออฟ ไทยแลนด์ อวอร์ดส (Museum of Thailand awards) ของทางมิวเซียมสยามเร็ว ๆ นี้ ส่วนนั้นเอง ก็เป็นภาคที่เราบริการประชาชนด้วยตัวเรา ฉะนั้นงบส่วนนี้เองไม่ใช่งบบริหารสำนักงาน หรือแบ็กออฟฟิศ (Back office) แต่อย่างใด ก็เป็นส่วนที่เป็นประเด็นที่เขาคิดว่าไปอยู่ คนละหมวดนะครับ ซึ่งตรงนี้เองเพื่อให้ความชัดเจน ซึ่งเราก็ทำอย่างนี้มาตลอดใน ๑๖ ปี ที่ผ่านไป ต้องบอกอย่างนั้น แต่พอได้รับข้อชี้แนะตรงนี้เราก็ปรับชื่อหมวดให้ชัดเจนขึ้น จากการสนับสนุนโครงการให้เป็นลักษณะใช้คำว่า สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งอาจจะ ทำโดยการอุดหนุนคนอื่นก็ตาม หรือทำโดยหน่วยงานภายใน สสส. ด้วยก็ตามเป็นต้นครับ

ส่วนของประเด็นเรื่องว่าภาระผูกผัน ซึ่งส่วนนี้ สสส. เอง เนื่องจากโครงการ สร้างเสริมสุขภาพนี้เป็นโครงการที่จะต้องทำต่อระยะยาว แล้วก็ในส่วนที่เราเป็นภาระผูกพันนี้ เป็นการจ่ายที่ต้องจ่ายในปีถัด ๆ ไป ซึ่งอาจจะเป็น ๓ ปีข้างหน้า ฉะนั้นการกันเงินทั้งหมด สำรอง ซึ่งจริง ๆ ไว้รองรับความผันผวนต่าง ๆ เท่ากับเงินที่ผูกผันทั้งหมด ก็จะเป็นเรื่อง เกินจำเป็น ซึ่งโดยหลักแล้วกรมบัญชีกลาง ในกองทุนหมุนเวียนจะไม่ยอมให้สำรองสูง ขนาดนั้นนะครับ เราเองมีอนุนโยบายการเงิน ซึ่งมีผู้แทนกระทรวงการคลังอยู่ในนั้น มีผู้แทน ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่าง ๆ อยู่ ได้วางแผนงบประมาณที่ประเมิน รายรับ รายจ่ายใน ๓ ปีข้างหน้าไว้แล้วครับ แล้วก็กันเงินสำรองเท่าที่จำเป็นนะครับ ก็เป็นส่วนที่เราได้ชี้แจงเพิ่มเติมครับ อีกส่วนหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านอภิปรายในภาพรวม ซึ่งผมขอรวบ ๆ ในการอธิบายพร้อม ๆ กันนะครับ คือระบบงานของ สสส. เองในรายงาน ประจำปีนี้อาจจะทำให้บางท่านเองมองเป็นเรื่องของ ๕,๐๐๐ กว่าโครงการ เป็นโครงการ ที่กระจัดกระจายไม่ได้รวมศูนย์ ไม่ได้เชิงรุก และไม่ได้มุ่งเป้าสำคัญนะครับ อาจจะเป็น จุดอ่อนของการนำเสนออยู่บ้าง ใน พ.ร.บ. สสส. เองมีรายงานสำคัญ ๒ ฉบับ ที่กฎหมาย กำหนดให้ทำ ฉบับแรก คือแผนดำเนินการประจำปีครับ แผนนั้นใน ๑๕ แผนที่เราพูดถึง จะบอกยุทธศาสตร์การทำงานที่ชัดเจนนะครับ ทั้งนี้ตั้งมาจากเป้า ๑๐ ปี เรามีเป้าใน ๑๐ ปี ข้างหน้าว่าจะบรรลุผลลัพธ์ทางสุขภาพสำคัญอย่างไรนะครับ ในบทของน้ำมันหล่อลื่น ที่เราจะไปทำงานกับเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้อง ตรงนั้นเองถอดมาเป็นแผน ๓ ปี และแผน ดำเนินการประจำปี ซึ่งใน ๑๕ แผน จะบอกยุทธศาสตร์ในการทำงานที่ชัดเจนแล้วก็ การประสานยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เข้าไปสู่เป้าใหญ่ครับ แต่เอกสารในฉบับหนึ่งที่กฎหมาย กำหนดให้ทำเหมือนกัน ก็คือเรื่อง พ.ร.บ. ในเรื่องของการรายงานประจำปีต่อทางสภาและ ครม. นะครับ ตอนนี้เน้นให้เราสรุปผลงาน แล้ว สสส. เองก็สรุปผลงานตามกรอบของกฎหมาย และเป้าประสงค์ทั้ง ๖ อย่างที่ท่านเห็นนะครับ ฉะนั้นภาพตรงนั้นเองอาจจะทำให้เรา เล่าเรื่องกระบวนการ หรือโพรเซส (Process) น้อยกว่า ซึ่งอยู่ในฉบับแรกนะครับ เราก็เลย เล่ากระบวนการโดยย่อ แล้วก็พูดถึงผลได้ ผลลัพธ์ต่าง ๆ ตามลำดับในลักษณะที่รวมกลุ่มเป็น ๖ เป้าประสงค์ ตัวนี้เองเราก็จะขอปรับปรุงทำให้การสื่อสารชัดเจนขึ้นนะครับ แต่อยากจะเรียนว่า งานส่วนใหญ่ของ สสส. ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงานเชิงรุกที่มุ่งที่เราบอกเราตั้งเป้า ๑๐ ปี แล้วก็ทอนมาทีละ ๓ เราจะก้าวไปถึงเรื่องใหญ่ครับ แล้วก็เป็นการมุ่งผลลัพธ์ระดับประชากร แต่ต้องเข้าใจว่า สสส. เอง ไม่ได้เป็นเจ้าภาพในการทำงานตามลำพังนะครับ ที่เราเรียกว่า เราเป็นบทของผู้สนับสนุนหรือว่าน้ำมันหล่อลื่น เพราะว่างบประมาณ สสส. เองโดยรวม ที่หลายท่านอภิปรายถึงนะครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ที่เก็บเพิ่มจากเหล้า บุหรี่ ส่วนนี้เองเราไม่ได้ เพิ่มขึ้นนะครับ หมายถึงว่าในสัดส่วนถ้าเทียบกับงบประมาณแผ่นดิน ปีที่ สสส. ตั้งที่อาจจะ บอกว่าตัวเลขอยู่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นงบประมาณแผ่นดินอยู่ที่ ๑ ล้านล้านบาทเท่านั้น ขณะที่ปีปัจจุบันขึ้นมา ๓.๒ ล้านล้านบาท เป็นต้น สัดส่วนของเม็ดเงินที่เก็บได้ที่มันเพิ่มก็เกิดจาก อัตราภาษีที่เพิ่มแล้วก็ค่าเงินเฟ้อที่เพิ่ม ยกตัวอย่าง อย่างบุหรี่ ภาษีบุหรี่ในปีที่ สสส. ตั้ง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปีล่าสุดในรูปแบบเดิมขึ้นเป็น ๘๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แล้วก็บวก อัตราเงินเฟ้อต่าง ๆ แต่สัดส่วนงบประมาณที่ สสส. มีต่องบประมาณแผ่นดินก็ดี ต่องบประมาณของทางด้านค่าใช้จ่ายภาครัฐก็ดีไม่ได้เพิ่มขึ้นครับ งบ สสส. เองคิดเป็น ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ ของค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านสุขภาพ ฉะนั้น ๐.๗ เปอร์เซ็นต์นี้เองจึงไม่อาจจะ เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงหลักได้ แต่เราก็จะไปเชื่อมประสานกับกลไกต่าง ๆ ให้ทำงานนะครับ ในบางรูปแบบเราอาจจะต้องสร้างต้นแบบแล้วก็ขยายผล มีหลายเรื่องที่เราขยายผลออกไป อย่างกว้างขวาง มีท่านอภิปรายถึงเรื่องแฮปปีเอต (Happy eight) หรือว่าสุขภาพในองค์กร ที่เราเริ่มต้นขึ้นมา ปัจจุบันก็ครอบคลุมโรงงานกว่า ๑๐,๐๐๐ โรงงาน เป็นต้น บางเรื่องก็ขยาย ผ่านนโยบาย อย่างเช่นเรื่องอาหารกลางวันที่หลายท่านพูดถึง ต้นแบบที่เราสนับสนุน สถาบันวิจัยโภชนาการก็ดี สวทช. ก็ดี ในการสร้างไทย สกูล ลันช์ โปรแกรม (Thai school lunch program) เองถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเรื่องอาหารกลางวันกับเด็กทั่วประเทศจะเป็น การขยายผลผ่านนโยบายเป็นต้นนะครับ รูปแบบการทำงานเหล่านี้เองมียุทธศาสตร์ เราอาจจะใช้คำว่า เวิร์กกิง โมเดล (Working model) ที่อยู่ในหน้า ๘๑ ซึ่งจะระบุ ยุทธศาสตร์ในการทำงานต่าง ๆ ไว้ครับ นั่นคือภาพใหญ่ที่อยากจะขอเรียนชี้แจงนะครับ แต่ส่วนของคำแนะนำในจุดต่าง ๆ ผมขอน้อมรับแล้วก็จะนำไปปรับปรุงหลาย ๆ เรื่อง มีนิดเดียวครับ มีการพูดถึงเรื่องการคืนภาษีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด อะไรก็ตามนั้นจริง ๆ เป็นปัญหาข้อพิพาททางกระทรวงการคลังกับทางบริษัทนะครับ ซึ่งพอโต้แย้งกันแล้ว ตัดสินแล้วก็ตาม บอกว่าบางส่วนจะต้องคืน พันกว่าล้านบาทนั้น เป็นของกระทรวงการคลังนะครับ เมื่อกรมสรรพสามิตเก็บให้ สสส. เวลาเขาต้องคืน เขาก็ขอเก็บคืนเท่านั้นเอง สสส. เองก็จ่ายแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ตรงนั้น เป็นต้น ในข้อเสนอแนะอื่น ๆ เราขอน้อมรับแล้วก็จะนำไปพัฒนาปรับปรุงต่อไปครับ