เพชรดาว โต๊ะมีนา หารือรายงานผลกองทุน สสส. ปี ๒๕๖๑ ชี้ปัญหาการขยายผลโครงการไม่ต่อเนื่อง และเสนอให้จัดทำแผนที่สุขภาพเพื่อตอบโจทย์พื้นที่ โดยเน้นประเด็นการควบคุมยาสูบในภาคใต้และรูปแบบการทำงานขององค์กร ทั้งเชิงประเด็น พื้นที่ และระบบ เพชรดาว โต๊ะมีนา เน้นย้ำความสำคัญของการเยียวยาจิตใจเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเรียกร้องให้จัดสรรงบประมาณจากภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ พอทราบว่ามีวาระเรื่องรายงานผลประจำปี ๒๕๖๑ จากกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ดิฉันก็รีบอ่านเลยค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ดิฉันเคยทำงานกับ สสส. ในฐานะผู้เคยขอทุน สสส. เมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาค่ะ เป็นการทำงานเรื่อง ยาเสพติดกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรมค่ะ ๑๐ ปีผ่านไปจนถึงปัจจุบันนี้ เราได้โมเดล (Model) ดี ๆ จากทุกภาคของประเทศไทย แต่ท่านประธานที่เคารพคะ โมเดล (Model) ดีมาก แต่ไม่มีการขยายต่อเลยค่ะ อันนี้เป็นปัญหาหนึ่งที่เราพบเห็น กับหลาย ๆ งาน ถ้ามีการนำร่อง มีงาน คน ของมาทีไร ก็ดีหมดค่ะ แต่เมื่องบประมาณ หายไป สิ่งที่จะขยับต่อ จะขยายต่อ มักจะไม่ได้ผล อันนี้คงต้องไปวิเคราะห์ต่อว่าเป็นเพราะ อะไร แต่ดิฉันก็ยังดีใจค่ะในพื้นที่ภาคใต้คือจังหวัดสงขลาที่ลงไปเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ๑. เป็นการ จุดประกายให้คนในพื้นที่ค่ะ คนในชุมชนสามารถเป็นเครือข่ายในการทำงานจนถึงทุกวันนี้ อันนี้คือข้อดีที่ดิฉันได้เห็นนะคะ แต่ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉันเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากทุกจังหวัด ก็อยากเห็นว่าจังหวัดของตัวเองมีส่วนร่วม อย่างไรบ้างกับการดำเนินงานของ สสส. แมปปิง (Mapping) ในเล่มนี้ดิฉันอยากจะเห็น แผนที่ประเทศไทยว่าปัญหาสุขภาพที่สามารถที่จะลดอัตราเจ็บป่วยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หรือบทบาทหลักของ สสส. ของแต่ละภาค แต่ละจังหวัดคืออะไร และ สสส. สามารถ ตอบโจทย์อะไรกับการสร้างเสริมสุขภาพกับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ในฐานะ น้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงหลัก และที่สำคัญต้องไม่ซ้ำซ้อนกับกระทรวง หน่วยงานที่ทำเรื่องเดียวกันอยู่แล้วได้อย่างไร ดิฉันได้มีโอกาสถามเพื่อนสมาชิกที่นั่งข้าง ๆ เมื่อวานนี้ดิฉันถามท่านหนึ่งว่ารู้จัก สสส. หรือไม่ ตอบว่าไม่รู้จักเป็นหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขหรือเปล่า ดิฉันก็เลยบอกว่าวันนี้ คงต้องนั่งฟัง ว่า สสส. คืออะไร เพราะตั้งมา ๑๘ ปีแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิกที่นั่ง อยู่ข้าง ๆ อีกท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าสิ่งที่ติดหู ติดตา ติดใจ สสส. คือเรื่องเหล้า เรื่องบุหรี่ เรื่องของสวดมนต์ข้ามปี เรื่องของการออกกำลังกาย อย่างน้อยก็เคยผ่านตามาก่อน ฉะนั้น ที่ผ่านมาดิฉันเห็นในรายงานอันหนึ่งที่ขอชื่นชม นั่นคือเรื่องการเป็นต้นแบบกลไกสร้างเสริม สุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ เอ็นซีดี (NCD) ซึ่งเป็นอันดับ ๓ ของโลกและเป็น อันดับหนึ่งของเอเชีย ซึ่งคงไม่ได้มาง่าย ๆ แต่ว่าผลที่เราได้ต้นแบบดีเด่นอย่างนี้ จะทำต่อ ในพื้นที่ให้ชาวบ้านเขารู้สึกว่ามันตรงกับโจทย์ของเขาได้มากน้อยแค่ไหน
ประเด็นถัดมา เป็นประเด็นที่เห็นความพยายามของ สสส. ที่มาต่อเนื่อง ยาวนาน นั่นคือเรื่องบุหรี่ ที่พูดเรื่องของบุหรี่นั้นก็เพราะว่าในพื้นที่ภาคใต้บ้านดิฉัน มีอัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุดในทุกรอบการสำรวจ ถ้าดูในหน้า ๒๑ จะเห็นได้ว่า มากถึง ๒๔.๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ลดแล้ว แล้วก็รองลงมาก็เป็นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามด้วย ภาคกลาง ภาคเหนือ และต่ำสุดคือกรุงเทพมหานคร ทราบเพราะว่าการลดการสูบบุหรี่ เป็นความยากของการทำงาน เพราะว่าคนสูบกว่าจะเห็นผลว่าป่วย ซึ่งมีเพื่อนสมาชิก หลายท่าน เพื่อนดิฉันก็สูบกันเยอะ ก็กว่าจะรู้ว่ามีเรื่องเจ็บป่วยอย่างไร ส่วนใหญ่จะละเลย มองข้าม ฉะนั้นอยากจะให้ สสส. ต้องจริงจังอีกในการป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ เราจะหวังผู้ที่มีอายุมากแล้วจะเลิกอาจจะยากไปสักหน่อย ดิฉันอ่านมีมาตรการการควบคุมยาสูบ ที่ผ่านมาได้ผลดีในภาคเหนือ แต่ว่ายังไม่ค่อยได้ผลในภาคใต้ และกระทรวงสาธารณสุขเอง มีตัวชี้วัด ดิฉันเป็นหนึ่งในผู้ตรวจราชการขณะที่รับราชการ ก็เห็นว่ามีมาตรการหลายอย่าง ที่ทำคล้ายกับของ สสส. ฉะนั้นลองวิเคราะห์งานวิจัยก็เยอะว่าเราจะเติมเต็มตรงนี้ได้มากน้อย แค่ไหนค่ะ
ประเด็นถัดมาเป็นรูปแบบของการทำงานของ สสส. ซึ่งมีทั้ง อีสชูเบส (Issue base) คือเชิงประเด็น แอเรียเบส (Area base) เซตติงเบส (Setting base) คือ เชิงพื้นที่ เชิงกลุ่มเป้าหมาย แล้วก็ยังมีเรื่องของ ซิสเทมเบส (System base) เชิงระบบ ถ้าดูสัดส่วน รูปแบบการทำงานแล้ว สัดส่วนที่คนเห็นชัดมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของเชิงประเด็น อย่างที่ เขาบอกว่าเขาเห็นตามโฆษณาค่อนข้างเยอะ แต่ที่ไม่ชัดก็คือ แอเรียเบส (Area base) ค่ะ แล้วก็เซตติงเบส (Setting base) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉัน พยายามหาทั้งเล่มนี้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาสมีตรงไหนบ้าง แต่ก็มีให้ เห็นโดยเฉพาะเรื่องของบุหรี่ทำเต็มพื้นที่ แล้วก็มีเรื่องของปลูกจิตสำนึกพลังเด็ก ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งทำใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อันนั้นไม่ใช่ปัญหาหลักของ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะเป็นเพราะเป็นโครงการหนึ่งอยากจะทำทั่วประเทศ ก็เลยมีเรื่องของ ๓ จังหวัดภาคใต้ไปด้วย มีเรื่องของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น อันนี้ทำในที่ จังหวัดสตูล สุขภาพช่องปากทำที่เทพา จังหวัดสงขลา ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อจะ สร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ แล้วดิฉันอดีตมาจาก กรมสุขภาพจิต แล้วก็มีโครงการหนึ่งที่ทำโดยศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๒ อาจจะขออนุญาตให้ สสส. ไปหาเพิ่มเติม เพราะอาจจะต่อเนื่องกับเรื่องของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เราทำเรื่อง หลักสูตรป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามเพศวิถีในหลักศาสนาอิสลาม เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในเรื่องของการวางแผนครอบครัว การเว้นช่วงระยะการมีบุตรของ ผู้นับถือศาสนาอิสลาม แต่น้อง ๆ ที่ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็คนนับถือ ศาสนาอิสลามเขามีความพร้อม และหลักศาสนาก็ไม่ได้ห้าม แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ท้อง ในวัยที่ยังไม่สมควร
ประเด็นถัดมาค่ะ ที่ไม่เห็นเลยนั่นก็คือเรื่องของเด็กที่รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เด็กกำพร้า ๖,๐๐๐ กว่าคนแล้วค่ะ แล้วก็จะมีเด็กรับผลกระทบทางอ้อมรวมแล้วไม่น้อยกว่าหลายหมื่น มีโรงเรียนได้รับ ผลกระทบกว่าพันโรงเรียน ฉะนั้นที่ดิฉันเป็นห่วงนั่นคือสภาพจิตใจ การดูแลเยียวยาจิตใจ เด็ก ๆ เหล่านี้กรมสุขภาพจิตเองมีงบประมาณค่ะ แต่ไม่เยอะเลย เราไม่ค่อยอยากจะได้ งบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศ เราอยากจะให้ได้งบประมาณจากในประเทศ เป็นหลักก่อนนะคะ อันนี้ก็ขอฝากในเรื่องของส่งเสริมสร้างเสริมด้านสุขภาพจิตของเด็ก ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่ะ ข้อสังเกตขอสรุปสั้น ๆ ๑. การเลือกพื้นที่ เชิงพื้นที่ ให้ครอบคลุมมากกว่านี้ อันที่ ๒ การซ้ำซ้อนกับงานประจำของหลายกระทรวงจะทำอย่างไร ให้ซ้ำเสริมให้ได้ประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด และบุคคลที่ทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขที่รับราชการ ฉะนั้นงานนี้เหมือนงานเสริมให้เขาเข้าไปอีก ซึ่งงานประจำที่มีอยู่ ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้วนะคะ
สุดท้าย อย่างไรก็ตามก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานใน สสส. เราเห็นค่ะ ความแตกต่างใน ๑๘ ปีที่ผ่านมาเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพในหลายเรื่องค่ะ สิ่งที่จะให้เน้นย้ำนั่นก็คือเรื่องของเด็กและเยาวชนน่าจะมีมากกว่านี้นะคะ ทำอย่างไร ให้สามารถทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ สสส. ร่วมกันกับงบประมาณ ที่ได้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว ขอบคุณค่ะ