รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านอนุสรา ยังตรง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ตำบลบางเมือง ตำบลบางเมืองใหม่และตำบลท้ายบ้านใหม่ สืบเนื่องจากวันพุธที่ผ่านมาดิฉันหารือในเรื่องของบ่อนการพนันซึ่งมีจำนวนมากและนับวัน จะทวีคูณมากขึ้น ก็เป็นนิมิตหมายอันดีที่มีการจับกุมบ่อนการพนันที่หน้าหมู่บ้านทรัพย์ยั่งยืน โดยตำรวจจากกองปราบปราม ซึ่งบ่อนแห่งนี้ก็น่าแปลกมากค่ะ ห่างป้อมตำรวจแค่ประมาณ ๓๐ เมตร ห่างจากบ้านกำนันแค่ไม่เกิน ๓๐๐ เมตร แล้วชาวบ้านยังบอกอีกว่าบ่อนแห่งนี้ จะเปิดเป็นทางการในวันที่ ๑๕ กันยายนนี้ ก็ขอให้ตำรวจในพื้นที่สังเกตการณ์หรือไปร่วมพิธีเปิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ สำหรับชาวบ้านที่แจ้งเบาะแสมาก็คือว่าจำนวนบ่อนที่ให้ความร่วมมือมีการปิดปรับปรุง ๑ บ่อนเท่านั้นในวันเสาร์ วันอาทิตย์ จำนวนแค่ ๑ บ่อน นอกนั้นเปิดบริการตามปกติ ดิฉันก็ฝากท่านประธานหารือไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านเฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะที่ดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเด็นที่ ๑ ช่วยเพิ่มกองกำลังพลให้กับตำรวจกองปราบปราม เพื่อเพิ่มปริมาณตำรวจมากขึ้นเพื่อจะช่วยดูแลในพื้นที่ต่าง ๆ ประเด็นที่ ๒ ก็ขอให้ท่านช่วย ให้ตำรวจในพื้นที่ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วก็ประเด็นที่ ๓ ขอให้ทำพื้นที่นำร่อง มีการตรวจจับบ่อนการพนัน ยาเสพติดในพื้นที่เขต ๓ ของจังหวัดสมุทรปราการให้มากขึ้น สมกับที่เป็นหน่วยบำบัดทุกข์แล้วก็บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณค่ะ
ท่านเลขานุการวิป (Whip) ฝ่ายค้านจะหารืออะไรก่อนไหมครับ เอาเรื่องที่เราหารือ เดี๋ยวเข้าแล้ว ค่อยหารือ เดี๋ยวให้ท่านสาครก่อน ท่านสาครรอตั้งแต่เมื่อวานนี้ ท่านสาครอยู่ไหมครับ เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือซึ่งผมได้ ลงบัญชีหารือไว้ตั้งแต่เมื่อวานครับ
เรื่องที่ ๑ ที่กระผมขอหารือก็คือผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วยตระเตรียมความพร้อมสำหรับ การป้องกันและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แม้ขณะนี้น้ำยังไม่ท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จังหวัดพัทลุง แต่ว่าเป็นที่คาดการณ์ได้ว่าปลายปีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม รวมต่อไปจนถึงเดือนมกราคมจะเป็นช่วงที่น้ำท่วมจังหวัดพัทลุง ที่ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเราไม่ควรตกอยู่ในความประมาทเลย ผมไม่เคยคิดว่าน้ำจะท่วมจังหวัดสุโขทัยอีก ไม่เคยคิดว่าน้ำจะท่วมจังหวัดพิษณุโลกอีก ผมคิดว่าทางรัฐบาล ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระเตรียมป้องกันสำหรับปัญหาอุทกภัย ซึ่งปีที่แล้วหนักหน่วงมากสำหรับจังหวัดสุโขทัย สำหรับจังหวัดพิษณุโลก แต่ว่ามันมาเกิดจนได้ ผมคิดว่าการเตรียมการสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดพัทลุงจึงจำเป็นจะต้อง เร่งทำเร่งดำเนินการ ไม่เพียงแต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่ากระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องตระเตรียมความพร้อมสำหรับการแก้ไขและป้องกันน้ำท่วม
เรื่องที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ทางโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ได้ร้องขอมายังผู้แทนราษฎรว่าได้รับงบประมาณน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การทำถนนหนทาง ทำสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน จัดทำภูมิทัศน์ น้ำดื่มภายในโรงเรียน เขาอยู่ท่ามกลางความขาดแคลนมาก แต่งบประมาณที่โรงเรียนได้รับน้อยมาก ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการว่า น้ำ ถนน ภูมิทัศน์ เหล่านี้ก็เป็นความจำเป็น เป็นความสำคัญไม่น้อยกว่าคุณภาพทางการศึกษา ขอให้จัดงบประมาณไป ไม่ต้องรองบแปรญัตติจากที่หนึ่งที่ใด ขอให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ จัดให้เพียงพอครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ท่านประธานที่เคารพครับ ได้รับการร้องเรียนจากตำรวจ ในจังหวัดอุดรธานี แล้วก็จังหวัดหนองคาย ทั่วภาคอีสานครับท่านประธาน เรื่องก่อสร้าง สถานีตำรวจ ซึ่งเป็นปัญหามานมนานไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของเรื่อง เพราะว่าไม่ได้ไป ทำการก่อสร้างเลยครับ ไปเทเสาไว้แล้วก็เอาเหล็กไปทิ้งไว้ แล้วสถานีตำรวจภูธรอำเภอไชยวาน เขาไปรื้อหลังเก่าครับท่านประธาน ขณะนี้ไม่มีห้องจะไปทำงาน ได้รับความเดือดร้อนมาก อำเภอศรีธาตุก็เหมือนกัน เพราะอาคารหลังเก่าเป็นอาคารไม้นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยัง ผู้ที่รับผิดชอบให้เร่งไปดำเนินการด่วนนะครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองและคณะครูโรงเรียน บ้านคำกุงประชานุกูล ตำบลหัวนาคำ อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี สังกัดสำนักงาน การประถมศึกษา เขต ๒ จังหวัดอุดรธานี อาคารไม้นะครับ ซึ่งไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณมานานแล้ว อาคารหลังนี้เป็นระยะยาวนานมา ๔๐ ปีแล้วนะครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยจัดงบประมาณไปก่อสร้างอาคารให้กับโรงเรียน บ้านคำกุงประชานุกูล ตำบลหัวนาคำ อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานีด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๓ สุดท้าย ถนนอำเภอกู่แก้วไปยังอำเภอไชยวาน อำเภอศรีธาตุ ผ่านไปถึงอำเภอวังสามหมอ ได้หารือท่านประธานไปตั้งแต่สมัยที่แล้วแล้ว สมัยนี้ก็ยังไม่ไป ดำเนินการ ขณะนี้ฝนตกหนักรถสัญจรไปมาไม่สะดวก ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องที่ผมจะขอหารือกับ ท่านประธานนั้นเป็นความทุกข์ ความเดือดร้อน ความเสียหายของพี่น้องประชาชน ทั้งความเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สิน ร่างกายและชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เกิดจาก การได้รับสิทธิการบริการจากภาครัฐวันนี้จำนวน ๒ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ ก็คือความเสียหายของพี่น้องที่ไปรับบริการด้านสาธารณสุข จากโรงพยาบาลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผมได้หารือถึงข้อจำกัดของโรงพยาบาลก็คือ เรื่องกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ตึกใหม่ ๒ หลังที่ยังใช้ไม่ได้เพราะว่ากระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ นอกจากนั้นแล้วหมอ พยาบาล เตียงคนไข้ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยก็ไม่มีความพร้อม ทั้ง ๆ ที่โรงพยาบาลลำลูกกานั้นมีคนเข้าไปรักษาในแต่ละวันนั้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากว่าอำเภอลำลูกกามีประชากรเยอะจึงมีผู้ป่วยในแต่ละวันนั้นจำนวนมากตามมา เมื่อ ๔-๕ วันที่ผ่านมาตามข่าวท่านก็ได้ทราบนะครับว่ามีผู้ป่วยไปคลอดบุตร คุณแม่คนนี้ ร่างกายแข็งแรงมาก เดินขึ้นรถและลงรถไปคลอดบุตรที่โรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ปรากฏว่า คลอดไม่ได้ คุณแม่ต้องตายทั้งกลม ดูหน้าตาศพทั้งแม่และลูกแล้วสมบูรณ์มาก ไม่น่าจะเกิด ความสูญเสียขึ้น เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสได้ไปเป็นประธานเผาศพทั้งสองไปแล้ว
เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาความเดือดร้อน ความเสียหายอันเกิดจากผู้สัญจรไปมา บนเส้นทางทางหลวงชนบท คลองเจ็ด ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ถนนเส้นนี้มีชุมชนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีรถวิ่งผ่านเป็นจำนวนมาก ทั้งรถ ที่วิ่งเร็วและวิ่งช้าเนื่องจากว่าเป็นถนนที่พี่น้องในท้องถิ่นใช้กัน และเป็นถนนที่รถบรรทุก รถพ่วงสัญจรไปมาด้วย เพราะว่าเป็นทางหลวง จึงขอกราบเรียน เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งมาก ในขณะนี้ฝนตกยิ่งมีอุบัติเหตุบ่อยทำให้รถบรรทุกนั้นทับผู้สัญจรไปมา เสียชีวิตกันเป็นจำนวนมาก
สุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดปทุมธานีนั้นหวั่นวิตกมากว่า จะเกิดน้ำท่วมขึ้นอีก เพราะว่ากรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำนายว่าวันที่ ๑๓ ก็คือวันนี้นะครับ ถึงวันที่ ๑๗ นี้จะมีฝนตกเป็นจำนวนมาก มีเหตุที่เกิดขึ้นในจังหวัดทางภาคเหนือมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความมั่นอกมั่นใจกับพี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสมคิด บาลไธสง แล้วมาท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ขอหารือกับท่านประธานดังนี้ เมื่อวันที่ ๗ กันยายนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดหนองคาย เกษตรกรชาวไร่ยาสูบได้รับความเดือดร้อน อยากให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือเขา เพราะว่าทางรัฐบาลได้ประกาศกฎกระทรวงขึ้นภาษี ๑๐ เท่า หรือ ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย จาก ๑ บาท เป็น ๑๐ บาทต่อกิโลกรัม อันนี้พี่น้องชาวไร่ยาสูบ จังหวัดหนองคาย แล้วก็พี่น้องชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศได้รับผลกระทบ ก็อยากให้รัฐบาล ได้ชะลอในการขึ้นภาษีนี้ด้วย มันทำให้พี่น้องเดือดร้อนมากนะครับ ก็ขอฝากไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการคลังได้หาทางช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ยาสูบด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของบประมาณสร้างทาง ค.ส.ล. จากอำเภอเฝ้าไร่ไปบ้านจับไม้ แล้วก็บ้านท่าสำราญ เดี๋ยวนี้ถนนเสียหายมากเหมือนกับอยู่ดาวอังคาร มันทำให้พี่น้อง เดินทางลำบาก ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร อยากได้ทาง ค.ส.ล. ก็ฝากไปยัง กรมทางหลวงชนบทหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ดูแลถนนเส้นนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ของบสร้างพนังกันตลิ่งแม่น้ำโขง ที่บ้านตาลชุม บ้านหนองแก้ว อำเภอรัตนวาปี โดยเฉพาะที่บ้านตาลชุมนั้นก็ทำให้ตลิ่งพังตรงที่ทำตลิ่งไปไม่ตลอดหมู่บ้าน แล้วก็ทำให้บ้านที่อยู่ปลายทางทำให้น้ำมันปั่นทำให้บ้านเขาเสียหาย ก็ฝากไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมืองผ่านท่านประธานไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปดูแลที่บ้านตาลชุม และบ้านหนองแก้วด้วย ขอบคุณมากครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และคณะกรรมการ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอน และตำบลบ้านเพชร อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ขณะนี้อยู่ ระหว่างการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่นะครับ
ต่อไปเป็นท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล แล้วก็มาท่านคุณหมอพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดสุโขทัยน้ำคงยังท่วมอยู่ ยังไม่ได้ลดนะครับ เพียงแต่ว่าอาจจะมี การบล็อก (Block) ได้บ้าง แต่มันมีการขยายไปจุดอื่นอีก ก็ฝากเตือนต่อรัฐบาลให้เข้าไปดูแล อย่างใกล้ชิด ไม่เพียงแต่เฉพาะในเขตเทศบาลเท่านั้นที่เสียหาย ตอนนี้เริ่มจะขยายไปที่ ตำบลอื่น และโดยเฉพาะต่อไปก็จะเข้าอำเภอกงไกรลาศและไปอำเภอคีรีมาศอีก นี่เป็นเพียง น้ำระลอกที่ ๒ เท่านั้น เพราะว่าจากประสบการณ์ แม้กระทั่งผู้สูงอายุ คนเฒ่าคนแก่เขาก็เคย มีสถิติ แล้วเขาบอกไว้ว่าถ้าเป็นครั้งที่ ๓ น้ำจะหนักมากในแม่น้ำยมจะเป็นอย่างนี้ทุกปี ผมเองก็ต้องขอบคุณต่อท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ซึ่งก็ได้ลงไปในพื้นที่ เมื่อวันอังคารที่ ๑๙ ไปดูแลให้ความช่วยเหลือและแจกถุงยังชีพ หรือว่าไปมอบสิ่งของต่าง ๆ ให้กับผู้ประสบภัย ตลอดจนต้องขอบคุณบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ที่ได้ไปช่วยกันในเรื่องการบริจาคสิ่งของหรือว่าทุนทรัพย์ แล้วก็พี่น้องประชาชนทั่วไป จากจังหวัดอื่นที่เข้าไปช่วยกันอย่างมากมายในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย อันนี้ก็ฝากต่อท่านประธาน แล้วก็จะไปถึงเกี่ยวกับเรื่องของไร่นาของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งผมเคยพูดมาตลอดว่า จังหวัดสุโขทัยจำเป็นที่จะต้องปลูกข้าวก่อนจังหวัดอื่น ภาคอื่น เพราะว่าเป็นช่วงที่น้ำท่วมก่อน เขาเรียกว่าปลูกข้าวหนีน้ำ แล้วตอนนี้พอปลูกเสร็จ เก็บเกี่ยวที่จะเอาเข้าโครงการรับจำนำ ก็จำนำไม่ได้ต้องไปฝากข้าว แล้วผลสุดท้ายก็ยังไม่มีคำยืนยันว่าจะได้รับการเข้าสู่โครงการรับจำนำหรือเปล่า ก็ถูกบีบ จากโรงสีให้ขายตรงในราคา ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ฉะนั้นผมฝากรัฐบาลไปดูแล เรื่องนี้ครับ พี่น้องประชาชน เกษตรกรนั้นเขาเป็นทุกข์มากเกี่ยวกับเรื่องโครงการรับจำนำ ซึ่งมีปัญหา ก็ฝากต่อท่านประธานครับ
คุณหมอพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องถนนจากบ้านดอนไก่เถื่อนคุ้มบ้านหว้า ของอำเภอภูเขียวติดต่อไปจนกระทั่งถึงตำบลหนองคู อำเภอบ้านแท่น คือดิฉันได้รับการร้องเรียน จากผู้ใหญ่บ้านบุญถม กองเพชร หมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านดอน ว่าถนนเส้นนี้เสียหายมาก เวลาฝนตก หมู่บ้านเล็ก ๆ คือหมู่บ้านนี่ถูกล็อกเลยนะคะ เด็กนักเรียนไม่สามารถที่จะไปโรงเรียนได้ ผู้ป่วยก็ไม่สามารถที่จะไปโรงพยาบาลได้ทันต่อเวลาถึงกับเสียชีวิต แต่ก็ค่อยยังชั่วหน่อย ที่ได้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอน นายสง่า ชำนาญไพร ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ โดยการเอาหินคลุกไปลง แต่ตอนนี้งบประมาณมันเพียงน้อยนิด แก้ได้เพียงแค่นิดหน่อย เท่านั้นเอง จึงได้ขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ปัญหานี้ให้ด้วย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องที่จะหารือกับ ท่านประธาน ก็ขอคิวไว้ตั้งแต่เมื่อวานนะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้เช่าพื้นที่ทำกินจาก กรมป่าไม้ไปประกอบอาชีพสวนปาล์มและสวนยางได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากกลุ่มบุคคลที่เรียกว่ากลุ่มเกษตรกรไร้ที่ทำกิน กองกำลังได้เข้าไปบุกรุกปิดสวนปาล์ม แล้วก็ตัดเอาผลผลิตออกไปขาย หลายหน่วยงานก็ทราบดี ทางกรมป่าไม้ ทางฝ่ายปกครอง ไม่ว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ แต่ไม่มีใครกล้าเอากฎหมายเข้าไปจัดการ ไม่กล้าที่จะเข้าไปสู้กับกฎหมู่เหล่านี้ จึงอยากเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านไปยัง ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ว่าได้จัดการเรื่องเหล่านี้ตามกฎหมาย ผู้เช่าพื้นที่เหล่านั้นและเกษตรกร เหล่านั้นยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่มีความเสียใจที่การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้บังคับใช้ อย่างยุติธรรม ปล่อยให้กระบวนการซึ่งเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นกฎหมู่ไปใช้วิธีการเหล่านั้น กับพี่น้องเกษตรกรผู้สุจริต
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นที่รู้ดีว่าขณะนี้ราคายางได้ตกต่ำเป็นอย่างมาก มีปัญหาต่อเกษตรกรชาวสวนยาง ยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจน การแก้ปัญหาจากรัฐบาล อย่างจริงจังและเต็มที่ มีการทุจริตในโครงการการแทรกแซงราคายาง การแทรกแซง ราคายางและเงินภาษีหรือเงินที่เอาไปใช้ในการแทรกแซงไม่ตกถึงเกษตรกรโดยตรง มีการตกหล่นอยู่ระหว่างพ่อค้าคนกลาง มีกระบวนการในเรื่องของการจัดการแทรกแซง ราคายางเป็นอย่างมาก อยากจะให้ทางรัฐบาลทั้งท่านนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบ และได้หารือถึงวิธีการหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการเหล่านี้ เพราะว่าวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้ถึงมือเกษตรกรจริง ๆ แต่มีการรวบรวมการซื้อยางและไปขายเอาเงินส่วนต่างนั้น จากรัฐบาลมา ไม่ได้ตกกับเกษตรกรอย่างแท้จริง อยากให้ทบทวน ขอบคุณครับ
เชิญท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องอยากจะขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขตราชเทวี ในซอยน้อมจิต คุณชาติชัย เดชรุ่งวรา ได้ร้องมาผ่านดิฉัน บอกว่ามีโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปในซอย ซึ่งมีระบบการควบคุมการปล่อยระบายอากาศที่ทำให้เกิดเสียงแล้วก็กลิ่นรบกวน พี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น นอกจากนี้ก็ยังมีการปล่อยของเสียอย่างที่เห็นในภาพ เป็นคราบของไขมันลงในท่อระบายน้ำซึ่งเกิดตะกอนไขมันจับหนาทีเดียว ซึ่งพี่น้องประชาชน ในซอยน้อมจิตก็มีความกังวลว่าขณะนี้ฝนตกบ่อยครั้งมาก ก็เกรงว่าถ้าฝนตกมาหนัก ๆ แล้วก็ยังมีตะกอน ตะกรันอย่างนี้ก็อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ปัจจุบันนี้ก็สร้างความเดือดร้อน แล้วก็ส่งกลิ่นเหม็นให้กับพี่น้องที่อยู่ในบริเวณซอยน้อมจิตอย่างมาก ฝากท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลแก้ไขด้วยค่ะ
อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณรัตนา ศรีประดิษฐ์ ได้ร้องเรียนมาว่า ประชาชนในชุมชนมักกะสัน เขตราชเทวี ได้มีความกังวลว่ามีต้นไม้ใหญ่อยู่หลายต้นทีเดียว ในชุมชน บางต้นเอนลงมา แล้วเวลาฝนตกกิ่งไม้ก็ไปกระทบกับสายไฟ ซึ่งก็อยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณบ้านของพี่น้องประชาชน ซึ่งบริเวณนี้ก็อยู่กันอย่างค่อนข้างแออัด สายไฟก็อย่างที่เห็น ระโยงระยาง บวกกับต้นไม้ที่ขึ้น แล้วก็มีสายไฟที่เป็นประกาย เวลาฝนตกก็จะแปล๊บ ๆ พี่น้องประชาชนก็มีความกังวลว่าหากเกิดเพลิงไหม้ก็จะทำให้ความเสียหายจะเกิดขึ้นทั้งชีวิต และทรัพย์สินได้ จึงขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปถึง ผอ. เขต ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตัดต้นไม้ หรือว่าฝ่ายการไฟฟ้าก็กรุณาไปดูแลเรื่องของสายไฟ ที่ระโยงระยางด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ได้รับจดหมายร้องเรียนเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าห้วยน้ำแท้ ห้วยน้ำหญ้า ตำบลศิลา อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานครับ เขาบอกว่า เขาจ่ายเงินกันหมดแล้วกรมป่าไม้ไม่ขึ้นมาดูแล้วป่าดังกล่าวจึงหายไป ขอให้รัฐบาล ไปตรวจสอบว่าใครบุกรุกป่าในบริเวณนั้น
เรื่องที่ ๒ พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้บัญญัติให้ผู้รับสัมปทาน ได้รับหลักประกันว่ารัฐจะไม่จำกัดการส่งปิโตรเลียมออกนอกราชอาณาจักร ถามรัฐบาลว่า จะมีนโยบายในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ อย่างไร
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ประตูทางออกของสภาผู้แทนราษฎร ด้านถนนราชวิถี ปรากฏว่าบริเวณดังกล่าวนั้นติดขัดในชั่วโมงที่รถจะออกจากสภา ขอให้ท่านประธานประสานไปยังท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ให้มาตีเส้นทแยงเหลือง เพื่อป้องกันไม่ให้รถจอดขวางประตูดังกล่าวเวลารถออกจากสภา
เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ น้ำท่วมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวนาต้อง ดำน้ำเกี่ยวข้าว นับว่าเป็นภาพที่น่าอัปยศอย่างยิ่งเพราะการปล่อยน้ำของรัฐบาล ขอถามว่า การปล่อยน้ำดังกล่าวจะชดเชยเยียวยาให้กับชาวนาเท่าไร อย่างไร และจะจ่ายเมื่อไร
เรื่องที่ ๕ ท่านประธานครับ ปรากฏว่า ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรไปออกสปอต (Spot) โฆษณาในสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดท ท่านประธานครับ สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวผู้อำนวยการสถานีได้ปราศรัยรณรงค์เรียกร้อง ให้เปลี่ยนระบบกษัตริย์จากประเทศไทยไปเป็นแบบเขมร ถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ถามว่า ธ.ก.ส. มีนโยบายอย่างนั้นได้อย่างไร และใช้งบประมาณกี่แสนบาทไปโฆษณา ในโทรทัศน์ช่องดังกล่าว
สุดท้าย ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้อนุมัติ งบประมาณเหลือจ่ายในปี ๒๕๕๕ สร้างอาคารเรียน ๑ หลัง ที่โรงเรียนบ้านห้วยแห้ง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอสนับสนุนให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะท่านวิเคราะห์ ได้ชัดเจนว่ารัฐบาลนี้จะหมดอายุในสิ้นปีนี้ ขอบคุณครับ
ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือเกี่ยวกับเรื่องถนนค่ะ เพราะว่าที่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นที่ราบสูง ความจริงแม่น้ำก็มี แต่ว่าปีที่แล้วก็ปราศจากอุทกภัย ปีนี้ก็ยังปลอดภัยดีอยู่ค่ะ โดยเฉพาะในเขตของดิฉันอยู่ในที่สูง จริง ๆ แล้วไม่เดือดร้อนเรื่องอุทกภัย แต่เดือดร้อน เรื่องภัยแล้ง ต้องการสถานที่เก็บน้ำ เพราะฉะนั้นโครงการแก้มลิงทั้งหลายจะเป็นลำดับต่อไป ในอาทิตย์ต่อ ๆ ไปซึ่งดิฉันจะขอหารือผ่านสภาเพื่อขอแก้มลิงในเขตของดิฉัน สำหรับในวันนี้ ขอหารือในเรื่องของความเดือดร้อนของความเสียหายจากการใช้รถใช้ถนนซึ่งไม่มีงบประมาณ ไปซ่อมแซมมาหลายปี เพราะฉะนั้นปีนี้หนักแย่มาก ๆ เลยนะคะ เส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๑๓ เป็นช่วงซึ่งผ่านชุมชนหลายแห่ง ตลาดดงขุย ตลาดท่าข้าม ตลาดอำเภอชนแดน แล้วขึ้นเขารังไปออกอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ปีนี้โดยเฉพาะหน้าโรงพยาบาลชนแดน เสียหายเป็นอย่างยิ่ง ตรงนั้นมีทั้งโรงเรียนเด็กเล็ก มีทั้งวิทยาลัยการอาชีพ แล้วก็โดยเฉพาะ โรงพยาบาล หน้าโรงพยาบาลสาหัสสากรรจ์ ทุลักทุเลกว่าจะออกมาจากหมู่บ้านได้มาเจอ ตรงทางเข้าโรงพยาบาลอาการก็หนักเข้าไปอีก ก็อยากจะขอให้กรมทางหลวงได้มีงบประมาณ ในการซ่อมบำรุงในช่วงนี้ ถ้ายังไม่มีงบประมาณในการขยายให้มันเป็น ๔ เลน (Lane) ตลอดเส้นทาง ตอนนี้ก็ขอไปซ่อมให้ก่อนด่วนมาก ๆ เลย อีกเส้นหนึ่งคือเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๔๐๑ เส้นอำเภอหนองไผ่ไปออกตำบลซับพุทรา ตรงเส้นนี้ก็เป็นเส้นสายสำคัญ ซึ่งเกษตรกรเยอะมากที่เขาจะขนส่งพืชไร่ มีทั้งข้าวโพด ถั่วเขียว อ้อย มันสำปะหลัง ในการที่จะออกไปตลาดเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอความกรุณากระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้พิจารณาส่งงบประมาณ โดยเฉพาะในปีนี้เหลือจ่ายเท่าไรช่วยทุ่มไปให้ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ให้ด้วย ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ท่านสงกรานต์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารืออยู่เรื่องเดียวก็คือเรื่องที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ก็คือ เรื่องน้ำท่วมนะครับ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันว่าเวลามันเริ่มต้นมันจะเริ่มที่จังหวัดสุโขทัยก่อน แล้วมันก็ไปอำเภอบางระกำ ไปจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร แล้วน้ำทั้งหมดมันก็จะมารวมที่ จังหวัดนครสวรรค์ พวกผมเจอเมื่อปีที่แล้วก็บรรยากาศเดียวกับที่จังหวัดสุโขทัย เจอกันเมื่อ ๒ วันที่แล้วที่น้ำทะลักเข้ามาในเขตเมือง ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากจะฝาก อย่างนี้ เนื่องจากว่าการจัดการน้ำในปีนี้ผมเกรงว่าจะมีปัญหา จึงอยากจะฝากผ่านท่านไปยัง กรมชลประทาน เพราะปีที่แล้วมีบทเรียนพี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์ไปขอร้องให้ทาง เขื่อนเจ้าพระยาเปิดประตูระบายน้ำ แล้วก็ทางประตูระบายน้ำมะขามเฒ่า ประตูระบายน้ำอู่ทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูระบายน้ำพลเทพ ซึ่งในครั้งที่แล้วตอนไปขอให้เปิดก็เปิด แต่พอกลับมาแล้วก็ปิดกลับเหมือนเดิม ปีนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาซ้ำคือน้ำขังอยู่ใน จังหวัดนครสวรรค์แล้วลงข้างล่างไม่ได้ อยากฝากท่านประธานไปถึงทางกรมชลประทาน ช่วยบริหารจัดการน้ำให้ดีนะครับ ขอให้เริ่มเปิดประตูระบายน้ำเพื่อระบายน้ำก่อน เพราะถ้าท่านไม่เปิดระบายน้ำตั้งแต่ตอนนี้ กักน้ำไว้สุดท้ายมันจะเหมือนปี ๒๕๕๔ คือมันจะท่วม ไปทุกสถานที่เลยตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา ฉะนั้นก็ฝากท่านประธานสั้น ๆ ย้ำอีกครั้งว่า ไม่อยากให้จังหวัดนครสวรรค์ท่วมต้องจัดการประตูระบายน้ำให้ดี มีการเปิดปิด เอาไปตามหลักวิชาการนะครับ อย่าไปเชื่อคำสั่งของคนบางคนนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านวรชัย เหมะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมขอหารือเรื่องระบบป้องกัน น้ำท่วมใน กทม. ครับ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานั้นมีการทดสอบระบบการแก้ปัญหาน้ำท่วม จังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นทางระบายน้ำลงทะเลที่ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำที่สามารถสูบได้ ๑ วินาที ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรครับท่านประธาน วันทดสอบระบบน้ำวันนั้นน้ำไม่มาที่จังหวัดสมุทรปราการเลยครับท่านประธาน แสดงว่าระบบในกรุงเทพมหานครนั้นติดขัดมาไม่ได้ ผมอยากทราบว่า กทม. ได้งบประมาณไปแล้วนี่ มีการขุดลอกท่อ ขุดลอกคลองหรือเปล่าครับท่านประธาน เพราะว่ามีการคัดค้านไม่ให้ มีการทดสอบระบบในการที่จะระบายน้ำลงสู่ทะเล ผมไม่ทราบว่ามันเพราะอะไรกันแน่ที่ไม่ยอมให้ มีการตรวจสอบระบบในการระบายน้ำลงทะเลผ่าน กทม. เพราะฉะนั้นข่าวลือหรือข่าวจริง ไม่ทราบเมื่อตอนน้ำท่วมบอกว่าเอาน้ำมาทำลายรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมต้องการให้เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ขาวสะอาดว่า กทม. ไม่ได้ทำแบบนั้น ขอให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการตรวจสอบ ระบบระบายน้ำที่ กทม. ไม่เช่นนั้นแล้วนี่ถ้าน้ำมา ฝนตกหนักติดขัดอยู่ตรงไหนจะได้แก้ไขในทันที จะได้รู้ระบบว่าระบบนั้นติดขัด ดีหรือยังครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธาน ช่วยบอกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ กทม. ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการตรวจสอบ ระบบการแก้ปัญหาน้ำท่วมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านธานี เทือกสุบรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายก อบต. ประชา นิลเอก แล้วก็พี่น้อง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จาก ๖ ตำบลในบางของอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ว่า ๖ ตำบล เพราะอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีมีอยู่ทั้งหมด ๑๐ ตำบล อยู่บนบก ๔ ตำบล แล้วก็อยู่ในน้ำ ๖ ตำบล อาชีพของเกษตรกรที่อยู่ ๖ ตำบลในบางเกือบทุกครัวเรือนทำสวนมะพร้าวครับ รัฐบาลบอกว่าจะดูแลเรื่องราคามะพร้าวให้ ผมเลยได้รับการร้องเรียนมาจากทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนมากมายว่าการจัดการระบบการจัดซื้อมะพร้าวไม่ดีเท่าที่ควร ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้ารัฐบาลเห็นว่าการรับจำนำเป็นเรื่องดี ผมอยากจะให้ รัฐบาลได้รับจำนำของทุกอย่างที่เป็นพืชผลเกษตร ถ้ารัฐบาลรับจำนำมะพร้าวที่บอกว่า ราคาจะต้อง ๒๒ บาทขึ้นไป ก็ให้ ธ.ก.ส. รับจำนำเลยครับ ๒๒ บาท ถ้าราคายางรัฐบาลบอก ทำได้ ๑๒๐ บาท ให้รับจำนำไปเลยครับ ๑๒๐ บาท พี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปทั่วเลยขณะนี้ เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้ไปแก้ไขปัญหาที่แท้จริงให้ กลายมาเป็นนายทุนได้รับผลประโยชน์
เรื่องที่ ๒ ๖ ตำบลในบางอยู่ในอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีแท้ ๆ น้ำประปา ยังเข้าไปไม่ถึงครับ ห่างจากอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีไม่กี่กิโลเมตร อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน ผมฝากท่านประธานถึงรัฐบาลช่วยขยายระบบประปาให้ไปถึงพี่น้องทั้ง ๖ ตำบลในบาง พี่น้อง ๖ ตำบลในบางของผมอยู่กันอย่างสงบ ไม่เคยมีปัญหากับรัฐบาล เรื่องยาเสพติด ก็ไม่ค่อยมี ทุกอย่างดีหมดครับ ขอฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
๖ ตำบล อำเภออะไรครับ เจ้าหน้าที่จะได้บันทึกได้ถูกครับ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน แล้วก็มาท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร แล้วก็ท่านชมภู จันทาทอง เตรียมนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดชายแดนซึ่งจะเข้าสู่เสรีอาเซียน (ASEAN) ในปี ๒๕๕๘ แล้วก็รองรับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล แต่ว่าจังหวัดเชียงราย มีแขวงการทางอยู่ ๒ แขวง แขวงการทางที่ ๑ แล้วก็แขวงการทางที่ ๒ ผมอยู่ในแขวงการทางที่ ๒ ซึ่งรวมเอาจังหวัดพะเยามาด้วย แต่ปรากฏว่าเวลาสร้างทางที่จังหวัดพะเยาถนนดีมาก แต่ว่าแขวงการทางที่ ๒ ที่จังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะพื้นที่ผมอำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล อำเภอพญาเม็งรายนั้น ถนนพอทำเสร็จก็เสียเลยครับ โดยเฉพาะถนนทุ่งงิ้วสาย ๑๑๗๔ ไปตำบลห้วยซ้อ ชาวบ้านเคยเอากล้วยไปปลูก ผมก็ไปของบประมาณมา ปรากฏว่าผู้รับเหมารับเหมาเสร็จก็พังเลย อยากจะให้ไปตรวจสอบ ผมเคยร้องเรียนในสภาแห่งนี้มาครั้งหนึ่ง แต่ ป.ป.ช. บอกว่า ให้ผมขอหลักฐาน อยากให้ทาง ป.ป.ช. ไปหาหลักฐานเองผมไม่มีเวลาไปหาให้ท่าน แล้วก็จากตำบลห้วยซ้อไปบ้านเนินสมบูรณ์ ไปตำบลโชคชัย อำเภอดอยหลวง อันนี้ก็พังยับเยินเลย ผู้รับเหมาเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย มีโรงโม่หิน ดังนั้นผู้รับเหมารายอื่น ไม่สามารถที่จะต่อสู้ในการประมูลราคาได้เพราะคนนี้มีโรงโม่หินเอง แล้วก็ถนนสายทุ่งงิ้ว บ้านเต๋น บ้านปากอิง เป็นการกระจายอำนาจ อบต. ไม่มีเงินไปก่อสร้าง ก็อยากจะให้ กรมทางหลวงชนบทช่วยดูด้วย ถนนสายบ้านต้า ป่าตาล ยางฮอม ถนนสายใน ลดอุบัติเหตุ เพราะว่าถนนสายใหญ่มันเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าทำถนนสายในเชื่อมตำบลจะทำให้อุบัติเหตุลดลง แล้วก็ถนนท่องเที่ยว อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยไปตรวจงานแล้วก็ต่อว่า ส.ส. ว่าทำไมถนนสายท่องเที่ยวของคุณนี่ ลำบากยากเข็ญเหลือเกิน ฝากแขวงการทางที่ ๒ ช่วยดูแลด้วยนะครับ ถนนท่องเที่ยว เสียหายมากมายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับบุคลากรโรงเรียนบ้านตะโล๊ะใส อำเภอละงู จังหวัดสตูล ที่มาฟังการประชุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่นะครับ เชิญท่าน ส.ส. วุฒิพงษ์ นามบุตร นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขอปรึกษาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สัก ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ก็เรื่องเกี่ยวกับที่เพื่อนสมาชิกได้ประสบพบเจอกันเป็นส่วนใหญ่คือ เรื่องภัยน้ำท่วม จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้รับภัยพิบัติน้ำท่วมเช่นเดียวกับหลาย ๆ จังหวัด ของเขตภาคกลาง เพราะว่าเป็นจังหวัดสุดท้ายของแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล ที่จะไปรวมที่ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งตำบลแจระแมเป็นตำบลที่จะได้รับผลกระทบมากเกือบทั้งตำบล เพราะจะเป็นการรวมของแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลก่อนจะผ่านที่เทศบาลนครอุบลราชธานี แล้วก็ทุกวันนี้จะมีการก่อสร้างหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างเพื่อที่จะเตรียมยกฐานะมาเป็น เทศบาลเมืองแจระแม ทั้งศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ ศาลปกครอง สถานที่ราชการ มหาวิทยาลัย บ้านจัดสรร รวมทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่คือเซ็นทรัลที่จะเสร็จสิ้น ในต้นปีหน้า เพราะฉะนั้นผมจึงอยากฝากไปถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองให้นำวิศวกรใหญ่ มาสำรวจออกแบบเพื่อศึกษาระบบป้องกันน้ำท่วมให้กับตำบลแจระแมเพื่อที่จะบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตของตำบลแจระแมด้วยนะครับ เรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการท่องเที่ยวขนาดใหญ่คืออุทยานบึงบัว เฉลิมพระเกียรติ ในเขตของตำบลหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานี ซึ่งผมได้อภิปราย มาหลายรอบ และตอนนี้ได้รับงบจัดสรรก่อสร้างหอดูดาว ๓๗ ล้านบาท กรมชลประทาน ได้มาขุดลอกเพื่อปรับปรุงเป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็มีอีกโครงการหนึ่งเป็นโครงการก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์เทียนพรรษา วัฒนธรรมแห่งความศรัทธา มูลค่า ๓๐ ล้านบาท ฝากไปถึง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย ท่านชุมพล ศิลปอาชา งบ ๓๐ ล้านบาทที่ได้จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ตอนนี้มีเรียบร้อยแล้วครับ เพียงแต่ว่าจังหวัดลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ขอโยกย้าย เปลี่ยนแปลงสถานที่ภายในปีนี้มาสร้างที่ตำบลหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานีแห่งนี้ ตรงบริเวณอุทยานบึงบัวเฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากสถานที่เดิมมีปัญหาเรื่องที่ไม่เพียงพอ ในการก่อสร้าง จึงฝากนำเรียนท่านประธานโดยการเร่งด่วนด้วยเพื่อการท่องเที่ยว ของจังหวัดอุบลราชธานีครับ
ท่านจะส่งเอกสารพร้อมไหมครับ เพราะทางสภาผู้แทนราษฎรจะได้ส่ง
เอกสารอยู่นี่แล้วครับ จากทางผู้ว่าราชการจังหวัดครับ
ส่งมาที่ สภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรจะได้ส่งไปครั้งเดียวพร้อมกันเลยนะครับ
ได้ครับท่าน ขอบคุณท่านมากครับ
เชิญท่านชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๓ ค่ะ ท่านประธาน วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนในพื้นที่นำมาหารือท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะท่านประธาน มีอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองและคณะครูที่โรงเรียน วังม่วงพิทยาคม ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด ๕๖๐ คน ครู ๒๐ ท่าน ต้องการหอประชุม แบบ ๑๐๐/๒๗ ท่านประธานคะ โรงเรียนดังกล่าวนั้นในพื้นที่จะเป็นโรงเรียนแบบทรงไทย จะใช้ใต้ถุนในการประชุมผู้ปกครอง ประชุมนักเรียน แล้วก็หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนนั้น มาใช้เป็นประจำ ไม่ว่าในอำเภอสังคมก็มี ตำบลบ้านม่วง ตำบลสังคม ตำบลนางิ้ว แล้วก็มีเขตพื้นที่การศึกษาหาดคัมภีร์ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอสังคม อำเภอปากชม จังหวัดเลย ก็มาใช้ในพื้นที่นี้ตลอด ในฤดูฝนนั้นมีปัญหาในเรื่องการเรียนภาควิชาด้านการกีฬาประเภทต่าง ๆ ให้กับนักเรียน ไม่พอรองรับนักเรียน ฉะนั้นดิฉันเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะขอรับ การสนับสนุนในการสร้างหอประชุมดังกล่าวนี้เพื่อเตรียมเข้าสู่สมาคมอาเซียน ของปี ๒๕๕๘ ด้วยนะคะ ดิฉันจึงขอนำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีสุชาติ ธาดาธำรงเวช ได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณเพื่อแก้ไขความเดือดร้อน ของโรงเรียนดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๒ นั้นดิฉันได้รับการร้องเรียนจากเทศบาลเมืองอำเภอท่าบ่อ อยากให้ ทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงได้ก่อสร้างถนนเสริมผิวจราจรแอสฟัลติก (Asphaltic) ถนนคอนกรีต ถนนมณีโกมลช่วงที่ ๑ จากแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ถึงแยกถนนหนองเดิ่น ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑,๐๑๐ เมตร เป็นช่วงรอยต่อ อยากให้กรมทางหลวงแผ่นดินนั้นได้ช่วยแก้ไขด้วย ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ ประกอบด้วย อำเภอครบุรีและอำเภอเสิงสาง ผมมีเรื่อง ที่จะมาปรึกษาหารือกับท่านประธาน เนื่องจากว่าผมได้รับการร้องเรียนจากผู้นำท้องถิ่น และท้องที่ในตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากว่ามีทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๔๖๒ ซึ่งเป็นทางหลวงที่ถูกปล่อยปละละเลยและไม่ได้รับการดูแลซ่อมบำรุง เนื่องจากว่าเส้นทางหลวงเส้นนี้ในอดีตนั้นเคยมีโครงการที่จะตัดเส้นทาง จากจังหวัดสระแก้วมาที่อำเภอครบุรีโดยผ่านตำบลโคกกระชาย แต่เนื่องจากถนนเส้นนี้ ผ่านเขตอุทยานจึงไม่สามารถดำเนินการได้ ทางหลวงแผ่นดินได้ไปก่อสร้างทางไว้ประมาณสัก ๑,๐๐๐ กว่าเมตร แล้วก็ถูกปล่อยทิ้ง โดยการสร้างถนนเส้นนี้เป็นการสร้างคร่อมระหว่าง ถนนของทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๔๐ กับหมายเลข ๔๐๕๐ โดยกรมทางหลวงชนบทนั้น ก็อยากจะได้มาเป็นของทางหลวงชนบทเพื่อที่จะได้ดำเนินการให้เป็นถนนเส้นเดียวกัน แต่ติดขัดที่ป้ายทางหลวงแผ่นดินนั้นไปปักขวางอยู่ ท้องถิ่นจะดำเนินการก็ดำเนินการไม่ได้ จึงร้องเรียนมาที่ผม แล้วผมก็เคยร้องเรียนไปที่อธิบดีกรมทางหลวงแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงมาขอปรึกษาหารือแล้วจะนำส่งเอกสารนี้ให้กับท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้ให้คำตอบกับทางท้องถิ่น ถ้าจะโอนให้เป็นทางหลวงชนบท ทางหลวงชนบทจังหวัด ก็ยินดีที่จะรับโอน ถ้าจะโอนให้กับท้องถิ่น ท้องถิ่นก็ยินดีที่จะรับโอน เพราะขณะนี้ถนนนั้น เป็นถนนที่ชำรุดทรุดโทรม ทางน้ำไหลตัดถนนทำให้ถนนข้างล่างนั้นเป็นโพรงชาวบ้านเกรงว่า จะเกิดอันตรายในช่วงที่สัญจรไปมา และโดยเฉพาะถนนเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมไปสู่ สถานที่ท่องเที่ยวคือเขื่อนลำแซะของตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี ในช่วงเทศกาล จะมีคนไปท่องเที่ยวที่เขื่อนลำแซะเป็นจำนวนมาก เกรงว่าถ้าหากมีการซ่อมแซม หรือสร้างสะพานไม่ทันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหานี้ แล้วจะขอถือโอกาสนี้ส่งเอกสารให้กับท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะข้าราชการตำรวจจากอำเภอภูเขียว อำเภอบ้านแท่น อำเภอเกษตรสมบูรณ์และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ และคณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเกริกจากกรุงเทพมหานครนะครับ ขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรกำลังให้ท่านสมาชิกนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือ ต่อสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบบัญชีรายชื่อ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ๒ เรื่อง
โดยเรื่องแรกนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันได้เกิดปัญหาความเดือดร้อน ของพระภิกษุสงฆ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่สามารถออกปฏิบัติภารกิจของสงฆ์ ในการรับบาตรได้ ในการนี้รัฐบาลก็ได้สนับสนุนที่จะถวายค่าอาหารบิณฑบาตถวายพระ รูปละ ๑๐๐ บาทต่อวันในช่วงที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน แต่ปรากฏว่ามีพระภิกษุสงฆ์ ที่ท่านไปอยู่จำพรรษาหลังจากการสำรวจรายชื่อเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้พระภิกษุสงฆ์ ที่ไปอยู่ใหม่เพิ่มเติมนี้เพื่อทำการทำนุบำรุงรักษาวัด แล้วก็เป็นขวัญกำลังใจให้กับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นตกสำรวจไปไม่ได้รับเงินถวายค่าอาหารดังกล่าว จึงขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลเพื่อให้ทำการสำรวจจำนวนพระภิกษุสงฆ์ ที่จำพรรษาอยู่วัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อท่านจะได้ดำรงชีวิตอยู่ได้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตเรียนเสนอผ่านท่านประธานไปก็คือเรื่องเงินอุดหนุน อุปถัมภ์นิตยภัต เนื่องจากมีวัดในประเทศเราจำนวนมากมายที่ตกทอดมาเป็นวัดเก่าแก่ ในบางครั้งมีเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดดังกล่าวไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ซึ่งเป็นปัญหาทำให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ชะลอการจ่ายเงินนิตยภัตที่ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ในวัด ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาวาสที่ปฏิบัติหน้าที่โดยได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคมให้ไป ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสหรือทำการจำพรรษาหรือทำนุบำรุงวัดนั้นไม่ได้รับเงินถวายนิตยภัต ในส่วนนี้ จึงขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลเพื่อที่จะได้ดำเนินการ แก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอบพระคุณครับ
ท่าน ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ เชิญครับ ท่านสุรพล เกียรติไชยากร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรพล เกียรติไชยากร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ สืบเนื่องจากฝนที่ตกหนักมาหลายวัน เมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมากระผมได้เดินทางไปเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา ซึ่งประกอบด้วย ตำบลแจ่มหลวง ตำบลแม่แดด และตำบลบ้านจันทร์ ถนนที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอสะเมิง ไปอำเภอกัลยาณิวัฒนา ระยะทาง ๙๒ กิโลเมตร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๖ ในช่วงที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประชุมสัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ขอสนับสนุนงบประมาณได้ ๘๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก ๔๕ กิโลเมตรได้โอนให้ กรมทางหลวงซึ่งปัจจุบันนี้ถนนเสียหายมาก ช่วงที่ผ่านมาการสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก ก็ฝากท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วย
ถนนอีกสายหนึ่งซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบทก็คือ ที่อำเภอสะเมิง ซึ่งประกอบด้วย ตำบลยั้งเมิน ตำบลแม่สาบ และตำบลบ่อแก้ว ราษฎรก็ได้รับ ความเดือดร้อนเนื่องจากถนนเชื่อมระหว่างตำบลยั้งเมินและตำบลแม่สาบไม่สามารถ ที่จะสัญจรไปมาได้ พืชเกษตรก็ไม่สามารถที่จะนำออกสู่พื้นที่ได้ ก็ฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมทางหลวงชนบทได้เร่งเข้าไปดูแลและแก้ไขให้กับราษฎรด้วย
ส่วนที่ตำบลแม่แดดที่กระผมได้นำเรียนให้ทราบก็คือ ๗ หมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ได้ขอให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งรัดดำเนินการให้ด้วย แม้กระทั่งหน่วยงานที่ดูแล ประชาชนอยู่ก็คือองค์การบริหารส่วนตำบลแม่แดดก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ ต้องใช้เครื่องปั่นไฟ ซึ่งใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเดือนละ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นการสูญเสียงบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน อยากจะฝากให้ท่านประธาน ได้ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งดำเนินการด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี จังหวัดสุพรรณบุรีน้ำยังไม่ท่วมนะ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ต่อคำพูด ของท่านประธานว่าน้ำท่วมจังหวัดสุพรรณบุรีหรือยังครับ ท่วมแล้วครับ ที่อำเภอสองพี่น้อง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายอุทัย น้ำทิพย์ อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๕/๒ หมู่ที่ ๕ ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าเขาได้ไปแจ้ง กับเจ้าหน้าที่เกษตรว่าจะเกี่ยวข้าวในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ แต่เนื่องจากนายอุทัย เขาจำผิดปรากฏว่าข้าวเขาสามารถเกี่ยวได้ตั้งแต่วันที่ ๙ กันยายน พอเกี่ยวเสร็จเขาเอาข้าว ไปจำนำที่โรงสีบุญเจริญอยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวช ทางโรงสีก็รับจำนำแต่ไม่สามารถ ที่จะเข้าโครงการได้เนื่องจากเอกสารมันไม่ตรง จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยไปดำเนินการแก้ไขดูแลให้กับนายอุทัย น้ำทิพย์ ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ตอนนี้มีคนที่แอบอ้างเป็นคนเสื้อแดงเข้าพื้นที่ตำบลทัพหลวง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เข้าไปเพื่อที่จะให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิก คนละ ๓๐๐ บาท เขาเอาเสื้อไปขายตัวละ ๓๕๐ บาท และบอกว่าถ้าใครสมัครเพิ่มคนละ ๑,๐๐๐ บาท จะได้รับเงินหลังจากที่ได้คืนเงินจากท่านทักษิณ ๔๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท คนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท มันเป็นเรื่องแปลกครับ ปรากฏว่าทำเป็นรูปเป็นเล่ม แล้วก็ทำเป็น โครงการ หลายคนเข้าเป็นสมาชิกแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ใดรับผิดชอบ จึงฝากไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยดูแลคนกลุ่มนี้ด้วยว่าเป็นคนที่แอบอ้างเอาคนเสื้อแดงไปหากินครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องควันบุหรี่ในสภา มีคนร้องเรียนมาว่าเยาวชน ประชาชน ที่มาเยี่ยมในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าชั้น ๒ และชั้น ๓ มีควันบุหรี่มาก อยากให้ท่านประธาน ช่วยดำเนินการดูเรื่องสถานที่สูบบุหรี่ให้เคร่งครัดด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
กำลังหาวิธีการที่จะไม่ให้สูบบุหรี่ทั้งชั้น ๑ ชั้น ๒ และชั้น ๓ อยู่ในขณะนี้นะครับ เชิญท่านอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย มี ๓ เรื่องที่จะขอหารือท่านประธานครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมสำหรับโรงพยาบาล ประจำอำเภอที่จะยกระดับเป็นโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย โดยที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับให้โรงพยาบาลประจำอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เป็นโรงพยาบาลชุมชน แม่ข่าย จำนวน ๑๒๐ เตียง ซึ่งมีเขตให้บริการ ๑๐ อำเภอ ๑๐ อำเภอประกอบไปด้วย อำเภอเสริมงาม อำเภอสบปราบ อำเภอเกาะคา อำเภอแม่ทะ อำเภอแม่เมาะ อำเภอห้างฉัตร อำเภองาว อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมืองปาน ซึ่ง ๑๐ อำเภอนี้ จังหวัดลำปางมีอยู่ ๑๓ อำเภอ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนหารือก็คือว่าในปลายปีนี้ อาคาร ๕ ชั้นซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ที่สำคัญยังขาดในเรื่องของครุภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบที่รัฐบาลจัดสรรมาให้นั้นไม่เพียงพอในการที่จะใช้สำหรับครุภัณฑ์ ทางการแพทย์ที่จำเป็นในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณ ในด้านนี้ด้วย ในส่วนของภาคประชาชนก็ได้มีการที่จะระดมงบประมาณในการที่จะจัดซื้อ ครุภัณฑ์ โดยการนำของนายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ นายอำเภอเกาะคา พร้อมด้วย คณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาล คณะกรรมการมูลนิธิเพื่อทางการสาธารณสุข ของอำเภอเกาะคา ได้จัดเตรียมในเรื่องผ้าป่า ๙ บาท โดยการระดมจากประชาชนในเขตบริการ ซึ่งตอนนี้ประมาณการคาดไว้ว่าน่าจะได้สักประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งก็ยัง ไม่เพียงพอครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากประธานกราบเรียนไปยังกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรัฐมนตรีช่วยสนับสนุนงบประมาณด้วยครับ
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการก่อสร้างระบบประปาภูเขาซึ่งมีพื้นที่ต่อเนื่อง ติดต่อกัน ๒ อำเภอ บ้านนาเบี้ย หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลนาโป่ง อำเภอเถิน และบ้านโป่งขาม บ้านแม่ปุ บ้านห้วยไร่ อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง มีความต้องการสร้างระบบประปาภูเขา ซึ่ง อบต. นาโป่ง ได้ออกแบบไปแล้วนะครับ งบประมาณ ๖,๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็ขอประสาน ไปยังกระทรวงมหาดไทยนะครับ แล้วก็กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
สุดท้ายครับ มีความต้องการในเรื่องของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ขอให้ท่านประสานไปยังกรมชลประทานแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ บ้านนาแก้วตะวันตก ตำบลนาแก้ว อำเภอเกาะคา งบประมาณ ๒๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ บ้านแม่เตี้ยะ ในตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน งบประมาณ ๑๒,๗๘๕,๐๐๐ บาท สุดท้ายสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำ บ้านนายาง ตำบลนายาง อำเภอสบปราบ งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท ขอขอบคุณครับ
เหลืออีก ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าไปกระทู้ถามสดเพื่อถ่ายทอดนะครับ เป็นท่านมนพร เจริญศรี แล้วก็ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ๒ ท่าน เชิญท่านมนพร เจริญศรี
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ ในพื้นที่ที่ราษฎรอาศัยอยู่ริมน้ำ เขาเรียกว่าริมน้ำห้วยทวย ปรากฏว่า ในปีงบประมาณที่ผ่านมากรมชลประทานได้จ่ายเงินค่าเวนคืนให้พี่น้องประชาชนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ประตูปิดเปิดน้ำ ซึ่งถ้าหน่วยงานก็คือหน่วยงานชลประทานได้รับงบประมาณแล้วโครงการดังกล่าวจะสร้าง ประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนใน ๒ อำเภอเป็นอย่างยิ่ง เพราะตรงนี้บริเวณลำน้ำทวย เป็นลำน้ำสายหลักของพื้นที่อำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์ในการที่จะใช้การทำ อุปโภคบริโภค แล้วก็การทำเกษตรกรรม แล้วก็จะเป็นประตูปิดเปิดน้ำแห่งแรก ที่เป็นความหวังของพี่น้องชาวตำบลโนนตาลเพราะในพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้ทำเกษตรกรรม ในการปลูกแตงกวา ปลูกสับปะรด แล้วก็ปลูกถั่วฝักยาวซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านในอำเภอท่าอุเทน หวังว่าในโครงการดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากคณะกรรมการ กบอ. ที่ท่านปลอดประสพได้ดูแลอยู่ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความหวังแล้วก็ขอมา ตั้งหลาย ๆ ปีแต่ไม่เคยได้รับการจัดสรรงบประมาณ ขณะนี้ทางกรมชลประทาน ได้จ่ายเงินค่าเวนคืนมาให้พี่น้องประชาชนเรียบร้อยแล้ว รอแต่งบประมาณ ในการก่อสร้าง คาดว่าถ้า กบอ. ได้อนุมัติโครงการนี้ก็จะเป็นความหวังอีก ๑ โครงการ ของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมค่ะ
เรื่องที่ ๒ ชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร้องขอมาที่กรมการปกครอง ในการได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างหอประชุมแห่งใหม่ของพื้นที่อำเภอโพนสวรรค์ ซึ่งอาคารหอประชุมดังกล่าวได้ทรุดโทรมมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปี ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ดิฉันมองไม่เห็นว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณ ถ้ามีงบประมาณส่วนไหน ที่ทางอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยจะได้รับการดูแลก็ขอให้ได้เร่งรัด การจัดสรรงบประมาณลงไปให้พี่น้องชาวอำเภอโพนสวรรค์ในการก่อสร้างหอประชุม ดังกล่าวต่อไปด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านสมมุติครับ เชิญท่านสุดท้ายแล้วครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ จังหวัดปัตตานี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากผมได้อภิปรายงบประมาณปี ๒๕๕๕ แล้วก็ได้หารือกับท่านประธานเกี่ยวกับ การเพิ่มโรงพยาบาลตำบลในพื้นที่ตำบลลุโบะยิไร วันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขดำริว่า ต้องการที่จะไปสร้างเพิ่มแต่ยังขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องประชาชนในเรื่องของที่ดิน ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ประสานกับ ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยพัฒนา ผมไม่อยากให้ ประชาชนรับภาระในเรื่องตรงนี้ จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ศอ.บต. ในเรื่องของ การจัดซื้อที่ดินซึ่งใช้งบประมาณประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท นั่นคือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ผมได้ไปประชาคมในพื้นที่ตำบลลุโบะยิไร ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยปรึกษาหารือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในเรื่องขอให้มีการสนับสนุนในเรื่อง ของการช่วยเหลือมัสยิด ทางกรมบอกว่ามันต้องขึ้นตรงกับกระทรวงวัฒนธรรม วันนี้ผมได้รับ การขอความช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๑ บ้านบาลูกาตือเงาะ ตำบลลุโบะยิไร ซึ่งต้องการห้องน้ำมัสยิดนูรูลญันนะห์ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี สิ่งที่สามารถที่จะ ดำเนินการได้ก็คือ ศอ.บต. วันนี้ ศอ.บต. เป็นหน่วยหลักในเรื่องของการพัฒนา ผมอยากจะฝากท่านประธานช่วยให้ ศอ.บต. ไปสร้างห้องน้ำให้กับมัสยิดดังกล่าวด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อ ๒๙๐ ท่านถือว่าครบองค์ประชุม สำหรับการพิจารณาในระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ ผมจึงขอเปิดประชุมเพื่อดำเนินการ ประชุมต่อ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเข้าสู่กระทู้ถามสด เนื่องจากวันนี้เราจัด ระเบียบวาระการประชุมโดยมีกระทู้ถามสดอยู่ ๔ เรื่อง ตามข้อบังคับให้ดำเนินการได้ ๓ เรื่อง ผมจะต้องอาศัยข้อบังคับเพื่อที่จะหารือที่ประชุมว่าจะของดเว้นการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ เพื่อที่จะให้มีกระทู้ถามสดได้ ๔ กระทู้ตามที่พวกเราได้ตกลงกัน ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมว่า ถ้าไม่มีท่านใดขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันเป็นมติเอกฉันท์ว่าให้มีกระทู้ถามสด ๔ กระทู้นะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ขอบคุณมากครับ กระทู้ถามสดแรกจะเป็นกระทู้ถามสด เดี๋ยวครับท่านอาจารย์นิยม ขณะนี้มีการถ่ายทอดอยู่ของอาจารย์นิยมส่งหนังสือได้เลยเพราะว่าปกติของอาจารย์นิยม จะหารือระหว่างถนนกับน้ำ เจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาเลยนะครับ ไม่ต้องพูดก็ได้ เชิญเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาเลย ถามตอบฝั่งละ ๑๐ นาที ผมจะไม่ไปเบรกท่านนะครับ ให้ท่านถามได้เลยใน ๓ คำถามของท่าน
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๘ ส. เรื่อง ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย (นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตอบข้อซักถาม ของท่านนะครับ
เชิญท่าน ส.ส. วิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้นำกระทู้ถามสดของกระผมเป็นกระทู้ถามแรก ก็เนื่องจากว่า ในจังหวัดสุโขทัยกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ท่านประธาน ผมขออนุญาตกล่าวนำ ปัญหาที่เกิดเกิดจากน้ำในลำน้ำยมซึ่งมีกระแสเชี่ยวกรากได้พัดผ่าน ใจกลางเมืองสุโขทัยผ่านเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี แล้วทำให้น้ำนั้นกัดเซาะตลิ่ง ใต้พื้นคอนกรีตซึ่งเป็นพนังกั้นน้ำ ซึ่งท่านประธานก็ได้เคยไปจังหวัดสุโขทัยคงไปเห็นแล้ว และหลาย ๆ ปีจังหวัดสุโขทัยนั้นก็ถูกปัญหาเรื่องน้ำท่วมโดยเฉพาะแม่น้ำยมนั้นยังไร้เขื่อน จุดที่เกิดก่อนหน้านี้เมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคมแค่ฝนตก ๒-๓ วัน น้ำได้พัดผ่านมาที่ จังหวัดสุโขทัยในลำน้ำยม ได้กัดเซาะตลิ่งทำให้ร้านอาหารเฟื่องฟ้า ทำให้คนตำบลในหมู่ที่ ๕ ตำบลยางซ้ายตลิ่งพังทำให้คนล้มตายไป ๑ ศพ ขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ยังไปเยี่ยม นั่นคือจุดแรก แต่หลังจากนั้นในคืนวันที่ ๙ ก็เกิดโศกนาฏกรรม ผมใช้คำนี้ เพราะว่ามันซ้ำซากและครั้งนี้เสียหายกับบ้านเรือน ร้านค้า พื้นที่เศรษฐกิจในชุมชนเมือง ในชุมชนของเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีฝั่งทิศตะวันออกของลำน้ำยม ซึ่งมีเขื่อนลักษณะเป็น คอนกรีตสร้างมานานหลายสิบปีแล้วครับท่านประธาน สร้างจาก ๑ เมตร เพิ่มเป็น ๒ เมตร ๒.๕๐ เมตร เพื่อป้องกันน้ำที่มันล้นตลิ่งไม่ให้เข้ามาท่วมในเขตเทศบาล แต่ในวันนี้ ในเดือนนี้ เมื่อวันที่ ๙ น้ำได้กัดเซาะในพื้นใต้ดินแล้วทะลุคอนกรีตในเขตเทศบาลจนทำให้เกิดน้ำท่วม ดังที่เห็นอยู่นะครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปลงพื้นที่แล้วผมก็ได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งของผมในเขตเทศบาลซึ่งประสบภัยให้มาถามกระทู้ถาม ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่อยู่ตอบ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นคนจังหวัดแพร่ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ก็รู้จักมักคุ้นท่านดี ท่านเป็นต้นน้ำ ท่านนั้นได้ปล่อยน้ำที่จังหวัดแพร่มาท่วมจังหวัดสุโขทัยเป็นระลอก ๆ หลายปีดีดักมาแล้ว ท่านประธานครับ กับนโยบายอย่างสวยเลิศ สวยหรู แล้วก็สวยเหรอของท่านนายกรัฐมนตรี ในระหว่างดำเนินการหาเสียง ติดป้ายทั่วทั้งประเทศ ลาก่อนน้ำท่วม น้ำแล้ง อันนี้จังหวัดสุโขทัยไม่รู้ว่าลาก่อนหรือสวัสดีครับ น้ำท่วมบ้านผมแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ จากปัญหานี้ส่งความเสียหายให้เกิดแก่พี่น้องในเขตชุมชน ชุมชนที่เริ่มต้นคือชุมชนราชธานี เป็นชุมชนเมือง ตลาดสด เทศบาล เขาเรียกว่าตลาดสดริมน้ำเป็นจุดเริ่มต้นที่ชุมชนราชธานี ท่วมไปจนถึงชุมชนวิเชียรจำนงค์ ชุมชนประชาร่วมใจ ชุมชนตาลเดี่ยว ชุมชนคลองตาเพชร ชุมชนพระแม่ย่า หลาย ๆ ชุมชนจนถึงตำบลปากแควที่นอกเขตเทศบาล รวมไปถึงโรงเรียน สถานที่ราชการทุกแห่ง ธนาคาร ร้านค้าทุกอย่างจมหมดเลย วันนี้เป็นวันที่ ๕ วันที่ ๖ แล้วครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะ ได้ลงไปเยี่ยม ในวันอังคารที่ผ่านมา ไปเห็นสภาพเลยนะครับ วันนั้นทางรัฐบาลหรือทางการยังไม่ได้ ดำเนินการอะไรนะครับ เพราะว่าบิ๊ก แบ็ก ช่วยอะไรไม่ได้ ไปยืนดูไม่มีส่วนราชการเข้าไป ดำเนินการตรงนั้นเลย น้ำท่วมขัง เห็นใจพี่น้องนะครับ คำถามแรก จึงอยากจะถามว่ารัฐบาล จะดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและ ส่วนราชการหลังน้ำลดอย่างไร และจะเยียวยาชดเชยความเสียหายให้แก่ประชาชนที่ประสบภัย ในขณะนี้อย่างเป็นกรณีเร่งด่วนอย่างไร เมื่อไร ขออนุญาตสอบถามเป็นคำถามแรกครับ
ก่อนท่านจะตอบนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและพนักงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่มองค์กรต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องจากองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาททนง จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็คณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเกริกจากกรุงเทพมหานคร ๕๐ ท่าน ขณะนี้กำลังถ่ายทอดสด ช่อง ๑๑ ทั่วประเทศในกระทู้ถามสดของท่านสมาชิกอยู่ เชิญท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตอบครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดแพร่ ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันนี้ต้องขอบคุณ ท่าน ส.ส. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องที่จังหวัดสุโขทัยที่ประสบอุทกภัย ครั้งสำคัญ ท่านได้กรุณาตั้งกระทู้ถามสด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่เนื่องจากความห่วงใยของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี วันนี้ท่านได้เดินทางไปยังจังหวัดสุโขทัยเอง เพื่อไปดำเนินการแก้ไขปัญหา ผมอยากเรียนว่าจริง ๆ ปัญหาของจังหวัดสุโขทัย แล้วก็จังหวัดที่อยู่ในเส้นทางของแม่น้ำยมทั้งหมดเป็นปัญหายืดเยื้อคาราคาซังกันมาหลายสิบปี เพราะเนื่องจากทางแม่น้ำยมเองไม่มีเขื่อนหรือไม่มีตัวกักเก็บน้ำใด ๆ เลย อันนั้นเป็นปัญหา ที่เรารับทราบร่วมกัน แล้วเราก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหา มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมา พิจารณาปัญหาเกี่ยวกับแม่น้ำยมนี้หลายครั้ง ซึ่งในรัฐบาลนี้ก็คงจะต้องเร่งดำเนินการ ที่จะหาวิธีในการที่จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของอุทกภัย จากปัญหาอุทกภัยที่สะสมกันมา อย่างยาวนาน ต้องเรียนว่าขณะนี้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยตั้งงบประมาณโดย ใช้งบประมาณที่ใช้เงินกู้ที่ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เรารู้จักกัน แล้วนอกจากนั้นเองก็มีงบกลางอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมไปทั้งหมดก็ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้เองเรามิได้ดำเนินการเพียงแค่ต้องการให้แก้ไขเพียงชั่วคราว แต่เราต้องการ วางระบบให้ยั่งยืน นอกจากแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำแล้วยังต้องการแก้ไขปัญหาเพื่อเอาน้ำนั้น ไปใช้ในการเกษตรได้ด้วย ส่วนปัญหาของจังหวัดสุโขทัย ผมอยากเรียนว่าเป็นเรื่องของ อุบัติเหตุจากการที่ตัวพนังกั้นน้ำซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ แล้วก็เกิดรอยรั่วคือน้ำลอดใต้ดิน ขึ้นมาแล้วก็ไปทะลักขึ้น แล้วจนทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งวันนี้เองทุกคนได้ห่วงใย ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีปรีชาไปดูพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ แล้วเมื่อวานกลับมาแป๊บหนึ่งแล้วก็ลงไป พื้นที่อีกเพื่อไปเตรียมต้อนรับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี วันนี้เองเราได้ใช้บิ๊ก แบ็ก กั้นตัวรอยรั่วแล้วจุดที่น้ำขึ้นมา แล้วก็ใช้เกเบียน (Gabion) นอกนั้นเองก็จะใช้เหล็กชีท ไพล์ (Sheet pile) ซีล (Seal) ถ้าหากว่ากล่องเกเบียนแล้วก็เรื่องของบิ๊ก แบ็กเอาไม่อยู่ ตอนนี้ได้ระดม เครื่องสูบน้ำอยู่ที่นั่นประมาณ ๗๐ เครื่องในการสูบน้ำออกจากในเขตเมือง ผมอยากเรียนว่า ในเขตของเทศบาลเมืองสุโขทัยนั้นมีพื้นที่ที่เป็นน้ำท่วมอยู่น่าจะประมาณ ๕ ตารางกิโลเมตร ถ้าเทียบกับความสูงระดับ ๑ เมตรแล้วก็จะมีปริมาณน้ำอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ถ้าระดมสูบกันนี่เราคิดว่าใช้ประมาณ ๓-๔ วันน้ำจะแห้ง ในขณะที่ดำเนินการนั้นมีประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ประมาณ ๒,๕๐๐ ครอบครัว แล้วก็ประมาณ ๖,๐๐๐ คน ถนน ๗ สาย วัด ๒ แห่ง โรงงาน ๑๙ แห่ง ส่วนราชการ ๒๕ แห่ง ตอนนี้ทางจังหวัดสุโขทัยได้ตั้ง ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า ก็คือว่าเป็นศูนย์ที่ดำเนินการตัดสินใจแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน เป็นเรื่องเกี่ยวกับซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน แล้วก็ดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดูแลในเรื่องของการเยียวยาต่าง ๆ ก็จะเป็นไปตามเกณฑ์ของการเยียวยาที่กำหนดไว้ก็คือถ้าหากว่าบ้านเสียหายบางส่วน ก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่าเสียหายทั้งหลังก็ ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่าเป็น ค่าเครื่องครัวไม่เกิน ๓,๕๐๐ บาท เป็นเรื่องของยุ้งฉางข้าวเสียหายก็ไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาท แล้วก็ในเรื่องของผู้เสียชีวิตเอง ๒๕,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ได้ถึง ๕๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือเรื่องเยียวยาทั่ว ๆ ไป แต่วันนี้เอง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปสำรวจ ในพื้นที่เองแล้ว ก็คิดว่าคงจะมีความช่วยเหลือพิเศษหรือความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ นำไปสู่ พี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย เรียนยืนยันว่าเราเป็นห่วงเป็นใยเช่นกัน โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ บนลำน้ำยม เราประสบเหตุอย่างนี้ทุกปี วันนี้เองต้องเรียนว่านอกจากจะแก้ไขเฉพาะปัญหา จังหวัดสุโขทัยแล้วนี่ เรามองว่าน้ำจากจังหวัดแพร่มาลงจังหวัดสุโขทัย วันนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ก็คือว่ามันลอดใต้พนังเก่ามา เราจะให้มีการสำรวจพนังทั้งหมดที่อยู่ริมน้ำเพื่อที่จะป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุ ก็ได้แจ้งไปยังจังหวัดทุกจังหวัด แล้วก็ท้องถิ่นให้ตรวจสอบพนังกั้นน้ำ ของตัวเอง แล้วนอกจากนั้นเองเราก็วางมาตรการเตรียมการที่ไปดูที่จังหวัดพิษณุโลก เพราะเรารู้แล้วครับน้ำจากที่จังหวัดสุโขทัยไปที่จังหวัดพิษณุโลก ไปที่จังหวัดพิจิตร เราก็ไปเตรียมการก่อนครับ วันนี้เราจะไปเตรียมการป้องกันก่อนนะครับ ส่งเรือไป ทำบิ๊ก แบ็ก ทำถุงเตรียมไว้เลย น้ำไม่มาไม่เป็นไร น้ำไม่ท่วมไม่เป็นไร แต่วันนี้การเตรียมการนั้นเราจะไม่แก้ไขเมื่อเหตุการณ์ เกิดขึ้นแล้วแล้วก็ค่อยไปช่วยเหลือ แต่ว่าเราจะดำเนินการคือเตรียมการป้องกันน้ำบนลำน้ำ ที่จะไปถึงก่อน ในส่วนนี้เองทางรัฐบาลก็จะได้เร่งดำเนินการต่อไปนะครับ ก็นำเรียนครับว่า เป็นห่วงเป็นใยเช่นกัน แล้ววันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปแล้วก็คงจะทำให้พี่น้อง อุ่นใจมากขึ้นนะครับ แล้วก็ถ้าหากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิ่งใดที่จะสะท้อนไปยัง ทางรัฐบาลที่จะให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษอย่างไรก็ประสานงานมาได้ครับ ยินดีที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาตอบคำถามในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยา ก็คงจะเป็นลักษณะ เดียวกันกับผู้ที่ประสบภัยในมหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ก็อยากกราบฝากเลยนะครับ ในขณะนี้ จังหวัดปทุมธานี ท่านดอกเตอร์เกียรติศักดิ์ตั้งกระทู้ถามสอบถามทุกวัน หารือทุกวัน หลาย ๆ พื้นที่ยังหลาย ๆ มาตรฐาน ยังไม่ได้รับการเยียวยา ได้รับการเยียวยาอย่างไม่ทั่วถึง ไม่เท่าเทียม
กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ กับกรณีที่ท่านได้ชี้แจง มาว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่อุบัติเหตุนี้มันเกิดอุบัติภัยให้กับ จังหวัดสุโขทัยมานานนับหลายสิบปีท่านก็ยอมรับนะครับ แล้วเหตุเกิดผมได้นำเรียนไปแล้ว เอาเฉพาะปีนี้ เดือนกรกฎาคม น้ำได้กัดเซาะริมตลิ่งครับ บังเอิญวันนี้คราวนี้เมื่อวันที่ ๙ น้ำกัดเซาะตลิ่งในอีกฝั่งของตลาดสดเทศบาล แต่ที่ผ่านมาน้ำเชี่ยวกรากมาจากจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นต้นน้ำแล้วเป็นมวลน้ำที่ลำน้ำยมกว้างกว่าที่จังหวัดสุโขทัยนะครับ จากทางวิชาการ ได้ชี้แจงมาแล้วว่าถ้าฝนตกที่จังหวัดแพร่มวลน้ำที่จังหวัดแพร่นั้นสามารถรับได้ ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่พอมาถึงตลาดสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เหลือ ๙๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อันนั้นเป็นที่ทราบดี อยู่แล้วครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี และสาเหตุก็คือน้ำเชี่ยวกรากที่ไปกัดเซาะริมตลิ่ง ก่อนหน้านี้ที่ท่วมก็คือไปกัดเซาะตลิ่งทางอำเภอศรีสำโรง ตำบลวังทอง บ้านเรือนเสียหาย พัดไปทั้งหลัง ถนนขาดหลายเส้นหลายสาย ตรงนั้นก็คือสาเหตุเดียวกันนะครับ อันนี้จึงอยากฝากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังรัฐบาลจุดนี้ชัดเจน การแก้ปัญหาก็คือ ต้องเฝ้าระวังจุดสุ่มเสี่ยงเมื่อน้ำมานะครับ เป็นคุ้งน้ำน้ำพุ่งตรงเมื่อไรแล้วก็กัดเซาะริมตลิ่ง อย่างร้านอาหารเฟื่องฟ้าตรงข้ามกันนี่นะครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อเดือนกรกฎาคมร้านอาหารเฟื่องฟ้าตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุร้านอาหารพังไปเกือบทั้งหลัง ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ว่าจะไปดูเสียด้วยซ้ำแต่ไม่ได้ไป ไปในตำบลยางซ้าย เมื่อเดือนกรกฎาคม ถามว่ารู้ไหม น่าจะรู้แล้วครับ
คำถามต่อไปก็คืออยากจะถามว่าในเมื่อรัฐบาลรู้ปัญหาตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วก็ ได้ตั้งงบประมาณถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ดำเนินการแก้ไขในส่วนของลุ่มน้ำสายหลัก แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน หรือแม่น้ำป่าสัก ใช้งบประมาณมหาศาล ผมถามเฉพาะแม่น้ำยม แม่น้ำยมซึ่งส่งผลกระทบเป็นครั้งที่ ๒ แล้วเสียหายหลายพันล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อยากจะถามว่ารัฐบาลนั้นได้ใช้งบตรงนี้ไปทำอะไรให้กับลุ่มน้ำยม ในจังหวัดของท่านก็ดี จังหวัดสุโขทัยก็ดี จังหวัดพิษณุโลกมวลน้ำไปแล้วนะครับ กำลังสู่บางระกำ โมเดลของท่านละครับ แล้วก็ไปถึงจังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ ครั้งนี้จนถึงภาคกลางของท่านกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปลงพื้นที่อยู่ละครับ อยากถามว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปทำอะไรในเขตจังหวัดสุโขทัยบ้างครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะของรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องเรียนอย่างนี้ ในส่วนของจังหวัดในลำน้ำยม ต้องเรียนว่า เราหัวใจเหมือนกัน ไม่ว่าเป็นจังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร ที่ได้รับผลกระทบนี่เราประสบปัญหาเช่นเดียวกัน การแก้ไขปัญหาระยะยาว แน่นอนเราต้องหาวิธีที่มีการกักน้ำ ไม่ว่าเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ เราต้องกักเก็บน้ำไว้ให้ได้ มีการระบายน้ำไปยังแก้มลิงต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เองต้องเรียนว่า งบประมาณไม่เพียงแต่ในส่วนของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นที่ลงไปแก้ไข ผมเข้าใจว่า ตัวเลขประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเข้าใจว่าจังหวัดสุโขทัยได้ไปไม่น้อยทีเดียว แล้วก็เดี๋ยวจะส่งตัวเลขให้ท่านเป็นรายละเอียดของจังหวัดสุโขทัยว่างบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไปทำโครงการอะไรบ้างในจังหวัดสุโขทัย เดี๋ยวขออนุญาต ส่งเป็นรายละเอียดให้ท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่จะเรียนท่านนะครับว่างบประมาณที่อยู่ในส่วน ของการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้นกำลังเร่งดำเนินการอยู่ เราคงไม่ปล่อยปัญหานี้คาราคาซัง เพราะเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็มีโอกาสจะนำเรียนท่าน เป็นระยะ ๆ ไป แต่เรียนว่าดำเนินการอยู่ครับ
ในคำถามที่ ๓ ท่านเหลือเวลาไม่ถึง ๑ นาที แต่ผมจะให้ท่านอีก ๕ นาที ให้ท่านอธิบาย ประกอบคำถามของท่าน เพราะเนื่องจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เชิญครับ
ต้องขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ที่ให้โอกาสผม กับคำตอบของท่านรัฐมนตรี พี่น้องประชาชนคนสุโขทัยได้โทรศัพท์แจ้งมา บอกกับผมว่ายังไม่พอใจสำหรับคำถาม แต่ว่าท่านบอกว่าเอกสารที่ท่านจะมานั้นคงจะช้าไปแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนรัฐบาล งบ ๑.๒ แสนล้านบาท ท่านไม่สามารถที่จะบอกโครงการหลักใหญ่ ๆ ได้เลย ท่านต้องรอเอกสาร แต่ผมได้ตรวจดูแล้วครับ งบที่จังหวัดแพร่ งบจังหวัดสุโขทัย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำซึ่งเป็นกรมหลักในการแก้ไขปัญหาก็ยังมีงบเดิม ๆ อยู่ครับท่านประธาน ขุดลอกคลองสาธารณะ ขุดลอกคลองให้เอาน้ำไปให้ท่วมไร่นาพี่น้องประชาชนเสียมากกว่า ไม่ได้บริหารจัดการในส่วนที่จะกักบริเวณน้ำ หรือชะลอน้ำที่เป็นกระแสน้ำหลักที่จะมาท่วม จังหวัดสุโขทัยหรือจังหวัดด้านล่าง ก็อยากจะฝากท่านประธานในเรื่องนี้ในส่วนของ งบประมาณซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนเช่นกันในเขตจังหวัดสุโขทัย ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน จังหวัดพิษณุโลกไม่รู้กี่ล้านคน จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ ลุ่มน้ำยม ผมเอาลุ่มน้ำเดียว ไม่พูดถึงลุ่มน้ำอื่น งบประมาณปี ๒๕๕๕ ผ่านสภาไปยังวุฒิสภาแล้ว ผมก็ได้ตรวจดู หลัก ๆ ไม่มีเลย ในการสร้างอ่างเก็บน้ำที่จะชะลอน้ำจากจังหวัดแพร่ จังหวัดของ ท่านรัฐมนตรี จังหวัดของท่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อของท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ซึ่งท่านก็มาให้กำลังใจ แล้วก็ท่านเป็นประธานอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ สรุปไปแล้ว ขอให้สร้างอ่างเก็บน้ำ ถ้าหากว่าสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นไม่ได้ ให้สร้างอ่างเก็บน้ำยมบนและ อ่างเก็บน้ำยมล่าง งบประมาณปี ๒๕๕๕ ไม่มี ผมตรวจดูปี ๒๕๕๖ ก็ยังไม่มีในการที่จะจัดตั้ง งบประมาณเพื่อไปศึกษา เอาแค่ศึกษาก่อน ผมถามเจ้าหน้าที่กรมชลประทานว่า ถ้าได้ศึกษาแล้ว รัฐบาลเริ่มทำแล้ว อ่างเก็บน้ำยมบน อ่างเก็บน้ำยมล่างจะแล้วเสร็จเมื่อไร เขาตอบว่าเท่าไร ๘ ปี ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้เรายังไม่ได้เริ่มเลยนะครับ ปี ๒๕๕๖ ก็ยัง ปี ๒๕๕๗ ก็ยังไม่รู้จะได้เริ่มหรือเปล่า ก็อยากจะถามคำถามสุดท้ายเลยว่ารัฐบาลมีมาตรการ ในการช่วยเหลือในการตั้งงบประมาณในการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรืออ่างเก็บน้ำยมบน อ่างเก็บน้ำยมล่าง ตามที่คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งทางท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู นั้นเป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการ เพื่อให้สร้างตรงนี้จะกระทำได้หรือไม่ อย่างไร ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบท่าน ส.ส. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ นะครับ ปัญหาเกี่ยวกับ เขื่อนกักเก็บลำน้ำยมนั้นต้องยอมรับว่าในวันนี้เป็นความจำเป็นที่ต้องดำเนินการ วันนี้เอง มีอยู่ ๒ กรณี ก็คือ เขื่อนแก่งเสือเต้น หรืออันที่ ๒ ก็คืออ่างเก็บน้ำยมบน อ่างเก็บน้ำยมล่าง ต้องดำเนินการ งบประมาณนั้นเราไม่ได้ตั้งเอาไว้ในส่วนของงบประมาณประจำปี แต่ว่าทั้ง ๒ ส่วนนั้นจะต้องเข้าไปปรากฏอยู่ในงบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ อยู่ในส่วนที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งตรงนี้เองผมได้ดำเนินการร่วมกับทั้งกรมทรัพยากรน้ำ แล้วก็กรมชลประธาน วันนี้เองสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงก่อนก็คือว่าเมื่อเราดำเนินการ แล้วเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร แต่เราคำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ที่อยู่ตลอดลำน้ำนั้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำยมบน อ่างเก็บน้ำยมล่าง หรือว่า เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ก็ตามจะต้องดำเนินการ ก็นำเรียนว่าอยู่ในส่วนของ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างแน่นอน ขอให้ท่านสบายใจได้ครับปัญหาเราเหมือนกัน เราคงไม่ปล่อยให้ปัญหานั้น ทิ้งไว้นะครับ นำเรียนตัวเลขที่ชัดเจนนิดหนึ่ง ตัวเลขของจังหวัดสุโขทัย ได้รับงบประมาณใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไป ๑,๑๕๓ ล้านบาท จริง ๆ แล้วก็พอ ๆ กับจังหวัดแพร่ จังหวัดแพร่ ก็ได้ไป ๑,๑๙๓ ล้านบาท แตกต่างกันไม่กี่บาท แต่ว่าปัญหาทั้งหมดมันคงไม่สามารถแก้ ในปัญหาของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดโครงการ ตั้งแต่จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัยจนถึงทางจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตรจะอยู่ในงบประมาณของ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ซึ่งถ้าหากว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีข้อมูลพิเศษที่จะเห็นว่า โครงการไหนในส่วนที่จังหวัดของท่านมีความสำคัญก็ประสานงานมาได้ผมก็พร้อมที่จะดูแลให้ เพราะว่าผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เราจะทำงาน ร่วมกันครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านบอกว่าถ้าจะเพิ่มเติมบอกท่านได้
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับคำตอบสุดท้าย เป็นความหวังของพี่น้องชาวลุ่มน้ำยมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ๓.๕ แสนล้านบาทเป็นงบเงินกู้ ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศทราบว่าเงินนี้เป็นเงินกู้จริง ๆ แต่เงินกู้นั้นจะต้องมาลงที่ จังหวัดสุโขทัยด้วย สำหรับรายละเอียดผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี พี่น้องประชาชนสอบถามมาว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ทำไปนั้น ก็ขอเอกสารด้วยผมจะได้ ไปชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๙ ส. เรื่อง โครงการรับจำนำข้าวเปลือก (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิ สาระผล)
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ผมได้ ขอยื่นกระทู้ถามสดเพื่อที่จะสอบถามท่านรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์ เรื่องของแนวทางนโยบายการรับจำนำข้าว เหตุที่ต้องยื่นเป็นกระทู้ถามสดในวันนี้นั้น ก็เพราะว่าทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้มีประกาศที่จะเริ่มโครงการรับจำนำข้าว สำหรับปี ๒๕๕๖ ขึ้นในวันที่ ๑๕ ตุลาคม วันนี้เป็นวันที่ ๑๓ ครับ หากนับจากวันนี้ไป ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่ ๒ สัปดาห์เท่านั้นก็จะเริ่มโครงการรับจำนำข้าวในรอบปี ๒๕๕๖ แล้ว ผมต้องกราบเรียนท่านประธานฝากบอกไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ นโยบายเรื่องการรับจำนำข้าวนั้น พี่น้องเกษตรกรเองหลายต่อหลายคน และหลายต่อหลายจังหวัดเขาชื่นชอบ เหตุที่ชื่นชอบก็เพราะว่านโยบายการรับจำนำข้าวนั้น สามารถที่จะยกระดับราคาสินค้าการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวให้มีระดับราคาที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม เขาไม่เกี่ยงหรอกครับว่าจะเป็น โครงการประกันรายได้ หรือจะเป็นโครงการรับจำนำข้าว แมวสีไหนถ้าหากว่าจับหนูได้เหมือนกัน ชาวนาไม่เกี่ยงหรอกครับ ขอแต่เพียงว่าราคาสุดท้ายที่อยู่ที่มือพี่น้องเกษตรกร เวลาเขาเอาสินค้าทางการเกษตร เอาข้าวสารไปขายแล้วนี่เขาได้ราคาเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรพอใจครับ วันนี้แนวทางที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัตินั้น นโยบายที่ดีแบบนี้ จำเป็นครับ จำเป็นที่จะต้องมีแนวทางในการปฏิบัติ มีวิธีการในการปฏิบัติ เพื่อให้แนวทางที่ดี เหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากที่สุด ผมจึงมีคำถาม และจึงมีเสียงสะท้อนที่มาจากพี่น้องประชาชน ที่มาจากพี่น้องเกษตรกรจากทั่วทั้งประเทศ ถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ใน ๓-๔ ประเด็น
ประเด็นแรก เป็นเรื่องของการเริ่มโครงการรับจำนำข้าว อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ ผมได้บอกไป ท่านประกาศหลักเกณฑ์การจำนำข้าวในปี ๒๕๕๖ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ ๑ ตุลาคม แต่ในขณะเดียวกันครับ การสิ้นสุดของโครงการรับจำนำข้าวในปีนี้ก็คือปี ๒๕๕๕ ท่านประกาศเอาไว้ว่าให้สิ้นสุดในวันนี่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕ วันนี้วันที่ ๑๓ ครับ เท่ากับเหลือเวลาเพียงแค่ ๒ วันก็จะสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวในปี ๒๕๕๕ คำถาม ของพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือว่าแล้วช่วงระหว่างวันที่ ๑๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายนนั้น ที่ข้าวของเขากำลังจะเกี่ยว กำลังจะเอาไปขายที่โรงสี มันอยู่ในช่วง รอยต่อระหว่างปี ๒๕๕๕ กับการเริ่มต้นปีจำนำในปี ๒๕๕๖ ช่วงรอยต่อตรงนี้ ท่านจะทำอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมดีใจที่ทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ก็ได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม บอกครับ บอกว่าจะอนุโลมให้ข้าวที่จะเกี่ยวในวันที่ ๑๖ กันยายนจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายนนั้นสามารถที่จะเอาไปฝากที่โรงสีเอาไว้ได้ แล้วก็ไปรับใบประทวนตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมเป็นต้นไป แต่ปัญหามีอย่างนี้ครับท่านประธาน ปัญหาก็คือว่าพี่น้องเกษตรกรเองก็เป็นห่วงครับ เป็นห่วงว่าเขาจะเสียสิทธิของเขาหรือไม่ เพราะเนื่องจากว่าข้าวที่กำลังจะเกี่ยวนี้มันเป็นผลผลิตของปี ๒๕๕๕ ไม่ใช่ปี ๒๕๕๖ ถ้าหากว่าเราไปใช้สิทธิในโครงการรับจำนำข้าวในปี ๒๕๕๖ เขาจะเสียโควตาในการใช้สิทธิ ของเขาไป ๑ ครั้งหรือไม่ และเช่นเดียวกันท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งวันนี้ท่านมาตอบคำถาม ก็ต้องตอบคำถามครับว่ารัฐบาลเองมีนโยบายอย่างไร เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรนั้นมีความมั่นใจได้ว่าในช่วงระหว่างระยะเวลาที่รอจนถึง วันที่ ๑๒ ตุลาคม เมื่อเอาข้าวไปขายที่โรงสีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฝากโรงสีไว้ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น การขายข้าวก็ตาม โรงสีเขาจะรับซื้อตามนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ เพราะฉะนั้น ถามท่านดังนี้นะครับ แล้วก็เป็นประเด็นต่อเนื่องครับ ผมอยากจะปรึกษาหารือกับ ท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้หรือไม่ในการเริ่มโครงการรับจำนำในปี ๒๕๕๖ ในปีหน้า เราจะกำหนดหลักเกณฑ์ ไม่ต้องไปกำหนดละครับว่าเป็นนาปีหรือว่าเป็นนาปรัง ให้สิทธิเกษตรกรเขาในการตัดสินใจไปเลย บ้านผมที่จังหวัดอ่างทอง พี่น้องเกษตรกร หลายตำบลที่ทำนา ปีหนึ่งอาจจะทำ ๓ ครั้ง ๒ ปีอาจจะทำถึง ๕ ครั้ง การไปกำหนด เป็นรอบนาปี รอบนาปรังนั้น ทำให้บางครั้งมันเกิดช่วงรอยต่อของระหว่างโครงการ ถ้าจะเป็นไปได้ท่านก็ประกาศไปเลยภายใน ๑ ปีรัฐบาลจะรับจำนำให้เข้าสิทธิโครงการ ในการจำนำได้ ๒ ครั้ง ส่วนจะเป็นครั้งไหน เมื่อไร ก็จะให้สิทธิพี่น้องเกษตรกร เขาเป็นคนตัดสินใจเอง เพราะฉะนั้นในเบื้องแรกก็ถามท่านใน ๒ คำถามอย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
คำถามแรกเป็น ๔ คำถาม เชิญครับ ๔ คำถาม
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบคำถามของท่านสมาชิก ที่ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมขอทำหน้าที่ตอบแทนดังนี้ครับ ในคำถามของท่านก็มีหลายคำถามนะครับ ผมขออธิบายรวม ๆ ไปในคำตอบก็คือขอขอบคุณท่านสมาชิกเป็นอันดับแรกเสียก่อนที่รับรู้ และเข้าใจว่าโครงการรับจำนำข้าวได้มีความตั้งใจที่จะทำเพื่อให้เกษตรกรชาวนาของประเทศ ได้รับโอกาส ได้รับความเป็นธรรมในการที่จะจำหน่ายข้าวซึ่งเป็นผลผลิตของเขา ฉะนั้นที่ท่านได้พูดถึงว่าในช่วงวันที่ ๑๖-๓๐ กันยายน ที่เป็นรอยต่อที่โครงการยังไม่เริ่ม แต่โครงการที่ผ่านมาได้สิ้นสุดลง คณะกรรมการ กขช. ก็ได้มีมติแล้วว่าจะให้เอาข้าวไปฝากไว้ ที่โรงสี ซึ่งเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม เมื่อเข้ารอบโครงการก็จะสามารถออกใบประทวนให้ แล้วก็จะ สามารถมารับเงินได้ตามกำหนดเวลาที่เกษตรกรได้รับใบประทวนเมื่อนำไปยื่นกับ ธ.ก.ส. อันนี้คือประเด็นแรกที่จะเรียนว่าเมื่อโรงสีที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวรับฝากข้าวไว้ ก็เปรียบเสมือนกลาย ๆ ว่าเป็นการรับจำนำไว้ เพียงแต่ว่าเกณฑ์มันยังไม่เริ่ม ก็ให้มั่นใจได้ว่า จะได้รับการดำเนินการในด้านการรับจำนำอย่างเต็มกำลังครับ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านถามว่าชาวนาปลูกข้าวหลายรอบ บางทีก็ปีละ ๒ ครั้ง หรือบางที ๒ ปี ๕ ครั้ง ในส่วนนี้เกณฑ์ของ กขช. ก็ได้กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนแล้วว่า ในฤดูการผลิตต่าง ๆ ต่อไปจะให้สิทธิเกษตรกรจำนำข้าวเปลือกได้ปีละไม่เกิน ๒ ครั้งต่อรายต่อแปลง โดยต่อไปจะไม่เรียกว่านาปีหรือนาปรังแล้วก็สามารถดำเนินการได้ โดยรัฐบาลจะให้สิทธินี้กับชาวนาทั่วประเทศที่ปลูกข้าว แล้วก็นำมาจำนำปีละ ๒ ครั้ง เต็มจำนวนครับ ขอเรียนเบื้องต้นเท่านี้ครับ
เชิญครับ ถามอีกทีหนึ่งเรื่องเสียโควตา เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานนะครับ ผมรบกวนย้อนคำถามผมนิดหนึ่งนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมถามบอกว่าแล้วสิทธิในการเอาไป จำนำข้าวนี่นะครับท่านรัฐมนตรี ถ้าหากว่าเราเอาไปฝากไว้ที่โรงสีก่อนแล้วก็ไปรับ ใบประทวนในวันที่ ๑ ตุลาคม สิทธิในการจำนำจะถือว่าเป็นสิทธิของปีนี้หรือว่าเกษตรกร ต้องใช้สิทธิในการจำนำของปีหน้าครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
อย่างที่ผมได้ กราบเรียนว่าสิทธิก็จะอยู่ในเกณฑ์ปีละ ๒ ครั้ง ซึ่งอยู่ที่ว่าจะอยู่ในรอบใดก็เป็นเรื่องที่ คณะกรรมการรับจำนำข้าวในระดับจังหวัดจะพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แต่สิทธิก็คือถ้า ๒ ปีก็ได้ ๔ ครั้ง สุดแท้แต่ว่าจะอยู่ในรอบใด ขอบคุณครับ
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ ท่านตอบว่าได้
ทีนี้ผมเพื่อความมั่นใจนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้แปลว่าพี่น้องเกษตรกรก็ต้องไปใช้สิทธิในการจำนำ ในเดือนตุลาคมก็หมายความว่าไปใช้สิทธิของปี ๒๕๕๖ แต่ในข้อเท็จจริงก็คือว่าผลผลิต ที่กำลังจะเกี่ยวมันเป็นผลผลิตของปี ๒๕๕๕ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนถึงท่านรัฐมนตรี ถ้าเป็นไปได้ก็ใช้วิธีการขยายเพื่อที่จะให้สิทธิในการขายข้าวในช่วง ๑๖-๓๐ กันยายน มันเป็นสิทธิของปีนี้อยู่ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเขาไม่ต้องเสียสิทธิในการใช้โครงการรับจำนำ ในปี ๒๕๕๖ ขอบพระคุณครับ
ส่วนคำถามที่ ๒ นั่นก็คือเรื่องปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรเจอกันอยู่เป็นประจำ ในขณะนี้นั่นก็คือว่าเวลาเอาข้าวไปขายที่โรงสี ท่านรัฐมนตรีครับ โรงสีก็มักจะตอบว่า เต็มโควตาบ้าง ยังไม่พร้อมที่จะรับเข้าโครงการรับจำนำบ้าง รับซื้อข้าวจากพี่น้องเกษตรกร เข้าโครงการรับจำนำไม่ได้บ้าง เหตุผลก็เพราะว่าทางโรงสีเองเขาบอกว่าทางรัฐบาลไม่ได้สั่ง ให้แปรรูปสินค้า เมื่อรัฐบาลไม่สั่งให้แปรรูปสินค้าเขาก็สีข้าวไม่ได้ เหตุผลที่เขาไม่แปรรูป ก็เพราะว่าโกดังสินค้ากลางไม่ว่าจะเป็น อคส. ก็ดี อ.ต.ก. ก็ดีมันมีข้าวอยู่ในโกดัง เป็นจำนวนมาก แล้วรัฐบาลเองก็ยังไม่ได้ระบายข้าวที่มีอยู่ในสต็อก (Stock) ออกไป มันก็เกิดผลต่อเนื่องมาจนถึงพี่น้องเกษตรกรชาวนาที่เขาจะขายข้าวก็จะไปเจอปัญหาว่า โรงสีไม่รับซื้อ เพราะฉะนั้นโรงสีเองก็จะผลักให้พี่น้องเกษตรกรขายข้าวในราคาตลาด ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับเอาความชื้นที่ประมาณ ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากว่า เข้าโครงการรับจำนำนี่ราคาจะได้อยู่ที่ประมาณ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท แต่หากว่าซื้อขาย ได้ในราคาตลาดราคาจะตกลงไปเหลืออยู่เพียงแค่ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท นี่คือความเดือดร้อน ของพี่น้องเกษตรกรครับ และเช่นเดียวกันครับผมเชื่อว่าวันนี้เรามีข้อมูลที่พร้อมครับ ข้อมูลจาก ทั้งสำนักงานเกษตรจังหวัดก็ดีที่บอกว่าเกษตรกรนั้นจะเริ่มหว่านข้าวเมื่อไร จะใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์ไหน และคาดว่าจะไปเก็บเกี่ยวเมื่อไร เราทราบครับ เราทราบว่าในแต่ละเดือนนั้นจะมีปริมาณข้าว ออกมาสู่ตลาดที่พร้อมที่จะเกี่ยวเป็นจำนวนกี่หมื่นกี่แสนตันในแต่ละจังหวัด แล้วเราก็ทราบว่าโรงสีแต่ละโรงมีกำลังในการผลิตได้เท่าไร มีโรงสีกี่โรงที่เข้าร่วม โครงการรับจำนำข้าวและในแต่ละวันนั้นโรงสีแต่ละโรงนี่เขารับซื้อรับจำนำข้าวไปแล้วเท่าไร ถ้าหากว่าเรามีข้อมูลที่พร้อมสรรพแบบนี้ผมเชื่อว่ารัฐบาลเองสามารถที่จะบริหารจัดการ ได้ดีกว่านี้ครับ ด้วยการค่อย ๆ ระบายข้าวในสต็อกออกไป ด้วยการค่อย ๆ ให้โรงสีนั้น แปรสภาพสินค้าเพื่อที่จะให้วงเงินที่โรงสีมีอยู่อย่างจำกัดนั้นรับซื้อข้าวจากพี่น้องเกษตรกร ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนสอบถามท่านรัฐมนตรีในข้อที่ ๒ นี้ว่าเราจะมี มาตรการในการแก้ไขอย่างไรต่อไปในอนาคตเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้ว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาเอาข้าวไปขายกับโรงสีแล้วนี่โรงสีจะไม่ปฏิเสธในการรับซื้อข้าว แล้วจะมีมาตรการอย่างไรครับเพื่อที่จะเร่งระบายสินค้าในโกดังสินค้าที่ประเทศเรา ถืออยู่ในขณะนี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีภูมิ สาระผล ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบคำถามของท่านสมาชิกดังนี้นะครับ ในเรื่องที่โรงสีบอกว่าเต็มไม่รับจำนำ ไม่มีที่เก็บข้าว ความจริงคณะกรรมการรับจำนำข้าวนี่ก็มีข้อกำหนดอยู่แล้วว่าโรงสีจะต้องแปรรูปข้าว ทุก ๗ วัน ซึ่งก็จะมีการระบายออกเป็นระยะ ๆ แต่ก็อาจจะมีปัญหาหรือติดขัดบ้าง ในบางแห่งหรือบางโรงสีที่อาจจะไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนด ซึ่งทางคณะกรรมการ ก็ได้มีการเร่งรัดโดยได้มีกรรมการในส่วนของจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้น คอยดูแลอยู่อีกชั้นหนึ่งก็เรียนครับว่าในส่วนที่ท่านบอกว่าข้อมูลเรื่องข้าวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวที่ผลิต ข้าวที่เข้าสู่โรงสี หรือแปรรูปออกมาเป็นข้าวสารแล้วนี่ ข้อมูลเหล่านี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็มีศูนย์ปฏิบัติการการรับจำนำข้าว แล้วก็ทราบข้อมูลเป็นประจำทุกวัน อยู่ตลอดเวลาก็นำประมวลเรื่องอยู่โดยตลอด
อีกประการหนึ่งที่ท่านเป็นห่วงก็คือว่าทำอย่างไรที่จะทำให้เกษตรกร มั่นใจว่ามีข้าวแล้วนำไปจำนำจะได้รับการจำนำแล้วก็ได้เงิน อันนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาล ดำเนินการแล้วก็ตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะต้องทำให้เกิดผลสำเร็จตรงนี้ให้ได้ ยอมรับว่ามีปัญหา บางส่วนที่โรงสีหลายแห่งหรือหลายพื้นที่ที่อาจจะมีการใช้วิธีการที่ไม่ใคร่จะเรียบร้อย ให้ความสะดวกกับชาวนาไม่เพียงพอ ซึ่งขณะนี้ก็ได้ขอความร่วมมือเกี่ยวข้องไปยัง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยราชการอีกหลายหน่วยลงมา ช่วยกำกับดูแลเพื่อให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้ดำเนินการอยู่เพื่อให้เป้าหมายที่ว่าไปให้ถึงให้ได้ ก็เรียนท่านครับว่า การระบายข้าวที่เรามีอยู่ของประเทศเรานี่ ขณะนี้ก็ได้เริ่มระบายออกไปเป็นระยะ ๆ นะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ได้แถลงผลดำเนินงาน ของกระทรวงพาณิชย์และได้พูดถึงเรื่องการดำเนินงานเรื่องการรับจำนำข้าวและระบายข้าว ซึ่งขณะนี้กำลังเริ่มทยอยออกไปมากและเชื่อว่าภายในถึงสิ้นปีนี้นะครับ เมื่อถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ประเทศไทยจะยังคงเป็นประเทศผู้ส่งข้าวรายใหญ่ของโลกอยู่อีกต่อไป แล้วก็จะมีราคาที่ไม่ใช่ข้าวราคาถูกอย่างที่หลายฝ่ายคาดคิดว่าจะให้เป็น ก็หวังว่าคำถาม ของท่านที่ถามในวันนี้จะได้เป็นข้อมูลที่สะท้อนถึงปัญหาของชาวนาและเกษตรกร ไม่ใช่แต่เฉพาะที่จังหวัดอ่างทองของท่านเท่านั้น แต่หมายถึงชาวนาไทยทั้งประเทศด้วย ก็ขอตอบคำถามในประเด็นนี้ไว้เท่านี้ครับ
มีอีกไหมครับ เหลือ ๑ นาทีนะครับ เชิญครับ
สำหรับคำถามข้อสุดท้ายนะครับ ก่อนที่จะขออนุญาตท่านประธานสรุปนะครับ คำถามข้อสุดท้ายก็คือการจำนำข้ามเขต วันนี้ที่จังหวัดอ่างทองของผมมีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำทั้งหมด ๑๑ โรง ผมเอาตัวเลข ในเดือนสิงหาคม ผมมีตัวเลขจากทางสำนักงานเกษตรจังหวัดเขาบอกว่าในเดือนสิงหาคม เดือนเดียวมีปริมาณข้าวที่คาดว่าจะเกี่ยวทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ตัน ท่านทราบไหมว่า โรงสี ๑๑ โรงนี้ในจังหวัดอ่างทองในเดือนสิงหาคมนะครับ รับซื้อข้าวเข้าโครงการรับจำนำ ทั้งหมดเพียงแค่ ๔๐,๙๕๒ ตันเท่านั้นครับ ส่วนต่างที่เหลืออีกตั้งหลายหมื่นตันนี่มันก็ออกไป ในรูปแบบของการซื้อขายในราคาสดที่หน้าโรงสี บางส่วนก็ต้องเอาไปขายในจังหวัดที่มี เขตติดต่อใกล้เคียงกันตามที่ท่านได้ออกหลักเกณฑ์ในการเข้าจำนำข้าวไว้ สิ่งที่อยากจะถามท่าน ถึงความเป็นไปได้ก็คือจะเป็นไปได้ไหมครับถ้าหากว่าวันนี้เรามองกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ให้เป็นกลุ่มจังหวัดด้วยกัน ผมยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดสุพรรณบุรีบ้าง จังหวัดอ่างทองบ้าง จังหวัดสิงห์บุรีบ้าง ที่อยู่ในเขตติดต่อกัน เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะมีทางเลือก ได้ว่าเขาจะเอาข้าวของเขาไปขายที่จังหวัดไหน เพื่อให้เกิดทางเลือก เพื่อให้เกิดกลไก ในการแข่งขันของตลาดทำให้พี่น้องเกษตรกรมีทางเลือก และทำให้โรงสีแต่ละโรงที่อยู่ ในแต่ละจังหวัดเกิดการแข่งขันกันขึ้น เพราะฉะนั้นกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรี ด้วยความเคารพครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอตอบคำถามของท่านสมาชิกดังนี้นะครับ
เรื่องการจำนำข้ามเขต ความจริงที่ต้องกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องการจำนำข้ามเขต อะไรไว้ต่าง ๆ นี้ก็เพื่อป้องกันการทุจริต การสวมสิทธิ หรือว่าปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ก็โดยการมีกฎเกณฑ์ว่าจะอนุญาตให้จำนำข้ามเขตได้เพียงใดเพื่อป้องกันการทุจริต ที่เราจะสามารถควบคุมได้มากที่สุด ซึ่งนับจากนี้ไปคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดจะสามารถ พิจารณาอนุมัติให้เกษตรกรจำนำข้ามเขตจังหวัดเกินกว่าระดับตำบลที่เป็นเขตติดต่อ นั่นคือหลักเกณฑ์ที่ทำมาในปีที่ผ่านมา แต่ต่อไปนี้จะยกระดับเป็นระดับอำเภอที่เป็น เขตติดต่อของเกษตรกร แต่ว่าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อก่อน ฉะนั้นก็จะต้องให้แจ้งประสานจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อแล้วก็ฝ่ายเลขานุการ ของคณะกรรมการรับจำนำข้าวได้ทราบ ทั้งนี้จังหวัดที่เป็นเขตติดต่อเมื่อได้รับแจ้งจากจังหวัด ที่เป็นพื้นที่ปลูกพืชของเกษตรกรก็ต้องประสานแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับจำนำข้าวเปลือกจากเกษตรกรทันที เกณฑ์ต่อไปนี้ท่านจะสามารถนำข้าวข้ามเขต ได้เกินกว่าระดับตำบลโดยเข้าไปในระดับอำเภอได้ที่เขตติดต่อกันนะครับ แต่จะต้อง มีขั้นตอนการปฏิบัติที่จะต้องมีการควบคุมจากคณะอนุกรรมการทั้งระดับจังหวัด และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าว ซึ่งผมเชื่อว่าประเด็นนี้ก็คงจะได้ แก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้พอสมควรในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าหากมีปัญหาอย่างอื่นเพิ่มขึ้น คณะกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าวและคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดก็พร้อม ที่จะรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาต่อเนื่องทุกวันและต่อเนื่องทุกสัปดาห์อยู่แล้ว ก็ขอขอบคุณ ท่านเป็นอย่างยิ่งที่ได้สะท้อนปัญหาให้กับคณะทำงานได้ทราบ แล้วก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ ไปเป็นข้อมูลในการทำงานต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
จบกระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ ฝากใช่ไหมครับ เอาสั้น ๆ นะครับเวลาถ่ายทอดมีจำกัด เดี๋ยวกระทู้ถามต่อไปเขาจะมีปัญหา
ขอบพระคุณท่านประธานครับ สั้น ๆ นิดเดียวครับท่านครับ คือต่อคำถามแรกที่ผมถามไว้เมื่อวันที่ ๑๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายนนี้ ท่านรัฐมนตรีสามารถที่จะเป็นการขยายสิทธิเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้สิทธิของเขา ภายในปี ๒๕๕๕ จะได้ไม่ต้องไปเสียสิทธิของปี ๒๕๕๖ ได้หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีรับไปนะครับ เพราะเห็นท่านตอบไปแล้วนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีรับไปนะครับ ท่านตอบแล้ว
ผมได้รับหนังสือจากรักษาการเลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่า ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง ได้ติดภารกิจสำคัญอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามสดวันนี้ได้นะครับ ท่านชูวิทย์ครับ ผมว่าเลื่อนไปสัปดาห์หน้าได้ไหม เอาเหมือนเดิม เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมพูดนี่ เป็นเรื่องสำคัญมากมี ๒ เรื่องด้วยกันครับ เป็นเรื่องยาเสพติดที่จับกันทุกวันนี้แล้วมันเข้ามา ทางไหนมันถึงเข้ามาได้เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ยิ่งจับยิ่งเพิ่มขึ้น ท่านประธานครับ ในนี้เขียนว่า ปฏิบัติภารกิจไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เรื่องยาเสพติดถ้าช้าไป ๑ วัน ก็ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เม็ด ผมว่าเรื่องนี้เรื่องสำคัญครับท่านประธาน และหลายครั้งหลายครา ผมมีถาม เรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงชายแดนด้วย ที่สำคัญท่านประธานเห็นใจผมเถอะครับ อย่างนี้เท่ากับผมนี่เสียตัวแล้วนะถ้าเป็นผู้หญิง ก็เล่นเปิดคลิป (Clip) ผมเรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้านี้เอาคลิปผมไปดูเรียบร้อยแล้วไม่มาตอบ ท่านประธานก็เคยบอก ท่านนายกรัฐมนตรีก็เคยบอก บอกว่าจะปฏิบัติภารกิจวันพุธ วันพฤหัสบดีนี่ให้มาปฏิบัติภารกิจที่สภา เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากครับ เรื่องชายแดน เรื่องความมั่นคง เรื่องยาเสพติด แล้วก็ไปงานอำลาเลี้ยงคณะ สภานี่มีความสำคัญ แล้ววันนี้ ผมก็เตรียมการมาดี ก็เอาคลิปผมไปเปิดตรวจดูเรียบร้อยแล้ว ท่านประธาน ให้รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ตอบเลยครับ ผมถามรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็ได้ครับ ผมถามรองนายกรัฐมนตรีเลยเพราะว่าคลิปมันเปิดไปแล้ว ผมต้องเปิดคลิปวันนี้ ให้รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็ได้ครับ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเหมือนกัน เอาเลยครับ ผมขอถามเลย ขอเปิดคลิปเลย
คืออย่างนี้ผมก็พยายามตั้งแต่เช้าแล้ว หลังจากที่ขอสอบถามว่ามีกระทู้ถามสดเรื่องอะไรบ้าง ก็บอกท่านเลขาธิการช่วยกรุณาตามท่าน ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์เฉลิมด้วย เพราะผมเข้าใจว่า เรื่องของท่านเรื่องสำคัญ สำคัญทุกเรื่องนะครับ แต่เนื่องจากว่าทางผู้ตอบเขาก็ทำหนังสือมา มันก็ไม่มีผู้ตอบ ส่วนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี ๒ สัปดาห์ และสัปดาห์ที่ ๓ ต่างฝ่ายก็ต่างนั่งรอกันแล้วด้วยความอดทน ผมเอาอย่างนี้ ได้ไหมครับ ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญของท่านแต่ไม่มีผู้ตอบนะครับ ถึงแม้ท่านถามได้ก็ไม่มี คนตอบนะครับ
ท่านประธาน ถามไปก็ไม่ตอบอยู่ดี คลิปนี้ ตอบไม่ได้
มันก็ไม่ได้ครับ ถ้าถามแล้วไม่มีผู้ตอบมันก็ไม่ได้
ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ได้ครับ ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ครับ ฝากถามครับ คลิปนี้ต้องเปิดครับ เพราะว่ามันเป็นกระทู้ถามสดครับท่านประธาน
คือผมจะไม่อนุญาตนะครับ
ท่านกิตติรัตน์ตอบได้ครับ มันเป็นคลิปที่เห็นชัด ๆ ครับ ผมก็ไม่ได้ถามอะไรเยอะอยู่ในเวลาแน่นอน แล้วมันจะได้จบ เพราะว่าถ้าเปิดคลิปผมแล้วไม่ตอบผมวันนี้เก็บไว้อาทิตย์หนึ่งก็รู้คำตอบหมดสิครับ อย่างนี้มันไม่ใช่กระทู้ถามสดแล้วครับ ที่สำคัญท่านประธานผมไม่ได้พูดเรื่องบ่อนไม่ต้องกลัว ไม่ได้พูดเรื่องบ่อนการพนัน อย่างบ่อนอ๊อดใต้นี่พูดไปก็ยังเปิดดิบเปิดดี คนเล่นกัน ๓ ชั้นครับ ท่านประธาน แต่ไม่เป็นไรผมไม่พูดเรื่องบ่อน
อย่างนี้ได้ไหมครับเดี๋ยวท่านใจเย็น ๆ ครับ
ขออนุญาตเถอะครับท่านประธาน ขอเปิดวันนี้เถอะครับ เรื่องสำคัญมาก ถ้าท่านประธานดูคลิปนี้ท่านประธานตกใจก็แล้วกัน
คืออย่างนี้ครับ เมื่อท่านยื่นนี่ถ้าท่านมีภาพที่จะประกอบคำถาม ตามข้อบังคับ ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ท่านจะดู ผมก็ไม่เห็นหรอกครับในขณะนี้ เมื่อเขาอนุญาตแล้วก็จะเปิดประกอบคำถามได้ แต่ปัญหาว่าถามแล้วไม่มีผู้ตอบนี่มันก็ไม่ใช่ กระทู้ถามสด กระทู้ถามสดมันต้องมีผู้ถามและผู้ตอบนะครับ ฉะนั้นมันไม่มีผู้ตอบผมจึงบอกว่า ในเรื่องนี้ผมเห็นเรื่องสำคัญนี่ถ้าไม่มีผู้ตอบ เราปฏิบัติกันไว้ก็คือในสัปดาห์ต่อไป ใจเย็น ๆ ผมว่าได้ถามแน่เรื่องของท่านมันก็เก็บอยู่ในนี้แหละครับ เขายังไม่ได้ไปเปิดเผยที่ไหนหรอก เขาก็เก็บไว้เป็นปกตินะครับ ทีนี้ไม่มีผู้จะมาตอบนะครับ ไม่มีคนตอบนะครับ
ท่านประธานครับ ต้องตอบวันนี้ครับ จริง ๆ ผมไม่อยากจะไปเซ้าซี้นะครับ แต่กระทู้ถามเป็นกระทู้ถามสด มันเป็นกระทู้ถามสดครับ ถามก็ต้องตอบสิครับ ถ้าผมไปเก็บไว้อาทิตย์หนึ่งมันก็ไม่สดแล้วสิครับ มันค้างครับ ผมขออนุญาตถามเถอะครับ ผมถามก็ตอบได้ครับเพราะคลิปนี้มันไม่ได้อะไรที่ลึกซึ้ง มันชัด ๆ ครับ ผมคิดว่าผมถามท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์
เอาอย่างนี้ได้ไหม มันมีกระทู้ถามสดรออยู่อีกเรื่องหนึ่ง แล้วก็เวลาเราถ่ายทอดจะถึง เที่ยงครึ่ง ถ้าเรามาโต้กันอย่างนี้ไม่จบ ผมขอเอากระทู้ถามสด ที่ ๔ ขึ้นมาก่อนได้ไหมครับ จะได้ไม่เสียเวลา เดี๋ยวจะให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายไปคุยกับท่านดู ถ้ามาโต้เถียงกันอย่างนี้ มันเสียเวลาเพราะประชาชนเขาอยากจะฟังคำถามและคำตอบนี่นะครับ
ก็นั่นนะสิครับ ได้ครับท่านประธาน ๒๐ นาทีเองผมรอได้ครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานมาก
อย่างนั้นเดี๋ยวฝากทางวิปรัฐบาลประสานกับท่านชูวิทย์แล้วมาประสานที่ผมนะครับ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตไปเรื่องที่ ๔ ก่อนนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ
๑.๑.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๑ ส. เรื่อง การแถลงดัชนีทางเศรษฐกิจ ปี ๒๕๕๕ (นายเกียรติ สิทธีอมร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง)
เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมยื่นกระทู้ถามสด จริง ๆ เป็นครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ ก็ขอบคุณครับ หลังจาก ๒ ครั้งที่ท่านติดภารกิจ ต่างประเทศและอื่น ๆ วันนี้ท่านมาด้วยตัวท่านเอง กระทู้ถามสดอันนี้ก่อนที่จะลง ในรายละเอียดตั้งคำถามผมขอให้ห้องโสตเปิดคลิปเลยครับ
ท่านขออะไรนะครับ
ขอให้ห้องโสตเปิดคลิปเลยครับ
ช่วยเปิดหน่อยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
“............... : เดิมตั้งเป้าร้อยละ ๑๕ ตอนนี้มันไม่ถึงแน่ ๆ แล้วใช่ไหมนะครับ ก็เรียนว่าไม่ถึง แล้วก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรมาก ทีนี้ก็อาจจะมีคำถามว่าแล้วรู้ว่าไม่ถึง แล้วพูดทำไม ผมก็เรียนว่าในหน้าที่รัฐมนตรีคลัง ในหน้าที่ทีมเศรษฐกิจนี่นะครับเขาอนุญาต ให้พูดจาไม่จริงได้บางเรื่อง คำภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่าไวท์ ไล (White lie) คือการพูดไม่จริง สีขาว ถ้าผมพูดตั้งแต่ต้นปีว่าเราคงจะขยายตัวการส่งออกไม่ได้ ความไม่มั่นใจจะอยู่ในภาวะ อะไร ในเวลานั้นใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะต้องพูดอย่างนั้นไหม พูดคำนี้ก็อาจจะเป็นที่สนใจว่า เดิมตั้งเป้าร้อยละ ๑๕ ตอนนี้มันไม่ถึงแน่ ๆ แล้วใช่ไหมนะครับ ก็เรียนว่าไม่ถึง แล้วก็ไม่รู้สึก แปลกใจอะไรมาก ทีนี้ก็อาจจะมีคำถามว่าแล้วรู้ว่าไม่ถึงแล้วพูดทำไม ผมก็เรียนว่าในหน้าที่ รัฐมนตรีคลัง ในหน้าที่ทีมเศรษฐกิจนี่นะครับเขาอนุญาตให้พูดจาไม่จริงได้บางเรื่อง คำภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่าไวท์ ไลคือการพูดไม่จริงสีขาว”
ตรงนี้ซ้ำแล้วนะครับ ท่านประธานครับ หลังจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไปพูดที่โรงแรมดุสิตธานี ในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ที่ผ่านมานี่ ผมก็ไปติดตามดูว่าพาดหัวข่าวเป็นอย่างไร มีกี่บทความลงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ เรียนท่านประธานครับ มีหนังสือพิมพ์ไทยทั้งหมด ๔๘๓ บทความ กว่า ๓๐ สื่อสิ่งพิมพ์ ต่างประเทศ ๗ สื่อสิ่งพิมพ์ลงหลายบทความทีเดียว รวมแล้วร่วม ๕๐๐ บทความ พาดหัวข่าว เป็นอย่างไรบ้าง ผมยกตัวอย่างแค่ไม่กี่อันนะครับ พาดหัวข่าว รับเฉยแหกตา สัญญาณพินาศ รัฐบาลไวท์ ไล อัปยศ รัฐบาลโกหกหลอกลวง หมดแล้วซึ่งความน่าเชื่อถือ มุสาเทวีกับอัปรีย์ บริวาร ปุเลงนองปลิ้นปล้อน โกร่ง-มิ้งอัดทำภาพรัฐบาลเสียหาย ระบุขัดจริยธรรม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๑๗๘ รัฐบาลหลอกลวง นี่ครับพาดหัวข่าว อันสุดท้าย ที่รู้สึกสนุกที่สุดก็คือโต้งเสียสุนัข นรกมาเยือน ถ้าดูในรายละเอียดของเนื้อข่าว อันนี้ แค่พาดหัวนะครับ ถ้าไปดูในรายละเอียดของเนื้อข่าวมีแต่บทวิจารณ์ มีแต่บทประจาน ทุกบทความไม่มีแม้แต่บทความเดียวที่เห็นด้วยกับการกระทำของท่าน ทุกบทความบอกว่าท่านทำอย่างนั้นเสียหาย ไม่ใช่เสียหายเฉพาะตัวท่านเอง เสียหายรัฐบาล และเสียหายประเทศไทยนะครับ การโกหกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนั้นทำไม่ได้ แล้วมีคน ตั้งคำถามในบทความต่าง ๆ นี่ละครับว่าแล้วที่ผ่านมาโกหกเรื่องอะไรอีกบ้าง รวมแล้วทั้งหมด จริง ๆ พวกเราก็ไปนับดูที่เข้าข่าย ๑๙ เรื่อง ก็มีการแถลงไปแล้วบางเรื่อง ก็จะมีอาทิตย์ ต่อ ๆ ไปก็จะแถลงต่อไปนะครับ แต่คำถามเรื่องสำคัญ ๆ เช่น กรณี ว ๕ ที่ท่านบอกว่า ที่ท่านอยู่ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ด้วยนี่ไวท์ ไลหรือเปล่า ที่รับปากจำนำข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท เกษตรได้ไม่ถึงครับ ท่านรู้ข้อมูลดีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ไม่ถึง ไวท์ ไลหรือเปล่า ราคายางพารา ๑๒๐ บาท ได้ ๗๐ บาท ไวท์ ไลหรือเปล่า ค่าแรง ๓๐๐ บาททันทีทั่วประเทศ ไวท์ ไลหรือเปล่า โกหกสีขาวหรือเปล่านะครับ แก้ไขไม่แก้แค้น รัฐบาลไม่ทำ ไม่นิรโทษกรรมเพื่อคนคนเดียว รวยแล้วไม่โกง เป็นวาทกรรม ที่เป็นโกหกสีขาวหรือเปล่า อันนี้สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ไปพูดนี่ ไม่ใช่ตัวท่านคนเดียวเป็นคนใช้โกหกสีขาว รวมไปถึงรัฐบาลด้วย ไม่มีทฤษฎีใดเลยนะครับ ในโลกนี้ ผมไปศึกษาดูนี่นะครับ ที่บอกว่าการสร้างความเชื่อมั่นสามารถทำได้ โดยการไม่ให้ความจริง ไม่มีเลยครับ และเมื่อโกหกตัวเลขส่งออกได้ โกหกเรื่องอื่น ๆ ได้หรือไม่ คนตั้งคำถามหมดเลยครับ ท่านเองก็ควรจะรู้ครับ จะบอกว่าท่านไม่รู้ไม่ได้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี ท่านต้องรู้ครับ ประมวลจริยธรรม ระเบียบว่าด้วยจริยธรรมของนักการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ๒ ข้อสั้น ๆ ครับ การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนต้องทำอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบคุณธรรมจริยธรรม ศีลธรรม ทั้งโดยส่วนตัวและโดยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตน ให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชนนะครับ มีบทความบทความหนึ่งน่าสนใจมากครับ ออกมาสอนมวยท่านเลยครับ บอกว่าท่านเข้าใจไม่ถูกครับ คำว่า ไวท์ ไลมันแปลว่าอะไร ทางทฤษฎีมีการวิจัยมากมาย มี ๒ แบบเท่านั้น แต่แบบที่ท่านทำเขาไม่เรียกว่าเข้าข่าย ไวท์ ไลทั้ง ๒ แบบ ไวท์ ไลทั้ง ๒ แบบผมไม่ลงในรายละเอียดนะครับ แต่เขาบอกว่า ถ้าคนพูดได้ประโยชน์หรือเป็นการยกตัวเองแล้วคนอื่นเสียหายคือการโกหกขนานแท้ หรือเซลฟิช แบลก ไล (Selfish black lie) หรือทรู ไล (True lie) อันนี้มีบทความชัดเจน ไม่ใช่คำพูดผมนะครับ คนอื่นเขาสอนมวยท่าน ผลของการแถลงของท่านถามว่าเสียหายไหม การที่ไม่ให้ข้อเท็จจริง เสียหายครับ ท่านประธานผมยกตัวอย่างเดียวชัดเจนนะครับ ผู้ผลิตส่งออกถ้าเขาใช้ตัวเลข ๑๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ท่านประกาศตั้งแต่ต้นปี เขาไปสั่งซื้อสินค้าทุน มาไว้ที่โรงงานเขาเพื่อเตรียมตัวทำเพื่อส่งออก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ตามที่ท่านพูด วันนี้ไม่ถึงครับ ๙ เปอร์เซ็นต์ยังไม่ถึงเลยครับที่ท่านพูดวันนั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านเองบอก ๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้ส่งออกเขาบอกอย่างเก่ง ๕.๙ เปอร์เซ็นต์ ก็เห็นครับ อันนี้ไวท์ ไล อันนี้เป็น การโกหกสีขาวหรือเปล่า
ท่านเกียรติครับ ๗ นาทีแล้วครับ เดี๋ยวจะไม่มีเวลาถามครับ
ไม่ต้องห่วงครับ คำถามผมสั้น ๆ ครับ โพล (Poll) ออกมา ๕ ข้อ ๗๓.๔ เปอร์เซ็นต์ระบุว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติลดลง ๖๖.๓ เปอร์เซ็นต์ระบุความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดลง ๘๓.๔ เปอร์เซ็นต์ระบุมาตรฐาน คุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองไทยตกต่ำลง รวมทั้งพวกเราทุกคนในสภาด้วยนะครับ ๘๒.๙ เปอร์เซ็นต์กังวลเด็กและเยาวชนของชาติจะลอกเลียนแบบ ๘๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ระบุถึงความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภายหลังมีข่าวการโกหก ว่าควรลาออก นี่ครับโพล ผมไม่ต้องพูดเยอะ
ผมก็ไปคำถามข้อแรกเลยครับ จริง ๆ ความคาดหวังของเราถ้าท่านประเมินผิด ท่านบอกว่าประเมินผิด เรื่องก็จบครับ ท่านก็ให้เหตุผลครับว่าประเมินผิดเพราะอะไร สมมุติฐานดั้งเดิมเป็นอย่างไร ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไร จบครับ แต่เขาคาดหวังว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องมีวุฒิภาวะที่สูงเพียงพอที่จะรู้ว่า ท่านต้องปฏิบัติตัวตามจริยธรรม ท่านต้องรู้นะครับว่าการที่ท่านไปเอานิทานเด็กเลี้ยงแกะ มาผนวกกับภาษาอังกฤษ ไวท์ ไลเข้าไป ดูเท่ครับ แต่พูดแบบยกตัวเองนี่เสียหายครับ ถ้าพูดไปแล้วมีแต่เสียกับเสีย ท่านรู้แล้วท่านทำไปทำไมครับ ขอคำชี้แจงคำถามแรก ขอคำชี้แจงจากท่านครับ ขอทราบเหตุผลว่าทำไปทำไม และเมื่อมี ผลกระทบมากมายอย่างนี้นะครับ ๕๐๐ บทความต่อว่าท่านทั้งสิ้น เสียหายประเทศไทย ทั้งสิ้น ท่านจะรับผิดชอบอย่างไรครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิก ท่านเกียรติ สิทธีอมร ที่ได้กรุณาตั้งกระทู้ถามสดเพื่อถามเรื่องนี้นะครับ และต้องกราบขออภัยที่ไม่สามารถมาตอบได้ใน ๒ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งท่านก็ทราบตามข้อมูล ที่ปรากฏเป็นจริงนะครับว่าผมมีภารกิจไปต่างประเทศในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เอเปก (APEC) ที่กรุงมอสโก และอีกครั้งหนึ่งคือการเป็นผู้กล่าวอภิปราย ในการสัมมนาครั้งสำคัญของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่ผมเอง ก็ดูเหมือนจะได้ทราบข้อมูลว่าท่านแสดงความไม่เชื่อมั่นว่าผมติดภารกิจนั้นจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ผมเองผมเชื่อว่าท่านน่าจะมีข้อมูลว่าผมติดภารกิจจริง ในประเด็นที่ท่านได้หยิบขึ้นมานี้ ผมเข้าใจว่าท่านได้นำเอาถ้อยคำที่ผมได้กล่าวในการปาฐกถา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ซึ่งเป็นการกล่าวปาฐกถาต่อหน้าผู้คนจำนวนหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นหนึ่งในนับหลายสิบ หรืออาจจะเป็นร้อยการกล่าวปาฐกถาหรืองานสัมมนาหรือการประชุมเชิงปฏิบัติการ ก็ต้องขอบคุณครับที่ท่านให้ความสนใจในเนื้อหาการอภิปรายเป็นช่วงเป็นตอนที่มีการใช้ถ้อยคำ ซึ่งเข้าใจดีครับว่ามีการนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตตอบยืนยัน ท่านนะครับว่าสิ่งที่ดูเหมือนการกล่าวในการปาฐกถาของผมและได้นำไปถ่ายทอดกันต่อ ๆ กัน จนมีความเข้าใจไปว่ารองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลโกหกตัวเลขส่งออก ซึ่งน่าจะมีความหมายว่ามีการไปดูผลการส่งออกแล้วก็ปรากฏว่าบิดเบือนผลการส่งออก ซึ่งผมขออนุญาตยืนยันว่าเรื่องของการส่งออก ยอดการส่งออกจริงมีการรายงาน ตามหน่วยงานทางราชการต่าง ๆ ไม่เคยมีความพยายามของใครในรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมที่จะไปเปลี่ยนแปลงตัวเลขการส่งออกเหล่านั้นว่าเป็นจริงปรากฏเป็นอย่างไร ในการตั้งเป้าหมายในการทำงานผมเองยอมรับครับว่าในช่วงปีที่ผ่านมาท่านจะเห็นได้ว่า ประเทศของเราเผชิญกับภาวะวิกฤติทั้งทางเศรษฐกิจ ทั้งทางธรรมชาติและปรากฏว่า ในปี ๒๕๕๔ เราได้มีการตั้งเป้าหมายยอดการขยายตัวการส่งออกไว้ที่ร้อยละ ๑๕ และขณะที่ มีอุทกภัยเราก็ยังสามารถจบปีได้ด้วยการขยายตัวการส่งออกที่สูงถึงเป้าหมาย เกินเป้าหมาย เล็กน้อย ดังนั้นเมื่อส่วนราชการมาปรึกษาหารือว่าเขาจะตั้งเป้าการส่งออกในอัตรา ที่เท่ากันกับที่เคยตั้งในปีที่มีปัญหาอุทกภัยนี่พวกเราที่เกี่ยวข้องเห็นเป็นอย่างไร ผมก็ได้เห็นคนที่เกี่ยวข้องนะครับก็คิดว่าการตั้งเป้าในเวลานั้นร้อยละ ๑๕ ก็เป็นตัวเลข ซึ่งไม่สูงไปกว่าปีก่อน เป็นตัวเลขที่เท่ากับปีก่อน แล้วก็ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็ตั้งอกตั้งใจว่า ถ้าหากว่ามีการตั้งเป้าในระดับนั้นท่านก็จะทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ถึงเป้าหมาย ด้วยความเคารพครับ ผมเองมีหน้าที่ติดตามภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป ผมยอมรับครับว่า เมื่อมีการตั้งเป้านั้นโดยส่วนตัวผมมีความเห็นเฉพาะตัวว่าโอกาสที่จะทำได้ถึงเป้าหมาย ร้อยละ ๑๕ นั้นเป็นไปได้ยาก แต่ผมสงวนสิทธิที่จะไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวนั้น เพราะถ้าหากว่าผมแสดงความคิดเห็นส่วนตัวไปว่าคงไม่ถึงหรอก อะไรจะเป็นผลตามมา การที่คนที่เกี่ยวข้องก็จะบอกว่า เอ๊ะ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังรู้สึกท้อถอยเลย พวกเราไม่ต้องทำงานกันเต็มที่ก็แล้วกัน ลดเป้าลงมาจะได้ทำงานกันง่าย ๆ ก็เป็นไปได้ แต่ในขณะเดียวกันคนทั่ว ๆ ไปในเวลานั้นซึ่งท่านก็คงจะจำได้ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่พูดจา ครั้งแล้วครั้งเล่าว่านโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้จะสามารถทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตได้ โดยที่ปรับสมดุลทางเศรษฐกิจโดยการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ การใช้จ่ายของภาครัฐและการสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีความมั่นใจในการลงทุน ดังนั้นการพึ่งพาการส่งออกจึงมีความจำเป็นน้อยลง ผมเคยพูดครั้งแล้วครั้งเล่าในหลายโอกาส ดังนั้นการที่คนทั่วไปซึ่งอาจจะรวมถึงนักวิชาการจำนวนหนึ่งก็ได้ที่ยังคงปักใจ ฝังใจว่าประเทศไทยจะสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้ก็ต่อเมื่อส่งออกมีอัตราการขยายตัวที่ดี ฉะนั้นในภาวะโดยรวมอย่างนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมขอใช้สิทธิส่วนตัวที่จะนิ่งเงียบ แล้วก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวอันนั้น ในเมื่อมีการตั้งเป้าตัวเลขออกมาแล้วเป็นอัตรา ร้อยละ ๑๕ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมมือร่วมใจกับผู้ทำงานทั้งหลาย ทำกันอย่างสุดความสามารถ ด้วยหวังว่าอาจจะมีสิ่งพิเศษเกิดขึ้นเพื่อทำให้การส่งออกนั้นไปจนถึงเป้าหมายที่มีการตั้งไว้ แต่ก็แน่นอนครับเมื่อเราดำเนินกันมาขนาดทำงานกันเต็มที่ ซึ่งท่านก็คงสามารถจะตรวจสอบ ส่วนราชการต่าง ๆ ได้ หรือแม้แต่ภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับภาครัฐว่ารัฐบาลทุ่มเทแค่ไหน ที่จะทำงานร่วมกันกับท่านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถขยายการส่งออกได้ แต่ว่าเมื่อตัวเลขออกมา อย่างที่ปรากฏ ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สมควรที่จะยอมรับว่าเราคงไม่ถึงอย่างที่ท่านเห็นในคลิป แล้วก็การที่ผมรับว่าผมเห็นว่ามันอาจจะไม่ถึงมาตั้งแต่ต้นนั้น ก็เป็นมาตรฐานในการแสดง ความจริงใจของผม ซึ่งผมยอมรับว่ามีคนวิเคราะห์วิจารณ์เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่รู้จักผมดีว่าไร้เดียงสานิดหน่อยในทางการเมือง ความจริงใจอย่างที่ว่านั้นไม่จำเป็น ต้องพูดก็ได้เก็บไว้ในใจ อย่างที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้กรุณาแนะนำเมื่อสักครู่นี้นะครับ คือก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็บอกว่าทำกันเต็มที่แล้วไม่ถึงเป้า ก็เก็บสิ่งนั้นไว้ในใจก็คงจะเป็น อีกทางเลือกหนึ่งนะครับ ผมเพียงแต่เรียนว่าแนวที่ท่านแนะนำนั้นมันไม่ใช่มาตรฐาน ทางความเชื่อผม ผมไม่โกหก ผมไม่เคยโกหก แล้วผมจะไม่โกหก แต่คำว่าไวท์ ไลที่ว่านี่นะครับ สำหรับผมนี่ผมอาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางศัพท์อะไรทั้งหลายแหล่ ผมไม่ถนัดที่จะปรับเปลี่ยน ถ้อยคำบางคำเพื่อให้ความหมายมันดูแตกต่างออกไปนะครับ แต่คำว่าไวท์ ไลไม่ได้แปลว่า โกหกแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นจะมีคำว่าไวท์ (White) หรือคำว่าขาว ซึ่งเป็นความหมาย ด้านดีทำไม ดังนั้นถ้าหากว่าผมจะเพียงแต่ยกตัวอย่างบางคำ ไม่มีเจตนาจะไปเสียดสีอะไร ใครนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมจะบอกว่าถ้อยคำในเรื่องของการสลายการชุมนุม ถ้าถูกเปลี่ยนเป็นการกระชับพื้นที่ ขอคืนพื้นที่ ความหมายจะต่างกันไปนี่ผมไม่ถนัดที่จะไปใช้ ถ้อยคำอะไรต่าง ๆ แต่ว่าผมเพียงแต่ยอมรับว่าตั้งแต่ต้นผมคิดว่าโอกาสที่จะทำได้ ตามเป้าหมายนั้นมีไม่มาก แต่ผมสงวนสิทธิที่จะไม่แสดงความจริงใจออกมาแล้วไปทักท้วง จนกระทั่งดึงเอาอัตราการตั้งเป้าการขยายตัวให้มันต่ำลงไป เพราะผมไม่ต้องการให้คนที่ ทำงานนั้นเกิดความรู้สึกท้อถอย แล้วผมเองก็ไม่คิดว่ามีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องไปทำให้ คนทั่วไปซึ่งยังมีความหวังอยู่กับการส่งออกนั้นเขาจะต้องเสียความหวังไป ขออนุญาตยืนยันว่า ไม่มีใครในการหารือการตั้งเป้าในการส่งออกไปเตี๊ยมกันตกลงกันว่าพวกเราทั้งหลายเรารู้ว่า ไม่ถึงแน่ ๆ นะ แต่เราออกไปจากห้องนี้เราจงไปบอกตัวเลขนั้นกัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ก็กลายเป็นการโกหกอย่างที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร อาจจะตั้งเป็นกระทู้ถามสด แต่ว่าในเมื่อ การปรึกษาหารือ การตั้งเป้าในปีที่น้ำท่วมเราตั้งเป้าไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เรายังทำได้ ในปีนี้ ถ้าหากว่าทำงานกันเต็มที่ มีโอกาสทำได้ไหม ก็พอมีโอกาส ทุกอย่างก็เป็นเรื่องที่มีโอกาส เพราะเป็นเรื่องของการตั้งเป้านะครับ ฉะนั้นจึงขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ของประเทศเข้าใจดีในเรื่องของการพูดจาเพื่อให้เกิดการทำงาน แล้วแน่นอนการวิเคราะห์ วิจารณ์นั้นถ้าหากว่าเกิดขึ้นโดยคนที่อยู่ในที่ประชุมแล้วฟังตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย ความเห็นก็อาจจะออกมาอย่างหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าเป็นคำถามที่เกิดขึ้นว่าพูดคำนั้นพูดคำนี้ เห็นด้วยหรือไม่ ผมก็เชื่อว่าการที่จะมีความเห็นต่อคำพูดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปาฐกถา ซึ่งมีความยาวนานเกือบ ๑ ชั่วโมงนั้นมันอาจจะถูกเข้าใจไปต่าง ๆ ได้ จึงขออนุญาตยืนยัน กับท่านว่าผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไม่โกหก ไม่เคยโกหก ไม่ประสงค์จะโกหก ส่วนเรื่องที่จะแสดงความจริงใจ หรือไม่ต่าง ๆ นั้นก็เป็นเรื่องซึ่งผมเองถือว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว ผมยกตัวอย่างเช่นอย่างนี้ครับ ย้ำอีกครั้งนะครับไม่มีเจตนาจะไปพาดพิงอะไร ครั้งหนึ่งผมจำได้ว่ามีการตั้งเป้าว่าเราจะ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดให้เสร็จภายในเท่านั้นวันเท่านี้วัน ผมก็เรียนว่า ผมเชื่อว่าการตั้งเป้าตรงนั้นก็เป็นเป้าหมายที่ดี ผู้คนก็มีความหวัง มีกำลังใจ เมื่อดำเนินการ กันไปแล้ว ถ้าหากว่าในสายตาของผู้คนเขาเห็นว่าท่านก็ทำกันอย่างเต็มที่ แล้วถึงเวลา แก้ปัญหายังไม่ได้ คนที่มีจิตอันเป็นกุศลเขาก็ยอมรับว่าท่านทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมคิดว่า ถ้าหากว่าการพูดดังกล่าวจะมารับเหมือนกับที่ผมรับว่าตอนที่ตั้งก็รู้เหมือนกันว่าทำไม่ได้ หรือว่าการที่ตั้งเป้าแล้วทำไม่ได้มันเป็นอะไร สำหรับผมในมาตรฐานผมถือว่าเป็นเรื่องของ การแสดงความจริงใจ สิ่งที่เป็นเรื่องคำว่าโกหกก็คือเอาข้อมูลสิ่งที่เกิดแล้วมาบิดเบือน ให้แตกต่างไปจากที่เกิด การทำงานในเรื่องของการตั้งเป้านั้นเป็นเรื่องของสิ่งที่ยังไม่เกิด แต่การอธิบายความว่าทำไมถึงตั้งเป้าอย่างนั้นตั้งเป้าอย่างนี้ มีความในใจอย่างไร เป็นเรื่องเฉพาะตัวอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องที่ผมอธิบายว่าสิ่งที่ผมทำนะครับ
ท่านเกียรติมีเวลา ๑ นาที ๗ วินาที ๒ คำถามรวมกันเลยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ การตั้งเป้าครับ บอกท่านนิดเดียว ไม่ใช่รอบปีก่อน ท่านบอกว่าดูปีที่แล้วตั้งอย่างไรปีนี้ก็ตั้งเหมือนกัน ไม่ใช่ครับ ท่านต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ ผมไม่ได้บอกให้ท่านทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้นะครับ ผมบอกให้ท่านอธิบายเหตุผล การไม่รู้ไม่ชี้กับให้ อธิบายเหตุผลคนละเรื่องกันนะครับ การกระชับพื้นที่กับเรื่องภาคใต้ท่านไปอ่านใหม่เถอะครับ ท่านไปดูเนื้อหาใหม่เถอะครับ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องกรณีโกหกสีขาวที่ท่านพูดเลย แม้แต่นิดเดียว คำมั่นสัญญาคนละเรื่องครับ แล้วท่านบอกท่านใช้ความเห็นส่วนตัว ท่านเป็น ผู้ใหญ่ถึงขนาดเป็นรองนายกรัฐมนตรี ความเห็นส่วนตัวเก็บไว้ที่บ้านครับ ท่านมีแต่ความเห็น ของรัฐบาลที่เป็นทางการ ท่านพูดอะไรออกไปมีผลกระทบ ท่านบอกร่วมมือกับเอกชน วันนี้ท่านไม่คุยกับพ่อค้าส่งออกข้าวครับ
คำถามที่ ๒ สั้น ๆ ครับ ท่านพูดในตอนหนึ่งบอกว่าเขาอนุญาตให้ผม พูดไม่จริงในบางเรื่องได้ ผมก็คิดออกได้ ๒ คน ผู้ชายคนหนึ่ง ผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าผู้หญิงที่อยู่ ในรัฐบาลก็คือนายกรัฐมนตรี ถ้าผู้ชายก็คงจะเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐบาล เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ ต้องถามว่าเขาคือใครที่อนุญาตท่านครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ความจริงท่านก็หมดเวลาตอบแต่ว่าให้ ๒ นาที เพราะว่าต้องไป กระทู้ถามสดของท่านชูวิทย์ก็ต้องถ่ายทอดเหมือนกัน เชิญตอบครับ
ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ ถ้าหากว่าท่านนึกภาพไม่ออก การที่พูดไม่จริงบางเรื่องผมมีตัวอย่างให้ท่านดูแล้วท่านจะได้ทราบว่าการพูดไม่จริงเป็นเรื่องที่ เขารับกันได้คืออะไร และเขาก็หมายถึงตัวท่านด้วย ไม่ได้หมายถึงใครเป็นการเฉพาะที่ท่าน พยายามจะไปโยงให้ถึง ยกตัวอย่างท่านเคยได้ยินผมพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าไหมครับว่าเราจะไม่ขึ้น อัตราภาษีต่าง ๆ ใด ๆ เพื่อที่ทำให้เกิดรายได้เพิ่มเติมของรัฐบาล ผมแน่ใจว่าท่านได้ยินผมพูด ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อเดือนที่แล้วผมเป็นคนรับผิดชอบในการผลักดันให้มีการขึ้นภาษี สรรพสามิตบุหรี่และสุรา การพูดอย่างนี้เป็นเรื่องโกหกใช่ไหม เป็นหน้าที่ครับ เป็นหน้าที่ ที่ยืนยันในแนวทางที่เป็นนโยบายว่าเราไม่ได้ประสงค์จะขึ้นอัตราภาษีเพื่อเก็บรายได้เพิ่มขึ้น แล้วผมไม่มีหน้าที่แพร่งพรายให้ใครรู้ด้วยว่าเราจะขึ้นภาษีบุหรี่และสุราเพราะไม่อย่างนั้น จะเกิดการกักตุน ผมเชื่อว่าท่านเกียรติ สิทธีอมร ก็มีความเข้าใจเรื่องบุหรี่ดี ในมุมที่เป็น การทำงานตรงนี้นะครับ คำว่าเขาในที่นี้หมายถึงสังคมโดยรวมรับได้ว่าหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในการดำเนินงานบางสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ให้เกิด การกักตุนเป็นอย่างไร ในอดีตนั้นในสมัยที่ประเทศไทยใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ผูกโยงกับ อัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลสำคัญ ถ้าท่านไปถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเวลาที่ เศรษฐกิจยอบแยบ ถามว่าจะลอยตัวค่าเงินบาทไหม จะลดค่าเงินบาทไหม คำตอบที่ ท่านรัฐมนตรีเหล่านั้นจะตอบก็คือไม่ แต่เมื่อถึงเวลาที่มีความจำเป็นแล้วไม่มีทางเลือกอื่น ท่านก็ต้องทำอยู่ดี ดังนั้นผมเพียงแต่เรียนเรื่องเหล่านี้นะครับว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะมา เที่ยวอนุญาตให้ใครพูดจาไม่จริงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนตน ท่านเองพูดเองเรื่องประโยชน์ส่วนตน การชี้แจงดังกล่าวของผมนี่เป็นเพียงเพื่ออธิบายความ ดังนั้นขออนุญาตยืนยันว่าไม่มี เขาไม่ว่าผู้หญิง ไม่ว่าผู้ชาย ไม่ว่าใครที่ท่านจะพยายามไปโยงให้ถึง และการพูดจาเจตนาที่จะไปโยงให้ถึงคนบางคนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ใช่วิสัยของผมด้วย เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพขออนุญาตเรียนยืนยันว่าหน้าที่ของรัฐบาลนี้ในการดำเนินการ กันต่อไป ความจริงที่เป็นข้อมูลที่ปรากฏจะไม่เคยถูกบิดเบือนและไม่เคยถูกโกหก การดำเนินการเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นโดยทั่วไปขณะนี้ส่งผลเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไม่ใช่เรื่อง ที่ใครจะเที่ยวนึกอยากขึ้นมาทำเรื่องอะไรกันเป็นการเฉพาะ ผมเองมีหน้าที่ยืนยันว่าผมจะใช้ มาตรฐานความจริงใจนี้ในการทำงาน และแน่ใจว่าการดำเนินการต่าง ๆ เป้าหมาย ร้อยละ ๑๕ ในการส่งออกทุกคนทำงานกันอย่างนั้นจริง ๆ ซึ่งรวมถึงตัวผมด้วย
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านหมดเวลาตอบแล้วครับ ไปกินเวลาของท่านชูวิทย์ ไม่ได้แล้ว ท่านเกียรติครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านชูวิทย์ก็จะไม่ได้ออกถ่ายทอดสดแล้วนะครับ ก็ให้คนละ ๑๐ นาทีท่านทั้งสองใช้เวลาเกินทั้งคู่ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านชูวิทย์ครับ เดี๋ยวท่านชูวิทย์ก็จะไม่มีโอกาสถ่ายทอดสด เวลาในการถ่ายทอดสดคนละ ๑๐ นาที เดี๋ยวท่านขออนุญาตหลังคุณชูวิทย์ได้ไหมครับขอให้ท่านได้ถ่ายทอดสดก่อน
ท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ๑ นาทีเท่านั้นเอง เพราะเมื่อกี้ท่านไปโยง บางประเด็นที่เกี่ยวข้องว่าโยนเรื่องว่าเขาคือประชาชนรวมทั้งพวกผมด้วย อันนี้ผมถือว่า พาดพิงเลยครับ เขาคือสังคมเลยครับ ไม่มีประชาชนคนไหนที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่เลือกผู้แทนราษฎรมาแล้วอนุญาตให้โกหกครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๐ ส. เรื่อง ความมั่นคงตามแนวชายแดน (นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง)
เชิญท่านชูวิทย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย ผมดีใจเป็นอย่างมากที่ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง มาทัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอให้เจ้าหน้าที่เปิดคลิป วิดีโอ (Clip video) ชุดที่ ๑ ผมมีมาฝาก ๓ ชุด ชุดที่ ๑ แสดงถึงความทุจริต ตำรวจอีกเช่นเคย แต่ไม่ใช่ตำรวจนครบาล ไม่ใช่ตำรวจภูธร เที่ยวนี้ เป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตามระเบียบกรณีเพื่อท่องเที่ยวชาวต่างด้าวอนุญาตให้เข้าได้ ไม่เกิน ๓๐ วัน การเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ๓๐ วันแล้วต้องออกไปใหม่ครับ ออกไป จะผ่านด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อไปประทับตราแถบเขมร ปอยเปต แล้วกลับเข้ามาอีก ตรงนี้ดูสิครับว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเขาหากินกันอย่างไร แล้วอย่างนี้ ท่านเฉลิมต้องรับผิดชอบดูแลว่าทำไมไปปล่อยปละอย่างนี้ ด่านที่จังหวัดสระแก้วมีคนเข้าออก เป็นต่างด้าวกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อปี สายชาวลาวผมส่งเข้าไป แล้วในคลิปจะเห็นเข้าไป ช่องนี้เขาปฏิเสธ เฮ้ย ไม่ได้ ๆ ออกไป ๆ เสร็จออกไปจ่ายสตางค์ โทรศัพท์บอกให้เข้าช่อง ๖ เขาได้ปรู๊ด ปรู๊ด ปรู๊ด เป็นฟาสท์ แทรค (Fast track) เลย ขอให้เจ้าหน้าที่เปิดคลิป วิดีโอ อย่างด่วนเลยครับ เดี๋ยว ร้อยตำรวจเอก เฉลิมติดภารกิจ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว บริเวณนี้ประเทศไทยอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาท่องเที่ยวได้ไม่เกิน ๓๐ วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa) เมื่อครบ ๓๐ วันจะต้องเดินทางออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แล้วกลับเข้ามาใหม่ในวันเดียวกันเช่นเดินทางไปที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว แล้วก็กลับเข้ามาเช่นตัวอย่างด่านปอยเปต แต่การกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่งนี่ดูสิครับเขาจะให้ อีก ๓๐ วัน แต่ว่าจะเข้าได้ต้องจ่ายสตางค์อย่างไร อันนี้เพื่อไม่ให้เห็นว่าเป็นคลิปเก่านะ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ นี่เอง ช่วงโอลิมปิก (Olympic) อันนี้เป็นบทสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่ ตม. กับสายชาวลาวของผม เข้าไปช่องที่ ๕ ตอนนี้เข้าไปเพื่อจะไปขอออกไปฝั่งเขมรให้ไปเข้ามาใหม่ พูดง่าย ๆ ว่าปฏิเสธไม่ให้เข้าแล้ว ก็ต้องออกไปติดต่อนายหน้าข้างนอก นายหน้าด้านนอกนี่ ก็ยืนรอกันครับ เมื่อเจอนายหน้าแล้วสายชาวลาวคนนี้ก็ต่อรองราคากับนายหน้า ๕๕๐ บาท ไปไส จ่ายให้ ตม. แต่เพื่อความแน่ใจสายก็ส่งโทรศัพท์บอกเจ้าหน้าที่ ตม. ไปที่ช่อง ๖ เท่านั้น ช่อง ๖ ช่องเดียว แล้วเที่ยวนี้ดูสิครับไปช่อง ๖ แล้วเป็นอย่างไร รอบ ๒ เข้าช่อง ๖ ฟาสท์ แทรค อีซี พาส (Easy pass) ผ่านเลย ไม่ถามแล้วครับเที่ยวนี้ เมื่อผ่าน ออกไปก็เอาพาสปอร์ต (Passport) ไปให้นายหน้าอีกทีหนึ่ง นายหน้าก็จะนำไปที่ฝั่งเขมร โดยที่ผู้ถือพาสปอร์ตไม่ต้องไป ไปเดินวนสะพานนี้ ไปเดินวนสะพานกลับมาฝั่งไทย ตรงนี้แผนผังให้เห็นว่าอาคารออกแล้วไปรออยู่บริเวณนั่งรอเพื่อรอพาสปอร์ตไปจ็อบ ทางฝั่งเขมรแล้วนำกลับมาให้ เดินวนกลับครับ บรรดาโสเภณีลาวที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ทำแบบนี้อยู่ ๓๐ วันไปจ็อบเสีย ๖๕๐ บาทให้กับนายหน้า ๒๕๐ บาทเขมรเอาไป ๓๐๐ บาทไทยได้ กลุ่มต่างด้าวทั้งหมดนั่งรอ ก็ไปยื่นช่อง ๖ อีก เพราะว่าจ็อบฝั่งเขมรมาแล้ว รับพาสปอร์ตจ่าย ๖๐๐ บาท นำพาสปอร์ตไปประทับตราอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้อยู่ต่ออีก ๓๐ วัน เรียนให้ทราบก่อนว่าด่านนี้มีชาวลาว ชาวเขมร ชาวพม่าปีละกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ถ้า ๕๐๐,๐๐๐ คนนี้คูณ ๓๐๐ บาท ๑,๕๐๐ ล้านบาท รายได้ผลประโยชน์มันถึงเยอะนี่เอง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่ง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ดูคลิปนี้แล้วจะเห็นได้ว่า รายได้ชัดเจนว่าต้องไปที่ไหนที่หนึ่งเพราะมันเข้าช่อง ๖ ไม่ได้ พอเข้าช่อง ๖ ปรู๊ด ปรู๊ด ปรู๊ด ตามที่นายหน้าพูดเป๊ะ ๆ เลย ผมจึงมีคำถามถามท่านว่าท่านจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ให้หมดไปในการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) จำนวนคนกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คนที่ผ่านด่านนี้ แปลกมากทั้ง ๆ ที่ติดกับชายแดนเขมร แต่คนเขมรเข้าออกน้อย คนเขมรเข้าออก ๑๒๐,๐๐๐ คน คนลาว ๓๐๐,๐๐๐ บาท มีคนลาว ๓๐๐,๐๐๐ คน ทั้ง ๆ ที่ติดเขมร เดี๋ยวผม จะให้ดูคลิปถัดไปว่าคนเขมรใช้เส้นทางไหน ตอนนี้ผมขอถามท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เสียก่อนว่ากรณีแบบนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปล่อยปละละเลยให้เจ้าหน้าที่ เรียกเก็บเงินจากผู้ที่เข้ามา จะเป็นแรงงานต่างด้าวก็เถอะ แต่การไปเรียกเก็บเขาโดยให้ นายหน้าผ่านไป แล้วก็มาย้อนกลับเข้าช่องใหม่แล้วผ่านปรู๊ด ๆ เลย ความมั่นคงมันจะมี หรือครับ ยังไม่ได้พูดนะครับว่าตราประทับปลอมก็มีครับ เพราะตามระเบียบ ๗๗๗/๒๕๕๑ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบอกไว้ว่าให้อยู่ติดต่อกัน ๓ ครั้ง ๙๐ วัน ไม่เกิน ๖ เดือน แล้วมันมีตราประทับปลอม คือจะได้ไม่ให้รู้ว่าประทับแล้วมันมาจากเจ้าหน้าที่คนไหน อันนี้ขอภาพถัดไป ขอบคุณครับ
ถามคำถามที่ ๑ ใช่ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ผมเดินทางมานี่ผมคิดว่าไม่ทันก็ขอเลื่อน เสียงคุณชูวิทย์พูดผมก็เร่งรถ ท่านประธาน และคนทั้งประเทศรู้หมด นักการเมืองอย่างผมมันชอบสภา ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ผมไม่เคยหลีกเลี่ยงสภา ชอบที่คุณชูวิทย์เอาวิดีโอ (Video) มาเปิดนี่ เนื้อหาสาระคนเป็นพนักงานสอบสวน คนเป็นอัยการ คนเรียนกฎหมายพิสูจน์ได้ว่าใครผิด ผมไม่ปฏิเสธทุจริตหรือไม่ทุจริตมีหรือไม่ แต่คุณชูวิทย์ไปคิดของคุณชูวิทย์เอง แล้วผมก็ไม่ได้ปกป้องลูกน้อง แล้วก็ไม่มั่นใจว่าคลิปนี้ สมัยไหน ผมจะสอนคุณชูวิทย์เอาบุญ ออกไปนอกประเทศนี่ก่อนผมมามีการทำ เข้ามาอยู่ใน ราชอาณาจักรไทย ๓๐ วัน แล้วนักท่องเที่ยวเอาพาสปอร์ตไป ไปแสตมป์ (Stamp) ออก แสตมป์เข้าโดยตัวนักท่องเที่ยวไม่ต้องไป เขาโกงกันอย่างนั้น เขาหากินกันอย่างนั้น พอผมมาผมบอกไม่ได้เอาตายเลยนะ ถ้าจะออกต้องออกด้วยตนเอง ถ้าจะเข้าต้องเข้า ด้วยตนเอง ไม่มีหรอกครับลักษณะอย่างนี้ ถ้ามีเมื่อก่อนผมไม่ทราบ ผมย้ำอีกครั้ง พอมาอยู่ เมืองไทย ๓๐ วัน เมื่อก่อนมันหากินกัน เอาพาสปอร์ต ๕๐๐ ฉบับ ๖๐๐ ฉบับ ๑,๐๐๐ ฉบับ ใส่กระเป๋าออกไปชายแดน ออกไปเสร็จแสตมป์ออก แสตมป์ อิน (Stamp in) แล้วก็หากิน ผมมาผมบอกไม่ได้ อย่างนี้โบราณ ไม่มีหรอก นั่นเรื่องที่ ๑ ที่ถาม
เรื่องที่ ๒ คุณชูวิทย์อาจจะไม่ได้ติดตามสถานการณ์รัฐบาลชุดนี้ มัวไปตาม เรื่องบ่อนการพนัน โสเภณีที่อำเภอหาดใหญ่ สถานการณ์รัฐบาลชุดนี้ไม่มีหรอกครับ แรงงานจะต้องหลบซ่อน เพราะเขาเปิดให้พิสูจน์สัญชาติเข้ามาทำงานได้เลย ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า และประเทศลาว เราเปิดศูนย์พิสูจน์สัญชาติ ๗ ศูนย์ ผมเห็นญัตติคุณผมอยากร้องไห้ แรงงานเถื่อนไม่มีแล้วครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เมื่อก่อนแรงงานเถื่อนมี นายจ้างข่มขู่คุกคาม แต่ปัจจุบันเราให้สิทธิ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบหมายผมให้สิทธิใครมาพิสูจน์สัญชาติทำงานได้ ลูกเมียเข้ามาได้ ลูกเรียนหนังสือได้ เอาภรรยามาอยู่ได้ แล้วได้สิทธิพิเศษ อย่าโบราณครับ แรงงานเถื่อนมันไม่มีแล้ว ไปเอามาสมัยไหน นี่เขาทำเสร็จเมื่อ ๖ เดือนที่แล้ว ท่านบอกต่อตอนผมมาได้ยินว่าท่านพูดถึงเรื่องบ่อนอ๊อดใต้ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง บ่อนอ๊อดใต้พูดตั้งนานไม่จับ ผมขออนุญาตใช้เวทีสภา ซึ่งเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้านักการเมืองคนไหน ไม่ว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากินกับบ่อนการพนันขอให้มันวิบัติ ให้หายนะ อย่าได้ผุดได้เกิด ติดคุกติดตะราง ให้ตายในคุก ตอบคำถามแรกครับ
เชิญท่านชูวิทย์ คำถามที่ ๒ ครับ
ดีครับ เมื่อท่านพูดอย่างนี้ เดี๋ยวได้รู้กันว่าแรงงานเถื่อนมีไหม แล้วเดินทางมาอย่างไร ท่านประธานดูคลิปที่ ๒ เส้นทางนี้ เขาเรียกว่าเส้นปอยเปต-อ่อนนุช ขึ้นที่ปอยเปตลงที่อ่อนนุช ไม่ต้องผ่าน ตม. พกยาเสพติด เข้ามา ที่ท่านปราบ ๆ นี่แหละ ที่ปีที่แล้วจับได้ ๕๐ กว่าล้านเม็ด ปีนี้ถึงเดือนสิงหาคม ๖๐ กว่าล้านเม็ด ขบวนการลักลอบสายปอยเปต-อ่อนนุช ตรงนี้เป็นแผนผังตลาดเบญจวรรณ เส้นสีแดงคือเส้นแบ่งเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ตรงวงกลมนั่นคือจุดลักลอบ ซึ่งสามารถเดินทางจากเขมรที่ปอยเปตโผล่มาฝั่งไทย ขึ้นรถกระบะมาลงอ่อนนุช ขึ้นบีทีเอส (BTS) มาลงสยามพารากอน บริเวณตลาดปอยเปต ขอให้แน่เถอะครับว่ามันไม่มี ไม่ต้องบอกบุญผม ผมรับไม่ได้ สตาร์เวกัส รถตู้ ใจกลางปอยเปตใช่ไหมครับ ตำรวจเขมรหรือเปล่าตรงนั้น แล้วจะบอกให้เอาบุญ ตรงไป ๆ ขับตรงไปหน่อยแล้วเลี้ยวขวา ไม่ได้ไปภาคอีสานนะ เลี้ยวขวาเลี้ยวไปโผล่ที่ตลาดเบญจวรรณฝั่งไทย บริเวณนี้ที่มียาเสพติดจำนวนมาก ร้อยตำรวจเอก เฉลิม จับไป จับไม่หมด ยิ่งจับยิ่งเพิ่ม ไม่รู้จับไปก็พวกนี้แหละครับ ขนใส่รถมอเตอร์ไซค์แบกใส่เป้มาทีละ ๑๐๐,๐๐๐ เม็ด ๒๐๐,๐๐๐ เม็ด เข้าซอกตึกนี่เองครับ ไม่ได้ไกล พอเข้าซอกตึก เดินเข้าไป เดินเข้าไปข้ามคลองนิดหนึ่ง พาเหรดกันตอนนี้ บอกไม่มีได้อย่างไร ถ้าไม่มีไม่ผ่าน ตม. ทำไมไม่ผ่าน ตม. ลอดอุโมงค์จำให้ดีนะ อุโมงค์ต้นไผ่ ดูแล้วจำให้ดีเดี๋ยวหาว่าผมตัดต่อ ขนาดเอาหนังสือพิมพ์โชว์ เอะอะก็บอกคลิปตัดต่อ เอะอะก็บอกคลิปเก่า เข้าดินแดนไทยแล้ว ผ่านทหารอะไร ทหารพราน ทหารพรานเดี๋ยวพูดว่าอย่างไร เดี๋ยวดูเอาแล้วกันว่ามี ไม่มี เอาเด็ก ๒ คน เด็กขนาดไหน สำเนียงเหมือนใครในสภานี้ไม่รู้ เข้าออกกันความมั่นคงมีไหม บอกก่อสร้าง แค่นี้ถ้าอย่างนี้ผมก็ขนยาเสพติดมาได้สิ ไม่เห็นต้องผ่าน ตม. นี่ ไหนเมื่อกี้บอกเอาบุญ บอกมีโน่นมีนี่ นี่ก็เดินผ่าน แพค (Pack) ข้างหลังอาจจะมียาเสพติด ตรงนี้ไปขึ้นที่หลัง สภ. คลองลึก รถกระบะคันนี้มาจอดที่ ตลาดอ่อนนุชเสีย ๓,๐๐๐ บาท ถึงอ่อนนุชอยากจะมาสยามพารากอนขึ้นบีทีเอสถึงเลย ปัจจุบันเขมรจำนวนมากลักลอบมาพร้อมกับสินค้าเถื่อน ยาเสพติด อาวุธเถื่อน เขมรมุสลิม เข้าออกเดินพาเหรดกันเข้า การป้องกัน ความมั่นคงมีหรือเปล่าครับ ผมไม่อยากจะฝอย ไม่อยากจะพูดเรื่องบ่อนการพนัน เพราะพูดไปแล้วก็ไม่มีน้ำยาไปปิดเขาได้ คนไหนที่เอา ก็ขอให้มันตกนรกหมกไหม้เถอะ เอาสิครับ ลองตอบดูสิครับบอกไม่มี ก็นี่เดินได้นี่ครับ ท่านจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงนี้อย่างไรตอบเลยครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ถ้านักการเมืองในสภาคนไหนหากินจากบ่อนการพนัน หรือแม้กระทั่งตัวผมเองขอให้หายนะเจ็ดชั่วโคตร อย่าได้ผุดได้เกิด ถ้าใครรับเงินจากบ่อนพนัน ผมฟังคำอภิปรายของคุณชูวิทย์ถ้าคนไม่รู้ได้แค่มัน สนุก เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ กระผมไม่ได้มาใช้อารมณ์หรอก ถ้าไม่มีความรู้วันหลังไปศึกษาให้ดีกว่านี้ ยาเสพติดเข้ามา ๘ จังหวัด ภาคเหนือประมาณ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ หนักที่สุดในจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดเชียงใหม่ หนักที่สุดอำเภอแม่สายตรงสามเหลี่ยมทองคำ ลำน้ำสบสาย อำเภอปางมะผ้า บ้านป่ากุ๊ก ผมเพิ่งกลับมาเมื่อ ๒ สัปดาห์ รองลงมาอำเภอแม่จัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองเขาช่วย ยาเสพติดนอกจากเข้าทาง ภาคเหนือ ๘๓ เปอร์เซ็นต์แล้ว อีก ๑๗ เปอร์เซ็นต์เข้าทางภาคอีสาน ทางเขมรไม่มีหรอกครับ เป็นแสนเม็ด น้ำเน่าไม่เคยมีสถิติจับได้ แต่ถามว่ามีบ้างไหม ผมก็ยืนยันว่ามีบ้าง แต่ผมไม่ได้ไปแอบค้าด้วยนะครับ ผมไม่สกปรก ไม่ชั่ว ไม่เลว โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ ผมไม่ทำ เราก็ดักตามเส้นทาง ภาคอีสาน ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ก็มีอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดหนองคายเท่านั้นละครับ ที่เข้ามา หนักที่สุดในภาคอีสานที่จับได้ ๖๒๐,๐๐๐ เม็ด ทางประเทศกัมพูชายังไม่เคยมีสถิติการจับ ผมไม่ได้จับ ๓๐ กว่าล้านเม็ดนะครับ ถึงวันนี้ผมก็ไม่ได้จับสักเม็ดเดียว แต่เจ้าหน้าที่ เขาจับได้ ๗๖ ล้านเม็ด ก็คุณบอกว่าเข้ามาเป็นหมื่นเป็นแสน แล้วเห็นบอกว่า เอาเด็กมาทำงาน ๒ คน มันไปขัดแย้งกับตัวเลข ผมจะเรียนท่านประธานว่าเช้า ๆ คนกัมพูชา เขาจะเข้ามาซื้อของจากบ้านเราที่ตลาดโรงเกลือ คนของเราออกไปน้อย คนของเขาเข้ามาเยอะ ถามว่าผมจะรับได้ไหมว่าไม่มีการทำผิด ไม่มีทางครับ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน แต่เมื่อมันมี ข้อเท็จจริงที่จะดำเนินการเราก็ต้องดำเนินการ ผมทำงานแบบผู้บริหาร ผมไม่ได้ทำงาน แบบเจ้าของอาบ อบ นวด การเมืองไม่มีใครกลัวใครครับ ความสุจริตใจเป็นตัวตั้ง ถามว่ายาเสพติดเข้ามาผมจับไหม จับสิครับ ดำเนินการสิครับ ผลงานออกมาพี่น้องประชาชน ชื่นชมชื่นชอบ เอาละคลิปที่ออกมาใครอาจจะเชื่อคุณชูวิทย์โดยสนิทใจ แต่ผมเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่มั่นใจครับ ก็คนบางคนไม่มีใครจับตัวไปเรียกค่าไถ่ยังสร้างสถานการณ์ คนบางคนนี่ครับ ทำธุรกิจ อาบ อบ นวด ไปซื้อถุงยางอนามัย ศาลฎีกายึดทรัพย์ตามความผิดมูลฐานของ ปปง. คนบางคน มีพฤติกรรมอะไรต่าง ๆ นานา ผมกราบจริง ๆ กราบหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ยื่นญัตติ ไม่ไว้วางใจกรุณาใส่ชื่อผมตามที่คุณชูวิทย์ขอร้องด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง การเมืองมันถึง เวลาแล้วครับ ณ วันนี้ยุคโกลบะไลเซชัน (Globalization) ผมยืนยันว่ายาเสพติดเข้ามามีไหม ทางเขมรก็อาจจะมี แต่ไม่ใช่เส้นทางหลักอย่างที่คุณชูวิทย์อภิปราย อภิปรายเอามัน ไม่รับผิดชอบ ผมตอบก็ได้ ไม่ตอบก็ได้ คำถามที่ ๓
ท่านชูวิทย์ครับ ผมขออนุญาตให้ท่านอีก ๑ นาทีแค่นั้นเองนะครับ
ท่านประธานครับ ต้องพูดครับ เมื่อกี้พาดพิงผม เรื่องเก่าทั้งนั้น ท่านประธาน ผมก็ชอบมาสภา เพราะผมมาสภา ผมเจอคนโกหกเยอะ อย่าว่าแต่นอนยันเลยครับ ตีลังกายันผมก็ยอมครับ ไม่รู้ว่า ใครชอบเล่นการพนัน ลองสาบานสิครับว่าไม่ชอบการพนัน ไม่เคยเล่น ไม่เคยเป็นเจ้าของบ่อน ผมก็ไม่เคยครับ ผมเป็นเจ้าของอาบ อบ นวด เด็ก ๔ ขวบก็รู้ เสียภาษี เอาอย่างนี้ท่านประธาน อย่าไปต่อล้อต่อเถียงเลยมันเหม็นน้ำลายเปล่า ๆ ขึ้นคลิปที่ ๓ ดูดีกว่า แล้วจะดูว่ามีจริงหรือเปล่า ของผมของแท้ทั้งนั้น ดูสิครับเส้นทางนี้ผมอาจจำเป็นต้องใช้ก็ได้ ใคร ๆ ในนี้ก็อาจจะ จำเป็นต้องใช้ ใครไปประเทศกัมพูชาไม่ต้องผ่าน ตม. เหมือนเดิม อรัญประเทศ-ปอยเปต อย่าไปพูดเรื่องเก่า เอาเรื่องใหม่ดีกว่า ตรงนี้แผนผังเดิมครับ ตลาดเบญจวรรณ เส้นขีดแดงนั้น เป็นแดนไทย-กัมพูชา วงรอบนั้นจุดลักลอบ ผมอยู่ประเทศไทยผมข้ามไปประเทศกัมพูชาได้ โดยไม่ต้องผ่าน ตม. เดี๋ยวบอกไม่ใช่ของจริงอีก เดี๋ยวบอกคลิปเก่าอีก เดินเข้าไปศูนย์การค้า อินโดจีน ตรงนี้ละครับ เส้นทางที่จะเดินจากประเทศไทยไปเขมร ผมไม่รู้ว่าใครใช้บ้างเส้นนี้ เดี๋ยวบอกไม่มี เดี๋ยวก็บอกอย่างนั้นเดี๋ยวก็บอกอย่างนี้ ไม่ค่อยได้เตรียมข้อมูลกระมัง อยู่บริเวณหลังตลาดทรัพย์สมบูรณ์นี่เอง ลองไปเดินดู หลังตลาดทรัพย์สมบูรณ์ตรงไป ตรงไปครับ แล้วก็เลี้ยวขวา ผมจะเรียนให้ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง จะมาบอกว่าไม่มี ก็ทำไมรัฐยิ่งจับยาเสพติด ทำไมยิ่งจับยิ่งเพิ่ม ยิ่งจับยิ่งเยอะ ปี ๒๕๕๓ จับได้ ๕๔ ล้านเม็ด ปี ๒๕๕๕ จับถึงเดือนสิงหาคมได้ ๖๐ กว่าล้านเม็ด จะไปบอกที่นั่นไม่มี ผ่านบริษัท อรัญขนส่ง ป้ายอยู่ขวามือตรงนี้ จะเห็นได้ว่ามีบริษัท อรัญขนส่ง ตรงไปครับ เอาให้ดูอีกบอกคลิปเก่า ก็นี่โอลิมปิกเพิ่งจบไปเดือนเศษ ๆ นี่เอง ชัดเสียไม่รู้จะชัดอย่างนี้ บางคนมันพูดปากเปล่า ไม่มีหลักฐาน ผมพูดเท่าไรต้องมีคลิปมาทุกที แล้วบอกไม่มี แล้วพวกนี้อะไร พวกนี้อะไร พวกนี้ใช้แรงงานหรือ พวกนี้ต้องใช้พาสปอร์ตหรือเปล่า ผ่านทหารพรานอีก ฐานทหารพราน ฐานเดิมครับ ไปผ่านจุดเดิมอีก อุโมงค์ต้นไม้ไผ่ เดี๋ยวก็ผ่านข้ามสะพานไป มัวแต่ไปโยกย้ายทหาร มาดูตรงนี้ดีกว่า สำคัญกว่าเยอะ เดินผ่านอุโมงค์เดิมอีก เอาอีกแล้วผ่านที่เดิม หลักฐานไม่มี พูดปากเปล่า ผมมีคลิปมาฝาก วันหลังหัดทำคลิปมาบ้าง ทางเดียวแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา เข้าประเทศกัมพูชาแล้ว เข้าแล้ว ไปใกล้ครับ เดินผ่านสี่แยกรัชดาไปลาดพร้าวไกลกว่า รถติดกว่า เข้าแล้ว ตรงนี้ทหารเขมร ลอดหน่อย ลอดกำแพง เดี๋ยวดูสิลอดกำแพงแล้วไปโผล่ที่ไหน ท่านประธานครับ ผมไม่ถามเยอะ เพราะผมรู้ว่า ร้อยตำรวจเอก เฉลิมตอบไม่ได้ แกรู้ทุกเรื่อง แต่เรื่องที่ควรรู้แกไม่รู้หรอกครับ มอเตอร์ไซค์ ๒๐ บาทไปตลาดกลับปอยเปตเลยครับ เมื่อกี้ผมอยู่ตลาดเบญจวรรณอยู่ดี ๆ ผมเดินไปตลาดปอยเปตแป๊บเดียว แล้วอย่างนี้ ความมั่นคงมีหรือ ตลาดปอยเปตแล้ว ถามสั้น ๆ ความมั่นคงของประเทศอยู่ที่ไหนครับ
เชิญท่านเฉลิมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเคารพหลวงปู่ไปล่ ผมเคารพหลวงปู่เอี่ยม ผมเป็นคนไหว้พระ ยึดมั่นคุณธรรม ผมขออ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมเอ่ยถึง ถ้าไอ้นักการเมือง คนไหนในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือใครก็ตามเป็นเจ้าของบ่อน กับหากินกับการพนัน ได้เงินจากบ่อน สาธุ ขอให้วิบัติ ให้ฉิบหายเจ็ดชั่วโคตร ผมยืนยันกับท่านประธาน คุณชูวิทย์ ไม่มีความรู้ ไม่มีความรู้จริง ๆ ครับว่าจับยาเสพติดทำไมยิ่งจับยิ่งมีมาก ผมจะบอกให้เอาบุญ นายชูวิทย์ ยาเสพติดผลิตในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ถ้าผมปราบไม่ดีประเทศจีน เขาไม่เชิญผมไปหรอกครับ แล้วนี่เขายังเชิญผมไปอีก จากท่าเรือกวนเหล่ย ผ่านเมืองพง เข้าตรงพระองค์ใหญ่ นั่นส่วนหนึ่ง ตรงสามเหลี่ยมทองคำส่วนหนึ่ง ผมไปมา ๒ สัปดาห์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองเขารายงานว่าผลิตค้างสต็อกไว้อีก ๕๐๐ ล้านเม็ด คุณรู้เสีย อย่ามาทำปัญญาทึบ ๕๐๐ ล้านเม็ด ผมสกัดสารซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ได้เรียบร้อย ปรากฏขณะนี้สารซูโดอีเฟดรีนเข้าจากประเทศเวียดนามมาที่ประเทศพม่า นอกประเทศครับ แต่ผมจะเอาไปทำอย่างไรได้ แต่ยืนยันว่าเขมรไม่มีแหล่งผลิต เมืองไทยไม่มีแหล่งผลิต เราต้องรับทุกข์ทรมานเพราะเรามีกำลังซื้อ คุณบอกทหารพราน ตำรวจว่าทุจริต เขาทุจริตอะไรครับ ก็คุณเอาอุโมงค์ลอดใต้ อะไรต่าง ๆ พฤติกรรมเดียวกับ พลเอก นะคำมวย พฤติกรรมคุณ ผมเรียนตรง ๆ ชูวิทย์ ผมไม่มีอารมณ์ พูดจากใจจริง คนอื่นอาจจะกลัวคุณแต่ไม่ใช่ผม ไม่ใช่หรอกคุณชูวิทย์ เปิดสนามหลวงคนละซีกก็ได้ เอาเลยข้างโบสถ์วัดพระแก้วเอาเลย การเมืองมันต้องแตกหัก คุณอาจจะอย่างนั้นอย่างนี้ คิดว่าใครเขากลัวคุณ ไม่ครับ ผมไม่กลัว แล้วไม่เคยให้ราคาคุณด้วย ผมตอบคำถามที่ ๓ ครับ
ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ท่านมีอายุแล้ว ปลุกอย่างไรก็ไม่ขึ้น ท่านปลุกลำบากครับ เพราะเรื่องที่ท่านเมื่อกี้พูดปาว ปาว ปาว ผมฟังไม่รู้เรื่องว่าท่านพูดเรื่องอะไร เดี๋ยวสาบาน เดี๋ยวพูดปุ๊บ เดี๋ยวสาบาน สาบานต้องไป วัดพระแก้วโน่น มาที่นี่มันสาบานไม่มีใครเชื่อหรอกครับ ผมก็สาบานได้ครับ ก็ขอให้ใคร มันฉิบหายเป็นไปแล้วกันถ้าใครคนไหนชอบเล่นการพนันแล้วไปเปิดบ่อน ผมก็พูดได้ แต่ผมไม่ได้พาดพิงใคร ท่านประธานครับ เรื่องที่พูดเมื่อกี้นี้มันเป็นเรื่องของความมั่นคง ผมไม่ได้กล่าวพาดพิงท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม เลยสักเล็กน้อย ไม่รู้ว่าแกโกรธผมมาจากไหน ไม่รู้เรื่องลูกชายแกหรือเปล่า ผมไม่รู้เลยว่าแกโกรธผมเรื่องอะไร ก็ผมพูดเรื่องความมั่นคง ผมพูดเรื่องเขมรเข้าไทย ไทยเข้าเขมร ในคลิปก็เห็นอยู่ วันที่ผมก็ถ่ายให้ แกมาด่าผม ฉอด ฉอด ฉอด ไม่รู้ว่าแกอารมณ์เป็นอย่างไร สงสัยอายุมากแล้วอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ผมนี่เคารพท่านนะ แต่ผมพูดถึงความมั่นคงของประเทศ ผมพูดถึง ตม. ที่รับ ๖๐๐ บาท ไปเข้าแต่ช่อง ๖ ช่อง ๖ แล้วช่องอื่นทำไมมันเข้าไม่ได้ ผมไม่พูดเยอะหรอกครับ ประชาชนเขาดูอยู่ แล้วผมเชื่อว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจมันแน่ ๆ เอาแค่นี้แหละครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านเฉลิมเชิญครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ก็คุณชูวิทย์เป็นคนอย่างนี้ เกี่ยวกับลูกชายผมหรือเปล่า พูดให้ชัดสิ อย่างไร คุณก็พูดสองแง่สองง่าม ลูกชายผมจบปริญญาตรีทางกฎหมาย ปริญญาโท ทางรัฐศาสตร์ เคยเป็นนายทหารแล้วก็มีปัญหา ออกไปแล้วกลับมา วันนี้เป็นนายตำรวจ ยศร้อยตำรวจโท ไม่เคยหากินกับซ่อง ไม่เคยถูกยึดทรัพย์จากการค้าน้ำกาม กรุณานิดเถอะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ใส่ชื่อผมหน่อยในญัตติไม่ไว้วางใจ ผมจะได้เอาคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๑๘๐๐/๒๕๕๔ มาอ่านให้เพื่อนสมาชิกฟัง มาอ่านให้สังคมไทยฟังว่าใครเป็นผู้คัดค้านที่ ๑ ค้าน้ำกามอย่างไร สั่งซื้อถุงยางอนามัยอย่างไร ผู้หญิงมีประจำเดือนก็ยังบังคับขู่เข็ญอย่างไร เชิญเถอะครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ช่วยผมด้วย ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปนะครับ ผมไม่อนุญาตทั้งคู่ครับ ตอบโต้กันไปมาไม่ได้ท่านชูวิทย์ ไม่แล้วครับ พอแล้วครับ พอทั้งคู่ครับ พอแล้วครับท่านชูวิทย์ครับ พอแล้วครับตอบโต้กันไปมา ไม่ได้ครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ไปเรื่องกระทู้ถามทั่วไปแล้วครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๓ เรื่อง การจัดตั้งมหาวิทยาลัยอันดามัน จังหวัดกระบี่ (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านสาครครับ คืออย่างนี้ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งมาว่าได้เดินทางไปต่างประเทศนะครับ ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นกระทู้ถามของคุณสาครขอเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า ท่านสาครครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะเรียนถาม ท่านประธานว่าในกรณีที่ท่านรัฐมนตรีไม่อยู่ จะเลื่อนนี่จะเลื่อนไปอาทิตย์หน้าหรือว่า จะเลื่อนไปกี่อาทิตย์ ไม่ทราบว่าทางท่านรัฐมนตรีได้ยืนยันมา หรือว่าจะเลื่อนอาทิตย์หน้า หรือจะเลื่อนไปหลายอาทิตย์ครับ อยากทราบคำตอบ ส่วนตัวแล้วก็ไม่มีปัญหาที่จะเลื่อน แต่อยากจะทราบ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสาครครับ ความจริงท่านรัฐมนตรีไปต่างประเทศได้มอบรัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบ แต่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็ทำหนังสือลาป่วยมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอาทิตย์หน้าตอบได้ครับ แล้วผมจะประสานให้
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๐๐ เรื่อง ปัญหาการต่อสัญญาครูอัตราจ้าง ตามโครงการไทยเข้มแข็ง (Sp2) (นายสมคิด เชื้อคง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีได้ไปต่างประเทศเหมือนกัน ก็เลื่อนกระทู้ถามนี้ไป
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๐๒ เรื่อง การดำเนินงานโครงการรับจำนำ สินค้าเกษตรของรัฐบาล (นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขอบพระคุณทางท่านประธานสภานะคะที่ได้นำเรื่องโครงการ รับจำนำสินค้าการเกษตรเข้าสู่การประชุม ก่อนอื่นพวกเราต้องยอมรับว่าประเทศไทยเรา เป็นประเทศเกษตรกรรม มีพี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวไร่ชาวนาเป็นจำนวนมาก แต่วันนี้เกษตรกรชาวไร่ชาวนาของเราต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องต้นทุนการผลิตสูง เกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกร ทั่วทั้งประเทศ แต่ทางรัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ตระหนักถึงความสำคัญเรื่องนี้จึงได้เกิดโครงการรับจำนำสินค้าการเกษตรขึ้นมา ซึ่งทางรัฐบาลนี้สินค้าตัวแรกที่นำเข้าโครงการคือการรับจำนำข้าวนาปี พ.ศ. ๒๕๕๔/๒๕๕๕ และนาปรัง พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งทำให้พี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก แล้วก็ดีใจ ที่ทางรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีไม่ทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกร แต่ตัวดิฉันและพี่น้อง เกษตรกรเข้าใจว่าข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนของประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีเกษตรกรในหลาย ๆ อำเภอ ในหลาย ๆ จังหวัด ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ที่ดิฉันอยู่ก็คือ จังหวัดเลยที่มีพื้นที่เป็นที่ราบสูงไม่มีที่ราบลุ่มไม่สามารถที่จะปลูกข้าวได้จำนวนมาก ๆ เพราะฉะนั้นผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานส่วนมากจะเป็นพืชไร่ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย ซึ่งมีพี่น้องซึ่งสนใจโครงการรับจำนำในจังหวัดเลย เป็นจำนวนมากได้สอบถามดิฉันว่าทำไมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนไม่นำเรียน ทางรัฐบาลนะคะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าพวกเราปลูกพืชไร่อะไรบ้าง และให้เข้าร่วมโครงการ รับจำนำด้วย สาเหตุเพราะว่าในบางครั้งบางหนพืชไร่ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา มีราคาตกต่ำ ก็เป็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในส่วนนี้ ตัวดิฉันจึงอยากนำเรียน ทางท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าจังหวัดเลยเป็นพื้นที่ที่มีดินดำน้ำชุ่ม สามารถปลูกพืชไร่หลาย ๆ ตัวและได้ผลผลิตเป็นอย่างดี ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าปลูกข้าวโพด สามารถที่จะได้ผลผลิตถึงเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ตัน มันสำปะหลัง ๑,๒๖๐,๐๐๐ กว่าตัน อ้อยเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ในส่วนนี้จึงอยากนำเรียนว่าถ้าอย่างไรช่วยนำข้อมูลในส่วนนี้ พิจารณาในการขยายโครงการรับจำนำในพืชตัวต่อ ๆ ไปด้วย และอีกส่วนหนึ่งที่มีปัญหา ก็เกี่ยวกับเรื่องจุดรับจำนำ ไม่ว่าจะเป็นลานมัน โกดัง โรงสีก็ช่าง ดิฉันมั่นใจนะคะว่า ในพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ในตำบล ในอำเภอ ในจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และในจังหวัดเลยหลาย ๆ อำเภอมีจุดรับจำนำไม่เพียงพอหรือไม่มีเลย อย่างเช่น ในอำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้ายและอำเภอนาแห้วของดิฉัน พี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ ท่านจำเป็นที่จะต้อง นำผลผลิตทางการเกษตรข้ามอำเภอไปรับจำนำหรือข้ามจังหวัดไปรับจำนำ อย่างเช่น ในอำเภอด่านซ้าย ในอำเภอนาแห้ว ต้องนำผลผลิตทางการเกษตรไปที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร และในอำเภอภูเรือขนมาที่อำเภอเมืองหรือในบางอำเภอ ต้องขนไปจังหวัดหนองบัวลำภูซึ่งมีระยะห่างไกลถึง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งในส่วนนี้ การขนส่งก็คือต้นทุนการผลิตอย่างหนึ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน แค่นั้นไม่พอค่ะ ต้องไปนอนค้างอ้างแรมวันสองวันกว่าจะได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำ นี่คือปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดเลยและอีกหลาย ๆ จังหวัดในภาคเหนือ และภาคอีสาน และมีบางส่วนที่ขนผลผลิตไปแล้วบางทีก็ไม่ได้รับจำนำก็มี บางรายโชคร้าย เกิดอุบัติเหตุก็มี เพราะฉะนั้นคำถามแรกดิฉันขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า
ข้อที่ ๑ รัฐบาลมีนโยบายในการดำเนินโครงการรับจำนำสินค้าการเกษตร ประเภทอื่น ๆ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย หรือไม่ และแนวทางการแก้ไข การเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาจุดรับจำนำที่อยู่ไกลหรือไม่มี เช่น ในอำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้ายและอำเภอนาแห้วอย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญท่านภูมิ สาระผล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลยคือท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข แทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งติดภารกิจ ดังนี้นะครับ
คำถามข้อที่ ๑ ที่ท่านถามว่ารัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการรับจำนำสินค้า เกษตรประเภทอื่น เช่น ข้าวโพด ยางพารา มันสำปะหลัง ขอเรียนท่านสมาชิกดังนี้ครับว่า เรื่องการรับจำนำสินค้าเกษตรนี้คือไม่ได้หมายความว่าสินค้าเกษตรทุกตัวจะต้อง ทำการรับจำนำ แต่สินค้าเกษตรตัวใดที่มีปัญหา เช่น เกษตรกรถูกกดราคา ถูกเอารัดเอาเปรียบ ผลผลิตมีมากรัฐบาลก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเพื่อให้เกษตรกรได้รับโอกาส ได้รับความเป็นธรรม ฉะนั้นหลาย ๆ สินค้าเกษตรจึงได้มีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นดังเช่นเรื่องของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ก็ได้มีมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งได้อนุมัติมาตรการ ในการดำเนินงานเกี่ยวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะรับจำนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ความชื้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ในกิโลกรัมละ ๙ บาท แต่จะพิจารณาจากสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทย ในปีนี้คาดว่าจะมีประมาณ ๔.๘ ล้านตัน ก็ราคาต้นทุนการผลิตเฉลี่ยก็อยู่ประมาณ ๕.๙๕ บาท แต่ราคาที่มีการซื้อขายกันก็อยู่ที่ประมาณ ๙ บาทเศษ ก็ถ้าหากราคามันต่ำกว่าเกณฑ์ คือ ๙ บาทนี่ก็จะมีการดำเนินการรับจำนำต่อไปซึ่งนี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ส่วนมันสำปะหลัง คณะรัฐมนตรีก็ได้ดำเนินการแทรกแซงมันสำปะหลังด้วยการรับจำนำกิโลกรัมละ ๒.๗๕ บาท แล้วก็ปรับขึ้นทุก ๕ สตางค์ในแต่ละเดือน เฉพาะจังหวัดเลยที่ท่านเป็นผู้แทนราษฎรอยู่นั้น มีหัวมันสดที่นำมารับจำนำถึง ๒๕๖,๐๐๐ ตันจากเกษตรกร ๗,๐๐๐ กว่ารายก็เป็นเงิน ๗๓๓ ล้านบาท ซึ่งก็เรียนว่าอย่างที่ท่านได้บอกว่าจุดรับจำนำบางแห่งก็ไม่เพียงพอ เกษตรกรจะต้องใช้เวลาเดินทางซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญในการขนผลผลิตไปจำนำ หรือว่าต้องเสียเวลายาวนานกว่าจะรับจำนำได้ อันนี้ก็เป็นบทที่หน่วยงานรับจำนำ โดยเฉพาะมันสำปะหลังนี่จะต้องมาสรุปและแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมา ในปีที่จัดการรับจำนำเนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อที่รัฐบาลเข้ามาดำเนินการทั้งเริ่มรับจำนำข้าว แล้วก็เริ่มรับจำนำมันสำปะหลัง บุคลากรส่วนหนึ่งที่ดำเนินการเรื่องนี้มีอยู่จำนวนจำกัด ในครั้งนี้เราได้เพิ่มจำนวนคนที่จะทำงานเรื่องนี้อย่างกว้างขวางแล้วก็เตรียมตัวเพื่อที่จะให้ โรงแป้งมันสำปะหลัง โรงสีข้าวที่จะเข้าร่วมโครงการได้ทำความเข้าใจแล้วก็มีความเห็น ตรงกันว่าถ้าเข้าร่วมโครงการแล้วเขาก็จะได้รับประโยชน์ที่ดีแล้วเกษตรกรก็จะได้รับ ประโยชน์อย่างสูงไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าถ้าหากทำความเข้าใจในเบื้องต้นในส่วนนี้สำเร็จ ผมเชื่อว่าการรับจำนำไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลังที่จะมีขึ้นหรือข้าวก็ตามจะสามารถดำเนิน ไปด้วยความลุล่วงและเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร สมความตั้งใจที่ท่านสมาชิกผู้ถามกระทู้ถาม อยากจะให้เป็น ขอเลยไปอีกนิดหนึ่งครับเรื่องยางพาราเพราะเมื่อกี้ท่านพูดถึงเรื่อง ยางพาราด้วย เพราะว่ารัฐบาลก็มีนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อให้ขายผลผลิต ได้คุ้มกับต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม ในปี ๒๕๕๕ นี้ได้เกิดปัญหายางพาราราคาตกต่ำลง ทั้งนี้ก็เพราะว่าเศรษฐกิจโลกมีปัญหาในหลายภูมิภาค ซึ่งทำให้การซื้อยางพารา เพื่อไปผลิตสินค้าเพื่อส่งออกจำหน่ายในแต่ละประเทศลดจำนวนลง คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคมที่ผ่านมานะครับ เห็นชอบให้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพ สถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีมติอีก เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคมที่ผ่านมา อนุมัติให้องค์การสวนยางกู้เงินจาก ธ.ก.ส. ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในส่วนของสถาบันเกษตรกรอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลยางพาราก็จะควบคุมทั้งกลไกด้านกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับยางพาราครบวงจรตั้งแต่การผลิต การค้า การแปรรูปโดยมีหน่วยงานหลายหน่วยงาน ในสังกัดดูแลรับผิดชอบ ก็เรียนเป็นเบื้องต้นในพืชเกษตรอย่างที่ว่ามาครับ
อีก ๑ คำถามครับท่านเปล่งมณี
ขอบพระคุณค่ะ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีอย่างยิ่งที่ให้ความกระจ่าง แต่ยังมีปัญหาอีกค่ะท่าน ไม่จบเพียงแค่นี้ ในจังหวัดเลยของดิฉันเป็นพื้นที่ที่ราบสูง สลับซับซ้อนไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ พี่น้องประชาชน เกิดมาพร้อมกับธรรมชาติภูเขา เพราะฉะนั้นเรื่องเอกสารสิทธิไม่ว่าจะ ส.ป.ก. อย่าไปถามถึงเลยค่ะ อย่าไปถามถึงโฉนด ถามถึงเอกสารอย่างอื่นไม่มี เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ ก็จะไม่มีเอกสารสิทธิตัวนี้ ก็มีการช่วยเหลือทางรัฐบาลในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ให้กับพี่น้องประชาชนโดยการประชาคมว่าในหมู่บ้านหนึ่งพี่น้อง ยายแดง ยายดำ ทำการเกษตรพืชตัวไหนบ้าง จำนวนเท่าไร มีการประชาคมและมีการรับรอง จากผู้นำในท้องถิ่นขึ้นมา แต่มีพี่น้องบางคนบางท่านมีบ้านเอาไว้อาศัย และอีกส่วนหนึ่ง ทำไร่ ทำสวนก็จะอาศัยอยู่ที่ไร่ ที่สวน วัน ๒ วันถึงจะลงมาบ้านในหมู่บ้านหรือเป็นอาทิตย์ ถึงจะลงมาสักครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นการขึ้นทะเบียนเกษตรกรจะมีพี่น้องเกษตรกรในส่วนหนึ่ง ยังตกหล่นอยู่ในส่วนนี้ แล้วก็มีปัญหาที่ดิฉันได้รับการร้องเรียนคือว่าเป็นความทุกข์ของเขา เขาบอกเขามีพื้นที่แต่เขาไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร เขาจำเป็นจะต้องไปเช่าที่ดิน ของนายทุนหรือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้เยอะในการที่จะปลูกผลผลิตที่เขาจะทำ เพื่อที่เกิดมีปัญหาขึ้นมาเขาจะได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำในส่วนนี้ นี่คือปัญหา ของพี่น้องเกษตรกรนะคะ
อีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหา โครงการรับจำนำเป็นโครงการที่ดีที่ทางรัฐบาล หวังอยากให้เกษตรกรที่เป็นเกษตรกรตัวจริงได้รับการช่วยเหลือในการแทรกแซง หรือการพยุงราคาผลผลิตทางการเกษตรตัวนั้น ๆ ในห้วงที่มีราคาตกต่ำ แต่มันมีปัญหาอยู่ว่า มีโครงการ โครงการนี้มีพวกนายทุน พวกข้าราชการบางคนบางท่านที่หากินกับความทุกข์ยาก ของพี่น้องเกษตรกร อย่างที่เราทราบ ๆ มาที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโกงว่า มีสิ่งเจือปนเยอะ โกงเรื่องความชื้น โกงเรื่องเชื้อแป้ง โกงเรื่องน้ำหนัก โกงเรื่องสวมสิทธิ ใบประทวน นี่คือในอดีตนะคะ ดิฉันมั่นใจว่าปัญหาต่าง ๆ ทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ท่านทราบดี ดิฉันจึงอยากนำปัญหานี้นำเรียนท่านเพื่อที่จะถามปัญหา ที่ดิฉันได้กล่าวนำแล้วว่าท่านได้มีโครงการหรือมีแนวนโยบายอย่างไรในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน
โดยข้อที่ ๒ รัฐบาลจะมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเลยที่ไม่สามารถ เข้าร่วมโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาลเนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิอย่างไร และจะสามารถเปิดขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้เมื่อใด และรัฐบาลมีมาตรการในการป้องกัน การทุจริตโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวเปลือก มันสำปะหลัง ข้าวโพดอย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญท่านภูมิ สาระผล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขอตอบกระทู้ถามคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกเกี่ยวกับ เรื่องเกษตรกรที่จะมีสิทธิในการนำผลผลิตทางการเกษตรไปจำนำ ซึ่งตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเขาได้กำหนดให้เกษตรกรที่มีสิทธิจำนำต้องมีใบรับรองเกษตรกร จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรนั้นมีผลผลิตของตนเองและเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ด้วย ในส่วนใบรับรองของเกษตรกรนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะออกให้กับ เกษตรกรที่ปลูกในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ ส่วนผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิถ้าได้เคยขึ้นทะเบียนเกษตรกรในปี ๒๕๕๒ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๓ ก็ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่มีมติเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ เหตุที่ต้องมีการกำหนด กฎเกณฑ์เช่นนี้ก็เพราะว่าต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบควบคุมมิให้เกษตรกรรายใหม่นำพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิมาขึ้นทะเบียน เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ ปัญหาที่ท่านกล่าวมาเรื่องเกษตรกรเสียสิทธิ หลายส่วนหลายพื้นที่ เพราะว่าไม่สามารถเข้าสู่ระบบการจำนำได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ได้ มีการพูดคุยในคณะกรรมการเพื่อติดตามกำกับดูแลและแก้ไขปัญหาการรับจำนำสินค้าเกษตร มาหลายครั้ง และได้หารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อที่จะผ่อนปรนปัญหานี้ เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้ประโยชน์จากโครงการของรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็มี ข้อคิดคำนึงถึงการป้องกันที่จะไม่ปล่อยให้มีการบุกรุกทำลายป่าไม้เพื่อที่จะไปทำการ ปลูกพืชเกษตรแล้วก็ทำให้ป่าไม้ของประเทศเสียหาย ก็ต้องถ่วงดุลทั้ง ๒ ด้าน แต่อย่างไรก็ตามครับ ราคาพืชผลการเกษตรที่รัฐบาลได้เข้ามาแทรกแซงด้วยการรับจำนำ ถึงแม้เกษตรกรจะไม่ได้มาจำนำกับรัฐเพราะว่าอาจจะไม่มีเอกสารสิทธิหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเนื่องจากโครงการนี้ได้ดึงให้ราคาพืชผลทางการเกษตรเช่นข้าวได้สูงขึ้น ซึ่งเมื่อก่อน ข้าวเกวียนละ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท รวมทั้งได้รับเงินประกันอะไรด้วยแล้วนะครับ แต่ถ้ามา จำนำกับรัฐก็อาจจะได้ถึง ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ถ้าหากไม่เข้าโครงการรับจำนำ ได้ราคาตลาดก็ผลักดันไปอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ เช่น ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๘,๐๐๐ บาท ซึ่งก็เป็นทางอ้อมส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการรับจำนำแล้วก็แทรกแซงราคา สินค้าเกษตรของรัฐบาลช่วยทำให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามข้อห่วงใย ที่ท่านพูดมานี้ผมจะได้นำไปเรียนให้รัฐมนตรีว่าการ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบ เพื่อเป็นรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าทางออกที่เราจะพิจารณาร่วมกันในการหาทางออก ให้กับเกษตรกรที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิจะควรได้รับผลประโยชน์เพียงใดต่อไปครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบคำถามที่ตกหล่นอยู่คือมาตรการ ที่ท่านถามนะครับ มีมาตรการที่ท่านเป็นห่วงเรื่องการทุจริตการรับจำนำสินค้าเกษตร ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าเนื่องจากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก แล้วก็โครงการ รับจำนำต้องมีสินค้าเกษตรเข้ามาให้รัฐยึดถือไว้ด้วยนะครับ ไม่ใช่จะเอามาแต่เฉพาะ เอกสารสิทธิหรือว่าใบรับรอง ต้องมีสินค้าเข้ามาด้วย เมื่อสินค้าเข้ามามีจำนวนและปริมาณมาก โอกาสที่จะมีการทุจริตก็มีมาก เพราะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนเยอะและขั้นตอนมีมาก รัฐบาลก็ได้มีมาตรการในการกำกับดูแลเพื่อที่จะให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะ เรื่องการจำนำข้าว ซึ่งมาตรการต่าง ๆ เราจะต้องป้องกันการสวมสิทธิ ป้องกันเรื่องเอาเปรียบ ชาวนาในการชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดความชื้นหรือสิ่งเจือปนต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติได้มีมาตรการแก้ไขป้องกันปัญหาการทุจริตรั่วไหลของโครงการไว้ดังนี้ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการรับจำนำข้าว ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ จาก อคส. อ.ต.ก. จากธนาคาร ธ.ก.ส. กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อจะติดตามและกำกับดูแลทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสายตรวจพิเศษ ที่ออกดำเนินการตรวจสอบเมื่อมีการร้องเรียนหรือมีเบาะแส และนอกจากนี้ก็ได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจำนำข้าว โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน คอยกำกับอีกชั้นหนึ่ง เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ที่คิดจะทำการทุจริตในโครงการเหล่านี้สามารถดำเนินการได้โดยง่าย นอกจากนี้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ ที่จะถึงนี้นะครับ ก็ได้มีหลักเกณฑ์พิเศษเพิ่มขึ้นเพื่อทำให้การทุจริตหรือการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร เป็นไปได้ยากที่สุดก็คือ ๑. กำหนดให้เกษตรกรต้องนำข้าวเปลือกในแปลงที่เกษตรกรปลูก ไปจำนำที่จุดรับจำนำด้วยตนเองคือไม่ให้ฝากผู้อื่นไปเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ เพื่อให้ประสิทธิภาพการรับจำนำเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ก็ได้จัดให้มีการทำคู่มือ กระบวนการรับจำนำทุกขั้นตอนอย่างชัดเจนเผยแพร่ไว้ที่โรงสีหรือหน่วยรับจำนำ สินค้าเกษตรต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรทราบแล้วก็ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน สำหรับ หน่วยรับจำนำสินค้า ไม่ว่าจะเป็นโรงสี โรงแป้งมันสำปะหลัง ก็จะต้องรวบรวมข้อมูลใบชั่งน้ำหนัก ที่เกษตรกรนำมาจำนำไว้ที่สำนักงานเป็นประจำทุกวันและสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ส่วนการออกใบประทวน เจ้าหน้าที่ อคส. หรือ อ.ต.ก. ประจำหน่วยจะต้องระบุให้ตรงกับ ข้อเท็จจริงในปริมาณของสินค้าต่าง ๆ ก่อนที่จะนำมาคำนวณให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดเพื่อจ่ายค่าตอบแทน ในส่วนการกำกับดูแลก็แบ่งเป็นทั้งส่วนกลาง คือคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าวก็จะดูแลทั้งระบบ แล้วก็จะมีคณะดูแล ในส่วนงานของกรม กองอื่น ๆ เข้ามากำกับด้วย ในส่วนภูมิภาคจะมีคณะอนุกรรมการ กำกับดูแลระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานก็จะตั้งคณะกรรมการระดับ อำเภอลงไปอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยเคร่งครัด ซึ่งนอกจากนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งได้มอบนโยบายให้ในคราวประชุมเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมาว่าให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ณ จุดรับจำนำด้วย ทำหน้าที่สุ่มตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำจุดเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้เกษตรกร ถูกเอารัดเอาเปรียบและการเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับจำนำ ได้แก่ผู้ช่วยผู้ปฏิบัติงาน ของ อ.ต.ก. หรือ อคส. หรือตัวแทนเกษตรกรเป็น ๓ คน ตัวแทนข้าราชการ ๑ คน และเจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นอีก ก็จะทำให้การกำกับดูแลเกิดความเป็นธรรม และเชื่อว่าการทุจริตจะมีขึ้นได้ยาก ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้มาลงชื่อ ๓๙๔ ท่านนะครับ ผมขอเข้าระเบียบวาระการประชุมครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง
ด้วยสำนักงานสภาพัฒนาการเมืองได้เสนอรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมืองต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖ (๕) (ค) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงาน ให้แก่สมาชิกได้รับทราบแล้วนะครับ มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ขอเชิญผู้ชี้แจงเข้าห้องประชุมครับ เชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้นะครับ ๑. คุณลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ๒. ท่านสุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ ๓. คุณพิสิษฐ์ ศิริสุวรรณ เชิญครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้นั้น รายงานประจำปี ๒๕๕๓ สภาพัฒนาการเมืองก็ต้องบอกว่าเรื่องของสภาพัฒนาการเมืองนั้น เป็นเรื่องของการพัฒนาบ้านเมืองและทีนี้นั้นดิฉันสนใจในยุทธศาสตร์ที่ ๖ ค่ะ การกระจายอำนาจและการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร และที่ลึกลงไปอีก ก็คือการเสริมสร้างความสำนึกในการเป็นเจ้าของถิ่น ซึ่งรายงานในฉบับนี้นั้นอ่านแล้ว ก็รู้สึกว่าดีมาก แต่ทั้งหมดทั้งมวลท้องถิ่นในชนบทนั้นก็ต้องบอกว่ามีปัญหามากมายมหาศาล เลยทีเดียวที่ไม่สามารถที่จะพัฒนาไปพร้อม ๆ กับสภาพัฒนาการเมืองได้ ดังนั้นแล้วดิฉันจึงขอ สะท้อนปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น ทีนี้การกระจายอำนาจเป็นเครื่องมือสำคัญค่ะ ดิฉันทราบ ที่จะส่งเสริมสนับสนุนความเข้มแข็งทางการเมืองทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การกระจายอำนาจในแผนยุทธศาสตร์ที่ ๖ ของท่านในเล่มนี้นั้นมิได้หมายรวมถึงแต่เฉพาะ การกระจายอำนาจจากรัฐบาลสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น หากแต่ยังหมายถึง การเสริมสร้างความสำนึกในการเป็นเจ้าของท้องถิ่น นี่ละสำคัญค่ะท่านประธาน การสำนึก ในการเป็นเจ้าของท้องถิ่น การสำนึกในความเป็นคนในหมู่บ้านอย่างนี้ค่ะ การกระจายความเป็นธรรม และการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากรท้องถิ่น การกระจายความเป็นธรรม และการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากรท้องถิ่นนั้นมิใช่แต่เฉพาะการโอนอำนาจ ให้แก่ท้องถิ่นเท่านั้น ดิฉันคิดอย่างนั้นนะคะ ไม่ใช่การกระจายอำนาจเอางบประมาณ ไปให้จัดเก็บภาษีมาทำถนน แต่ว่าการจัดการในกระบวนการที่ทราบ ๆ กันอยู่ดิฉันจะไม่ลง ในรายละเอียด ทีนี้มันรวมถึงการเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรงนี้ละค่ะชุมชนท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้คุยกับ คนที่เคลื่อนย้ายแรงงาน พอเขาบอกว่า ๒ คนสามีภรรยามีลูก แล้วทีนี้หลังฤดูเก็บเกี่ยว ต้องการที่จะช่วยยกฐานะของตัวเองขึ้นมาให้ได้ดีที่สุด ปีนั้นปลูกพริกหน้าแล้งมีสระเล็ก ๆ ก็คิดว่าพริก ๘๐๐ ต้น ถ้า ๑ กิโลกรัม ๘๐ บาท ๘๐๐ ต้น เขาคำนวณว่าต้นหนึ่งเขาจะเก็บได้ ประมาณ ๕ กิโลกรัมก็คำนวณกัน พอแล้งจัด แล้งจัดในปีนั้นก็สูบน้ำจากสระน้ำรดต้นพริก ปรากฏว่าหมดเกลี้ยงเลย ก็เลยไปยืมเงินในตลาดเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๒ บาทต่อวัน มาขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อหวังจะให้พริก ๘๐๐ ต้นนั้นได้ขาย ปรากฏว่าขุดเจาะลงไปแล้ว เป็นน้ำเค็ม เป็นน้ำเกลือค่ะท่านประธาน ปีนั้นร้อยละ ๒ บาทต่อวัน ยืมมาประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ๒ บาทต่อวัน ๖๐ บาทต่อเดือน สามีภรรยาคู่นั้นก็เลยเล่าให้ดิฉันฟังว่าสามีนั้น ทำงานกองทุนหมู่บ้านพอจะมีความรู้บ้างก็เลยให้ภรรยากระเซอะกระเซิงมาใช้แรงงาน ในกรุงเทพมหานคร แล้วท่านจะพัฒนาการเมืองทั้งระบบได้อย่างไร ในเมื่อครอบครัว ในชนบทที่ดิฉันยกตัวอย่างมานี้ แล้วเป็น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของคนในชนบทที่ยังมีรายได้ ที่คลอนแคลน มีความลำบากในการใช้ชีวิต แล้วการศึกษาของท่านที่ท่านบอกอยู่ในนี้นี่ มีครบหมดเลย ท่านทราบปัญหาหมด ดิฉันจึงสะท้อนปัญหาว่าโดยภาพรวม ในการพัฒนาการเมืองนั้น การเมืองเข้มแข็ง สังคมเข้มแข็ง ประเทศชาติเข้มแข็ง เศรษฐกิจเข้มแข็ง คนร่ำรวยยิ่งพูดเลย รวดเร็ว มั่งคั่ง สองสูงอะไรอย่างนี้เข้าไป ใครบ้างไม่อยากจะให้สังคมชนบทที่ตัวเองอยู่ร่ำรวย ดิฉันไม่อยากบอกเลยว่าดิฉัน เป็นความหวังของหมู่บ้าน เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้เรียนหนังสือเมื่อเกือบ ๔๐ ปีที่แล้วที่จบระดับ ปริญญาตรีคนเดียว เป็นความหวังของหมู่บ้าน แล้วถึงปัจจุบันนี้ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ และถ้าส่งลูกเรียนในตรงนั้นแล้ว ท่านประธานผ่านไปถึงผู้ชี้แจง ของสภาพัฒนาการเมืองว่ายังเป็นอยู่อย่างนี้อยู่ แล้วเราก็คาดหวัง ทุกคนในสังคมโลก คาดหวังกับการเมืองของไทย แต่ความยากจนยังอยู่ในทุกหย่อมหญ้า ดิฉันก็เลยสนใจ ในยุทธศาสตร์ที่ ๖ ว่าชุมชนท้องถิ่นกับการปกครองส่วนท้องถิ่นจะแก้ปัญหาในรายละเอียดได้ จะต้องแก้ปัญหาความยากจนให้ได้ก่อน ท่านประธานคะ ปัญหาสำคัญที่สุดก็คือ ความยากจน การเคลื่อนย้ายแรงงาน ต้นของการเคลื่อนย้ายก็คือชนบทมีปัญหาแน่นอน เอาลูกไว้กับคุณตาคุณยาย ปัญหาสังคมที่ตามมาของผู้หญิงก็คือแท้ง มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ติดอันดับ ๑ ของเอเชีย อันดับ ๒ ของโลก เห็นไหมคะ ปัญหาก้าวร้าว ปัญหาตีกัน ฉกชิงวิ่งราวแล้ววัยรุ่นของไทยมันเกี่ยวข้องกันไปหมด ท่านศึกษากรณี ไม่ได้บอกว่า ท่านไม่เด่น ไม่ดี ไม่เก่ง เก่งมากเลยค่ะ แต่ดิฉันสะท้อนปัญหาเพิ่มเพราะว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของสังคมในชนบทว่าจะแก้ปัญหาในเรื่องของการให้การสร้างอาชีพในชนบทอย่างไร ถึงจะให้สังคมนั้นเหลื่อมล้ำในด้านเศรษฐกิจที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างคนในชนบท กับคนเมือง และการเคลื่อนย้ายมาสู่กรุงเทพฯ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จนี้นั้นก็จะมี ดิฉันเรียกว่า รถวีไอพี (VIP) ๒ ชั้น ท่านประธานผ่านไปถึงท่านที่มาชี้แจงจากสภาพัฒนาการเมือง ด้วยความเคารพ จากภาคอีสาน ชั้นล่างสุดก็จะเป็นถุงกระสอบปุ๋ยบรรจุข้าวเหนียวเต็มเลยค่ะ ชั้นที่ ๒ มาก็จะเป็นคน ชั้นที่ ๓ ก็จะเป็นข้าวปลาอาหาร แออัดยัดเยียดเหมือนกับ รถที่บรรทุกสุนัขจรจัดเพื่อมาขายแรงงานในกรุงเทพฯ แล้วทุกคนก็เรียกร้องว่าการเมือง จะต้องเข้มแข็ง การเมืองจะต้องเข้มแข็ง การเมืองจะต้องพัฒนาที่ชนบท แล้วพอ เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านทีหนึ่ง เลือกตั้ง อบต. ทีหนึ่ง เลือกตั้ง ส.จ. เลือกตั้งนายก อบจ. ถึง ส.ส. และ ส.ว. ใครที่มีจำนวนทรัพยากรในมือมากกว่าก็ขนย้ายแรงงานกลับ เป็นบุญคุณที่ได้กลับบ้าน เห็นไหมคะจะซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ร่ำไป ไม่ใช่บอกว่าท่านไม่เก่งนะคะ ฉะนั้นยุทธศาสตร์ที่ ๖ ในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับชนบท ท่านประธาน ผ่านไปถึงผู้มาชี้แจงค่ะ ท่านห่วงใยประเทศชาติไม่แตกต่างจากดิฉัน อาจจะมากกว่า ด้วยคุณสมบัติที่เก่งกว่าในหลาย ๆ ด้าน ส.ส. ชนบทยากจนอย่างดิฉันอาจจะเก่งน้อยกว่าท่าน จึงฝากปัญหาเพื่อหาแนวทางคิดแก้ไขร่วมกันในสิ่งนี้ แล้วก็ปัญหาในชุมชนท้องถิ่น และระบบการปกครองของไทยก็คือปัญหาการขาดสำนึกในความเป็นเจ้าของท้องถิ่น ของประชาชนในพื้นที่ ปัญหาดังกล่าวจัดได้ว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาในการบริหารชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่นมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน ใครไม่อยากอยู่ในชนบทหรอกค่ะ แล้วก็ดิฉันยังสะเทือนใจในชนบทที่ดิฉันสัมผัสซึ่งลูกชาวนากระจอก ๆ จน ๆ ที่ดิฉัน เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ แล้วสัมผัสเมื่อมันช่วยเหลือกันไม่ได้ ลูกเขาเรียนเก่งมาก เขามีรายได้ ๗,๒๐๐ บาท เขาบอกกับดิฉัน แล้วลูกเขาเรียนเทคนิคการแพทย์ ดิฉันก็บอกว่าปีนี้ สามารถที่จะไปแอดมิชชัน (Admission) ใหม่ได้หรือไปสอบเรียนเข้ามหาวิทยาลัย โดยเลือกแพทย์ได้ จากคะแนนดิฉันดูแล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะส่งลูกเรียนแพทย์ได้ เขาบอกว่ารายได้เขาแค่ ๗,๒๐๐ บาท ลูกเขาจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดก็ได้เรียนแค่ เทคนิคการแพทย์ เพราะว่าลูกเขาใช้เงินแค่เดือนละ ๘,๐๐๐ บาท อีก ๘๐๐ บาทนั้น เขาสามารถที่จะขายข้าวเป็นรายเดือนได้ เห็นไหมคะเสียโอกาสในชนบทที่สุด ดังนั้นแล้วมันจึงเป็นปัญหาการขาดคนมีความรู้ความสามารถในชุมชนท้องถิ่น ปัญหาสมองไหล ไม่มีเภสัชกรท่านไหน ไม่มีแพทย์ท่านไหน น้อยท่านที่บอกว่าฉันจบจากที่นี่ฉันจะกลับไป ทดแทนบุญคุณของยายมี ยายสี ตามา ยายดา ยายน้อย ในเมื่อแพทย์โรงพยาบาลของเอกชน จ้างถึง ๑๕๐,๐๐๐-๒๕๐,๐๐๐ บาท เห็นไหมคะปัญหาสมองไหล ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ในชุมชนท้องถิ่น ปัญหาการกว้านซื้อทรัพยากรอันมีค่าภายในท้องถิ่นจากคนในท้องถิ่น เดือดร้อนมาก็ขายสมบัติกินละค่ะ ปัญหาคนท้องถิ่นขายทรัพยากรอันมีค่าเหล่านั้น ด้วยความเต็มใจด้วย ฝากท่านด้วยว่าปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ปัญหาการอพยพการย้ายถิ่นฐานหรือถิ่นที่อยู่จากชนบทเข้าสู่เมือง เพื่อแสวงหาโอกาสทางการศึกษาหรือโอกาสทางหน้าที่การงานที่ดีกว่าเป็นปัญหา ที่เกิดจากการขาดความสำนึกในการเป็นเจ้าของท้องถิ่นทั้งสิ้น ทั้งหมดทั้งมวลซึ่งต้องฝาก สภาพัฒนาการเมืองด้วยความเคารพค่ะ เพราะเป็นหน้าที่ท่านด้วย เราต้องช่วยกัน ประคับประคองคนที่ได้ชื่อว่าคนไทย ดิฉันพูดอยู่ตลอดเวลาว่าใครที่เกิดใต้พระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกิดในผืนแผ่นดินไทย มีเลข ๑๓ หลัก สมควรที่จะได้รับ การดูแลโดยเท่าเทียมและเป็นธรรม แม้ว่าคุณจะเกิดมาจากชายผ้าถุงแล้วตกลงมาใส่กระด้ง หรือคุณจะเกิดจากการดูแลอย่างดีคุณก็คือคนไทย ดังนั้นแล้วทั้งหมดทั้งมวลในยุทธศาสตร์ข้อ ๖ นั้น ดิฉันฝากด้วยความสำนึกรักประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพคะ และฝากไว้ว่าชนบทขาดโอกาส ขาดทรัพย์สินผืนดินขาย ลูกหญิงชายขายแรงงานบ้านหวั่นไหว พ่อก็แก่แม่ก็ชราค้าแรงกาย จะเอาหัวสมองที่ไหนหนอพัฒนา สภาพัฒนาการเมืองเรื่องเหมาะสม รัฐภิรมย์ถิ่นสมบูรณ์ ทรัพย์สินพูนค่า คนในเมืองคนนอกเมืองเรื่องมนุษย์มีราคา เพิ่มคุณค่าด้วยสภาพัฒนาการเมือง ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ นักศึกษา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี ตอนนี้สภากำลังพิจารณารับทราบ รายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง เชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง แม้ว่าจะเป็นรายงานตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ แต่กระผมคิดว่าเนื้อหายังทันสมัย และควรที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้รับทราบรับรู้ แล้วก็นำไปปฏิบัติ และควรที่พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบการทำงานของหน่วยงานนี้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังของพี่น้องประชาชนว่าประเทศไทยต้องการ การปฏิรูป โดยเฉพาะในทางการเมืองอย่างแท้จริง แล้วก็แผนของสภาพัฒนาการเมือง ก็เกิดขึ้นในรัฐบาลของท่านชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นรัฐบาลที่เชื่อกันได้ว่าเป็นรัฐบาลที่เชื่อมั่น ในระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ในภารกิจที่ทางสภาพัฒนาการเมือง ได้ถูกออกแบบเอาไว้ ๓-๔ ภารกิจนั้นผมคิดว่าภารกิจสำคัญของท่านที่ท่านสามารถ ทำแล้วประสบความสำเร็จก็คือการจัดทำแผนที่ออกมาเป็น ๖ ยุทธศาสตร์ ที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปแล้ว ๑ ยุทธศาสตร์คือยุทธศาสตร์ที่ ๖ นั้น ผมคิดว่าเป็นการกลั่นกรอง บนปัญหาของบ้านเมืองจริง ๆ บ้านเมืองไทย ปัญหาของการเมืองไทย ปัญหาของ บ้านเมืองไทยมี ๖ ด้าน ๖ ยุทธศาสตร์นี้ ไม่มากไปกว่านี้เลย ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง ยุทธศาสตร์ที่ ๓ คุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ธรรมาภิบาลทางการเมืองและการบริหาร ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ความมั่นคง การจัดการ ความขัดแย้ง และการสร้างสังคมสมานฉันท์ และยุทธศาสตร์ที่ ๖ การกระจายอำนาจ และการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร บ้านเมืองไม่นอกเหนือไปจาก ๖ ปัญหานี้ ท่านมาถูกทางแล้ว ผมต้องชื่นชมคนคิดค้น ๖ ยุทธศาสตร์นี้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่เหมาะ และถ้าสามารถผลักดันได้จากทุกฝ่ายอย่างจริงจังผมเชื่อว่าบ้านเมืองได้รับการพัฒนา แล้วก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ให้มีสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมา เพื่อการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง
แต่ว่าภารกิจด้านที่ ๒ ของท่านผมไม่แน่ใจ ในด้านการส่งเสริมให้นำแผน ไปสู่การปฏิบัติ อันนี้ไม่แน่ใจ ถ้าเรื่องจัดทำแผนนี่ผมให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเรื่อง การส่งเสริมให้นำแผนไปปฏิบัติผมว่าถ้าผมประเมินนะครับ ตัวเลขที่ผมประเมินต่อไปนี้ อาจจะไม่สบายใจสำหรับผู้มาชี้แจงก็ได้ แต่ผมว่าสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่แน่ใจว่า ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์นั้นใครนำไปปฏิบัติบ้างขณะนี้ ผมว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ผมให้มากไปแล้ว ให้เอาใจท่านแล้ว เพราะว่าหากผมตรวจสอบภาคราชการก็ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอ ของท่านไม่มากนะครับ ท่านลองตรวจสอบดู ท่านหางบประมาณจากที่ไหนก็ได้ลองทำวิจัย ลองประเมิน ๒. จากภาคเอกชน ๓. ภาคประชาชน ท่านลองสอบถามดู และสำคัญ ท่านลองไปทดสอบว่าองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็น สตง. เหล่านี้ได้นำแผนที่ดีของท่านทั้ง ๖ แผนนี้ไปปฏิบัติให้เกิดมรรคผล เกิดการปฏิรูป ในทางการเมือง เพราะองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญเหล่านั้นถูกออกแบบมา เสริมสร้างให้สังคมไทยนี้เข้มแข็ง ให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ถ้าองค์กรเหล่านี้ ละเลยเพิกเฉยต่อการเคลื่อนไหวการปฏิรูปการเมืองผมคิดว่าบ้านเมืองไปไม่ได้ เราก็จะตกอยู่ ในวังวนเหล่านี้ ผมจึงขอให้ท่านได้ค้นหาว่าขณะนี้ภาคราชการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชน และประชาชนได้มีการนำแผนของท่านไปสู่การปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน และท่านจะต้องผลักดันด้วยวิธีอะไร เพราะผมอภิปรายวันนี้ผมหวังว่าจะสอบถามข้อข้องใจ บางประการในรายงาน แล้วก็สอบถามผลการทำงานของท่านว่าคืบหน้าในบางเรื่องอย่างไร แล้วก็ผมมีข้อเสนอแนะบางประการ
ภารกิจข้อที่ ๓ ของท่านก็คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมอันดีทางการเมือง และวิถีประชาธิปไตย อันนี้ก็ภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากครับ ถ้าหากผลักดันได้ผมคิดว่าวัฒนธรรมการเมือง กับวิถีประชาธิปไตย หากประเทศไทยได้ซึมซับเอาเรื่องเหล่านี้ผมเชื่อว่าบ้านเมืองแทบไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในทางเศรษฐกิจก็ได้รับการแก้ไขคลี่คลายแน่ แต่ว่าท่านประธานครับ ลองมาดูปัญหาสำคัญของบ้านเมืองที่วัฒนธรรมทางการเมือง และวิถีประชาธิปไตยไม่สามารถเดินหน้าไปได้เช่นการซื้อเสียงขณะนี้รุนแรงทุกระดับ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งพวกเรากำลังจะแก้กฎหมายกันที่จะโหวตกันในวันพุธหน้า ผู้ใหญ่บ้านเป็นล้านคน มีผู้ใช้สิทธิแค่ ๓๐๐ เสียง ซื้อเสียง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท การซื้อเสียงนี่รุนแรงในทุกระดับ แล้วนักการเมืองถ้ากล้าเลวในเรื่องซื้อเสียงแล้วนี่ต่อไปก็กล้าเลวได้ทุกเรื่อง นี่คือสิ่งที่เป็น ตัวขัดขวางวัฒนธรรมและวิถีประชาธิปไตย ๒. เรื่องการไม่มีฝ่ายค้านและฝ่ายตรวจสอบ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒ ทีมแข่งกัน ๓ ทีมแข่งกันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบจ. คนออกแบบเขาออกแบบว่า จะมีฝ่ายตรวจสอบ คนที่ชนะเป็นนายกไป จะมีส่วนที่เหลือเป็นฝ่ายตรวจสอบ แต่ข้อเท็จจริงผมกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงขณะนี้ว่าหาผู้ตรวจสอบ หาฝ่ายค้าน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ยากมาก วันแรกที่นายก อบต. เทศบาลชนะ ฝ่ายที่แพ้ มีสมาชิกเข้าไปบ้าง ก็ไปศิโรราบของบประมาณเขาตั้งแต่วันแรก การไม่มีฝ่ายตรวจสอบ บนสังคมนี้บ้านเมืองมีปัญหา สภาแห่งนี้เคยทำให้ฝ่ายตรวจสอบอ่อนแอโดยรัฐธรรมนูญ มาแล้วครั้งหนึ่ง จนบ้านเมืองสู่จุดวิกฤติ นำมาสู่การมีปัญหาในทางการเมือง แล้วก็ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ฝ่ายตรวจสอบได้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น แต่ว่าโดยวิถีประชาธิปไตย ที่เป็นจริงอยู่ในขณะนี้ในพื้นที่ฝ่ายค้านและฝ่ายตรวจสอบไม่มี ทีนี้ในพื้นที่ท้องถิ่นมีงบประมาณ ท้องถิ่นมีปัญหา ท้องถิ่นมีคนที่ต้องพึ่งพิง เมื่อไม่มีฝ่ายตรวจสอบงบประมาณ ความหวัง การพึ่งพิงของคนมีปัญหาทั้งสิ้น
เรื่องถัดไป เรื่องวัฒนธรรมไม่ฟังเสียงข้างน้อย ขณะนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในพื้นที่คนชนะนอกจากไม่มีฝ่ายค้านอย่างจริงจังที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปตั้งแต่ต้นแล้ว คนชนะในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นนายก อบต. นายกเทศบาล ไม่รับฟังเสียงข้างน้อย เดินหน้า ถือว่าตัวเองได้รับชัยชนะได้เสียงข้างมาก แม้แต่สภาแห่งนี้คนชนะก็ยังลำพองเลย ประกาศชัยชนะเหยียบย่ำคนพ่ายแพ้มาหลายครั้งต่อหลายครั้งในสภาแห่งนี้ ที่จริงเสียงข้างน้อยก็เป็นประโยชน์และเป็นหลักของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ท่านกลับไปรณรงค์ให้พวกผมนะครับว่าเสียงข้างน้อยสำคัญและจำเป็นสำหรับสังคมนี้ เรื่องใช้สิทธิเลือกตั้ง ประเทศไทยต้องใช้เงินในการรณรงค์คนไปใช้สิทธิเลือกตั้งมหาศาล มโหฬาร ที่จริงผมคิดว่าถ้ามันเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองแล้ว มันเป็นวิถีประชาธิปไตยแล้ว สักบาทก็ไม่จำเป็นจะต้องรณรงค์ เป็นสิทธิ เป็นหน้าที่ เป็นผลประโยชน์ การไปใช้สิทธิเลือกตั้งทำอย่างไรครับให้คนไปใช้สิทธิโดยไม่ต้องมีการผลักดันจากงบประมาณ จากการชักจูงใด ๆ ของการโฆษณา ไปเพราะเป็นสิทธิ ไปเพราะหน้าที่ ไปเพราะผลประโยชน์ ที่แท้จริง สุดท้ายในเรื่องนี้ผมอยากฝากท่านว่าท่านช่วยศึกษาสิครับว่านอมินี (Nominee) มันทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทำลายประชาธิปไตย ทำลายวิถีประชาธิปไตย ทำลายวัฒนธรรม การเมืองหรือไม่ ท่านลองศึกษาดูดี ๆ ว่าคนที่ให้นอมินีมาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรแทน มาให้เป็นรัฐมนตรีแทน มาให้เป็นนายก อบต. แทน ที่ไม่ใช่ตัวจริงครับท่านลองศึกษาสิครับว่า มันเป็นผลดี มันเป็นการทำลายวัฒนธรรม มันเป็นการทำลายการเมืองหรือไม่ อย่างไร อันนี้อยากฝากท่านไว้แล้วก็ค่อยตอบคำถามในการรายงานของท่านในปีหน้า
สุดท้าย ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงยุทธศาสตร์ของท่าน ท่านมี ๖ ยุทธศาสตร์ แต่ว่าผมก็สนใจเหมือนกับท่านเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายก่อนหน้าผม คือยุทธศาสตร์ การกระจายอำนาจและการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร อันนี้ผมเชื่อ เช่นเดียวกับท่านว่าขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาในเรื่องของการกระจายอำนาจและการกระจาย ความเป็นธรรมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ยกตัวอย่างไม่ไกลและไม่นาน กรณีเผาป่าที่ป่าพรุควนเคร็ง ตัวเลขเปิดเผยจำนวนผู้เข้าไปถือครองยึดครองพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง บางคน ๑,๐๐๐ กว่าไร่ ๑,๐๐๐ กว่าไร่หลายคน ๕๐๐ ไร่ก็หลายสิบคน ในขณะที่คนพื้นที่ คนบ้านควนเคร็ง คนชะอวด คนทะเลน้อยที่เป็นคนพื้นถิ่นจริง ๆ ไม่มีครับ เขารู้ว่าที่ตรงนี้ เป็นที่สาธารณะ เป็นที่สงวน เป็นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เขาไม่สามารถไปยึดครอง เป็นของตัวเองได้ เพราะเป็นที่ที่เขาใช้ประโยชน์มาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว เขาไม่อาจ ไปออกเอกสารสิทธิได้ แต่ว่าคนอื่นนามสกุลแปลก ๆ เข้ามาใช้สิทธิออกเอกสารสิทธิ นี่คือความไม่เป็นธรรมในการกระจายความเป็นธรรมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ผมจึงกราบเรียนครับว่าท้องถิ่นเป็นองค์กรจำเป็นสำคัญที่สุดในการที่จะเข้ามารับภาระ ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยทั้งป้องกันและแก้ไข ฟื้นฟูโดยภาครัฐเป็นหลัก งบประมาณก็รัฐ คนก็รัฐ ทุกอย่างรัฐดูแล แต่ว่าตัวเลขป่าลดลงเรื่อย จาก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ถอยร่นมาจนขณะนี้ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าภาครัฐเป็นผู้ดูแล การฟื้นฟูป่า ปลูกป่ามา ๑๐๐ กว่าปี มาวันนี้ถามสิว่าสวนป่าที่ปลูกโดยภาครัฐอยู่ตรงไหน ทีนี้ผมคิดว่านาทีนี้ข้อเสนอยุทธศาสตร์ของท่านเป็นข้อเสนอที่ตรงที่สุด มอบภารกิจเหล่านี้ ไปท้องถิ่นเถอะครับ ให้ท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ. เป็นผู้ดูแลป่าเหมือนกับต่างประเทศ ต่างประเทศมีป่าของรัฐบาลกลาง แล้วก็มีป่าของรัฐบาลท้องถิ่น เรามอบภารกิจให้กับ ท้องถิ่นไปเถอะครับ ดูแลรักษาป่า ดูแลทรัพยากรน้ำ ดูแลสัตว์ป่า ดูแลปัญหาไฟป่า ผมคิดว่าทรัพยากรธรรมชาติฟื้นนะครับ เพราะในโลกใบนี้ไม่มีประเทศใดเจริญรุ่งเรืองได้ โดยขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ แล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติน้อย จนอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนแล้ว ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดท่านท่านเดินหน้า ทำเรื่องนี้เถอะครับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ภาคประชาชนเข้ามาสำนึก ในการเป็นเจ้าของที่แท้จริง เพราะเราจะเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอีกสักเท่าตัว เพิ่มคนให้เขาอีกสักเท่าตัวก็ไม่มีวันที่ปกป้องป่า ไม่มีวันที่จะ ฟื้นฟูป่าได้ถ้าประชาชนไม่มีความรู้สึกหวงแหน ประชาชนไม่มีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่ว่างบประมาณเท่าเดิมหรืออาจจะลดก็ได้ ลดลงครึ่งก็ได้ คนลดลงครึ่งก็ได้ แต่ประชาชน มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ผมคิดว่าอันนี้จะทำให้ป่าอยู่ได้ สิ่งแวดล้อมอยู่ได้ แล้วก็ทรัพยากรจะได้รับการฟื้นฟู นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ข้อเสนอจากผม มหาวิทยาลัยครับ ท่านเพิ่มเติม ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะจากท่านเถอะครับว่ามหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติได้ ผมดูรายงานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งไปทำฝายกั้นน้ำ ฝายแม้ว ในจังหวัดเชียงใหม่ ๕๐ กว่าที่ภายในวันเดียว ไม่มีงบประมาณแม้แต่บาทเดียวเลย ใช้แนวพระราชดำริ เอาเศษไม้ เศษหิน ในพื้นที่กั้นน้ำทดน้ำเพื่อให้สิ่งมีชีวิตได้เกิดขึ้น เพื่อให้ขังน้ำไว้ น้ำซึมออกไปข้าง ๆ แล้วก็เกิดมีสิ่งมีชีวิตใหม่ ไม่ต้องใช้งบประมาณครับ ราชการทำนี่ใช้งบประมาณ แต่ว่ามหาวิทยาลัยทำไม่ใช้งบประมาณเลย ผมคิดว่างบประมาณ ทำฝายแม้วที่ผมว่านี่ งบประมาณปลูกป่าเหล่านี้ท่านลองให้มหาวิทยาลัยดู ท่านมีข้อเสนอ ไปยังรัฐบาลเถอะครับ ผมคิดว่าทรัพยากรธรรมชาติจะอยู่ได้ ผมไม่อยากให้ภารกิจท่านจบ เพียงแต่ท่านมีเปิดอบรมสัมมนา แล้วก็เปิดประชุมไปยังภูมิภาค ไปยังชุมชนต่าง ๆ ท่านประชุมเสร็จ สัมมนาเสร็จ แล้วก็ท่านประเมินว่ามันเป็นความสำเร็จของหน่วยงานของท่าน ไม่ใช่ครับ ผมคิดว่าหน่วยงานของท่านถ้าจะให้เข้มแข็งขึ้นมากกว่านี้ขอให้ท่าน ได้มีการประเมิน มีหน่วยงานประเมินสภาพัฒนาการเมืองว่ายุทธศาสตร์ของท่าน ๖ ยุทธศาสตร์ แล้วก็ข้อเสนอของท่านที่เป็นรายละเอียดได้รับการนำไปปฏิบัติ จากภาคราชการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมคิดว่าการประเมินเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของสภาพัฒนาการเมืองที่จะต้องมีขึ้น เริ่มขึ้น เพราะว่าถ้าไม่มีการประเมินที่จริงจังผมเชื่อว่าบทบาทของท่านจะถดถอย ลงไปเรื่อย ๆ วันนี้ท่านยืนอยู่แถวหน้าของหน่วยงานที่มีภารกิจในการปฏิรูปการเมือง ผมคิดว่าการประเมินท่านหาหน่วยงานเข้ามาประเมินการทำงานของท่าน ผมเชื่อว่า ภารกิจของท่านจะเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งหมดที่ผมอภิปรายมาผมปน ๆ ว่ามีข้อสอบถาม ที่ผมมีข้อข้องใจอยู่ในนั้นบางประการ ผมขออนุญาตสอบถามความคืบหน้าท่าน ในคำอภิปรายของผมอยู่ในบางเรื่อง และผมได้ฝากข้อเสนอแนะไว้บางประการ ทั้งหมดผมขออนุญาตได้ชื่นชมสภาพัฒนาการเมืองว่าเป็นสถาบันที่เป็นความหวัง ขอให้ท่านขับเคลื่อนภารกิจนี้ต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านชวลิต แล้วก็กลับมาท่านรัชฎาภรณ์ ท่านอภิชาตมีชื่ออยู่แล้วครับ เดี๋ยวผม เรียงตามลำดับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม ก่อนอื่นขอให้กำลังใจสภาพัฒนาการเมืองซึ่งทำภาระอันสำคัญยิ่ง ของการพัฒนาการเมือง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมืองของเรา ในรายงาน ของคณะกรรมการอิสระติดตามและประเมินผล ในหน้า ๘๖ และหน้า ๘๗ ได้กล่าวว่า พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการอิสระติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของสภาพัฒนาการเมือง มีหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลของสภาพัฒนาการเมืองและของสำนักงาน รวมถึงจัดทำรายงาน การประเมินผลงานเสนอต่อประธานสภา เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน ปัจจุบันเป็นปีที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมดูการประเมินผลในปี ๒๕๕๒ ในหน้า ๘๖ คณะกรรมการอิสระติดตาม และประเมินผลตรวจสอบข้อมูลพบว่าสภาพัฒนาการเมืองยังไม่ได้มีการปฏิบัติตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระติดตามและประเมินผลที่ได้ให้ไว้ต่อสภาพัฒนาการเมือง เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๒ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันยังไม่ได้มี การจัดลำดับความสำคัญของยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาการเมือง ตลอดจนยังไม่มี การปฏิบัติตามแผนพัฒนาการเมือง นั่นในปี ๒๕๕๒ มาปี ๒๕๕๓ คณะกรรมการอิสระ ติดตามและประเมินผลได้พบว่าสภาพัฒนาการเมืองยังไม่สามารถขับเคลื่อนแผนพัฒนาการเมือง ไปสู่การปฏิบัติตามแผนพัฒนาการเมืองได้อย่างชัดเจน เนื่องจากขาดการวางแผนยุทธศาสตร์ ของสภาพัฒนาการเมือง จึงส่งผลให้การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการเมือง ไม่สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ผลการดำเนินงานของสภาพัฒนาการเมืองยังไม่บรรลุ วัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมืองตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนในตอนต้นว่าผมให้กำลังใจ สภาพัฒนาการเมืองเพราะว่างานที่ท่านทำนั้นเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ แต่ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นว่าเราต้องหาหัวใจของปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะหัวใจของปัญหาการเมืองของ ประเทศคืออะไรให้ได้ก่อน เราถึงจะกำหนดตรงนั้นเป็นความสำคัญลำดับแรก เป็นยุทธศาสตร์แรกที่จะดำเนินการพัฒนาการเมืองให้ไปสู่ความสำเร็จ สิ่งที่ผมเห็นว่า เป็นปัญหาสำคัญยิ่งของการพัฒนาทางด้านการเมืองของประเทศไทยก็คือบ้านเมืองของเรา ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จะเห็นได้จากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ๘๐ ปีแล้วเรามีการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๐ กว่าครั้ง รัฐธรรมนูญแก้แล้วแก้อีก ๑๘ ฉบับ รัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีการคั่น ด้วยรัฐบาลเผด็จการเป็นระยะ ดังนั้นเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เขามี การพัฒนาล้ำหน้าไปกว่าเรามากนักยกตัวอย่างในประเทศเอเชียด้วยกัน ประเทศญี่ปุ่น ประสบปัญหาจากการที่เขาล้มละลายจากสงครามโลก แต่เมื่อบ้านเมืองเขาเป็นประชาธิปไตย เขาไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเลย แล้วเขากระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นอย่างจริงจัง ประเทศชาติของเขาก็เจริญก้าวหน้ากว่าเราไปอย่างมากนี่ยกตัวอย่าง ของเราเมื่อมาดูแล้ว เมื่อบ้านเมืองจะตั้งหลักได้ก็มีการปฏิวัติรัฐประหารมาคั่นกลาง ทั้ง ๆ ที่ได้มีความเห็นกันทั่วโลก ว่าการปฏิวัติรัฐประหารนั้นทำให้บ้านเมืองถอยหลังเข้าคลอง แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ที่พวกเรา อยู่ในสภาแห่งนี้ก็ยังใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่มาจากกากเดนของเผด็จการ ถามว่าทำไม เราถึงเข้ามา ก็เพราะมันเป็นช่องทางเดียวที่เราจะเข้ามาสู่ในอำนาจเพื่อที่จะแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่ขณะนี้เมื่อมีการเดินเพื่อจะให้เราสามารถมีกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่มาจากพี่น้องประชาชน ก็ยังมีการหวงแหนกฎหมาย รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองด้วยกัน หรือจะเป็นองค์กรอิสระอื่น ๆ นี่คือสิ่งที่ เป็นตัวฉุดรั้งให้บ้านเมืองของเราไม่เจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ ผมไม่ได้หมายความว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญจะเป็นตัวที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญไปข้างหน้า แต่จะเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่บ้านเมืองหรือการเมืองนั้น ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่สำคัญผมอยากจะให้การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองนั้น โดยประชาชนที่เขาเลือกขึ้นมาเป็นตัวแทนของเขา ประชาชนจะเรียนรู้ในการที่จะแก้ไขปัญหา ของตัวเองผ่านตัวแทนของเขา ถ้าเขาปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีทุจริตคอร์รัปชันประชาชนก็จะต้องลงโทษ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปมิใช่จะมีอำนาจใดอำนาจหนึ่งมาจัดการเพื่อที่ให้การแก้ไขปัญหานั้น ที่เขาคาดว่าจะลุล่วงแต่กลับจะทำให้ปัญหานั้น ๆ หนักยิ่งขึ้น หนักยิ่งขึ้น และเราแก้ไม่ไหว ในอีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่เกี่ยวกับการแก้ไขเรื่องความขัดแย้งเป็นยุทธศาสตร์ที่สภาพัฒนาการเมือง ผมมองดูว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยมาก ก็อยากจะฝากว่าขณะนี้บ้านเมืองของเรา ที่ยังเดินไปไม่ถึงไหนก็เพราะยังมีการแบ่งฝ่ายสุดโต่งไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำอย่างไรเราถึงจะใช้ หลักทางพุทธศาสนาหรือหลักศาสนาอื่น ๆ ก็ตามที่ให้ความสำคัญกับการอภัยในสิ่งที่ เรื่องมันควรจะจบได้ในยุคเราสมัยเรา ผมขอฝากเป็นข้อสังเกตไปยังสภาพัฒนาการเมืองว่า ท่านต้องค้นหัวใจของปัญหาบ้านเมืองให้ได้ จะเห็นตรงกับผมหรือไม่ผมไม่สามารถไปคาดเดาได้ แต่ผมมีความเห็นเป็นการส่วนตัวว่าปัญหาสำคัญที่สุดก็คือบ้านเมืองของเรายังไม่เป็น ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง บ้านเมืองของเรายังมีการปฏิวัติรัฐประหารเป็นระยะ ๆ บ้านเมืองของเรายังมีความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ฝากให้สภาพัฒนาการเมือง หาทางปรับยุทธศาสตร์ให้ตรงกับหัวใจปัญหาของบ้านเมืองต่อไป ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ บังเอิญว่าดิฉันก็สนใจเรื่องการเมืองนะคะ คงมีข้ออภิปราย ข้อเสนอแนะ เยอะเหมือนกัน เพราะว่าหลายท่านก็ได้พูดมาแล้วนะคะ แต่ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าตอนที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กำหนดให้มีสภาพัฒนาการเมือง ดิฉันดีใจมากเลยว่าเมื่อก่อนนี้ ปี ๒๕๔๐ อาจจะแค่กำหนดว่า ให้มีแผนพัฒนาการเมือง แต่พอรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บอกว่าให้มีสภาพัฒนาการเมือง ดิฉันก็ดีใจ เพียงแต่ว่าพอตอนหลังก็พยายามที่จะรับฟังความเป็นมาเป็นไป และความเคลื่อนไหวของสภาพัฒนาการเมือง ก็ต้องเรียนว่าไม่ค่อยถูกใจเท่าไร มันอาจจะเป็นข้อจำกัดเพราะว่าท่านเป็นกรรมการชุดแรก แล้วสภาของท่านแทนที่จะเป็นอิสระ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลของรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าท่านต้องไปซุกอยู่ใต้ปีก ของสถาบันพระปกเกล้า เพราะฉะนั้นความเป็นอิสระมันอาจจะน้อย เพราะว่าเลขาธิการ สภาพัฒนาการเมืองกับเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าเป็นคนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้นนโยบายทิศทางมันอาจจะใกล้เคียงกันก็ได้ ดิฉันก็แปลกใจนะคะว่าตอนที่ดิฉัน เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ต้องขอประทานโทษค่ะชื่อมันยาวและเยอะมากเลยอาจจำผิด ครั้งแรกเลย ดิฉันเชิญสภาพัฒนาการเมืองเพื่อที่จะมาพูดคุยกันว่าท่านจะพัฒนาการเมืองไปในทิศทางไหน ก็ปรากฏว่าประธานสภาพัฒนาการเมืองไม่ได้มา นอกนั้นก็จะมีท่านเลขาธิการ แล้วก็มีรองเลขาธิการ มีกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองมา แต่ว่าก็ไม่ได้คุยกันมากนัก ดิฉันก็พยายามศึกษา ก็พบว่าที่จริงแล้วดิฉันก็อยากจะเรียนถามท่าน ดิฉันเข้าใจว่าเป็นชุดแรก แล้วอาจจะเป็นอิสระไม่มากพอ แต่ว่ายุทธศาสตร์ที่ท่าน กำหนดเอาไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ นี่สุดท้ายล่าสุดท่านมียุทธศาสตร์ที่ ๗ ขึ้นมาด้วย ซึ่งดิฉันได้ไป ร่วมประชุมด้วย เป็นยุทธศาสตร์ที่ ๗ พูดถึงเรื่องการส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาท ทางการเมือง ซึ่งอันนี้มันจะสะท้อนว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องความเสมอภาคในประเด็นหนึ่ง แต่ใน ๖ ยุทธศาสตร์นี้ไม่มีเรื่องความเสมอภาคเลยนะคะ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องการเมืองนี่หัวใจสำคัญ ของประชาธิปไตยก็คือเรื่องความเสมอภาค การที่จะต้องให้ทุกคนอยู่ในกฎหมาย แล้วก็เคารพกฎหมาย แล้วก็ของท่านนี่ที่จริงอย่างยุทธศาสตร์ที่ ๑ ถึงยุทธศาสตร์ที่ ๖ ดิฉันก็ต้องเรียนถามว่าเมื่อท่านกำหนดขึ้นมาแล้วดิฉันอยากจะให้ว่าอีกต่อไป ไม่ทราบต้องกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ไหม หรือว่าต้องใช้ยุทธศาสตร์เดิมทั้ง ๖ ข้อ ทั้ง ๖ ข้อในนี้ ท่านก็เน้นเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็เป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็ง ของภาคประชาสังคม แต่เวลาท่านพูดถึงมันไม่ค่อยเป็นรูปธรรม อาจจะเป็นเพราะในนี้ มีนักวิชาการเยอะ ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม ไม่เป็นรูปธรรม เช่นเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของพลเมืองและสิทธิชุมชนอย่างนี้ มันไม่มีคำอธิบาย ถ้าท่านไม่มีคำอธิบายนี่ ดิฉันก็อยากจะเรียนถามท่านเหมือนกันว่ายุทธศาสตร์แต่ละข้อนี่สมาชิกของท่าน ๑ ท่าน มีคณะกรรมการซึ่งมาจากสมาชิกแล้วก็มีจากองค์ประกอบอื่น ๆ แล้วท่านก็มีสมาชิกอยู่ทุกภาค คณะกรรมการกับสมาชิกนี่มีความเป็นเอกภาพ เข้าใจตรงกันหรือเปล่าว่ามันคืออะไร เหมือนกับท่านบอกว่ายุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง แบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง ก็ต้องถามว่าวัฒนธรรมทางการเมือง คืออะไร ท่านต้องพูดให้ชัด ดิฉันเคยคุยกับกระทรวงวัฒนธรรมหลายครั้งแล้วว่า กระทรวงวัฒนธรรมหรือวัฒนธรรมที่ดีนี่มันคงไม่ใช่เฉพาะเรื่องผ้าไทย เรื่องระบำรำฟ้อน แต่มันต้องพูดถึงวิถีประชาธิปไตย วัฒนธรรมแบบประชาธิปไตยซึ่งจะต้องเคารพกฎหมาย ท่านต้องรณรงค์ ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวข่มขู่คนอื่น ให้การเดินทางหรือไปทำกิจกรรมของพรรคการเมืองถูกคุกคาม ถูกข่มขู่ ท่านต้องออกมา บอกว่าอย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ท่านต้องบอกว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนคืออะไร การตรวจสอบคืออะไร ถ้ารัฐบาลไหนหรือหน่วยงานไหนก็ตามไม่พร้อมต่อการตรวจสอบ ไม่เห็นชอบหรือไม่ยอมกับการตรวจสอบ ท่านต้องออกมาบอกเลยว่านี่ไม่เป็นประชาธิปไตย การเมืองพัฒนาอย่างนี้ไม่ได้ ท่านต้องกำหนดให้ชัดเจน เวลาท่านพูดถึงคุณธรรมจริยธรรม ต้องถามว่าคืออะไร เพราะไม่อย่างนั้นมันลอย ๆ ท่านบอกว่าการแยกทุนจากการเมือง การสร้างกลไกป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน การสร้างระบบการควบคุมและลงโทษทางสังคม การพัฒนากลไก การคัดสรรบุคลากรที่มีคุณธรรมจริยธรรม ต้องถามว่ายุทธศาสตร์อย่างนี้ ท่านทำอย่างไร แล้วเวลาประเมินผล ดิฉันก็เปิดอ่านแล้ว เวลาท่านรายงานผลท่านก็พูดลอย ๆ ท่านบอกแต่ว่าท่านทำกิจกรรมนี้กี่ครั้ง ๆ มีเครือข่ายเท่าไร แล้วท่านมีกรรมการประเมินผล ที่เป็นอิสระ ซึ่งดิฉันไม่คิดว่ากรรมการประเมินผลที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ ท่านที่รับผิดชอบอยู่นี้ ท่านจะเขียนรายงานลอย ๆ ดิฉันคิดว่าคงมีรูปธรรมอยู่ เพียงแต่เมื่อท่านนำมาเขียนรายงานแล้ว มันไม่มีรูปธรรม มันก็มองไม่ออกว่าท่านทำอะไรบ้าง สิ่งที่ท่านทำออกมานี่คุณธรรมจริยธรรม ของผู้นำและนักการเมือง อะไรที่ท่านบอกว่าสำคัญที่สุด คงไม่ใช่เรื่องการซื้อเสียงอย่างเดียว การซื้อเสียงมันสะท้อนถึงความไม่มีวินัย ความคิดที่ผิด ความที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความไม่เสมอภาค ใช้สิ่งที่ตัวเองมีมากกว่า มีเงินมากกว่า มีอำนาจมากกว่า ทุจริตในการเลือกตั้ง ดิฉันยังคิดว่านั่นก็ยังเป็นผลพวง ท่านไม่ได้บอกเลยว่าคุณธรรมจริยธรรมอะไรที่ท่านต้องการ ที่จะส่งเสริมหรือจะสนับสนุน ความซื่อสัตย์หรือเปล่า ความเคารพกฎหมายหรือเปล่า ความเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือเปล่า เมื่อเวลาหนึ่งมีนักการเมืองทำผิดจริยธรรมท่านทำอะไรบ้าง มีนักการเมืองออกมาโกหก แล้วบอกว่าได้รับอนุญาตให้โกหกได้เพราะเป็นการโกหกสีขาว สภาพัฒนาการเมือง มีมาตรฐานไหมเรื่องอย่างนี้ เป็นคุณธรรมของท่านหรือเปล่า เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนถาม ท่านว่าในเมื่อมันเป็นนามธรรมอย่างนี้ ดิฉันก็ยังมองไม่ออก ดิฉันพยายามติดตามว่าของท่าน ทำอะไรบ้าง ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ธรรมาภิบาลทางการเมืองและการบริหาร ท่านได้งบประมาณ แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ยุทธศาสตร์ธรรมาภิบาลใครเป็นคนกำหนดให้ท่าน ท่านกำหนดเองหรือเปล่า แล้วได้แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดก็คือยุทธศาสตร์ที่ได้ ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง ต้องถามท่านว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนท่านทำอะไรไปถึงไหน อะไรคือการมีส่วนร่วม ของประชาชน ถ้าหน่วยงานอื่นจะทำกิจกรรมหรือโครงการสักอย่างหนึ่ง แล้วก็มีรูปแบบ ถูกต้องเลยในการรับฟังความคิดเห็น มีองค์ประกอบมีคนเต็มห้องประชุมเลย ท่านว่าอย่างนี้ใช่ไหม เป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือเปล่า ท่านถืออะไรเป็นหลักของการมีส่วนร่วม ขอให้ทำครบถ้วนหรือองค์ประกอบถูกต้องไหม ผู้มีส่วนได้เสียท่านตรวจสอบไหมคะ แล้วท่านบอกพี่น้องประชาชนไหมคะเรื่องอย่างนี้ แล้วพี่น้องประชาชน แล้วท่านก็บอกว่า ยุทธศาสตร์ทั้ง ๖ ท่านไปพบหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เขานำแผนของท่านไปใช้ แล้วมันก็ออกแล้วว่าเขาเอาไปใช้น้อยมากเลย ที่เอาของท่านไปใช้มากที่สุดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกนั้นแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยก็จะมีโครงการเดียว ๑ ๑ ๑ เสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วถ้าดิฉันเปิดดูท่านไปพบหน่วยงานต่าง ๆ อย่างแม้กระทั่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ท่านไปพบ ก็ต้องถามว่า ท่านไปกระตุ้นเขาหรือว่าสิ่งที่พูดออกมาทั้งหมดเขามีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ท่านไปดูท่านก็บอกว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเขาจะทำ มีเป้าหมายเรื่องนี้ซึ่งสอดคล้องแล้วก็ตรงกัน กับสภาพัฒนาการเมือง ถ้าอย่างนั้นแปลว่าแล้วท่านทำอะไร ท่านไปร่วมมือกับเป้าหมาย ที่ตรงกันนี้หรือเปล่า หรือปล่อยให้เขาทำไปแล้วท่านก็เอามาเล่าว่าท้องถิ่นเขาทำอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อกี้มี ส.ส. หลายท่านเป็นห่วงเรื่องท้องถิ่น ท่านจะลงไปช่วยดูไหมว่าประชาธิปไตย ของท้องถิ่นมันควรจะเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง อะไรคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดิฉันเป็นคนเคยเชื่อ ผลักดันกฎหมาย อบต. สมัยปี ๒๕๓๗ แล้วดิฉันก็ไปเที่ยวพูดว่าดิฉันเชื่อมั่นถ้าท้องถิ่น ถ้า อบต. เข้มแข็ง ดิฉันไม่ห่วงระดับชาติ เพราะถ้าท้องถิ่น อบต. ซึ่งเป็นอณูไปทั่วทุกแห่งนี่ เขาเข้มแข็ง ระดับชาติอยู่อย่างไม่ถูกต้องไม่ได้ แต่พอมาถึงตอนนี้หลายคนก็บอกว่าระดับชาติ นั่นแหละครอบงำระดับท้องถิ่น ประชาธิปไตยแบบนี้ท่านไม่ต้องมาทำระดับชาติก็ได้ มันซับซ้อนเกินไป ถ้าท่านทำในระดับท้องถิ่นได้ กำหนดเป้าหมายเลยว่าการเมืองท้องถิ่น จะเป็นอย่างไร ท่าน ส.ส. นริศท่านก็พูดแล้วมันไม่มีฝ่ายตรวจสอบ ดิฉันยังคิดจะเสนอ กกต. ถ้า กกต. ได้ยินกรุณารับทราบไว้ด้วย อยากจะให้ออกระเบียบออกมาเลยว่าเวลาที่ติดป้ายหาเสียง ป้ายของนายกรัฐมนตรีข้างล่างก็จะประกอบไปด้วยป้ายของสมาชิกสภาซึ่งเป็นผู้สมัคร ถ้าอย่างนี้นี่ดิฉันก็เคยไปช่วยไปปราศรัยหลายแห่งบอกว่าพี่น้องถ้าพี่น้องเลือกเบอร์นี้ เป็นนายกรัฐมนตรี เบอร์ที่อยู่ข้างล่างเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพี่น้องอย่าเลือก ถ้าพี่น้องเลือกชอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่แถวล่างท่านอย่าเลือกนายกรัฐมนตรีคนนี้ เพราะว่าตอนนี้เขากำลังบอกพี่น้องว่าเขาฮั้วกัน เขาจะไม่ไปตรวจสอบกัน เขาเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งขัดหลักของการแยกอำนาจอยู่แล้ว สภาพัฒนาการเมืองทำบ้างไหมคะ ดิฉันไม่อยากจะให้ ท่านทำมากมายหรอก ตั้งเป้าหมายไว้มากมายแล้วท่านก็ทำไม่ได้ แล้วท่านไปพบตั้งหลายหน่วยงาน สุดท้ายแล้วท่านก็ดูว่าหน่วยงานไหนที่มีเป้าหมายเหมือนท่าน มีคำขวัญ มีทิศทาง มีวิสัยทัศน์ เหมือนท่านแล้วท่านก็บอกว่า อ๋อ นี่มันตรงกัน แม้กระทั่งกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ท่านไปพูดเรื่องบ้านเอื้ออาทรกับบ้านมั่นคงก็เหมือนกัน แล้วตรงไหนคือของท่าน เพราะบ้านเอื้ออาทรกับบ้านมั่นคงเป็นของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ บ้านเอื้ออาทรท่านก็บอกว่ามันเป็นการซื้อที่มาแล้วก็มาสร้างบ้าน แล้วก็ขายราคาถูก แต่ถ้าบ้านมั่นคงเป็นบ้านที่ประชาชนรวบรวมกันแล้วก็เป็นกลุ่มเป็นก้อน แล้วก็มีเงื่อนไข ต่าง ๆ ในการที่จะรวมกันแล้วก็สร้างบ้านร่วมกัน ท่านก็บอกอยู่แค่นี้ แล้วตรงไหนคือผลงาน ของท่าน ท่านไม่ได้บอก เพราะฉะนั้นพูดถึงเรื่องการเมืองนะคะ แม้กระทั่งยุทธศาสตร์ที่ ๕ ความมั่นคง การจัดการความขัดแย้งและการสร้างสังคมสมานฉันท์ ท่านพูดตามสมัยนิยม หรือเปล่า หรือท่านทำอะไรบ้างในยุทธศาสตร์ที่ ๕ ท่านชี้นำ ท่านให้แนวทางกับสังคม หรือเปล่าว่าความมั่นคงมันหมายถึงอะไร มันหมายถึงความมั่นคงของชาติ ของประชาชน ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาลหรือของรัฐมนตรี หรือของหน่วยงานใด ท่านบอกเขาไหมคะว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นที่จะจัดการความขัดแย้งนี่อะไรคือด้านหลัก อะไรคือด้านรอง อะไรคือ ความขัดแย้งหลัก อะไรคือความขัดแย้งในหมู่ประชาชน อะไรคือความขัดแย้งระหว่าง ฝ่ายประชาชนกับฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายเอาเปรียบประชาชน แล้วการสร้างสังคมสมานฉันท์ ท่านบอกประชาชน บอกสังคมไหมคะ ไม่ใช่การบอกว่า ๒ ฝ่ายให้เลิกแล้วต่อกัน แต่มันจะต้องหาความจริงออกมาให้ได้แล้วคนที่ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษแล้วถึงจะมาพูดคุยกัน เรื่องสมานฉันท์ ขอประทานโทษนะคะ ดิฉันอาจจะหูตาไม่กว้าง ดิฉันไม่ได้ยินสภาพัฒนาการเมือง พูดเลย ถึงยุทธศาสตร์สุดท้ายยุทธศาสตร์ที่ ๖ ก็ตาม ท่านพูดถึงการกระจายอำนาจ และการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร ก็มีหลายท่านพูดแล้ว ท่านทำอะไร ที่เป็นเนื้อ ๆ ของท่าน ไม่ใช่ไปหยิบยกเอาสิ่งที่ประชาชนเขาทำกันในพื้นที่ในชุมชน หรือท่านโฆษณามากเลยจังหวัดจัดการตนเอง ผลมันคือตรงไหนแล้วพูดกัน ดิฉันไม่อยากจะให้ บางทีเราใช้คำพูดพูดกันแล้วสร้างความหวังแล้วก็สร้างความฝัน ดิฉันเจอหลายจังหวัด เวลาไปภาคเหนือก็เจอ เรากำลังทำจังหวัดพึ่งตนเอง เรากำลังทำจังหวัดจัดการตนเอง ถามว่าทำอะไร ก็ยังทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านเสียหน่อยว่า ท่านจะทำอย่างไรเอกสารของท่านดิฉันพับไว้เยอะมากเลย พูดถึงกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมือง ดิฉันจะฝากท่านหน่อยนะคะว่าที่จริงท่านต้องร่างกฎหมายใหม่แล้ว เพราะว่ามันครบ ๕ ปี แล้วท่านคณะกรรมการทั้งหลายชุดนี้ก็จะครบวาระ ดิฉันจำไม่ได้ ดิฉันเคยสอบถามว่าเป็นอีกได้ไหม เข้าใจว่าเป็นอีกไม่ได้ ถ้าเป็นอีกไม่ได้ท่านจะฝากมรดก เหล่านี้ไว้ให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร ดิฉันอยากจะฝากให้ท่านกำหนดลงไปในกฎหมาย พูดถึงกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วมีกฎหมายเข้าชื่อ ประชาชนเข้าชื่อกันเสนอกฎหมายเข้ามาในสภา แล้วก็มีข้อเรียกร้อง ดิฉันเสนอตั้งแต่วาระแรก จนวาระสุดท้ายนั่นแหละค่ะว่าการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ การเข้าชื่อเสนอกฎหมายถือว่า เป็นการมีส่วนร่วมที่สูงสุดของประชาชนเพราะร่วมกันเสนอกฎหมาย ร่วมกันตัดสินใจ ทางการเมือง ในกิจกรรมทั้งหลายขอให้กำหนดเอาไว้ว่าเงินค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งให้ได้มาจาก กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งคณะกรรมาธิการไม่ยอมแล้วก็ถูกตัดไป แล้วก็คณะกรรมการกฤษฎีกาหลายท่าน นักกฎหมายก็ออกมาบอกว่าไม่ต้องกำหนดหรอก เพราะมันกำหนดเอาไว้อยู่ในกฎหมายนั้น ๆ แล้ว แปลว่ากำหนดเอาไว้ในวัตถุประสงค์ ของกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองแล้ว ถ้าอย่างนั้นกรุณาฝากท่านต่อได้ไหมว่า ให้กำหนดลงไปด้วยว่าค่าใช้จ่ายทั้งหลาย ทุนทั้งหลายที่จะให้สนับสนุนก็คือให้สนับสนุน กิจกรรมในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชน ซึ่งมันก็จะตรงกับการเมือง ภาคพลเมืองมากที่สุด ฝากท่านเอาไว้หน่อย ดิฉันก็จะมีข้อเสนอแนะหลายอย่าง
ท่านพูดถึงว่าประชาธิปไตยชุมชนระดับจังหวัดของท่านนี่ท่านทำในจังหวัดนำร่อง ๕ จังหวัด แต่ดิฉันดูเวลาท่านรายงานมันมีเกือบทุกจังหวัด แล้วท่านก็บอกว่ามีเท่านั้นมีเท่านี้แห่ง มีเท่านั้นเท่านี้กิจกรรม แต่พอถึงเวลาที่คณะกรรมการอิสระติดตามและประเมินผลเสนอ ก็บอกว่าน่าจะทำเป็นจุด ๆ ไม่น่าจะทำกระจาย เราก็เลยสงสัยว่า เอ๊ะ มันอันเดียวกันไหม กับจังหวัดนำร่อง หรือใครขอมาท่านก็ให้ ท่านไม่ได้มุ่งลงไปที่ตรงใดตรงหนึ่ง ก็ฝากท่านว่า เวลาท่านพูดถึงสรุปผลงานของท่านขอให้เป็นผลงานของท่านจริง ๆ ถ้าเป็นผลงานของเครือข่ายของหน่วยงานอื่นท่านก็วงเล็บหรือประกอบไปก็ได้ แต่ให้เห็นว่า ผลงานของท่านจริง ๆ คืออะไร ฝากท่านเอาไว้อีกนะคะว่า อย่างเช่นหน้า ๔๓ ท่านบอกกรรมการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองประจำภาคใต้ก็ดำเนินการจัดเวทีสาธารณะ เพื่อให้ความรู้ด้านการเมืองภาคพลเมืองแก่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ๑๔ จังหวัด มีประชาชน เข้าร่วม ๑,๕๐๐ กว่าคน จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนงานพัฒนาการเมือง ใน ๑๔ จังหวัดเชื่อมร้อยเป็นภาคีเครือข่าย ผลงานมันเป็นร้อยแก้วทั้งนั้นเลยค่ะ แล้วก็ต้องถามว่า แล้วท่านมีกี่เครือข่าย หรือว่าเชื่อม ๑๑๔ จังหวัดนี้เป็นเครือข่ายเดียว ในการดำเนินกิจกรรม ที่มีประเด็นปัญหาร่วมกัน ประเด็นปัญหาคืออะไรบ้าง ถ้ามองไม่เห็นอย่างนี้มันไม่เห็นผลงานท่าน แล้วก็ถามว่าแล้วมันได้อะไรบ้าง ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็เขียนไว้เยอะแยะมากเลย แล้วก็บอกว่า ที่จริงแล้วท่านก็สรุปงานออกมาเป็นสรุปงานของ ๕ จังหวัดก็ได้ เวลาท่านบอกว่าท่านร่วมกับ ภาคราชการและภาคส่วนต่าง ๆ โดยสภาพัฒนาการเมืองสนับสนุนสร้างความรู้ความเข้าใจ และเชื่อมประสานชุมชน ก็ต้องถามว่าท่านไปทำกับภาคต่าง ๆ กับหน่วยงานต่าง ๆ เรื่องอะไร มันมีคำถามเยอะมากในคำพูดของท่าน เพราะมันจะเป็นคำพูดที่มันเป็นวาทกรรมและมันลอย ๆ แล้วท่านไม่บอกรูปธรรมว่าทำอะไรที่มันชัดเจน ผลการดำเนินงานของท่านเหมือนกัน มันจะมีเชิงพื้นที่ เชิงประเด็น ซึ่งวลีเหล่านี้หรือวาทกรรมเหล่านี้นี่นะคะ มันใช้กันมากเลย ในการทำงานชุมชน แล้วมันก็สร้างความสับสนให้กับชุมชนเอง นึกว่าตัวเองทำอะไรได้ ที่จริงทำแผนมาขับเคลื่อนไม่ได้ก็ถือว่าวิเศษที่สุดแล้ว สภาพัฒนาการเมืองต้องลงไปช่วยเขา ต่อยอดของเขาด้วย ไม่ใช่ให้เขาทำ ทำมายด์ แมพ (Mind map) เป็น ชาวบ้านมาอวดดิฉัน อยู่เรื่อยเลย นี่อาจารย์ทำอย่างนี้นะ ทำมายด์ แมพได้ ถามใครสอน ก็นี่แหละเขาทำแผน อยู่ในชุมชน ถามว่าแล้วออกมาแผนในชุมชนมีอะไรบ้าง จำไม่ได้ จำได้แต่มายด์ แมพทำอย่างไร ฝากท่านหน่อยค่ะว่าเนื้อหาสาระสำคัญกว่ารูปแบบ สภาพัฒนาการเมืองอย่าหลงทาง เหมือนคนอื่นเขา ท่านต้องเป็นหลักในการที่จะพัฒนาการเมือง ก็ฝากท่านจริง ๆ นะคะ ท่านเป็นกรรมการชุดแรก ดิฉันเข้าใจ แล้วท่านต้องฝ่าฟันกับความไม่เข้าใจอะไรเยอะมาก ฝากท่านด้วยนะคะว่าถ้าสมมุติว่าท่านกำหนดได้ ทราบว่าตอนนี้ก็ร่างกฎหมายเสร็จแล้ว ที่จริงอยากจะเสนอให้ท่านล่ารายชื่อประชาชนเข้าชื่อกันแล้วเสนอเข้ามาด้วยอีกทางหนึ่ง แล้วมันก็จะเป็นกฎหมายภาคประชาชน แล้วคณะท่านทั้งหลายจะได้เข้ามาเป็นกรรมาธิการ ๑ ใน ๓ ของคณะกรรมาธิการในสภาที่มีอยู่ ท่านจะได้เข้ามาผลักดันในเรื่องเหล่านี้ ท่านกำหนดได้ไหมว่าสมาชิกสภา ที่จริงกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดว่าสมาชิกของ สภาพัฒนาการเมืองส่วนหนึ่งต้องมาจากสภาองค์กรชุมชน ท่านต้องมีเงื่อนไขมากกว่าบอกว่า สภาองค์กรชุมชนลอย ๆ เพราะที่ผ่านมา ๑. ท่านเป็นคณะแรก ตอนที่บอกว่าจะต้องหาสมาชิก ต้องตั้งสภาพัฒนาชุมชนขึ้นมาแล้วหาตัวแทนเข้ามาเป็นสมาชิก เขาพยายามเร่งตั้ง พอช. พยายามเร่งมากเลยให้ตั้งสภาองค์กรชุมชนขึ้นมาเพื่อที่จะส่งเข้ามาในนี้ ซึ่งสมาชิกทั้งหลาย ไม่ทราบบทบาทหน้าที่ของตัวเองเลย ท่านจะกำหนดเงื่อนไขได้ไหมว่าสภาองค์กรชุมชน จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ไม่ใช่เวลาที่ตั้งนะคะ แต่มีคุณสมบัติที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนสมาชิกนี้ แล้วบอกได้ไหมว่ากรรมการ สมาชิกสภาไม่ใช่ประชาชนทั่วไป สมาชิกสภาหรือคณะกรรมการ ต้องไม่เป็นกรรมการในคณะกรรมการของหน่วยงานอื่น ๆ ไม่เกิน ๒ คณะหรืออะไรอย่างนี้ ท่านไปดูสิในพื้นที่ของท่านที่จริงมันเป็นสิทธิของประชาชน แต่มันเห็นเลยว่าสมาชิก ๑ คน เขาเป็นหมวก เขาเป็นทุกองค์กรเลย ดิฉันไปอบรมขนาดพี่น้องผู้หญิงเป็นสมาชิกมีหมวก ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ใบ แล้วเขาจะมาทำอะไรกับท่านได้ ยกเว้นว่าถึงเวลาที่จะรายงานท่าน เขาก็เอาผลงานที่เขาทำอย่างอื่นนี่ละมารายงานท่าน ถึงเวลาที่เขาจะรายงานหน่วยงานไหน เขาก็มีข้อมูลเขาอยู่ชุดนี้แหละที่ทำ แล้วก็อ้างว่าเป็นสภาพัฒนาการเมือง แล้วท่านเองก็ไปจับตัวเขามาว่าเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งที่จริงเขาอาจจะ ไม่ได้เข้าใจท่านเลยหรือไม่ได้ทำกับท่านเลยก็ได้ ท่านทำอย่างไรให้ผลงานของท่าน ให้สภาของท่านทำงานให้มันเด่นออกมาว่าท่านทำอะไร ถ้าต่อยอดเขาก็ต่อยอดเรื่องอะไร ต่อยอดตรงไหน แล้วก็ท่านต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าท่านอยากให้การเมืองเป็นอย่างไร การบริหารทั้งหลาย แล้วทั้งตัวท่านเอง ทั้งกรรมการ ทั้งข้าราชการ แล้วทั้งสมาชิกที่อยู่ ทั่วประเทศที่ท่านบอกว่ามีมากมายทุกภาคเขาเข้าใจเป็นเอกภาพไหมกับท่าน ข้าราชการ รู้ไหมที่ท่านไปคุยกับพวกเขา หรือเห็นชื่อเหมือนกัน เห็นข้อความเหมือนกัน แล้วท่านก็เอาตามนั้น ท่านตรวจสอบมากน้อยแค่ไหน ฝากท่านจริง ๆ ว่าอยากจะให้ท่าน กำหนดลงไปด้วย อย่าลืมกำหนดกองทุนพัฒนาการเมืองนะคะ กระบวนการเข้าชื่อกฎหมาย ขอให้เขาต้องมีเงิน เขามีกิจกรรมต้องทำเยอะ ต้องให้ความรู้ประชาชนว่ากฎหมายนี้ มีความสำคัญอย่างไร มีประเด็นอะไรบ้างในนั้น เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างไร เขาจะต้องรณรงค์ในด้านกว้างด้วยแล้วเขาต้องรวบรวมรายชื่อ กิจกรรมเหล่านี้ต้องมีค่าใช้จ่าย ฝากท่านเอาไว้ทำสิ่งที่เป็นรูปธรรม อย่าไปเคลม (Claim) เอาผลงานของหน่วยงานอื่นมา ท่านต้องดูว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้น ดิฉันเห็นมหาวิทยาลัยมหิดลมีเยอะมากเลยที่มาทำ กิจกรรมต่าง ๆ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ต้องถามว่ามันเป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคลหรือมันเป็น เรื่องขององค์กร สิ่งเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองที่ท่านต้องสร้างด้วย อย่าให้มันเป็น เฉพาะเป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเท่านั้น สุดท้ายเมื่อท่านครบแล้ว กฎหมายนี้บทเฉพาะกาล บอกเอาไว้ว่าเมื่อครบ ๕ ปีท่านจะต้องยกร่างกฎหมายใหม่ก็ได้ ทราบว่าท่านยกร่างแล้ว แล้วท่านต้องแยกตัวออกมาเป็นอิสระอย่าไปอยู่ภายใต้ร่มของใคร ท่านอยู่ภายใต้ร่ม ของสถาบันพระปกเกล้า อีกหน่อยเดี๋ยวท่านจะไปติดเชื้อความคิดหรือวัฒนธรรม ของสถาบันพระปกเกล้าซึ่งก้าวไปสู่ทุนนิยม เป็นความคิดของทุนนิยมอย่างมาก เปิดอบรม หลักสูตรต่าง ๆ เก็บเงินมากมาย เก็บเงินมากดิฉันก็ยังไม่ติดใจเป็นค่าใช้จ่าย ที่ดิฉันติดใจที่สุด คือสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเล็กหลักสูตรใหญ่ไปเมืองนอกทั้งสิ้น ดิฉันไม่เชื่อว่าไปดูงาน แต่ก็ผลาญเงินงบประมาณ สภาพัฒนาการเมืองก่อนจะติดเชื้อนี้รีบออกมาจาก สถาบันพระปกเกล้าเสีย ขอบคุณค่ะ
อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวจะลำดับก่อน ท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ต่อไปจะเป็น ท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ แล้วก็สลับมาที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ มาท่านสมคิด บาลไธสง แล้วก็อาจารย์ผุสดี ตามไท ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านอาจารย์อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตามลำดับนี้นะครับ ก็ขอให้อภิปรายกระชับนิดหนึ่งนะครับ ยังไม่กำหนดเวลานะครับ เพราะว่ามีรับทราบรายงานอีกหลายฉบับ
เดี๋ยวนะครับ ก่อนอภิปรายนิดหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนิสิต คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ขณะนี้ทางสภากำลัง รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมืองอยู่นะครับ เชิญท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ สำหรับเรื่อง สภาพัฒนาการเมืองนี้นะคะดิฉันก็มีความสนใจมากว่าได้ดำเนินกิจการไปอย่างไร แล้วก็จากรายงานที่ได้อ่านที่นำเสนอต่อสภามานี้ดิฉันก็เห็นว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับ ประเทศไทยที่จะมีสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมา และดิฉันหวังว่าเมื่อมีสภาพัฒนาการเมืองแล้ว ประเทศเราจะก้าวเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเต็มตัวแล้วก็ไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นอีก เพราะว่าบทบาทและหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมืองนี้ก็จะทำให้ประชาชนอาจจะเข้าใจ ในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นแล้วก็รักและหวงแหนประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าเดิม จากพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็ทำให้สภาพัฒนาการเมือง มีบทบาทมากเลย แต่ว่าในเมื่อเราดำเนินการอะไรแล้วก็ตามปัญหามันย่อมเกิดขึ้น สำหรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ทางคณะกรรมการอิสระติดตามและประเมินผลได้สรุปมาให้ฟัง ดิฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกในปีหน้า ก็หวังว่าเมื่อฟังคำติติงมาแล้ว ข้อเสนอแนะมาแล้ว ท่านผู้ปฏิบัติงานก็คงจะไปดำเนินการแก้ไขปรับปรุง แล้วปีหน้าพอเราสรุปรายงานนี้มาอีก ก็หวังว่าจะไม่มีข้อความเหล่านี้ มีแต่ทำอย่างไรมันถึงจะก้าวหน้าเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ที่จะเป็นปัญหาที่ดิฉันดูเกี่ยวกับเรื่องเงิน เกี่ยวกับเรื่องกองทุนที่ตั้งตามมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๑ ปรากฏว่าท่านได้รับ เงินอุดหนุนจากทางงบประมาณแผ่นดินไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปี ๒๕๕๓ ท่านมีค่าใช้จ่ายถึง ๑๐๐ กว่าล้านบาท แล้วพอมาดูในผลงานแล้วมีงานวิจัย ๒ เรื่อง สำหรับงานอื่น ๆ ที่ได้กระทำไปเพื่อน ๆ สมาชิกก็ได้พูดไปบ้างแล้ว แต่ว่างานวิจัยของท่าน มีแค่ ๒ เรื่องเอง เป็นเรื่องเกี่ยวกับสำนึกพลเมือง แล้วก็เรื่องการสร้างเสริมจิตสำนึก ความเป็นพลเมืองแก่เยาวชน แล้วก็งานวิจัยสำนึกพลเมือง ซึ่งดิฉันคิดว่ามันน้อยเหลือเกิน สำหรับงบประมาณที่ได้รับไป งานด้านการวิจัยเป็นหัวใจสำหรับการพัฒนาประเทศทีเดียว แล้วก็หน่วยงานของสภาพัฒนาการเมืองก็ใกล้ชิดกับประชาชนมาก เพราะฉะนั้นงานวิจัย มันน่าจะมีเยอะ ๆ กว่านี้ น่าจะมีเป็นจำนวน ๕๐ เรื่อง ในความคิดคิดว่าท่านน่าจะมีมากมาย แต่พอมาดูแล้วปรากฏว่ามันน้อยจริง ๆ สำหรับข้อเสนอแนะที่ดูแล้วที่เขาเสนอมาก็จะเป็นเรื่อง การเงินและการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเงินทั้งหลายแหล่ รู้สึกว่าอาจจะมีข้อขาดตกบกพร่อง อยู่มาก จะเป็นเพราะว่าเป็นหน่วยงานใหม่ หรือว่าเป็นเพราะว่าอะไรก็ไม่ทราบ แต่งบประมาณ ในการเดินทางก็ใช้ไปเยอะ ใช้ไปถึง ๑๐ กว่าล้านบาท แล้วดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าท่านที่มาเป็น ตัวแทนของสภาพัฒนาการเมืองนี่เป็นชุดปัจจุบันหรือชุดในอดีต เพราะเขาบอกว่าหมดวาระ ในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๕ ก็ไม่ทราบว่าได้เลือกกันใหม่แล้วก็เชิญท่านมานั่งฟัง หรือว่า มารายงานต่อสภาหรือเปล่า อันนี้ดิฉันก็ไม่ทราบจริง ๆ เพราะว่าท่านก็ยังไม่ทันได้แนะนำตัว อะไร สำหรับโครงการที่ต่อเนื่องที่จะทำต่ออีกที่มันเกินกว่า ๑ ปีก็มีความชัดเจนมากน้อยแค่ไหน แล้วก็เป็นโครงการอะไร อันนี้ก็ไม่ได้ระบุมาให้ชัดเจน สำหรับข้อเสนอแนะที่คิดว่าอยากจะให้ ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ท่านจะทำต่อไป ก็น่าจะไม่ให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก ในสิ่งที่น่าจะทำได้ ควรจะทำอย่างยิ่งคือการประชาสัมพันธ์ ในการประชาสัมพันธ์ว่าสภาพัฒนาการเมือง ของท่านมีบทบาทและหน้าที่อย่างไร ซึ่งประชาชนโดยทั่วไปจะทราบน้อยมาก ท่านอาจจะ เรียกร้องว่าให้รัฐได้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ท่านด้วยว่าท่านได้ดำเนินการอะไรไปอย่างไร แต่ว่า ถ้ามันไม่มีผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันนัก รัฐเองก็คงไม่รู้จะโฆษณาอะไรให้ท่านเหมือนกัน สำหรับโครงการต่าง ๆ เกี่ยวกับด้านประชาธิปไตยดิฉันก็อยากให้ในส่วนที่สมาชิก ของสภาพัฒนาการเมืองของท่านเองได้ลงไปดำเนินการด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปผ่านองค์กร ต่าง ๆ มากนัก เพราะว่าที่ผ่านมาก็อย่างที่ท่านรัชฎาภรณ์ได้กล่าวไปแล้วคือใช้องค์กรภาครัฐ อื่น ๆ ช่วยทำ สำหรับข้อสรุปที่เป็นประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือติดตามผลกระทบ ในการดำเนินงานได้ติดตามมากน้อยแค่ไหน แล้วก็การรวบรวมผลงานโครงการมีบ้างหรือเปล่า แล้วก็โครงการที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงก็ต้องประเมินให้มีมาตรฐานหน่อย เพราะว่าดูจากงาน ที่ท่านได้เสนอมาบางครั้งบางคราวคนอ่านคนดู คือต้องการรายละเอียดให้มากกว่านี้ เพื่อความเข้าใจ เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากจะประชาสัมพันธ์ให้สภาพัฒนาการเมือง เหมือนกันเพราะว่าถ้าท่านสามารถเข้าถึงประชาชนได้มาก ความรักในประชาธิปไตย ความเข้าใจต่อประชาธิปไตยของพลเมืองก็คงจะมากมายขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันได้ถามไป ก็ขอให้ท่านได้ตอบด้วยว่าท่านที่มานั่งนี้เป็นคณะกรรมการชุดเก่าหรือใหม่นะคะ สำหรับโครงการที่จะทำขึ้นก็โครงการของสภาพัฒนาการเมือง ถ้าจะทำกิจกรรมอะไร ก็ไม่น่าจะซ้ำซ้อนกับโครงการของหน่วยงานอื่น ๆ นัก ก็ไม่ทราบว่าท่านได้ประเมินหรือยังว่า หน่วยงานอื่นเขาทำแล้วท่านก็ไปทำซ้ำอีก แล้วก็กลุ่มเป้าหมายหรือประชาชนที่เข้าไปทำ ก็เป็นกลุ่มเดียวกันอย่างนี้นะคะ ก็อยากจะให้มันกว้างขวางแล้วก็ไม่ให้ซ้ำซ้อน ดิฉันก็ขอฝาก เพียงแค่นี้ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมคิดว่ารายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมืองที่เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เมื่อดูรายละเอียดทั้งเล่มแล้วค่อนข้างจะเป็นไปในทิศทางที่เป็น การรายงานกิจกรรมที่ผ่านมา แล้วก็ปัญหาของสภาพัฒนาการเมืองในการปฏิบัติเอง สิ่งที่ขาดไปก็คือเรื่องของรายงานผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการผลักดันแผนพัฒนาการเมือง ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พยายามที่จะเรียกร้องขอว่าความสำเร็จ ของท่านมีอะไรบ้าง เพื่อให้การรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรหรือต่อวุฒิสภาตามกฎหมายนั้น จะมีผลในทางปฏิบัติแล้วก็สามารถตรวจสอบการทำงานของท่านได้อย่างแท้จริง ถ้าเป็นรายงานในลักษณะเป็นรายงานทางธุรการเช่นนี้จะเกิดประโยชน์น้อย อย่างไรก็ตาม ก็ค่อนข้างทราบดีว่ามีข้อจำกัดในการทำงานของสภาพัฒนาการเมืองเอง ด้านหนึ่งก็อาจจะ มาจากสาเหตุที่ท่านเองก็สื่อสารกับสังคมน้อย บทบาทของสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานทางธุรการของท่านก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในการไปสื่อสารกับสังคมในภาพกว้าง ให้ได้รับรู้ว่าท่านทำอะไร มีผลงานอย่างไร มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่มี ความสำคัญมาก ทำให้ผู้คนในสังคมรู้จักท่านน้อยแม้แต่ในสภาแห่งนี้ผมเองก็รู้จักท่านน้อย เนื่องจากว่า ท่านก็ไม่ได้เปิดกว้างในการบอกกล่าวกับสังคม
ประการที่ ๒ ก็คือองค์ประกอบความเป็นสภาพัฒนาการเมืองของท่าน ผมเห็นสมาชิกที่มาจากหลากหลายประเภทตามกฎหมาย รวมแล้วก็ประมาณ ๑๒๐ คน คือจำนวนมันไม่แน่นอนแล้วแต่ว่าสัดส่วนในสมาชิกบางประเภทก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ตัวแทนจากพรรคการเมืองในสภา พรรคการเมืองที่อยู่นอกสภา อย่างนี้เป็นต้น ก็อาจจะ ทำให้ตัวเลขสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองไม่ชัดเจน แต่ว่าโดยองค์ประกอบแล้วและที่มา มันค่อนข้างมีปัญหา เพราะเนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้หยิบยกขึ้นมาว่า ความรู้ความสามารถของตัวแทนที่มาจากองค์กรพัฒนาชุมชนในแต่ละจังหวัดมีความรู้ ความเข้าใจงานของสภาพัฒนาการเมืองมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกันท่านเองก็มี องค์ประกอบจากส่วนอื่นที่เข้าใจว่าจะมีบทบาทเหนือสภาพัฒนาการเมือง เหนือกับตัวแทน ที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ เช่นนักวิชาการจากสถาบันต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวแทนเป็นสมาชิก โดยตำแหน่งอยู่แล้ว คนเหล่านี้อาจจะมีบทบาทครอบงำ คือใช้คำว่าครอบงำอาจจะดูแรงเกินไป แต่ว่ามีบทบาทเหนือทิศทางการทำงานของสภาพัฒนาการเมืองก็ได้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง อีกเหตุผลหนึ่งดูในรายงานบัญชีของกองทุนพัฒนาการเมืองแล้วก็เห็นใจท่านว่ารายรับ มันน้อยกว่ารายจ่าย ซึ่งในการดำเนินกิจกรรมทั้งหลายทั้งปวงจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด มันก็ต้องมีรายจ่ายที่พอสมควร สิ่งนี้ผมก็อยากจะฝากไปยังรัฐบาลด้วยในการพิจารณา งบประมาณในเรื่องของการสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ สภาพัฒนาการเมืองเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมานี่เป้าหมายก็คือเพื่อพัฒนาการเมือง ถามว่า ณ เวลาที่เราดำริที่จะตั้งสภาพัฒนาการเมืองหรือมีแผนพัฒนาการเมืองนี้ขึ้นมาเพราะอะไร ก็เพราะการเมืองในบ้านเรามีปัญหา ไม่เป็นที่พอใจของคนในประเทศนี้ แล้วก็ก่อให้เกิด ปัญหาอื่น ๆ ตามมามากมาย ผมคิดว่าเรื่องที่จะต้องพัฒนาในทางการเมืองตั้งแต่ ตั้งสภาพัฒนาการเมืองหรือตั้งแต่เริ่มมีแผนพัฒนาการเมืองมาก็คือมีอยู่ ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ๑. ก็คือปัญหาเรื่องความรู้ความเข้าใจของประชาชนของพลเมืองต่อเรื่องสิทธิและเสรีภาพ เรื่องนี้เป็นเรื่องหลักเราเคยพูดกันว่าเราได้รับประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ แต่เราขาดความรู้ เราขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ประเด็นปัญหานี้เราถกเถียงกันมาโดยตลอด ในทุกครั้ง ที่เกิดวิกฤติทางการเมืองเราก็จะหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาว่าประเทศยังขาดความรู้ความเข้าใจ ประชากรในประเทศยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ชอบใช้สิทธิกันมาก ชอบอ้างสิทธิชอบใช้เสรีภาพ อ้างว่าเป็นไปตามสิทธิ แม้กระทั่งสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เช่นการชุมนุม เอะอะก็มีการชุมนุม มีการปิดถนน มีการสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน ให้กับสังคม โดยที่ไม่คิดว่าสิ่งนั้นไปกระทบต่อคนอื่น สิทธินั้นได้ไประรานไปลิดรอนสิทธิ ของคนอื่น แล้วก็ก่อให้เกิดความไม่สงบความไม่เรียบร้อยขึ้นในสังคม สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เป็น ประเด็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาการเมือง
ประเด็นที่ ๒ ต่อเนื่องกันมายาวนาน โดยเฉพาะในระยะ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ก็คือเรื่องของการซื้อเสียงการเข้าสู่ตำแหน่งที่ใช้อามิสสินจ้างซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ หยิบยกมาแล้วผมก็ไม่ขอลงในรายละเอียด แต่การซื้อเสียงการทุจริตการเลือกตั้งนี้ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เราต้องมาฉุกคิดว่าถึงเวลาที่การเมืองจะต้องได้รับการพัฒนา ประเด็นเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไข
ประเด็นที่ ๓ ก็คือการเมืองขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อเราคิดถึง เรื่องนี้ขึ้นมาการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนถูกหยิบยกขึ้นมาแล้วก็กลายเป็นกระแส ความต้องการของสังคมมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ เราก็มีการออกแบบรูปแบบของการเมืองทั้งในระดับชาติ ในระดับท้องถิ่นที่ต้องการให้ ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ว่าพัฒนาการเหล่านั้นดูจะเชื่องช้าแล้วก็ไม่เป็นจริง ไปอย่างที่เราคาดหวัง การพัฒนาการเมืองจึงมีความจำเป็นสำหรับในประเด็นนี้ เราก็จะเห็น เมื่อประชาชนไม่มีส่วนร่วม การกำหนดนโยบายสาธารณะก็จะออกมาจากคนบางกลุ่มบางพวก แล้วก็ไปรับใช้คนบางกลุ่มบางพวก การตรวจสอบการใช้อำนาจในทุกระดับเมื่อประชาชน ไม่มีส่วนร่วมสิ่งที่ตามมาก็คือการทุจริตคอร์รัปชัน เหล่านี้ละครับผมคิดว่าเป็น ๓ ประเด็นหลัก ที่ทำให้เป็นโจทย์ที่จะต้องมีการพัฒนาการเมือง ถามว่าการพัฒนาการเมืองจะทำ โดยสภาพัฒนาการเมืองอย่างเดียวหรือครับ ผมคิดว่าไม่ใช่หรอกครับ ไม่สำเร็จหรอกครับ การเมืองในประเทศนี้มี ๒ ภาคที่จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป คือการเมืองภาคเลือกตั้ง และการเมืองภาคนอกเลือกตั้ง สภาพัฒนาการเมืองวันนี้ทำหน้าที่เป็นการเมืองนอกเลือกตั้ง ที่จะไปรวบรวมประเด็นปัญหา รวบรวมการมีส่วนร่วมของประชาชนมาร่วมในการทำ แผนพัฒนาการเมืองแล้วก็ผลักดันให้แผนพัฒนาการเมืองนั้นเป็นจริง แต่ท่านทำฝ่ายเดียว ไม่สำเร็จหรอกครับ ในการเมืองภาคเลือกตั้งพวกเราที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภา อบจ. สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งหลายทั้งปวงที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องเข้าสู่กระบวนการในการพัฒนาการเมืองเหล่านี้ ใน ๓ ประเด็นหลักที่ผมบอกว่าทั้งเรื่องการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ เรื่องของการตระหนักในเรื่องการซื้อเสียง การทุจริตการเลือกตั้ง และเรื่องของการมีส่วนร่วม ของประชาชนนั้น การเมืองในภาคเลือกตั้งจะต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไปด้วย ไม่เช่นนั้น งานของสภาพัฒนาการเมืองก็จะไม่มีประโยชน์ ท่านผลักดัน ท่านจะมีแผนให้ดีขนาดไหน ถ้าการเมืองภาคเลือกตั้งไม่เอาด้วยกับท่านยากที่จะเกิดขึ้นได้จริง
ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ที่สภาพัฒนาการเมือง ได้พยายามผลักดันใน ๖ ยุทธศาสตร์ แต่ขออนุญาตพูดในยุทธศาสตร์เดียวแล้วก็ในประเด็นเดียว เท่านั้นนะครับคือยุทธศาสตร์ที่ ๑ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็ง ของภาคประชาสังคม ท่านเขียนไว้ในรายงานของท่านว่าพันธกิจหลัก ๕ ด้าน เป็นแผนที่นำทาง ไปสู่การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ซึ่งพันธกิจต่าง ๆ เหล่านั้นประกอบด้วย การเสริมสร้างความเข้มแข็งของพลเมือง และสิทธิชุมชน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ การสร้างกลไก การปรึกษาหารือสาธารณะ การสร้างกลไกรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย ผมคิดว่านี่เป็นการเดินมาที่ถูกทางอย่างมาก ผมให้ความสำคัญและจะขออภิปรายเฉพาะ ในเรื่องของการเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ ที่ท่านวงเล็บภาษาอังกฤษว่า ฟรี เพรส (Free press) ผมดีใจเพราะว่ามีคนพูดถึงเรื่องนี้กันน้อยลงทุกที เราในสังคมนี้ ฝันที่อยากจะเห็นสื่อเป็นอิสระ เพราะนั่นเป็นพื้นฐานของการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ถ้าสถาบันสื่อมวลชนไม่มีความเป็นอิสระก็ไม่อาจจะทำหน้าที่สื่อมวลชนได้ หน้าที่ของเขาคือ การนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่างถูกต้อง อย่างรอบด้าน อย่างเป็นกลาง อย่างเป็นธรรม และยึดถือประโยชน์ของสาธารณะเป็นสำคัญ ถ้าเขาไม่มีอิสระเขาก็ไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ ๓-๔ ประการอย่างที่ผมเรียนนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในสภาพปัจจุบันนี้ เราวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าสื่อได้ทำหน้าที่แบบนั้นจริงหรือไม่ รูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ถ้าหากว่าสื่อกระแสหลักได้ทำหน้าที่แบบนั้นจริง ๆ เราคงไม่เกิดสื่อทางเลือกต่าง ๆ เราคงไม่เกิด ทีวี (TV) ดาวเทียม เราคงไม่เกิดวิทยุชุมชน เราคงไม่เกิดสิ่งพิมพ์อิสระต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เราคงไม่มีกลุ่มการเมืองที่จะต้องไปมีสื่อของตัวเอง เราคงไม่มีภาคธุรกิจที่ไปซื้อหรือไปทำ ทีวีดาวเทียมเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง หรือชุมชนที่มีเป้าหมายที่จะรับใช้ประโยชน์ของสาธารณะ ก็คงไม่เสาะหาวิทยุชุมชน หรือทีวีท้องถิ่นเพื่อกระจายเสียง กระจายข่าวของตนเอง นี่ก็เพราะว่าสื่อมวลชนไม่มีอิสระ และไม่ได้ทำหน้าที่นั้นจริง ๆ มันถึงเกิดสภาพที่สับสนอลหม่านวุ่นวายกันถึงทุกวันนี้ ถามว่าเราพอใจไหมกับการที่ในอนาคตพรรคการเมืองมีสถานีโทรทัศน์ของตัวเอง มีสถานีวิทยุตัวเอง มีหนังสือพิมพ์ของตัวเอง เป็นแบบนั้นเป็นทิศทางที่ถูกต้องหรือครับ ไม่ใช่แน่นอน เราปรารถนาที่จะเห็นคนที่ทำธุรกิจสื่อในเวลานี้ใช้สื่อมวลชนของตัวเอง อย่างมีความรับผิดชอบ มีจรรยาบรรณ มีจริยธรรมในหน้าที่ของตัวเอง ถ้าเขาสามารถ ทำตรงนั้นได้นี่แหละคือการที่เราจะสามารถไปส่งเสริมให้เขาเกิดความเป็นอิสระได้ แต่สภาพปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรครับ สื่อถูกกระทำหลายรูปแบบ ถูกแทรกแซง ถูกครอบงำ ถูกแทรกซื้อ ถูกบงการ โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็แล้วแต่ ผมไม่อยากที่จะเอ่ยชื่อขึ้นมา แต่ว่าเราในสังคมนี้ทราบดีว่าสื่อถูกกระทำอย่างไร การบงการให้สื่อได้ทำหน้าที่ไปในทิศทาง ที่ตัวเองต้องการนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายร้ายแรง ใคร ๆ ก็อยากที่จะต้องการให้สื่อ เป็นเครื่องมือของตัวเองในการกระจายสิ่งที่ตัวเองอยากจะบอกกับพี่น้องประชาชน แต่ว่าการเข้าไปทำแบบนั้น ทั้งการแทรกแซง การครอบงำ การแทรกซื้อหรือการบงการ นี่มันก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง และประชาชนก็จะไม่เชื่อถือศรัทธาต่อสื่อ แต่ที่หนักหน่วงร้ายแรงกว่าการแทรกแซง การครอบงำ การแทรกซื้อและการบงการก็คือว่า สื่อในปัจจุบันนี้สมยอมเข้ากับผู้มีอำนาจ เข้ากับอิทธิพลทางธุรกิจ เข้ากับฝ่ายใดก็ตามที่ให้ ผลประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด ภาวะแบบนี้เป็นภาวะที่สภาพัฒนาการเมืองจะต้องเข้าใจ ท่านจะผลักดันให้สถาบันสื่อเป็นอิสระนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว มันอาจจะอยู่ในอุดมการณ์ ในความฝันของท่าน แต่ในสภาพความเป็นจริงมันพัฒนามาถึงจุดนี้ที่สื่อมวลชนสมยอมกับ อำนาจ กับอิทธิพล และสุดท้ายเราก็ได้เห็นแล้วในยุคสมัยนี้ก็คือสื่อมวลชนได้เลือกข้าง พร้อมที่จะยืนอยู่ข้างใดข้างหนึ่งโดยที่ไม่ต้องคำนึงว่าจริยธรรมทางวิชาชีพของตัวเองนั้น ถูกละเลยไปอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการที่เรามีสภาพสื่อมวลชน ในลักษณะเช่นนี้อยู่ ความคาดหวังที่จะพัฒนาการเมืองใน ๓-๔ ประเด็นหลัก ๆ ที่เราต้องการจะเห็นมันทำได้ยาก สื่อมวลชนเป็นหน่วยหนึ่งของประชาสังคมที่มีบทบาทสูงสุด ต่อเรื่องของการทำความรู้ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ถ้าสื่อไม่เป็นอิสระแล้ว ท่านก็เลิกหวังได้ กำลังของท่านที่จะไปผลักดันในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาการเมือง ทั้งระบบนี่ทำไม่ได้ ทำยาก สังคมมันใหญ่เกินไปที่ท่านจะไปทำทีละนิด ทีละนิด แล้วก็เกิดผลสำเร็จ ดังที่ท่านคาดหวัง ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าด้วยสภาพความที่สื่อมวลชนของเรา อยู่ในสภาพแบบนี้ หลายคนบอกว่าสื่อมวลชนไทยนี่ตายแล้ว คือไม่มีสื่อมวลชนในความเป็นจริง ในอุดมการณ์ ในอุดมคติอีกต่อไปแล้ว เรามีแต่องค์กรธุรกิจที่ทำธุรกิจด้านกระจายเสียง เรามีแต่บริษัทที่ทำธุรกิจด้านโทรภาพ เรามีแต่คนที่ทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ แต่คนที่ทำหน้าที่ สื่อมวลชนนั้นไม่มีเสียแล้ว นี่เป็นคำกล่าวที่ผมคิดว่าเจ็บปวด และเป็นหน้าที่หนึ่ง ที่สภาพัฒนาการเมืองจะต้องไปผลักดันเพื่อแก้ไขสภาพเหล่านี้ ผมก็ได้แต่เรียกร้องให้ท่าน ลองกลับไปคิด ไปพิจารณาดูว่าการที่ท่านจะพัฒนาให้องค์กรสื่อเป็นสถาบันอิสระนั้น จะทำอย่างไรกันต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ เหลืออยู่ ๔ ท่าน ผมขอความกรุณาฝั่งละ ๒ ท่าน แล้วก็ให้ทาง สภาพัฒนาการเมืองนี่ได้ตอบ แล้วก็จะถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบ เราจะไปที่สำนักงานศาลยุติธรรมต่อ ส่วนคุณหมอเชิดชัย ค่อยเอาสำนักงานศาลยุติธรรมแล้วกันนะครับคุณหมอ ต่อไปจะเป็นท่านสมคิด บาลไธสง แล้วก็ตามด้วยท่านอาจารย์ผุสดี มาที่ท่านเกียรติ์อุดม แล้วท่านอรรถวิชช์ ก็จะให้ตอบนะครับ แล้วก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบ ขอความร่วมมืออย่างนี้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมอยากร่วมอภิปรายเกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง ผมขอแสดงความยินดีกับสภาพัฒนาการเมือง ผมอยากอภิปรายตรงองค์กรนะครับ องค์ประกอบ ของสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองอันดับแรก ผมดูจากคณะกรรมการหลาย ๆ ส่วนที่มาร่วม ผมก็ไม่แน่ใจว่าการได้มาของผู้แทนองค์กรนี้ได้มาอย่างไรบ้าง เพราะว่าเท่าที่เรา ได้อยู่ในวงการเมืองก็ยังไม่ทราบว่าคัดเลือกกันมาอย่างไร อันนี้อาจจะเป็นการประชาสัมพันธ์ ขององค์กรอาจจะไม่ทั่วถึงหรืออย่างไร ผมเองก็สนใจ ทำอย่างไรเราจะได้อยู่ใน สภาพัฒนาการเมืองอย่างนี้ เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาก็รู้ว่ามันมี แต่ว่าวิธีการได้มาได้อย่างไรบ้าง ผมดูบางคณะหรือบางตัวแทนขององค์กร เช่น อย่างองค์กรตัวแทนที่เขาได้มาโดยตำแหน่ง มี ๖ ท่าน มี ๖ ตำแหน่ง เลขาธิการ กกต. เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เลขาธิการ ป.ป.ช. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเลขาธิการ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ก็ได้มาโดยตำแหน่ง แต่ได้มาโดยตำแหน่งนี้กฎหมายต่าง ๆ ขององค์กร ต่าง ๆ ที่ได้มานี้เราได้เป็นกฎหมายที่ได้มาผ่านคณะกรรมการหรือผ่านของสภาผู้แทนราษฎรมา หรือผ่านของสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างนี้ผมก็ไม่มั่นใจในการได้มาของตัวแทนองค์กร หากว่าองค์กรต่าง ๆ ที่ได้มาตามวิถีทางของประชาธิปไตยแล้วก็ยินดีด้วย แต่ก็ขอให้ทาง สภาพัฒนาการเมืองได้ประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นในการได้มา การคัดเลือกตัวแทนจังหวัด อย่างนี้ ผมอยู่จังหวัดหนองคายผมก็ไม่ได้เห็นว่ามีการประชาสัมพันธ์ให้มีการคัดเลือก คัดเลือกตอนไหน เลือกคนกลุ่มไหนมา เวลาไหนอย่างนี้นะครับ คือมันไม่ชัดเจน ก็อยากเสนอแนะให้โอกาสต่อไปถ้ามันหมดวาระอะไรอย่างนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ ให้ประชาชน ทุกองค์กรทุกอาชีพได้เข้าใจที่มาก็จะเป็นการดี อยากได้คนที่มาในองค์กรของสภาพัฒนาการเมือง เป็นคนที่เป็นกลางจริง ๆ ไม่ใช่คนอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาแล้วก็มาพัฒนาเอนเอียงไป อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่ถูกต้อง คือเอาหลักการประชาธิปไตยมาพัฒนากันจริง ๆ อันนี้ก็ขออภิปราย ไว้เพียงเท่านี้
ท่านครับ ส่วนที่ผมอยากอภิปรายเพิ่มเติมก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๓ เรื่องคุณธรรม และจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง ยุทธศาสตร์อื่นผมไม่สนใจ ยุทธศาสตร์ข้อนี้สำคัญมาก แต่ผมดูแล้วรู้สึกว่ามีโครงการในการพัฒนาน้อยมาก ผมดูในปี ๒๕๕๓ มีแค่ ๕ โครงการ แต่โครงการพัฒนาอื่นมีมากเหลือเกิน แต่เรื่องนี้น่าจะมากที่สุดในการพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง อย่าว่าตั้งแต่ระดับผู้แทนราษฎรเลย ไล่มาตั้งแต่ระดับ หมู่บ้านเลย เราทำอย่างไรจะกระจายเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนี้ให้ออกไปให้มากที่สุด ให้คนมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชน อยากให้ผู้นำ ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวนี้ทุกท่านคงยอมรับกันว่า หลายคนบอกว่าเลือกตั้งท้องถิ่นถ้าไม่มีเงินไม่ได้หรอก นี่เป็นการยอมรับมาโดยดุษฎีเลย ผมก็พยายามต่อต้านแนวคิดนี้อยู่ ผมกำลังจะเอาคุณธรรมเอาความดีงามเข้าไปสู้อยู่ แต่ก็สู้ยังไม่ได้ แต่ทำอย่างไรเราถึงจะสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้คนที่จะเป็นผู้นำ เป็นนักการเมืองไม่ให้ยอมรับตรงนี้ เราพูดกันมาไม่พูดความจริงกัน ซื้อกันโครม ๆ แต่ไม่มีการจับกัน โฆษณาไปอย่างนั้นละแต่ว่าเลือกตั้งผู้แทนราษฎร เลือกตั้ง ส.ว. เลือกตั้ง อบจ. เลือกตั้ง ส.จ. เลือกตั้งนายก หรือ ศอ.บต. เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หนักมากครับ หลายท่านว่าไปแล้ว ผมอยากเสริมตรงนี้ ถ้าจิตสำนึกของผู้ที่จะเป็นผู้นำ ทางการเมืองหรือนักการเมืองขาดคุณธรรมจริยธรรมตรงนี้แล้ว ผมว่ามันก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ผมก็อยากให้สภาพัฒนาการเมืองเน้นตรงนี้ ทำอย่างไรที่จะเกิดจิตสำนึก บอกว่าการทำอย่างนี้ มันไม่ดีนะ เดี๋ยวนี้มันยอมรับกันไปแล้วครับ การเมืองท้องถิ่นต้องใช้เงินเท่านั้น พูดไปอย่างนี้ทุกคน ผมฟังบางทีน้อยใจ คนไม่มีเงินแต่อยากทำงาน แต่เรายังแก้ไม่ได้ แล้วก็หัวเราะเยาะกัน เงินไม่มีไม่ได้เป็นหรอก ไม่ชนะหรอก มันจะอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าภาคไหน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ เหมือนกันหมด ท้องถิ่นใช้เงินซื้อเสียงมากที่สุด ซื้อมากกว่า ส.ส. ด้วย อันนี้จะทำอย่างไร ผู้ใหญ่บ้านบ้านผมบางหมู่บ้าน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท บางคน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ยังตก ผู้ใหญ่บ้านนะครับ แค่หมู่บ้านมีคนเลือกตั้งแค่ ๒๐๐-๓๐๐ คน ใช้เงินเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทแต่ก็ตก คนที่ได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทได้ อันนี้เป็นอุทาหรณ์ แล้วไปเลือกตั้งมาเพื่ออะไรเป็นผู้นำแบบนี้ แล้วศรัทธาอยู่ตรงไหน ชาวบ้านจะเชื่อถืออย่างไร ผมอยากให้เริ่มตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ตั้งแต่หมู่บ้านมาเลย การเลือกตั้งทำอย่างไรจะให้ มันบริสุทธิ์ยุติธรรม เจ้าหน้าที่ผู้จัดการเลือกตั้งก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นกลุ่มของตัวเอง ก็เป็นธรรมหรือ สังเกตดูนะครับ กกต. ระดับจังหวัดผมอยากให้ตรวจสอบ แล้วเปลี่ยนบ่อย ๆ อย่าให้เป็นนาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร้องเรียนไป เขาซื้อเสียงอยู่บ้านนี้นะไปจับหน่อย ไปตรวจสอบหน่อย ผมไม่มีหน้าที่ไปจับ คุณหาหลักฐานมาเอง ให้ผู้สมัครไปตามจับ ให้ผู้แข่งขันไปตามจับเดี๋ยวก็ว่ากลั่นแกล้งกัน ผมอยากให้มีหน่วยงานที่เอากันจริง ๆ จัง ๆ ผมนี่เจ็บปวดที่สุด เป็น ส.ส. ได้เลือกตั้งที่ผ่านมา ๒ รอบ เลือกตั้งอาทิตย์เดียว อาทิตย์ที่ ๒ ผมได้มาเลือกตั้งใหม่ เพราะคนแพ้มาร้อง คนใช้เงินไปเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท แต่มาฟ้องผม ที่ไม่มีเงิน เจ็บปวดมาก ทำอย่างไรการเลือกตั้งมันจะบริสุทธิ์ยุติธรรม คนที่ฟ้องเราเป็นฝ่ายผิด แต่เราไม่รู้จะเอาผิดอย่างไร เพราะกรรมการก็ไม่ได้เห็นว่าจะเข้าข้างเรา ถ้าสมมุติว่าเขาได้มา แล้วคุณมาเป็นเพื่ออะไร จ่ายเงินเป็นร้อยล้าน มาเป็นผู้แทนราษฎรคุณได้เกียรติอะไร ผมคิดอย่างนั้นนะ เราจะทำอย่างไรการเมืองของเราจะบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมถึงเห็นคุณธรรม และจริยธรรมข้อนี้ ถ้าข้อ ๓ คุณทำไม่ได้ ข้ออื่นไม่ต้องพูดถึงเลย คนที่จะเป็นผู้นำคนคิดว่า จะซื้อหัวคนมาเป็น ผมก็ฝากยุทธศาสตร์ที่ ๓ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะก็คล้าย ๆ กับ คณะกรรมการท่านได้สรุป ผมเห็นด้วยนะครับ เช่นการประเมินโครงการอย่างนี้ก็ควรจะมีเกณฑ์ เกณฑ์ให้มาตรฐาน อย่าเกณฑ์ต่ำเกินไป ถ้าเกณฑ์ต่ำแล้วมันก็ทำให้เรื่องพวกนี้มันไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม คืออยากให้ทำเกณฑ์สูงไว้ ให้มีตัวชี้วัดมาก ๆ เรื่องการจ่ายเงินก็เหมือนกัน การจ่ายเงินเห็นด้วยกับผู้สรุปไว้ เห็นด้วย ทำอย่างไรการควบคุมการจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ของสภาพัฒนาการเมืองถึงจะโปร่งใส หรือโครงการต่าง ๆ ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ ผมอ่านดูในเอกสาร บางจังหวัดหรือบางหน่วยงาน ไม่มีโครงการในการอบรมพัฒนา แต่บางจังหวัดผมยกตัวอย่างนะครับ อันนี้ยกตัวอย่าง ไม่ได้คิดอะไร ผมยกตัวอย่างที่ในเอกสาร จังหวัดสุโขทัยจังหวัดเดียวมีตั้ง ๑๘ โครงการ อันนี้ผมดูในเอกสาร แล้วดูสถาบันอื่น ๆ น้อยมาก ๑ โครงการอย่างนี้ ผมว่าทำไมถึงไปทำ ที่จังหวัดเดียวมากขนาดนั้น มันก็เลยเป็นตั้งข้อสังเกตว่าหรือสภาพัฒนาการเมืองเรามี กรรมการอยู่ที่นั่น เลยไปเน้นอยู่ที่ข้างบ้านตัวเองหรือเปล่า แต่ถ้าอย่างนี้ผมว่าการพัฒนา มันไม่ทั่วถึง ผมก็อยากว่าทำอย่างไรมันถึงจะได้มีการพัฒนากว้างออกไปกว่านั้นนะครับ อันนี้ก็เพียงตั้งข้อสังเกตนะครับ
อีกอันหนึ่งที่อยากเสนอแนะ ผมอ่านดูในเอกสารว่าการคัดเลือกบุคคลที่ดีเด่น อะไรในระดับต่าง ๆ น่าจะทำมากกว่านี้ ทั้งประเทศมี ๒-๓ คน แล้วคัดมาทำไมแค่นี้ มันก็ไม่คุ้ม มันน่าจะมีดีเด่นระดับหมู่บ้าน มันน่าจะจังหวัดละ ๑ คนอย่างนี้นะครับ ในแต่ละปี คือทำวุฒิบัตรให้เขา เชิดชูเกียรติเขา คนที่ทำงานดีเด่นหรือในเรื่องการบ้านการเมืองนี่ครับ น่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเพราะว่ามันน้อยมาก ถ้าน้อยมากเกิดปีละคน ๒ คนอย่างนี้ ๑๐๐ ปีได้ ๑๐๐ คน การประชาสัมพันธ์มันก็ไม่กระตุ้นคนที่มาสนใจเรื่องนี้มาก ผมก็อยากให้ จังหวัดหนึ่ง ๆ หมู่บ้านละ ๑ คน หรือตำบลละ ๑ คนต่อปีอย่างนี้ แล้วจังหวัดละ ๑ คน อำเภอละ ๑ คนให้เป็นระดับ ๆ ไปมันน่าจะลงทุนอย่างนี้ คือให้แผ่นกระดาษเชิดชูเกียรติเขา แค่ให้เขามารับ มาให้ความคิดความอ่านเขา ก็คงจะเป็นการขยายการปฏิบัติงานดีเด่น ที่เป็นตัวอย่างนะครับ
สำหรับเรื่องอื่น ๆ นั้นผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ ผมเห็นด้วยอยู่แล้วในการกระทำ ของสภาพัฒนาการเมือง แต่ก็ทำให้มันเข้มข้นขึ้นไป ให้เข้มข้นขึ้นอีกกว่าเดิมในการประเมิน ในการประเมินโครงการ ในการประเมินบุคคลก็ตาม ให้เกียรติบุคคลทุกระดับ ผมก็ขอฝากไว้ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญอาจารย์ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของรายงานประจำปี ๒๕๕๓ สภาพัฒนาการเมือง ท่านประธานคะ ใคร ๆ หลายคนเขาก็มั่นใจว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นจะมองเห็นการเจริญเติบโต ของประเทศหรือของสังคมคือที่พัฒนาไปนั้นการเมืองต้องพัฒนาไปด้วย และมีความมั่นคง มีเสถียรภาพ ประเทศใดที่ไม่พัฒนาการเมืองก็ไม่พัฒนา มันเป็นปัจจัยส่งเสริมซึ่งกันและกัน ที่จริงสำหรับประเทศไทยเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะ แต่ว่าเราไปได้ช้า ๆ แล้วก็อาจจะ ไม่ค่อยมั่นคงสักเท่าไร เพราะการเมืองของเรานั้นยังไม่ค่อยจะเข้ารูปเข้ารอย ท่านประธานคะ ดิฉันอาจจะขออนุญาตพูดในภาพกว้าง ๆ ทั้งในเรื่องอำนาจหน้าที่ และรวมไปถึงยุทธศาสตร์ แต่ว่ารายละเอียดนั้นคงจะไม่ต้องพูดถึงมากนัก ก่อนอื่นขอขอบพระคุณที่ได้กรุณาทำรายงาน มาอย่างดีเลยนะคะ แล้วดิฉันก็ดีใจมากเมื่อเวลาที่มีการก่อกำเนิดขึ้นมาของสภาพัฒนาการเมือง เพราะดิฉันเชื่อว่าถ้ามีหน่วยงานที่จะช่วยกันรับผิดชอบในเรื่องนี้ แล้วก็ทำในเรื่อง ของการเมือง เรื่องของประชาธิปไตยที่เราพูดถึงกันก็จะดีมากเลย แล้วดิฉันก็ดีใจเป็นพิเศษวันนี้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในด้านรัฐบาลกำลังถวิลหาเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริต ในเรื่องของธรรมาภิบาลทางการเมือง ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
ขออนุญาตในประเด็นแรกก่อนนะคะ ในอำนาจหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมือง ที่เขียนเอาไว้ทั้งข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ นั้นสวยมากเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสริมสร้าง วัฒนธรรมอันดีทางการเมือง วิถีชีวิตประชาธิปไตย ในข้อที่ ๓ พูดถึงคุณธรรมและจริยธรรม แล้วก็ให้มีการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ในข้อที่ ๔ ท่านพูดถึงเรื่องของการส่งเสริม และพัฒนาให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง ดิฉันในฐานะที่มีพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ต้องถามเลยว่าคำนิยามสำหรับคำเหล่านี้คืออะไรคะ คำสวยมากเลย ในทางสังคมแต่ถ้าถามว่าท่านจะวัดนี่ท่านจะวัดอะไร ท่านมองอะไรเป็นเป้าหมาย อะไรเป็นตัวชี้วัด อะไรที่บอกว่าวัฒนธรรมอันดีทางการเมืองนี่คืออะไร ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรคือวิถีชีวิตประชาธิปไตย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรคะที่เราเรียกว่าคุณธรรมและจริยธรรม อะไรที่เราเรียกว่าความเข้มแข็งในทางการเมือง ดิฉันก็มองไม่เห็นนะคะ พยายามจะพลิกดู อย่างรวดเร็วก็มองไม่เห็นว่าคำนิยามอยู่ที่ตรงไหน ที่จริงพวกเราอยู่ในสภาเวลาจะเขียน กฎหมายก็ต้องดูคำนิยามก่อนเพื่อน แต่ว่าในการที่จะดำเนินการเพื่อจะไปสู่เป้าหมายหรือทำงาน ตามอำนาจหน้าที่ ดิฉันคิดว่ามันอาจจะง่ายขึ้นถ้าเผื่อว่ามีคำนิยามชัดเจน แล้วก็มีตัวชี้วัด ชัดเจนด้วย หากท่านมองไปที่ยุทธศาสตร์ดิฉันก็ต้องยอมรับว่าก็เห็นด้วยในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ มียุทธศาสตร์แรกที่พูดถึงเรื่องของการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริม ความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม บังเอิญเพื่อนสมาชิกได้พูดไปถึงเรื่องการเสริมสร้าง สถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระแล้ว ดิฉันก็จะไม่ขอพูดซ้ำอีก ก็จะขอเน้นย้ำกับท่านประธาน ให้ทราบว่าวันนี้คิดว่าสภาพัฒนาการเมืองนั้นต้องตระหนักจริง ๆ ว่าปัจจัยที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญมากที่สุดในการสร้างสังคมวันนี้คือเรื่องสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ วันนี้แทบจะหา ไม่ได้เลย ท่านก็ต้องไปมีคำนิยามว่ามันคืออะไร แล้ววันนี้มันไม่เป็นอิสระเพราะอะไร แล้วเราจะทำอะไรกันบ้าง แต่มีข้อ ๕ ที่ดิฉันคิดว่าอยากจะขอเพิ่มเติมก็คือเรื่องของการสร้าง กลไกรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย สภาพัฒนาการเมืองกล้าไหมที่จะออกมาเป็นผู้นำ ในการชี้แนะความคิดหรือในการให้ความเห็นต่อสาธารณะ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธาน ก็คุ้นเคยอยู่ที่สภานี้ เราเป็นเสียงข้างน้อยหลายวาระเราอึดอัดมากเพราะไม่ได้รับโอกาส ในการที่จะชี้แจงหรืออภิปรายความคิดเห็น ไม่ต้องอะไรหรอกเรื่องของการเลื่อนระเบียบวาระ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... จนกระทั่งนำไปสู่การที่ต้องมี การดึงเก้าอี้กัน นั่นเป็นเพราะอะไรคะ สังคมทั้งสังคมประณาม เราก็ประณามตัวเอง แล้วเรา ก็ขอโทษประชาชน แต่ประชาชนไม่มีโอกาสได้ดูเลยว่าเหตุการณ์ที่นำไปสู่เหตุการณ์ตรงนั้น คืออะไร การไม่เปิดโอกาสที่จะรับฟังเสียงข้างน้อยและเมื่อผลักให้เขาไปอยู่ที่มุม ไม่มีโอกาสเลย แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้แหละค่ะมันถึงนำไปสู่พฤติกรรมที่เราเรียกว่าไม่เหมาะสม แต่เหมือนกับเวลาที่เราจะปกป้องลูกเรา ลูกเรากำลังเสี่ยงอันตราย คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ คงจะต้องทำทุกวิถีทางเลยที่จะต้องปกป้อง ฉันใดก็ฉันนั้น สภาพัฒนาการเมืองกล้าหาญชาญชัยไหม ที่จะออกมาช่วยกันอธิบาย แทนที่จะอยู่ข้างหลังแล้วไม่พูดถึงเรื่องนี้เพราะถือว่าเป็นเรื่อง การเมือง ท่านจะทำอย่างไรที่จะสร้างกลไกรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย มันก็เป็น ภาพสะท้อนทั้งที่สภาและที่สภาชุมชนที่ไหนก็เหมือนกัน ท่านจะสร้างวัฒนธรรมอย่างไร ถึงจะให้มีการรับฟังเสียงข้างน้อยอย่างมีอารยธรรมท่านทำได้ไหมคะ ท่านต้องลอง บอกตัวอย่างนะคะ
ยุทธศาสตร์อีกอันหนึ่งที่ดิฉันติดใจและสนใจก็คือเรื่องของยุทธศาสตร์ที่ ๓ ว่าด้วยเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง สุดยอดเลย อันนี้คือหัวใจใหญ่ที่สุด ดิฉันคิดว่าการเมืองไม่พัฒนาเพราะวันนี้จริง ๆ แล้วถ้าจะพูดไป หลายคนก็พูด สมาชิกทางฝ่ายรัฐบาล ก็พูดถึงว่าอะไรคือคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง ท่านกล้าไหมที่จะวิพากษ์ว่า วันนี้ตรงไหนคะ หน่วยงานไหน ผู้บริหารคนใด นักการเมืองคนใดที่ไร้คุณธรรม แต่ก่อนที่จะ วิพากษ์ท่านก็คงจะต้องมีคำนิยามให้สาธารณชนเข้าใจพร้อม ๆ กันไปด้วยว่าที่ท่านพูดถึงนี้ คืออะไร แล้วท่านมีรายการตรวจสอบไหมคะ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตรงนี้คือไม่มีคุณธรรม ที่จริงแล้วองค์กรทุกองค์กรรวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรก็มีประมวลจริยธรรมด้วยเช่นเดียวกัน ท่านกล้าบอกไหมคะ ท่านกล้ารายงานให้ประชาชนทราบไหมคะเพื่อจะเป็นตัวอย่าง และทำให้สภาชุมชนทั้งหลายนั้นอย่าได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างหากพบว่ามีนักการเมือง ที่ไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ท่านทำได้ไหมคะ น่าสนใจนะคะ แล้วก็อย่างวันนี้เวลาเราพูดถึงนี่ ก็คือเราเห็นชัดเจน สื่อบางสื่อก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของการใช้อำนาจของนักการเมือง ใช้อำนาจของผู้บริหาร ใช้อำนาจของรัฐบาลโยกย้าย แต่งตั้ง จนกระทั่งมีเรื่องฟ้องร้อง ท่านกล้าวิพากษ์และกล้ายกเป็นตัวอย่างเพื่อจะอธิบายให้คนเขาฟังไหมว่าเราทำอย่างนั้น ไม่ได้ อันนี้คือสังคมประชาธิปไตยที่ทำอะไรมันต้องมีกฎเกณฑ์ จะลุกขึ้นใช้อำนาจกัน เลยขอบเขตที่กฎหมายให้ไว้ก็ทำไม่ได้ ดิฉันอยากให้ท่านนั้นเป็นตัวอย่างของการที่จะช่วยชักนำ ให้ผู้คนนั้นเขาคิดและได้ฟัง และได้เรียนรู้ว่าอะไรที่เราเรียกว่าคุณธรรมจริยธรรม วันนี้นักการเมืองที่อยู่ในระดับสูงถูก ป.ป.ช. ชี้มูลยังไม่ออกเลยค่ะ ไม่เห็นมีใคร วิพากษ์วิจารณ์อย่างนี้เป็นต้นนะคะ พูดถึงเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ก็เช่นเดียวกัน มีข่าวลง ผู้ที่เปิดโปงถูกย้ายไปเสียแล้ว แปลว่าอะไรคะ ท่านช่วยหน่อยได้ไหม
ในอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของธรรมาภิบาลทางการเมืองและการบริหาร ก็เช่นเดียวกัน ธรรมาภิบาลทางการเมืองนี้สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องของธรรมาภิบาล ภาครัฐและหรือธรรมาภิบาลภาคเอกชน ซึ่งวันนี้ทางภาคเอกชนเขาก็ตื่นตัวกันมากกว่า ภาคการเมืองเสียด้วยซ้ำ ท่านจะให้คำนิยามไว้ว่าอย่างไรคะ แล้วท่านจะมีลิสต์ (List) หรือว่ารายการตรวจสอบอย่างไรคะ ท่านบอกได้ไหมคะว่าหน่วยงานภาครัฐตรงใดบ้าง ที่มีธรรมาภิบาล ให้คะแนนไปเลยค่ะ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ หรือ ๑๐ ไปถึง ๐ ท่านทำได้ไหมคะ มันจะได้เป็นการเรียนรู้กันทั้งสังคมนะคะ
ในยุทธศาสตร์ที่ ๕ ท่านพูดถึงเรื่องความมั่นคง การจัดการกับความขัดแย้ง และการสร้างสังคมสมานฉันท์ ท่านคะ วันนี้อันนี้คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่งทีเดียวที่ทำให้ ประชาชนคนไทยไม่เคยเลยในประวัติศาสตร์ที่ต้องแตกแยกกันขนาดนี้ ไม่เคยเป็นศัตรูกัน แต่ลุกขึ้นมาด่าทอกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดิฉันคิดว่าสังคมไทยวันนี้ป่วยหนัก ท่านในฐานะ ที่เป็นสภาพัฒนาการเมืองท่านจะช่วยได้ไหมคะ จะมีงานวิจัยที่บ่งบอกตรงไหน แล้วท่านกล้าไหม ที่จะไปคุยกับบรรดาตัวละครต่าง ๆ ที่อยู่ในสมการตรงนี้ ท่านทำได้ไหมคะ มีเพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปแล้วมากมายนะคะ มันไปเกี่ยวพันกับเรื่องสื่อด้วย ความมั่นคงของมนุษย์ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ความขัดแย้ง แล้วก็การสร้างสังคมสมานฉันท์ ที่ดีที่สุดก็คือว่า เราคงต้องพูดกันกระมังคะว่าวิถีชีวิตประชาธิปไตยนี้มันคืออะไร คงไม่ต้องพูดกันอีกหลายครั้ง กระมังคะว่าเรื่องที่ ๑ เลยก็คือต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ท่านประธานก็ทราบท่านเป็น นักกฎหมาย ถ้าใครที่ทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด จะลดโทษอะไรก็ว่ากันไปตามหลักฐาน นั่นคือเรื่องใหญ่คือการปฏิบัติตามกฎหมาย การยกยอปอปั้นและการที่สื่อให้พื้นที่กับคนพูดเท็จ อยู่ตลอดเวลา อย่างนี้มันช่วยไหมคะให้เกิดสังคมสมานฉันท์ ดิฉันเชื่อว่ามันไม่ช่วยเลย และเราก็ไม่เคยมีวิธีการและไม่เคยมีกลไกอะไรเลยที่จะไปช่วยควบคุมดูแลแม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์ วันนี้คนเขาถึงบอกว่าคนดีนี่อยู่ยาก คนที่ซื่อสัตย์สุจริตอยู่ยาก วันนี้โพล ซึ่งไม่ทราบเชื่อได้ หรือเปล่านะคะ ก็ถามไปว่าความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ตัวเลขที่ยอมรับ สูงขึ้น ไม่เป็นไรทำเถอะถ้าเผื่อฉันได้ประโยชน์ ท่านเคยช่วยเขาคิดบ้างไหมว่าไม่มีประเทศไหน ในโลกที่ถ้ามีการทุจริตคอร์รัปชันแล้วจะเดินหน้าต่อไป พัฒนาต่อไปได้ ไม่มีทาง ไม่เห็นมีใคร ช่วยตรงไหน มีแต่บอกว่าเออตกใจ แต่ก็ยังไม่เห็นสนใจ ที่จริงแล้วนี่คือรากเหง้าที่ป่วยหนัก ของสังคมไทยเลยนะคะ เพราะฉะนั้นกระบวนการสร้างสังคมสมานฉันท์และความมั่นคง ตรงนี้มันต้องทำให้สังคมนั้นอยู่กับร่องกับรอย ร่องรอยที่ ๑ ก็คือเรื่องของการปฏิบัติตาม กฎหมาย ท่านทราบไหมคะว่าโพล ๒-๓ ปีที่แล้วถามว่ามีประชาชนคนไทยเป็นสัดส่วน สักเท่าไรที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ท่านประธานคะ ดิฉันมักจะยกตัวอย่างตรงนี้เสมอ ตัวเลขสูงเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านขับรถ ออกมาจากบ้านท่านนั่งรถออกมาจากบ้านท่านจะเห็นคนทำผิดกฎจราจรตลอดเวลา แล้วจะเพรียกหาประชาธิปไตยทำไมคะ เพรียกหาประชาธิปไตยแบบไหนคะ ท่านต้องช่วยแล้วค่ะ ท่านต้องบอกเลยอะไรที่ถูก อะไรไม่ถูก อะไรควร อะไรไม่ควร ถ้าท่านไม่ช่วยทำดิฉันก็ไม่ทราบว่า ท่านจะอยู่ทำไมในฐานะที่เป็นสภาพัฒนาการเมือง การเมืองคือหัวใจ การเมืองคือชีวิต ดิฉันคิดว่า ท่านเลือกเอาสัก ๒ เรื่องก็พอเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำการเมืองกับเรื่องของ วิถีประชาธิปไตยที่ท่านต้องไปสร้างความเข้มแข็งในชุมชนที่ให้เข้าใจและให้สำเหนียกจริง ๆ ว่า ประชาธิปไตยนั้นก็คือวิถีชีวิตของเรา การเมืองคือชีวิต ชีวิตคือการเมือง การเดินเข้าคูหา กากบาทนั้นคือหมายถึงการมีชีวิตรอดของท่านจะดีหรือไม่ดีอันนั้นคือเรื่องหนึ่ง
สุดท้าย ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตเสนอแนะว่าในอนาคต รายงานปีหน้าดิฉันอยากจะเห็นข้อมูลที่มันเป็นแบบวิทยาศาสตร์คือเห็นคำจำกัดความ และเห็นรายการตรวจสอบเพื่อที่จะมองเห็นภาพชัดว่าวันนี้สังคมไทยมีการพัฒนาการเมือง ไปอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมตามยุทธศาสตร์ที่ท่านว่ามานะคะ สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธาน ดิฉันอยากให้ท่านช่วยติดตามดูเลยนะคะ ท่านพูดถึงเรื่อง สภาพัฒนาการเมืองได้เริ่มดำเนินโครงการแล้วก็ดำเนินการตำบลต้นแบบเรียนรู้จำนวน ๖๔ ตำบลตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แล้วก็มาปี ๒๕๕๓ ขยายเป็น ๓๑๙ ตำบล ปีนี้ปี ๒๕๑๕ ท่านไปตามดูหน่อยได้ไหมคะว่ายุทธศาสตร์ที่ดิฉันพูดถึงเหล่านี้ว่าชุมชนหรือตำบลต้นแบบ เรียนรู้นี่เขาไปถึงไหน วิถีชีวิตประชาธิปไตยของเขาถ้าท่านมีคำจำกัดความแล้วท่านมีรายการ ตรวจสอบท่านช่วยบอกทีว่าต้นแบบเหล่านั้นไปถึงไหนแล้วและในการใช้สิทธิของเขา ในการเลือกตั้งเป็นอย่างไร เพราะวันนี้มีการนับคะแนนที่หน้าหน่วยง่ายมากเลยที่เราจะไป เสาะแสวงหาข้อมูลแล้วท่านก็ไปทำวิจัยหน่อยหนึ่งนะคะ แล้วท่านก็ดูเลยว่าในตำบลเหล่านั้น การเลือกตั้งทั้งนักการเมืองท้องถิ่นอะไรก็แล้วแต่เป็นอย่างไร สอดคล้องไหมกับสิ่งที่ท่าน ตั้งเป้าเอาไว้รวมถึงยุทธศาสตร์ที่ท่านใช้ด้วย ทั้งหมดนี้ดิฉันอยากจะขออนุญาตท่านประธาน ฝากกับกรรมการที่ได้ช่วยกรุณามารับฟังข้อคิดความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความปรารถนาดีและด้วยความเป็นห่วง แล้วทั้งหมดนี้ก็เพียงอยากจะมองเห็นว่า สภาพัฒนาการเมืองจะสามารถเป็นองค์กรผู้นำที่นำให้สังคมนั้นไปอยู่กับร่องกับรอย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอบพระคุณค่ะ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้พูดได้อภิปรายหลาย ๆ หัวข้อ ผมมีประเด็นที่อยากจะเสนอแนะ ผมได้อ่านดู ในหนังสือเล่มนี้มีแต่เรื่องดี ๆ ท่านอาจจะมองไม่เห็นสิ่งบกพร่องของการเมือง ผมอยากจะให้ สภาพัฒนาการเมืองได้นำเอาวัฒนธรรมของเมืองไทยของเรา อยากให้มองถึงวัฒนธรรม ของคนไทย เราอย่าไปมองถึงวัฒนธรรมของต่างประเทศมากนัก อย่าไปเชิดชูวัฒนธรรม ต่างประเทศมาก การพัฒนาการเมืองนั้นผมขออนุญาตเสนอแนะให้ลงไปถึงวัยรุ่น ให้ลงไปถึงเด็ก การพัฒนาการเมืองต้องพัฒนาบุคลากร พัฒนาคนมาตั้งแต่เล็ก อยากให้นำเอาวัฒนธรรมเก่า ซึ่งปู่ย่าตายายของไทยเรานั้นได้สืบสานลูกหลานของเรา ได้สอนลูกสอนหลานให้นำเอาคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คนเรามีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย หนีไม่พ้นแน่นอนนะครับ แต่เกิดขึ้นมาคนอาจจะเกิดไม่เหมือนกัน บางคนเกิดมา ในตระกูลสูงศักดิ์ บางคนเกิดมาในตระกูลที่ต่ำต้อย อาชีพคนเราก็ไม่เหมือนกัน ท่านต้องเข้าไปสู่ทุกอาชีพ พัฒนาการเมืองท่านต้องพัฒนาคน ท่านต้องเข้าไปจริง ๆ ไม่ใช่ว่าจะพัฒนาแต่ตัวเลข เพราะท่านได้รับงบประมาณนี่ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ท่านก็ได้งบประมาณ ท่านได้มาประมาณถึง ๔๐ ล้านบาท ท่านจะเอาไปพัฒนาในโรงเรียน ท่านไปร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการที่เขากำลังจัดทำเรื่องประชาธิปไตยสีขาว ท่านต้องลงไปถึงตรงนั้น เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมของลูกหลานเราจะไม่รู้ว่าวัฒนธรรมคนไทยเรานั้น ก่อนที่จะมีวันนี้คืออะไรที่เกิดขึ้นมา มีการรัฐประหาร มีการฆ่าฟันจนมาถึงวันนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะให้สภาพัฒนาการเมืองนั้นได้เป็นเจ้าภาพอันนี้ การเลือกตั้งคณะกรรมการ การเลือกตั้งสมาชิกก็เหมือนกัน อย่างจังหวัดอุดรธานีผมนี่ผมก็ยังไม่รู้เลย ผมมาอ่านอยู่ตรงนี้ ก็เลยเห็นชื่อว่าเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านขยายลงไปว่า เอาทุกอาชีพมาเป็น ท่านจะเอาอาชีพละ ๑ คนมาก็ได้ จัดประชุมวางแผนเพื่อจะหยั่งไปถึง ลูกหลานของเราที่เติบโตขึ้นมาแล้วมาเป็นผู้ใหญ่ ผมต้องขอชมเชยท่านผู้อภิปรายไปเมื่อกี้ ท่านต้องแสวงหาว่าเมื่อเติบโตมาแล้วมาเป็นนักการเมืองมาทำลายสถาบันการเมืองเสียเอง แนวความคิดแตกต่างกันได้ เราต้องเคารพซึ่งกันและกัน การเมืองเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยเราต้องเคารพกัน ไม่ใช่ว่าเสียงข้างมากทำแล้วเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย ไปแย่งเก้าอี้กัน อันนี้ท่านผู้อภิปรายเมื่อกี้ท่านได้พูดไป เพราะฉะนั้นท่านต้องไปศึกษา คนเรานี่นิสัยแก้ได้แต่สันดานมันแก้ไม่ได้ อยากจะให้คณะกรรมการไม่เลือกข้างให้เดินไปสายกลาง รับฟังฝั่งนี้ รับฟังฝั่งโน้น รับฟังแล้วนำมาแก้ไข แก้ไขว่าเยาวชนเท่านั้นละครับที่จะสามารถ หลอมรวมใจเข้ามาหากันได้ บางครั้งการพัฒนาการเมืองเวลาออกไปพูดไปโจมตีฝั่งนี้ไปโจมตี ฝั่งโน้น ไปด่ารัฐบาล ไปด่าฝั่งนี้ไม่เห็นชอบ อันนี้ท่านต้องเข้าไปถึงท่านถึงจะพัฒนา นำไปสู่สภาวะของบ้านเมืองของเราจะได้เป็นปกติ ปัจจุบันนี้เหมาะที่สุดนะครับ เหมาะที่สุด ที่สภาพัฒนาการเมืองอันนี้จะเข้าไปศึกษาหาข้อยุติให้ได้ ฝั่งหนึ่งบอกว่าจะปรองดอง อีกฝั่งหนึ่งบอกไม่ปรองดองอย่างนี้ ต้องหาวิธีหลอมให้มาปรองดองด้วยกัน บ้านเมืองเราถึงจะเดินได้ เราต้องให้ต่างประเทศ มาเอาตัวอย่างเราสิครับ อันนี้คือบ้านเรา เราต้องให้ต่างชาติบอกว่าประเทศไทยของเรา คนไทยยุคนี้สมัยนี้ เราต้องไปเอาตัวอย่างเมืองไทยบ้าง อย่างนี้นะครับท่านจะเป็นพระเอก เพราะฉะนั้นเราอย่าไปมองถึงว่าเราไปเอาวัฒนธรรมประเทศนั้น เราไปเอาวัฒนธรรม ประเทศนี้ คิดได้แต่ว่าทำอย่างไรจะให้เขาได้มามองคนไทยของเราว่านักการเมือง ของเมืองไทยนั้นยุคนี้สมัยนี้เราควรจะเอาตัวอย่าง ไม่ใช่ว่าไปที่ไหนเขาบอกอย่าไปเอา ตัวอย่างมันเลย คนมองการเมืองไม่ค่อยดี เดี๋ยวนี้คนมองการเมืองไม่ดี ทำอย่างไรถึงจะให้ คนทั่วโลกเขามองการเมืองเมืองไทยให้ดีในฐานะท่านเป็นสภาพัฒนาการเมือง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมดีใจวันนี้ที่ได้มีโอกาสได้พูดได้แสดงความคิดเห็นว่าการเมืองไทยของเรา จะต้องเป็นแบบอย่างให้ต่างชาติเขามาเอาด้วย ไม่ใช่ว่าเอะอะก็จะประเทศนี้ประเทศนั้น เขามองเราไม่ดี แต่ทำอย่างไรถึงจะให้เขามองเราดี ในยุคนี้สมัยนี้เราต้องเปลี่ยนแนวคิดครับ ก่อนที่เราจะพัฒนาคนอื่นเราต้องพัฒนาตัวเองก่อน ตัวเราแค่ไหน คนยกย่องไหม ก่อนที่จะให้ คนมายกย่องเรา เราต้องมองเห็นความรู้สึก ความคิด ความผิดของตัวเราเองก่อน เราอาจจะมองไม่เห็น คนอื่นเป็นกระจกให้เราส่อง อันนี้ละครับผมถึงอยากจะให้ คณะกรรมการลงไปถึงเยาวชน ลงไปถึงนักเรียน ลงไปถึงนักศึกษา เป็นเจ้าภาพนะครับ ได้ร่วมลงไปฟังแนวความคิดของการที่พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมขึ้นมา ผมมีโอกาสได้เป็น กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมมีโอกาสได้เห็นแนวความคิดภาคประชาชนได้รวมตัวขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะให้บ้านเมือง ของเราเจริญ ผมไปที่ไหนชาวบ้านจะพูดเสมอมาบอกว่าอยากให้นักการเมืองได้ฟัง แนวความคิดของคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ว่าตัวเองไม่ชนะก็อยากจะเอาแต่ให้มันชนะ อันนี้ไม่ได้ เขาบอกนะครับ เพราะฉะนั้นว่าวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางสภาพัฒนาการเมืองที่ได้มารับฟัง ความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทุกคน แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำพูดของกระผมนี้อาจจะทำให้ท่านได้คิดแนวดี ๆ ที่ไปพัฒนา สิ่งไหนที่ไม่ดี ท่านก็ไม่ต้องเอาไปพัฒนา ขอขอบคุณครับ
ท่านอรรถวิชช์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นการฝากประเด็นไว้นะครับ ก็ได้ดูในรายงานประจำปีของสภาพัฒนาการเมือง ก็ต้องเรียนว่า เป็นประเด็นฝากไว้ดีกว่าเพราะเคยเห็นท่านทำงานอยู่เหมือนกันครับ อย่างคุณสุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ ก็เป็นตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร ก็เคยได้ร่วมงานกันอยู่ ก็ได้เห็นว่า การทำงานของสภาพัฒนาการเมืองนั้นเป็นในรูปแบบใด ทีนี้ผมเองก็ฝากเป็นประเด็น เข้าใจว่า ท่านกำลังที่จะใส่เรื่องของวิธีการในวิถีทางในการรับซึ่งข้อมูลจากประชาชนขึ้นมาให้เขาคิดเองเป็น รวมกันเป็นประชาคมได้ ทีนี้ถ้าเราติดอยู่กับเรื่องของวิธีการมากไป โดยที่เราไม่ได้ไปคำนึงถึง เป้าหมายด้วย อันนี้ก็จะมีปัญหานะครับ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ที่จริงท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ท่านพูดได้ดีว่าถ้าเราไปติดยึดในเรื่องของวิธีการมากไป คือหมายถึงว่าคนรู้ว่า วิธีการทำอย่างไร แต่ว่าเป้าหมายมันเดินไปไม่ถึงอย่างนี้คนก็จะเริ่มเหนื่อยเริ่มล้า พอคนเหนื่อยคนล้าการที่จะมี คนมาร่วมกับเรามันก็จะน้อยลงครับ ยกตัวอย่างนะครับ เวลาเข้าไปทำรับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ถ้าเป็นได้ก็อยากจะให้มีการนำเรียนเชิญหน่วยงานสำคัญ ๆ ที่เรารู้ว่ามีส่วนกระทบกับเขาโดยตรงซึ่งก็เคยเห็นทางคุณสุรศักดิ์ทำก็ทำได้ดีนะครับ ก็มีการเรียก ส.ส. ส.ก. อย่างเช่นในกรุงเทพมหานครนะครับ มีเรียก ส.ส. ส.ก. มีการเรียกเขตไป มีการเรียกการเคหะแห่งชาติไป ท่านก็จะได้ตอบโจทย์ได้หลายทางครับรวมถึงตำรวจด้วย ก็จะตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย เรื่องของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน บางทีพอชาวบ้าน เขาได้ข้อสรุปแล้วว่าเสียงส่วนมากของเขาชอบไปแนวทางไหนเขาก็สามารถที่จะมีหน่วยงาน ที่มีงบประมาณรองรับได้ แบบนี้ครับวิธีการมันเดินสู่เป้าหมายและเป้าหมายมันคือ ความมั่นคงและความมั่งคั่ง ผมคิดว่าถ้าเราเน้นเป้าหมายไปด้วยจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับ สภาพัฒนาการเมือง ที่สำคัญครับก็อยากให้มีการปรับรูปแบบอยู่เหมือนกันว่าเจ้าตัวเคพีไอ (KPI) หรือตัวชี้วัดของสภาพัฒนาการเมืองคืออะไร หมายถึงว่าความสำเร็จคืออะไรครับ ความสำเร็จคือการลงไปบอกวิธีการให้พี่น้องประชาชนนั้นเริ่มทำ แล้วบวกผลสำเร็จ หรือสัมฤทธิผลของงานด้วยหรือไม่ หมายถึงว่าข้อที่เขาต้องการนำไปสู่การถูกปฏิบัติ ได้หรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะอยู่ในตัวชี้วัดหรือตัวเคพีไอของทางหน่วยงานท่าน ด้วยเพื่อความเป็นรูปธรรมนอกเหนือจากวิธีการเท่านั้นนะครับ
ประการต่อมา ผมเสนอแนะว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีของสภาพัฒนาการเมือง ที่จะลงไปช่วยภาครัฐในการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ยอมรับกันว่า เรื่องงบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๕๖ สูงถึง ๒.๔ ล้านล้านบาทซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่าย ที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์นะครับ รวมถึงการกู้เงินภายใต้รัฐบาลนี้พูดกันตรง ๆ ครับ กู้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน เพราะเป็นงบลงทุนส่วนมากจะก่อให้เกิดโครงการ ใหญ่ ๆ เยอะ โดยเฉพาะโครงการที่กู้มาช่วยน้ำท่วมซึ่งจะต้องมีการออก ออกไปแล้วครับ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตอนนี้เบิกจ่ายได้น้อยมาก จ่ายจริงไปแค่ ๙๐๐ ล้านบาท แต่มันมีโครงการใหญ่ครับที่จะต้องมีการเปิดประมูลซึ่งมีมูลค่าสูงถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินกู้เขาบอกว่าต้องใช้ให้หมดนะครับ หมายถึงต้องกู้มาก่อน วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ นั่นหมายถึงกลางปีหน้า ซึ่งผมก็ต้องเรียนว่าไม่มีทางที่รัฐบาลนี้ จะทำทัน แต่เวลาไปดูในแผนแม่บทเรื่องน้ำมีหลายอันนะครับ เขื่อนสำคัญ ๆ ในประเทศไทย ที่เป็นโครงการอยู่นานแล้วไม่ได้สร้างสักที ทางน้ำไหล ทางซับน้ำ มากมายเลยครับที่จะอยู่ ภายใต้การที่จะต้องใช้เงินกู้จำนวนมหาศาลกองนี้ ที่ผ่านมาผมว่ารัฐบาลยังสอบตกประเด็นที่ ไม่ไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ ผมอยากเห็นโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดี ถึงแม้ว่าเงินนั้นจะมาจากเงินกู้ก็ตามที แต่ว่าสภาพัฒนาการเมืองมีโอกาสนะครับ ท่านลองคิดโครงการดูสิครับ ลองเสนอดูสิว่าโครงการไหนที่รัฐบาลเขานั้นยังไม่เข้าไปทำ ในเรื่องของอีไอเอ (EIA) เอชไอเอ (HIA) อีไอเอคือแบบทดสอบด้านสิ่งแวดล้อม เอชไอเอ คือแบบทดสอบด้านสุขภาพซึ่งต้องดำเนินการตามมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน วันนี้เราพูดไปไกลครับว่าจะสร้างเขื่อนที่ไหนบ้างอย่างเขื่อนแม่วงก์เป็นต้น แต่โครงการไส้ในมัน ที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจจากพี่น้องประชาชน วิถีทางที่ท่านพยายามบอกพี่น้องประชาชน ตลอดเวลาที่เป็นระบอบการเมืองพัฒนาการเมือง อันนั้นแหละครับสามารถลงเอาไปใช้ แล้วควบคู่กับรัฐบาลได้ ที่ผ่านมา พ.ร.ก. เงินกู้ในการเบิกจ่ายยังสอบตกอยู่มาก แล้วการเข้าถึง พี่น้องประชาชนที่จะไปรับฟังว่าพื้นที่ซับน้ำตกลงว่าจะสร้างเขื่อนไหม จะทำแนวกั้นน้ำไหมตรงนี้ ต้องใช้กลไกของท่านในภาคประชาชนเข้าไปขับเคลื่อนให้เขามีความเข้าใจนโยบายภาครัฐมากขึ้น ไม่อย่างนั้นผมบอกท่านเลยครับว่าอย่างไรรัฐบาลก็ทำไม่ได้เพราะวันนี้ยังไม่ได้มีการเข้าไปเจาะ ในเรื่องของความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ถ้าไปโฟกัส (Focus) หนักในเรื่องเกี่ยวกับ การประมูลของว่าใครจะเป็นผู้รับเหมาอย่างไรแบบนี้มันก็จะทำให้โครงการก็ล่าช้าอยู่ดี เพราะสุดท้ายแล้วก็ติดขัดมวลชน ผมคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสดีลองไปคุยกันดูสิครับ ในสภาพัฒนาการเมืองของท่านว่าจะใช้โอกาสนี้ที่มีสตางค์เรียบร้อยแล้วที่กู้มาพร้อมที่จะจ่าย แต่ไม่รู้จะจ่ายอะไร สภาพัฒนาการเมืองลองดูสิครับว่าไปช่วยเขาทำอย่างไรบ้างในเรื่องของ แบบทดสอบด้านสิ่งแวดล้อมอีไอเอ แบบทดสอบด้านสุขภาพเอชไอเอ และไปทำให้โครงการใหญ่ ๆ มันเกิดขึ้นได้จริงซึ่งเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านจะเป็นกลจักร สำคัญได้ ปีหน้ามาใหม่อยากเห็นองค์กรของท่านมีตัวชี้วัดเคพีไอที่ดีกว่านี้ รวมไปถึงการเข้าไป ช่วยเหลือรัฐบาลและภาครัฐในโครงการใหญ่ ๆ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมได้เห็นรูปของคณะกรรมการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง และแผนแม่บทพัฒนาการเมืองตามที่มีรูปในหนังสือนั้น กระผมขอกราบเรียนว่าท่านเหล่านี้ ผู้ก่อตั้งสภาพัฒนาการเมืองเป็นบุคคลที่กระผมมีความเคารพนับถือเป็นการส่วนตัว ท่านเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ ควรแก่การเคารพนับถือ อย่างไรก็แล้วแต่ ขอได้โปรดอนุญาตให้ผมได้ช่วยท่านคิด อนุญาตให้ผมได้เติมเต็มอีกสักนิดหนึ่ง โดยปกติแล้ว กระผมจะเป็นคนไม่พูดยาวแล้วก็จะไม่พูดซ้ำ ถ้าเผื่อสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านใดได้อภิปรายไปแล้ว กระผมก็จะไม่ซ้ำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมจะช่วยคิดเติมเต็มนั้นกระผมมั่นใจว่าจะเป็นอีกมุมหนึ่ง ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสภาพัฒนาการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามีใครถามว่าเราจะรู้ ได้อย่างไรว่ารถยนต์คันหนึ่งนี่มีพลัง มีกำลังมาก รถยนต์สักคันหนึ่งจะรู้ว่ามีกำลังมากก็ดูกันที่ มันมีกี่สูบ ๔ สูบ ๖ สูบ ๘ สูบ มันมีขนาด ซี.ซี. (C.C.) ความจุกระบอกสูบเท่าไร มันขับเคลื่อน ๒ ล้อหรือว่า ๔ ล้อ ถ้ารู้ข้อมูลอย่างนี้ก็จะรู้ว่ารถคันนั้นมีพลัง มีกำลังมากมายเท่าไร เช่นเดียวกันการที่จะบอกว่าประเทศนั้นประเทศนี้เป็นประเทศมหาอำนาจมันมีปัจจัย มันมีแฟคเตอร์ (Factor) อะไรในการที่จะวัดพลังอำนาจว่าประเทศนี้เป็นมหาอำนาจ ประเทศนี้ยังไม่เป็นมหาอำนาจ โดยหลักทั่ว ๆ ไปการที่จะดูว่าประเทศใดประเทศหนึ่ง มีพลังอำนาจมากน้อยเท่าไร เขาจะวัดกันที่ปัจจัย ๖ ข้อ ข้อแรก เขาจะดูที่ว่าประเทศนั้น มีพลังอำนาจทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ประชาชนร่ำรวยมั่งคั่ง มีจีดีพี (GDP) มากน้อยเท่าไร อดอยากยากแค้น หรือว่าร่ำรวยมั่งคั่ง ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของประชาชน นอกจากดูพลัง ทางเศรษฐกิจเขาจะวัดกันที่พลังทางสังคม สังคมมีความเป็นปึกแผ่นหรือว่าแตกแยก เห็นไหมครับเขาจะวัดกันที่พลังอำนาจทางด้านการเมือง ดูว่าประเทศนั้นการเมืองเขา มีความมั่นคง มีระบบ เปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อยไหม มีระบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไหม สภาอยู่ได้นาน รัฐบาลอยู่ได้นาน หรือมีความมั่นคง เขาจะดูที่ความมั่นคงในระบบการเมือง ในระบอบการเมือง และเขาจะดูกันที่พลังอำนาจทางทหาร ทหารมีเทคโนโลยี มีกำลังรบ มีเครื่องไม้เครื่องมือในการต่อสู้ ทหารมีจิตใจรุกรบ กล้าหาญแค่ไหน เพียงใด ปัจจัยที่ ๕ ในการที่จะวัดว่าประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นมหาอำนาจ มีพลังอำนาจแค่ไหนก็จะวัดกันที่ พลังทางความเชื่อ จิตวิทยา มีความเชื่อในชาติ ศาสนา ในลัทธิมากมาย หรือว่ามีความเชื่อ ศาสนาหนึ่ง ลัทธิอย่างหนึ่งอย่างเดียว หรือว่ามากมายหลายลัทธิแตกเป็นเสี่ยง ๆ ถ้ามีความเชื่อมากมายหลายอย่างพลังอำนาจของชาติในปัจจัยความเชื่อจิตวิทยาก็ลดลง และอีกประเด็นหนึ่งที่เขาวัดกันจะดูว่าเป็นชาติมหาอำนาจ แข็งแรงแค่ไหน ก็ดูกันที่พลัง ทางด้านเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารดาวเทียม คอมพิวเตอร์ สารพัดอย่างเทคโนโลยี ปัจจัยทั้ง ๖ ประการนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าดูประเทศไทยของเรา ๗๐-๘๐ ปีที่ผ่านมา ที่เรามีระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปัจจัยที่อ่อนแอที่สุดในบรรดา ๖ ปัจจัย เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การทหาร จิตวิทยา เทคโนโลยี ปัจจัยที่อ่อนแอที่สุด ล้าหลังที่สุด ผมกล้าพูดได้เต็มปากแม้ผมจะเป็นนักการเมืองคือปัจจัย ทางด้านการเมืองครับ ทั้ง ๆ ที่ปัจจัยทางด้านการเมืองนั้นจริง ๆ แล้วน่าจะมีความสำคัญ มีความเข้มแข็งเพราะ ๖ ปัจจัยที่ผมกล่าวมาแล้ว ปัจจัยทางด้านการเมืองถือว่าเป็นปัจจัย สำคัญที่สุดเปรียบเสมือนหนึ่งดนตรีวงหนึ่ง การเมืองคือตัวคอนดัคเตอร์ (Conductor) ถ้าการเมืองดีทุกอย่างดีหมดสำหรับประเทศไทย ประเทศไทยถ้าเผื่อการเมืองดีทุกอย่างดีหมด ที่เราล่าช้า ที่เรายังล้าหลังอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเกาหลี เปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่น เปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็เพราะปัจจัยทางการเมืองที่เราอ่อนแอและล้าหลังที่สุด เพราะฉะนั้นกระผมจึงหวังพึ่งในสภาพัฒนาการเมือง หวังพึ่งท่าน ท่านประธานสภาที่เคารพ ยุทธศาสตร์ ๖ ข้อที่ท่านได้เขียนมาในรายงาน กระผมไม่โต้แย้ง ไม่โต้แย้งเพียงแต่อยากจะให้ ความเห็นว่า ๖ ข้อที่ท่านเสนอมาในปี ๒๕๕๓ ค่อนข้างจะกว้าง ค่อนข้างเป็นแอบสแทรคท์ (Abstract) ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ผมเห็นด้วย สนับสนุนและอยากให้ท่านเจาะไปให้มากที่สุดก็ เหมือนกับหลายท่านแต่ไม่ซ้ำคือปัจจัยทางด้านคุณธรรมจริยธรรม ผมอยากเห็นว่าการเมือง วันนี้เอาคุณธรรมนำการเมือง ไม่ใช่เอาเงินนำการเมือง เอาคุณธรรมเอาจริยธรรมนำการเมือง สังคมวันนี้จึงจะไปได้รอดครับ ผมอยากให้เจาะประเด็นนี้ให้หนักให้มาก และจุดอ่อนที่ท่าน ได้เสนอมา อาจจะเป็นเพราะท่านยังไม่กล้า ผมอยากให้ท่านกล้า ๆ ไม่ต้องกลัวครับ ท่านเป็นฝ่ายวิชาการคิดอย่างไร เห็นอย่างไร เสนอตรงไปตรงมาท่านไม่ต้องเกรงใจใคร ผมอยากให้ท่านกล้าเสนอคุณธรรมจริยธรรมว่าถ้าเผื่อนักการเมืองที่ขาดคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมมากมายก่ายกองทุกวันนี้ ท่านจะต้องเสนอบทแซงก์ชัน (Sanction) บทลงโทษ คนที่ไม่อยู่ในร่องในรอยของคุณธรรมจริยธรรมท่านต้องมีบทลงโทษ ต้องมีบทแซงก์ชัน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมได้กราบเรียนแล้วว่ายุทธศาสตร์ ๖ ข้อ ที่ท่านได้เสนอมาผมไม่ทัดทาน ไม่คัดค้านกลับเห็นด้วย เพียงแต่ว่า ๖ ข้อที่ท่านเสนอมาเป็น ภาพกว้าง และท่านเน้นไปแต่เรื่องสิทธิและเสรีภาพ ไรท์ แอนด์ ฟรีดอม (Right and freedom) ผมกราบเรียนท่านนะครับว่าโดยธรรมชาติของมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ก็ว่าได้ มันเป็นอินสทิงคท์ (Instinct) เป็นสามัญสำนึก พอเกิดมาปั๊บก็มีความรู้สึก มีอากัปกิริยา ที่แสดงออกถึงสิทธิและเสรีภาพโดยอัตโนมัติ มันเป็นอินสทิงคท์ คนเราเกิดมาอุแว้ ร้องไห้ไขว่คว้า หาความอยู่รอด เพราะฉะนั้นสิทธิและเสรีภาพผมเห็นว่าพอเพียงในสังคมที่เราจะพูดถึงมัน แต่สิ่งที่เรายังขาดและไม่ค่อยกล้าพูดถึงกันคือขอบเขตลิมิเทชัน (Limitation) สิทธิและเสรีภาพนั้น จะมีมากเท่าไร มีมากเท่าที่ไม่ไปก้าวล่วงสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น การที่เรามี สิทธิและเสรีภาพมากเต็มที่แต่ไม่ไปก้าวล่วงคนอื่น จุดที่ไม่ไปก้าวล่วงคนอื่นตรงนี้แหละครับ คือเส้นแบ่งเขตที่ปัญญาชนคนในสังคมประชาธิปไตยจะต้องรู้ว่าขอบเขตของสิทธิและ เสรีภาพนั้นมีอยู่ตรงนี้ คือแปลว่าผมอยากให้ท่านพูดถึงเรื่องขอบเขต พูดถึงเรื่องข้อห้าม มากขึ้น ๆ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมอยากให้สภาได้กำหนดบทแซงก์ชัน บทแซงก์ชัน ในด้านคุณธรรมจริยธรรม ผมยกตัวอย่างเพียงบางตัวอย่าง คนที่ทุจริตโกงกินคอร์รัปชัน ทำอย่างไรที่เราจะสร้างค่านิยมมีบทแซงก์ชัน ทำอย่างไรที่สังคมวันนี้มีโพลออกมา ทำโพลคนที่เป็นนักการเมืองโกงบ้างช่างเถอะ ขอให้คนได้ประโยชน์บ้างยอมรับ ค่านิยมอย่างนี้ผมอยากให้สภาพัฒนาการเมืองออกมาช่วยเป็นผู้นำ ผมจะอยู่ข้างท่าน ออกมาช่วยกันประณาม มีบทแซงก์ชันคนที่ทำโพลเรื่องอย่างนี้ควรไม่ควรต้องกล้าออกมาตำหนิ และต้องช่วยกันมาสร้างค่านิยมใหม่ให้กับสังคม ถ้าขืนปล่อยให้มีความเชื่อว่าโกงบ้างช่างเถอะ ขอให้ทำงานบ้างสำหรับนักการเมือง ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ผมมั่นใจสังคมไปไม่รอด และการเมืองไม่มีวันเติบโตครับ ผมกราบเรียนว่าประเทศที่การเมืองเขาก้าวหน้าเป็นคอนดัคเตอร์ เป็นตัวนำ เป็นพลังอำนาจของชาติที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี หรือประเทศในตะวันตก ในประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่องคุณธรรม เรื่องค่านิยม เรื่องต่อต้าน การทุจริตโกงกินคอร์รัปชันนั้นเขาเข้มงวดกวดขัน อย่าว่าแต่หลักความเชื่อ ประชาชนคนทั่วไป จะออกมาเป็นตัวถ่วงดุล ออกมาเป็นฝ่ายตรวจสอบนักการเมืองที่ขี้โกงด้วยตัวของประชาชนเอง ผมอยากให้สภาพัฒนาการเมืองนั้นได้ออกมาพูดเรื่องนี้มากขึ้น ๆ ผมมั่นใจว่าท่านไม่โดดเดี่ยวแน่ ไม่โดดเดี่ยวแน่ คนที่อยู่ข้างหลังท่านมีมากมายก่ายกอง นอกจากนี้การซื้อสิทธิขายเสียง ผมกราบเรียนว่าเดี๋ยวนี้การเมืองเกือบทุกระดับชั้นไม่ว่า อบต. อบจ. ลามไปถึงการเลือกตั้ง ระบบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อะไรก็แล้วแต่เงินทั้งนั้น เมื่อเอาเงินเข้าไปซื้อเสียงผมมั่นใจว่า นักการเมืองอย่างนั้นเขาไม่กล้าจะขายไร่ขายนาเอาเงินมาซื้อเสียงหรอก แต่เงินซื้อเสียง คือเงินที่โกงมาเอาไปซื้อเสียง แล้วก็หากำไรจากอำนาจหน้าที่ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอเพิ่มเติมว่าสิทธิและเสรีภาพนั้นเป็นธรรมชาติ เป็นอินสทิงคท์ทุกคนที่เกิดมา แต่ผมอยากให้สภาพัฒนาการเมืองได้ศึกษาเจาะลึกมากขึ้น ๆ ถึงเรื่องขอบเขตของเสรีภาพว่า แค่ไหน เพียงใด ที่จะไม่ก้าวล่วงสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น ปัญหาสังคมไทยวันนี้ ปัญหาการเมืองไทยวันนี้ก็คือการใช้สิทธิและเสรีภาพจนเกินขอบเขตจนกระทั่งไปก้าวล่วง สิทธิและเสรีภาพของคนอื่น เพราะฉะนั้นกระผมก็ขออนุญาตช่วยคิดและเติมเต็ม กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางสภาพัฒนาการเมืองจะกล้าทำในสิ่งที่ควร ผมมั่นใจว่า ความถูกต้องนั้นท่านจะไม่โดดเดี่ยวไปเพียงคนเดียวแน่นอน กระผมก็ขอกราบเรียน ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
เชิญผู้ชี้แจงครับ คืออย่างนี้ผมได้บอกแล้วในที่ประชุมบอกว่าถึงท่านอรรถวิชช์ ท่านสุดท้าย แล้วก็ท่านวินัยขอนิดเดียว แล้วผมก็จะให้ท่านผู้ชี้แจงได้ตอบแล้วเราก็จะได้ผ่าน เรื่องนี้ไป หรือท่านติดใจที่จะพูดอยู่ เอาไว้ของกระทรวงยุติธรรมได้ไหม
ท่านประธานก็น่ารักมาตั้งแต่ตอนเช้า ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญขออภิปรายครับ
คือเราได้ตกลงกันแล้วบอกว่าเรื่องนี้ก็ขอให้ฝั่งละ ๒ ท่าน ทุกท่านก็ไม่มีปัญหา ผมก็ให้ ๒ ท่าน พอ ๒ ท่านเสร็จแล้วก็ได้จบแล้ว ก็คือท่านอรรถวิชช์ท่านสุดท้าย
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน
ท่านจะขอพูดใช่ไหม
อภิปรายครับ พร้อมด้วยท่านสาธิต ปิตุเตชะ จากจังหวัดระยอง
อย่างนั้นท่านนั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผมได้ใส่ชื่อไว้ตั้งแต่ ตอนบ่าย ตั้งแต่สมัยที่ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ
ท่านนั่งลงก่อนครับ อย่างนั้นเชิญท่านนาทีท่านติดใจไหมครับ ไม่ติดใจใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที ถามว่าติดใจไหม เป็นคนที่สนใจเรื่องนี้แต่อาจจะยกมือช้าไปนิดหนึ่ง ตอนที่ท่านประธานพูด แต่ถ้าท่านประธานให้พูดก็จะขออนุญาตอภิปราย เพราะเป็นคนที่สนใจในเรื่องของสภาพัฒนาการเมืองตั้งแต่ปีที่แล้วนะคะ แล้วก็พยายามที่จะดู แล้วก็ศึกษาในเรื่องของรายงานเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แสดงข้อสังเกตอะไร แต่ปีนี้ในฐานะ ที่ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ระบบบัญชีรายชื่อ ก็อยากจะฝาก เป็นข้อสังเกต ซึ่งเมื่อกี้ข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลอาจจะซ้ำซ้อนกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติในหลาย ๆ ท่าน แต่ก็จะตัดประเด็นไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แล้วจะได้ให้ท่านอื่นได้มีโอกาสพูดด้วย จะเห็นว่ารายงานของสภาพัฒนาการเมืองนี่จริง ๆ แล้วมีทั้งหมด ๗ ส่วน แต่สิ่งที่ดิฉัน อยากจะฝากไว้เป็นข้อสังเกตก็มี ๒ ส่วนนะคะ
ส่วนแรกก็คือส่วนที่ ๔ ในเรื่องของผลการดำเนินงานในรอบปี ๒๕๕๓ รวมถึงส่วนที่ ๖ ในเรื่องของรายงานคณะกรรมการอิสระติดตามประเมินผล ซึ่งดิฉัน ก็พยายามที่จะเปิดดูในหลาย ๆ ผลงาน อย่างในส่วนที่ ๔ ก็จะเห็นว่าตัวเคพีไอในเรื่องของ โครงการมันไม่ค่อยชัดในเรื่องของเคพีไอ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากเป็นข้อสังเกต แล้วพอเปิดไปเปิดมาก็ไปสอดคล้องกับส่วนที่ ๖ ซึ่งได้รับการตรวจประเมินจากคณะกรรมการ อิสระติดตามและประเมินผล ซึ่งจากการประเมินก็พบว่าสภาพัฒนาการเมืองยังไม่สามารถ ขับเคลื่อนแผนพัฒนาการไปสู่การปฏิบัติตามแผนพัฒนาการเมืองได้อย่างชัดเจน ซึ่งอันนี้ ถ้าเกิดว่าทางสภาพัฒนาการเมืองได้มีโอกาสนำผลการประเมินตรงนี้ไปปรับปรุง ดิฉันคิดว่า ปีหน้าอย่างน้อยในเรื่องของเคพีไอแล้วก็เรื่องของเอาท์คัม (Outcome) ก็คงจะชัดมากกว่านี้ ดิฉันขอยกตัวอย่างสัก ๒ โครงการแล้วกันนะคะ อย่างในเรื่องของโครงการทั้งหมด ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์รายงานทั้งหมดมี ๒๑๗ โครงการ แต่จะเป็นว่ายุทธศาสตร์ที่ใช้เงินมากที่สุด ก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็คือการสร้างเสริมวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม อันนี้ใช้เงินไปถึง ๓๓.๕๗ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่ามากที่สุด แต่ก็เหมือนที่คุยเมื่อกี้อีกว่า ในเรื่องของเคพีไอแล้วก็เอาท์คัม ตรงนี้ก็อยากจะฝากนะคะ แล้วก็สิ่งสำคัญในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ด้วย ในเรื่องของรูปแบบ ในเรื่องของปัญหาอุปสรรค ซึ่งในนี้ก็มีอีกเหมือนกันว่าเขามีรายงานแล้ว ในเรื่องของปัญหาอุปสรรคตั้งแต่ปีที่แล้วว่าทางสภาพัฒนาการเมืองได้ไปพบอะไรมาบ้าง แล้วก็มีการนำปัญหาตรงนี้มาสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง นำมาสู่การแก้ไขหรือเปล่านะคะ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะฝากในเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๓ นิดหนึ่งที่จะยกตัวอย่าง ก็คือในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมของผู้นำการเมือง อันนี้ดิฉันคิดว่าเป็นปัจจัยสำคัญ แล้วก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เลย ซึ่งสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็พูดถึงเหมือนกันว่าวันนี้ อย่างบางท่านพูดบอกว่าตำแหน่งหรือรางวัลที่ให้ ๒ คน ๓ คนไม่พอนะคะ เพราะว่าวันนี้ ดิฉันว่าคนทำความดีหรือคนที่ทำอะไรดี ๆ นี่ควรจะได้รับการยกย่องมากกว่านี้ จะได้เกิด สังคมที่แย่งกันทำความดีนะคะ ไม่ใช่เป็นสังคมที่ปัจจุบันนี้แย่งกันขึ้นข่าวอะไรก็ไม่รู้ แต่ถ้าเกิดเราส่งเสริมแล้วก็สนับสนุนคุณธรรมจริยธรรมของผู้นำและของคนอื่น ๆ ที่ให้เป็น ที่ประจักษ์นี่ก็จะทำให้มีการเลียนแบบในทางที่ดี แล้วเราก็จะได้เห็นต้นแบบในทางที่ดีด้วย
สุดท้ายค่ะท่านประธานที่จะพูดเร็ว ๆ เพื่อจะให้คนอื่นได้พูดด้วยก็คือ ในเรื่องของรายงานฉบับนี้สวยงามนะคะ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปีหน้าตัวเคพีไอ ตัวเอาท์คัม แล้วก็ผลสัมฤทธิ์ที่จะเห็นชัด ๆ ในแต่ละยุทธศาสตร์ก็คงจะชัดเจนมากกว่านี้ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมจะลำดับอย่างนี้นะครับเพราะท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัวได้นะครับ ต่อไปจะเป็นท่านวัชระ เพชรทอง แล้วก็คุณหมอเชิดชัย แล้วก็มาท่านสาธิตนะครับ อันนี้ ๓ ท่านนี้ผมขอความร่วมมือว่าเพื่อที่เราจะได้พิจารณาในเรื่องอื่นต่อ ซึ่งขณะนี้ ทางข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมเขามารอหลายสัปดาห์แล้ว ก็เป็น ๓ ท่านสุดท้าย แล้วผมก็จะให้ผู้ชี้แจงได้ตอบ ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบนะครับ เอาอย่างนี้นะครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การอภิปรายเป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราจะรับทราบ รายงานประจำปีของสภาพัฒนาการเมือง ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ก็เตรียมที่จะอภิปราย ท่านประธานครับ ในสภาพัฒนาการเมืองนี้นับว่าตั้งแต่สมัยท่านชวน หลีกภัย ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้เริ่มดำเนินการให้มีแผนพัฒนาการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้น และเมื่อสภาพัฒนาการเมืองได้นำเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องของพันธกิจที่ท่านได้บอกว่าท่านจะสนับสนุน การดำเนินงานของสภาพัฒนาการเมืองและกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ท่านสนับสนุน การจัดทำแผนพัฒนาการเมือง นำแผนไปสู่การปฏิบัติ ติดตามประเมินผลตามแผนดังกล่าว ท่านจะสนับสนุนการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง และพัฒนาองค์กรให้มีระบบการบริหาร จัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ และมีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นพันธกิจที่ดี และค่านิยมร่วมที่ท่านประกาศเอาไว้ ๔ ข้อ ในข้อที่ ๑ มีจิตสำนึกและศรัทธาการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ ผมอยากกราบเรียนไปยังสภาพัฒนาการเมืองให้ได้เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าท่านได้ติดตาม เรื่องนี้อย่างใกล้ชิดท่านจะเห็นว่ามีบุคคลถึงขนาดจัดงานที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วประกาศจะเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข แบบประเทศไทยไปเป็นแบบประเทศกัมพูชา ท่านได้ยินไหมครับ เคยได้ยินไหมครับ บอกว่าปกครองแบบระบบกษัตริย์แบบของประเทศไทยจะไม่เอา แต่จะเอาแบบเขมร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายและร้ายแรงมากครับ กราบเรียนท่านว่างบประมาณทุกบาททุกสตางค์ ที่สภาพัฒนาการเมืองได้ขอมายังรัฐบาลและผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กระผมในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เราไม่ปรับลดงบประมาณของท่านเลยแม้แต่สลึงเดียว เพราะต้องการที่จะให้ท่านทำเรื่องนี้อย่างแจ่มชัด และเมื่อมีคนกล้าประกาศอย่างนี้นับว่า เป็นภัยร้ายแรงต่อสถาบันสำคัญของชาติ ผมยังได้ซักถามต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งมาของบประมาณในวันดังกล่าวว่าที่มีบุคคลพูดอย่างนี้ ประกาศที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ ๒๔ มิถุนายนที่ผ่านมา ถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดทไปทั่วโลก ท่านคิดอย่างไร ผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ ท่านประธานครับ กราบเรียนไปยังตัวแทนของสภาพัฒนาการเมือง ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติท่านนั้น ตอบเต็มปากเต็มคำว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ได้ติดตามพฤติกรรมดังกล่าว และได้รายงานให้รัฐบาลหรือท่านนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว ท่านประธานที่เคารพ เมื่อมีคนกล้าประกาศอย่างนี้แล้วผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องดังกล่าวไปทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่ามีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการ เพราะไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไปประกาศเพียงเช่นนั้น แต่ยังมีหลายกรรม หลายวาระต่อเนื่องติดต่อกัน ท่านประธานครับ เมื่อมีการถ่ายทอดไปอย่างนั้นแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป ท่านประธานก็นั่งเป็นประธาน อยู่บนบัลลังก์ภายใต้พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานครับ ทั้งท่านประธานและกระผมทุกคนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เมื่อมา ปฏิบัติหน้าที่ต่างได้กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ว่าจะจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และแน่นอนครับไม่ใช่เป็นสถาบันพระมหากษัตริย์แบบเขมร แต่ที่เขมรนั้นเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ที่เขมรนั้นกษัตริย์สีหนุจะไปไหนต้องทำหนังสือ ขออนุญาตจากสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ถ้าสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ไม่อนุญาต กษัตริย์สีหนุไปไหนไม่ได้ ท่านประธานครับ แล้วเขาจะรณรงค์อย่างนี้ เปลี่ยนแปลงอย่างนี้ในประเทศไทย ถามว่าสภาพัฒนาการเมืองของท่านจะทำอย่างไร จะวางแผนอย่างไร ป้องกันอย่างไร และโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบสูงสุดต่อสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้รายงานให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทราบแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สั่งการอย่างไรต่อไป หรือเก็บเรื่องเงียบกริบ เก็บเรื่องเอาไว้ ท่านประธานครับ ที่ผมยกขึ้นมา เป็นตัวอย่างนี้เพราะว่าผมต้องการที่จะเห็นสภาแห่งนี้ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบตามที่ ท่านได้ตั้งค่านิยมร่วมเอาไว้ และนอกจากนี้ในค่านิยมร่วมของท่านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การมีจิตใจใฝ่บริการหรือมีจิตสาธารณะ ยึดถือและอุทิศตนเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ เป็นสำคัญ หรือยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล คุณธรรมจริยธรรม และสุดท้ายมุ่งเน้น การทำงานเป็นทีม มีทัศนคติเชิงบวก ริเริ่มสร้างสรรค์ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นค่านิยมร่วมที่ดีทั้ง ๔ ประการ ท่านประธานครับ แน่นอนว่าสภาพัฒนา การเมืองถ้าทำทุกอย่างตามที่สภาแห่งนี้ได้วางแผนเอาไว้ก็จะเป็นประโยชน์กับการเมือง อย่างแท้จริง แต่ท่านประธานครับลองมาดูกันสิครับว่าแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญบางท่าน ก็ยังกล่าวโจมตีว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ และที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเขาแก้ไขเพื่อใครครับ ท่านประธาน ก็แก้ไขเพื่อที่จะคืนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทให้กับคนบางคน แก้ไขเพื่อที่จะลบล้าง ความผิดให้กับคนบางคนเท่านั้นเองครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นจะมากล่าวหา รัฐธรรมนูญหรือจะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงครับ ผมว่าอย่าประท้วงเลยนะครับ เชิญครับ
ท่านสุนัยไปพูดที่เมืองลาสเวกัสเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมเองขออนุญาต ประท้วงท่านผู้อภิปราย จริง ๆ ไม่มีความสำคัญที่ผมจะต้องไปประท้วงเลย เพียงแต่ว่าผมเอง คิดว่าบรรยากาศการอภิปรายในสภาวันนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าวันพฤหัสบดีเราก็เรียบ ๆ แต่ทีนี้ ถ้าปล่อยไปอย่างนี้ คือผมไม่ไปขอร้องคนนี้ให้ถอนอะไรหรอก แต่การที่จะไปพูดถึง ต่างประเทศ ไปพูดถึงผู้นำต่างประเทศนี่ผมรู้สึกว่ามีเจตนาเฉพาะที่อยากจะว่ากล่าวให้เกิด ความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศกัมพูชา อย่างนี้ ผมไม่เรียกร้องให้คนเหล่านี้ให้คนอย่างนี้ถอนคำพูดหรอกครับ เพียงแต่ว่า ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะได้ใช้วิจารณญาณสักหน่อยถึงพื้นฐานง่าย ๆ ว่าการที่จะไป พูดกล่าวถึงพระราชวงศ์ของประเทศเพื่อนบ้านเขาในทางที่เสียหายอย่างนี้มันทำไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ ถ้าจะทำก็ขอให้เป็นบาปเฉพาะตัวครั้งเดียวและอย่าทำอีก แล้วการประชุม ก็จะได้เดินไปครับ การกระทำอย่างนี้ผมว่าตั้งใจจงใจจะเอาเด่นเอาดังอะไรกับเรื่องเหล่านี้ แล้วทำให้บ้านเมืองเสียหาย ผมจึงต้องประท้วงสิ่งนี้ครับว่าไปพูดอย่างนี้ไม่ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ
ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องของความเข้าใจของผู้พูดเอง แต่ก็จริงอยู่ ที่ไปกระทบกระทั่งบุคคลอื่นเขา แต่ในการที่ท่านอภิปรายมาจะเป็นจริงไม่เป็นจริงนี่ ผมก็นั่งพิจารณาได้ อะไรของจริงไม่จริงนะครับ แล้วท่านสมาชิกทั้งหลายท่านก็นั่งฟังอยู่ เอาในประเด็นนี้แล้วกันนะครับอย่าไปพาดพิงเดี๋ยวท่านสมาชิกก็จะประท้วงอีก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอประท้วง ท่านประธานเลยแหละครับ
เชิญอภิปรายต่อครับ
เพราะผมจะอภิปรายต่อไป ถ้าท่านประธานจะให้สมาชิกประท้วงต้องลุกขึ้นแล้วบอกว่าประท้วง
เชิญอภิปรายต่อครับ
ขอบคุณครับ ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ไปพูดที่เมืองลาสเวกัสนะครับ และพูดที่ลาสเวกัสอย่างไร ท่านประธานไปเปิดดูในอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้
ผมว่าเอาเรื่องที่เรากำลังประชุมปรึกษากันครับ ผมไม่อยากให้กระทบกระทั่งกัน กระแนะกระแหนแล้วทิ่มแทงกัน บรรยากาศมันก็ดีอยู่แล้วนะครับ ถ้าท่านจะพูดอย่างนี้ ผมจะไม่ให้พูดนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน เปิดดูข้อบังคับมีข้อใดที่ห้ามไม่ให้ผมพูด
ท่านจะอภิปรายไหม ถ้าไม่อภิปรายผมจะไม่ให้พูดนะครับ
ท่านจะไม่ให้สมาชิกพูดได้อย่างไรครับ ผมอภิปรายอยู่ในประเด็น
เชิญครับ ถ้าท่านต่อล้อต่อเถียงกับประธานผมจะไม่ให้พูด เชิญ
ท่านประธานอย่าเป็นเผด็จการ และอำนาจนั้นมีอยู่ชั่วครู่ชั่วคราวครับ
คุณจะพูดหรือไม่พูดครับ จะอภิปรายไหมครับ
อภิปรายครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ แต่ผมก็ไม่แน่ใจ ในคำพูดที่พูดไปนะครับ ท่านประธานครับ ผมมาดูในยุทธศาสตร์และพันธกิจ ในสิ่งที่ได้เขียน เอาไว้นี่ชัดเจนครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำงานหน้าที่คุ้มค่าประชาชน ทุกบาททุกสตางค์และทุกคำพูด ถ้อยคำที่ผมพูดไปผมรับผิดชอบทุกคำ และเมื่อสักครู่ ผมพูดในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่อันตรายครับ อันตรายจริง ๆ นอกจากผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดทได้ประกาศดังกล่าวที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว ท่านประธานครับ ยังมีคนไปพูด ในลักษณะอย่างนี้ที่เมืองลาสเวกัส ที่เมืองลาสเวกัสครับท่านประธาน ผมไม่ได้เอ่ยชื่อใครนะครับ นอกจากนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่ายังมีการเข้าใจผิดต่อประเทศชาติของเรา ไม่ต้องมามองหน้าผมนะครับ ผมจะยกตัวอย่างเช่นหนังสือเล่มหนึ่งเป็นเล่มที่ ๒ ของสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ เขาบอกว่าคำร้องเพื่อขอให้มีการสอบสวน สถานการณ์เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในราชอาณาจักรไทย ท่านประธานครับ หนังสือเล่มนี้ผมเพิ่งได้มาเมื่อวานนี้เอง
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง ผมว่าขอความกรุณาเถอะครับ ถ้าประท้วงไม่จบครับ
อยู่ในประเด็นนะครับท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประธานครับ ถึงท่านไม่ให้ผมประท้วง แต่ให้เขาพูดเลอะเทอะ นอกประเด็น แล้วก็ใส่ร้ายเสียดสี ในระดับชาติระดับประเทศนี่เสียหายนะครับ
ท่านประธานครับ ต้องบอกว่า ประท้วงอย่างไร
คืออย่างนี้ เขามีหน้าที่ประท้วง ผมฟังอยู่คุณไม่มีหน้าที่ที่จะต้องมาสอดแทรกขึ้นระหว่าง ผู้ประท้วงกับประธาน รักษามารยาทด้วย ผมกำลังฟังเขาอยู่ครับ ไม่ใช่มาสอดแทรก ท่านจะฟังประธานไหมครับ อย่างนั้นผมก็ควบคุมไม่ได้ คุณมาโต้แย้งโต้เถียงกันอยู่อย่างนี้ ผมกำลังฟังเขาอยู่ว่าเขาประท้วงอะไร ยังฟังไม่เสร็จเลยคุณก็ขึ้นมาสอดแทรกเข้ามา ผมบอกว่าไม่มีมารยาทนะครับอย่างนี้ เชิญประท้วงครับ
ท่านประธานครับ การอภิปราย ของผู้อภิปรายถึงเขาจะรับผิดชอบแต่เสียหายในระดับชาติระหว่างประเทศ เขารับผิดชอบ ไม่พอหรอกครับ ผู้อภิปรายไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรับผิดชอบระหว่างประเทศได้ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยว่าสมควรให้พูดต่อหรือไม่ครับ
เรื่องนี้ท่านก็อภิปรายแล้วท่านก็ยกตัวอย่าง ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ ก็เดี๋ยวฟังให้ครบถ้วน กระบวนความก่อน ขณะนี้ท่านยกตัวอย่างอยู่ เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธานให้ถอนคำพูดว่า ผมไม่มีมารยาท ให้ท่านประธานถอนคำพูดก่อนครับ
จะอภิปรายไหมครับ
อภิปรายครับ แล้วก็จะประท้วง ผู้ที่ประท้วงผมด้วยครับ
เดี๋ยวนะครับ เมื่อกี้ท่านผู้ประท้วงเขาใช้สิทธิยืนขึ้นประท้วงท่านในฐานะผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ที่เขาอ้าง ผมก็วินิจฉัย แต่ระหว่างที่เขากำลังประท้วงผมก็ให้เขาประท้วงแล้วอยู่ ๆ คุณก็มา สอดแทรกอย่างนี้ เขาเรียกว่ามีมารยาทไหมอย่างนี้ ผมในฐานะประธานผมก็เตือนท่านบอกว่า ให้ผมกับท่านสมาชิกฟังให้มันจบก่อนแล้วผมจะวินิจฉัยเอง ไม่ใช่มาเถียงกัน อย่างนั้นท่านสมาชิกก็ประท้วงผมในข้อ ๘ สิว่าผมไม่ควบคุมการประชุม ผมก็บอกว่า ขอให้รักษามารยาทหน่อย อดทน เขาก็นั่งอดทนฟังท่านพูดเขายังทำได้ แล้วท่านก็ต้องฟังเขาบ้าง การประชุมท่านก็พยายามโน้มน้าวให้เขาเห็น ท่านก็พยายามอธิบายเหตุผลของท่าน ฝั่งนี้เขาก็อดทน ท่านก็ต้องอดทนฟังเขาบ้าง ไม่ใช่ให้เขาฟังแต่ฝ่ายเดียว ทุกคนต้องอยู่บนกติกา และข้อบังคับ ผมก็ควบคุมข้อบังคับอยู่ ท่านก็พูดกับผมแล้วอยู่ ๆ อีกฝั่งหนึ่งลุกขึ้นมา สอดแทรกแล้วตะโกนต่อว่ากันอย่างนี้ผมไม่ตำหนิอีกฝั่งหนึ่งได้อย่างไรครับ ฉะนั้นเมื่อผม วินิจฉัยแล้วก็จบแล้ว เชิญท่านอภิปรายต่อครับ
ผมขอประท้วงให้สมาชิกฝ่ายรัฐบาล ถอนคำพูดตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง คำว่าพูดเลอะเทอะ เสียดสี ครับท่านประธาน วินิจฉัยแล้วให้เขาถอนคำพูดครับ
ทีนี้ผมก็ต้องถามท่านต่อไปว่าคำไหนล่ะครับ อยู่ ๆ บอกเลอะเทอะนี่มันเลอะเทอะเรื่องอะไร ท่านอธิบายข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยสิครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็รู้ดีว่า ท่านประธานเป็นประธาน ท่านประธานก็ต้องรักษามารยาทในการเป็นประธาน และเมื่อกล่าวหา
คุณไม่ต้องมาสอนผมนะครับ ผมไม่รู้ว่าคำไหนเลอะเทอะ คือถ้าท่านจะอภิปรายก็อภิปราย ต่อนะครับ ผมไม่ถอนหรอกครับ เชิญท่านอภิปรายต่อครับ
พี่หมอเชิดชัยจะประท้วงหรือเปล่าครับ
ขอความกรุณาครับคุณหมอนั่งเถอะครับ ผมจะให้จบแล้วครับ ให้เขาพูดให้จบเถอะครับ คือต่อล้อต่อเถียงกันอย่างนี้มันไม่จบ อย่างนี้ไม่จบครับ
จะให้ผมอภิปรายเลยหรือจะให้ พี่หมอเชิดชัย
อย่างนี้ครับ พฤติกรรมอย่างนี้มันรู้กันอยู่นะครับ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอความกรุณาเถอะครับ ช่วยกรุณารักษามารยาท แล้วก็ยังมีท่านสมาชิกอีก ๒ ท่านรออภิปราย ถ้าหากว่าทุกท่าน อดทนฟังซึ่งกันและกันมันก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ คุณหมอเชิดชัยนั่งลงก่อนเถอะครับ เชิญต่อครับ เหลืออยู่ ๒ ท่าน
เพื่อไม่ให้เสียเวลา ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ไม่ต้องถอน คำว่าเลอะเทอะ ผมก็เห็นด้วยกับท่านประธานครับ แต่กราบเรียนท่านประธานว่ามีคนไป พูดจาบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ถึงเมืองลาสเวกัสครับ ถึงเมืองลาสเวกัสครับ ที่เมืองลาสเวกัสครับท่านประธาน แล้วติดป้ายไว้หลังเวทีเลยว่า จุด จุด จุด ไม่รู้ว่า จุด จุด จุด ป่วย เขาไปพูดถึงขนาดนี้ที่เมืองลาสเวกัส ถ้าสภาพัฒนาการเมืองจะได้ติดตามฟังคำปราศรัย ดังกล่าวก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานครับ แม้ว่าจะเป็น การกระทำความผิดภายนอกราชอาณาจักร แต่ตัวเองนั้นเป็นถึงสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แต่ไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม กลับเขียนโจมตีให้ร้ายสถาบันศาลบอกว่าศาลปฏิเสธไม่ให้แกนนำเสื้อแดงเข้าฟังการพิจารณาคดี ของตนเอง ท่านประธานครับ แล้วมันเป็นความจริงไหมครับ ความเท็จทั้งนั้น แต่ว่า เขานำเอกสารนี้ไปยื่นต่ออะไรครับ ไปยื่นต่อศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อที่จะสร้างความเข้าใจผิด ในกระบวนการยุติธรรมของศาลไทย สร้างความเข้าใจผิดต่อกองทัพไทย ท่านประธานครับ ในหน้า ๑ ของหนังสือเล่มนี้เขาบอกถึงขนาดที่ว่าคนที่ลั่นกระสุนสังหาร พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล คือพลซุ่มยิงของกองทัพบก ท่านประธานครับ กล่าวหากองทัพไทย ใส่ร้ายกองทัพบกมีอยู่ในหน้า ๑๙ และใส่ร้ายศาลว่าศาลปฏิเสธไม่ให้แกนนำเสื้อแดงเข้าฟัง การพิจารณาคดีของตนเอง แล้วที่ไปกันเยอะแยะอย่างนั้นได้เข้าไปฟังไหมครับ สิ่งนี้อยู่ ในหน้า ๒๐ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังกล่าวหาบอกว่าการที่ พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตเกิดจากทหารของ พลเอก ประยุทธ์ ขว้างปาระเบิดเข้าไป ท่านประธานครับ สิ่งนี้ล้วนแต่สร้างความเข้าใจผิดให้กับนานาชาติและมีการทำเป็นขบวนการจนถึงในประเทศไทย ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังสภาพัฒนาการเมืองว่าเรามีปัญหาเรื่องคนครับ คนหรือภาษาสุภาพ ๆ เขาบอกว่าเป็นเรื่องของมนุษย์แต่มนุษย์นั้นมีศีลธรรม มีศีลหรือไม่ มีคุณธรรมหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว เพื่อนสมาชิกบางท่านที่เป็นฝ่ายรัฐบาลก็กล่าวหาว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ แต่ท่านประธานครับรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการนี้ละครับที่มีรัฐบาลชุดนี้และมีสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้และเขาก็จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคนบางคน สภาพัฒนาการเมืองท่านจะทำอย่างไรครับ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนได้อย่างไร ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในเรื่องของพันธกิจหลัก ๕ ด้านในหน้า ๑๑ ท่านประธานที่เคารพ ข้อ ๑ ของสภาพัฒนาการเมือง คือ ๑. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของพลเมืองและสิทธิชุมชน ๒. การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๓. การเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ ๔. การสร้างกลไกการปรึกษาหารือสาธารณะ ๕. การสร้างกลไกรับฟังความคิดเห็นของ เสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ พันธกิจหลักทั้ง ๕ ด้านที่สภาพัฒนาการเมืองได้เขียนเอาไว้นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ กระผมดีใจที่เห็นท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ท่านประธานเจริญ จรรย์โกมล ในขณะนี้ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนตัวแทน สภาพัฒนาการเมืองนะครับว่าในสภาผู้แทนราษฎรมีบุคคลทำหน้าที่ประธาน ๓ ท่าน แล้วพวกเราเชื่อว่าคนที่เป็นธรรมที่สุดคือท่านนี้ครับ อันนี้ไม่ได้ยกยอปอปั้น
ท่านเอาเรื่องพัฒนาการเมืองก็แล้วกันครับ
และอยากจะเห็นการทำงานของท่าน เป็นมาตรฐานเดียวกันไปโดยตลอด ท่านประธานครับ เมื่อมาดูเรื่องสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ ท่านดูสิครับทุกวันนี้เป็นอย่างไร มีสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพูดจาอย่างไรครับ ๑. จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง จะไม่เอาสถาบันกษัตริย์แบบประเทศไทย จะไปให้เป็นแบบ ประเทศกัมพูชา ๒. โจมตีศาลยุติธรรมว่า ๒ มาตรฐาน จะยุบศาลรัฐธรรมนูญ จะยุบศาลปกครอง และยุบองค์กรอิสระ สุดท้าย ๓. โฆษณาชวนเชื่อ ไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าผมได้ดูรายการของสถานีโทรทัศน์ เอเชียอัพเดท มีการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกาโดยพิธีกร ๒ ท่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านหนึ่งคือท่านอดิศร เพียงเกษ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดท ท่านที่ ๒ คือท่านสุธรรม แสงประทุม รุ่นพี่ที่รักของผม อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ ผมเลยสงสัยว่ารัฐบาลนี้จะเอาอย่างไรเมื่อสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดท เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลแต่โจมตีประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างยับเยิน อย่างเสียหาย
ท่านวัชระ มีผู้ประท้วงครับ เชิญดอกเตอร์สุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงท่านผู้ที่อภิปราย ซึ่งผมเองเห็นว่าท่านผู้อภิปรายนั้นกำลังทำในสิ่งที่ดูจะ น่ารังเกียจมากครับ คือพยายามจะสร้างเรตติ้ง (Rating) ให้กับตัวเองในเรื่องที่คนอื่น เขาเสียหาย ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวถึงบุคคลภายนอก อ้างชื่อนายสุธรรม อ้างเชื่อมโยงบอกว่า สถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดทเป็นของรัฐบาล มันก็ไม่ใช่ นี่เป็นความเท็จ แล้วหนักไปกว่านั้นอีก ท่านประธานครับ พยายามเร้าหรือไปถึงพระราชวงศ์ข้างเคียง เราก็เคารพเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ของเรา ประชาชนกัมพูชาเขาก็เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของเขา แล้วไปกระทำการอย่างนี้หลายครั้งแล้วครับท่านประธาน แล้วก็พยายามจะพูดโจมตี คนโน้นคนนี้ คือเรียกเรตติ้งอย่างนี้มันน่าเกลียดมากครับท่านประธาน ผมเองคิดว่าเมื่อเขา เคารพท่านประธาน ท่านประธานก็ใช้ความเคารพที่เขามีนี่ควบคุมหน่อยเถอะครับว่า พฤติกรรมอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง และมันไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกครับ ไม่ได้ทำให้เขาดังขึ้นเลยครับ แต่มันเสียหายต่อประเทศชาตินะครับ มีแต่ความแตกแยกกันอยู่อย่างนี้ วันนี้ทุกคน ก็อภิปรายตามครรลองหมดละครับ ผมขอให้ท่านประธานใช้ความกรุณาด้วยเถอะครับ นี่คือผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ แล้วการกล่าวถึงบุคคลภายนอกก็ดี กล่าวถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์ ยุแยง ใส่ร้ายผู้คน ผมว่าน่าจะจบได้แล้วครับ
เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านนั่งลงก่อน ท่านวัชระครับ ในสภาผู้แทนราษฎรเราพยายามจะไม่พูดถึง สถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น ถ้าท่านเว้นไว้ได้ก็จะเป็นการดี และข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ก็บอกว่าไม่ควรกล่าวถึงบุคคลข้างนอกโดยไม่จำเป็น ให้ท่านเอาเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ การพัฒนาการเมืองนะครับ เอาประเด็นนี้ก็แล้วกันครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เราจะไม่กล่าวถึง สถาบันพระมหากษัตริย์เลยครับถ้าไม่จำเป็น แต่ขณะนี้มีภัยร้ายแรงที่มีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ผมไม่อาจที่จะนิ่งดูดาย หรืออยู่เฉยได้ครับท่านประธาน เพราะบางคนนั้นกินปูนร้อนท้อง มีพฤติการณ์ดังกล่าว ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว เขาไปบ่อนทำลายถึงเมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา และที่ผมยกตัวอย่างเรื่องพิธีกร ๒ คนที่กล่าวโจมตี ประเทศสหรัฐอเมริกาผมก็ไม่ได้ยกย่องประเทศสหรัฐอเมริกาว่าเป็นอะไรดีเลิศเลอ แต่ผมอยากจะถามว่าถ้ารัฐบาลปล่อยให้กระบอกเสียงของตนเองซึ่งเป็นกระบอกเสียง ของรัฐบาลแท้ ๆ เพราะแดงแท้ ๆ ท่านประธานก็ดูอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และเมื่อกล่าวโจมตี ประเทศสหรัฐอเมริกามหามิตรที่แสนดีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผมก็เลยสงสัยว่าแล้วจะ ดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างไร ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเมืองดีมากครับ แนวคิดต่าง ๆ ดี แต่ผมถามว่ารัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้นำแผนของสภาพัฒนาการเมือง ไปปฏิบัติหรือไม่ครับ แม้กระทั่งสภาผู้แทนราษฎรเองจะมี ส.ส. สักกี่คนที่ยอมรับแนวคิด ของสภาพัฒนาการเมืองอย่างชอบธรรมอย่างเป็นธรรม และเมื่อมาดูถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ท่านบอกว่าท่านได้มีโครงการ กิจกรรม หน่วยงานที่นำแผนพัฒนาการเมืองไปสู่การปฏิบัติในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคสังคม ท่านประธานครับ เป็นสิ่งที่ดีครับ พันธกิจที่ ๑ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของพลเมือง และสิทธิชุมชน ปรากฏว่ามีการให้งบประมาณของสภาความมั่นคงแห่งชาติใช้ไปในการนี้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ของกระทรวงมหาดไทย ๒๔ ล้านบาทเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๑๕ ล้านบาทเศษ แต่ผมก็สงสัยครับ สงสัยว่าถ้าท่านจะสร้างคุณภาพ คุณธรรมในข้าราชการ แล้วเมื่อไปปฏิบัติในโครงการดังกล่าว ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วทำไมผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาลต้องให้โจรมาประดับยศให้ ต้องให้นักโทษมาประดับยศให้ ท่านประธานครับ แล้วประชาชนคนที่เคารพกฎหมายจะรู้สึกอย่างไร แม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็ตาม ท่านประธานที่เคารพ เรามีปัญหาเรื่องคนอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ข้าราชการยุคหนึ่งก็เปลี่ยนสีไปอีกยุคหนึ่ง แม้กระทั่งการให้สัจจะในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ สภาผู้แทนราษฎรว่าจะตั้งรางวัลนำจับชายชุดดำเป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท จากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าจะนำงบราชการลับจากที่ได้รับในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ทั้งสิ้น ๓๕ ล้านบาท จะแบ่ง ๑๐ ล้านบาทไปตั้งรางวัลนำจับให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่สามารถชี้เบาะแสได้ว่าชายชุดดำที่ก่อเหตุในเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ นั้นเป็นใคร ใครสั่งมา บ้านอยู่ที่ไหน มีรูปพรรณสัณฐานอย่างไร เอาไปเลย ๑๐ ล้านบาท จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) ท่านประธานครับ แต่จนบัดนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอก็ยังไม่พูดแม้แต่คำเดียวว่าจะตั้งรางวัลนำจับชายชุดดำ ๑๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นอกจากนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ก็ยังบอกไปยังนายธาริต อีกว่านายธาริตนั้นยืนยันว่าไม่มีชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าวแม้แต่คนเดียว ท่านประธานครับ แล้วใครครับที่ยิงระเบิด ยิงอาร์พีจี (RPG) ขว้างระเบิดใส่ทหาร ใส่ประชาชน แล้วใครล่ะครับที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สิ่งนี้สภาพัฒนาการเมืองก็ต้อง แก้ไขว่าถ้าความขัดแย้งทางการเมืองแล้วมีการนำอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในราชการสงครามมาใช้ ในการต่อสู้ทางการเมืองปัญหาก็จะไม่จบ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็น บทบาทของสภาพัฒนาการเมืองที่จะแก้ไขความขัดแย้งของกลุ่มคนต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งทุกวันนี้มีอยู่ เป็นการสมควรที่ต้องแก้ไขโดยเร็ว แต่นั่นแหละครับท่านประธาน เมื่อมาดูพันธกิจ ที่ท่านบอกในเรื่องของการเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ ทุกวันนี้มันอิสระไม่ได้ เพราะมีวิทยุชุมชนครับท่านประธาน มีสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ทำอย่างไรครับ ก็โฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้เชื่อในสิ่งที่ออกจากสถานีของตนเอง โดยเชื่อแบบหลงงมงาย เชื่อแบบถูกล้างสมอง เชื่อโดยไม่มีเหตุผล ท่านประธานครับ แล้วสังคมเราจะปรองดองกันได้อย่างไร เราจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้อย่างไร สภาพัฒนาการเมืองต้องกรุณาไปคิดเถอะครับ
นอกจากนี้อยากกราบเรียนท่านประธานในเรื่องอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่คาใจ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศในขณะนี้ ก็คือเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือน้ำท่วม พี่น้องในเขตหนองแขมสัปดาห์ที่แล้วยกไปประท้วงผู้อำนวยการเขตที่เขตหนองแขม เพราะไม่ได้เงินเยียวยาน้ำท่วม ได้เพียงแค่ ๑,๐๐๐ บาท
ท่านวัชระเอาอย่างนี้ไหมครับ เอาไว้ถามกระทู้ถามสดดีกว่า แล้วท่านเอาเรื่องสภาพัฒนาการเมือง ก่อนดีกว่า
กราบเรียนท่านประธานว่า แล้วการเมืองจะพัฒนาไปได้อย่างไรเงินเยียวยาน้ำท่วมยังจ่ายไม่เท่ากัน จังหวัดนครสวรรค์ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์คนสวยไปแจกได้คนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ที่เขตหนองแขมได้ ๑,๐๐๐ บาท ได้ ๗๐๐ บาท ได้ ๑,๒๐๐ บาท ท่านประธานครับ ประชาชนก็รู้สึกว่าเหลื่อมล้ำกัน เพราะฉะนั้นถ้าไม่เหลื่อมล้ำก็ต้องเท่าเทียมกัน นี่ผมพูดสั้น ๆ เพราะว่าเคารพท่านประธาน ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในหนังสือเล่มนี้ถ้าเพื่อนสมาชิก จะได้กรุณาเปิดไปในหน้า ๖๘ ความต้องการให้กองทุนสนับสนุนกิจกรรมด้านต่าง ๆ ด้านแรกคือด้านสันติวิธีทางการเมือง เรื่องนี้สำคัญมากครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ถ้าเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการชุมนุมโดยชอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใดก็ตาม แต่การชุมนุมถ้ามีทั้งปืนอาร์พีจี มีทั้งเอ็ม ๗๙ มีทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ ระเบิดสงครามต่าง ๆ ปัญหาก็จะไม่จบ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็น สันติวิธีทางการเมืองที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และถ้าเพื่อนสมาชิกทั้งสภาจะช่วยกัน เปิดไปหน้า ๑๑๗ รูปที่อยู่มุมซ้ายล่างสุด ขออนุญาตกล้องได้โปรดโคลส (Close) มาที่รูป ขออนุญาตท่านประธาน ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาเปิดตามนับว่าเป็นเกียรติ แก่ฝ่ายค้านอย่างผม ซูม (Zoom) ภาพนี้ให้ชัด ๆ ครับ มุมซ้ายล่างภาพนี้ห้องคอนโทรล (Control) ครับ กรุณาซูมรูปมุมซ้ายล่างครับ ซูมอีกครับไม่ต้องเห็นหน้าผมหรอกครับ รูปนี้ครับมุมซ้ายล่าง ท่านประธานครับ เป็นภาพของสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ชื่อท่านวีระ สมความคิด เป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองด้านสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แต่สิทธิและเสรีภาพของท่านวีระ สมความคิด ในขณะนี้อยู่ที่ไหนครับ อยู่ในเรือนจำกรุงพนมเปญ ที่มีสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านวีระ สมความคิด และสุภาพสตรีอีกท่านหนึ่งต้องถูกจำคุกในเรือนจำของเขมร ท่านประธานครับ น่าเสียใจครับ เพราะอะไรครับ เพราะประเทศชาติของเรา ประเทศไทยของเราได้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน จำนวนนับพันล้านบาทให้กับประเทศกัมพูชาในการสร้างถนนเส้นต่าง ๆ ที่มาประชิดชายแดนไทย รัฐบาลไทยตั้งแต่สมัย พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ให้เงินเขมรไปสร้างถนนมาประชิด ชายแดนไทย ท่านประธานครับ แล้วคนของประเทศชาติ ๒ คนก็ยังถูกจำคุกอยู่ ณ เรือนจำ กรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองในขณะนั้น
ท่านวัชระครับมีผู้ประท้วง เชิญครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ขอโทษท่านผู้อภิปรายด้วยนะครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การควบคุมการประชุมสภาในข้อบังคับ ข้อ ๘ เป็นเรื่องสำคัญมาก เราสามารถฟังเพื่อนสมาชิกท่านนี้อภิปรายว่าเพื่อนสมาชิก กระทบกระทั่งกันไปบ้างในสภาแห่งนี้ไม่ขัดข้องครับ นั่งฟังได้ด้วยความอดทนครับไม่มีปัญหา แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถ้ามันเป็นการกระทบกระทั่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทบกระทั่ง ต่อสิ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านประชาชนในประเทศนั้นเขาเคารพนับถือเป็นเรื่องที่ควรจะหลีกเลี่ยง เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะทำ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนขอความกรุณาท่านประธานว่าใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ เถอะครับ แล้วก็อยากกราบเรียนไปทางท่านผู้อภิปรายด้วยความเคารพครับว่า สิ่งใดที่จะอภิปรายแล้วสร้างความกระทบกระทั่งไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี่ เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้วในสภาแห่งนี้นะครับ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ จะขอความกรุณาท่านว่า หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ใด ๆ กับของเขาก็แล้วกันเพราะว่ามันเป็นเรื่องเสียหาย
เอาละ ผมเข้าใจตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมว่าท่านวัชระก็เข้าใจดีครับ ก็ไม่ควรจะไปพาดพิง ประเทศเพื่อนบ้านครับ เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีก็ไม่ควรไปพูดถึงครับ ท่านอภิปรายต่อได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานครับ ผมย่อมรักษา พิทักษ์ ปกป้องผลประโยชน์ในสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องคนไทย ไม่ว่าอยู่บนประเทศใดในโลกใบนี้ เมื่อเพื่อนร่วมชะตากรรมคนไทยของผมติดคุกอยู่ที่เขมรจะให้ผมไม่พูดได้อย่างไร และท่านประธานครับ ปรากฏว่าท่านวีระ สมความคิด ก็ยังเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ของท่านผู้มาชี้แจงในขณะนั้น เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิชอบธรรมที่ผมจะอภิปรายถึง และกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วยครับ ได้โปรดเห็นใจเถอะครับ เพราะในขณะนี้ ท่านวีระ สมความคิด ป่วยหนัก ท่านประธานครับ ไม่ว่าเรื่อง
ท่านวัชระครับ ท่านพิเชษฐ์ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ ท่านเสียดสีใส่ร้ายนะครับ แล้วก็นอกประเด็นนะครับ ผมจะถามท่านผู้อภิปรายว่านายวีระกับ
ท่านพิเชษฐ์ถามไม่ได้ครับ ท่านประท้วงได้แต่ท่านไม่ต้องถาม เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านนั่งลงครับ ผมวินิจฉัย ท่านไปถามไม่ได้ ท่านคุยกันไม่ได้ ท่านต้องพูดกับประธาน ท่านประท้วง แล้วผมรับคำประท้วงท่าน ท่านนั่งลง ผมวินิจฉัย ท่านประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมฟังท่านอยู่ให้ผมวินิจฉัย แต่ท่านไม่ได้ไปถามผู้อภิปราย ท่านอภิปรายมา ท่านบอกมา ประท้วงข้อไหนแค่นั้นไม่ต้องอภิปรายต่อ
ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธาน นายวีระกับคุณราตรีนี่ไปพร้อมกับ ส.ส.
ท่านไม่ต้อง ประเด็นท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ นั่ง พอเถอะครับ ท่านพิเชษฐ์ผมไม่อนุญาตครับ ท่านพิเชษฐ์ท่านต้องนั่งลงแล้วครับ ไม่ได้ ผมไม่อนุญาต ผมปิดไมโครโฟนผมไม่ให้พูดก็คือจะตอบโต้กันอย่างนี้
(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เรื่องอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงก็ไม่อยากลุกขึ้นมา ประท้วง แต่ว่าบังเอิญท่านพิเชษฐ์ได้พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์นะครับว่าพรรคประชาธิปัตย์ เอาตัวรอด ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นถ้าติดตามสถานการณ์ก็ต้องเข้าใจดีว่ามีเหตุการณ์ ที่คนไทยหลายคนถูกจับที่นั่นแล้วก็มีการประสานไปยังรัฐบาลเขมร แล้วก็มีบางท่านได้รับ การอภัยโทษนะครับ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ แต่ว่าถ้าพูดอย่างนี้จะทำให้ความเข้าใจ คลาดเคลื่อนไปก็ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ถอน เพราะว่าความจริงวันนี้ก็เป็นบรรยากาศที่ดี อยู่แล้วครับ เพราะว่าพูดถึงสถาบันพัฒนาการเมืองก็ขอให้การเมืองมันดีขึ้นครับ
เมื่อกี้ผมปิดไมโครโฟนครับ ผมไม่ให้พูดออกไป ผมปิดไมโครโฟน ถ้าผมปิดไมโครโฟน เสียงจะไม่ออกไปไหนมีแต่ผมได้ยิน ท่านพิเชษฐ์กล้าพูดต้องกล้ารับ กล้าถอน ถอนเถอะ จะได้เดินหน้าต่อ
ท่านจะให้ผมถอนไหมครับ
เชิญท่านถอน
ครับท่านประธานครับ นายพนิช
ท่านพิเชษฐ์ผมไม่ให้อภิปรายต่อท่านต้องถอนก่อนอย่างนั้นไม่ให้พูด ท่านต้องถอน แล้วก็ไม่ต้องไปพาดพิงกันต่อ ก็ท่านเห็นว่าฝ่ายไหนอย่างไรประชาชนฟังวิทยุอยู่ ตอนนี้เรามาฟังว่า ข้อสรุปของการพัฒนาการเมือง พัฒนาการเมืองนี่มันต้องพัฒนาตั้งแต่ในสภา ท่านถอนเถอะครับ เป็นสุภาพบุรุษก็ถอนเถอะ
ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์
ท่านถอน ไม่ต้องพูดแล้ว อภิปรายไม่ได้ ท่านต้องถอน ท่านพิเชษฐ์กรุณาได้ถอนครับ
ท่านให้ผมถอนคำไหนครับ
ท่านรู้อยู่แล้ว ท่านฟังอยู่ท่านต้องถอน ไปชี้หน้ากันไม่ได้ เถียงกันไม่ได้ พูดกับประธานอย่างเดียวครับ ผมใช้ข้อบังคับ ท่านต้องถอน
คำว่าอะไรครับ ท่านประธาน ให้ผมถอนคำว่าอะไรครับ
ท่านพิเชษฐ์รู้อยู่แล้วว่าต้องถอนคำว่าอะไรครับ ไม่จริงหรอกครับท่านถอนเถอะ คืออย่างนี้ครับ การพัฒนาการเมืองต้องฟังทั้ง ๒ ฝ่าย ประชาชนที่ฟังรายการวิทยุทั้งประเทศก็ฟังอยู่นะครับ ใครพูดอย่างไร คิดอย่างไร นี่คือการพัฒนาการเมืองของประเทศไทย ท่านถอนเถอะครับ ท่านพิเชษฐ์ ขอร้องครับ
ถอนเรื่องอะไรครับ ท่านประธานครับ ขอโทษจริง ๆ ครับ ให้ทางฝั่งโน้นบอกมาใหม่เถอะครับ
ท่านแค่พูดว่าถอนก็พอแล้วครับ แค่ถอนก็พอแล้ว
ไป ๓ คน
ท่านต้องถอน ท่านพิเชษฐ์อย่างนี้ไม่ได้ครับ ผมไม่อนุญาตครับ อย่างนี้ไม่ถูก ท่านต้องถอนครับ
(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คือไม่เอาครับท่านจิรายุ ท่านพิเชษฐ์จะถอนแล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านพิเชษฐ์ถอนก่อน คุณจะประท้วงคุณประท้วงทีหลังครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านพิเชษฐ์ถอนก่อนแล้วคุณค่อยประท้วง เอาทีละคนครับ ถ้าทุกคนยกมือหมดผมก็เปิดทั้งสภาก็ไปไหนไม่ได้ ท่านต้องนั่งลงก่อน ท่านจิรายุ ผมยังไม่อนุญาต ตอนนี้ผมยังไม่อนุญาตให้ท่าน ผมให้ถอนก่อน แล้วคุณยกมือทีหลัง ไม่ได้ ไม่ได้ครับ ท่านพิเชษฐ์ต้องถอน เอ่ยคำว่าถอนก็พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ให้ผมถอน คำว่าอะไรครับ ให้เขาทบทวนครับเดี๋ยวผมจะถอนครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงไม่น่าจะเป็นเรื่องนะครับ ด้วยความเคารพท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ ว่าเราก็เป็นสมาชิกมาหลายปีก็สมัยเดียวกัน ผมก็พูดชัดนะครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในครั้งนั้นมีคนไทยถูกจับในการวินิจฉัยว่าไปล้ำแดนของเขมร แต่ว่าผมไม่อยากพูดยาวนะครับ เอาเป็นว่าท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาตัวรอดมันไม่จริง เพียงแต่ว่ามันมีการประสาน แล้วก็มีบางท่านรับสารภาพได้รับการอภัยโทษก็ไม่ต้องติดคุกที่เขมร แล้วก็มีบางท่าน ที่ยังไม่ได้ให้การรับสารภาพแล้วก็มีการพิจารณาคดีในศาลเขมร
ท่านยังประท้วงไม่ได้ครับ ให้คู่กรณีจบ จบทีละเรื่องสิครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เดี๋ยวให้ท่านพิเชษฐ์ถอนก่อน เอาทีละเรื่อง ไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ผมควบคุมการประชุมไม่ได้ เดี๋ยวผมปิดประชุมนะครับ เดี๋ยวผมจะปิดประชุมนะครับ ท่านทำอย่างนี้ไม่ได้ ท่านนั่งลงครับ ผมไม่อนุญาตแล้ว คือทีละคนครับ ไม่ได้ ท่านจะลุกขึ้นมาอยากพูดก็พูด ใครอยากประท้วง ก็ประท้วง เอาทีละท่านสิครับ ไม่ได้ครับ ผมต้องให้ท่านพิเชษฐ์จบทีละคนก่อน ไม่ได้ อย่าเถียงผมเลยครับ ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ กรุณาครับ ท่านพิเชษฐ์ถอนครับ ไม่ชี้หน้ากัน ถอนครับ
เขาบอกให้ถอนตรงไหนครับ เดี๋ยวเขาบอกผมถึงจะถอนครับ
แค่พูดถอน ก็พอแล้ว ท่านพิเชษฐ์ไม่ต้องเล่นลิ้นแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นผมเชิญท่านออกนอกห้องนะครับ ท่านทราบ ท่านถอนเถอะครับ พอเถอะครับ ผมจะเดินเรื่องต่อ เหลืออีก ๒ คนจะได้ให้เขา ชี้แจงก็จะได้จบครับเรื่องนี้ ถอนเถอะครับ แค่พูดคำว่าถอนก็พอแล้วครับ
ยินดีครับถ้าท่านประธานขอนะครับ
แค่นั้นก็จบ ท่านจิรายุเชิญประท้วงผมเลยครับ เขาถอนแล้วเมื่อกี้เขาบอกถอน ท่านนั่งลงเถอะครับ ผมได้ยินแล้ว พอแล้วครับ เอาต่อ มีคนมาฟังอยู่ข้างบนเยอะนะท่าน ท่านจิรายุ ว่าผมผิดข้อบังคับข้อไหนว่ามา
ท่านประธานครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ที่ประท้วงท่านประธานเพราะว่าเมื่อกี้ ท่านประธานปิดไมโครโฟนอยู่ มันไม่ได้ถูกบันทึกในที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านพิเชษฐ์ได้พูด ผมก็เลยจะบอกท่านสาธิตว่าท่านไม่ต้องกังวล เพราะมันปิดไมโครโฟน มันไม่ได้รับการบันทึกเท่านั้นเองครับ ก็เลยไม่รู้ว่าท่านประธานจะให้ถอนอะไร มันจะได้ เดินหน้าต่อ ให้พี่วัชระ เพชรทอง หน้าดำของผมได้อภิปรายต่อครับท่านประธาน
ไม่ต้องไปพาดพิงกันครับท่านทั้งหลาย ท่านวัชระพอสมควรแล้วครับ จะสรุปปิดได้ก็พอ ยังมีอีก ๒ ท่านครับ เมื่อกี้ท่านก็บอกผมให้เกียรติท่านนะครับ ก็พอสมควรแล้วครับ ท่านอภิปรายมานานแล้ว น่าจะสรุปได้แล้วครับ พอแล้วไม่อยากให้พาดพิงกันอีกเลยครับ ผมว่าประชาชนฟังรายการวิทยุอยู่นะครับใครเป็นอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ และผมก็เคารพ จริง ๆ ท่านประธานท่านนี้ ท่านได้วินิจฉัยอย่างเป็นธรรม การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหน้าที่ เราทำหน้าที่โดยไม่อยู่ภายใต้อาณัติของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ไม่ถูกใครมาจูงจมูก และไม่ได้อยู่ในบังคับของชาติอื่น เพื่อนสมาชิกบางท่านว่าผมหน้าดำ ผมก็ไม่ว่าครับ เพราะท่านมีปลอกคอที่สวยที่สุดในประเทศไทย ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเมือง ที่ได้นำเสนอรายงานเข้ามานั้นผมชื่นชมครับ และผมก็ไม่แน่ใจว่าความคิดดี ๆ ที่มา อย่างหลากหลายทั่วทุกจังหวัด แทบจะทุกตำบลด้วยซ้ำ จะได้รับการแปรเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติ จากรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมได้พูดค้างไว้ก็คือว่ามันเศร้าใจไหมครับ รูปสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองท่านหนึ่งคือท่านวีระ สมความคิด อยู่ต่อหน้าต่อตา ต่อหน้าท่านประธาน ต่อหน้าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ในหน้า ๑๑๗ แต่ตัวของเขากลับถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพอยู่ในคุก อยู่อย่างทรมาน อยู่อย่างยากลำบากและป่วยไข้แสนสาหัส ซึ่งไม่ทราบว่าจะตายในวันใด ผมถามท่านประธาน ไปยังผู้รับผิดชอบสภาพัฒนาการเมืองด้วยความเคารพว่าท่านได้ทำหนังสือถึงเขมร หรือประเทศกัมพูชาผ่านสถานทูต เพื่อที่จะขอทุเลาโทษหรือขออิสรภาพให้กับท่านวีระ สมความคิด ซึ่งเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองเช่นเดียวกับท่านในขณะดังกล่าวนั้น ท่านได้ทำบ้างหรือไม่ แล้วถ้าท่านยังไม่ทำท่านจะทำเมื่อไร และท่านมีแนวคิด มีความคิดที่จะ เดินทางไปเยี่ยมท่านวีระ สมความคิด สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองด้านสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนที่เรือนจำกรุงพนมเปญบ้างหรือไม่ อย่างไร และถ้าท่านไปแล้วสภาพความเป็นอยู่ ของท่านวีระ สมความคิด เป็นอย่างไร อ้วนท้วนสมบูรณ์หรือไม่ หรือผอมแก้มตอบ หรือเขมร ทรมานสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง
ท่านวัชระท่านอย่าไปพูดว่าประเทศไหนทรมานเลยครับ ผมว่าท่านเอาหลักการกว้าง ๆ ถ้าท่านลงลึกผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายที่มาคงจะตอบไม่ได้ เอากว้าง ๆ เอาเป็นประเด็น หลักการพอแล้วครับ เอาพัฒนาการเมืองพอครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานและกราบยืนยันว่าเคารพจริง ๆ ซึ่งท่านประธานได้ทำหน้าที่มาตรฐาน ของความเป็นประธานที่ชัดเจน ถ้าพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ฟังวิทยุรัฐสภาอยู่ ก็จะเห็นความแตกต่างการทำหน้าที่ของประธานแต่ละท่าน นี่คือมาตรฐานไม่เท่ากันครับ สภาพัฒนาการเมืองท่านต้องเข้าใจและนำไปวิเคราะห์วิจัยปรับปรุงเพื่อที่จะหามาตรฐาน ที่เท่า ๆ กัน ท่านประธานครับ ในเรื่องของสภาพัฒนาการเมืองนี้ที่กระผมได้ลุกขึ้นมา อภิปราย นอกจากกระผมแล้วก็ยังมีท่านอดีตประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คือท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท นอกจากอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แล้ว ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง คือท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการคณะนี้ก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายด้วย ส่วนผมนั้นเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง และผมได้รับความไว้วางใจ จากเพื่อนในคณะกรรมาธิการให้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และการสื่อสารมวลชน ซึ่งเราจะหยิบยกการพิจารณาในเรื่องของข้อเท็จจริงการมีอยู่หรือไม่มี ของชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ขึ้นมาพิจารณา ท่านประธานครับ หยิบยกขึ้นมาพิจารณาเพราะอะไร เพราะว่าเพื่อนสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ท่านหนึ่งมีความรู้สึกกังวลใจว่าไม่มีอยู่จริง ฉะนั้นเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาดังกล่าวกรรมาธิการจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา รวมถึง จะพิจารณาในเรื่องของการทำหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านในการไปปฏิบัติหน้าที่ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศและบทบาทหน้าที่ของโฆษกรัฐบาลตามลำดับ นี่คือในคณะอนุกรรมาธิการ ที่ผมรับผิดชอบ จึงกราบเรียนท่านประธานว่าสภาพัฒนาการเมืองนี้จะมีบทบาท มีความสำคัญอย่างยิ่งถ้าหากรัฐบาลจะได้นำข้อคิดพิจารณาข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปปฏิบัติ และถ้าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีใจเป็นธรรมนำแนวคิดของสภาพัฒนาการเมือง ไปปฏิบัติก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรของประเทศอินโดนีเซียมาเยี่ยมคำนับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ท่านปัจจุบันคือท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานครับ คณะของประเทศอินโดนีเซียมาประมาณ ๓๕ ท่าน และมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ดอกเตอร์ศุภชัย ก็ได้รายงานข้อเท็จจริงการพัฒนาการเมืองให้กับวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรของ ประเทศอินโดนีเซียได้รับทราบ และผมยังได้พูดถึงสภาพัฒนาการเมืองของท่านครับ บอกว่าองค์กรของท่านเป็นองค์กรที่ดีในประเทศไทย เรามีสภาพัฒนาการเมือง แต่ประทานโทษ เสนอไปที่รัฐบาลรัฐบาลก็ไม่ปฏิบัติ เสนอมาที่สภาผู้แทนราษฎร ส.ส. ก็ไม่ค่อยจะสนใจ นี่กราบเรียนอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นเราอยากจะเห็นสภาพัฒนาการเมืองมีบทบาท อย่างแท้จริงก็ต้องร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อที่จะรับฟังข้อเสนอแนะ เพราะสภาพัฒนาการเมืองนี้ ไม่มี ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มี ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และไม่มีสูงขนาดนี้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เพราะคอร์รัปชันกันถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในสภาพัฒนาการเมืองไม่มี มีแนวคิดที่บริสุทธิ์ล้วน ๆ เปรียบเสมือนกับเป็นสภาพระพัฒนาการเมืองเรียกว่าพระก็ได้ แต่ถ้าท่านเป็นสุภาพสตรีก็อาจจะเป็นแม่ชีเพราะถือศีล และถ้าเราได้นำมาใช้จริง ๆ ก็จะ เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ผมขอสนับสนุนการรายงานของสภาพัฒนาการเมือง และหวังอย่างยิ่งว่าในปีงบประมาณต่อไปท่านควรจะนำเสนอรายงานที่มีประโยชน์เช่นนี้ กับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อีกและโปรดส่งรายงานนี้ไปยังห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ไปยังโรงเรียนประจำจังหวัด โรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ เพื่อที่จะให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้เห็นถึงแนวคิดที่ดี ๆ เพื่อที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ผู้ใหญ่ที่ไม่โกง ไม่โกงทั้งต่อหน้าและลับหลัง และไม่โกงเงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่เรียกงบประมาณแผ่นดิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในโครงการบูรณะจัดการน้ำใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นต้น ขอขอบคุณท่านประธาน
คุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ คืออย่างนี้คุณหมอครับ ยังมีรายงานของสำนักงานศาลยุติธรรม มีเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลยุติธรรมมารอ เพราะฉะนั้นผมขอคุณหมอสัก ๗ นาทีก็พอนะครับ เพราะพูดกันมาตั้ง ๒๐ กว่าคนแล้วครับ เอาประมาณสัก ๗ นาทีแล้วก็จะไปท่านสาธิต แล้วจะเชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลยุติธรรมที่มารอข้างหลัง เชิญคุณหมอครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่คำขอร้องของท่านประธานพยายามจะทำแต่คงลำบาก เพราะว่าสภาพัฒนาการเมืองผมเพิ่งทราบจริง ๆ นะครับ ผมทราบแล้วพอมาดูงบประมาณ ผมเป็นอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่จะดูแลพวกฝึกอบรม ผมจะตัดงบประมาณของท่านด้วย เพราะอะไรครับท่านประธาน สภาพัฒนาการเมืองอ่านดี ๆ ช่วงวิกฤติการเมือง ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ก็มีการสนใจพัฒนาแบบการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ตามหลักเสรีนิยมอย่างจริงจัง ผมเน้นอันนี้นะครับ เสร็จแล้วก็เสนอไปที่สมัยท่านชวน ปี ๒๕๔๐ ก็มีดำริแต่ก็ไม่ได้ทำอะไร มาทำจริงจังก็คือสมัยปี ๒๕๔๔ ก็คือ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำแล้วมีระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาการเมือง ลงในราชกิจจานุเบกษา แต่สภายังไม่ได้ แต่พอมาปฏิวัติโดยเฉพาะรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ซึ่งผมไม่ยอมรับเพราะว่าเป็นรัฐบาลจากรัฐประหารกลับมาสั่งท่านจะว่าอะไรก็ตาม ไปที่จุดเลยนะครับ ผมว่าอย่าไปนอกเรื่อง ท่านประธานครับ ทุกคนต้องทำตามกติกา ส.ส. ที่อยู่ในสภาต้องทำตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ ให้อำนาจท่านประธานสภากับรองประธานสภาควบคุมไปตาม ข้อบังคับ ไม่ใช่ ส.ส. นี้ยิ่งใหญ่มาก ผมว่าอย่าพยายามทำ ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเมือง ผมดูมิชชัน (Mission) ของท่านค่านิยมที่มีสมาชิกพูดดี แต่พอมาดูงบประมาณของท่าน ท่านดูงบประมาณ หน้า ๕๑ ท่านมียุทธศาสตร์อยู่ ๖ ข้อ ใช้มากที่สุดก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม ใช้เงินตั้ง ๒๔๗ ล้านบาทมากที่สุด ถัดไปคือยุทธศาสตร์ที่ ๑ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และการส่งเสริม ความเข้มแข็งของภาคประชาชน ๑๕๓ ล้านบาท แล้วยุทธศาสตร์ที่ ๕ ก็คือความมั่นคง การจัดการความขัดแย้งและการสร้างสังคมสมานฉันท์ ๑๕๐ ล้านบาทเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมลองเฉลี่ยดู ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ใช้เงินเหมือนน้อยแต่มี ๕ โครงการ เฉลี่ยโครงการละ ๑๘.๘๓ ล้านบาทก็คือเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำทางการเมือง เห็นไหมครับ แล้วถัดลงไปก็คือความมั่นคง การจัดการความขัดแย้งและสร้างสังคมสมานฉันท์ ๑๘ โครงการ เฉลี่ยโครงการละ ๑๐ ล้านบาท ดูแค่นี้ผมก็ว่าท่านคงต้องเอาไปพิจารณาแล้วครับ เพราะว่าองค์กรของท่านต้องการธรรมาภิบาล ท่านประธานครับ แล้วพอไปดูในรายละเอียด ถัดไป หน้า ๕๓ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งภาคประชาสังคม สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒ โครงการใช้เงินไป ๙๕ ล้านบาท มากที่สุด ท่านประธานครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีการสรุปลงในเว็บไซต์ (Web site) เยอะแยะ ในเรื่องเหตุการณ์ปี ๒๕๕๓ แล้วก็มาปฏิเสธว่าที่สรุปไปนั้นไม่จริง ผมเลยเสียดายสตางค์ครับ ท่านประธานครับ ผมขอพูดนิดหนึ่งเมื่อกี้เราก็เห็นอยู่แล้วว่าเรื่องนักการเมืองพูดไปเถอะ ผมอยากเห็นสภาพัฒนาการเมือง ถ้าท่านจะทำจริงท่านต้องหาข้อมูลที่มีการว่ากันไปว่ากันมา แล้วไปกล่าวร้ายคนอื่นต่าง ๆ นานานี่ไม่ดีเลยนะครับ เพราะว่าท่านต้องการสร้างการเมืองให้ดีใช่ไหม เสรีแล้วก็ให้มีตัวอย่างเกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทางสภานี้เอาอันนี้ ไปดูยุทธศาสตร์ที่ ๓ ของท่านที่ลงทุนเยอะ ๆ ผมว่ามันล้มเหลว ท่านคงเบื่อที่มานั่งในสภาแห่งนี้ เห็นการประท้วงต่าง ๆ แต่อันนี้ท่านจะได้เอาไปวิเคราะห์ ไปรีเฟล็กซ์ (Reflex) ให้ประชาชน ข้างนอกได้ทราบ แต่ผมเห็นความที่ท่านอยากจะทำก็คือการพัฒนาการเมืองเพื่อให้ ภาคพลเมืองที่เข้มแข็งอันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าการเมืองภาคพลเมืองเข้มแข็ง มันจะเป็นรากฐานในการพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืน ผมไม่ได้ไปชมคนเสื้อแดงนะครับ เขาออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ เพื่อเรียกร้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญ แล้วเขาไปทำ หมู่บ้านสีแดงอะไรต่าง ๆ นี่เป็นหมู่บ้านประชาธิปไตยต้านภัยยาเสพติดมันก็เป็นหนทางหนึ่ง ที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็งไม่ได้มีการรุนแรงอะไรต่าง ๆ อันนี้ผมอยากให้ท่านไปศึกษาดู เพราะว่า มีการโจมตีต่าง ๆ นานาว่ามันเกิดเรื่องนั้นเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาให้ท่านลงไปดูถ้าเป็นจริงนี่ท่านเอา โมเดล (Model) นี้ไปขยายต่อ เพราะผมเห็นในโครงการของท่านที่ส่งเสริมเรื่องพวกนี้ท่านไป ให้รางวัลผู้นำเยาวชนบ้าง ผู้นำอะไรบ้างนิดหน่อยซึ่งคงมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปแล้ว เสียดายสตางค์ครับ เอาอันนี้ละครับงบประมาณที่ท่านได้ทั้งหมด ๗๓๗ ล้านบาท เฉลี่ยโครงการละ ๓.๔ ล้านบาท ผมลองเฉลี่ยให้ท่านเอาไปพัฒนาการเมืองภาคประชาชน ให้เกิดความเข้มแข็งจะดีกว่า ท่านประธานครับ ผมพยายามจะพูดอย่างที่ท่านประธานให้เวลา ผมฝากทางสภาไป ๒-๓ เรื่อง
อันที่ ๑ อยากให้ท่านทำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับที่มีปัญหานี่ละครับ เป็นอย่างไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุด ถ้าท่านสามารถทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า กติกาที่ดีควรเป็นอย่างไร มันจะนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ
อันที่ ๒ เรื่องความปรองดองก็อยู่ในยุทธศาสตร์ของท่าน ซึ่งใช้เงินเยอะ อันดับ ๒ แต่ละโครงการ อยากให้ท่านทำเป็นกิจจะลักษณะ เพราะว่าสำนักงานของท่าน ก็สังกัดอยู่ในสถาบันพระปกเกล้าอยู่แล้ว
อันที่ ๓ ที่ผมอยากให้ท่านไปทำก็คือเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ของนักการเมืองให้มันชัดเจนนะครับ
และสุดท้ายผมอยากให้ท่านลงในเว็บไซต์ด้วยนะครับ ให้คนอื่นเขาได้เปิดดู หนังสือพวกนี้ต่อไป เอาไว้ในห้องสมุดก็ไม่มีใครดูหรอกครับเพราะไม่ได้เข้าไปกัน คนไทยอ่านหนังสือน้อย นิยมดูเว็บไซต์มากกว่า ทีนี้ท่านก็คงจะต้องทำเป็นสีเป็นสันให้
ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเมืองเองนี้ไหน ๆ ก็ตั้งมาแล้วนะครับ ผมดูแล้วมีประโยชน์ ผมมองในแง่บวกเหมือนที่ท่านพยายามบอกว่ามองในแง่บวกไว้ แต่ปีหน้าถ้าผมมีโอกาสเป็นอนุกรรมาธิการผมจะดูงบประมาณของท่านครับ ๗๓๗ ล้านบาทนี่ ผมจะตัดเหมือนกันนะครับถ้าไม่ได้เกิดประโยชน์ ขอบคุณครับ
ท่านสาธิตเชิญครับ ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานครับ อาจจะใช้เวลาพอสมควร
เดี๋ยวว่าผมไม่ยุติธรรม ขอ ๗ นาทีเท่ากันครับ เพราะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลยุติธรรมมารอ หลายท่าน อีกฉบับหนึ่งครับท่านสาธิต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอเรียนว่าวันนี้ก็ดีใจนะครับได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของสภาพัฒนาการเมือง ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องของผมโดยตรง แล้วก็เป็นเรื่องของเพื่อนสมาชิก ในสภานิติบัญญัติแห่งนี้ อาจจะรวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองทั่วประเทศ ผมเรียนกับทางสภาพัฒนาการเมืองผ่านท่านประธานนะครับว่าความจริงผมก็ยังไม่ได้เห็น บทบาทหน้าที่ แล้วก็มีความประทับใจในตัวสภาพัฒนาการเมืองเท่าที่ควร ผมทราบดีถึง วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ภารกิจ ที่อยากจะทำให้การเมืองมีการพัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้น คือถ้าพูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็อยากจะพูดว่าสภาพัฒนาการเมืองมีขึ้นมาเพื่อต้องการ พัฒนาการเมืองในบ้านเราเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านผู้มาชี้แจงได้เลยว่ามันสวนทางกันอย่างชัดเจนครับ ความจริงก็ไม่ใช่เป็นเรื่องภารกิจ ของสภาพัฒนาการเมืองฝ่ายเดียว เป็นเรื่องของพวกเราในสภาแห่งนี้ที่ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง ก่อนว่าต้องเป็นนักการเมืองที่ดี เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศต้องติดตาม ต้องมีจิตสำนึกในการรับทราบข้อมูลทางการเมือง เป็นเรื่องของคนทุกคนในประเทศนี้ครับ แต่ว่าในขณะเดียวกันผมไปที่ไหนหรือว่าคนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าเบื่อหน่ายการเมือง การเมืองเป็นเรื่องสกปรก ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ สภาพัฒนาการเมืองอธิบายให้เขาฟังไหมครับว่า คำว่าการเมืองมันไม่มีชีวิต มันเป็นสถาบัน มันเป็นสิ่งที่ขาวสะอาด และมันอยู่กับทุกประเทศ แต่สิ่งที่มันสกปรก สิ่งที่ไม่ดีมันคือคนที่มาเล่นการเมืองและมีพฤติกรรมที่ไม่ดี วันนี้ประชาชน แยกไม่ออกครับ ประชาชนที่แยกออกผมคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์น้อยมากครับ สัก ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่เขาติดตามการเมือง ยิ่งเบื่อการเมืองเท่าไรแล้วเขาห่างจากการเมืองเท่าไร เขาก็ไม่ทราบครับว่าคนนี้ชั่ว คนนี้นักการเมืองดี หรือคนนี้เป็นนักการเมืองที่ควรที่จะ สนับสนุน ก็ต้องถามกลับไปว่าสภาพัฒนาการเมืองได้ทำหน้าที่ชี้แจงบ้างหรือยังว่า สิ่งไหนที่ควรที่จะยกย่อง สิ่งไหนที่ควรจะประณาม ดูจากงบประมาณทั้งหมดของการใช้ ไม่ว่าจะไปทำในหน่วยงาน ของภาครัฐก็ตาม หรือหน่วยงานของสภาพัฒนาการเมืองเองก็ตาม ผมก็ให้กำลังใจนะครับ โดยในฐานะที่เป็นนักการเมืองก็เริ่มต้นที่ตัวเองก่อนว่าจะต้องเป็นนักการเมืองที่ดี ไม่ซื้อเสียง ผมสะท้อนให้ฟังนิดหนึ่งว่าสมัยก่อนนี้ถ้าทางสภาพัฒนาการเมืองผู้ที่มาชี้แจงได้ติดตาม การเมืองย้อนหลังกลับไป ภาพของนักการเมืองในสภาแห่งนี้เป็นภาพของตัวแทนประชาชน อย่างแท้จริง ขออนุญาตยกตัวอย่างสัก ๒-๓ คนที่ผมพอจะทันนะครับ ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายเลียง ไชยกาล อันนี้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนภาคอีสาน เป็นสัญลักษณ์ นายขุนทอง ภูผิวเดือน เป็นนักการเมืองที่คร่ำหวอดกับการศึกษา เป็นตัวแทนของ คนภาคอีสานเหมือนกัน มีผู้แทนขี่ควายเข้าสภา ผมอาจจะจำชื่อไม่ได้ นามสกุลวงศ์วานิช ผู้แทนบ้านผม ครูหอม ทองประเสริฐ เป็นตัวแทนของชาวไร่อ้อย เป็นตัวแทนของอาชีพครู อันนี้มันสะท้อนว่าประชาชนได้เลือกคนที่มาเป็นตัวแทนเขามาพูดในสภา แต่วันนี้ มันเปลี่ยนไป ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปยังสภาพัฒนาการเมือง มันเปลี่ยนเป็นนักธุรกิจ รับเหมาก็มี ทั้ง ๆ ที่กฎหมายห้าม หากินบนงบประมาณก็มีเยอะ จะโทษนักการเมืองทั้งหมด ก็ไม่ได้ เพราะว่าประชาชนตอบโพลว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติธรรมดา มันขึ้นอยู่กับ การทำความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้มันทำไม่ได้ในคนเป็นนักการเมือง นักการเมืองคือ เป็นตัวแทนที่จะมาบอกปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นักการเมืองคือคนที่เป็น ตัวแทนหรือเป็นนักการเมืองอาชีพที่ไม่ต้องมีต้นทุนมากนัก มันสะท้อนว่าตราบใดที่ นักการเมืองมีต้นทุนเมื่อไร มันมีนายทุนมาครอบงำแล้วมันจะเห็นผิดเป็นถูก หลักการมันจะ เสียหาย หลักประเทศมันจะไม่มี สภาพัฒนาการเมือง ผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ที่พูดมาว่าจะต้องมีบทลงโทษเพราะไม่ใช่หน้าที่ท่าน มันมีคณะกรรมการจริยธรรม มันมี พ.ร.บ. มันมีกฎหมาย มันมีกฎระเบียบอยู่ว่าอันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุด ผมอยากเห็นสภาพัฒนาการเมืองออกมาพูดตำหนิ หรือออกมาให้ความเห็นได้ไหมว่าสิ่งนี้ มันไม่ดี ผมขออนุญาตเสียมารยาท ยกตัวอย่าง ด้วยความเคารพท่านประธาน ความเป็นกลาง ของประธานสภาผู้แทนราษฎรชัดเจนเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นประมุขของสภานิติบัญญัติ ซึ่งเป็นประมุข ๑ ใน ๓ ของอำนาจของประเทศนี้ ๑. อำนาจบริหาร ๒. อำนาจตุลาการ และ ๓. อำนาจนิติบัญญัติ ความเป็นกลางที่พูดถึงนี่เขาจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไหน ไม่สำคัญ แต่ว่าถ้ามานั่งเป็นประมุขในที่ประชุมแห่งนี้เขาต้องมีความเป็นกลาง วันนี้ประมุข ของสภานิติบัญญัติไปพูดในที่รโหฐาน พูดถึงการบริหารพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัด พูดถึงพรรคการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามว่าหมดท่า อย่างนี้ความเป็นกลางในสภาผู้แทนราษฎร หรือความเป็นกลางในรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้มันใช้ได้ไหมครับ ท่านจะตำหนิได้ไหมครับ โอเค (OK) มันมีกฎหมายก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่สภาพัฒนาการเมืองจะทำสิ่งเหล่านี้ ได้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเห็นการตีกรอบที่ชัดเจน ตีกรอบการเมือง ผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลเขาจะทำนั่น รัฐบาลเขาจะทำนี่ ทำไมฝ่ายค้านจะถ่วงจะไปค้านอย่างเดียว อย่างนี้เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีสภานิติบัญญัติ ความจริงเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลเองก็มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลนะครับ ในการใช้จ่ายเงินภาษีอากร ในการใช้อำนาจในการบริหารประเทศ แต่ว่าหน้าที่หลักในการตรวจสอบคือฝ่ายค้านครับ ฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการเสนอข้อมูลอีกฝ่ายหนึ่งให้กับพี่น้องประชาชน ประชาชนบางคน บอกว่าทำไม ส.ส. ไม่ช่วย ความจริงทั้งหมดมันเป็นเรื่องของรัฐบาลครับ เพราะมีทั้ง งบประมาณ มีทั้งอำนาจสั่งการข้าราชการ ฝ่ายค้านก็มีหน้าที่นำเสนอข้อคิดเห็นที่อาจจะ แตกต่างหรือตรงกัน แต่กลับถูกตำหนิจากสังคมว่าทำไมค้านอย่างเดียว อย่างนี้สภาพัฒนาการเมือง ต้องไปอธิบายให้เขาเข้าใจครับว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมีฝ่ายค้าน ก็มีสภาแห่งเดียวเป็นเผด็จการ ไปเลย ต้องให้ประชาชนได้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจนครับ และเขาจะได้ ติดตามตรวจสอบว่าเวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายค้านก็ทำ หน้าที่อย่างหนึ่ง เวลาไปเป็นรัฐบาลนั่งในตำแหน่งบริหารก็ทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่ง ทำให้กลไก ของรัฐสภามันเดินไปด้วยความถูกต้อง ถึงแม้จะมีเพื่อนสมาชิกพูดถึงบางเรื่อง เรื่องโพล การเมืองก็เกี่ยวกับโพลครับ วันนี้โพลบางสำนักออกมาถามประชาชนว่าการทำแบบนี้ ผิดกฎหมายหรือไม่ สภาพัฒนาการเมืองมีหนังสือไปถึงโพลได้ไหมว่าไปถามความรู้สึก ของประชาชนว่าสิ่งนี้ผิดกฎหมายหรือไม่มันไม่ได้ มันไม่สมควร เพราะผิดกฎหมาย หรือไม่มีองค์กรที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้วครับว่าอันนี้ผิดหรือไม่ผิดอย่างไร โพลไม่มีหน้าที่ครับ ไม่ใช่ว่าเสียงส่วนใหญ่บอกว่าไม่ผิดกฎหมายมันก็จะทำให้ความรู้สึกของคนทั้งประเทศบอกว่า เอาละถ้าเสียงส่วนใหญ่บอกอันนี้ไม่ผิดกฎหมายก็ควรทำอย่างนั้นหรือครับ ความจริง การเมืองของเราที่ผมบอกว่ามันสวนทางกัน เพราะว่าทั้งความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ทั้งบทบาทหน้าที่ของนักการเมืองเองมันเริ่มที่จะไม่มีหลักครับ หลักของมันคือเสียงข้างมาก ชนะทั้งหมดซึ่งมันไม่ถูก แต่เสียงข้างมากมีอำนาจเด็ดขาดที่จะบริหารเงินงบประมาณ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และต้องอยู่ภายใต้กรอบจริยธรรมและความถูกต้อง อันนี้แหละครับต้องไปทำความเข้าใจอย่างมาก ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งหมด และเพื่อนนักการเมืองเองก็ต้องปรับปรุงตัวเอง เริ่มต้นด้วยตัวเอง ไปว่าคนอื่นก็ไม่ได้ ความจริงผมอยากจะใช้เวลาอีกสักพักหนึ่งนะครับ แต่ว่าถ้าท่านประธานให้โอกาสผม ผมก็จะพูดสั้น ๆ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากโพลก็มีเรื่องสื่อ สื่อก็เป็นกลไกหนึ่ง ของการเมืองเช่นกัน สภาพัฒนาการเมืองเคยสัมมนาสื่อไหมครับ เอาที่ชัดเจนเลยครับว่า ข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลนั่งเทียนเขียน สื่อไปวิจารณ์ฝ่ายค้านทั้ง ๆ ที่ข้อมูลนั้นมันเป็นข้อมูล ที่คลาดเคลื่อน มันไม่มีหน่วยงานไหนมาตรวจสอบสื่อ และวันนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ก็มีสื่อเทียม มีดาวเทียม และดาวเทียมก็ไม่มีใครไปควบคุม พูดคำหยาบเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับพี่น้องเยาวชน ปัญหามันก็ลุกลามบานปลายครับ ทั้งหมดนี้มันเป็นกลไกของการเมืองทั้งสิ้น ผมกำลังจะย้ำว่า สภาพัฒนาการเมืองตีกรอบได้ไหมครับ ไปทำวิจัย ไปอบรมเขาแล้ว ไปบอกเขาว่าอย่างนี้ แต่เวลาท่านไปอบรม เวลาเขามาสัมมนาเขาก็บอกว่าอันนี้ถูก อันนั้นดี แต่เวลาเขากลับไปบ้าน หรือไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนฝูงเขาก็ปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง แต่สภาพัฒนาการเมืองชี้นำให้เห็นภาพ ตีกรอบความชัดเจนว่าการเมืองที่ดี การเมืองที่โปร่งใส การเมืองที่ใสสะอาด ผ่านสื่อไปยัง พี่น้องประชาชนให้เขาทราบว่าการเมืองอันไหนเป็นการเมืองที่ควรที่จะทำสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงผมมีข้อมูลจะอภิปรายอีกมาก ผมให้กำลังใจสภาพัฒนาการเมือง ถึงแม้ว่าการมารายงานสภาครั้งนี้เป็นการรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ก็ตาม แต่ว่าอีกปีถัดไป ปี ๒๕๕๔ หรือปี ๒๕๕๕ ผมหวังอย่างยิ่งจะเห็นการพัฒนาเป็นไปในทิศทางที่ทำให้เห็นภาพ ชัดเจนของพันธกิจและวิสัยทัศน์ของสภาพัฒนาการเมือง ที่ผมไปตั้งความหวังก็เพราะว่าชื่อมันชัดว่าเป็นสภาพัฒนาการเมือง ที่สำคัญเขาได้รับ เงินงบประมาณพอสมควร ผมอยากให้สถาบันพัฒนาการเมืองแห่งนี้เป็นสถาบันหลัก ที่จะออกมาชี้กำหนดทิศทางการเมืองที่ถูกต้อง ชี้กำหนดทิศทางความเป็นไปของความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนในความเข้าใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และประชาชนเขาจะได้ตรวจสอบ เขาจะมีข้อมูลครบว่าเวลาเขากลับไปเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ผมฝันอยากจะเห็นว่ารัฐบาลอยู่ ๔ ปีให้โอกาส แต่ว่าให้ประชาชนได้ติดตามข้อมูลว่า สิ่งที่รัฐบาลทำ ๑ ๒ ๓ ๔ เก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ แล้ว ๔ ปีไปเลือกตั้ง เขาก็เอาข้อมูลนั้นมาตัดสิน อันนั้นละครับจะเป็นกลไกของการพัฒนาการเมืองที่เดินไปสู่ระบบและเห็นตัวอย่างที่ดี ตัวอย่างที่ไม่ดี ผมก็เลยยังฝากความหวังไว้กับท่านนะครับว่าขอให้ท่านได้เป็นกำลังหลัก ในการที่จะชี้นำตีกรอบการเมืองที่น่าจะสนับสนุนการเมืองที่จะทำอย่างไรไม่ให้การเมืองไปสู่ การชุมนุมที่ใช้อาวุธ การชุมนุมที่ล้มล้างรัฐบาล ทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็ขอฝากความหวังไปยัง สภาพัฒนาการเมืองผ่านท่านประธานไป แล้วก็ขอให้กำลังใจขอให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ
ท่านรังสิมา ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันก็เห็นด้วยกับสภาพัฒนาการเมือง แต่ว่าดิฉันคิดว่าหน่วยงานของท่าน ทำงานแล้วไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ นักการเมืองบางท่านก็ยังไม่รู้เลยว่ามีสภาพัฒนาการเมือง แล้วก็แต่ละจังหวัดก็ยังไม่มีใครทราบอีกเช่นกัน ควรจะรู้มากเลยว่ามีหน่วยงานของท่านอยู่ คือดิฉันก็รอความหวังจากหน่วยงานของท่าน เพราะว่าดิฉันก็หมดหวังกับ กกต. ไปแล้ว เพราะว่า กกต. จัดการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง แล้วก็ให้การเมือง มาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ขณะนี้การซื้อเสียงมันมีเข้ามามากมาย มีทุกวิธี เมื่อวานดิฉันก็อภิปรายไปแล้วทีหนึ่ง วันนี้ดิฉันจะอภิปรายท่านบอกว่าไม่ให้แล้ว แต่ท่านให้ ก็ขอบพระคุณมากนะคะ ดิฉันขอปิดท้ายทุกครั้ง ก็เมื่อ กกต. ดิฉันหวังไม่ได้แล้ว ดิฉันก็หวังอยู่ ที่ท่านนะคะ คืองบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท อยากจะให้สภาอนุมัติอีก ๑๐๐ ล้านบาท ด้วยซ้ำไป ให้ท่านให้มาก ๆ แต่มาก ๆ แล้วนี่ท่านจะต้องไปให้ความรู้กับเยาวชนให้มาก เพราะว่าคนแก่เดี๋ยวก็ตายไปแล้ว แล้วการซื้อเสียงนี่คนที่อายุมาก เมื่อกี้คนแก่ดิฉันถอนนะคะ เดี๋ยวเขาจะน้อยใจ ผู้สูงอายุก็แล้วกัน คือว่าอันนี้เขามีความซื่อสัตย์ เอาเงินเขาแล้วก็ต้องไปเลือกเขา เพราะถ้าไม่เลือกมันบาป และโดยเฉพาะรังสิมาก็แช่งทุกครั้ง คนที่ได้ยินดิฉันแล้วกลัว ส่วนใหญ่เขาก็จะไม่เลือกคนซื้อเสียงแล้ว ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านว่าท่านต้องไปอบรม ให้เยาวชนเห็นดีเห็นงามกับคนที่ไม่ซื้อเสียง แล้วก็มาทำงานให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ท่านเห็นไหมคะ ตอนนี้โพลออกมา แม้กระทั่งประชาชนทั่วไป เยาวชน ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นดีเห็นงามว่าโกงแล้วเขาได้ ดีกว่าไม่โกงแล้วเขาไม่ได้ อันนี้มันต้องหมดไปจาก ประเทศไทยแล้ว แต่ตอนนี้มันหนักขึ้นทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน เพราะฉะนั้นหน่วยงานของท่าน จะช่วยได้มากเลยในการอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ แล้วก็อบรมแทน กกต. หน่อยนะคะ เพราะว่า กกต. ทำอะไรไม่ได้แล้ว ถึงแม้ว่าจะผิดจริง พอมติจากจังหวัดมาผิด ๕๐ นี่ แต่พอมา กกต. กลางก็หลุดนะคะ เพราะฉะนั้นมันจะมีอะไรสลับซับซ้อนมากมาย
อีกประการหนึ่ง คือดิฉันก็อยากจะฝากท่านเช่นกันว่าการคุกคามทางด้านการเมือง ดิฉันไม่อยากให้มีเกิดขึ้น การสู้กันทางด้านการเมืองก็สู้กันไป อย่างเช่นยกตัวอย่างดิฉัน ก็โดนมากนะคะ อย่างเช่นดิฉันยื่นกระทู้ถามสดในสภาเรื่องโรงแรมโฟร์ซีซันส์ พอดิฉันยื่นเสร็จ และที่กล่าวหาในสภาที่บอกว่าเฉลิมเมา แล้วเขาเมาจริงใช่ไหมคะ แต่พอเวลาดิฉันพูด ยื่นกระทู้ถามสดดิฉันก็ถูกกลุ่มเสื้อแดงไปบุกยันที่จังหวัดสมุทรสงคราม ไปโจมตี ไปด่าทอ สารพัดทุกอย่างทางด้านการเมือง ดิฉันทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแต่ดิฉันจะต้องถูกทำร้าย ถูกโทรมาด่าทั้งวันทั้งคืน มีขนเพชรส่งไปไม่รู้กี่ซองเลย ทีแรกดิฉันก็ทิ้งไป แต่พอตอนหลัง ดิฉันนึกขึ้นได้ดิฉันเลยต้องเก็บเอาไว้เพื่อไปตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เผื่อว่าจะเป็น ของท่านประธานส่งไปให้ดิฉันหรือเปล่า ดิฉันเก็บไว้เลยนะคะ แล้วก็โทรศัพท์ด่าทั้งวันทั้งคืนเลย กลายเป็นเบอร์สาธารณะไปแล้ว เพราะฉะนั้นใครที่ไม่เห็นด้วยทางด้านการเมืองก็จะถูกทำร้าย
และอีกประการหนึ่งคือ อย่างเช่นงบของ กกต. เขาก็ให้พรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้ไปให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ก็ต้องอยู่ที่ประชาชนว่า จะเชื่อใคร มันก็ต้องมีเหตุมีผล มีหลักฐานแต่ละพรรคการเมือง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไปที่ไหน อย่างเช่นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปไหนก็ยังถูกไล่ ถูกทำร้ายอย่างนี้ ดิฉันคิดว่า แล้วประเทศไทยมันจะเอาอย่างไรกันแน่ อยู่ฝ่ายรัฐบาลก็ไล่ให้ยุบสภา พอมาเป็นฝ่ายค้าน จะไปตรงไหนก็ถูกทำร้าย แล้วอย่างนี้การเมืองมันจะพัฒนาได้อย่างไร
อีกประการหนึ่งก็คือวันเสาร์นี้ดิฉันจะเปิดผ่าความจริงที่จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันติดป้ายคืนเดียว ๓๐,๐๐๐ บาท วันรุ่งขึ้นไม่เหลือเลยแม้แต่ป้ายเดียว ท่านลองคิดดู แล้วนี่การเมืองมันจะพัฒนาได้อย่างไร ใครที่อยู่ตรงข้ามมันก็มาทำร้าย แล้วก็ไม่ให้คนได้รับรู้ ข่าวสารของฝ่ายตรงข้าม เพราะฉะนั้นการพัฒนาการเมือง สภาพัฒนาการเมืองของท่าน ท่านจะต้องทำงานเชิงรุก ต้องทำงานให้คนเห็นภาพว่ามันมีสภาพัฒนาการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ มีทัศนคติที่ดีต่อการเมือง แล้วก็มีทัศนคติในการที่จะเลือกคนดี เข้ามาเป็นนักการเมืองที่ดีที่จะไปบริหารประเทศชาติบ้านเมือง ก็ขอสนับสนุนนะคะ แล้วก็ขอให้สภาสนับสนุนงบประมาณของท่านให้มากเพื่อไปทำงานให้กับประเทศชาติ เพื่อให้ได้นักการเมืองที่ดีเข้ามาบริหารประเทศ ขอบคุณค่ะ
ท่านชินวรณ์ครับ ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้ขอเวลากับทางวิปว่าขอ ๒๐ นาที เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และผมให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงระยะเวลาที่ได้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กระแสการสร้างการมีส่วนร่วม ในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ในประเทศของเรา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าในช่วงที่ผม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับประธานสภาพัฒนาการเมือง มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานองค์กรอิสระ อีกหลายองค์กร และหลายองค์กรก็ได้มีความร่วมมือด้วยกันในการที่จะขับเคลื่อน เพื่อใช้การศึกษาในการสร้างความเป็นพลเมืองและสร้างความเป็นประชาธิปไตย ในประเทศของเรา แม้ในพื้นที่ของผมถ้าผมมีโอกาสไปร่วมงานกับชุมชน ผมมีโอกาสได้เห็น สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองผมจะให้เกียรติและเอ่ยชื่อถึงท่าน เพราะผมถือว่านั่นคือบุคคล ที่มีจิตอาสาที่จะมาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สิ่งสำคัญที่ท้าทายต่อการพัฒนาประเทศชาติของเรา และถ้าบ้านเมืองของเราไม่สามารถที่จะ พัฒนาทางการเมืองให้ไปสู่เป้าประสงค์ ก็คือการสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ผมคิดว่าปัญหาอื่น ๆ ก็จะตามมา เมื่อตอนกลางวันนี้กระผมได้ติดตามท่านผู้นำฝ่ายค้านไปพบกับสมาคมมันสำปะหลัง ก็เห็นภาพประชาชนเขาก็รวมกลุ่มกันในอาชีพต่าง ๆ ได้เห็นการสะท้อนถึงหลักคิดว่า เราจะทำอย่างไรที่จะให้ภาคเอกชน ภาคธุรกิจเอกชนนั้นมีความเข้มแข็ง เพราะธุรกิจ เศรษฐกิจของประเทศจะก้าวหน้าได้ต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานของการที่ภาคเอกชนทางธุรกิจ ต้องมีความเข้มแข็ง มีการแข่งขันโดยเสรี เช่นเดียวกันในทางการเมืองครับท่านประธาน เราต้องมีความเชื่อเป็นหลักของทางการเมืองก่อนว่าเราจะต้องสร้างสถาบันทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลักความเชื่อนี้ผมได้มาอ่าน รายงานของสภาพัฒนาทางการเมือง ซึ่งผมก็ขอชื่นชมว่าท่านทำได้ดีมาก กับหน่วยงาน ที่ไม่มีงบประมาณต้องอาศัยเงินกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองของสถาบันพระปกเกล้า แต่เห็นกระบวนการในการที่ท่านจัดทำรายงานเข้ามาไม่แพ้หน่วยงานใหญ่ ๆ ที่รับงบประมาณ ไปจากสภานี้เป็นพันล้าน เป็นหลายพันล้านเลย และที่สำคัญที่สุดกระบวนการทั้งหมด ของท่านได้พยายามที่จะขับเคลื่อนให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการที่จะพัฒนาทางการเมือง มีหลายประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงแต่ว่าเนื่องจากข้อจำกัดด้วยเวลา ๒๐ นาที ผมก็อยากจะ ลงไปลึกหน่อยเพื่อที่จะให้ตัวแทนของสภาพัฒนาการเมืองได้รับความคิดเห็นซึ่งสะท้อน มาจากหลายพื้นที่ สะท้อนมาจากหลายองค์กร อย่างน้อยที่สุดผมในฐานะส่วนหนึ่ง เป็นประธานคณะทำงานสมัชชาประชาชนของพรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อมั่นในการที่จะต้อง อดทนรับฟังความคิดเห็นแสวงหาความร่วมมือและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของส่วนรวม เชื่อมั่นในหลักของการดำเนินการในการที่จะรับฟังความคิดเห็น การตรวจสอบความคิด การใช้วิธีการแห่งปัญญาในการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนตัวแทนของ สภาพัฒนาการเมืองว่าท่านต้องไม่ท้อถอย และต้องเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็งให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ที่พวกเราทั้งหลายในสภาแห่งนี้ได้พยายามเรียกร้องหา ๘๐ ปีของระบอบประชาธิปไตย ในประเทศไทย ผมคิดว่าท่านประธานและตัวแทนของสภาพัฒนาการเมืองได้เห็นแต่ละกลุ่ม ออกมาเรียกร้องในวันที่ ๒๔ มิถุนายนกันมากมายแล้วครับ แต่ว่าส่วนใหญ่ก็เป็นข้อเรียกร้อง ที่เป็นผลประโยชน์ของนักการเมือง เป็นผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ว่าเราก็ยังไม่เห็นการชี้นำ ของหน่วยงานใดหรือกลุ่มใดที่ออกมาเรียกร้องที่ข้ามพ้นประโยชน์ของนักการเมืองและ ผลประโยชน์ทางการเมือง นั่นคือการที่จะต้องมาพูดจา มาชี้นำทางความคิดในการสร้าง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เกิดขึ้นจริง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถ ที่จะทำได้โดยเพียงการที่จะจัดตั้งพรรคการเมือง โดยเพียงที่จะจัดตั้งกลุ่มพลังมวลชน หรือโดยเพียงที่จะจัดตั้งสถานีสื่อสารทางความคิดสถานีใดสถานีหนึ่ง แต่เรื่องนี้จะต้องเป็น พับลิก โอพิเนียน (Public opinion) เป็นประชามติของพี่น้องประชาชนที่ต้องอาศัย ความรู้ความเข้าใจให้เขาเท่าทันและเขาได้ร่วมกันในการสร้างพลังในการขับเคลื่อน ผมคิดว่า ถ้าหลักคิดนี้ของสภาพัฒนาการเมืองชัดเจนวันนี้ผมอยากเรียนไปทางเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้าและประธานรัฐสภาขอให้ท่านได้ช่วยดูแลงบประมาณให้สภาพัฒนาการเมือง มากกว่านี้ ประเด็นที่ผมจะลงลึกมีเพียงประเด็นเดียวแหละครับ นั่นคือเรื่องยุทธศาสตร์ของสภาพัฒนาการเมือง ที่ผมอยากจะให้ท่านทั้งหลายที่เข้าไปร่วมกิจกรรมในการทำงานนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ท่านไปอยู่ แค่เพียงระบบราชการหรือไปอยู่เพื่อเพียงที่จะทำงานประจำ แต่วันนี้ในสถานการณ์ ทางการเมืองแบบนี้มันเป็นเรื่องท้าทายที่สุดที่ทุกองคาพยพต้องเข้ามามีส่วนร่วมกันในการที่จะ ขับเคลื่อนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่อย่างนั้นท่านลองฟังเสียงที่พูดในสภานี้สิครับ อย่างน้อย เป็นตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นปัญหาได้อย่างชัดเจนครับท่านประธานว่าหลักคิดของคน ยังแตกต่างกัน ผมจำได้ ผมเป็นนิสิตนักศึกษาสมัยปี ๒๕๑๖ ผมเป็นศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา แห่งประเทศไทยในภาคใต้ ผมเป็นศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ศูนย์นิสิตนักศึกษาวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ในวันนั้นเราก็มีการถกเถียงทางความคิด มีหลายคนก็ถกเถียงกันในหมู่นักศึกษาและแกนนำว่าระบบหลายระบบ สถาบันหลายสถาบัน มีความจำเป็นกับประเทศไทยหรือไม่ ผมแปลกใจครับวันนี้ผมเดินทางบนเส้นทางการเมือง มาเกือบ ๓๐ ปีในสภานี้ กลับต้องมาเจอคำถามแบบนี้อีกแล้ว ผมเคยได้ฟังคำสัมภาษณ์ของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย นักต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยทั้งพฤตินัย นิตินัย อย่างยาวนาน ท่านบอกว่านักการเมืองของเราพัฒนาไปอย่างมากมายในเรื่องของปริมาณ ในเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา แต่ว่าในเรื่องของการที่จะขับเคลื่อนความเป็น ประชาธิปไตยและความคาดหวังของประชาชนกับนักการเมืองในยุคปัจจุบันนี้อ่อนลงมา และที่สำคัญนักการเมืองต่างหากเล่าครับท่านประธานที่สร้างให้เกิดความแตกแยก ทางความคิดเหล่านี้ขึ้นมา จนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราก็เรียกร้องการเมืองภาคประชาชนขึ้นมา การเมืองที่พี่น้องประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผมอยากเห็นรัฐบาลต้องให้ความสนใจ ในข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาการเมือง และแน่นอนที่สุดถ้ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจ และหยิบยกเอากิจกรรมต่าง ๆ ไปขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่ายที่สภาพัฒนาการเมือง ได้พยายามขับเคลื่อนมา คงยากครับ
ท่านประธานครับ มาดูยุทธศาสตร์ที่ ๑ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม แน่นอนครับ นักต่อสู้ต่างเจ็บปวดและล้มตาย ไปมากมาย แต่คนที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็จะต้องเกิดขึ้นมาไม่มีวันจบสิ้นครับ สถานการณ์ยุคหนึ่งอาจจะมีบางคนแต่งร้อยตำรวจเอกเก๊ เทียม ปลอม มาหลอกลวง ประชาชนได้ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครสามารถที่จะใส่เสื้อประชาธิปไตยและหลอกลวง ประชาชนได้เสมอไป เพราะประชาชนยอมให้หลอกได้บางครั้งแต่ไม่สามารถที่จะหลอกได้ทุกครั้ง และสามารถหลอกประชาชนบางคนได้ แต่ไม่สามารถที่จะหลอกประชาชนทุกคนได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สภาพัฒนาการเมืองต้องทำตามยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือว่าการคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ และต้องสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมขึ้นมา วันนี้ผมเห็นว่า มีนักการเมืองชอบพูดอยู่เสมอครับท่านประธาน บอกว่ามี ๑๕ ล้านเสียงชนะ นี่คือความชอบธรรม ในระบอบประชาธิปไตยหรือ ผมเป็นฝ่ายค้านผมก็มี ๑๑ ล้านเสียงครับท่านประธาน แต่ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยเพียงฝ่ายเดียว ระบอบประชาธิปไตยจะมีความชอบธรรมได้นั้นผมคิดว่าทุกฝ่ายต้องดำเนินการตามกฎหมาย หรือเรียกว่าปกครองโดยกฎหมาย หรือเรียกว่าต้องมีระบบนิติธรรม เพราะฉะนั้นหลักการ พื้นฐานเบื้องต้นในระบบนิติธรรมก็คือว่าเขาจะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกบอกว่าเวลามีการชุมนุม มีการประท้วง ก็ถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ การเมืองก็เหมือนการกีฬาครับ ท่านประธานกับผมลงแข่งกันถ้าผมทำผิดกติกา คณะกรรมการก็อาจจะให้ใบเหลืองผมก็ออกไป ถ้าเป็นผิดกติการุนแรงก็ให้ใบแดงผมก็หยุดไป ติดคุกไป ไม่เป็นไรครับแต่กติกาต้องคงอยู่ คนส่วนใหญ่ต้องได้รับการคุ้มครองมากกว่า นักการเมืองซึ่งว่ากันตามจริงก็เป็นคนกลุ่มน้อย แพ้ชนะแล้ววันนี้ยังมีการเรียกร้องอีกว่า เกมกีฬาก็ผ่านไปแล้วแต่ทำไมยังมีกองเชียร์มาไล่นักกีฬากันอีก อย่างนี้สภาพัฒนาการเมือง เราจะคิดอย่างไรครับ เพียงแต่คุ้มครองสิทธิของคนที่มีอำนาจในทางการเมืองวันนี้ถูกละเลยเพิกเฉย จากการที่สังคมจะต้องตรวจสอบ ถูกละเลยเพิกเฉยจากคนที่เป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง หรือถือว่าการไปเล่นฟุตบอลกันในสนามกีฬาใครจะโยนขวด ใครจะโยนถุงน้ำมาก็เป็นเรื่องที่ ไม่ใช่น่ารังเกียจอะไร ถ้าเราปล่อยให้สังคมเป็นไปเช่นนั้นก็คงยากครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ท่านได้วางพันธกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของพลเมืองและสิทธิชุมชน การคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน การเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ สร้างกลไกปรึกษาหารือสาธารณะ และสร้างกลไกในการรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย ทั้งหมดนี้มันชัดเจนเลยครับ ถ้ากระบวนการเหล่านี้ได้พัฒนาขึ้นมาในประเทศไทยหวังใจได้เลยครับว่ายุทธศาสตร์ ของท่านจะต้องเกิดขึ้น ผมอยากจะให้ท่านทำให้เกิดพลังจากภาคประชาสังคมจากตัวท่านเองก่อน ก่อนที่ท่านจะสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาสังคม สร้างแนวร่วมเครือข่ายต่าง ๆ ใครก็ตามที่กระทำการไม่ใช่เป็นการเคารพสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นต้องถูกประณาม สังคมต้องไม่ยอมรับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง อันนี้เป็นหัวใจสำคัญนะครับ ท่านประธานและผมต่างก็อาจจะเคยไปดูงานในหลายประเทศที่มีการพัฒนาทางการเมือง และเป็นต้นแบบ ไม่ว่าประเทศสิงคโปร์หรือประเทศเยอรมันหรือแม้แต่ประเทศอังกฤษ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเสริมสร้างความรู้ทางการเมืองแก่พลเมืองที่เรียกว่า ซีวิค เอดูเคชัน (Civic education) เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเป็นพลเมือง ไม่สามารถสอนได้โดยปากเปล่าแต่มันต้องสอนจากกิจกรรมจากการหล่อหลอม ช่วงรัฐบาลที่แล้ว ได้ทำการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ หัวข้อหลักสำคัญที่เราต้องการทำให้เกิดขึ้น ก็คือพลเมืองยุคใหม่ของเราที่เป็นพลเมืองและเราไม่มีวิธีการอื่นที่จะตอบโจทย์นี้ มีวิธีการเดียวเท่านั้นก็คือการใช้การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองที่เรียกว่าซีวิค เอดูเคชัน เมื่อกี้บังเอิญผมมีโอกาสได้คุยกับท่านประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมฝากท่านว่าช่วยประสานกับสภาพัฒนาการเมือง ช่วยจับมือกันหน่อย เรียกเอาหน่วยงาน ทางการศึกษาทั้งหมดมาขับเคลื่อนตามโรด แมพ (Road map) ที่ได้เคยศึกษาไว้แล้วครับ ถ้าท่านจะไม่รังเกียจในเรื่องของตัวบุคคล ตอนนั้นท่านอาจารย์ธงทอง จันทรางศุ ท่านอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รวมทั้งคณะกรรมการที่ผมได้แต่งตั้งขึ้นมาได้ทำเรื่องนี้ อย่างเป็นระบบว่าเราจะขับเคลื่อนของการที่จะสร้างการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ได้อย่างไร ผมอยากจะให้ท่านได้ไปดูในส่วนนี้ นอกจากนั้นในส่วนอื่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เรา จะต้องสนับสนุนกัน ขอเวลานิดเดียวสำคัญครับท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ ผมเรียนอย่างนี้ว่าในประเทศเยอรมันผมคิดว่ายกตัวอย่างได้ดีมากและผมชอบมาก ก็คือรู้ถูก รู้ผิด มีจิตสาธารณะ เขาสร้างพลเมืองของเขาเป็นอย่างนี้หลังจากเขารวมประเทศ เยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตก สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งที่แปลกปลอมของระบอบ ประชาธิปไตย แม้เขาจะเป็นคอมมิวนิสต์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว วันหนึ่งเมื่อรวมประเทศมีคนกลุ่มหนึ่ง ยังมีความคิดเดิมขอตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมันขึ้นมา ถูกเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรคการเมืองที่เรียกว่าพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะเจตนารมณ์ ในการรวมประเทศเพื่อต้องการที่จะให้เป็นระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นนี่คือการที่เรา จะต้องมาตอบโจทย์หลักคิด และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับถ้าไม่เริ่มต้นจากการใช้ การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ให้คนรู้จักหน้าที่ ให้รู้จักสิทธิและเสรีภาพ ให้เคารพ ซึ่งกันและกัน ให้เห็นประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนตน ให้ใช้วิธีการแห่งปัญญา ในการแก้ปัญหา ท่านทำมา ๖๐ กว่าหน่วยแสวงหาความร่วมมือนี่ผมชื่นชมท่านมากเลยครับ แต่ท่านต้องสร้างพลังอย่างไรที่จะขับเคลื่อนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้นายกรัฐมนตรีลงมาจัดทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ แล้วก็จะเป็นผลงาน ของสภาพัฒนาการเมือง
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง อันนี้ผมจะไม่ลงลึกละครับ เพียงแต่ว่าอยากจะให้เราได้ช่วยกันสร้างจิตสำนึกในเรื่องนี้ว่า จริง ๆ แล้วคนที่เป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าวิญญูชนโดยทั่วไปครับ วันนี้เราช่วยกันร่างกฎหมายว่าถ้าเป็นข้าราชการหรือเป็นพนักงานที่รับผิดชอบในเรื่องใด โดยเฉพาะที่มีความสำคัญ ถ้าหากกระทำผิดโดยหน้าที่ของตัวเองต้องรับผิดชอบ ๒ เท่า และส่วนนักการเมืองของพวกเราละครับเราจะต้องช่วยกันเรียกร้องอย่างไร ในส่วนนี้ผมคิดว่า มีความจำเป็น ถึงแม้ว่าท่านจะมียุทธศาสตร์ในการแยกทุนจากการเมือง การสร้างกลไก ป้องกันประโยชน์ทับซ้อน การสร้างระบบการควบคุมการลงโทษทางสังคม และการพัฒนากลไก ในการสรรหาบุคคล แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยังห่างไกลมาก เอาเรื่องใกล้ ๆ ก่อน วันนี้เราเรียกร้องนักการเมือง ลูกนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เพื่อให้เป็นคนที่นำในการที่จะดำเนินการในการที่จะ สร้างคุณธรรม ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการที่เราจะสร้างระบอบประชาธิปไตย แบบการมีส่วนร่วม
และแน่นอนที่สุดครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ของท่านคือเรื่องธรรมาภิบาล ทางการเมืองและการบริหาร อันนี้ก็มีรายละเอียดชัดเจนแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาล สมัยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกเป็นมติคณะรัฐมนตรีด้วยซ้ำไปที่เราจะต้องขับเคลื่อน ส่วนราชการต่าง ๆ องค์กรของรัฐต่าง ๆ ที่เข้ามา และผมก็ดีใจที่ทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมัยคุณดุสิต นนทะนาคร ก็ได้ลุกขึ้นมาที่จะสร้างกลไกในการตรวจสอบทางด้านภาคเอกชน ซึ่งถือว่านี่เป็นความก้าวหน้าครับ แต่ถ้าเมื่อไรโพลยังออกมาเหมือนที่พูดกันว่าโกงได้ ไม่เป็นไร ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่จะสร้างความเสียหายให้อย่างมากมายทีเดียวครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ก็คือเรื่องความมั่นคง การจัดการความขัดแย้ง และการสร้าง ความสมานฉันท์ อันนี้ละครับเป็นเรื่องที่วันนี้ถกเถียงกันมากเหลือเกิน เพราะหลักคิด มันแตกต่างกันนะครับ ถ้าหลักคิดแบบทุนนิยม เห็นประโยชน์ส่วนตัวผมคิดว่าความขัดแย้ง ก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่ว่าถ้าเราช่วยกันในสภาแห่งนี้รณรงค์ให้เห็นว่าทุกคนไม่มีใครสามารถ ที่จะได้ประโยชน์อะไรจากประเทศชาติบ้านเมือง แต่เราทุกคนต่างต้องช่วยกันในการที่จะต้อง ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และแน่นอนที่สุดถ้าเราคิดอย่างนี้สิ่งที่จะมาเป็นกรอบ ให้ดีที่สุดก็คือว่าการที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามกติกา ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ถ้าคนยอมรับกติกา ปฏิบัติตามกฎหมาย ผมคิดว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นนะครับ แต่ถ้าวันนี้ไม่ยอมรับกติกา ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ถึงคุณจะเรียกร้องประชาธิปไตย อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ว่านั่นคือคุณทำได้แค่กระพี้เปลือกของระบอบประชาธิปไตย และในท้ายที่สุดผมคิดว่าโจทย์เหล่านี้ก็จะตอบกลับไปว่ากระบวนการในการพัฒนาที่เราจะ สร้างความสมานฉันท์ในสังคมเราจะทำให้เกิดขึ้นอย่างไรครับ
ขอประเด็นสุดท้ายสั้น ๆ ครับผมก็เกรงใจท่านประธาน คือการกระจายอำนาจ และการสร้างความเป็นธรรมในการบริการทรัพยากรหรือการบริหารทรัพยากร เพื่อคนรุ่นหลังของเรา วันนี้น่าเป็นห่วงมากครับท่านประธาน ท่านประธานลองไปดูในเขตพื้นที่ ของท่านประธานหรือของผม วันนี้คนที่บุกรุกป่าสงวน คนที่รุกล้ำที่สาธารณะ ไม่ใช่ประชาชนคนยากคนจนแล้วครับ เป็นเรื่องของนักการเมืองท้องถิ่น นายทุนผู้มีอันจะกิน เพราะฉะนั้นการกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นมันไม่ใช่เป็นเรื่องของการกระจาย เงินงบประมาณให้เขาไปใช้ได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นเรื่องที่เราต้องมาฉุกคิดกันแล้วว่าวันนี้ เราจะทำอย่างไรให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ให้เขาได้เกิดจิตสำนึกร่วมในการที่จะหารายได้ โดยตัวของเขาเองและใช้ทรัพยากรนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดของชุมชน และถ้าเป็น ทรัพยากรธรรมชาติแล้วละก็ยิ่งจำเป็นจะต้องช่วยกันในการที่จะต้องพิทักษ์ ในการที่จะต้อง คุ้มครองเพื่อรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลัง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้มันเป็น แค่เรื่องหลักการที่ผมเสนอความคิดเห็น ผมคิดว่าถ้าหากมีโอกาสในปีต่อไป ผมอยากเห็น ทางสภาพัฒนาการเมืองได้นำยุทธศาสตร์เหล่านี้ไปลงสู่แผนปฏิบัติแล้วก็ขับเคลื่อน ท่านช่วยทำสิครับ หน่วยงานไหนไม่ให้ความร่วมมือท่านช่วยทำ ท่านช่วยโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หน่วยงานไหนที่ให้ความร่วมมือกับภาคเอกชนต่าง ๆ ที่เขาให้ความร่วมมือ ในการพัฒนาทางการเมือง ท่านยกย่องเขา ท่านขอรางวัลให้เขา แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วม ทุกภาคส่วนจากฐานบนสุดของประเทศลงไปสู่ฐานล่างสุด และดำเนินกิจกรรม จากฐานล่างสุดมาสู่ฐานบนสุด เพื่อสร้างความเป็นประชาธิปไตยร่วมกันต่อไป ขอขอบคุณครับ
ท่านกษิตครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ผมได้พูด ผมไม่เกิน ๕-๖ นาทีเท่านั้นเอง มี ๓ ประเด็นด้วยกันครับท่านประธานที่จะบอกกล่าวกับ ทางผู้แทนของสภาพัฒนาการเมือง ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าผมเป็นแฟนนะครับ แล้วก็เชียร์เต็มที่ แล้วก็อยากจะให้ท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมาก ๆ แล้วก็จะบอกไปที่ต้นสังกัดของท่านคือสถาบันพระปกเกล้า แล้วก็ตัวรัฐสภาเองว่าต้องเพิ่ม งบประมาณให้ท่านเป็นทวีคูณ เพราะผมเห็นว่าท่านเป็นองค์กรที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อการพัฒนาระบอบการเมืองการปกครองของไทย การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมมี ๓ ประเด็น ผมไม่เถียงเรื่องเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ พันธกิจ แล้วก็ผลงาน เพราะว่าเพื่อน ๆ ส.ส. ได้พูดไปมากแล้ว แต่ถ้าเผื่อผมจะมองแล้ว จะวัดความสำเร็จของการทำงานของท่านว่าอะไรเป็นตัวชี้วัด ผมคงมี ๒ ประเด็น คือคำแรกคำว่า ประชาธิปไตย หรือขอใช้ภาษาอังกฤษว่าดีมอคคระซี (Democracy) กับอันที่ ๒ ก็คือ โอพิเนียน (Opinion) หรือข้อคิดเห็น
ในประเด็นแรกเลยก็คือว่าประชาธิปไตยนั้นมันเป็นเรื่องของการมีส่วนร่วม ของประชาชนในความเป็นไปของวิถีชีวิตของสังคมการเมืองของไทย แล้วในการมีส่วนร่วมนั้น ก็มีคำถามต่อไปว่าแล้วประชาชนเข้าใจประเด็นปัญหาของบ้านเมืองมากน้อยแค่ไหนในการมีส่วนร่วม แล้วก็มีความรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศ เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นท่านจะต้องถามตัวท่านเองว่าในฐานะเป็นองค์กรกลางของประเทศไทยนั้น ท่านได้ทำงานมาในช่วงปีที่ผ่านมาและต่อ ๆ ไปนั้นให้ประชาชนมีความเป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นอย่างไร ท่านชี้วัดได้หรือไม่ ตั้งแต่เด็กประถมศึกษา มัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กลุ่มสตรีต่าง ๆ เหล่านั้น แล้วก็คู่ขนานกันไปนั้น ก็คือในระบอบประชาธิปไตยในยุคสมัยนี้ก็เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วก็เมื่อกระจายไปแล้วมันก็มีสิ่งที่คู่ขนานก็คือที่เขาเรียกว่า ประชาธิปไตยโดยตรงที่เรียกว่าไดเรคท์ ดีมอคคระซี (Direct democracy) เรื่องสำคัญ ๆ ในระดับท้องถิ่นจะเป็นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือประเทศลิกเตนสไตน์ จะเป็นที่ ประเทศลักเซมเบิร์ก แล้วก็ในหลาย ๆ ประเทศในทวีปยุโรปมันก็เริ่มที่จะเข้ามาที่ ประเทศเกาหลี แม้กระทั่งที่ประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่น ให้ประชาชนได้มีสิทธิในการที่จะ ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง รัฐบาลท้องถิ่นก็ดี รัฐบาลกลางก็ดี จะตัดสินใจกันในวงแคบ ๆ โดยอ้างว่าเพราะได้รับการเลือกตั้งเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ๔ ปีที่แล้ว ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตัวชี้วัด ของผลงานของท่านต่อไปนี้ผมอยากจะดูว่าท่านทำให้ประชาชนมีสุ้มเสียงทั้งในระดับท้องถิ่น ในระดับกลาง ต่อประเด็นปัญหาสำคัญ ๆ ของประเทศมากน้อยแค่ไหน ก็ขอฝากไว้ด้วย
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่านอกจากจะให้จัดสัมมนาให้ความรู้ จัดเวิร์กชอป (Workshop) ปฏิบัติการอะไรต่าง ๆ ทำพิมพ์เอกสารไปแล้วทุกวัน แล้วก็ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ มันมีเหตุการณ์ทางการเมืองหลาย ๆ อย่างที่มันต่อเนื่อง มาจนถึงวันนี้แล้วก็ถามว่าตัวสภาพัฒนาการเมืองอยู่ที่ไหน มีความคิดเห็นอย่างไร ผมขอฝากไว้ ให้เป็นการบ้านนะครับ
ประเด็นที่ ๑ คำว่าเสียงข้างมากมีสิทธิในการที่จะปกครองประเทศ แต่ว่าสิทธิของเสียงข้างน้อยในการที่จะแสดงความคิดเห็นและได้รับการคุ้มครอง ขอใช้คำภาษาอังกฤษว่า มาจอริตี้ รูล (Majority rule) กับ ไมนอริตี้ ไรท์ (Minority right) มันอยู่ที่ไหน เพราะว่าตอนนี้ในแวดวงการเมืองของไทยในสภานี้ แล้วก็ข้างนอกเป็นท้องถนนด้วย ผ่านสื่อต่าง ๆ ก็ใช้ลัทธิเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเป็นเผด็จการ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ สถาบันสภาพัฒนาการเมืองมีความเห็นอย่างไรและจะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอะไรครับ การทอนอำนาจ การสร้างความสมดุลแห่งอำนาจที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า เช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and balance) อย่างไร
อันที่ ๒ ถ้าเผื่อมันจะมุ่งไปสู่เสียงข้างมากเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จนั้นมันก็จะให้ หลักประชาธิปไตยที่เราเรียนกันมาแต่อ้อนแต่ออก ในช่วง ๘๐ ปีที่ผ่านมาของการ แบ่งกระจายอำนาจออกมาเป็น ๓ ฝ่าย ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร แล้วก็ทางกระบวนการยุติธรรม ทางสภาพัฒนาการเมืองมีความเห็นอย่างไร เพราะว่าผมก็เพิ่งไปประเทศเยอรมันมา ไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญของศาลรัฐธรรมนูญของประเทศเยอรมันเขาบอกว่าข้อตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเด็ดขาด แต่ในศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้มีข้อตัดสินมาแล้วเกี่ยวกับ เรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ของไทยมันก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เสียงด่าทอกันมา ฟ้องร้องกันมาว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยเข้าไปก้าวก่ายในอีก ๒ อำนาจ หรืออีกอำนาจหนึ่งคือที่รัฐสภา เป็นไปได้อย่างไรครับ มันจะทำให้ประเทศไทยเสมือนเป็นเมืองตลกที่เขาเรียกว่าทอย แลนด์ (Toy land) หรือประเทศกล้วย ๆ หรือที่เขาเรียกว่าบานานา รีพับลิก (Banana Republic) อันนี้เป็นภาระหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมืองที่จะต้องออกมาให้ความรู้ต่อประชาชน จัดการประชุมวิพากษ์วิจารณ์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญหรือว่าประเด็น ปัญหาง่าย ๆ เช่นจะเป็นในประเทศญี่ปุ่น ในประเทศต่าง ๆ และมันกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยว่า ลูกท่านหลานเธอในแวดวงการเมืองก็ทยอยกันเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันก็มีระบบ ของการเป็นมะเร็งร้ายของสังคมการเมืองของประเทศญี่ปุ่นเพราะว่าประมาณ ๑ ส่วน ๓ เปอร์เซ็นต์ในสภาสูง สภาล่างเป็นลูกหลานของรัฐมนตรี ของนายกรัฐมนตรีมันก็ไม่ได้ มีอะไรครับ ความเป็นประชาธิปไตยหรือมีการคัดเอาคนที่ดีที่สุดเข้าสู่กระบวนการทางการเมือง เพราะฉะนั้นคุณสมบัติของนักการเมืองที่จะเข้ามาสมัครนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไหม ให้มันยากขึ้น ให้มันเข้มข้นขึ้น ให้มีการกรองมากขึ้น ไม่ใช่กรองที่สภานะครับ แต่กรองที่พรรคการเมืองดังที่พรรคคอมมิวนิสต์ประเทศจีนกว่าเขาจะเอาคนขึ้นไปสู่ระดับสูง ๆ มันต้องผ่านขั้นตอนของการได้มีการทดสอบฝีมือเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี ถึงจะขึ้นมาได้ ระบบของลูกท่านหลานเธอ ของอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศจีนมันก็ค่อย ๆ หมดไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าเป็นภาระหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมืองที่จะต้องดูให้ได้ ดูให้ดี แล้วก็ให้คำแนะนำกับประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
อีกอันก็ในเรื่องของโครงสร้างทางการเมือง ไม่ต้องรอให้มาโต้เถียงกันในสภา หรือไปประท้วงกันนอกถนนเกี่ยวกับการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว มีพรรคการเมืองใหม่ของประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่าโอซาก้าแห่งชาติ แล้วเขาก็ได้บอกมาแล้วว่า ถ้าเผื่อเขาจะเข้ามาแข่งขันในการเลือกตั้งต่อไปจะให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ยุบสภาสูง แล้วก็จะยุบจังหวัด ๔๗ จังหวัดให้มาเป็นคล้าย ๆ กับเขตปกครองท้องถิ่น สัก ๑๐ เขต ต่าง ๆ เหล่านี้มันเริ่มที่จะได้มีกระบวนการคิดกันแล้วโดยที่มีสภาพัฒนาการเมือง เป็นแกนกลางเพื่อจะให้ข้อมูล ให้ความรู้ ให้ทิศทาง ให้ทางเลือกกับบรรดาพรรคการเมือง แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาในประเทศไทยด้วยว่าโครงสร้างทางการเมืองในอนาคต ที่จะมีความเป็นประชาธิปไตยขึ้นนั้นมันควรจะเป็นอย่างไร
ส่วนประเด็นสุดท้ายครับ ไม่อยากจะให้สภาพัฒนาการเมืองทำงาน อย่างโดดเดี่ยว ผมคิดว่าเรื่องเครือข่ายเป็นเรื่องที่สำคัญกับองค์กรต่าง ๆ ทางด้านวิชาการ หน่วยงานที่เขาเรียกว่าเป็น ธิงค์ แทงค์ (Think tank) จะเป็นทีดีอาร์ไอ (TDRI) หรือไม่ก็ต่างประเทศ เช่น ในประเทศเยอรมันหรือในประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะมีมูลนิธิ พรรคการเมืองของพรรคการเมืองต่าง ๆ แล้วเขาก็ให้ความรู้ ให้การศึกษาทางด้านการเมือง กับประชาชนของเขาตั้งแต่ประถมศึกษา สภาพัฒนาการเมืองได้เรียนรู้แล้วก็หาความร่วมมือ กับองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ของต่างประเทศมากน้อยเพียงใด เพื่อจะให้คนไทยมีความรู้ มีส่วนร่วม มีความเข้าใจ แล้วก็เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นเจ้าของอำนาจประเทศ เป็นเจ้าของประชาธิปไตยของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ขอฝากข้อคิดไว้ ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน
ส่วนประเด็นสุดท้าย อยากจะขอฟังความเห็นครับที่ได้มีระดับรองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดโกหกอย่างโจ่งแจ้ง ที่เรียกภาษาอังกฤษว่าไวท์ ไล แปลเป็นภาษาไทยว่าโกหกขาว อาจจะผิดสักนิดหนึ่ง คือเป็นการโกหกกันดื้อ ๆ เลย หน้าด้าน ๆ เลยนี่ พรรค์อย่างนี้แล้ว มันต้องมีข้อคิดเห็นจากทางสภาพัฒนาการเมืองว่าเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วบุคคลคนนั้น ต้องลาออกทันทีครับ ขอขอบพระคุณมากครับท่านประธานสำหรับเวลา ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภาพัฒนาการเมือง คนที่สอง เนื่องจากว่าภารกิจในการเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองได้สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมา ในขณะนี้เป็นช่วงการสรรหาสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองชุดใหม่ ดิฉันมาในฐานะ การปฏิบัติหน้าที่ของรองประธานสภาพัฒนาการเมือง แล้วก็มีท่านสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ของทางกรุงเทพมหานคร คุณสุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ รวมทั้งทางผู้อำนวยการสำนักกิจการสภา และการประชุม คุณปุญญ ซึ่งได้มาร่วมในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ก่อนอื่นดิฉันต้อง ขอกราบขอบพระคุณความคิดเห็นต่าง ๆ ของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คำชมเชย รวมทั้งข้อติติง ข้อที่เป็นกำลังใจ ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นประโยชน์ อย่างมาก เป็นประโยชน์ที่ทางสภาพัฒนาการเมืองได้มีโอกาสได้เรียนรู้ความคิดเห็นใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ในการทำงาน ดิฉันเชื่อว่าการพัฒนาการเมืองเป็นความตั้งใจ เป็นความมุ่งมาดปรารถนา ทั้งของสภาพัฒนาการเมือง ของท่านสมาชิกรัฐสภา และของประชาชนทุกคนที่อยากจะเห็น การเมืองมีความเข้มแข็ง เห็นการเมืองมีการพัฒนาไปสู่ความสมานฉันท์ ไปสู่ความสันติสุข ดิฉันใคร่ขอถือโอกาสตรงนี้กราบเรียนความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ท่านทั้งหลาย ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ได้กรุณานำเสนอ ดิฉันขออนุญาตเรียนการทำงานของสภาพัฒนาการเมือง ดังนี้
รายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง เป็นรายงานจากการทำงาน ของสภาพัฒนาการเมืองปีที่ ๒ มาบัดนี้ก็ครบ ๔ ปี รายงาน ๒ ปีของสภาพัฒนาการเมือง ท่านก็จะเห็นว่ายังมีปัญหาค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นสภาพัฒนาการเมืองชุดแรก ทำงานกัน เพียง ๒ ปี ๒ ปีก็ใช้เวลาในการจัดตั้งสภา จัดตั้งสำนักงาน จัดตั้งให้การทำงานเป็นเอกภาพ มีการบูรณาการความคิดเห็นต่าง ๆ ของสมาชิกที่มาจากที่หลากหลาย เรามีองค์ประกอบของสมาชิกทั้ง ๗๗ จังหวัดที่มาจากสภาองค์กรชุมชน เรามีองค์ประกอบ ของนักวิชาการ เรามีองค์ประกอบของผู้แทน มีองค์ประกอบของผู้ที่ดำรงตำแหน่ง จากองค์กรอิสระ ความหลากหลายเหล่านี้เป็นทั้งข้ออ่อนแล้วก็ข้อแข็งในเวลาเดียวกัน ข้ออ่อนก็อาจจะเป็นในส่วนที่ว่าการจะบูรณาการความแตกต่างเพื่อจะทำให้เกิดเป็นเอกภาพ นำมาสู่พลังในการขับเคลื่อนตามภารกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ขณะเดียวกันเนื่องจากมีความหลากหลาย ความหลากหลายก็เป็นจุดแข็ง เนื่องจากความหลากหลายสามารถรวบรวมความคิดเห็น ข้อคิดเห็นที่ดี ๆ มาประมวลนำไปสู่การขับเคลื่อนได้เป็นจริงมากขึ้น ดิฉันขออนุญาต เรียนอย่างนี้ว่าการทำงานในช่วง ๒ ปีแรกค่อนข้างจะลำบาก แต่ก็ยังดีที่ได้สถาบันพระปกเกล้า มาเป็นสำนักงานเลขาธิการให้กับสภาพัฒนาการเมือง เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงในช่วงต้น ในการทำงาน มิฉะนั้นเราคงจะต้องเสียเวลามากกว่านี้ในการเริ่มต้นการทำงาน อย่างไรก็ตาม ก็มีข้ออ่อนว่าเมื่อเราทำงานกับทางสถาบันพระปกเกล้าซึ่งมีธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่แล้ว แตกต่างจากธรรมชาติของสภาพัฒนาการเมืองที่มีความหลากหลายและเป็นธรรมชาติ ของคนที่ทำงานในพื้นที่มากกว่า ขณะที่ธรรมชาติของสถาบันพระปกเกล้ามีความเป็นวิชาการมาก การบูรณาการ ๒ สิ่งนี้เข้าหากันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ดังนั้นการที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม มาตรา ๔๑ ของพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อครบกำหนด ๓ ปีก็ให้ สภาพัฒนาการเมืองพิจารณาทบทวนว่าสมควรที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้การจัดตั้ง สำนักงานสภาพัฒนาการเมืองเป็นการเฉพาะหรือไม่ ซึ่งจนถึงวันนี้ทางสภาพัฒนาการเมือง ก็ได้นำเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมืองนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อจะ นำสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ในข้อเสนอร่างแก้ไขก็มีข้อเสนอหลายข้อ ที่เป็นไปตามข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติในหลายข้อทีเดียว ไม่ว่าจะการทำให้ สำนักงานสภาพัฒนาการเมืองมีความเป็นอิสระมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องขององค์ประกอบ ไม่ว่าจะเรื่องของภารกิจหน้าที่ที่ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น ต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันเชื่อว่าต่อไป ในอนาคตคงจะได้มีการนำเสนอสู่สภาแห่งนี้เพื่อให้มีการถกแถลงอภิปรายต่อไป ดิฉันขอเรียนอย่างนี้ว่าแม้จะมีความยากลำบากในช่วง ๒ ปีแรกในการทำงาน แต่เราก็มุ่งมั่น ตั้งใจด้วยเห็นว่าเราเป็นสมาชิกรุ่นแรก เมื่อเป็นสมาชิกรุ่นแรกเราก็จะเป็น สภาพัฒนาการเมืองชุดแรกที่วางรากฐานสร้างวัฒนธรรม ตีกรอบการทำงานให้กับ สภาพัฒนาการเมืองในชุดต่อ ๆ ไป เราจึงให้ความสำคัญมากในการกำหนดทิศทาง แนวทางการทำงานว่าจะต้องมองไปในอนาคตวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ หลายท่านก็ได้นำเสนอว่าประเทศเรามีปัญหาวิกฤตการณ์ นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ พัฒนากันมา จนปัจจุบันก็มีวิกฤตการณ์หลายครั้งทั้งที่มีความรุนแรงแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเกิดขึ้น สภาพัฒนาการเมืองเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์เหล่านั้นด้วย เราตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ ที่เราควรจะกระทำเพื่อที่จะให้เกิดการคลี่คลายวิกฤตการณ์เหล่านั้น แล้วก็ได้มีการถกแถลง อภิปรายกันมากพอสมควรในการนำเสนอบทบาทหน้าที่ของสภาในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ สำคัญ ๆ หรือวิกฤตการณ์ที่มีความรุนแรง อย่างไรก็ตามเราก็ทราบดีถึงข้อจำกัดของสภาพัฒนาการเมืองที่ยังอ่อนเยาว์ ยังอ่อนด้อย ทางการเมือง เนื่องจากเราเพิ่งตั้งกันมาแค่ ๒ ปี แม้เราจะมีแผนพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นแผนแม่บท กำหนดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เป็นกรอบแนวทาง แต่ท่านทั้งหลายก็คงจะเห็นว่าภารกิจ ยุทธศาสตร์ทั้ง ๖ ข้อนั้น ล้วนเป็นภารกิจที่มีความสำคัญและไม่ง่ายที่จะนำภารกิจนั้นไปสู่ การปฏิบัติที่เป็นจริง ในช่วง ๒ ปีแรกหลังจากที่เราได้ถกแถลง แล้วก็ดูภารกิจ ดูยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในปีแรกเราจึงทำงานโดยการให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ ในยุทธศาสตร์ท่านจะเห็นว่ามันจะมี ยุทธศาสตร์ตั้งแต่ข้อแรกที่กลุ่มเป้าหมายจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นส่วนของภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ยุทธศาสตร์ที่มีกลุ่มเป้าหมายในส่วนของสถาบันการเมือง สถาบันของราชการ หน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมตลอดถึงสื่อมวลชน จะเห็นว่าสภาพัฒนาการเมือง ต้องทำงานกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมาก แต่เนื่องจากการที่เราได้วิเคราะห์ดูแล้ว แล้วก็ดูศักยภาพของทางสภาพัฒนาการเมือง และจากการทำงาน ๒ ปีจากการประเมินวิเคราะห์ ของคณะกรรมการอิสระติดตามและประเมินผล ที่ได้ชี้ให้เห็นว่าแม้สภาพัฒนาการเมือง เราจะทำงานได้ดีในแต่ละเรื่อง แต่ยังไม่ได้ให้น้ำหนักเท่าที่ควรว่าควรจะมุ่งยุทธศาสตร์ ประการใดเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้พิจารณาจากข้อจำกัดของงบประมาณ ข้อจำกัดของบุคลากร ข้อจำกัดของประสบการณ์ในการทำงาน เราก็เห็นพ้องต้องกันว่าจำเป็นที่สภาพัฒนาการเมือง ควรจะให้น้ำหนักกับยุทธศาสตร์ใดยุทธศาสตร์หนึ่งหรืออย่างน้อย ๒ ยุทธศาสตร์ หากทำทุกเรื่องดิฉันคิดว่าคงยากที่จะสำเร็จสัมฤทธิผลในทุก ๆ ยุทธศาสตร์ได้ ในการพิจารณาของสภาพัฒนาการเมืองเราจึงเน้นว่าเราจะให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือเรื่องการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และยุทธศาสตร์ที่ ๖ คือเรื่องของการกระจายอำนาจ ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนเป็นรูปธรรม เพราะว่าในรายงาน อาจจะยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมนัก เพราะว่าเป็นรายงานของช่วงปีที่ ๒ การทำงานยุทธศาสตร์ที่ ๒ ในเรื่องของการเสริมสร้างความเข้มแข็ง เราใช้แนวคิดที่เรียกว่าประชาธิปไตยชุมชน ท่านก็อาจจะถามว่าประชาธิปไตยชุมชนนั้นเป็นอย่างไร อาจกล่าวโดยสรุปง่าย ๆ ว่า ก็คือการทำให้สำนึกของพลเมืองเกิดขึ้นในชุมชน ในพื้นที่หมู่บ้าน สิ่งที่เราทำก็คือเราจะจัดเวที เปิดเวทีในชุมชนให้ประชาชนมาถกแถลงกันว่าเขามีปัญหาอะไร แน่นอนคนที่รู้ดีที่สุดว่า เขามีปัญหาอะไรก็คือคนที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ หากแต่ว่าเราไม่ได้เพียงเขามานั่งคุยกันเฉย ๆ แต่เราจะให้เขานั่งคุยกันเพื่อที่จะหาข้อตกลงร่วมกันว่าอะไรคือปัญหา ประเด็นปัญหา สาเหตุของปัญหาคืออะไร และเขาจะแก้ไขร่วมกันอย่างไร ดูเหมือนว่าอาจจะเป็นลักษณะ ของการทำประชาคม แต่ดิฉันเรียนว่าอาจจะมีข้อแตกต่างจากประชาคมโดยทั่วไปตรงที่ว่า ในการพูดคุยถกแถลงของประชาชนในชุมชนเขาควรจะเน้นในเรื่องการได้รับรู้ถึงปัญหา อะไรคือปัญหา จะเป็นปัญหาเรื่องของยาเสพติด ปัญหาการศึกษา ปัญหาเยาวชน ปัญหาการเคลื่อนย้ายของแรงงานก็แล้วแต่ แต่ให้เขาได้รับรู้ว่านี่คือปัญหาของเขา ที่สำคัญคือว่าเขาต้องร่วมกันแก้ไข หมายความว่าบางเรื่องบางราวถ้าเขาแก้ไขได้เขาควรจะ ร่วมกันแก้ไข อย่างเรื่องยาเสพติดดิฉันเชื่อว่าถ้าผู้คนในชุมชนต่างร่วมใจกันดูแลปัญหายาเสพติด สามารถแก้ไขได้ในชุมชน ปัญหาที่พ้นวิสัยที่จะแก้ไขก็ขอความร่วมมือ ขอคำปรึกษา จาก อบต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอ รวมไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ระดับจังหวัด ภูมิภาคขึ้นมาถึงส่วนกลาง ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงหรือความยากของการแก้ไขปัญหา ดังนั้นประชาธิปไตยชุมชนในแนวทางของสภาพัฒนาการเมืองคือการทำให้คนรู้จักแก้ปัญหา ด้วยตนเอง ใช้เวทีฝึกปฏิบัติประชาธิปไตยในตลอดช่วงเวลาที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในชุมชน ด้วยวิธีแบบนี้ก็จะซึมซับการฝึกประชาธิปไตยของเขาก็คือการรับฟัง แลกเปลี่ยน พูดคุย การรับฟัง แลกเปลี่ยน พูดคุย ซึ่งไม่มองว่าใครอยู่ฝ่ายใด ในหมู่บ้านอาจจะมีคนมีอุดมการณ์ แตกต่างกัน แต่ถ้าเขาได้ลงมือพูดคุยร่วมกันแก้ปัญหาทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไข ดิฉันเชื่อว่า การทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นการปลูกฝังประชาธิปไตยให้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิต ให้เขาได้รู้ว่า ในการแก้ปัญหามีวิธีการที่หลากหลายในการแก้ปัญหา และเมื่อวิธีการหลากหลายในการแก้ปัญหา ได้ถกแถลงกันอย่างชัดเจนว่าอะไรเป็นวิธีการที่ดีที่สุด วิธีการที่ดีที่สุดทำได้หรือไม่ หรืออะไร ที่จะสามารถทำได้จะทำให้การแก้ปัญหาบรรเทาลง วิธีการเหล่านี้จะเป็นการฝึกประชาธิปไตย ให้เกิดขึ้นในชุมชน เราก็เลยนิยามคำว่าประชาธิปไตยชุมชน คือเรียกสิ่งที่เรากระทำ เป็นแนวคิดของประชาธิปไตยชุมชนคือสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นจากชุมชน ผลเป็นอย่างไร ผลก็คือว่าเมื่อคนในชุมชนเห็นฝีมือของผู้คน เห็นฝีมือของผู้นำ เห็นฝีมือ ของคนที่มีจิตใจเสียสละในการทำงาน ก็จะเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพของผู้นำ เป็นการพัฒนาบุคลิกภาพของคนที่จะลุกขึ้นมาทำงานเป็นตัวแทน อย่างน้อยเริ่มจาก การเมืองท้องถิ่น ถ้าประชาธิปไตยชุมชนเกิดขึ้นในทุกชุมชน คนในชุมชนได้รับทราบ ได้รับรู้ศักยภาพในการทำงานของผู้นำของเขาว่าเป็นผู้นำที่มีความจริงใจ มีความเสียสละ มีความตั้งใจจะแก้ไขปัญหา ด้วยกระบวนการแบบนี้ประชาธิปไตยก็จะค่อย ๆ บังเกิดขึ้น สร้างผู้นำซึ่งต่อไปสามารถที่จะเป็นผู้แทนตามธรรมชาติ เป็นผู้แทนที่แท้จริงในการแก้ปัญหา เกิดขึ้นในชุมชน ตรงนี้ก็อาจจะช่วยตอบโจทย์ในเรื่องของปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงได้ว่า เงินจะไม่สามารถมามีอิทธิพลต่อไป เพราะชุมชนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เห็นแล้วว่า ใครสามารถที่จะเป็นผู้แทนที่แท้จริงของเขาตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมา ดิฉันก็หวังว่าพัฒนาการแบบนี้ มันจะค่อย ๆ พัฒนาจากพื้นที่ชุมชนขึ้นมาระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศต่อไปได้
ในยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องของการกระจายอำนาจ หลังจากที่เราทำงาน ในแนวนี้มา ๒ ปีเราก็พบว่ามีบางจังหวัดมีศักยภาพ มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนา จากการที่ประชาชนเริ่มสำนึก เริ่มมีความเป็นเจ้าของท้องถิ่นของตนเอง เริ่มที่อยากจะ แก้ปัญหาของตัวเองได้ ก็เกิดความคิดที่อยากจะขยายแนวคิดว่าถ้าอย่างนั้นเมื่อท้องถิ่นชุมชน หลาย ๆ ท้องถิ่นชุมชนในจังหวัดนั้นเขามีความประสงค์ มีความต้องการที่อยากจะทำงาน แก้ปัญหาของเขาด้วยตัวเองทั้งจังหวัด ออกแบบจังหวัดเอง จัดการทรัพยากรของเขาเอง จัดการเรื่องป่าของเขาเอง จัดการเรื่องน้ำของเขาเอง จัดการเรื่องปัญหายาเสพติดของเขาเอง มันก็จะค่อย ๆ พัฒนาว่าเกิดความเข้มแข็ง เกิดความร่วมมือกันในระดับจังหวัดไม่ใช่เฉพาะ ในส่วนของภาคประชาชน แต่รวมถึงนักธุรกิจภาคเอกชน ข้าราชการหน่วยงานต่าง ๆ ทุกฝ่ายได้มาประสานความร่วมมือกันเพื่อจะพัฒนาจังหวัดโดยการออกแบบจังหวัดเอง จึงเป็นที่มาของจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งสภาพัฒนาการเมืองได้พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ในช่วงแรก ๑๐ จังหวัดนำร่อง ผ่านมาปีกว่ามาปีสุดท้ายก็มีอีกประมาณ ๑๐ จังหวัด เกิดความสนใจอยากจะเข้ามาร่วมในกระบวนการแนวคิดจังหวัดจัดการตนเอง ดิฉันเรียนว่า การทำจังหวัดจัดการตนเองนี่แนวคิดหลักก็คือเรื่องของสำนึกท้องถิ่น พูดกันง่าย ๆ คือทำให้ คนมีสำนึกท้องถิ่นและแก้ปัญหาท้องถิ่นของเขาเอง ดิฉันยกตัวอย่างจังหวัดอำนาจเจริญ ขออนุญาตที่ยกเป็นตัวอย่างที่จังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องจากว่าเป็นจังหวัดนำร่องที่แสดงให้เห็นถึง ความเข้มแข็งของประชาชน ทุกหมู่บ้านได้ออกมาร่วมกันยกร่างธรรมนูญจังหวัดอำนาจเจริญ จัดการตนเอง เป็นธรรมนูญที่ประชาชนทุกคนมามีส่วนร่วมจากเวทีที่จัดขึ้นในแต่ละชุมชน หมู่บ้าน ว่าอยากจะออกแบบการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญอย่างไร ดิฉันถ้ามีโอกาสก็จะนำเสนอส่งตัวอย่างธรรมนูญดังกล่าวให้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้รับทราบ การทำงานตรงส่วนนี้ว่าประชาชนเขามีความเข้มแข็ง มีความตั้งใจ แล้วก็ได้แสดงเจตนารมณ์ อย่างชัดเจนว่าเขาอยากจะจัดการตนเองอย่างไร อันนี้เป็น ๒ กิจกรรมที่ทางสภาพัฒนาการเมือง ให้ความสำคัญในเรื่องยุทธศาสตร์ของการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม และเรื่องของการกระจายอำนาจและความเป็นธรรมในเรื่องการจัดสรรทรัพยากร ความจริงเราก็มีกิจกรรมอื่น ๆ ในแต่ละยุทธศาสตร์เช่นกัน แม้ว่าจะเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม ในส่วนของสถาบันทางการเมือง ทางสภาพัฒนาการเมืองก็ได้สนับสนุนงานวิจัย จัดทำตัวชี้วัดการทำงานของผู้แทน ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าวก็ได้มีการเผยแพร่ให้กับทาง สภาผู้แทนราษฎรไปในปีที่แล้ว ซึ่งอันนี้ก็เป็นความพยายามที่จะนำเสนอแนวคิดว่า เราพยายามทำตัวชี้วัดที่จะช่วยทำให้การทำงานในส่วนของนักการเมือง หรือสถาบันการเมือง มีความชัดเจนยิ่งขึ้นว่ามาตรฐานอย่างไรที่จะถือว่าเป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ เนื่องจากเป็นงานศึกษาที่เปรียบเทียบกับทางสภาผู้แทนราษฎรในระหว่างประเทศด้วย อันนี้เป็นผลงานการทำงานร่วมกับทางสถาบันพระปกเกล้า ก็ยังมีเรื่องของธรรมาภิบาล ยังมีเรื่องของแนวคิดที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้หยิบยกว่าคำนิยาม อันนั้นเราก็มีการจัดทำ เป็นหนังสือว่าคำนิยามต่าง ๆ ที่ทางสภาพัฒนาการเมืองพยายามอธิบายนั้น ไม่ว่าจะเรื่อง ของประชาธิปไตยชุมชน เรื่องของจังหวัดจัดการตนเอง เรื่องของธรรมาภิบาลอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เราให้คำนิยามไว้อย่างไร ก็มีการจัดทำหนังสือในลักษณะเช่นนั้น ดิฉันคิดว่าความพยายาม ที่เราทำงานในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะมีส่วนช่วยคลี่คลายปัญหาในเรื่องของประชาธิปไตย ในระดับพื้นฐานได้ แต่ดิฉันก็ยังเห็นว่ากิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นยังต้องใช้ระยะเวลา ในการสะสมปริมาณไปสู่คุณภาพได้ในโอกาสต่อไป อาจจะใช้เวลา ๕ ปี ๑๐ ปี แต่ดิฉันเชื่อว่า ถ้าเราสามารถสร้างรากฐานที่ดีให้กับประเทศชาติในเรื่องประชาธิปไตยก็คงจะเป็นความหวังว่า อนาคตการเมืองเราจะมีความเข้มแข็ง มีความสมานฉันท์ มีความเป็นการเมืองที่มีคุณภาพ ทำให้ขับเคลื่อนการทำงาน การพัฒนาประเทศชาติต่อไปได้
ในประเด็นอื่น ๆ ที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้หยิบยก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ กองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองสนับสนุนการเข้าชื่อกฎหมาย ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ประเด็นเหล่านั้นก็อยู่ในข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาการเมืองเพื่อจะนำไปสู่การแก้ไข กฎหมายสภาพัฒนาการเมือง อันนี้เราก็ได้มีข้อเสนออยู่ในยกร่างการแก้ไขกฎหมาย สภาพัฒนาการเมืองอยู่แล้วด้วย
ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ การคัดเลือกสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองชุดใหม่ ดิฉันก็เชื่อว่าทางสำนักงานก็ได้พยายาม เราลงหนังสือพิมพ์ แล้วก็แจ้งกับสมาชิก ของสภาพัฒนาการเมือง ทั้งในส่วนที่เป็นเครือข่าย ในส่วนที่เป็นองค์กรภาคประชาสังคม ที่มาจดแจ้งก็พยายามประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง แต่ก็ขอยอมรับว่าอาจจะยังทำไม่ดี เท่าที่ควรนัก ก็คิดว่าต่อไปเราจะพยายามนำไปสู่การปรับปรุงให้ดีมากยิ่งขึ้น
ในเรื่องของคุณวีระ สมความคิด ท่านสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง มาตรา ๗ (๒) คือมาจากส่วนของภาคประชาสังคม มาจากเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ท่านวีระมีความกระตือรือร้น และทุ่มเทให้กับงานสภาพัฒนาการเมืองอย่างยิ่งยวด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่เกิดเหตุ ที่ท่านไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างที่ท่านตั้งใจไว้ต่อไป อย่างไรก็ตามด้วยความห่วงใยของสภาพัฒนาการเมือง เราเองก็ได้มีหนังสือผ่านไปทาง กระทรวงการต่างประเทศไปทางสถานทูต ขอความอนุเคราะห์หรือขอความเมตตา หรือจะเรียกอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อที่จะให้ท่านวีระได้มีโอกาสเป็นอิสระโดยเร็วไว อันนี้เราก็ แสดงความห่วงใยไปหลายครั้งทีเดียว อย่างน้อย ๒ ครั้ง ได้มีการพูดคุยกับญาติ แล้วก็คนที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะพยายามหาทางช่วยเหลือท่านวีระอยู่เหมือนกัน แต่ว่าดิฉัน ก็เชื่อว่ายังจะต้องอาศัยภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะทำอย่างไรให้ท่านวีระ สมความคิด ได้รับอิสระ โดยเร็ว โดยเฉพาะตอนนี้ท่านก็ป่วยหนักอยู่ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุจิต บุญบงการ ในช่วงที่ท่านถูกจับกุมใหม่ ๆ ก็ได้มีโอกาสไปที่เขมร ประเทศกัมพูชา ไปที่กรุงพนมเปญ แต่ก็เสียดายโอกาสว่าเนื่องจากการเข้าเยี่ยมไม่สามารถทำได้ มีข้อจำกัดว่าระเบียบกำหนดว่า จะต้องเป็นญาติเท่านั้น ท่านก็ได้แต่ฝากความห่วงใยไปถึงท่านวีระในโอกาสที่ท่านอยู่ที่ ประเทศกัมพูชานะคะ
ในเรื่องของเยาวชน เรื่องของสื่อมวลชน การทำงานของสภาพัฒนาการเมือง อาจจะยังให้น้ำหนักไม่มากเท่าที่ควร ดิฉันก็รับจะนำข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อจะนำเสนอ ต่อทางสภาพัฒนาการเมืองในชุดต่อไปเพื่อที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของสื่อมวลชน สถาบันมวลชนที่เป็นอิสระ รวมทั้งเรื่องของการทำงานกับทางเยาวชน
ในเรื่องของงบประมาณ ดิฉันขออนุญาตเรียนอย่างนี้ ที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ได้กรุณาหยิบยก ดิฉันขอเรียนว่า ๗๓๗ ล้านบาทดังกล่าวเป็นงบประมาณ ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ได้มีการตั้งขึ้นแล้วก็นำไปสู่การปฏิบัติ หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ หลายหน่วยงานเขาก็ทำงาน ในลักษณะที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการเมือง หน้าที่ของสภาพัฒนาการเมืองก็คือ เราไปติดตามแล้วก็ดูว่าการที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ นำแผนไปปฏิบัติตามกรอบ ของแผนพัฒนาการเมืองได้นำไปสู่การปฏิบัติถึงไหน อย่างไร แล้วก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยน เพื่อที่จะให้เกิดการบูรณาการ และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ดังนั้นก็ปรากฏในรายงานว่า เราก็จะทราบว่าตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เมื่อเราประมวล รวบรวมออกมาแล้วก็จะเห็นภาพว่า โดยภาพรวมของหน่วยงานราชการและหน่วยงานองค์กรอิสระที่นำแผนพัฒนาการเมืองไปสู่ การปฏิบัติก็จะให้น้ำหนักในเรื่องยุทธศาสตร์แตกต่างกันไปตามภารกิจที่แต่ละหน่วยงานนั้น รับผิดชอบอยู่ ดังนั้นจะเห็นว่าตัวเลขงบประมาณก็สูง แต่ว่าไม่ใช่เป็นงบประมาณที่ สภาพัฒนาการเมืองได้รับมา ความจริงแล้วในปี ๒๕๕๓ ทางสภาพัฒนาการเมืองเราได้งบ มาเพียงประมาณ ๑๖๔ ล้านบาท ทั้งหมดทั้งสำนักงาน ทั้งบุคลากร ทุกอย่างเราได้มาเพียง ๑๖๔ ล้านบาท แล้วก็มีงบกองทุนเพียง ๕๐ ล้านบาท ซึ่งก็ค่อนข้างจะน้อยมากทีเดียว ก็ต้องขอกราบขอความเห็นใจท่านสมาชิกได้ช่วยกรุณาด้วยว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณ ในการทำงานของสภาพัฒนาการเมืองที่เรามีความตั้งใจอยากจะทำงาน ถ้ามีงบประมาณเพิ่มเติม เข้ามาก็จะทำให้การทำงานของเราบรรลุผล มีผลสัมฤทธิ์ได้
สุดท้ายดิฉันขออนุญาตเรียนว่าเรื่องของตัวชี้วัดเราให้ความสำคัญ แต่ขอกราบเรียนว่าตัวชี้วัดนั้นอาจจะยังไม่เป็นรูปธรรม ก็คงต้องขอโอกาสว่าเราจะค่อย ๆ พัฒนาตัวชี้วัดให้มีความชัดเจน เพื่อต่อไปในอนาคตในการทำงานเรื่องของการเมืองจะมี ความชัดเจนว่าเราพัฒนาไปถึงขั้นไหน อย่างไร แล้วก็จะได้เห็นถึงรูปธรรมของการทำงานว่า เป็นผลสัมฤทธิ์มากน้อยแค่ไหน อย่างไรต่อไปในอนาคตด้วย ดิฉันขอกราบเรียนอนุญาตให้ ท่านสุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ พอดีท่านสุรศักดิ์ขอสละสิทธิค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่าน สวัสดีค่ะ
ตกลงชี้แจงท่านเดียวนะครับ ก็ขอขอบคุณที่มาชี้แจง เป็นอันว่าเรื่องรับทราบรายงาน ประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบแล้วนะครับ ขอขอบคุณสำนักงานสภาพัฒนาการเมืองครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเป็นเรื่องรับทราบ รายงานการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ และ ๒๕๕๐ ของสำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากมีระเบียบวาระที่ ๒.๖ และ ๒.๑๘ คือรายงานการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๑ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒ ของสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันเพียงแต่ต่างปีงบประมาณ น่าจะนำมาพิจารณารวมกันนะครับ จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ
ด้วยสำนักงานศาลยุติธรรมได้เสนอรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ และ ๒๕๕๐ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๑ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๑ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าว ให้สมาชิกทราบแล้วนะครับ ก็เอาไว้ต่อในสัปดาห์หน้า วันนี้ปิดการประชุมครับ