สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕

กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือเรื่องนโยบายการรับจำนำข้าว โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้แนวทางปฏิบัติในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และขอให้รัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์ให้สิทธิเกษตรกรในการตัดสินใจในการจำนำข้าว รวมถึงการเริ่มโครงการรับจำนำข้าวในปี 2556

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ผมได้ ขอยื่นกระทู้ถามสดเพื่อที่จะสอบถามท่านรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์ เรื่องของแนวทางนโยบายการรับจำนำข้าว เหตุที่ต้องยื่นเป็นกระทู้ถามสดในวันนี้นั้น ก็เพราะว่าทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้มีประกาศที่จะเริ่มโครงการรับจำนำข้าว สำหรับปี ๒๕๕๖ ขึ้นในวันที่ ๑๕ ตุลาคม วันนี้เป็นวันที่ ๑๓ ครับ หากนับจากวันนี้ไป ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่ ๒ สัปดาห์เท่านั้นก็จะเริ่มโครงการรับจำนำข้าวในรอบปี ๒๕๕๖ แล้ว ผมต้องกราบเรียนท่านประธานฝากบอกไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ นโยบายเรื่องการรับจำนำข้าวนั้น พี่น้องเกษตรกรเองหลายต่อหลายคน และหลายต่อหลายจังหวัดเขาชื่นชอบ เหตุที่ชื่นชอบก็เพราะว่านโยบายการรับจำนำข้าวนั้น สามารถที่จะยกระดับราคาสินค้าการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวให้มีระดับราคาที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม เขาไม่เกี่ยงหรอกครับว่าจะเป็น โครงการประกันรายได้ หรือจะเป็นโครงการรับจำนำข้าว แมวสีไหนถ้าหากว่าจับหนูได้เหมือนกัน ชาวนาไม่เกี่ยงหรอกครับ ขอแต่เพียงว่าราคาสุดท้ายที่อยู่ที่มือพี่น้องเกษตรกร เวลาเขาเอาสินค้าทางการเกษตร เอาข้าวสารไปขายแล้วนี่เขาได้ราคาเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรพอใจครับ วันนี้แนวทางที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัตินั้น นโยบายที่ดีแบบนี้ จำเป็นครับ จำเป็นที่จะต้องมีแนวทางในการปฏิบัติ มีวิธีการในการปฏิบัติ เพื่อให้แนวทางที่ดี เหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากที่สุด ผมจึงมีคำถาม และจึงมีเสียงสะท้อนที่มาจากพี่น้องประชาชน ที่มาจากพี่น้องเกษตรกรจากทั่วทั้งประเทศ ถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ใน ๓-๔ ประเด็น

ประเด็นแรก เป็นเรื่องของการเริ่มโครงการรับจำนำข้าว อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ ผมได้บอกไป ท่านประกาศหลักเกณฑ์การจำนำข้าวในปี ๒๕๕๖ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ ๑ ตุลาคม แต่ในขณะเดียวกันครับ การสิ้นสุดของโครงการรับจำนำข้าวในปีนี้ก็คือปี ๒๕๕๕ ท่านประกาศเอาไว้ว่าให้สิ้นสุดในวันนี่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕ วันนี้วันที่ ๑๓ ครับ เท่ากับเหลือเวลาเพียงแค่ ๒ วันก็จะสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวในปี ๒๕๕๕ คำถาม ของพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือว่าแล้วช่วงระหว่างวันที่ ๑๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายนนั้น ที่ข้าวของเขากำลังจะเกี่ยว กำลังจะเอาไปขายที่โรงสี มันอยู่ในช่วง รอยต่อระหว่างปี ๒๕๕๕ กับการเริ่มต้นปีจำนำในปี ๒๕๕๖ ช่วงรอยต่อตรงนี้ ท่านจะทำอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมดีใจที่ทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ก็ได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม บอกครับ บอกว่าจะอนุโลมให้ข้าวที่จะเกี่ยวในวันที่ ๑๖ กันยายนจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายนนั้นสามารถที่จะเอาไปฝากที่โรงสีเอาไว้ได้ แล้วก็ไปรับใบประทวนตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมเป็นต้นไป แต่ปัญหามีอย่างนี้ครับท่านประธาน ปัญหาก็คือว่าพี่น้องเกษตรกรเองก็เป็นห่วงครับ เป็นห่วงว่าเขาจะเสียสิทธิของเขาหรือไม่ เพราะเนื่องจากว่าข้าวที่กำลังจะเกี่ยวนี้มันเป็นผลผลิตของปี ๒๕๕๕ ไม่ใช่ปี ๒๕๕๖ ถ้าหากว่าเราไปใช้สิทธิในโครงการรับจำนำข้าวในปี ๒๕๕๖ เขาจะเสียโควตาในการใช้สิทธิ ของเขาไป ๑ ครั้งหรือไม่ และเช่นเดียวกันท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งวันนี้ท่านมาตอบคำถาม ก็ต้องตอบคำถามครับว่ารัฐบาลเองมีนโยบายอย่างไร เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรนั้นมีความมั่นใจได้ว่าในช่วงระหว่างระยะเวลาที่รอจนถึง วันที่ ๑๒ ตุลาคม เมื่อเอาข้าวไปขายที่โรงสีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฝากโรงสีไว้ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น การขายข้าวก็ตาม โรงสีเขาจะรับซื้อตามนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ เพราะฉะนั้น ถามท่านดังนี้นะครับ แล้วก็เป็นประเด็นต่อเนื่องครับ ผมอยากจะปรึกษาหารือกับ ท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้หรือไม่ในการเริ่มโครงการรับจำนำในปี ๒๕๕๖ ในปีหน้า เราจะกำหนดหลักเกณฑ์ ไม่ต้องไปกำหนดละครับว่าเป็นนาปีหรือว่าเป็นนาปรัง ให้สิทธิเกษตรกรเขาในการตัดสินใจไปเลย บ้านผมที่จังหวัดอ่างทอง พี่น้องเกษตรกร หลายตำบลที่ทำนา ปีหนึ่งอาจจะทำ ๓ ครั้ง ๒ ปีอาจจะทำถึง ๕ ครั้ง การไปกำหนด เป็นรอบนาปี รอบนาปรังนั้น ทำให้บางครั้งมันเกิดช่วงรอยต่อของระหว่างโครงการ ถ้าจะเป็นไปได้ท่านก็ประกาศไปเลยภายใน ๑ ปีรัฐบาลจะรับจำนำให้เข้าสิทธิโครงการ ในการจำนำได้ ๒ ครั้ง ส่วนจะเป็นครั้งไหน เมื่อไร ก็จะให้สิทธิพี่น้องเกษตรกร เขาเป็นคนตัดสินใจเอง เพราะฉะนั้นในเบื้องแรกก็ถามท่านใน ๒ คำถามอย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ