สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการวิเคราะห์งบประมาณของสภาและเรียกร้องให้พัฒนาการเมืองภาคประชาชนให้เกิดความเข้มแข็ง โดยเสนอแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาธิปไตยจริง และการปรองดองโดยใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีการจัดทำคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมืองให้ชัดเจน และเผยแพร่บนเว็บไซต์

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่คำขอร้องของท่านประธานพยายามจะทำแต่คงลำบาก เพราะว่าสภาพัฒนาการเมืองผมเพิ่งทราบจริง ๆ นะครับ ผมทราบแล้วพอมาดูงบประมาณ ผมเป็นอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่จะดูแลพวกฝึกอบรม ผมจะตัดงบประมาณของท่านด้วย เพราะอะไรครับท่านประธาน สภาพัฒนาการเมืองอ่านดี ๆ ช่วงวิกฤติการเมือง ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ก็มีการสนใจพัฒนาแบบการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ตามหลักเสรีนิยมอย่างจริงจัง ผมเน้นอันนี้นะครับ เสร็จแล้วก็เสนอไปที่สมัยท่านชวน ปี ๒๕๔๐ ก็มีดำริแต่ก็ไม่ได้ทำอะไร มาทำจริงจังก็คือสมัยปี ๒๕๔๔ ก็คือ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำแล้วมีระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาการเมือง ลงในราชกิจจานุเบกษา แต่สภายังไม่ได้ แต่พอมาปฏิวัติโดยเฉพาะรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ซึ่งผมไม่ยอมรับเพราะว่าเป็นรัฐบาลจากรัฐประหารกลับมาสั่งท่านจะว่าอะไรก็ตาม ไปที่จุดเลยนะครับ ผมว่าอย่าไปนอกเรื่อง ท่านประธานครับ ทุกคนต้องทำตามกติกา ส.ส. ที่อยู่ในสภาต้องทำตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ ให้อำนาจท่านประธานสภากับรองประธานสภาควบคุมไปตาม ข้อบังคับ ไม่ใช่ ส.ส. นี้ยิ่งใหญ่มาก ผมว่าอย่าพยายามทำ ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเมือง ผมดูมิชชัน (Mission) ของท่านค่านิยมที่มีสมาชิกพูดดี แต่พอมาดูงบประมาณของท่าน ท่านดูงบประมาณ หน้า ๕๑ ท่านมียุทธศาสตร์อยู่ ๖ ข้อ ใช้มากที่สุดก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม ใช้เงินตั้ง ๒๔๗ ล้านบาทมากที่สุด ถัดไปคือยุทธศาสตร์ที่ ๑ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และการส่งเสริม ความเข้มแข็งของภาคประชาชน ๑๕๓ ล้านบาท แล้วยุทธศาสตร์ที่ ๕ ก็คือความมั่นคง การจัดการความขัดแย้งและการสร้างสังคมสมานฉันท์ ๑๕๐ ล้านบาทเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมลองเฉลี่ยดู ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ใช้เงินเหมือนน้อยแต่มี ๕ โครงการ เฉลี่ยโครงการละ ๑๘.๘๓ ล้านบาทก็คือเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำทางการเมือง เห็นไหมครับ แล้วถัดลงไปก็คือความมั่นคง การจัดการความขัดแย้งและสร้างสังคมสมานฉันท์ ๑๘ โครงการ เฉลี่ยโครงการละ ๑๐ ล้านบาท ดูแค่นี้ผมก็ว่าท่านคงต้องเอาไปพิจารณาแล้วครับ เพราะว่าองค์กรของท่านต้องการธรรมาภิบาล ท่านประธานครับ แล้วพอไปดูในรายละเอียด ถัดไป หน้า ๕๓ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งภาคประชาสังคม สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒ โครงการใช้เงินไป ๙๕ ล้านบาท มากที่สุด ท่านประธานครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีการสรุปลงในเว็บไซต์ (Web site) เยอะแยะ ในเรื่องเหตุการณ์ปี ๒๕๕๓ แล้วก็มาปฏิเสธว่าที่สรุปไปนั้นไม่จริง ผมเลยเสียดายสตางค์ครับ ท่านประธานครับ ผมขอพูดนิดหนึ่งเมื่อกี้เราก็เห็นอยู่แล้วว่าเรื่องนักการเมืองพูดไปเถอะ ผมอยากเห็นสภาพัฒนาการเมือง ถ้าท่านจะทำจริงท่านต้องหาข้อมูลที่มีการว่ากันไปว่ากันมา แล้วไปกล่าวร้ายคนอื่นต่าง ๆ นานานี่ไม่ดีเลยนะครับ เพราะว่าท่านต้องการสร้างการเมืองให้ดีใช่ไหม เสรีแล้วก็ให้มีตัวอย่างเกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทางสภานี้เอาอันนี้ ไปดูยุทธศาสตร์ที่ ๓ ของท่านที่ลงทุนเยอะ ๆ ผมว่ามันล้มเหลว ท่านคงเบื่อที่มานั่งในสภาแห่งนี้ เห็นการประท้วงต่าง ๆ แต่อันนี้ท่านจะได้เอาไปวิเคราะห์ ไปรีเฟล็กซ์ (Reflex) ให้ประชาชน ข้างนอกได้ทราบ แต่ผมเห็นความที่ท่านอยากจะทำก็คือการพัฒนาการเมืองเพื่อให้ ภาคพลเมืองที่เข้มแข็งอันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าการเมืองภาคพลเมืองเข้มแข็ง มันจะเป็นรากฐานในการพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืน ผมไม่ได้ไปชมคนเสื้อแดงนะครับ เขาออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ เพื่อเรียกร้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญ แล้วเขาไปทำ หมู่บ้านสีแดงอะไรต่าง ๆ นี่เป็นหมู่บ้านประชาธิปไตยต้านภัยยาเสพติดมันก็เป็นหนทางหนึ่ง ที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็งไม่ได้มีการรุนแรงอะไรต่าง ๆ อันนี้ผมอยากให้ท่านไปศึกษาดู เพราะว่า มีการโจมตีต่าง ๆ นานาว่ามันเกิดเรื่องนั้นเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาให้ท่านลงไปดูถ้าเป็นจริงนี่ท่านเอา โมเดล (Model) นี้ไปขยายต่อ เพราะผมเห็นในโครงการของท่านที่ส่งเสริมเรื่องพวกนี้ท่านไป ให้รางวัลผู้นำเยาวชนบ้าง ผู้นำอะไรบ้างนิดหน่อยซึ่งคงมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปแล้ว เสียดายสตางค์ครับ เอาอันนี้ละครับงบประมาณที่ท่านได้ทั้งหมด ๗๓๗ ล้านบาท เฉลี่ยโครงการละ ๓.๔ ล้านบาท ผมลองเฉลี่ยให้ท่านเอาไปพัฒนาการเมืองภาคประชาชน ให้เกิดความเข้มแข็งจะดีกว่า ท่านประธานครับ ผมพยายามจะพูดอย่างที่ท่านประธานให้เวลา ผมฝากทางสภาไป ๒-๓ เรื่อง

อันที่ ๑ อยากให้ท่านทำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับที่มีปัญหานี่ละครับ เป็นอย่างไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุด ถ้าท่านสามารถทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า กติกาที่ดีควรเป็นอย่างไร มันจะนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ

อันที่ ๒ เรื่องความปรองดองก็อยู่ในยุทธศาสตร์ของท่าน ซึ่งใช้เงินเยอะ อันดับ ๒ แต่ละโครงการ อยากให้ท่านทำเป็นกิจจะลักษณะ เพราะว่าสำนักงานของท่าน ก็สังกัดอยู่ในสถาบันพระปกเกล้าอยู่แล้ว

อันที่ ๓ ที่ผมอยากให้ท่านไปทำก็คือเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ของนักการเมืองให้มันชัดเจนนะครับ

และสุดท้ายผมอยากให้ท่านลงในเว็บไซต์ด้วยนะครับ ให้คนอื่นเขาได้เปิดดู หนังสือพวกนี้ต่อไป เอาไว้ในห้องสมุดก็ไม่มีใครดูหรอกครับเพราะไม่ได้เข้าไปกัน คนไทยอ่านหนังสือน้อย นิยมดูเว็บไซต์มากกว่า ทีนี้ท่านก็คงจะต้องทำเป็นสีเป็นสันให้

ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเมืองเองนี้ไหน ๆ ก็ตั้งมาแล้วนะครับ ผมดูแล้วมีประโยชน์ ผมมองในแง่บวกเหมือนที่ท่านพยายามบอกว่ามองในแง่บวกไว้ แต่ปีหน้าถ้าผมมีโอกาสเป็นอนุกรรมาธิการผมจะดูงบประมาณของท่านครับ ๗๓๗ ล้านบาทนี่ ผมจะตัดเหมือนกันนะครับถ้าไม่ได้เกิดประโยชน์ ขอบคุณครับ