เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาคน โดยเฉพาะเยาวชนและเด็ก การพัฒนาการเมืองควรเริ่มต้นจากชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล และควรนำวัฒนธรรมไทยเก่ามาใช้ในการพัฒนาคน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้พูดได้อภิปรายหลาย ๆ หัวข้อ ผมมีประเด็นที่อยากจะเสนอแนะ ผมได้อ่านดู ในหนังสือเล่มนี้มีแต่เรื่องดี ๆ ท่านอาจจะมองไม่เห็นสิ่งบกพร่องของการเมือง ผมอยากจะให้ สภาพัฒนาการเมืองได้นำเอาวัฒนธรรมของเมืองไทยของเรา อยากให้มองถึงวัฒนธรรม ของคนไทย เราอย่าไปมองถึงวัฒนธรรมของต่างประเทศมากนัก อย่าไปเชิดชูวัฒนธรรม ต่างประเทศมาก การพัฒนาการเมืองนั้นผมขออนุญาตเสนอแนะให้ลงไปถึงวัยรุ่น ให้ลงไปถึงเด็ก การพัฒนาการเมืองต้องพัฒนาบุคลากร พัฒนาคนมาตั้งแต่เล็ก อยากให้นำเอาวัฒนธรรมเก่า ซึ่งปู่ย่าตายายของไทยเรานั้นได้สืบสานลูกหลานของเรา ได้สอนลูกสอนหลานให้นำเอาคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คนเรามีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย หนีไม่พ้นแน่นอนนะครับ แต่เกิดขึ้นมาคนอาจจะเกิดไม่เหมือนกัน บางคนเกิดมา ในตระกูลสูงศักดิ์ บางคนเกิดมาในตระกูลที่ต่ำต้อย อาชีพคนเราก็ไม่เหมือนกัน ท่านต้องเข้าไปสู่ทุกอาชีพ พัฒนาการเมืองท่านต้องพัฒนาคน ท่านต้องเข้าไปจริง ๆ ไม่ใช่ว่าจะพัฒนาแต่ตัวเลข เพราะท่านได้รับงบประมาณนี่ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ท่านก็ได้งบประมาณ ท่านได้มาประมาณถึง ๔๐ ล้านบาท ท่านจะเอาไปพัฒนาในโรงเรียน ท่านไปร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการที่เขากำลังจัดทำเรื่องประชาธิปไตยสีขาว ท่านต้องลงไปถึงตรงนั้น เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมของลูกหลานเราจะไม่รู้ว่าวัฒนธรรมคนไทยเรานั้น ก่อนที่จะมีวันนี้คืออะไรที่เกิดขึ้นมา มีการรัฐประหาร มีการฆ่าฟันจนมาถึงวันนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะให้สภาพัฒนาการเมืองนั้นได้เป็นเจ้าภาพอันนี้ การเลือกตั้งคณะกรรมการ การเลือกตั้งสมาชิกก็เหมือนกัน อย่างจังหวัดอุดรธานีผมนี่ผมก็ยังไม่รู้เลย ผมมาอ่านอยู่ตรงนี้ ก็เลยเห็นชื่อว่าเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านขยายลงไปว่า เอาทุกอาชีพมาเป็น ท่านจะเอาอาชีพละ ๑ คนมาก็ได้ จัดประชุมวางแผนเพื่อจะหยั่งไปถึง ลูกหลานของเราที่เติบโตขึ้นมาแล้วมาเป็นผู้ใหญ่ ผมต้องขอชมเชยท่านผู้อภิปรายไปเมื่อกี้ ท่านต้องแสวงหาว่าเมื่อเติบโตมาแล้วมาเป็นนักการเมืองมาทำลายสถาบันการเมืองเสียเอง แนวความคิดแตกต่างกันได้ เราต้องเคารพซึ่งกันและกัน การเมืองเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยเราต้องเคารพกัน ไม่ใช่ว่าเสียงข้างมากทำแล้วเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย ไปแย่งเก้าอี้กัน อันนี้ท่านผู้อภิปรายเมื่อกี้ท่านได้พูดไป เพราะฉะนั้นท่านต้องไปศึกษา คนเรานี่นิสัยแก้ได้แต่สันดานมันแก้ไม่ได้ อยากจะให้คณะกรรมการไม่เลือกข้างให้เดินไปสายกลาง รับฟังฝั่งนี้ รับฟังฝั่งโน้น รับฟังแล้วนำมาแก้ไข แก้ไขว่าเยาวชนเท่านั้นละครับที่จะสามารถ หลอมรวมใจเข้ามาหากันได้ บางครั้งการพัฒนาการเมืองเวลาออกไปพูดไปโจมตีฝั่งนี้ไปโจมตี ฝั่งโน้น ไปด่ารัฐบาล ไปด่าฝั่งนี้ไม่เห็นชอบ อันนี้ท่านต้องเข้าไปถึงท่านถึงจะพัฒนา นำไปสู่สภาวะของบ้านเมืองของเราจะได้เป็นปกติ ปัจจุบันนี้เหมาะที่สุดนะครับ เหมาะที่สุด ที่สภาพัฒนาการเมืองอันนี้จะเข้าไปศึกษาหาข้อยุติให้ได้ ฝั่งหนึ่งบอกว่าจะปรองดอง อีกฝั่งหนึ่งบอกไม่ปรองดองอย่างนี้ ต้องหาวิธีหลอมให้มาปรองดองด้วยกัน บ้านเมืองเราถึงจะเดินได้ เราต้องให้ต่างประเทศ มาเอาตัวอย่างเราสิครับ อันนี้คือบ้านเรา เราต้องให้ต่างชาติบอกว่าประเทศไทยของเรา คนไทยยุคนี้สมัยนี้ เราต้องไปเอาตัวอย่างเมืองไทยบ้าง อย่างนี้นะครับท่านจะเป็นพระเอก เพราะฉะนั้นเราอย่าไปมองถึงว่าเราไปเอาวัฒนธรรมประเทศนั้น เราไปเอาวัฒนธรรม ประเทศนี้ คิดได้แต่ว่าทำอย่างไรจะให้เขาได้มามองคนไทยของเราว่านักการเมือง ของเมืองไทยนั้นยุคนี้สมัยนี้เราควรจะเอาตัวอย่าง ไม่ใช่ว่าไปที่ไหนเขาบอกอย่าไปเอา ตัวอย่างมันเลย คนมองการเมืองไม่ค่อยดี เดี๋ยวนี้คนมองการเมืองไม่ดี ทำอย่างไรถึงจะให้ คนทั่วโลกเขามองการเมืองเมืองไทยให้ดีในฐานะท่านเป็นสภาพัฒนาการเมือง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมดีใจวันนี้ที่ได้มีโอกาสได้พูดได้แสดงความคิดเห็นว่าการเมืองไทยของเรา จะต้องเป็นแบบอย่างให้ต่างชาติเขามาเอาด้วย ไม่ใช่ว่าเอะอะก็จะประเทศนี้ประเทศนั้น เขามองเราไม่ดี แต่ทำอย่างไรถึงจะให้เขามองเราดี ในยุคนี้สมัยนี้เราต้องเปลี่ยนแนวคิดครับ ก่อนที่เราจะพัฒนาคนอื่นเราต้องพัฒนาตัวเองก่อน ตัวเราแค่ไหน คนยกย่องไหม ก่อนที่จะให้ คนมายกย่องเรา เราต้องมองเห็นความรู้สึก ความคิด ความผิดของตัวเราเองก่อน เราอาจจะมองไม่เห็น คนอื่นเป็นกระจกให้เราส่อง อันนี้ละครับผมถึงอยากจะให้ คณะกรรมการลงไปถึงเยาวชน ลงไปถึงนักเรียน ลงไปถึงนักศึกษา เป็นเจ้าภาพนะครับ ได้ร่วมลงไปฟังแนวความคิดของการที่พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมขึ้นมา ผมมีโอกาสได้เป็น กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมมีโอกาสได้เห็นแนวความคิดภาคประชาชนได้รวมตัวขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะให้บ้านเมือง ของเราเจริญ ผมไปที่ไหนชาวบ้านจะพูดเสมอมาบอกว่าอยากให้นักการเมืองได้ฟัง แนวความคิดของคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ว่าตัวเองไม่ชนะก็อยากจะเอาแต่ให้มันชนะ อันนี้ไม่ได้ เขาบอกนะครับ เพราะฉะนั้นว่าวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางสภาพัฒนาการเมืองที่ได้มารับฟัง ความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทุกคน แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำพูดของกระผมนี้อาจจะทำให้ท่านได้คิดแนวดี ๆ ที่ไปพัฒนา สิ่งไหนที่ไม่ดี ท่านก็ไม่ต้องเอาไปพัฒนา ขอขอบคุณครับ