สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕

ผุสดี ตามไท หารือเรื่องสภาพัฒนาการเมืองของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาการเมืองเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ และเรียกร้องการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ในการรับผิดชอบและดำเนินการตามยุทธศาสตร์การเมือง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสภาพัฒนาการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ และการสร้างกลไกรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย และยังหารือเรื่องยุทธศาสตร์คุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง โดยเรียกร้องให้มีการวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบผู้ที่ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม และขอให้มีการกำหนดคุณลักษณะของธรรมาภิบาล และให้คะแนนธรรมาภิบาลของหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความมั่นคงและความสมานฉันท์ของสังคมไทย และเรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฎหมายและสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มีจริยธรรมและความเข้มแข็ง

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของรายงานประจำปี ๒๕๕๓ สภาพัฒนาการเมือง ท่านประธานคะ ใคร ๆ หลายคนเขาก็มั่นใจว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นจะมองเห็นการเจริญเติบโต ของประเทศหรือของสังคมคือที่พัฒนาไปนั้นการเมืองต้องพัฒนาไปด้วย และมีความมั่นคง มีเสถียรภาพ ประเทศใดที่ไม่พัฒนาการเมืองก็ไม่พัฒนา มันเป็นปัจจัยส่งเสริมซึ่งกันและกัน ที่จริงสำหรับประเทศไทยเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะ แต่ว่าเราไปได้ช้า ๆ แล้วก็อาจจะ ไม่ค่อยมั่นคงสักเท่าไร เพราะการเมืองของเรานั้นยังไม่ค่อยจะเข้ารูปเข้ารอย ท่านประธานคะ ดิฉันอาจจะขออนุญาตพูดในภาพกว้าง ๆ ทั้งในเรื่องอำนาจหน้าที่ และรวมไปถึงยุทธศาสตร์ แต่ว่ารายละเอียดนั้นคงจะไม่ต้องพูดถึงมากนัก ก่อนอื่นขอขอบพระคุณที่ได้กรุณาทำรายงาน มาอย่างดีเลยนะคะ แล้วดิฉันก็ดีใจมากเมื่อเวลาที่มีการก่อกำเนิดขึ้นมาของสภาพัฒนาการเมือง เพราะดิฉันเชื่อว่าถ้ามีหน่วยงานที่จะช่วยกันรับผิดชอบในเรื่องนี้ แล้วก็ทำในเรื่อง ของการเมือง เรื่องของประชาธิปไตยที่เราพูดถึงกันก็จะดีมากเลย แล้วดิฉันก็ดีใจเป็นพิเศษวันนี้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในด้านรัฐบาลกำลังถวิลหาเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริต ในเรื่องของธรรมาภิบาลทางการเมือง ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม

ขออนุญาตในประเด็นแรกก่อนนะคะ ในอำนาจหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมือง ที่เขียนเอาไว้ทั้งข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ นั้นสวยมากเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสริมสร้าง วัฒนธรรมอันดีทางการเมือง วิถีชีวิตประชาธิปไตย ในข้อที่ ๓ พูดถึงคุณธรรมและจริยธรรม แล้วก็ให้มีการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ในข้อที่ ๔ ท่านพูดถึงเรื่องของการส่งเสริม และพัฒนาให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง ดิฉันในฐานะที่มีพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ต้องถามเลยว่าคำนิยามสำหรับคำเหล่านี้คืออะไรคะ คำสวยมากเลย ในทางสังคมแต่ถ้าถามว่าท่านจะวัดนี่ท่านจะวัดอะไร ท่านมองอะไรเป็นเป้าหมาย อะไรเป็นตัวชี้วัด อะไรที่บอกว่าวัฒนธรรมอันดีทางการเมืองนี่คืออะไร ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรคือวิถีชีวิตประชาธิปไตย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรคะที่เราเรียกว่าคุณธรรมและจริยธรรม อะไรที่เราเรียกว่าความเข้มแข็งในทางการเมือง ดิฉันก็มองไม่เห็นนะคะ พยายามจะพลิกดู อย่างรวดเร็วก็มองไม่เห็นว่าคำนิยามอยู่ที่ตรงไหน ที่จริงพวกเราอยู่ในสภาเวลาจะเขียน กฎหมายก็ต้องดูคำนิยามก่อนเพื่อน แต่ว่าในการที่จะดำเนินการเพื่อจะไปสู่เป้าหมายหรือทำงาน ตามอำนาจหน้าที่ ดิฉันคิดว่ามันอาจจะง่ายขึ้นถ้าเผื่อว่ามีคำนิยามชัดเจน แล้วก็มีตัวชี้วัด ชัดเจนด้วย หากท่านมองไปที่ยุทธศาสตร์ดิฉันก็ต้องยอมรับว่าก็เห็นด้วยในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ มียุทธศาสตร์แรกที่พูดถึงเรื่องของการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริม ความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม บังเอิญเพื่อนสมาชิกได้พูดไปถึงเรื่องการเสริมสร้าง สถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระแล้ว ดิฉันก็จะไม่ขอพูดซ้ำอีก ก็จะขอเน้นย้ำกับท่านประธาน ให้ทราบว่าวันนี้คิดว่าสภาพัฒนาการเมืองนั้นต้องตระหนักจริง ๆ ว่าปัจจัยที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญมากที่สุดในการสร้างสังคมวันนี้คือเรื่องสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ วันนี้แทบจะหา ไม่ได้เลย ท่านก็ต้องไปมีคำนิยามว่ามันคืออะไร แล้ววันนี้มันไม่เป็นอิสระเพราะอะไร แล้วเราจะทำอะไรกันบ้าง แต่มีข้อ ๕ ที่ดิฉันคิดว่าอยากจะขอเพิ่มเติมก็คือเรื่องของการสร้าง กลไกรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย สภาพัฒนาการเมืองกล้าไหมที่จะออกมาเป็นผู้นำ ในการชี้แนะความคิดหรือในการให้ความเห็นต่อสาธารณะ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธาน ก็คุ้นเคยอยู่ที่สภานี้ เราเป็นเสียงข้างน้อยหลายวาระเราอึดอัดมากเพราะไม่ได้รับโอกาส ในการที่จะชี้แจงหรืออภิปรายความคิดเห็น ไม่ต้องอะไรหรอกเรื่องของการเลื่อนระเบียบวาระ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... จนกระทั่งนำไปสู่การที่ต้องมี การดึงเก้าอี้กัน นั่นเป็นเพราะอะไรคะ สังคมทั้งสังคมประณาม เราก็ประณามตัวเอง แล้วเรา ก็ขอโทษประชาชน แต่ประชาชนไม่มีโอกาสได้ดูเลยว่าเหตุการณ์ที่นำไปสู่เหตุการณ์ตรงนั้น คืออะไร การไม่เปิดโอกาสที่จะรับฟังเสียงข้างน้อยและเมื่อผลักให้เขาไปอยู่ที่มุม ไม่มีโอกาสเลย แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้แหละค่ะมันถึงนำไปสู่พฤติกรรมที่เราเรียกว่าไม่เหมาะสม แต่เหมือนกับเวลาที่เราจะปกป้องลูกเรา ลูกเรากำลังเสี่ยงอันตราย คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ คงจะต้องทำทุกวิถีทางเลยที่จะต้องปกป้อง ฉันใดก็ฉันนั้น สภาพัฒนาการเมืองกล้าหาญชาญชัยไหม ที่จะออกมาช่วยกันอธิบาย แทนที่จะอยู่ข้างหลังแล้วไม่พูดถึงเรื่องนี้เพราะถือว่าเป็นเรื่อง การเมือง ท่านจะทำอย่างไรที่จะสร้างกลไกรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย มันก็เป็น ภาพสะท้อนทั้งที่สภาและที่สภาชุมชนที่ไหนก็เหมือนกัน ท่านจะสร้างวัฒนธรรมอย่างไร ถึงจะให้มีการรับฟังเสียงข้างน้อยอย่างมีอารยธรรมท่านทำได้ไหมคะ ท่านต้องลอง บอกตัวอย่างนะคะ

ยุทธศาสตร์อีกอันหนึ่งที่ดิฉันติดใจและสนใจก็คือเรื่องของยุทธศาสตร์ที่ ๓ ว่าด้วยเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง สุดยอดเลย อันนี้คือหัวใจใหญ่ที่สุด ดิฉันคิดว่าการเมืองไม่พัฒนาเพราะวันนี้จริง ๆ แล้วถ้าจะพูดไป หลายคนก็พูด สมาชิกทางฝ่ายรัฐบาล ก็พูดถึงว่าอะไรคือคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง ท่านกล้าไหมที่จะวิพากษ์ว่า วันนี้ตรงไหนคะ หน่วยงานไหน ผู้บริหารคนใด นักการเมืองคนใดที่ไร้คุณธรรม แต่ก่อนที่จะ วิพากษ์ท่านก็คงจะต้องมีคำนิยามให้สาธารณชนเข้าใจพร้อม ๆ กันไปด้วยว่าที่ท่านพูดถึงนี้ คืออะไร แล้วท่านมีรายการตรวจสอบไหมคะ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตรงนี้คือไม่มีคุณธรรม ที่จริงแล้วองค์กรทุกองค์กรรวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรก็มีประมวลจริยธรรมด้วยเช่นเดียวกัน ท่านกล้าบอกไหมคะ ท่านกล้ารายงานให้ประชาชนทราบไหมคะเพื่อจะเป็นตัวอย่าง และทำให้สภาชุมชนทั้งหลายนั้นอย่าได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างหากพบว่ามีนักการเมือง ที่ไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ท่านทำได้ไหมคะ น่าสนใจนะคะ แล้วก็อย่างวันนี้เวลาเราพูดถึงนี่ ก็คือเราเห็นชัดเจน สื่อบางสื่อก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของการใช้อำนาจของนักการเมือง ใช้อำนาจของผู้บริหาร ใช้อำนาจของรัฐบาลโยกย้าย แต่งตั้ง จนกระทั่งมีเรื่องฟ้องร้อง ท่านกล้าวิพากษ์และกล้ายกเป็นตัวอย่างเพื่อจะอธิบายให้คนเขาฟังไหมว่าเราทำอย่างนั้น ไม่ได้ อันนี้คือสังคมประชาธิปไตยที่ทำอะไรมันต้องมีกฎเกณฑ์ จะลุกขึ้นใช้อำนาจกัน เลยขอบเขตที่กฎหมายให้ไว้ก็ทำไม่ได้ ดิฉันอยากให้ท่านนั้นเป็นตัวอย่างของการที่จะช่วยชักนำ ให้ผู้คนนั้นเขาคิดและได้ฟัง และได้เรียนรู้ว่าอะไรที่เราเรียกว่าคุณธรรมจริยธรรม วันนี้นักการเมืองที่อยู่ในระดับสูงถูก ป.ป.ช. ชี้มูลยังไม่ออกเลยค่ะ ไม่เห็นมีใคร วิพากษ์วิจารณ์อย่างนี้เป็นต้นนะคะ พูดถึงเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ก็เช่นเดียวกัน มีข่าวลง ผู้ที่เปิดโปงถูกย้ายไปเสียแล้ว แปลว่าอะไรคะ ท่านช่วยหน่อยได้ไหม

ในอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของธรรมาภิบาลทางการเมืองและการบริหาร ก็เช่นเดียวกัน ธรรมาภิบาลทางการเมืองนี้สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องของธรรมาภิบาล ภาครัฐและหรือธรรมาภิบาลภาคเอกชน ซึ่งวันนี้ทางภาคเอกชนเขาก็ตื่นตัวกันมากกว่า ภาคการเมืองเสียด้วยซ้ำ ท่านจะให้คำนิยามไว้ว่าอย่างไรคะ แล้วท่านจะมีลิสต์ (List) หรือว่ารายการตรวจสอบอย่างไรคะ ท่านบอกได้ไหมคะว่าหน่วยงานภาครัฐตรงใดบ้าง ที่มีธรรมาภิบาล ให้คะแนนไปเลยค่ะ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ หรือ ๑๐ ไปถึง ๐ ท่านทำได้ไหมคะ มันจะได้เป็นการเรียนรู้กันทั้งสังคมนะคะ

ในยุทธศาสตร์ที่ ๕ ท่านพูดถึงเรื่องความมั่นคง การจัดการกับความขัดแย้ง และการสร้างสังคมสมานฉันท์ ท่านคะ วันนี้อันนี้คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่งทีเดียวที่ทำให้ ประชาชนคนไทยไม่เคยเลยในประวัติศาสตร์ที่ต้องแตกแยกกันขนาดนี้ ไม่เคยเป็นศัตรูกัน แต่ลุกขึ้นมาด่าทอกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดิฉันคิดว่าสังคมไทยวันนี้ป่วยหนัก ท่านในฐานะ ที่เป็นสภาพัฒนาการเมืองท่านจะช่วยได้ไหมคะ จะมีงานวิจัยที่บ่งบอกตรงไหน แล้วท่านกล้าไหม ที่จะไปคุยกับบรรดาตัวละครต่าง ๆ ที่อยู่ในสมการตรงนี้ ท่านทำได้ไหมคะ มีเพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปแล้วมากมายนะคะ มันไปเกี่ยวพันกับเรื่องสื่อด้วย ความมั่นคงของมนุษย์ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ความขัดแย้ง แล้วก็การสร้างสังคมสมานฉันท์ ที่ดีที่สุดก็คือว่า เราคงต้องพูดกันกระมังคะว่าวิถีชีวิตประชาธิปไตยนี้มันคืออะไร คงไม่ต้องพูดกันอีกหลายครั้ง กระมังคะว่าเรื่องที่ ๑ เลยก็คือต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ท่านประธานก็ทราบท่านเป็น นักกฎหมาย ถ้าใครที่ทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด จะลดโทษอะไรก็ว่ากันไปตามหลักฐาน นั่นคือเรื่องใหญ่คือการปฏิบัติตามกฎหมาย การยกยอปอปั้นและการที่สื่อให้พื้นที่กับคนพูดเท็จ อยู่ตลอดเวลา อย่างนี้มันช่วยไหมคะให้เกิดสังคมสมานฉันท์ ดิฉันเชื่อว่ามันไม่ช่วยเลย และเราก็ไม่เคยมีวิธีการและไม่เคยมีกลไกอะไรเลยที่จะไปช่วยควบคุมดูแลแม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์ วันนี้คนเขาถึงบอกว่าคนดีนี่อยู่ยาก คนที่ซื่อสัตย์สุจริตอยู่ยาก วันนี้โพล ซึ่งไม่ทราบเชื่อได้ หรือเปล่านะคะ ก็ถามไปว่าความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ตัวเลขที่ยอมรับ สูงขึ้น ไม่เป็นไรทำเถอะถ้าเผื่อฉันได้ประโยชน์ ท่านเคยช่วยเขาคิดบ้างไหมว่าไม่มีประเทศไหน ในโลกที่ถ้ามีการทุจริตคอร์รัปชันแล้วจะเดินหน้าต่อไป พัฒนาต่อไปได้ ไม่มีทาง ไม่เห็นมีใคร ช่วยตรงไหน มีแต่บอกว่าเออตกใจ แต่ก็ยังไม่เห็นสนใจ ที่จริงแล้วนี่คือรากเหง้าที่ป่วยหนัก ของสังคมไทยเลยนะคะ เพราะฉะนั้นกระบวนการสร้างสังคมสมานฉันท์และความมั่นคง ตรงนี้มันต้องทำให้สังคมนั้นอยู่กับร่องกับรอย ร่องรอยที่ ๑ ก็คือเรื่องของการปฏิบัติตาม กฎหมาย ท่านทราบไหมคะว่าโพล ๒-๓ ปีที่แล้วถามว่ามีประชาชนคนไทยเป็นสัดส่วน สักเท่าไรที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ท่านประธานคะ ดิฉันมักจะยกตัวอย่างตรงนี้เสมอ ตัวเลขสูงเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านขับรถ ออกมาจากบ้านท่านนั่งรถออกมาจากบ้านท่านจะเห็นคนทำผิดกฎจราจรตลอดเวลา แล้วจะเพรียกหาประชาธิปไตยทำไมคะ เพรียกหาประชาธิปไตยแบบไหนคะ ท่านต้องช่วยแล้วค่ะ ท่านต้องบอกเลยอะไรที่ถูก อะไรไม่ถูก อะไรควร อะไรไม่ควร ถ้าท่านไม่ช่วยทำดิฉันก็ไม่ทราบว่า ท่านจะอยู่ทำไมในฐานะที่เป็นสภาพัฒนาการเมือง การเมืองคือหัวใจ การเมืองคือชีวิต ดิฉันคิดว่า ท่านเลือกเอาสัก ๒ เรื่องก็พอเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำการเมืองกับเรื่องของ วิถีประชาธิปไตยที่ท่านต้องไปสร้างความเข้มแข็งในชุมชนที่ให้เข้าใจและให้สำเหนียกจริง ๆ ว่า ประชาธิปไตยนั้นก็คือวิถีชีวิตของเรา การเมืองคือชีวิต ชีวิตคือการเมือง การเดินเข้าคูหา กากบาทนั้นคือหมายถึงการมีชีวิตรอดของท่านจะดีหรือไม่ดีอันนั้นคือเรื่องหนึ่ง

สุดท้าย ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตเสนอแนะว่าในอนาคต รายงานปีหน้าดิฉันอยากจะเห็นข้อมูลที่มันเป็นแบบวิทยาศาสตร์คือเห็นคำจำกัดความ และเห็นรายการตรวจสอบเพื่อที่จะมองเห็นภาพชัดว่าวันนี้สังคมไทยมีการพัฒนาการเมือง ไปอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมตามยุทธศาสตร์ที่ท่านว่ามานะคะ สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธาน ดิฉันอยากให้ท่านช่วยติดตามดูเลยนะคะ ท่านพูดถึงเรื่อง สภาพัฒนาการเมืองได้เริ่มดำเนินโครงการแล้วก็ดำเนินการตำบลต้นแบบเรียนรู้จำนวน ๖๔ ตำบลตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แล้วก็มาปี ๒๕๕๓ ขยายเป็น ๓๑๙ ตำบล ปีนี้ปี ๒๕๑๕ ท่านไปตามดูหน่อยได้ไหมคะว่ายุทธศาสตร์ที่ดิฉันพูดถึงเหล่านี้ว่าชุมชนหรือตำบลต้นแบบ เรียนรู้นี่เขาไปถึงไหน วิถีชีวิตประชาธิปไตยของเขาถ้าท่านมีคำจำกัดความแล้วท่านมีรายการ ตรวจสอบท่านช่วยบอกทีว่าต้นแบบเหล่านั้นไปถึงไหนแล้วและในการใช้สิทธิของเขา ในการเลือกตั้งเป็นอย่างไร เพราะวันนี้มีการนับคะแนนที่หน้าหน่วยง่ายมากเลยที่เราจะไป เสาะแสวงหาข้อมูลแล้วท่านก็ไปทำวิจัยหน่อยหนึ่งนะคะ แล้วท่านก็ดูเลยว่าในตำบลเหล่านั้น การเลือกตั้งทั้งนักการเมืองท้องถิ่นอะไรก็แล้วแต่เป็นอย่างไร สอดคล้องไหมกับสิ่งที่ท่าน ตั้งเป้าเอาไว้รวมถึงยุทธศาสตร์ที่ท่านใช้ด้วย ทั้งหมดนี้ดิฉันอยากจะขออนุญาตท่านประธาน ฝากกับกรรมการที่ได้ช่วยกรุณามารับฟังข้อคิดความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความปรารถนาดีและด้วยความเป็นห่วง แล้วทั้งหมดนี้ก็เพียงอยากจะมองเห็นว่า สภาพัฒนาการเมืองจะสามารถเป็นองค์กรผู้นำที่นำให้สังคมนั้นไปอยู่กับร่องกับรอย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอบพระคุณค่ะ