สมคิด จี้ปรับกระบวนการคัดเลือกตัวแทนองค์กรให้โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕

สมคิด บาลไธสง อภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง โดยเสนอแนะให้ปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกตัวแทนองค์กรให้โปร่งใสและเป็นกลาง พร้อมทั้งหารือเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๓ เรื่องคุณธรรมจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม และเสนอแนะให้เพิ่มจำนวนผู้ได้รับเชิดชูเกียรติในระดับหมู่บ้านและตำบล รวมถึงเรียกร้องให้ประเมินโครงการกับบุคคลทุกระดับอย่างเข้มข้น

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมอยากร่วมอภิปรายเกี่ยวกับรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง ผมขอแสดงความยินดีกับสภาพัฒนาการเมือง ผมอยากอภิปรายตรงองค์กรนะครับ องค์ประกอบ ของสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองอันดับแรก ผมดูจากคณะกรรมการหลาย ๆ ส่วนที่มาร่วม ผมก็ไม่แน่ใจว่าการได้มาของผู้แทนองค์กรนี้ได้มาอย่างไรบ้าง เพราะว่าเท่าที่เรา ได้อยู่ในวงการเมืองก็ยังไม่ทราบว่าคัดเลือกกันมาอย่างไร อันนี้อาจจะเป็นการประชาสัมพันธ์ ขององค์กรอาจจะไม่ทั่วถึงหรืออย่างไร ผมเองก็สนใจ ทำอย่างไรเราจะได้อยู่ใน สภาพัฒนาการเมืองอย่างนี้ เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาก็รู้ว่ามันมี แต่ว่าวิธีการได้มาได้อย่างไรบ้าง ผมดูบางคณะหรือบางตัวแทนขององค์กร เช่น อย่างองค์กรตัวแทนที่เขาได้มาโดยตำแหน่ง มี ๖ ท่าน มี ๖ ตำแหน่ง เลขาธิการ กกต. เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เลขาธิการ ป.ป.ช. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเลขาธิการ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ก็ได้มาโดยตำแหน่ง แต่ได้มาโดยตำแหน่งนี้กฎหมายต่าง ๆ ขององค์กร ต่าง ๆ ที่ได้มานี้เราได้เป็นกฎหมายที่ได้มาผ่านคณะกรรมการหรือผ่านของสภาผู้แทนราษฎรมา หรือผ่านของสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างนี้ผมก็ไม่มั่นใจในการได้มาของตัวแทนองค์กร หากว่าองค์กรต่าง ๆ ที่ได้มาตามวิถีทางของประชาธิปไตยแล้วก็ยินดีด้วย แต่ก็ขอให้ทาง สภาพัฒนาการเมืองได้ประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นในการได้มา การคัดเลือกตัวแทนจังหวัด อย่างนี้ ผมอยู่จังหวัดหนองคายผมก็ไม่ได้เห็นว่ามีการประชาสัมพันธ์ให้มีการคัดเลือก คัดเลือกตอนไหน เลือกคนกลุ่มไหนมา เวลาไหนอย่างนี้นะครับ คือมันไม่ชัดเจน ก็อยากเสนอแนะให้โอกาสต่อไปถ้ามันหมดวาระอะไรอย่างนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ ให้ประชาชน ทุกองค์กรทุกอาชีพได้เข้าใจที่มาก็จะเป็นการดี อยากได้คนที่มาในองค์กรของสภาพัฒนาการเมือง เป็นคนที่เป็นกลางจริง ๆ ไม่ใช่คนอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาแล้วก็มาพัฒนาเอนเอียงไป อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่ถูกต้อง คือเอาหลักการประชาธิปไตยมาพัฒนากันจริง ๆ อันนี้ก็ขออภิปราย ไว้เพียงเท่านี้

ท่านครับ ส่วนที่ผมอยากอภิปรายเพิ่มเติมก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๓ เรื่องคุณธรรม และจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง ยุทธศาสตร์อื่นผมไม่สนใจ ยุทธศาสตร์ข้อนี้สำคัญมาก แต่ผมดูแล้วรู้สึกว่ามีโครงการในการพัฒนาน้อยมาก ผมดูในปี ๒๕๕๓ มีแค่ ๕ โครงการ แต่โครงการพัฒนาอื่นมีมากเหลือเกิน แต่เรื่องนี้น่าจะมากที่สุดในการพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง อย่าว่าตั้งแต่ระดับผู้แทนราษฎรเลย ไล่มาตั้งแต่ระดับ หมู่บ้านเลย เราทำอย่างไรจะกระจายเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนี้ให้ออกไปให้มากที่สุด ให้คนมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชน อยากให้ผู้นำ ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวนี้ทุกท่านคงยอมรับกันว่า หลายคนบอกว่าเลือกตั้งท้องถิ่นถ้าไม่มีเงินไม่ได้หรอก นี่เป็นการยอมรับมาโดยดุษฎีเลย ผมก็พยายามต่อต้านแนวคิดนี้อยู่ ผมกำลังจะเอาคุณธรรมเอาความดีงามเข้าไปสู้อยู่ แต่ก็สู้ยังไม่ได้ แต่ทำอย่างไรเราถึงจะสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้คนที่จะเป็นผู้นำ เป็นนักการเมืองไม่ให้ยอมรับตรงนี้ เราพูดกันมาไม่พูดความจริงกัน ซื้อกันโครม ๆ แต่ไม่มีการจับกัน โฆษณาไปอย่างนั้นละแต่ว่าเลือกตั้งผู้แทนราษฎร เลือกตั้ง ส.ว. เลือกตั้ง อบจ. เลือกตั้ง ส.จ. เลือกตั้งนายก หรือ ศอ.บต. เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หนักมากครับ หลายท่านว่าไปแล้ว ผมอยากเสริมตรงนี้ ถ้าจิตสำนึกของผู้ที่จะเป็นผู้นำ ทางการเมืองหรือนักการเมืองขาดคุณธรรมจริยธรรมตรงนี้แล้ว ผมว่ามันก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ผมก็อยากให้สภาพัฒนาการเมืองเน้นตรงนี้ ทำอย่างไรที่จะเกิดจิตสำนึก บอกว่าการทำอย่างนี้ มันไม่ดีนะ เดี๋ยวนี้มันยอมรับกันไปแล้วครับ การเมืองท้องถิ่นต้องใช้เงินเท่านั้น พูดไปอย่างนี้ทุกคน ผมฟังบางทีน้อยใจ คนไม่มีเงินแต่อยากทำงาน แต่เรายังแก้ไม่ได้ แล้วก็หัวเราะเยาะกัน เงินไม่มีไม่ได้เป็นหรอก ไม่ชนะหรอก มันจะอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าภาคไหน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ เหมือนกันหมด ท้องถิ่นใช้เงินซื้อเสียงมากที่สุด ซื้อมากกว่า ส.ส. ด้วย อันนี้จะทำอย่างไร ผู้ใหญ่บ้านบ้านผมบางหมู่บ้าน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท บางคน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ยังตก ผู้ใหญ่บ้านนะครับ แค่หมู่บ้านมีคนเลือกตั้งแค่ ๒๐๐-๓๐๐ คน ใช้เงินเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทแต่ก็ตก คนที่ได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทได้ อันนี้เป็นอุทาหรณ์ แล้วไปเลือกตั้งมาเพื่ออะไรเป็นผู้นำแบบนี้ แล้วศรัทธาอยู่ตรงไหน ชาวบ้านจะเชื่อถืออย่างไร ผมอยากให้เริ่มตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ตั้งแต่หมู่บ้านมาเลย การเลือกตั้งทำอย่างไรจะให้ มันบริสุทธิ์ยุติธรรม เจ้าหน้าที่ผู้จัดการเลือกตั้งก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นกลุ่มของตัวเอง ก็เป็นธรรมหรือ สังเกตดูนะครับ กกต. ระดับจังหวัดผมอยากให้ตรวจสอบ แล้วเปลี่ยนบ่อย ๆ อย่าให้เป็นนาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร้องเรียนไป เขาซื้อเสียงอยู่บ้านนี้นะไปจับหน่อย ไปตรวจสอบหน่อย ผมไม่มีหน้าที่ไปจับ คุณหาหลักฐานมาเอง ให้ผู้สมัครไปตามจับ ให้ผู้แข่งขันไปตามจับเดี๋ยวก็ว่ากลั่นแกล้งกัน ผมอยากให้มีหน่วยงานที่เอากันจริง ๆ จัง ๆ ผมนี่เจ็บปวดที่สุด เป็น ส.ส. ได้เลือกตั้งที่ผ่านมา ๒ รอบ เลือกตั้งอาทิตย์เดียว อาทิตย์ที่ ๒ ผมได้มาเลือกตั้งใหม่ เพราะคนแพ้มาร้อง คนใช้เงินไปเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท แต่มาฟ้องผม ที่ไม่มีเงิน เจ็บปวดมาก ทำอย่างไรการเลือกตั้งมันจะบริสุทธิ์ยุติธรรม คนที่ฟ้องเราเป็นฝ่ายผิด แต่เราไม่รู้จะเอาผิดอย่างไร เพราะกรรมการก็ไม่ได้เห็นว่าจะเข้าข้างเรา ถ้าสมมุติว่าเขาได้มา แล้วคุณมาเป็นเพื่ออะไร จ่ายเงินเป็นร้อยล้าน มาเป็นผู้แทนราษฎรคุณได้เกียรติอะไร ผมคิดอย่างนั้นนะ เราจะทำอย่างไรการเมืองของเราจะบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมถึงเห็นคุณธรรม และจริยธรรมข้อนี้ ถ้าข้อ ๓ คุณทำไม่ได้ ข้ออื่นไม่ต้องพูดถึงเลย คนที่จะเป็นผู้นำคนคิดว่า จะซื้อหัวคนมาเป็น ผมก็ฝากยุทธศาสตร์ที่ ๓ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะก็คล้าย ๆ กับ คณะกรรมการท่านได้สรุป ผมเห็นด้วยนะครับ เช่นการประเมินโครงการอย่างนี้ก็ควรจะมีเกณฑ์ เกณฑ์ให้มาตรฐาน อย่าเกณฑ์ต่ำเกินไป ถ้าเกณฑ์ต่ำแล้วมันก็ทำให้เรื่องพวกนี้มันไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม คืออยากให้ทำเกณฑ์สูงไว้ ให้มีตัวชี้วัดมาก ๆ เรื่องการจ่ายเงินก็เหมือนกัน การจ่ายเงินเห็นด้วยกับผู้สรุปไว้ เห็นด้วย ทำอย่างไรการควบคุมการจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ของสภาพัฒนาการเมืองถึงจะโปร่งใส หรือโครงการต่าง ๆ ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ ผมอ่านดูในเอกสาร บางจังหวัดหรือบางหน่วยงาน ไม่มีโครงการในการอบรมพัฒนา แต่บางจังหวัดผมยกตัวอย่างนะครับ อันนี้ยกตัวอย่าง ไม่ได้คิดอะไร ผมยกตัวอย่างที่ในเอกสาร จังหวัดสุโขทัยจังหวัดเดียวมีตั้ง ๑๘ โครงการ อันนี้ผมดูในเอกสาร แล้วดูสถาบันอื่น ๆ น้อยมาก ๑ โครงการอย่างนี้ ผมว่าทำไมถึงไปทำ ที่จังหวัดเดียวมากขนาดนั้น มันก็เลยเป็นตั้งข้อสังเกตว่าหรือสภาพัฒนาการเมืองเรามี กรรมการอยู่ที่นั่น เลยไปเน้นอยู่ที่ข้างบ้านตัวเองหรือเปล่า แต่ถ้าอย่างนี้ผมว่าการพัฒนา มันไม่ทั่วถึง ผมก็อยากว่าทำอย่างไรมันถึงจะได้มีการพัฒนากว้างออกไปกว่านั้นนะครับ อันนี้ก็เพียงตั้งข้อสังเกตนะครับ

อีกอันหนึ่งที่อยากเสนอแนะ ผมอ่านดูในเอกสารว่าการคัดเลือกบุคคลที่ดีเด่น อะไรในระดับต่าง ๆ น่าจะทำมากกว่านี้ ทั้งประเทศมี ๒-๓ คน แล้วคัดมาทำไมแค่นี้ มันก็ไม่คุ้ม มันน่าจะมีดีเด่นระดับหมู่บ้าน มันน่าจะจังหวัดละ ๑ คนอย่างนี้นะครับ ในแต่ละปี คือทำวุฒิบัตรให้เขา เชิดชูเกียรติเขา คนที่ทำงานดีเด่นหรือในเรื่องการบ้านการเมืองนี่ครับ น่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเพราะว่ามันน้อยมาก ถ้าน้อยมากเกิดปีละคน ๒ คนอย่างนี้ ๑๐๐ ปีได้ ๑๐๐ คน การประชาสัมพันธ์มันก็ไม่กระตุ้นคนที่มาสนใจเรื่องนี้มาก ผมก็อยากให้ จังหวัดหนึ่ง ๆ หมู่บ้านละ ๑ คน หรือตำบลละ ๑ คนต่อปีอย่างนี้ แล้วจังหวัดละ ๑ คน อำเภอละ ๑ คนให้เป็นระดับ ๆ ไปมันน่าจะลงทุนอย่างนี้ คือให้แผ่นกระดาษเชิดชูเกียรติเขา แค่ให้เขามารับ มาให้ความคิดความอ่านเขา ก็คงจะเป็นการขยายการปฏิบัติงานดีเด่น ที่เป็นตัวอย่างนะครับ

สำหรับเรื่องอื่น ๆ นั้นผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ ผมเห็นด้วยอยู่แล้วในการกระทำ ของสภาพัฒนาการเมือง แต่ก็ทำให้มันเข้มข้นขึ้นไป ให้เข้มข้นขึ้นอีกกว่าเดิมในการประเมิน ในการประเมินโครงการ ในการประเมินบุคคลก็ตาม ให้เกียรติบุคคลทุกระดับ ผมก็ขอฝากไว้ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ