ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงและเรียกร้องให้สภาพัฒนาการเมืองดำเนินการตามยุทธศาสตร์ และเสนอกำลังสนับสนุนให้รัฐสภาเพิ่มงบประมาณ ส่วนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เสนอความคิดเห็นเรื่องการกระจายอำนาจและสร้างความเป็นธรรมในการบริการทรัพยากรหรือการบริหารทรัพยากร เพื่อคนรุ่นหลังของเรา และเรียกร้องให้สภาดำเนินการตามยุทธศาสตร์นี้ โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความเป็นประชาธิปไตยร่วมกัน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้ขอเวลากับทางวิปว่าขอ ๒๐ นาที เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และผมให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงระยะเวลาที่ได้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กระแสการสร้างการมีส่วนร่วม ในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ในประเทศของเรา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าในช่วงที่ผม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับประธานสภาพัฒนาการเมือง มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานองค์กรอิสระ อีกหลายองค์กร และหลายองค์กรก็ได้มีความร่วมมือด้วยกันในการที่จะขับเคลื่อน เพื่อใช้การศึกษาในการสร้างความเป็นพลเมืองและสร้างความเป็นประชาธิปไตย ในประเทศของเรา แม้ในพื้นที่ของผมถ้าผมมีโอกาสไปร่วมงานกับชุมชน ผมมีโอกาสได้เห็น สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองผมจะให้เกียรติและเอ่ยชื่อถึงท่าน เพราะผมถือว่านั่นคือบุคคล ที่มีจิตอาสาที่จะมาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สิ่งสำคัญที่ท้าทายต่อการพัฒนาประเทศชาติของเรา และถ้าบ้านเมืองของเราไม่สามารถที่จะ พัฒนาทางการเมืองให้ไปสู่เป้าประสงค์ ก็คือการสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ผมคิดว่าปัญหาอื่น ๆ ก็จะตามมา เมื่อตอนกลางวันนี้กระผมได้ติดตามท่านผู้นำฝ่ายค้านไปพบกับสมาคมมันสำปะหลัง ก็เห็นภาพประชาชนเขาก็รวมกลุ่มกันในอาชีพต่าง ๆ ได้เห็นการสะท้อนถึงหลักคิดว่า เราจะทำอย่างไรที่จะให้ภาคเอกชน ภาคธุรกิจเอกชนนั้นมีความเข้มแข็ง เพราะธุรกิจ เศรษฐกิจของประเทศจะก้าวหน้าได้ต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานของการที่ภาคเอกชนทางธุรกิจ ต้องมีความเข้มแข็ง มีการแข่งขันโดยเสรี เช่นเดียวกันในทางการเมืองครับท่านประธาน เราต้องมีความเชื่อเป็นหลักของทางการเมืองก่อนว่าเราจะต้องสร้างสถาบันทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลักความเชื่อนี้ผมได้มาอ่าน รายงานของสภาพัฒนาทางการเมือง ซึ่งผมก็ขอชื่นชมว่าท่านทำได้ดีมาก กับหน่วยงาน ที่ไม่มีงบประมาณต้องอาศัยเงินกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองของสถาบันพระปกเกล้า แต่เห็นกระบวนการในการที่ท่านจัดทำรายงานเข้ามาไม่แพ้หน่วยงานใหญ่ ๆ ที่รับงบประมาณ ไปจากสภานี้เป็นพันล้าน เป็นหลายพันล้านเลย และที่สำคัญที่สุดกระบวนการทั้งหมด ของท่านได้พยายามที่จะขับเคลื่อนให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการที่จะพัฒนาทางการเมือง มีหลายประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงแต่ว่าเนื่องจากข้อจำกัดด้วยเวลา ๒๐ นาที ผมก็อยากจะ ลงไปลึกหน่อยเพื่อที่จะให้ตัวแทนของสภาพัฒนาการเมืองได้รับความคิดเห็นซึ่งสะท้อน มาจากหลายพื้นที่ สะท้อนมาจากหลายองค์กร อย่างน้อยที่สุดผมในฐานะส่วนหนึ่ง เป็นประธานคณะทำงานสมัชชาประชาชนของพรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อมั่นในการที่จะต้อง อดทนรับฟังความคิดเห็นแสวงหาความร่วมมือและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของส่วนรวม เชื่อมั่นในหลักของการดำเนินการในการที่จะรับฟังความคิดเห็น การตรวจสอบความคิด การใช้วิธีการแห่งปัญญาในการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนตัวแทนของ สภาพัฒนาการเมืองว่าท่านต้องไม่ท้อถอย และต้องเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็งให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ที่พวกเราทั้งหลายในสภาแห่งนี้ได้พยายามเรียกร้องหา ๘๐ ปีของระบอบประชาธิปไตย ในประเทศไทย ผมคิดว่าท่านประธานและตัวแทนของสภาพัฒนาการเมืองได้เห็นแต่ละกลุ่ม ออกมาเรียกร้องในวันที่ ๒๔ มิถุนายนกันมากมายแล้วครับ แต่ว่าส่วนใหญ่ก็เป็นข้อเรียกร้อง ที่เป็นผลประโยชน์ของนักการเมือง เป็นผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ว่าเราก็ยังไม่เห็นการชี้นำ ของหน่วยงานใดหรือกลุ่มใดที่ออกมาเรียกร้องที่ข้ามพ้นประโยชน์ของนักการเมืองและ ผลประโยชน์ทางการเมือง นั่นคือการที่จะต้องมาพูดจา มาชี้นำทางความคิดในการสร้าง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เกิดขึ้นจริง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถ ที่จะทำได้โดยเพียงการที่จะจัดตั้งพรรคการเมือง โดยเพียงที่จะจัดตั้งกลุ่มพลังมวลชน หรือโดยเพียงที่จะจัดตั้งสถานีสื่อสารทางความคิดสถานีใดสถานีหนึ่ง แต่เรื่องนี้จะต้องเป็น พับลิก โอพิเนียน (Public opinion) เป็นประชามติของพี่น้องประชาชนที่ต้องอาศัย ความรู้ความเข้าใจให้เขาเท่าทันและเขาได้ร่วมกันในการสร้างพลังในการขับเคลื่อน ผมคิดว่า ถ้าหลักคิดนี้ของสภาพัฒนาการเมืองชัดเจนวันนี้ผมอยากเรียนไปทางเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้าและประธานรัฐสภาขอให้ท่านได้ช่วยดูแลงบประมาณให้สภาพัฒนาการเมือง มากกว่านี้ ประเด็นที่ผมจะลงลึกมีเพียงประเด็นเดียวแหละครับ นั่นคือเรื่องยุทธศาสตร์ของสภาพัฒนาการเมือง ที่ผมอยากจะให้ท่านทั้งหลายที่เข้าไปร่วมกิจกรรมในการทำงานนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ท่านไปอยู่ แค่เพียงระบบราชการหรือไปอยู่เพื่อเพียงที่จะทำงานประจำ แต่วันนี้ในสถานการณ์ ทางการเมืองแบบนี้มันเป็นเรื่องท้าทายที่สุดที่ทุกองคาพยพต้องเข้ามามีส่วนร่วมกันในการที่จะ ขับเคลื่อนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่อย่างนั้นท่านลองฟังเสียงที่พูดในสภานี้สิครับ อย่างน้อย เป็นตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นปัญหาได้อย่างชัดเจนครับท่านประธานว่าหลักคิดของคน ยังแตกต่างกัน ผมจำได้ ผมเป็นนิสิตนักศึกษาสมัยปี ๒๕๑๖ ผมเป็นศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา แห่งประเทศไทยในภาคใต้ ผมเป็นศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ศูนย์นิสิตนักศึกษาวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ในวันนั้นเราก็มีการถกเถียงทางความคิด มีหลายคนก็ถกเถียงกันในหมู่นักศึกษาและแกนนำว่าระบบหลายระบบ สถาบันหลายสถาบัน มีความจำเป็นกับประเทศไทยหรือไม่ ผมแปลกใจครับวันนี้ผมเดินทางบนเส้นทางการเมือง มาเกือบ ๓๐ ปีในสภานี้ กลับต้องมาเจอคำถามแบบนี้อีกแล้ว ผมเคยได้ฟังคำสัมภาษณ์ของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย นักต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยทั้งพฤตินัย นิตินัย อย่างยาวนาน ท่านบอกว่านักการเมืองของเราพัฒนาไปอย่างมากมายในเรื่องของปริมาณ ในเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา แต่ว่าในเรื่องของการที่จะขับเคลื่อนความเป็น ประชาธิปไตยและความคาดหวังของประชาชนกับนักการเมืองในยุคปัจจุบันนี้อ่อนลงมา และที่สำคัญนักการเมืองต่างหากเล่าครับท่านประธานที่สร้างให้เกิดความแตกแยก ทางความคิดเหล่านี้ขึ้นมา จนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราก็เรียกร้องการเมืองภาคประชาชนขึ้นมา การเมืองที่พี่น้องประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผมอยากเห็นรัฐบาลต้องให้ความสนใจ ในข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาการเมือง และแน่นอนที่สุดถ้ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจ และหยิบยกเอากิจกรรมต่าง ๆ ไปขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่ายที่สภาพัฒนาการเมือง ได้พยายามขับเคลื่อนมา คงยากครับ
ท่านประธานครับ มาดูยุทธศาสตร์ที่ ๑ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม แน่นอนครับ นักต่อสู้ต่างเจ็บปวดและล้มตาย ไปมากมาย แต่คนที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็จะต้องเกิดขึ้นมาไม่มีวันจบสิ้นครับ สถานการณ์ยุคหนึ่งอาจจะมีบางคนแต่งร้อยตำรวจเอกเก๊ เทียม ปลอม มาหลอกลวง ประชาชนได้ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครสามารถที่จะใส่เสื้อประชาธิปไตยและหลอกลวง ประชาชนได้เสมอไป เพราะประชาชนยอมให้หลอกได้บางครั้งแต่ไม่สามารถที่จะหลอกได้ทุกครั้ง และสามารถหลอกประชาชนบางคนได้ แต่ไม่สามารถที่จะหลอกประชาชนทุกคนได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สภาพัฒนาการเมืองต้องทำตามยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือว่าการคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ และต้องสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมขึ้นมา วันนี้ผมเห็นว่า มีนักการเมืองชอบพูดอยู่เสมอครับท่านประธาน บอกว่ามี ๑๕ ล้านเสียงชนะ นี่คือความชอบธรรม ในระบอบประชาธิปไตยหรือ ผมเป็นฝ่ายค้านผมก็มี ๑๑ ล้านเสียงครับท่านประธาน แต่ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยเพียงฝ่ายเดียว ระบอบประชาธิปไตยจะมีความชอบธรรมได้นั้นผมคิดว่าทุกฝ่ายต้องดำเนินการตามกฎหมาย หรือเรียกว่าปกครองโดยกฎหมาย หรือเรียกว่าต้องมีระบบนิติธรรม เพราะฉะนั้นหลักการ พื้นฐานเบื้องต้นในระบบนิติธรรมก็คือว่าเขาจะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกบอกว่าเวลามีการชุมนุม มีการประท้วง ก็ถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ การเมืองก็เหมือนการกีฬาครับ ท่านประธานกับผมลงแข่งกันถ้าผมทำผิดกติกา คณะกรรมการก็อาจจะให้ใบเหลืองผมก็ออกไป ถ้าเป็นผิดกติการุนแรงก็ให้ใบแดงผมก็หยุดไป ติดคุกไป ไม่เป็นไรครับแต่กติกาต้องคงอยู่ คนส่วนใหญ่ต้องได้รับการคุ้มครองมากกว่า นักการเมืองซึ่งว่ากันตามจริงก็เป็นคนกลุ่มน้อย แพ้ชนะแล้ววันนี้ยังมีการเรียกร้องอีกว่า เกมกีฬาก็ผ่านไปแล้วแต่ทำไมยังมีกองเชียร์มาไล่นักกีฬากันอีก อย่างนี้สภาพัฒนาการเมือง เราจะคิดอย่างไรครับ เพียงแต่คุ้มครองสิทธิของคนที่มีอำนาจในทางการเมืองวันนี้ถูกละเลยเพิกเฉย จากการที่สังคมจะต้องตรวจสอบ ถูกละเลยเพิกเฉยจากคนที่เป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง หรือถือว่าการไปเล่นฟุตบอลกันในสนามกีฬาใครจะโยนขวด ใครจะโยนถุงน้ำมาก็เป็นเรื่องที่ ไม่ใช่น่ารังเกียจอะไร ถ้าเราปล่อยให้สังคมเป็นไปเช่นนั้นก็คงยากครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ท่านได้วางพันธกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของพลเมืองและสิทธิชุมชน การคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน การเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ สร้างกลไกปรึกษาหารือสาธารณะ และสร้างกลไกในการรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย ทั้งหมดนี้มันชัดเจนเลยครับ ถ้ากระบวนการเหล่านี้ได้พัฒนาขึ้นมาในประเทศไทยหวังใจได้เลยครับว่ายุทธศาสตร์ ของท่านจะต้องเกิดขึ้น ผมอยากจะให้ท่านทำให้เกิดพลังจากภาคประชาสังคมจากตัวท่านเองก่อน ก่อนที่ท่านจะสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาสังคม สร้างแนวร่วมเครือข่ายต่าง ๆ ใครก็ตามที่กระทำการไม่ใช่เป็นการเคารพสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นต้องถูกประณาม สังคมต้องไม่ยอมรับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง อันนี้เป็นหัวใจสำคัญนะครับ ท่านประธานและผมต่างก็อาจจะเคยไปดูงานในหลายประเทศที่มีการพัฒนาทางการเมือง และเป็นต้นแบบ ไม่ว่าประเทศสิงคโปร์หรือประเทศเยอรมันหรือแม้แต่ประเทศอังกฤษ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเสริมสร้างความรู้ทางการเมืองแก่พลเมืองที่เรียกว่า ซีวิค เอดูเคชัน (Civic education) เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเป็นพลเมือง ไม่สามารถสอนได้โดยปากเปล่าแต่มันต้องสอนจากกิจกรรมจากการหล่อหลอม ช่วงรัฐบาลที่แล้ว ได้ทำการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ หัวข้อหลักสำคัญที่เราต้องการทำให้เกิดขึ้น ก็คือพลเมืองยุคใหม่ของเราที่เป็นพลเมืองและเราไม่มีวิธีการอื่นที่จะตอบโจทย์นี้ มีวิธีการเดียวเท่านั้นก็คือการใช้การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองที่เรียกว่าซีวิค เอดูเคชัน เมื่อกี้บังเอิญผมมีโอกาสได้คุยกับท่านประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมฝากท่านว่าช่วยประสานกับสภาพัฒนาการเมือง ช่วยจับมือกันหน่อย เรียกเอาหน่วยงาน ทางการศึกษาทั้งหมดมาขับเคลื่อนตามโรด แมพ (Road map) ที่ได้เคยศึกษาไว้แล้วครับ ถ้าท่านจะไม่รังเกียจในเรื่องของตัวบุคคล ตอนนั้นท่านอาจารย์ธงทอง จันทรางศุ ท่านอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รวมทั้งคณะกรรมการที่ผมได้แต่งตั้งขึ้นมาได้ทำเรื่องนี้ อย่างเป็นระบบว่าเราจะขับเคลื่อนของการที่จะสร้างการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ได้อย่างไร ผมอยากจะให้ท่านได้ไปดูในส่วนนี้ นอกจากนั้นในส่วนอื่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เรา จะต้องสนับสนุนกัน ขอเวลานิดเดียวสำคัญครับท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ ผมเรียนอย่างนี้ว่าในประเทศเยอรมันผมคิดว่ายกตัวอย่างได้ดีมากและผมชอบมาก ก็คือรู้ถูก รู้ผิด มีจิตสาธารณะ เขาสร้างพลเมืองของเขาเป็นอย่างนี้หลังจากเขารวมประเทศ เยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตก สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งที่แปลกปลอมของระบอบ ประชาธิปไตย แม้เขาจะเป็นคอมมิวนิสต์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว วันหนึ่งเมื่อรวมประเทศมีคนกลุ่มหนึ่ง ยังมีความคิดเดิมขอตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมันขึ้นมา ถูกเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรคการเมืองที่เรียกว่าพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะเจตนารมณ์ ในการรวมประเทศเพื่อต้องการที่จะให้เป็นระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นนี่คือการที่เรา จะต้องมาตอบโจทย์หลักคิด และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับถ้าไม่เริ่มต้นจากการใช้ การศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ให้คนรู้จักหน้าที่ ให้รู้จักสิทธิและเสรีภาพ ให้เคารพ ซึ่งกันและกัน ให้เห็นประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนตน ให้ใช้วิธีการแห่งปัญญา ในการแก้ปัญหา ท่านทำมา ๖๐ กว่าหน่วยแสวงหาความร่วมมือนี่ผมชื่นชมท่านมากเลยครับ แต่ท่านต้องสร้างพลังอย่างไรที่จะขับเคลื่อนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้นายกรัฐมนตรีลงมาจัดทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ แล้วก็จะเป็นผลงาน ของสภาพัฒนาการเมือง
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง อันนี้ผมจะไม่ลงลึกละครับ เพียงแต่ว่าอยากจะให้เราได้ช่วยกันสร้างจิตสำนึกในเรื่องนี้ว่า จริง ๆ แล้วคนที่เป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าวิญญูชนโดยทั่วไปครับ วันนี้เราช่วยกันร่างกฎหมายว่าถ้าเป็นข้าราชการหรือเป็นพนักงานที่รับผิดชอบในเรื่องใด โดยเฉพาะที่มีความสำคัญ ถ้าหากกระทำผิดโดยหน้าที่ของตัวเองต้องรับผิดชอบ ๒ เท่า และส่วนนักการเมืองของพวกเราละครับเราจะต้องช่วยกันเรียกร้องอย่างไร ในส่วนนี้ผมคิดว่า มีความจำเป็น ถึงแม้ว่าท่านจะมียุทธศาสตร์ในการแยกทุนจากการเมือง การสร้างกลไก ป้องกันประโยชน์ทับซ้อน การสร้างระบบการควบคุมการลงโทษทางสังคม และการพัฒนากลไก ในการสรรหาบุคคล แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยังห่างไกลมาก เอาเรื่องใกล้ ๆ ก่อน วันนี้เราเรียกร้องนักการเมือง ลูกนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เพื่อให้เป็นคนที่นำในการที่จะดำเนินการในการที่จะ สร้างคุณธรรม ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการที่เราจะสร้างระบอบประชาธิปไตย แบบการมีส่วนร่วม
และแน่นอนที่สุดครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ของท่านคือเรื่องธรรมาภิบาล ทางการเมืองและการบริหาร อันนี้ก็มีรายละเอียดชัดเจนแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาล สมัยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกเป็นมติคณะรัฐมนตรีด้วยซ้ำไปที่เราจะต้องขับเคลื่อน ส่วนราชการต่าง ๆ องค์กรของรัฐต่าง ๆ ที่เข้ามา และผมก็ดีใจที่ทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมัยคุณดุสิต นนทะนาคร ก็ได้ลุกขึ้นมาที่จะสร้างกลไกในการตรวจสอบทางด้านภาคเอกชน ซึ่งถือว่านี่เป็นความก้าวหน้าครับ แต่ถ้าเมื่อไรโพลยังออกมาเหมือนที่พูดกันว่าโกงได้ ไม่เป็นไร ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่จะสร้างความเสียหายให้อย่างมากมายทีเดียวครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ก็คือเรื่องความมั่นคง การจัดการความขัดแย้ง และการสร้าง ความสมานฉันท์ อันนี้ละครับเป็นเรื่องที่วันนี้ถกเถียงกันมากเหลือเกิน เพราะหลักคิด มันแตกต่างกันนะครับ ถ้าหลักคิดแบบทุนนิยม เห็นประโยชน์ส่วนตัวผมคิดว่าความขัดแย้ง ก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่ว่าถ้าเราช่วยกันในสภาแห่งนี้รณรงค์ให้เห็นว่าทุกคนไม่มีใครสามารถ ที่จะได้ประโยชน์อะไรจากประเทศชาติบ้านเมือง แต่เราทุกคนต่างต้องช่วยกันในการที่จะต้อง ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และแน่นอนที่สุดถ้าเราคิดอย่างนี้สิ่งที่จะมาเป็นกรอบ ให้ดีที่สุดก็คือว่าการที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามกติกา ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก ถ้าคนยอมรับกติกา ปฏิบัติตามกฎหมาย ผมคิดว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นนะครับ แต่ถ้าวันนี้ไม่ยอมรับกติกา ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ถึงคุณจะเรียกร้องประชาธิปไตย อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ว่านั่นคือคุณทำได้แค่กระพี้เปลือกของระบอบประชาธิปไตย และในท้ายที่สุดผมคิดว่าโจทย์เหล่านี้ก็จะตอบกลับไปว่ากระบวนการในการพัฒนาที่เราจะ สร้างความสมานฉันท์ในสังคมเราจะทำให้เกิดขึ้นอย่างไรครับ
ขอประเด็นสุดท้ายสั้น ๆ ครับผมก็เกรงใจท่านประธาน คือการกระจายอำนาจ และการสร้างความเป็นธรรมในการบริการทรัพยากรหรือการบริหารทรัพยากร เพื่อคนรุ่นหลังของเรา วันนี้น่าเป็นห่วงมากครับท่านประธาน ท่านประธานลองไปดูในเขตพื้นที่ ของท่านประธานหรือของผม วันนี้คนที่บุกรุกป่าสงวน คนที่รุกล้ำที่สาธารณะ ไม่ใช่ประชาชนคนยากคนจนแล้วครับ เป็นเรื่องของนักการเมืองท้องถิ่น นายทุนผู้มีอันจะกิน เพราะฉะนั้นการกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นมันไม่ใช่เป็นเรื่องของการกระจาย เงินงบประมาณให้เขาไปใช้ได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นเรื่องที่เราต้องมาฉุกคิดกันแล้วว่าวันนี้ เราจะทำอย่างไรให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ให้เขาได้เกิดจิตสำนึกร่วมในการที่จะหารายได้ โดยตัวของเขาเองและใช้ทรัพยากรนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดของชุมชน และถ้าเป็น ทรัพยากรธรรมชาติแล้วละก็ยิ่งจำเป็นจะต้องช่วยกันในการที่จะต้องพิทักษ์ ในการที่จะต้อง คุ้มครองเพื่อรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลัง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้มันเป็น แค่เรื่องหลักการที่ผมเสนอความคิดเห็น ผมคิดว่าถ้าหากมีโอกาสในปีต่อไป ผมอยากเห็น ทางสภาพัฒนาการเมืองได้นำยุทธศาสตร์เหล่านี้ไปลงสู่แผนปฏิบัติแล้วก็ขับเคลื่อน ท่านช่วยทำสิครับ หน่วยงานไหนไม่ให้ความร่วมมือท่านช่วยทำ ท่านช่วยโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หน่วยงานไหนที่ให้ความร่วมมือกับภาคเอกชนต่าง ๆ ที่เขาให้ความร่วมมือ ในการพัฒนาทางการเมือง ท่านยกย่องเขา ท่านขอรางวัลให้เขา แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วม ทุกภาคส่วนจากฐานบนสุดของประเทศลงไปสู่ฐานล่างสุด และดำเนินกิจกรรม จากฐานล่างสุดมาสู่ฐานบนสุด เพื่อสร้างความเป็นประชาธิปไตยร่วมกันต่อไป ขอขอบคุณครับ