ชวลิต ชี้สภาพัฒนาการเมืองไม่ทำตามข้อเสนอแนะ ขาดแผนยุทธศาสตร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕

ชวลิต วิชยสุทธิ์ วิจารณ์การทำงานของสภาพัฒนาการเมืองที่ไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะและชี้ให้เห็นปัญหาสำคัญของการพัฒนาการเมืองไทยที่ขาดประชาธิปไตยอย่างแท้จริง รวมถึงเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาแทนการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญจากเผด็จการเดิม

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม ก่อนอื่นขอให้กำลังใจสภาพัฒนาการเมืองซึ่งทำภาระอันสำคัญยิ่ง ของการพัฒนาการเมือง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมืองของเรา ในรายงาน ของคณะกรรมการอิสระติดตามและประเมินผล ในหน้า ๘๖ และหน้า ๘๗ ได้กล่าวว่า พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการอิสระติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของสภาพัฒนาการเมือง มีหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลของสภาพัฒนาการเมืองและของสำนักงาน รวมถึงจัดทำรายงาน การประเมินผลงานเสนอต่อประธานสภา เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน ปัจจุบันเป็นปีที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมดูการประเมินผลในปี ๒๕๕๒ ในหน้า ๘๖ คณะกรรมการอิสระติดตาม และประเมินผลตรวจสอบข้อมูลพบว่าสภาพัฒนาการเมืองยังไม่ได้มีการปฏิบัติตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระติดตามและประเมินผลที่ได้ให้ไว้ต่อสภาพัฒนาการเมือง เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๒ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันยังไม่ได้มี การจัดลำดับความสำคัญของยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาการเมือง ตลอดจนยังไม่มี การปฏิบัติตามแผนพัฒนาการเมือง นั่นในปี ๒๕๕๒ มาปี ๒๕๕๓ คณะกรรมการอิสระ ติดตามและประเมินผลได้พบว่าสภาพัฒนาการเมืองยังไม่สามารถขับเคลื่อนแผนพัฒนาการเมือง ไปสู่การปฏิบัติตามแผนพัฒนาการเมืองได้อย่างชัดเจน เนื่องจากขาดการวางแผนยุทธศาสตร์ ของสภาพัฒนาการเมือง จึงส่งผลให้การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการเมือง ไม่สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ผลการดำเนินงานของสภาพัฒนาการเมืองยังไม่บรรลุ วัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมืองตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนในตอนต้นว่าผมให้กำลังใจ สภาพัฒนาการเมืองเพราะว่างานที่ท่านทำนั้นเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ แต่ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นว่าเราต้องหาหัวใจของปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะหัวใจของปัญหาการเมืองของ ประเทศคืออะไรให้ได้ก่อน เราถึงจะกำหนดตรงนั้นเป็นความสำคัญลำดับแรก เป็นยุทธศาสตร์แรกที่จะดำเนินการพัฒนาการเมืองให้ไปสู่ความสำเร็จ สิ่งที่ผมเห็นว่า เป็นปัญหาสำคัญยิ่งของการพัฒนาทางด้านการเมืองของประเทศไทยก็คือบ้านเมืองของเรา ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จะเห็นได้จากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ๘๐ ปีแล้วเรามีการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๐ กว่าครั้ง รัฐธรรมนูญแก้แล้วแก้อีก ๑๘ ฉบับ รัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีการคั่น ด้วยรัฐบาลเผด็จการเป็นระยะ ดังนั้นเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เขามี การพัฒนาล้ำหน้าไปกว่าเรามากนักยกตัวอย่างในประเทศเอเชียด้วยกัน ประเทศญี่ปุ่น ประสบปัญหาจากการที่เขาล้มละลายจากสงครามโลก แต่เมื่อบ้านเมืองเขาเป็นประชาธิปไตย เขาไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเลย แล้วเขากระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นอย่างจริงจัง ประเทศชาติของเขาก็เจริญก้าวหน้ากว่าเราไปอย่างมากนี่ยกตัวอย่าง ของเราเมื่อมาดูแล้ว เมื่อบ้านเมืองจะตั้งหลักได้ก็มีการปฏิวัติรัฐประหารมาคั่นกลาง ทั้ง ๆ ที่ได้มีความเห็นกันทั่วโลก ว่าการปฏิวัติรัฐประหารนั้นทำให้บ้านเมืองถอยหลังเข้าคลอง แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ที่พวกเรา อยู่ในสภาแห่งนี้ก็ยังใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่มาจากกากเดนของเผด็จการ ถามว่าทำไม เราถึงเข้ามา ก็เพราะมันเป็นช่องทางเดียวที่เราจะเข้ามาสู่ในอำนาจเพื่อที่จะแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่ขณะนี้เมื่อมีการเดินเพื่อจะให้เราสามารถมีกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่มาจากพี่น้องประชาชน ก็ยังมีการหวงแหนกฎหมาย รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองด้วยกัน หรือจะเป็นองค์กรอิสระอื่น ๆ นี่คือสิ่งที่ เป็นตัวฉุดรั้งให้บ้านเมืองของเราไม่เจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ ผมไม่ได้หมายความว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญจะเป็นตัวที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญไปข้างหน้า แต่จะเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่บ้านเมืองหรือการเมืองนั้น ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่สำคัญผมอยากจะให้การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองนั้น โดยประชาชนที่เขาเลือกขึ้นมาเป็นตัวแทนของเขา ประชาชนจะเรียนรู้ในการที่จะแก้ไขปัญหา ของตัวเองผ่านตัวแทนของเขา ถ้าเขาปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีทุจริตคอร์รัปชันประชาชนก็จะต้องลงโทษ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปมิใช่จะมีอำนาจใดอำนาจหนึ่งมาจัดการเพื่อที่ให้การแก้ไขปัญหานั้น ที่เขาคาดว่าจะลุล่วงแต่กลับจะทำให้ปัญหานั้น ๆ หนักยิ่งขึ้น หนักยิ่งขึ้น และเราแก้ไม่ไหว ในอีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่เกี่ยวกับการแก้ไขเรื่องความขัดแย้งเป็นยุทธศาสตร์ที่สภาพัฒนาการเมือง ผมมองดูว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยมาก ก็อยากจะฝากว่าขณะนี้บ้านเมืองของเรา ที่ยังเดินไปไม่ถึงไหนก็เพราะยังมีการแบ่งฝ่ายสุดโต่งไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำอย่างไรเราถึงจะใช้ หลักทางพุทธศาสนาหรือหลักศาสนาอื่น ๆ ก็ตามที่ให้ความสำคัญกับการอภัยในสิ่งที่ เรื่องมันควรจะจบได้ในยุคเราสมัยเรา ผมขอฝากเป็นข้อสังเกตไปยังสภาพัฒนาการเมืองว่า ท่านต้องค้นหัวใจของปัญหาบ้านเมืองให้ได้ จะเห็นตรงกับผมหรือไม่ผมไม่สามารถไปคาดเดาได้ แต่ผมมีความเห็นเป็นการส่วนตัวว่าปัญหาสำคัญที่สุดก็คือบ้านเมืองของเรายังไม่เป็น ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง บ้านเมืองของเรายังมีการปฏิวัติรัฐประหารเป็นระยะ ๆ บ้านเมืองของเรายังมีความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ฝากให้สภาพัฒนาการเมือง หาทางปรับยุทธศาสตร์ให้ตรงกับหัวใจปัญหาของบ้านเมืองต่อไป ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน