นริศ ขำนุรักษ์ อภิปรายรายงานประจำปี 2553 ของสภาพัฒนาการเมืองและยุทธศาสตร์ โดยเน้นการส่งเสริมการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปการเมือง และการเสริมสร้างวัฒนธรรมอันดีทางการเมือง พร้อมระบุปัญหาการกระจายอำนาจและการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ และเสนอให้มอบภารกิจดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ของสภาพัฒนาการเมือง แม้ว่าจะเป็นรายงานตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ แต่กระผมคิดว่าเนื้อหายังทันสมัย และควรที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้รับทราบรับรู้ แล้วก็นำไปปฏิบัติ และควรที่พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบการทำงานของหน่วยงานนี้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังของพี่น้องประชาชนว่าประเทศไทยต้องการ การปฏิรูป โดยเฉพาะในทางการเมืองอย่างแท้จริง แล้วก็แผนของสภาพัฒนาการเมือง ก็เกิดขึ้นในรัฐบาลของท่านชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นรัฐบาลที่เชื่อกันได้ว่าเป็นรัฐบาลที่เชื่อมั่น ในระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ในภารกิจที่ทางสภาพัฒนาการเมือง ได้ถูกออกแบบเอาไว้ ๓-๔ ภารกิจนั้นผมคิดว่าภารกิจสำคัญของท่านที่ท่านสามารถ ทำแล้วประสบความสำเร็จก็คือการจัดทำแผนที่ออกมาเป็น ๖ ยุทธศาสตร์ ที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปแล้ว ๑ ยุทธศาสตร์คือยุทธศาสตร์ที่ ๖ นั้น ผมคิดว่าเป็นการกลั่นกรอง บนปัญหาของบ้านเมืองจริง ๆ บ้านเมืองไทย ปัญหาของการเมืองไทย ปัญหาของ บ้านเมืองไทยมี ๖ ด้าน ๖ ยุทธศาสตร์นี้ ไม่มากไปกว่านี้เลย ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง ยุทธศาสตร์ที่ ๓ คุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ธรรมาภิบาลทางการเมืองและการบริหาร ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ความมั่นคง การจัดการ ความขัดแย้ง และการสร้างสังคมสมานฉันท์ และยุทธศาสตร์ที่ ๖ การกระจายอำนาจ และการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร บ้านเมืองไม่นอกเหนือไปจาก ๖ ปัญหานี้ ท่านมาถูกทางแล้ว ผมต้องชื่นชมคนคิดค้น ๖ ยุทธศาสตร์นี้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่เหมาะ และถ้าสามารถผลักดันได้จากทุกฝ่ายอย่างจริงจังผมเชื่อว่าบ้านเมืองได้รับการพัฒนา แล้วก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ให้มีสภาพัฒนาการเมืองขึ้นมา เพื่อการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง
แต่ว่าภารกิจด้านที่ ๒ ของท่านผมไม่แน่ใจ ในด้านการส่งเสริมให้นำแผน ไปสู่การปฏิบัติ อันนี้ไม่แน่ใจ ถ้าเรื่องจัดทำแผนนี่ผมให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเรื่อง การส่งเสริมให้นำแผนไปปฏิบัติผมว่าถ้าผมประเมินนะครับ ตัวเลขที่ผมประเมินต่อไปนี้ อาจจะไม่สบายใจสำหรับผู้มาชี้แจงก็ได้ แต่ผมว่าสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่แน่ใจว่า ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์นั้นใครนำไปปฏิบัติบ้างขณะนี้ ผมว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ผมให้มากไปแล้ว ให้เอาใจท่านแล้ว เพราะว่าหากผมตรวจสอบภาคราชการก็ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอ ของท่านไม่มากนะครับ ท่านลองตรวจสอบดู ท่านหางบประมาณจากที่ไหนก็ได้ลองทำวิจัย ลองประเมิน ๒. จากภาคเอกชน ๓. ภาคประชาชน ท่านลองสอบถามดู และสำคัญ ท่านลองไปทดสอบว่าองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็น สตง. เหล่านี้ได้นำแผนที่ดีของท่านทั้ง ๖ แผนนี้ไปปฏิบัติให้เกิดมรรคผล เกิดการปฏิรูป ในทางการเมือง เพราะองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญเหล่านั้นถูกออกแบบมา เสริมสร้างให้สังคมไทยนี้เข้มแข็ง ให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ถ้าองค์กรเหล่านี้ ละเลยเพิกเฉยต่อการเคลื่อนไหวการปฏิรูปการเมืองผมคิดว่าบ้านเมืองไปไม่ได้ เราก็จะตกอยู่ ในวังวนเหล่านี้ ผมจึงขอให้ท่านได้ค้นหาว่าขณะนี้ภาคราชการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชน และประชาชนได้มีการนำแผนของท่านไปสู่การปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน และท่านจะต้องผลักดันด้วยวิธีอะไร เพราะผมอภิปรายวันนี้ผมหวังว่าจะสอบถามข้อข้องใจ บางประการในรายงาน แล้วก็สอบถามผลการทำงานของท่านว่าคืบหน้าในบางเรื่องอย่างไร แล้วก็ผมมีข้อเสนอแนะบางประการ
ภารกิจข้อที่ ๓ ของท่านก็คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมอันดีทางการเมือง และวิถีประชาธิปไตย อันนี้ก็ภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากครับ ถ้าหากผลักดันได้ผมคิดว่าวัฒนธรรมการเมือง กับวิถีประชาธิปไตย หากประเทศไทยได้ซึมซับเอาเรื่องเหล่านี้ผมเชื่อว่าบ้านเมืองแทบไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในทางเศรษฐกิจก็ได้รับการแก้ไขคลี่คลายแน่ แต่ว่าท่านประธานครับ ลองมาดูปัญหาสำคัญของบ้านเมืองที่วัฒนธรรมทางการเมือง และวิถีประชาธิปไตยไม่สามารถเดินหน้าไปได้เช่นการซื้อเสียงขณะนี้รุนแรงทุกระดับ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งพวกเรากำลังจะแก้กฎหมายกันที่จะโหวตกันในวันพุธหน้า ผู้ใหญ่บ้านเป็นล้านคน มีผู้ใช้สิทธิแค่ ๓๐๐ เสียง ซื้อเสียง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท การซื้อเสียงนี่รุนแรงในทุกระดับ แล้วนักการเมืองถ้ากล้าเลวในเรื่องซื้อเสียงแล้วนี่ต่อไปก็กล้าเลวได้ทุกเรื่อง นี่คือสิ่งที่เป็น ตัวขัดขวางวัฒนธรรมและวิถีประชาธิปไตย ๒. เรื่องการไม่มีฝ่ายค้านและฝ่ายตรวจสอบ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒ ทีมแข่งกัน ๓ ทีมแข่งกันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบจ. คนออกแบบเขาออกแบบว่า จะมีฝ่ายตรวจสอบ คนที่ชนะเป็นนายกไป จะมีส่วนที่เหลือเป็นฝ่ายตรวจสอบ แต่ข้อเท็จจริงผมกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงขณะนี้ว่าหาผู้ตรวจสอบ หาฝ่ายค้าน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ยากมาก วันแรกที่นายก อบต. เทศบาลชนะ ฝ่ายที่แพ้ มีสมาชิกเข้าไปบ้าง ก็ไปศิโรราบของบประมาณเขาตั้งแต่วันแรก การไม่มีฝ่ายตรวจสอบ บนสังคมนี้บ้านเมืองมีปัญหา สภาแห่งนี้เคยทำให้ฝ่ายตรวจสอบอ่อนแอโดยรัฐธรรมนูญ มาแล้วครั้งหนึ่ง จนบ้านเมืองสู่จุดวิกฤติ นำมาสู่การมีปัญหาในทางการเมือง แล้วก็ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ฝ่ายตรวจสอบได้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น แต่ว่าโดยวิถีประชาธิปไตย ที่เป็นจริงอยู่ในขณะนี้ในพื้นที่ฝ่ายค้านและฝ่ายตรวจสอบไม่มี ทีนี้ในพื้นที่ท้องถิ่นมีงบประมาณ ท้องถิ่นมีปัญหา ท้องถิ่นมีคนที่ต้องพึ่งพิง เมื่อไม่มีฝ่ายตรวจสอบงบประมาณ ความหวัง การพึ่งพิงของคนมีปัญหาทั้งสิ้น
เรื่องถัดไป เรื่องวัฒนธรรมไม่ฟังเสียงข้างน้อย ขณะนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในพื้นที่คนชนะนอกจากไม่มีฝ่ายค้านอย่างจริงจังที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปตั้งแต่ต้นแล้ว คนชนะในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นนายก อบต. นายกเทศบาล ไม่รับฟังเสียงข้างน้อย เดินหน้า ถือว่าตัวเองได้รับชัยชนะได้เสียงข้างมาก แม้แต่สภาแห่งนี้คนชนะก็ยังลำพองเลย ประกาศชัยชนะเหยียบย่ำคนพ่ายแพ้มาหลายครั้งต่อหลายครั้งในสภาแห่งนี้ ที่จริงเสียงข้างน้อยก็เป็นประโยชน์และเป็นหลักของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ท่านกลับไปรณรงค์ให้พวกผมนะครับว่าเสียงข้างน้อยสำคัญและจำเป็นสำหรับสังคมนี้ เรื่องใช้สิทธิเลือกตั้ง ประเทศไทยต้องใช้เงินในการรณรงค์คนไปใช้สิทธิเลือกตั้งมหาศาล มโหฬาร ที่จริงผมคิดว่าถ้ามันเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองแล้ว มันเป็นวิถีประชาธิปไตยแล้ว สักบาทก็ไม่จำเป็นจะต้องรณรงค์ เป็นสิทธิ เป็นหน้าที่ เป็นผลประโยชน์ การไปใช้สิทธิเลือกตั้งทำอย่างไรครับให้คนไปใช้สิทธิโดยไม่ต้องมีการผลักดันจากงบประมาณ จากการชักจูงใด ๆ ของการโฆษณา ไปเพราะเป็นสิทธิ ไปเพราะหน้าที่ ไปเพราะผลประโยชน์ ที่แท้จริง สุดท้ายในเรื่องนี้ผมอยากฝากท่านว่าท่านช่วยศึกษาสิครับว่านอมินี (Nominee) มันทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทำลายประชาธิปไตย ทำลายวิถีประชาธิปไตย ทำลายวัฒนธรรม การเมืองหรือไม่ ท่านลองศึกษาดูดี ๆ ว่าคนที่ให้นอมินีมาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรแทน มาให้เป็นรัฐมนตรีแทน มาให้เป็นนายก อบต. แทน ที่ไม่ใช่ตัวจริงครับท่านลองศึกษาสิครับว่า มันเป็นผลดี มันเป็นการทำลายวัฒนธรรม มันเป็นการทำลายการเมืองหรือไม่ อย่างไร อันนี้อยากฝากท่านไว้แล้วก็ค่อยตอบคำถามในการรายงานของท่านในปีหน้า
สุดท้าย ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงยุทธศาสตร์ของท่าน ท่านมี ๖ ยุทธศาสตร์ แต่ว่าผมก็สนใจเหมือนกับท่านเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายก่อนหน้าผม คือยุทธศาสตร์ การกระจายอำนาจและการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร อันนี้ผมเชื่อ เช่นเดียวกับท่านว่าขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาในเรื่องของการกระจายอำนาจและการกระจาย ความเป็นธรรมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ยกตัวอย่างไม่ไกลและไม่นาน กรณีเผาป่าที่ป่าพรุควนเคร็ง ตัวเลขเปิดเผยจำนวนผู้เข้าไปถือครองยึดครองพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง บางคน ๑,๐๐๐ กว่าไร่ ๑,๐๐๐ กว่าไร่หลายคน ๕๐๐ ไร่ก็หลายสิบคน ในขณะที่คนพื้นที่ คนบ้านควนเคร็ง คนชะอวด คนทะเลน้อยที่เป็นคนพื้นถิ่นจริง ๆ ไม่มีครับ เขารู้ว่าที่ตรงนี้ เป็นที่สาธารณะ เป็นที่สงวน เป็นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เขาไม่สามารถไปยึดครอง เป็นของตัวเองได้ เพราะเป็นที่ที่เขาใช้ประโยชน์มาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว เขาไม่อาจ ไปออกเอกสารสิทธิได้ แต่ว่าคนอื่นนามสกุลแปลก ๆ เข้ามาใช้สิทธิออกเอกสารสิทธิ นี่คือความไม่เป็นธรรมในการกระจายความเป็นธรรมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ผมจึงกราบเรียนครับว่าท้องถิ่นเป็นองค์กรจำเป็นสำคัญที่สุดในการที่จะเข้ามารับภาระ ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยทั้งป้องกันและแก้ไข ฟื้นฟูโดยภาครัฐเป็นหลัก งบประมาณก็รัฐ คนก็รัฐ ทุกอย่างรัฐดูแล แต่ว่าตัวเลขป่าลดลงเรื่อย จาก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ถอยร่นมาจนขณะนี้ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าภาครัฐเป็นผู้ดูแล การฟื้นฟูป่า ปลูกป่ามา ๑๐๐ กว่าปี มาวันนี้ถามสิว่าสวนป่าที่ปลูกโดยภาครัฐอยู่ตรงไหน ทีนี้ผมคิดว่านาทีนี้ข้อเสนอยุทธศาสตร์ของท่านเป็นข้อเสนอที่ตรงที่สุด มอบภารกิจเหล่านี้ ไปท้องถิ่นเถอะครับ ให้ท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ. เป็นผู้ดูแลป่าเหมือนกับต่างประเทศ ต่างประเทศมีป่าของรัฐบาลกลาง แล้วก็มีป่าของรัฐบาลท้องถิ่น เรามอบภารกิจให้กับ ท้องถิ่นไปเถอะครับ ดูแลรักษาป่า ดูแลทรัพยากรน้ำ ดูแลสัตว์ป่า ดูแลปัญหาไฟป่า ผมคิดว่าทรัพยากรธรรมชาติฟื้นนะครับ เพราะในโลกใบนี้ไม่มีประเทศใดเจริญรุ่งเรืองได้ โดยขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ แล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติน้อย จนอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนแล้ว ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดท่านท่านเดินหน้า ทำเรื่องนี้เถอะครับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ภาคประชาชนเข้ามาสำนึก ในการเป็นเจ้าของที่แท้จริง เพราะเราจะเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอีกสักเท่าตัว เพิ่มคนให้เขาอีกสักเท่าตัวก็ไม่มีวันที่ปกป้องป่า ไม่มีวันที่จะ ฟื้นฟูป่าได้ถ้าประชาชนไม่มีความรู้สึกหวงแหน ประชาชนไม่มีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่ว่างบประมาณเท่าเดิมหรืออาจจะลดก็ได้ ลดลงครึ่งก็ได้ คนลดลงครึ่งก็ได้ แต่ประชาชน มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ผมคิดว่าอันนี้จะทำให้ป่าอยู่ได้ สิ่งแวดล้อมอยู่ได้ แล้วก็ทรัพยากรจะได้รับการฟื้นฟู นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ข้อเสนอจากผม มหาวิทยาลัยครับ ท่านเพิ่มเติม ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะจากท่านเถอะครับว่ามหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติได้ ผมดูรายงานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งไปทำฝายกั้นน้ำ ฝายแม้ว ในจังหวัดเชียงใหม่ ๕๐ กว่าที่ภายในวันเดียว ไม่มีงบประมาณแม้แต่บาทเดียวเลย ใช้แนวพระราชดำริ เอาเศษไม้ เศษหิน ในพื้นที่กั้นน้ำทดน้ำเพื่อให้สิ่งมีชีวิตได้เกิดขึ้น เพื่อให้ขังน้ำไว้ น้ำซึมออกไปข้าง ๆ แล้วก็เกิดมีสิ่งมีชีวิตใหม่ ไม่ต้องใช้งบประมาณครับ ราชการทำนี่ใช้งบประมาณ แต่ว่ามหาวิทยาลัยทำไม่ใช้งบประมาณเลย ผมคิดว่างบประมาณ ทำฝายแม้วที่ผมว่านี่ งบประมาณปลูกป่าเหล่านี้ท่านลองให้มหาวิทยาลัยดู ท่านมีข้อเสนอ ไปยังรัฐบาลเถอะครับ ผมคิดว่าทรัพยากรธรรมชาติจะอยู่ได้ ผมไม่อยากให้ภารกิจท่านจบ เพียงแต่ท่านมีเปิดอบรมสัมมนา แล้วก็เปิดประชุมไปยังภูมิภาค ไปยังชุมชนต่าง ๆ ท่านประชุมเสร็จ สัมมนาเสร็จ แล้วก็ท่านประเมินว่ามันเป็นความสำเร็จของหน่วยงานของท่าน ไม่ใช่ครับ ผมคิดว่าหน่วยงานของท่านถ้าจะให้เข้มแข็งขึ้นมากกว่านี้ขอให้ท่าน ได้มีการประเมิน มีหน่วยงานประเมินสภาพัฒนาการเมืองว่ายุทธศาสตร์ของท่าน ๖ ยุทธศาสตร์ แล้วก็ข้อเสนอของท่านที่เป็นรายละเอียดได้รับการนำไปปฏิบัติ จากภาคราชการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมคิดว่าการประเมินเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของสภาพัฒนาการเมืองที่จะต้องมีขึ้น เริ่มขึ้น เพราะว่าถ้าไม่มีการประเมินที่จริงจังผมเชื่อว่าบทบาทของท่านจะถดถอย ลงไปเรื่อย ๆ วันนี้ท่านยืนอยู่แถวหน้าของหน่วยงานที่มีภารกิจในการปฏิรูปการเมือง ผมคิดว่าการประเมินท่านหาหน่วยงานเข้ามาประเมินการทำงานของท่าน ผมเชื่อว่า ภารกิจของท่านจะเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งหมดที่ผมอภิปรายมาผมปน ๆ ว่ามีข้อสอบถาม ที่ผมมีข้อข้องใจอยู่ในนั้นบางประการ ผมขออนุญาตสอบถามความคืบหน้าท่าน ในคำอภิปรายของผมอยู่ในบางเรื่อง และผมได้ฝากข้อเสนอแนะไว้บางประการ ทั้งหมดผมขออนุญาตได้ชื่นชมสภาพัฒนาการเมืองว่าเป็นสถาบันที่เป็นความหวัง ขอให้ท่านขับเคลื่อนภารกิจนี้ต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ