สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๕ กันยายน ๒๕๕๕

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอหารือ เลยนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอหารือต่อท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ทํานาครับ ซึ่งในจังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่น้ําท่วม ทํานาก่อนกําหนดมานิดหนึ่งครับ แล้วตอนนี้ ข้าวก็ออกมาแล้ว แล้วก็เอาข้าวไปเรียกว่าขายฝากไว้กับโรงสีก็มีปัญหามากครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของใบฝากข้าว ใบประทวน หรือว่าใบรับรองของการเกษตร ออกแล้วมันไม่ตรงกัน ปัญหามันเยอะไปหมดครับ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเข้าสู่ระบบโครงการรับจํานําเมื่อไร เพราะว่า พี่น้องเกษตรกรนั้นต้องการใช้เงิน ไม่มีเงินที่จะไปใช้หนี้ใช้สิน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่โรงสีออกมาปล่อยข่าวกล่าวหาทางพรรคประชาธิปัตย์ แล้วโดยเฉพาะฝ่ายค้าน ซึ่งได้ติดตามเรื่องโครงการรับจํานําที่มีปัญหาในเรื่องของโรงสีซึ่งโกงชาวไร่ชาวนา ก็มาบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์นี่แหละทําให้ได้เงินช้าหรือไม่ได้เงิน ทั้ง ๆ ที่ว่าจริง ๆ แล้ว ธ.ก.ส. นั้นเงินที่จะจ่ายก็ไม่เพียงพอหรือรัฐบาลก็ไม่มีเงินที่จะจ่ายให้กับชาวนานั่นเอง กลับมาใส่ร้ายพวกเราที่ทําหน้าที่ในการตรวจสอบ ก็ฝากไปถึงทางรัฐบาลให้ช่วยดูแล ในเรื่องนี้ครับ

ในเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องพี่น้องในบ้านทุ่งกํามะเรียว หมู่ที่ ๑๐ ตําบลสามพวง อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีบ้านอยู่เป็นจํานวนมากด้านในแต่ไม่มี ไฟฟ้าใช้ ก็อยากจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในจังหวัดสุโขทัยได้ขยายเขตไฟฟ้าไปให้กับ พี่น้องชาวบ้านทุ่งกํามะเรียว หมู่ที่ ๑๐ ตําบลสามพวง อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ครับ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ดิฉันขอหารือ ท่านประธานในกรณีปัญหาในพื้นที่อําเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม เนื่องจาก อําเภอดังกล่าวนั้นไม่มีหอประชุมอําเภอที่จะประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทํากิจกรรมต่าง ๆ ในขณะฝนตกก็มีการกางเต็นท์ เป็นที่น่าอเนจอนาถมาก เพราะฉะนั้นดิฉันอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยังกรมการปกครอง ขอให้พิจารณาว่า ถ้าหากอําเภอใดไม่มีหอประชุมอําเภอ หรือถ้าอําเภอใดไม่มีที่ว่าการ ไม่มีโรงพัก นั่นไม่ใช่ อําเภอค่ะ ดิฉันได้นําเรื่องร้องเรียนไปเสนอกรมการปกครองหลายครั้ง แล้วก็ได้รับการชี้แจง จากท่านรองอธิบดีที่มาชี้แจงคณะกรรมาธิการงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ แล้วก็ ผู้อํานวยการที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าในขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการจัดสรร แต่กลับจัดสรรให้มี การซ่อมแซมที่ว่าการอําเภอที่ชํารุด ดิฉันถามว่าที่ว่าการอําเภอที่ชํารุดกับที่ว่าการอําเภอ ที่ยังไม่มีหอประชุมอําเภอนั้นตรงไหนมีความจําเป็นกว่ากัน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปยังกรมการปกครอง เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับ อําเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคามด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกรณีอาคารเรียน ชํารุดทรุดโทรม อาคารเรียนดังกล่าวคืออาคารเรียนของโรงเรียนดุมใหญ่ดงยาง ตําบลดุมใหญ่ อําเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ใหญ่บ้าน ๔ หมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ รวมทั้งคณะครู ผู้บริหาร ได้นําผมไปดูสภาพปัญหาอาคารเรียนหลังนี้มีอายุการใช้งาน มากกว่า ๓๕ ปี จึงอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กรุณาจัดงบประมาณ ไปสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตดังกล่าวด้วย

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานคือเรื่องของ การซ่อมสร้างถนนซึ่งอยู่ในบริเวณชุมชนขนาดใหญ่ นั่นคือการซ่อมสร้างถนน ของบ้านหนองหลัก ตําบลเหล่าบก อําเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี บ้านหนองหลัก เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่มีอยู่ด้วยกัน ๓ หมู่บ้าน มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก และอยู่กันอย่างหนาแน่น สภาพถนนชํารุดทรุดโทรมมากครับท่านประธาน ถ้าเผื่อว่า กรมทางหลวงชนบทจะจัดสรรงบประมาณไปใช้ในการก่อสร้างถนนให้กับพี่น้อง ก็จะเป็นประโยชน์

เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผมได้รับข้อร้องเรียนจาก นายสุวัฒน์และนายแสวง สายพฤกษ์ ซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายสุวัฒน์และนายแสวงไปบอกผมบอกว่าในกรุงเทพมหานครมีบัตรลดค่าแก๊ส หรือค่าพลังงานได้ส่วนลดจํานวนพอสมควร แต่พี่น้องที่ขับแท็กซี่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ได้รับส่วนลดเหมือนกับคนขับแท็กซี่ในกรุงเทพมหานคร เขาฝากผมมากราบเรียน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ๒ มาตรฐานหรือไม่

เรื่องสุดท้าย ที่อยากกราบเรียนท่านประธานคือเรื่องของสวัสดิภาพ และค่าใช้จ่ายของคนขับแท็กซี่ ท่านประธานที่เคารพครับ คนขับแท็กซี่จํานวนมาก วันนี้ค่าแก๊สก็ขึ้นนะครับ ค่าอาหารขึ้นมื้อละ ๑๐ บาท ๓ มื้อ ๓๐ บาท รวมแล้วต่อเดือน ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นร่วม ๑,๐๐๐ กว่าบาท ขอให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ แท็กซี่ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้หารือท่านประธาน มีเรื่องที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังกรมทางหลวง เนื่องจากว่าเส้นทางจากเทศบาลตําบลสองห้องไปยัง อําเภอท่าบ่อ ประมาณ กม. ที่ ๖ มีการทําถนน มีการทําท่อบล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ผิวจราจรซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ท่านอาจจะหลงลืมไปก็ได้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งตรงนี้เนื่องจากเป็นหลุมลึก ขอทางกรมทางหลวงได้เร่งตรวจสอบแล้วก็ดําเนินการทําผิวจราจรให้แล้วเสร็จโดยด่วนด้วย

เส้นทางที่ ๒ จากเทศบาลตําบลท่าบ่อเข้าไปเทศบาลเมืองหนองคาย แล้วก็ไปทางอําเภอโพนพิสัยซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องรองรับการจราจร เนื่องจากว่าวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้จะเป็นวันออกพรรษาแล้วก็จะมีประชาชนไปชมบั้งไฟพญานาคซึ่งเป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เป็น ๑ ใน ๑๐ ของโลก ประชาชนจะไปกันเยอะมาก แต่สภาพถนน ยังไม่พร้อม ผิวจราจรที่กรมทางหลวงรับผิดชอบอยู่ต้องเร่งดําเนินการ แต่บล็อก คอนเวิร์ท ที่ผู้รับเหมาเขาดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงด้วย

เรื่องที่ ๓ มีประชาชนเขาร้องมาว่าเขาไปที่ดิวตี้ ฟรี (Duty free) ที่ฝั่ง สปป. ลาวซื้อของกลับมาปรากฏว่าถูกจับบ่อยครั้ง กรมสรรพสามิต ถูกจับบ่อยครั้ง อยากจะให้ทางผู้เกี่ยวข้องได้ขึ้นป้ายที่ชัดเจนว่าขนาดปริมาณของสินค้าที่เขาจะนําเข้ามา ที่ชัดเจนว่าควรจะเป็นเท่าไร บุหรี่กี่ซอง เหล้ากี่ลิตร อย่างไรให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้น ก็จะเกิดปัญหาเรื่องการร้องและการจับกันอยู่ตลอดเวลาครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับผู้นําท้องถิ่นจากจังหวัดอุบลราชธานีครับ เชิญท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ขออาศัยช่วงเวลาตรงนี้ ปรึกษาหารือท่านประธานสะท้อนปัญหาของชาวบ้านในเรื่องการที่รัฐบาลได้ใช้งบประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทในการแทรกแซงยางพารา จากการที่ลงพื้นที่ไปเยี่ยมชม จุดที่แทรกแซงซึ่งจะแทรกแซงเฉพาะคนที่เป็นสมาชิกสหกรณ์สวนยางเท่านั้นเอง ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือว่าชาวบ้านสะท้อนมาว่ายางแผ่นดิบ รัฐบาลแทรกแซง เฉพาะยางแผ่นดิบชั้น ๓ ส่วนชั้น ๔ ชั้น ๕ ซึ่งมันมีฟองอากาศมาก ตรงนี้รัฐบาลไม่รับ ในการแทรกแซง ก็เลยทําให้เกิดการเปรียบเทียบว่าแล้วทําไมข้าวมันมีเกณฑ์ว่าอาจจะต้องมี ปนเปื้อนเท่านั้นเปอร์เซ็นต์เท่านี้เปอร์เซ็นต์ ท่านให้ไปถึง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ยางพารา ท่านให้แค่ชั้น ๓ ส่วนชั้น ๔ ชั้น ๕ นี้ท่านไม่ให้ ประการต่อมาก็คือเมื่อท่านแทรกแซงไปแล้ว ท่านก็ไม่ให้เงินลงไปก็เลยทําให้เกิดปัญหาว่าจุดที่รับแทรกแซงนั้นไม่สามารถที่จะใช้เงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดสตูลไม่สามารถที่จะให้เงินกับชาวบ้านที่นํายางพารา มาที่จุดรับซื้อได้ นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาที่ผมได้รับการสะท้อนจากพี่น้องชาวบ้านที่ใช้รถ เป็นป้ายแดง อยากจะพูดถึงว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องระหว่าง ๒ กระทรวง ก็คือว่าสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติและกระทรวงคมนาคม ปัญหาก็คือว่าตอนนี้คนที่มีรถป้ายแดงนั้น ก็จะผิดกฎหมายแล้วก็ถูกเรียกถูกจับ ปัญหาก็คือกระทรวงคมนาคมไม่สามารถที่จะผลิตป้าย ออกมาให้ทันตามที่ต้องการได้ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาตรงนี้ เมื่อรถคันใหม่ออกมานั้นจะต้องมีป้ายติดมากับรถด้วย ไม่ใช่ว่ากระทรวงหนึ่งบอกว่า ไม่มีงบประมาณในการที่จะทําป้ายแต่ว่าอีกกระทรวงหนึ่งจับ อยากจะขอฝากปัญหานี้ สะท้อนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันเอง ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องผู้ใช้ถนนหมายเลข ๒๑๗ ช่วงบ้านมะเกลือ-โนนทอง ที่ตําบลบ้านกอก อําเภอจัตุรัส เขาร้องเรียนว่าถนนในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้ง แล้วก็ยามค่ําคืนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีคนบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิต เป็นจํานวนมาก ในแต่ละสัปดาห์จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า ๑ ราย ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองก็ได้รับ การร้องเรียนอีกเช่นกันจากพี่น้องที่อยู่อําเภอจัตุรัสแล้วก็อําเภอบ้านเขว้า เขาร้องเรียน กับดิฉันมาว่าถนนหมายเลข ๓๐๐๒ ช่วงบ้านโนนจานถึงอําเภอบ้านเขว้า เขาบอกว่า เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอําเภอแล้วก็เป็นการสัญจรระหว่าง ๔ ตําบล ใน ๒ อําเภอ ช่วงค่ําคืนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างตลอดทั้งสายในขณะที่มีหมู่บ้านแล้วก็มีบ้านคน อยู่ริมรายทางค่อนข้างจะเยอะทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ยิ่งช่วงที่หน้าฝนตกอย่างนี้ค่ะ บางครั้งถนนลื่น พี่น้องมองไม่เห็นทางและบางครั้งทางมีความคดโค้งก็ทําให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ทั้ง ๒ เส้นที่ดิฉันหารือจะมีผู้เสียชีวิตในทุก ๆ เดือน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขในเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้อง ใน ๒ สายทางที่ว่าด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมพบปะพี่น้องประชาชน พี่น้อง อสม. ในจังหวัดชัยภูมิ เขาบอกกับดิฉันมาว่าผ่านมา ๒ เดือนแล้วเงินค่าตอบแทนของ อสม. ยังไม่ได้รับ อยากจะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแล้วก็จัดสรรเงินค่าตอบแทน ให้กับพี่น้อง อสม. ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ท่านประธาน ได้ทําหนังสือประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดําเนินการตรวจสอบกรณีการจัดตั้ง หมู่บ้านประชาธิปไตยต่อต้านยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งดําเนินการ และผ่านความเห็นชอบของฝ่ายปกครองและฝ่ายตํารวจ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการเปิดหมู่บ้านประชาธิปไตยต่อต้านยาเสพติดแล้ว ๑ แห่งคือที่บ้านวังลุง หมู่ที่ ๑ ตําบลทอนหงส์ อําเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดไปเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็มีข่าวว่าจะเปิดหมู่บ้าน ประชาธิปไตยต่อต้านยาเสพติดขึ้นอีกหลายแห่ง แต่มีกระแสต่อต้านจากพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าการเปิดหมู่บ้านลักษณะดังกล่าวก่อให้เกิดความแตกแยก ก่อให้เกิดการแบ่งสี แบ่งขั้วกันในพื้นที่อย่างรุนแรง ทําให้มีการระงับไปในระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามล่าสุด มีกระแสข่าวว่าจะมีการเปิดอีกแห่งหนึ่งที่หมู่ที่ ๘ ตําบลนาเคียน อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราชในวันที่ ๒๕ กันยายนนี้ เรื่องนี้กําลังจะกลายเป็นความขัดแย้ง และความแตกแยกอีกครั้งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมจึงต้องขอหารือ ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ทําหนังสือไปถึงกระทรวงมหาดไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ประธาน คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการการตํารวจ สภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ตรวจสอบใน ๔ ประเด็นต่อไปนี้ คือ

๑. ขอให้ตรวจสอบว่าโครงการหมู่บ้านประชาธิปไตยต่อต้านยาเสพติด มีความเป็นมาอย่างไร ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานใด มีวัตถุประสงค์และเป้าหมาย การดําเนินงาน การคัดเลือกหมู่บ้าน การขยายพื้นที่ดําเนินงาน วิธีการดําเนินงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน และการตรวจสอบประเมินผลอย่างไร

๒. ขอให้ติดตามว่าโครงการดังกล่าวใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในส่วนใด แต่ละหมู่บ้านใช้เงินจํานวนเท่าใด มีรายละเอียดและหลักฐานในการใช้จ่ายอย่างไร มีความโปร่งใสสุจริตหรือไม่

๓. ผลการดําเนินงานของหมู่บ้านประชาธิปไตยต่อต้านยาเสพติด ในจังหวัดนครศรีธรรมราชเกิดผลดีต่อการเสริมสร้างประชาธิปไตยและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ตัวเลขผู้เสพ ผู้ค้า ผู้เกี่ยวข้อง ลดลงหรือไม่ ประชาชนในหมู่บ้าน พึงพอใจหรือไม่ อย่างไร

๔. กิจกรรมดังกล่าวมีกิจกรรมทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง มีผู้ได้ประโยชน์ ทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอนันต์ ผลอํานวย เชิญครับ

นายอนันต์ ผลอํานวย กําแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาล เนื่องจากว่า อีกประมาณสัก ๓ เดือนชาวไร่อ้อยก็จะเริ่มตัดอ้อยเข้าสู่โรงงานน้ําตาล เกษตรกรที่มี ความเดือดร้อนจากทุกภาคของประเทศไทยได้ร้องเรียนมายังผมว่าในปีนี้เป็นปีที่มี ปริมาณน้ําฝนลดลงมาก ก็คาดว่าเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในประเทศไทยทั้งหมดเกือบ ๑๐ ล้านไร่ จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นภัยแล้งโดยตรง แต่เนื่องจากว่าอ้อย เป็นพืชที่ต้องใช้ปริมาณน้ําพอสมควร เพราะในแต่ละเดือนนั้นอ้อยจะสามารถขยาย ปล้องอ้อยได้เดือนละ ๓ ปล้อง แล้วขนาดของปล้องอ้อยความยาวน่าจะ ๘ นิ้วขึ้นไป ถ้าในปีที่มีปริมาณน้ําฝนน้อยก็ทําให้ปล้องอ้อยลดขนาดสั้นลง ฉะนั้นผลผลิตของอ้อย เมื่อปีที่แล้วที่ผ่านมาทั้งประเทศเกือบ ๙๘ ล้านตัน อ้อยสดครับ ถ้าปีนี้คาดว่าปริมาณอ้อย น่าจะลดลงในทุกภาคของประเทศไทยเนื่องจากปริมาณน้ําฝน เมื่อมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ทางเกษตรกรชาวไร่อ้อยก็ได้ฝากไปถึงรัฐบาลให้เตรียมหามาตรการที่ช่วยเหลือดูแลเกษตรกร ผู้ปลูกอ้อยในทุกภาคของประเทศไทยเกี่ยวกับกรณีที่ผลผลิตลดลง

ประการที่ ๒ เรื่องของระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาล ผมกราบเรียน ท่านประธานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าขณะนี้มีการรณรงค์ ให้เกษตรกรคนปลูกอ้อยได้ปลูกอ้อยคุณภาพดี อ้อยสด อ้อยไม่ไฟไหม้ อ้อยที่ได้รับการดูแล อย่างดี แต่ในทางกลับกันเพื่อความเป็นธรรมของเกษตรกรชาวไร่อ้อย ประสิทธิภาพ ของโรงงาน เรื่องผลผลิตของโรงงาน อ้อย ๑ ตันเข้าไปที่ ๑๐ ซีซีเอส (CCS) สมมุติว่า เป็นอย่างนั้นนะครับ ซึ่งเป็นซีซีเอสกลาง ๆ ว่าผลผลิตของโรงงาน ประสิทธิภาพของโรงงาน ควรจะได้น้ําตาลออกมากี่กิโลกรัม ขณะนี้มีแต่การตรวจสอบคุณภาพอ้อยของเกษตรกร แต่ปรากฏว่าไม่ได้เคยมีการตรวจสอบประสิทธิภาพของโรงงาน ก็ฝากกราบเรียน ท่านประธานว่าให้รัฐบาลเข้าไปดูแลในเรื่องของชาวไร่อ้อยและเรื่องของอุตสาหกรรมน้ําตาล ในระบบให้มันถูกต้องแล้วก็ให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการลดต้นทุนแล้วก็เพิ่มรายได้ของเกษตรกรและอุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาล ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก โจรขโมยชุกชุมเหลือเกินในเขตอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พันตํารวจเอก เสรี ภูษาชีวะ ผู้กํากับการสถานีตํารวจบางบัวทอง ไม่ค่อยใส่ใจ ในการทําหน้าที่ขอให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เร่งรัดในการดําเนินการปราบปราม โจรผู้ร้าย

เรื่องที่ ๒ ปรากฏว่าในวันนี้ข้าราชการใน ป.ป.ท. คือสํานักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม แต่งชุดดํากันทั้งสํานักงาน เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีได้โยกย้าย พันตํารวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ ซึ่งเป็นเลขาธิการ ขอให้รัฐบาลได้ตอบคําถามนี้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๓ ปรากฏว่ากรมการกงสุลได้โฆษณาในสถานีโทรทัศน์เอเชีย อัพเดท ผมจึงมีคําถามที่จะถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศว่าเหตุใดถึงใช้เงินภาษีอากร ของพี่น้องประชาชนไปโฆษณาในสถานีโทรทัศน์เอเชีย อัพเดท ซึ่งผู้อํานวยการสถานีได้ปราศรัย รณรงค์เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบบกษัตริย์ของประเทศไทยไปเป็นแบบเขมร ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งเรื่องนี้ผู้อํานวยการสํานักข่าวกรองแห่งชาติ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานได้หารือไว้แล้วว่า การหารือนั้นต้องเป็นความเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่เอาเรื่องอะไรก็ได้มาพูดครับ เรื่องนี้มันไม่ใช่ความเดือดร้อนของประชาชนเลยสักนิดเดียวครับท่านประธาน ขอให้ท่าน พิจารณาด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระครับ ที่จริงเราได้ตกลงกันไม่อยากให้เอาประเด็นการเมืองมา ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ก็จะเสียเวลา ถ้าจะเป็นในประเด็นตั้งกระทู้ถามหรืออะไรต่าง ๆ ถ้าเป็นประเด็นการเมือง แต่ประเด็นหารืออยากให้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตรง ๆ จริง ๆ ขออย่างนั้นนะครับ ขอความกรุณานะครับ เชิญท่านต่อเลยครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ติดใจ คนประท้วง กราบเรียนท่านประธานว่าประชาชนเดือดร้อนเนื่องจากว่าใช้เงินภาษีอากร ของพี่น้องประชาชนไปโฆษณาในสถานีโทรทัศน์ช่องเสื้อแดง ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวัชระ ผมขอเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนตรง ๆ ของชาวบ้านครับ ที่เกี่ยวข้อง กับการเมืองขอความกรุณาเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมถามสั้น ๆ ว่า ใช้เงินงบประมาณเท่าไรและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นคนอนุมัติหรือไม่ ได้โปรดตอบคําถามกับประชาชน

ท่านประธานครับ เรื่องถัดไปโครงการส่งเสริมบทบาทกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สตรีดีเด่น ซึ่งมาใช้ในหอประชุมแห่งนี้ ใช้ในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน ที่มากับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก จากโครงการดังกล่าว เนื่องจากว่าคนที่มากับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นั้นต้องจ่ายเงินค่าห้องพักเอง และลงเรือก็ต้องเสียเงินเอง เสียค่าอาหารเอง ซึ่งไม่เป็นธรรมกับคนที่มาร่วมงานและใช้ชื่อ รัฐสภา

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ พันตํารวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข ได้บอก กับคนเสื้อแดงว่าไม่ต้องมาขอบคุณ ผมเป็นฝ่ายขอบคุณคนเสื้อแดงทุกคนที่เป็นผู้เสียสละ โดยเฉพาะผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ทั้งที่พวกท่านไม่มีหน้าที่แต่ยังสู้ เพื่อความถูกต้องมากขนาดนี้ ท่านประธานครับ นี่คือคําสัมภาษณ์ของ พันตํารวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) ถามว่าถ้าพูดอย่างนี้เป็นกลางหรือไม่ ควรจะเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนผู้นี้หรือไม่ และไม่เป็นธรรมกับการพิจารณาในคดีนี้ ท่านประธานครับ ขอให้ดีเอสไอเร่งดําเนินการและ อย่าลืมเงินรางวัลติดตามชายชุดดํา ๑๐ ล้านบาทที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ นายธาริต เพ็งดิษฐ์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมเตือนหลายครั้งแล้วนะครับไม่อยากให้มีปัญหา นี่ก็มีผู้ประท้วงไม่อย่างนั้นจะประท้วง เสียเวลากันอย่างนี้ครับ ผมอยากให้ ย้ําอีกทีนะครับ หารือเป็นเรื่องความเดือดร้อน ของประชาชนโดยตรงซึ่งไม่ควรเกี่ยวข้องกับการเมือง ถ้าเป็นเรื่องการเมืองก็แย้งกันไปแย้งกันมา น่าจะเป็นเรื่องของกระทู้ถามหรือญัตติมากกว่า ขออย่างนั้นนะครับ ผมว่าสมควรแล้วนะครับ หมดเวลาแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานผมก็จะนั่งลง และอย่าลืมในสิ่งที่ผมได้หารือได้โปรดตอบคําถามกับประชาชน และรัฐสภาด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักเรียนโรงเรียนกันตะบุตร กรุงเทพมหานคร ด้วยความยินดี ท่านสหรัฐ กุลศรี เชิญครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนําความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือกับท่านสัก ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากได้รับคําร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่อําเภอเดิมบางนางบวช และอําเภอด่านช้าง ร้องเรียนมาว่าสีที่ตีบนถนนสายท่าช้าง อําเภอด่านช้างในขณะนี้ ลบเลือนไปมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืนนั้นเวลาเดินทางสัญจรไปมาจะมองไม่เห็น เส้นทาง จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดําเนินการตีเส้นทาง ให้ชัดเจนกว่านี้ เนื่องจากว่าเวลากลางคืนไม่เห็นเส้นทางครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องยาบ้าชุกชุมอย่างมากในพื้นที่อําเภอเดิมบางนางบวช และอําเภอด่านช้าง เนื่องจากเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ในหมู่บ้านดอนเก้า ตําบลบ่อกรุ อําเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มียาบ้าตกหล่นเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านดังกล่าวเป็นหมู่บ้านของกระผมเองนี่แหละ แต่ปรากฏว่ามียาบ้าระบาด จึงฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดําเนินการปราบยาบ้าให้หมดสิ้นไปจาก ประเทศไทยด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ผมได้เดินทางไปที่ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อจะไปติดต่องานราชการ ผมไปพบประชาชน และประชาชนได้ร้องเรียนผ่านมาว่าในขณะนี้เรื่องเครื่องผลิตบัตรประจําตัวประชาชนนั้น ชํารุดและเสียเป็นประจํา ประชาชนไปทําบัตรประจําตัวประชาชนต้องรอหลายชั่วโมง บางวันก็ไม่สามารถทําได้ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยซื้อ เครื่องผลิตบัตรประจําตัวประชาชนให้เขาใหม่ด้วย แล้วก็ขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ ของเขตลาดกระบังทุก ๆ ท่านว่าทํางานด้วยความสุภาพและเรียบร้อยน่ารักทุก ๆ คนครับ ขอบคุณนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัชดา ธนาดิเรก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองของนักเรียนที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างจังหวัดว่าอยากให้กระทรวงศึกษาธิการนั้น หันมาดูแลเรื่องอาหารการกินของเด็กนักเรียนบ้าง ทุกวันนี้ค่าครองชีพสูงขึ้นค่ะ แต่ว่า งบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรให้กับโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการนั้น น้อยนิดเท่าเดิมค่ะ อาหารกลางวันเพียงแค่มื้อละ ๑๕ บาทเท่านั้น ซึ่งมันไม่พอกับ สภาพปัจจุบัน ซึ่งในบางพื้นที่ก็ได้เพียงแค่ ๑๓ บาทเท่านั้นแล้วมันจะไปพอกินอะไร เด็กจะรับประทานอาหารได้อิ่มท้องอย่างไร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับทางโรงเรียน ที่สังกัดกรุงเทพมหานคร โดยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสุขุมพันธุ์นั้น มีความแตกต่างกันมากเหลือเกินค่ะ เพราะว่าโรงเรียนที่สังกัดกรุงเทพมหานครนั้น ณ วันนี้ ทางผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของอาหารกลางวัน จากมื้อละ ๑๕ บาท เป็น ๒๐ บาทแล้ว ก็ทําให้เด็กที่เรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้รับประทานอาหารที่มีปริมาณและคุณภาพมากขึ้น มากไปกว่านั้นทางผู้บริหาร กรุงเทพมหานครยังได้จัดสรรงบประมาณให้จัดทําอาหารเช้าให้กับเด็กตัวน้อย ๆ จะได้รับประทานในโรงเรียนที่สังกัดกรุงเทพมหานคร นโยบายดี ๆ แบบนี้ที่เป็นประโยชน์ โดยตรงที่จะถึงปากท้องเด็ก ๆ ซึ่งก็คืออนาคตของชาติ ดิฉันก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่างบประมาณที่ใช้แล้ว จะเกิดประโยชน์โดยตรงอย่างแน่นอนก็คือเรื่องอาหารการกินของเด็ก ๆ ก็อยากจะจัดสรร ให้มาก ๆ มันน่าจะดีกว่าไปจัดสรรให้กับโครงการอย่างเช่นแท็บเล็ต พีซี (Tablet PC) ซึ่งจะดีจริงหรือเปล่า แล้ว ณ วันนี้ก็มีปัญหาไม่ว่าจะในเรื่องของสาระที่จัดสรรให้กับเด็ก ไปเรียน เรื่องคุณภาพ เรื่องของแบตเตอรี่ ก็อยากให้อย่ามองเพียงแค่เรื่องของวัสดุอุปกรณ์ มองเรื่องปากท้องของเด็ก ๆ ปรับสักทีเถอะค่ะงบประมาณจาก ๑๕ บาท เป็น ๒๐ บาท แล้วให้ดูแลเรื่องอาหารเช้าด้วย ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอนําเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานเพื่อบอกกล่าว ไปยังรัฐบาลได้โปรดดําเนินการแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชนซึ่งเกี่ยวกับ ๓ กระทรวง ดังต่อไปนี้

กระทรวงมหาดไทยนั้น ทางองค์การบริหารส่วนตําบลเสียวได้ทํา เรื่องเกี่ยวกับระบบประปาส่วนภูมิภาคมายังกระทรวงมหาดไทยได้โปรดดําเนินการแก้ไข ความเดือดร้อนดังนี้ แล้วก็ขอให้แจ้งผลคืบหน้าให้ทางองค์การบริหารส่วนตําบลทราบด้วย องค์การบริหารส่วนตําบลพิงพวยและองค์การบริหารส่วนตําบลศรีแก้ว อําเภอศรีรัตนะ ได้ทําเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกษตรกรเรื่องระบบไฟฟ้าขยายเขต เพื่อการเกษตร ซึ่งรายละเอียดนั้นผมจะได้มอบให้กับทางเจ้าหน้าที่มอบให้กับท่านประธาน เพื่อส่งไปยังรัฐบาล และเรื่องหอกระจายข่าวตามหมู่บ้านซึ่งผู้ใหญ่บ้านขณะนี้ได้ร้องเรียนมา ว่าได้ชํารุดทรุดโทรมลงมาก จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้มองเห็นความสําคัญในเรื่องนี้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ทางองค์การ บริหารส่วนตําบลสุขสวัสดิ์ อําเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ก็ได้ส่งเรื่องมายัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับเรื่องระบบน้ําประปา ซึ่งรายละเอียด ก็จะมอบให้กับทางท่านประธานต่อไป

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ผู้ปกครองเด็กนักเรียน ได้ร้องเรียนมายังผมในฐานะเป็นผู้รับใช้พี่น้องประชาชนว่าต้องการขอให้โรงเรียนบ้านปุน ตําบลสระเยาว์ อําเภอศรีรัตนะ ขอขยายชั้นเรียนเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งรายละเอียดจะมอบให้กับทางท่านประธานเพื่อส่งไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสาคร เกี่ยวข้อง เชิญครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนฝากมาหารือท่านประธานเพื่อประสานผ่านไปยังรัฐบาล

เรื่องแรก เรื่องการขยายเขตประปาของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ ด้วยชาวบ้านหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตําบลไสไทย และชาวบ้านหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตําบลทับปริก อันเป็นเขตติดต่อกับเขตเทศบาลและมีการจัดตั้งสํารวจออกแบบการขยายเขตประปาไว้แล้ว ยังไม่ได้รับงบประมาณและยังไม่ได้รับการดูแล พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ประกอบด้วยสถานที่ดังกล่าวเป็นย่านการค้า มีธุรกิจ มีชาวบ้านใช้บริการเป็นอย่างมาก ไม่ว่ามัสยิดประจําจังหวัด ไม่ว่าพี่น้องหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตลอดจนมีห้างร้านต่าง ๆ มากมาย มีการขาดแคลนน้ําเป็นอย่างมาก จึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาค อยากจะให้ เรื่องดังกล่าวรัฐบาลได้จัดทําให้แล้วเสร็จด้วย

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการประสานงานขอที่ตั้งโรงกรองน้ําของการประปา ส่วนภูมิภาคที่มีต่อกรมชลประทานได้ขอพื้นที่ที่จะตั้งโรงกรองน้ําไว้บริเวณอ่างเก็บน้ํา บ้านคลองแห้ง จํานวนประมาณ ๔๐ ไร่ ซึ่งอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อนุญาตให้กับโรงกรองน้ําของการประปา ส่วนภูมิภาคด้วย เพราะว่าถ้าได้โรงกรองน้ําและได้ที่ตั้งนี้แล้วก็สามารถที่จะดูแลบรรเทา เรื่องน้ําอุปโภคบริโภคของพี่น้องจังหวัดกระบี่ได้หลายอําเภอ

เรื่องต่อไปครับ เรื่องการไฟฟ้าที่มีการขยายเขตไปใช้ในบริเวณเกาะพีพี มีการวางสายเคเบิล (Cable) ใต้น้ําใช้งบประมาณไปนับหลายสิบล้านบาทลงไปสู่บริเวณ เกาะพีพีอันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกของภาคใต้ของจังหวัดกระบี่ บริเวณ หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๘ บ้านแหลมตง แต่ในขณะนี้ยังติดขัดปัญหาบริเวณอ่าวต้นไทรก็ดี ที่ยังติดขัดปัญหาเรื่องการซื้อระบบจากเอกชน ซึ่งอยากจะให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้จัดการตัดสินใจอนุญาตให้ซื้อ เพราะว่าทุกอย่างลงทุนไปหมดแล้วเหลืออีกนิดเดียว ถ้าตัดสินใจก็จะได้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ที่รอไฟฟ้ามาเนิ่นนาน ตลอดชีวิตได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธาน จํานวน ๓ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้องราษฎรบ้านเสาเล้า ตําบลโพนสวรรค์ อําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนมว่าเส้นทางที่จะเข้าหมู่บ้านเดิมทีเส้นทางดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วการปฏิรูป ระบบราชการทําให้เส้นทางดังกล่าวถูกโอนไปให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่จนกระทั่งบัดนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ไม่ได้จัดสรรงบประมาณในการที่จะก่อสร้างเพิ่มเติมจากเส้นทาง ที่กรมทางหลวงชนบทสร้างไว้ มีเพียงแต่เอาหินคลุกไปลงและทําให้พี่น้องประชาชน ที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน ดิฉันขอฝากถึงท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การปฏิรูประบบราชการบางครั้งเอาแต่ตัวหนังสือและหมายถึงว่าเส้นทางดังกล่าวจะเป็นของ หน่วยงานไหนก็หน่วยงานนั้น ไม่มีงบประมาณลงไปซ่อมแซมก็ทําให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อน ซึ่งหัวถนนเป็นป้ายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ท้ายถนนเป็นป้ายของ กรมทางหลวงชนบท ดิฉันขอฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับปรุงแล้วก็นํางบประมาณ ลงมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไปค่ะ

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ผลักดัน เงินงบประมาณโครงการกองทุนหมู่บ้านเอสเอ็มแอล (SML) หมู่บ้านขนาดเล็ก ๓๐๐,๐๐๐ บาท หมู่บ้านขนาดกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท และหมู่บ้านขนาดใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ลงไปให้ แต่ละหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ได้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขอฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางท่านนายอําเภอ พัฒนาชุมชน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันไปตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินงบประมาณนี้ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส และให้ถึงมือประชาชน ให้ลงไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้านอย่างแท้จริงค่ะ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานคะ วันนี้ท่านมาทําหน้าที่ในฐานะประธานสภา ประมุขนิติบัญญัติ วันนี้ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านที่ในห้วงระยะเวลา ๑ ปีท่านเข้ามา ท่านสามารถเข้ามาบริหารจัดการปรับปรุงอาคารซ่อมแซมสถานที่ รวมทั้งสโมสรรัฐสภา ให้มีความทันสมัย ให้มีความสะอาด แล้วก็สร้างความพึงพอใจให้แก่สมาชิกรัฐสภา พี่น้องประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่สภาแห่งนี้ ดิฉันได้ยินมาจากนักเรียน นักศึกษา พี่น้องประชาชน นอกจากนั้นท่านยังได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าได้เข้ามา เยี่ยมชมสภาแห่งนี้ ต้องถือว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย ดิฉันขอให้กําลังใจและขอถือโอกาส ขอบคุณพี่น้องประชาชนของดิฉันด้วยที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมสภาแห่งนี้ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านนราพัฒน์ แก้วทอง

นายนราพัฒน์ แก้วทอง พิจิตร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร ขอบพระคุณท่านประธาน ผมขออนุญาต หารือ ๒-๓ ประเด็น และขอคําตอบจากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลถึงความชัดเจน

กรณีที่ ๑ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจํานํา ขณะนี้ได้ถูก ธ.ก.ส. หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรประวิงเวลา การจ่ายเงินให้แก่เกษตรกร

กรณีแรก ก็คือการเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคม ซึ่งสามารถนําใบประทวน ไปขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส. ได้เลย ไปจํานํากับ ธ.ก.ส. ได้เลย ขณะนี้ก็ยังไม่มีกําหนดวัน เวลา ที่ชัดเจนที่จะได้รับเงิน

กรณีที่ ๒ คือการเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ ๒๖ มิถุนายนจนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ก็ได้รับแจ้งว่าเป็นการฝากข้าวต้องรอการตรวจสอบ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีกําหนดเวลาที่ชัดเจน ในการตรวจสอบ รวมถึงยังไม่สามารถที่จะนําใบประทวนไปจํานําเพื่อขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส. ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนอย่างยิ่ง เพราะว่าค่าปุ๋ย ค่ายาก็มาแล้ว ดอกเบี้ย ที่ไปกู้เงินนอกระบบก็ทบต้นทบดอกเดือดร้อนอย่างยิ่ง

อีกเรื่องหนึ่งครับเรื่องสุดท้าย ก็อยากจะฝากกับท่านประธานนะครับ ที่ผมได้รับร้องเรียนก็คือถนนหน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช อําเภอตะพานหินเสียหาย ตั้งแต่น้ําท่วมปีที่แล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไข พี่น้องที่ไปใช้บริการโรงพยาบาล บ่นกันมาก แล้วก็มีพี่น้องสุภาพสตรีที่ตั้งครรภ์ไปไม่ถึงโรงพยาบาลครับ เพราะว่าคลอด ก่อนกําหนดเพราะถนนเสียหายหนัก ก็ฝากท่านประธานประสานไปยังแขวงการทางด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนิยม วรปัญญา ครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมาก ทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน ๗ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ โรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง บัดนี้คับแคบมากเพราะโรคมะเร็ง เป็นโรคร้ายที่ทําลายชีวิตปีหนึ่งมาก ก็ขอที่ดินเพิ่มจากที่ราชพัสดุจังหวัด ๒๐ ไร่ ขอให้ท่านช่วยประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็ที่ราชพัสดุครับ

เรื่องที่ ๒ โรงพยาบาลท่าหลวง โรงพยาบาลสระโบสถ์ โรงพยาบาลพัฒนานิคม โรงพยาบาลลําสนธิ โรงพยาบาลโคกเจริญ ขอขยายเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๖๐ เตียง ปัจจุบันนี้เพียง ๓๐ เตียงครับ

เรื่องที่ ๓ สถานีอนามัยหนองย่างทอย อยากจะขอยกฐานะเป็น โรงพยาบาลชุมชน ๓๐ เตียง เพราะที่นี่อยู่ห่างไกลความเจริญมากครับ

เรื่องที่ ๔ ขอให้ขุดลอกแม่น้ําป่าสัก จํานวน ๒๐ จุด แล้วก็ลําสนธิ ๑๐ จุด ลําเหียง ๑๐ จุด ลําพญากลาง ๑๐ จุด ห้วยใหญ่ ๑๐ จุด ห้วยยาง ๓๓ จุดครับ

เรื่องที่ ๕ ขอให้ซ่อมถนนจํานวนหลายสาย ทั้งหมดที่มีปรากฏอยู่ตามหนังสือนี้ สายลํานารายณ์-สระโบสถ์ แล้วก็จากลํานารายณ์-หนองน้ําใส จากลํานารายณ์-สี่แยกนิยมชัย ลําพญาไม้-คลองไทร สายบัวชุม-หัวลํา ดงดินแดง-หนองม่วง สายวัดเขาตําบลผ่านไป จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วก็มีจากจังหวัดชัยภูมิพาดมาที่บึงสามพัน

เรื่องที่ ๖ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการตั้งงบประมาณจัดหาที่ดินให้กับ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ ๒ จังหวัดลพบุรี ปัจจุบันนี้อาศัยพื้นที่ของโรงเรียนอนุบาล ลํานารายณ์คับแคบมากแล้วเด็กก็เดือดร้อน ขอให้ท่านช่วยกรุณาด้วยครับ

เรื่องที่ ๗ ขอให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ําป่าสัก ๖ แห่งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

ท่านประธานครับ ผมได้รับการชมเชยที่ฝากมาให้ท่านประธานว่าตั้งแต่ท่านประธาน ให้มีการหารือได้นี้เขาได้รับการดูแลอย่างดีจากรัฐบาล ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ชาวบ้านฝากมาว่าท่านประธานมีอะไรก็ให้เรียกใช้ได้ทันที ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรังสิมา รอดรัศมี

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ได้รับความเดือดร้อนหลายจังหวัดแล้วก็มีการเดินขบวนมาที่ทําเนียบรัฐบาล และเมื่อวานนี้ ก็มีมาประท้วงอีกจากจังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และรัฐบาลบอกว่าจะให้ การช่วยเหลือเกี่ยวกับราคามะพร้าวแห้งกิโลกรัมละ ๒๑ บาท แต่เมื่อออกคําสั่งไปแล้วว่า ให้ช่วยเหลือเกษตรกรราคากิโลกรัมละ ๒๑ บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องความชื้นไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าช่วยเหลือเกษตรกรแล้วมากําหนดว่ามีความชื้นไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ก็จะทําให้ผู้ประกอบการเท่านั้นที่จะสามารถทําได้ แต่เกษตรกรจะไม่สามารถ ทําได้เลย เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทางรัฐบาลได้ยกเว้นเกี่ยวกับความชื้น ๕ เปอร์เซ็นต์อันนี้ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเกษตรกรแล้วก็ช่วยเหลือลิงที่ตกงานด้วยนะคะ เพราะว่าถ้าเกิดทํา มะพร้าวแห้งได้ลิงก็จะได้มีงานทํา เพราะว่าตอนนี้มะพร้าวมันเยอะมาก ๒ บาทก็ยังขายไม่ได้

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือขณะนี้ทางอธิบดีกรมประมงก็ได้สั่งให้มีการรื้อถอนโพงพาง ที่ไม่ได้รับอนุญาตทั้งประเทศ ก็ทําให้พี่น้องเกษตรกรที่กางโพงพางไม่มีอาชีพรองรับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้หาอาชีพรองรับให้กับผู้ที่มีอาชีพกางโพงพาง เพราะว่าไม่ถูกกฎหมายเรายังพอรับได้ถ้าจะรื้อ แต่ถ้าก่อนจะรื้อนี่ให้หาอาชีพไว้รองรับให้ด้วย

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องถนนสาย ๓๒๕ สมุทรสงคราม-บางแพ ไฟดับบ่อยมากเลย ก็ขอให้กรมทางหลวงได้ช่วยดูเกี่ยวกับเรื่องไฟอันนี้ให้บ่อย ๆ หน่อย เพราะว่าดับประจําเลย

อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องถนนสาย สส. ๓๐๒๑ กับ สส. ๓๐๗๔ เป็นหลุมเป็นบ่อ พี่น้องเกษตรกรประชาชนได้ร้องเรียนมาพร้อมทั้งนายก อบต. ตําบลแพรกหนามแดง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปดําเนินการซ่อมแซมเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ได้ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอนุสรา ยังตรง

นางอนุสรา ยังตรง สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในจังหวัดสมุทรปราการ หลายครั้งหลายหนรวมทั้งดิฉันมีเอกสารให้ท่านประธานด้วยค่ะ ก็คือมีบ่อนการพนันเกิดขึ้น จํานวนมากในจังหวัดสมุทรปราการ บ่อนเก่า ๆ ก็ยังอยู่กันครบ แต่สําหรับบ่อนใหม่ เกิดขึ้นมากมาย และปัจจุบันนี้เปิดแทบจะ ๒๔ ชั่วโมงแล้ว แล้วก็รายละเอียดมีจํานวนมาก ประชาชนถามดิฉันว่ามันเป็นแฟรนไชส์ (Franchise) หรือเปล่า เพราะว่ามันมีลักษณะของการวิ่ง เป็นบ่อนวิ่งมาเป็นช่วง ๆ แล้วก็ไปตั้งอยู่จังหวัดอื่นเวียนกันไปอีก แล้วก็พื้นที่บางทีเป็นเหมือน เซเว่นอีเลฟเว่นเลยคือเปิด ๒๔ ชั่วโมง ก็ขอให้ตํารวจท้องที่ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปปราบอย่างจริงจัง โดยดิฉันได้รับการร้องเรียนมาหลายเดือนจํานวน ๒ แผ่นด้วยกัน ดิฉันจะมอบให้ท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ เรื่องของสะพานลอยข้ามถนนริมถนนศรีนครินทร์หน้ารินทอง คอนโดมีเนียม บริเวณนี้ก็จะมีหมู่บ้านใกล้เคียงอีก ๔-๕ หมู่บ้านด้วยกัน แล้วก็จะมี วัดคลองบางปิ้งอยู่ด้วย ซึ่งประชาชนโดนเฉี่ยวชนจํานวนมาก แล้วก็มีลูกเล็กเด็กแดงอาศัยอยู่ ซึ่งก็เป็นที่ร้องเรียนมาไม่ต่ํากว่า ๓ ครั้งแล้วสําหรับตรงนี้

เรื่องที่ ๓ ก็คือมีประชาชนร้องเรียนมาในเรื่องของขอสะพานยกระดับ หรือสะพานข้ามแยกหน้าบริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู แล้วก็ซอยสามห่วง เพราะว่า ช่วงเช้าและช่วงเย็นของบริเวณดังกล่าวจะมีรถสัญจรไปมาจํานวนมาก แล้วก็จังหวัดสมุทรปราการ ก็ยังมีนิคมอุตสาหกรรม ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ โรงด้วยกันในจํานวนใกล้เคียงกันตรงนี้ เพราะฉะนั้นแล้วมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสะพานข้ามแยกหรือสะพานกลับรถ ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว

แล้วก็ต้องขอบคุณหน่วยงานของรัฐบาลที่มีรถไฟฟ้าจะมาถึง จังหวัดสมุทรปราการ ตอนนี้ก็มาถึงวัดอโศการาม ก็ขอให้ไปถึงตําหรุด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องร้องเรียนท่านประธานเพียงเรื่องเดียว เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่ยาสูบ พันธุ์เบอร์เลย์ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ได้รับการร้องเรียนจากสมาคมชาวไร่ยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเกี่ยวกับข้อกังวลที่จะส่งผลกระทบโดยตรงกับพี่น้องชาวไร่ยาสูบทั้งพื้นที่ ในจังหวัดสุโขทัย ตลอดจนถึงชาวไร่ยาสูบในภาคเหนือ และภาคอีสาน จากจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา รวมถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดเพชรบูรณ์ เกี่ยวกับกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรคได้ยกร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมการบริโภคยาสูบฉบับใหม่ขึ้นโดยยกเลิกกฎหมายฉบับเดิม ๒ ฉบับ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพ ผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ชาวไร่ยาสูบนั้นมีข้อกังวล ได้ฝากผมมานะครับ ต่อบทบัญญัติกฎหมายบางมาตราซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้กระทําความผิด เกี่ยวกับการค้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ปลอมเป็นการจํากัดสิทธิชาวไร่ ส่งผลกระทบกับ ผู้ประกอบการเพาะปลูกชาวไร่ยาสูบนะครับ การให้อํานาจต่อรัฐมนตรีได้ออกกฎหมายลูก โดยไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องชาวไร่ยาสูบ โดยเฉพาะข้อกังวลในมาตรา ๑๔ คณะกรรมการการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาตินั้นมีตัวแทนองค์กรเอกชน เป็นคณะกรรมการด้วย แต่ไม่ได้ระบุว่ามีตัวแทนจากภาค ตัวแทนจากชาวไร่ยาสูบเข้ามาเป็น ตัวแทนในคณะกรรมการด้วยนะครับ อีกข้อกังวลหนึ่งที่กังวลมากก็คือในมาตรา ๓๙ เกี่ยวกับ การห้ามใช้ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งตรงนี้เป็นการจํากัดสิทธิ จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ทบทวนกฎหมายฉบับนี้เพื่อเอาประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไร่ยาสูบด้วย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เรื่องขอให้ ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งร่องรอยอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ วัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร สืบเนื่องจาก ร่องรอยอารยธรรมบ้านเชียง อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีนั้นมีคนศึกษาเรียนรู้ อารยธรรมบ้านเชียงทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และมวลมนุษยชาติ จนได้บันทึก เป็นมรดกโลกอารยธรรม ๕,๐๐๐ ปี ที่วัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนั้นก็มีสิ่งเหล่านี้ก็คือร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ รุ่นราวคราวเดียวกับบ้านเชียงอยู่ในวัดแห่งนี้ ซึ่งมีการขุดค้นของกรมศิลปากร เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วค่ะ แต่ว่าพอขุดค้นแล้วก็ฝังกลบไว้เหมือนเดิมค่ะ แล้วจากข้อมูลนั้น มีการขุดค้น ๒๐ หลุมนั้นสมบูรณ์ ๑๗ หลุมก็คือร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์แห่งนี้ที่วัดแห่งนี้ละค่ะ วัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครนั้น ก็ต้องบอกว่าตอนนี้นั้นหลายสิบปีมาแล้วสมควรที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้ของมวลมนุษยชาติและเป็นการท่องเที่ยวเพื่อการเชื่อมโยงด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ถ้าคนไปศึกษาเรียนรู้ที่บ้านเชียง อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี แล้วก็มาที่วัดชัยมงคล บ้านดอนธงชัย ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งห่างกันแค่ ๒๕ กิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้นแล้วทั้งกรมศิลปากร ทั้งกระทรวงวัฒนธรรมนั้น ดิฉันต้องกล่าวว่าบรรพบุรุษของมวลมนุษยชาติต้องการประกาศให้โลกรู้โดยการดูแล ของกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากร ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอรรถพร พลบุตร

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอถือโอกาสนี้เป็นตัวแทนคณะ ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี ขอบพระคุณคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร โดย ฯพณฯ ชัย ชิดชอบ ประธานคณะกรรมาธิการที่ได้เดินทางไปประชุมและลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ที่บริเวณบ้านห้วยไก่แจ้ ตําบลหนองหญ้าปล้อง อําเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งพี่น้องประชาชนที่นั่นถือครองที่ดินอยู่จํานวนหลายสิบราย และถูกทับซ้อนด้วยโฉนดที่ดิน ของบุคคลภายนอก ซึ่งต่อมากรมที่ดินได้ให้ความเห็นชอบว่าการออกโฉนดเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นโฉนดที่ออกโดยไม่ถูกต้อง จึงอยากให้มีการเพิกถอนโฉนดและกระจายสิทธิ ตามความชอบธรรมแก่พี่น้องประชาชนต่อไป ผมขอบคุณไปยังคณะกรรมาธิการที่เดินทาง ร่วมคณะลงไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นท่าน ส.ส. รส มะลิผล ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่ว่าจะเป็น ท่าน ส.ส. รังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านรํารี มามะ ส.ส. จังหวัดนราธิวาส ที่ได้ร่วมไปประสาทความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน และขอใช้โอกาสนี้ กราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมที่ดินได้โปรดตั้งคณะกรรมการเพิกถอนโฉนด ซึ่งได้ให้ความเห็นชัดเจนแล้วว่าเป็นการออกโดยมิชอบ เพื่อจะได้กระจายสิทธิให้กับ พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ครอบครองพื้นที่นั้นโดยตรงทํามาหาเลี้ยงชีพตามกระบวนการ ทางกฎหมายที่ถูกต้องต่อไป

ขออนุญาตหารือในเรื่องที่ ๒ คือกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ตําบลช่องสะแก ตําบลนาวุ้ง ตําบลโพพระ อําเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และ ตําบลบางแก้ว อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและใช้น้ํา จากคลองโพพระซึ่งมีความยาวหลายกิโลเมตร ผมลงไปสํารวจพื้นที่เมื่อปีที่แล้วปรากฏว่า ที่ปากคลองซึ่งเป็นประตูน้ําของกรมชลประทาน ท่อระบายน้ํามีขนาดเพียง ๕๐ เซนติเมตร หรือครึ่งเมตรเท่านั้นเองที่จะไปหล่อเลี้ยงผู้คนหลายพันคน หลายพันไร่ ซึ่งไม่สอดคล้อง กับความต้องการ ขอให้กรมชลประทานจัดสรรงบประมาณไปปรับปรุงประตูระบายน้ํา คลองโพพระให้มีขนาดของประตูหรือท่อระบายน้ําอย่างน้อย ๑ เมตร หรือ ๑.๕๐ เมตร เป็นการเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ซึ่งนําโดย ส.ส. เรืองเดช สุพรรณฝ่าย เชิญท่านธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม เมื่อปีที่แล้วที่ผ่านมาส่งผลให้ถนนหลาย ๆ เส้นได้รับความเสียหาย เช่น ถนนขุมทอง ถนนเลียบคลองมอญ ถนนเลียบลํากอไผ่ ถนนคุ้มเกล้า ๕๐ และอีกหลาย ๆ เส้น ซึ่งถนนเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร และดิฉันเองก็เคยได้หารือ กับท่านประธานผ่านไปถึงผู้ว่าราชการ กทม. แล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่อย่างใด ดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานฝากไปถึงผู้ว่าราชการ กทม. อีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนที่จะต้องเดินทาง ไปโรงเรียน ได้โปรดเข้าซ่อมแซมแก้ไขให้ถนนเหล่านี้ใช้การได้ด้วยความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน แล้วที่ดิฉันสงสัยอีกข้อหนึ่งก็คือว่าถนนขุมทองเป็นถนนที่ได้รับ ความเสียหายมาตั้งแต่ก่อนน้ําท่วมแล้ว และเมื่อตอนน้ําท่วมนั้นก็ทําให้ถนนเส้นนี้ ไม่สามารถใช้การได้ แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมจนทําให้ใช้ได้ ในระยะเวลาหนึ่ง แต่จนถึงปัจจุบันนี้ถนนเส้นนี้ก็ได้พังอีกแล้วค่ะ ทําให้พี่น้องประชาชนนั้น ก็เกิดความลําบากมาก ดิฉันจึงอยากที่จะตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจรับงานของ กทม. นั้น ได้มาตรฐานหรือไม่ และเป็นไปด้วยความถูกต้องหรือเปล่า คุ้มค่ากับภาษี ของพี่น้องประชาชนที่จ่ายมาเพื่อความปลอดภัยในชีวิตหรือไม่ ดิฉันจึงขอให้ กทม. ได้โปรดชี้แจงในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงงบประมาณที่ใช้นั้นเป็นของปี ๒๕๕๔ หรือปี ๒๕๕๕ เพราะว่าถนนหลาย ๆ เส้นก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุง มีเพียงเส้นนี้ที่ได้รับการปรับปรุง แต่ก็พังแล้ว ดิฉันต้องขอให้ กทม. ได้โปรดเร่งเข้าไปซ่อมแซมโดยด่วน แล้วก็ต้องขอใช้โอกาสนี้ ในการขอบคุณรัฐบาลที่ได้จัดงานแสดงข้อมูลการบริหารจัดการน้ําที่ผ่านมา เมื่อวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้ซึ่งทําให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วก็มี ความเข้าใจเกี่ยวกับการทํางานของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐบาลด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ขอหารือท่านประธานสภาเพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการช่วยโปรดดําเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังนี้ครับ สืบเนื่องจากวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่ายซึ่งเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาของจังหวัดระยอง มีความเดือดร้อนในด้านอัตรากําลังบุคลากรที่เป็นข้าราชการและพนักงานราชการ โดยขาดข้าราชการ จํานวน ๑๐ ตําแหน่ง แล้วก็พนักงานราชการ จํานวน ๖ ตําแหน่ง เนื่องจากปัจจุบันวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่ายเปิดสอนเด็กอาชีวศึกษา ปวช. และ ปวส. รวมทั้งปริญญาตรีร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพานั้น จํานวน ๑,๘๗๘ คน มีข้าราชการครู แค่ ๑๓ คนเท่านั้นเอง ยังขาดแคลนอีกจํานวนมาก แล้วก็เปิดการสอนแบบระบบทวิภาคี ร่วมกับสถานประกอบการ ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างดี และเรื่องที่ ๒ ก็คือว่าขาดแคลน อาคารวิทยบริการซึ่งยังไม่มี จํานวน ๑ หลัง ๒ ชั้น แล้วก็ขาดแคลนงบซ่อมแซมปรับปรุง อาคารที่เก่าชํารุด จํานวน ๕ หลัง แล้วก็อาคารบ้านพักครู ๑๘ ยูนิต (Unit) จํานวน ๑ หลัง ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้แก้ปัญหาให้ด้วย

อีกเรื่องหนึ่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอนไปแล้ว ๒ ปีตามนโยบายรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรีที่จะจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดระยอง ซึ่งยังไม่มีมหาวิทยาลัย และไม่มีวิทยาเขต ปัจจุบันงบประมาณที่มติ ครม. กําหนดไว้คือ ๑,๖๖๙ ล้านบาท ก่อสร้าง ในปี ๒๕๕๖ จนถึงปี ๒๕๕๙ รัฐบาลจัดงบประมาณให้ปี ๒๕๕๕ ต่อเนื่องมาถึงปี ๒๕๕๖ จํานวน ๒ อาคารเท่านั้นเอง ในปี ๒๕๕๖ งบประมาณปี ๒๕๕๖ ได้ขอไปทั้งหมด ๔ หลัง แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเลย จึงจําเป็นอย่างยิ่งจะต้องนําแผนปี ๒๕๕๖ มาขอในปี ๒๕๕๗ สมทบกับของปี ๒๕๕๗ ที่จะต้องขออยู่แล้วเพื่อให้ก่อสร้างให้เสร็จ แล้วก็ดําเนินการจัดการเรียนการสอน ก็ขอให้ทางรัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสํานักงบประมาณได้โปรดจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างที่ตกค้าง ๔ อาคาร ของปี ๒๕๕๖ รวมทั้ง ๖ อาคารของปี ๒๕๕๗ ต่อไปด้วย เพื่อให้การเรียนการสอนนั้น ไม่สะดุด กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ครับ

นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูงครับ ผม เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องที่หารือไปแล้ว เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงซ่อมแซมถนนทางหลวงชนบท บก. ๔๐๑๓ ที่เรียนไปแล้วปรากฏว่า ๑ ปีเต็มถึงวันที่ ๕ กันยายน ปรากฏว่าเส้นทางเส้นนี้ดําเนินการ ได้เพียงแค่ ๘๐๐ เมตรเท่านั้นเอง เส้นทางนี้ยาวประมาณ ๒๘ กิโลเมตร เส้นทางนี้หาที่ดี ไม่ได้เลย เป็นหลุมเป็นบ่อ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกรุณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้เส้นทางเส้นนี้ ทางหลวงชนบท บก. ๔๐๑๓ ได้เป็นเส้นทางสัญจรจากอําเภอโซ่พิสัย ไปที่อําเภอเมืองบึงกาฬอย่างสะดวกสบายครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยุพราช บัวอินทร์ เชิญครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ํา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันจันทร์ที่ ๓ กันยายนที่ผ่านมามีพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจากหลายอําเภอ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากราคาข้าวโพดได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๒ สัปดาห์ ท่านประธานที่เคารพ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากผลผลิตข้าวโพดในต่างประเทศแล้ว ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น และโดยเฉพาะพิจารณาจากอุปสงค์และอุปทานในประเทศแล้ว ก็ยิ่งไม่น่าจะเกิดราคาข้าวโพดตกต่ําเลย ดังนั้นผมจึงตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่า มีปัจจัยที่มีผลต่อราคาข้าวโพดตกต่ําในขณะนี้ นั่นก็คือ

ประการที่ ๑ ข่าวว่ารัฐบาลจะนําข้าวโพดเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งเรื่องนี้ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานให้ตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่จริง หรือไม่ หรือว่าเป็นเรื่องของการโกหกสีขาว

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตประการที่ ๒ คือมีการรวมตัวกัน ของกลุ่มพ่อค้าคนกลาง กลุ่มเจ้าของไซโลข้าวโพด เพื่อตกลงราคารับซื้อในตลาด ทําให้ราคา ลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ แล้วกลุ่มพ่อค้านี้มีแผนอย่างไรครับ ท่านมาดูนะครับ มันเป็นขบวนการ แผนต่อไปของกลุ่มพ่อค้าคนกลางก็คือว่าเมื่อพี่น้องเกษตรกร ได้รับความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตตกต่ํา พี่น้องเกษตรกรก็มาเรียกร้องต่อหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องหรือต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นข้อมูลนี้จะถูกนําเสนอต่อรัฐบาลเพื่อกําหนดนโยบายเข้ามาแก้ไข นั่นก็คือนโยบาย รับจํานําข้าวโพด ท่านประธานครับ แล้วสุดท้ายผลประโยชน์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับรัฐบาล หรือตัวเกษตรกรเลย ผลประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับพ่อค้าคนกลาง สุดท้ายผลประโยชน์ ผลกําไรจะตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลาง ท่านประธานที่เคารพครับ จึงขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้แก้ไขปัญหานี้ให้พี่น้องเกษตรกร อย่าเตะสุกรเข้าปากสุนัข ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องถนนเลียบคลองสิบสาม ชํารุดทั้ง ๒ ฝั่ง ฝั่งด้านตะวันออกและฝั่งด้านตะวันตก ถนน ๒ สายนี้มีความยาวประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ดูแลโดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมได้เคยหารือมาแล้ว จําได้ตั้งแต่สมัยรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช แล้วก็ต่อมารัฐบาลสมชาย แล้วก็มาเรื่อยจนบัดนี้กรุงเทพมหานครก็ยังไม่ไปดําเนินการ ซึ่งอยู่ในเขตฝั่งจังหวัดปทุมธานี พอมาถึงเขตหนองจอกถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ จังหวัดปทุมธานีเขาเรียบเลยนะครับ พี่น้องประชาชนก็ร้องขอมาว่าให้ช่วยเร่งดําเนินการ ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรุงเทพมหานครได้มาดําเนินการปรับปรุง ให้เรียบร้อยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องสะพานไม้ข้ามคลองลําเจดีย์บริเวณหลังการเคหะหนองจอก สะพานนี้ก็จะเชื่อมไปถึงโรงเรียนลําเจดีย์ ซึ่งเด็กนักเรียนก็ใช้สัญจรเป็นทางที่ใกล้ที่สุด แต่บัดนี้สะพานไม้นั้นชํารุด เด็กนักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนนี้ได้อย่างปลอดภัย จึงทําให้ พี่น้องประชาชนตรงนั้นเดือดร้อนมากก็มาร้องเรียนที่ผม ผมก็ขอหารือท่านประธาน ช่วยประสานด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ รถเมล์สาย ๕๒๖ วิ่งระหว่างโรงเรียนหลวงแพ่งในเขตหนองจอก ไปสิ้นสุดที่สวนสยาม เนื่องจากว่ารถเมล์สายนี้เป็นเส้นทางที่มีหมู่บ้านจํานวนมาก แล้วก็พี่น้องประชาชนหลายชุมชน ทั้งวัดและโรงเรียนเป็นที่ต้องการของประชาชน แต่รถเมล์มีน้อย มีไม่เพียงพอกับการให้บริการ ผมจึงขอหารือท่านประธานช่วยประสานงาน ไปยัง ขสมก. ช่วยเพิ่มรถเมล์ฟรีในรอบเช้าตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกาและเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา แล้วก็รอบเย็นตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกาและเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา วันละ ๔ เที่ยว รถเมล์ฟรีเพื่อรองรับกับความต้องการของพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์

นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมา ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓ ระหว่างอําเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี ถนนมีความยาว ประมาณ ๗๐ กิโลเมตรขณะนี้เป็นหลุมเป็นบ่อตลอดสาย เมื่อวานดิฉันได้เข้าไปพื้นที่แล้วก็ได้ ถ่ายภาพมาให้ท่านประธานดูด้วยนะคะเพราะว่าสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ท่านประธาน ขอกล้องส่องที่ไอแพด (iPad) ของดิฉันด้วยนะคะ มากมายเลยค่ะเป็นหลุมเป็นบ่อ อย่างกับหลุมขนมครกเลยค่ะ ถนนเส้นนี้ดิฉันได้หารือกับท่านประธานในสภาแห่งนี้ หลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด เมื่อครั้งที่ ครม. สัญจรไปจังหวัดกาญจนบุรี ถนนเส้นนี้ทางจังหวัดกาญจนบุรีคือผู้ว่าราชการจังหวัดได้นําเสนอต่อที่ประชุม ครม. แล้วก็ไม่ได้รับการตอบรับ ไม่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. เช่นกัน ขณะนี้พี่น้องประชาชน ผู้ใช้ถนนเส้นนี้วันหนึ่งก็มีจํานวนมากมีความเดือดร้อนอย่างมาก ดิฉันได้ตรวจสอบ ในข้อบัญญัติของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ผ่านมาเมื่อสักอาทิตย์ที่แล้วก็ไม่มีงบประมาณ ตั้งไว้ที่จะก่อสร้างถนนเส้นนี้แต่อย่างใด แต่ว่าตั้งไว้ในหมวดปรับปรุงเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาทเท่านั้น ดิฉันเชื่อว่าเงินเพียงน้อยนิด คงซ่อมแซมไม่ได้ตลอดทั้งสาย คงจะไม่พอที่จะเยียวยาถนนเส้นนี้ได้ ดิฉันจึงขอเรียกร้อง มายังท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขอให้ตั้งงบประมาณปรับปรุง ซ่อมแซมถนนเส้นนี้ให้อยู่ในสภาพการสัญจรไปมาได้ปกติด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนิยม ช่างพินิจ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผม อยากจะหารือถือว่าเป็นประเด็นสําคัญนะครับ ในเขตพื้นที่ ๑๗ จังหวัดด้วยกัน โดยเฉพาะ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตร ที่มีการยกเว้นในการที่พี่น้องเกษตรกรที่ทํานา ที่ยกเป็นพื้นที่กรณีพิเศษที่เก็บเกี่ยวข้าวในช่วงของวันที่ ๑ มิถุนายนไปจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายนก็ดี แล้วก็เดือนกรกฎาคมก็ดี เดือนสิงหาคมก็ดี ไปจนถึงวันที่ ๑๕ กันยายนก็ดี เพราะว่าได้ยกเว้น แล้วก็เมื่อวันที่ ๓ ทาง กขช. คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่ไปปลดล็อกวันที่ ๑-๓๐ มิถุนายน แต่ตอนนี้ยังไม่มีหนังสือสั่งการไปของแต่ละจังหวัดครับ เพราะฉะนั้นเป็นปัญหาที่ว่าพี่น้องที่เอาข้าวไปฝากไว้โรงสีในช่วงของเดือนมิถุนายน ก็มีปัญหาตรงนี้ ก็อยากจะเรียนฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน ธ.ก.ส. ก็ดี โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรก็ดี แต่ทางกรมส่งเสริมการเกษตรเชื่อว่า ไม่มีปัญหานะครับ เพราะการขึ้นทะเบียนเพาะปลูกและการขึ้นทะเบียนเก็บเกี่ยวอาจจะมี คลาดเคลื่อนไปบ้าง การเพาะปลูกกับเก็บเกี่ยวนะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ สิ่งที่เป็นข้าวของเกษตรกรจริง ๆ ถึงจะมีเรื่องร้องเรียนว่ามีการสวมสิทธิ ตรงนี้ผมอยากให้ ทางหน่วยงานภาครัฐเร่งจ่ายเงินให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าถ้าเราจ่ายไปถึงวันที่ ๑๕ กันยายนมันจะเป็นโครงการข้าวนาปีก็คือปกติ เดี๋ยวโครงการมันจะไปทับกันหรือจะไป ซ้อนกัน ก็คงฝากไว้นะครับโดยเฉพาะกรมการค้าภายใน โดยเฉพาะที่ปลดล็อกไป เมื่อวันจันทร์ที่ ๓ ที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กขช. แต่ตอนนี้ ติดว่ายังไม่มีหนังสือสั่งการไปในเคส (Case) กรณีวันที่ ๑-๓๐ มิถุนายนนี้ ก็ฝากไว้นะครับ ก็คงจะเรียนท่านประธานแล้วก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหลือไม่กี่ท่าน ผมขออนุญาตเอาให้หมดเลยนะครับ เชิญท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีข้อหารือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อําเภอมายอ อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีปัญหาในเรื่องของนาร้างซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ วันนี้เราสมควร ที่จะสนับสนุนให้พี่น้องมีเศรษฐกิจที่พอเพียง พื้นที่อําเภอมายอ อําเภอยะรัง มีพื้นที่นาร้าง เกือบ ๕,๐๐๐ กว่าไร่ วันนี้ผมอยากจะให้ทางกระทรวงกลาโหมซึ่งมีทหารช่าง แล้วก็มี ศอ.บต. ซึ่งสามารถที่จะถ่ายงบประมาณในเรื่องของน้ํามันเชื้อเพลิง ถ้าสามารถทําให้พี่น้อง สามารถทํานาได้ก็จะเกิดประโยชน์แล้วพี่น้องก็จะมีความสุขในเรื่องของรายได้ ที่ผ่านมา ได้มาส่วนหนึ่งแต่น้อยนิดมากเลยนะครับ วันนี้อยากจะให้ท่านได้ดําริเรื่องนี้โดยให้ส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องของนาร้างเข้าไประดมความช่วยเหลือในส่วนตรงนี้ เพราะว่าคนอําเภอมายอนี่อาชีพหลักก็คือทํานาแต่วันนี้นาร้างมีปัญหามาก เพราะว่าต้นเหตุ ก็มาจากเขื่อนส่งน้ําของกรมชลประทาน แต่วันนี้มีวิธีแก้ก็คือให้ทหารช่าง ของกระทรวงกลาโหมแล้วก็งบน้ํามันเชื้อเพลิงจาก ศอ.บต. สามารถที่จะไปคลี่คลายปัญหา ตรงนี้ได้

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านเจ้าอาวาสก็คือท่านแจ้ง วัดมายอ วันนี้เขามีปัญหาในเรื่องของการที่จะขอให้มีกําแพงวัดที่สูงขึ้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ของพระในวัด วันนี้น่าสงสารครับ ท่านลองไปที่วัดมายอนะครับ ผมแนะนําท่านให้ไปที่ ศอ.บต. เพื่อที่จะของบสร้างกําแพงสูงขึ้นแต่วันนี้ก็ยังไม่ได้ วันนี้อยากจะให้ท่านย้ําไปอีกทีหนึ่ง เพราะว่าอย่างน้อยก็เป็นการช่วยเหลือในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตของพระในวัด สุดท้ายนี้ก็คงจะพูดเพียงแค่นี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ได้รับการร้องขอมาจากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. โดยเฉพาะ อบต. ต้องการที่จะได้รับการสนับสนุนรถตัดหญ้าแบบแทรคเตอร์ ฟาร์ม ซึ่งติดอยู่ในรถเครื่อง เนื่องจากว่าขณะนี้มีเส้นทางหลายเส้นทางที่ได้รับโอนจากกรมทางหลวงก็ดี หรือกรมทางหลวงชนบทก็ดีไปให้กับท้องถิ่นแล้ว แต่ท้องถิ่นไม่มีงบประมาณแล้วก็ไม่มี รถตัดหญ้าทําให้ถนนรกร้างเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการซึ่งได้จ้างแรงงานต่างด้าวร้องเรียน ผ่านเข้ามาว่าขณะนี้เมื่อวีซ่า (Visa) หมดอายุหรือกําลังจะหมดอายุจะต้องมีการไปต่อวีซ่า ร้องเรียนมาที่ ตม. สวนพลู สํานักงานตรวจคนเข้าเมืองสวนพลูมีแรงงานเป็นจํานวนมาก ไปเข้าคิวรอกัน ถ้าไปถึงแปดโมงเช้าวันนั้นจะไม่ได้รับการเข้าไปดําเนินการต่อวีซ่า เพราะคิวจะเต็ม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมีการหากินกันโดยอาจจะมีการจ้างวินมอเตอร์ไซค์เพื่อไป เข้าคิวตั้งแต่ตีหนึ่ง ทําให้แรงงานแล้วก็นายจ้างเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จ้างวินมอเตอร์ไซค์ แต่ละครั้ง ๔๐๐-๕๐๐ บาท เนื่องจากว่าแรงงานนั้นต้องเสียค่าปรับถึง ๕๐๐ บาทต่อวัน ถ้าหากว่าวีซ่าหมดอายุ จึงอยากจะฝากไปทาง ตม. หรือว่ากระทรวงการต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาดูตรงนี้ว่าจะแก้ไขให้กับแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นซึ่งเข้ามาทํางาน โดยถูกต้องตามกฎหมายให้เขาอยู่ได้แล้วก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากจนเกินไป เพราะถ้าเผื่อ เสียค่าใช้จ่ายมากเขาอาจจะออกนอกระบบก็จะทําให้เกิดความไม่ปลอดภัย แล้วระบบแรงงาน ของเราก็จะมีปัญหา ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ ๑๐ บ้านปากวัง อําเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ในเรื่อง ขาดแคลนน้ําในการทําเพาะปลูกทั้ง ๆ ที่มีคลองส่งน้ํา แต่เนื่องจากเครื่องสูบน้ําไม่สามารถ จะสูบได้เพราะว่าคลองส่งน้ํานั้นไม่สามารถที่จะสูบน้ําจากแม่น้ําปิงและแม่น้ําวัง ดังที่เคยเป็นมา นับตั้งแต่สร้างเขื่อนภูมิพลเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก็คือว่า โดยปกติแล้วระดับน้ําในแม่น้ําปิงที่ปล่อยจากเขื่อนภูมิพลจะไหลเข้าสู่คลองนี้ทําให้ สามารถสูบน้ําได้ตลอดทั้งปี แต่ว่ามาเปลี่ยนแปลงการระบายน้ําหลังจากที่ได้เกิดเหตุอุทกภัย ครั้งใหญ่เป็นเหตุทําให้ระดับน้ําปิงต่ํากว่าปกติในขณะนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีน้ําไหลย้อน เข้าไปสู่คลองชลประทานเพื่อที่จะทําการสูบน้ําเพื่อการเกษตรต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ขณะนี้ชาวบ้านได้ช่วยตัวเองโดยการผันน้ํากลับทิศทางของกระแสน้ําวังให้ไหลเข้าสู่ คลองชลประทาน แต่เมื่อดูขนาดของงานและสิ่งที่ชาวบ้านบริจาคกันโดยการเรี่ยไรเงินกัน ผมเห็นว่าปัญหามันใหญ่เกินกว่าที่จะใช้กําลังประชาชนได้เพียงอย่างเดียว จึงขอให้ หน่วยราชการโดยเฉพาะกรมชลประทานได้กรุณาไปศึกษาและทําการแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยการเปลี่ยนทิศทางน้ํา เอาน้ําแม่น้ําวังซึ่งขณะนี้ระดับน้ําค่อนข้างสูงให้ไหลเข้าสู่ คลองชลประทานดังกล่าวเพื่อที่จะได้สูบน้ําให้กับราษฎรต่อไป ก็ขอขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านลีลาวดี วัชโรบล

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องอยากจะขอหารือเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องนะคะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณพศิน บัวศรี ร้องเรียนมาจาก ชุมชนมิตรคามอยู่ในเขตดุสิตนี้เองนะคะ บอกมาว่าสายไฟฟ้าแล้วก็สายโทรศัพท์ในชุมชนนั้น อยู่ในระดับที่ต่ํามาก บางจุดนั้นสามารถที่จะเอามือเอื้อมจับได้ ซึ่งทางชุมชนก็บอกว่า ช่วงนี้ฝนตกเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเด็ก ๆ ในชุมชน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดดูแลแก้ไข อย่างที่เห็นในภาพนะคะ เอามือชูขึ้นไปก็อาจจะไปเกี่ยวได้เลย แล้วก็ชุมชนอย่างที่เห็นแคบแล้วก็อยู่ติดกัน สายไฟฟ้า ก็อยู่ระหว่างกลางเลย ก็เป็นกังวลนะคะ ก็อยากจะให้ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโปรดตรวจสอบด้วยนะคะ

อีก ๑ เรื่องนะคะ ตอนนี้ฝนก็ตกขึ้นมาแล้วหลายคนก็มีความกังวล แต่เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังในเรื่องของการดูแลเรื่องน้ําท่วมโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการซ้อม เรื่องของการปล่อยน้ํา พี่น้องประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมน้ําก็ฝากให้กําลังใจรัฐบาล มาด้วยนะคะ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทางคุณชนิตา เย็นแข เป็นพี่น้องที่อยู่ในเขตดุสิตนี้เองนะคะ บอกว่าบริเวณเขตดุสิตมีท่อระบายน้ําหลายแห่งเลยที่มีขนาดใหญ่แล้วก็มีน้ําท่วมขัง อยู่เป็นเวลานาน บริเวณนี้อยู่ตรงตลาดศรีย่านนี่เองค่ะ ใกล้ ๆ นี้เองนะคะ ท่อระบายน้ํานี้ ก็เป็นทางเข้าตลาดซึ่งเวลาฝนตกมาไม่มากท่อก็จะอุดตัน แล้วสิ่งสําคัญก็คือส่งกลิ่น เหม็นมาก ผู้ที่สัญจรไปมาก็บอกว่าได้รับความเดือดร้อนมาก อย่างที่เห็นในภาพนะคะ นอกจากสีดําแล้วยังมีกลิ่นแล้วก็เป็นที่หมักหมมของเชื้อโรคนะคะ เด็ก ๆ เดินผ่านไปผ่านมา ก็อาจจะเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ก็ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดหา งบประมาณมาดูแลแก้ไขด้วยนะคะ

เรื่องสุดท้ายนะคะ ดิฉันได้รับคําฝากมาถึงท่านประธานบอกว่า พุทธศาสนิกชนทราบมาว่าท่านประธานได้เอาโต๊ะหมู่บูชาเข้ามาอยู่ในห้องประชุมนะคะ บอกขวัญกําลังใจนั้นดีมากเลยนะคะ แล้วก็ฝากอนุโมทนาบุญกับท่านประธานมาด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ครับ

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ผมจะหารือ ท่านประธานสภาในวันนี้นั้นก็คือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกรณีมีน้ําท่วมขัง ในชุมชน เรื่องระบบท่อน้ําทิ้งในชุมชนนั้นผมเคยพูดถึงแล้วก็หารือในที่ประชุมแห่งนี้ หลายครั้งแล้วนั้น ณ วันนี้ฝนตกชุกขึ้นครับจึงเห็นได้ชัดเจนว่ามีน้ําท่วมขังในชุมชน ในระดับสูงเหนือเข่า ระยะทางลึกลงไปในชุมชนเป็นกิโลเมตรนะครับ แล้วก็ตามซอยย่อย ในชุมชนนั้น ๆ อีก อย่างเช่นในเทศบาลเมืองคูคต อย่างเช่น หมู่บ้านสีวลี สี่มุมเมือง ชุมชนทางเข้าเมืองเอก ย่านแพทย์รังสิต ชุมชนการ์เด้น โฮม เป็นต้น ในเทศบาลเมืองลําสามแก้ว ก็เช่นเดียวกัน บริเวณหมู่บ้านริเวอร์ ปาร์ค หมู่บ้านไดมอนด์ วิลล์ หมู่บ้านบุศรินทร์ หมู่บ้านพูนผล หมู่บ้านรินทร์ทอง ชุมชนย่านหมู่บ้านเปียร์นนท์ อีกหลายชุมชนนะครับ ในชุมชนลาดสวาย ได้แก่ หมู่บ้านวรางกูร หมู่ที่ ๑๐ หมู่บ้านพฤกษา ๑๗ หมู่บ้านแคทลียา หมู่บ้านรุ่งเรืองเฮาส์ หมู่บ้านอยู่เจริญ เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วในชุมชนริมถนนรังสิต-องครักษ์ ช่วงคลองหนึ่ง คลองสอง ของเมืองนครรังสิต คลองสามของเทศบาลบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี ชุมชนเหล่านี้ ฝนตกทุกทีจะมีน้ําท่วมขังอยู่ถึง ๓-๔ วันทุกครั้ง จึงขอหารือมายังท่านประธาน ไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ รับผิดชอบในการจัดการลอกท่อ และขอหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านเป็นผู้ที่อนุมัติ งบประมาณ งบกลาง งบฟื้นฟู งบแก้ปัญหา งบเร่งด่วน งบฉุกเฉิน ซึ่งกรณีน้ําท่วมขัง ดังกล่าวนั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ําท่วมในรอบปีที่ผ่านมา จึงขอกราบเรียน มาถึงท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ขอกราบขอบพระคุณครับ

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๘ คน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก เรามีผู้มาลงชื่อ ๔๐๐ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดําเนินการตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

มีอะไรครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อท่านประธานก่อนหน้านี้ แล้วก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้มีการเลื่อนระเบียบวาระ ของร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาอยู่ในลําดับที่ ๘ ก็คิดว่าอาทิตย์ต่อไปคงจะถึง แล้วก็เรื่องของผมนั้นถึงท่านประธานแล้วก็บอกว่า จะได้นําเสนอต่อทางท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อรับรองว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน เพราะผมกลัวว่าจะกลับมาไม่ทัน ผมจึงขอเรียนถามท่านประธานว่าขั้นตอนในร่างของผม ที่เสนอไปนั้นจะกลับเข้ามาทันไหมครับ ท่านประธานเสนอไปหรือยังครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรวัจน์ครับ ฝากประเด็นนี้ด้วยของท่านสัมพันธ์เมื่อสักครู่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการเงินที่ส่งให้นายกรัฐมนตรีก็จะได้มาพิจารณาพร้อมกัน ก็ฝากท่านวรวัจน์ช่วยประสานนิดหนึ่ง ขอความกรุณานะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ถ้าพร้อมเชิญเลยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้พิจารณาและลงมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่รอพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สามของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่แล้ว (ชุดที่ ๒๓) จนกระทั่งมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ซึ่งต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไป ตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กําหนดแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก ในการพิจารณา นั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมจัดทํารายงานของคณะกรรมาธิการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอรายงานพร้อมด้วย ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป

แต่ในร่างพระราชบัญญัตินั้นทางคณะกรรมาธิการมีความเห็นอย่างนี้นะครับ ขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๓๗ ของมาตรา ๗ แห่งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หน้า ๓ กับหน้า ๔ โดยขอตัดในวรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนคุ้มครองผู้บริโภคออกทั้งหมด เพราะว่ามีความเห็นว่า ในส่วนนี้เองอยากจะทําให้สมบูรณ์ก่อนแล้วเอากลับมาเสนออีกครั้งหนึ่ง จึงขอตัดในส่วนนี้ ออกทั้งหมด เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓๗ ก็จะมีอยู่เพียงวรรคแรกเท่านั้นก็คือ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคําสั่งตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง (๒) (๔) (๕) หรือ (๖) แต่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าวให้คณะกรรมการมีอํานาจจัดให้มี การดําเนินการแทนผู้ประกอบธุรกิจ โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเท่านั้น สําหรับในส่วนที่เกี่ยวกับการขอให้มีกองทุนคุ้มครองผู้บริโภคนั้นขอตัดออกทั้งหมดครับ แล้วขออนุญาตนําเสนอต่อสภาเพื่อพิจารณาต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ เพิ่ม (๑/๑) และ (๑/๒) ของมาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มาตรา ๔ แก้ไข (๒) ของมาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ แก้ไข (๘) ของมาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๓๖ มีการแก้ไข

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ มาตรา ๖ ที่แก้มาตรา ๓๖ ดิฉันเสนอร่างเข้าไป ดิฉันพยายามที่จะอธิบายว่าเดี๋ยวนี้ การคุ้มครองผู้บริโภคไม่น่าจะหมายถึงสินค้าเพียงอย่างเดียว ดิฉันได้เสนอไปในร่างของดิฉัน ตรงที่มีสินค้าดิฉันก็จะบวกบริการเข้าไปด้วย สินค้าหรือบริการที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค แต่ตรงนี้ก็ไม่ได้แก้นะคะ ก็เป็นสินค้าอย่างเดียว แต่พอไปถึงหน้า ๔ มาตรา ๓๘ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบริการใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ทําไมท่านไม่ห่วงเรื่องสินค้าล่ะคะ ถ้าอย่างนี้ ดิฉันยังคิดว่าทั้งสินค้าทั้งบริการนั่นแหละที่เป็นเรื่องที่ต้องห่วงใยแล้วก็น่าจะใส่เข้าไป เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอทักท้วงตรงนี้สั้น ๆ นิดเดียว ไม่อย่างนั้นถ้ามีบริการอื่นแล้ว มันทําให้เป็นอันตราย แล้วต่างกันอย่างไร มาตรา ๓๖ หน้า ๒ กับมาตรา ๓๘ หน้า ๔ เพราะท่านแยกสินค้ากับบริการออกจากกัน ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวรรณชัย บุญบํารุง กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม วรรณชัย บุญบํารุง กรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขออนุญาต เรียนชี้แจงว่าหลักการทั้ง ๒ มาตราเกี่ยวกับเรื่องสินค้าตามมาตรา ๓๖ และบริการ ตามมาตรา ๓๘ นั้นหลักการมันคล้ายคลึงกันที่มุ่งคุ้มครองผู้บริโภค แต่บางอย่างใช้หลักการ อย่างเดียวกันไม่ได้อย่างเช่นกรณีที่ว่าให้มีการคืนสินค้าอย่างนี้นะครับ กรณีบริการนี่ไม่มี การคืนบริการ มีแต่การปรับปรุงแก้ไขสินค้า ปรับปรุงบริการให้ถูกต้องไม่ให้เป็นอันตรายอย่างนี้ แต่ว่าหลักการในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภค ในการที่จะดูแลผู้บริโภคนี่เป็นหลักการ ทํานองเดียวกัน แต่บางอย่างมันใช้ด้วยกันไม่ได้ก็เลยจําเป็นต้องแยกมาตรากันออกมาครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์นะคะ ก็เรียนว่าที่จริงแล้วมันก็ใกล้เคียงกัน ดิฉันก็ยังมองไม่เห็นว่ามันจะต่างกันอย่างไร อย่างเช่น มาตรา ๓๖ ท่านบอกว่าให้กรรมการสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจห้ามให้ขาย สินค้านั้น ก็ห้ามขายบริการนั้นได้ด้วยเหมือนกัน ให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้ จําหน่ายแก่ผู้บริโภคกลับคืน ก็ให้เก็บบริการหรือผลผลิตอะไรต่าง ๆ อย่างเช่นสมมุติเป็นสื่อหรือเป็นบริการอื่น ๆ ก็ให้ยกเลิกให้อะไร ถ้าเขาคิดวางแผนเอาไว้แล้ว แล้วก็เก็บเอาไว้ก็ได้ ซึ่งที่จริงถ้า ๒ มาตรานี้เอามารวมกันแล้วก็ใส่ทั้งสินค้าและบริการ มันจะครอบคลุมมากกว่าที่จะไปแยกอย่างนั้น พอแยกปั๊บมันก็จะขาดตกบกพร่องไป ดิฉันก็ยังนึกไม่ออกว่าท่านแยกกันทําไมในเมื่อถ้าเป็นมาตรา ๓๘ ท่านก็ทําอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ผู้ประกอบธุรกิจปิดประกาศแจ้งหรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของบริการนั้น ให้ผู้บริโภคทราบ ซึ่งสินค้าก็ต้องทําอย่างนี้ด้วยอยู่เหมือนกัน ท่านจะไม่ทําหรือคะ ไม่ต้องแจ้งให้เขารู้หรือ ถ้ารู้ทั้งบริการทั้งสินค้าดิฉันก็ยังดูว่าอยากจะให้มันครอบคลุมค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

อยากจะขออนุญาต ท่านประธานก่อนครับ คือเนื่องจากมีการตัดทอนข้อความ ขออนุญาตแจกเอกสารด้วยนะครับ ขออนุญาตท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แจกไปแล้วครับ เชิญครับ

นายวรรณชัย บุญบํารุง กรรมาธิการ

ผม วรรณชัย บุญบํารุง กรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ อย่างที่ได้กราบเรียนนะครับว่า หลักการตามมาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ มันคล้ายคลึงกัน เพราะฉะนั้นหลักการมันครอบคลุม แน่นอนอยู่แล้ว เพียงแต่วิธีการเขียนเท่านั้นนะครับ ซึ่งถ้าการเขียนอย่างที่ผมเรียนว่า หลักการบางอย่างสินค้าและบริการมันไม่เหมือนกัน อย่างเช่นกรณีสินค้ามันมีการกําหนดให้ มีการคืนสินค้าได้ แต่บริการมันไม่มีการกําหนดว่าให้เอาตัวบริการมาคืน หรือในกรณี มีการเรียกเก็บสินค้า กรณีเรียกเก็บบริการมันก็จะไม่มี เพราะฉะนั้นการเขียนไว้ ๒ มาตรา ตามร่างเดิมที่เสนอเข้ามาในวาระแรกมันจะทําให้ชัดเจน เราสามารถไปกําหนด ลักษณะพิเศษของแต่ละเรื่องได้นะครับ ก็เลยกราบเรียนว่าหลักการมันไม่มีตกหล่นนะครับ มันครอบคลุมหมดทั้งสินค้าและบริการครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอได้นะครับ ขอผ่านเลยนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ มีการแก้ไข และมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านอภิชาต

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๗ ซึ่งอยากกราบเรียนท่านประธาน เป็นเบื้องต้นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กระผมและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เข้าสู่วาระแรกเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ เนื่องจากว่า สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคต้องการที่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือก็คือ กฎหมายฉบับนี้ไปเพื่อประโยชน์ในการทํางานดูแลคุ้มครองผู้บริโภคอย่างครอบคลุมรอบด้าน มากขึ้น โดยให้มีการแก้ไขในประเด็นสําคัญ ๒-๓ ประเด็นซึ่งกําหนดไว้ในหลักการนะครับ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ให้มีบทบาทในการไกล่เกลี่ย ให้มีบทบาทในการประนีประนอมข้อขัดแย้งเมื่อเกิด คดีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค เพื่อช่วยกันลดปริมาณคดีที่จะนําไปสู่ศาล นอกจากนั้น ก็จะทําให้เกิดความเข้าใจ ความร่วมมือที่ดีต่อกัน แล้วก็ทําให้สํานักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคมีบทบาทในการดูแลเรื่องนี้มากขึ้น

ประการต่อมา ก็คือการที่ให้มูลนิธิเข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้มีอํานาจ ในการดําเนินการฟ้องร้องแทนคดีผู้บริโภคได้เหมือนกับสมาคมที่เราเคยกําหนดไว้ ในกฎหมายเดิม และ

เรื่องที่ ๓ ก็คือการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมโทษให้มีความเหมาะสมกับ สถานการณ์ปัจจุบัน หลักการเราก็มีแค่นี้นะครับ

อย่างไรก็ตามในมาตรา ๗ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการซึ่งได้พิมพ์ เป็นรายงานแจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกแล้วก็รายงานต่อสภา เดิมนั้นมีบทบัญญัติว่าด้วย เรื่องของการเพิ่มการมีกองทุนคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามา ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการก็มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งกระผมเอง ก็เป็นผู้หนึ่งที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการให้มีกองทุนคุ้มครองผู้บริโภค แม้ว่าจะมีเหตุผลที่ดีก็คือว่า ให้เป็นกองทุนสําหรับการใช้จ่ายในการทํางานของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในการดูแล เช่นในกรณีที่จะต้องไปปฏิบัติการทํางานเพื่อที่จะให้การบังคับใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการไปดูแลคุ้มครองผู้บริโภคมีความครอบคลุมรอบด้านมากขึ้น แล้วก็มีความสะดวกมากขึ้น แต่ติดขัดอยู่ที่ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรของเราก็คือว่า การเสนอกองทุนคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาอยู่ในกฎหมายฉบับนี้นั้นเป็นการนําเสนอที่เกินกว่า หลักการของกฎหมายที่เคยรับรองไว้ในวาระที่หนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทําให้ผมได้อภิปราย แล้วก็คัดค้านในชั้นของการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ได้กรุณาเรียกประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อช่วงเช้า ในวันนี้ เพื่อที่จะทบทวนความเห็นของมติเสียงส่วนใหญ่ในวันดังกล่าวว่าเราจะกลับมายืน ตามร่างที่เราเคยเห็นชอบร่วมกันโดยเสียงส่วนใหญ่ก็คือไม่มีเรื่องของกองทุนคุ้มครองผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตามเมื่อบันทึกในรายงานการประชุมยังมีว่าผมได้สงวนความเห็นไว้ และเมื่อคณะกรรมาธิการได้แก้ไขโดยเป็นไปตามสิ่งที่ผมได้นําเสนอแล้วก็เป็นไปตามที่ผมได้ แปรญัตติแล้วตรงนี้ผมก็ไม่ติดใจ แต่อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าการปรับปรุงแก้ไข กฎหมายฉบับนี้แม้ว่าจะมีเจตนาที่ดีในการนําเสนอในหลาย ๆ เรื่อง ถ้าหากว่าขัดต่อหลักการ ขัดต่อระเบียบข้อบังคับที่เคยปฏิบัติกันมาก็เป็นอุปสรรค เราไม่สามารถที่จะฝืนสิ่งนั้นได้ จึงกราบเรียนท่านประธานมา และเมื่อคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้ตัดความ ในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๓๗ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรา ๗ นี้แล้ว กระผมก็ไม่ติดใจ ขอบคุณครับท่านประธาน

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านใดติดใจ ถือว่าผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ แก้ไขมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ มีการแก้ไข

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผ่านครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๕๖ มีการแก้ไข

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผ่านครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ เพิ่มมาตรา ๕๖/๑ มีการแก้ไข

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผ่านครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ แก้ไขมาตรา ๖๐ มีการแก้ไข

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบการพิจารณา มีท่านใดจะแก้ไขถ้อยคําหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มี ถือว่า จบการพิจารณาในวาระที่สอง ผมขอมติวาระที่สามเลยครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าพร้อมก็แสดงตนได้เลย เชิญแสดงตนได้เลยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๒๙๓ ท่าน ครบองค์ประชุม

ผมขอมติครับ เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ เห็นด้วยหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อย ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๓๗๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบครับ

เนื่องจากมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ผมขอมติจากที่ประชุมจะเห็นด้วย กับข้อสังเกตดังกล่าวหรือไม่ ผมขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียบร้อย ส่งผลคะแนนได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๓๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ

ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ชุดเดิม เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงได้เลยครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ ได้พิจารณาและลงมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้น คณะหนึ่งเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางผุสดี ตามไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่รอการพิจารณา ในวาระที่สองและวาระที่สามของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว (ชุดที่ ๒๓) จนมีพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบ ให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไปตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา กําหนด การแปรญัตติ ๗ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก ในการพิจารณา นั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมทั้งจัดทํารายงานของคณะกรรมาธิการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอรายงาน พร้อมด้วยร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป

แต่อย่างไรก็ตามในส่วนนี้เนื่องจากในมาตรา ๔ มีความเกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติในฉบับก่อนหน้านี้คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีการตัดในมาตรา ๓๗ ที่เกี่ยวกับกองทุนออก เราจึงขอตัดในมาตรา ๔ ออกทั้งมาตราซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวกับมาตรา ๓๘/๑

มาตรา ๓๘/๑ ในกรณีซึ่งศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด ให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภค ให้ศาลสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนคุ้มครอง ผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละห้า ของจํานวนค่าเสียหายตามคําพิพากษา

ในส่วนนี้ขอตัดออกทั้งมาตราครับ ขอนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๙ มีการแก้ไข สําหรับมาตรา ๔ ท่านประธานคณะกรรมาธิการขอตัดออกทั้งหมดแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านขจิตร

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ในมาตรานี้กรรมาธิการแก้ไข โดยการเพิ่มข้อความ

ในกรณีตามวรรคสาม ผู้บริโภคอาจขอให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือสมาคมหรือมูลนิธิอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครับรองตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภคดําเนินคดีแทนต่อไปก็ได้

ในกรณีที่กรรมาธิการแก้ไขในมาตรานี้และมาตราต่อไป ผมเห็นด้วย เพราะว่าขณะนี้ผู้บริโภคในประเทศเราได้เสียเปรียบผู้ประกอบการหลายเรื่องมาก แล้วก็ผู้บริโภคไม่มีกําลังพอที่จะฟ้องร้องคดีด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นจะเห็นจาก การมาร้องเรียนยังสํานักงานของผู้แทนราษฎรแต่ละเขตก็จะเห็นว่าผู้ประกอบการได้ละเลย ผลประโยชน์ของผู้บริโภคจํานวนมาก แม้กิจการนั้นบางครั้งก็เป็นรัฐวิสาหกิจหรือในส่วนที่ ราชการหรือรัฐบาลควบคุมอยู่ก็ยังละเลยต่อสิทธิของผู้บริโภค เพราะฉะนั้นเมื่อผู้บริโภค ไม่มีเวลาหรือไม่มีขีดความสามารถที่จะฟ้ององค์กรขนาดใหญ่หรือมีกําลังมีทุนมาก ผมก็เห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นทั้ง ๒ วรรค ทั้ง ๒ มาตรา เพราะว่ามันจะเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งในสังคมในประเทศเราขณะนี้มีกําลังที่อ่อนแอกว่ามาก แล้วก็มีผู้ประกอบการจํานวนมาก ในกิจการเกือบทุกเรื่องเอาเปรียบผู้บริโภคอยู่เป็นประจํา ซึ่งกรณีเหล่านี้ถ้าจะพูดได้ เป็นร้อย ๆ กรณีซึ่งไม่ขอกล่าว ณ ที่นี้ แต่ว่าเห็นด้วยกับการเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีสมาชิก เห็นเป็นอื่นนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ขอตัดออกไปแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอภิชาต

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้แปรญัตติโดยขอสงวนความเห็น ตัดมาตรา ๔ ออกทั้งมาตรา ตามรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับที่แจกจ่ายเพื่อนสมาชิก ไปก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ด้วยเหตุผลก็เนื่องจากว่าผมได้แปรญัตติไว้ในกฎหมายฉบับก่อน ก็คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่กําหนดให้มี กองทุนคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นมาและผมก็ไม่เห็นด้วยจึงตามมาแปรญัตติในกฎหมาย วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคด้วยเพื่อให้สอดคล้องกัน เนื่องจากว่าในชั้นรับหลักการ ของกฎหมายฉบับนี้เราต้องการให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ เพียงแค่ให้มีมูลนิธิเข้ามามีสิทธิที่จะฟ้องคดีแพ่ง คดีอาญา และดําเนิน กระบวนการพิจารณาคดีเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งเป็นการขยายสิทธิของผู้บริโภค ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเติมข้อความเรื่องกองทุนคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไป จึงคิดว่า นอกเหนือจากขัดต่อหลักการที่ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในชั้นรับหลักการ ในวาระที่หนึ่งแล้วยังเป็นการสร้างภาระให้กับงบประมาณแผ่นดิน แล้วก็ยังเป็นการแก้ปัญหา ที่ไม่ถูกจุด เนื่องจากว่าการดําเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสามารถที่จะไป เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบการที่กระทําความผิดแล้วก็ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้บริโภคได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่จําเป็นที่จะต้องมีเงินกองทุนเข้ามาสนับสนุน อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมาธิการได้มีการประชุมแล้วก็ทบทวนให้ตัดมาตรา ๔ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปแล้วกระผมจึงไม่ติดใจ เนื่องจากว่าความเห็น ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยคือผมกลายเป็นความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบการพิจารณา ตามลําดับมาตราแล้วนะครับ มีใครจะแก้ไขถ้อยคําหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มี ถือว่า จบการพิจารณาในวาระที่สอง ผมขอมติในวาระที่สามเลยครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญสมาชิก ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ใช้สิทธิ แสดงตนได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลได้เลยครับ ผู้ประชุม ๒๙๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ผมขอมติเลยนะครับ เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มตินะครับ เห็นด้วย ๓๘๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบครับ

ขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ

เรื่องที่ ๓ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ....

มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี 🔗

ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... มีการแก้ไขจากวุฒิสมาชิกหลายมาตรา มาตราสําคัญที่จะต้องคํานึงถึงก็คือว่าในมาตรา ๘ มาตรา ๘ เงินและทรัพย์สิน ในการดําเนินกิจการขององค์การ ประกอบด้วย ในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ได้กําหนดใน (๒) ของมาตรา ๘ ให้รายได้หรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไม่น้อยกว่า ๓ บาท ต่อหัวประชากร และในทุก ๓ ปีให้มีการทบทวนใหม่ ประเด็นนี้ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ ที่ทําร่างกฎหมายฉบับนี้ในชั้นกรรมาธิการก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่าได้มีการพูด ได้มีการวิเคราะห์ ได้มีการประมาณการใช้จ่ายขององค์กรซึ่งจะมารวมกันเป็นองค์การอิสระ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้มีอาสาสมัครองค์กรอิสระค่อนข้างมากแล้วก็มารวมกัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นเมื่อมีองค์กรขึ้นมาแล้วกรรมาธิการเห็นว่าไม่น้อยกว่า ๓ บาท มีความเหมาะสมแล้ว แล้วมีการทบทวนทุก ๓ ปี ถ้าหากเรากําหนดไว้มากกว่านี้ ก็จะกลายเป็น อันที่ ๑ กลายเป็นภาระของรัฐบาล อันที่ ๒ มากเกินความจําเป็น อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมเคยเห็นองค์กรที่ตั้งขึ้นใหม่เวลากําหนดเงินไว้เยอะ ๆ ก็ใช้ไม่หมด บางองค์กรตั้งขึ้น ๑,๘๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าอยู่ ๕ ปีใช้ไม่ได้เลยซึ่งมีปรากฏอยู่ เพราะฉะนั้นเงินที่ร่างเดิมกําหนดไว้ ๓ บาท ผมเห็นว่ามีความเหมาะสมแล้ว นอกจากนั้น ในมาตรา ๘ ตอนสุดท้ายวุฒิสมาชิกยังมาแก้อีก กรณีที่ร่างเดิมบอกว่าต้องไม่เป็นการกระทํา ที่ทําให้องค์กรขาดความเป็นอิสระ วุฒิสมาชิกมาเพิ่มว่าอาจทํา อาจทํามันมีข้อความ มันมีการพิจารณากว้างขวางมาก แล้วจะทําให้การพิจารณานี้ขาดความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยในการที่จะเพิ่มคําว่า อาจ หรืออาจก่อให้เกิด เพราะเดิมเราเขียนว่า การกระทําอันขัดหรือแย้งต่อวัตถุประสงค์ขององค์การ อันนี้พอบอกว่า อาจจะก่อ ก็จะเป็นการขาดคุณสมบัติแล้ว ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการเพิ่มข้อความมา คิดว่าไม่เหมาะสม ผมจึงไม่เห็นด้วย

ในมาตราต่อไป วุฒิสมาชิกแก้ไขมาตรา ๑๓ เรื่องคุณสมบัติของกรรมการ เดิมกําหนดไว้ ๒๕ ปี วุฒิสมาชิกมาเพิ่มเป็น ๓๕ ปี ก็แสดงว่าส่งเสริมคนที่มีอายุเยอะมาก ปกติเราให้สิทธิคนเลือกตั้งลดจาก ๒๐ ปีลงไป ๑๘ ปี เพราะฉะนั้นใครจะมาเป็น ๒๕ ปี น่าจะมีวุฒิภาวะพอที่จะดําเนินการเป็นกรรมการตามมาตรา ๑๒ แล้ว วุฒิสมาชิก ยังแก้ถึงลักษณะต้องห้ามอีก กรรมาธิการได้คุยกันแล้วบอกว่าเขียนว่าเป็นบุคคลล้มละลาย ก็พอแล้ว วุฒิสภาเพิ่มว่าเคยเป็น แม้จะผ่านมาแล้วก็ยังจะห้าม สังคมอย่างนี้ใช้ไม่ได้ ผมวิจารณ์ว่าสังคมที่เขาผ่านมาแล้วเคยเป็นก็ห้ามไว้หมด แต่บอกว่าสังคมไทยเป็นสังคม ที่ให้อภัยกัน การเขียนกฎหมายแบบนี้ผมไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วยในการที่วุฒิสภา จะแก้ไขเพิ่ม

ท่านประธานครับ ต่อไปในมาตรา ๑๔ ครับ มาตรา ๑๔ เป็นหัวใจ ของการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหา ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งผมเป็นกรรมาธิการร่างอยู่นั้น เราพูดคุยถึงคนที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาต้องเป็นตัวแทน องค์กรอาสาสมัครซึ่งไม่ใช่ราชการ เพราะว่าอันนี้คือองค์กรอิสระตามในมาตราต้น ๆ ถ้าท่านเปิดไปในมาตรา ๕ องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นนิติบุคคล มีฐานะ เป็นหน่วยงานอิสระจากหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นการที่วุฒิสมาชิกมาเพิ่มมาตรา ๑๔ (๑/๑) บอกว่าให้อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่งซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน ท่านประธานสังเกตไหมครับ ใน (๑) เดิมนายกสภาทนายความไม่ใช่ราชการแล้วก็เป็นองค์กร ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ อันที่ ๒ เป็นนายกสมาคมผู้นําสตรีพัฒนาชุมชนไทย ก็เป็นองค์กรอิสระไม่ใช่ราชการแล้วมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ มีความเหมาะสมในการที่จะ เป็นหูเป็นตาในการสรรหา ท่านไล่ไปเถอะครับ ใน ๗ มาตรานั้นจะไม่มีลักษณะ มีลักษณะ ที่แตกต่างจากวุฒิสภาเพิ่มขึ้นมาคือไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามอุดมการณ์ ตามเจตนา ของกฎหมายนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ การที่วุฒิสภาแก้ไขในมาตราซึ่งผมยกมานี้ เป็นมาตราที่มีความสําคัญทั้งนั้นล้วนสะท้อนถึงความเป็นอิสระหรือไม่อิสระหรือลักษณะ ทั่วไปขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคทั้งสิ้น ผมจึงถือว่าที่วุฒิสมาชิกแก้ไขเป็นการแก้ไข ในสาระหลักที่มีความจําเป็น หากเห็นด้วยจะทําให้เจตนาที่จะให้องค์กรผู้บริโภคเป็นอิสระ ก็จะสูญเสียความเป็นอิสระไป แล้วก็จะเพิ่มงบประมาณในส่วนที่กรรมาธิการได้พิจารณา ถึงความเป็นไปเป็นมาทั้งอดีต ปัจจุบันที่ดําเนินงานมา จึงตกลงมีมติกันเสนอไม่ให้ต่ํากว่า ๓ บาท เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยในการที่วุฒิสภาจะแก้ไขครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอภิชาต เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้ว โดยวุฒิสภาได้ไปแก้ไขถึง ๑๑ มาตรา แล้วก็เพิ่มเติมบทบัญญัติอีก ๒ มาตราเข้าไป ซึ่งเป็นการแก้ไขในเนื้อหาสาระสําคัญหลายประการ ซึ่งผมคิดว่าจําเป็นที่จะต้องการ คําอธิบายเพิ่มเติมจากวุฒิสภา ผมจึงอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ความจริงแล้วการแก้ไขของวุฒิสภานั้นก็ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้มีความครอบคลุม รอบด้านมากขึ้น ซึ่งมีทั้งที่ต้องการคําอธิบายเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๘ ซึ่งมีข้อถกเถียงแล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากคือเรื่องเงินและทรัพย์สิน ในการดําเนินกิจการขององค์การ โดยเฉพาะใน (๒) ที่ระบุว่า เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาล จัดสรรให้โดยตรงเป็นรายปีจากงบประมาณแผ่นดินประจําปี โดยรัฐบาลพึงจัดสรร ให้เป็นจํานวนที่เพียงพอสําหรับการบริหารงานโดยอิสระของคณะกรรมการและค่าใช้จ่าย ที่จําเป็นในการดําเนินงานขององค์การแต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าบาทต่อหัวประชากร ซึ่งในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเราระบุว่าต้องไม่น้อยกว่า ๓ บาท ต่อหัวประชากร ซึ่งการที่วุฒิสภาไปแก้ไขให้เป็นไม่น้อยกว่า ๕ บาทนั้นเป็นการที่ล็อก ตัวเลขที่สูงเกินไปและอาจจะมีผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินในโอกาสต่อไป หากว่ายืนตามสภาผู้แทนราษฎรที่บอกว่าไม่น้อยกว่า ๓ บาทต่อหัวประชากรนั้นก็อาจจะ เพิ่มเป็น ๔ บาท หรือ ๕ บาท หรือมากกว่า ๕ บาทก็ได้ แต่การไปล็อกไว้ ๕ บาทนั้น เป็นตัวเลขที่สูงเกินไป

ในประเด็นที่ ๒ การแก้ไขถ้อยคําบางถ้อยคําซึ่งอาจจะแลดูไม่มีเหตุผล เท่าใดนัก แต่ว่าก็จําเป็นที่จะต้องฟังคําชี้แจงจากฝ่ายวุฒิสภาเช่นการเปลี่ยนคําว่า การบริจาค เป็น อุทิศ ในมาตรา ๑๐ อย่างนี้เป็นต้น ก็เชื่อว่าวุฒิสภาเองก็มีเหตุผลของตัวเอง หรือแม้กระทั่งในมาตรา ๑๓ ซึ่งเป็นเรื่องของคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ของคณะกรรมการ ที่ไปเปลี่ยนแปลงอายุที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบว่ากรรมการ ต้องมีอายุไม่ต่ํากว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ในวันที่ได้มีการเสนอชื่อ ไปแก้ไขเป็น มีอายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์ ซึ่งก็จําเป็นจะต้องฟังเหตุผล เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเลขที่ค่อนข้าง จะมีนัยสําคัญแล้วก็กระทบต่อสิทธิของประชาชนหรือผู้ที่จะมีโอกาสได้เป็นกรรมการ ในโอกาสต่อไป

นอกจากนั้นในประเด็นที่วุฒิสภาได้ไปแก้ไขแล้วก็น่าจะเกิดประโยชน์เช่น ในมาตรา ๒๒ ได้ตัดอํานาจของเลขาธิการของสํานักงานซึ่งถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประจํา ไม่ให้มีบทบาทในการไปเรียกบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาชี้แจงหรือแสดงความคิดเห็นหรือให้จัดส่ง เอกสารมาให้ อํานาจนี้ควรจะอยู่กับคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามที่วุฒิสภาแก้ไข อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์

ประเด็นที่ ๓ ที่คิดว่าเป็นประโยชน์แล้วก็น่าจะให้การสนับสนุนก็คือ ในมาตรา ๒๔ ที่ระบุว่า คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการ อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ วุฒิสภาไปแก้ไขเพิ่มเติมโดยต่อถ้อยคํา ไปว่า โดยอย่างน้อยต้องมีคณะอนุกรรมการกิจการฮาลาลด้วย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ มีความจําเป็นแล้วก็เป็นการประกันหลักความคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นพี่น้องมุสลิมได้ว่า อย่างน้อยที่สุดคณะอนุกรรมการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะเป็นหลักประกัน ในเรื่องนี้

ประเด็นสุดท้าย ที่คิดว่าวุฒิสภาได้เติมเต็มในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็คือการที่กําหนดให้คณะกรรมการต้องจัดทําประมวลจริยธรรมขององค์การ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน ซึ่งประเด็นจํานวนวันให้แล้วเสร็จเมื่อใดนั้นก็อาจจะพูดคุย ถกเถียงกันได้ แต่ว่าการไปเปิดประเด็นใหม่เรื่องของการให้จัดทําประมวลจริยธรรม ขององค์การนี้ผมคิดว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งแล้วก็เป็นการเติมเต็มทําให้ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนี้มีความน่าเชื่อถือแล้วก็ปฏิบัติตามหลักการทํางาน ที่เป็นที่ยอมรับของสากลทั่วไป กระผมจึงมีความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรควรจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานได้บรรจุ ระเบียบวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกรณีที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตรวจสอบดู ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้วุฒิสภาได้แก้ไขในมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๘ แล้วก็มาตรา ๓๔ มีเพิ่มเติม ๒ มาตราครับ คือ มาตรา ๓๒/๑ ในหมวด ๔ ว่าด้วยบทกําหนดโทษ แล้วก็มาตรา ๓๕ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเรื่องของการจัดทํา ประมวลจริยธรรม

ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเราก็เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) กรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมในร่างพระราชบัญญัติ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งให้วุฒิสภาได้พิจารณา ซึ่งในฉบับนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) คือมีการแก้ไขเพิ่มเติม ก็เป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะให้ ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อกรณีที่วุฒิสภาแก้ไข ท่านประธานครับ ถ้าสภาเราเห็นชอบ กับวุฒิสภาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็นําขึ้นทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยเพื่อตราเป็น กฎหมายต่อไป แต่ถ้าไม่เห็นชอบในสิ่งที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม แน่นอนครับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) ก็ให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภาเพื่อไปพิจารณา

ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านที่อภิปรายมาว่า สภาเราควรลงมติไม่เห็นชอบต่อกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อที่จะให้ทั้ง ๒ สภาได้ตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณาในรายละเอียดในหลายประเด็นที่คิดว่าควรจะต้อง หาความชัดเจนโดยเฉพาะการบัญญัติในรายละเอียดซึ่งมีความไม่ชัดเจนและคลุมเครือ เหตุผลที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานมีอยู่ ๓ มาตรา ถึงแม้มีการแก้ไข หลายมาตราแล้วเพิ่มเติม ๒ มาตรา ผมมีอยู่ ๓ มาตราที่คิดว่าเป็นประเด็นที่ต้องไปดู ในรายละเอียดที่จะเป็นมติของคณะกรรมาธิการร่วมกัน หลังจากนั้นก็ส่งให้แต่ละสภา ได้พิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการร่วมกันหรือไม่

ในมาตรา ๘ เป็นเรื่องของการบัญญัติให้เงินและทรัพย์สินในการดําเนิน กิจการขององค์การ หมายถึง องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมีแหล่งที่มาของเงิน หรือทุนในกองทุน ใน (๒) บัญญัติให้ได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้โดยตรง เป็นรายปีจากงบประมาณแผ่นดินประจําปี ซึ่งแน่นอนครับตรงนี้เองเพื่อเป็นความอิสระ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการย่อมได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ลักษณะเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป เพื่อที่ทางองค์การจะได้ไปออกระเบียบ ออกกติกา วิธีการ ในการที่จะนําเงินนั้นไปใช้ได้อย่างอิสระ นั่นหมายความว่าเราให้เงินเป็นก้อนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานและผมได้เคยอภิปรายไว้ในชั้นของ สภาผู้แทนราษฎร วิธีการบัญญัติในลักษณะอย่างนี้ไม่ค่อยพบบ่อยนักในการที่จะเขียน กฎหมายจากฝ่ายนิติบัญญัติให้ฝ่ายบริหารได้ปฏิบัติตามในการจัดสรรงบประมาณให้ โดยเฉพาะกองทุนต่าง ๆ ไม่ค่อยได้พบเห็นเท่าไรนัก ท่านประธานครับ ฉบับนี้อาจจะเป็น วิธีการเขียนแบบใหม่ มีการพบเห็นบ้างบางฉบับที่ระบุตัวเลขของงบประมาณที่รัฐบาล พึงจะจัดสรรให้ แต่สภาแห่งนี้ก็เคยมีมติไม่เห็นชอบไปเกือบทุกฉบับ ไม่มีฉบับใดที่ได้ ผ่านสภาไปกรณีที่มีการระบุจํานวนหรือระบุตัวเลขของงบประมาณในการจัดสรร โดยเฉพาะเงินอุดหนุนทั่วไป ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ระบุให้เป็น เงินอุดหนุนทั่วไปโดยรัฐบาลพึงจัดสรรให้เป็นจํานวนที่เพียงพอสําหรับการบริหารงาน โดยอิสระของคณะกรรมการ และค่าใช้จ่ายที่จําเป็นในการดําเนินงานขององค์การ มีระบุอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่ผมไม่เห็นด้วยคือแต่ต้องไม่น้อยกว่า มีกําหนดงบประมาณ ขั้นต่ําเอาไว้ซึ่งเป็นประเด็นที่วุฒิสภาไปแก้ไข ในชั้นของผู้แทนราษฎรเราผมเองก็ไม่เห็นด้วย ที่ระบุ ๓ บาท วุฒิสภาไปแก้ไขเป็น ๕ บาทต่อหัวประชากร ขณะนี้ก็ ๖๕ ล้านคน ในการจัดสรรงบประมาณรายปีนี่เงินอุดหนุนทั่วไปรัฐบาลก็เอา ๕ บาทคูณแล้วก็มอบให้กับ ทางองค์การไป ถ้าเขียนอย่างนี้คณะกรรมาธิการที่เราตั้งขึ้นก็ไม่จําเป็นต้องไปพิจารณาใด ๆ เลย เพราะเป็นรายจ่ายที่คํานวณตามตัวเลขไว้อยู่แล้วก็ไม่จําเป็นต้องผ่านกรรมาธิการ นั่นหมายความว่ากระบวนการของการจัดทํางบประมาณ กระบวนการการอนุมัติงบประมาณ และกระบวนการการใช้งบประมาณก็น่าจะไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง การบัญญัติอย่างนี้มีข้อจํากัด และผมก็คิดว่าถ้าบัญญัติอย่างนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ก็จะเป็นนิติประเพณีที่ทําให้สภาแห่งนี้ต้องรับในกฎหมายฉบับอื่นด้วย ในฉบับต่อไป ถ้ามีการเขียนอย่างนี้มีการกําหนดขั้นต่ําหรือขั้นสูงเอาไว้ สภาก็ต้องให้ความเห็นชอบ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไป เพราะฉะนั้นผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะว่าถึงแม้จะมีการเขียนว่าในทุก ๓ ปีให้มีการกําหนดจํานวนอัตราดังกล่าวขึ้น ไว้ในพระราชกฤษฎีกาโดยปรับตามดัชนีค่าครองชีพ อันนี้คือตัวอย่างหนึ่งหรือวิธีเขียน อย่างหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยว่าการจัดสรรงบประมาณประจําปีให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ความหมายคืออะไรครับ ในพระราชกฤษฎีกาก็จะไปกําหนดว่าจะจ่ายเท่าไร มันก็เป็น การบังคับซึ่งอาจจะส่อกับการขัดรัฐธรรมนูญว่าการพิจารณา การอนุมัติงบประมาณ หรือการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปีต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ และการจ่ายเงิน ก็ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติเท่านั้น ประเด็นนี้ก็เป็นที่ที่น่าจะต้องไปดูกันในรายละเอียดว่า กระทําได้หรือไม่ การตราพระราชกฤษฎีกากําหนดปรับรายจ่ายให้กับทางองค์การอิสระนี้ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งไม่ว่าจะกําหนด ๓ บาท ๕ บาท หรือ ๑๐ บาท อย่างไรก็แล้วแต่ เพราะว่าเป็นการที่กําหนดจํานวนตัวเลขไปซึ่งไม่ควรจะบัญญัติไว้ ผมเชื่อว่า ขั้นตอนกระบวนการการจัดทํางบประมาณโดยสํานักงบประมาณ แน่นอนครับ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเราเขียนในมาตรา ๙ ว่าให้คุณสามารถจัดทํา คําของบประมาณได้เอง มานําเสนองบประมาณได้เอง มาชี้แจงได้เองในชั้นของกรรมาธิการ ในชั้นการจัดทําคําขอถ้ามันสอดคล้องเหมาะสม สํานักงบประมาณเองในฐานะที่เป็นผู้จัดทํา ก็ต้องเสนอร่างนั้นต่อสภาผู้แทนราษฎร เหตุผลที่ท่านมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ถ้าท่านกําหนดว่า ๓ บาท ๕ บาทไปแล้วก็ไม่จําเป็นนะครับ ยกเว้นท่านจะต้องเอาตัวเลข ของฐานประชากรที่กรรมาธิการท่านสนใจว่าอาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่ท่านคูณออกมา มันมีการปรับเปลี่ยนขึ้นจาก ๖๕ ล้านคน เป็น ๖๗ ล้านคน อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็อาจจะมี การปรับเปลี่ยน ซึ่งตรงนั้นไม่เป็นประเด็นสําคัญที่จะต้องคิดตามนั้น เพราะฉะนั้น ประเด็นตรงนี้เองผมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เป็นสาระสําคัญ ที่ต้องให้คณะกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภาได้ไปพิจารณาว่าจะบัญญัติอย่างไร ผมขอเสนอ ในตรงนี้ ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นกรรมาธิการร่วมกันด้วย ควรจะบัญญัติให้เป็นลักษณะของ การเขียนเสมือนกฎหมายทั่ว ๆ ไปให้สอดคล้องกัน เขียนเพียงว่าจํานวนที่เพียงพอสําหรับการบริหารงานโดยอิสระและค่าใช้จ่ายอื่น ผมว่าแค่นี้ก็พอ เพราะว่ามีกระบวนการอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว นั่นคือมาตรา ๘ ที่ผมยกเป็น ประเด็นที่ ๑ ของเหตุผล มาตรา ๑๔ และมาตรา ๓๒ มาตรา ๑๔ ว่าด้วยกรรมการ ท่านสมาชิกอภิปรายไปแล้วผมจะไม่ลงรายละเอียด ก็มีข้อสงสัยคําว่า ปราศจากการครอบงํา จากหน่วยงาน เป็นอิสระจากหน่วยงานรัฐ หมายถึงอะไร หมายถึงตั้งแต่ชั้นกรรมการสรรหา หรือไม่ อย่างไร เพราะประเด็นนี้ก็มีความคาบเกี่ยว เพราะว่าในมาตรา ๑๔ วงเล็บสุดท้าย ท่านให้เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติไปเป็นกรรมการสรรหา เลขาธิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ใช่เป็นองค์กรตามกฎหมาย เขามีอิสระในการบริหาร ราชการแผ่นดิน แต่ไม่ใช่องค์กรอิสระนะครับ เป็นองค์กรที่มีความอิสระในการบริหาร ราชการแผ่นดินเสมือนองค์การมหาชน เป็นองค์กรภายใต้การกํากับของรัฐ เลขาธิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติตรงนี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ร่างเดิมของท่านขจิตร ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านทักท้วงขึ้นมา ถ้าเอาอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ไปเป็นกรรมการสรรหา ถ้าเราทักท้วงว่ามาจากภาครัฐ มาจากหน่วยงานรัฐ แล้วมาตรานี้ วงเล็บสุดท้ายคือ (๙) ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ก็ต้องไปดู ในรายละเอียดว่าคณะกรรมาธิการร่วมกันจะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นอํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการร่วมกันที่จะให้การพิจารณานั้นออกมาดีที่สุด

มาตรา ๓๒/๑ เรื่องบทกําหนดโทษของกรรมการเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ผมเชื่อว่ากรรมาธิการหลายท่าน สมาชิกหลายท่านคงจะให้ความเห็น รวมความ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมมา ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ตามที่สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้กําหนดจํานวนไปพิจารณาร่วมกันเพื่อหาแนวทาง และทางออกที่ดีที่สุดสําหรับกฎหมายฉบับนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันก็เป็นกรรมาธิการร่วมด้วยกับหลาย ๆ ท่านก็เลยจะอภิปราย เพื่อที่จะฝากไว้สําหรับเป็นข้อคิดหรือเป็นข้อมูลขั้นพื้นฐานเบื้องต้นให้กับท่านที่จะไปเป็น กรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งดิฉันคิดว่าตั้งแต่สมาชิกอภิปรายมายังไม่มีผู้ใดที่ยังไม่เห็นว่า ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเลย ก็ฝากไปก็แล้วกัน ที่จริงตอนที่เป็นกรรมาธิการ ดิฉันก็อาจจะเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีความเห็นคล้าย ๆ กับคุณหมอชลน่านนี่ละค่ะว่าถ้าใครจะขอ งบประมาณรัฐก็ทําเรื่องเข้ามาก็เอาผลงานมาแสดงแล้วก็พูดถึงความจําเป็น แต่เมื่อพูดคุยกันไปแล้ว ทางฝ่ายภาคประชาชนเองเขาก็มีบทเรียนในการทํางานแล้วเขาก็อยากจะทํางานให้เป็นอิสระ ที่จริงถ้าความเป็นอิสระถ้าได้เงินเป็นก้อน ๆ เป็นอิสระแน่นอน เพียงแต่ดิฉันก็ยังคิดว่า สุดท้ายมานี่พอพูดกันไปพูดกันมาดิฉันก็ยอมจาก ๕ บาท เพียงแต่ลดเหลือ ๓ บาท เพราะว่า ๓ บาทในที่นี้เขาบอกต้องไม่น้อยกว่า ก็อาจจะมากกว่า ๓ บาทก็ได้ อาจจะไปถึง ๕ บาทก็ได้ ดิฉันก็เลยลดเพดานลงมาว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่น้อยกว่า ๓ บาท แต่ดิฉันอาจจะคิดด้วยเหตุผล ที่ต่างกัน ดิฉันคิดว่าองค์การอิสระองค์การนี้ถ้าได้เงิน ๓ บาทไปแล้วอย่างน้อย ๓ บาท ก็คงจะทํางานอะไรได้อีกเยอะ แล้วถ้าเป็นองค์การอิสระซึ่งเน้นกรรมการเป็นผู้บริโภค มันก็อาจจะทําให้เขามีปัญหาในการทํางานในการที่จะของบประมาณเข้ามา เพราะฉะนั้น สุดท้ายก็ยอมว่าให้อย่างนี้ก็ได้ แต่ว่าเป็น ๓ บาท ไม่ใช่ ๕ บาท ทีนี้ถ้าบอกว่าอย่างน้อย ๕ บาทก็แปลว่ามันก็มากกว่านี้ก็ได้ ดิฉันคิดว่าเวลาที่องค์การนี้ของบประมาณเข้ามา เขาคงไม่ได้ขอเข้ามาแค่ ๓ บาทคูณกับหัวประชากร แต่ถ้าเขาต้องการมากกว่า ๓ บาท เขาต้องทําชี้แจงเข้ามาก็ต้องผ่านเข้ามาในงบประมาณอยู่ดี มันก็มีสาระแล้วมีการต้องใช้ สติปัญญา มันต้องมีกึ๋นมากหน่อยในการที่จะมาขอว่าจะต้องเกิน ๓ บาท เพราะว่าที่ผ่านมา มันใช้งบประมาณไปเท่าไรอะไรอย่างนี้ซึ่งจะต้องชี้แจงค่อนข้างมาก ดิฉันก็เห็นด้วยว่า ถ้าไปปรับเพิ่มเป็น ๓ บาทก็คงไม่ดี แต่ว่าดิฉันว่าคงไม่ใช่เหตุผลที่เราจะบอกว่าถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านไปให้กําหนดเงิน ๓ บาทหรือ ๕ บาทได้ กฎหมายฉบับอื่นก็จะเอาอย่าง ที่ผ่านมาอาจจะมีกฎหมายบางฉบับซึ่งเขาอ้างความจําเป็นว่าเขาจําเป็นที่จะต้องรู้ว่าเขาต้องใช้ เงินเท่าไร ได้เงินมาเท่าไร เขาถึงจะวางแผนในการที่จะทํางานได้ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยพีบีเอสอย่างนี้เป็นต้น เพราะว่าถ้าไม่ให้โฆษณาแล้วเขาจะต้องใช้เงินเท่าไรมันก็จะต้องมี ข้อมูลข้อเท็จจริง กรณีอย่างนี้ก็เหมือนกันไม่อยากจะให้เราไม่ให้เพราะว่ากลัวว่าคนอื่น จะเอาเป็นแบบอย่าง ถ้าคนอื่นเอาเป็นแบบอย่างมันอยู่ที่เราค่ะ เราไม่ให้ เราเห็นว่าไม่จําเป็น ไม่ควรให้เราก็ไม่ให้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ฝากคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณากันว่า จะเอาอย่างไร แล้วที่ดิฉันเห็นด้วยอีกที่ว่าไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาก็คือแก้อายุ ของคณะกรรมการในมาตรา ๑๓ ที่แก้จาก อายุไม่ต่ํากว่า ๒๕ ปี เป็น ๓๕ ปี ดิฉันก็เห็นด้วย กับท่าน ส.ส. ๒-๓ ท่านที่พูดมาว่าที่จริง ๒๕ ปี ผู้บริโภคหมายถึงคนทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ ถ้า ๒๕ ปีเขาก็มีประสบการณ์มากพอ ส.ส. ก็อาจจะอายุน้อยหน่อยเอา ๒๕ ปี ส.ว. อาจจะ อายุมากหน่อยก็เลยเอา ๓๕ ปี ดิฉันว่าเราก็ควรจะคงไว้ที่เดิม ข้อสําคัญก็คือข้อ ๕ ในมาตรา ๑๔ คณะกรรมการ ซึ่งท่าน ส.ส. ขจิตร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านพูดถึง ช่วงที่เราเป็นกรรมาธิการนี่เราเถียงกันมากในมาตรานี้ว่าเราจะให้มีใครบ้าง มาเป็นคณะกรรมการ เราก็มองว่าต้องไม่เป็นข้าราชการ จริง ๆ ข้าราชการต้องไม่เป็น ก็ให้เป็นองค์กรอิสระภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะฉะนั้นไล่ ๆ ไป ถ้ามีท่าน ส.ส. จะถามว่า แล้ว (๘) เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ดิฉันไม่ขัดข้องถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกัน จะตัดออก เพียงแต่ว่าตอนนั้นมันมีทั้งเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แล้วก็เลขาธิการของ สปสช. ซึ่งดิฉันก็เสนอตัด สปสช. ออก เพราะ สปสช. มีอํานาจหน้าที่ ในการที่จะให้ทุนกับองค์กรอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นองค์กรให้ทุนก็ไม่ควรจะมา อยู่ตรงนี้ เพราะจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นผู้มีอิทธิพลต่อผู้อื่น เพราะว่าหลายวงเล็บ ก็จะรับเงินจาก สปสช. เพราะฉะนั้นเราก็เลยเลือกเอาว่าระหว่าง สปสช. กับเลขาธิการ สช. หรือเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เราก็เลยเลือกเอาเลขาธิการคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ ดิฉันเรียนย้ําว่าถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกันจะตัดออกดิฉันก็ไม่ขัดข้อง เพราะฉะนั้นเพิ่มอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่งเข้ามาแล้วเลือกกันเหลือ ๑ คน ดิฉันข้องใจมากเลยคณะกรรมการเกือบทุกฉบับ เกือบทุกกรรมการที่จะต้องให้เอา อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาเข้ามา ดิฉันอยากทราบว่ามันสะท้อนอะไร อยากถาม จริง ๆ เลย สะท้อนอะไรการมีอธิการบดีสัก ๑ คนรู้เรื่องเหล่านี้หรือเปล่า รู้มาตรการ เรื่องกระบวนการทั้งหลายนี้ไหม แต่ถ้าเป็นคนอื่นในวงเล็บอื่น ๆ ที่จริงเขาก็เคยมี การเคลื่อนไหวร่วมกันมา ต้องถามนะคะมีหลายชุดมากเลย ซึ่งดิฉันคิดว่าเราต้องไม่ยึด เป็นธรรมเนียมว่าต้องมีอธิการบดีมหาวิทยาลัย มีนักวิชาการชั้นเลิศ เข้ามานั่ง อยู่กับเราสัก ๑ คนในกรรมการสรรหาแล้วมันจะดีมากอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็ขออภิปรายใน ๒-๓ ประเด็นนี้ แต่เห็นด้วยกับท่าน ส.ส. อภิชาตนะคะที่วุฒิสภาเพิ่มหมวด ประมวลจริยธรรมเข้ามาแล้วก็ให้มีการเอาคณะกรรมการออกได้ถ้าขัดประมวลจริยธรรม อย่างนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ตามที่ทางวุฒิสภาได้มี การแก้ไขเพิ่มเติม ผมคิดว่าหมวด ๔ บทกําหนดโทษ ที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมา มาตรา ๓๒/๑ เนื้อหาก็คือเป็นการเพิ่มโทษนะครับ ซึ่งเดิมไม่มี โดยมีเนื้อหาว่า คณะกรรมการหรือกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือปฏิบัติหน้าที่ของตน ไม่เป็นอิสระ หรือไม่เป็นกลางและไม่คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าบทนี้เป็นบทกําหนดโทษ ปกติแล้วที่ผมเห็นมาอยู่ตลอดถ้าจะมีบทกําหนดโทษเขาก็จะไปกําหนดไว้ว่าการกระทํา ตามมาตราใด มีโทษอย่างไร และต้องทําอย่างไรด้วย ทีนี้พอมาดูที่คณะกรรมาธิการ ได้มีการเพิ่มขึ้นมาความในตอนต้นที่บอกว่าการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ คําว่าโดยไม่ชอบนั้น ก็คงพอจะเข้าใจกันได้ว่าหมายถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อจะแสวงหาประโยชน์ เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ แต่พออ่านต่อไปครับท่านประธาน หรือปฏิบัติหน้าที่ของตน ไม่เป็นอิสระ ไม่มีนิยามไว้ในกฎหมายนี้ คําว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เป็นอิสระคืออะไร และใครจะเป็นผู้กําหนดว่าตรงนี้อิสระตรงนั้นไม่เป็นอิสระ แล้วท่านจะไปกําหนดโทษอย่างไร หรือไม่เป็นกลาง ก็เอาอีกแล้ว เขียนบอกว่าในนี้กรรมการจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตน อย่างเป็นอิสระ เป็นกลาง ท่านก็ไม่ได้บอกไว้นะครับว่าคําว่าเป็นกลางคืออะไร ก็เขียน คลุมกันไปอีก เขียนนะเขียนได้แต่ที่สําคัญก็คือว่าแล้วถือว่าพอไม่เป็นอิสระ ไม่เป็นกลางนี่ ต้องมีโทษ และไม่คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ พอย้อนกลับไปดูมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ ท่านประธานครับ ผมอ่านดูแล้ว ก็ไม่ทราบว่ามันไปขยายคําว่าไม่เป็นอิสระ ไม่เป็นกลางตรงไหน ย้อนกลับไปดูมาตรา ๑๙ คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ท่านประธานไล่ดูสิครับทั้งหมด ๑๓ วงเล็บนะครับ อ่านดู ก็เป็นหน้าที่ปกติของคณะกรรมการ มีตั้งแต่เรื่องให้ความเห็น ตรวจสอบการกระทํา สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริง สนับสนุนการใช้สิทธิร้องเรียนหรือการดําเนินคดี ของผู้บริโภค สนับสนุนและให้การช่วยเหลือแก่องค์กรผู้บริโภค ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัย จัดให้มีการประชุมสมัชชา กําหนดนโยบายกํากับดูแลการดําเนินงานขององค์การอิสระ ให้เกิดการจัดการที่ดี อนุมัติแผนงานหลัก อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วมันเป็นอาญาไปได้อย่างไร อ่านดูแล้วก็ไม่เข้าใจนะครับ ยิ่งไปดูมาตรา ๒๐ กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเป็นอิสระ เป็นกลาง อันนี้แหละที่ผมพูดมาแล้วว่าใครจะบอกว่าคนไหนไม่เป็นอิสระ แล้วเวลาศาล ท่านจะไปตีความว่าตรงนี้ไม่เป็นอิสระแล้วนะ ไปกําหนดโทษนะ เขียนไว้อย่างนี้เป็นอันตรายมาก ที่จะไปพิจารณาเรื่องทางอาญา ที่ตามมาก็คือ และปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมขององค์การ อย่างเคร่งครัด ผมก็ย้อนกลับไปดูว่าเอาละสุดท้ายจะต้องมีการจัดทําประมวลจริยธรรม ในนี้พวกเรามีประมวลจริยธรรมของหลายหน่วยงานขององค์การนะครับ ผมยังไม่แน่ใจว่า การกระทําผิดประมวลจริยธรรมมีกฎหมายไหนไปลงโทษทางอาญาบ้าง เท่าที่ผมเปิดดู ในลิ้นชักก็มีหลาย ของพวกเราก็มีด้วยนะครับ ขององค์การต่าง ๆ ก็มี อย่างน้อยการละเมิด ประมวลจริยธรรมเขาก็มีวิธีการลงโทษแต่ไม่ใช่โทษทางอาญา ถ้าผมจําไม่ผิดผมมั่นใจว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่พอเขียนอย่างนี้แล้วว่าการไม่ทําตามประมวลจริยธรรมต่อไปนี้ จะเป็นโทษทางอาญานะครับ เห็นไหมครับนี่ก็คือการเพิ่มโทษขึ้นมา แล้วก็จะเต็มไปด้วย ความคลุมเครือ ฝ่ายที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ก็คงปฏิบัติไม่ถูก ฝ่ายที่จะต้องพิจารณาว่า กรรมการไม่เป็นอิสระ ไม่เป็นกลาง ตรงไหนก็ไม่รู้ แล้วแถมสุดท้ายก็คือว่าต่อไปนี้ การไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมจะมีโทษทางอาญานะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าคงจะต้อง ทบทวนกันมาก ๆ เสียแล้วว่ามาตรานี้จะใช้ได้หรือไม่ คือถ้าปล่อยไปอย่างนี้ผมคิดว่า จะมีปัญหาในทางการบังคับใช้กฎหมายอย่างแน่นอน ผมจึงเห็นว่ามาตราเดียวอย่างนี้ ก็คงจะต้องมีการทบทวนกัน ควรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒ สภาเพื่อพิจารณาครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับท่านประธาน แม้เป็นพระราชบัญญัติตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่เนื่องจากเป็น กฎหมายประกอบที่องค์กรภาคเอกชนเป็นคนเสนอ โดยมติของรัฐสภาก็เห็นชอบ ให้มาพิจารณาต่อ ยืนยัน ผมก็ฝากความไว้วางใจไปยังคณะกรรมาธิการในชั้นของสภา แท้จริงประเด็นที่เป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งในการพิจารณากฎหมายก็คือเป็นประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้ท้วงไว้ในเรื่องการเขียนกฎหมายเพื่อให้จัดสรรงบประมาณมาให้ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนี่แหละได้เงินเป็นจํานวน ๓ เปอร์เซ็นต์ ในชั้นผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ยังติดใจอยู่ตอนช่วงที่ผ่าน ๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีธรรมเนียม การปฏิบัติว่าเขียนแล้วเพื่อให้ได้เงินมา หน้าที่ในการที่จะได้เงินมากเงินน้อยขึ้นอยู่กับภารกิจ เป็นไปตามกฎหมายการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณ โดยนัยผ่านสภาอยู่แล้ว เป็นคราว ๆ ใครทําดีมีงานเยอะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็จะได้เงินเยอะจากความเห็น โดยการพิจารณารายละเอียดของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ แต่ว่าฉบับนี้เป็นฉบับพิเศษจริง ๆ ผมถาม ท่านขจิตร ชัยนิคม ในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทําไมต้องเห็นชอบตามภาระ ที่ผิดธรรมเนียมในการพิจารณาเรื่องการตั้งหน่วยงาน การจะให้การสนับสนุนงบประมาณ ก็บอกว่าเป็นไปตามเสียงของคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาในชั้น ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ พอไปถึงชั้นวุฒิสภาหนักขึ้นไปอีก จาก ๓ บาท ต่อหัวประชากร ๑ คนนี่ก็แปลว่าถ้า ๓ บาท สมมุติประชากรมี ๗๐ ล้านคนก็เป็นจํานวน คูณเข้าไป ถ้าเป็น ๕ บาทก็ ๕ คูณว่าจะต้องมีเงิน ๓๕๐ ล้านบาทให้กับองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แม้จะมีข้อเท็จจริงว่าเป็นนัยที่เป็นประโยชน์ของประชาชน คนยากคนจน ท่านประธานครับ ไม่มีมาตรฐานว่าจะต้องใช้เท่าไรถึงเพียงพอเหมาะสม กับคุณภาพงานที่จะไปเยียวยาช่วยเหลือคุ้มครองรักษาสิทธิของผู้บริโภคที่เสียโอกาสอยู่ มันอาจจะมากกว่านี้ นั่นคือเป็นภาระหน้าที่ของคนที่มาบริหารประเทศ ถ้ามีความจําเป็นมาก มีการเอารัดเอาเปรียบมาก ก็ให้เยอะเกินกว่าที่เขียนไว้ในอันนี้ แทนที่จะเขียนไว้ ๓ บาท หรือเท่าไรก็ตาม นี่คือวิธีการบริหาร ผมเกรงว่าพอมีคณะกรรมาธิการร่วมกันซึ่งก็คือ ของสภาผู้แทนราษฎรครึ่งหนึ่ง จํานวน ๑๑ คน ของวุฒิสภาอีก ๑๑ คน ไปตั้งขึ้นมา แล้วก็จะเอาตัวเลขมาตั้งว่า ๓ บาท ๕ บาทอะไรนี่มาถกเถียงกัน ท้ายที่สุดผมอยากกลับไปสู่ ประเพณี กฎหมาย การปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ก็แปลว่าถ้ามีภารกิจเยอะในชั้นการพิจารณา รัฐบาลก็มีหน้าที่สอดส่องดูแลพัฒนา แก้ปัญหาของบ้านเมือง ถ้าเห็นว่ามากก็จัดงบประมาณให้ ท่านประธานครับ ผมฝากคณะกรรมาธิการอยากให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน แล้วขอความเห็นใจจากท่านวุฒิสภา ซึ่งก็เคารพกันในการตัดสิน แท้จริงแล้วต่างคนต่างก็มีภาระ ในการที่จะพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย ก็นาน ๆ สักครั้งจะเห็นการแก้กฎหมายเข้ามา ทีละฉบับ ประมาณ ๖-๗ มาตราสําคัญ ๆ แต่ละฉบับโดยปกติแล้วก็จะแก้ ถ้าแก้ไม่มาก ในสาระสําคัญก็จะเห็นชอบตามวุฒิสภา แต่ว่าถ้าแก้เยอะ ๆ แบบนี้ก็แปลว่ามีความจําเป็น ที่จะต้องให้มีคณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมมีประเด็นหนึ่งที่แก้แล้วก็สงสัย เพราะยังไม่มี ท่านผู้ใดอภิปรายเลยครับท่านประธาน ประเด็นมาตรา ๒๔ หน้าที่ของคณะกรรมการ ที่ท้วงกันว่าอายุมาก อายุน้อยอะไรนี่ละครับ ปรับเพิ่มขึ้นให้มีอายุมากขึ้น หน้าที่ของคณะกรรมการจะต้องมาประชุมแล้วก็มีการตั้งอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง ในมาตรา ๒๔ ตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ โดยอย่างน้อยต้องมีคณะอนุกรรมการ กิจการฮาลาลด้วย ผมสงสัยเหมือนกันอนุกรรมการนี่ทําไมต้องฮาลาลเฉพาะพิเศษเลย อนุกรรมการนี่นะครับ ความจริงผมเข้าใจว่าเป็นกิจกรรม กิจการของพี่น้องมุสลิม แต่ว่าการเขียน กฎหมายเฉพาะอย่างนี้แปลว่าจะตั้งอนุกรรมการอะไรก็ได้แต่ว่าต้องมีคณะนี้ ทําไมต้องมี เหตุพิเศษซึ่งก็เป็นเรื่องที่เวลาร่างกฎหมายออกมาแล้วก็สามารถที่จะดูแล แก้ไข ครอบคลุม เยียวยา แก้ปัญหาให้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้น ทุกวัฒนธรรม อย่างเท่าเทียมทั่วถึง ท่านประธานครับ ผมฝากประเด็นเหล่านี้แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ว่าเมื่อออกกฎหมายมา ก็ขอให้เป็นกฎหมายที่จะดูแลให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ก็ขอถือโอกาส ได้กราบเรียนว่ายังมีมาตราอื่น ๆ ที่แก้เข้ามาในรายละเอียดเยอะ ก็เป็นหน้าที่ของสภา ต้องให้ความรอบคอบ ฝากท่านกรรมาธิการในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งพรรครัฐบาล ทั้งพรรคฝ่ายค้านว่าขอให้ทําโดยนัยที่จะให้เกิดธรรมเนียมการบริหารราชการแผ่นดิน เดี๋ยวอีกหน่อยองค์กรอิสระอื่น ๆ ก็จะออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและประโยชน์ เยอะแยะมาหมด หลักที่จะพิจารณาก็จะใช้หลักเกณฑ์เดิมนี่แหละครับว่าจะให้เงิน จะให้สิทธิประโยชน์กับคณะใด ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล หน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะดูแล เรื่องการเงินให้เป็นสําคัญโดยนัยที่เป็นประเพณีของสภาก็ให้ยึดอยู่ในหลักการตรงนั้น ผมเห็นด้วยว่าควรที่จะตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อให้เกิดความรอบคอบครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ผมก็เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรไป แต่ผมก็เห็นต่างในบางประเด็น การเห็นต่างจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรก็คือเห็นด้วยกับวุฒิสภาในบางเรื่อง ผมอยากจะให้เหตุผลนะครับท่านประธาน เงินคือปัจจัย คือเครื่องมือ ก็คืออาวุธ เงินคืออาวุธ ที่สําคัญที่จะดําเนินการต่าง ๆ ให้ประสบผลสําเร็จ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าไม่มีเงิน ถ้าเงินน้อยก็เป็นเสือกระดาษ ผมจึงเห็นควรนะครับว่าในมาตรา ๘ นั้น จริง ๆ แล้วผมให้ถึง ๑๐ บาท ทําไมครับ ประชากรของประเทศไทยเอาว่ามีอยู่ ๖๕ ล้านคน เราให้เงินอุดหนุนไม่น้อยกว่า ๓ บาท ปีหนึ่งก็ ๑๙๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๑๙๕ ล้านบาท เทียบกับงบประมาณของประเทศ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๐.๐๐๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ กับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เดี๋ยวนี้คนเป็นมะเร็ง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องยอมรับว่าไปเผาศพคนเป็นมะเร็งไม่เว้นแต่ละเดือน แต่ละวัน อาหารเป็นพิษ อาหารมีส่วนผสมของสารเคมีมากมายมหาศาล เกิดอุบัติเหตุทุกวัน อย่างน้อยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราใช้อยู่ทุกวันไม่มีการดูแล มีแต่นายทุนคอยจะปกปิด คอยจะใต้โต๊ะ คอยจะให้คอร์รัปชัน (Corruption) ในส่วนราชการต่าง ๆ แม้แต่สารพิษ โรงงานต่าง ๆ เราก็ไม่สามารถกําจัด ไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนซึ่งเดือดร้อนได้เลย เพราะเราไม่มีเงิน เราไม่สนับสนุนเงิน ท่านประธานครับ ทําไมพระราชบัญญัติฉบับนี้ถึงบอกว่าต้อง ๓ บาท เพราะเขากลัวว่าถ้าเกิด ของบประมาณรายปีนั้นคนที่มีอํานาจอนุมัติงบประมาณคือนายทุนทั้งนั้น คือชนชั้นกลาง คือผู้มีอํานาจ คือเจ้าของบริษัท เจ้าของกิจการ เขาไม่ให้ตรวจสอบเขาหรอกครับ ท่านประธานครับ วุฒิสภาแก้มาเป็น ๕ บาท ปีหนึ่งก็คือ ๓๒๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ก็ยังน้อยไปสําหรับชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทั้งประเทศ เสรีอาเซียน (ASEAN) ปี ๒๕๕๘ สินค้าเข้าออกมากมายมหาศาล เราไปประเทศจีนเขาไม่ให้สินค้าเข้า แม้แต่ลําไยเขาก็ไม่ให้เข้า เพราะเป็นพิษ เพราะสารตกค้าง แต่ประเทศไทยมีงบประมาณสําหรับตรวจสอบคุ้มครองผู้บริโภค แค่ ๑๙๕ ล้านบาทท่านก็ยังปฏิเสธ ๓๒๕ ล้านบาท ซึ่ง ส.ว. เขาเห็นด้วยท่านก็ยังจะปฏิเสธ ท่านประธานครับ ถ้าตามงบประมาณปกติเหมือนท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปนั้น ๓ บาทต่อปี ปีแรก ๑๙๕ ล้านบาท ปีที่ ๒ ขึ้นตามระบบราชการผมให้ขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๒๑๐ ล้านบาท ปีที่ ๓ ๒๓๑ ล้านบาท ปีที่ ๔ ๒๕๔ ล้านบาท ปีที่ ๕ ๒๗๙ ล้านบาท ๕ ปีกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก ความเจริญเติบโตของประเทศไทย ๕ ปี ก็ยังมีเงินอยู่ ๒๗๙ ล้านบาทสําหรับคุ้มครองคนไทยทั้งหมด มีอะไรเป็นหลักประกันว่า สํานักงบประมาณจะให้เงินอุดหนุนกับองค์การอิสระเหล่านี้ ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยกับวุฒิสภาแน่นอน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ผมเคยเป็นมาผมให้ ๑๐ บาทเลยไปเปิดดูได้ ๑๐ บาทต่อปีก็ตกอยู่ ๖๕๐ ล้านบาทก็ยังน้อยนิดกับการคอร์รัปชัน กับงบประมาณที่รั่วไหลไปทั่วประเทศเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท แค่นี้เองนะครับท่านประธาน ผมบอกองค์การอิสระว่าท่านต้องเรียกร้อง ท่านต้องเอาใจใส่ตรงนี้ เอาเงินมาเพื่อเป็นอาวุธ ที่จะไปตรวจสอบเพื่อคุ้มครองชีวิตของคนไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับวุฒิสมาชิก ในประเด็นนี้ ขอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันครับ ขอบคุณครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีใคร อภิปราย ถือว่าปิดการอภิปราย ต่อไปจะลงมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๗๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านพิเชษฐ์มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

ช่วยล้างใหม่ได้ไหมครับ ท่านประธาน เมื่อกี้กดเร็วไปหน่อยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ช่วยล้าง ให้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ท่านพิเชษฐ์อย่ากดไว ใจเย็น ๆ หน่อยครับ ลงคะแนนเสียงอีกครั้งหนึ่ง ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านใดยังไม่ใช้สิทธิลงคะแนนบ้างครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๓๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๕๙ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภานะครับ

ขอเชิญสมาชิกกําหนดกรรมาธิการเพื่อประกอบคณะกรรมาธิการร่วมกันครับ จํานวนกรรมาธิการ เชิญท่านเลขานุการวิป (Whip) ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอเสนอตั้งกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภา จํานวน ๒๒ ท่าน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ สัดส่วนของกรรมาธิการแต่ละพรรคการเมืองครับ พรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จํานวน ๑ ท่าน เสนอรายชื่อด้วยครับ

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่าน ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๓. นายนิยม เวชกามา ๔. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๕. นายขจิตร ชัยนิคม และ ๖. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่าน ก็คือ ๑. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๒. นายอรรถพร พลบุตร ๓. นายวัชระ เพชรทอง ๔. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านคือ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ

นางพรรณิภา เสริมศรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... จํานวน ๑๑ ท่าน ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๓. นายนิยม เวชกามา ๔. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๕. นายขจิตร ชัยนิคม ๖. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๗. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๘. นายอรรถพร พลบุตร ๙. นายวัชระ เพชรทอง ๑๐. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๑๑. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. ....

มีท่านใดจะอภิปรายหรือไม่ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายให้ความเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมและนําส่ง สภาผู้แทนราษฎรมาเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) ท่านประธาน ผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสําคัญหลายมาตรา ก็อยากจะเรียกร้องให้ท่านสมาชิก ได้โปรดลงคะแนนไม่เห็นด้วยต่อกรณีวุฒิสภาแก้ไขเพื่อจะได้หาทางออกร่วมกัน โดยคณะกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภา ท่านประธานครับ ในเหตุผลที่ ๑ ในมาตรา ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วยที่สมควรที่จะต้องไปดูในรายละเอียด วุฒิสภาได้เพิ่มเติมในมาตรา ๓ ว่าด้วยคํานิยามของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นิยามคําว่าเด็ก เด็ก หมายความว่า บุคคล ซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบหกปีบริบูรณ์ วุฒิสภาได้ไปเติมถ้อยคํา โดยเติมคําว่า แต่ไม่รวมถึง ผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย ท่านประธานครับ การเติมถ้อยคําในลักษณะอย่างนี้ เท่าที่ได้สอบถาม ได้ติดตามดูด้วยเหตุผลว่าทําไมถึงเติมถ้อยคํา แต่ไม่รวมถึงผู้บรรลุนิติภาวะ ตามกฎหมาย เหตุผลก็คือเป็นไปตามกฎหมายภายในของประเทศไทยเราว่าการที่ จะได้มีสิทธิในการปกครอง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ว่าด้วยสิทธิของการปกครอง ในการที่จะมีสิทธิในการควบคุมดูแลเด็ก ถ้ามีการบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย กรณีอายุน้อยกว่าที่กําหนดไว้ เช่นในกฎหมายฉบับนี้กําหนดไว้ที่ ๑๖ ปีบริบูรณ์ แต่กฎหมาย คุ้มครองเด็ก พุทธศักราช ๒๕๔๖ ในกฎหมายไทยเรากําหนดไว้ที่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ การกําหนดไว้อย่างนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย ก็คือกฎหมายบัญญัติให้บรรลุนิติภาวะ ในบ้านเมืองเราในขณะนี้กฎหมายคุ้มครองเด็ก ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วบัญญัติไว้ที่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ ซึ่งถ้าเขียนตามนี้ ก็ไม่ได้ครอบคลุม ไม่เข้าข่าย กรณีที่ ๒ บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส แน่นอนครับเด็กอายุ ๑๕ ปี หรือเด็ก ๑๔ ปีถ้าสมรสก็ถือว่าบรรลุนิติภาวะ เพราะสิทธิในการที่จะปกครองก็หมดไป แต่ว่าสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าต้องไปดูในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการร่วมกัน เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ออกเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่ง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก เราไม่ได้บัญญัติขึ้นมาใช้ภายในประเทศอย่างเดียว เพราะฉะนั้นคํานิยามบางนิยามผมเชื่อว่าถ้าเขียนไปอาจจะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับสิทธิ ตามกฎหมายนี้ ผมยกตัวอย่างเช่นกฎหมายไทยอายุต่ํากว่า ๑๖ ปี ถ้าสมรสตามกฎหมาย ฉบับนี้ถือว่าบรรลุนิติภาวะ ถามว่าในกฎหมายระหว่างประเทศเขากําหนดเงื่อนไขอย่างนี้ไว้ หรือไม่ ผมยกตัวอย่างครับ เด็กที่มาจากต่างประเทศเข้ามาอยู่ในเมืองไทยโดยถูกละเมิดสิทธิ ในการคุ้มครองดูแล เขาตามเข้ามาเพื่อจะเอาเด็กคืน แต่ว่าไปติดเงื่อนไขบอกว่าสมรส ตามกฎหมายไทย ลักษณะอย่างนี้จะตัดสินอย่างไรก็เป็นประเด็น เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ ๑ ผมอยากจะให้กรรมาธิการร่วมกันไปดูในรายละเอียดว่ากฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างไร ถ้าบัญญัติลักษณะอย่างนี้ไว้จะเป็นคุณ หรือเป็นประโยชน์กับเด็ก

ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐ (๔) วุฒิสภาได้ไปแก้ไข จากถ้อยคําเดิมซึ่งในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นชอบกับร่างเดิมที่เสนอเข้ามา เขาไม่มี การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในมาตรา ๑๐ (๔) วุฒิสภาได้ไปเปลี่ยนแปลงถ้อยคํา ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานอ่านในร่างเดิมนะครับ

มาตรา ๑๐ (๔) หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการฝ่าฝืนคําสั่งศาลตาม (๓) หรือเด็กอาจได้รับอันตราย หรือมีการกระทําอื่นใดอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการยื่นคําขอต่อศาลขอให้มีคําสั่งอนุญาต ให้พนักงานอัยการดําเนินการตามที่จําเป็นและสมควรเพื่อนําตัวเด็กส่งไว้ในความควบคุมดูแล ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และให้เจ้าพนักงานตํารวจ ให้ความช่วยเหลือพนักงานอัยการในการดําเนินการดังกล่าวเมื่อได้รับคําร้องขอ

เป็นการกระทําการต่อเนื่องกรณีที่ถ้าเด็กจะเป็นอันตรายหรือเด็กที่จะไม่อยู่ ในที่ที่กําหนดไว้ก็ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ควบคุม ดูแลเด็ก กรรมาธิการในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีเปลี่ยนแปลงแก้ไขครับ วุฒิสภาแก้ไข เปลี่ยนคําว่า ควบคุม เป็น คุ้มครองดูแล เช่นกันครับท่านประธาน เมื่อมีการแก้ไข ในมาตรา ๑๐ (๔) ก็มาแก้ไขในส่วนที่ ๒ การควบคุมดูแลเด็กระหว่างการดําเนินการ ส่งตัวเด็กกลับคืน ในมาตรา ๑๑ ครับ มาตรานี้ในระหว่างที่จะมีการส่งตัวเด็กกลับคืนนี่ เกรงว่าจะมีการย้ายถิ่นที่อยู่กับการที่เด็กจะเป็นอันตรายก็ให้เด็กไปอยู่ในความควบคุมดูแล ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามร่างเดิม

มาตรา ๑๑ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหน้าที่ รับตัวเด็กตามมาตรา ๑๐ (๔) ไว้คุ้มครองดูแลจนกว่าการดําเนินการส่งตัวเด็กกลับคืนเสร็จสิ้น หรือจนกว่าศาลจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมคิดว่ากรรมาธิการร่วมกันต้องไปดูในรายละเอียด อํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ที่มอบให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นั่นคือการควบคุมดูแลระหว่างดําเนินการคือต้องให้เด็กอยู่ในสายตาอยู่ตลอดเวลา วุฒิสภาได้ไปแก้ไขให้ถ้อยคําไว้ว่าคุ้มครองดูแล เท่าที่ติดตามตรวจสอบดูในชั้นของวุฒิสภา เหตุผลที่เขาแก้ไขก็เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เขามีอยู่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก พุทธศักราช ๒๕๔๖ ใช้คําว่า คุ้มครองสวัสดิภาพสวัสดิการเด็ก ก็คิดว่าคํานี้น่าจะเหมาะสม สําหรับเด็ก เขาต้องบัญญัติคํานี้ออกมา แต่ผมเกรงว่าการบัญญัติคําคํานี้ออกมาจะก่อเกิด การทําหน้าที่ที่สับสนได้ ก็เห็นว่าน่าจะไปตั้งกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ท่านประธานครับ ผมเองก็พยายามไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองเด็กของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีคํานิยามคําว่า สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สวัสดิการเด็ก สถานคุ้มครองสวัสดิภาพสวัสดิการเด็ก สถานตรงนี้ คุ้มครองตรงนี้ ก็หมายถึง การให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ แก้ไขความประพฤติ บําบัด รักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ ร่างกายและจิตใจ นี่คือความหมายในกฎหมายฉบับนั้น เพราะฉะนั้นถ้าใช้คําว่าคุ้มครอง ผมก็เกรงว่าอํานาจหน้าที่ที่ให้ไว้ตามกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสูญหายหรือเด็กเป็นอันตรายจะขาดหายไป เลยมีความจําเป็นที่จะขอให้ สภาแห่งนี้ได้ช่วยกันไม่ให้ความเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขและให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันไป

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกมาตราเดียวครับมาตรา ๑๒ ในส่วนที่ ๓ ศาลและกระบวนพิจารณา มาตรา ๑๒ ว่าด้วยการให้อํานาจหน้าที่ของศาล

มาตรา ๑๒ บัญญัติว่า ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีอํานาจพิจารณา พิพากษาคดี และมีคําสั่งคําร้องขอหรือคําขอที่ได้ยื่นต่อศาลตามพระราชบัญญัตินี้

คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางให้เป็นที่สุด

วุฒิสภาตัดออกทั้งหมดครับ ตัดคําว่า เยาวชนและครอบครัวกลาง ออก ทั้ง ๒ วรรค ด้วยเหตุผลว่ามีบัญญัตินิยามศัพท์ไว้ในคํานิยามแล้ว คําว่า ศาล หมายความว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พอฟังได้ครับท่านประธาน แต่ผมเชื่อว่าวิธีการบัญญัติ หรือนิติวิธีการเขียนในมาตรา ๑๒ เป็นการเขียนเพื่อมอบอํานาจให้ศาลใดศาลหนึ่ง เป็นผู้มีอํานาจ ผมไม่ได้ติดใจว่าถ้าเขียนในมาตราอื่น อย่างเช่นกรณีมาตรา ๑๓ คําว่า ศาลอาจยกคําร้องขอให้ส่งตัวเด็กกลับคืนในกรณีดังต่อไปนี้ นี่เข้าใจได้เพราะมีคํานิยามอยู่แล้ว ศาลในที่นี้หมายถึงศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง แต่การมอบอํานาจของกฎหมายฉบับนี้ ให้ศาลใดจะเป็นผู้มีอํานาจก็ต้องระบุลงไปว่าเป็นศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผมดูแล้วน่าจะขัดต่อวิธีการบัญญัติก็น่าจะไปตั้งกรรมาธิการร่วมกัน

ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธานไป อยากให้สภาแห่งนี้ มีมติว่าไม่เห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไข แล้วส่งให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา เพื่อความรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของกฎหมายต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุน ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายสักครู่นี้ที่จะขอให้เรื่องนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาระหว่าง ๒ สภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ เหตุผลที่ผมขออธิบายเพิ่มเติมก็คือการที่มี การไปแก้ไขในมาตรา ๑๐ แล้วก็ส่วนที่ ๒ โดยเฉพาะไปแก้ไขคําว่า ควบคุม เป็น คุ้มครอง ผมเกรงว่าการแก้ไขอย่างนี้ได้ซักถามเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นแล้ว โดยเฉพาะผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านตอบว่า ในกระทรวงนี้ศัพท์ที่คุ้นเคยกันอยู่เสมอก็คือคําว่าคุ้มครอง เช่นพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พอท่านมาเจอคําว่าควบคุมนี่ท่านเกรงว่าจะให้อํานาจท่านมากไป แต่ว่าถ้าเราย้อนกลับไปดู ถ้าอ่านดูตามกฎหมาย ส่วนที่ ๒ การควบคุม ที่แก้เป็น การคุ้มครองดูแลเด็ก มาตรา ๑๑ ก็บอกไว้ชัดว่า ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหน้าที่รับตัวเด็ก ตามมาตรา ๑๐ (๔) ไว้ ควบคุม แก้เป็น คุ้มครอง ก็เป็นว่ากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ที่เพิ่มมาตรา ๑๑ ขึ้นมา หน้าที่ของท่านนั้นไม่ใช่หน้าที่ ตามหมวดนี้ตรง ๆ นะครับ แต่เป็นหมวดที่เพิ่มมาจากมาตรา ๑๐ (๔) หน้าที่ของท่านมาจาก หมวดนั้นก่อน หมวดนั้นถ้าอยู่ในมาตรา ๑๐ ทั้งหมด เป็นเรื่องของการดําเนินการให้ความช่วยเหลือ ตามกฎหมายนี้ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่ตํารวจ พนักงานอัยการ แล้วก็สุดท้ายก็จะมาที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฉะนั้นการแก้เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง มันอาจจะมีทําให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายมาก ถ้าพลิกกลับไปดูต่อไปอีกนะครับ ผมยังไม่เห็นความหมายของคําว่าคุ้มครอง ในมาตรา ๑๑ ที่ท่านไปแก้ไขเพิ่มเติมว่า การคุ้มครองดูแลเด็กตามวรรคหนึ่ง คือมาตรา ๑๐ (๔) นั้น ให้เป็นไปตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กําหนด โดยให้รวมถึง อะไรบ้างครับ

(๑) การจัดให้มีการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต พร้อมทั้งการรักษา เยียวยาแก่เด็ก หรือ

(๒) การจัดที่พักอาศัย ที่หลับนอน เครื่องนุ่งห่ม ให้เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ และจัดอาหารให้ถูกอนามัยและเพียงพอแก่เด็ก

ถ้าลําพังเพียงแค่นี้อาจจะดูว่าเป็นการคุ้มครองก็น่าจะถูกแล้ว แต่ว่าอันนี้ เป็นอํานาจเสริมนะครับ แต่ว่าถ้าย้อนกลับขึ้นไปตั้งแต่ (๑) หน้าที่หลักของท่านก็คือ รับมาจากมาตรา ๑๐ (๔) หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการฝ่าฝืนคําสั่งศาลตาม (๓) หรือเด็กอาจได้รับอันตราย หรือมีการกระทําอื่นใดอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ตรงนี้ละอยู่ในความหมายของมาตรา ๑๐ ก็จะย้อนขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปถึงนิยาม ซึ่งเราจะพบคําว่า สิทธิควบคุมดูแลเด็ก หมายความว่าสิทธิเกี่ยวกับ การดูแลความเป็นอยู่ของเด็ก และหมายความรวมถึงสิทธิกําหนดที่อยู่ของเด็ก ซึ่งสิทธิดังกล่าว อาจเกิดขึ้นได้โดยผลของกฎหมาย โดยคําสั่งของศาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเป็นผล จากความตกลงที่มีผลตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นลําพังจะมาแก้ตรงหมวด ๒ อย่างเดียว เพราะท่านเข้าใจว่าตรงนี้เมื่อเป็นหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านไม่มีอํานาจที่จะไปควบคุม ท่านมีแค่การคุ้มครองดูแล แต่ผมเข้าใจว่าถ้าอ่านเนื้อหา ของกฎหมายทั้งหมดแล้วทุกมาตราก็จะทราบว่ากฎหมายนี้จริง ๆ ถ้าดูตามชื่อก็คือ ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิที่จะควบคุมดูแลเด็ก ถ้าท่านคิดว่าไม่ใช่เรื่องการควบคุม เป็นเรื่องการคุ้มครอง ที่จริงถ้าจะผิดก็ต้องผิดมา ตั้งแต่ชื่ออยู่แล้ว แต่ว่าถ้าอ่านดูทั้งหมดก็จะเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพียงส่วนเดียว แต่เป็นเรื่องที่ ต้องร่วมมือกันตั้งแต่ผู้ประสานงานกลาง ก็คือ ตั้งแต่อัยการสูงสุด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มาถึงศาล เจ้าหน้าที่ตํารวจด้วย ร่วมกันทั้งหมดภายใต้ความเข้าใจว่ามีความต้องการที่จะให้ ทุกส่วนนั้นได้มีสิทธิที่จะควบคุมดูแลเด็ก อย่างการที่มาแก้ไขในส่วนที่ ๒ เรื่องของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าจาก การควบคุม มาเป็น การคุ้มครอง นั้น ผมเกรงว่าสุดท้ายเมื่อไปใช้กฎหมายแล้วกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็จะจํากัดกรอบหน้าที่ตัวเองอยู่แค่หน้าที่ของกระทรวง ท่านคงลืมไปว่ากฎหมายนี้ ประสงค์จะให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นมีหน้าที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ตามอนุสัญญาว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ควบคุมดูแลเด็ก ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะแก้ไขในส่วนนี้ น่าจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณาความสอดคล้องของกฎหมายนี้ทั้งหมด ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อาจารย์ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันก็เช่นเดียวกันขอสนับสนุนสิ่งที่เพื่อนสมาชิกทั้งคุณหมอชลน่านและดอกเตอร์พีรพันธุ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม และขออนุญาตเพิ่มเติมอีกนิดเดียวค่ะ เพราะว่า ความไม่สอดคล้องต้องกันทั้งชื่อของร่างพระราชบัญญัติ แล้วก็เวลาไปแก้ไขเรื่องการควบคุม เป็นการคุ้มครอง ที่จริงแล้วกฎหมายฉบับนี้อนุวัตตามอนุสัญญาว่าด้วยความร่วมมือ ระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก เพราะฉะนั้นหลัก ๆ ก็คือว่าสาระของกฎหมายฉบับนี้ควรจะต้องสอดคล้องกับอนุสัญญาซึ่งประเทศไทยไปลงนาม เป็นภาคีแล้ว

ในประเด็นต่อมา เรื่องของคําว่าเด็กนั้น ดิฉันอยากจะขออนุญาตท่านประธาน อธิบายเพิ่มเติมว่าเวลาเราไปพูดถึง แต่ไม่รวมถึงผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย ตรงนี้ เป็นเรื่องที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงจากอนุสัญญาซึ่งเราไปลงนามเป็นภาคี เพราะในอนุสัญญา ฉบับนั้นเอาเรื่องอายุเป็นเกณฑ์เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงื่อนไขอื่น ๆ การเติมตรงนี้ มันจะทําให้เด็กที่อายุต่ํากว่า ๑๖ ปี แม้จะไปแต่งงานแล้วซึ่งถือว่าเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ตามกฎหมายไทย ก็ทําให้เด็กเหล่านี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญา เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าอันนี้เกินไปแล้วค่ะ เกินกว่าที่อนุสัญญาพูดเอาไว้ แม้จะแต่งงานแล้วก็บอกว่า บรรลุนิติภาวะ แต่จริง ๆ แล้วต่ํากว่า ๑๘ ปีก็ยังไปเลือกตั้งไม่ได้ ขับรถก็ยังไม่ได้ ซื้อเหล้า ก็ยังไม่ได้นะคะ มีหลายเรื่องทีเดียว เพราะฉะนั้นที่เขียนบรรลุนิติภาวะไว้ตรงนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์คือเพื่อไปทํานิติกรรม แต่ว่าการคุ้มครองนั้น เขายังคงต้องได้รับความคุ้มครองไม่ว่าจะกฎหมายฉบับใดก็แล้วแต่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อันนี้เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ไปลงนามเป็นภาคี เพราะฉะนั้น อันนี้ไม่เห็นด้วยอย่างจริงจัง ในประเด็นที่ ๒ ประเด็นต่อมาเรื่องการใช้คําว่าคุ้มครอง อันนั้น ดิฉันก็เห็นด้วยกับที่ท่านพีรพันธุ์พูดไป

ในประเด็นถัดมาในส่วนที่ ๓ ซึ่งมาตรา ๑๓ (๒) วุฒิสภาไปแก้ในประโยคที่ ๒ และประโยคที่ ๓ เว้นแต่เด็กได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เหมาะสมแล้ว ดิฉันจึงคิดว่าตรงนี้มันเป็นความเป็นนามธรรมมากเลย คือเหมาะสมหมายความว่าอะไร แล้วใครจะเป็นผู้บอกว่าเหมาะสม เหมาะสมที่อยู่ในเชิงกายภาพหรือเหมาะสม ที่อยู่ในความรักความอบอุ่น อันนี้ที่จริงไม่เติมจะดีกว่า เหมือนเดิมที่ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นและให้ความเห็นชอบไปแล้ว เหล่านี้เป็นเหตุผลที่ดิฉันคิดว่าควรจะต้อง ตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งให้สอดคล้องกับอนุสัญญาซึ่งเรา ไปเซ็นลงนามเป็นภาคีไว้แล้ว ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันพูดแค่ประเด็นสั้น ๆ แค่นั้นแหละค่ะเพื่อที่จะช่วยสนับสนุนที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่าน ได้พูดมา ท่านประธานคะ ดิฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเวลาที่มองว่าเด็ก ในคําจํากัดความ ตรงนี้ เด็ก หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่าสิบหกปีบริบูรณ์ ถ้า ๑๖ ปีบริบูรณ์ นั่นแปลว่าเป็นเด็ก แล้วเมื่อไรก็ตามพอเขาแต่งงานปั๊บเขาเป็นผู้ใหญ่ทันทีหรือคะ ทําไมเราไม่มองว่าเด็กก็คือเด็ก เมื่อเขาอายุ ๑๖ ปี เขาก็คือเด็กอายุ ๑๖ ปี เด็กที่แต่งงาน อายุ ๑๖ ปีหรือต่ํากว่า ๑๖ ปี เกิน ๑๖ ปีแต่งงานด้วยเหตุผลอื่นมากมาย มีหลายประเด็น ที่จะต้องแต่งงาน ดิฉันเคยพบนะคะว่ากฎหมายเราบอกว่าการบรรลุนิติภาวะ เด็กอายุ ๑๗ ปีขึ้นไป แต่งงานกันโดยพ่อแม่ยินยอมถือว่าบรรลุนิติภาวะ มันทําให้เป็นทางออกแล้วก็เป็นปัญหา ให้กับเด็กที่แก้ไม่ได้ เช่นครูไปข่มขืนเด็ก เมื่อครูมีความผิด เด็กอายุ ๑๗ ปีซึ่งต่ํากว่า ๑๘ ปี พอมีความผิด กลัวความผิดครูก็ไปขอพ่อแม่แต่งงานกับเด็ก พ่อแม่ก็ชอบสิคะจะมีลูกเขย เป็นครู แม้ว่าครูนั้นจะมีครอบครัวอยู่หรือไม่ก็ตาม พอแต่งงานเสร็จแล้วครูก็ละเลย ก็ปล่อยทิ้งไปเพราะถือว่าตัวเองไม่มีความผิดเพราะว่าแต่งงานไปแล้ว เพราะฉะนั้นอย่างนี้ ก็เหมือนกัน คนที่แต่งงานมีเหตุผลเยอะแยะ ดิฉันก็ยังคิดว่าเราต้องคิดอย่างเป็นธรรม และอย่างเป็นรูปธรรมค่ะ คิดอย่างที่ไม่ใช่ตามตัวหนังสือนัก เพื่อที่จะบอกว่าเด็กก็คือเด็ก เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ บางคนมักจะมองว่าเด็กคือผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ เขาแค่ตัวเล็กแค่นั้นเอง แล้วเราก็คาดหวังว่าเขาจะคิดแล้วเขาจะรู้ แล้วเขาจะรู้เท่าทันเหมือนผู้ใหญ่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นยิ่งในกรณีอย่างนี้ก็ยิ่งจําเป็นอย่างยิ่งเลยว่าถ้าคนอายุ ๑๖ ปี ก็จะต้องได้รับการดูแล ได้รับการคุ้มครอง ไม่ใช่เมื่อแต่งงานแล้วเขาก็ไม่ได้รับการคุ้มครอง แล้วท่านก็ไม่สนใจเขาเลย เขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ช่างเขาหรือคะ อย่างไรเขาก็คือเด็ก อายุ ๑๖ ปี ดิฉันก็เห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอมตินะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมครับ เข้าห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ เจ้าหน้าที่ดูด้วยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนนะครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนนด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๖๙ ท่าน เห็นด้วยกับวุฒิสภา ๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๖๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภานะครับ

ต่อไปต้องตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ จํานวนกรรมาธิการ ๒๒ ท่านนะครับ สภาผู้แทนราษฎร ๑๑ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน เชิญเสนอชื่อครับ เชิญครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอชื่อ กรรมาธิการร่วมกันในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่าน ท่านแรก พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข นายนพคุณ รัฐผไท นางสาวลีลาวดี วัชโรบล นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ และท่านสุดท้าย พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ ๑. นางผุสดี ตามไท ๒. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๓. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๔. นางสาวเพ็ญวดี แสงจันทร์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ

นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา ราชบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๑ ท่านคือท่านดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ

นางพรรณิภา เสริมศรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... จํานวน ๑๑ ท่าน ๑. พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๓. นายนพคุณ รัฐผไท ๔. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๕. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๖. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๗. นางผุสดี ตามไท ๘. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๙. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๑๐. นางสาวเพ็ญวดี แสงจันทร์ ๑๑. นางนาที รัชกิจประการ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๕. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้ สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ....

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย เขตที่ ๒ ต่อกรณีที่วุฒิสภาได้ไป แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... แล้วส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรเราพิจารณา ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีการแก้ไขแล้วก็มีการเพิ่มเติมเพียง ๒ มาตรา คือ มาตรา ๗ วรรคสี่ กับ มาตรา ๑๘ (๖) มีประเด็นหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพว่า ในสาระสําคัญที่แก้และวิธีการบัญญัติในตัวมาตรา ผมได้ดูในรายละเอียดโดยเฉพาะในมาตรา ๗ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อไปดูในรายละเอียดแล้วต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ ว่าด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเรื่องของวาระการดํารงตําแหน่งของกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ เขียนเรื่องวาระการดํารงตําแหน่งนะครับ พูดถึงการดํารงตําแหน่งคราวละ ๒ ปี กรณีพ้นก็จะมีการดําเนินการไป เมื่อครบกําหนดการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง หากยังไม่แต่งตั้ง ก็ให้ดํารงตําแหน่งต่อ นั่นคือพูดถึงวาระการดํารงตําแหน่ง แต่วุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มเติม โดยเพิ่มเติมในวรรคสี่เขียนขึ้นมาว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการพิจารณาโทษ หรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ จะเป็นกรรมการอื่นในคราวเดียวกันไม่ได้ ท่านประธานครับ การบัญญัติอย่างนี้ ๑. สารบัญญัติที่บัญญัติขึ้นมาเป็นเรื่องของข้อห้ามหรือคุณสมบัติ ของกรรมการที่ห้ามไปเป็นกรรมการอื่น แต่ว่ามาบัญญัติอยู่ในมาตราที่ว่าด้วย วาระการดํารงตําแหน่ง นั่นเป็นเหตุผลอันที่ ๑ ที่ผมเชื่อว่าเขียนแล้วมันจะส่งผลกระทบ ต่อมาตราอื่น ๆ โดยเฉพาะการเขียนควบรวมเอากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ พิจารณาโทษหรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ มาอยู่ในวรรคเดียวกัน ก็เกิดการตีความว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการพิจารณาโทษ หรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ จะไปเป็น กรรมการอื่นในคราวเดียวกันไม่ได้ แล้วถามว่าเขาเป็นกรรมการใน ๓ กรรมการนี้ได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ระบุ ท่านประธานครับ เมื่อเขียนอย่างนี้ก่อให้เกิดความสับสนเนื่องจากว่ามาตราหลัง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๑๑ เขียนไว้ให้มีกรรมการเฉพาะเรื่องต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๓ คณะกรรมการ (๑) คณะกรรมการการแพทย์ครับ (๒) คณะกรรมการพิจารณาโทษ ที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่ (๓) คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ก็จะมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามการดํารงตําแหน่ง การพ้นจากตําแหน่งของกรรมการแต่ละคณะออกมา แล้วเขียนอ้างอิงไปเรื่องของการใช้คุณสมบัติที่คล้ายกันโดยอ้างมาตราที่เขียนเกี่ยวกับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมา แต่ว่าไปเขียนเรื่องของการห้ามไม่ให้ดํารงตําแหน่งอื่นควบรวมไว้ ในมาตรา ๗ วิธีการเขียนอย่างนี้ก่อให้เกิดความสับสนของการตีความและมีผลกระทบกับ มาตราอื่น นี่เป็นเหตุผลเรื่องแรกที่ผมคิดว่าน่าจะตั้งกรรมาธิการร่วมกันนะครับ

เรื่องที่ ๒ การแปลความหมายของการเขียนตรงนี้แล้วนําไปสู่การปฏิบัติ ผมนําเรียนท่านประธานแล้วว่าน่าจะมีความสับสนในการนําไปสู่การปฏิบัติได้ เพราะว่า กรรมการแต่ละคณะก็เขียนแยกกันชัดเจน ถ้าท่านมีความประสงค์ว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ดี กรรมการพิจารณาโทษก็ดี หรือกรรมการการแพทย์ก็ดี กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ดี ต้องไม่เป็นกรรมการอื่น ก็ไปเขียนในลักษณะที่มีความเห็นไม่ค่อยชัดเจนลงไปในเรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่เป็นลักษณะภาพรวมก็ได้ ซึ่งวิธีการแบบนี้ความหมาย ที่จะแปลตามนิติวิธีอย่างนี้ผมเห็นว่าน่าจะตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับน่าจะลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ไข เพื่อตั้งกรรมาธิการร่วมกันครับ กราบขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาได้ส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากได้มีการแก้ไขใน ๒ มาตรา คือ มาตรา ๗ วรรคสี่ และมาตรา ๑๘ (๖) เนื้อหาสาระของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมสาระสําคัญบางประการนอกเหนือจากที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นชอบไปนั้น สําหรับผมแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งและคิดว่าเป็นการเติมเต็ม ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับวงการกีฬาและวงการการควบคุมมาตรฐานทางการกีฬา ของประเทศนี้อย่างดียิ่ง ท่านประธานครับ เมื่อครั้งที่เราได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ร่วมกัน ในสภาแห่งนี้ เราเห็นความสําคัญนะครับว่าปัญหาการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา สําหรับประเทศด้อยพัฒนาแล้วเป็นเงื่อนไขอันหนึ่งที่ทําให้นานาอารยประเทศ ที่เขาเข้าสู่ประชาคมการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติตั้งเป็นข้อสังเกต ตั้งเป็นข้อรังเกียจไว้ จริง ๆ แล้วการแข่งขันกีฬานั้นคือการสู้กันด้วยพละกําลัง ร่างกายและมันสมองที่จะไปสู่ ชัยชนะ แต่การใช้สารใด ๆ ก็ตามที่ไปกระตุ้นทําให้ร่างกายผิดปกติ มีพลัง มีอํานาจ ในทางการแข่งขันที่เหนือกว่าคนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ต้องห้าม เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทํา การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้มาในวันนั้นผมคิดว่าได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับวงการกีฬา ของประเทศ แล้ววันนั้นเราก็พูดย้ํากันด้วยซ้ําว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าออกทันก่อนการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกที่ผ่านมายิ่งจะทําให้ภาพลักษณ์ของประเทศเป็นที่น่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ท่านประธานก็เห็นแล้วนะครับว่าผลจากการที่เราไม่มีกฎหมายที่มีความรัดกุมเพียงพอ ทําให้การแข่งขันกีฬาระดับโลกของเรามีความเสียหายในเรื่องนี้จากการใช้สารต้องห้าม แม้ว่าจะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติเรื่องเล็กเรื่องน้อยก็ตาม แต่ว่าเมื่อข่าวสารเหล่านี้ ปรากฏออกไปสู่สายตาประชาคมกีฬาทั่วโลกนี่เขาก็ดูถูกเหยียดหยามเอา วันนี้จําเป็นอย่างยิ่งที่ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... ต้องรีบออกมาบังคับใช้โดยเร็ว ไม่ควรจะล่าช้าอีกต่อไป ผมจึงมีความเห็นในเบื้องแรกว่า โดยเนื้อหาสาระที่ได้มีการแก้ไขในชั้นของวุฒิสภานั้นเป็นเนื้อหาสาระที่รับได้ และเป็นประโยชน์

ท่านประธานที่เคารพครับ ในการแก้ไขในมาตรา ๗ ซึ่งเป็นเรื่องของการกําหนด คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามบางประการสําหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการคณะหนึ่งที่เรียกว่า คณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา คณะกรรมการชุดนี้มีกรรมการทั้งสิ้น ๑๓ คน เป็นรัฐมนตรีเสียคนหนึ่ง เป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสียคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการโอลิมปิกเสียคนหนึ่ง นอกนั้นเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อัยการสูงสุด อธิบดีกรมพลศึกษา อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา และประธานฝ่ายแพทย์ของคณะกรรมการโอลิมปิก และ บวกเข้ามาก็คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ คน ตําแหน่งที่กล่าวมาข้างต้นไม่มีปัญหาอะไรหรอก เป็นกรรมการได้เพราะเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง แต่ว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒินี่แหละครับ เป็นกรรมการที่รัฐมนตรี ในที่นี้ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นคนคัดเลือก ถามว่าจะคัดเลือกมาอย่างไร รัฐมนตรีที่จะคัดเลือกก็คัดเลือกจากคนที่มี คุณสมบัติ มีสัญชาติไทย การศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ ไม่เคยถูกจําคุก ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก อย่างนี้เป็นต้น แต่ว่าเท่านั้นไม่พอ เจตนารมณ์ที่วุฒิสภาต้องการจะให้เกิดขึ้นสําหรับคุณสมบัติของ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นก็คือว่าเมื่อเข้าไปนั่งอยู่ในตําแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นตําแหน่งกรรมการชุดใหญ่ก็ไม่ควรที่จะไปเป็นกรรมการในชุดเล็ก ๆ ที่มีอยู่ในกฎหมาย ฉบับนี้ด้วย คณะกรรมการในชุดเล็ก ๆ ที่ว่านั้นคืออะไรครับ ก็ไปดูในมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑ เขาบอกว่าให้มีกรรมการเฉพาะเรื่องขึ้นมา ๓ คณะ คือ คณะกรรมการการแพทย์ คณะกรรมการพิจารณาโทษ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ๓ คณะนี้เป็น ๓ คณะ ที่มีความสําคัญมากในการขับเคลื่อนเพื่อบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ให้เป็นจริง คําถามก็คือว่า ถ้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิรัฐมนตรีแต่งตั้งไปหยิบเอาคนในกรรมการเหล่านี้เข้ามา คนเหล่านี้ จะมีอิสระในการทํางานในวันข้างหน้าหรือไม่ คนเหล่านี้ส่วนหนึ่งไปเป็นกรรมการ อยู่ในชุดใหญ่ เพื่อนที่เหลือในกรรมการอื่น ๆ อยู่ในชุดเล็ก ฐานะก็แตกต่างกัน เกิดความแตกต่างกันระหว่างความเป็นคณะกรรมการแม้กระทั่งอยู่ในชุดเดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยว่าเมื่อวุฒิสภาไปแก้ไขอย่างนี้ก็สามารถ ที่จะล็อกไว้ได้ชั้นหนึ่งว่าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการพิจารณาโทษ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ นั้นเป็นกรรมการอื่นไม่ได้

ท่านประธานครับ ในการพิจารณาชั้นสภาผู้แทนราษฎรผมเป็นคนหนึ่ง ที่แปรญัตติในเรื่องนี้ไว้และต่อสู้ในชั้นของวาระที่สองและวาระที่สาม พยายามบอกกับ คณะกรรมาธิการในเวลานั้นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ การที่ให้กรรมการแต่ละชุด ไปทับซ้อน ไปเกี่ยวโยงกัน คือคนคนเดียวสามารถเป็นกรรมการหลายชุดนั้นไม่เหมาะสม และทําให้การทํางานไม่มีประสิทธิภาพ ณ เวลานั้นผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๑๑ ด้วยซ้ําว่า คณะกรรมการการแพทย์ คณะกรรมการพิจารณาโทษ และคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ๓ ชุดนี้จะต้องไม่เป็นกรรมการอื่น หมายความว่าเมื่อเป็นกรรมการการแพทย์ก็ต้องไม่เป็น กรรมการพิจารณาโทษ เมื่อเป็นกรรมการพิจารณาโทษต้องไม่เป็นกรรมการการแพทย์ หรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ อย่างนี้เป็นต้น เลือกเอาว่ากรรมการจะตั้งใครอยู่ในชุดไหน อย่าไปตั้งซ้ําซ้อน เหตุผลก็คือว่าท่านประธานก็ต้องลองไปดูว่าอํานาจของแต่ละกรรมการ แต่ละชุดนี้เป็นอย่างไร ดูในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ ก็จะระบุไว้ชัดว่า คณะกรรมการการแพทย์เป็นอย่างไร ให้คําวินิจฉัยทางการแพทย์ว่าหมอนี่นักกีฬาคนนี้เสพสารต้องห้าม เสพสารต้องห้าม ได้ผลอย่างไรส่งให้กรรมการพิจารณาโทษ หลักฐานทางการแพทย์เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น คณะกรรมการพิจารณาโทษก็อาจจะไปดูข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ มาเพิ่มเติมแล้วพิจารณาโทษ ว่าโทษนั้นควรจะเป็นอย่างไร สุดท้ายถ้านักกีฬาไม่พอใจก็มีคณะกรรมการอุทธรณ์ขึ้นมา อีกชุดหนึ่ง เพื่อให้เป็นหลักประกันว่าเขาไม่ถูกกลั่นแกล้ง เขาไม่ถูกให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทําให้เขาเกิดความเสียหาย เพราะวงการกีฬาในอนาคตนั้นจะเป็นวงการที่ใหญ่โต และมีผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทางการพาณิชย์เยอะมาก ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น การที่เราระบุให้คณะกรรมการแต่ละชุดเป็นอิสระต่อกันเป็นสิ่งจําเป็น แล้วก็ทําให้มาตรฐาน การกีฬาของเราสูงขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมถึงเห็นด้วยว่า แม้ว่าคณะกรรมการการแพทย์ได้รับการยกเว้น มีคําอธิบายในเวลานั้นว่ากรรมการการแพทย์ เนื่องจากว่าแพทย์ทางการกีฬาที่เข้ามาดูแลเรื่องกีฬาที่สนใจ ที่มีความเชี่ยวชาญมีน้อย และสามารถที่จะให้เข้าไปทําหน้าที่เป็นกรรมการพิจารณาโทษหรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ด้วยก็ได้ เพราะจะทําให้การพิจารณาโทษและการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์มีความรอบคอบ รอบด้านมากขึ้นก็ฟังได้ในเวลานั้น แต่หลักการนี้ผมคิดว่าเราไม่ได้ให้ความสําคัญกัน อย่างจริงจัง ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่มีการกําหนดว่ากรรมการแต่ละชุดจะต้องเป็น กรรมการอิสระคือจะต้องไม่เป็นกรรมการในชุดอื่น คือสามารถเป็นได้โดยสรุปว่าอย่างนั้น เมื่อวุฒิสภาไปแก้ไขไว้ในมาตรา ๗ ผมจึงรับได้ และนี่ผมคิดว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งในการพัฒนา เรื่องของระบบการตรวจสอบมาตรฐานการใช้สารต้องห้ามของนักกีฬา

ท่านประธานครับ การแก้ไขในอีกจุดหนึ่งก็คือมาตรา ๑๘ (๖) ก็เช่นเดียวกัน ที่วุฒิสภาได้เห็นชอบตามที่ผมได้เคยอภิปรายในเรื่องนี้ไว้ เขียนไว้ว่าสํานักงานมีอํานาจหน้าที่ คือใน (๖) จัดให้มีการโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับสารต้องห้ามในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ต่อนักกีฬาและประชาชน วุฒิสภาไปแก้ไขตัดคําว่า โฆษณา ออกไป เปลี่ยนเป็น ประชาสัมพันธ์ แทน นี่มีนัยสําคัญแล้วก็สอดคล้องกับที่หลาย ๆ คนในสภาแห่งนี้ให้ความเห็น ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นก็คือว่าการโฆษณาเป็นเรื่องที่แคบมาก การโฆษณา เป็นเรื่องของการโน้มน้าวให้เห็น หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นการโน้มน้าวในทุกวิถีทางเพื่อให้เชื่อ ไปตามที่ผู้ให้ข้อมูลข่าวสารนั้นต้องการ แต่การประชาสัมพันธ์นั้นมีนัยที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือการสร้างความเข้าใจ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง ผมเคยแปรญัตติในส่วนนี้ ไว้ด้วยซ้ําว่าควรจะเป็นกิจกรรมการให้ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านในเรื่องของการใช้ สารต้องห้ามเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ลําพังเพียงแค่มีประกาศ ออกมาว่าสารนี้เป็นสารต้องห้ามแล้วก็ไปโฆษณาลงหนังสือพิมพ์แล้วก็จบภาระหน้าที่ ของสํานักงาน แต่บทบาทของสํานักงานยังต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า สารต้องห้ามนั้นเมื่อมีการประกาศเป็นสารต้องห้ามแล้วนั้นจะมีผลร้ายและมีผลเสีย ต่อสุขภาพอนามัยของนักกีฬาอย่างไร มีผลข้างเคียงอย่างไร และพี่น้องประชาชนที่จะเข้ามา ใช้สารเหล่านั้นจะต้องระมัดระวังอย่างไร นี่ต่างหากที่เป็นบทบาทของสํานักงานที่จะต้องให้ ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับสารต้องห้าม เพราะฉะนั้นเมื่อการแก้ไขใน ๒ ประเด็นที่ว่านี้ มีเหตุผลสามารถรับฟังได้ แล้วก็เป็นประโยชน์ในการทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ผมจึงมีความเห็นที่แย้งกับฝ่ายเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ ในครั้งนี้ด้วยว่าอยากที่จะให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบกับร่างที่วุฒิสภาได้แก้ไขเถอะครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้โดยเร็ว อันจะเกิดประโยชน์กับสังคมกีฬาของเรา โดยรวม กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญอาจารย์ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามที่มีการแก้ไข ในมาตรา ๗ ที่วุฒิสภาเพิ่มเข้าไปนะครับ ตามที่สมาชิกได้ให้ความเห็นไปแล้ว ทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และเห็นด้วย ผมอยู่ในฝ่ายที่ค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มเติมเข้าไป และประสงค์ ที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา เนื่องจากถ้อยคําที่ใช้ ที่บอกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการพิจารณาโทษ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ จะเป็นกรรมการอื่น ในคราวเดียวกันไม่ได้ ถ้าอ่านตามตัวหนังสือจะเป็นกรรมการอื่น กรรมการอะไรล่ะครับ กรรมการอื่น ถ้าท่านประสงค์บอกว่าท่านที่เป็นกรรมการพิจารณาโทษจะเป็นกรรมการ วินิจฉัยอุทธรณ์หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคราวเดียวกันไม่ได้นะครับ ก็น่าจะเขียน ให้ชัดกว่านี้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวก็จะมีการไปตีความเพิ่มเติมขึ้นว่าคําว่ากรรมการอื่น หมายถึงอะไร

ประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าจะต้องดูด้วย ในกฎหมายนี้มีคณะกรรมการ ๒ กลุ่มใหญ่ คือ คณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามในมาตรา ๕ และกรรมการเฉพาะเรื่อง เฉพาะเรื่องก็มีอยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มการแพทย์ กลุ่มพิจารณาโทษ และการวินิจฉัยอุทธรณ์ ถ้ามาดูอํานาจหน้าที่ของกรรมการเฉพาะเรื่องในมาตรา ๑๓ ว่ามีอํานาจสั่งให้นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผู้เกี่ยวข้อง ส่งสารต้องห้าม วัตถุ เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ หรือจะมาชี้แจงด้วยวาจาด้วยก็ได้ แล้วพอแยกไปดูทีละชุด คณะกรรมการการแพทย์ ท่านก็ประกอบด้วยคณะแพทย์เสียเป็นส่วนใหญ่ คณะกรรมการพิจารณาโทษก็ประกอบด้วย หลายฝ่าย เช่นเดียวกับคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ประกอบด้วยหลายฝ่าย ผมก็มีข้อสังเกตตามที่สมาชิกบางท่านให้ความเห็นมาบอกว่า เอ๊ะ ในคณะกรรมการ เฉพาะเรื่องคณะกรรมการการแพทย์ทําไมไม่ห้ามล่ะครับ แพทย์สามารถจะเป็นกรรมการ พิจารณาโทษแล้วก็เป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ด้วยใช่ไหม เพราะท่านไม่ห้าม ท่านห้ามเฉพาะ กรรมการพิจารณาโทษ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วก็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผมจะสงสัยต่อไปอีกว่าแล้วกรรมการโดยตําแหน่งล่ะครับ ทําไมไปมุ่งเอาที่กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ถ้าเป็นกรรมการโดยตําแหน่งเช่นอธิการบดีสถาบันการพลศึกษาถ้าได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นกรรมการพิจารณาโทษไม่มีข้อห้าม เห็นไหมครับมันไม่มีข้อห้าม ห้ามบางกลุ่ม ไม่ห้ามบางกลุ่ม แล้วก็เขียนคลุมเครือกันมาอย่างนี้ ผมคิดว่าสุดท้ายเวลานําไปสู่การปฏิบัติ อาจจะมีปัญหา หรือไม่อีกประการหนึ่งก็คือว่าถ้าตั้งไว้อย่างนี้ท่านเขียนกรรมการเฉพาะเรื่อง ท่านต้องการให้เป็นกรรมการชุดที่ตั้งไว้อยู่คราวละ ๒ ปี แน่นอนผมก็คิดว่าถ้าท่านที่อยู่ใน คณะกรรมการพิจารณาโทษเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว ท่านก็ไม่ควรที่จะไปเป็นอยู่ในอีกชุดหนึ่ง ที่จะพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ เพราะจะเป็นคนคนเดียวกันที่พิจารณาทั้งโทษและอุทธรณ์ นั่นก็เข้าใจได้ แต่ว่าถ้าถามต่อไปว่าถ้าเป็นเรื่องคนละเรื่องล่ะ ผมพิจารณาโทษเรื่องนี้ แต่ไปพิจารณาอุทธรณ์อีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกันเลยจะเป็นไปได้ไหม อย่างนี้เพราะว่าอะไร คือถ้าดูแล้วบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการท่านจะหาจากไหน เดี๋ยวก็วนกันไปวนกันมาอยู่แค่นี้ แต่ถ้าวัตถุประสงค์ต้องการบอกว่าให้คนที่เป็นกรรมการอยู่ชุดใดชุดหนึ่งแล้ว ที่พิจารณา เรื่องเดียวกันแล้วไม่ควรจะไปพิจารณาซ้ําในอีกเรื่องหนึ่งในชุดเดียวกันนะ อย่างนี้ก็น่าจะเขียนให้มันชัดเจนขึ้น ฉะนั้นผมก็คิดว่าเขียนอย่างนี้ในเชิงกฎหมายว่า มันตีความไปอย่างอื่นเป็นไปได้ อยากให้มันชัดเจนก็เขียนให้มันชัดเจนเสียจะได้ง่าย ต่อการนําไปปฏิบัติครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานอีกครั้งเดียวครับ ประเด็นที่ผม ได้นําเสนอไปขอให้สภาแห่งนี้ได้ลงมติไม่เห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขในประเด็นที่เพิ่มเติมขึ้นมา ในมาตรา ๗ วรรคสี่ ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมท่านประธานเนื่องจากประเด็นที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายสนับสนุน ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในความหมายของสารบัญญัติ ผมไม่ได้ขัดแย้งครับ จะไปเพิ่มไปเติมให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือกรรมการ เฉพาะเรื่องอื่น ๆ ไม่เป็นกรรมการในคราวเดียวกัน ไม่ได้ขัดแย้งครับ แต่วิธีการบัญญัตินี่ บัญญัติไม่ถูกที่ครับ เพราะมาตรา ๗ ว่าด้วยวาระการดํารงตําแหน่ง แต่ท่านไปใส่ ลักษณะต้องห้ามเข้าไปในมาตรา ๗ ผมก็เลยกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าจะทําให้มันถูก ไม่เกิดการตีความที่สับสน บัญญัติอย่างนั้นตีความสับสน ท่านบอกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ แล้วก็กรรมการพิจารณาโทษ จะเป็นกรรมการอื่นในคราวเดียวกันไม่ได้ ผมตีความก็ได้ครับ อย่างนั้นผมเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ กรรมการอื่นนี่หมายถึงอะไร ในกฎหมายนี้หรือกฎหมายใด จะตีความเป็นกฎหมายอื่นได้ไหม ตอบไม่ได้ครับ ท่านไม่ระบุ อยู่ในกฎหมายฉบับนี้มันก็ตีความได้ เกิดกฎหมายอื่นเขาไปเป็นกรรมการอื่นอยู่ คุณสมบัติ เขาเป็นกรรมการอื่นอยู่ ในด้านการกีฬาก็ได้ แต่ฉบับนี้ท่านบอกเป็นกรรมการอื่นไม่ได้ เป็นลักษณะต้องห้ามไหมครับ ตอบไม่ได้ครับ อย่างนี้ละครับที่ผมอยากให้ไปเขียนใหม่ ถ้าท่านจะเขียนนะครับ วุฒิสภาแก้ไขมาในกฎหมายลักษณะเดียวกันในเรื่องที่เรา เพิ่งพิจารณาไปเมื่อสักครู่เองครับ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... วุฒิสภาไปเติมเต็ม ซึ่งผมก็เห็นว่าดีครับ ในลักษณะต้องห้ามของเลขาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค หมวด ก ว่าด้วยคุณสมบัติ หมวด ข ลักษณะต้องห้าม เดิมผู้แทนราษฎรเราเขียนไป ๒ ข้อห้ามเองครับ คือ ๑. มีลักษณะ ต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๓ ของ (๑) ถึง (๙) ๒. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการ ที่กระทํากับองค์การ วุฒิสภาไปเติมเต็มครับ เพิ่ม (๓) บัญญัติขึ้นใหม่เติมเข้ามา เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ เขาห้ามเลยครับ ถ้าคุณไปเป็นกรรมการ ในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐเขาห้ามมาเป็นเลขาธิการ อันนี้ชัดครับปฏิบัติได้ง่ายเลย เติมเข้ามา อันนี้ผมก็เห็นด้วยไม่ได้แย้งครับ ถ้าท่านจะห้ามไม่ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการพิจารณาโทษ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ไปเป็นกรรมการเป็นได้คณะเดียว ไม่เห็นยากครับ ก็ไปบัญญัติในมาตรา ๖ มาตรา ๖ ว่าด้วยเรื่องของคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม เพราะเวลาท่านอ้างในมาตรา ๑๑ กรรมการเฉพาะเรื่องอยู่ในตําแหน่ง คราวละสองปี และให้นํามาตรา ๖ ซึ่งเป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม มาตรา ๗ เรื่องการดํารงตําแหน่ง มาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม อ้างไว้อยู่แล้ว ทําไมไม่ไปเขียนในมาตรา ๖ เขียนง่าย ๆ เพิ่ม (๔/๑) เข้าไปบอกว่า ดํารงตําแหน่ง กรรมการอื่นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้ แค่เขียนว่าดํารงตําแหน่งกรรมการอื่น ตามพระราชบัญญัตินี้ก็เป็นไม่ได้อยู่แล้ว เขียนแค่นี้ผมก็คิดว่ามันง่ายในการตีความ ก็เลยอยากให้ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพได้ช่วยลงมติไม่เห็นด้วย และที่สําคัญ ในชั้นการพิจารณาในกรรมาธิการร่วมกันถ้าพวกเรามีเสียงเห็นแย้งกันอย่างนี้ในเรื่องของ วิธีการเขียนมันก็อาจจะมีการโหวต คือสาระนี่เห็นด้วย ถ้ามีการโหวตแน่นอนครับ ๔ บวก ๑๑ เป็น ๑๕ ครับ มันก็เป็นตามวุฒิสภาแก้ไข กลับมาสภาก็ยุ่งยากอีก แทนที่ ท่านบอกว่าจะให้กฎหมายฉบับนี้เร็วครับ รับรองสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วย กับกรรมาธิการร่วมกันแน่นอน ช้าอีกครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเป็นกรรมาธิการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับ คือผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาที่ไปบัญญัติ แก้ไขมาตรา ๗ เป็นวรรคสี่ขึ้นมา ที่ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เป็นกรรมการพิจารณาโทษ หรือไม่เป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ หรืออะไรต่าง ๆ แล้วเป็นกรรมการอื่น ๆ อ่านแล้วไม่เข้าใจ ดังที่ท่านสมาชิกโดยเฉพาะท่านอาจารย์พีรพันธุ์ได้ให้เหตุผล ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่ามันอยู่ผิดที่ ถ้าจะใส่จริง ๆ แล้วมันควรจะไปอยู่มาตรา ๑๑ ซึ่งเป็นเรื่องของ กรรมการเฉพาะทาง

อันที่ ๒ การบัญญัติอย่างนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะว่ากรรมการอื่น ที่เป็นกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาตามมาตรา ๕ มีเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ ทําไมไม่ห้ามเขา ในสภามหาวิทยาลัยมีกรรมการสภา กรรมการสภานี้มาจากทั้งที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งโดยตําแหน่งหรือการเลือกในพวกอาจารย์ ก็ยังเปิดโอกาสให้กรรมการสภานี้ไปเป็นประธานได้ มันจะได้ต่อเนื่องกัน ไม่ได้ห้ามครับ คืออย่าไปมองในแง่ร้าย แต่ควรจะมองในแง่บวกบ้างว่าถ้ามีการให้เขาไปเป็นจะได้ข้อมูล ที่ชัดเจน ถ่ายทอดได้ชัดเจน และที่สําคัญคือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินี้มีแค่ ๓ คนเอง จะไป โดมิเนท (Dominate) กรรมการทั้ง ๑๓ คนนี้ยากมาก คือจะไปบังคับหรือจะไปอะไร ก็ยากมาก แล้วอีกอย่างทางกรรมการเหล่านี้ หน้าที่ของกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ เป็นอํานาจของคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา เขาจะแต่งตั้ง ตามความเหมาะสมอยู่แล้วนะครับ ถึงท่านจะบัญญัติไว้ก็ควรจะบัญญัติให้ถูกที่ หรือถ้าไม่บัญญัติไว้ เขาก็ดูความเหมาะสมอยู่แล้วในแง่ปฏิบัติ

อีกอันหนึ่งที่แก้ไขเรื่องโฆษณากับประชาสัมพันธ์ ทางคณะกรรมาธิการเรา ก็ได้ถามเรื่องพวกนี้อยู่แล้วว่าโฆษณากับประชาสัมพันธ์มันต่างกันอย่างไร ก็เถียงกันไปเถียงกันมา สุดท้ายวุฒิสภาไปแก้ทั้งที่ทางกรรมาธิการเราคงไว้ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาแนะนํา อันนี้ก็คงต้องไปถกกันใหม่ ซึ่งผมเห็นด้วยว่าเราไม่ควรจะเห็นด้วยกับวุฒิสภา ควรจะตั้ง กรรมาธิการร่วมกันเพื่อจะได้คุยกัน จะได้รู้เรื่องว่าอะไรเป็นเหตุเป็นผลและจําเป็นหรือไม่ ผมขอสนับสนุนว่าไม่ควรเห็นด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้าม ทางการกีฬา พ.ศ. .... ฉบับนี้ ซึ่งได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ไปถึงวุฒิสภา วุฒิสภามีมติแก้ที่มาตรา ๗ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าทางวุฒิสภา คงมีเจตนาดีที่ไม่ต้องการให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการพิจารณาโทษ หรือกรรมการ วินิจฉัยอุทธรณ์จะเป็นกรรมการอื่นในคราวเดียวกันไม่ได้ เนื่องจากในชั้นพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ แล้ววันนั้นท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้แปรญัตติไว้ โดยส่วนหนึ่ง คณะกรรมาธิการของเราเองก็เห็นสอดคล้องต้องกันนะครับว่าในกรณีที่เป็น กรรมการพิจารณาโทษแล้วมาเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ในคราวเดียวกันนี้ บางทีความยุติธรรมที่จะให้กับนักกีฬาหรือผู้ที่ถูกตรวจสารต้องห้ามอาจจะไม่เป็นธรรมได้ แต่เนื่องจากมติของเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าในการแต่งตั้งอยู่ในอํานาจของท่านรัฐมนตรี เชื่อว่า คงใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาอย่างยุติธรรม ท่านประธานครับ เมื่อสมาชิกวุฒิสภา มีความเห็นสอดคล้องในการทําหน้าที่ ผมคิดว่าตรงนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรน่าจะรับได้ แต่ก็มีความรู้สึกเห็นสอดคล้องกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านนะครับว่า บางทีมันอาจไม่จําเป็นจะอยู่ที่มาตรา ๗ อาจจะไปอยู่ที่มาตรา ๑๑ เนื่องจากมันเป็นเรื่องของ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องโดยตรง ส่วนที่ ๒ เหมือนที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึง ก็คือเปลี่ยนจากคําว่า โฆษณา เป็น ประชาสัมพันธ์ ซึ่งโดยเฉพาะถ้อยคํานี้นะครับ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เช่นเดียวกันครับก็ได้แปรญัตติเข้าไป พวกคณะกรรมาธิการเอง วันนั้นผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการครับท่านประธานก็พิจารณากันอย่างรอบคอบ เชิญคณะกรรมการกฤษฎีกา เชิญนักกฎหมายทั้งหลายมาหาความรู้คําว่าโฆษณา กับประชาสัมพันธ์ คําไหนที่เหมาะที่จะใช้ในกฎหมายฉบับดังกล่าว ที่ประชุมก็สรุปว่า ใช้คําว่าโฆษณา แต่เมื่อวุฒิสมาชิกมาแก้เป็นประชาสัมพันธ์ จริง ๆ แล้วเนื้อหาข้อความ หรือความตั้งใจก็คงไม่แตกต่างกัน ในส่วนการแก้ไขของวุฒิสมาชิกคิดว่าเรารับได้ครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีใครอภิปรายนะครับ เชิญสมาชิกอยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติครับ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจง เชิญครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้วยความเคารพความเห็นของท่านสมาชิกทุกท่าน อยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงว่ากฎหมายฉบับนี้พิจารณากันแล้วพิจารณากันอีก กลั่นกรองกันแล้วกลั่นกรองกันอีก ในคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒ ปีเต็ม ๆ ผมพยายาม ไปผลักดันมาโดยตลอด เมื่อถ้อยคําต่าง ๆ คนที่ดูเรื่องนี้คือท่านวิษณุกับท่านบวรศักดิ์ ดูอย่างละเอียดถี่ยิบเลย กว่าผมจะเอาเข้าสภาชุดนี้ได้แทบแย่เหมือนกัน ผมขอกราบเรียน ตรงไปตรงมา ผมก็อ่านดูเหมือนกันว่าที่ไปเติมคณะกรรมการ ข้อห้ามมันอาจจะผิดที่ไป นิดหนึ่ง แต่เรายังไม่เข้าใจความคิดของทางวุฒิสภา ผมว่าเราน่าจะไปหาความคิด หาข้อยุติร่วมกันในที่ประชุมซึ่งกันและกัน ท่านวุฒิสมาชิกบางท่านอาจจะมีเหตุผล ชี้แจงเรามาเราอาจจะฟังได้ ผมว่าจุดที่ลงตัวที่สุดก็คือเราไปคุยกันให้เข้าใจซึ่งกันและกัน ทางสภาผู้แทนราษฎรอาจจะให้เป็นไปตามนั้นก็ได้ถ้าได้ฟังเหตุฟังผลกันเรียบร้อยแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้กว่าจะเข็นออกจากสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาได้แทบแย่ ขอบคุณมากครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุม ขอมตินะครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตน ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

บัตรขัดข้องหรือครับดอกเตอร์ไพโรจน์ บัตรขัดข้องหรือครับ เจ้าหน้าที่ไปดูให้หน่อยครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตน เจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนน มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนเสียงไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ลงผิดไป เจ้าหน้าที่ลบคะแนนใหม่นะครับ กรุณาลงอีกครั้งหนึ่งนะครับ เชิญลงคะแนนใหม่ อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ ผู้ใดเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนนใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ถ้าเรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนนครับ จํานวนผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๓๖๙ ท่าน เห็นด้วย กับทางวุฒิสภา ๙๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม ไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาครับ

ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการครับ จํานวน ๒๒ ท่าน เชิญสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทยครับ

นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่าน ๑. นายสุรสาล ผาสุข ๒. นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๔. นายไตรรงค์ ติธรรม ๕. นายธวัชชัย สุทธิบงกช ๖. นายยุทธพล อังกินันทน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดังต่อไปนี้ ๑. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒. นายสามารถ มะลูลีม ๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ๔. นายนิพนธ์ บุญญามณี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยคือนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ สภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๑ คน ๑. นายสุรสาล ผาสุข ๒. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๔. นายไตรรงค์ ติธรรม ๕. นายธวัชชัย สุทธิบงกช ๖. นายยุทธพล อังกินันทน์ ๗. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๘. นายสามารถ มะลูลีม ๙. ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ๑๐. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๑๑. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (โอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นของกรมป่าไม้) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

ขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในนามคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (โอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นของกรมป่าไม้) เพื่อให้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารับหลักการโดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปเป็นของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

เหตุผล เนื่องจากได้ปรากฏปัญหาจากการที่กรมป่าไม้ และกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแล รักษา ส่งเสริมและทํานุบํารุงทรัพยากรป่าไม้ ที่ซ้ําซ้อนกัน ประกอบกับภารกิจดังกล่าว ได้ดําเนินการในพื้นที่รับผิดชอบบางส่วนที่ทับซ้อนกันด้วย ทําให้เกิดปัญหาในการบริหารงาน โดยเฉพาะปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย เป็นเหตุให้การบริหารจัดการ งานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่อาจดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสมควรโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และบรรดากิจการ อํานาจ หน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง ตําแหน่ง และอัตรากําลังของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นของกรมป่าไม้ พร้อมทั้ง แก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการในครั้งนี้ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีเนื้อหา จะรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาเป็นของกรมป่าไม้เหลือกรมเดียว ที่มาของปัญหานี้ผมเคยได้อภิปรายไว้ในสภาแห่งนี้เมื่อปี ๒๕๔๕ ซึ่งขณะนั้นสภาแห่งนี้ ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ในมาตรา ๒๓ ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แยกตัวออกไปเป็นกรมกรมหนึ่งจากกรมป่าไม้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือมรดกของความผิดพลาดของการบริหารราชการแผ่นดิน อีกครั้งหนึ่งของรัฐบาลในอดีต ปี ๒๕๔๕ เป็นรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขณะนั้นสภาทักท้วงว่าอย่าแบ่งกรมป่าไม้ไปเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเลย แต่ว่าวันนั้นสภาแห่งนี้ไม่ฟังเสียง ทัดทานใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ลงมติแยกกรมป่าไม้ไปเป็น ๓ กรม ๑๐ ปีที่ผ่านมา วันนี้จึงมาทบทวน วันนี้จึงมีบทเรียนว่าสภาแห่งนี้และรัฐบาลในอดีตผิดพลาดจาก การแบ่งส่วนราชการ เอากรมป่าไม้แยกออกไปเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ท่านประธานครับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดิมเป็นกรมกรมเดียวกัน เวลาแบ่งนี่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทั้งคน งบประมาณไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ กรมป่าไม้ได้คน งบประมาณไปแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งได้ไปแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีพื้นที่ป่าที่ค่อนข้างเข้มแข็ง ได้รับการดูแลปกป้องมาค่อนข้างดี ปัญหาในการบุกรุกก็น้อย แต่ว่าได้งบประมาณ ได้คนไปเยอะ ปัญหาอยู่ที่กรมป่าไม้ครับ มีป่าสงวนแห่งชาติดูแลถึง ๑,๒๒๑ ป่า ได้คนได้เงินไปแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรมป่าไม้ได้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือสัดส่วน งบประมาณ ในกรมป่าไม้มีป่าสงวนที่มีความเสื่อมโทรมและมีชาวบ้านเข้าไปบุกรุกอยู่ จําเป็นจะต้องใช้คน เจ้าหน้าที่ งบประมาณในการป้องกันป่าที่เหลืออยู่อย่างเข้มข้น เช่นเดียวกันในป่าสงวนแห่งชาติที่มีความเสื่อมโทรมนี่ชาวบ้านอยู่มากมายครับ จําเป็นจะต้องฟื้นฟูป่าที่มีชาวบ้านเข้าไปอยู่ด้วยความเร่งด่วน แต่ว่าการจัดสรรคน และงบประมาณแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมากรมป่าไม้จึงไม่ประสบความสําเร็จ และผมเรียนกับท่านประธานว่าที่จริงแล้วทั้ง ๓ กรม ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาเป็นรอบ ๑๐ ปี ที่ทรัพยากรป่าไม้ถูกทําลายมากที่สุดหลายเหตุผล แต่ว่าเหตุผลหนึ่งที่ผมกราบเรียน กับท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าเหตุผลการแบ่งส่วนราชการที่ไม่เหมาะสม การแบ่งทรัพยากรในการทํางาน คน งบประมาณที่ไม่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของสภาพป่า ของประเทศไทยถูกบุกรุก ผมห่วงป่าในประเทศไทยขณะนี้เราถอยร่นมาจนถึงป่าต้องไม่สูญ แม้แต่ไร่เดียวอีกแล้วนะครับ ต้นไม้ต้องไม่สูญไปอีกแม้แต่ต้นเดียวอีกแล้วนะครับ เพราะว่ามันน้อยเกินที่จะต้องสูญเสียไปอีกแล้ว เราไม่อาจถอยร่นไปได้อีกแล้ว ที่ดิน ป่าไม้ เช่นกันขณะนี้เหลือน้อยจนไม่สามารถที่จะอนุญาตให้ใครเข้ามาบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ได้อีกแล้ว ไม้หลายชนิดขณะนี้กําลังใกล้สูญพันธุ์ ไม้พะยูงกําลังใกล้สูญพันธุ์ จวนเจียนมากแล้วครับ แล้วก็มีการจับกันทุกวัน มีการลักลอบนําออกไปต่างประเทศ เราก็ยังหามาตรการที่เข้มข้น ที่สามารถป้องกันให้มีประสิทธิภาพยังไม่ได้ ปัญหาเกิดจากการรวมกรมเช่นเดียวกันครับ ต้นไม้พะยูงอยู่ในอุทยานแห่งชาติเป็นหลัก แต่ว่าการอนุญาตนําออกไปต่างประเทศ นําออก เคลื่อนที่เป็นของกรมป่าไม้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานครับว่าปัญหาการป้องกัน และปราบปรามจากการรวมกรมทําให้กรมไม่เป็นเอกภาพทําให้เกิดปัญหาในการป้องกัน และปราบปรามจนเราสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ป่าไปมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งเรื่องไฟป่าด้วย เพราะว่าเจ้าหน้าที่อุทยานจะไม่เข้าไปดําเนินการแม้ว่าเห็นมีการบุกรุก พื้นที่ในป่าสงวน เจ้าหน้าที่อุทยานไม่เข้าไปดําเนินการ เพราะว่าไม่ใช่พื้นที่ ในความรับผิดชอบของตัวเอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้เช่นกันแม้ว่าอยู่หน่วยใกล้เคียงกันถ้ามีการบุกรุก ในพื้นที่อุทยานหรือไฟป่าเกิดในพื้นที่อุทยานเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ก็ไม่เข้าไปดําเนินการ เพราะว่าไม่ใช่หน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ แม้ตัวเองจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. ทั้งป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติก็ตาม นี่เป็นที่มาของการสูญเสีย พื้นที่ป่าไม้ สูญเสียป่าไม้ และมีปัญหาเรื่องไฟป่า ผมเรียนท่านประธานว่าผมเศร้าใจเมื่อไปดู สถิติในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เราจับกุมคดีไฟป่าซึ่ง ๙๙ เปอร์เซ็นต์เกิดจากน้ํามือมนุษย์ ได้คดีเดียว ใช้งบประมาณไป ๓๐๐ ล้านบาทได้คดีเดียว คดีละ ๓๐๐ ล้านบาท คดีไฟไหม้ป่า ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี่ได้ ๒ คดีแล้วนะครับ คดีละ ๑๕๐ ล้านบาทแล้ว แต่ว่าปลาย ๆ อาจจะได้เพิ่มขึ้นมากหน่อย แต่ว่าขณะนี้ได้ไม่กี่คดี ได้ ๒ คดี ถือว่าการป้องกันรักษาป่า ประสบความล้มเหลวในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา การฟื้นฟูป่าก็เช่นกัน งบประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่กรมป่าไม้ได้รับ ที่จริงกรมป่าไม้ควรได้รับงบประมาณสัก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะป่าเสื่อมโทรมอยู่กับกรมป่าไม้ ป่าสมบูรณ์อยู่กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่งบประมาณมันกลับสวนกัน พื้นที่ป่าที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับไปปลูกที่ไหนครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ไปปลูกในพื้นที่อุทยาน ที่สมบูรณ์อยู่แล้ว แล้วไปปลูกทําไม เหมาะที่สุดก็คือไปให้กรมป่าไม้เป็นผู้ปลูกในป่าที่เสื่อมโทรมเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า สภาพต้นน้ํา ให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้มี การปลูกป่าเฉพาะพื้นที่ที่เสื่อมโทรม หรือรับสั่งบอกว่าบางครั้งไม่จําเป็นจะต้องไปปลูกฟื้นฟู การปล่อยไว้ป่าก็จะฟื้นตัวขึ้นมาเอง แต่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ปลูกป่าในพื้นที่ป่าต้นน้ําทุกปี เราสูญเสียงบประมาณโดยเฉพาะ ๑๐ ปีที่ผ่านมา เดิมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชและกรมป่าไม้รวมอยู่ด้วยกันก็จะเลือกป่า ที่เสื่อมโทรมปลูก แต่ว่าเมื่อแยกกรม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้รับเงิน งบประมาณมากกว่าก็ไปปลูกป่าในป่าที่สมบูรณ์ จึงเกิดความสูญเสียและไม่เกิดประโยชน์ เช่นกันครับ หลังจากรวมกรมแล้วไม่มีป่าไม้อําเภอ ไม่มีป่าไม้จังหวัด พี่น้องประชาชน จะใช้บริการไม่ว่าจะไปขออนุญาตรื้อไม้เรือนเก่าหรือไปตัดไม้ในกรรมสิทธิ์ ไม้หวงห้าม ในกรรมสิทธิ์นี่ ไปป่าไม้อําเภอไม่มีป่าไม้อําเภอที่คอยให้บริการ ไม่มีป่าไม้จังหวัดที่ให้บริการ ต้องไปไกลนะครับ จังหวัดผมต้องไปจังหวัดสงขลา ต้องไปป่าไม้เขต การรวมกรมกลับมา ให้มีป่าไม้เขต ให้มีป่าไม้จังหวัด ให้มีป่าไม้อําเภอ แบบเดิมนี่อยู่ใกล้ชิดประชาชน แล้วก็สามารถที่จะบริการประชาชนได้ เสียดายร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้รวมกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งกลับเข้ามาหลังจากแยกออกไปแล้ว ผมก็ขออนุญาตถามรัฐมนตรีครับว่า ทําไมไม่เอากรมนั้นกลับเข้ามาด้วย เพราะว่ากรมกรมนั้นก็ดูแลป่าสงวนแห่งชาติ เพียงแต่ว่า เป็นป่าสงวนแห่งชาติที่มีสภาพเป็นป่าชายเลนเท่านั้นเอง ทําไมไม่กลับเข้ามา ทําไมยังต้อง ให้เป็น ๒ กรมอยู่ เพราะว่ากรมนั้นก็แยกออกจากกรมป่าไม้เช่นกัน ถ้ากรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งได้กลับมาอยู่เป็นเอกภาพอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าประสิทธิภาพ ในการปกป้องดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะสามารถทําได้เข้มแข็งมากกว่าปัจจุบัน

อีกสักเรื่องเดียวครับท่านประธาน ผมคิดว่านอกจากเราแยกกรมออกเป็น ๓ กรม แยกงบประมาณแล้วก็ไม่มีเอกภาพในการบริหารจัดการ ผมเรียนกับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ เขียนเอาไว้ว่าในครั้งแรกจะให้ อ.ก.พ. กรมเป็นผู้จัด เรื่องตําแหน่ง จัดตําแหน่งและเกลี่ยตําแหน่งของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ที่โอนมาให้ อ.ก.พ. กรม ผมเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีครับว่า ๑ ในเหตุผลที่ป่าลดลง ขณะนี้เป็นเพราะว่าข้าราชการขาดขวัญกําลังใจ ความขัดแย้งกันในกรม ในกระทรวง รุนแรงมากครับ มีเรื่องสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมเคยเรียนกับท่านรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว ว่าทําอย่างไรให้คนในกรม ในกระทรวงเป็นเอกภาพ มีโรงเรียนป่าไม้อําเภอได้ไหม มันจะต้อง ไม่ใช่มาจากวนศาสตร์ มันไม่ใช่พวกเรามาจากป่าไม้แพร่ ไม่ใช่พวกเรามาจาก มหาวิทยาลัยอื่น ซึ่งแบ่งสีแยกสีกันอย่างรุนแรง ท่านรัฐมนตรีรู้ดีนะครับ วันไหน ทางวนศาสตร์ขึ้นหมายถึงว่าเกือบทุกตําแหน่งจัดการโดยทางวนศาสตร์ แล้วขณะนี้ มหาวิทยาลัยในประเทศไทยเกือบทุกมหาวิทยาลัยสอนและให้การศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งสิ้น รวมทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ของท่านประธานด้วย แต่ว่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ของท่าน ก็เข้าไม่ได้ เข้าไปในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าไปในกรมป่าไม้ไม่ได้ ได้ก็น้อยมาก ผมจึงอยากเรียนว่า อ.ก.พ. กรมแล้วก็กรรมาธิการช่วยกรุณาคิดเรื่องนี้ด้วย การเข้าสู่ตําแหน่งละลายสถาบันที่มาได้หรือไม่ มีโรงเรียนป่าไม้อําเภอ ใครก็ได้ไปเป็น ป่าไม้อําเภอต้องผ่านโรงเรียน เหมือนโรงเรียนนายอําเภอ เหมือนโรงเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็การขึ้นสู่ผู้บริหารต้องทิ้งสถาบันทั้งสิ้นเหมือนกระทรวงมหาดไทย ที่ทําแล้วประสบความสําเร็จ ผมคิดว่ารวมกรมแล้วทําให้คนในกรมมีความสามัคคี เป็นเอกภาพ จะทําให้พื้นที่ป่า ได้รับการปกป้อง แก้ไข เอกภาพเป็นเรื่องสําคัญของหน่วยงาน แล้วก็การรวมกรมครั้งนี้ ผมคิดว่าการบริการประชาชนจะทําได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มที่มากกว่าที่ค้างอยู่ แบบขณะนี้นะครับ ผมจึงขออนุญาตสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ แล้วก็ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกช่วยกันสนับสนุน เพราะว่าพื้นที่ป่าเราไม่อาจจะต้องสูญเสีย แม้แต่ไม้เพียงต้นเดียวและไม่อาจจะต้องสูญเสียพื้นที่ป่าเพียงไร่เดียวแล้วนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้บรรยากาศของการจะมาเอา ประเด็นในการแก้ไข พ.ร.บ. เรื่องกรม กองต่าง ๆ ที่เราพูดถึงป่าไม้นี้ดูเหมือนว่า พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ที่นี่ต่างมีความเห็นด้วยด้วยกันทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงปัญหาในช่วงที่ผ่านมานั้นเลยคงไม่ได้ เพราะว่าที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับประการหนึ่งว่าตั้งแต่เรามีกรมป่าไม้เป็นต้นมานี้ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานคงจําได้ ท่านประธานกับผมเรียนหนังสือที่เดียวกัน ไล่เลียงกันมาตลอด อย่างท่านนริศพูด แต่ว่าอย่างไรก็ตามในขณะที่กรมป่าไม้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น เราได้เห็นว่าป่าไม้ในประเทศไทยได้ลดน้อยถอยลงตามลําดับ ไม่ว่างบประมาณจะเพิ่มขึ้น ไม่ว่ากระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะแรงขึ้นขนาดไหนก็ไม่ได้ทําให้ พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นเลย กลับตรงกันข้ามพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย กลับถูกทําลายลงทุกปี ๆ โดยไม่มีแนวโน้มว่าจะหยุดลงเลย เราตกลงกันในสภาแห่งนี้ว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แก้ไข ถ้าคนที่ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลป่าไม้แล้วไม่ได้ผล เอาอย่างนี้ไหม เราตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาดูแลเรื่องทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะเลย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรน้ํา ต่าง ๆ เหล่านี้ เราหยิบยกขึ้นมา กระแสที่แรงที่สุดในปี ๒๕๓๗ ถ้าผมจําปีไม่ผิด ในช่วงนั้นมีปัญหา เรื่องฝนตก พายุกระหน่ํารุนแรง มีปัญหาดินถล่มจากภูเขาที่อําเภอกะทูน ท่านประธานคงจําได้ ปี ๒๕๓๐ เศษ ๆ ตอนนั้นผมเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียนอยู่กับ พิเชษฐ์นี่แหละ แต่ปรากฏอย่างไรครับ ตอนนั้นกระแสทุกคนในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเลย ในหน้าจอทีวี (TV) กระแสประชาชนบอกว่าเอาอย่างนี้เถอะ ถึงเวลาแล้วที่ต้องรักษาพื้นที่ป่าไม้ ของประเทศชาติให้ดํารงคงอยู่เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อป้องกันปัญหาโลกร้อน เพื่อป้องกันปัญหาน้ําท่วม ปัญหาอุทกภัยใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย การณ์ครั้งนั้น มันทําให้เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากกรมป่าไม้ที่เคยสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตั้งกระทรวงใหม่ ท่านประธานจําได้นะครับ ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด ผมเขียนหนังสือพิมพ์อิสระในช่วงปี ๒๕๒๔ ปี ๒๕๒๗ ลงหนังสือพิมพ์ปัจจุบันนี่ละครับ ผมเห็นด้วยกับการที่จะต้องสร้างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นมา เพื่อจะอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมของทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนมาให้ได้ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๔๕ เราบอกว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกันถ้าเป็นไปไม่ได้เราก็เปลี่ยนกระทรวงสิ เรามาตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แยกกรมเลยครับท่านประธาน แยกกรมป่าไม้ออกเป็น ๒-๓ กรม มีอยู่กรมหนึ่งคือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แยกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชออกไป แยกกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลออกไป ท่านประธานครับ เจตนามีอันเดียวว่าใครไม่ได้หรอก คือเจตนาดี ในช่วงนั้น หวังว่าเมื่อแยกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วนี่จะมาแก้ไขปัญหา เรื่องของป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใครจะรู้ครับว่าในเวลาที่เราบอกว่าตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชมาแล้ว แยกจากกรมป่าไม้ กรมป่าไม้ดูแลเรื่องนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลเรื่องป่าสมบูรณ์ รักษาไว้ให้ดีอย่าให้ใครมาแผ้วถางป่า ท่านประธานครับ การณ์มันไม่ใช่ เป็นอย่างที่เราคิดในสภาแห่งนี้เลย ปัญหาการรุมเร้าด้านเศรษฐกิจ ปัญหาการเติบโต ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากพืชพันธุ์ที่เราพูดกันในสภาแห่งนี้ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยางพารา ปฏิเสธไม่ได้ว่าปาล์มน้ํามัน ได้เป็นตัวฉุดรั้งให้พื้นที่ป่าไม้นั้นลดลง ๆ ท่านประธาน จําได้นะครับว่าปัญหาการร้องเรียนเรื่องของการบุกรุกพื้นที่ป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน การบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานเพื่อทํารีสอร์ท (Resort) มากมายมโหฬารนั้นเกิดขึ้นในช่วงที่เป็น รัฐบาลนี้และรัฐบาลที่ผ่านมาด้วย ปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้หรอกครับ ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ดิน เอาพื้นที่ดิน ส.ป.ก. มาทําประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ การจัดรูปที่ดิน เพื่อปลูกยางพารา เพื่อปลูกปาล์มน้ํามัน ท่านประธานดูสิครับ ท่านประธานกับผม เรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้มาด้วยกัน พอดีผมมาเรียนทางด้านเกษตรด้วยเท่านั้นแหละ ท่านประธานที่เคารพครับ จําได้ไหมล่ะว่าบนยอดเขาที่เราเคยขึ้นไปตลอดเวลานั่น ท่านประธานจําได้ไหม จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน ป่าอุดมสมบูรณ์เต็มไปหมด เราเรียนหนังสือบอกนี่คือแหล่งต้นน้ําลําธาร น้ําซึมน้ําซับ น้ําจับเม็ดดิน ท่านประธานจําได้ไหมน้ํามันซึมออกมาทุกบริเวณ ที่บริเวณ แม่น้ําปิงบนยอดมีน้ําซึมน้ําซับจับอยู่มันไหลมาตามลําธารเล็ก ๆ ชาวเขาเอาหินไปเรียง เรียง เรียง เอาไม้ไผ่ไปต่อทําประปาภูเขา เราขึ้นไปบนดอยกันใช่ไหม เราไปบรรยากาศวันนั้นเห็นเลย บนป่ามันน่าอนุรักษ์ดูมันสวยเหลือเกิน จังหวัดแม่ฮ่องสอนก็สวยเต็มไปหมด เราชื่นชม ยินดีกันเหลือเกินครับท่านประธาน ผมมีโอกาสครับ ผมมีโอกาสไปภาคใต้เหมือนกัน ในเวลานั้นใกล้เคียงกัน อําเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ อําเภอปลายพระยา อําเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมไปสัมผัสอยู่แถวนั้น แม่น้ําตาปีไหลน้ําใสแจ๋ว ปลาแรดวิ่งผ่านเจ๊าะ ๆ ท่านประธานเห็นไหม เห็นไหมครับ แหมมันน่าอนุรักษ์เหลือเกิน น่าเก็บธรรมชาติอย่างนั้นไว้ แต่ปรากฏว่า ๑๐ ปีให้หลังเกิดอะไรขึ้นครับ ป่าหาย มีคนมีอํานาจไปเอาพื้นที่ป่านั้นไปด้วย ไม่ต้องพูดให้มันกระทบกันทางการเมืองหรอกครับ เอาเป็นว่าใครเอาไปก็ให้รู้ไว้ด้วยว่า บริเวณด้านนั้นมันสูญเสียธรรมชาติไปแล้ว ปี ๒๕๑๗ ที่อําเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มีการไถพื้นที่ออก ต้นละมุดที่เราเรียกว่าเป็นมะม่วงอีกพันธุ์หนึ่งกินกันแล้วมันติดฟัน ท่านประธานก็กินไม่เป็น ปรากฏว่าไถ ไถ ไถ แล้วปลูกปาล์มน้ํามัน ท่านประธานจําได้ไหม ท่านประธานเคยไปนะครับ นี่พอปลูกตรงนั้นเสร็จสร้างถนนอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ อําเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เส้นถนนใหญ่โตข้ามสะพานข้ามสูงเท่าภูเขาเลากาตรงนั้น ในเวลาที่ไม่มากครับ ตอนนั้นผมยังอยากเลยท่านประธาน ผมยังอยากให้กลับไปที่เดิม ตอนนั้นคอมมิวนิสต์เยอะแถวนั้น เพราะคอมมิวนิสต์อยู่นี่ป่ามันเยอะดีครับ แต่เวลาผ่านไป ปรากฏว่าที่หาย พวกเราเองหรือไม่ครับท่านประธานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พวกเราไหมครับ ที่หลิ่วตากันเองหรือไม่ครับ ให้พื้นที่บนยอดเขาไปปลูกรีสอร์ท ที่บริเวณแม่น้ําปิง ที่อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่อําเภอฝาง ที่อําเภอฮอด เราขึ้นไปบนดอยกันไม่มีเหลือเลยท่านประธาน ออกกฎหมายบอกว่าพื้นที่ที่มีความลาดชัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่ามันเอียงขึ้นไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ห้ามออกโฉนด ห้ามบุกรุก แล้วอะไรมันเกิดขึ้น ยิ่งออกมาปรากฏว่า มันยิ่งเต็ม มีเต็มไปหมด กลายเป็นภูเขาหัวโล้นอย่างที่เราได้แลเห็นกันทุกวันนี้ เอาละครับ ท่านประธาน ผมรู้ว่าท่านประธานให้ผมสรุป ท่านประธานใจเย็น ๆ ท่านประธานครับ มันเป็นปัญหาอย่างนี้จริง ๆ วันนี้พี่น้องในสภาแห่งนี้ต่างวิตกกังวลเหมือนกันว่า จะทําอย่างไรกันล่ะ แหมบุกรุกป่าไปเมื่อวันนั้นปรากฏว่าวันนี้ปลูกยางพาราไปเต็มแล้ว ยางราคาตก ตอนราคาดี ๆ ก็ดึง ดึง ดึง ปลูก ปลูก ปลูก ถอนป่าออกทํายาง พื้นที่อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร แทนจะเก็บไว้เนิน ๔๙๑ อะไรนี่ แทนที่จะเก็บไว้ที่อุทยาน เปล่าครับ มีคนไปบุกรุกพื้นที่ตรงนั้น ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ไร่ จริงไม่จริงไปหาเอาเองสิ ผมไม่ระบุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่จังหวัดเลย ขึ้นเขาโน่นข้างบนเจอป่าเต็มไปหมด ผมยังดีใจนะ ผมไม่ชมหรอกครับว่ารัฐมนตรีปรีชาใช้ได้ เพราะเมียนั่งอยู่กับผมที่นี่ แต่ปรากฏใช้ได้นะ ให้อธิบดีของท่านไปดําเนินการจัดการ เรื่องอุทยาน เรื่องบุกรุกทั้งหลาย รีสอร์ทหลากหลายนี่มันมีเยอะจริง ๆ เต็มไปหมด พื้นที่ต้นน้ําลําธารตรงไหนเต็มไปหมด ท่านประธานครับ ประเทศยังถือว่าเรายังมีที่พึ่ง ผมไม่ได้พูดเป็นการเอาใจท่านประธานหรอกครับ แล้วไม่ได้เป็นการที่จะตอกย้ําความรู้สึกใด ๆ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างน้อยสุดเราก็ยังมีที่พึ่ง โครงการป่ารักน้ํา โครงการสร้างเขื่อน สร้างฝาย ที่จากสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นได้ทําให้เราอนุรักษ์ พื้นที่เหล่านี้อยู่ ท่านไปดูสิครับหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ภูเขาหลายลูกซ้อนกัน ฉับ ฉับ ฉับ พื้นที่หลายหมื่นไร่ถูกพระองค์ท่านสร้างฝายน้ําไหลให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้สอยเป็นอย่างดี ท่านประธานครับ เอาอย่างนี้ไหมครับ ถ้าวันนี้เราจะกลับมาแล้ว เห็นว่าเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านไป มันไม่ประสบความสําเร็จเลย ทําอะไรก็ไม่ได้ มันซ้ําซ้อน อยู่ไปทําให้เกิดไม่มีประสิทธิภาพ อย่ากระนั้นเลยรวมกันเถอะ เอาละ ถ้าเราบอกว่าคิดครั้งที่แล้วอย่างท่านนริศบอกว่า มันผิดพลาดไหม เอาละ ท่านประธานครับ วันนั้นมีข้อมูลและพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติ มันอยู่ส่วนหนึ่ง วันนี้จับมารวมกันหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรอื่น รวมเข้ามาหมด ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เห็นแตกต่างกับเพื่อนสมาชิกนี้เลย ผมเห็นด้วย แต่ผมจําเป็นต้องท้วงติงตรงนี้เป็นข้อสังเกตไว้ ในเวลาที่เรามาพูด ในเวลาที่เราจะตั้งกรมใหม่ ในเวลาที่เราจะรวมกรมขึ้นมาใหม่ เรามีเหตุผลหลายครั้งครับในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ตั้งกรมมาใหม่หลายเที่ยว ข้าวราคาไม่ดีตั้งกรมการข้าว เหตุผลเพื่อผลิตข้าวพันธุ์ดี ออกมาสู่ตลาด มีปัญหาตั้งสถาบันยาง มีปัญหาตั้งสถาบันอ้อย มีปัญหาตั้งพืชผัก แต่ละพืชเอามาหมดแล้ว นี่ดีนะครับท่านประธานยังไม่ได้ตั้งกรมพุทรา น้อยหน่า มังคุด ละมุด ลําไย ยังตั้งไม่หมด มันไม่มีปัญหาครับ รอได้ถ้าเกิดเศรษฐกิจวันหน้ามันดี

(นายปวีณ แซ่จึง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงกันเองหรือครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านปวีณ มีอะไรครับ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ท่านผู้อภิปรายนี่ฟุ่มเฟือย ประเด็นมีนิดเดียวที่เขาจะรวมกรม เขาไม่ได้พูดเรื่องแยกกรม ท่านพูดไปถึงป่าแล้วเท้าไปถึง เป็นเพื่อนของประธาน เสียเวลาที่ประชุมนะครับ ถึงพรรคเดียวกันผมก็ขอทักท้วง ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประหยัดเวลาของที่ประชุมหน่อยครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

จะรีบกลับบ้านสิ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพายัพก็พอได้แล้วครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมฟังแล้วเข้าใจ พี่ปวีณบอกแล้วแกจะรีบกลับบ้าน ผมคิดเหมือนแกเปี๊ยบเลย ผมพูดเสร็จเดี๋ยวปิดเลยครับ ท่านประธานเอาอย่างนี้นะครับ เหตุผลที่ท่านตั้งมา มาตรฐานเดียวกัน พื้นที่ทับซ้อน จะได้มีพลังในการแก้ไขปัญหา จะได้เกิดขวัญและกําลังใจของข้าราชการในการที่จะรักษา พื้นที่ป่าไม้ฟื้นฟูต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นความสัมฤทธิผลอย่างนั้น เกิดขึ้นในช่วงนี้แหละครับ ก่อนที่ท่านปวีณกับผมจะตายจากโลกนี้กันอยากจะเห็นป่าไม้ พื้นที่นี้มากขึ้นครับ ผมฝากความหวังไว้แค่นี้แหละครับ อยากให้มันเป็นจริง ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กราบเรียนกับท่านด้วยความเคารพและกราบเรียนผ่านไปยังรัฐบาล และ ฯพณฯ รัฐมนตรีปรีชาที่ผมเคารพยิ่งนะครับ ผมเห็นด้วยที่ท่านและรัฐบาลได้เสนอ เพื่อที่จะแก้ไขปรับปรุงให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปอยู่ในกรมเดียวกับ กรมป่าไม้ ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนถามท่านผ่านไปยังรัฐบาลและ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่า ถ้าเปลี่ยนกรม เปลี่ยนกระทรวง ปรับปรุงกรม รวมกระทรวงหรือสร้างกระทรวงขึ้นมาใหม่ อันนั้นเป็นปัญหาในเชิงปฏิบัติของข้าราชการ ของผู้บริหาร แต่ถามว่าปัญหาแก้ได้ ในเรื่องตําแหน่งหน้าที่การงาน แล้วก็เพื่อความเป็นเอกภาพของการบริหารของข้าราชการ ที่มีความทับซ้อนกันอยู่ มีความซ้ํากันอยู่ และมีความเหมือนกันอยู่ใน ๒ กรม ในกระทรวงเดียว ที่ท่านกํากับดูแล แต่ถามว่าในเชิงนโยบายเป็นการแก้ไขปัญหาหรือไม่ อันนั้นเราคงจะต้อง มาพินิจพิเคราะห์แล้วก็ร่วมกันพิจารณาในเชิงของโครงสร้างว่าตั้งแต่มีกฎหมายป่าไม้ มีกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ มีกฎหมายอุทยานแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมาย ที่บังคับใช้อยู่ที่เกี่ยวกับที่ดิน ที่เกี่ยวกับป่าไม้ มันกระทบถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในฐานะเจ้าของประเทศ ในเชิงของโครงสร้างในระดับนโยบายในเรื่องการที่จะกํากับ หรือกําหนดนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ยังไม่เห็นภาพชัดครับ อันนี้เป็นแค่เพียงจุดหนึ่งเท่านั้นในอีกนับร้อยนับพันจุด และอีกนับหมื่นปัญหาที่ประชาชน ในฐานะเจ้าของประเทศตกอยู่ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาล ให้คําตอบต่อประชาชนอย่างไรในการที่จะแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง เช่น ปัญหาป่าทับคน ปัญหาคนทับป่าหรือว่าป่ารุกคนหรือว่าคนรุกป่า ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนหน้านี้ ๕๐ ปี ๖๐ ปีก่อน ก่อนที่จะมีกฎหมายมาบังคับใช้ ประชาชนคนไทยมีแค่เพียง ๑๐ กว่าล้านคน ๒๐ กว่าล้านคน ตอนโน้นนะครับรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนมีลูกมีหลานกันให้เยอะขึ้น เพื่อที่จะสร้างอาหาร ผลิตอาหารป้อนให้คนไทยแล้วก็ส่งออกไปขายทั่วโลก เพราะถือว่า ประเทศของเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่านประธานคงจําได้สมัยนั้นถ้าเกิดว่าแม่ไหนมีลูกถึง ๑๒ คน มารับโล่ดีเด่น เป็นแม่ดีเด่น พอลูกหลานเติบใหญ่ขึ้นมาก็บอกว่าให้บุกเบิก บุกร้างถางพง เพื่อทําไร่ ทํานา ทําสวน ทํากินกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของเราครับ ทุกคนภาคภูมิใจว่ารัฐบาล ส่งเสริม ใครมีกําลังใครมีแรงบุกร้างถางพงเป็นไร่ เป็นนา เป็นสวน และทํากินกันมา ไม่เคยถูกจับ แต่พอจํานวนประชากรของประเทศไทยเรามากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ นโยบายรัฐต่างหากที่เปลี่ยนไปครับ จากให้ราษฎรบุกเบิกกลายเป็นบุกรุกครับ สร้างมาตรการ ทางกฎหมายโดยสภาแห่งนี้ครับ จับกุมราษฎรเสียเอง ดําเนินคดีกับราษฎรเสียเอง เพราะตอนนี้ประชาชนเยอะมากแล้ว ๖๐ กว่าล้านคน ป่าเหลือน้อยแล้วจากบุกเบิก กลายมาเป็นบุกรุกแล้วก็จับราษฎรเข้าคุก ผมถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าเป็นธรรม กับเจ้าของประเทศแล้วหรือยัง เป็นธรรมกับคนไทยที่ทํากินโดยสุจริตหรือยัง และบางพื้นที่ จากสภาพในปัจจุบันเป็นวัด เป็นโรงเรียน เป็นชุมชน เป็นที่ไร่ เป็นที่นา เป็นที่สวน ที่ราษฎร ได้ทํากินมา ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปี ๖๐ ปีแต่ประชาชนไม่เคยได้รับสิทธิอันชอบธรรม เชื่อไหมครับท่านประธาน พื้นที่บางแห่งเป็นเทศบาลอําเภอ บางแห่งเป็นวัด บางแห่งเป็นตําบล เป็น อบต. เป็นไร่ เป็นนา เป็นสวน เป็นที่อยู่อาศัย เป็นโรงเรียน แล้วยังอยู่ในเขตป่าสงวน ทําไมรัฐบาลไม่เสนอในการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างว่าราษฎรได้อยู่กินกันมา ทํากินกันมาชั่วลูกชั่วหลานแล้วให้สิทธิกับประชาชนผู้ทํากินโดยสุจริตได้หรือไม่ ถึงเวลาที่จะเพิกถอนเขตป่าออกไปจากที่ที่ราษฎรควรจะได้สิทธิแล้วหรือไม่ แล้วพัฒนาสิทธิ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สทก. ท่านประธานครับ น่าช้ําใจเหลือเกินบางพื้นที่ทํากินกันมานาน เป็น สทก. บางพื้นที่ไม่มีตอไม้เหลืออยู่แม้แต่ตอเดียวครับเป็น ภ.บ.ท. เสียภาษีบํารุงท้องที่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าภาษีดอกหญ้า บางพื้นที่ผ่อนปรนขึ้นมาหน่อยตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. กันพื้นที่ป่าบางส่วนประมาณ ๓๗ ล้านไร่ออกเป็น ส.ป.ก. อันนี้คือหลักในการผ่อนปรน แต่สิทธิก็ไม่สมบูรณ์ตามที่จะพึงมีพึงได้ครับ เพราะฉะนั้น ปัญหาสิทธิในเรื่องที่ดิน ในเรื่องป่าไม้ของคนไทยนี่ตลกที่สุดในโลกเลยครับ ป่าพื้นที่ อันเดียวกันแต่ในพื้นที่ทํากินใกล้เคียงกันบางพื้นที่เป็น ภ.บ.ท. บางพื้นที่เป็น สทก. บางพื้นที่ มี ส.ค. บางพื้นที่เป็น น.ส. ๓ และบางพื้นที่เป็นโฉนด ทําไมรัฐจึงไม่พัฒนาสิทธิให้กับราษฎร ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในเรื่องกรรมสิทธิ์ หลายท่านก็มาท้วงติง หลายท่านก็กังวลใจ บอกว่า ส.ส. นครไปพูดแบบนี้ก็ส่งเสริมให้มีการบุกรุกสิ ผมว่าไม่จริง เพราะสภาพการณ์ในปัจจุบัน วิทยาการในปัจจุบัน ทั้งการเดินสํารวจ ทั้งภาพถ่ายทางดาวเทียม ทั้งภาพถ่ายทางอากาศ ชัดเจนที่สุดครับท่านประธาน ราษฎรเคารพกฎหมายอยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะไปบุกรุกใหม่ หรอกครับ ถ้าบุกรุกป่าใหม่ผมไม่เคยไปสนับสนุนให้ใครไปบุกรุก แต่ในส่วนที่ราษฎร ได้ครอบครองทํากินมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายและสามารถพิสูจน์สิทธิได้แล้วนี่ให้กรรมสิทธิ์เขา ได้ไหมครับ รัฐเองก็ได้ประโยชน์ในรูปของภาษี สถาบันที่ดิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน การออก เอกสารสิทธิ และกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้ และเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ ของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ มูลค่าสินทรัพย์ของประชาชนจะเพิ่มประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐก็จะได้ในรูปของภาษีปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาพัฒนาประเทศ เอาไปส่งเสริมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีทุน ได้มีงบประมาณในการที่จะพัฒนา ความเจริญก้าวหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมไม่ดําเนินการในเชิงปัญหา ทางโครงสร้างแบบนี้ ประชาชนเขาได้ประโยชน์อย่างไรครับ ได้ประโยชน์ในรูปของกรรมสิทธิ์ อย่างไรครับ เขาจะได้ใช้เป็นหลักทรัพย์ เป็นหลักประกัน เป็นมรดกไปถึงลูกถึงหลาน ไม่ใช่ว่า ปล่อยให้มีการขายสิทธิหรือว่าปล่อยให้มีการถือสิทธิแค่เพียงที่ดินมือเปล่า เขาจึงไม่มีทุน อย่างไรครับ เขาจึงไม่มีหลักทรัพย์อย่างไรครับ หลายท่านก็มาท้วงติงกับผมว่าถ้าเกิดว่า ออกกรรมสิทธิ์แบบนี้ชาวบ้านเอาไปขายหมดแน่นอน ท่านประธานที่เคารพไม่ต้องกังวล ถ้าสภาแห่งนี้เห็นชอบและขับเคลื่อนในเชิงการบริหารและเชิงนโยบายที่มีเอกภาพ สามารถทําได้ครับ ไม่ว่าจะออกกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าสิครับ ใครถือครองที่ดิน เอาไปเก็งกําไร มองที่ดินเป็นสินค้าเพื่อเก็งกําไร เก็บภาษีก้าวหน้าเลยถ้าคุณไม่ได้ทําประโยชน์ หรือว่าภาษีมรดก หรือว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องบริหารจัดการที่ดินในทํานองนี้ ให้เกิดขึ้นและประชาชนจะมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ําทางสังคม

ปัญหาที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ถ้าเกิดว่ารัฐหรือหน่วยงานของรัฐไม่สามารถที่จะคุ้มครองและรักษาป่าได้ และไม่สามารถ ที่จะฟื้นฟูป่าได้ เพราะขาดความชัดเจนในด้านนโยบายครับ ทําไมจึงไม่มีนโยบาย ในการปลูกป่าใช้หนี้ล่ะครับ ทําไมจึงไม่มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนอย่างจริงจังในเรื่องป่าชุมชน ถ้าประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกป้องและรักษาป่าของเขา เขาจะดูแลแทนรัฐ และรัฐ ไปคอยสนับสนุนและส่งเสริม ผมเชื่อครับว่าป่าจะเพิ่มขึ้น

อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน เพราะความหละหลวมและความไม่ชัดเจน ในเรื่องการบริหารจัดการป่าไม้และทรัพยากรที่ดินของรัฐ จึงก่อให้เกิดปัญหาอย่างที่ผม ได้เคยกราบเรียนท่านประธานไปแล้วคือที่ดินบางพื้นที่เป็นที่ ภ.บ.ท. เป็นที่มือเปล่า ราษฎร ได้ไปปลูกยาง แต่ท่านไม่ได้หวงห้ามตั้งแต่ปีแรกครับ ปล่อยให้ยางโต ๓ ปี ๕ ปี ๗ ปี จนจะเริ่มกรีดกันแล้วครับ ตอนนี้ท่านเริ่มไปยึดแล้วก็ไปตัดไปฟัน ไปทําลาย ถามว่า พี่น้องประชาชนที่ไปลงทุน ไปทําด้วยการอาบเหงื่อต่างน้ํา ด้วยความมุ่งหวังว่า วันหนึ่งข้างหน้าชีวิตของตนเองจะดีขึ้น ไม่มีครับ เขาถูกท่านไปยึด ถูกทําลาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ อันนี้หรือครับคือความยุติธรรมที่ให้กับประชาชน แน่นอนครับหลายเรื่อง พวกเราทุกคนเห็นพ้องต้องกันที่จะต้องการให้ป่าเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันรัฐและหน่วยงาน ของรัฐจะต้องเคารพสิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศที่แท้จริงด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจึงขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีที่ผมเคารพยิ่ง ว่าโครงการรีเชฟ (Reshape) ที่ดินไปถึงไหนแล้วครับ โครงการกันแนวเขตที่ดิน เพื่อที่จะเพิกถอนเขตป่าที่มันทับซ้อนที่อยู่ที่อาศัย ที่วัด ที่ทํากินของราษฎรไปถึงไหนแล้วครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมได้อภิปราย เพื่อที่จะสะท้อนความทุกข์ยาก ความคับข้องใจ ความคับแค้นใจของประชาชนที่ไม่มีโอกาส เข้าถึงทุน ความคับข้องใจของราษฎรที่ถูกป่าทับที่อยู่ที่อาศัย ที่ทํากินของราษฎร ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สภาแห่งนี้จะคืนสิทธิอันชอบธรรมให้กับราษฎรในฐานะเจ้าของประเทศ ให้กรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์ให้กับราษฎร และรัฐกับประชาชนจะอยู่กันได้ด้วยความปกติสุข กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านขจิตร ชัยนิคม

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี 🔗

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดอุดรธานี ผมรู้สึกดีใจที่ท่านรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีได้เสนอกฎหมายเพื่อที่จะยุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกับกรมป่าไม้ โดยเฉพาะยุบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชให้มารวม กับกรมป่าไม้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในหลักการ โดยเหตุผลที่ท่านอ้างว่ามีการดําเนินงาน ซ้ําซ้อนกัน สํานักใดที่มีอยู่ในกรมป่าไม้ก็มีสํานักนั้นอยู่ในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อันนี้เห็นด้วย แต่ว่าเหนือกว่านั้นที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านไม่ได้เขียนในนี้ ก็คือว่าเวลานี้ ณ บัดนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นการแก้ปัญหาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมไม่เห็นด้วย ผมพูดชัดเจนนะครับ แม้ว่าบางคนจะได้ดูเหมือนเป็นวีรบุรุษ แต่ลึกลงไปผมไม่ทราบเหมือนกันว่าการแก้ปัญหาอย่างนี้ได้สนองเจตนากฎหมายหรือไม่ มีการประกาศบอกว่าขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แก้ปัญหาโดยใช้ กฎหมาย มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้เขาเขียนสุดท้ายเขาบอกว่าถ้าผู้เข้าไปกระทําผิดไม่ปฏิบัติตาม เขาให้พนักงานเจ้าหน้าที่จะทําการดังกล่าวแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งเสียเองก็ได้ตามสมควร แก่กรณี ในฐานะที่ผมเขียนกฎหมายมาเยอะผมไม่เชื่อว่าเจตนากฎหมาย มาตรา ๒๒ ที่อ้างกันอยู่ขณะนี้จะให้เจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองไปกระทําในลักษณะนี้ แล้วผมไม่เชื่อว่าการกระทําในขณะนี้ ผมฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี และคนที่เกี่ยวข้องจะนําไปสู่การแก้ปัญหาแล้วเกิดความสงบสุข ท่านประธานครับ การเขียนกฎหมายหรือการประกาศใช้กฎหมายเรามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสงบสุข และเกิดความเป็นธรรมในบ้านเมือง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังคณะกรรมการแก้ปัญหาป่าไม้และอุทยานทุกคณะซึ่งมีอยู่ประมาณ ๑๐ คณะขณะนี้ แต่ว่าทุกคณะไม่สามารถเจาะเข้าไปถึงหัวใจของประชาชนได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านในเบื้องต้น ผมเข้าใจเหมือนคนไทยทุกคนว่า ประเทศไทย ส่วนประกอบที่สําคัญของคําว่าประเทศไทยผมเชื่อว่ามีอยู่ ๒ อย่าง ถ้าไม่มี ๒ อย่างนี้จะไม่มีประเทศ สิ่งแรกที่ผมเชื่อคือต้องมีคนไทยที่อยู่ได้อย่างสงบสุข สิ่งที่ ๒ ที่ผมเชื่อก็คือมีพื้นดินแผ่นดินไทยซึ่งรวมทั้งป่าไม้และทรัพยากรทั้งหลาย ผมเห็นด้วยว่า การแก้ปัญหาต่าง ๆ จะต้องรักษาสมดุลระหว่าง ๒ ส่วนนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านที่นั่งฟังอยู่นี้ ผมอยากจะกราบเรียนแทนพี่น้องประชาชน ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กรณีที่ผม อยากจะฝากก็คือกรณีที่การแก้ปัญหาอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งประกาศใช้เมื่อปี ๒๕๒๔ ขณะนี้มีปัญหาไปทั่วทั้งอําเภอวังน้ําเขียว จังหวัดนครราชสีมา ทั้งอําเภอนาดี ในส่วนของตําบลบุพราหมณ์ และตําบลทุ่งโพธิ์ ท่านประธานครับ ขณะนี้ประกาศ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ติดตามหมู่บ้านไม่เว้นแม้แต่หมู่บ้านไทยสามัคคี ผมใช้คําว่าหมู่บ้านไทยสามัคคี เพราะว่าหมู่บ้านนี้มันมีประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่ง รัฐบาลแก้ปัญหาความมั่นคงของประเทศชาติ แก้ปัญหาภัยคอมมิวนิสต์ แม่ทัพภาค ๒ ได้เข้าไปตั้งหมู่บ้านไทยสามัคคีแล้วรับสมัครราษฎรอาสาสมัครประชาชนเข้าไปอยู่ จัดที่ให้เขาอยู่โดยฝ่ายรัฐบาล โดยมุ่งหวังที่จะให้เกิดความสงบ ได้ผลครับ ประชาชนที่ไปอยู่ ในหมู่บ้านไทยสามัคคีสามารถที่จะช่วยเหลือทางการได้ ในที่สุดจากปี ๒๕๒๐ ซึ่งก่อนที่จะ ประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน ผมรู้ครับก่อนที่เป็นอุทยานก็เป็นที่อนุรักษ์ของกรมป่าไม้ แต่ผมกําลังจะบอกว่าประชาชนโดยเฉพาะหมู่บ้านไทยสามัคคี อําเภอวังน้ําเขียว หรือตําบลวังน้ําเขียวนั้นเขาเคยอยู่ตั้งแต่สมัยที่เป็นอําเภอปักธงชัย ปี ๒๔๙๗ หรือก่อนหน้านั้น แล้ววันนี้เขากําลังเดือดร้อน ทําไมถึงเดือดร้อน เพราะว่าพอมาเป็น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดําเนินการไม่ต่อเนื่องกับกรมป่าไม้ ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาอุทยานแห่งชาติทับลานเมื่อปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ มีคําสั่ง ตั้งคณะกรรมการเพื่อจะปรับปรุงเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน คําสั่งของจังหวัดปราจีนบุรีมี โดยผู้ว่าราชการจังหวัด คําสั่งของจังหวัดนครราชสีมามี แล้วตั้งคณะกรรมการ มีงบประมาณ ของกรมป่าไม้ลงให้ อบต. ให้หมู่บ้าน ให้กํานัน ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตอนนั้นเป็นสํานักอุทยาน สํารวจแนวเขตทั้งหมดเลย มีงบประมาณไปฝังหลักเขตด้วย กําลังเตรียมการประกาศพระราชกฤษฎีกา ทุกอย่างดําเนินมาถึงปี ๒๕๔๓ ประชาชน รู้จักหมดว่าแนวเขตที่จะปรับปรุงใหม่มีถนน มีหลักเขต ในหลักเขตผมไปดูมาแล้ว เพราะผมเป็นกรรมาธิการ ผมไปดูมาแล้วในหลักเขตปักไว้ หลักเขตปรับปรุงอุทยาน หลักเขตตามมติ ครม. ปี ๒๕๔๐ ว่าหมดเลย เสร็จแล้วพอมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องที่จะปรับปรุงแนวเขตอุทยานทับลาน ตามข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้กับจังหวัดทั้ง ๒ จังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัด หายไป ไม่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกา ผมถามในคณะกรรมาธิการคนที่มาชี้แจงแทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขาบอกยังหาไม่เจอ ผมถาม ๓ ครั้งแล้ว เรื่องเหล่านี้ถ้าประกาศแนวเขตปรับปรุง อุทยานแห่งชาติทับลานให้ตามข้อตกลงปี ๒๕๔๓ ซึ่งมีงบประมาณของกรมป่าไม้ สํานักอุทยานแห่งชาติร่วมกับ อบต. ร่วมกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับข้าราชการ วันก่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีมาก็ยืนยันว่าถ้าประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามข้อตกลงที่รังวัดกันไว้แล้วบ้านเมืองก็จะสงบสุข เขตป่าก็ถูกกันไว้ ประชาชนก็อยู่ อย่างสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมามาก็ยืนยันบอกว่าแนวเขตปรับปรุง อุทยานแห่งชาติทับลาน ปี ๒๕๔๓ ถ้าดําเนินการต่อก็สามารถที่จะแบ่งเขตได้ชัดเจน ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับการยุบรวม แต่ผมกําลังพูดถึง กรณีตัวอย่างซึ่งกําลังมีปัญหาอยู่ในปัจจุบันนี้ อาจจะมีน้อยคนที่กล้าพูดเพราะกลัวว่า จะเสียภาพว่าบุกรุกป่า ผมไปดูมาแล้วครับที่อําเภอวังน้ําเขียว ผมไปดูเข้าไปในหมู่บ้านไทยสามัคคี คนที่เขาเดือดร้อนเขาบอกว่าปี ๒๕๔๐ ที่เหล่านี้มันรกร้างว่างเปล่า มันถูกสัมปทาน ตัดไม้ใหญ่ไปหมดแล้ว มันเหลือแต่ป่าที่สิ้นสภาพ แล้วเขาก็ไปซื้อ แล้วเขาก็ไปถาง แล้วเขาปลูกป่าไม้ ปลูกต้นไม้ขึ้นมาแทน อย่างนี้ครับเขากําลังถูกจับ อย่างนี้กําลังจะถูก กล่าวหาว่าเป็นคนบุกรุกทําลายอุทยานแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมพูดถึงประชาชน ประชาชนจะอยู่อย่างไรครับในเมื่อวันหนึ่งประเทศชาติต้องการความช่วยเหลือ ให้เข้าไปอยู่หน่อย อยู่หมู่บ้านไทยสามัคคีอยู่ให้หน่อย อยู่จนเป็นตําบล อยู่จนเป็นปึกแผ่น วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปปิดหมาย รื้อออก คุณมีความผิด เอาอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นทางที่แก้ไขนี่ผมอยากจะบอกท่านว่า ในตําบลวังน้ําเขียวหมู่บ้านไทยสามัคคีหรือหมู่บ้านใกล้เคียงในตําบลทุ่งโพธิ์ ในตําบลบุพราหมณ์ อําเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ท่านประธานครับ เวลากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปรื้อบ้านไปทุบไปอะไรนี่ไปตอนตีสอง ไปตอน ๒๔.๐๐ นาฬิกา แล้วสนธิกําลัง ๔,๐๐๐ คน เอาเครื่องมือหนักไป นี่มันไม่สมควรแก่กรณีแน่นอน ไม่มี วันนี้รายละเอียดทั้งหมดประชาชนรู้ แต่ประชาชนที่อยู่ในเขตตําบลที่ผมพูดนี่เขาได้รับ การจัดตั้ง เขาได้รับการอนุญาตให้เป็นหมู่บ้าน ทําไมครับประเทศไทยแบ่งส่วนกันเป็นชิ้น ๆ หรือครับ ทําไมฝ่ายปกครองอนุญาตให้เขาอยู่ ฝ่ายความมั่นคงขอให้เขาไปช่วยบ้านเมือง แต่ฝ่ายที่อ้างว่าจะรักษาป่าไปคนละเรื่องหรือครับ เวลาไปทุบทุบบ้าน ทุบตึกชาวบ้านบอกว่า จะได้อุทยานคืน คืนจริงหรือเปล่าครับ ผมเข้าไปดูแล้วไม่เห็นจะได้อุทยานคืนตรงไหนเลย เพราะในเมื่ออยู่หลังบ้านเขานี่เขาปลูกบ้านแล้วท่านไปทําลายบ้านเขาก็ได้แค่นั้น แล้วมันเกิดป่าขึ้นเลยหรือครับ ไม่มี มันยังเป็นสภาพรกร้างว่างเปล่า ให้เข้าใจด้วย สาธุชนทั้งหลายที่ไม่ได้อยู่ในเขตหมู่บ้าน ไม่ได้เดือดร้อนแทนพี่น้องประชาชนใน ๒ อําเภอนี้ ให้โปรดมองประชาชนว่าเขาอยู่ที่นั่นก่อนที่จะประกาศเขตอุทยาน วังน้ําเขียวยิ่งร้ายครับ ราชการอีกไปประกาศเขต ส.ป.ก. ส.ป.ก. ในปี ๒๕๒๔ นี่ ส.ป.ก. เอาที่ไปแล้วก็แบ่ง ส.ป.ก. ให้เขา วันนี้อุทยานไปทับที่ ส.ป.ก. อีก เสร็จแล้วเมื่อไรอุทยานจะคืนที่ให้ ส.ป.ก. เป็นราชการด้วยกัน นี่คือปัญหาครับ ยังมีรายละเอียดอีกมากมาย ที่พูดว่าประชาชน ไม่เดือดร้อนนี่ผมไปดูแล้วครับ ประชาชนเดือดร้อนในเขตอําเภอเหล่านี้ทุกหย่อมหญ้า วันนี้ชีวิตเขา ก่อนนี้เขาก็ประกอบสัมมาชีพได้ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างกรณีหนึ่ง ได้ไหมครับ มีบุคคลคนหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านอยู่เขตตําบลบุพราหมณ์ เขาได้รับเลือกตั้ง เป็นผู้ใหญ่บ้านครับ พอวันรุ่งขึ้นเขาเดินเข้าไปในสวนไปตัดยอดลาน ๒ ยอดเพื่อจะมาทําประโยชน์ อยู่ในสวน ที่เขาเคยอยู่ ถูกจับข้อหาเข้าไปบุกรุกอุทยาน ถามว่าบุกรุกไหมก็อยู่ในเขตอุทยานก็เพราะว่า อุทยานไปประกาศทับ เสร็จแล้วท่านประธานรู้ไหมครับเรื่องน่าเศร้าก็คือว่าเมื่อเขามีความผิด เขาไม่ได้รับการประกาศเป็นผู้ใหญ่บ้านเลย แล้วเรื่องตลกอย่างนี้ เรื่องเศร้า ๆ อย่างนี้ มีประมาณ ๑,๐๐๐ เรื่อง ผมกําลังให้รวบรวมอยู่ในเขต ๒ อําเภอนี้ พิสูจน์กันสิว่า คนที่เดือดร้อนมาก ๆ คือประชาชนใช่หรือเปล่า แล้วถ้าไปทุบอะไรเขานี่จะได้อุทยานคืน ตรงไหน บ้านทะเลหมอกผมก็ไป ในบ้านทะเลหมอกที่ทุบมีถนนคอนกรีตผ่านไป ทางทิศตะวันออก ผมมองไปทางทิศตะวันออกมีคฤหาสน์หลังใหญ่ ผมถามว่าของใคร มีคนบอก มีชาวบ้านบอกชื่อของบริษัทใหญ่ ๆ บริษัทหนึ่งที่มีชื่อในประเทศไทย เป็นคําบอกเล่า ของชาวบ้าน ผมไม่พูดในที่นี้ แต่เขาบอกว่าในเขานั้นที่มองจากบ้านทะเลหมอก ไปยังคฤหาสน์หลังนั้นเขาบอกว่ามีคนเฝ้า มีการทําถนนเวียนขึ้นไป ผมถามอธิบดี อธิบดี บอกไม่รู้ ผมถามหัวหน้าอุทยาน หัวหน้าอุทยานไม่สนใจรู้ว่าเป็นใคร ผมบอกว่าคุณไม่สนใจ ไม่ได้ คุณต้องรู้ว่าใครบุกรุกไปอยู่ตรงที่นั้น แล้วคุณดําเนินการอะไรแล้วกับคฤหาสน์หลังนั้น ผมให้เขาชี้แจงเป็นหนังสือยังไม่ได้รับหนังสือจนกระทั่งวันนี้ ท่านประธานครับ ที่ผมสะท้อนมาทั้งหมดผมเพียงแต่สะท้อนว่าบางครั้งเวลากระแสสังคมบอกอนุรักษ์ป่าอุทยาน เวลากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นําโดยผู้กล้าทั้งหลายไปทุบบ้านทุบอะไรเขา มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกหรอกครับ มันไม่ได้ป่าคืนหรอกครับ ไปถ่ายวิดีโอ (Video) มาเลย ทุบแล้วจะได้คืนอย่างไร ผมท้าพิสูจน์เลยวันนี้ไม่มีทางได้คืน แล้วใครจะเอาชาวบ้าน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คน เป็น ๒ อําเภอออกจากป่า ในเมื่อเขาอยู่กันมา ๕๐-๖๐ ปี เพราะฉะนั้นมีทางอย่างเดียววันนี้ผมเรียนท่านรัฐมนตรีเลย เรียนคณะกรรมการที่รัฐบาล ตั้งขึ้นมา ผมก็เป็นฝ่ายรัฐบาลผมอยากให้ท่านแก้ปัญหาได้ ไปหาคําสั่งเสีย คําสั่งที่ปรับปรุง แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ปี ๒๕๔๓ ได้ไปปรับปรุงแล้ว เจ้าหน้าที่อุทยานกับ อบต. กับนายก กับกํานัน ไปทําถนน งบประมาณไปหลายล้านบาท ทําไป ๖๐ กิโลเมตร ยังเหลืออยู่อีกนิดเดียวเท่านั้นที่จะเสร็จ วันนี้คําสั่งนั้นหายไปไหน หายไปไหน ทําไมรัฐบาลต่อมา ในปี ๒๕๔๓ จึงไม่ประกาศพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งจะทําความสงบสุข ซึ่งจะทําความสบายใจให้แก่เจ้าหน้าที่อุทยานที่สามารถรักษาป่าได้ การปรับปรุงแนวเขตอุทยานสามารถที่จะขยายป่าออกไปก็ได้ในเขตที่ประชาชนไม่อยู่ แล้วก็แนวเขตอุทยานยังไม่ถึง แล้วก็กันชุมชน กันหมู่บ้านออกเสีย มีความจําเป็นครับ กรณีที่ ผมพูดเรื่องอุทยานแห่งชาติทับลาน อําเภอวังน้ําเขียว เพราะเป็นวันเวลาที่กําลังคุกรุ่นอยู่ เรื่องนี้ กรณีในอดีตตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ให้ชาวบ้าน ให้ประชาชนไปอยู่ วันนี้ก็กําลังถูกคุกคาม จากกฎหมายนี้ เกาะอะไรท่านรู้ไหม เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ชาวบ้านอยู่มา ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ วันนี้กําลังเดือดร้อนเรื่องกรณีอุทยาน ผมพูดเพียงแค่นี้แล้วผมเสนอ แนวทางออกด้วย แนวทางการแก้ปัญหาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ปี ๒๕๔๓ กรมป่าไม้ สํานักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด อบต. ประชาชนรู้ทั่วกันหมดแล้ว เหลืออย่างเดียว เดินไปสู่ประกาศพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เอาป่าซึ่งประชาชนไม่อยู่กลับมา กันแนวเขตที่ประชาชนอยู่เป็นหมู่บ้านไว้เท่านั้นเอง ก็จะแก้ปัญหาได้ ผมหวังอย่างยิ่งว่าการรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ากับกรมป่าไม้จะนําไปสู่การแก้ปัญหา ประชาชนคนยากคนจน ประชาชนที่เขามีสิทธิ ในประเทศนี้เขาไม่มีที่จะอยู่ที่อื่น ประชาชนที่มีบุญคุณกับชาติบ้านเมืองครั้งหนึ่งเกิดศึกสงครามใช้เขา วันนี้สงครามสงบไม่เคย เอาใจใส่ วีรกรรมชีวิตของเขาที่ได้สูญเสียไป เพราะฉะนั้นผมฝากท่านรัฐมนตรี ผมฝาก คณะกรรมการเกือบ ๑๐ คณะซึ่งตั้งขึ้นมาแก้ปัญหาอุทยานแห่งชาติทับลานวันนี้ ขอขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิรัตน์เชิญ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งผมไปเป็นกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีเรื่องที่ร้องเข้ามาซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านขจิตรที่พูดไป เมื่อกี้นี้ มีกรณีที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ๓-๔ ประเด็น

ประเด็นแรก ในช่วงนั้นผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าใจว่าสมัยที่ ๒ วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๕ ที่มีการคิดจะแยกกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชออก พวกผมค้านครับ ในสมัยคุณทักษิณ ชินวัตร บอกว่าถ้าแยกเกิดปัญหาแน่ แล้วเป็นอย่างไรครับ รัฐมนตรีกํากับดูแลคือท่านปรีชาโทรศัพท์มาบอกว่าอย่ารื้อ อย่าทําแบบนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กําลังรื้อบอกว่าไม่สน รัฐมนตรี ใช้คําหยาบด้วยซ้ําไม่สน มีเอาเรื่องเข้ามาพูดในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชบอกว่าอย่าท้านะ พูดอย่างนี้ท้าหรือ ทํานองว่าถ้าพูดจะรื้ออีก ผมดูรายละเอียดรายกรมที่ยกร่างมา กรมป่าไม้ ก็จะต้องรับโอนข้าราชการ พนักงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไป ถ้าผมจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าข้าราชการระดับสูงของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง ก็คือหน่วยงานของรัฐ จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เลยครับ ถ้าผมจะใช้คําว่าปฏิบัติหน้าที่เยี่ยงโจร น่าเกลียดจริง ๆ ผมมีกรณีศึกษาและเป็นกรณีที่เทียบเคียงได้ว่าการที่ดันทุรังในวันที่ ๒๙ มิถุนายน ปี ๒๕๔๕ โดยรัฐบาลคุณทักษิณมาถึงรัฐบาลนี้แค่ ๑๐ ปีครับต้องมายุบรวม ๒ กรม เข้าด้วยกัน ซึ่งกรณีนี้มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง ซึ่งวันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ลงไปในพื้นที่ ภาคใต้ ก็คือในสมัยนั้นเช่นเดียวกันยุบ ศอ.บต. แล้วเป็นอย่างไรครับ เละเทะกระจาย พี่น้องบ้านผม ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ศพตาย ๗,๐๐๐-๙,๐๐๐ ชีวิตเป็นผู้พิการ เดือดร้อน เป็นหม้าย ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ต้องกราบเรียนนะครับว่าผมเห็นการทําหน้าที่ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแล้วไม่สบายใจอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ขอบคุณท่านรัฐมนตรีปรีชาที่ยุบเสียที ขอบคุณนะครับ แต่ว่าพอมาดูในเนื้อหาปรากฏว่า ท่านโอนข้าราชการ พนักงานมาอยู่กับกรมป่าไม้ ท่านต้องมีมาตรการ มีวิธีการที่ดีเพียงพอ ที่จะต้องสกัด ต้องสกรีน (Screen) ต้องทําให้บุคคลเหล่านี้ไม่ปฏิบัติเยี่ยงโจรอย่างที่ผม กราบเรียนต่อไป ผมมีตัวอย่างที่จับต้องได้ เมื่อกี้ท่านขจิตรพูดไปนิดหนึ่ง เพราะเมื่อเช้า ก็ประชุมด้วยกันที่ตึก ๓ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๕๐๑ กรณีเกาะหลีเป๊ะ ท่านรัฐมนตรีเคยไปชี้แจงกรณีเกาะหลีเป๊ะกับกรรมาธิการ ท่านจําได้นะครับ ท่านรัฐมนตรี เคยไปชี้แจง ท่านบอกว่าท่านวิรัตน์เล่นหนัก ๆ เลย เรื่องที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ พี่น้องชาวเกาะหลีเป๊ะเข้ามาอยู่เพราะพระบรมราโชบายของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ประมาณ ๑๐๓ ปีมาแล้ว ถามว่าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ มีพระราชกระแสสั่งพระยาสมันตรัฐบุรินทร์ ข้าหลวงเมืองสตูล ในขณะนั้นให้อพยพคนมาจากจังหวัดกระบี่ มาจากจังหวัดตรัง เข้ามาอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ รีบปลูกมะพร้าว มะพร้าวเหล่านี้ก็ประมาณ ๑๐๐ ปี สาระสําคัญของการที่มี พระบรมราโชบายที่ว่านี้ก็เพราะเพื่อให้คนเหล่านี้สู้กับการล่าอาณานิคมของประเทศอังกฤษ สุดท้ายจากการที่มีพี่น้องคนไทย พี่น้องชาวเลอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ เป็นอย่างไรครับ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะลังกาวี ยังอยู่ได้ในอาณาจักรไทย ถ้าไม่มีเกาะหลีเป๊ะ ท่านประธานครับ จากคําชี้แจงของเจ้าหน้าที่เราอาจจะเสียดินแดนเกือบถึงจังหวัดตรัง ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ที่อพยพไปอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะน่าจะมี คุณูปการต่อประเทศไทย น่าจะเป็นวีรบุรุษ ท่านเหล่านี้น่าจะได้เหรียญตราด้วยซ้ํา แต่การณ์ หาเป็นเช่นนั้นไม่ครับ ปรากฏว่าวันดีคืนดีมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๑๗ ท่านประธานจํา พ.ศ. ๒๕๑๗ ราษฎรอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๔๕๒ ๑๐๓ ปีมาแล้ว ปี ๒๔๕๒ ๑๐๐ กว่าปี อุทยานเพิ่งไปทีหลัง อุทยานก็ไปสมคบกับกองทัพเรือ ผม ท่านวิรุฬห์ พื้นแสน ท่านวันชัย บุษบา หลายคนลงไป เจ้าหน้าที่ทหารเรือเอาปืนชี้เลยถ้าเลยเส้นนี้ยิง ผมไปในฐานะกรรมาธิการ ถาม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ได้ ถามท่านวันชัย บุษบา ได้ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เขาเข้าใจเอาเองว่าเป็นที่ของอุทยาน เรื่องนี้ถ้าไม่มีบรรทัดฐาน ถ้าไม่มี คําชี้แจง ถ้าไม่มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมยังไม่ติดใจเท่าไร แต่เรื่องนี้ได้มี คําวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อปี ๒๔๓๖ ๒๐ ปีมาแล้วครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาอ้างมาตรา ๔ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายที่ดิน ก็บอกว่า บุคคลใดได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ให้มีสิทธิครอบครองสืบไป และให้คุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย ประมวลกฎหมายที่ดิน ใช้ปี ๒๔๗๙ ท่านประธานเป็นทนายความท่านประธานก็ทราบ อันนี้เขาอยู่มา ปี ๒๔๕๒ ๑๐๐ กว่าปี ก่อนแน่ ๆ หรือกรณีมาตรา ๖ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน หรือพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๐๔ ที่อ้างนี่นะครับ มาตรา ๖ วรรคสอง ที่ดินที่จะกําหนดให้เป็น ที่อุทยานแห่งชาติต้องเป็นที่ดินที่ไม่อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ของบุคคลใด ราษฎรอยู่ปี ๒๔๕๒ อยู่เต็มพื้นที่ ราษฎรก็ร้องมาที่กรรมาธิการ พวกผมก็ลงไป มีการรังวัดแนวเขตชัดเจน โชคดีตรงไหนครับท่านประธาน การรังวัดแนวเขตไปสอดคล้องกับ ภาพถ่ายทางอากาศ ปี ๒๕๑๖ ท่านประธานจํา พ.ศ. ได้ ที่ประกาศเป็นเขตอุทยาน ปี ๒๕๑๗ ภาพถ่ายนี้ก่อนปี ๒๕๑๗ ก็คือปี ๒๕๑๖ ร่องรอยการทําประโยชน์ที่ราษฎรนําชี้ว่า เขาครอบครองทําประโยชน์มานี่ตรงกับภาพถ่ายทางอากาศเป๊ะเลยท่านประธาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าอะไร แปลว่าที่ราษฎรนําชี้โดยที่มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด กรุณารับเป็นประธานคณะทํางานให้กับสภาผู้แทนราษฎร ท่านพิศาล ทองเลิศ ผมจําเป็นต้องเอ่ยนามท่านเพื่อขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลไว้ ณ ที่นี้ มีกรมการจังหวัด มีที่ดินจังหวัด มีหลายคนเข้ามาช่วยกัน ผมพูดเรื่องนี้ก็เพื่ออะไรครับ หลังจากที่ท่านวิรุฬห์ลงไป ผมลงไป ท่านวันชัย บุษบา ลงไป ท่านเทพไทลงไป หลายคนลงไป เราก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้โดยข้อกฎหมายแล้วน่าจะเป็นที่ดินของราษฎร ตอนนั้นพวกผมยังไม่เห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยที่ประชุมใหญ่ท่านประธานก็ทราบว่ารัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ต้องถือตาม เป็นไปไม่ได้เลยที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่กระบวนการนี้ ก็ไปร่วมมือกับกองทัพเรือถืออาวุธขับไล่ราษฎร ขับไล่ชาวบ้าน ผมอ่านความเห็นโดยสรุป ของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ท่านประธานเผื่อท่านผู้ฟังทางบ้านจะได้รับรู้รับทราบด้วย ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่บอกว่าถ้าราษฎรเข้าครอบครอง ทําประโยชน์ในที่ดินมาแล้วก่อนใช้พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ แม้จะไม่ดําเนินการขึ้นทะเบียนที่ดินคือไม่มี ส.ค. ๑ ไม่มี น.ส. ๓ ก็ยังคงมีสิทธิครอบครองในที่ดิน รวมทั้งอาจดําเนินการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่ดินได้ ที่ดินดังกล่าวจึงมิใช่ที่รกร้างว่างเปล่า ที่รัฐอาจกําหนดหวงห้ามเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการ การออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อกําหนดเขตหวงห้ามพระราชทานเมื่อปี ๒๔๘๒ หรือออกพระราชกฤษฎีกาเขตหวงห้าม อุทยานแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๑๗ ไม่มีผลทําให้ที่ดินดังกล่าวกลายเป็นที่หวงห้าม ผู้ครอบครอง และทําประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวยังคงมีสิทธิครอบครองตลอดมา นี่ครับมติที่ประชุมใหญ่ ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านประธานครับ กรมรู้ อธิบดีรู้ เจ้าหน้าที่รู้ แต่หาได้ใส่ใจ ต่อความเห็นนี้ไม่ และยังกระทําการใช้อาวุธไปข่มขู่ชาวบ้านทุกรูปแบบ ผมทราบเรื่องนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าเจ้าหน้าที่ของกรมจะลงไปตะลุยชาวบ้านจะไปรื้อเขาอีก ผมก็โทรศัพท์บอก พันตํารวจเอก วิจิตร นันทวงศ์ บอกคุณเป็นตํารวจ คุณเป็นอนุกรรมาธิการ คุณเป็นคณะทํางาน คุณลงไปก็ไปประสานกับคนในพื้นที่ ไปรอวันอาทิตย์กรมยังไม่ทํา วันจันทร์ไม่ทํา วันอังคารไม่ทํา วันนี้ผมยังไม่ได้ตามข่าว แต่เหมือนกับการชี้แจง ในคณะกรรมาธิการครับ พอชี้แจงเข้ามาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรม คุณท้าหรือ ถ้าคุณท้า คุณจะลองกับผมไหม นี่คือพฤติกรรมของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าในการรวมคนกันเข้าไปนี้ ท่านจะมีมาตรการอย่างไรที่จะสกัดคนที่คิดไม่ดีกับบ้านเมือง คนที่คิดว่าราษฎรเป็นศัตรูตลอด คนที่ทําหน้าที่โดยไม่คํานึงถึงกฎหมาย โดยไม่คํานึงถึงรัฐธรรมนูญ โดยไม่คํานึงถึงความเห็น คณะกรรมการกฤษฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ บ้านเมืองเดินไม่ได้ครับ ใช้อาวุธข่มขู่ ไปทําลายทุกรูปแบบที่จะทํากับพี่น้องประชาชนชาวหลีเป๊ะซึ่งเป็นชาวเล และสําคัญเขาเป็นคนกู้ชาติ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงฝากกราบเรียน ไปที่รัฐมนตรีในฐานะผู้กํากับดูแลว่าในการรวมข้าราชการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเข้ามา จะมีมาตรการอย่างไรในการเลือก ในการเฟ้น ในการเอาคนที่มี จิตสํานึกที่ดีกับบ้านเมือง เอาคนที่เคารพกฎหมาย เอาคนที่ไม่คิดว่าราษฎรเป็นศัตรูเข้ามาได้ ส่วนที่เหลือก็ต้องหาทางอาจจะเลิกจ้าง อาจจะหาทางออกไป เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะมาสร้างปัญหา ในกรมป่าไม้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ก็เรียนท่านประธานเพื่อโปรดดําเนินการตามสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง เพื่อบ้านเพื่อเมืองด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของท่านสมาชิก โดยเฉพาะเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน แล้วก็การทํามาหากินของประชาชน สิทธิการทํากิน แล้วก็สิทธิการครอบครอง แล้วก็มีชื่อท่านสมาชิกอีกหลายท่านที่จะแสดงความเห็น ผมจะขอความร่วมมืออย่างนี้ครับเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายทุกท่าน เพราะว่ามีความจําเป็น ผมจะขอเวลาท่านละ ๗ นาที แล้วเดี๋ยวผมจะลําดับชื่ออย่างนี้ท่านจะได้เตรียมตัวได้นะครับ ท่านต่อไปจะเป็นท่านสงวน พงษ์มณี แล้วก็ขยับมาเป็นท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ แล้วก็มา ท่านปวีณ แซ่จึง แล้วก็ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ๔ ท่านก่อน เชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ความจริงแล้วผมไม่จําเป็นต้องพูดเลยถ้าหากว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีองค์ประกอบครบถ้วน เรื่องแรก ที่อยากจะคุยกับพี่น้องประชาชน แล้วก็อยากจะบอกไปยังท่านสมาชิกซึ่งจะเป็นกรรมาธิการ ท่านดูนะครับ ทั้งฉบับเขียนขึ้น เพื่อลดอธิบดีเท่านั้นเอง เท่านั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน ท่านดูนะครับ บอกว่า พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัตินี้ให้ยกเลิก แล้วก็ให้โอนบรรดาสิ่งต่าง ๆ ไปที่ไหน เท่านั้นเองครับ มันน่าจะมีสักมาตราหนึ่ง ท่านกรรมาธิการครับ ที่ท่านจะได้เป็น คือพระราชบัญญัตินี้เขียนสาระสําคัญของเจตนารมณ์ของกฎหมายไว้เสีย โอนหมายถึงอะไร รวมหมายถึงอะไร อํานาจหน้าที่เดิมจะออกพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือจะให้ออกกฎกระทรวงอย่างไรบ้าง ไม่มีเลย เมื่อไม่มีเลย ภาระที่สภาจะรับฟัง แล้วก็ท่านกรรมาธิการและท่านประธานรับฟังคือการพูดถึงยุทธศาสตร์ของกฎหมาย ตลอดเวลา เราออกกฎหมายฉบับนี้มาครั้งหนึ่งโดยปัญหาว่าเราควรจะแยกป่าเศรษฐกิจ ออกจากป่าอนุรักษ์ เป็นความเห็นของวุฒิสภานะครับ ก่อนที่รัฐบาลจะเสนอให้แยก เป็นความเห็นของวุฒิสภาก่อน ไปอ่านดูประวัติกฎหมายให้ดี แล้วตอนนี้ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่เป็นอุดมการณ์ของคนในองค์กรเหล่านี้ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย จากเพื่อนสมาชิก ท่านครับ ความขัดแย้งแรกคืออะไรก็คือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะยึดเป็นทรัพย์ ของอุทยานแล้วก็มีการบริหารจัดการอย่างไรก็เสนอมา วันนี้สังคมได้เลือกแล้ว เพราะเชียร์เหลือเกินให้ทําลาย แต่ก็รักษาไม่ได้ ความขัดแย้งอย่างนี้จะดํารงอยู่ และอีกหลายสิบปีต่อมาก็จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง เพราะอะไรครับ เพราะว่า ประเทศนี้หลักการทั่วไปของกฎหมายไม่มีใครสนใจ ถ้าสนใจสักนิดหนึ่ง มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๗ ของรัฐธรรมนูญคือหลักการกฎหมายทั่วไปที่สังคมนี้ทุกองค์กรต้องยึดถือ ผมถือว่าวันนี้ผมได้มองเห็นการทําลายมาตรา ๔ อย่างชัดเจน มันได้สูญเสียความเป็นมนุษย์ ของคนทั้งสังคมไป เพราะประเทศเราไม่ยึดโยงประวัติศาสตร์ การรวมกรมเข้าไป จะไม่สามารถแก้ปัญหาจังหวัดลําพูนได้เลยหลายตําบล เพราะว่าบางหมู่บ้าน หน้าบ้าน เป็นอุทยานแห่งชาติ ห้องส้วมเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ที่นอนเป็นเขตป่าสงวน พอแก้เสร็จแล้วก็กลายเป็นว่าบ้านหลังนี้อยู่ในกรมเดียวกันเท่านั้นเอง ไม่ได้ทําอย่างอื่น กระบวนการคิดหรือกระบวนการทํางานของคนในองค์กรนี้ยังเหมือนเดิม ทําไมครับ เพราะว่าเราไม่เคยพูดถึงยุทธศาสตร์ของการทํางานของแผ่นดินนี้ ยุทธศาสตร์กําหนดวิธีคิด ผมบอกให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีนะครับ ยุทธศาสตร์กําหนดวิธีคิด วิธีคิด กําหนดวิธีทํางาน เพราะฉะนั้นกระบวนการที่ทํางานอยู่ในขณะนี้คือทํางานแบบฉันคิดว่า ฉันเป็นกฎหมาย ฉันถูกต้องที่สุด คนอื่นผิดทั้งหมด ในกฎหมายฉบับนี้จึงไม่มีสิ่งใดเลย ที่เป็นคุณูปการแห่งการแก้ปัญหา วันนี้กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ กับประเทศชาติ แต่เป็นประโยชน์กับกระทรวงซึ่งจะจัดการองค์กรของตัวเอง ให้เป็นเอกภาพมากขึ้น ท่านไม่มีมาตราใดเลยที่เกี่ยวกับการเขียนถึงเขตอํานาจ ของแต่ละองค์กรในกรมนี้ ในกระทรวงนี้ ท่านครับ โอนไปแล้วก็ขัดแย้งเหมือนเดิม มีเพียงอธิบดีคนเดียวเกิดขึ้นใหม่เท่านั้นเอง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลง อํานาจหน้าที่ เหมือนเดิม การทํางานเหมือนเดิม สํานักงานอยู่ที่เดิม คนเดิมทํางาน ในยุทธศาสตร์ของความคิดเดิมทั้งสิ้น หากสภาแห่งนี้ยินยอมให้มีการเขียนกฎหมายเช่นนี้ เปล่าประโยชน์ที่จะมีสภาของแผ่นดิน ผมกล่าวโทษพวกเรากันเองด้วย เวลาคิด เรื่องกฎหมายนี่ต้องคิดให้เห็นยุทธศาสตร์ของกฎหมายด้วย กฎหมายฉบับนี้ วันนี้เรา พิจารณามาหลายฉบับ ทุกฉบับจะบอกเลยว่าในพระราชบัญญัตินี้จะมีนิยาม ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เพื่ออธิบายว่าอุดมการณ์มันคืออะไร สาระสําคัญมันควรจะเป็นอย่างไร แต่ฉบับนี้ไม่มี ผมจบลงแค่นี้ท่านประธาน ขอร้องว่าใครที่อยากเป็นกรรมาธิการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นเพื่อรู้จักเจ้าหน้าที่เท่านั้นนะครับ คุณต้องเป็นเพื่อเขียนกฎหมายเพื่อแผ่นดิน ไม่ใช่เป็นเพราะว่าอยากจะรู้จักเจ้าหน้าที่และไปเป็น อย่างนี้เสียเปล่าครับ ผมฝาก ท่านประธาน คิดว่าต่อไปสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคุณเขียนกฎหมายคุณต้องคิดถึง ยุทธศาสตร์กฎหมายด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น ต่อการเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมี เจตนาที่จะยุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชและกรมป่าไม้เดิมเข้าด้วยกัน ที่ผมต้องกราบเรียนว่าต้องขออนุญาตที่จะได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรก็เพราะผม ไม่เห็นด้วยครับ ก่อนที่จะได้อธิบายเหตุผลผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ในเขตพื้นที่ของผมนั้นเกี่ยวข้องกับเขตพื้นที่ที่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ซึ่งถือว่าเป็น เขตอุทยานแห่งชาติที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในภาคใต้ มียอดเขาหลวงที่สูงที่สุดในภาคใต้ ๑,๘๐๐ เมตรจากระดับน้ําทะเลครับ และยังมีอุทยานแห่งชาติน้ําตกโยง อุทยานแห่งชาติเขานัน เขตสงวนและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าป่ากะทูน ป่าปลายกะเปียด และถ้ามองภาพรวม ไปทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีเขตอนุรักษ์อีกหลายเขตพื้นที่ เช่นที่กําลังมีข่าวคราวดัง อยู่ในขณะนี้คือเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าป่าพรุควนเคร็งเป็นต้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่ามีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้พูดไว้ในเบื้องต้นว่า วันนี้เราคงไม่มีโอกาสที่จะถอยร่นเขตอุทยานออกไปแม้เพียง ๑ ไร่ เราคงไม่มีโอกาสที่จะยอมให้ สูญเสียป่าไม้ไปแม้เพียง ๑ ต้น คําพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสํานึกในการที่จะอนุรักษ์พื้นที่ป่า สัตว์ป่าไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลังต่อไป แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรีได้เร่งรัดนําเสนอกฎหมายฉบับนี้ เข้ามาเพียงเพื่อปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อนสมาชิกที่พูดก่อนหน้าผมก็ได้พูดว่า ก็มีเพียงสาระสําคัญอยู่ในมาตรา ๔ เท่านั้นที่สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการยุบรวม ลดตําแหน่ง อธิบดีไป ๑ คน แต่ว่าไม่ได้มีการแก้ไขปัญหา ผมเชื่อเหลือเกินครับท่านประธาน และอยากจะให้บันทึกไว้ในที่ประชุมนี้ว่าการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีผลต่อการที่จะ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเขตอนุรักษ์ เขตอุทยานแห่งชาติ ที่เราต้องหวงแหนเป็นอย่างยิ่ง ที่ผมกล้าพูดเช่นนี้ก็ด้วยพบความเป็นจริงครับว่าเมื่อปี ๒๕๔๕ รัฐบาลในขณะนั้นได้เสนอให้มีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่เราเรียกว่า ปฏิรูประบบราชการ ใช้เวลาในการเข้ามาพิจารณาในสภานี้ในช่วงสุดท้ายของสภา และท่านก็เร่งรัดเพื่อให้เป็นไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นประกาศว่า จะปฏิรูประบบราชการ และยังหาญกล้าไปประกาศก่อนที่จะมีการประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาด้วยซ้ําไป นั่นคือการมองในการทํากฎหมายเพียงเพื่อสนองตอบทางการเมือง วันนี้ ๑๐ ปีผ่านไป รัฐมนตรีซึ่งก็เป็นพรรคพวกกันกับผม ผมก็เคยกราบเรียนท่านว่าขอให้ช่วยดูแล เขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวงในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะเป็น เขตป่าร้อนชื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแล้วยังเป็นแหล่งน้ําที่สําคัญให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ๑๐ ปีผ่านมารัฐมนตรีก็ได้นํา พระราชบัญญัตินี้เข้ามา ผมจึงกราบเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าผมเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการรักษา ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเพื่อได้บันทึกไว้ในวันนี้ และผมคิดว่าถ้ามีโอกาส ๑๐ ปีข้างหน้า เราก็จะได้มาติดตามไปแต่ละปีต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าปัญหาของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างว่าจะต้องรวมกันเป็นกรมป่าไม้หรือไม่ แต่มันเป็น เรื่องที่สําคัญคือเรื่องของการบริหารจัดการและจิตสํานึกของข้าราชการ และที่ผม ให้ความสําคัญเป็นอันดับ ๑ ผมคิดว่าในระดับนโยบายของรัฐมนตรีจะมีความสําคัญ เป็นอย่างยิ่งครับ ถ้าเมื่อไรเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในแนวหน้าเป็นนักรบกล้าที่ต้องเผชิญอยู่ใน เขตพื้นที่ที่ต้องอาศัยขวัญและกําลังใจ แต่พอเกิดเหตุการณ์ไม่เห็นฝ่ายนโยบายออกไปพูด ที่จะให้กําลังใจ ผมคิดว่าการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าก็จะไม่เกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะยุบรวมเข้ามา และการยุบรวมเข้ามาด้วยซ้ําไปครับที่ผมคิดว่าอาจจะเกิดปัญหาต่อไปในอนาคต เพราะว่าถ้าไม่สามารถที่จะทําให้เกิดเอกภาพ และถ้าความรู้สึกเดิมยังมีอยู่ว่าในกรมป่าไม้นั้น ต้องมีที่มา มีสี มีเหล่า มีโรงเรียน มีเด็กของนักการเมือง มีการอบรมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อมากระทําการทางการเมือง นี่คือความล้มเหลวครับ ท่านรัฐมนตรีคงทราบดี ต้นปีที่ผ่านมามีการชุมนุมเรียกร้องกันที่หน้าสภาแล้วก็มีข่าวว่ามีการนําเอาพนักงาน ของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชมาอยู่ที่หน้าสภา อยู่ที่เขาดิน อันนี้เป็นการทําลายจิตสํานึกที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้ท่านเขียนกฎหมายอะไร ผมคิดว่าก็ไม่สามารถที่จะนําไปสู่กระบวนการในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้เลยครับ

เหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าโดยปกติเวลาเราจะ ยุบรวมส่วนราชการแต่ละครั้งผมคิดว่าต้องใช้เวลาเป็นปี เวลาจะตัดโอนตําแหน่ง เวลาจะมี การปรับปรุงส่วนราชการ นั่นผมไม่นับรวมเหตุผลข้อที่ ๑ ในเรื่องของการที่จะสร้างจิตสํานึก ที่ถูกต้อง การกําหนดยุทธศาสตร์และแนวทางในการแก้ไขปัญหา เอาเฉพาะในส่วน ที่ท่านลงทุนโดยใช้เวลามา ๑๐ ปีในการสร้างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้น เป็นเรื่องที่ได้มีการสร้างกระแสความรู้สึกให้กับพี่น้องประชาชนว่าวันนี้ถ้าเป็น เขตอุทยานแห่งชาติแล้วหมายถึงเป็นเขตอนุรักษ์ที่เข้มแข็งที่สุด เป็นปราการด่านสุดท้าย ที่ไม่มีใครสามารถที่จะล่วงเข้าไปได้ และเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดําเนินการ ในการที่จะรักษาเขตอุทยานแห่งชาติ แต่วันนี้เมื่อท่านมีการยุบรวมดังกล่าวนี้ ในช่วงระยะเวลา ๑ ปีท่านจะใช้เวลาได้เพียงพอไหมกับ ๑๐ ปีที่ท่านได้สร้าง สิ่งที่เป็นจิตสํานึกของคน อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ แต่ว่าถ้าในทางตรงกันข้ามในช่วง ๑ ปีนี้ ทําให้คนโดยทั่วไปเกิดจิตสํานึกว่าต่อไปนี้ไม่เป็นอะไรแล้วเขตอุทยานแห่งชาติ ก็มาอยู่เหมือนกับเขตป่าสงวนแล้ว มาอยู่กับกรมป่าไม้แล้ว อันนี้ก็จะเป็นด้านลบ ซึ่งผมก็ไม่อยากที่จะให้เกิดขึ้นครับ ผมยอมรับความเป็นจริงว่าในขณะนี้เขตอุทยานแห่งชาติหลายพื้นที่มีปัญหาครับ แม้แต่ที่บ้านผมเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวงเจ้าหน้าที่ก็ขึ้นไปยึดเขตเดิม ตั้งแต่ มีการแนบท้ายพระราชบัญญัติไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ แล้วก็ไปตัดโค่นยึดพื้นที่บางส่วน ของพี่น้องประชาชนโดยไม่ได้ดูประวัติความเป็นมา ไม่ได้ดูมติคณะรัฐมนตรีที่เคย ได้มีการยกเว้นให้พี่น้องประชาชนได้อยู่กับป่าและช่วยรักษาป่า แต่นั่นคือวิธีการปฏิบัติ ที่เราจะต้องนําไปสู่กระบวนการในการแก้ไขปัญหาต่อไป ความจริงผมสนับสนุนด้วยซ้ําไป เมื่อเดือนที่ผ่านมาท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ไปตรวจ ที่ป่าพรุควนเคร็งแล้วบอกว่ามีนักการเมือง มีนายทุนเข้าไปบุกรุกในเขตพื้นที่ดังกล่าว ผมเป็นคนเรียกร้องด้วยซ้ําไปครับว่าขอให้ท่านได้เปิดเผยชื่อนักการเมืองไม่ว่าจะเป็น นักการเมืองระดับชาติ หรือนักการเมืองระดับท้องถิ่น หรือนายทุนที่บุกรุกป่าดังกล่าวออกมา และท่านรัฐมนตรีมีข้อมูลอยู่ในมือท่านก็พูดได้ครับเรื่องนี้เพื่อที่จะให้ประชาชนได้เห็นว่า ในสภาแห่งนี้เราต้องส่งสัญญาณที่ถูกต้องออกไป ไม่อย่างนั้นแล้วการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมในคราวนี้ก็ท่านไม่ได้หวังผลในเรื่องของเป้าหมายสําคัญของชาติเลย โดยเฉพาะ ในเรื่องของการรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า แน่นอนหลายพื้นที่มีปัญหาครับ เพราะว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วหลายพื้นที่พี่น้องประชาชนได้เข้าไปอยู่ก่อนป่า แต่นั่นเป็นเรื่องของ การบริหารจัดการซึ่งหลายประเทศหรือแม้แต่ในประเทศไทยเราเองในบางช่วงรัฐบาล เขาก็ได้แก้ไขปัญหานี้ไป โดยดึงพี่น้องประชาชนที่ไปอยู่ในไข่แดงนั้นลงมา หรือสร้างให้ พี่น้องประชาชนเป็นหมู่บ้านกันชนในการรักษาผืนป่าและร่วมในการอนุรักษ์ผืนป่า และสัตว์ป่าในพื้นที่ดังกล่าวได้ ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่เรียกว่าต้องใช้เวลา ผมจึงอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้เสียงข้างมากอาจจะเห็นชอบกับพระราชบัญญัติ ที่ท่านได้เสนอขึ้นมา แต่ว่าผมคนหนึ่งไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผล ๒ ประการที่ได้กราบเรียนไปแล้ว

ประการที่ ๓ คงจะเป็นข้อเสนอแนะมากกว่าครับ ผมคิดว่าในการบริหาร แบบสากล ในการบริหารที่เราจะต้องสร้างจิตสํานึกกับประชาชนหรือในยุคใหม่เขาเรียกว่า เป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วมจะมีเรื่องที่มีความสําคัญอยู่ ๓ ประการครับ

ประการแรก คือพื้นป่าที่เป็นอุทยานแห่งชาติก็ดี ป่าสงวนก็ดี เขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่าก็ดี ถ้าเมื่อไรเราไม่สามารถที่จะสร้างการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวได้ ผมคิดว่าการรักษาผืนป่าและการรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นไปด้วยความยากลําบากเป็นอย่างยิ่ง และที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนได้ดีครับท่านรัฐมนตรีว่า พื้นที่ป่าใดที่สูญหายไปก็เริ่มต้นจากความหย่อนยานของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเองเป็นตัวตั้ง แล้วก็ใช้มือของพี่น้องประชาชน คนยากคนจนเข้าไปแผ้วถาง หลังจากนั้นนายทุน นักการเมืองก็จะเข้าไปบุกรุกต่อไป มันจะเป็นวัฏจักรแบบนี้ ผมจึงกราบเรียนว่าความจริงการแยกกรม ๒ กรมนี้ออกจากกัน จะสนองตอบหลักสากลในการที่จะเข้าไปคานอํานาจซึ่งกันและกัน กรมป่าไม้ก็มีหน้าที่ ในการดูแลผืนป่าทั่วไปที่เป็นของกรมป่าไม้และทําหน้าที่ในการปลูกป่าส่งเสริมแนวกันชน ส่งเสริมไม้เศรษฐกิจต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา แต่ก็น่าเสียดายครับ ท่านใช้เวลาโฆษณาปลูกไม้ ๘๐๐ ล้านกล้า ท่านใช้เวลาวันเดียว วันนี้หายไปแล้ว ในความทรงจําของพี่น้องประชาชน ทําไมท่านไม่ใช้กรมป่าไม้ให้เกิดประโยชน์ละครับ ๘๐๐ ล้านกล้าท่านเอามาจากไหนครับ ๘๐๐ ล้านกล้าท่านโฆษณา ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเปิดงานร่วมกับท่านทํากิจกรรมเสียใหญ่โต วันนี้ผมถามว่า ๘๐๐ ล้านกล้าท่านผลิตกล้าไม้เหล่านี้ได้อย่างไรและท่านจะนําไปปลูก ได้อย่างไร และเมื่อกรมป่าไม้ต้องไปยุบรวมกันอีกกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภารกิจที่จะเกิดขึ้นในเรื่องนโยบายหลักของท่านจะเกิดความสําเร็จหรือไม่ครับ เพราะฉะนั้น โดยหลักสากลถ้าหากว่ายังเป็น ๒ กรมอยู่เหมือนเดิม ถ้ากรมป่าไม้ทําหน้าที่ในการดูแล เหมือนที่ผมกราบเรียนไปแล้ว โดยเฉพาะสนองตอบต่อนโยบายหลักที่ท่านได้จัดกิจกรรม อย่างใหญ่โตที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็จะมีหน้าที่ในการที่จะต้องอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ถือว่าเป็นแหล่งที่สําคัญที่สุด และอนุรักษ์สัตว์ป่า พันธุ์ไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเอาไว้ ผมคิดว่าจะเป็นการส่งสัญญาณ ไปสู่อนาคตที่ถูกต้องและทําให้มีการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน วันนี้ท่านพากลับไปและเขียน กฎหมายเพียงสั้น ๆ เพื่อยุบรวม กรม กอง สํานักที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แน่นอนที่สุดครับ ท่านประธาน ความจริงแนวความคิดใหม่นั้นผมคิดว่าการรักษาป่าเป็นเรื่องที่จะต้องมา มุ่งเน้นในเรื่องที่เขาเรียกว่าเป็นฟังก์ชัน เอกซโพลด (Function explode) คือในเรื่อง การที่จะต้องสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับหน่วยงานที่เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งหมดของกระทรวง ของท่านคือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเอากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นหัวรถจักรหลักในการที่จะสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคเอกชน เหมือนรัฐบาลในอดีตก็เคยเชิญชวนพี่น้องประชาชนปลูกป่า ถ้าท่านจําได้ ในสมัยท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมัยท่านชวน หลีกภัย นับว่าเป็นการปลูกผืนป่าที่เป็นประวัติศาสตร์และมีผลงานมาถึง ยุคปัจจุบันนี้ อันนี้ก็คือหมายถึงว่าเอาด้านที่เป็นหน้าที่เป็นหลัก แต่ถ้าเมื่อไรท่านเอาเรื่อง อํานาจทางกฎหมายเป็นหลักเข้าไปจัดการและยิ่งมีความรุนแรงถึงขั้นที่จะต้องแบ่งเขต เอาเจ้าหน้าที่ติดอาวุธขึ้นมาเหมือนเพื่อนสมาชิกในสภานี้อภิปรายไม่มีทางที่จะ ประสบความสําเร็จเลยครับ และไม่ตอบโจทย์ของกระทรวงของท่านที่ท่านได้เคย แสดงวิสัยทัศน์และพันธกิจเอาไว้ในตอนที่ของบประมาณและในตอนที่ท่านได้แถลงนโยบาย

ประการสุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าวันนี้ ท่านได้เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ผมเพียงแต่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการครับว่า เราจะทําอย่างไรครับการที่ถ้าหากว่าจะได้มีการเห็นชอบในหลักการไปแล้ว ผมเพียงแต่ อยากจะฝากเพิ่มเติมว่าผมอยากเห็นไม่เพียงแต่เป็นการยุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเท่านั้น แต่น่าจะมีตัวบทกฎหมายที่จะต้องให้อํานาจกรมป่าไม้ในภายใต้ บริบทใหม่ที่ท่านไปรวมกัน มาดูแลพื้นที่ป่าทั้งหมดให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้วให้มา มุ่งเน้นในเรื่องของหน้าที่ที่เป็นกระบวนการที่จะส่งเสริมการปลูกป่าแยกออกมาชัดเจน ป่าเศรษฐกิจ ป่าอนุรักษ์ ป่าอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจะต้องมีการระดมทรัพยากร หรืองบประมาณเข้าไปเพื่อที่จะให้เห็นว่ากระบวนการที่ท่านยุบรวมแล้วไม่เพียงแต่เป็น การยุบรวมในส่วนราชการเท่านั้น แต่นําไปสู่การตอบโจทย์สุดท้ายคือการรักษาทรัพยากร ป่าไม้และสัตว์ป่าของเราไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลังต่อไป ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านปวีณ แซ่จึง ครับ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ กระผมเห็นด้วย ในหลักการที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในการที่จะโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปเป็นของกรมป่าไม้ หลักการและเหตุผล ผมเห็นด้วย เหตุผลจากสภาพปัจจุบันปัญหาเรามองดูการบริหารราชการของกรมทั้งสองนี้สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาให้ลุล่วงตามเป้าประสงค์หรือวัตถุประสงค์ที่มีการแยกกรมนี้ออกจากกันหรือไม่ หลังจากที่มีการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาและอุปสรรค มีมากมาย การบริหารราชการ และการที่ประชาชนผู้ที่จะได้รับการบริการ ผลประโยชน์ ที่ประชาชนจะพึงได้รับจากการจัดแบ่งกระทรวง ทบวง กรมในอดีตที่ผ่านมา กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้แบ่งคนออกจากกรมป่าไม้ไปปฏิบัติภารกิจ พื้นที่ของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นพื้นที่พิเศษ กรมป่าไม้ก็เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนเป็นการดูแลของกรมป่าไม้ ป่าทั่วไปเป็นการดูแลของกรมป่าไม้ เขตอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้นเป็นเรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การบริหาร การดูแล และการเข้าไปแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เราต้องยอมรับว่าขณะนี้ ทรัพยากรธรรมชาติในเรื่องของป่าไม้ทั้งประเทศเหลือไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่า จะยืนยันว่ามี ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วไม่ถึง ก็เพราะว่าการแก้ไขปัญหานั้น เราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของเราได้ เดิมในอดีตนั้นกรมป่าไม้ มีป่าไม้อําเภอดูแลป่าไม้ในอําเภอ ตําบล มีป่าไม้จังหวัดดูแลป่าไม้ในเขตจังหวัด มีป่าไม้เขต ดูแลป่าไม้ในพื้นที่ของเขตที่ครอบคลุมจังหวัด ในขณะเดียวกันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้นก็ดูแลพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อได้แบ่งออกไปสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วมีอะไรเกิดขึ้น จะต้องโอนคนที่เป็น เจ้าหน้าที่ป่าไม้อําเภอ จังหวัด เข้าไปปฏิบัติภารกิจหน้าที่ที่จะไปดูแลในเรื่องของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชซึ่งเป็นการแบ่งคนออกไป การบริหารราชการนั้นกําลังคน ไม่เพียงพอ ในขณะที่พื้นที่เดียวกันที่เราถือว่าเป็นพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาตินั้นเดิมป่าไม้ สามารถที่จะเข้าไปให้ความร่วมมือในการดูแลได้ หลังจากแบ่งกรมแล้วก็เป็นเรื่องของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแลเรื่องอุทยานต่างหาก กรมป่าไม้ดูแลในเรื่อง ของป่าไม้ คนละหน้าที่ แต่ในขณะเดียวกันที่เกิดปัญหาในเรื่องของทรัพยากรป่าไม้ หรือเขตพื้นที่ป่า กรมป่าไม้ก็จะดูแลเฉพาะเขตป่าอนุรักษ์ เขตป่าสงวนแห่งชาติ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็จะดูแลอีกในเรื่องหนึ่ง การประสานงานระหว่างข้าราชการ ข้ามกรมนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ในเรื่องเดียวกันเรื่องนิดเดียวนี่ กว่าจะประสานงานกันได้ไม่จบง่าย ๆ ผมขอยกตัวอย่างเลยครับ เอาเรื่องของกรมที่ดิน กรมที่ดินเขาก็ไปเกี่ยวข้องกับป่าไม้เช่นกัน สทก. ส.ป.ก. ส.ค. ๑ น.ส. ๓ โฉนดที่ดินนี่ เกี่ยวข้องกันหมด ในขณะที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศเขต ครอบอําเภอทั้งอําเภอทั้ง ๆ ที่บางเขตพื้นที่ไม่ใช่ป่าที่จะไปประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน ก็ประกาศครอบลงไป เวลาจะออกโฉนดที่ดินแสนจะยุ่งยาก ประชาชนลําบากต้องให้ ส.ป.ก. ลงไปดู เมื่อไรจะนัดลงไปดูก็ไม่รู้ แล้วบางแห่งต้องให้กรมป่าไม้ลงไปดู ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป่าไม้อําเภอก็ไม่มี เพราะฉะนั้นให้คืนกลับสภาพเดิมนั่นดีที่สุดแล้วรวมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด กลับมาปฏิบัติภารกิจ กําหนดภารกิจ เป้าหมาย แต่ละสํานักให้ชัดเจน แบ่งคนที่มีน้อยอยู่แล้ว ให้เพียงพอต่องาน สภาพเดิม ๆ นั้นยังจะแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมบอกว่าจากสภาพปัจจุบันปัญหานั้นมันมีอยู่ที่เรื่องการบริหารราชการ ส่วนปัญหา ที่ท่านผู้มีเกียรติ ท่านสมาชิกที่อภิปรายในเรื่องของปัญหาแต่ละพื้นที่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เราจะต้องพูดถึงในโอกาสต่อไป ในขณะนี้ก็คือผมเห็นด้วยในหลักการและเหตุผลยุบรวม กรมเหล่านี้เพื่อที่ให้กรมใหญ่ขึ้น มีคนปฏิบัติภารกิจในหน้าที่เดียวกันนั้นอาศัยคนคนเดียวทําได้ ไม่อย่างนั้นแล้วทรัพยากรป่าไม้ ของกรมป่าไม้ดูแลในพื้นที่เดียวกันเป็นเรื่องของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแลอีกเรื่องหนึ่ง เราไม่ต้องพูดอื่นไกลครับ การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เขาพระวิหาร ผมถามดูว่าหลังจากประกาศไปแล้วพื้นที่อยู่ตรงไหน พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร อยู่ไหม ว่ามีใครชี้ได้ กรมป่าไม้ก็ไม่กล้าตอบ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเอง ก็ไม่กล้าตอบ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมคิดว่ายุบรวมดีที่สุด เห็นด้วย เอาคนที่น้อยอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ประชาชนไปติดต่อที่จะตัดไม้เพื่อก่อสร้างบ้าน ใช้สอย ติดต่อป่าไม้อําเภอต้องไปติดต่อ ที่จังหวัด ไม่มีแล้วความสะดวกจะมีที่ไหน แล้วป่าที่มันเลี่ยนมันเตียนตอนนี้เกิดเพราะอะไร ไม่มีป่าไม้อําเภอแล้วใครจะดูแล ผมเห็นด้วยนะครับที่จะกลับมา แล้วยังจะเห็นด้วยถ้าหากว่า จะลามไปถึงสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถ้าจะยุบรวมเข้ามาอีกก็ดีเหมือนกัน จะได้รวมแล้วจะเกิดความสะดวก จะได้รู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อะไรกันแน่ ความสะดวกของประชาชนต้องถือเป็นหลักการที่จะต้องมี ไม่ใช่ความสะดวกของข้าราชการ หลักการมันพูดได้ การปฏิบัติภารกิจ การบริหารราชการนั้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล เราไม่ต้อง พูดถึงว่าเขาพูดถึงนักการเมืองไปบุกรุก โดยสภาพข้อเท็จจริงแล้วใครบุกรุกเรารู้กันอยู่แล้ว การจะระบุชื่อใครไม่ได้หรอกครับ ประชาชนก็บุกรุก ใครก็บุกรุกหลายคน แต่สภาพ ของการบุกรุกนั้นเขาบุกรุกไป เจ้าหน้าที่เราทําไมไม่ดูแลในขณะที่มีการบุกรุก ปล่อยให้ มีการบุกรุกแล้วก็มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินในขณะที่ไม่ได้รับอนุญาตมันเป็นเรื่องใหญ่ ท่านประธานที่เคารพ ด้วยเวลาที่จํากัด เห็นว่าเราต้องการที่จะให้มีสมาชิกได้อภิปราย หลายท่าน ผมเห็นด้วยในหลักการที่จะรวม ๒ กรมนี้เข้าเป็นกรมเดียวกันคือเป็นกรมป่าไม้ ด้วยเหตุผลก็คือปัญหาการปฏิบัติราชการนั้นไม่ได้ประสบความสําเร็จและไม่ได้สัมฤทธิผล และไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราให้ ๒ กรมนี้แยกกัน จึงขอสรุปว่าเห็นด้วยในหลักการ และเหตุผลครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นท่านธนิตพล เดี๋ยวผมจะลําดับ ท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูก หลังจากท่านธนิตพลแล้ว เป็นท่านวรชัย เหมะ แล้วก็ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ท่านนิยม เวชกามา ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ คุณหมอเชิดชัย ส่วนท่านสุณีย์ เหลืองวิจิตร คอยเอาฉบับอื่นแล้วกันนะครับ แล้วผมจะขอปิดการอภิปราย แล้วจะขอลงมติ เอาตามลําดับอย่างนี้นะครับ เชิญท่านธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธานครับ ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอมาต่อ สภาผู้แทนราษฎร โดยสาระสําคัญของมันก็คงขึ้นอยู่กับการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของ การยุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกับกรมป่าไม้ ผมต้องกราบเรียน กับท่านประธานด้วยความเคารพว่าในส่วนของการยุบ ผมดูจากเหตุผลที่ให้รวมไปถึง เพื่อน ส.ส. ที่อภิปรายเกี่ยวกับการสนับสนุน ผมยังมีเรื่องที่ผมสงสัยอยู่นิดเดียวครับก็คือว่า ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมจําได้ว่าเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน ประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมามีการขอแยกเอากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกจากกรมป่าไม้ใช่ไหมครับ แล้วแยกเสร็จปุ๊บ คนที่ขอแยกและมีแรงสนับสนุนก็คือ ท่านปลัดกระทรวงในสมัยนั้น ซึ่งขณะนี้ผมไม่เอ่ยชื่อท่านดีกว่า เพราะว่าจะได้ไม่ต้องพาดพิง แต่ว่าท่านปลัดกระทรวง สมัยนั้นขณะนี้เป็นรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐบาลชุดนี้ ตอนที่ขอแยกผมก็จําได้ว่าเหตุผล ในการขอแยกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชออกมาจากกรมป่าไม้ เพราะว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานรักษาพื้นที่ป่า เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เกี่ยวกับป่าไม้และอุทยานให้ดีขึ้น ผ่านมา ๑๐ ปี พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านคณะรัฐมนตรี ซึ่งในคณะรัฐมนตรีก็มีคนที่ขอแยกอยู่ด้วย เสร็จแล้ววันนี้จะมาขอยุบรวม ผมก็มานั่งอ่าน เหตุผลบอกว่าแล้วยุบรวมเหตุผลคืออะไร ในเมื่อคราวที่แล้วบอกว่าเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการ ปรากฏว่าเหตุผลเดียวกันคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทรัพยากรป่าไม้ เรื่องของการสร้างมาตรฐาน ลดความสับสน แสดงว่าเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว สับสนหรือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้อภิปรายก็เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าวันนี้คณะรัฐมนตรี ท่านคิดดีแล้วจริง ๆ หรือครับที่เสนอให้มีการรวมกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชให้มาอยู่ในส่วนเดียวกัน แล้วในคณะรัฐมนตรีคนที่ขอแยกท่านได้พูดอะไร ไว้ไหมครับว่าที่ขอแยกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ วันนี้ขอให้มีการยุบรวมแล้วมีข้อสังเกตอะไร ไหมครับ ผมไม่เห็นในรายงานที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเลย สิ่งที่สําคัญที่สุด ส่วนตัวผมมาจากประชาชนพี่น้องประชาชนเลือกกันมา ในจังหวัดตากซึ่งผมรู้จักพื้นที่ดีที่สุด รู้จักประชาชนดีที่สุด ปัญหาหลักปัญหาหนึ่งคือเรื่องของป่าไม้ เขตพื้นที่ป่ากับเขตพื้นที่ ที่ประชาชนอยู่อาศัยพี่น้องปกากะญอหรือที่พวกเรารู้จักกันในนามของพี่น้องกะเหรี่ยง พี่น้องม้ง หรือแม้แต่พี่น้องคนไทยวันนี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ทางกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชบอกว่าเป็นพื้นที่ของป่า แต่ปัญหาสําคัญก็คือว่าพี่น้องประชาชน เขายืนยันว่าเขาอยู่มาก่อนป่า เอาละครับผมไม่มานั่งเถียงกันหรอกว่าใครอยู่ก่อนใคร แต่ว่าเวลาผมแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมก็มานั่งดูรายละเอียดครับ ประชาชน มาร้องผมเกี่ยวกับการบุกรุกที่ป่าถูกป่าไม้จับ เดี๋ยวก็ถูกอุทยานจับ สิ่งที่ผมมองอย่างเดียวเลย คือเมื่อมาดูรายละเอียดแล้วผมยังไม่เห็นอะไรที่จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมยังไม่ทราบเลยว่าตกลงยุบหรือแยก แล้วจะเกิดประโยชน์อะไรกับพี่น้องประชาชน ที่จะแก้ไขปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ วันนี้สิ่งที่รัฐบาล บอกว่าจะเกิดการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างมีเอกภาพ ผมตั้งคําถามคําถามเดียว วันนี้ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ว่าท่านจะยุบหรือท่านจะแยก เวลาที่มีกรณีพิพาทระหว่างพี่น้องประชาชนกับหน่วยราชการ ๒ หน่วยนี้เวลาที่จะต้อง ขึ้นศาลทราบไหมครับว่าตกลงแล้วใครถูกใครผิด อ้างแต่ว่าระเบียบว่าอย่างนี้พื้นที่อยู่ในพื้นที่ป่า แต่พอขอดูภาพถ่ายทางอากาศบางครั้งก็ไม่ได้ดู ที่บอกว่าบางครั้งก็ไม่ได้ดูเพราะว่าผมไม่ได้ขอดูทุกครั้ง เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร ที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณได้สอบถามทั้ง ๒ กรมนี้ เกี่ยวกับเรื่องของภาพถ่ายทางอากาศ ผมขอใช้เวลานิดเดียวครับท่านประธาน ผมทราบว่า อาจจะเวลาน้อยไปหน่อย ๗ นาที แต่เรียนว่าในส่วนของภาพถ่ายทางอากาศวันนี้ก็ยังไม่ครบ การสร้างความชัดเจนตรงนี้ถ้าเกิดสมมุติบอกว่ายุบรวมกระทรวงแล้วเราจะเอาภาพถ่าย ทางอากาศมา สามารถเอาภาพถ่ายทางอากาศมาทั้งหมดทุกพื้นที่ตั้งแต่ปีที่มี พ.ร.บ. เกี่ยวกับ เรื่องของการจัดการป่าไม้ ปี ๒๕๔๒ ผมก็เห็นว่าเรื่องนี้ผมเห็นด้วย แต่วันนี้เป็นเพียงแค่ การกล่าวเอื้อนลอย ๆ เท่านั้นเองครับ บอกว่าจะมีการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ อย่างเป็นเอกภาพ แต่ในขณะเดียวกันผมได้ยินเสียงท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งท่านอภิปรายบอกว่า พื้นที่บางพื้นที่เวลาทับซ้อนกันบางครั้งประชาชนได้ประโยชน์กว่า จนกว่าเราจะเห็น ภาพถ่ายทางอากาศที่ชัดเจนและจัดการแบ่งเขตระหว่างป่าไม้ ที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย ของพี่น้องประชาชนได้อย่างชัดเจน ผมก็อยากถามเหมือนกันครับท่านรัฐมนตรีท่านอยู่ตรงนี้ สมมุติว่ามีการรวมเอาทั้ง ๒ กรมนี้เข้าด้วยกันความชัดเจนในเรื่องของป่าไม้ ที่ดินทํากิน ของพี่น้องเกษตรกร ที่ดินอยู่อาศัยชัดเจนมากขึ้นไหมครับ ถ้าแยกเหมือนเมื่อ ๑๐ ปีก่อน กับวันนี้ท่านยืนยันได้ไหมครับ เพราะว่าหลังจากนี้ถ้าเกิดสมมุติว่าพวกผมเสียงข้างน้อย โหวตไปแล้วแพ้ วันหน้าผมจะได้เอาคํากล่าวของท่านกลับมาพูดในสภาอีกครั้งหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งครับที่สําคัญก็คือว่าหากเรามองภาพรวมของการยุบรวม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ผมคิดว่าไม่ได้มีแค่นี้ ไม่ได้มีแค่กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพราะวันนี้ถ้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี มองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เคยมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องของที่ดินทํากิน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็น คณะใหญ่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรารู้ดีว่าผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักนั้น ก็คือเรื่องของที่ดินทํากิน เวลามีปัญหาเรื่องที่ดินทํากินเราไม่ได้พูดแค่พื้นที่ของป่าไม้ครับ มีพื้นที่ของ ส.ป.ก. อีกละครับ พื้นที่ดินต่าง ๆ นี่ถ้ายุบรวมจัดการไปเลยครับทั้งหมดเลย กรมใหญ่ ๆ จัดการเรื่องที่ดินทั้งป่าไม้ ทั้งที่ดินเพื่อการเกษตร ทั้งกรมพัฒนาที่ดิน รวมไปถึง ที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ดูแลอยู่จัดการไปเลยครับ รวมเรื่องของที่ดินไปที่เดียวกันเลยครับ ถ้าอย่างนี้ประชาชนได้ประโยชน์ตามที่ท่านเขียนไว้เลยครับ บอกว่าประชาชนสามารถติดต่อ กับเจ้าหน้าที่ได้สะดวก เพราะว่าผมเรียนท่านรัฐมนตรีตรง ๆ นะครับ ป่าไม้กับประชาชนนี่ ประชาชนไม่มีใครอยากไปติดต่อป่าไม้หรอกครับ เพราะว่าไปติดต่อจะมีเฉพาะที่ชาวบ้าน ถูกจับไปขอร้องว่าอย่าจับเขาเลย ขอให้ได้ทํากินตรงนี้บ้างเพราะไม่มีที่ดินทํากิน ความชัดเจน ในการออกโฉนดชุมชนก็ไม่มี เรื่องของป่าชุมชนก็ไม่ชัดเจน เมื่อไรจะเข้าสภาก็ยังไม่ทราบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับที่เป็นปัญหาที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าสามารถยุบรวมแล้วแก้ได้ รวมมันให้เป็นเรื่องของกรมที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดินทั้งหมดไปเลยครับ เวลามีปัญหา จะได้ไม่ต้องเอาหนังสือไปให้อธิบดีกรมป่าไม้ เสร็จปุ๊บวิ่งไปที่ ส.ป.ก. เสร็จปุ๊บไปที่ สทก. เกษตร ถ้าเป็นอย่างนี้ประชาชนก็เหนื่อยเหมือนเดิม

ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ รวมไปถึงเรื่องที่อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีไว้เป็นข้อสังเกตข้อสุดท้ายก็คือเรื่องของการทุจริต ผมเรียนท่านรัฐมนตรี ตรง ๆ ครับ ผมรู้จักกับเจ้าหน้าที่ทั้งป่าไม้และอุทยาน สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันได้ก็คือผมเคยพบกับ คนดี ๆ ที่ไม่ทุจริตและเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน ทั้งในระดับสูงและในระดับ ที่เป็นฝ่ายปฏิบัติการ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่าคนดี ๆ เหล่านี้บางครั้งอยู่ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าในพื้นที่ป่าที่พวกเราเห็นกันบ่อยก็คือคนที่ถูกจับบ่อยที่สุดคือประชาชนที่ไม่มีสตางค์ ไม่มีอํานาจ ไม่มีบารมี ถ้าท่านรัฐมนตรีท่านอยากจะให้พวกผมรวมไปถึงพี่น้องประชาชน ได้สรรเสริญท่าน ผมสนับสนุนเต็มที่เลย นโยบายส่วนตัวท่านปราบปรามพวกข้าราชการ ไม่ใช่เฉพาะกรมป่าไม้ กระทรวง ทบวง กรมอื่นที่มีอํานาจอยู่ในจังหวัดนั้น ๆ นักการเมือง รวมไปถึงผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ ที่เที่ยวเอาเงินไปให้พี่น้องประชาชนที่เขาไม่ค่อยมีสตางค์ ไปกู้เงิน กู้เสร็จแล้วพอถึงเวลาไปยึดที่ดินเขาทั้ง ๆ ที่มีใบก็ไม่มีหรอกครับ ถึงเวลาก็เอาไป ลงทุนทําไร่ ทําสวน เป็นหลายร้อยไร่ แต่ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนมีพื้นที่ ๑๐ ไร่ ๕ ไร่ ถูกจับ คนพวกนี้ไม่เคยถูกจับ และถ้าท่านรัฐมนตรีอยากให้พวกผมสรรเสริญจริง ๆ อย่างเร็ว ๆ นี้ไปตรวจที่ดินจังหวัดภูเก็ต พวกผมก็สงสัย พอเจอตอเข้าหน่อยมีการย้ายคนนั้น ย้ายคนนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีเข้ามาดูมากกว่าที่จะมา นั่งอภิปรายกันเกี่ยวกับเรื่องของการยุบหรือการแยกกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วผมยืนยัน ผมงง ๆ อยู่ว่าคณะรัฐมนตรีก็เป็นคณะชุดเดียวกัน ใกล้ ๆ กัน อย่างน้อยก็มีแนวคิดอุดมการณ์คล้าย ๆ กัน ผมเรียนว่าเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ท่านขอให้แยกแล้วบอกว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ วันนี้มาขอให้ยุบแล้วบอกว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านกําลังจะทําประโยชน์ที่จะเกิดกับประชาชนมันน้อยครับ ขอความกรุณาท่านหันไปดูเรื่องการแก้ทุจริตการบุกรุกที่ดินของป่าดีกว่า จะรักษาป่า ได้มากกว่าครับ กราบขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธาน ผมเห็นด้วยครับกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในการรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกับกรมป่าไม้เข้าด้วยกัน เพราะว่า การร่วมกันทํางานแล้วก็เป็นหนึ่งเดียวนั้นทําให้สามารถดูแลครบวงจรได้ดีกว่าแยกกัน ทํางานครับท่านประธาน บนโลกมนุษย์ใบนี้นั้นมันต้องมีความสมดุลครับ เช่น โลกมนุษย์ มีป่าไม้ แล้วก็มนุษย์ทําลายป่าไม้เกิดอะไรตามมาครับ ความสมดุลของธรรมชาติ เปลี่ยนแปลงไป ฤดูเปลี่ยนแปลงไป น้ําท่วม น้ําแล้งเกิดจากการทําลายป่าไม้ เพราะฉะนั้น สําคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน ถ้ามีการทําลายป่าไม้มากสิ่งที่ตามมาก็คือความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชน ฝนไม่ตก เกิดน้ําท่วม ชาวบ้านเดือดร้อนทั่วกันไปหมดครับ แต่ว่าท่านประธานท่านทราบไหมครับว่าการทําลายป่า การบุกรุกป่าของประเทศไทยในวันนี้ไม่ได้เกิดจากคนยากคนจนหรอกครับ คนยากคนจน มีพื้นที่ทํามาหากินแค่ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่แค่นั้นเองครับท่านประธาน แต่ว่าการทําลายป่าไม้ ที่หนักที่สุดก็คือนักการเมืองแล้วก็นายทุนครับท่านประธาน เราจะเห็นว่านักการเมืองบางคน ใช้วิธีลับ ลวง พราง ปิดบังซ่อนเร้นในการที่จะฮุบป่าสงวนแห่งชาติครับ โดยการให้ลูกน้อง ไปถางป่าเพื่อที่จะล้มป่าที่สมบูรณ์ครับ ผลที่สุดป่าที่ถูกโค่นก็ถูกนายทุนเอาไปขาย มีนักการเมืองอยู่ข้างหลังครับท่านประธาน หลังจากเอาป่าไม้ ต้นไม้ออกหมดแล้ว ก็ให้มีการปลูกปาล์มครับท่านประธาน ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ขายไม้แล้วก็ปลูกปาล์มน้ํามัน ปลูกยางพาราครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ปักษ์ใต้ครับ เราจะเห็นชัดว่าหลังจากปลูกปาล์ม ปลูกต้นไม้เสร็จ ท่านประธานทราบไหมครับอะไรเกิดขึ้นตามมา เอาไปออกเป็นโฉนดครับ ไปออกโฉนดที่เป็นหมื่น ๆ ไร่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศไทยในวันนี้ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ทําสวนปาล์มออกโฉนดครับ หลังจากนั้นอะไรเกิดขึ้นครับ หลังจากออกโฉนดเสร็จ พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นแหละเป็นลูกน้องนักการเมืองไปเอาเข้าธนาคารไปกู้แบงก์ครับ ไปกู้แบงก์ เอาป่าสงวนที่ปลูกปาล์มน้ํามันแล้ว เอาป่า เอาต้นไม้ออกไปแล้วไปกู้แบงก์ ผลที่สุดไม่ได้ใช้เงินคืนแบงก์ครับ ไม่ได้ผ่อนทั้งต้น ทั้งดอก ไม่ยอมเสียดอกเบี้ยให้แบงก์ครับ ผลที่สุดพื้นที่ป่าเหล่านั้นที่ออกโฉนดโดยมิชอบก็มีการยึดโดยธนาคาร ผลที่สุดมีการฟ้องร้อง เรื่องไปถึงศาลครับ มีการทําอย่างนี้ครับท่านประธาน นี่คือประเทศไทย ผลที่สุด หลังจากที่ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ พิทักษ์ที่ดินแต่ละผืนแต่ละแปลง หลังจากแบงก์ฟ้อง แล้วก็มีนักการเมืองไปกว้านซื้อที่เหล่านั้นเป็นหมื่น ๆ ไร่ นี่คือความเสียหายของป่า หลายหมื่นไร่ที่มาจากน้ํามือของนักการเมืองครับ เพราะฉะนั้นการจับกุมชาวบ้าน เล็ก ๆ น้อย ๆ ถือว่าไม่มีความยุติธรรมเลย ต้องจับนักการเมืองที่เป็นต้นเหตุ ของการทําลายป่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้วครับ ไม่ใช่ป่าหมดเพราะการแยก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกับกรมป่าไม้ออกจากกันของรัฐบาลท่านทักษิณ ในวันนั้น มาจากการฉ้อฉลของนักการเมือง เราจะเห็นว่าในยุค ๕ ปีที่ผ่านมาท่านประธาน ท่านทราบไหมครับว่าป่าหมดมากที่สุด ป่าถูกทําลายมากที่สุด ไม่ใช่ป่าถูกทําลายในยุค ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์และยุคของท่านทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นยุคของรัฐบาลอื่นครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ แม้แต่พื้นที่เขาสูง ๆ แล้วก็พื้นที่งอกออกมาได้อย่างไร จาก ๑๕ ไร่ เป็น ๔๕ ไร่ครับ พื้นที่ป่าเขาอย่างนั้นยังถูกรุกเลยครับ และพื้นที่บางที่เป็นป่าสมบูรณ์ แบบเป็นที่ ส.ป.ก. ที่ ส.ป.ก. เป็นที่ทํากินเพื่อคนยากคนจนแต่คนรวยได้รับครับ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นขอให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยดูแลพฤติกรรมของนักการเมืองที่ฉ้อฉลประเทศ คนที่โกงนั้น ทุจริตนั้น ไม่ใช่ประชาชน เป็นนักการเมืองทั้งนั้นแหละครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์รุกป่า ทําลายป่า ป่าของประเทศต้องหมดไปด้วยน้ํามือของนักการเมือง เราจะเห็นครับว่า เมื่อไม่นานมานี้มีการจับกุมพ่อค้าแม่ค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ขายของตีนดอยสุเทพ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งไม่ใช่เป็นการบุกรุกป่าเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ว่าเป็นการกระทําที่เกินกว่าเหตุหรือเปล่า เอาเจ้าหน้าที่อุทยานไปจับ แจ้งความจับหาว่า บุกรุกพื้นที่อุทยานโดยการไปนั่งขายของ วันหนึ่งรายได้แค่ ๒๐๐-๓๐๐ บาท เพื่อเลี้ยงลูก เลี้ยงเมีย เลี้ยงครอบครัว ซึ่งดอยสุเทพนั้นไม่มีป่าเลยที่ทางขึ้นไปดอยสุเทพ วันนี้ไม่มีครับ แต่ว่าถูกจับครับท่านประธาน นี่คือสถานการณ์ที่คนจนถูกข่มเหงรังแก เพราะฉะนั้นป่าบางจุดที่เป็นป่าหมดสภาพแล้วแล้วพี่น้องประชาชนไปปลูกพืชยืนต้นมา ๑๐ ปี พี่น้องประชาชนอยู่ ๓๐ ปียังไม่มีเอกสารสิทธิเลยครับท่านประธาน ผมไม่ทราบว่า เพราะอะไร แต่พื้นที่บนเขาชันชัด ๆ แล้วมาออกโฉนดได้อย่างไร แล้วเพิ่งออกมาไม่นาน แต่พื้นที่ที่พี่น้องประชาชนอาศัยเป็นที่ทํากินยังไม่สามารถออกโฉนดมีบ้านเลขที่ได้เลย พื้นที่ที่ปักษ์ใต้ท่านประธานทราบไหมครับว่าสวนปาล์ม ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ไร่ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันนี้ซึ่งสัญญาเช่าป่ามันหมดไปแล้วยังไม่คืนให้รัฐบาล ขอให้ท่านรัฐมนตรีตามป่าที่หมดอายุ หมดสัญญาแล้วเอาคืนมาเป็นสมบัติของชาติครับ แล้วที่ไม่ยอมคืนป่าสงวนที่ปลูกป่าซึ่งหมดสัญญาแล้ววันนี้พี่น้องประชาชนทวงครับ เมื่อไม่กี่เดือนประชาชนเข้าไปเพื่อที่จะจับจองขอบ้างไม่ได้ โดนจับครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นสําหรับคนยากคนจนครับ มันไม่มีความยุติธรรมเลย คนจนไม่มีโอกาสเลย คนจนไปขอที่ทํามาหากินเล็ก ๆ น้อย ๆ โดนจับ แต่คนรวยเช่าที่หลายหมื่นไร่ แล้วหมดสัญญาก็ถือว่าเป็นการบุกรุกใช่ไหมท่านประธาน เพราะฉะนั้นการทุจริต เกิดจากนักการเมือง นายทุน คนร่ํารวย ไม่ใช่เกิดจากประชาชนคนจนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ในการที่จะโอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปขึ้นอยู่กับกรมป่าไม้ กระผม ใคร่ขออภิปรายว่ากรมนี้ กระทรวงนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันที่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องภายในประเทศดังที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว แต่กรมนี้ กระทรวงนี้ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งกระผมจะขออนุญาต กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีดังนี้ครับ เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน กระผม ได้รับมอบจากรัฐสภาให้เป็นผู้แทนรัฐสภาไทยไปประชุมรัฐสภาอาเซียนหรือว่าไอปา (AIPA) ครั้งหลังสุดเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ผมเดินทางไปประชุมไอปาที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งการประชุมในคราวที่แล้วก็มีหลายเรื่อง ในบรรดาหลาย ๆ เรื่อง ก็มีเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงของท่านรัฐมนตรี เกี่ยวกับกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คือสมาคมอาเซียนเขามีอนุสัญญาว่าด้วย การคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่หายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และอาเซียน ๑๐ ประเทศของเรา ก็ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่า พันธุ์พืช ที่หายากกับนานาประเทศ กับทางกลุ่มประเทศในยุโรป ทางประเทศในทวีปอเมริกาแล้วก็ทั่วโลก ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กลุ่มประเทศอาเซียนเป็นประเทศที่อยู่ในเขตโซนร้อน สัตว์ป่าและพืชที่อยู่ ในย่านนี้เป็นค่านิยมของคนอาเซียน ๑๐ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในเอเชียที่เห็นว่า สัตว์ป่านั้นเป็นอาหาร เป็นยาบํารุงกําลัง พืชพันธุ์ สัตว์ป่า หลายชนิดเป็นอาหารแล้วก็เป็น ยารักษาโรค เพราะฉะนั้นอาเซียนจึงเป็นถิ่นที่ฉาวโฉ่ไปทั่วโลกที่มีนักค้าพันธุ์สัตว์ป่า เอาสัตว์ป่า ไปทํายา เอาพันธุ์พืชไปทํายา ไปทําอาหาร จนพืชและสัตว์ป่าเหล่านี้จะสูญพันธุ์ เพราะฉะนั้น โลกก็ให้ความสนใจที่จะคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในคราวที่กระผมเป็นผู้แทน ของรัฐสภาไปประชุมที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียคราวที่แล้ว ต่างประเทศ จึงได้เอาประเทศไทยเป็นกรณีตัวอย่าง ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งสิ้น ตลาดนัดจตุจักร การค้า การทรมานสัตว์ป่า การจับสัตว์ไปเป็นอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ ไม่ค่อยจะงดงามสําหรับประเทศไทยนักในสายตาของต่างประเทศที่มองประเทศไทย ในเรื่องการควบคุมสัตว์ป่าแล้วก็พันธุ์พืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะว่าเขาเอาประเทศไทย เป็นกรณีตัวอย่าง กระผมได้ถือโอกาสชี้แจงกับสมาคมอาเซียนแล้วก็ต่างประเทศที่มาประชุม ว่ากระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กําลังจะจัดประชุมว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่าแล้วก็พันธุ์พืชที่หายากภายในปีนี้อย่างแน่นอน ข้อมูลที่ผมได้ก็ได้มาจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งผมก็ได้บอกกับที่ประชุมไปว่า ปีนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะจัดประชุมเรื่องนี้ แล้วก็เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีกระผมได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากประเทศอินโดนีเซีย ส.ส. ท่านหนึ่ง เขาถามว่า พันเอก วินัยเขาทราบว่าตอนนี้รัฐสภาเราเคยมีกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่หายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์ มันเคยเข้าสภา ตอนนี้กฎหมายฉบับนั้นไปถึงไหน กระผมก็ได้ตอบไปทางโทรศัพท์ทางไกลว่ากฎหมายฉบับนี้ เคยเสนอเข้าสภาเมื่อสมัยรัฐบาลที่แล้ว กระผมได้ถามกับท่าน ส.ส. ที่เป็นผู้เสนอ กฎหมายฉบับนี้คือท่าน ส.ส. นริศ ขํานุรักษ์ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านยืนยันว่า ท่านเป็นผู้เสนอกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าแล้วก็พันธุ์พืชที่หายากเมื่อรัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลใหม่รัฐบาลนี้ยังไม่ได้เอากฎหมายฉบับนี้มาสานต่อ กระผมก็ได้ตอบไป ทางประเทศอินโดนีเซียว่ากระผมจะพยายามอย่างยิ่งที่จะกราบเรียนไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แล้วก็พยายามที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ไม่ตกไป พยายาม ที่จะขอความเร่งด่วนกฎหมายฉบับนี้ให้หยิบขึ้นมาพิจารณาซ้ําใหม่อีกทีหนึ่ง เพราะว่าเป็นความสนใจของโลกทั้งโลก ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่า สิ่งที่กระผมอภิปรายวันนี้ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีครับ ขอได้โปรดกรุณา หยิบยกกฎหมายเรื่องนี้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่หายาก ที่ใกล้จะสูญพันธุ์หยิบยกขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง นํามาให้สภาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ผมมั่นใจว่า น่าจะเกิดผลดีกับประเทศไทยในสายตาของโลกทั้งโลก กระผมอภิปรายเรื่องนี้ ผมกราบเรียนว่าเมื่ออภิปรายเสร็จผมได้ขอวีซีดี (VCD) จากเจ้าหน้าที่ เมื่อได้เสร็จ ก็ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพราะว่ากลางเดือนหน้ากระผมต้องเดินทางไปประชุมไอปา ในนามของรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง แล้วผมจะต้องนําเทป (Tape) ที่ผมอภิปรายไว้นี้ไปยืนยันว่ารัฐบาลไทย ประเทศไทย ยังไม่ลืมกฎหมายดี ๆ อย่างนี้ เรายังจะเดินหน้าต่อไปเรื่องการคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่หายาก กระผมก็ขอกราบเรียนว่าขอท่านรัฐมนตรีได้กรุณาเอากฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่งด้วยครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูง กระผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อันนี้ผมก็ขอสนับสนุนท่านรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินี้มา เห็นด้วยนะครับ คือการปรับปรุงกฎหมายก็แล้วแต่สถานการณ์ ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้ เมื่อบ้านเมืองมันไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ก็ต้องแก้ไขปรับปรุง ไปตามความเปลี่ยนแปลงนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับ ผมอยากร่วมเสนอแนะ และตั้งข้อสังเกตในบางเรื่องนะครับ โดยเฉพาะปัญหาพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่อง ที่อยู่อาศัยที่กระทบกับเรื่องป่า ซึ่งเราทุกคนก็ทราบกันอยู่แล้วในเหตุการณ์อย่างที่ อําเภอวังน้ําเขียวก็ตามหรืออยู่ที่อื่นก็ตามนะครับ เห็นพี่น้องประชาชนน้ําตาไหลออกมา แล้วก็เขาเหมือนกับไม่มีใครดูแลช่วยเหลือ ซึ่งทางพวกเราเป็นผู้แทนราษฎรผมก็รู้สึกหดหู่ใจ ในการที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ในฐานะที่เราเป็นรัฐบาล ผมก็อยากให้ ทางรัฐบาลได้ปรับปรุงแก้ไขวิธีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหรือแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ผมมองไปว่าแม้แต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแต่ก่อนมันก็คงเป็นดงเป็นป่าอยู่นะครับ แต่เดี๋ยวนี้ ก็อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ แล้วทําไมทําได้ อันนี้ผมเห็นการแก้ไขปัญหาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแล้วผมก็ไม่สบายใจในฐานะที่เราบริหารบ้านเมือง ทําอย่างไรประชาชน จะได้รับความสุข เราจะแก้ปัญหาอย่างไร การบริหารคือการมาแก้ปัญหาไม่ใช่สร้างปัญหา อันนี้ผมมองอย่างนี้ ผมก็ให้กําลังใจท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้น ซึ่งประชาชนให้ความไว้วางใจโดยเฉพาะพรรคเราได้รับความร่วมมือจากประชาชน ให้มาเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ว่าวิธีการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกหนักเกินไป เหมือนกับว่าท่องหนังสือมาทํางานมันก็เลยไม่ได้ใช้ศิลปะอะไร อย่างฟังหลายท่านพูดมา ก็ไม่สบายใจในการตอบคําถามของเจ้าหน้าที่ที่ว่าเคร่งครัดซึ่งเมื่อดูสถานการณ์มันก็ไม่ดี เพราะว่าเราเป็นผู้มารับใช้ประชาชนเราต้องแก้ปัญหาให้ประชาชนนะครับ ไม่ว่าจะที่ดิน ที่ไหนก็ตาม ผมได้ยินเราพูดที่ดินเขาแพงของนายอะไร ของลูกชายท่านสุเทพผมว่าอย่าพูด พูดไปทั้งประเทศเลย ไม่อยากให้พูดปัญหาแห่งเดียว คือปัญหาผู้มีอิทธิพลเรื่องที่ดิน เรื่องป่านี่มันมีทั้งประเทศคือไม่อยากเอาที่ดินตรงเดียวเหมือนเท่ากับกระต่ายนอนตายหรอก อยู่ที่เขาแพง ผมว่าไม่ใช่สาระสําคัญ ผมว่ามันต้องทั้งประเทศถ้าจะจัดการ แล้วประกาศ ให้ทราบให้เขาตั้งใจให้พร้อม เตรียมพร้อมที่จะออกก่อน หรือว่าเราจะทําอย่างไรถึงจะอบรม ประชาชนที่อยู่ใกล้แนวป่าเพื่อจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาป่า คนที่อยู่ใกล้นั้นละคัดเลือกมาอบรม ให้ความคิดให้อุดมการณ์เรื่องป่า ผมว่าป่าไม้จะไม่ถูกทําลาย ถนนก็ตัดไปอย่างดีเลย ทํารั้วรอบขอบชิด อยากให้ทางผู้รับผิดชอบ งบประมาณเราปีละหลายพันล้านบาทน่าจะค่อยทําเขตกันชนให้มันเสร็จไป คือมันจะไม่มี การรุกต่อไป เจ้าหน้าที่ก็คือลูกหลานที่อยู่ที่นั่นละ เราคัดเลือกมา มาอบรมให้อุดมการณ์เขา ให้เขารักป่า เหมือนกับนักป่าไม้ทั้งหลาย วนศาสตร์ทั้งหลายที่เขาไปอบรมไปร่ําเรียนมา เขาก็รักป่า เราก็เอาระดับชาวบ้านมาเป็นลูกจ้าง ให้เขาทํากินอยู่ในป่านั่นละ หาเก็บเห็ด เก็บอะไรกินอยู่นั่นละ ทําอย่างไรจะเกิดอุดมการณ์แบบนี้ขึ้นมาป่ามันถึงจะเหลือ ปัญหามันก็จะไม่เกิดขึ้นนะครับ

เรื่องสําคัญก็เรื่องนโยบาย ผมก็อยากให้นโยบายมันชัดเจน สมมุติว่าเราจะตั้ง นโยบายอย่างไรให้มันชัดเจนออกมาว่าป่าระดับชาวบ้าน ป่าระดับชุมชน ป่าระดับนายทุน ที่จะไปปลูกป่า จัดกัน มีการให้รางวัล มีการประกวดเหมือนอย่างอื่น กิจกรรมอย่างอื่น ประกวดกันปีละหลายรอบ ลองประกวดป่ากันดูสิ ป่าระดับหมู่บ้านหมู่บ้านไหนดีที่สุด ระดับตําบล ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ แม้แต่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อย่างนี้ครับ เราไปดูงานต่างประเทศก็เห็นเขาทําอยู่ อุทยานนี่มันน่าจะชมผกา จําปา จําปี ไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเพื่อให้เห็นดอกไม้สวยงาม ไม่ใช่ไปดูแต่ต้นไม้ ถ้ามีคนไปบ่อย ๆ คนไปประจําอย่างนั้นมีที่ขึ้นให้มันสะดวกอย่างที่เราพูดมาหลายปีแล้วยังไม่ทํา โดยเฉพาะ ท่านอยู่จังหวัดเลยผมว่าถ้าทําได้ท่านจะเป็นประวัติศาสตร์เลย ทํากระเช้าขึ้นไปอย่างสวยงาม ที่คนเดินเขาไม่เดินแล้วต้นไม้มันก็จะเกิดขึ้น ให้มีเฉพาะทางขึ้น ไปดูประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่นเขาทํากัน ผมอยากให้ท่านตั้งงบประมาณสร้างอันนี้ให้เป็นอุทยานของประเทศ ปลูกต้นไม้ประดับประดาเสริมเข้าไป เมื่อคนไปมาก ๆ คนจะไปรุกป่าก็คงไม่มี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เวลาพูด ให้มองประธานครับ พูดกับประธานครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ครับผม ผมดูท่านรัฐมนตรีครับ อันนี้ละครับผมก็อยากให้ภาพอุทยานเป็นอุทยานจริง ๆ เป็นที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่อุทยานคือไม่ให้ใครขึ้นไป มันไม่ใช่ มันน่าจะมีส่วนร่วม ทั้งการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นที่ท่องเที่ยว ได้เงินตรา เก็บเงินมาแล้วมาปรับปรุงอุทยานให้เป็นที่ที่อยากมาท่องเที่ยว ผมไปประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ไปเห็นเขา ที่ดินเขาเหลืออยู่แค่ไม่ถึง ๑๐๐ ตารางวา อยู่ระหว่างถนนเขาปลูกต้นไม้หมดเลย ผมยังงงว่าประเทศญี่ปุ่นมาเที่ยวประเทศไทย ได้อย่างไร บ้านเราไม่น่าเที่ยวเลยผมว่า อยู่บ้านเขาร่มรื่นดีไปมุมไหนมีแต่ต้นไม้ ประเทศเกาหลีก็เหมือนกัน แต่ผมเห็นเขามาเที่ยวบ้านเราไม่รู้เขามาเที่ยวดูอะไรต้นไม้ก็ไม่มี อันนี้ก็อยากฝากไปยังท่านผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการนี่อยากให้ให้ความสําคัญ เรื่องนี้มาก ๆ เลยนะครับ แล้วก็อยากเสนอแนะเรื่องพันธุ์ไม้ กล้าไม้อย่างนี้ครับ ผมพูดมาหลายครั้งแต่ว่าท่านจะได้ยินหรือเปล่าไม่ทราบ ทําอย่างไรกล้าไม้พะยูงท่านจะเอา เนื้อเยื่อมาทําแล้วกระจายไปทั่วประเทศ มันแพง ไปดูว่าไม้พะยูงมันชอบกินปุ๋ยอะไร มันถึงจะโตเร็ว ศึกษา แทนที่จะรอ ๑๐๐ ปี มันอาจจะรอ ๕๐ ปีอย่างนี้ครับ หรือแทนที่ ๕๐ ปีอาจจะ ๒๐ ปีอย่างนี้ น่าจะพัฒนาพันธุ์ มะค่าโมง ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้เนื้อแข็งทั้งหลาย น่าจะได้รับการพัฒนาพันธุ์ไม้ สัตว์ป่า พันธุ์พืชก็เหมือนกัน ถ้าเราเปลี่ยนความคิดใหม่ได้ไหม ปล่อยให้คนเลี้ยง ถ้าไม่เลี้ยงมันหมดแล้ว เปลี่ยนความคิดใหม่เลยว่าถ้าไม่เลี้ยงมันไม่เหลือ เดี๋ยวนี้ไปยิงกันกินหมดแล้ว อยู่ในป่าไม่มีแล้ว ถ้าเราเปลี่ยนความคิดให้ประชาชนเลี้ยงสัตว์ป่าได้ อย่างน้อยกี่ตัว มีกฎหมายรองรับ เหมือนเสืออย่างนี้ผมเห็นหลายท่านไปเลี้ยงเป็นหลายพันตัวแล้ว ถ้าไม่เลี้ยงผมว่ามันไม่เหลือนะครับ อันนี้ผมขอฝากแนวความคิดนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านได้ยินแล้ววันนี้ที่ท่านพูด ท่านนิยม เวชกามา หลังจากท่านนิยม เวชกามา ท่านเกียรติ์อุดม ท่านสุดท้าย มีคุณหมออีกเดี๋ยวตามลําดับก่อน เชิญท่านครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน วันนี้ผมไม่ลุกขึ้นพูดไม่ได้เพราะพี่น้องประชาชนบ้านผม รอฟังอยู่ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีปรีชาที่ให้ความสําคัญเรื่องป่า เรื่องอุทยาน เป็นอย่างยิ่งที่ท่านนั่งฟังมาตลอด ท่านประธานผมเห็นด้วยในหลักการที่จะยุบรวม ๒ กรม เป็นกรมเดียวเพื่อประสิทธิภาพจริง ๆ ถ้าถามว่าแต่ก่อนก็เป็นกรมเดียวแล้วมาแยก มันคนละยุคคนละสมัย เราจะเอาข้อเท็จจริงในสมัยหนึ่งไปใส่ในสมัยหนึ่งไม่ได้หรอก ท่านประธานครับ เนื่องจากบ้านผมจังหวัดสกลนครอยู่ในป่าในหลายตําบล หลายอําเภอ ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติหลายจุด ไม่ว่าภูผายล ภูผาเหล็ก อุทยานแห่งชาติภูพาน และ มีดงที่สําคัญ ๆ คือดงกระเฌอ ดงชมพูพาน ล้วนพี่น้องบ้านผมอยู่ในเขตป่าเขตดงทั้งนั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมมีความจําเป็นต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย ว่าป่าบ้านผมถือว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ของพี่น้องชาวบ้านเลย ไม่มีอะไร เข้าป่าหาหน่อไม้ หาเห็ด หากบ เขียดได้หมดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าหาก ๒ กรม เป็นหน่วยเดียว สิ่งแรกที่ท่านรัฐมนตรีต้องคิดแล้วว่าทําอย่างไรพี่น้องเขาจะมีความสุข จากการอยู่ร่วมในป่าเดียวกัน ท่านประธานจะเห็นว่าในส่วนของป่าจริง ๆ โดยเฉพาะ ป่าดงสว่างซึ่งเป็นโครงการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ชาวบ้านอยู่กับป่าได้โดยไม่มีการทําลายป่า ก็เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดิน บางครั้งไม่ใช่ว่าพี่น้องประชาชนบุกรุกป่าอย่างเดียว ภาคราชการก็บุกรุกประชาชนเหมือนกัน แต่บ้านผมโดยเฉพาะภูผายลในเขตอําเภอเต่างอย อําเภอดงหลวง อําเภอนาแก ซึ่งเขตจังหวัดนี่ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยว่าไม้พะยูงซึ่งเป็นไม้ที่มีค่าวันนี้ในเขตภูพาน แทบไม่เหลือ ถูกจับไม่เว้นแต่ละวัน ก็ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีด้วยว่าไม้พะยูง ในเขตภูพานโดยเฉพาะภูผายลซึ่งเป็นเขตที่คลุมพื้นที่ ๓ จังหวัด ต้องกราบเรียนว่าทําอย่างไร ท่านจะสกัดเรื่องภูผายลให้มีป่าไม้พะยูง ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าประชาชนเป็นคนตัดขโมยอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ของรัฐเองไม่ว่าทหาร ตํารวจ และเจ้าหน้าที่อุทยานเองก็มีส่วนรู้เห็น เพราะฉะนั้น วันนี้ฝากท่านประธานว่าในโซน (Zone) จังหวัดสกลนครของผมไม่ว่าภูผายลซึ่งรับผิดชอบ อําเภอเต่างอย อําเภอดงหลวง ของจังหวัดมุกดาหาร ของอําเภอนาแก รวมอําเภอโคกศรีสุพรรณ เป็นเขตป่าที่กว้างใหญ่ไพศาล รวมไปถึงภูผาเหล็กจากทางอําเภอส่องดาวติดกับเขต อําเภอวังสามหมอเหล่านี้ไปถึงภูพานซึ่งอยู่โซนติดกับอําเภอสมเด็จแล้วก็อําเภอเขาวง ล้วนเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ วันนี้ก็ฝากความหวังไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าผมอยากจะเห็นว่า ทําอย่างไรไม้พะยูงเป็นไม้มีค่ามาก ๆ มันจะยังอยู่ในภูพาน ท่านประธานครับ โดยส่วนตัวผมแล้ว ยังคิดว่านักการเมืองโซนอีสานของผมไม่มีผู้ใดที่จะไปบุกรุกเอาที่สาธารณะ ที่หลวง ที่ในเขตภูพาน ไม่มี ผมยังไม่เห็นนักการเมืองไปออกโฉนดโกงภูพาน ไม่มีครับ ผมเกิดมาวันนี้ ๖๐ กว่าปี นักการเมืองหลายคนเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรีก็หลายคนในเขตจังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร ยังไม่มีผู้ใดที่ไปบุกรุกเอาเขตป่าสงวนแบบนี้ ถึงขนาดออกโฉนดโกงภูพาน เพราะฉะนั้นผมจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าถ้าหากซีกราชการยังเข้ามา ดูแลปกปักรักษา โดยอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะวันนี้เรื่องเขตที่ดิน เรื่องกรรมสิทธิ์ต้องดูแลเขา ถ้าหาก ๒ กรมยุบรวมกันแล้วตามที่หลักการที่ผมเห็น ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ฝากความหวังให้พี่น้องประชาชนว่าทําอย่างไรส่วนหนึ่งที่เขา ทํามาหากินอยู่กันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายเขาจะมีกรรมสิทธิ์ ผมจึงเรียนว่ากรมที่ดินก็มีส่วน ต้องมาร่วมมือกันระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมที่ดิน ทําอย่างไรพี่น้องประชาชนเขาจะมีที่ของตัวเองด้วย ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่คิดว่าข้าราชการต้องมีบทบาท สมัยพรรคไทยรักไทยเองได้ออกคําสั่งให้ตรวจสอบเขตที่ดิน ในเขตป่าสงวน เขตอุทยานแห่งชาติ ในยุคนั้นก็ทําเสร็จไประดับหนึ่ง แต่พอตอนหลัง มีการยกเลิกคําสั่งทั้งหมดทั้ง ๆ ที่ทําเสร็จไปแล้ว ๖๐ กว่าจังหวัด โดยให้ราชการตรวจสอบ แต่วันนี้ออกเป็นคําสั่งในยุครัฐบาลเมื่อสมัยที่ผ่านมายกเลิกทั้งหมด แล้วมาให้บริษัทเอกชน เข้ามาดําเนินการตรวจสอบเขตที่ดินเรื่องป่าสงวนและอุทยาน วันนี้ยังทําอะไรกันไม่ได้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปอยู่ที่ไหน เงินตัวนี้ไปอยู่ที่ไหน ถึงบอกท่านประธานครับว่า ไม่ใช่พี่น้องประชาชนบุกรุกอย่างเดียว ราชการมีบทบาทในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นการยุบรวม คราวนี้ก็เป็นความหวังหนึ่งของพี่น้องประชาชน เกิดมีอํานาจอยู่ในที่จุดหนึ่งแล้วทําอย่างไร พี่น้องประชาชนเขาจะมีความหวังที่จะอาศัยซีกราชการได้ แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นในราชการว่า จะทําให้พี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสันติ ฝากเป็นความหวัง ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นท่านเกียรติ์อุดมนะครับ แล้วก็มานายแพทย์เธียรชัย แล้วก็คุณหมอเชิดชัย แล้วผมก็จะขอปิดการอภิปราย ให้ท่านรัฐมนตรีตอบข้อซักถามและจะขอลงมติต่อไปนะครับ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมได้ลุกขึ้นมาอภิปราย สนับสนุนการยุบรวมของกรมในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสนับสนุน ที่จริงแล้ว การขยายหน่วยงานราชการนั้น สมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านได้มี ความคิดว่าการขยายหน่วยงานราชการเพื่อไปบริการพี่น้องประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่ดี ความเจริญผาสุกก็จะกลับมาหาพี่น้องประชาชน ในเมื่อการขยายหน่วยงานราชการ ผู้มีอํานาจที่ไปอยู่ที่กรม ที่ส่วนกลาง มีการสั่งการหลายคนนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะฉะนั้น การยุบรวม ๒ กรมนี้มาเป็นกรมเดียว ซึ่งอํานาจหน้าที่นั้นเหมือน ๆ กันครับท่านประธาน กรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อก่อนกรมป่าไม้ขึ้นอยู่กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถูกต้องแล้ว ทีนี้รัฐบาลขณะนั้นได้ขอแยกตั้งกรมทรัพยากรน้ํา ที่จริงกรมทรัพยากรน้ํานั้นน่าจะดูแลเรื่องน้ําโดยตรง ไม่ว่ากรมชลประทานนั้นควรจะมาอยู่ กรมทรัพยากรน้ํา กรมป่าไม้ควรจะไปอยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันนี้เป็นแนวความคิด ส่วนตัวผมนะครับท่านประธาน กรมชลประทานมาขึ้นอยู่กับกรมทรัพยากรน้ํานั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีของกรมชลประทานนะครับ เพราะดูแลเรื่องน้ําโดยตรง พี่น้องที่เคารพรัก ได้ประโยชน์อะไรในด้านยุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นของ กรมป่าไม้ ได้ประโยชน์มากครับท่านประธาน เพราะว่าผู้รับผิดชอบป่าไม้จะต้องเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตอนนี้อุทยานป่าไม้ไม่มีแล้วนะครับ เป็นที่เสื่อมโทรม ป่าเสื่อมโทรม ซึ่งรัฐบาลก็ควรที่จะไป ให้เอกสารสิทธิ ให้กรรมสิทธิ์พี่น้องประชาชน แถวบ้านผมนะครับท่านประธาน อําเภอวังสามหมอ อําเภอศรีธาตุ อําเภอไชยวาน อําเภอกู่แก้ว ในเขตเลือกตั้ง ขนาดที่ว่าการอําเภอนี้ยังเป็น ป่าสงวนนะครับท่านประธาน ยังไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นการที่พี่น้องประชาชน ซึ่งเข้าไปอยู่ในดินแดนติดต่อกับอําเภอส่องดาว อําเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร อําเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ในดินแดนภูพาน เข้ามาเมื่อก่อนนั้นไม่มีปัญหา พี่น้องประชาชน กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่มีปัญหากันเพราะเขารู้ว่าเขตตรงนี้เป็นเขตป่า เมื่อมามีกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเข้าไปรับผิดชอบ การที่หน่วยงานราชการนั้นจะไปขอใช้ สถานที่ จะไปขอทําตลาดบ้าง จะไปทําตรงที่ป่าเสื่อมโทรมแล้วกรมป่าไม้อนุญาตก็ไม่ได้ ต้องไปกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพราะฉะนั้นมันต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ที่ไปรับผิดชอบอนุญาตได้ เทศบาลตําบลผาสุกเมื่อก่อนเป็นที่ป่าสงวน ตอนนี้ไปขึ้นกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติว่าให้ตลาดเทศบาล เขาใช้ได้ ไปติดที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยังไม่ชัดเจนเขาก็ยังทําไม่ได้ ผมได้หารือต่อประธานสภาไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้รับการตอบในวันนี้ เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะยุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชมาเป็น กรมป่าไม้ เพราะคนสั่งการก็จะเป็นคนเดียวไม่ซ้ําซ้อนนะครับ ท่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ก็จะได้ดูแล เพราะฉะนั้นกรม ๒ กรมนี้เป็นงานซ้ําซ้อนที่ผมได้นําเรียนในเบื้องต้นนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะยุบมาเป็นกรมป่าไม้ กรมป่าไม้ คนทํางานก็อาจจะเป็นคนเดิมแต่ผู้บังคับบัญชามีคนเดียว ในเมื่อผู้บังคับบัญชามีคนเดียว การสั่งการนั้นก็จะสะดวก ถ้าเมื่อใดมีคนสั่งการหลายคนที่มีอํานาจ ผู้ปฏิบัตินั้นก็อาจจะ ปฏิบัติไม่ทั่วถึง แล้วก็การปฏิบัติเมื่อจะไปปฏิบัติ คนนี้สั่ง อีกคนหนึ่งก็มาสั่งอีกอย่างนี้นะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการยุบรวมนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การขยายเขตบริการให้ข้าราชการ ได้เข้าใกล้ชิดพี่น้องประชาชนนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นในวันนี้เหตุผลดังกล่าวที่ผม ได้นําเรียนเบื้องต้นเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับที่จะยุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปเป็นของกรมป่าไม้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้หลังจากที่ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้พูดแล้วทําให้ผมจําเป็นที่จะต้อง ลุกขึ้นแสดงเหตุและผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมได้ฟังทุกท่านพูดถึงปัญหา และพูดถึงการที่รัฐบาลได้ส่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาให้สภาพิจารณา ผมเห็นว่า เป็นกฎหมายที่เกาไม่ถูกที่คันหรือไม่เหมาะสมที่จะพิจารณานะครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ ก็ด้วยเหตุผลโดยการที่ผมคํานึงถึงหลักการของปัญหาและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับ การดูแลรักษาป่าไม้ของประเทศไทยเราซึ่งขณะนี้มีจํานวนลดลงอย่างน่าใจหาย ถ้าท่านประธานได้อ่านหลักการและเหตุผลของการที่จะโอนทรัพย์สินต่าง ๆ ก็ดี เจ้าหน้าที่ ต่าง ๆ ก็ดี ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปเป็นของกรมป่าไม้ ท่านจะเห็นว่า ธรรมชาติของ ๒ กรมนี้มันมีทับซ้อนกัน อันที่ ๑ ทับซ้อนกันในเรื่องของบุคลากร อันที่ ๒ ทับซ้อนกันในเรื่องพื้นที่ ซึ่งผลจากการทับซ้อนที่ผ่านมาทําให้ต่างฝ่ายต่างเกี่ยงกันว่าป่าไม้ ที่หายไปเป็นเพราะฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีความบกพร่อง แต่ผมกลับเห็นว่าการที่เราวางระบบนี้ขึ้นมา อาจจะเป็นระบบที่ถูกต้อง แต่คนบริหารระบบไม่สามารถที่จะวางกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกื้อหนุน กับการทํางานเพื่อทําให้เกิดประสิทธิภาพก่อเกิดประสิทธิผล ท่านประธานครับ หลักการ และเหตุผลจะเขียนชัดเลยว่าเหตุผลของการที่จะต้องยุบหรือการโอนก็เพราะว่า มันมีการซ้ําซ้อนกันในการอนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแล รักษา ส่งเสริมและทํานุบํารุง ทรัพยากรป่าไม้ที่ซ้ําซ้อนกัน ประกอบกับภารกิจดังกล่าวได้ดําเนินการในพื้นที่รับผิดชอบ บางส่วนที่ทับซ้อนกันด้วย ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา แต่สิ่งที่ประเทศไทยต้องการก็คือ พื้นที่ป่าต้องไม่หายไป เพราะฉะนั้นหลักการก็คือว่าคนกับระบบเราจะต้องพัฒนาควบคู่กันไป ในกรณีที่จะมีการโอนทรัพย์สินต่าง ๆ หรือยุบอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไป ผลประโยชน์ก็คงจะมีในเรื่องของการยุบตําแหน่งลง แต่ผลที่จะตามมา อย่างน้อยที่เห็นชัดก็คือว่าค่าป้ายต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนหมดอีกแล้ว รวมทั้งสิ่งที่จะตามมาก็คือ ในเรื่องของการที่จะควบคุมดูแลป่าไม้ของเราให้ดีขึ้น เมื่อผมไปอ่านดูพระราชบัญญัติ ของอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งประกาศไปเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๐๔ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประกาศไป เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายนครับ หลักการจริง ๆ แล้วมันอยู่ตรงที่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่ตั้งขึ้นวัตถุประสงค์ของเขาจริง ๆ เขาต้องการทําประมาณ ๓ เรื่อง อันที่ ๑ อนุรักษ์ป่าไม้ อันที่ ๒ ทําให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่ากับประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ อันที่ ๓ เพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยพันธุ์พืชต่าง ๆ นี่คือหลักการใหญ่ ๆ ของการตั้งอุทยานแห่งชาติ กฎหมายที่เราพิจารณาในวันนี้เรายังไม่ได้ล้มล้างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังคงมีอยู่ แต่เราไปทําให้ระบบมันเป็นหนึ่งเดียวโดยการใช้บุคคลบริหารงาน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องกัน ขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าเมื่อมีการทําลายป่าไม้ ถ้าเกิดขึ้น ในเขตอุทยานแห่งชาติและเผอิญเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจะตามจับกุมได้ ไม้และทรัพยากรนั้น ได้ออกนอกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแล้ว ก็หมายความว่าส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ไม่จับ นี่ละครับคือการเกี่ยงกันทํางานของ ๒ หน่วยงาน เพราะฉะนั้น ถ้าจะทําให้ถูกต้องจริง ๆ แก้ปัญหาให้ถูกต้องจริง ๆ เราน่าจะมีการให้บําเหน็จรางวัล หรือการเลื่อนชั้นตําแหน่งยศต่าง ๆ ก็ดีให้กับคนที่จับได้เป็นคนแรก เพราะฉะนั้น ทุกคนก็จะช่วยกันดูแลในเรื่องของการคุ้มครอง ในเรื่องของกระบวนการจับ นี่คือ สิ่งที่จะตามมา แต่ถ้าเราไปรวมกันอย่างนี้ปัญหาก็จะเหมือนเดิมละครับก็คือพื้นที่มันก็จะมี ขนาดใหญ่ขึ้นแล้วทุกคนต่างก็ไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่ควบคุมหรือรับผิดชอบก็จะเป็นปัญหา ในที่สุดป่าไม้ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ผมจะเสนอต่อท่านประธานก็คือคิดว่า น่าจะให้ภาคประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยต้องคํานึงถึงภาคส่วนประชาชนให้มีส่วนร่วมด้วย คนที่มีส่วนร่วมด้วยก็คือคนที่อยู่ชายขอบ คนชายขอบต่าง ๆ ต้องดึงมา พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุกจังหวัดละครับต้องมีส่วนร่วมกับการเป็นคณะ ที่เรียกว่าคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ถ้าท่านประธานสภาจะได้เปิดดูหมวดของ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจะเห็นว่าหมวดนี้มีใครครับ ประกอบด้วยใครบ้าง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมที่ดินและกรรมการอื่น ไม่เกิน ๑๑ คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ท่านเห็นไหมครับ ภาคส่วนราชการหมดเลย แถมคนที่แต่งตั้งก็คือรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก ถ้าเราเชื่อว่าในระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบ ที่เลวน้อยที่สุด เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดครับ เราต้องเอาภาคประชาชนทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วม ในการเป็นคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติหรือคณะอนุกรรมการใด ๆ ก็ตาม นี่คือเรื่องแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ก็คือการกระจายอํานาจให้กับท้องถิ่นต่าง ๆ ในการดูแล ผมเชื่อว่า คนใดก็ตามที่อยู่ในพื้นที่ใดก็ตามทุกคนรักถิ่นครับ แล้วก็ถ้าเขาไม่รักจริงผลกระทบก็จะเกิด กับเขาเองทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน มาโดยสังเขปนี้ก็เพื่อจะยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่น่าจะเกิดผลประโยชน์อย่างใด กับป่าไม้นะครับ เป็นเพียงแค่วิธีการที่เราจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ผมก็เลยกราบเรียน ท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอขอบพระคุณท่านนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีการอภิปรายฟังแล้วสับสน ความจริงการแยก กระทรวงเป็นความเห็นของวุฒิสภาสมัยเก่าที่ลงมติ ๑๒๗ ต่อ ๒๓ ให้มีการแยกป่าเศรษฐกิจ กับงานอนุรักษ์และคุ้มครองป่าไม้ ป่าเศรษฐกิจไปอยู่กรมป่าไม้ งานอนุรักษ์และคุ้มครองป่าไม้ อยู่กรมใหม่ก็คือกรมที่ว่านี้ ท่านประธานครับ อันนั้นเป็นประชาธิปไตยเบ่งบาน เราต้องการ จะทดสอบนักวิชาการแล้วก็ทดสอบประสิทธิภาพของข้าราชการด้วย สมัยนั้นท่านทักษิณ ก็คงเห็นด้วยก็เลยมีพระราชกฤษฎีกาแยกให้ชัดเจน ท่านประธานครับ พ้นผ่านไป ๑๐ ปี อย่างรวดเร็ว แน่นอนครับมันเป็นการฟ้องและเป็นการประเมินในตัวก็มีผิดพลาดก็ว่ากันไป แต่ปัญหาที่รวบรวมได้ก็คือปัญหาเชิงพื้นที่ กําลังคนไม่พอ ประชาชนสับสน การประสานงาน มีปัญหา เราพูดอยู่เสมอนะครับว่าป่าหาย ท่านประธานทราบไหมว่าป่าของเรา เหลือสัก ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์จะหมดแล้ว แล้วก็พ่วงไปกับพืชพันธุ์ที่หายาก สัตว์ป่าถูกทําลาย ก็อายละครับที่เขามีการสื่อไปทั่วโลก แล้วก็บ่นว่าโลกร้อนมีภาวะเรือนกระจก อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น ตัดต้นไม้ทําลายป่าทั้ง ๆ ที่มีการรณรงค์ให้ปลูกป่าและรักษาป่า มีกฎหมายต่าง ๆ แต่ไม่มีผล อยากรักษาไว้แต่ก็ปล่อยให้มีการบุกรุก ที่บุกรุก ท่านประธานครับ โดยเฉพาะ ในเขตทหารที่จังหวัดยโสธรไปตั้งค่ายทหาร ป่าที่อุดมสมบูรณ์หายหมดเลยครับ ท่านขับรถ ไปดูผ่านไปทางจังหวัดอุบลราชธานี สวนป่าทางจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมไปอยู่เมื่อปี ๒๕๑๘ ทึบเลยครับ พอตั้งสวนป่าตอนนี้เรียบร้อยครับ โล้นหมดเลยครับ ท่านประธานครับ นี่แหละคือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็เลยมีคนที่พยายามรักษาป่า คุณสืบ นาคะเสถียร ก็เป็นคนหนึ่งที่อุทิศชีวิตเพื่อประกาศ ประจานเลยนะครับ เอาชีวิตตัวเองแลกไว้ว่าให้รักษาป่า มาถึงท่านอธิบดีดํารงค์ พิเดช ขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ ถึงแกจะท่าทางดุร้าย หนังสือพิมพ์เขาบอกว่าท่าทางยังกับเจ้าหน้าที่ คนงาน เขาว่าอย่างนั้นนะครับ ไม่น่าจะเป็นอธิบดี แต่ไปดูคําสัมภาษณ์เขานะครับ เขาบอกว่าถ้าเขาไม่ได้เป็นอธิบดีนี่ไม่มีโอกาสนะครับ ต้องรอเป็นอธิบดีเพราะกฎหมาย ให้อํานาจที่จะรักษาป่าเอาไว้ เพราะฉะนั้นที่เขาทําไปตามคําสั่งศาลนะครับ ไม่ใช่โดยพลการ เรามีกฎหมายเยอะแยะเราก็อยากจะทําแต่เราทําไม่ได้เพราะเราไปเห็นแก่ประชาชน แน่นอนครับในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องดูแลความเดือดร้อนประชาชน ในขณะเดียวกัน ก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเช่นเดียวกัน ประชาธิปไตยก็ต้องมีมาตรการ เหมือนกันเพื่อประเทศ ท่านอธิบดีให้สัมภาษณ์ว่าถ้าไม่รอโอกาสเป็นอธิบดีทําไม่ได้ เห็นไหมครับการไปทุบอะไร ผมว่ามันเป็นการป้องปรามด้วย แล้วก็มีคนไปโวยวาย ตกลงเราจะเอาอย่างไรกันแน่ครับ ท่านประธานครับ ผมนั้นเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ที่ไม่เห็นด้วย ก็คือเรื่องชื่อนี่ละครับเป็นกรมป่าไม้เหมือนเดิม เพราะว่าชาวบ้านเขาเรียกเป็นกรมตอไม้ ป่ามันหมดแล้ว ผมจะเสนอชื่อใหม่เลยว่าน่าจะเป็นกรมทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพราะมันเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะเรื่องพันธุ์พืชหายาก สัตว์ป่าที่หายาก จําเป็นนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากเสนอหลังจากอภิปรายว่าเขาไปแล้ว คืออยากให้ การเปลี่ยนครั้งนี้มีเอกภาพจริง ๆ โดยเฉพาะประเทศไทยตอนนี้ข้าราชการมีมากเห็นด้วย ควรจะเอาคนมาใช้ แล้วก็กฎหมายเยอะ ๆ ก็มีเยอะจริง ๆ อยากจะให้มาประสานกัน คํานึงอะไรครับ อยากให้ทางท่านรัฐมนตรีฝากท่านประธานไปให้คํานึงถึงประโยชน์ของชาติ ว่าท่านควรจะตั้งว่าจะคงป่าไว้สักกี่เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มไว้กี่เปอร์เซ็นต์ ยุทธศาสตร์ที่จะทํา มีอะไร ยุทธวิธีมีอะไร ท่านประธานครับ ในกฎหมาย พ.ร.บ. ที่ร่างมาผมดูแล้วน่าจะมี บทเฉพาะกาลสักเล็กน้อยในช่วงที่มีการยุบรวมหน่วยงานต่าง ๆ ให้ดูภารกิจให้มันชัดเจนว่า จะให้ทําอะไร แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ร่วมมือกับท้องถิ่นหรือกรมอื่น ๆ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในยุทธวิธีต่าง ๆ ที่จะรักษาป่าก็มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอไว้มากมาย แต่ผมอยากให้ใช้ เทคโนโลยีที่ภาพถ่ายดาวเทียม และโดยเฉพาะการติดชิพ (Chip) ที่เสาต่าง ๆ ที่เป็นแนวอุทยาน เพราะแนวพวกนี้ภาพถ่ายมันต้องใช้คนชํานาญจริง ๆ แต่ถ้ามีชิพ มันจะบ่งพิกัดได้ชัดเจนยิ่งกว่า ใช้จีพีเอส (GPS) มันจะดีขึ้นนะครับ แล้วเขตกันชนนี่ ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดสกลนครของท่านนิยม ถนนเลยนะครับ ซีกนี้เป็นป่า อีกซีกหนึ่ง เป็นชาวบ้าน อย่างนี้ดีครับ แล้วถ้าใครบุกรุกก็ลงโทษบ้างจะได้ไม่เคยตัวว่าเป็นป่าของหลวง แล้วไปบุกรุก อยากให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ สุดท้ายผมเห็นด้วยนะครับ จะสนับสนุน ให้มีการรวมกรมเพื่อประโยชน์ของประเทศเพราะคนไม่พอ งบประมาณเราก็มีจํากัด ช่วงนี้เอาอย่างนี้ไปก่อนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านไพจิต

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ถ้าการเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อที่จะทําให้เกิดการแก้ไขปัญหาของประชาชน สร้างความอยู่เย็นเป็นสุข ปากท้องของพี่น้อง ผมจะต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปราย ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีนั่งฟัง ตั้งแต่คนแรกจนถึงขณะนี้ ผมเข้าใจว่าความซึมซับต่อปัญหาของพี่น้อง ปัญหาเรื่องที่ดิน ปัญหาเรื่องป่าไม้ ท่านไม่แตกต่างจากพวกผมในฐานะที่เป็นนักการเมืองที่อยู่กับคนยากคนจน ผมอยากให้การยุบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ความจริงท่านอาจจะใช้ว่า รวมนะครับ แต่ผมเข้าใจว่ายุบ ยุบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปอยู่กับ กรมป่าไม้ ความจริงโดยนัยใจหายเหมือนกันนะครับ ความเติบโตมันมีตั้งแต่ตั้งและก้าวหน้า ใหญ่ขึ้น ๆ แต่พอยุบไปรวมก็แปลว่าจะต้องเล็กลง ที่ผ่านมาเราใหญ่ขึ้น กรมหม่อนไหม กรมการข้าว กรมฝนหลวงหลังสุด มาของท่านรัฐมนตรีปรีชามาเป็นแฟบลงเอาบทบาท ไปรวม จากอธิบดีก็จะเหลือ ผอ. แล้วคราวนี้ ดีอาจจะมีรองอธิบดีสายนี้มาอยู่คนหนึ่ง ในกรมป่าไม้ แต่ว่าอธิบดีไม่มีแล้วละ ผมคิดว่าเป็นความเสียสละเหมือนกันนะครับ ที่จะต้องลดตําแหน่งต่าง ๆ ที่ใหญ่โตในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาหลอมรวมเพื่อเอาภารกิจให้เป็นพลังของกรมป่าไม้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ายอม ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรื่องที่ดิน เรื่องป่า เรื่องอุทยาน มันมีค่อนข้างที่จะแตกต่างกันกับเรื่องวิถีชีวิตของประชาชน เราจะทําอะไรก็ตามผมอยากให้ สะท้อนไปสู่ช่วงชีวิตของคนยากคนจนว่าปัญหาพื้นที่ต่าง ๆ นี่หลังจากที่ยุบว่ามันเป็นอุทยาน หรือไม่ เขาบอกการทุจริตเรื่องไม้พะยูงก็เกิดจากเจ้าหน้าที่อุทยานมันจะอยู่ตามป่า ตามต้นน้ํา ตามเทือกเขาภูพานของผมนี่นะครับ แล้วก็ข้ามไปประเทศ สปป. ลาว ส่งไปทาง ประเทศเวียดนาม ท้ายสุดเขาบอกว่าก็คือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะรู้เบาะแส เป็นตัวการตัวร่วม อะไรทั้งหลายสุดแท้แต่ ท้ายสุดก็มีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่เกี่ยวข้องไปหมด ต้องชมเชยว่าตอนหลังเอาจริงเอาจังกัน แปลว่าทุกกระบวนการ มันมีการเกิด เพราะฉะนั้นต้องหยุดนะครับไม่อย่างนั้นก็จะอยู่ไม่ได้ในภาวะที่เปลี่ยนแปลง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับผมมีป่าสงวนดงหมูที่บ้านนิคมทหารผ่านศึก เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับจังหวัดนครพนม เขตอําเภอธาตุพนม ซึ่งเป็นบ้านเกิด ของกระผมซึ่งไม่ใช่ป่าแล้ววันนี้นะครับ เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของสมาชิก นิคมทหารผ่านศึกได้ที่กันมาอยู่ แรก ๆ นิคมก็บอกว่าเช่าจากกรมป่าไม้ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่ได้เช่า ค่าเช่าก็ไม่จ่าย พี่น้องสมาชิกนิคมทหารผ่านศึกนี่เขาปลูกยางปลูกอะไรหมดครับ ผมอยากกราบเรียนว่าแก้ปัญหาให้เขาเสียจากสภาพความเป็นจริง จากสภาพความเป็นจริง ควรที่จะให้สิทธิในการที่จะใช้ประโยชน์เหล่านี้ตามสิทธิตามกฎหมายที่ควรจะมี ผมรอความหวังจากสภาในการพิจารณาเรื่องจะออกกฎหมายจะทําเรื่องที่ดินให้ถูกต้อง แต่ว่าป่ายังเป็นป่านะครับ อุทยานยังเป็นอุทยาน ผมเห็นด้วยต้องรักษาทําแนวเขตเสียให้ชัด แล้วท่านจะปลูกต้นไม้เท่าไรล้านก็เอาเต็มที่ แต่ว่าที่มันเป็นนา เป็นไร่ ให้ชาวบ้านเขาอยู่ เถอะครับ ป่าสงวนดงสว่างเขตอําเภอปลาปากเกือบทั้งครึ่งหนึ่งของอําเภอเป็นป่าสงวน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ทําอะไรก็ไม่ได้ สิทธิของประชาชนอยู่เหมือนนก เหมือนกบ เหมือนอะไรทั้งหลายที่อยู่โดยไม่มีถิ่นฐานบ้านช่องที่ชัดเจน ผมก็อยากให้สิทธิเหล่านี้ ได้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติตัวสําคัญนะครับ เป็นกลไก ที่สําคัญที่จะต้องให้นโยบายให้ชัด ตรงไหนที่เป็นบ้านก็ให้เป็นบ้าน ยกเลิกอะไรกันหมด เวลาไปประชุมนี่ท่านรัฐมนตรีท่านคงจะทราบว่ารองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบแทน นายกรัฐมนตรีจากนั้นก็จะมีปลัดกระทรวง ฝ่ายปลัดกระทรวงทั้งหลายนี่เขาไม่อยู่ข้างประชาชน หรอกครับเขาก็อยู่ข้างฝ่ายที่จะต้องอยู่อีกฝั่งหนึ่งก็ไม่มีโอกาสที่จะผ่อนคลายเรื่องเหล่านี้ให้ ท่านอย่าไปคิดว่าคนจนมีที่แล้วต้องขาย แล้วต้องเปลี่ยนไม้เปลี่ยนมือให้กับนายทุน ถ้าคิดอย่างนักการเมืองในการแก้ปัญหาเขา ผมอยากให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ป่าดงเซกาต่อเขตอําเภอเมืองนครพนม อําเภอท่าอุเทน อําเภอโพนสวรรค์ เขตเลือกตั้งเดิม ของผมนี่ ตรวจทั้งอําเภอนะครับ กว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตป่าดงสว่างนี่ ๑๒,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบัน กว่า ๕๐,๐๐๐ ไร่ เป็นนา เป็นไร่ เป็นที่ของชาวบ้านหมด เอารถไถเข้าไปไถวันดีคืนดีก็จับ เพราะบุกรุกป่าสงวนท่านประธานคงทราบนะครับ ปัญหาเหล่านี้เป็นวัฏจักรอยู่ตลอดเวลา ผมอยากเห็นการผ่อนคลายเรื่องเหล่านี้ในการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านด้วยความจริงใจ ผมนี่ถ้าเชิญท่านรัฐมนตรีไปพื้นที่เมื่อไรก็จะพาเข้าไปดูที่ผมว่านี่นะครับว่าโรงเรียน โรงพยาบาล แล้วที่สถานีตํารวจทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวน อยากให้เห็นความเป็นจริงเหมือนจังหวัดเลย ของท่านรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน หัวใจเราเราอยากเห็นการแก้ปัญหา ท่านจะยุบ จะเพิ่ม ผมไม่ขัดข้องนะครับ อนุวัตให้เป็นไปตามความต้องการของเจ้ากระทรวงและข้าราชการ ที่อยากพัฒนา แต่ว่าอย่าได้ทิ้งประชาชน สร้างความหวัง แก้ปัญหาของพี่น้องให้เขามีชีวิต ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ผมหวังอย่างนั้นนะครับท่านประธานว่าเป็นอีกฉบับหนึ่งซึ่งจะต้อง มารวมเป็นกรมป่าไม้ แล้วก็จะส่งความร่มเย็นเป็นสุขให้กับพี่น้องประชาชนโดยรวม ด้วยความหวังว่าจะทําให้สําเร็จนะครับ ก็ขอสนับสนุนและใช้เวลาในการอภิปราย ด้วยความจริงใจ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่าลืมป่าดงพะทายที่จังหวัดนครพนมของท่านด้วยนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้อภิปราย แสดงความเห็นประมาณ ๒๐ ท่านนะครับ ผมคิดว่าท่านสมาชิกจะใช้ดุลยพินิจ วิจารณญาณ วิเคราะห์และพิเคราะห์ได้ว่าจะลงมติอย่างไรนะครับ ผมเห็นว่าการอภิปรายพอสมควร ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมมีมตินะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีอาศัยสิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ สรุปและตอบข้อซักถามครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในนามรัฐบาลโดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ที่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่จะยุบรวมกัน ก็อยากจะกราบเรียนว่าเดิมทีนั้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ มี พ.ร.บ. ในการแบ่งแยกของกรมป่าไม้ออกมาเป็น ๓ หน่วยงาน คือ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก็อยากจะกราบเรียนว่าในขณะนั้นปี ๒๕๔๕ เราก็จะมี ๒ กระทรวง ซึ่งกรมป่าไม้ขึ้นอยู่กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลเกี่ยวกับเรื่องป่าเศรษฐกิจ ใน ๒ กรมก็มาขึ้นตรงกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในระยะนั้นมาเราเองต้องได้เห็นสภาพจาก ๑๐ ปี ที่ผ่านมามันเกิดมีการเปลี่ยนแปลง และย้อนไปในอดีตว่าเดิมทีแต่ก่อนนั้นกรมป่าไม้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นั้นจะรู้ในการครอบคลุมพื้นที่ป่าทั้งหมด โดยแต่ก่อนนั้น เรามีเจ้าหน้าที่บริหารราชการส่วนภูมิภาคคือเขาเรียกว่าป่าไม้อําเภอ แล้วก็ป่าไม้จังหวัด แต่ก่อนเดิมทีนั้นพี่น้องประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ทํากิน เกี่ยวกับเรื่องป่า ก็ไปติดต่อ ส่วนราชการ ไปติดต่อป่าไม้อําเภอ ไปติดต่อป่าไม้จังหวัด หลังจากเราแบ่งแยกกรมมาจาก กรมป่าไม้มาเป็น ๓ กรม ก็มาอยู่ระยะเวลา ๑๐ กว่าปีมันก็มีปัญหาเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมเองในนามคณะรัฐมนตรีที่กํากับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ได้เห็นว่ามันมีปัญหา เราเองก็เห็นแล้วว่าถ้ายุบรวมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มารวมกับกรมป่าไม้ดั่งที่ท่านสมาชิกหลายท่านจะเป็นฝ่ายค้านก็ดี จะเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ดี ได้แสดงความคิดเห็นตรงนี้ ผมเองนั้นก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคน ที่แสดงความคิดเห็น ในส่วนต่าง ๆ นั้นเราเองก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการของเราร่วมกัน ๒ สภาไปพิจารณาร่วมกันในวันนี้ ผมเองต้องขอกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคน ที่ได้แสดงความคิดเห็น และได้ให้ข้อสังเกตในครั้งนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทุก ๆ ท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นการลงมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ แต่เนื่องจากว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสําคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แล้วก็เกี่ยวข้องกับสิทธิที่ทํากิน การครอบครอง และการทํามาหากินของประชาชน แล้วมีผลกระทบต่อภาครัฐและประชาชนจํานวนมาก ผมจึงถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ จะถือโอกาสนี้ปิดการประชุมไปก่อนแล้วค่อยลงมติในคราวต่อไป ผมขอปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๓๑ นาฬิกา